Home Blog Page 265

เกีย รุกตลาดหนัก เพิ่มรุ่นเริ่มต้นใหม่ “Kia Carnival” พร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง

0

บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เกีย ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เร่งขยายฐานกลุ่มลูกค้า ด้วยการเพิ่มรุ่นเริ่มต้นใหม่ของยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม รุ่นเรือธงอย่าง “เกีย คาร์นิวัล” เจเนอเรชันที่ 4 โดยนำมาจัดแสดงให้ผู้สนใจสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ณ บูธเกีย B1 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 พร้อมเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการบริการลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค

นางสาวฬสนันท์ ภูนิธิพันธุ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับเกีย คาร์นิวัล เจเนอเรชันที่ 4 เป็นรถยนต์รุ่นเรือธงของ เกีย ในประเทศไทย ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการและเริ่มส่งมอบตั้งแต่ช่วงประมาณต้นปี 2564 ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและปรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยระบบอำนวยความสะดวกที่ครบครัน จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ พิสูจน์ได้จากยอดส่งมอบในประเทศไทยแล้วร่วม 3,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว และในโอกาสนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เกียได้มีการเพิ่มทางเลือกด้วยรุ่นเริ่มต้น เกีย คาร์นิวัล LX โดยมาพร้อมเครื่องยนต์สมาร์ทสตรีม ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร มาตรฐานยูโร 5 ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่ยังคงให้สมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ทันสมัย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และมีรถพร้อมส่งมอบในทันทีสำหรับล็อตแรก”

สำหรับ เกีย คาร์นิวัล LX มาพร้อมการปรับฟีเจอร์ให้เหมาะสมและตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยจะยังคงสมรรถะการขับขี่ที่โดดเด่นของเกีย คาร์นิวัล ด้วยเครื่องยนต์สมาร์ทสตรีม ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมด้วยระบบ Auto Brake Hold และโหมดการขับขี่ที่หลากหลายที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและความสปอร์ตในการขับขี่ ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าแบบ LED และ Daytime Running Right ผสานดีไซน์ภายในที่หรูหราและทันสมัยด้วยหน้าจอ Infotainment ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบวิทยุที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้งยังมีห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางด้วยที่นั่งจำนวน 11 ที่นั่งที่สามารถปรับพับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ สะดวกสบายด้วยที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger) พร้อมที่ชาร์จ USB รอบคันจำนวน 6 จุด และกระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ ทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน อาทิ ถุงลงนิรภัยและม่านถุงลมนิรภัยรอบคัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ระบบรักษาความเร็วคงที่ (Cruise Control) พร้อมด้วยกล้องมองหลัง (Rear View Monitor) และเซ็นเซอร์การถอยจอดด้านหลัง

“นอกจากกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าของเกียแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายหลักของเราในปี 2566 คือ การเร่งขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเกียมาตรฐานให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รวมถึงเร่งปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโชว์รูมและศูนย์บริการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์และโลโก้ใหม่ของของ เกีย ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้แนวคิด The Opposite United  โดยในปัจจุบันเรามีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ 18 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอีก 2 แห่งภายในปีนี้ ได้แก่ เชียงใหม่ และ พิษณุโลก ทั้งนี้ เกียยังได้เพิ่มช่องทางการต่อต่อสื่อสาร ‘Kia Connect’ ซึ่งเป็นระบบจองคิวนัดหมายรับบริการที่ศูนย์เกียทุกแห่งในประเทศไทย ผ่าน Line Official Account : Kia Thailand เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการรับบริการต่างๆ อาทิ การเช็กระยะ การแจ้งซ่อมทั่วไป การขอเคลมประกันภัย หรือเคลมวารันตี เป็นต้น  และยังเป็นช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของเกียอีกด้วย โดยระบบ ‘Kia Connect’ พร้อมให้บริการกับลูกค้าเกียทุกท่านแล้ววันนี้” นางสาวฬสนันท์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับ เกีย คาร์นิวัล มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น LX (ใหม่): มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว Snow Flake White และสีดำ Jet Black ราคา 1,892,000 บาท
  • รุ่น EX: มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก Snow White Pearl สีดำ Aurora Black Pearl และสีเทาดำ Panthera Metal ราคา 2,234,000 บาท
  • รุ่น SXL: มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก Snow White Pearl สีดำ Aurora Black Pearl สีเทาดำ Panthera Metal และสีฟ้า Astra Blue ราคา 2,594,000 บาท

โดยทางเกียจะจัดแสดงยนตรกรรม เกีย คาร์นิวัล ครบทุกรุ่นย่อยและทุกสีให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และสามารถทดลองขับได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 นี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ* สำหรับลูกค้าที่จองภายในงานและที่โชว์รูมเกียทุกสาขา ดังนี้

  • การประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี
  • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ หรือทางเว็บไซต์ที่ www.kia.com โทรศัพท์ 02-915-1991 และสามารถติดตามข่าวสาร Kia Thailand เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: KIA Thailand หรือ ที่ LINE Official Account: @kia.thailand

หมายเหตุ* เงื่อนไขข้อเสนอพิเศษต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://shorturl.at/exNQ7

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู CE 04 แก่ลูกค้ากลุ่มแรกในไทยอย่างเป็นทางการ

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ตอกย้ำตำแหน่งผู้บุกเบิกการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมของไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนของบีเอ็มดับเบิลยู ส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู CE 04 ใหม่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ผสานรูปแบบใหม่และแนวคิดที่มองไปข้างหน้าของการขับเคลื่อนสองล้อในตัวเมือง พร้อมขุมพลังในการขับขี่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ให้แก่คุณศักดิ์ นานา หรือคุณกีกี้ นักแข่งรถชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกในไทยได้รับมอบบีเอ็มดับเบิลยู CE 04

มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบ บีเอ็มดับเบิลยู CE 04 ใหม่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันแรกให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย ต้องขอขอบคุณคุณกีกี้ที่ร่วมเป็นอีกก้าวของการผลักดันไปสู่ยนตรกรรมแห่งความยั่งยืนด้วยมอเตอร์ไซค์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และเราจะเดินหน้าส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู CE 04 ให้แก่ลูกค้าท่านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยบีเอ็มดับเบิลยู CE 04 นี้นับเป็นนวัตกรรมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อที่บุกเบิกตลาดมอเตอร์ไซค์กลุ่มพรีเมียมของไทย ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพในการใช้งานเพื่อการขับขี่ในตัวเมืองหรือถนนสายหลัก และดีไซน์อันล้ำสมัยโดดเด่น ถือเป็นรุ่นที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในการพัฒนามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและผลักดันการนำพลังงานหมุนเวียนที่มีเสถียรภาพเข้ามาในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเพื่อสิ่งแวดล้อม”

“นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จครั้งสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มเครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซีขึ้นไป สูงสุดในประวัติการณ์ด้วยส่วนการแบ่งตลาด 10.3% และมียอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซด์รวม 1,293 คัน ในปี พ.ศ. 2565 เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า และในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังทำสถิติยอดขายสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัทด้วยยอดส่งมอบมอเตอร์ไซค์และสกู๊ตเตอร์มากถึง 202,895 คันทั่วโลก ท่ามกลางกระแสความต้องการมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น”

บีเอ็มดับเบิลยู CE 04 มาพร้อมขุมพลังและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และระบบควบคุมที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพพร้อมสนุกไปกับกับโหมดการขับขี่ถึงสามแบบ ได้แก่ “ECO”, “Rain” และ “Road” ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน เพิ่มโหมดการขับขี่ “Dynamic” ให้เร่งความเร็วทันใจยิ่งขึ้น โดยมีกำลังสูงสุด 31 กิโลวัตต์ (42 แรงม้า) ให้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 8.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 120 กิโลเมตร ช่วยให้นักบิดสามารถขับขี่ในเมืองหรือเดินทางระยะใกล้ได้แบบปราศจากมลพิษ รองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วด้วยกำลังไฟ 6.9 กิโลวัตต์ ภายในเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที และสามารถชาร์จจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลา 45 นาที โลดแล่นด้วยความเร็วจาก 0 ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 2.6 วินาที เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางยังได้รับการติดตั้ง ABS PRO เพื่อควบคุมการเบรกเมื่อเข้าโค้งซึ่งให้ความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงการติดตั้งระบบนำทางและเชื่อมต่อแผนที่ในตัวผ่านจอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 10.25 นิ้ว โดดเด่นด้วยการดีไซน์ตัวถังภายนอกแบบโมเดิร์นสีเทา Magellan Grey metallic เสริมความสง่างามด้วยเบาะที่นั่งสีดำตัดกับสีส้ม พร้อมแผ่นบังลมสีส้มสะดุดตา

วิริยะประกันภัย-กรมขนส่งทางบก “ชวนตรวจรถฟรี” เทศกาลสงกรานต์ 66

0

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก บูรณาการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” มุ่งหวังลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 และให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง พร้อมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย 31 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 15 มี.ค.- 12 เม.ย.66

คุณสุวัฒน์ สุขสัมฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงหน้าหนาวเข้าหน้าร้อน เรียกได้ว่าเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยว หลายๆ จังหวัดมีการจัดกิจกรรมเทศกาลงานประเพณีต่างๆ พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกทั้งภาครัฐเองยังได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อย่างเช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ฯลฯ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหมุนเวียนเข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก ทั้งนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวอย่างต่อเนื่อง ประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติพี่น้องหรือออกเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งทุกๆ ปี ช่วงเทศกาลเช่นนี้มักจะมีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นมากกว่าช่วงเวลาปกติ บริษัท วิริยะประกันภัยจำกัด (มหาชน) มีความห่วงใยประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลสงกรานต์ 2566” เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานก่อนการเดินทาง ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ลดน้อยลง

ทั้งนี้ ลูกค้าวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพยาง ตรวจสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ขั้วแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก คลัตซ์ ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” พร้อมรับผ้าไมโครไฟเบอร์ฟรีทันที เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถาม ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2566

สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 31 แห่ง ได้แก่  1. บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด  2. บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด  3. บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด  4. บริษัท นที อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด สาขา 1   5. บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด  6. อู่ร่วมมิตรการาจ  7. บริษัท เอส ซี ซี 65 การาจ จำกัด 8. บริษัท อ.พิพัฒน์ จำกัด 9. บริษัท คุงการาจ จำกัด 10. บริษัท เซอร์กิตบริการ จำกัด  11. บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด  12. บริษัท อู่บอส 888 การาจ จำกัด  13. บริษัท ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด  14. บริษัท อู่กังวานชัยการช่าง จำกัด  15. บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด  16. บริษัท เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ จำกัด  17. บริษัท อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด  18. บริษัท เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด  19. บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค จำกัด  20. บริษัท สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส  21. บริษัท นิวเพื่อนยนต์ จำกัด  22. บริษัท เซอร์กิต ติวานนท์ จำกัด  23. หจก.งามวงศ์วาน คาร์แคร์  24. บริษัท อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ จำกัด  25. บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด  26. บริษัท เจริญกิจ ราชพฤกษ์ จำกัด  27. อู่นำชัย เตาปูน จำกัด 28. บริษัท เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด  29. หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 30. หจก.เป้งการาจ  31. หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส

นิสสัน ส่งโปรโมชั่นใหญ่รับมอเตอร์โชว์ 2023 พร้อมทัพรถยนต์ครบทุกรุ่น ให้ทางเลือกตอบโจทย์ทุกความต้องการ

0

นิสสันส่งโปรโมชั่นพิเศษรับมอเตอร์โชว์ 2023 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน ภายใต้แคมเปญ “ฉลอง 70 ปี นิสสัน ก้าวล้ำ เพื่อคุณ​” จัดเต็มทั้งดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและคุณภาพชีวิตได้ง่ายขึ้น พร้อมเผยไฮไลท์รถยนต์ที่จะโชว์โฉมในงานมอเตอร์โชว์ ที่อิมแพค เมืองทองธานี

โดยในงานนี้ ไฮไลท์ยังคงเป็นรถยอดนิยมทุกรุ่น ทั้งนิสสัน นาวารา กระบะที่ถ่ายทอด DNA ความทนทานจากรุ่นสู่รุ่น  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ B-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% และนิสสัน อัลเมร่า หนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของ นิสสันตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมในโฉมสปอร์ต พร้อมชุดแต่งสีดำสุดเท่ เครื่องยนต์ทรงพลังสมรรถนะสูง เสริมด้วยคุณสมบัติเด่นต่างๆ ทั้งความสะดวกสบายแบบพรีเมียม และเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย พร้อมมอบสุนทรียภาพของการใช้งานสำหรับทุกสมาชิกในครอบครัว มากกว่าที่ลูกค้าจะคาดหวังจากรถเอสยูวี

นอกจากนี้ นิสสันยังส่งโปรโมชันสุดพิเศษ* อาทิ

  • นิสสัน อัลเมร่า รถยนต์ยอดนิยมที่มีฟังก์ชั่นครบ จบในคันเดียว ด้วยเครื่องยนต์ 1,000 ซีซี เทอร์โบ ที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมระบบเชื่อมต่อที่โดดเด่น และยังคงเอกลักษณ์ของความสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย โดย อัลเมรา มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ได้แก่
    • รุ่น EL และ V หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,099 พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection 1 ปี หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
    • รุ่น VL, VL SPORTECH และ SPORTECH-X มาพร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุดถึง 3 ต่อ ได้แก่ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือเลือกอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 99% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection 1 ปี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษต่อที่ 2 คือฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/70,000 กิโลเมตร  และพิเศษต่อที่ 3 ในรุ่น VL SPORTECH ยังรับฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง SPORTECH PREMIUM PACKAGE อีกด้วย
  • นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับทุกรูปแบบ และสมาชิกในครอบครัว เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360° Safety Shield ให้ทุกการเดินทางสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย เสริมความสุนทรีย์ภาพ และความเพลิดเพลินด้วยระบบเอนเตอร์เทนเมนท์ และเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก BOSE รอบคัน และด้วยเครื่องยนต์แบบเทอร์โบคู่ ที่ให้ทั้งสมรรถนะ และความประหยัด รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมพาทุกครอบครัวไปได้ทุกที่ ตอบทุกนิยามของการใช้งานที่ “คันเดียวจบ ครบเกินคุ้ม”  โดยล่าสุด  ได้เพิ่มทางเลือกในรุ่น เทอร์ร่า สปอร์ต สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งด้วยวัสดุโทนสีดำรอบคัน ทั้งภายใน และภายนอก โดยเทอร์ร่า มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่
    • รุ่น E: ดาวน์เริ่มต้นเพียง 59,950 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection นาน 1 ปี
    • รุ่น VL , รุ่น VL 4WD, และ VL 4WD SPORT: รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection นาน 1 ปี และรับฟรีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
    • ทุกรุ่นรับข้อเสนอพิเศษต่อที่สอง โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี, ฟรี Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร) และ ขับฟรีสูงสุด  90 วัน
  • นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รถคอมแพ็ค เอสยูวี ที่โดดเด่นพร้อมสร้าง “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย!” ให้กับผู้ใช้งานด้วยการเป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า จากเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุกและมอบประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm) มีอัตราเร่งตอบสนองะทันใจ รวมถึง อี-เพดดัล สเต็ป นวัตกรรมจากนิสสันที่ทำให้การขับขี่ง่าย และราบรื่นมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมถึงในเส้นทางที่คดเคี้ยว รวมทั้งประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด ถึง 3 กิโลเมตรต่อลิตรในการใช้งานในเมือง และเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการขับขี่เฉลี่ยทุกโหมด เสริมความมั่นใจเต็มที่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ AUTECH  ที่เพิ่มความพรีเมี่ยม และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น กับการตกแต่งที่สะดุดตา โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวมากขึ้น  โดย คิกส์ อี-พาวเวอร์ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี  Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร) และฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร
  • สำหรับ รุ่น V, VL และ AUTECH และ รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปีนิสสันในประเทศไทย ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ Stylish Package และพิเศษสำหรับรุ่น AUTECH  รับฟรี สปอยเลอร์หลังคา
  • นิสสัน นาวารา รถกระบะที่ทุกรุ่นทนถึงใจ ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมากว่า 70 ปี มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย เต็มสมรรถนะแต่ยังคงความประหยัดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ กระบะนิสสันทุกรุ่นใช้โครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียง พร้อมรองรับทุกการบรรทุกหนัก ที่มีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ ยังมีพร้อมระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีขั้นสูงรอบคัน นาวารา ทุกรุ่น มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่
    • รุ่น Single Cab ผ่อนเริ่มต้น 6,299 บาท (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 84 เดือน) หรือ ดาวน์เริ่มต้น 29,750 บาท
    • รุ่น King Cab ผ่อนเริ่มต้น 6,699 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 84 เดือน) รุ่น King Cab Calibre: ผ่อนเริ่มต้น 7,599 บาท (ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 84 เดือน) รุ่น King Cab Calibre Black Edition: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% (ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน) หรือ ดาวน์เริ่มต้น 5% นานสูงสุด 84 เดือน พร้อม ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
    • รุ่น Double Cab Calibre และ Double Cab Calibre Black Edition: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.19% รุ่น Double Cab PRO-2X 7AT และ D/Cab PRO-4x 7AT: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 69% รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปีของนิสสันในประเทศไทย: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน) หรือ ดาวน์เริ่มต้น 5% นานสูงสุด 84 เดือน ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
    • นาวารา ทุกรุ่น ยังเสริมความอุ่นใจด้วย ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร ประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection 1 ปี และข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่น

โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลรถยนต์รุ่นต่างพร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 และที่ผู้จำหน่ายนิสสัน รวมถึงโชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่านใน 77 จังหวัด ทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ นิสสัน ประเทศไทย

‘* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมยกทัพยานยนต์พลังงานไฟฟ้า บุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เขย่าวงการยานยนต์ในไทยให้ครึกครื้นอย่างต่อเนื่องในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยร่วมชมและสัมผัสขบวนยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด “ULTIMATE ADVENTURE” ใน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 (Bangkok International Motor Show 2023) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายในงาน ท่านจะได้ตระการตาไปกับขบวนทัพรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมไฮไลท์รถยนต์เอสยูวีออฟโรดพรีเมียมสำหรับผู้ขับขี่สายลุยยุคใหม่ อย่าง All New GWM TANK 500 Hybrid SUV- Nothing is Unreachable ไม่มีความสำเร็จไหนที่ไปไม่ถึง ที่เตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ ร่วมด้วยทัพรถยนต์ยอดนิยมอย่าง All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, New HAVAL H6 Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รวมไปถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตและกิจกรรมสุดสนุกมากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงานนี้ท่านจะได้พบกับ

  • All New GWM TANK 500 Hybrid SUV ที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความหรูหราและล้ำสมัยไว้ เอาใจผู้ขับขี่ขาลุยสายออฟโรด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัย ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ใกล้จะมาถึง พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์เพื่อซื้อภายในงานที่แฟนๆ ชาวไทยไม่ควรพลาด
  • พาเหรดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมในไทยทั้ง 6 รุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ประกอบด้วยAll New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กที่ได้รับรางวัล Best Hybrid SUV Under 1,600 C.C. ในปีล่าสุดจากงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2023, New HAVAL H6 Hybrid SUV ซึ่งครองตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนต์คอมแพคเอสยูวีอย่างต่อเนื่อง, HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย, ORA Good Cat ที่เข้ามาจุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้กับชาวไทยและได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างต่อเนื่อง และ ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันเร้าใจ

All New GWM TANK 500 Hybrid SUV เป็นรถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม สร้างบนแพลตฟอร์ม TANK แพลตฟอร์มโมดูล่าร์ออฟโรดอัจฉริยะ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับระบบเครื่องยนต์ได้หลายประเภทและหลากหลายขนาด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 350 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 616 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ 9HAT ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด พร้อมโหมดการขับขี่ 11 รูปแบบ

All New GWM TANK 500 Hybrid SUV สร้างสรรค์มาด้วยปรัชญาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ตามลักษณะ DNA ของ แบรนด์ TANK ที่มีความบึกบึน แกร่ง แต่เปี่ยมไปด้วยความหรูหรา สง่างาม มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ULTRA และรุ่น PRO และมีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ ขาว ดำ เทา แดง และสีใหม่เทาคริสตัล (เฉพาะรุ่น ULTRA) จับคู่กับสีภายในสีดำและทูโทนสีน้ำเงิน-เบจ (เฉพาะรุ่น ULTRA และสีเทาคริสตัล)

All New GWM TANK 500 Hybrid SUV มีมิติตัวรถที่กว้างขวาง ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถ ใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน มิติตัวรถ 1934 x 5078 x 1905 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ระยะฐานล้อ 2850 มม. การออกแบบระบบกันสะเทือนหน้าแบบแบบอิสระ ดับเบิ้ล ครอส อาร์ม และระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ ให้การขับขี่ที่ยึดเกาะถนนและนั่งสบายเพื่อตอบสนองการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพื่อความต้องการของทุกคนในครอบครัว

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

  • ดีไซน์ด้านหน้า ออกแบบภายใต้ปรัชญาของ “ความหรูหราที่แข็งแกร่ง” ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ผสานช่องระบายอากาศแนวนอนและโลโก้ TANK ที่ลงตัวรับเส้นสายที่นูนขึ้นของฝากระโปรง
  • ไฟหน้า Intelligent LED ดีไซน์โดดเด่น ให้ความสว่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทาง ด้วยระบบอัจฉริยะ อาทิ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่อง (Follow me home) พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอก LED
  • ดีไซน์ด้านหลัง ออกแบบภายใต้แนวคิด offroad ด้วยประตูท้ายแบบ horizontal พร้อมระบบดูดไฟฟ้า ที่ช่วยผ่อนแรงและอำนวยความสะดวกสบายในการปิดประตูท้าย ยางอะไหล่ติดตั้งบนประตูท้าย พร้อมกล้องมองหลังที่ซ่อนอยู่ที่ฝาครอบยางอะไหล่ได้อย่างลงตัว
  • ไฟท้าย vertical LED ดีไซน์โดดเด่นในแนวตั้ง มาพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟตัดหมอกแบบ LED ตอบโจทย์ทั้งแฟชั่นและฟังก์ชัน ให้ความสว่างชัดเจนเพิ่มความปลอดภัย
  • หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ เปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมราวหลังคาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน เสาอากาศแบบ shark fin และสปอยเลอร์ท้าย ช่วยในเรื่องแอร์โรไดนามิค
  • บันไดข้างระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเปิด-ปิดประตู
  • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/50 R20 มอบภาพลักษณ์หรูหราและการขับขี่ที่ไว้ใจได้ในทุกเส้นทาง
  • ระดับความลึกในการลุยน้ำ อยู่ที่ 800 มม.

การออกแบบภายใน (Interior Design)

All New GWM TANK 500 Hybrid SUV ออกแบบภายในสไตล์ luxury ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา กว้างขวาง สะดวกสบาย และการใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยคอนโซลหน้าสีทูโทน เบาะหนัง NAPPA ลำโพง Infinity และการตกแต่งห้องโดยสารด้วย ambient light, วัสดุสี Black, Silver, Piano Black, Chrome ให้ความเพลิดเพลินในทุกช่วงเวลาการขับขี่

  • การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3 ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและปลอดภัย
    • หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, MP3, Bluetooth, ระบบนำทาง, และแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ
    • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว
    • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า
  • ระบบความบันเทิง พร้อมลำโพง Infinity จำนวน 12 ตัว ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ
  • พวงมาลัยปรับแบบไฟฟ้า 4 ทิศทาง และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) เพิ่มความสะดวกสบายและคล่องตัวในการขับขี่ พร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตซ์ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่
  • ไฟตกแต่งห้องโดยสาร พร้อมฟังก์ชันแบบหลายสีและเป็นจังหวะ ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
  • นาฬิกาแบบคลาสสิก เพิ่มความหรูหราให้กับห้องโดยสารได้อย่างลงตัว
  • เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศและเบาะหนัง NAPPA เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบ memory seat และระบบ welcome seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้นและลงจากรถ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจากด้านคนขับ
  • เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 พร้อมหน้าจอควบคุมระบบระบายอากาศและเบาะระบายอากาศ อีกระดับของความสบายด้วยที่พักแขนตอนกลาง ม่านบังแดด และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 3 พร้อมพนักพิงปรับไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกด้วยตำแหน่งปรับพนักพิงบริเวณข้างประตูผู้โดยสารแถวที่ 2 และประตูท้าย
  • พื้นที่ห้องโดยสารอเนกประสงค์ มากประโยชน์ใช้สอยด้วยห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 สามารถแยกพับเบาะได้แบบ 60:40 และเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับเรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่และความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ
  • แผงควบคุมที่คอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชันควบคุมการขับขี่แบบ Off-Road ช่วยให้การปรับเปลี่ยนการขับขี่ในสถานะการต่างๆ เป็นเรื่องง่าย
  • เกียร์แบบ Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้า ดีไซน์หรู สีเดียวกับแผงคอนโซล
  • ระบบเปิด-ปิดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้และออกห่างจากรถ ระบบกุญแจ Smart Key และระบบ Push Start เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหากุญแจ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM5
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่วยให้การชาร์จ Smart Phone สะดวกและรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น GWM TANK 500 มีระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบออฟโรดอันชาญฉลาดและล้ำสมัย เพื่อให้ทุกการผจญภัยสนุกสนานและน่าจดจำ

  • ระบบล็อคเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Front & Rear Electric Differential Locks) ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดของยานพาหนะเมื่อเผชิญกับทางลาดชัน โคลน ทะเลทราย และภูมิประเทศที่ซับซ้อนอื่น ๆ ด้วยกลไกการถ่ายโอนกำลัง ทำงานร่วมกันกับกลไกล็อคของกล่องถ่ายโอน สร้างระบบขับเคลื่อนออฟโรดแบบ 3 locks เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
  • ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) หลังจากเปิดฟังก์ชัน เมื่อระบบตรวจพบความตั้งใจในการบังคับเลี้ยวมากเกินไป ระบบจะส่งแรงเบรกไปที่ล้อหลังด้านในเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยว เพื่อช่วยให้รถสามารถเลี้ยวในวงแคบได้
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road (Offroad Cruise Control) ระบบจะช่วยควบคุมเครื่องยนต์และระบบเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อให้รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำและความเร็วสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่เสียสมาธิและเพิ่มความปลอดภัยจากการควบคุมรถบนสภาพถนนที่ซับซ้อน
  • ระบบตรวจจับความลึกของน้ำ (Wading Depth Detection) ระบบจะทำการประเมิณความลึกของระดับน้ำและแสดงผลของระดับน้ำประกอบภาพรถบนหน้าจอกลาง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เมื่อขับผ่านสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขัง
  • ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ระบบจะจดจำข้อมูลของพื้นที่รอบเส้นทางการขับขี่ของกล้องรอบตัวรถและสร้างภาพเสมือนแบบ 360 องศา จากมุมมองด้านบนของตัวรถ ในลักษณะแบบโปร่งใสเห็นพื้นผิวถนนด้านล่าง และแสดงภาพด้านหน้าของรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบถึงสภาพถนนใต้ท้องรถ เพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม All New GWM TANK 500 Hybrid SUV และทัพยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่นได้ที่งาน รวมถึงพบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกมากมาย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

ท่านสามารถร่วมชม LIVE สด บรรยากาศการแถลงข่าวเปิดบูธ พร้อมกันทั่วประเทศได้ทาง Facebook หรือ YouTube หรือ TikTok ของ GWM Thailand ในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566 เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป

มาสด้า จัดโปรแรงในงานมอเตอร์โชว์ อัดดอกเบี้ย 0% ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี ฟรีประกันชั้นหนึ่ง ของที่ระลึกเพียบ

0

มาสด้าเตรียมจัดแสดงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนายนตรกรรม ภายใต้แนวคิด Multi-solution Technology ในงานมอเตอร์โชว์ พร้อมนำรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง Mazda2, Mazda3, รถครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series, รถปิกอัพ บีที-50 และรถยนต์รุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition นำมาให้เลือกสรรพร้อมเป็นเจ้าของด้วยข้อเสนอสุดพิเศษครั้งเดียวในรอบปีที่ไม่ควรพลาด ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ มูลค่า 2,990 บาท เมื่อจองภายในงาน มอเตอร์ โชว์ ระหว่างวันที่ 22 มี.ค. 66 – 2 เม.ย. 66 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับไฮไลท์ของบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ที่ถึงนี้ คือการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาจัดแสดงให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก โดยรถรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอันใกล้นี้ ภายใต้ Multi-solution Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้มาสด้าสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อมอบทางเลือกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ตามกลยุทธ์ Mazda Building Block ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวของรถรุ่นต่างๆ ในต่างประเทศในช่วงก่อนหน้านี้ อาทิ Mazda CX-60 PHEV ในยุโรปและออสเตรเลีย, Mazda MX-30 e-Skyactiv R-EV ในยุโรป และ Mazda CX-90 PHEV ในอเมริกาและออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางการเดินหน้าสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตนี้ โดยมาสด้าคาดว่าภายในปี 2030 จะมีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 25% ถึง 40%  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนตามแนวทาง Sustainable Zoom-Zoom 2030

ด้วยเหตุนี้ สำหรับในประเทศไทย มาสด้าจึงได้นำเทคโนโนโลยีมาจัดแสดงในงานมอเตอร์ โชว์ 2023 เพื่อแสดงออกถึงแนวทางในการก้าวสู่อนาคต มาสด้าเรียนเชิญชวนลูกค้าและแฟนๆ ทุกท่าน เข้ามายลโฉมกันที่บูธมาสด้าได้ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 66 – 2 เม.ย. 66 หรือเพียง 12 วัน เท่านั้น และนอกจากรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้ามาจัดแสดงครบทุกรุ่น ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อรถมาสด้าภายในงานฯ รับข้อเสนอสุดคุ้มครั้งเดียวในรอบปี รวมถึงของพรีเมี่ยมสุดพิเศษกับเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-F30TA-A มูลค่า 2,990 บาท4 (จำนวนจำกัด) เมื่อจองรถในงานฯ 5,000 บาท และรับรถภายใน 30 เม.ย. 66 โดยข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน มีดังต่อไปนี้

  • Mazda2 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 0%1, ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2 ตัวเลือกที่ 2 ดาวน์เริ่มต้น 29,950 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 19%1 พร้อมรับ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2, ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) มูลค่าสูงสุด 38,515 บาท3
  • Mazda3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 27,100 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท3
  • Mazda CX-3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,343 บาท3 ตัวเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 1.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท2
  • Mazda CX-30 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท3 ตัวเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 1.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท2
  • Mazda CX-5: ดอกเบี้ย 19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 23,000 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 61,417 บาท3
  • Mazda CX-8: ดอกเบี้ย 19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 35,700 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 62,568 บาท3
  • Mazda BT-50: รับส่วนลดพิเศษ (จำนวนจำกัด) เพื่อพลิกฟื้นผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง สำหรับ Mazda BT-50 DBL 9 S Hi-Racer พิเศษเพียง 729,000 บาท5 (จากราคา 891,000 บาท) หรือ ดาวน์เริ่มต้น 19,000 บาท1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง2 สำหรับ Mazda BT-50 DBL 1.9 S Hi-Racer ราคาปกติ 891,000 บาท
  • Mazda MX-5: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 47,200 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 59,432 บาท3

หมายเหตุ:

1 เงื่อนไขของดอกเบี้ย การวางเงินดาวน์ รวมถึงข้อเสนอต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดสอบถามที่ปรึกษาทางการขาย ณ โชว์รูมหรือจุดบริการทางการขาย หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. ทิพยประกันภัย (5) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย โดย ยกเว้น ทิพยประกันภัย สำหรับ Mazda CX-30/Mazda CX-30 Carbon Edition และ เฉพาะบริษัทประกันภัยที่ร่วมรายการ สำหรับ Mazda BT-50

3 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี, ฟรี ค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าผลิตภัณฑ์ของเหลว จากการบำรุงรักษารถตามระยะนาน 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี (รวม VAT 7% แล้ว)

4 สำหรับลูกค้าที่จองรถมาสด้าภายในงาน 5,000 บาท เฉพาะรุ่น Mazda3, Mazda CX-3, Mazda CX-30 และ Mazda CX-5 และออกรถภายใน 30 เม.ย. 66 รับเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น IG-NX2B คละสี มูลค่า 2,990 บาท จำนวนจำกัด

5 ราคาพิเศษสำหรับสีเมทัลลิค/ รวมส่วนลดพิเศษ

เงื่อนไขเพิ่มเติม;

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
  • ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2566 เท่านั้น

 

เอ็มจี จัดหนักให้ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุดถึง 7 ปี แคมเปญเดียวกับมอเตอร์โชว์ 2023

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยกระดับความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ MG FUN DEAL ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 7 ปี เพิ่มเติมความสุขในวันรับรถด้วยทองคำมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ เอ็มจี 161 แห่ง ทั่วประเทศ หรือจองออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com/ อีกทั้งแคมเปญนี้ เป็นข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์ 2023 (Motor Show 2023)

 

NEW MG HS

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 7 ปี (เมื่อดาวน์เริ่มต้น 25%) หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,724 บาท ต่อเดือน

ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

 

NEW MG HS PHEV

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์เริ่มต้น 25%)

ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด และฟรี! ค่าติดตั้ง

ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาท

NEW MG VS HEV

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,888 บาท ต่อเดือน

ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาท

 

NEW MG EXTENDER

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน พร้อม ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,722 บาท ต่อเดือน

ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กิโลเมตร

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาท

 

NEW MG ZS

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,138 บาท ต่อเดือน

ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! ทองคำมูลค่า 10,000 บาท

 

NEW MG5

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,991 บาท ต่อเดือน

ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! ทองคำมูลค่า 10,000 บาท

ฟรี! ที่ชาร์จมือถือแบบไร้สาย

 

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จองรถตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2566 – 2 เมษายน 2566

NEW MG4 ELECTRIC

ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน

ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด

ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

NEW MG ZS EV

ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน

ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด

ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

ฟรี! สายเชื่อมต่อ V2L จำนวน 1 ชุด

ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

(หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

นิสสัน ประเทศไทย ตอกย้ำแนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในงาน Nissan Skill Contest 2022

0

นิสสัน ประเทศไทย ยกย่องพันธมิตรผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายในทักษะ รวมถึงความทุ่มเทของพนักงานของพวกเขาทั่วประเทศ โดยมีผู้ชนะ 21 ท่าน ในกิจกรรมการแข่งขันทักษะระดับประเทศ ประจำปี 2565 หรือ Nissan Skills Contest 2022

Nissan Skill Contest ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของที่ปรึกษาการขาย ที่ปรึกษาการบริการ เจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าสัมพันธ์ฝ่ายบริการและฝ่ายขาย และช่างเทคนิคของนิสสัน เพื่อยกระดับคุณภาพการขาย และมาตรฐานการให้บริการเพื่อประโยชน์ของลูกค้าผู้มีอุปการะคุณของนิสสันทุกท่าน

นิสสัน ประเทศไทย จัดการแข่งขันนี้มานานกว่า 10 ปี เพื่อยกย่อง และชื่นชมผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย และการบริการ ที่มีพนักงานมากกว่า 3,200 คน จากผู้จำหน่ายนิสสัน ทั่วประเทศ

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่นิสสัน ลูกค้าคือศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ การมอบบริการที่เหนือความคาดหวังของลูกค้าด้วยบริการที่เป็นเลิศเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา คำมั่นสัญญาของลูกค้านิสสันเปรียบเสมือนแนวทางให้เราดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง ภายใต้คุณภาพ และมาตรฐานเดียวกันในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า เราปรับปรุงคุณภาพการขาย และการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการบริการของเรา และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความยกย่อง และชื่นชม แก่ทีมงานของผู้จำหน่ายของเรา ที่มอบการบริการแก่ลูกค้าของ นิสสัน โดยตรง”

ซึ่งในปีนี้การมอบรางวัลจะมีทั้งสิ้น 7 หมวดหมู่ และถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการส่งมอบการขาย และการบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าของนิสสัน

โดยมีผู้ชนะเลิศ 7 ท่านจาก Nissan Skill Contest ประจำปีนี้ ได้แก่:

  1. ด้านที่ปรึกษาการขาย – น.ส. นาตยา แย้มทอง จาก สยามนิสสัน ประจวบคีรีขันธ์ สาขา สำนักงานใหญ่
  2. ด้านลูกค้าสัมพันธ์ฝ่ายขาย – น.ส. พนิดา แขมคำ จาก สยามนิสสัน ที.เค.เอฟ สาขา สำนักงานใหญ่
  3. ด้านลูกค้าสัมพันธ์ฝ่ายบริการ – น.ส. วิลาวัลย์ พงศ์พัชราพันธุ์ จาก ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส สาขา สำนักงานใหญ่
  4. ด้านที่ปรึกษาการบริการ – นาย จตุรงค์ ไชยแก้ว จาก สยามนิสสันเชียงใหม่ สาขา สำนักงานใหญ่
  5. ด้านที่ปรึกษาอะไหล่ – นาย ปพน อธิกรบุรภัทร จาก สยามนิสสัน ชลบุรี สาขา สำนักงานใหญ่
  6. ด้านบริการตามระยะ – นาย จรูญ ผู้ดี จาก สยามนิสสันบี.เค.เค สาขา เทพารักษ์
  7. ด้านช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา – นาย มานะศักดิ์ กระสังข์ จาก สยามนิสสัน ชลบุรี สาขา พัทยา

นอกจากนี้ นิสสันยังได้มอบรางวัล “Super Champ” ให้กับสยามนิสสัน ชลบุรี ที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทักษะในปีนี้มากกว่า 1 รายการ

“ในฐานะตัวแทนของ สยามนิสสัน ชลบุรี เรามีความภาคภูมิใจที่ทีมงานของเรา ได้รับสองรางวัลจากการแข่งขันทักษะของนิสสันในปีนี้ ถือเป็นผลมาจากจากการฝึกซ้อมและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ” กฤษดา สิงห์สายชล ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการ สยาม นิสสัน ชลบุรี กล่าว

น.ส.วิลาวัณย์ พงษ์พัชรพันธ์ จาก ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส ผู้ชนะเลิศด้านลูกค้าสัมพันธ์ฝ่ายบริการ กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นที่ได้รับรางวัลในด้านนี้ ดิฉันจะไปแบ่งปันประสบการณ์นี้ รวมถึงสิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้จากการแข่งขันในปีนี้ กับสมาชิกและทีมงานของดิฉัน”

นาย จรูญ ผู้ดี พนักงานช่างด้านบริการตามระยะ จากสยามนิสสัน บี เค.เค ผู้ชนะเลิศด้านบริการตามระยะกล่าวว่า “ขอขอบคุณนิสสัน ประเทศไทย ที่มอบรางวัลนี้ให้กับผม ผมพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา”

นาย จตุรงค์ ไชยแก้ว พนักงานรับรถจาก สยามนิสสัน เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศด้านที่ปรึกษาการบริการ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ผมจะได้รับรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ขอบคุณนิสสันที่ช่วยให้ผมได้พัฒนาตนเองและทักษะ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งและผมหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเช่นกัน”

ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองอันดับ 2 จะได้รับถ้วยรางวัลและของรางวัล โดยผู้ชนะ 2 รายจากการแข่งขัน Nissan Skill Contest ประจำปีนี้จากประเทศไทยจะได้รับรางวัลที่สำนักงานใหญ่ของนิสสันในเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน 2566 ด้วยเช่นกัน

ฟอร์ด ส่งรถสนับสนุน ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์’ ต่อเนื่องปีที่ 4

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งรถยนต์ฟอร์ดสนับสนุน ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์’ ต่อเนื่องปีที่ 4 โดยการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ปี 2566’ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน 2566 ในเส้นทางจังหวัดกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-ลพบุรี-สระบุรี-นครราชสีมา-ปราจีนบุรี-สระแก้ว-จันทบุรี-ระยอง รวมระยะทางกว่า 1,032 กิโลเมตร โดยในงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากพลเอก เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9

ฟอร์ดได้ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันกีฬาประเภทจักรยานรายการสำคัญของประเทศ ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และส่งเสริมวงการกีฬาและนักกีฬาไทยให้ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยการแข่งขันรายการทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ยังเปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติไทยได้เพิ่มพูนประสบการณ์ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่การแข่งขันตลอดระยะทางกว่า 1,032 กิโลเมตรครอบคลุม 11 จังหวัดในปีนี้

ทั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ส่งรถยนต์ฟอร์ดรวม 22 คัน อาทิ ฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ และฟอร์ด มัสแตง สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการตลอดการแข่งขัน ซึ่งรถฟอร์ดที่เข้าร่วมปฎิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดดเด่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ตอบโจทย์การขับขี่ระยะไกลบนเส้นทางที่ท้าทาย เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับทีมนักกีฬา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting 2023 ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เผยโอกาสทางธุรกิจใหม่ พร้อมคาดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโต 150% ในปี 2566

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting ประจำปี 2566 ภายใต้ธีม “Reach New Heights ก้าวสู่จุดหมายใหม่ไปด้วยกัน” เพื่อประกาศกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของปี 2566 พร้อมเผยผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทย พร้อมแสดงความขอบคุณต่อพาร์ทเนอร์ที่ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจในการร่วมมือกันเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศทางยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ

งาน GWM Partner Meeting ปีนี้ จัดขึ้น ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา นำโดย มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยมีเหล่าพาร์ทเนอร์กว่า 67 แห่ง จำนวน 128 ท่านทั่วประเทศเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ที่ผ่านมา รวมถึงรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ทั้งกลยุทธ์ทางด้านการขาย การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและสถานีอัดประจุไฟฟ้า การตลาดผลิตภัณฑ์ การสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงกลยุทธ์การบริการหลังการขายที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปอีกขั้น พร้อมร่วมรับฟังกลยุทธ์การสนับสนุนการขายจากพันธมิตรสถาบันการเงินสำคัญต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการประชุมกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ ผู้ร่วมงาน GWM Partner Meeting ทุกท่านยังได้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหาร
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคชาวไทยไปมากกว่า 15,000 ครอบครัว รถยนต์ HAVAL H6 Hybrid SUV ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์คอมแพคเอสยูวีอย่างแข็งแกร่งและยาวนานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 เดือนในปีที่ผ่านมา ส่วนเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจมหาชน ORA Good Cat ยังคงได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ชาวไทย ครองสัดส่วนทางการตลาดได้มากกว่า 30% ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมถึงความสำเร็จอื่น ๆ อีกมากมายที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ได้เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย เราขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่ไว้ใจและคอยให้การสนับสนุนเสมอมา โดยทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงรับฟังทุกความคิดเห็น ข้อติชมและแนะนำของทุก ๆ ท่านอย่างต่อเนื่อง ผมมั่นใจว่า เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะสามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงาน

ด้าน นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเสริมเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการดำเนินการในปีนี้ว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสการดำเนินธุรกิจจากการเติบโตของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 920,000 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากปี 2565 โดยจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประมาณ 164,500 คัน หรือคิดเป็น 18% ของยอดขายรวมทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เราคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของประเทศไทยจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญหรือคิดเป็นประมาณ 25% ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดหรือ 40,000 คัน ซึ่งเติบโตเกือบ 150% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของเกรท วอลล์ มอเตอร์และพาร์ทเนอร์ทุกท่านในการนำเสนอและส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและแนวโน้มตลาดดังกล่าว นอกจากนี้ ในปีนี้เรายังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับพาร์ทเนอร์ทุกท่าน ผ่านการขยายโอกาสด้านธุรกิจฟลีท และการตั้งธุรกิจ GWM Certified Pre-Owned เพื่อบริหารจัดการรถยนต์ใช้แล้วของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่เหนือกว่า ซึ่งธุรกิจใหม่ทั้งสองรูปแบบนี้จะช่วยขยายโอกาสการดำเนินธุรกิจให้พาร์ทเนอร์เติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของเราทุกคน เพื่อผลักดันให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และพันธมิตรต่าง ๆ ในการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) ให้ครอบคลุม 55 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้แข็งแกร่งและมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังร่วมลงนามความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่ อีก 12 ราย เพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการและเพิ่มช่องทางการให้บริการให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และการบริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยภายในปี 2566 เกรท วอลล์ มอเตอร์มีเป้าหมายที่จะขยายสาขา GWM Store ให้เป็นอย่างน้อย 100 แห่งทั่วประเทศ โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบพาร์ทเนอร์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค ฉีกกฎการดำเนินธุรกิจของระบบตัวแทนจำหน่ายแบบเดิม และยังมีส่วนช่วยเปลี่ยนบทบาทของตัวแทนจำหน่ายที่เน้นการขายมาเป็นผู้ให้บริการกับลูกค้าของเรา (Service Provider) รวมถึงการนำ One-Price Policy การขายราคาเดียวข้อเสนอเดียวทั่วประเทศ เข้ามาตอบโจทย์การซื้อรถของผู้บริโภค การรับฟังเสียงและเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) และการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ผสานระหว่างแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน โดยมี GWM application เป็นหัวใจหลักของการดำเนินงาน

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและร่วมมืออันดีจากพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่ช่วยให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ทุกท่าน เพื่อขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ผมเชื่อว่าครอบครัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ของเราจะทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นส่วนสำคัญในเร่งสร้างระบบนิเวศทางยานยนต์ไฟฟ้าให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์ไฟฟ้าและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติและเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นาย ณรงค์ กล่าวปิดท้าย