Home Blog Page 27

ฮอนด้า ยืนยัน! เตรียมนำเข้า “Honda STEP WGN e:HEV ใหม่” จากญี่ปุ่น เปิดรับจองสิทธิ์ในงาน Motor Expo 2025 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 28 พ.ย. นี้

0
Honda STEP WGN e:HEV 1

เซอร์ไพร์สส่งท้ายปี! จากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมนำเข้าและจำหน่าย “Honda STEP WGN e:HEV ใหม่” รุ่นประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้ และสัมผัสคันจริงได้ที่บูทฮอนด้า (A08) ในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Honda STEP WGN e:HEV 2

นับเป็นการกลับมาของรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว (MUV) ขนาด 7 ที่นั่ง เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ ชูจุดเด่น ‘Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐาน
กว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

Honda STEP WGN เป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว MUV ขนาด 7 ที่นั่งประตูสไลด์ ที่เคยนำเข้าและเปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2555 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Life Expander BOX กับจุดเด่นห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง กว้างขวาง และพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เพียงสะดวกสบาย แต่ยังมอบความสนุก ทรงพลัง มั่นใจ และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์ข้อมูล Honda STEP WGN e:HEV รุ่น e:HEV SPADA (ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น)

  • ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง
  • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
    ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

    • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
    • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
  • ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบายและความมั่นใจของทุกคนในครอบครัวตลอดการเดินทาง
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light)
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
  • สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
    • สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก)
    • สีขาวแพลทินัม (มุก)
    • สีดำคริสตัล (มุก)
    • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

การนำเข้า Honda STEP WGN e:HEV จากประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบรับเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ และสาวกฮอนด้าที่รอคอย โดยรายละเอียดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“เอ็มจี” ขึ้นแท่นผู้นำยอดจดทะเบียนรถอีวี 4 เดือนติด รวมยอดสะสมกว่า 14,741 คัน ย้ำ EV LIFETIME WARRANTY กับการบริการคือหัวใจของรถ EV

0
MG Thailand 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยังได้รับความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมทั้งหมด 20,093 คัน พร้อมพา NEW MG4 ELECTRIC ก้าวขึ้นเป็นผู้นำยอดจดทะเบียนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าตลอด 4 เดือน ด้วยยอด 4,390 คัน (ยอดเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม) สะท้อนความสำเร็จจากคุณภาพผลิตภัณฑ์และ สมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าคนไทย การบริการที่พัฒนาขึ้น และการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี

MG Thailand 2

เอ็มจี สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายรวมกว่า 20,093 คัน (ยอดขายระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือน ตุลาคม 2568) โดยยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงกว่า 77% ส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายของ เอ็มจี เติบโตอย่างต่อเนื่อง มาจากเทคโนโลยีที่ถูกใส่มาในรถเพื่อสมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ การออกแบบรถที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด และการใส่ฟังก์ชันที่ครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า การยกระดับบริการหลังการขาย ทั้งระบบบริหารอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญสูง และศูนย์บริการครบวงจร 125 แห่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมจุดแข็งที่แตกต่างและเป็นหนึ่งเดียวในตลาดกับการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY)

MG Thailand 3

นอกจากนี้ยอดจดทะเบียนสะสมของ เอ็มจี ยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 87%  รวมทั้งสิ้น 14,741 โดย NEW MG4 ELECTRIC สามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง 4 เดือน มียอดรวม ที่ 4,390 คัน ด้วยจุดเด่นของรถที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ทำให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก คัน ตอกย้ำความเป็นกลุ่มผู้นำตลาดอีวีของประเทศไทย ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก พร้อมบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในระยะยาว

MG Thailand 4

นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดปีนี้ เอ็มจี มีการพัฒนาในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของบริการหลังการขาย ที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ แม้สถานการณ์ในปัจจุบันจะมีความ ท้าทาย เอ็มจี ก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้ เราต้องการมอบทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในด้านการดูแลหลังการขาย ทั้งการจัดการอะไหล่ที่มีความพร้อมและมาตรฐานการบริการที่ทั่วถึงทั่วประเทศ นอกจากนี้ การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก เอ็มจี สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายของ เอ็มจี เติบโตขึ้นกว่า 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้ NEW MG4 ELECTRIC ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในปีนี้”

MG Thailand 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

‘ซูซูกิ’ อัดแคมเปญ “SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE นาน 7 ปี” ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในช่วงปลายปีกำลังเข้าสู่ความคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากเป็นช่วงสำคัญที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อรถยนต์แล้ว ยังเป็นช่วงเวลาของการจัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ รวมไปจนถึงการออกแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเป็นประจำทุกปี

ALL NEW SUZUKI FRONX  2

สำหรับซูซูกิ เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกับตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยการแนะนำ “ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตเอสยูวี” ออกสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์คุณภาพดี เหมาะแก่การใช้งานในสภาวะแวดล้อมของประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวและได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกถึงมือลูกค้า ALL NEW SUZUKI FRONX ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของซูซูกิจากผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี

ALL NEW SUZUKI FRONX  3

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์สไตล์สปอร์ตเอสยูวีอย่าง ALL NEW SUZUKI FRONX ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซูซูกิจึงขอเสนอแคมเปญพิเศษที่พร้อมจะเติมเต็มทุกความคุ้มค่าให้กับลูกค้าทุกท่านได้เหนือกว่าใคร ด้วยโปรแกรมที่มอบความมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว และช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นในอนาคต เพราะเชื่อมั่นว่า การซื้อรถจะต้องได้ความคุ้มค่าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดยไม่มีความกังวลใดๆ ตลอดการใช้งาน

ALL NEW SUZUKI FRONX 2

เพียงจองและรับรถ ALL NEW SUZUKI FRONX ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับสิทธิ์ซื้อโปรแกรมบำรุงรักษารถ SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE ที่ครอบคลุมการบำรุงรักษารถตามระยะกับราคาแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ณ วันที่จองและรับรถใหม่ เริ่มต้นเพียง 2,990 บาท ซึ่งประหยัดเงินสูงสุดถึง 34,790 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ โดยมีมูลค่ารวมดังนี้

รุ่นราคาเต็มจำนวน (บาท)ราคาแพ็กเกจพิเศษ (บาท)ลูกค้าประหยัดเงิน (บาท)
GL33,573.-2,990.-30,583.-
GLX / GLX PLUS42,780.-7,990.-34,790.-

ความคุ้มค่าเหนือระดับที่ครอบคลุมการดูแลรถ ALL NEW SUZUKI FRONX

  • ระยะความคุ้มครองยาวนาน: 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ครอบคลุมเต็มรูปแบบ: ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ
  • ป้องกันความเสี่ยงด้านราคา: การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต
  • รายการบำรุงรักษาหลัก: ครอบคลุมอะไหล่สำคัญ อาทิ น้ำมันเครื่องเกรดมาตรฐาน ไส้กรองน้ำมันเครื่อง แหวนรองนอตถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ไส้กรองอากาศ สายพานหน้าเครื่อง (Hybrid) สายพานแอร์ หัวเทียน เป็นต้น

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

นอกจากนี้ ซูซูกิ ยังจัดเต็มข้อเสนอที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติ่มดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งแบบ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น และ K15C DUALJET ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่เป็นการผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG)  และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมมอบสมรรถนะที่เร้าใจด้วยอัตราเร่งที่เฉียบคม และประหยัดน้ำมัน ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเงียบสบายอย่างลงตัว

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตา ทั้งไฟหน้า LED พร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลัง ไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนว ภายในห้องโดยสารสปอร์ตหรู ครบครันด้วยจอสัมผัส 9 นิ้วรองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน Paddle Shift ระบบ Push Start แท่นชาร์จไร้สาย และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ALL NEW SUZUKI FRONX   7

มั่นใจทุกการเดินทางด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT และแพลตฟอร์ม HEARTECT ที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น Hill Hold Control, ESP, ระบบ Idling Stop, จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.8 เมตร ช่วยให้ขับง่าย คล่องตัวทั้งในเมืองและต่างจังหวัด อุ่นใจทุกเส้นทางกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ของรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX ในทุกรุ่น มอบความอุ่นใจด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง และพิเศษเฉพาะสำหรับ GLX PLUS ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกเส้นทาง ประกอบไปด้วย

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
  • จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
  • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
  • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ราคาจำหน่าย ALL NEW SUZUKI FRONX ทั้ง 3 รุ่นย่อย

  • รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท

(สี Pearl Snow White  เพิ่ม 5,000 บาท / สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท)

ALL NEW SUZUKI FRONX  8

“ซูซูกิ ยังคงยึดมั่นต่อการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี  ที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบรับต่อความต้องการอย่างรวดเร็วที่เรามอบให้แก่ลูกค้า คือ หนึ่งในความตั้งใจที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้าทุกรายที่ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจในสินค้าและบริการของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นดังเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า เรายังมีความมั่นคงต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการต่อคนไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกท่านด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ซูซูกิยังสร้างความเชื่อแก่ผู้บริโภคด้านงานบริการ ด้วยการมีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 85 แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 46 แห่ง พร้อมบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงยึดมั่นในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

 

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” จัดใหญ่ครั้งที่ 19 ยกทัพนักกอล์ฟหญิงระดับโลก อัดฉีดเพิ่มเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ  ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 

0
ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 1

ฮอนด้า ผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ผนึกกำลัง 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมกับผู้จัดการแข่งขัน บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมจัดศึกกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีนักกอล์ฟชั้นนำจากแอลพีจีเอทัวร์ 72 คนร่วมดวลวงสวิง พร้อมชิงเงินรางวัลรวมที่เพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ เป็น 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 1ในปีนี้ นักกอล์ฟไทยและญี่ปุ่นยังคงเป็นที่จับตามองจากผลงานอันโดดเด่นบนเวทีโลก สะท้อนถึงพลังใหม่ของเอเชียในวงการกอล์ฟนานาชาติ โดยการแข่งขันยังคงเดินหน้าด้วยคอนเซ็ปต์ “ไลฟ์สไตล์กอล์ฟ” ที่ผสานทั้งกีฬาและความบันเทิงเข้าด้วยกัน เพื่อมอบความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทุกกลุ่ม 

 มรโทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “กอล์ฟสตรีในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในวงการกีฬา ฮอนด้า ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” มาตั้งแต่ปี 2006 รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศจัดการแข่งขันครั้งที่ 19 ในปี 2026 โดยจะมีนักกอล์ฟหญิงระดับโลก 72 คนมาร่วมประชันฝีมือ ให้แฟนกีฬาทั่วโลกได้ร่วมลุ้นแชมป์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การแข่งขันรายการนี้ไม่เพียงเป็นเหนึ่งในเวทีสำคัญที่ผลักดันให้นักกอล์ฟสตรีไทยก้าวสู่ระดับโลก หากยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเพื่อเยาวชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง” 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 4 “ฮอนด้าเชื่อมั่นใน พลังแห่งความฝัน (The Power of Dreams) และมุ่งมั่นผลักดันผู้คนและสังคมให้ก้าวสู่ความฝันของตน เราสนับสนุนให้นักกีฬาและแฟนกีฬาได้กล้าเผชิญกับความท้าทาย และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ผ่านเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นเวทีขับเคลื่อนความฝันสำหรับผู้ที่รักในกีฬากอล์ฟ ในการแข่งขันครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมส่งมอบความสนุกผ่านเกมการแข่งขันและกิจกรรมมากมาย พร้อมต้อนรับแฟนกอล์ฟจากทั่วประเทศและทั่วโลกให้มาร่วมชมและเชียร์อย่างเต็มรูปแบบ ฮอนด้าขอขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้จัดการแข่งขันและทีมงานเบื้องหลังที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง” 

มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า“ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราทำสถิติผู้ชมในสนามกว่า 50,000 คน ตอกย้ำศักยภาพของกีฬากอล์ฟในไทยและเอเชียเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และไม่มีช่วงเวลาใดเหมาะสมไปกว่าตอนนี้ที่จะหันมาสนใจกีฬากอล์ฟ เป้าหมายของเราคือทำให้ทั้ง  

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และกอล์ฟ เป็นกีฬาที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยความร่วมมือระหว่างฮอนด้า ไอเอ็มจี และพันธมิตรทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างแน่นอน พร้อมนำเสนอประสบการณ์การชมกอล์ฟในมิติใหม่ที่ผสานกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 9สำหรับนอกสนาม ยังคงอัดแน่นด้วยกิจกรรมพัฒนาบุคลากรและเยาวชนอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการฝึกงานเยาวชน Young Ambassador Programโครงการอาสาสมัครภาคสนาม Volunteerการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiersกิจกรรมเพื่อสังคม CSR และ โครงการอบรมกอล์ฟเยาวชน Junior Golf Program ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักกอล์ฟเยาวชนและผู้ปกครอง 

ก่อนประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2026 นักกอล์ฟจากไทยและญี่ปุ่นคือสองประเทศที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ อาทิ เช่น จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลกแพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ปี 2024, เม–เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ปี 2021 และพราว–ชเนตตี วรรณแสน จากแชมป์ 2 สมัย National Qualifiers สู่แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ  

นักกอล์ฟญี่ปุ่นก็มาแรงไม่แพ้กันด้วย 7 แชมป์ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2025 นำโดย มิยู ยามาชิตะ แชมป์รายการเมเจอร์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น และเมย์แบงก์ แชมเปียนชิพ รวมถึงนักกอล์ฟรุ่นใหม่อย่าง ริโอะ ทาเคดะ แชมป์ บลูเบย์ แอลพีจีเอมาโอะ ไซโกะ แชมป์รายการเมเจอร์ เชฟรอน แชมเปียนชิพ และคู่แฝด อากิเอะ–ชิซาโตะ อิวาอิ ที่คว้าแชมป์ พอร์ตแลนด์ คลาสสิก และแชมป์ริเวรา มายา โอเพ่น และล่าสุด  นาสะ ฮาตาโอกะ เพิ่งคว้าแชมป์โตโต เจแปน คลาสสิก ในสัปดาห์ที่ผ่านมา  

ด้วยศักยภาพของนักกอล์ฟไทยตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่ เมเอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์เป็นคนแรกของไทย นักกอล์ฟไทยก็ยืนหยัดอยู่แถวหน้าของทัวร์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันคว้าแชมป์แล้วรวม 30 รายการจากนักกอล์ฟ 7 คน ในจำนวนนี้เป็นแชมป์เมเจอร์ 3 รายการ ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล (12 แชมป์ รวม 2 เมเจอร์)จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล (6 แชมป์), จัสมินธิฎาภา สุวัณณะปุระ (3 แชมป์), โมโมรียา จุฑานุกาล (3 แชมป์)พราว–ชเนตตี วรรณแสน (2 แชมป์)แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ (2 แชมป์ รวม 1 เมเจอร์) และ เมียวปาจรีย์ อนันต์นฤการ (2 แชมป์)  อีกทั้งยังมีนักกอล์ฟไทยถึง 3 คนที่ติด 50 อันดับแรกของโลก โดยจีโน่–อาฒยา ฐิติกุล รั้งมือหนึ่งโลกในปัจจุบัน 

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นถือเป็นผู้บุกเบิกนักกอล์ฟเอเชียบนเวทีโลก เริ่มจากอายาโกะ โอคาโมโตะ ที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอครั้งแรกในปี 1974 จนถึงปัจจุบันนักกอล์ฟญี่ปุ่นสะสมแล้ว 66 แชมป์จาก 24 คน รวม 7 เมเจอร์ โดย ยูกะ ซาโสะ ครองแชมป์เมเจอร์มากที่สุด 2 รายการ ล่าสุดในฤดูกาล 2025 นักกอล์ฟญี่ปุ่นโชว์ฟอร์มร้อนแรง นอกจากจะคว้าแชมป์แล้ว 6 รายการ ยังมีผู้เล่นติด 50 อันดับแรกของโลกถึง 10 คน และกวาด 4 อันดับแรกของคะแนนรุกกี้แห่งปี ตอกย้ำพลังการแข่งขันที่กำลังมาแรงของกอล์ฟญี่ปุ่นบนเวทีโลก 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 6

จีโน่อาฒยา ฐิติกุล กล่าวว่า “ถ้ามีช่วงเว้นจากการแข่ง จีนเองก็ชอบแวะกลับไทยอยู่แล้ว การกลับมาฉลองวันเกิดกับครอบครัวและลงแข่ง ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทุกปีค่ะ เหมือนได้มาเติมพลังกับแฟนๆ ชาวไทย แล้วยังได้มาส่งต่อแรงบันดาลใจให้น้องๆ เยาวชนด้วย แล้วมาเจอกันเดือนกุมภาพันธ์นี้นะคะ” 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 8 ด้านแองเจิล หยิน แชมป์เก่า ปี 2025 ชาวอเมริกัน ยืนยันจะกลับมาป้องกันแชมป์ เธอกล่าวว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ประทับใจที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขัน แต่เพราะบรรยากาศเต็มไปด้วยพลัง การต้อนรับที่อบอุ่นของแฟนๆ ได้ไปฉลองแชมป์นี้ด้วยการไปดูทิฟฟานี่โชว์ พัทยาด้วย สนุกมากๆ พร้อมแล้วที่จะได้กลับมาอีกครั้ง” 

เปิดจำหน่ายบัตรแล้วผ่านทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยกำหนดราคาบัตรเข้าชมวันเดียว พฤหัสศุกร์ วันละ 500 บาท เสาร์–อาทิตย์ วันละ 700 บาท  บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมครบทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมฟรีผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ hondalpgathailand.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand 

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” มอบข้อเสนอสุดพิเศษ Motor Expo 2025 ส่งท้ายปี กับส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท เริ่ม 1 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค. 2568 ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ และในงาน Motor Expo 2025

0
KIA 1

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จัดโปรโมชัน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอและแพ็กเกจคุ้มครองแบบจัดเต็มส่งท้ายปี ครอบคลุมรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่ The Kia Carnival ทั้ง 2 ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ The Kia Carnival Diesel และ The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา The Kia EV5 The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV AWD โดยเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) พร้อมมอบโปรโมชันสุดคุ้มให้กับผู้ที่สนใจได้เลือกพิจารณา The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 300,000 บาท The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 400,000 บาท The Kia Sorento PHEV AWD มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 350,000 บาท และ The Kia EV5 Air มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท และมอบแพ็กเกจความคุ้มครอง โดยโปรโมชันสำหรับแต่ละรุ่นย่อยจะมีข้อเสนอแตกต่างกันไป อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น โดยเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มค่าให้ผู้สนใจตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม 2568 ณ โชว์รูมเกียทั่วประเทศ และยังสามารถพบข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่งาน Motor Expo 2025 โดยเกียได้ยกขบวนรถเอสยูวีและเอ็มพีวีอีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปไปจัดแสดงที่งาน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตกรรมและสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ ณ บูทเกียหมายเลข A24 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568

KIA 2

The Kia Carnival – รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่” ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมายาวนานกว่า 20 ปี จากครอบครัวไทย การันตีความนิยมด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการทั้งความอเนกประสงค์และความหรูหรา มอบประสบการณ์การขับขี่อันดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางทั้งชีวิตประจำวันหรือสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยปัจจุบัน The Kia Carnival จำหน่ายในไทยทั้งหมด 2 ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ The Kia Carnival Diesel และ The new Kia Carnival HEV 7-seater

The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นำเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปของ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium

  • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ
    6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
  • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
  • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว
  • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
  • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีแฮนด์ฟรี ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Door ฝากระโปรงท้าย อัจฉริยะ Smart Tailgate และเบาะแถวสามแบบ Flat Folding Seats ที่พับเรียบเสมอพื้นภายใน 5 วินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่ เก็บสัมภาระ

โปรโมชันสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
  • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

The Kia Carnival Diesel มาพร้อมเครื่องยนต์ Smartstream ดีเซล 2.2 ลิตร มาตรฐาน EURO 5 ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ให้ความมั่นใจและประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่
The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL ซึ่งเป็นแบบ 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury ซึ่งเป็นแบบ 7 ที่นั่ง

  • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
  • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
  • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
  • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel LX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน 

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

—- หรือ —-

  • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 100,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
  • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลดมูลค่า 300,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

—- หรือ —-

  • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 160,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
  • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

—- หรือ —-

  • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 250,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
  • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

KIA 3

The Kia EV5 – รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% โดดเด่นทั้งในด้านพื้นที่ ดีไซน์ สไตล์การขับขี่ และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของครอบครัวยุคใหม่อย่างครบครัน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Light, The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
  • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
  • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
  • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon
  • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Light สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [1]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [2]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [3]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [4] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [5]

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Air สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท + ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท [1]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

—- หรือ —-

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

KIA 4

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Long Range สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

เพิ่มมูลค่ารถคันเดิม 100,000 บาท + Kia ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน [1]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

—- หรือ —-

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลด 200,000 บาท

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]

—- หรือ —-

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 100,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7)

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลด 222,000 บาท

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

—- หรือ —-

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 120,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

KIA 5

The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

  • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
  • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
  • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทางสูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
  • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

โปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 105,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

KIA 6

The Kia Sorento PHEV AWD– เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

  • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
  • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสาม ได้ง่าย
  • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
  • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
  • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

โปรโมชันสำหรับ The Kia Sorento PHEV AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

ส่วนลด 350,000 บาท

  • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • เฉพาะผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

กลุ่มบริษัทเอเอเอส น้อมถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

0
กลุ่มบริษัทเอเอเอส 1

กลุ่มบริษัทเอเอเอส น้อมถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กลุ่มบริษัทเอเอเอส 5

 

คุณอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทเอเอเอส เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โชว์รูมและศูนย์บริการถยนต์ปอร์เช่พัฒนาการ โดยมี ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทในเครือ อาทิ คุณวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์, คุณวุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์, คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์, คุณกมลินี อินทรภูวศักดิ์, คุณวินธร บุนนาค, คุณวันปิยะ สินธุวนิช, มร.ไมเคิล เวตเตอร์ และพนักงานเข้าร่วมในพิธีด้วยความอาลัย

กลุ่มบริษัทเอเอเอส 3

ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วม ยืนสงบนิ่งเป็นลำดับแรก เพื่อถวายความอาลัยต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์

กลุ่มบริษัทเอเอเอส 4

จากนั้น คุณอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ได้นำประกอบพิธี ถวายพวงมาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ตามด้วยการ ถวายบทกลอนน้อมรำลึก แด่พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กลุ่มบริษัทเอเอเอส 8

 

พิธีได้สะท้อนถึงความสำนึกในพระราชกรณียกิจอันทรงคุณต่อประเทศชาติ ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม หัตถศิลป์ไทย การศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค อันเป็นที่มาของพระราชสมัญญา “พระแม่ของแผ่นดิน”

คณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มบริษัทเอเอเอส ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีตราบนิรันดร์

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉมสามนักกอล์ฟแชมป์ BMW Golf Cup National Final 2025 พร้อมเป็นตัวแทนสู่เวทีระดับโลกที่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

0
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 10

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศผลการแข่งขัน BMW Golf Cup National Final 2025 สุดยอดทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับประเทศ เฟ้นหาสามนักกอล์ฟไทยผู้เปี่ยมด้วยทักษะและความมุ่งมั่น เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชันฝีมือบนเวทีระดับโลกในรายการ BMW Golf Cup World Final 2025 ที่สนามแฟนคอร์ต กอล์ฟ รีสอร์ต เมืองจอร์จ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ในเดือนมีนาคม 2569

การแข่งขัน BMW Golf Cup National Final 2025 ได้จัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟระดับตำนาน อมตะ สปริง
คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี หลังจากที่ได้มีการแข่งขันรอบคัดเลือกใน 16 ทัวร์นาเมนต์ตลอดปีที่ผ่านมา โดยตัวแทนผู้ชนะในแต่ละประเภท ได้แก่

  1. ประเภทชาย 1 (Handicap 0-12) – คุณเอกรัฐ สมันตรัฐ 
    (38-36-74 (4) Stableford Score: 38)
  2. ประเภทชาย 2 (Handicap 13-28) – คุณเต็มสิทธิ์ ธีรวิโรจน์ 
    (41-42-83 (13) Stableford Score: 38)
  3. ประเภทหญิง (Handicap 0-28) – คุณอภิรุจี ปิ่นประยงค์
    (37-34-71 (7) Stableford Score: 42)

BMW Golf Cup World Final2025 จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ณ แฟนคอร์ต กอล์ฟ รีสอร์ต (Fancourt Golf Resort) สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สนามกอล์ฟระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายและความงดงาม และที่สำคัญคือเป็นสนามที่ทีมนักกอล์ฟสมัครเล่นจากประเทศไทย เคยไปคว้าแชมป์ในรายการ BMW Golf Cup World Final 2017 มาแล้ว สำหรับปีหน้า นักกอล์ฟสมัครเล่นชั้นนำจาก BMW Golf Cup ทั่วโลก จะมาร่วมสร้างมิตรภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และประชันฝีมือเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  3

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  4

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  5

 

BMW Golf Cup ถือกำเนิดขึ้นในปี 1982 จากการแข่งขัน BMW Invitation Tournament ในประเทศอังกฤษ และได้เติบโตจนกลายเป็นทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดึงดูดผู้เข้าแข่งขันจาก 50 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเองเคยสร้างประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจด้วยการคว้าชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศระดับโลกถึงสองปีซ้อนในปี 2016 และ 2017 ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทีมชาติไทยในเวทีระดับโลก ที่สะท้อนความเป็นเลิศในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th

 

 

“มาสด้า” ขยายการรับประกันคุณภาพ เพิ่มความคุ้มครองนาน 7 ปี ยกระดับความสะดวกให้ลูกค้าด้วย “MAZDA MOBILE SERVICE” ศูนย์บริการมาสด้าเคลื่อนที่

0
มาสด้า 1

มาสด้าต่อยอดสิทธิประโยชน์ Mazda Family มุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้าและยกระดับประสบการณ์บริการหลังการขายให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการครอบครองรถยนต์มาสด้าในระยะยาว ด้วยโปรแกรมสุดพิเศษ “MAZDA WARRANTY PLUS ใหม่” โปรแกรมพิเศษ ขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่ เฟสที่ 2 คุ้มครองเพิ่มเติม จาก 3 ปี เป็น 7 ปี* คุ้มค่า พร้อมเพิ่มการดูแลลูกค้าในทุกพื้นที่ กับความสะดวกสบาย ด้วยบริการ “MAZDA MOBILE SERVICE” ศูนย์บริการมาสด้าเคลื่อนที่ โดยให้บริการและเข้าถึงลูกค้า ด้วยบริการตรวจเช็กตามระยะและซ่อมบำรุงรถยนต์นอกสถานที่  โดยทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สำหรับงานซ่อมทั่วไป ด้วยโปรแกรมผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 12 เดือน** และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% เมื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการดูแลรถยนต์มาสด้าเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย อุ่นใจ และคุ้มค่ามากที่สุด

มาสด้า 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่มาสด้ายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด คือการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งภายใต้แนวคิด Customer-Centric ที่มุ่งมั่นให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด มาสด้าจึงได้พัฒนาและต่อยอดการบริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการหลังการขาย ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถมาสด้า โดยเฉพาะการบริการที่ครอบคลุม สะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง เพิ่มความสบายใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการดูแลรักษารถยนต์มาสด้า ภายใต้โปรแกรม Mazda Family พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าครอบครองรถมาสด้าได้อย่างมั่นใจและไร้ความกังวล อันเป็นสิทธิพิเศษที่มาสด้าตั้งใจมอบให้เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่เลือกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้าและไว้วางใจให้มาสด้าดูแล”

มาสด้า 3

เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์เหล่านี้ และเพื่อให้การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล มาสด้าจึงต่อยอดโปรแกรม “MAZDA WARRANTY PLUS” เพื่อเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์เพิ่มเติมจากเดิม 3 ปี เป็น 7 ปี* ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้ามาสด้า โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ ทางเว็บไซต์ https://family.mazda.co.th/warranty_plus/RegistrationWAPlus/index หรือ ผ่าน Line Mazda Sky Journey ที่ @Skyjourney

รายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรม “MAZDA WARRANTY PLUS ใหม่ โปรแกรมพิเศษ ขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่ เฟสที่ 2 คุ้มครองเพิ่มขึ้น จาก 3 ปี เป็น 7 ปี*”

  • อายุรถไม่เกิน 7 ปี หรือ ระยะทางไมล์สะสมไม่เกิน 200,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • มีประวัติการเข้ารับบริการเช็กระยะอย่างสม่ำเสมอ ทุก ๆ 6 เดือน หรือ ทุก ๆ 10,000 กม. ตามคู่มือการใช้งานของรถยนต์แต่ละรุ่น* หรือขาดการเช็กระยะไม่เกิน 2 ครั้ง และการขาดการเช็กระยะดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้นติดต่อกันภายในระยะเวลา 12 เดือน*
  • ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขยายการรับประกันมีดังต่อไปนี้ เครื่องยนต์ท่อนตรง (Partial Engine) เกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา (Gear Box) เทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) และคาปาซิเตอร์ (Capacitor)*

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้ยกระดับประสบการณ์ด้านการบริการ ด้วย “MAZDA MOBILE SERVICE” หรือศูนย์บริการมาสด้าเคลื่อนที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการเช็กตามระยะและซ่อมบำรุงรักษา โดยทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการฯ จะเดินทางไปอำนวยความสะดวกและให้บริการตรวจเช็กระยะในพื้นที่หรือจังหวัดที่ลูกค้าต้องเดินทางไกลหรือไม่สะดวกเดินทาง ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารได้จากโชว์รูมมาสด้าในพื้นที่หรือในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทำนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการ ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้ารับบริการจากศูนย์บริการมาสด้าเคลื่อนที่จะได้รับการบริการตรวจเช็กสภาพทั่วไป ฟรี 20 รายการ ตรวจเช็กเครื่องยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ M-MDS รับประกันอะไหล่แท้จากมาสด้า โดยลงประวัติการบำรุงรักษาเช่นเดียวกับการเข้าศูนย์บริการตามปกติ

มาสด้า 4

ทั้งนี้ มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอการบริการหลังการขายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ลูกค้าในทุกการซ่อม กับการผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 12 เดือน** พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% สำหรับการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ อีกด้วย

ลูกค้าที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมบริการหลังการขายของมาสด้า สามารถสอบถามได้กับที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Mazda Speedline โทร 02-030-5666 หรือ Mazda official website ที่ www.mazda.co.th

มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพเกี่ยวกับการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วยโปรแกรมหลังการขายข้างต้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า และให้รถยนต์มาสด้าเป็นเสมือนเพื่อนรู้ใจ ที่มอบความสุขทั้งในด้านการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน ตั้งแต่วันแรกที่ครอบครองรถไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์มาสด้าคันโปรดของคุณ

“อีซูซุ” จัดแคมเพจ์นใหญ่ส่งท้ายปี “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ลุ้นรับ   บัตรน้ำมันและส่วนลดพิเศษมากมาย

0
อีซูซุ 1

อีซูซุตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” จัดแคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 โดยมีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,500 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมจำนวน 1,907 รางวัล มูลค่ารวม 38,700,900 บาท จับรางวัลจำนวน 9 สัปดาห์ ประเดิมจับสลากผู้โชคดี ส่งท้ายปีครั้งแรกโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้แทนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และผู้แทนสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568   ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด 

อีซูซุ 2

พิเศษ! ลูกค้าที่ลงทะเบียนตามช่องทางที่กำหนดจะได้รับคูปองส่วนลดเพิ่ม มูลค่า 5,000 บาท สำหรับซื้อรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ จำนวน 10,300 รางวัล มูลค่ารวม 51,500,000 บาท และคูปองส่วนลด มูลค่า 10,000 บาท สำหรับซื้อรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ จำนวน 2,200 รางวัล มูลค่ารวม 22,000,000 บาท ตั้งแต่วันที่     25 ตุลาคม 2568 ถึง 30 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ พิเศษ! สำหรับลูกค้าเก่าอีซูซุรับคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด มูลค่า 30,000 บาท สำหรับซื้อรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์เฉพาะรุ่นที่กำหนด และคูปองส่วนลด 50,000 บาท สำหรับซื้อรถยนต์นั่งอเนกประสงค์        มิว-เอ็กซ์ เฉพาะรุ่นที่กำหนด ทั้งนี้เป็นไปตามสถานะของสมาชิกอีซูซุ

สัมผัสรถอีซูซุ ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ และศึกษารายละเอียดแคมเพจ์นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com/register

 

 

 

 

หมายเหตุ

  • สิทธิ์ในการลุ้นรางวัลจะถูกแบ่งตามรอบการจับรางวัล ผู้ที่ซื้อและรับรถในช่วงเวลาของรอบใด จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเฉพาะใน รอบการจับรางวัลของสัปดาห์นั้น ๆ เท่านั้น และสิทธิ์ดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป
  • ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และลูกค้า 1 สิทธิ์ จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลจับสลากได้เพียง 1 ครั้ง (1รอบ) เท่านั้น ลูกค้านิติบุคคลและลูกค้ารายใหญ่ (Fleet Customer) สามารถร่วมแคมเพจ์นได้ และได้รับ 1 สิทธิ์ เท่านั้น
  • ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันทำการหลังวันที่มีการจับสลาก เวลา 00 น.ผ่านเพจ FB : All-New ISUZU D-MAX,       All-New ISUZU MU-X และผ่านทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศพร้อมรายละเอียดการรับรางวัล
  • ใบอนุญาตจับสลากเลขที่ 1727-1735/2568

 

หมายเหตุรางวัลบัตรน้ำมัน

  • บัตรเติมน้ำมันสามารถใช้แทนเงินสดในการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ทั้งนี้เงื่อนไขการใช้บัตรเติมน้ำมันเป็นไปตามที่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กำหนด
  • บัตรเติมน้ำมันสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572
  • ผู้โชคดีมีหน้าที่รับผิดชอบชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 (5%) ของมูลค่ารางวัลทั้งหมด ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ในกรณีที่บัตรเติมน้ำมันเกิดการสูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในการออกบัตรใหม่หรือชดเชยมูลค่าของรางวัลให้ในทุกกรณี

 

รายละเอียดการจับสลาก ดังนี้

  • วันและเวลาจับสลาก

– ครั้งที่ 1 : วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน  2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 2 : วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน  2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 3 : วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน  2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 4 : วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน  2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 5 : วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 6 : วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 7 : วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 8 : วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น.

– ครั้งที่ 9 : วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น.

“นิสสัน” เตรียมสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 เปิดตัวพรีเมียมเอสยูวี พร้อมนำรถยนต์ยอดนิยมครบรุ่นจัดแสดงในงาน

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย พร้อมสร้างความตื่นเต้นในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ด้วยการเปิดตัวรถพรีเมียมเอสยูวี ที่จะเปิดมิติใหม่ของการขับขี่ด้วยการผสานพลังของเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เข้ากับเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) ของนิสสัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติแบบ All-Wheel Drive (AWD) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจ สามารถควบคุมรถได้อย่างเต็มที่บนทุกสถานการณ์ และทุกสภาพถนน

นิสสัน 2

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของ    นิสสันที่จะสร้างสีสัน และความตื่นเต้นให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เราเตรียมที่จะนำรถยนต์เอสยูวีระดับพรีเมียมรุ่นใหม่มาเสริมทัพ  รถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจสำหรับคนที่รักความท้าทายอย่างแท้จริง  ด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD เทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ รถยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ขับขี่ แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสันในการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และยนตรกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดประเทศไทย นอกจากนี้ ยังทำให้นิสสันมีรถยนต์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมในเซกเมนต์ต่างๆ สามารถสนองต่อความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์แบบซีดาน คอมแพคเอสยูวี เอ็มพีวี และรถกระบะ โดยแต่ละรุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของเราที่จะสนองต่อความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงยกระดับประสบการณ์ในการเดินทางให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน”

ไฮไลต์ที่บูทนิสสัน

นิสสัน 3

บูทนิสสันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 จะมีไฮไลต์หลัก 2 รุ่น ได้แก่ รถพรีเมียมเอสยูวี ที่จะเปิดตัวในงาน และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์

รถเอสยูวีระดับพรีเมียมที่จะเปิดตัวในงาน ถือเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญของนิสสันในประเทศไทย เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทรงพลัง มอบประสบการ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และตอบสนองได้อย่างฉับไว ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ยังคงความสะดวกสบาย และมั่นใจในระยะทาง ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของนิสสันอย่าง อี-พาวเวอร์ (e-POWER) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ AWD เทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยเทคโนโลยี   อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) จะช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำ และมั่นคง ผู้ขับขี่จึงควบคุมการเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจไม่ว่าทักษะการขับขี่จะอยู่ในระดับใด ทั้งยังมอบการขับขี่ที่นุ่มนวล เสถียร และมั่นใจ พร้อมเพิ่มความสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง นิสสันยังได้ออกแบบรถอเนกประสงค์     เอสยูวีพรีเมียมรุ่นนี้มาเพื่อมอบอรรถประโยชน์ของการใช้งานอย่างเต็มที่ และนั่งสบายไม่ว่าจะขับขี่ในเมือง นอกเมือง หรือแบบออฟโรดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย มอบประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่ในแบบที่เหนือความคาดหมายสำหรับรถเอสยูวีระดับพรีเมียม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์อเนกประสงค์เอ็มพีวี 7 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย กระจกรอบคันมีขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เบาะนั่งทุกตำแหน่งออกแบบมาให้รับกับสรีระเป็นอย่างดี มีพื้นที่เหนือศีรษะที่ให้ความโปร่ง ภายในถูกออกแบบให้สามารถเดินได้ตลอดคันจากหน้าไปถึงเบาะนั่งแถวที่สาม ประตูเลื่อนอัตโนมัติไฟฟ้าให้การเข้าออกที่ง่าย สะดวกในทุกการใช้งาน เหมาะสำหรับการเดินทางที่สร้างความทรงจำและประสบการณ์สุดพิเศษกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ในนิสสัน เซเรน่า ยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ตอบสนองได้ดังใจ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้าที่สถานีแม้จะเป็นการใช้งานเพื่อเดินทางไกล เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ยังติดตั้งเบาะนั่งที่ปรับได้ถึง 13 รูปแบบ ประตูท้ายที่สามารถเปิดได้ทั้งแบบครึ่งบานและเต็มบานให้ความสะดวกในการใช้งาน ป้องกันไม่ให้ของท้ายรถหล่นออกมาขณะเปิดท้าย และยังเปิดท้ายได้สะดวกแม้ต้องจอดในที่ที่มีพื้นที่ด้านหลังจำกัด

รถยนต์ยอดนิยมจัดแสดงครบครัน

นิสสัน 4

นิสสันจะนำรถยนต์รุ่นหลักทั้งหมดมาร่วมสร้างสีสันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ได้แก่

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ที่มอบความสนุกในการขับขี่ ตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% จากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน และให้ความสะดวกในการเพิ่ม และลดความเร็วได้ในคันเร่งเดียวกับระบบ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step)  นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ให้ทั้งความสะดวก และมั่นใจมากมาย เช่น กระจกมองหลังอัจฉริยะ IRVM (Intelligent Rear View Miror)  รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360 Safety Shield

นิสสัน นาวารา กระบะ “ทน พร้อม ลุย” ในรูปโฉมที่สปอร์ตมากขึ้นทั้งภายนอกภายใน นาวาราทุกรุ่นยังรักษาจุดเด่นด้านความทนทาน ความอเนกประสงค์ และวางใจได้อันเป็นเอกลักษณ์  ไฮไลต์ของนิสสัน นาวารา ได้แก่ รุ่นย่อย SL ได้แก่ คิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT  ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6 MT และดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยยังได้สมรรถนะ ความอเนกประสงค์ และการใช้งานประจำวันในแบบฉบับของนาวาราที่มีความคุ้มค่า

นิสสัน 5

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง … จัดให้” ผสมผสานความกว้างขวาง และความสบายภายในห้องโดยสารเข้ากับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะได้อย่างลงตัว ออกแบบมาเพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน ห้องโดยสารกว้างขวางและนั่งสบายเหนือระดับสำหรับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร พร้อมด้วยแอปพลิเคชัน NissanConnect Services ช่วยเพิ่มความสะดวก และความอุ่นใจ ให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ และสั่งการรถผ่านสมาร์ตโฟนได้ทุกที่ พร้อมฟังก์ชันปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และฟีเจอร์ Walk-Away Lock เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง มาพร้อมการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม และประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

นอกจากรถยนต์รุ่นต่างๆ แล้ว นิสสัน ยังได้จัดแคมเปญพิเศษ “SAY YES!” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพสูงจากนิสสันได้ง่ายขึ้น โดยมีข้อเสนอที่หลากหลายในแต่ละรุ่นให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการตั้งแต่ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท ไปจนถึงผ่อนนาน    96 เดือน* พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์

ผู้ที่สนใจสามารถแวะมาเยี่ยมชมได้ที่บูทนิสสัน ในงานไทยแลนด์มอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2025