Home Blog Page 254

เอช เซม มอเตอร์ ฝ่ามรสุมโควิด ผงาดขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

0

บิ๊กบอส เอช เซม วันชัย ลี้นะวัฒนา สู้ยิบตา ปิดยอดปี 65 ฉลุย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า วางแผนรุกหนักปี 2566 ชูแนวคิด ESG ทั้งขยายและเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า ศูนย์บริการ ตัวแทนจำหน่าย และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ พร้อมตั้งเป้าโตกว่า 200%

วันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม เผยว่า “ผมและทีมงานทำงานกันหนักเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทำให้เห็นโอกาสที่สินค้าของเราจะเติบโตได้แบบไม่มีข้อจำกัด อย่างที่ทราบกันว่าสินค้าของเอช เซม มี 2 หมวด คือ หมวดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และ หมวดสินค้าอื่นๆ ได้แก่ รถกอล์ฟไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และ รถสามล้อเครื่องยนต์ และในปี 2565 นี้ ผมคาดว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะปิดปีได้ 70% จากเป้าที่ตั้งไว้ 3,000 คัน ในขณะที่หมวดสินค้าอื่นๆ คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย 92%

ในส่วนของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยอดจะมาจากการขายและการเช่าซื้อ ทั้งจากตัวแทนจำหน่าย สำนักงานสาขาของ เอช เซม และการเช่าซึ่งกลุ่มรถเช่านี้จะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด สำหรับกลุ่มสินค้าอื่นๆ ยอดจะมาจากการใช้ของกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน (Home Use) และสนามกอล์ฟ เป็นต้น

งานบริการหลังการขาย/เช่า เอช เซม มีศูนย์บริการในกรุงเทพฯ 3 สาขา ได้แก่ สาขาบางนา สาขา CU Sport และพิเศษสำหรับสาขา RCA เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ H SEM Power Station ติดตั้งกระจายไปตามสำนักงานสาขาของ เอช เซม ธนาคาร คอมมูนิตี้ มอลล์ สถานีบริการน้ำมัน มหาวิทยาลัย และซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยในปัจจุบันเรามีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ 36 สถานี 57 ตู้

ทีมงานของเอช เซม ทำงานต่อเนื่องในการเก็บข้อมูลการใช้งานจากผู้ใช้เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพในระดับสากล ล่าสุดเราพัฒนา H SEM MOBILA G โมเดล 2022 และ H SEM WING G  พร้อมทั้งส่งรถเข้าทดสอบกับศูนย์ทดสอบมาตรฐานระดับประเทศ

และได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัย UN Regulation NO.136 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เพื่อการันตีความปลอดภัยมาตรฐานระดับนานาชาติอีกด้วย

ด้านการร่วมมือกับภาครัฐ เอช เซม ได้ลงนามกับกรมสรรพสามิต ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจาก กฟผ. พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือกับในส่วนของแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

สำหรับปี 2566 ที่จะถึงนี้ เอช เซม วางแผนขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่าย เพิ่มช่องทางการขาย การเช่า กระจายจำนวนจุดให้บริการ เพิ่มจำนวนสาขาใหม่ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มจำนวนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ถึง 100 ตู้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เพื่อเป้าหมายการขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ เอช เซม ได้นำแนวคิด ESG (Environment / Social / Governance) ที่ให้ความใส่ใจรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล โดยนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับการทำงานและการดำเนินธุรกิจ ให้แต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาอย่างสอดคล้องและเป็นบันไดสู่องค์กรที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณวันชัย กล่าว

“Bangchak Hi Premium 97” ผลิตภัณฑ์พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ใหม่จากบางจากฯ แรงด้วยค่าออกเทน 97 สูงสุดในไทย

0

บางจากฯ เปิดตัวผลิตภัณฑ์พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ใหม่ล่าสุด Bangchak Hi Premium 97 ชูจุดเด่นออกเทน 97  สูงที่สุดสำหรับน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ (E10) ในไทย ตอบโจทย์คนรักความแรงด้วยประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ หนึ่งเดียวในกลุ่มพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่ได้มาตรฐานสากล Euro 5 เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถพรีเมียมที่ต้องการน้ำมันออกเทนสูงเป็นพิเศษ ตลอดจนรถทั่วไปที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะรถและยืดอายุเครื่องยนต์ พร้อมจัดกิจกรรมเปิดตัวท้าพิสูจน์คุณภาพที่เหนือกว่า รับส่วนลดลิตรละ 3 บาท คืนเป็นคะแนนสะสม ตั้งแต่  24  ธ.ค. 65 ถึง 2 ม.ค. 66

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากฯ ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว เป้าหมายหนึ่งคือ การพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองเทคโนโลยียานยนต์ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้รถ คัดสรรองค์ประกอบที่ดีที่สุดทุกขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีการผลิตทันสมัย ผ่านการทดสอบคุณภาพ  จนมั่นใจว่าได้น้ำมันที่ดีที่สุดก่อนจำหน่ายสู่ผู้บริโภค

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดนี้ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มพรีเมียม Bangchak Hi Premium 97 Gasohol  95 Euro 5  ที่ผ่านการพัฒนาและทดสอบจนได้น้ำมันพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าด้วยการคัดสรรน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดพิเศษที่มีความบริสุทธิ์สูง จึงให้ค่าออกเทนสูงเป็นพิเศษถึง 97  ได้มาตรฐาน Euro 5  พร้อมผนวกสารเพิ่มคุณภาพ (additive) มาตรฐาน World Class  ทำให้ Bangchak Hi Premium  97 เป็นน้ำมันพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่ดีที่สุดของบางจากฯ  ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ได้แก่

  • มีค่าออกเทนสูงถึง 97 เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ประเภท E10 (กลุ่มเดียวกันกับแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91) ที่มีค่าออกเทนสูงสุดในไทย เหมาะกับรถยนต์ที่ต้องการน้ำมันค่าออกเทนสูงโดยเฉพาะ สามารถ

รีดประสิทธิภาพเครื่องยนต์ได้เต็มสมรรถนะ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  นอกจากจะเหมาะกับรถสมรรถนะสูงอย่างรถ Super Car และรถยนต์พรีเมียมแล้ว  ยังเหมาะกับรถที่ใช้งานมาอย่างต่อเนื่องและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้กลับมาทำงานได้เต็มสมรรถนะ

  • น้ำมันมาตรฐาน Euro 5 รองรับยานยนต์อนาคตที่มีเทคโนโลยีทันสมัย  ซึ่งน้ำมันมาตรฐาน Euro 5  นอกจากจะช่วยยืดอายุอุปกรณ์ดักจับไอเสียและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะมีปริมาณกำมะถันน้อยกว่า 10 ppm  จึงลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่นละออง
  • สารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษมาตรฐาน World Class ทำความสะอาดหัวฉีดได้หมดจด 100 %

ทั้งหัวฉีดเครื่องยนต์รุ่นใหม่และรุ่นเก่า (หัวฉีดแบบ GDI และ PFI ) ทำให้หัวฉีดสะอาดหมดจด ส่งผลให้เครื่องยนต์เร่งได้แรงเต็มสมรรถนะ

  • อัตราเร่งเพิ่มขึ้น 1% จากการทดสอบโดยห้องทดสอบปฏิบัติการประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น เหนือกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทั่วไป จึงมั่นใจว่า Bangchak Hi Premium 97 พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ของบางจากฯ จะตอบโจทย์ทั้งสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ที่ต้องการสรรถนะการขับขี่สูงและต้องการน้ำมันคุณภาพพรีเมียม ตลอดจนรถเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปและรถที่ใช้งานมาระยะยาวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพราะจะช่วยฟื้นฟูสมรรถนะรถและยืดอายุเครื่องยนต์ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจจากบางจากพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่มีค่าออกเทนสูงถึง 97 จึงมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติม  Bangchak Hi Premium 97 รับส่วนลดสูงสุดมูลค่าลิตรละ 3 บาท โดยคืนเป็นคะแนนสะสม ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2565 ถึง 2 มกราคม 2566   ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่จำหน่าย Bangchak Hi Premium  97 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.bcpgreenmiles.com  หรือ โทร 1651 กด 3

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MB Social Club เฉพาะสมาชิก Mercedes Me Connect กลุ่มแรกในโลก

0

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “MB Social Club” เฉพาะลูกค้า Mercedes me connect (Mmc) ที่จะยกระดับประสบการณ์กับการเชื่อมต่อระหว่างคุณและ ฟีเจอร์ใหม่ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเทคโนโลยี Mercedes Me Connect โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์ EQS เข้าด้วยกัน โดยมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ “คุณอู๋ spin9” เจ้าของรางวัล Best Automotive Influencer 2022 โดย Tellscore และการพรีเซนต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจตามฟีเจอร์ Mmc อาทิ ระบบ Personalization, ระบบใน Remote Package และ Navigation Package, EV Sound, Mini games, Entertainments ฯลฯ นอกจากนี้เชฟแอนโทนี่ โชลต์เมเยอร์ Executive Chef แห่ง Capella  Bangkok โรงแรมระดับลักชัวรี 6 ดาว ยังได้รังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษดั่งงานศิลป์ 6 คอร์ส เฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมคุณแพรว คณิตกุล นักร้องสาวเสียงใส ที่มาร่วมขับร้องบทเพลงพิเศษสำหรับผู้ร่วมงานทุกท่าน ในงานซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Capella Bangkok

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ใช้ Mercedes me connect (Mmc) เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่เป็นแฟนของ Application Mercedes me โดยทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานคือลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย หรือจริง ๆ จะเรียกว่าในโลกเลยก็ได้ ที่เป็นสมาชิกรุ่นแรก และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน The Exclusive Private Society Of MB Members ซึ่งยกระดับประสบการณ์กับการเชื่อมต่อระหว่างคุณและ รถยนต์ Mercedes-Benz เข้าด้วยกัน

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม MB Social Club แสดงให้เห็นถึงการที่เราพาแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล โลกที่ไม่ใช่โลกเเห่งอนาคตอีกต่อไป อย่างเต็มตัว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ดิจิทัลออกสู่ตลาดอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการระยะไกล ฟีเจอร์เพื่อช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย และทันสมัย และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ผลิตภัณฑ์ของ Mercedes me connect ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ชีวิตประจำวันของท่านเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์สะดวกและง่ายดายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และกิจกรรมในวันนี้เป็นโอกาสที่เรานำมามอบให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้สัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบพิเศษก่อนใคร”

Mercedes me connect พร้อมเป็นนวัตกรรมที่เชื่อมต่อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ของลูกค้าสู่โลกดิจิทัลเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ขอขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านที่ได้ให้เกียรติร่วมงาน เพราะทุกท่านคือคนสำคัญและเป็นแขกพิเศษ เป็นสมาชิกกลุ่มแรกของ MB Social Club ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน กับก้าวแรกและการจัดงานครั้งแรกในปีนี้  และทุก ๆ ปีเราจะกลับมาพบกันใหม่แน่นอน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Mercedes me connect (Mmc):

ศึกษาการใช้ Mmc เพิ่มเติมที่ http://mb4.me/TgZX1XeD

ซื้อฟีเจอร์ Mmc เสริม ที่ Mercedes me Store http://mb4.me/TH_Mme_Store

ดาวน์โหลด Mercedes me App ได้ที่ App Store หรือ Google Play

App Store: http://mb4.me/2LIeLPi4

Play Store: http://mb4.me/DP1MGzgL

ติดตามข่าวสารจาก บ. เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อให้ไม่พลาดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ http://mb4.me/TH_Offer

 

“SHARGE” ชิงธงเบอร์ 1 ตลาด EV Charger ผนึก “เรเว่ ออโตโมทีฟ” ผู้จำหน่าย BYD ติดตั้งจุดชาร์จถึงบ้านทุกคัน

0

SHARGE” ขึ้นแท่น Exclusive Partner รายเดียวในไทยของ “เรเว่ ออโตโมทีฟ” ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถ EV ยักษ์ใหญ่ของโลก “BYD” เดินหน้าติดตั้ง EV Charger ให้ลูกค้ารถ BYD ถึงบ้านทุกคัน กระจายจุดชาร์จทุกโชว์รูม BYD ทั่วประเทศ ยกระดับ EV Infrastructure รองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคตลอด 24 ชั่วโมง วางแผนเชื่อมระบบแอปฯ SHARGE เข้ากับแอปพลิเคชัน Rêver Automotive อำนวยความสะดวกผู้ใช้รถ BYD เดินทางอย่างมั่นใจ เข้าถึงจุดบริการมากกว่า 1,000 หัวชาร์จทั่วไทย พร้อมตั้งเป้ายอดผู้ใช้แอปฯทะลุ 20,000 ราย หลังส่งมอบรถ BYD ATTO 3 ครบใน Q1/66 ประเมินสถานการณ์ยอดขายรถ EV ไทยจ่อโต 50% หลังค่ายรถจีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป-อเมริกา แห่บุกตลาดต่อเนื่อง หนุนโอกาสชิงเค้กขึ้นสู่เบอร์ 1 ตลาด EV Charger คาดรายได้โตอย่างน้อย 200% ภายในปี 2566

 

นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SHARGE ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด หรือ Rêver Automotive ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นั่งและผู้ให้บริการหลังการขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Thailand Authorized Distributor) ของ บีวายดี (BYD) ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่จากจีน หนึ่งในแบรนด์รถ EV ชั้นนำของโลก โดยเรเว่ ออโตโมทีฟให้ SHARGE เป็นพันธมิตรการบริการที่เกี่ยวข้องกับ EV Charger ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.Showroom Installation ติดตั้ง EV Charger ให้กับโชว์รูมในระยะเปิดตัวของ BYD ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนโชว์รูมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ลูกค้าของ BYD

2.Home Installation เป็นพันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Partner) ในการติดตั้ง EV Charger ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ของ BYD ทุกคัน พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเพื่อให้การติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตอบโจทย์การชาร์จรถยนต์ที่บ้านระหว่างช่วงเวลาการพักผ่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาการชาร์จที่สำคัญที่สุด และ 3.Connecting with Application เป็นพันธมิตรรายแรกที่จะเชื่อมโยงระบบแอปพลิเคชันของ SHARGE เข้ากับแอปพลิเคชัน Rêver Automotive อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถค้นหา จองใช้บริการชาร์จรถ EV พร้อมชำระค่าบริการได้อย่างง่ายดาย ตามสถานีในปัจจุบันของ SHARGE ทั้งตามโชว์รูม ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานีบริการพลังงาน ฯลฯ รวมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง โดยคาดว่าบริษัทจะมีจำนวนหัวชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1,000 หัวชาร์จ และมีจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชันของ SHARGE เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 8,000 คน เป็น 20,000 คน จากแผนการส่งมอบรถยนต์ BYD ให้ครบทั้งสิ้น 10,000 คัน ภายในไตรมาส 1/66

“ยิ่งตลาดรถยนต์ EV ขยายตัวเท่าไหร่ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV Ecosystem ยิ่งต้องเติบโตตาม โดยเฉพาะตลาด EV Charger เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ารถ EV ที่ใช้อยู่จะมีจุดชาร์จให้บริการที่สะดวกและเพียงพอในทุกเส้นทาง เราจึงมุ่งตอบสนอง Lifestyle Charging Ecosystem ของผู้บริโภคทั้งกลางวัน กลางคืน และระหว่างเดินทางตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรหลากอุตสาหกรรมให้ครอบคลุม Customer Journey รวมถึงพันธมิตรค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ EV โดยตรง และพัฒนาแอปพลิเคชัน SHARGE ให้ผู้ใช้รถ EV เข้าถึงบริการจุดชาร์จตามสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รองรับจำนวนผู้ใช้รถ EV ที่จะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ SHARGE สามารถก้าวขึ้นสู่ผู้นำอันดับ 1 ในตลาด EV Charger ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าในปี 2566 บริษัทจะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตอีกอย่างน้อย 200%” นายพีระภัทร กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ EV ประเทศไทย ทั้งกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้า 100% (Battery Electric Vehicle หรือ BEV) และกลุ่มที่สามารถขับเคลื่อนได้จากทั้งน้ำมันและแบตเตอรี่ไฟฟ้า (Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือ PHEV) ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งผู้บริโภคและค่ายผู้ผลิตรถยนต์ทุกสัญชาติ โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวรถ EV รุ่นใหม่จากทั้งค่ายฝั่งยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีนที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่น้อยกว่า 20 รุ่น รวมถึงมีค่ายรถยนต์ที่ไม่เคยทำตลาดรถยนต์นั่ง EV ในประเทศไทยหลากหลายสัญชาติ เข้ามาบุกตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทประเมินว่า ยอดขายรถยนต์ EV ในไทยปีนี้ จะรวมกันอยู่ที่ 63,000 คัน หรือเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงราว 50% ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการก้าวสู่เบอร์ 1 ในตลาด EV Charger

สำหรับ BYD Group เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของจีน และเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มุ่งพัฒนารถ EV ทั้งกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2565 ทาง BYD Group มียอดขายกลุ่มรถยนต์ EV แบบปลั๊กอิน (Plugin EV)รวมกันทั่วโลกมากกว่า 1.62 ล้านคัน โดยเป็นรถ BEV สูงถึง 799,202 คัน ทำให้ BYD Group ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มียอดขายรถ EV สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ด้านนายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายแบรนด์ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ความต้องการรถยนต์ EV ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องสอดรับกับสถานการณ์โลก ขณะที่ภาครัฐเองก็เดินหน้านโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้รถ EV อย่างชัดเจน ภายใต้นโยบาย 30@30 บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดรถ EV ในไทย จึงได้เข้ามาทำตลาดในประเทศ พร้อมหาพันธมิตรหลากหลายด้านที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน มาร่วมกันยกระดับระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของไทย ช่วยให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและการใช้งานรถยนต์คุณภาพได้อย่างมั่นใจ

“ตลาดรถ EV จะเติบโตได้ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเติบโตควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อ ที่ผ่านมา เราจึงมุ่งมั่นหาพันธมิตรที่มีความเข้าใจด้าน EV Charger มีความเข้าใจพฤติกรรมการชาร์จรถ EV ของผู้บริโภค มีบริการแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง และสามารถเชื่อมระบบเข้ากับแอปพลิเคชันของ Rêver Automotive ได้ เข้ามาช่วยกันยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และรองรับการบริการลูกค้าของแบรนด์ BYD ให้เดินทางได้อย่างไร้รอบต่อ โดย SHARGE ถือเป็นผู้ที่มีโนว์ฮาวด้าน EV Charger อย่างโดดเด่นระดับท็อปของไทย และมีเครือข่ายการให้บริการในสถานีปลายทางที่มีศักยภาพ สะท้อนความเป็น EV Charging Provider ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์การชาร์จรถ EV ของคนไทย มีจุดชาร์จครอบคลุมสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เราจึงตัดสินใจจับมือกับ SHARGE เพื่อร่วมกันตอบโจทย์ผู้บริโภค พลิกโฉมอนาคตของไทยสู่การใช้รถ EV อย่างเต็มรูปแบบ” นายประธานวงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ เรเว่ ออโตโมทีฟได้ร่วมจัดแสดงรถยนต์ EV ส่วนบุคคลของ BYD ในงาน “Motor Expo 2022” เป็นครั้งแรก ในวันที่ 1-12 ธ.ค. ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายภายในงานได้ทั้งสิ้น 2,714 คัน สูงสุดเป็นอันดับ 3 รวมถึงสร้างปรากฏการณ์สร้างสถิติยอดจองรถ BYD รุ่น ATTO 3 ได้เต็มโควตา 10,000 คัน ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่งจะทยอยส่งมอบให้เสร็จสิ้นภายใน ก.พ. 2566 โดยบริษัทอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อรถยนต์ BYD สามารถติดตั้ง EV Charger ภายในที่อยู่อาศัย

บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SHARGE เป็นผู้ให้บริการ EV Charging Solution แบบครบวงจรทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อรองรับ Lifestyle Charging Ecosystem ทั้ง Night, Day, On-the-go เติบโตมาจากการเป็นสตาร์ทอัพ มีบริษัทขนาดใหญ่จากหลากหลายเซ็กเตอร์เข้าร่วมลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น อาทิ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG และบริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด  ปัจจุบัน SHARGE ให้บริการธุรกิจแก่ลูกค้าใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.Charger Sales & Installation ขายและติดตั้งเครื่องชาร์จให้แก่เจ้าของบ้านจัดสรร บ้านส่วนตัว 2.Charging as a Service ขายพลังงานไฟฟ้าสำหรับชาร์จรถยนต์ EV ตามจุดให้บริการสาธารณะต่างๆ หรือตามอาคารที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล กว่า 200 แห่ง ฯลฯ 3.Custom Corporate & Fleet Solution ขายพลังงานไฟฟ้าให้แก่องค์กรเอกชนและผู้ให้บริการยานพาหนะจำนวนมาก

เอ็มจี แนะนำการสตาร์ทรถ NEW MG ZS EV ที่ถูกวิธี

0

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขอแนะนำการใช้งานรถ NEW MG ZS EV อย่างถูกวิธีและปลอดภัย เนื่องด้วยระบบสตาร์ทรถไฟฟ้ามาที่ NEW MG ZS EV และ MG EP เป็นระบบ PUSH START ที่ต้องดึงกำลังไฟจากแบตเตอรี่ High Voltage มาที่แบตเตอรี่ 12V ผ่าน Inverter เพื่อนำมาใช้ในการเลี้ยงระบบการขับเคลื่อน โดยการสตาร์ทจะต้องเหยียบเบรก (จนรถขึ้นสถานะ Ready) หลังจากนั้นกดปุ่ม PUSH START ซึ่งเป็นการยืนยันว่าผู้ขับขี่ต้องการขับรถ ทุกระบบก็จะเปิดพร้อมทำงาน การสตาร์ทจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยในรถทุกคันของเอ็มจี เพื่อให้การใช้รถไฟฟ้าของเอ็มจี เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

สำหรับรถ NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Truly Easy” เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280  นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System 20 ระบบ และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART โดย NEW MG ZS EV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้นที่ 949,000 บาท* และ 1,023,000 บาท*

*ราคาหลังหักส่วนลดมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับ NEW MG ZS EV รวมถึงยนตรกรรมไฟฟ้าของเอ็มจีได้ทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 160 แห่ง ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เอ็มจี มุ่งมั่นในการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุก 150 กิโลเมตร จะต้องมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 แห่ง โดยปัจจุบัน เอ็มจี มีจำนวนสถานีชาร์จทั่วประเทศถึงกว่า 160 แห่ง พร้อมใช้งานแล้ว 133 แห่ง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้รถอีวีให้ง่ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นที่ต้องการคำแนะนำการใช้รถ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ ผ่านช่องทางลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จจากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ด้วยยอดจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่เพิ่มขึ้นกว่า 11% พร้อมหลากหลายรางวัลอันทรงเกียรติในปี 2565

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองความสำเร็จต่อเนื่องแห่งปีในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยกระแสตอบรับที่ท่วมท้นและยอดจองที่เพิ่มขึ้นจากงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (Thailand International Motor Expo 2022) สอดคล้องกับยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่สะท้อนความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 นอกจากผลประกอบการอันยอดเยี่ยม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคว้า 5 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนายนตรกรรมคุณภาพ เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และเทคโนโลยีล้ำสมัยให้กับลูกค้าอยู่เสมอ

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปิดฉากในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ด้วยยอดจองที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาดรถยนต์พรีเมียม โดยมียอดจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่เพิ่มขึ้นถึง 11.1% คิดเป็นจำนวน 1,234 คัน ในขณะที่ยอดจองรถยนต์มินิเพิ่มขึ้น 2.9% คิดเป็นจำนวน 177 คัน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดจองรถมอเตอร์ไซค์รวม 141 คัน เพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ยังสูงถึง 14,139 คัน เพิ่มขึ้นถึงกว่า 37.7% เมื่อเทียบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงครองความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคในไทยด้วยส่วนแบ่งในตลาดพรีเมียมที่สูงถึงกว่า 46.7%

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มุ่งมั่นมอบบริการและผลิตภัณฑ์เปี่ยมด้วยคุณภาพ เพื่อตอบสนองความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการมอบพลังแห่งทางเลือกหรือ ‘Power of Choice’ โดยนำเสนอระบบขับเคลื่อนต่าง ๆ ผ่านยนตรกรรมที่หลากหลายให้กับลูกค้า ตั้งแต่รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ SAV ที่หรูหราเหนือระดับ รถยนต์สปอร์ตซีดานที่ครบครัน ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม สุนทรียะแห่งการขับขี่และสมรรถนะที่เหนือชั้นให้แก่ลูกค้าของเรา โดยสะท้อนจากความสำเร็จมากมายในตลาดประเทศไทย รางวัลอันทรงเกียรติที่เราได้รับจากองค์กรที่มีชื่อเสียงในปีนี้ ปักธงความสำเร็จและตำแหน่งผู้นำในกลุ่มยนตกรรมระดับพรีเมียม เช่นเดียวกับความไว้วางใจขั้นสูงสุดที่ลูกค้ามอบให้กับแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ปี พ.ศ. 2565 นับเป็นปีที่แข็งแกร่งสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และเราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่จะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ยนตรกรรมที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเรา”

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จส่งท้ายปี พ.ศ. 2565 ด้วยการคว้า 5 รางวัลระดับประเทศอันทรงเกียรติ รวมถึงรางวัลรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

  • รางวัลบริษัทรถยนต์ขวัญใจมหาชนอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2022 โดยนิตยสารแบรนด์เอจ ด้วยคะแนนสูงสุดในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Brand Performance) การบริการที่เป็นเลิศ (Excellence Service) และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation)
  • รางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี พ.ศ. 2565 (Product Innovation Awards 2022) โดยนิตยสาร Business+ มอบรางวัลแห่งความสำเร็จแก่บริษัทและแบรนด์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นผลจากนวัตกรรมที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  • การจัดอันดับบริษัทที่นักศึกษาอยากทำงานด้วยมากที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2565 (Thailand’s Most Attractive Employers 2022) โดย Universum ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูเป็นแบรนด์ยานยนต์เพียง แบรนด์เดียวใน 10 อันดับแรกจากผลสำรวจในกลุ่มสาขาธุรกิจ และเป็นเพียงแบรน์ยานยนต์เดียวใน 5 อันดับแรกจากผลสำรวจในกลุ่มสาขาวิศวกรรมศาสตร์
  • รางวัล Thailand Car & Motorcycle Marketing Awards 2022 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) โดยบีเอ็มดับเบิลยู i7 คว้ารางวัลในประเภทรถยนต์ไฟฟ้า และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS คว้ารางวัล Most Outstanding Large Adventure Motorcycle
  • บีเอ็มดับเบิลยูคว้า 12 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2022 โดยได้รับคะแนนสูงสุดด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย นวัตกรรม กฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการออกแบบ

สำหรับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี พ.ศ. 2565 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Business+ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้าสองรางวัลทรงเกียรติ โดยบีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport คว้ารางวัลรถยนต์อเนกประสงค์หรูหราระดับต้น และมินิ คูเปอร์ เอสอี คว้ารางวัลรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับต้น รางวัลดังกล่าวสะท้อนปณิธานของบริษัทในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งปรับปรุงนวัตกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง และมอบโซลูชันดิจิทัลที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนสะท้อนปรัชญาด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคว้ารางวัล Thailand Car & Motorcycle Marketing Awards 2022 โดยบีเอ็มดับเบิลยู i7 คว้ารางวัลในประเภทรถยนต์ไฟฟ้า และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS คว้ารางวัล Most Outstanding Large Adventure Motorcycle จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เหนือกว่าของยนตรกรรมทั้งสองรุ่นดังกล่าว ซึ่งได้รับการโหวตโดยคณะกรรมการของสมาคมฯ ที่มีผู้สื่อข่าวสายยานยนต์เป็นสมาชิก

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้รับรางวัลบริษัทรถยนต์ขวัญใจมหาชนอันดับหนึ่ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2022 โดยนิตยสารแบรนด์เอจอีกด้วย ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนปัจจัยแห่งความโดดเด่นซึ่งทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยประสบความสำเร็จทางธุรกิจในด้านต่าง ๆ พร้อมความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Brand Performance) การบริการที่เป็นเลิศ (Excellence Service) และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation)

ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ยอดเยี่ยมและภาพลักษณ์แบรนด์อันแข็งแกร่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทติดอันดับหนึ่งในบริษัทที่นักศึกษาอยากทำงานด้วยมากที่สุดประจำปี พ.ศ. 2565 (Thailand’s Most Attractive Employers 2022) จากผลสำรวจโดยนักศึกษา 12,757 คน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 23 แห่งทั่วประเทศ โดยผลสำรวจจาก Universum ผู้นำระดับโลกด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนี้ ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในฐานะบริษัทที่น่าทำงานด้วย ครบครันทั้งความโดดเด่นและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในหมู่บุคลากรมากความสามารถรุ่นใหม่ของไทย

ยิ่งไปกว่านั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ในตลาดยานยนต์พรีเมียมด้วยการคว้า 12 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2022 ด้วยการส่งมอบยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะเหนือชั้น ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนและประเภทการใช้งานที่หลากหลาย รางวัลอันทรงคุณค่าทั้ง 12 รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่พร้อมมอบที่สุดแห่งสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และพลังแห่งทางเลือกอย่างแท้จริง

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยก้าวสู่ความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ทั้งการสรรค์สร้างนวัตกรรม การดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและการบริการอันเป็นเลิศ บริษัทมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้าเพื่อปูทางไปสู่นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และมีเป้าหมายที่จะได้รับความไว้วางใจขั้นสูงสุดจากลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยกลยุทธ์พื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นการส่งมอบมาตรฐานการบริการระดับโลกที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยมุ่งรักษาปรัชญาสำคัญด้านแนวคิดในการก้าวนำหน้าผู้อื่น เพื่อรับประกันว่าลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพอยู่เสมอจากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำวิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้า “โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการ” (Disabled Employment Project) มอบโอกาสการทำงานและสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการให้สามารถเข้าทำงานในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยได้จัดหางานสำหรับผู้พิการรวมมากกว่า 360 คน นับตั้งแต่ที่ริเริ่มโครงการเมื่อปี 2561 จวบจนถึงปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนให้ผู้พิการได้มีรายได้ที่มั่นคง ส่งเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเอง พร้อมช่วยให้ผู้พิการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคม สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’

โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม โดยเฉพาะในปี 2565 ได้ช่วยเหลือผู้พิการจำนวน 62 คน ให้ได้มีงานทำในหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แก่  กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบล และสำนักงานเทศบาล โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การพัฒนา มูลนิธิและสมาคมต่างๆ ซึ่งเป็นการจัดจ้างโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะมีการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าตำแหน่งงานมีความเหมาะสมกับความสามารถของผู้เข้าทำงาน อาทิ งานธุรการ เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง ผู้ประสานงาน ก่อนที่จะดำเนินการจัดจ้างและมอบหมายงาน

นายกฤษณะ ฉัตรบุตร วัย 43 ปี หนึ่งในผู้พิการทางขา ที่ได้เข้าร่วม ‘โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการ’ และได้รับโอกาสให้เข้าทำงานด้านธุรการที่สำนักงานเทศบาลตำบลเสม็ด จังหวัดชลบุรี เปิดใจว่า “ผมขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มอบโอกาสให้ผมมีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง สามารถดูแลภรรยาและลูก และยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้นได้ ผมรู้สึกชื่นชมที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้คุณค่าและให้โอกาสกับทุกๆ คน”

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 ปิดฤดูการแข่งขันยิ่งใหญ่ กระหึ่มสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต

0

มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ นายสิงหชัย ผ่องบุรุษ รองผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดการแข่งขัน “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022… Pushing the limits to race your ambition”  สนามที่ 5 ปิดฤดูการแข่งขันปี 2022 เมื่อวันที่ 17-18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์  

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ TOYOTA GAZOO RACING Motorsport 2022 เดินทางมาถึงสนามที่ 5 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายปิดฤดูการแข่งขัน โดยเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันนัดสำคัญระดับนานาชาติ 25H IDEMITSU 1500 SUPER ENDURANCE ที่ผู้ชมต่างตั้งตาคอย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่พร้อมสำหรับการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง และด้วยสภาพสนามที่เป็นสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก ทำให้นักแข่งสามารถรีดสมรรถนะของรถแข่ง รวมทั้งฝีไม้ลายมือของนักแข่งออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นการสร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญให้กับนักแข่งทุกคนในรายการ ให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมรอบสนาม และทีมแข่งรถระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี

ผลการแข่งขัน สนามที่ 5

YARIS One Make Race Division 1

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 39 นิพิฐพนธ์ วัฒนานิตย์ PMC52
2 3 เกียรติพรรณ ไผ่เจริญ 333 CJ โชว์จุ่ง ลูกหมาก
3 10 อัครวุฒิ มังคลสุต Toyota Racing Star Team
4 25 นรรัศมิ์ อภิวาท Nexkart ATP 888 Carwash by DT Motorsport
5 26 อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ B-QUIK

 

YARIS One Make Race Division 2

 

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 57 อเล็กซ์ โกรคอทท์ Hin Speed Motorsport
2 20 นครินทร์ นิ่มนวล Nexzter Rest Club by TKS Motorsport
3 41 สหรัฐ กั้วนามน X-Plus
4 88 รัฐพงษ์ วัฒนาพร YK Motorsports
5 8 คมกฤษ งามพิเชษฐ์ YK Motorsports

 

VIOS Lady One Make Race

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 193 สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ Nexzter Singha Sittipol
2 199 กมลชนก บุญคร่ำ Sittipol Group
3 135 ปิยะวดี พฤฒิสาร Kaizo Nexzter Pertamina Racing Team                       by RUK Service
4 138 สาวิตรี กวางแก้ว IDEMITSU Racing Team Thailand
5 114 Iris Hufschmidt Hype Superclub Racing

Hilux REVO One Make Race

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 44 อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์ Van Garage
2 19 นิรุทธ์  สุจริต
3 28 ปัณฑ์นลิน ทวยเดช Kaizo Pertamina nexzter racing team by RUK Service

 

Corolla ALTIS GR Sport Make Race

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 3 เคนทาโร่ ชิบะ
2 23 ณดล วัฒนธรรม Sittipol
3 26 อัฐพล แก้วอาษา B-QUICK
4 59 พฤฒิพงษ์ ลีฬหนันนท์ Drive 86
5 19 สุรศักดิ์ ดาเก็ง Kaizo nexzter Pertamina By RUK Services

 

นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการ Carbon Neutral Exhibition” แสดงถึงความพยายามของโตโยต้าในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutral) ผ่านการใช้พลังงานทางเลือกที่หลากหลาย (Multi Pathway) อาทิ รถปิ๊กอัพไฟฟ้า Hilux REVO BEV, รถแข่งแรลลี่พลังงานไฮโดรเจน GR YARIS H2 WRC, รถยนต์ไฮบริด PRIUS PRIME Plug in hybrid, รถยนต์ไฟฟ้าเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน MIRAI FCV, รถตู้ไฟฟ้าเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน MAJESTY FCV ที่สามารถนำกระแสไฟฟ้ามาใช้ภายนอกรถสำหรับทำกิจกรรมต่าง เช่น เปิดร้านกาแฟ รวมทั้งนิทรรศการเมืองต้นแบบแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอนที่พัทยา การสาธิตการทำงานของรถ Folk lift พลังงานไฮโดรเจน รวมไปถึง TOYOTA GAZOO RACING RACING TEAM Hall of Frame และการแข่งขัน Hilux REVO-D Z-edition Slalom Challenge ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก

ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่ติดตามรับชมจากทุกช่องทาง

= พบกันใหม่ในฤดูการแข่งขันปี 2023 =

ทีมแข่ง ROOKIE Racing สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ในรายการ IDEMITSU 1500 SUPER ENDURANCE 2022

0

มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งทีมแข่ง ROOKIE Racing และนักแข่งผู้ใช้ชื่อในการแข่งขันว่า “MORIZO” นำนักแข่งทีม ROOKIE Racing เข้าร่วมการแข่งขันรายการ IDEMITSU 1500 SUPER ENDURANCE 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมนี้ ด้วยรถต้นแบบ ORC ROOKIE GR Corolla H2 concept ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน และรถต้นแบบ ORC ROOKIE GR86 CNF Concept ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (CN) ท่ามกลางความตื่นเต้นของคณะสื่อมวลชน และสายตาของผู้ชมรอบสนาม รวมทั้งผู้ชมทางบ้านผ่าน Facebook Live Streaming : TOYOTA GAZOO Racing Motorsport Thailand

นับเป็นก้าวสำคัญในการแสดงถึงความมุ่งมั่นยกระดับ และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนในภูมิภาคเอเชียผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งโตโยต้าสามารถพัฒนารถ และบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรที่มีความมุ่งมั่น และจุดยืนร่วมกัน โดยในพ.ศ. 2562 ทีมแข่ง ROOKIE Racing ได้เข้าร่วมการแข่งขันที่สนามแห่งนี้เป็นครั้งแรก และสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันรถยนต์แบบ Endurance ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงในรายการ “IDEMITSU 600 SUPER ENDURANCE 2019″

สำหรับปีนี้ ทีมแข่ง ROOKIE Racing และโตโยต้า ได้หวนคืนสู่สังเวียนศึกอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน 3 ปี โดยส่งรถเข้าร่วมแข่งขันภายใต้สภาวะที่แตกต่างจากในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตรในประเทศไทย นั่นคือ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) ด้วยการสนับสนุนพลังงานไฮโดรเจนสำหรับการแข่งขัน ตลอดจนรถเทรลเลอร์เพื่อขนส่งไฮโดรเจนไปยังสนามแข่งอีกด้วย

ผลการแข่งขันประเภท รถขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงพลังงานที่เป็นกลางทางคาร์​บอนCarbon Neutral Power Cup

อันดับ 1         รถต้นแบบ รุ่น GR86 ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นกลางทางคาร์บอน หมายเลข S22 จากทีม Toyota Gazoo Racing Team Thailand (443 รอบ)

อันดับ 2           รถต้นแบบ รุ่น GR86 ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นกลางทางคาร์บอน หมายเลข S28 จากทีม ORC ROOKIE Racing (230 รอบ)

อันดับ 3        รถต้นแบบ รุ่น GR Corolla พลังงานไฮโดรเจน หมายเลข S32

จากทีม ORC ROOKIE Racing (152 รอบ)

การเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจน และพลังงานเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ยั่งยืนจากชีวมวลในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่จะขยาย และเร่งพัฒนาทางเลือกของเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อน ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนสู่ทวีปเอเชียผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ต

“เบนซ์ไพรม์มัส” มอบเงินรายได้ Primus Pro-Am Charity Invitation 2022 สนับสนุนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

0

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน (ที่ 2 จากขวา), นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 1 จากซ้าย)  และนายศราวิช ไชยมังกร ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย (ที่ 1 จากขวา) บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด มอบเงินรายได้จากการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล Primus Pro-Am Charity Invitation 2022 ที่สนาม The RG City Golf Club จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่าน

พร้อมร่วมสมทบเงินบริจาค เนื่องในโอกาสครบรอบก้าวสู่ปีที่ 3 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 900,000 บาท ให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี .นพ.ธวัชชัย อัครวีพุธ รองคณบดี และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช (ที่ 3 จากซ้าย) และ รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ แพทย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา (ที่ 2 จากซ้าย) ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 รพ.ศิริราช