Home Blog Page 265

ระเบิดความมันส์ทะลุแดด “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” สนาม 4 กระหึ่ม

0

โค้งสุดท้ายกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022… Pushing the limits to race your ambition” สนามที่ 4 เมื่อวันที่ 19-20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ โดยมี นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารตัวแทนผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเปิดการแข่งขันท่ามกลางสภาพอากาศท้องฟ้าเปิดและแสงแดดเจิดจ้าพร้อมแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างเนืองแน่น

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเปิดการแข่งขันครั้งนี้ว่า “มอเตอร์สปอร์ตถือเป็นหนึ่งใน DNA ของโตโยต้า และเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาโตโยต้าทั่วโลก ในการพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งกว่าหรือ Ever-Better-Car โดยโตโยต้าได้เข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก เพื่อเปิดประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ได้รับจากการแข่งขัน มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนารถยนต์รวมถึงคนในองค์กร ด้วยหลักแนวคิด ถนนสร้างคนและคนสร้างรถ”

ผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น  

“Yaris One Make Race Division 1

ประเดิมสนามเชียงใหม่ด้วยรุ่น “Yaris One Make Race ” ECO Car ยอดนิยม จากพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVTi-e  1,200 ซีซี และช่วงล่างที่ทนทานเป็นเยี่ยม โดยแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ นรรัศมิ์ อภิวาทหมายเลข 25  จากทีม “Nexkart  ATP 888 Carwash by DT Motorsport”  ในขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของ    “อเล็กซ์ โกรคอทท์ หมายเลข 57 จากทีม Hin Speed Motorsport”  และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “ปังปอนด์-อัครวุฒิ มังคลสุต หมายเลข 10 จากทีม Toyota Racing Star Team”

ผลการแข่งขันรุ่น Toyota Yaris One Make Race Division 1

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 25 นรรัศมิ์ อภิวาท Nexkart  ATP 888 Carwash by DT Motorsport
2 57 อเล็กซ์ โกรคอทท์ Hin Speed Motorsport
3 10 อัครวุฒิ มังคลสุต Toyota Racing Star Team
4 39 นิพิฐพนธ์ วัฒนานิตย์ PMC52
5 26 อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ B-QUIK

 

“Toyota Yaris One Make Race Division 2

ในขณะที่รุ่น “Yaris One Make Division 2”  อันดับ1 ตกเป็นของ“อรรถพล  อิทธิรัตนะโกม” หมายเลข 54  จากทีม Cave men  โดยมี โสภณ  ภุมรินทร์” หมายเลข 36 จากทีม WAXY ตามมาคว้าอันดับที่ 2  ในขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของ “ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี” หมายเลข 51 จากทีม Cave men 

ผลการแข่งขันรุ่น Toyota Yaris One Make Race Division 2

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 54 อรรถพล  อิทธิรัตนะโกมล Cave men
2 36 โสภณ  ภุมรินทร์ WAXY
3 51 ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี Cave men
4 59 ขจรภิเษก แก้วไกรสิน Nexzter Rest Club
5 19 สุรเชษฐ  วรวงศ์วสุ Cave men

“Vios Lady One Make Race”

สนุกกันต่อในรุ่น “Vios Lady One Make Race” ของเหล่านักแข่งสาว ที่ใส่กันไม่ยั้งจนจบการแข่งขัน ซึ่งแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ “ศิริภากรณ์ แยบยนต์ หมายเลข 188 จากทีม TMC Drive68 by wootbangbon”  โดยมี “สาวิตรี กวางแก้ว หมายเลข 138 จากทีม IDEMITSU Racing Team Thailand” ตามมาในอันดับ 2  และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ หมายเลข193 จากทีม Nexzter Singha Sittipol”

ผลการแข่งขัน “Vios Lady One Make Race”

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 188 ศิริภากรณ์ แยบยนต์ TMC Drive68 by wootbangbon
2 138 สาวิตรี กวางแก้ว IDEMITSU Racing Team Thailand
3 193 สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ Nexzter Singha Sittipol
4 99 กมลชนก บุญคร่ำ SittipolGroup
5 114 Iris Hufschmidt Hype Superclub

 

“Hilux Revo One Make Race”

สนุกเร้าใจไปกับ Hilux Revo One Make Race กับกระบะสายพันธ์แกร่ง พลังแรงเหนือนิยาม เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2,400 ซีซี ผลปรากฏว่าอันดับที่ 1 ตกเป็นของ “อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์ หมายเลข 44 จากทีม Van Garage”  อันดับ 2 ได้แก่  นิรุทธ์  สุจริต หมายเลข 19 และอันดับ 3  ได้แก่   ปัณฑ์นลิน ทวยเดช หมายเลข 28 จากทีม Kaizo Nexzter Pertamina Racing Team by RUK Services”

ผลการแข่งขัน Hilux Revo One Make Race

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 44 อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์ Van Garage
2 19 นิรุทธ์  สุจริต
3 28 ปัณฑ์นลิน ทวยเดช Kaizo Pertamina nexzter racing team by RUK Service

“Corolla Altis GR Sport Make Race”

ปิดท้ายกับความมันส์กับนักแข่งรุ่นใหญ่ “Corolla Altis GR Sport Make Race”  ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ “อณิวัฏ ล้อมมหาดไทย หมายเลข 44 จากทีม Drive 68”  โดยมี “เคนทาโร่ ชิบะ” หมายเลข 3  ตามมาในอันดับ 2  และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “ณ ดล วัฒนธรรม หมายเลข 23 จากทีม Sittipol”

ผลการแข่งขัน “Corolla Altis GR Sport Make Race”

อันดับ หมายเลข ชื่อนักแข่ง ทีม
1 44 อณิวัฏ ล้อมมหาดไทย Drive 68
2 3 เคนทาโร่ ชิบะ
3 23 ณ ดล วัฒนธรรม Sittipol
4 59 วิทวัส ชินบารมี
5 19 สุรศักดิ์ ดาเก็ง Kaizo nexzter Pertamina By RUK Services

 

ภายในงานแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกคนยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดโปรด อาทิ “GR BATTLE DRIFT SHOW” ยกทัพรถแต่งตระกูล GR ทั้ง Supra, Corolla Altis และ Hilux Revo มาโชว์สมรรถนะการขับขี่และควบคุมโดยแชมป์รายการD-One Grandprix จากญี่ปุ่น ชมโชว์พิเศษจากตัวจริงของทีมแข่งแชมป์โลก 3 ปีซ้อน Toyota Gazoo Racing Team Thailand Champion Show ตื่นตาไปกับขบวนรถกระบะพันธุ์แกร่ง “Hilux Revo Racing Mania” Hilux Revo หล่อ แรง แต่งสวยจนต้องว้าว ! ร่วม Meet & Greet Toyota Racing Star Team พบ มารี เบรินเนอร์ และปังปอนด์ อัครวุฒิ 

ร่วมติดตามความมันส์ของกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” สนามที่ 5 ชิงแชมป์ประจำปีวันที่ 16-18 ธันวาคม 2565 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 

ติดตามชมความสนุกเร้าใจ

และรับชมการแข่งขันผ่านทาง Live Streaming ได้ที่ www.facebook.com/ToyotaGazooRacingMotorsportThailand

GWM เจาะลึกแพล็ตฟอร์มอัจฉริยะ L.E.M.O.N DHT เผย 5 ปัจจัยความสำเร็จของการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไฮบริดระดับโลก

0

หลังจากที่ได้ทุ่มเทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัยเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้นให้กับผู้บริโภคมาตลอดหลายปีในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ประสบความสำเร็จในการคิดค้นแพลตฟอร์มอัจฉริยะ L.E.M.O.N DHT แพลตฟอร์มแบบโมดูล่าร์สุดล้ำที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา สามารถลดแรงระหว่างการขับขี่ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังใช้กับทั้งรถยนต์ระบบสันดาปภายใน (ICE) ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสม หรือ ไฮบริด (HEV) ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) และยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ 5G ในอนาคต โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มนี้ขึ้นจากการทดสอบบนถนนมากกว่า 6 ล้านกิโลเมตรและในสภาพแวดล้อมสุดขั้นถึง 76 แบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่ทั้งปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การพัฒนารถยนต์ด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะดังกล่าวจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคและสื่อมวลชนในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ L.E.M.O.N DHT ก็ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมถึง 5 ด้าน คือ ด้านประสิทธิภาพ (Performance) สถาปัตยกรรมไฮบริด (Hybrid Architecture) สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD Performance) การใช้พลังงานและระยะการขับขี่ (Energy Consumption and Driving Range) และประสบการณ์การขับขี่ (Driving Experience) จนอาจเรียกได้ว่ายืนหนึ่งในวงการยนตรกรรมไฮบริดด้วยความแข็งแกร่งครบทุกมิติ (Excellent Comprehensive Strength)

ความจัดจ้านด้านเทคโนโลยีไฮบริด กุญแจสู่ความสำเร็จของการพัฒนายานยนต์อัจฉริยะ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นผู้ออกแบบและพัฒนารวมถึงเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N Hybrid DHT Technology ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นเอกด้านเทคโนโลยีไฮบริดของผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศจีน โดยการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N DHT นำมาซึ่งเทคโนโลยีไฮบริดที่มีการบูรณาการระดับสูงโดยใช้โครงสร้างการเชื่อมต่ออนุกรมแบบขนานด้วยมอเตอร์คู่ในเชิงสถาปัตยกรรมระบบ ครอบคลุมทั้งรูปแบบ HEV และ PHEV รวมถึงระบบส่งกำลังสามชุด คือ ระบบส่งกำลัง 1.5L + DHT115, 1.5T + DHT130 และ 1.5T + DHT130 + P4 จึงเป็นที่มาของความสำเร็จทั้งในด้านสมรรถนะ ความอัจฉริยะ ระยะทางการขับขี่ และด้านอื่นๆ อีกมากมาย

องค์ประกอบสำคัญที่สร้างสรรค์มาเพื่อการทำงานอย่างชาญฉลาดหลากหลายรูปแบบ

L.E.M.O.N DHT เป็นโซลูชันด้านเทคโนโลยีไฮบริดที่มีประสิทธิภาพเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เป็นระบบประกอบยานยนต์ไฮบริดแบบ “Seven-in-one” ที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบการประกอบรถยนต์เชื้อเพลิงทั่วไป แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N DHT มีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า ประสิทธิภาพการส่งกำลังสูงกว่า ทั้งยังเหนือกว่าในด้านระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้างที่ลดลงทั้งหมด ขณะที่โครงสร้างการเชื่อมต่ออนุกรมแบบขนานด้วยมอเตอร์คู่สามารถควบคุมระบบเพื่อสลับโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด และสามารถทำงานร่วมกันกับเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูงได้เป็นอย่างดีเพื่อให้ใช้กำลังและเชื้อเพลิงได้อย่างเหมาะสมที่สุดภายใต้สถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน นอกจากนั้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหนือระดับยังช่วยให้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N DHT มีความโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพ พละกำลัง ประหยัดพลังงานมากขึ้น มีอัตราความล้มเหลวต่ำ และให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น เป็นต้น

L.E.M.O.N DHT ไม่เพียงมาพร้อมกับความสปอร์ตและสมรรถนะอันเป็นเลิศตลอดจนระยะทางการขับขี่ที่ไปได้ไกลยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นด้านการทำงานและความอัจฉริยะ โดยระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะยังสามารถควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ได้อย่างชาญฉลาดตามสภาพแวดล้อมเฉพาะในแต่ละพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานจากแบตเตอรี่จะถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีคันเร่งเดี่ยวอัจริยะ (Single-pedal) ทำให้การขับขี่ง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบควบคุมขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความอุ่นใจในการควบคุมรถ ส่วนการปรับไดนามิกอัจฉริยะทำได้ตั้งแต่ 0:100 ถึง 100:0 สำหรับการกระจายแรงบิดไปยังเพลาหน้าและเพลาหลังเพื่อการยึดเกาะถนนอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ สะท้อนให้เห็นว่า L.E.M.O.N DHT คือเทคโนโลยีไฮบริดที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เคยสร้างสรรค์ขึ้นมา

“ตัวถัง” ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ผสานพลัง “ความอัจฉริยะ” สุดล้ำ กำเนิดโซลูชันด้านไฮบริดที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างลงตัว

L.E.M.O.N DHT คือบทพิสูจน์ของความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพเหนือชั้นและสมรรถะทรงพลังที่ครอบคลุมทุกระดับความเร็วในทุกสถานการณ์ผ่านการเชื่อมต่ออนุกรมแบบขนานของเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูงและมอเตอร์คู่ ส่งมอบโซลูชันด้านการขับขี่ยานยนต์ไฮบริดที่ดีที่สุดตลอดจนประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นไร้สะดุด

ใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดสำหรับทุกรูปแบบการขับขี่ ด้วย DHT Hybrid Powertrain

L.E.M.O.N DHT จะช่วยเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสมพร้อมระบบการควบคุมอัจฉริยะให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์ อาทิ

  • เมื่อรถจอดสนิทหรือเครื่องยนต์ไม่ได้กำลังทำงาน อัตราสิ้นเปลืองพลังงานจะเป็นศูนย์ โดยมอเตอร์จะตอบสนองอีกครั้งและทำงานทันทีเมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
  • ในระหว่างการลดความเร็วและการเบรก ระบบจะเข้าสู่โหมดการกู้คืนพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น
  • สำหรับการขับขี่ในเมือง โหมด EV และโหมดเครื่องยนต์ จะถูกสลับกันใช้งานอัตโนมัติ โดยเครื่องยนต์จะยังคงทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ
  • เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วปานกลาง โหมด EV หรือโหมดเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพวงมาลัยแบบต่อโดยตรงกับเพลาจะถูกเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม และเมื่อเพิ่มความเร็วในการขับขี่ให้สูงขึ้น ระบบจะเลือกโหมดประหยัดทันที เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง
  • ในระหว่างการแซงด้วยความเร็วปานกลางหรืออัตราเร่งอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะใช้กำลังและทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ และหากแซงด้วยความเร็วระดับสูง โหมดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์จะถูกยกระดับให้มีพละกำลังสูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความเร็วของตัวรถ

การจับคู่อย่างชาญฉลาดระหว่างโหมดพลังงานกับสถานการณ์การขับขี่รูปแบบต่างๆ ทำให้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N DHT สร้างความสมดุลระหว่างระบบการใช้ไฟฟ้าและการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างยอดเยี่ยม มอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ใช้รถ

จัดเต็มโหมดอัจฉริยะมากมาย รองรับการใช้งานและสภาพถนนที่แตกต่างได้อย่างครอบคลุม

ด้วยขุมพลังเหนือชั้น ความสะดวกสบายในการขับขี่ที่มากขึ้น รวมทั้งระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ที่ลดลง ตลอดจนประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดียิ่งกว่าที่เคย ทำให้ L.E.M.O.N DHT เป็นแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์การขับขี่คุณภาพให้แก่ผู้บริโภค ครอบคลุมครบทุกมิติทั้งด้านความเร็ว ความราบรื่น ความเงียบ และความประหยัด นอกจากนั้น การผสานการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์คู่ รวมถึงการสลับโหมดการขับขี่ที่ดีขึ้นช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงแต่เพิ่มสมรรถนะในทุกช่วงความเร็วและในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้ เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ควบคุมการใช้พลังงานซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาที่ช่วยให้การสลับไปมาระหว่างการใช้น้ำมันและพลังงานไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ขณะที่ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้าง ต่างได้รับการปรับปรุงและยกระดับให้ดียิ่งขึ้นเพื่อมอบความเงียบสงบเป็นพิเศษในระหว่างการเดินทาง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Intelligent Technology) พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเพื่อสร้างสมรรถนะกำลังที่ดีขึ้น ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และสร้างความสบายในการขับขี่จากแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N DHT ที่ได้รับอย่างกว้างขวางในด้านความครบครันของเทคโนโลยีไฮบริด โดยในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งของนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างเต็มรูปแบบต่อไป เพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงมูลค่าการใช้ยานพาหนะที่สูงขึ้นและส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นสำหรับผู้บริโภค

ฟอร์ด มอบประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าทดลองขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ในแบบของคุณ ตลอด 3 วัน 2 คืน

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบแคมเปญพิเศษ ‘Extraordinary Experience With Next-Gen Everest’ ให้ลูกค้าที่สนใจรถยนต์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ทดลองใช้และทดสอบสมรรถนะการทำงานของรถได้แบบจุใจ ด้วยการออกไปพักผ่อนเปิดประสบการณ์ใหม่ได้ช่วงสุดสัปดาห์ ฟรีตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เพื่อทดลองขับในช่วงสุดสัปดาห์ (ศุกร์-อาทิตย์) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2565 จากผู้จำหน่ายฟอร์ดที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่

  1. ฟอร์ด พระราม 2
  2. ฟอร์ด พระนคร มอเตอร์ เกษตร-นวมินทร์
  3. ฟอร์ด พระราม 4
  4. ฟอร์ด มหานคร รัตนาธิเบศร์
  5. ฟอร์ด ออโต้ แกลลอรี่ ปทุมธานี

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ขับสนุก ผสานสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกการผจญภัย ความสะดวกสบายเหนือระดับ และมีเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย ประกอบด้วย 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเทรนด์    รุ่นสปอร์ต รุ่นไทเทเนียมพลัส 4×2 และรุ่นไทเทเนียมพลัส 4×4 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน มาพร้อมสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อันเหนือระดับ

ดูขั้นตอนการจองคิวทดลองขับฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ได้ที่ https://www.everesttestdrive.com/

เงื่อนไขในการทดลองขับฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่

  • ผู้ยืมรถทดลองขับต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป และต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
  • ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการยืมรถอันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ยืม ผู้ยืมจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท

ผู้ยืมต้องนำรถมาส่งคืนภายในวันและระยะเวลาที่กำหนด

นิสสัน จัดเต็มโปรโมชั่นรับมอเตอร์เอ็กซ์โป ฉลองส่งท้ายโอกาสครบรอบ 70 ปี ด้วยข้อเสนอที่หลากหลาย

0

นิสสัน ต้อนรับมอเตอร์เอ็กซ์โป และส่งท้ายการฉลองปีที่ 70 ของนิสสันในประเทศไทย ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมเพิ่มทางเลือกของ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ด้วยสีเทา Stealth Grey ใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีใครกล้าคิดอย่างมีสไตล์  และถ้ากำลังมองหากระบะที่แข็งแกร่ง เข้ม ทนทานทุกสภาพการใช้งาน  นิสสันพร้อมส่งข้อเสนอ 2 ต่อ เร้าใจกับหลากหลายทางเลือกที่เหมาะกับลูกค้า เช่น ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน และลุ้นรับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 100,000 บาท* เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทุกรุ่นได้ง่ายกว่าเดิม และสัมผัสกับเทคโนโลยียานยนต์สไตล์ “นิสสัน ก้าวล้ำ เพื่อคุณ” ได้ทันที พร้อมรับข้อเสนอพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของนิสสัน คือการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ทั้งในด้านการนำเสนอรถยนต์คุณภาพเยี่ยมที่ตรงใจ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไม่ว่าจะในด้านเครื่องยนต์สมรรถนะเยี่ยม ความปลอดภัย วางใจได้ สะดวกสบายในทุกการใช้งาน  รวมถึงข้อเสนอ และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เกิดจากความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำหน้าตรงตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยเฉพาะในช่วงพิเศษที่ นิสสันฉลอง 70 ปี ที่เราอยู่ในสังคมไทย และลูกค้าคนไทยมาโดยตลอด สำหรับภายในงานนิสสันเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษ เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปี”

นิสสันเติมสีสันในตลาดกระบะพันธุ์แกร่งด้วยด้วยการเพิ่มสีเทา Stealth Grey สุดเท่สำหรับคนอินเทรนด์ ใน นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ทุกรุ่นย่อย ทั้งในรุ่นตอนครึ่งยกสูง (คิงแค็บ คาลิเบอร์) และ รุ่นสี่ประตู   ยกสูง (ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์) โดยในรุ่นแบล็ค อิดิชั่น เสริมความแกร่ง เข้ม ด้วยชุดแต่งโทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ตรอบคันทั้งภายนอกภายใน ให้ลูกค้านาวาราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีใครกล้าคิดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร  ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm)  มาพร้อมเกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่เปิดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ เครื่องยนต์มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่น เต็มที่กับการบรรทุกหนักและการใช้งานที่ต้องความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้าง  โมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียงของนิสสัน และมีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ  พร้อมระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีขั้นสูงรอบคัน รวมทั้งรองรับน้ำมันดีเซลทุกแบบทั้ง B7, B10 และ B20

เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565 นิสสันจึงได้เปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจได้ทันทีไม่ต้องรอเปิดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ได้แก่

  • นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี  แพ็กเกจขับสบายหายห่วง 5 ปี ได้แก่ รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)  รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์   นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี  Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  (5 ปี หรือ 150,000 กม)  และ SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กม)  นอกจากนี้ยังรับ ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ Stylish Package (เฉพาะ รุ่น V, VL และ AUTECH) และสปอยเลอร์หลังคา (เฉพาะ รุ่น AUTECH)

  • นิสสัน นาวารา

ลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2565 รับฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี และฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร และขับฟรี สูงสุด 90 วัน นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยข้อเสนอพิเศษได้แก่

  • New NAVARA S/Cab: ดาวน์เริ่มต้น 29,750 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,099 บาท และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • New NAVARA K/Cab: ดาวน์เริ่มต้น 32,450 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,499 บาท และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • และพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ดาวน์เริ่มต้น 5% นานสูงสุด 84 เดือน และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี สำหรับรุ่น New NAVARA K/Cab Calibre, New NAVARA D/Cab Calibre, New NAVARA K/Cab Calibre Black Edition, New NAVARA D/Cab Calibre Black Edition, New NAVARA D/Cab PRO-2X  7AT, และ New NAVARA D/Cab PRO-4X  7AT

  • นิสสัน เทอร์ร่า
  • New Nissan TERRA รุ่น VL: ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน และรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร และขับฟรี สูงสุด 90 วัน  พร้อม แพ็กเกจขับสบายหายห่วง 5 ปี  ได้แก่ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี   Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กม) และ SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กม)  พิเศษสำหรับรุ่นนี้ รับฟรี อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
  • New Nissan TERRA รุ่น E: ดาวน์เริ่มต้น 59,950 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ฟรี แพ็กเกจขับสบายหายห่วง 5 ปี ได้แก่ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี   Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กม) และ SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กม)  ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร  และขับฟรี สูงสุด 90 วัน

  • นิสสัน อัลเมร่า

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ฟรี แพ็กเกจขับสบายหายห่วง 5 ปี ได้แก่  SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กม โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  (5 ปี หรือ 150,000 กม) ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/70,000 กิโลเมตร  และฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง SPORTECH PREMIUM PACKAGE (เฉพาะรุ่น VL Sportech)

มาสด้า จัดแพ็กเกจดูแลลูกค้าตลอด 5 ปี ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ เตรียมทัพ Carbon Edition ลุยงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022

0

มาสด้าพร้อมลุยงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 ชูไฮไลท์รถรุ่นพิเศษ Mazda CX-30 Carbon Edition สีเทา แมชชีน เกรย์ โดดเด่นทั้งภายนอกและภายในที่ได้รับการออกแบบขึ้นพิเศษเฉพาะลูกค้าชาวไทย ด้วยแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์สไตล์คาร์บอนมาสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์และถ่ายทอดภาพลักษณ์ความสปอร์ตหรูหรามีระดับ พร้อมทัพรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่นมาจัดแสดง จัดแพ็กเกจสุดคุ้มส่งท้ายปีเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดาวน์เริ่มต้น 29,900 บาท ดอกเบี้ย 2.09% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และมอบการดูแลลูกค้าแบบครบครันตั้งแต่วันแรกที่ออกรถจนถึงบริการหลังการขายตลอดระยะเวลา 5 ปี ด้วยโปรแกรมสุดพิเศษระดับพรีเมี่ยม MAZDA ULTIMATE SERVICE (MUS) ครอบคลุมทั้ง รับประกันคุณภาพ ค่าบำรุงรักษาตามระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลว พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง รวมมูลค่าสุดสุด 62,568 บาท ทุกโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศและภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพียง 12 วัน เท่านั้น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 ปีนี้ มาสด้าเตรียมรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง ครอสโอเวอร์เอสยูวี รถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอน และรถปิกอัพต้นแบบแห่งความสง่างาม มาจัดแสดงให้ลูกค้าและแฟนๆ ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดครบทุกรุ่น ไฮไลท์เด็ดเป็นรถรุ่นพิเศษ Mazda CX-30 Carbon Edition สีเทา แมชชีน เกรย์ มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกภายในงานฯ โดยนำครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-30 เจ้าของรางวัลความสำเร็จมากมายจากเวทีระดับโลก มาเนรมิตโฉมโดยตกแต่งให้สะท้อนความสปอร์ตพรีเมี่ยมมากขึ้นไปอีกขั้น ถ่ายทอดความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ทำให้รถรุ่นนี้ดูสปอร์ตอย่างโดดเด่นต้องตาต้องใจผู้พบเห็นยิ่งขึ้น รวมถึงยังได้นำรถมาสด้ารุ่นพิเศษ Carbon Edition ในรุ่น มาสด้า2, มาสด้า3 และมาสด้า CX-3 ทั้งสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ และสีเทา แมชชีน เกรย์ ที่ได้รับการเนรมิตโฉมภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันมาจัดแสดงในงานให้ลูกค้าได้ยลโฉมและจับจองเป็นเจ้าของ ที่สำคัญพร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าได้ทันที

สำหรับภายในงาน มาสด้ายังได้เตรียมแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีมากมายหลายรายการ เพื่อมอบให้กับลูกค้าและแฟนๆ มาสด้าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น

  • Mazda2 รถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมตลอดกาล หรูหราสปอร์ตพรีเมี่ยม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพ พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด มีราคาเริ่มต้น 546,000 บาท พร้อมโปรโมชั่น ดาวน์เริ่มต้น 29,900 บาท1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2, ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) มูลค่าสูงสุด 38,515 บาท3
  • Mazda2 Carbon Edition/Sports รถยนต์นั่งที่มาพร้อมความแตกต่างอย่างมีสไตล์ สะท้อนความสปอร์ตไม่ซ้ำใคร ด้วยกระจกมองข้างสีดำตัดกับโทนสีเข้มภายนอก ภายในตกแต่งพิเศษด้วยเบาะนั่งสีแดง Burgundy มีให้เลือก 2 แบบ กับรุ่นซีดาน 4 ประตู และรุ่นแฮตซ์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่าย 669,000 บาท พร้อมข้อเสนอ ดาวน์เริ่มต้น 5%1 , ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2 และฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) มูลค่าสูงสุด 38,515 บาท3
  • Mazda3 รถยนต์นั่งต้นแบบแห่งความสง่างาม เรียบหรูทุกมุมมอง เจ้าของรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก และ Top 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 979,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,900 บาท2, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท4
  • Mazda3 Carbon Edition/Sports รถยนต์รุ่นพิเศษที่มาพร้อม 2 ทางเลือก กับ รุ่นซีดาน 4 ประตู และรุ่นฟาสต์แบค 5 ประตู ผสานความแตกต่างด้วยดีไซน์สะกดสายตาทุกมุมมอง มาพร้อมกระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารตกแต่งเป็นพิเศษด้วยหนังสีดำและด้ายสีแดง พร้อมเบาะหนังสีแดง Burgundy ราคาจำหน่าย 1,210,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 09%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 28,900 บาท2 และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท4
  • Mazda CX-3 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเล็ก สะท้อนไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับโลกยานยนต์ด้วยการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 0 ลิตร วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 786,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท2 และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,343 บาท4
  • Mazda CX-3 Carbon Edition พร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 0 ลิตร โดดเด่นด้วยการตัดโทนสีเข้มกับกระจังหน้าสีดำ กระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว และมอบความเหนือระดับด้วยหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า วางราคาจำหน่ายเพียง 904,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,343 บาท4
  • Mazda CX-30 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี เจ้าของรางวัล Top 3 World Car of the Year 2020 และรางวัล Thailand Car of the Year 2020 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 989,000 บาท และมาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท2, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท4
  • Mazda CX-30 Carbon Edition มาพร้อมความโดดเด่นด้วยสีโทนเข้ม ตัดกับกระจกมองข้างสีดำที่มีเอกลักษณ์พิเศษ ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว สะท้อนความพรีเมี่ยมด้วยเบาะหนังสีแดง Burgundy ตกแต่งภายในด้วยหนังสีดำและด้ายสีแดง วางราคาจำหน่าย 1,211,000 บาท และมาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท2, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท4
  • Mazda CX-5 หนึ่งเดียวของยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี ที่มีให้เลือกมากที่สุดถึง 3 เครื่องยนต์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำหน้า ด้วยเทคโนโลยีและออฟชั่นครบครัน วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,349,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 23,000 บาท2, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 61,417 บาท4
  • Mazda CX-8 ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ดีไซน์ใหม่สุดหรู เทคโนโลยีใหม่เต็มคัน ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัว วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,549,000 บาท และมาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 09%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 35,700 บาท2, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 62,568 บาท4
  • Mazda MX-5 รถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจเนอเรชั่นใหม่ เจ้าตำนานแห่งความสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่ ก้าวล้ำด้วยหลังคาเปิดประทุนระบบไฟฟ้า วางราคาจำหน่าย 2,905,000 บาท และมาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร5

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เตรียมของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ* ให้กับลูกค้าที่จองซื้อรถกับมาสด้าภายในงานฯ อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมจากมาสด้า พร้อมรับข้อเสนอพิเศษต่างๆ นี้ ได้ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

หมายเหตุ:

1 สำหรับ Mazda2 ดาวน์ 5% ผ่อนสูงสุด 72 เดือน คำนวนจากรุ่น 1.3 C, 1.3 C Sports ราคา 599,000 บาท,

สำหรับ Mazda2 Carbon Edition/Sports ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน

สำหรับ Mazda3/Mazda3 Carbon Edition/Sports, Mazda CX-3/Mazda CX-3 Carbon Edition, Mazda CX-30/Mazda CX-30 Carbon Edition, Mazda CX-5, และ Mazda CX-8 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. ทิพยประกันภัย (ยกเว้น Mazda CX-30) (5) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย และมูลค่าที่ระบุ เป็นมูลค่าที่รวม VAT 7% แล้ว

3 ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าผลิตภัณฑ์ของเหลว จากการบำรุงรักษารถตามระยะนาน 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 38,515 บาท (รวม VAT 7% แล้ว)

4 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี, ฟรี ค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าผลิตภัณฑ์ของเหลว จากการบำรุงรักษารถตามระยะนาน 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี โดยมูลค่าสูงสุดที่ระบุ เป็นมูลค่าที่รวม VAT 7% แล้ว

5 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection

*สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตามเงื่อนไขต่างๆ ที่บริษัทฯ กำหนด และโปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

เงื่อนไขเพิ่มเติม;

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น

ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565 เท่านั้น

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดฯ ชวนลูกค้าขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยว พร้อมสานต่อโครงการ ‘ดีต่อใจ’ เพื่อน้องๆ โรงเรียนบ้านขจัดภัย จ.ระนอง

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ผู้แทนจำหน่าย มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ นำโดย อายุธ ยันต์โกเศศ ผู้จัดการทั่วไป บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรมสันทนาการพาลูกค้าเดินทางท่องเที่ยว ด้วยมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ณ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดระนอง พร้อมใช้โอกาสนี้ สานต่อโครงการเพื่อสังคม ‘ดีต่อใจ By Millennium Auto’ ตามปณิธานของบริษัทฯ ช่วยกันปรับปรุงลานอเนกประสงค์ และห้องน้ำที่สะอาดและปลอดภัย อีกทั้งจัดแข่งขันฟุตบอล สานสัมพันธ์กับน้องๆ โรงเรียนบ้านขจัดภัย ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความชื่นมื่น
และสนุกสนาน เมื่อเร็วๆ นี้

“ซูซูกิ” เสริมโปรโมชั่น สานต่อความนิยม “สวิฟท์” ชูความโดดเด่นสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็กครองยอดขายอันดับ 3 ต่อเนื่อง

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความนิยมของ ซูซูกิ สวิฟท์ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วย “SUZUKI SUPER FLASH DEAL” สร้างโอกาสเป็นเจ้าของสปอร์ตแฮทช์แบ็กได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยราคาผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,333 บาท/เดือน ตอกย้ำบทบาทยานยนต์ที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและความคุ้มค่าคุ้มราคา

ซูซูกิ สวิฟท์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ภายใต้ความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปโฉมสไตล์แฮทช์แบ็ก รวมถึงสมรรถนะการใช้งานในรูปแบบของสปอร์ตแฮทช์แบ็ก ส่งผลให้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง รั้งอันดับ 3 ในกลุ่มอีโคคาร์ด้วยยอดขายสะสม 7,289 คัน หลังผ่าน 10 เดือนแรกของปี

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำถึงความนิยมว่า “จากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ดีความคุ้มค่าคุ้มราคายังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ซึ่งรถยนต์ซูซูกิสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะ ซูซูกิ สวิฟท์ ที่ยังคงเป็นหนึ่งตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดอีโคคาร์”

“ด้วยรูปโฉมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบวกกับสมรรถนะการใช้งานที่ดี สร้างความเป็นตัวตนที่ชัดเจนให้กับ ซูซูกิ สวิฟท์ มาพร้อมการตอบรับที่ยอดเยี่ยมสามารถครองใจลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุก มาพร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่โดดเด่น ภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ตอกย้ำความนิยมด้วยยอดขายที่เกาะอยู่ในกลุ่มหัวแถวของตลาดแฮทช์แบ็ก อีโคคาร์”

โดย ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) สานต่อความนิยมสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถจับจองเป็นเจ้าของ ซูซูกิ สวิฟท์ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษ SUZUKI SUPER FLASH DEAL ขับฟรี 90 วัน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.49% สำหรับรุ่น GL GLX หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.79% สำหรับรุ่น GL PLUS พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

หรือเลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,333 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท สำหรับรุ่น GL PLUS พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ซูซูกิ สวิฟท์ ตอบสนองการใช้งานด้วยเครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานภายใต้แพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ ช่วยเสริมให้รถมีน้ำหนักน้อยลง ทว่ายังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งทั้งยังประหยัดน้ำมันมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวรถ พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก มาพร้อมระบบ TCS ช่วยควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ Idling Stop ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control ที่ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า พร้อมคานกันกระแทกด้านข้าง อีกทั้งระบบล็อกนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 2 ตำแหน่ง

SUZUKI SWIFT มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดง Ablaze Red Pearl, สีเทาอ่อน Star Silver Metallic, Mineral สีเทาเข้ม Gray Metallic, สีดำ Super Black Pearl สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic สำหรับรุ่น GL จำหน่ายในราคาเพียง 567,000 บาท รุ่น GL PLUS จำหน่ายในราคา 572,000 บาท และรุ่น GLX จำหน่ายในราคา 637,000 บาท สีขาว Pure White Pearl ทุกรุ่นเพิ่ม 5,000 บาท

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

เฉลิมฉลองความสำเร็จของ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ด้วยยอดเติบโตของการผลิต และพิสัยการเดินทางได้ไกลสูงสุด

0

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) คันที่ 100,000 ได้แก่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) สีน้ำเงิน Neptune Blue ได้เดินทางออกจากสายการผลิตตามเป้าหมายได้เป็นที่เรียบร้อย โดยจุดหมายดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลา 3 ปีภายหลังเปิดสายการผลิตไปครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2019 ณ โรงงานหลักในเมือง Zuffenhausen โดยรถสปอร์ตปอร์เช่คันดังกล่าว จะส่งถึงมือเจ้าของผู้ครอบครองในสหราชอาณาจักร โดย Kevin Giek รองประธานกรรมการ ผู้กำกับดูแลส่วนงาน Model Line Taycan กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่สามารถบรรลุยอดการผลิตได้รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ ถึงแม้จะมีความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการขาดแคลนชิ้นส่วน semiconductor และสถานการณ์โรคระบาด Covid ก็ตาม แต่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) เราสามารถปูเส้นทางความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ยุคของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าได้อย่างสวยงาม”

สำหรับ 3 ตลาดหลักสำหรับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน ประกอบด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกา, จีน และสหราชอาณาจักร /สาธารณรัฐ ไอร์แลนด์ โดยมีทางเลือกถึง 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ ไทคานน์ สปอร์ต ซีดาน (Taycan sports sedan), ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม (Taycan Cross Turismo) และ ไทคานน์ สปอร์ต ทัวริสโม (Taycan Sport Turismo)     ในแต่ละรุ่นยังสามารถเลือกขุมพลังได้ถึง 5 ระดับความแรง รวมทั้งระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อหลัง หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ       all-wheel drive ด้วยพิสัยการเดินทางสูงสุดกว่า 513 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ส่งผลให้ ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) เป็นรุ่นที่เดินทางได้ไกลที่สุด ในส่วนของรถสปอร์ตไฟฟ้าจากสายการผลิตปกติรุ่น ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) เป็นเจ้าของผู้ครองสถิติการวิ่งต่อรอบสนามแข่ง Nürburgring Nordschleife ได้เร็วที่สุดด้วยระยะเวลา  7 นาที 33 วินาที

ดีไซน์ และเทคโนโลยี: Jean-Hubert Revolon กับปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S)

ไม่เพียงยอดการผลิตที่ปอร์เช่ ไทคานน์ สามารถสร้างสถิติครบ 100,000 คัน ได้เร็วที่สุดแล้ว นั้น แต่รถคันนี้ยังสามารถสร้างตัวเลขอันน่าอัศจรรย์ในแง่ของการใช้งานดด้วยยอดการผลิตให้กับลูกค้าหลายรายให้สามารถเดินทางด้วยรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าจาก ปอร์เช่ไปแล้วมากกว่า 100,000 กิโลเมตร สำหรับบุคคลสำคัญอย่าง Jean-Hubert Revolon ได้ขับปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) ของเขาไปเป็นระยะทางมากกว่า 188,119 กิโลเมตร นับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม ปี 2020 เจ้าของกิจการขนส่ง พักอาศัยอยู่แถบพื้นที่ Lyon และนำพารถปอร์เช่คู่ใจท่องไปแทบจะทุกประเทศที่มีอาณาเขตติดกับฝรั่งเศส โดยระยะทางวิ่งต่อวันสูงสุดคือ 1,200 กิโลเมตร

เหตุผลของเขาในการเลือกซื้อรถอยู่ที่งานออกแบบดีไซน์ “นวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ล้วนส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม  อีกทั้งด้านงบประมาณของผมส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาลดลง” เขากล่าวย้ำ สำหรับจุดแข็งอื่น ๆ คือเรื่องของสมรรถนะ และระบบช่วงล่าง การยึดเกาะอย่างยอดเยี่ยม และความคล่องแคล่วปราดเปรียวอย่างที่สุด และมีเพียงปอร์เช่เท่านั้น ที่แสดงศักยภาพออกมาเปรียบเสมือนมายากลอย่างน่ามหัศจรรย์” ยิ่งไปกว่านั้น หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ยังการันตีอีกว่าในจำนวนรถยนต์หลายคันที่เค้าเป็นเจ้าของ ไม่มีคันไหนที่ทำให้เขามั่นใจได้เทียบเท่ากับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) ซึ่งนับตั้งแต่ใช้งานมา มีเพียงเซนเซอร์ระบบช่วงล่างเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่จำเป็นต้องเปลี่ยน

แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะราบรื่นได้ตลอด Jean-Hubert Revolon ได้ย้อนระลึกถึงประสบการณ์การชาร์จที่แปลกประหลาด เมื่อเขาไม่สามารถใช้งานกับปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ของเขาได้ ซึ่งจอดอยู่ห่างจากสถานีชาร์จเพียงไม่กี่เมตร เป็นเพราะเหตุจากรั้วกั้นที่ขวางอยู่ โดยตัวสถานีถูกแยกออกจากจุดพักรถบน highway และไม่สามารถเข้าถึงได้จากทางตัวเมือง และระบบนำทางของเขาพาไปไม่ถูกจุด

การตัดสินใจเป็นเจ้าของอย่างง่ายดาย: Guillaume Takvorian กับปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S)

Guillaume Takvorian คืออีกหนึ่งผู้ใช้รถระยะทางสูง เมื่อเลขไมล์บนแผงหน้าปัดรถปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) ของเขาพุ่งขึ้นจนแตะ 6 หลัก เขาได้ทำการถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ขณะนี้รถปอร์เช่ของเขาวิ่งไปแล้วเป็นระยะทางกว่า 113,977 กิโลเมตร และตัวเลขดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป

เภสัชกรหนุ่มจาก Marseille รับเอารถสปอร์ต ซีดาน สีเทา Volcano Grey มาอยู่ในครอบครอง ตั้งแต่เมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2020 “ผมได้รับการส่งมอบปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) จากศูนย์บริการ Porsche Toulon หลังจากทดลองขับ ผมตัดสินใจเลือกรถรุ่นนี้ในทันที” เขากล่าวพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม โดยส่วนใหญ่เขาขับขี่ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) ในแถบภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส เพื่อทำธุรกิจของเขา “ระยะทางไกลที่สุดคือการขับจาก Marseille ไปยัง Megève ในเขต Savoy Alps ตลอดทางขึ้นเขากว่า 440 กิโลเมตร แน่นอนว่ามันต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ดังนั้นผมจึงต้องหยุดพักที่ศูนย์บริการ Porsche Grenoble และชาร์จพลังงานให้แก่ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ของผม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” มีเพียงเสียงรบกวนจากพัดลมไฟฟ้าที่หนุ่มวัย 41 กล่าวถึง ซึ่งมันได้รับการเปลี่ยนภายใต้เงื่อนไขการรับประกันของโรงงาน นอกจากนั้นรถคันนี้ไม่เคยมีปัญหาอื่นใดตลอดการใช้งาน

“มันมีแต่ความสนุกยามที่ขับปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan)”  Guillaume Takvorian กล่าว  นอกเหนือจากพละกำลังมหาศาล เขายังเล็งเห็นถึงข้อดีอื่น ๆ ของรถคันนี้ “ในแง่ของงานดีไซน์ ไทคานน์ (Taycan) มีความเป็นปอร์เช่เต็มตัว และในทุกรายละเอียดมีเอกลักษณ์ของแบรนด์อัดแน่นอยู่เต็มพิกัด ถึงพร้อมด้วยความล้ำสมัย และคุณภาพการผลิตชั้นยอด” ในฐานะนักขับรถหนุ่มเลือดฝรั่งเศสยังประทับใจกับความเงียบที่ได้รับจากขุมพลังไฟฟ้า “ผมชื่นชอบเสียงคำรามจากปอร์เช่ 911 ทาร์กา (Targa) ของผม แต่ในการขับขี่ทางไกล ความเงียบเมื่อนั่งอยู่ในไทคานน์ (Taycan) คือความรื่นรมย์อย่างล้นเหลือ” รถปอร์เช่ของเขามักจะได้รับการชาร์จพลังงานจาก wallbox ที่บ้านในช่วงกลางคืน นอกจากนั้นในกรณีที่จำเป็น Takvorian ให้ความไว้วางใจเพียงการชาร์จจากสถานี fast charging stations

ทริปการเดินทางในยุโรปตะวันออก: Markus Kreutel กับปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo)

Markus Kreutel ต่างจากเจ้าของรถรายอื่น บ่อยครั้งที่เขาใช้บริการสถานี fast charging stations เพื่อเติมพลังงานให้แบตเตอรี่รถพลังงานไฟฟ้าของเขา และแทบไม่ต้องสงสัย มันช่วยให้เขาเดินทางได้สูงสุดถึง 1,500 กิโลเมตรต่อวัน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 จนถึงเดือนสิงหาคม ปี 2022 พนักงานของปอร์เช่รายนี้ได้ใช้งานรถปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) ซึ่งเป็นรถส่วนกลางของบริษัทด้วยระยะทางรวมทั้งสิ้นกว่า 134,911 กิโลเมตรโดย Kreutel มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าส่วนงาน Body Planning ของปอร์เช่ และด้วยหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลผลิตตัวถัง body in white ในโรงงาน Zuffenhausen โรงงาน Leipzig และโรงงาน Bratislava รวมทั้งในฐานะ CEO ของ Porsche Toolmaking เขายังรับบทบาทดูแลหน่วยงานใน Schwarzenberg, Dubnica และ Horna Streda สิ่งที่ตามมาคือการเดินทางที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างสำนักงานใหญ่ของปอร์เช่ ที่ Zuffenhausen ไปยัง Slovakia หรือเทือกเขา Ore

นอกเหนือจากศักยภาพในการขับขี่ทางไกล สิ่งที่ได้รับคือสมรรถนะการยึดเกาะถนนภายใต้สภาพอากาศอันเลวร้าย รวมทั้งการบังคับควบคุมที่แม่นยำ Kreutel ยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ถือว่าต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเขายังชื่นชมคุณภาพการผลิต และความทนทานอีกด้วย ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) สีขาว ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยมสม่ำเสมอ ถึงแม้จะผ่านการใช้งานมามากกว่า 100,000 กิโลเมตรแล้ว ทั้งในแง่ของสภาพภายนอกที่มองเห็นได้ด้วยตา หรือในเชิงเทคนิคก็ตาม “แบตเตอรี่ยังคงอยู่ที่ 91 เปอร์เซ็นต์จากความจุเดิม” Kreutel อธิบาย และเป็นอีกครั้งที่พบเพียงปัญหาเล็กน้อย นั่นคือชิ้นส่วนพลาสติกครอบชุดกลอนฝาท้ายหลุดหลวม

การใช้สถานีบริการชาร์จพลังงาน ในอีกมุม มันคือบททดสอบความอดทนของ Kreutel “การเดินทางครั้งหนึ่งในโรมาเนีย ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผม ผมเดินทางถึงสถานีชาร์จแห่งแรกใน Timisoara ซึ่งไปถึงที่นั่นเวลา 2 นาฬิกา โดยไม่คาดคิดว่ามันใช้งานไม่ได้ สถานีต่อไปที่ Arad ตั้งอยู่ข้างถนนอันมืดสนิท ดังนั้นการขยายเครือข่ายให้บริการสถานีชาร์จพลังงานประสิทธิภาพสูง คือความหวังสูงสุดประการหนึ่งที่บรรดาผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าร้องขอ”

จุดสิ้นสุด และจุดเริ่มต้น: การทดสอบระยะยาว โดย ‘Auto Bild’ และ ‘auto motor und sport’

ไม่ต่างจากลูกค้า และบุคลากรของปอร์เช่ สื่อสารมวลชนสายรถยนต์คือส่วนหนึ่งของผู้ขับขี่ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ไทคานน์ โฟร์เอส  (Taycan 4S) สีน้ำเงิน Frozen Blue วิ่งครบ 100,000 กิโลเมตร จากการทดสอบความทนทาน โดยนิตยสารรถยนต์จากประเทศเยอรมนี ‘Auto Bild’ ขั้นตอนดังกล่าวเริ่มขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2020 การทดสอบระยะยาวมีกำหนดสิ้นสุดลงในเดือน พฤศจิกายน 2022 “สำหรับผม การทดสอบระยะยาวที่เราทำกับปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างน้อย 3 ประการ อันดับแรกคือรถคันนี้มีความน่าสนใจ และดึงดูดใจอย่างที่รถยนต์น้อยคันจะทำได้” Tom Drechsler บรรณาธิการของ ‘Auto Bild และ Auto’ จาก Bild Group แสดงความคิดเห็น “ประการที่สอง รถพังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ มีความเป็นรถสปอร์ตจากปอร์เช่เต็มตัว นับตั้งแต่สัมผัสแรก และนั่นคือไทคานน์ (Taycan) ประการที่สาม การทดสอบของเราพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การขับขี่ทางไกลไม่ได้เป็นอุปสรรคกับรถยนต์ไฟฟ้าแต่อย่างใด”

ขณะเดียวกัน ทีมบรรณาธิการของ ‘auto motor und sport’ ได้ทำการทดสอบระยะยาวกับ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4ครอส ทัวริสโม (Taycan 4Cross Turismo) สีเขียว Mamba Green ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี เลขไมล์บนแผงหน้าปัดพุ่งขึ้นแตะ 6หลักด้วยการขับขี่ของพวกเขา มันคือครั้งแรกที่กลุ่มนักข่าวสายรถยนต์จากสตุ๊ทการ์ท ได้ทดสอบระยะยาวแบบเต็มพิกัดรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร ด้วยรถไฟฟ้า “การได้ขับปอร์เช่ในการทดสอบแบบกลุ่มระยะยาว เป็นอะไรที่พิเศษ หลังบททดสอบหลากหลาย สูงสุดถึง 12 เดือน หรือบ่อยครั้งที่วิ่งเพียง 3-6 เดือน ตอนนี้เลขไมล์ทะลุหลัก 100,000 กิโลเมตรไปเป็นที่เรียบร้อย ภายในเวลา 2 ปีกับรถไฟฟ้าคันนี้” Michael Pfeiffer บรรณาธิการของ ‘auto motor und sport’ อธิบาย

“เรามีความมั่นใจว่ากระบวนการชาร์จ และอัตราการใช้พลังงานของรถพลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน ตอบโจทย์มาตรฐานคุณภาพที่เราวางเอาไว้ มันมีความสำคัญต่อคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการใช้งานยานพาหนะประจำวัน เรายังคงอยากรู้ถึงประสิทธิภาพของ ครอส ทัวริสโม (Cross Turismo) ในการใช้งานเป็นประจำทุกวัน” Jens Dralle หัวหน้าทีมทดสอบ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี กล่าวเสริม

เฉลียวฉลาด สะอาด และไม่สิ้นเปลือง: สายการผลิตอัจฉริยะ

ไม่เพียงแต่ตัวรถปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) เท่านั้น แต่สายการผลิตของรถรุ่นนี้ คืออีกหนึ่ง ศาสตร์ แห่ง ศิลปะ ซึ่งกำหนดบรรทัดฐานในเชิงของความยั่งยืน และโลกแห่งดิจิทัล  โรงงานสุด high-tech ประกอบด้วยเทคโนโลยี และกระบวนการใหม่ล่าสุด ได้รับการสร้างขึ้นในเมือง Stuttgart-Zuffenhausen อาทิ ระบบปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence (AI) ถูกนำมาใช้ในการผลิตอุปกรณ์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ต้องขอบคุณ ‘machine learning’ หรือระบบกล้องถ่ายภาพตรวจวัดคุณภาพ ขณะประทับหมายเลขลำดับการผลิต และประกอบระบบส่งกำลังเบื้องต้น ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำ เหนือกว่าระบบตรวจสอบ non-AI แบบเดิม นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ในสายการผลิต โดยพวกเขาจะใช้เวลาในการตรวจสอบน้อยลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากแผนก resource-conserving processes and technology คือการทดสอบระบบ recuperation ด้วยหุ่นยนต์ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) สามารถเปลี่ยนพลังงานจลน์ กลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเมื่อรถเบรกชะลอความเร็ว และกักเก็บไว้ด้วยการทำงานของตัวเก็บประจุสมรรถนะสูง ในกรณีที่หุ่นยนต์เร่งเครื่อง พลังงานจากระบบ จะถูกดึงออกมาใช้

“ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) คือที่สุดแห่งนวัตกรรม และแน่นอนว่ารวมถึงสายการผลิตของ ไทคานน์ (Taycan) อีกด้วย” ข้างต้นคือคำกล่าวจาก Albrecht Reimold สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงาน Production and Logistics ของปอร์เช่ “นับตั้งแต่เปิดสายการผลิตเมื่อปี 2019 เราใช้กระบวนการที่ปราศจากสารประกอบคาร์บอนอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งตอนนี้เรานำวิธีการดังกล่าวไปใช้กับสายการผลิตรถสปอร์ตทุกรุ่นภายในโรงงาน Zuffenhausen และโรงงาน Leipzig สิ่งนี้ช่วยยกระดับพวกเราเข้าใกล้วิสัยทัศน์ ‘zero impact factory’ ความฉลาด สะอาด และไม่สิ้นเปลือง คือนิยามของสายการผลิตอันยั่งยืน”

ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ตอกย้ำยนตรกรรมซิตี้คาร์ยอดนิยมของคนไทย ส่งแคมเปญ “ฮอนด้า ซิตี้ ไลก์ทุกข้อ”

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอโดนใจส่งท้ายปีกับแคมเปญ “ฮอนด้า ซิตี้ ไลก์ทุกข้อ” ให้ลูกค้าเลือกฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ในแบบที่คุณไลก์ ด้วยข้อเสนอพิเศษ สำหรับซิตี้ เทอร์โบ รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99%* พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รับดอกเบี้ย 1.59%* พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท และสำหรับรุ่น e:HEV ทั้งซิตี้ อี:เอชอีวี และซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี รับดอกเบี้ย 1.85%* พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565 ทั้งในงาน Motor Expo และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตอกย้ำความนิยมของยนตรกรรม “ซิตี้ ซีรีส์” ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยความคุ้มค่าเกินคลาสทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ครบทุกไลน์อัปและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้งระบบฟูลไฮบริด e:HEV และขุมพลังเทอร์โบที่สปอร์ตเร้าใจ เรียกว่าจะเช็กลิสต์ความต้องการแบบไหน ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ก็ใช่…

เลือกสิ่งที่โดนใจ กับ “ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ” และ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก”

เลือกขับสนุก เร้าใจ เลือก “ซิตี้ เทอร์โบ ซีรีส์ ที่มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที มอบอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กม./ลิตร (ซีดาน) หรือ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร (แฮทช์แบ็ก) มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างสบาย ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม และมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย มีให้เลือกทั้งแบบซีดานกับ “ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ” หรือเลือกสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็ก 5 ประตูกับ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก” รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบกับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) ปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้ 4 รูปแบบ

เลือกสิ่งที่ใช่ที่สุด กับ “ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี” และ “ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี”

เลือกที่ใช่ครอบคลุมทั้งความแรง ความประหยัด และความปลอดภัย เลือก “ซิตี้ อี:เอชอีวี ซีรีส์” ยนตรกรรม
ฟูลไฮบริดที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่แรงทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 3,000 รอบต่อนาที โดยระบบขับเคลื่อนสามารถปรับเปลี่ยนโหมดให้เหมาะสมกับการขับขี่ เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงเซฟสุด ๆ ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมัน 27.8 กิโลเมตร/ลิตรในซิตี้ อี:เอชอีวี และ 27 กิโลเมตร/ลิตรในซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และและยังปลอดภัยสุด ๆ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า
เซนส์ซิ่ง (
Honda SENSING) ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อุ่นใจในทุกการใช้งาน ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

สอบถามรายละเอียด ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษในแคมเปญ “ฮอนด้า ซิตี้ ไลก์ทุกข้อ” เพื่อเลือก
ซิตี้ รุ่นที่ใช่แบบไลก์ทุกข้อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง
โทร. 0 2341 7777 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 จะได้รับบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 200 บาท* ฟรี

#เลือกสิ่งที่โดนใจไลก์ทุกข้อ #เดอะซิตี้ซีรีส์

รายละเอียดเพิ่มเติม:

ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ https://www.honda.co.th/city

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก https://www.honda.co.th/cityhatchback

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี https://www.honda.co.th/cityehev

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี https://www.honda.co.th/cityhatchbackehev

 

หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

เอ็มจี ส่งความสุขส่งท้ายปี ด้วยข้อเสนอดีๆ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และขับฟรี 90 วัน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่น ในราคาสุดคุ้ม ด้วยข้อเสนอพิเศษท้ายปี ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ให้ใช้รถฟรี!! ก่อน 90 วัน รวมถึงผ่อนแบบสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 5,xxx บาทต่อเดือน พิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถ เอ็มจี ภายในปี 2565 เท่านั้น

เนื่องในโอกาสส่งท้ายปี เอ็มจี มอบความสุขให้กับคนไทย และเติมเต็มสีสันในการจับจ่ายใช้สอยให้คึกคักมากยิ่งขึ้น โดยรวบรวมดีลเด็ดโปรดีของรถยนต์เอ็มจีหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 60 เดือน ในรุ่น MG HS ยนตรกรรมที่ล้ำด้วยเทคโนโลยี มาพร้อมระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR NAVIGATION ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ในรุ่น MG HS PHEV รถยนต์สปอร์ตพรีเมี่ยมปลั๊กอินไฮบริด เอสยูวีที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร พร้อมระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี และ รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และในรุ่น MG5 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานรุ่นยอดนิยม ที่มีความโดดเด่นด้านงานดีไซน์              ที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว เลือกผ่อนเพียงเดือนละ 5,991 บาท หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 29,250 บาท
  • พิเศษขับฟรี 90 วัน พร้อม ฟรี!! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ที่ให้มากกว่าความแกร่งกับความใหญ่ของพื้นที่ท้ายกระบะ และห้องโดยสารกว้างนั่งสบาย มาพร้อมฟีเจอร์เยอะ ออปชั่นจัดเต็มคุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ระยะเวลาผ่อนชาระ 48 เดือน
  • ดอกเบี้ย 89% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ทั้งในรุ่น MG ZS สมาร์ทเอสยูวี ที่ครบเครื่องในด้านของการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะการขับขี่ที่เพียงพอต่อการใช้งาน ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ครบครัน และ NEW MG VS HEV สปอร์ตไฮบริดเอสยูวีกับประสบการณ์ใหม่ของไฮบริดที่ขับสนุกและเร้าใจ

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“สำหรับแคมเปญนี้ เราคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับแคมเปญต่างๆ ที่ผ่านมา และมุ่งหวังให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสครอบครองยนตรกรรมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยผู้สนใจสามารถร่วมแคมเปญและรับข้อเสนอพิเศษดังกล่าวได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand