Home Blog Page 250

ฟอร์ด ฉลองชัย 4 รางวัลแห่งปี ที่งาน The Night of Champions 2022

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำโดย รัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ร่วมแสดงความยินดีกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR นักแข่ง และทีมแข่งที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ไปถึง 4 รางวัลในพิธีมอบรางวัล The Night of Champions 2022 ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ เมืองทองธานี

แจ็ค เลมวาร์ด นักแข่งมืออาชีพ ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮล เรซซิ่ง ได้รับรางวัล Champion of the Year 2022 ในรุ่น Thailand Supercar GTC – Overall จากการนำฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร หมายเลข 44 เข้าเส้นชัยด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 ในการแข่งขัน ด้านแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค นักแข่งระดับโลกเชื้อสายไทย-นอร์เวย์ ที่ได้ร่วมงานกับทีม ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และลงแข่งภายใต้ทีมฟอร์ดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้รับ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล First Runner-up 2022 ในรุ่น Thailand Super Pickup – Overall และรางวัล First Runner-up 2022 ในรุ่น Thailand Super Pickup – Class A จากการนำรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 เข้าเส้นชัยด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 2 ในการแข่งขัน นอกจากนี้ ทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮล เรซซิ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนโดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง นำโดยเครก คอร์ลิสส์ ยังได้รับรางวัลประเภททีม หรือ Teams Championship 2022 ในรุ่น Thailand Supercar GTC – Overall

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และนักแข่งสำหรับความสำเร็จในการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ซึ่งนับเป็นปีที่ 3 ที่ฟอร์ดได้เข้าร่วมในรายการนี้” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ความสำเร็จของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งในการแข่งขันที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งของทีมงานและนักแข่ง อีกทั้งยังสะท้อนความร่วมมือร่วมใจกันทำให้ฟอร์ดมีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย”

ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ก่อตั้งโดยฟอร์ด ประเทศไทย ได้ร่วมกับคอร์ลิสส์ เรซ เอนจิเนียริ่ง (Corliss Race Engineering – CRE) และออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต โดยในปีที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 3 ที่ทีม FTR เข้าร่วมการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ โดยได้พัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ปรับแต่งใหม่ ทั้งการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง เบรก การระบายความร้อน รวมถึงความทนทานของเครื่องยนต์ และเหมาะกับการลงสนามแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ซึ่งได้ส่งรถกระบะ 3 คันลงสนาม ภายใต้ชื่อทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง, ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง บาย ออโรร่า มอเตอร์ สปอร์ต และซีอาร์อี ฟอร์ด เลนโซ่ เฮลล์ เรซซิ่ง และ สนับสนุนทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮลล์ เรซซิ่ง ส่งฟอร์ด มัสแตง 3 คัน ลงแข่ง

ฮอนด้าคว้าอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ในตลาดรถยนต์ประเทศไทยปี 2565 พิสูจน์ความเชื่อมั่นในยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย (มกราคม – ธันวาคม 2565) ด้วยยอดขายสะสมรวม 26,660 คัน* ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่ม xEV 30%* พิสูจน์ความเชื่อมั่นของยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้า ที่มอบสมรรถนะอันทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 4 เซกเมนต์หลัก ทั้งในกลุ่มซิตี้คาร์ ได้แก่ ซิตี้ อี:เอชอีวี และ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี กลุ่มคอมแพคท์คาร์ ได้แก่ ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ กลุ่มเอสยูวี ได้แก่ เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี และกลุ่ม D-segment ได้แก่ แอคคอร์ด อี:เอชอีวี มั่นใจด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** และบริการหลังการขายด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ (e:HEV Expert) จากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการนำเสนอ e:HEV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการ  ขับขี่ในปัจจุบัน ที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้ามั่นใจ อีกทั้งยังเข้าถึงได้ง่าย โดยมีให้เลือกหลายประเภททั้งรถซีดานและรถอเนกประสงค์ในหลากหลายเซกเมนต์ ฮอนด้าต้องขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ของเรา ทำให้สามารถครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ด้วยยอดขาย 26,660 คัน สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์และยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้า ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมปลอดมลพิษ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING  ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ ตามเป้าหมายฮอนด้าปี พ.ศ. 2593 โดยในปี 2566 เราจะยังคงเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมที่ลูกค้าต้องการอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลากหลายพลังงานทางเลือก”

จากความสำเร็จด้านยอดขายและเสียงตอบรับจากลูกค้าชาวไทย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีไฮบริดนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน และเป็นเทคโนโลยีที่จะเชื่อมต่อไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ซึ่งระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยมลพิษที่ต่ำ ยังมั่นใจและสะดวกสบายจากการบริการหลังการขายจากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมการบริการจากทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์

ขอเชิญชวนลูกค้าพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่และอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศกับแคมเปญทดลองขับ “Happy Day Happy Drive” โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 31 มีนาคม 2566 จะได้รับฟรีบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 200 บาท** หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th

 

หมายเหตุ

*ยอดขายสะสมและส่วนแบ่งทางการตลาดนับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ประมาณการณ์โดยรวมการคาดการณ์ยอดขายของรถยนต์บางค่าย

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมลงนามพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพและการเรียนรู้ของเยาวชนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิด ‘ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี’ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมทั้งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA จำนวน 1 คันเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนผ่านการลงมือปฏิบัติและเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้การขับเคลื่อนคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำพันธกิจของบริษัทฯ ที่พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดขึ้นภายในงาน ONE-EV (Open Network of Education for Electric Vehicle) ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานสักขีพยาน โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ ร่วมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มร.ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) รวมถึงตัวแทนจากองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ลงนาม โดยในโอกาสเดียวกันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รับโล่เชิดชูเกียรติจากวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ในฐานะผู้ประกอบการที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สถานศึกษาอีกด้วย

พิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสรวุฒิ  เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายนิทัศน์  วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เป็นผู้รับมอบจาก มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และนายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)

มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีของการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เห็นศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่รวมทั้งความสามารถของเยาวชนที่ควรได้รับการส่งเสริมให้มีความพร้อมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ความร่วมมือระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ที่ได้ผนึกพลังสร้าง ‘ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี’ รวมไปถึงรถยนต์แบรนด์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะช่วยเพิ่มทักษะ พัฒนาความสามารถและสร้างประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าให้กับนักศึกษาได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่คณะครูอาจารย์จะได้มีโอกาสยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย ซึ่งในอนาคต จะช่วยให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ สร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง”

“สำหรับความร่วมมือด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรองค์กรธุรกิจและหน่วยงานจากภาคส่วนต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยจะเข้าไปมีบทบาทในการผลิตและพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายสำคัญคือผลักดันการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรมในท้ายที่สุด” มร. ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมและความร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานและสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสและสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับนักศึกษา การสนับสนุนการแข่งขันแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก Thammasat Undergraduate Business Challenge (TUBC) ซึ่งเป็นเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากนานาประเทศได้ประชันความรู้ความสามารถและทักษะการคิดวิเคราะห์ และความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อศึกษา ออกแบบ ตลอดจนสร้างอุปกรณ์ชุดฝึกยานยนต์สมัยใหม่จากรถยนต์จริง โดยโครงการดังกล่าวยังครอบคลุมสถานศึกษาในโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์อีกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา รวมไปถึงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA จำนวน 1 คันสำหรับนำไปใช้ในการเรียนการสอนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของดีป้าอีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของบุคลากรไทยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ พัฒนาทักษะทางอาชีพ และเสริมสร้างประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมจริงให้กับเยาวชน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านกำลังคนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

‘ซูซูกิ’ ประกาศรางวัล Best Dealer Award 2022 จัดประชุมเสริมความแข็งแกร่งผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด Driven to Success แรงผลักดันยิ่งใหญ่สู่ความสำเร็จ” เปิดนโยบายและกลยุทธ์ในการดำเนินงานประจำปี 2566 พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2565 (Best Dealer Award 2022) รวมทั้งยังแจ้งสรุปผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมา หลังสร้างยอดขายที่ 20,083 คัน พร้อมประกาศแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มความแข็งแกร่งในปี 2566

นายมิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา เราประสบกับปีที่ยากลำบากอีกปีหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่คาดคิดมากมายทางธุรกิจ ด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ซูซูกิมีความจำเป็นต้องปรับราคารถยนต์ขึ้น การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งส่งผลต่อการผลิต จึงทำให้ปริมาณรถมีจำนวนน้อยสำหรับการขายในช่วงนั้น แต่เมื่อสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายดีขึ้น ซูซูกิได้ขับเคลื่อนทิศทางการขายอย่างเต็มที่ โดยในปีที่ผ่านมาซูซูกิมียอดขายจำนวน 20,083 คัน ลดลง 10% เมื่อเทียบจากปี 2564 โดยเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมุ่งมั่นตั้งเป้าการขายปีนี้ที่ 27,000 คัน ด้วยกลยุทธ์การเปิดตัวสินค้าใหม่และเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ซูซูกิให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจช่วงภาวะวิกฤติ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ซูซูกิในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพพร้อมสมรรถนะที่ดีในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการวางรากฐานด้านงานบริการของโชว์รูมและศูนย์บริการให้มีคุณภาพมาตรฐาน และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยเพื่อสานต่อแนวทางที่เราเชื่อมั่นให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ซูซูกิ ได้มีการจัดการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “Driven to Success แรงผลักดันยิ่งใหญ่สู่ความสำเร็จ” พร้อมด้วยการประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2565 (Best Dealer Award 2022) โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านการตอบแทนลูกค้าด้วยความจริงใจในฐานะที่ลูกค้าทุกท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา

นายอามาโนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เป็นการสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเพื่อให้ผู้จำหน่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งเมื่อผู้จำหน่ายมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ก็จะสามารถช่วยกันพัฒนาศักยภาพของงานบริการ รวมถึงบุคคลากรภายในองค์กรของผู้จำหน่ายให้เข้าถึงกลยุทธ์ในการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ และพร้อมที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกราย”

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า สำหรับการมอบรางวัล ‘ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยนประจำปี 2565’ นับเป็นการยืนยันและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าถึงคุณภาพในการบริการงานขายและดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่เป็นครอบครัวซูซูกิได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนกับคู่คิดที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขให้กับชีวิตของลูกค้าทุกท่าน  โดยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2565 มีดังนี้

รางวัล Best of the Best 2022

คุณสมโชค โกฎมณี บริษัท สุพรรณยนตการ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดนนทบุรี

 

รางวัล Platinum Dealer 2022

คุณภูเบศ ฐิติกฤตานน บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร
คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คุณธนกานต์ สุวรรณแสง บริษัท เอ.เอ็น.เอ็น.ออโต้เซลส์ (2016) จำกัด จังหวัดนราธิวาส
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด จังหวัดขอนแก่น
คุณณัฐพล อุตรนคร บริษัท อารีมิตร ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม
คุณเอกชัย ลีลาเจริญวงศ์ บริษัท ซูซูกิ ตงเจริญออโต้เซลส์ จำกัด กรุงเทพมหานคร
คุณพงศ์สวัสดิ์ อยู่สำราญ บริษัท ซูซูกิ อินดี้ บางหว้า จำกัด กรุงเทพมหานคร
คุณกิตติพงษ์ สกุลคู บริษัท ซูซูกิเจียงอุดร จำกัด จังหวัดอุดรธานี

 

นอกเหนือจากนั้น ซูซูกิยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ชำหน่ายเพิ่มเติม เช่น รางวัลยอดขายสูงสุดประจำปี 2565 รางวัลคะแนนความพึงพอใจการบริการหลังการขายสูงสุด ประจำปี 2565  และรางวัลยอดขายอะไหล่รวมทุกผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อจำนวนรถเข้าศูนย์ บริการสูงสุดประจำปี 2565 เป็นต้น

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิร่วมมือกับผู้จำหน่ายทุกรายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา นอกเหนือจากการมอบบริการที่ดีกับลูกค้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยการมุ่งเน้นอบรมพนักงานในเชิงปฏิบัติอย่างมืออาชีพ ปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของเพื่อให้มีใจรักในการบริการลูกค้าด้วยความยินดีและเต็มใจ อีกทั้งยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลทรัพยากรบุคคลทุกภาคส่วนเสมือนหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน  ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานกับบริษัทฯ ด้วยความรู้สึกที่มีความสุข ไม่มีความกังวลในเรื่องส่วนตัว มีความมั่นคง และเกิดความเชื่อมั่นในองค์กร ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีผลส่งต่อความรู้สึกไปถึงการให้บริการลูกค้าด้วยจริงใจ และเปรียบเหมือนลูกค้าเป็นครอบครัวซูซูกิเช่นกัน ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่เราเชื่อมั่น ในปี 2565 ที่ผ่านมา ซูซูกิสามารถสร้างยอดขายรวมไปได้ทั้งสิน 20,083 คัน ประกอบด้วย

  1. SUZUKI SWIFT   จำนวน 8,641 คัน

2. SUZUKI CELERIO   จำนวน 4,072 คัน

3. SUZUKI CIAZ   จำนวน 1,501 คัน

4. SUZUKI CARRY   จำนวน 3,362 คัน

5. SUZKI XL7   จำนวน 1,925 คัน

6. SUZUKI ERTIGA   จำนวน 582 คัน

สำหรับในปี 2566 ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ซูซูกิเชื่อมั่นว่า จากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้รับความเชื่อมั่น รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกความต้องการ  ไปจนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า จึงมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการขายที่ 27,000 คันได้สำเร็จ

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

อีซูซุรุกตลาด เปิดตัว “The New MU-X” รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION”

0
“The New MU-X” PHANTOM COLLECTION Pic Open

อีซูซุเปิดฉากรุกตลาดรถตั้งแต่ต้นปี 2023 ส่ง “The New MU-X” รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION”…SOUL, UNCHARTED สะท้อนอินเนอร์คุณ…กับหมุดหมายที่แตกต่าง” พร้อมสีใหม่เทา Islay Gray Opaque และสีขาวมุก Dolomite White Pearl เสริมความสปอร์ตหรูอย่างลงตัวด้วยภายในโทนสีดำ และภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ไร้ขีดจำกัด มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ราคาตั้งแต่ 1,506,000 – 1,663,000 บาท เพิ่มจากรุ่นปกติเพียง 12,000 บาท

“The New MU-X” PHANTOM COLLECTION 1

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากผลตอบรับอันดียิ่งของรถอเนกประสงค์ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” ที่เพิ่งแนะนำสู่ตลาดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา อีกทั้งเราได้พบว่าปัจจุบันลูกค้ามีความชื่นชอบรถ Sports SUV ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แสวงหาความแตกต่างในแบบของตนเองอย่างไม่สิ้นสุด เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ตลาดรถของเมืองไทยและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

ในปีนี้อีซูซุจึงเปิดตัว “The New MU-X” รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION”… SOUL, UNCHARTED” ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สะท้อนอินเนอร์คุณ…กับหมุดหมายที่แตกต่าง” มาพร้อมสีใหม่เทา Islay Gray Opaque และสีขาวมุก Dolomite White Pearl เน้นตัวตนที่แฝงด้วยพลังของเฉดสีเข้ม น่าค้นหากับภายในโทนสีดำของเบาะนั่ง บริเวณแผงข้างประตู และคอนโซล

“The New MU-X” PHANTOM COLLECTION 2

ภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว เสริมอารมณ์ความสปอร์ตหรูอย่างลงตัว สะกดทุกสายตา สะท้อนรสนิยมและการใช้ชีวิตของผู้ที่กำหนดความสำเร็จในแบบของตัวเอง และยังคงเต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ที่เหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน และยังคงความสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยฝาท้าย Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor สนุกกับการใช้ชีวิตที่พร้อมให้คุณไปให้สุดกับทุก ไลฟ์สไตล์กับหมุดหมายที่แตกต่าง ราคาตั้งแต่ 1,506,000 – 1,663,000 บาท เพิ่มจากรุ่นปกติเพียง 12,000 บาท”

“The New MU-X” PHANTOM COLLECTION 3

ขอเชิญสัมผัส “The New MU-X” รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION” ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

ฟอร์ดส่งมอบเรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ 13 คัน เสริมกำลังการปฎิบัติภารกิจกองตรวจการกรมประมง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งมอบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รวม 13 คัน ประกอบด้วยรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ สปอร์ต 4×4 จำนวน 10 คัน และ รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ XL+ จำนวน 3 คัน ให้แก่กรมประมง เพื่อนำไปใช้เพิ่มศักยภาพของกองตรวจการประมงสำหรับการปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ โดยมีนายอรรถกร จารุศิลาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายฟอร์ด นายอิศราพล ตั้งสถาพร กรรมการบริหาร ฟอร์ด เจริญยนตรการฟอร์ด ร่วมในพิธีส่งมอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจนเนอเรชันใหม่ ให้แก่กรมประมง โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง และนายประจวบ เจี้ยงยี่ ผู้อำนวยการกองตรวจการประมง เป็นผู้รับมอบ ณ กองตรวจการประมง

รถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ทั้ง 13 คัน จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานและกิจกรรมของกรมประมง ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นที่มาพร้อมฟีเจอร์อเนกประสงค์รอบด้านพร้อมความสามารถในการพิชิตงานที่ท้าทาย สมบุกสมบัน เพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของกองตรวจการประมงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังพร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าด้วยบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ด้วยนวัตกรรมบริการมากมายที่ฟอร์ดพัฒนามาอย่างใส่ใจเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์และบริการของฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

ผู้บริหาร TOAHV เข้าพบนายกฯ พัทยา

0

คณะผู้บริหาร TOAVH  และบริษัทในเครือ นำโดย นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธาน บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TOAVH), นายคณิต ชัยบริพันธ์ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด และ นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 1 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ได้เข้าพบ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (ที่ 2 จากขวา) นายกเมืองพัทยา เพื่อแนะนำองค์กร และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ในพื้นที่เขตเมืองพัทยา

“ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี อย่างเป็นทางการ ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ (ชั่วคราว) พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง บนถนนสุขุมวิท นาจอมเทียน โดยจะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ศกนี้

ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการ (ถาวร) ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท พัทยาใต้ พื้นที่กว่า 3 ไร่ งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท คาดดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2566

ฮอนด้า จัด “Honda Media Exclusive Golf 2023” ชวนสื่อมวลชนร่วมออกรอบดวลวงสวิง

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรีระดับโลก “Honda LPGA Thailand 2023” จัดกิจกรรม “Honda Media Exclusive Golf 2023” เชิญชวนสื่อมวลชนร่วมออกรอบตีกอล์ฟ ณ สยามคันทรีคลับ แบงคอก โดยสื่อมวลชน 2 ท่าน ได้แก่ นายจารุวัฒน์ พริบไหว จาก MCOT FM 99.0 และนายไพศาล พะหุโล จากบ้านเมืองออนไลน์ คว้าสิทธิ์เข้าร่วมออกรอบตีกอล์ฟกับเหล่า โปรกอล์ฟระดับโลกที่จะมาร่วมแข่งขันในรายการ “Honda LPGA Thailand 2023” ในกิจกรรม “Pro-Am Day” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี

สำหรับกิจกรรม “Honda Media Exclusive Golf 2023” จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนสื่อมวลชนออกรอบตีกอล์ฟในบรรยากาศการแข่งขันที่สนุกสนานและตื่นเต้นแต่สอดแทรกความพิเศษ คือการลุ้นสิทธิ์เข้าร่วมออกรอบตีกอล์ฟในกิจกรรม “Pro-Am Day” รวมถึงการร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น TURBO RS สีแดงอิกไนต์ ยนตรกรรมซิตี้คาร์ยอดนิยม ที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบอันทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยเป็นรางวัลสำหรับผู้ทำโฮลอินวันที่หลุม 12 (พาร์ 3)

ทั้งนี้ สื่อมวลชนผู้คว้าสิทธิ์ทั้ง 2 ท่าน จะร่วมกิจกรรม “Pro-Am Day” ซึ่งมีเหล่านักกอล์ฟระดับโลก อาทิ นานนา เคิร์สต์ แมดเซน แชมป์ Honda LPGA Thailand 2022 และโปรเม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ Honda LPGA Thailand 2021 เข้าร่วมด้วย โดยจัดขึ้นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี ก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก “Honda LPGA Thailand 2023” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี โดยปีนี้ ได้กลับมาเปิดสนามเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพื่อต้อนรับแฟนกอล์ฟจากทั่วโลก

ขอเชิญแฟนกอล์ฟร่วมชม ร่วมเชียร์นักกอล์ฟที่ท่านชื่นชมอย่างใกล้ชิดแบบติดขอบสนาม และร่วมเป็นกำลังใจให้ โปรกอล์ฟสาวชาวไทยคว้าแชมป์รายการนี้อีกครั้ง โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ https://hondalpgathailand.com/ หรือติดตามในเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand อินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand ทั้งนี้ ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถเข้าชมได้ฟรี

NETA ตั้งเป้าส่งมอบ NETA V ให้ลูกค้าคนไทย 10,000 คัน ปีนี้

0

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด รายงานความคืบหน้าแผนการดำเนินงานหลังเปิดแบรนด์ NETA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าแผนงานปี 2566 ตั้งเป้าส่งมอบ 10,000 คัน 

มร. เป่า จ้วงเฟย  (Mr. Bao Zhuangfei) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “ปี 2565 เป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับ NETA และเป็นปีแรกที่เราขยายธุรกิจออกนอกประเทศจีนซึ่งมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักของแผนงานเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว โดยผลการดำเนินงานของ NETA ในประเทศจีนในปีที่ผ่านมา NETA มีอัตราการเติบโตของยอดการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสูงถึง 118% ด้วยยอดส่งมอบรถให้กับลูกค้ารวม 152,073 คัน นับเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ EV รายแรกของจีนที่มียอดขายมากกว่า 150,000 คันต่อปี”

“ในส่วนของการดำเนินงานของ NETA ในประเทศไทย ถือว่าแบรนด์ NETA เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในประเทศอย่างรวดเร็ว ผมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของ NETA ในประเทศไทยรวมทั้งลูกค้าคนไทยที่มั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเรา   สำหรับในปี 2566 บริษัทฯ มั่นใจว่าตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจะเติบโตขึ้นกว่า 100% จากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ รวมไปถึงทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น การมีสถานีชาร์จที่เข้าถึงง่ายและครอบคลุมหลายมากขึ้น ที่สำคัญต้นทุนการใช้งาน หรือ Cost of Ownership ที่น่าดึงดูดใจกว่ารถยนต์ทั่วไปในท้องตลาด โดยคาดการณ์ตลาดรวมไว้ประมาณ 25,000 – 30,000 คัน ซึ่ง NETAตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้าคนไทย 10,000 คัน ดยจะเดินหน้าแผนงานในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ พร้อมเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ และให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ของยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้จะให้การสนับสนุนและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งให้เกิดระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์ในประเทศ รวมทั้งผลักดันในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน” มร. เป่า จ้วงเฟย กล่าว

ผลการดำเนินงานปี 2565

ลงนามกรมสรรพสามิตรับแพ็คเกจสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

NETA มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อลงนามเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการดังกล่าว โดยได้ร่วมมือกับ  บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด หรือ BGAC ซึ่งมีประสบการณ์ในการประกอบรถยนต์ให้กับแบรนด์ต่างๆ มานานกว่า 50 ปี เข้าร่วมลงนามในข้อตกลงเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากับกรมสรรพสามิต และพร้อมเดินหน้าโครงการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โรงงานประกอบรถยนต์บางชัน ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศ โดยจะเริ่มสายพานการผลิตได้ภายใน ปี 2567

เปิดตัว “NETA V” Touchable Smart EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยราคา 549,000 บาท*

สำหรับปี 2565 ที่ผ่านมา NETA ได้เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการพร้อมแนะนำ  NETA V รถยนต์ City Car พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นรุ่นแรกสู่ตลาดเมืองไทย โดยมีราคาจัดจำหน่ายอยู่ที่ 549,000 บาท* ซึ่ง บริษัทฯ ต้องขอขอบคุณคนไทยที่ให้การต้อนรับแบรนด์ NETA เป็นอย่างดี รวมไปถึงการให้การยอมรับ NETA V ในฐานะ Touchable Smart EV ทำให้มียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับความล่าช้าในการส่งมอบ NETA V ให้กับลูกค้าของ NETA ทุกท่าน โดยปีที่ผ่านมาสามารถส่งมอบ NETA V ให้กับลูกค้าในประเทศไทย 989 ท่าน  ทั้งนี้บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของลูกค้า และมิได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถในการเร่งส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้กับลูกค้าทุกท่านโดยเร็วที่สุด

ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใหม่

ปัจจุบัน NETA มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว 24 แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมไปถึงการเปิดให้บริการ NETA SPACE (เนต้า สเปช) ภายในพื้นที่ศูนย์การค้าเพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยวางเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 30 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยมีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งการฝึกอบรมความพร้อมเจ้าหน้าที่สำหรับดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ การจัดเตรียมอะไหล่สำรองให้สามารถรองรับกับความต้องการของลูกค้าอย่างทันท่วงที  รวมไปถึงการให้คำแนะนำด้านผลิต และความรู้พื้นฐานด้านการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมบริการช่วยเหลือลูกค้ากรณีฉุกเฉินผ่าน NETA Call Center ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับภูมิภาคอาเซียนนอกจากจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลกแล้วยังสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานในระดับสากลของ NETA โดยบริษัทฯได้เริ่มแผนขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้แผนกลยุทธ์ดังกล่าวประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกและรายใหญ่ที่สุดของอาเซียนอีกทั้งยังมีนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรมถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจของ NETA ในภูมิภาคนี้ และพร้อมเดินหน้าขยายสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังจากการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย NETA ได้ขยายการดำเนินงานไปยัง ลาว พม่า ภูฏาน เนปาล รวมไปถึงอิสราเอล ก่อนจะขยายไปยังประเทศในตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ยอดขาย NETA ในจีน เติบโต 118%

มร. เป่า จ้วงเฟย  กล่าวเสริมถึงผลการดำเนินงานใน NETA ในระดับสากลว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา NETA มีอัตราการเติบโตของยอดการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสูงถึง 118% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยสามารถส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับลูกค้ารวม 152,073 คัน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นการส่งมอบให้กับลูกค้าในตลาดต่างประเทศ (นอกประเทศจีน) จำนวน 3,456 คัน  โดย ปัจจุบัน NETA ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับลูกค้าแล้ว 250,000 คัน โดยยอดขายในปี 2565 ที่ผ่านมาคิดเป็น 61% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของ NETA นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ซึ่งความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ NETA ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ด้านกลยุทธ์การขาย ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย รวมไปถึงแผนการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทำให้แบรนด์ NETA เป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก

ยอดการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในปี 2565 รวม 152,073 คัน แบ่งเป็นยอดการส่งมอบ

  • NETA V จำนวน 98,847 คัน เติบโตขึ้น 99%
  • NETA U จำนวน 51,021 คัน เติบโตขึ้น 155%

ในขณะที่ NETA S ได้ถูกส่งมอบถึงมือลูกค้าไปแล้วจำนวน 2,205 คัน (นับตั้งแต่เริ่มการส่งมอบช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2565)

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะร่วมปฏิรูปการใช้พลังงานใหม่รวมไปถึงมีส่วนร่วมในการจัดทำห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของโลก เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NETA “Popularizer of Smart EV: สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้”  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

ฟอร์ด ปักพิกัด 5 สถานที่เสริมดวงทั่วไทย เสริมความเฮงตลอดปีกระต่ายมงคล

0

เทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ พร้อมรับสิริมงคล หลายคนอาจสงสัยว่าปีนี้มีนักษัตรไหนที่ชงบ้าง ควรรับมืออย่างไร และควรไปแก้ชงเสริมดวงชะตาที่ไหนดี ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับซินแสเอก ฮวงจุ้ยชัยมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์จีนชื่อดัง เปิดวิธีรับมือปีชง แจกพิกัดสถานที่เสริมดวงที่น่าสนใจจากภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทย พร้อมแนะเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยเพื่อให้ทุกเส้นทางของ ‘สายมู’ ลื่นไหล ไม่มีสะดุด 

เช็คปีชง 2566 ตรงกับนักษัตรไหนบ้าง พร้อมเปิดตำราวิธีแก้ ปีพังให้กลับมาปังตลอดปี

คนปีชง 2566 ประกอบด้วย 4 ปีนักษัตร ได้แก่ ปีระกา ซึ่งอยู่ขั้วตรงข้ามหรืออยู่ในตำแหน่งที่เล็งกับปีเถาะแบบเต็มๆ พึงระวังเคราะห์ร้ายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การเดินทาง หรือความปลอดภัย ปีเถาะอาจมีภัยเด่นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยเช่นกัน ปีมะเมียควรระวังปัญหาด้านสุขภาพ และปีชวดอาจมีปัญหาด้านเคราะห์กรรม แต่ไม่ต้องกังวลไป ซินแสเอกแนะนำให้ผู้ที่เกิดในปีชงเดินทางไปสะเดาะเคราะห์ ทำบุญ ไถ่ชีวิตสัตว์ ถวายหลอดไฟ เติมน้ำมันตะเกียง รวมถึงการทำบุญในรูปแบบต่างๆ เพื่อปัดเป่าโชคร้ายให้กลายเป็นดี

ปักหมุด 5 สถานที่เสริมดวงทั่วไทย มูไป เที่ยวไป ปลอดภัยทุกเส้นทาง

  1. วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย เริ่มกันที่วัดดังตั้งอยู่บนภูเขาในตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ที่รายล้อมไปด้วยเนินเขามากมายท่ามกล่างทิวทัศน์สวยงาม มีจุดเด่นคือองค์รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่อลังการ ประดิษฐานอยู่ในพบโชคธรรมเจดีย์ 9 ชั้น ที่ผสานผสานศิลปะจีนและล้านนาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะแก่การขอพรด้านสุขภาพ การเงิน และการงาน สำหรับคนที่อยู่ไกล อาจต้องวางแผนเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเวลากลางคืนเพื่อให้ไปถึงจุดหมายช่วงเช้าและมีเวลาว่างเที่ยวต่อ ขณะขับขี่รถในเวลากลางคืน ไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่มีอยู่ในฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ จะช่วยปรับทิศทางและความเข้มของไฟหน้าอัตโนมัติ มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจนให้กับ ผู้ขับขี่โดยที่แสงจากไฟหน้ารถของคุณจะไม่แยงตาผู้ร่วมทาง ไฟหน้าแบบ Matrix LED ยังปรับทิศทางของแสงไฟให้สัมพันธ์กับความเร็วและมุมเลี้ยวในรัศมี 15 องศา ช่วยส่องสว่างหัวมุมถนน โดยจะเปิดการทำงานเมื่อรถกำลังเลี้ยว หรือจอดบริเวณทางแยกและไฟเลี้ยวเปิดอยู่ ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางช่วงกลางคืน

  1. ศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี สำหรับวัดสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซินแสเอกแนะนำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สไตล์จีนที่มีจุดสักการะมากถึง 6 จุด ตั้งแต่ศาลเทพยดาฟ้าดินที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัย ศาลเจ้าปู่ย่า เจ้าพ่อหนองบัว เจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ย) พระสังกัจจายน์ และเทพฉั่งง่วนส่วย นอกจากนี้ ยังมีเทียนมงคล พร้อมน้ำมันตะเกียงเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับคนเกิดปีชงอย่างพร้อมสรรพ สำหรับสถานที่ที่มีจุดสักการะมากมายครบครันแบบนี้ การไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะราบรื่นยิ่งขึ้นด้วยระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรีของฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนเรชันใหม่ เพียงแค่เตะขาไปที่เซนเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายรถจะเปิดขึ้นและปิดลงแบบอัตโนมัติ ให้คุณเคลื่อนย้ายชุดไหว้เจ้าชุดใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย

  1. วัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยา ใกล้กรุงเทพฯ เข้ามาอีกนิดกับวัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ทั้งยังโด่งดังเรื่องการบูชาหลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปากง และยังเป็นอีกจุดแก้ชงที่มีชื่อเสียงจากความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย พื้นที่ในวัดกว้างขวาง มีที่จอดรถมากมาย แต่บางครั้งก็อาจมีความจำเป็นต้องจอดรถกลางแจ้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับเจ้าของรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ เราแนะนำแอปพลิเคชัน FordPass ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสั่งการรถได้จากระยะไกล สู้อากาศร้อนในประเทศไทยได้ง่ายๆ แค่ติดเครื่องให้รถเปิดแอร์ แล้วปรับอุณหภูมิเย็นฉ่ำไว้รอก่อนขึ้นรถได้เลย 
  1. วัดโฝวกวงซัน กรุงเทพมหานคร วัดและสถานที่ปฏิบัติธรรมสุดอลังการ ออกแบบตามสถาปัตยกรรมไต้หวัน โดดเด่นด้วยบรรยากาศของพระราชวังสมัยโบราณ ภายในกว้างขวาง ตกแต่งอย่างประณีต นอกจากนี้ ยังมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมสีทองอร่ามให้ผู้ศรัทธาได้เดินทางไปสักการะกันในวันตรุษจีน หากไปถึงแล้วมีจำนวนรถหนาแน่นก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะฟอร์ดมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Active Park Assist 0) เพียงแค่กดปุ่ม ระบบจะควบคุมรถเพื่อถอยเข้าช่องจอดแทนคุณ นอกจากนี้ กล้องมองรอบคัน 360 องศา ยังช่วยให้ทุกการถอยจอดหรือหลบหลีกสิ่งกีดขวางเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

  1. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานี ขับรถลงใต้ไปสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานี ภายในประดิษฐานองค์พระหมอ หรือโจ๊วซูกง เทพเจ้าที่ช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ เหมาะแก่ผู้ที่กำลังมีปัญหาสุขภาพ และองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ให้โชคลาภและพรด้านการค้าขาย รวมถึงเทพเจ้าองค์อื่นๆ อีกมากมาย ลดความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกลได้ง่ายๆ ด้วยระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง อีกขั้นของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายทั้งจากสภาพการจราจรติดขัดและการเดินทางระยะไกล

ซินแสเอกยังปิดท้ายว่า การทำบุญแก้ปีชงนั้นสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่และความสะดวกของแต่ละบุคคล เนื่องจากสถานที่ที่กล่าวมาล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยเสริมและปรับดวงท่านได้เช่นเดียวกัน ฟอร์ดขอเสริมว่านอกจากการทำบุญเพิ่มความอุ่นใจด้วยการเสริมดวงแก้ปีชงกันแล้ว ก็อย่าละเลยการขับรถอย่างปลอดภัย พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัยตลอดปีกระต่ายทอง