Home Blog Page 252

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จปี 2565 ด้วยยอดขาย 11,616 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน xEV พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่กับยอดขายและส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 5 รุ่น ได้แก่ HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ในปี 2565 รวมทั้งสิ้น 11,616 คัน เติบโตขึ้นจากยอดขายปี 2564 ถึง 214 เปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งเป็น HAVAL H6 Hybrid SUV 4,135 คัน HAVAL JOLION 3,155 คัน และ ORA Good Cat 4,326 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายและส่งมอบในเดือนธันวาคมถึง 1,610 คัน สร้างสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ HAVAL H6 Hybrid SUV ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดคอมแพ็คเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่ถึง 12 เดือนติดต่อกัน และ ORA Good Cat ยังทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ล่าสุด มีผู้ใช้งาน GWM Application มากกว่า 126,825 ราย และมีผู้ติดตามข่าวสารบนโซเชียลมีเดียของแบรนด์ในทุกช่องทางรวมมากกว่า 1.1 ล้านคน ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งพร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์อัจฉริยะออกสู่ท้องถนนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

ปิดไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาด้วยความสำเร็จอย่างสง่างามอีกครั้งเมื่อ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถกวาดยอดขายและส่งมอบรถยนต์ในเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2565 ไปได้กว่า 3,522 คัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่มียอดขายและส่งมอบจำนวน 2,875 คัน ถึง 23 เปอร์เซ็นต์ และเติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 37 เปอร์เซ็นต์ นำโดย HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์คอมแพคเอสยูวีติดต่อกันเป็นระยะเวลาถึง 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2565) และในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 รถยนต์รุ่นดังกล่าวมียอดขายรวม 1,188 คัน ส่งผลให้นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 จนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นดังกล่าวให้กับแฟนๆ ชาวไทยไปแล้วทั้งสิ้น 6,776 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขายและส่งมอบในปี 2565 จำนวน 4,135 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายและส่งมอบของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งได้เริ่มทยอยส่งมอบไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 233 คัน

เช่นเดียวกันกับเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat ซึ่งยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้เข้ามาปลุกกระแสและสร้างความคึกคักให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยสามารถกวาดยอดขายและส่งมอบในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2565 ได้กว่า 1,361 คัน เติบโตจากไตรมาส 4 ของปี 2564 ถึง 195 เปอร์เซ็นต์ โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ ORA Good Cat ออกไปโลดแล่นบนท้องถนนทั่วประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 4,788 คัน คิดเป็นยอดขายและส่งมอบในปี 2565 จำนวน 4,326 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายและยอดส่งมอบของ ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตจำนวน 186 คัน ตอกย้ำความร้อนแรงของ ORA Good Cat และสะท้อนความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภค

ขณะที่เจ้าสิงโตอารมณ์ดี HAVAL JOLION Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยและสมรรถนะโดดเด่นพร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การขับขี่หลากหลายรูปแบบ มียอดขายและส่งมอบในช่วงไตรมาส 4 รวมกว่า 973 คัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ถึง 67 เปอร์เซ็นต์ และเติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 62 เปอร์เซ็นต์ โดยล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถส่งมอบเจ้าสิงโตอารมณ์ดีให้กับลูกค้าชาวไทยไปแล้วทั้งสิ้น 3,754 คัน เป็นยอดขายและส่งมอบในปี 2565 รวม 3,155 คัน โดยในเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ HAVAL JOLION Hybrid SUV ไปทั้งสิ้น 549 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายและส่งมอบรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ได้เริ่มส่งมอบมาตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของ HAVAL JOLION Hybrid SUV ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยที่ชื่นชอบรถยนต์เอสยูวีที่มีความกว้างขวาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายทั้งด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

นอกจากความสำเร็จอย่างท่วมท้นด้านยอดขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังประสบความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่มีจำนวนผู้ติดตามในแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตรวดเร็วที่สุดของวงการยานยนต์ไทยในขณะนี้ การันตีด้วยจำนวนผู้ใช้งาน GWM Application มากกว่า 126,825 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2564 กว่า 76,456 ราย โดยมีจำนวนผู้ใช้รายวันที่เข้ามาใช้บริการแอปพลิเคชั่น (Daily Active Users) มากกว่า 11.5 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า 14,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีจำนวนผู้ติดตามข่าวสารบนโซเชียลมีเดียรวมมากกว่า 1.1 ล้านคนในทุกช่องทางทั้ง Facebook, TikTok, Instagram, Twitter และ YouTube นำโดย Facebook (GWM Thailand, HAVAL Thailand และ ORA Thailand) ที่มียอดผู้ติดตามรวมกันเกือบ 800,000 คน และ TikTok (GWM Thailand, HAVAL Thailand และ ORA Thailand) ที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 300,000 คน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งด้านยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่มอบให้กับเรามาโดยตลอดนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เราขอขอบคุณทุกการสนับสนุนซึ่งเปรียบเสมือนพลังที่ช่วยผลักดันให้เรามุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพรวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคมาจนถึงทุกวันนี้ โดยในปี 2566 เป็นต้นไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงรับฟังทุกเสียงจากผู้บริโภคเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่เหนือระดับยิ่งขึ้น สร้างสรรค์กิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ตลอดจนสานต่อพันธกิจที่จะนำรถยนต์อีก 4 รุ่นเข้ามาเปิดตัวเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับตลาดเมืองไทย”

นอกจากนี้ ในปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เดินหน้าขยายเครือข่าย GWM Store ทั้งแบบ Direct Store และ Partner Store ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น จากสิ้นปี 2564 เรามีจำนวน GWM Store ทั้งสิ้น 30 แห่งทั่วประเทศ ณ สิ้นปี 2565 มี GWM Store ที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วรวมทั้งสิ้น 80 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดดำเนินการไปแล้ว 62 แห่ง และกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 18 แห่ง

ด้านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการขยายสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (DC) เราได้เร่งดำเนินการแต่งตั้งผู้ดำเนินการสถานีชาร์จได้ครบ 55 แห่งตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานร่วมกับ Partner Store โดยมีสถานีชาร์จที่ได้ทำการก่อสร้างและติดตั้งระบบ รวมถึงจะเริ่มทยอยเปิดดำเนินการได้ทั้งสิ้น 7 แห่งในเดือนมกราคม 2566 นี้ สถานีชาร์จประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็วที่ GWM Partner Store นี้ มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 120 กิโลวัตต์ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงตลอดทั้ง 7 วัน และให้บริการแก่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ทุกรุ่นทุกยี่ห้ออีกด้วย

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังสามารถทำผลงานด้านยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยมบนเวทีระดับนานาชาติด้วยยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2565 จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,067,523 คัน สร้างปรากฏการณ์แบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายเกิน 1 ล้านคันต่อปีติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายรถยนต์ในตลาดต่างประเทศทั้งสิ้น 173,180 คัน เพิ่มขึ้นจากในปีก่อนหน้าถึง 21.28% โดยในจำนวนยอดขายทั้งหมดทั่วโลกเป็นรถยนต์จากแบรนด์ HAVAL จำนวน 616,550 คัน แบรนด์ ORA จำนวน 103,996 คัน และแบรนด์ TANK 123,881 คัน

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทย พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“เบนซ์ไพรม์มัส” มอบความเฮง! ฉลองตรุษจีน ปีกระต่ายทอง รับฟรี! “ทองคำ” ในงาน Primus Chinese New Year Lucky Days 2023

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” มอบความเฮง! ฉลองตรุษจีน รับปีกระต่ายทอง ยกทัพ Mercedes-EQ, Mercedes-Benz และ Mercedes AMG อวดโฉมในราคาพิเศษ พร้อมรับฟรี! อั่งเปา “ทองคำ” ในงาน Primus Chinese New Year Lucky Days 2023 เฉพาะที่เบนซ์ไพรม์มัส เลียบด่วน วันนี้ ถึง 31 ม.ค.66

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า  ในปีที่ผ่านมา “เบนซ์ไพรม์มัส” ประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่าย และการขยายไลน์ธุรกิจของแบรนด์ยานยนต์ระดับหรู อย่าง  “เมอร์เซดส-เบนซ์” ให้เติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น อันสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเราอย่างต่อเนื่องโดยตลอด

ดังนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและมอบความไว้วางใจในการบริการ ทั้งร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีกระต่ายทอง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงได้จัดงาน  Primus Chinese New Year Lucky Days 2023 โดยนำเสนอรถยนต์คุณภาพทั้ง Mercedes-EQ, Mercedes-AMG และ Mercedes-EQS ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมรับมอบแคมเปญ ฟรี! อั่งเปา “ทองคำ” และลุ้นรับ Primus Premium Gilt สำหรับลูกค้าที่สั่งจองเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นต่างๆ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ม.ค.ศกนี้

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับการจัดงาน Primus Chinese New Year Lucky Days 2023 นับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกของปีนี้ โดยเราเน้นการตกแต่งและสร้างสีสันให้โชว์รูมให้สดใสและสวยงามในแบบ Chinese Style เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกชมและเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับลักชัวรีอย่าง Mercedes-Benz

ภายในงานได้จัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz หลายหลายรุ่น ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Mercedes-EQ ในรุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ควบคู่กับรถยนต์ Hi Performance ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในไทยเท่านั้น อย่าง  Mercedes – AMG GT R และสปอร์ตคูเป้สุดเท่ห์ อย่าง  Mercedes-AMG C43 Coupe Special EDITION

นอกจากนี้ ยังมีรถเอนกประสงค์สมรรถนะสูงให้เลือกเป็นเจ้าของอีกมากมายในราคาสุดพิเศษ อาทิ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupe AMG Dynamic รวมทั้งรถซีดานและรถสปอร์ตคูเป้ อย่างรุ่น Mercedes-Benz C 200 Coupe AMG Dynamic, Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic และ Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde/AMG Dynamic เป็นต้น

พร้อมพบกับข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงต้นปีกับแคมเปญสุดพิเศษ รับมอบความเฮง! กับ 3 ชุดอั่งเปา ได้แก่

เฮงที่ 1 :  รับอั่งเปา   Primus Souvenir ของที่ระลึกต้อนรับปีกระต่าย  เมื่อทดลองขับรถยนต์ ที่โชว์รูมเบนซ์ไพรม์มัส

เฮงที่ 2 : ลุ้นรับอั่งเปา Primus Premium Gift เมื่อจองรถยนต์ ภายในงานดังกล่าว

เฮงที่ 3 : รับอั่งเปา “ทองคำ” ฟรี เมื่อสั่งจองและรับมอบรถยนต์ที่ร่วมรายการ ภายในวันที่ 31 ม.ค.66

พิเศษ! เฉพาะ Mercedes-Benz GLC และ Mercedes-Benz E300e (รุ่นที่ร่วมรายการ) เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ฟรี MBSP 5 ปี พร้อมประกันภัย ชั้น 1 นาน 3 ปี หรือเลือกรับ MBSP นาน 8 ปี พร้อมประกันภัยชั้น 1

อย่าพลาด! งาน “Primus Chinese New Year Lucky Days 2023”  เริ่มวันนี้ ถึง 31 ม.ค.ศกนี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา สนใจสอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 02 095 5555 หรือ LINE @benzprimus

มินิประเทศไทยสานต่อแนวคิด ‘MINI BIG LOVE’ ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมส่งมอบสิ่งดีๆ แก่ชุมชนผ่านหลากหลายกิจกรรม

0

แนวคิดด้านความยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจจากทุกแวดวงธุรกิจทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแค่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเท่านั้น การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชน สิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ มินิ ประเทศไทย มุ่งเน้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี 2565 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด ‘BIG LOVE’ สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการเปิดรับทุกความคิดด้วยทัศนคติเชิงบวก พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมส่งต่อความรักและสิ่งดีๆ ให้กับผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อมและโลกผ่านกิจกรรม BIG LOVE for the People และ BIG LOVE for the Planet

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับตั้งแต่ปี 2564 มินิ ประเทศไทยจัดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด ‘BIG LOVE’ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ‘BIG LOVE for the People’ การส่งต่อความห่วงใยและความสุขให้กับผู้คนและชุมชนโดยรอบ และ ‘BIG LOVE for the Planet’ มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ให้ลูกค้าผู้ใช้รถมินิ และสื่อมวลชนในไทยได้ร่วมกันสร้างการตระหนักรู้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของมินิที่มุ่งพัฒนายนตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนที่จะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า และหยุดผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันภายในปี พ.ศ. 2573”

ภายใต้แนวคิด ‘BIG LOVE’ มินิ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมใหญ่แห่งปีเพื่อมุ่งส่งต่อความรักและพลังบวกซึ่งถ่ายทอดภายใน MINI EXPO 2022 ด้วย ‘BIG LOVE for The City’ มอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วยช็อกโกแลตจากร้าน 60 Plus Bakery & Cafe ซึ่งผลิตโดยผู้พิการ ‘BIG LOVE for Every Inspiration’ ด้วย การนำเสนอแรงบันดาลใจของไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายผ่านฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์มินิ คันทรีแมน รวมถึงงาน MINI United รวมพลคนรักมินิแห่งปี ซึ่งจัดขึ้น ณ ไร่ทองสมบูรณ์คลับ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้มาร่วมส่งต่อพลังบวกให้แก่กันผ่านกิจกรรมสุดสนุกสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ปิ้ง งานคราฟต์และงานประดิษฐ์

สำหรับกิจกรรม ‘BIG LOVE for the People’ เริ่มด้วย MINI BIG LOVE Story in Nan ที่นำผู้เข้าร่วมทริปเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชาวชุมชนบ้านก่อก๋วง ตำบลบ่อเกลือใต้ ที่รักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมในชุมชนกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การทอผ้าทอโบราณ หัตถกรรมผ้าทอลายไทลื้อและผ้าย้อมสีธรรมชาติ โดยยังได้ร่วมกันสนับสนุนอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษา ของใช้จำเป็นให้แก่ชุมชน พร้อมมอบอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมและพัฒนาอาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงอีกด้วย

‘BIG LOVE for the Planet’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นซีรีส์ โดยนำลูกค้าผู้ใช้รถมินิ ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการศึกษาและเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ใน MINI BIG LOVE Story in Khao Kho ณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีไฮไลต์ที่การเรียนรู้การป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศของภาคเหนือที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า MINI BIG LOVE Story in Amphawa ณ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม การกิจกรรมพายแพดเดิลบอร์ดเก็บขยะในคลองอัมพวา สร้างความตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวชุมชนริมน้ำ และ MINI BIG LOVE Story in Koh Tao ณ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับเวิร์คชอปเรียนรู้การทำซ้งปลา ทุ่นที่อยู่อาศัยเทียมของปลาในทะเลที่ประดิษฐ์จากทางมะพร้าวและเชือก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวประมงในพื้นที่ การร่วมเก็บขยะบนชายหาดกับกลุ่ม Trash Hero บนเกาะพะงัน นอกจากนี้ มินิ ประเทศไทยยังได้ร่วมสนับสนุนต้นกล้ารวม 10,000 ต้นจากการจองรถมินิภายในงาน MINI EXPO 2022 และยังได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าของมินิ ที่มารวมตัวกันช่วยกันขนต้นไม้ไปปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครอีกด้วย

และการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ มินิ ประเทศไทยยังคงเดินหน้าร่วมส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘MINI BIG LOVE’  ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘Small people can change the world’ – แม้ว่าเราจะเป็นคนตัวเล็กๆ แต่หากเราร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่โลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน

จีดับบลิวเอ็มดันกลยุทธ์ระดับโลกปี 2566 เปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่นในงานกวางโจว ออโต้ โชว์

0
Accelerating its 2023 global strategy, GWM Debuts at Guangzhou Auto Show with Multiple NEVs

จีดับบลิวเอ็ม (GWM) ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นต่าง ๆ อย่างเต็มรูปแบบ อาทิ เวย์ หลานซาน-พีเอชอีวี (WEY Lanshan-PHEV), ฮาวาล เอช-ด็อก (HAVAL H-DOG), โพเออร์-ชานไห่ (POER-Shanhai) และแทงก์500 พีเอชอีวี (TANK500 PHEV) (ชื่อที่ใช้ในตลาดจีน) ที่งานมหกรรมกวางโจว ออโต้ โชว์ (Guangzhou Auto Show) ครั้งที่ 20 พร้อมเปิดเผยแผนงานระดับโลกในอนาคต

ภายในงานมหกรรมนี้ เวย์ หลานซาน-พีเอชอีวี รถเอสยูวีอัจฉริยะขนาด 6 ที่นั่งระดับเรือธงรุ่นแรก ได้เผยโฉมครั้งแรกสู่สายตาคนทั่วโลก พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นเวย์ คอฟฟี่ 01 (WEY Coffee 01), คอฟฟี่ 02 (WEY Coffee 02), ฮาวาล เอช6 เอ็นอีวี (HAVAL H6 NEV) และฮาวาล เอช-ด็อก พีเอชอีวี ซึ่งได้รับการเปิดตัวเช่นกัน นอกจากนี้ จีดับบลิวเอ็มยังได้อวดโฉมแทงก์500 พีเอชอีวี รถยนต์เอสยูวีออฟโร้ดพลังงานใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ออฟโร้ดซูเปอร์ไฮบริดที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น รวมถึงรถยนต์จีดับบลิวเอ็ม โอรา ซีรีส์ (GWM ORA) ที่ดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนด้วยฟังก์ชันอัจฉริยะและการออกแบบอย่างมีสไตล์

ขณะเดียวกัน โพเออร์-ชานไห่ รถกระบะขนาดใหญ่ดีไซน์เฉี่ยวสมรรถนะสูง ก็ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อมอบประสบการณ์ความเป็นไปได้ในการขับขี่รถกระบะที่ไม่รู้จบ โดยคุณจาง เหาเป่า (Zhang Haobao) ซีอีโอของจีดับบลิวเอ็ม ปิ๊กอัพ (GWM Pickup) เปิดเผยว่า รถกระบะรุ่นนี้จะมีทั้งแบบไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยในอนาคต จีดับบลิวเอ็ม ปิ๊กอัพ จะมุ่งเน้นไปที่การผลักดันผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานใหม่ออกสู่ตลาดโลก และสร้างเครือข่ายที่ประกอบด้วยรถกระบะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว รถกระบะไฮบริด และรถกระบะพลังงานไฮโดรเจน และก้าวสู่การเป็นรถกระบะที่มีความก้าวล้ำเหนือใคร

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า จีดับบลิวเอ็มได้เริ่มเดินหน้าแผนกลยุทธ์ระดับโลกในปี 2566 และเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการขับขี่อัจฉริยะที่ปล่อยคาร์บอนต่ำในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยแรงขับเคลื่อนจากระบบนิเวศแบบป่าไม้ (Forest Ecosystem) จีดับบลิวเอ็มได้สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่มีความได้เปรียบด้านพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอัจฉริยะ จีดับบลิวเอ็มมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน และสร้างระบบพลังงานสะอาดบนพื้นฐานของความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งครอบคลุมระบบไฮบริด ระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และระบบพลังงานไฮโดรเจน

คุณมู่ เฟิง (Mu Feng) ประธานของจีดับบลิวเอ็ม ได้ชี้ให้เห็นว่า จีดับบลิวเอ็มจะยังคงเดินหน้าทดลองและอัปเกรดรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากขึ้น เพื่อส่งเสริมกระบวนการเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานใหม่อย่างเต็มที่ รวมถึงจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่แตกต่างกัน และวางแผนตีตลาดโลกได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

เมื่อต้องเผชิญกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านยานยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก จีดับบลิวเอ็มจึงได้เปิดตัวกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก “วัน จีดับบลิวเอ็ม” (ONE GWM) ในปี 2565 และลงสนามแข่งในตลาดโลกอย่างจริงจัง ในแนวทางกลยุทธ์ใหม่นี้ จีดับบลิวเอ็มจะยังคงให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นหลัก และสร้างรถยนต์พลังงานใหม่ประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และจะทำอย่างเต็มที่เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางแบบใหม่ที่ชาญฉลาด เป็นส่วนตัว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ผู้บริโภคทั่วโลก

จีดับบลิวเอ็มจะเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2568 ตามแผน “กลยุทธ์ปี 2568” (2025 Strategy) และจะลงทุนรวม 1 แสนล้านหยวนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยจีดับบลิวเอ็มจะเสริมสร้างค่านิยมในการเดินทางอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายของการเป็นบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก

นักแข่งทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ บิลลี่ จอห์นสัน ควบฟอร์ด เรนเจอร์ คว้าแชมป์ในการแข่งขัน Pickup Solo 40 รายการ Idemitsu 1500 Super Endurance 2022

0

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้ร่วมมือกับออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต เชิญบิลลี่ จอห์นสัน นักแข่งรถระดับโลกจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เข้าร่วมการแข่งในรุ่น Pickup Solo 40 ด้วยรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ในการแข่งรถรายการ Idemitsu 1500 Super Endurance 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระยะยาวรายการ Idemitsu 1500 Super Endurance เป็นหนึ่งในรายการที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเอเชีย โดยในซัพพอร์ตเรซรายการ Pickup Solo 40  มีรถกระบะร่วมลงแข่งแบบเอนดูรานซ์ในสนามถึง 19 คัน โดยบิลลี่ จอห์สัน นักแข่งรถซูเปอร์คาร์มือโปรที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติมาแล้วหลายสนาม ได้ร่วมประเดิมการแข่งรถกระบะเป็นครั้งแรกในรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 55 ที่พัฒนาและปรับแต่งโดยทีม ออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต ก่อนจะจบการแข่งขันไปด้วยชัยชนะอันดับ 1 ด้วยเวลา 40:39.043 แม้จะควอลิฟายก่อนเริ่มลงแข่งในอันดับที่ 2

“การแข่งขันรายการรถกระบะครั้งแรกในรถฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ผมรู้สึกประทับใจที่ได้ทำงานร่วมกับทีมออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นพันธมิตรของฟอร์ดในการพัฒนารถกระบะแข่งในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ผมประทับใจในเสถียรภาพของระบบควบคุมการทรงตัวของรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 55 เป็นอย่างมาก รางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของทีม FTR และพันธมิตรของฟอร์ดในการพัฒนาสมรรถนะและความทนทานของรถฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อการแข่งขัน” บิลลี่ จอห์นสัน กล่าว

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งในการพัฒนารถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงนักแข่งมืออาชีพที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากสนามแข่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการทดสอบความทนทานของรถยนต์มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่ทีม FTR เพิ่งปิดฤดูกาลแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ นอกจากนี้ ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต ยังได้มีโอกาสพูดคุยและนำความรู้จากนักแข่งระดับโลกมาใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อลงแข่งอีกครั้งในปีนี้”

บิลลี่ จอห์นสัน เป็นนักแข่งรถมืออาชีพที่มีความชำนาญในการแข่งรถซูเปอร์คาร์มากว่า 17 ปี และยังเป็นหนึ่งในนักแข่งรถที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งรายการ IMSA Michelin Pilot Sport Challenge บิลลี่ยังเคยเป็นนักแข่งทีมโรงงานให้กับฟอร์ดในการแข่งขันเลอมังส์ ภายใต้ทีมฟอร์ด ชิพ กานาสซี เรซซิ่ง ยูเค (Ford Chip Ganassi Racing UK) ในรถ ฟอร์ด จีที หมายเลข 66 ซึ่งนอกจากการแข่งรถแล้ว บิลลี่ยังรับงานที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมให้กับทีมแข่ง NASCAR Cup และยังเป็นนักพัฒนาและทดสอบรถที่ฟอร์ดผลิตเพื่อวางจำหน่ายหลายรุ่น รวมถึงรถฟอร์ดมัสแตง และฟอร์ด จีที

“เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล” แชมป์โลกโกคาร์ทชาวไทย ฉายแววระดับโลก “เรดบูล” เซ็นร่วมทีมปูเส้นทางสู่ “ฟอร์มูล่าวัน”

0

“เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล” ยอดนักขับไทยวัย 13 ปี จารึกประวัติศาสตร์ “เด็กไทย” คว้าแชมป์โลกรถคาร์ทฤดูกาล 2022 รุ่นจูเนียร์ พร้อมสร้างความฮือฮาเป็นนักขับ “ไทยแท้” คนแรกที่ได้รับสัญญาเข้าร่วมทีมเวิลด์คลาสอย่าง “เรดบูล จูเนียร์” ซึ่งปั้นนักแข่งฟอร์มูล่าวันระดับแชมป์โลกมามากมาย เจ้าตัวเผยสุดภูมิใจสร้างชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ “คนไทย” ตั้งเป้าอีก 4 ปีขยับขึ้นสู่ฟอร์มูล่าทู และฝันเป็นนักขับรถสูตรหนึ่งสัญชาติไทยคนต่อไป

หลังสร้างผลงานระดับมาสเตอร์จนคว้าแชมป์โลกรถคาร์ทรุ่น จูเนียร์ มาครองในฤดูกาล 2022 ชื่อของ เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล นักขับดาวรุ่งชาวไทยวัย 13 ปี ก็ถูกกล่าวถึงอย่างมากในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก ด้วยฟอร์มดุดัน สัญชาตญาณแห่งการเอาชนะ และวินัยในการแข่งขัน นักขับไทยวัย 13 ปี ยังได้รับสัญญาเข้าร่วม “เรดบูล จูเนียร์” โปรแกรมที่ผลักดันนักขับมากมายสู่ฟอร์มูล่าวัน ไม่ว่าจะเป็น มักซ์ เวอร์สแท็พเพ่น แชมป์โลก 2 สมัยชาวดัตช์ และนักขับไทยอย่าง อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ ที่ปัจจุบันแข่งให้กับ วิลเลียมส์ เรซซิ่ง รวมถึงนักขับชื่อดังอย่าง เซบาสเตียน เวทเทล แชมป์โลก 4 สมัยชาวเยอรมัน, แดเนียล ริคคิอาร์โด ยอดนักขับออสเตรเลียน, ปิแอร์ แกสลีย์ นักขับชาวฝรั่งเศส และ คาร์ลอส ซายน์ซ นักขับสแปนิชจาก เฟอร์รารี่ โดยนักขับเหล่านี้ล้วนสร้างชื่อเสียงกับ เรดบูล เรซซิ่ง และ อัลฟาทาวรี (ชื่อเก่า สคูดิเรีย โทโรรอสโซ)

สัญญาที่ดาวรุ่งชาวไทยได้รับหลังเข้าพบ ดร.เฮลมุตต์ มาร์โก ที่ปรึกษาระดับสูงของ  เรดบูล เรซซิ่ง ระบุว่าเป็น “จำนวนหลายปี” นั่นหมายความว่า “เอ็นโซ่” ถูกหมายมั่นปั้นมือในระยะยาวกับทีมนี้ หรืออาจมองไปไกลถึง ฟอร์มูล่าวัน

ล่าสุด เอ็นโซ่ เดินทางกลับสู่เมืองไทยพร้อมครอบครัว (คุณพ่อ-คุณแม่) เพื่อเยี่ยมบ้านเกิด ซึ่ง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แผนกมอเตอร์สปอร์ต โดยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต ได้จัดงานพบปะพร้อมเชิญสื่อมวลชนไทยเข้าสัมภาษณ์พิเศษในงาน “Enzo Meets The Press” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับ คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีด้วย

เอ็นโซ่ ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกรถคาร์ทรุ่น จูเนียร์ มาครองได้ในปี 2022 เปิดเผยว่า “เราใช้เวลานานมากครับกับเส้นทางที่ผ่านมา ผมภูมิใจมากที่ชนะใน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ภายใต้ธงชาติไทย และเป็นนักขับเชื้อสายไทย  มันเป็นความภูมิใจนะครับ เพราะว่าน้อยครั้งที่จะมีคนไทยแข่งในระดับโลก และในต่างประเทศ ผมดีใจมากที่ได้แสดงให้ชาวต่างชาติเห็นว่า “คนไทย” ก็ขับรถเก่ง พอเราไป เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เรากำลังทำให้ทุกคนทั่วโลกเห็นว่าประเทศของเราของเรามีศักยภาพแค่ไหน”

เอ็นโซ่ เปิดเผยถึงการต่อสู้ในเวทีรถคาร์ทชิงแชมป์โลกว่า “ปีนี้ 1 ใน 7 คน สามารถที่จะชนะในรอบไฟนอล ซึ่งมันเป็นการแข่งขันที่สูงมาก มีคนสู้กับเราเยอะ มันยากมาก นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ผมถึงต้องเอาชีวิตทั้งหมดไปทุ่มเทกับโกคาร์ท เราต้องเอาเวลาทั้งวันเพื่อเตรียมตัวสำหรับชัยชนะ”

ขณะเดียวกัน นักขับไทยวัย 13 ปี กล่าวถึงเป้าหมายหลังจากคว้าแชมป์โลกรถคาร์ทในปี 2022 ว่า “เป้าหมายหลักๆ ของเราคือการชนะ และผมอยากชนะใน ฟอร์มูล่าวัน เพราะว่านั่นคือเวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลก นักแข่งที่เก่งที่สุดของโลกก็อยู่ที่ ฟอร์มูล่าวัน พอเราเริ่มชนะในเมืองไทย ก็มองไปถึงยุโรป ค่อยมองต่อไปในเวทีโลก จากนั้นผมก็มองไปถึง ฟอร์มูล่าโฟร์, ฟอร์มูล่าทรี, ฟอร์มูล่าทู และแน่นอนว่าทุกคนอยากไต่ขึ้นไปให้ถึง ฟอร์มูล่าวัน แต่ก็ต้องค่อยๆ ขยับขึ้นไปตามลำดับของ มอเตอร์สปอร์ต”

หากเปรียบเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน เอ็นโซ่ นับเป็นนักกีฬาระดับเยาวชนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ทั้งในการฝึกซ้อมและเรียนที่ต้องทำในช่วงเวลาเดียวกัน

“บางคนคิดว่าอาจจะหนักไปนะครับ… แต่สำหรับ เอ็นโซ่ คิดว่ายิ่งหนักยิ่งชอบ เพราะบางคนจะคิดว่าพอมันหนักเกินไป… เค้าจะทำได้ไหม? จะผ่านได้หรือเปล่า? ผมเลยเอาสิ่งนี้มาแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ กดดันแค่ไหน เราก็ต้องทำให้ได้ เพื่อไปถึงเป้าหมาย”

ทั้งนี้ เอ็นโซ่ กล่าวถึง “แบบอย่าง” ในการเป็นนักแข่งรถของตนเองว่า “ผมชื่นชอบ มักซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ครับ (Max Verstappen) เพราะว่าเขาดุดันมาก แต่ว่าผมก็ชอบพี่อเล็กซ์ (อเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์) เหมือนกัน เพราะว่าพี่อเล็กซ์ คือคนไทยที่ไปถึง ฟอร์มูล่าวัน เหมือน พระองค์เจ้าพีระฯ พี่อเล็กซ์ เป็นเหมือนแบบอย่างของผมนะครับ ผมอยากทำให้ดีเหมือนพี่อเล็กซ์ หรือทำให้ได้ดีกว่า”

นอกจากนี้ เอ็นโซ่ ซึ่งสร้างผลงานอย่างโดดเด่นในเวทีรถคาร์ทระดับโลก และฉายแววเตะตายอดทีมแชมป์โลกรถสูตรหนึ่งอย่าง “เรดบูล เรซซิ่ง” จนได้รับการเซ็นสัญญาเข้าร่วมโครงการ “เรดบูล จูเนียร์” ด้วยสัญญาระยะยาว รายงานระบุว่า ดร.เฮลมุตต์ มาร์โก ที่ปรึกษาระดับสูงของ เรดบูล เรซซิ่ง ประทับใจในตัว เอ็นโซ่ อย่างมาก หลังได้พบเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในเรื่องทัศนคติสำหรับการแข่งขัน และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนักขับอาชีพ ก่อนจะมีการเซ็นสัญญาดังกล่าว

สำหรับ “เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล” เป็นเด็กไทยที่มีสายเลือดไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์คนแรกที่ได้เซ็นสัญญาร่วมทีม “เรดบูล จูเนียร์” ทีมแข่งรถระดับโลก โดยมีการร่วมเซ็นสัญญาขึ้นที่เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา

ภายใต้การเซ็นสัญญาดังกล่าว เรดบูล จูเนียร์ จะก้าวเข้ามาสนับสนุนและดูแลในเรื่องของการฝึกซ้อม โปรแกรมพัฒนาการขับ การหาทีมแข่งที่เหมาะสม และการดูแลการแข่งขันของ เอ็นโซ่ ในฤดูกาลหน้าทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นนักขับอาชีพในรุ่น ฟอร์มูล่าโฟร์ (F4) และรุ่นอื่นๆ ตามลำดับขั้นอย่าง ฟอร์มูล่าทรี (F3), ฟอร์มูล่าทู (F2) และความฝันสูงสุดอย่าง ฟอร์มูล่าวัน (F1) ในอนาคตต่อไป

เอ็นโซ่ กล่าวถึงการได้ก้าวไปอยู่ในสังกัด “เรดบูล จูเนียร์” ว่า “วันนี้ใส่เสื้อ เรดบูล มาก็ภูมิใจมากครับ เพราะถ้าพูดถึงทีมฟอร์มูล่าวัน เรดบูล คือทีมที่ดีที่สุดและมีรถเร็วที่สุดในมอเตอร์สปอร์ต เราต้องมุ่งมั่นสู้ต่อไปครับ ต้องคิดถึงอนาคต และแสดงศักยภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็น”

ส่วนเส้นทางที่นักขับวัย 13 ปี วางไว้สำหรับอนาคตของตนเองในทางเดินสายมอเตอร์สปอร์ตนั้นไม่ต่างจากนักขับระดับแชมป์โลกทุกคน โดย เอ็นโซ่ กล่าวว่า “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ อีก 4 ปีนับจากนี้ เอ็นโซ่ อยากจะแข่ง ฟอร์มูล่าทู ให้ได้ในอายุ 17 ปี เรดบูล ก็คุยกับเราหลายอย่าง ผมคิดว่าถ้าผมเก่งพอ ผมจะไปถึง ฟอร์มูล่าวัน ได้กับ เรดบูล ซึ่งเราจะได้เห็นกันครับ ผมฝันไว้ว่าวันหนึ่งเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย จะมีแฟนๆ มาต้อนรับที่หน้าเกตในสนามบิน และในวันนั้นผมจะได้ขับใน ฟอร์มูล่าวัน ครับ” เอ็นโซ่ ทิ้งท้าย

สำหรับ เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล เริ่มต้นขับรถคาร์ทครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี ก่อนจะเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตครั้งแรกในปี 2016 ตอนอายุ 6 ปี กับการแข่งขันรถคาร์ทระดับยุวชนรายการ โตโยต้า จูเนียร์ โกคาร์ท 2016 (Toyota Junior Gokart 2016) โดยในปี 2017 สามารถคว้าแชมป์ประจำปีในรายการ ซูเปอร์คาร์ทไทยแลนด์ รุ่น Super BNB และรองแชมป์ประจำปีในรุ่น Cadet A

จากนั้นในปี 2018 เริ่มแข่งในระดับเอเชียและยุโรป ก่อนจะเดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง จนคว้าแชมป์โลกในรายการชิงแชมป์โลกรุ่น จูเนียร์ (Junior World Champions) ในปี 2022 โดยในฤดูกาล 2023 เอ็นโซ่ จะลงแข่งขันในศึกรถคาร์ทระดับยุโรปและระดับโลก โดยจะขยับขึ้นสู่รุ่น ซีเนียร์ และวางแผนทดสอบรถแข่งฟอร์มูล่าโฟร์ เพื่อการไต่ขึ้นสู่การแข่งขันรถสูตรในปีต่อไป

เนต้า ออโต้ ส่งมอบรถทะลุหลัก 150,000 คันในปี 2565 เพิ่มขึ้น 118% เทียบรายปี ดันยอดส่งมอบสะสมเฉียด 250,000 คัน

0
(PRNewsfoto/Hozon New Energy Automobile)

เนต้า ออโต้ (Neta Auto) สตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน คืบหน้าอย่างเป็นระบบในปี 2565 โดยได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในแง่ของการทำแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ยอดขาย เทคโนโลยี ช่องทาง และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อเดินหน้าสร้างสถิติและความก้าวหน้าใหม่ ๆ ซึ่ง ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 เนต้า ออโต้ ได้ประกาศข้อมูลยอดขายประจำปี 2565 โดยทางแบรนด์ขายรถได้ 152,073 คันในปี 2565 เพิ่มขึ้น 118% เทียบรายปี (YoY) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 29 ติดต่อกันเมื่อเทียบเป็นรายปี นอกจากนี้ เนต้า ออโต้ ยังก้าวขึ้นเป็นสตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายแรกที่ขายรถทะลุหลัก 150,000 คันในปีเดียว และในจำนวนนี้ส่งมอบให้ลูกค้าในต่างประเทศไป 3,456 คัน และนับจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2565 เนต้า ออโต้ ส่งมอบรถรวมกันทั้งสิ้น 248,050 คัน โดยใช้เวลาเพียง 8 เดือนในการขายรถ 100,000 คันเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเร็วกว่า 100,000 คันแรกถึงห้าเท่าตัว สร้างสถิติใหม่ในวงการสตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ทั้งนี้ ยอดขายในปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 61% ของยอดขายทั้งหมดที่เนต้า ออโต้ กวาดมาได้นับตั้งแต่ก่อตั้ง สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่

ในปี 2565 เนต้า ออโต้ ได้ส่งมอบรถรุ่นเนต้า ยู (Neta U) ไป 51,021 คัน และเนต้า วี (Neta V) รวม 98,847 คัน เพิ่มขึ้น 155% และ 99% เทียบรายปีตามลำดับ ซึ่งส่งสัญญาณว่า แบรนด์เนต้า ออโต้ กำลังมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นมากในตลาดรถเอสยูวีไฟฟ้าล้วน ขณะที่รถรุ่นเนต้า เอส (Neta S) มียอดส่งมอบ 2,205 คันใน 128 เมืองทั่วประเทศจีน นับตั้งแต่ที่เริ่มส่งมอบรถสปอร์ตรุ่นนี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2565

เนต้า ออโต้ เร่งขยายธุรกิจก้าวไกลทั่วโลก

เนต้า ออโต้ งัดจุดแข็งในการเป็นผู้บุกเบิกและข้อได้เปรียบในภาคยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของจีนมาใช้ โดยได้เปิดตัวกลยุทธ์ “ลุยโลก” ในปี 2565 ทางแบรนด์เลือกเส้นทางที่เหมาะสมในการตีตลาดโลก โดยอาศัยจุดแข็งของตนเองในเรื่องเทคโนโลยีและระบบไฟฟ้า รวมถึงสถานการณ์ในตลาดท้องถิ่น เนต้า ออโต้ ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางกลยุทธ์กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง และได้ยกระดับความพยายามเพื่อตีตลาดอาเซียน ขณะเดียวกันก็รุกพัฒนาตลาดสหภาพยุโรป (EU) ด้วย นอกจากนี้ เนต้า ออโต้ ยังได้ขยายธุรกิจในประเทศแถบตะวันออกกลางบางประเทศ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ตั้งบริษัทสาขาในไทยและหน่วยธุรกิจในยุโรป ทั้งยังเปิดตัวรถรุ่นเนต้า วี และเนต้า ยู เวอร์ชันตลาดต่างประเทศรวม 3 แบบ โดยได้เข้ามาทำธุรกิจในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลางอย่างเต็มตัว

“TOYOTA Dream Car Art Contest 2023” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานฝันปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กไทย ผ่านกิจกรรมการประกวดภาพวาดระบายสีในหัวข้อ “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน” หรือ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023”  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มทักษะการวาดภาพผ่านผลงานศิลปะ สนับสนุนความสามารถเด็กไทยให้    ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก หมดเขตรับสมัคร 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้ 

TOYOTA Dream Car Art Contest เป็นโครงการประกวดวาดภาพ และระบายสีระดับโลกจัดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา และส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ของเยาวชนไทย โดยมุ่งหวังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการผ่านผลงานศิลปะ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างโอกาส และสนับสนุนความสามารถของเยาวชนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก โดยโตโยต้ามุ่งหวังที่จะยกระดับ และเสริมสร้างทักษะของเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปในรูปแบบออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะด้านศิลปะ และการสร้างผลงานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับนักเรียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้พื้นฐานด้านการวาดภาพ และเสริมจินตนาการด้านความคิด ภายใต้หัวข้อ “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน”

การประกวดแบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่

  1. รุ่นระดับอายุไม่เกิน 7 ปี
  2. รุ่นระดับอายุ 8-11 ปี
  3. รุ่นระดับอายุ 12-15 ปี

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสีในหัวข้อ โตโยต้ารถยนต์ในฝัน หรือ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023 ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการสมัคร      ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่  www.dreamcarthailand.com

วิธีการส่งผลงาน        ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dreamcarthailand.com

ระยะเวลารับสมัคร     ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566

การพิจารณาผลงาน

คณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในแต่ละรุ่นจำนวน 3 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 9 ผลงาน ซึ่งจะประกาศผลผู้ชนะการประกวดภาพวาดระบายสีในโครงการ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023” ระดับประเทศในเดือน มิถุนายน 2566

รางวัลการประกวดระดับประเทศ

ผู้ชนะการประกวดทั้ง 3 รุ่น จะได้รับรางวัลดังนี้

  • ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี  
  • ประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการ
  • ทุนการศึกษาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

TOYOTA Dream Car Art Contest เป็นโครงการที่โตโยต้าให้ความสำคัญ และดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรามุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ รวมถึงทักษะทางด้านศิลปะ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดความสนใจในเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ตลอดจนส่งเสริมความสามารถของเยาวชนไทย ให้ก้าวไปสู่เวทีในระดับสากล โดยตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนไทยประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ด้วยการคว้ารางวัลระดับโลกมากถึง 33 รางวัล จากผู้เข้าร่วมประกวดกว่า 80 ประเทศทั่วโลก สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หลังจากที่จบโครงการ โดยการได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาศิลปะที่ตนเองสนใจ และได้รับโอกาสเข้าร่วมการประกวดในเวทีระดับโลก และในปีที่ผ่านมาเราได้ขยายโอกาสให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ได้แสดงทักษะและความสามารถในการวาดภาพ ซึ่งโตโยต้ามีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนไทยมุ่งมั่นทำตามความฝันของตนเอง

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทย สู่พลังแห่งจินตนาการอันยิ่งใหญ่ กับการประกวดวาดภาพระบายสี Toyota Dream Car Art Contest 2023

ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Toyota Dream Car Art Contest
Line OA: @dreamcar2023
หรือ โทร. 096-847-1417

“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนความสุข”

สรยท.มอบของขวัญปีใหม่ 2566 มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิก

0

สรยท.มอบของขวัญปีใหม่ 2566 สมาชิก คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ อนุมัติมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2565 เนื่องจากสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสมาชิกฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงตลอดช่วงเวลา 3 ปี ที่ผ่านมาที่ต้องแบกรับค่าครองที่ชีพสูง หนึ่งในโครงการนี้นับเป็นหนึ่งในของขวัญที่เพิ่มความสุขให้กับสมาชิกและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่ 2566 นี้

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. (Thailand Automotive Journalists Association : TAJA) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย มีมติอนุมัติให้จัดมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจำปี 2565 เนื่องจากปีที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ได้รับการผ่อนคลายจากรัฐบาล สมาคมฯ จึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการของทางราชการอย่างเคร่งครัด จึงไม่สามารถดำเนินโครงการดังกล่าวได้ในปีที่ผ่านมา หลังจากทางการราชการได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แล้ว ทางคณะกรรมการสมาคมฯ ได้นำวาระมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2565 เข้าสู่ที่ประชุมเป็นวาระเร่งด่วน และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินโครงการตามประเพณีปฏิบัติของสมาคมฯ เป็นการเร่งด่วน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับสมาชิกต่อไป

“สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย มีนโยบายมอบทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษาบุตร-ธิดาของสมาชิกสมาคมฯ ปีการศึกษา 2565 ตามประเพณีที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยสมาชิกผู้ขอรับทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเข้ามีส่วนร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็น ประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจกรรมเสวนา/สัมมนา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ให้ส่งเอกสารตอบรับแสดงความจำนงขอรับทุนการศึกษาภายในวันที่ 25 มกราคม 2566” นายวชิระ กล่าว

 

ไทยฮอนด้า ต้อนรับศักราชใหม่ ประเดิมเปิดตัว New PCX160 พรีเมียม เอ.ที. สุดหรู สีใหม่เร้าใจเกินต้าน! พร้อมด้วยรุ่นพิเศษ Midnight Race Edition สุดดุดัน

0

ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดตัว New PCX160 สีใหม่ พรีเมียมเกินคลาส มาพร้อมคอนเซปต์ “New Definition Of Pride นิยามใหม่ของความภูมิใจที่เหนือกว่า” โดดเด่นด้วยสีเทาเฉดใหม่ พร้อมด้วยเบาะทูโทน ให้ลุคสปอร์ตพรีเมียมขั้นสุด สะท้อนความเท่เหนือใคร พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ

New PCX160 ยกระดับความภาคภูมิใจ ลุคสปอร์ตหรูหราเกินต้าน โดดเด่นทุกมิติ นำโดยสีเทาใหม่ที่ลงตัวกับเบาะทูโทนสีเทา-ดำ เพิ่มความหรูหราด้วยเอมเบลม PCX สี Copper มีเอกลักษณ์เหนือใคร (เฉพาะในรุ่น ABS) ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว LED พร้อมด้วยระบบไฟฉุกเฉิน ล้ำหน้าด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 157 ซีซี ขุมพลังที่ดีที่สุดในรถพรีเมียม เอ.ที. ระดับเดียวกัน ให้ทุกการขับขี่สมูท ลื่นไหล ควบคู่ไปกับความประหยัดเต็มขั้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

New PCX160 มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัล บอกข้อมูลครบครันทุกฟังก์ชัน ขับขี่ได้อย่างมั่นใจด้วยระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ที่ช่วยในเรื่องการทรงตัว และป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ ควบคุมการขับขี่ได้ดีเยี่ยมตลอดเส้นทาง ใช้งานสะดวกสบายด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกได้เต็มใบ ที่ชาร์จไฟสำรอง USB Type-C พรีเมียมไปอีกขั้นด้วยกุญแจรีโมตอัจฉริยะ ชุดควบคุมการทำงานที่สั่งงานง่ายเพียงบิดสวิตช์ และ Blue Ring LED สะท้อนความหรูหราอย่างมีระดับ ปลอดภัยขั้นสุดกับดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ล้อหน้า (เฉพาะรุ่น ABS) ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อก เมื่อเบรกกะทันหัน และระบบ Combi Brake (รุ่น Standard) เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก หยุดได้อย่างมั่นใจ

เสริมความเท่ เต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยรุ่นพิเศษ New PCX160 “Midnight Race Edition สปอร์ตดุดัน ท้าทายทุกองศา” ด้วยชุดคู่สีใหม่ Midnight Blue ตัดสลับความเข้มดุดันของสีดำ และเอมเบลม PCX สี Copper พร้อมลายเส้นกราฟิกบ่งบอกความสปอร์ตเร้าใจในทุกมิติ

New PCX160 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว มีให้เลือก 3 รุ่น รุ่นพิเศษ ABS Midnight Race Edition ราคาแนะนำ 93,900 บาท รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 93,400 บาท มีทั้งหมด 2 สี สีแดง-ดำ และสีเทา-ดำ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 87,400 บาท มีทั้งหมด 3 สี สีดำ สีขาว-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ

สัมผัสความสปอร์ตพรีเมียมของ New PCX160 ได้แล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand