Home Blog Page 253

รถใหม่ 2023 เอสยูวีครอสโอเวอร์พลังงานทางเลือก…เต็มตลาด

0
New Cars 2023 Pic Open

เข้าสู่ปี 2023 อย่างเป็นทางการ ทุกครั้งในช่วงต้นปี จะมีการนำเสนอรถยนต์ใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด และก็เป็นประจำเหมือนทุกครั้ง และสำหรับ New Cars 2023 ในปีนี้ทิศทางจะไปอยู่ที่รถยนต์สไตล์เอสยูวีครอสโอเวอร์พลังงานทางเลือกเป็นส่วนใหญ่ แต่รุ่นไหนจะโดนใจคุณ เราได้คัดไฮไลท์ของรถยนต์จากค่ายผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง ยุโรป ญี่ปุ่น และ จีน จัดทำเป็นรายงานพิเศษให้ได้รับชม

BMW X1

ค่ายใบพัดฟ้าขาวนอกจากจะเติมในส่วนของยนตรกรรมไฟฟ้าเข้าสู่ตลาด บีเอ็มดับเบิลยู เตรียมส่ง ครอสโอเวอร์ SUV ขนาดซับคอมแพคท์ BMW X1 รุ่นใหม่ ที่ได้รับการยกระดับมาตรฐานใหม่ทั้งคัน
X1 ใหม่มากับกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ ภาพลักษณ์ล้อไปปกับรุ่นพี่อย่าง BMW X3, X5 รวมถึงรุ่นใหญ่อย่าง BMW X7 ขนาดตัวใหญ่ขึ้นทุกมิติ ความยาวตัวรถ+43 มม. กว้าง +23 มม. สูง +43 มม. ความยาวฐานล้อหน้าถึงหลัง (+23 มม.) รวมถึงระยะแทร็คล้อซ้าย-ขวาที่เพิ่มขึ้น +21 มม.

New Cars 2023 1

New Cars 2023 6

ห้องโดยสารยกระดับอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ทั้งหมด อาทิ จอคู่ทรงโค้ง BMW curved display แยกเป็นมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว, จอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 10.7 นิ้ว, ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด BMW iDrive Operating System 8 เน้นการใช้งานระบบสัมผัสแทนที่การใช้ปุ่มควบคุม, ใช้เกียร์ Shift by Wire แทนที่คันเกียร์แบบเดิม

New Cars 2023 2

 

New Cars 2023 5

ในอเมริกาเปิดตัว BMW X1 รุ่นย่อย xDrive 28i เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตรรุ่นปรับปรุงใหม่ จับคู่เกียร์ดูอัลคลัทช์ 7 จังหวะ กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 96 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที

New Cars 2023 3

สำหรับเมืองไทยบ้านเราไม่นานเกินรอ

BYD

BYD Dolphin รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ที่จะทำตลาด ถูกสร้างบนพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า BYD e platform 3.0มิติตัวถังยาว 4,150 มิลลิเมตร กว้าง 1,770 มิลลิเมตร สูง 1,570 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ wheelbase 2,700 มิลลิเมตร

New Cars 2023 7

ไฟหน้าแบบ LED High-Low Beam ไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟท้ายแบบ LED หลังคากระจก Panoramic Glassroof Heated Mirror ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/50 R17

New Cars 2023 9

ห้องโดยสาร สีทูโทน มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 5.0 นิ้ว มากับหน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 12.8 นิ้ว ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger สวิตซ์เปลี่ยนเกียร์แบบ Finger-touched Electronic Shift มีกล้องบันทึกเหตุการณ์ Traffic Video Recorder (TVR) ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake : EPB ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold

New Cars 2023 10

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchonous Motor พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) ขนาด 30.7 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-Wheel Drive วิ่งระยะทางสูงสุด 301 km. (มาตรฐาน NEDC)

ในรุ่น Superior 44.9 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchonous Motor พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) ขนาด 44.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-Wheel Drive ตัวเลขเคลมจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.9 วินาที Top Speed ความเร็วสูงสุด 160 km/h วิ่งระยะทางสูงสุด 405 km. (มาตรฐาน NEDC)

GWM

ปีนี้จะมีแบรนด์ใหม่ในเครือ GWM มาเปิดตลาด Tank 500 HEV 2023 (แท็งก์ 500 เอชอีวี 2023) รถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV ขนาดฟูลไซซ์ เหมาะสำหรับขับเดินทางไกลยาว ๆ เป็นประจำ ภายนอก-ภายในตกแต่งพรีเมียม นั่งได้ 7 คน ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน ไฮบริด คาดมีกำลังประมาณ 240 แรงม้า พร้อมเปิดตัวในไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2023

New Cars 2023 11

Tank 500 HEV 2023 มากับดีไซน์ภายนอกที่มีขนาใหญ่ ซึ่งยาวถึง 5,070 มม. (4,878 มม. หากไม่รวมยางอะไหล่แขวนท้ายรถ) กว้าง 1,934 มม. สูง 1,905 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 224 มม. ส่วนตัวถังจะเป็นแบบ Body on frame (วางบนคานแชสซีส์) และยังมีลูกเล่นบันไดข้างไฟฟ้าเลื่อนเก็บได้เพื่อให้ผู้โดยสารสะดวกสำหรับขึ้น-ลงรถแบบรถ SUV ฟูลไซซ์ฝั่งอเมริกา

New Cars 2023 13

Tank 500 HEV 2023 มากับห้องโดยสารดีไซน์พรีเมียมด้วยการใช้ลายไม้ วัสดุคล้ายโลหะ และหนัง ตั้งแต่แผงคอนโซลทรง T-Bar ที่ติดตั้งจออินโฟเทนเมนต์ 14.6 นิ้ว สามารถสั่งงานด้วยเสียง จดจำใบหน้าได้ ส่วนมาตรวัดสำหรับคนขับมีขนาด 12.3 นิ้ว หัวเกียร์ทรงโมเดิร์นเป็นผลึกใสคล้ายคริสตัล

สเปกที่นำมาจำหน่ายในไทยติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังประมาณ 241 แรงม้า และแรงบิด 380 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ แทนเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ไมล์ไฮบริดของจีน

New Cars 2023 14

Tank 500 HEV 2023 มากับการติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ มีระบบสั่งจอดจากระยะไกล ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางเดิมได้ กล้องมองภาพ 360 องศา สำหรับราคาจำหน่ายอาจเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท

Honda

ต้องถือว่าเป็นโมเดลที่ค่อนข้างจะสุกงอมในไทย เพราะจำหน่ายมาแล้วกว่า 5 ปี ซึ่งในปีนี้มาแน่กับ All-new Honda CR-V 2023 ใหม่ ที่ปรับดีไซน์เน้นความสปอร์ตยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และไฮบริด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงสุดเท่าที่เคยมีมาในรุ่น CR-V

New Cars 2023 16

สำหรับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี 2023 ใหม่ ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 6 มีรูปลักษณ์เน้นความสมบุกสมบันมากยิ่งขึ้น มาพร้อมตัวถังที่มีขนาดยาวขึ้น 2.7 นิ้ว กว้างขึ้น 0.4 นิ้ว และความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 1.6 นิ้ว พร้อมทั้งเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังขึ้นอีก 15%

New Cars 2023 17

ห้องโดยสารถูกออกแบบให้ล้อไปกับ Honda Civic โฉมปัจจุบัน หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถปรับการแสดงผลได้หลากหลาย ขณะที่รุ่นไฮบริดจะได้มาตรวัดความเร็วแบบ Analog ทำงานคู่กับหน้าจอขนาด 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์ของ Honda CR-V 2023 มีให้เลือกทั้งขนาด 7 และ 9 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

New Cars 2023 17

ระบบเสียงเป็น Bose ประกอบด้วยลำโพงถึง 12 ตำแหน่ง พร้อมเทคโนโลยี Bose Centerpoint และระบบประมวลสัญญาณเสียงดิจิทัล SurroundStage

ระบบความปลอดภัย Honda Sensing พัฒนาล่าสุด ทำงานผ่านกล้องมุมกว้าง 90 องศา และเรดาร์ที่ติดตั้งไว้ด้านหน้ารถ เพิ่มระบบ Traffic Jam Assist (TJA), Low-Speed Braking Control และระบบ Traffic Sign Recognition (TSR) รวมถึงปรับปรุงการทำงานของระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) with Low-Speed Follow และ Lane Keeping Assist (LKAS)

New Cars 2023 19

ขุมพลังจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร (179 ปอนด์ฟุต) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเครื่องยนต์ไฮบริด 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร

Hyundai

ก้าวสู่ปีที่บุกไทยอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะ ฮุนได มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิก จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและจะมาแทนที่ ฮุนได มอเตอร์ ประเทศไทย จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง โดย Stargazer ถือเป็นรุ่นนำร่องจากบริษัทแม่ที่จะทำตลาดในเมืองไทย

New Cars 2023 20

รถรุ่นนี้พัฒนาที่ Hyundai-Kia K ซึ่งใช้ผลิตรถในเครืออย่าง Hyundai i20, Hyundai Creta, Hyundai Venue หรือ KIA Seltos เป็นต้น ความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,460 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,690 – 1,695 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ความยาวฐานล้อหน้าถึงหลัง 2,780 มม.

กระจังหน้าและกันชนหน้าทรง X, แนวไฟ LED อยู่ขอบด้านบนเต็มความยาวหน้ารถ, ด้านล่างเป็นชุดไฟหน้า LED แบบแยกส่วน, ชุดไฟท้ายทรง 3 เหลี่ยมพร้อมแนวไฟ LED เชื่อมต่อโคมทั้ง 2 ฝั่ง, หลังคาสีดำ

New Cars 2023 22

ห้องโดยสารแบบเบาะ 3 แถว เลือกเลย์เอาท์ได้ระหว่าง 6 หรือ 7 ที่นั่ง พื้นที่บรรทุกสัมภาระหลังเบาะแถว 3 มีความจุ 200 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 585 ลิตร เมือ่พับเบาะแถว 3 มาตรวัดดิจิทัลมีจอแสดงผลด้วยจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว, จอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้ว และถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

New Cars 2023 23

New Cars 2023 25

Hyundai STARGAZER ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน SmartStream แบบ 4 สูบแถวเรียง Gamma II MPI ขนาด 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี. D-CVVT กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 75.6 x 83.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 พละกำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมันสูงสุด E10 แบบเดียวกับ CRETA

Mazda

นิ่งไปนานสำหรับโมเดลใหม่ในประเทศไทย Mazda CX-60 2023 จะมีลุ้นเป็นเรุ่นธงโมเดลใหม่ และเป็นรถรุ่นแรกที่สร้างบนแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ใหม่ทั้งหมดของ Mazda มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบ 3.3 ลิตรคู่ใหม่ และเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบไฮบริด และแบ่งออกเป็น 3 รุ่น Evolve, GT และ Azami โดยแต่ละรุ่นจะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

New Cars 2023 26

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 6 สูบ ขนาด 3.3 ลิตร ให้กำลัง 280 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบไฮบริด 48 โวลต์ อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ใช้เวลาเพียง 6.9 วินาที

 

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบ ขนาด 3.3 ลิตร ให้กำลัง 251 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ใช้เวลา 7.3 วินาที

 

และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Skyactiv-G ความจุ 2.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 261 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 327 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.9 วินาที

New Cars 2023 27

สำหรับ Mazda CX-60 2023 เป็นรถยนต์ 5 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกกว้างขวางเมื่อเทียบกับ CX-5 SUV และ CX-8 มีพื้นที่บรรจุสัมภาระถึง 477 ลิตร แต่เมื่อพับเก้าอี้แถวสองแยกส่วน 40/20/40 ความจุในการเก็บสัมภาระจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,148 ลิตร สำหรับ รุ่น CX-60 รุ่น 6 สูบ ยังมีพื้นที่เก็บยางอะไหล่ แต่ในรุ่น PHEV จะมีเฉพาะชุดซ่อมยางฉุกเฉินเท่านั้นNew Cars 2023 29

Mazda CX-60 ออกแบบโครงสร้างกันชนหลังเป็นพิเศษให้ดูดซับแรงกระแทกเมื่อชนท้ายได้มากเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Mazda CX-5 และในรุ่น Azami จะเพิ่มระบบการแจ้งเตือนการจราจรด้านหน้า และบริการอื่นๆ ซึ่งจะอยู่ในแพ็คเกจ Vision Technology

ดีไซน์ของ CX-60 ออกแบบภายใต้ปรัชญา Kodo ของ Mazda โดยเฉพาะรูปทรงฝากระโปรงที่ยาวขึ้นและกระจกด้านหลังที่โดดเด่น ส่วนไฟหน้า LED พร้อมกระจังหน้ารังผึ้งสีดำให้ความรู้สึกดุดัน รุ่น GT จะมีความพิเศษจากล้อขนาดใหญ่ 20 นิ้ว ต่างจากรุ่น Evolve จะมีขนาดล้อลดลงเหลือ 18 นิ้ว

ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานของ CX-60 2023 มีมากมาย ระบบควบคุมสภาพอากาศแบบ Dual-Zone ส่วนความบันเทิงจัดเต็มกับระบบเสียงลำโพง 8 ตัว หน้าจอทัชสกรีนขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

New Cars 2023 30

รุ่น GT จะพิเศษขึ้นกับหน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว เบาะหนังปรับไฟฟ้าและอุ่นทั้งสองแถว เครื่องเสียง Bose ลำโพง 12 ตัว พวงมาลัยปรับความร้อนได้ หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mazda เคยมีมา และรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่สามารถปรับคอพวงมาลัยแบบไฟฟ้า

นอกจากนี้ รุ่น GT มีฟังก์ชันตั้งค่าต่างๆตามที่ผู้ขับบันทึกไว้ และในส่วนของหน้าจอ Head-up Display มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น CX-30 ถึง 3 เท่า ซึ่งจะรวมอยู่ในรุ่น GT และ Azami

MG

การกลับมาของสเตชั่นแวกอนไฟฟ้าที่หยุดจำหน่ายกะทันหัน หลังจากที่ยอดจำหน่ายกำลังเดินไปได้สวย เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ได้มีการปิดตัวไปเรียบร้อยที่ประเทศอังกฤษกับ MG EP หรือ MG 5 EV ตามสไตล์รถสเตชั่นเวกอนพลังไฟฟ้า ดีไซน์ภายนอกของตัวรถ ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยยังคงรูปลักษณ์แบบ Wagon เอาไว้เป็นอย่างดี

New Cars 2023 31

ด้านหน้าของตัวรถ กระจังหน้าแบบปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า และเปลี่ยนไฟหน้าใหม่เป็นแบบ LED เต็มระบบ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ลายเส้นยาวตัดขอบฝากระโปรงหน้ารถ

New Cars 2023 32

ตำแหน่งของโลโก้ย้ายไปอยู่บนฝากระโปรงรถแทน ส่วนช่องชาร์จแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ตรงกลางรถ พร้อมฝาปิด ดูลงตัวกว่ารุ่นเดิม

New Cars 2023 33

ที่กันชนหน้าจะมีกล้อง 360 องศา พร้อมกับเรด้าติดตั้งมาให้ด้วย เรียกได้ว่ารอบนี้ใส่ออปชั่นมาเต็มคัน

ภายในมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะจอมัลติมีเดีย อัพเกรดขึ้นมาเป็นขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Andriod Auto เรือนไมล์ใช้เป็นหน้าจอ LCD เต็มระบบขนาด 7 นิ้ว บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน

New Cars 2023 34

ขุมพลังของ MG5 EV ในตลาดยุโรปมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ Standard Range ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 177 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 50.3 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 320 กิโลเมตรต่อหนึ่งชาร์จ (ตามมาตรฐาน WLTP) ส่วนอีกรุ่นเป็น Long Range ที่ลดกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าลงเหลือ 156 แรงม้า แต่เพิ่มขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นเป็น 61.1 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 400 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม

ทั้งรุ่น Standard Range และ Long Range มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เท่ากันอยู่ที่ 8.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 185 กม./ชม. รวมถึงสามารถรองรับการชาร์จด่วนแบบ DC จาก 5-80% ในเวลา 40 นาที

Mercedes Benz 

เปิดตัวหลายรุ่นแน่นอนทั้งรถยนต์พลังไฟฟ้าและยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง AMG ส่วนเอสยูวีครอสโอเวอร์ที่จ่อตลาดอย่าง Mercedes-Benz GLC 2023 โฉมใหม่ รอมาชูโรงในเชกเมนต์นี้เช่นเดียวกัน

New Cars 2023 35

Mercedes Benz GLC 2023 รถยนต์อเนกประสงค์แบบครอสโอเวอร์เอสยูวี พรีเมียม 5 ที่นั่ง ขนาดคอมแพกต์ที่มีขนาดตัวใหญ่ขึ้น แม้จะยังใช้โมดูลาร์แพลตฟอร์ม MRA (Modular Rear Architecture) ที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังของ Mercedes-Benz เหมือนโฉมก่อน ส่วนเครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล แต่ทุกแบบจะเสริมกำลังด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Mild Hybrid และ Plug-in Hybrid
Mercedes-Benz GLC 2023 ยังมีขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นจากโฉมก่อน ด้วยความยาว 4,716 มม. (ยาวกว่าเดิม 60 มม.) ความกว้างเท่าเดิมคือ 1,890 มม. แต่ความกว้างช่วงล้อหน้าเพิ่ม 6 มม. และล้อหลัง 23 มม. รวมถึงความยาวฐานล้อก็ขยายเป็น 2,888 มม.

New Cars 2023 37

รุ่น AVANGARDE เป็นรุ่นมาตรฐาน ซึ่งจะได้ลายกระจังหน้าซี่ตั้งคาดแถบเส้นแนวนอน กันชนหน้า-หลัง ราวหลังคา ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน กรอบหน้าต่างด้านข้างเดินคิ้วโครเมียม แต่หากเป็นการตกแต่งแบบ AMG Line จะเน้นบุคลิกที่สปอร์ตและแอดเวนเจอร์แบบออฟโรดยิ่งขึ้น ด้วยชุดกันชนดีไซน์ต่างกัน แพตเทิร์นกระจังหน้าเป็นลายตาข่ายพร้อมสัญลักษณ์ดาวสามแฉกเล็ก ๆ ส่วนคิ้วกรอบหน้าต่าง ราวหลังคา เปลี่ยนเป็นสีดำ

New Cars 2023 38

ห้องโดยสารผสมผสานความโมเดิร์น สปอร์ต และพรีเมียม ให้รวมอยู่ใน Mercedes-Benz GLC 2023 ทั้งหมด ด้วยชุดแผงหน้าปัด 2 ชั้น เล่นระดับลดหลั่นกัน ซึ่งส่วนด้านบนติดตั้งช่องแอร์ทรงไอพ่น 5 จุด แผงชั้นล่างจะเป็นทรงฟรีฟอร์มติดตั้งมาตรวัดดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ และเทลาดลงมาเชื่อมต่อกับคอนโซลกลางอันเป็นตำแหน่งที่ตั้งของจออินโฟเทนเมนต์แบบลอยตัว ขนาด 11.9 นิ้ว ควบคุมการทำงานโดยระบบ MBUX เวอร์ชั่นใหม่ ที่ตอบสนองได้ฉับไวกว่าเดิม

New Cars 2023 38

New Cars 2023 39

เครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz GLC 2023 จะยังคงมีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล แต่ทุกแบบจะเสริมกำลังด้วยไฟฟ้า คือมีทั้งแบบ Mild Hybrid กับ Plug-in Hybrid ได้แก่

Mercedes-Benz GLC200 และ GLC300 (Mild Hybrid) จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ เสริมกำลังด้วย ISG (Integrated Starter Generator) ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า และ 278 แรงม้า ตามลำดับ

Mercedes-Benz GLC220d (Mild Hybrid) จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ เสริมกำลังด้วย ISG ให้กำลังสูงสุด 217 แรงม้า

New Cars 2023 40

Mercedes-Benz GLC300e และ GLC400e (Plug-in Hybrid) ซึ่งใช้เครื่องยนต์เหมือนรุ่น GLC200 และ GLC300 แต่เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริมกำลังเป็น 308 แรงม้า และ 375 แรงม้า

Mercedes-Benz GLC300de (Plug-in Hybrid) ใช้เครื่องยนต์เหมือนรุ่น GLC220d เสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 329 แรงม้า

ทั้งนี้รถทั้ง 2 รุ่นในระบบ Plug-in Hybrid จะวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลมากกว่า 100 กม. ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ทำให้การเดินทางระยะใกล้ด้วย Mercedes-benz GLC 2023 ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน

เทคโนโลยีและความปลอดภัย Mercedes-Benz จะมีทั้งระบบช่วยขับขี่ Driving Assistance Package เป็นออปชั่นเพื่อลดความเครียดและอุบัติเหตุในการขับขี่ ซึ่งประกอบด้วยหลายฟีเจอร์ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้ที่ความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม., ระบบรักษาช่องทางจราจรด้วยกล้องมองภาพ 360 องศา เป็นต้น หรือถ้าอยากจะเพิ่มฟีเจอร์อื่น ๆ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เช่น ระบบกันสะเทือนแบบสปริงลม AIRMATIC, ระบบช่วยจอด Active Parking Assist ไปจนถึงระบบสนับสนุนการขับขี่เชิงออฟโรด เป็นต้น

Mitsubishi

Mitsubishi XFC Concept B-SUV รุ่นใหม่จากมิตซูบิชิ จะผลิตในช่วงปี 2023 นอกเหนือจากติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แล้ว ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Hybrid และ ทำตลาดนอกอาเซียน ซึ่งงานนี้ประเทศไทยมีลุ้น และยังเป็นช่วงเวลาที่ดี เนื่องจากขาดการนำเสนอโมเดลใหม่สู่ตลาดมาพอสมควร

New Cars 2023 43

Mitsubishi XFC Concept เป็นรถ B-SUV SubCompact Crossover ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ไม่อ้างอิงกับรถรุ่นที่มีอยู่ในตลาดอาเซียนเดิม เพื่อมาเติมเต็ม Line-up

New Cars 2023 44

Mitsubishi XFC Concept ออกแบบภายใต้ธีม Dynamic Shield ไฟหน้าดีไซน์ L-Shaped พร้อมไฟ Daytime Running Light, ไฟท้าย T-Shaped ภายในห้องโดยสารติดตั้งจอยาว Widescreen ติดกัน 2 จอ, มาตรวัดแบบ Full Digital, เบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง เน้นให้มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง

New Cars 2023 46

ขุมพลังติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และ Hybrid อาจมีเค้าโครงจากเครื่องยนต์เดิม ที่ติดตั้งใน Xpander oyjo8nvเบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 รูปแบบ Normal, Wet, Gravel, Mud ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Hybrid ตามออกมา

Neta 
นอกจากทำตลาดที่เมืองไทยด้วยการเปิดตัว NETA V เจ้าโลมาน้อยในราคา 549,000 บาท พร้อมเตรียมการเปิดตัว NETA U PRO เอสยูวีรุ่นใหญ่กว่า NETA V อย่างเป็นทางการ ซึ่งมาว์ตัวไปเมื่องาน Motor Expo ที่ผ่านมา ด้วยหน้าตาที่ทันสมัย มีสไตล์เทียบชั้นกับรถยุโรป

New Cars 2023 48

ไฟหน้า LED ดีไซน์ตัวรถคล้ายรถเอสยูวีหรูโซนยุโรป มีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ แรคหลังคา ส่วนไฟท้าย LED มาพร้อมฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบ Kick Sensor มิติตัวรถที่ใหญ่จากความยาว 4,530 มม. ความกว้าง 1,860 มม. ความสูง 1,628 มม. ฐานล้อ 2,770 มม. น้ำหนักรถ 1,720 กก.

New Cars 2023 49

ภายในสบายด้วยเบาะนั่งทรงโอบกระชับทุกที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า เบาะหลังพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนของ จอแสดงคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ทั้งมาตรวัดดิจิทัล และ จอสัมผัสที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ในชุดแผงคอนโซลหน้าทรงหรูหุ้มด้วยวัสดุหนังเดินด้ายด้วยความประณีต จอสัมผัสมีขนาดใหญ่ควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมความน่ารักเก๋ไก๋จากหุ่นยนต์จิ๋ว Xiao-U ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ขับขี่ และยังจดจำพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้และระบบ Ai ที่สามารถควบคุมด้วยเสียงได้

New Cars 2023 51

New Cars 2023 52

ขุมพลังไฟฟ้ามาแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า single electric motor กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 66 kWh ให้กำลังถึง 163 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 500 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ให้ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 9.5 วินาที การชาร์จช้า AC นั้นจาก 20-100% จะใช้เวลาในการชาร์จ 8 ชม. แต่ถ้าชาร์จเร็ว DC 30-80% จะใช้เวลา 30 นาที พร้อมโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Normal กับ Sport เด่นด้วยฟังก์ชันการปล่อยไฟฟ้าภายนอก V2L (Vehicle to Load) ที่สามารถจ่ายไฟจากตัวรถได้ 3.3 kW (3,300W)

Nissan 

เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งแรกในรอบสามปีสำหรับ Nissan Almera หรือ Nissan Versa Facelift หน้าตาหล่อเข้มสปอร์ต กระจังหน้ารูปตัววี V-Motion ดีไซน์ใหม่ ประกบกับ ไฟหน้า LED พร้อมไฟ LED signature ในโคมเดียวกัน

New Cars 2023 54

ชุดกันชนหน้าแบบใหม่รับกับกระจังหน้าดีไซน์ใหญ่ขึ้น ล้ออัลลอยลายทูโทนห้าก้านขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/50R17 ยังมีขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 205/55R16 และ 15 นิ้วพร้อมยาง 195/65 R15

New Cars 2023 55

กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว และ ไฟท้าย LED และกันชนหลังยังคงใช้ดีไซน์เดิม และโลโก้ Nissan รูปแบบใหม่ติดตั้งทั้งกระจังหน้า ฝาท้าย และดุมล้อ

New Cars 2023 57

ภายในปรับเปลี่ยนให้เข้ากันอย่างลงตัวตั้งแต่ จอสัมผัสขนาดใหญ่เพิ่มขนาดจอมาเป็น 8 นิ้ว รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay และเพิ่มฮอตสปอต Wi-Fi ที่วางแขนในคอนโซลกลางและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เพิ่มที่ชาร์จมือถือไร้สาย เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีระบบปุ่มสตาร์ดรถ ทำงานร่วมกับกุญแจแบบ keyless entry

New Cars 2023 58

ขุมพลังความแรงเดิมทีใช้เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร 100 แรงม้า แต่มีอีกสเปคซึ่งใช้ขุมพลังเบนซินไร้เทอร์โบ 1.6 ลิตร HR16 DE 124 แรงม้าที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิด 154 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งต้องลุ้นว่าจะผุดสเปคนี้จำหน่ายในเมืองไทยหรือไม่

ความปลอดภัยเต็มคัน Nissan Safety Shield 360 ทั้ง ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW), ตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA), เตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง Lane Departure Warning (LDW), เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Asisst (HBA) , เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection (AEB) เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง Rear Automatic Braking

Suzuki 
Suzuki Thailand วางแผนเตรียมเปิดตัว Suzuki Swift 2023 ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ของ Swift หลังจาก Suzuki Motor Thailand จำหน่ายโมเดลปัจจุบันอยู่กว่า 5 ปี

New Cars 2023 60

All New Swift 2023 โฉมใหม่นี้ มีการทดสอบตัวรถในญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และแบ่งออกเป็น 2 รุ่น กับ Swift รุ่นมาตรฐาน ซึ่งจะมีระบบไฮบริด และอีกรุ่นเป็น Swift Sport ซึ่งจะมีรุ่นสมรรถนะสูงกว่าแต่จะใช้เครื่องยนต์ ไมลด์ไฮบริด (Mild Hybrid) บล็อกเดิม K14D บล็อก 4 สูบ ขนาด 1.4 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ มีพละกำลัง 129 แรงม้า แรงบิด 235 นิวตันเมตร บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V ที่ช่วยเสริมกำลัง 13 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนแบบ FWD เป็นมาตรฐาน

New Cars 2023 61

ขุมพลังขับเคลื่อนก็มีแนวโน้มว่า จะถูกยกมาจากรุ่นเดิมเช่นกัน โดยเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ที่มีทั้งแบบไฮบริด และแบบธรรมดา แต่ทาง Suzuki จะทำการปรับปรุงไส้ในใหม่ เพื่อเพิ่มสมรรถนะและอัตราความประหยัดน้ำมัน โดยนำ เทคโนโลยี ไมโครไฮบริด 48 โวลต์ ประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 48 โวลต์ เครื่องแปลงไฟ และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 48 โวลต์ เพื่อช่วยโดยเฉพาะในระยะเร่งความเร็วและระบบหยุด-สตาร์ท

Toyota 

Toyota Hilux Revo BEV รถกระบะไฟฟ้าต้นแบบเผยโฉมครั้งแรกที่ไทยในงานฉลองครบ 60 ปี โตโยต้า ประเทศไทย คาดเปิดตัวภายในปีหน้า

Toyota Hilux Revo BEV (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว บีอีวี) รถกระบะไฟฟ้าล้วนต้นแบบที่ปราศจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน เผยโฉมให้เห็นกันครั้งแรกในงานฉลอง 60 ปี โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมกับ Toyota IMV 0 โดยจะเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทำตลาดต่อจาก Toyota bz4x 2023 คาดว่าอาจจะเปิดตัวในปีหน้าเป็นอย่างเร็ว

New Cars 2023 62

Toรพัฒนาบนพื้นฐานและโครงสร้างตัวถังของ Toyota Hilux Revo Standard Cab แต่มีปรับเปลี่ยนกระจังหน้าแบบปิดทึบ และมีแต่ชุดแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ส่วนล้ออัลลอยใช้ลายแตกต่างจากรถ Toyota Hilux Revo รุ่นทั่วไป

ภายในห้องโดยสารนั้นยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คันต้นแบบใช้ดีไซน์เดียวกับ Toyota Hilux Revo 2022 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

Toyota Hilux Revo BEV ติดตั้งมอเตอร์ไว้ที่เพลาท้ายขับเคลื่อนล้อคู่หลัง โดยมีการออกแบบคานแข็งใหม่ต่างจากรุ่นปกติและไม่มีเพลาส่งกำลัง ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ของการวางแบตเตอรี่อย่างเป็นสัดส่วน

New Cars 2023 64

Toyota Hilux Revo BEV เวอร์ชั่นพร้อมจำหน่ายจะถูกส่งลงภายในปีนี้

แถมท้ายในกลุ่มรถนำเข้าจะมีตัวชูโรงเป็น Toyota Alphard ภายใต้การนำเข้าจากกลุ่มเกรย์มาร์เก็ต ซึ่งโตโยต้า มอเตอร์ จะเอาเข้ามาทำตลากดหรือไม่ คงต้องว่ากันอีกที แต่ที่แน่ๆ กลุ่มเกรย์มาร์เก็ตจะนำรถรุ่นนี้เป็นรถธงในการจัดจำหน่ายทั้งปีแน่นอน

Toyota Alphard

เจเนอเรชั่นใหม่ของ Toyota Alphard/Vellfire ใช้แพลตฟอร์ม TNGA และออกแบบภายนอกใหม่ แต่ยังมีส่วนคล้ายรุ่นเดิมในส่วนของกระจังหน้าโครเมี่ยมพร้อมโลโก้เฉพาะของ Alphard และ โลโก้สามห่วงสำหรับ Vellfire มาพร้อมไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights และไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบ Sequential และล้ออัลลอย 18 นิ้วพร้อมยาง 235/50 R18

New Cars 2023 65

เบาะ 7 ที่นั่งหุ้มหนังแท้ คอนโซลหน้าตกแต่งลายไม้ และคอนโซลกลางแต่งหรูด้วยสีทอง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น คอนโซลกลางหนังสัมผัส พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.5 นิ้ว เชื่อมต่อ Android Auto Apple CarPlay กับลำโพงคุณภาพพรีเมียม JBL เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนซ้ายขวาและแยกการทำงานด้านหลัง พร้อมระบบ Nanoe

New Cars 2023 66

ขุมพลังที่มีทั้งแบนซินล้วนและเบนซิน Hybrid คาดว่าอาจได้เครื่องใหม่ Dynamic Force เข้ามาตั้งแต่ Dynamic Force Turbo ขนาด 2.4 ลิตร T24A-FTS ให้กำลังถึง 269 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 418 นิวตันเมตรที่ 1,700-6,300 รอบ/นาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Direct Shift กับ Dynamic Force 2.5 ลิตร A25A-FKB พร้อม VVT-iE ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะควบคุมด้วยไฟฟ้า 209 แรงม้าที่ 6,600รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift-8AT

New Cars 2023 67

ปิดท้ายด้วย Dynamic Force Hybrid เบนซิน 2.5 ลิตร A25A-FXS ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ลูก และ 3 ลูกในรุ่น AWD ให้กำลังถึง 192 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 238 นิวตันเมตรที่ 4,200-4,600 รอบ/นาที

แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Nickel-Metal โดยมอเตอร์ด้านหน้าให้กำลังถึง 182 แรงม้าสำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และมอเตอร์หลังในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD Electronic On-Demand 54 แรงม้า ทำงานร่วมกันได้แรงม้ามากถึง 249 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ ECVT เลือกได้สี่โหมดสำหรับการขับขี่ EV, Normal, Eco และ Sport พร้อมความปลอดภัย Toyota Safety Sense

New Cars 2023 68

รถยนต์ทั้งหมด 14 รุ่นจาก 13 ค่าย ที่ได้เลือกมาเป็นไฮไลท์นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถที่คาดว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยประจำปี 2023 ซึ่งจริงๆแบล้ว แต่ละค่ายเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไม่ใข่เพียงแค่ค่ายละ 1 โมเดล แต่จะมีรุ่นไหน และเป็นรถยนต์ประเภทอะไรบ้างนั้น รอติดตาม

รูปภาพเพิ่มเติมจาก Netcarshow.com Bestcarweb.jp

ซีพี โฟตอน ย้ำกระแสเทรนอีวีมาแรงทั่วโลก เตรียมบุกตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าในไทยเต็มสูบ

0

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “CP FOTON” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมรับลูกสานต่อความเชื่อมั่นแบรนด์โฟตอนจากยุโรปสู่ไทย ตอกย้ำ Brand DNA ที่มุ่งเน้นการเป็น “The Future of Truck” ที่โดดเด่นในด้านผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ขนส่งไฟฟ้าชั้นนำ มั่นใจไทยพร้อมเปิดรับสังคมพลังงานสะอาดในภาคการขนส่งได้ในไม่ช้า

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เผยว่า “ข่าวความสำเร็จในการขยายความร่วมมือร่วมกันระหว่างพันธมิตรทางยุโรป และ โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ส่งผลถึงผู้ประกอบธุรกิจขนส่งทั่วโลก เนื่องจากจะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมแล้ว สำหรับในประเทศไทยนั้น ยังเป็นการตอกย้ำมาตรฐานแห่งความเป็นผู้นำด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ระดับ Best in Class ที่หลายประเทศในทวีปยุโรปให้การยอมรับได้เป็นอย่างดี โดยในปีหน้านี้ “ซีพี โฟตอน” กำลังเร่งส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า รวม 3 รุ่น ได้แก่ รถบรรทุก 4 ล้อ ขนาดเล็ก TM iBlue45 คุ้มค่า ไม่ติดเวลา…ขนส่งได้ 24 ชั่วโมงรถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดกลาง Aumark iBlue85 ตอบโจทย์ธุรกิจ ตอกย้ำภาพลักษณ์อย่างผู้นำ ​และ รถหัวลาก 10 ล้อ EST iBlue 280 น้ำหนักรวมบรรทุก 50.5 ตัน ตอบโจทย์การใช้งานอย่างชาญฉลาดด้วยการรองรับการ Swop แบตเตอรี่​ได้ พร้อมมีแผนเซ็นสัญญาซื้อขายรถบรรทุกไฟฟ้าแก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจล็อตใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อีกหลายเจ้า โดยเฉพาะของหน่วยงานราชการทั้งใน กทม. และส่วนอื่น ๆ สำหรับงานด้านบริการหลังการขายก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้แทนจำหน่ายพร้อมให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศถึง 23 แห่ง และผลักดันให้มีเพิ่มมากขึ้นถึง 30 แห่งทั่วประเทศ ในเร็ว ๆ นี้”

บูธโฟตอน ในงาน Green Logistics Expo 2022 ประเทศอิตาลี

ทั้งนี้แบรนด์โฟตอน เป็นที่จับตามองของผู้ประกอบธุรกิจขนส่งในยุโรปอย่างกว้างขวางหลังจากนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดยุโรปร่วมจัดแสดงในงานกรีน โลจิสติกส์ เอ็กซ์โป 2022 (Green Logistics Expo 2022) ในเมืองปาโดวา ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ต่อเนื่องจากที่เคยได้เปิดตัวรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า 100% รวม 2 รุ่น ในงานนิทรรศการ IFAT ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดพลังงานรถบรรทุกไฟฟ้าในยุโรปเป็นที่เรียบร้อย ในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ “แบรนด์โฟตอน” ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ขั้นสูง หรือ WVTA (Whole Vehicle Type Approval) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในระบบการรับรองที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลก ส่งผลให้สามารถจัดจำหน่ายได้ทั่วสหภาพยุโรปโดยไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบใด ๆ เพิ่มเติม ครบคลุมทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้ง รถบรรทุกไฟฟ้า รถตู้ และรถโดยสาร ซึ่งยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจาก WVTA นี้ จะสามารถจำหน่ายได้ในประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท โฟตอน (FOTON) กรุงปักกิ่ง ได้ลงนามขยายความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรในยุโรป เพื่อพัฒนายานพาหนะขนส่งสินค้าพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ โดยข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจากแผนพัฒนายานยนต์ขนส่งพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมตั้งแต่เดือนกันยายน 2560  โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลิตยานพาหนะขนส่งสินค้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ ๆ ผ่านแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์มินิทรัคของโฟตอน สอดคล้องตามนโยบายของสหภาพยุโรป (EU) ที่จะลดการใช้ยานยนต์ใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป โดยคาดการณ์ระยะเวลาจัดทำเอกสารความร่วมมือให้แล้วเสร็จภายในฤดูใบไม้ผลิ 2023 นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ต่อสัญญากับ เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ ส่งเสริมบริการทางการเงินอย่างครบวงจร

0

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. ราล์ฟ เครเมอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามต่อสัญญาในการสนับสนุนบริการทางการเงินอย่างครบวงจรระหว่าง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (MBLT) และ บริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (DCVT) ผู้จัดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์  และรถบรรทุกฟูโซ่ เพื่อสานต่อการทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2560 เสริมสร้างความแข็งแกร่งของการบริการที่เป็นทางออกให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร และเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายของ DCVT ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี มร. เซอร์จิโอ เซบาสทิอาวน์ (ขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และ นางมายรา กุซชอว์ (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินบริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการเซ็นสัญญา ณ โรงแรมดับเบิลยู แบงค็อก เมื่อเร็ว ๆ นี้

“การเซ็นสัญญาในครั้งนี้ เราสามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีทั้งทางด้านบริการทางการเงิน และการส่งมอบรถในปีต่อๆ ไป โดยรากฐานที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงบุคลากรในของทั้งสององค์กรและพันธมิตรผู้จำหน่าย ที่มีความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา” มร. ราล์ฟ เครเมอร์ กล่าว

 

อีซูซุแสดงความยินดีกับ 3 นักมวยไทยครองถ้วยพระราชทาน ในศึก THAI FIGHT 2022 รอบชิงชนะเลิศ

0

อีซูซุร่วมแสดงความยินดีกับ 3 นักมวยไทยที่สามารถครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เป็นผลสำเร็จ ในการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2022” รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้ชื่องาน “THAI FIGHT 100 ปี นครบาล” เนื่องในโอกาสที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ครบรอบ 100 ปี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ จัดเต็มแสงสีเสียงสุดอลังการเอาใจคนกรุงเทพฯ ณ ลานหน้าอาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

การแข่งขัน “THAI FIGHT 2022” รอบชิงชนะเลิศ ได้รับความสนใจจากแฟนมวยมากมาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ เดินเรียงแถวเข้าชมกันอย่างเนืองแน่น พร้อมส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม เมื่อเสียงระฆังคู่เด่นของงานเริ่มขึ้นระหว่าง “เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม.ยิม” แชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ ปี 2022 ขึ้นชกแบบสวมนวม รุ่นเวลเทอร์เวท นํ้าหนัก 67 กิโลกรัม เพชรธงชัยเปิดเกมด้วยแข้งขวานำ แล้วแลกแข้งกันอย่างดุเดือดและสูสี จนมาได้คะแนนนำในยกสุดท้ายด้วยลูกเตะที่เข้าเป้าอย่างจัง ทำให้สามารถโค่น ธีรเดช ช.ห้าพยัคฆ์ นักชกชาวไทย คว้าชัยชนะด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

เสียงเชียร์ยังคงต่อเนื่อง เมื่อ “ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์” ขึ้นชกแบบคาดเชือก รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวท นํ้าหนัก 70 กิโลกรัม รัวหมัดใส่ “โอมาร์ มาฮีร์” นักชกชาวเบลเยียมแบบไม่ยั้ง ทำให้ยืนเซไปหลายครั้ง จนกระทั่งล้มทั้งยืนในยกที่ 1 ส่งผลให้ ป.ต.ท. ชนะน็อกติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

ปิดท้ายรายการด้วย แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (โครตมวยสารคาม) ชกแบบสวมนวม รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวท นํ้าหนัก 70 กิโลกรัม แสนชัย เดินหน้าออกอาวุธใส่ “เอลิต ฮอนคอง” นักชกชาวกัมพูชา แสนชัยเตะก้านคอ 2 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 นี้ทำให้นักชกจากกัมพูชาล้มลงไปกองบนเวที ส่งให้ แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ชนะน็อกไปในยกที่ 2 และได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย รถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการแข่งขันมวยไทยระดับโลก THAI FIGHT มาโดยตลอด และปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภูมิใจอย่างมากเมื่อนักชกไทยแชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2022 เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม. ยิม ได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นและยอดเยี่ยม คว้าถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาให้คนไทยได้สำเร็จ ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์และแรงสนับสนุนอีซูซุและไทยไฟท์มาโดยตลอดและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ชมทุกท่านจะสนับสนุน “Isuzu Cup 2023” & “Thai Fight 2023″ เป็นอย่างดีต่อไป”

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2022 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

  1. เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (ไทย) ชนะน็อกยก 1 เอเมอร์สัน เบนโต้ (บราซิล)
  2. กิตติ ส.ท.แมนนครระยอง (ไทย) ชนะคะแนน ใจเพชร ศิษย์เจ้าพ่อ (ไทย)
  3. เวโร ว.รุจิรวงศ์ (เมียนมา) ชนะน็อกยก 3 ฟานี่ เพลูมพี (กรีซ)
  4. ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง (ไทย) แพ้น็อกยก 3 เทิน เทียร่า (กัมพูชา)
  5. เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม. ยิม (ไทย) ชนะคะแนน ธีรเดช ช.ห้าพยัคฆ์ (ไทย)
  6. ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์ (ไทย) ชนะน็อกยก 1 โอมาร์ มาฮีร์ (เบลเยียม)
  7. แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ) ชนะน็อกยก 2 เอลิต ฮอนคอง (กัมพูชา)

ฮอนด้า ประกาศผลผู้ชนะโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022”

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “บรรเลงความคิด สร้างท่วงทำนองความฝัน ขับขานจินตนาการเด็กไทย ให้กังวานไกลไปทั่วโลก” โดยนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ น้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ กับผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” โดยได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนชาวญี่ปุ่น และทัศนศึกษาเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566 ร่วมกับน้อง ๆ นวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล และครูที่ปรึกษา 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ”

โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั่วประเทศ ได้แสดงไอเดียจากความฝันและจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคตที่สนุก สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อสังคม โดยในปีนี้มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ มากถึง 23,958 ผลงาน โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้น ณ ลาน Semi-outdoor ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ในวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 15 คน นำเสนอแบบจำลองสิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการและตอบคำถามจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (FIBO) และที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษาบุคลากร และเทคโนโลยี โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นายยุทธนา โรจนกมลสันต์ ผู้จัดการและหัวหน้านักออกแบบฝ่าย Automobiles Styling Design บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และแพทย์หญิงนรีกุล เกตุประภากร (ฟรัง) นักแสดงและยูทูบเบอร์ชื่อดัง

โดยรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ ผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” จากน้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และรางวัลรองชนะเลิศ 5 ผลงาน ได้แก่

  • ผลงาน “เครื่องต้นไม้ Super Idea” จากน้องหนูดี ด.ญ.ณัฐพร บุญมากาศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่
  • ผลงาน “พลังงานจากการเดิน“ จากน้องมิกกี้ ด.ช.แมทธิว มีทิม ชาร์มา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ
  • ผลงาน “กล่องอาชีพ” จากน้องใบเตย ด.ญ.กัณฐิกา แก้วกุล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเยาวเรศวิทยา จ.สุราษฎร์ธานี
  • ผลงาน “รวงผึ้งเริงรมย์ ช่วยดับไฟในผับ” จากน้องญาญ่า ด.ญ.สรัญญา สุขสมบูรณ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จ.นนทบุรี
  • ผลงาน “เครื่องช่วยสื่อสาร” จากน้องต้นน้ำ ด.ญ.นันท์นภัส จตุเทน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ กรุงเทพฯ

น้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เจ้าของรางวัลชนะเลิศในปีนี้ กล่าวว่า “เป็นโครงการฯ ที่สนุกมาก รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมโครงการดี ๆ แบบนี้ และภูมิใจที่สิ่งประดิษฐ์ของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยไอเดียสิ่งประดิษฐ์นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากปัญหาที่ตนเองและคนรอบตัวโดยเฉพาะคนที่ต้องใส่แว่นตลอดเวลาพบเจอ หากทุกคนมีแว่นที่สามารถเปลี่ยนความชัดของเลนส์ได้อัตโนมัติ ก็ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาไปตัดแว่นใหม่บ่อย ๆ อีกต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากทีเดียว ผมจะตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ ทั้งในด้านวัฒนธรรม และแนวคิดการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น จากการไปทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อนำมาพัฒนาตนเองต่อไป และจะพยายามสั่งสมความรู้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าสักวันหนึ่ง ตนเองจะสามารถประดิษฐ์ “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” เพื่อนำไปใช้งานได้จริงในอนาคต”

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา คณะกรรมการการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ กล่าวว่า “ตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของโครงการฯ น้อง ๆ เยาวชนได้นำความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมาช่วยแก้ปัญหาที่พบเจอในเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่มีความคิดริเริ่มอยากให้สิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการของพวกเขา ได้มีส่วนช่วยในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ต่อไปเด็ก ๆ จะนำเอาความรู้ความสามารถบวกกับเทคโนโลยีในอนาคตมาสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเราอย่างทันต่อเหตุการณ์และใกล้ความจริงมากขึ้น”

แพทย์หญิงนรีกุล เกตุประภากร (ฟรัง) นักแสดงและยูทูบเบอร์ กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจกับไอเดียของเด็ก ๆ  ที่พยายามคิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหาที่ตนเองหรือคนใกล้ตัวพบเจอ ส่วนตัวมองว่าถ้าเรามีวิชาเรียนในโรงเรียน ที่ช่วยสอนให้เด็ก ๆ ได้รู้จักคิด และต่อยอดมาเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบโครงการนี้ จะมีประโยชน์ทั้งกับตัวเด็กเองและประเทศชาติ ต้องขอขอบคุณฮอนด้าที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดและจินตนาการ และอยากให้มีโครงการแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยผลิตเยาวชนคุณภาพออกมาสู่สังคมมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ”

นายยุทธนา โรจนกมลสันต์ ผู้จัดการและหัวหน้านักออกแบบฝ่าย Automobiles Styling Design บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า “ผลงานของน้อง ๆ ทั้ง 15 ผลงานนับว่าเป็นผลงานที่มีไอเดียและการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยยืนยันว่าเด็กไทยก็มีความคิดและไอเดียที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไม่แพ้ต่างชาติ ขอให้น้อง ๆ ทั้ง 6 คน ที่เป็นตัวแทนเด็กไทยไปทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อน ๆ ชาวญี่ปุ่น ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในครั้งนี้ให้เต็มที่และขอให้สนุกกับการใช้จินตนาการต่อไป”

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งมอบให้กับครูผู้กระตุ้นและผลักดันกระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชนของโครงการฯ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ คุณครูนรชัย พิทักษ์พรชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และคุณครูวัฒนสิทธิ์ ชุนโอภาศ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ร่วมเดินทางกับนวัตกรจิ๋วทั้ง 6 คน เพื่อไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566

บริดจสโตนและค็อกพิท มอบของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าด้วย โครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023”

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เดินหน้าขานรับนโยบายภาครัฐเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนช่วงปีใหม่ จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023” ทั้งนี้บริดจสโตนและค็อกพิทนำเสนอโปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้มเมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ครบ 4 เส้น มอบความสุขใจจัดเต็มตลอดทุกการเดินทางเพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566

สำหรับโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงปีใหม่ ในโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023” มีดังนี้ *

ต่อที่ 1: รับทันทีส่วนลด 10% เมื่อเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการครบ 4 เส้น ได้แก่

  • ยาง BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA EP150, ECOPIA EP300, ECOPIA H/L001 และ TURANZA T005A
  • ยาง FIRESTONE รุ่น FIRESTONE F01 และ FIRESTONE F01X

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2566

 

ต่อที่ 2: เมื่อเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการ 4 เส้น พร้อมเทิร์นยางชุดเก่ารับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท

  • เฉพาะยาง BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA H/L001 และ TURANZA T005A
    โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

*หมายเหตุ:

– เงื่อนไขของโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการ
ได้ที่ค็อกพิททุกสาขาทั่วประเทศ
– สำหรับ
ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูล และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.cockpit.co.th ,
www.facebook.com/CockpitTH หรือแผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1369

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งเสริมการศึกษาไทย ด้วยโครงการฝึกงาน MMTh Talent Internship Program ปีที่ 4

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายเอกอธิ รัตนอารี (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย มร. มาซาฮิโระ อะวาโนะ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานวิจัยและพัฒนา และ นายกิตติ ลีลาวัฒนานันท์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (โรงงานแหลมฉบัง) มอบประกาศนียบัตรและรางวัลแก่นักศึกษาฝึกงาน จำนวน 7 คน ที่สำเร็จหลักสูตรฝึกงานจากโครงการ “MMTh Talent Internship Program” ประจำปี 2565 ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้นำความรู้เชิงทฤษฎีมาปรับใช้กับการทำงานจริงที่โรงงานผลิตยานยนต์อันทันสมัยของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมทั้งรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคต โดยมีคณบดี และผู้แทนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (วิทยาเขตระยอง) เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล ณ โรงงานแหลมฉบัง โรงงาน 3 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดชลบุรี

โครงการ “MMTh Talent Internship Program” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยที่ผ่านมามีนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยมากกว่า 75 คน ได้สำเร็จหลักสูตรฝึกงานจากโครงการนี้ และนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

KAP จับมือ Motoring X จัดงานใหญ่ Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023

0

ผนึกกำลังจัดใหญ่ให้กระหึ่ม Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023 จัดทัพรถยนต์ใหม่ป้ายแดงชั้นนำพร้อมรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร และรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพเยี่ยม ในวันที่ 5-9 กรกฎาคม นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ EH101-104 

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า งานในปีหน้า 2566 ได้ร่วมมือกับพันธมิตร Motorting X สื่อในเครือผู้จัดการ มาเสริมการจัดงาน ภายใต้ชื่อ ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) โดยนับเป็นครั้งที่ 11 ของการจัดงาน

สำหรับการจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 ครั้งนี้ มีการเพิ่มขนาดพื้นที่การจัดแสดงจากเดิม 3 ฮอลล์ กลายเป็น 4 ฮอลล์ใหญ่ ตั้งแต่ฮอลล์ EH101-104 รวมพื้นที่มากกว่า 20,000  ตารางเมตร โดยปีนี้จะรวมรถยนต์ใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง  รถยนต์ใช้แล้ว อุปกรณ์ตกแต่ง และนวัตกรรมด้านพลังงานต่างๆ มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด

“งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ถือเป็นงานแสดงรถยนต์ในช่วงกลางปีที่มีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน 10 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของรถยนต์ป้ายแดงที่ค่ายรถยนต์นำรถยนต์รุ่นใหม่ๆมาจัดแสดงและแนะนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจต่างๆมาให้กับผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้านรถยนต์ใช้แล้วก็มีการรับประกันคุณภาพเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกได้อย่างมั่นใจ สำหรับการจัดงานครั้งที่ 11 ในปี 2566 ได้มีการเพิ่มพื้นที่การจัดงานในส่วนของ อีวี เอ็กซ์โป ที่ได้ร่วมกับเครือผู้จัดการ เพื่อตอบโจทย์ของผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ภายใต้ชื่อ ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023” นายพัฒนเดช กล่าว

นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Manager Group กล่าวว่า จากกระแสความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูง ประกอบกับการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ยังต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีความแพร่หลายสู่ประชาชนมากขึ้น ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด จัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันในส่วนของ อีวี เอ็กซ์โป จะเป็นการยกระดับงานแสดงให้มีความน่าสนใจและตอบโจทย์ให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างครบถ้วน และสอดคล้องตามนโยบาย30@30ของรัฐบาลในการสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยหันมาใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

“กระแสของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเทคโนโลยีด้านยานยนต์ทั่วโลก ฉะนั้นงานนี้จะเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและสัมผัสผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการเลือกซื้อและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า” นายจิตตนาถ กล่าว

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการรถใหม่เข้าร่วมงานอย่างครบครัน ทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ รถยนต์รุ่นพิเศษ รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในขณะนี้ การจัดงานในปีหน้า อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่ภาวะคลี่คลายจนเกือบเป็นปกติแล้ว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีการปรับตัวดีขึ้น งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์กลับมาคึกคัก และช่วยผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า นับเป็นครั้งที่ 11 ในการจัดงาน งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 นอกจากได้ขยายพื้นที่ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มแล้ว ยังมีส่วนของผู้ประกอบการรถยนต์มือสองที่ตอบรับเข้าร่วมงานอย่างหนาแน่นเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ไฮไลต์ภายในงาน จะได้พบกับรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดีที่มีให้เลือกครบทุกเซ็กเมนท์ ทั้งรถยนต์นั่ง รถกระบะ รถหรู  รถสปอร์ตคาร์  รถใหม่ไมล์น้อย ที่จะมาพร้อมกับดอกเบี้ยพิเศษ ของแถมต่างๆ   และข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ ที่สำคัญยังมีการรับประกันการซื้อคืน 100% ตามเงื่อนไข 5 ข้อ ได้แก่ 1.ไม่ไฟไหม้ 2.ไม่จมน้ำ 3.ไม่มีการตัดต่อ 4.โอนทะเบียนได้ถูกกฎหมาย 5.ไม่มีการชนหนัก ซึ่งงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ เป็นงานแรกที่มีการรับประกันแบบนี้และได้รับการตอบเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคตลอดทุกครั้งที่ผ่านมา

“เราคาดว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์มือสองในปีหน้าจะมีความคึกคักมากกว่าทุกปี เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมองหารถยนต์ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งงานของเราตอบโจทย์ เพราะมีรถยนต์ให้เลือกมากมายจากผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับประกันสินค้าทั้งจากของผู้ประกอบการและผู้จัดงาน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เราทำมาตลอด และที่พิเศษสุดคือ โปรโมชั่นของแถมมากมายภายในงาน ที่จะมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ที่มาเลือกซื้อรถกับเรา”  นายอัษฎาวุธ กล่าว

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงาน กล่าว สำหรับการจัดงานในครั้งที่ 11 นี้ นอกจากส่วนของรถแข่ง รถที่ได้รับการตกแต่ง โมดิฟายด์และกิจกรรม อี- สปอร์ตที่นำมาร่วมในงานมาก่อนแล้วนั้น จะมีพื้นที่ในส่วนของรถจักรยานยนต์มาเพิ่มสีสันให้กับงานด้วย

“สิ่งสำคัญที่บริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ มาช่วยเสริมในงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของกิจกรรม อี-สปอร์ต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและรถยนต์ที่มีการตกแต่งโมดิฟายด์ได้รับความสนใจจากคนที่ชื่นชอบการแต่งรถมาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด งาน ฟาสท์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 จะมีการเพิ่มความสนใจให้มากขึ้นด้วยรถจักรยานยนต์ที่จะมาเสริมให้ครอบคลุมในทุกประเภท” นายอโณทัย กล่าว

สำหรับ งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) ยังคงมากับสโลแกน “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” บนพื้นที่การจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยจัดระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ EH101-104 เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เอ็มจี ส่งมอบรถอีวีสะสมกว่า 7,000 คัน สะท้อนภาพผู้นำรถอีวีตัวจริงในไทย

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนภาพผู้บุกเบิกและผู้นำตัวจริงของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการส่งมอบรถไฟฟ้าทั้งสามรุ่นถึงมือลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น MG ZS EV, MG EP และ NEW MG4 ELECTRIC สะสม 7,000 คัน พร้อมเผยความสำเร็จของโมเดลล่าสุดอย่าง NEW MG ZS EV และ NEW MG4 ELECTRIC  ที่นอกจากความครบเครื่องด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวยังมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ คุ้มค่าด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และการคว้ารางวัลระดับโลกมากมาย ล่าสุดผ่านบททดสอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย

ความสำเร็จของรถไฟฟ้า เอ็มจี ทั่วโลก

การมาของรถไฟฟ้า เอ็มจี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดและการยอมรับทั่วโลก โดยเฉพาะ NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถไฟฟ้าที่สนุกสนาน เร้าใจ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ได้รับการยอมรับจากสื่อชั้นนำทั่วโลก อาทิ รางวัลรถยนต์คุ้มค่าแห่งปี (Bargain of the Year) จากนิตยสารและรายการสารคดีรถยนต์ชื่อดังจากอังกฤษ Top Gear รางวัลรถยนต์แห่งปี (Car of the Year 2023) จากทีมงาน Driving Electric เว็บไซต์แนะนำและรีวิวรถไฟฟ้าชื่อดังจากอังกฤษ รวมถึงยังสามารถพิชิตใจผู้ติดตามเว็บไซต์ดังกล่าวด้วยรางวัลรถยนต์อีวีขวัญใจมหาชน (Reader’s Favorite Electric Car) รางวัลรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Small Family Car) จากเว็บไซต์ผู้เชี่ยวชาญรถยนต์อีวี “Electrifying” นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องจากสมาคมผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ชาวสก็อต (The Association of Scottish Motoring Writers) หรือ ASMW ยกให้ NEW MG4 ELECTRIC เป็นสุดยอดรถยนต์อีวีในราคาต่ำกว่า 4 หมื่นปอนด์ (หรือ 1.7 ล้านบาท) อีกด้วย และล่าสุดผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) อีกทั้งการมาของนวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC ที่สร้างชื่อด้วยการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้า ยกระดับการปกป้องแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และการเข้ามาทำตลาดของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นโกลบอลอีวีโมเดล ส่งผลให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถไฟฟ้ามาตรฐานเดียวกับยุโรปโดยไม่ถูกลดทอนคุณภาพในราคาเริ่มต้นเพียง 869,000 บาท    

 

ส่วน NEW MG ZS EV ถือเป็น รถพลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ SUV ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “TRULY EASY” อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในโซนยุโรปโดยมีจุดเด่นที่การเป็นรถไฟฟ้าที่ครบถ้วนและมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โดยคว้ารางวัลมากมายทั้ง  ‘Best Family Electric Car’ จาก CARBUYER BEST CAR AWARD 2023 และรางวัลรถยนต์แห่งปี (Car of the Year 2022) จากทีมงาน Driving Electric ในราคาเริ่มต้นที่ 949,000 บาท

เอ็มจี ส่งมอบรถอีวีถึงมือลูกค้าสะสมกว่า 7,000 คัน

ในเรื่องของการส่งมอบรถไฟฟ้า เอ็มจี ยังคงเดินหน้าทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องให้ถึงมือลูกค้า โดยยอดส่งมอบรถไฟฟ้าของ เอ็มจี ตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี ค.ศ. 2019 จนถึงสิ้นปี ค.ศ. 2022  รวมกว่า 7,000 คัน เฉพาะในปี 2022 มียอดส่งมอบรวมทั้ง 3 รุ่นอยู่ที่ 4,000 คัน และในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เอ็มจี มียอดจดทะเบียนรถไฟฟ้า ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ยอดรวมที่ 1,211 คัน ซึ่งในส่วนของยอดค้างส่งของ MG EP และ NEW MG ZS EV รวมถึง ลูกค้า NEW MG4 ELECTRIC กลุ่มแรก ทางบริษัทฯ มีแผนทยอยส่งมอบให้ครบภายในเดือน มกราคม และกุมภาพันธ์ตามที่ได้แจ้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี มีความมุ่งมั่นในการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานระดับโลกเข้ามาให้ลูกค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเราได้ประสานงานกับทางบริษัท SAIC MOTOR CORPORATION ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย เอ็มจี ยังเล็งเห็นความสำคัญของบริการหลังการขายของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยได้วางมาตรการให้ดีลเลอร์ ของ เอ็มจี ต้องสามารถดูแลรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ทุกแห่งทั่วไทย รวมถึงการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ให้ครอบคลุมทุก 150 กิโลเมตร ด้วยสถานีชาร์จกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ พร้อมใช้งานแล้ว 133 แห่ง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้รถอีวีให้ง่ายมากยิ่งขึ้น และพิเศษในช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 นี้ เรามีโปรโมชันสำหรับลูกค้า เอ็มจี ที่ใช้บริการ MG SUPER CHARGE STATION ทุกแห่ง ได้รับเครดิตเงินคืน 10% ทุกการใช้จ่ายเข้า MG Wallet

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ MG4 ELECTRIC และ NEW MG ZS EV ยนตรกรรมไฟฟ้า  ทั้ง2 รุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 160 แห่ง ทั่วประเทศ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ฟอร์ด มอบความอุ่นใจให้ลูกค้าตลอดการเดินทางช่วงปีใหม่ ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงพร้อมรถทดแทน

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางของลูกค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของรถฟอร์ดที่อายุไม่เกิน 3 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่อายุไม่เกิน 5 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยบริการจะครอบคลุมระหว่าง 24 ธันวาคม 2565 ถึง 4 มกราคม 2566

“ฟอร์ดเล็งเห็นความสำคัญของเทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ลูกค้าจะได้มีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้เวลาที่มีค่ากับครอบครัว เรามุ่งมั่นที่จะมอบความอุ่นใจให้ลูกค้าตลอดการเดินทางพร้อมยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานรถของลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ บริการดังกล่าวไม่ครอบคลุมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุหรือแบตเตอรี่หมด ลูกค้ารถฟอร์ดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th