Home Blog Page 266

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศแนวทางการทำตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี Mercedes-Maybach ในประเทศไทย

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินหน้าทำตลาดรถยนต์ Mercedes-Maybach ในประเทศไทย หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตของยานยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดไลน์การประกอบรถยนต์ Mercedes-Maybach

รุ่นปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เป็นหนึ่งในสองประเทศแรกในโลกร่วมกับประเทศจีนที่ได้เริ่มทำตลาดยานยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีรุ่นนี้ ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์วางแผนส่งมอบให้กับลูกค้าภายในไตรมาสแรกของปี 2566 นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเผยแนวทางใหม่ในการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์สำหรับงานจัดแสดงรถยนต์และงานมหกรรมยานยนต์ที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปี ทั้งการเลือกใช้ “ดิจิทัลไกด์” ผู้ให้คำแนะนำเรื่องรถยนต์ที่รู้จริงแบบไม่จำกัดเพศ การสร้างสรรค์บูธแบบอินเทอร์แอคทีฟภายใต้คอนเซ็ปต์ “Vision of the Beyond” นำเสนอประสบการณ์ยานยนต์แบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่โดดเด่นเหนือระดับ และไฮไลต์ของรถยนต์หลากหลายรุ่น อาทิ EQS 500 4MATIC AMG Premium ยานยนต์พลังไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบในประเทศคันแรกที่ผสานทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน Mercedes-AMG SL 43 รถยนต์สปอร์ตขุมพลังแรงเวอร์ชันใหม่ของรุ่นที่เป็นตำนานที่แฟนเมอร์เซเดส-เบนซ์ตัวจริงรอคอย และ Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ในตระกูล C-Class ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้และได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วันนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความยินดีที่จะประกาศการเดินหน้าการทำตลาดโดยมีแผนการประกอบรถยนต์ Mercedes-Maybach ในประเทศ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยได้สัมผัสกับที่สุดของความเป็นยนตรกรรมระดับอัลตร้าลักชัวรีที่มอบความหรูหราจากเมอร์เซเดส-มายบัคได้อย่างเต็มที่ ซึ่งความพิเศษก็คือ ไทยจะเป็นหนึ่งในสองประเทศแรกในโลก ร่วมกับประเทศจีน ที่จะเริ่มทำตลาดรถยนต์ Mercedes-Maybach รุ่นปลั๊กอินไฮบริดภายในประเทศ ก่อนหน้านี้เมอร์เซเดส-มายบัคได้เปิดตัวเอสยูวีระดับอัลตร้าลักชัวรีรุ่น “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่ถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการแนะนำ “Mercedes-Maybach S 580 4MATIC Premium” รุ่นประกอบนอก โดยที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม วันนี้ เรายังจะเพิ่ม Mercedes-Maybach S 680 4MATIC Premium เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ของยนตรกรรมสุดหรูหราในตระกูลนี้ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาสและความสะดวกสบายเหนือระดับให้กับลูกค้าอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดและจับจองได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการแบบเอ็กซ์คลูซีฟทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป, ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์, สตาร์แฟลก

และทีทีซี มอเตอร์ ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า นอกจาก Mercedes-Maybach จะเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมที่ทั้งหรูหรา สะดวกสบาย และพร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริงแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีในประเทศไทยนั้นเติบโตไปในทิศทางที่ดี และด้วยความพรั่งพร้อมในทุก ๆ ส่วน ทั้งในด้านการผลิต การจัดเตรียมอะไหล่ ตลอดจนการบริการหลังการขายจากทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างเข้มข้นภายใต้มาตรฐานระดับสากล นี่จึงเป็นที่มาให้เรามีแผนในการประกอบรถยนต์ Mercedes-Maybach ในประเทศไทย”

มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้กำหนดเทรนด์ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอยู่เสมอ นั่นจึงเป็นที่มาของการริเริ่มทำสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของเราภายในการจัดงานแสดงรถยนต์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ “ดิจิทัลไกด์” เพื่อให้คำแนะนำและนำเสนอข้อมูลรถยนต์ด้วยความเชี่ยวชาญในรูปแบบดิจิทัล โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเพศใด การนำเสนอบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายใต้คอนเซ็ปต์

“Vision of the Beyond ” ในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ลูกค้าสามารถเข้ามาโต้ตอบกับ AI Artist โดยจะแสดงข้อความต้อนรับเข้าสู่บูธแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ดื่มด่ำกับประสบการณ์ใหม่ของการเลือกชมรถยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างสอดคล้องกับตัวตน และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอย่างเต็มที่ผ่านแพลตฟอร์ม Midjourney นอกจากนี้ เรายังมีไฮไลต์ของรถยนต์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากมายมาให้ลูกค้าได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า 100% ที่ประกอบในประเทศอย่าง “EQS 500 4MATIC AMG Premium” รวมถึง “Mercedes-AMG SL 43” ยานยนต์สปอร์ตพลังแรงตามแบบฉบับรถยนต์เอเอ็มจีที่แฟนเมอร์เซเดส-เบนซ์ตัวจริงรอคอย และ “Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic” ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ในตระกูล C-Class ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้และได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม”

สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์รุ่นใหม่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ลูกค้าจะได้พบภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ได้แก่

“EQS 500 4MATIC AMG Premium” ยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเปิดไลน์การผลิตภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์คันนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม เรื่อยไปจนถึงดีไซน์ภายนอกและภายในที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมความจุของแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร

ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 4.8 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งด้วยความจุของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง

EQS 500 4MATIC AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 7,900,000 บาท

“Mercedes-AMG SL 43” รถยนต์สปอร์ตขุมพลังแรงเวอร์ชันใหม่ของรุ่นที่เป็นตำนานจากแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่แฟนเมอร์เซเดส-เบนซ์ตัวจริงรอคอย กับความเป็นที่สุดในทุกด้าน ทั้งความสะดวกสบายในทุกสัมผัส อารมณ์ความรู้สึกสปอร์ตถึงขีดสุดจากภายนอกถึงภายใน และขุมพลังความแรงที่ไม่อาจต้านทานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ พร้อมเทอร์โบชาร์จ มอบพละกำลังในการขับขี่ตามแบบฉบับของรถยนต์เอเอ็มจี ด้วยกำลังสูงสุด  381 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  480 นิวตันเมตร ดีไซน์ภายนอกคือการบรรจบกันระหว่างเอกลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตพลังแรงและความเป็นรถยนต์

ซีดานที่เปี่ยมด้วยความหรูหรา ส่วนห้องโดยสารภายในให้รายละเอียดที่โดดเด่นตามแบบฉบับของรถยนต์มอเตอร์สปอร์ต 2 ประตูพร้อมเบาะที่นั่งแบบ 2+2 ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการขับขี่ในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะการมาพร้อมระบบ MBUX เจเนอเรชันล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาสให้แฟนรถยนต์รุ่น SL ตัวจริงในทุกวินาทีที่อยู่ในห้องโดยสาร

Mercedes-AMG SL 43 วางจำหน่ายเริ่มต้นในราคา 11,700,000 บาท

“Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic” คือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ในตระกูล C-Class ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,999 ซีซี ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 25.4 kWh ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เป็น

เจเนอเรชันที่ 4 ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร โดยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันนี้สามารถขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุดจากการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าได้ถึง 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถยนต์คันนี้ยังมาพร้อมรายละเอียดของการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ใหม่ในคอนเซ็ปต์ Sensual Purity ที่ให้สัมผัสที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 3,350,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ Mercedes-Maybach ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการแบบเอ็กซ์คลูซีฟทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด และบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่น ๆ ทุกรุ่นได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ‘รัฐการ จูตะเสน’ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งนายรัฐการ จูตะเสน ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 โดยนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย วางแผนที่จะเกษียณอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 หลังจากทำงานกับบริษัทมายาวนานกว่า 26 ปี 

นายรัฐการจะรายงานตรงต่อนางสาวยุคนธร วิคกี้วิเศษโกสิน ประธานฟอร์ด อาเซียน และตลาดผู้จำหน่ายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยรับผิดชอบการบริหารงานและผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ และสานต่อการ  ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ฟอร์ดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย 

นายรัฐการ ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ และผู้อำนวยการฝ่ายขาย ฟอร์ด ประเทศไทย มาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 และมีส่วนสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ รวมถึงการพัฒนายกระดับเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ เพื่อความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ฟอร์ดในประเทศไทยมียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากการเปิดตัวรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ 

“ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่า 30 ปี ทั้งด้านการตลาด การขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาผู้จำหน่าย ฟอร์ดจึงเชื่อมั่นว่า คุณรัฐการจะช่วยผลักดันการเติบโต และขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับแบรนด์ฟอร์ดในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่ง” นางสาวยุคนธร กล่าว 

นางสาวยุคนธร ยังกล่าวในนามของบริษัทและพนักงานฟอร์ดในประเทศไทย เพื่อขอบคุณและแสดงความยินดีต่อนายวิชิต เนื่องในโอกาสการเกษียณอายุ 

“คุณวิชิตมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเติบโตของแบรนด์ฟอร์ดในประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และความทุ่มเทในการทำงาน โดยเฉพาะด้านการบริการลูกค้าซึ่งคุณวิชิตคลุกคลีมานานกว่า 20 ปี ทำให้มีความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งร่วมกับผู้จำหน่ายฟอร์ดในการดูแลลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าฟอร์ดมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดิฉันขออวยพรให้แก่คุณวิชิตในโอกาสเกษียณอายุ และขอขอบคุณสำหรับการความทุ่มเทในการทำงานร่วมกันอย่างดีเยี่ยมตลอดมา” นางสาวยุคนธร กล่าว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งมอบ ORA Good Cat GT และ HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ล็อตแรก พร้อมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็วที่ GWM Partner Store

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองวันที่ 11 เดือน 11 ประเดิมส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ORA Good Cat GT จำนวน 111 คัน และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 60 คันให้กับลูกค้ากลุ่มแรกพร้อมกันทั่วประเทศ รวมถึงการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (DC) ณ GWM Store สาขา ATT U PARK บางนา ซึ่งเป็นแห่งแรกที่ตั้งอยู่ใน GWM Partner Store ตอกย้ำความพร้อมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) ที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

กิจกรรมการส่งมอบรถยนต์ ORA Good Cat GT และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ล็อตแรก รวมทั้งการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็วใน GWM Partner Store แห่งแรกในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ นายอนุชิต พงศ์ภัทรานนท์ ผู้บริหาร GWM ATT U PARK บางนา เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรกจำนวน 4 ครอบครัว ซึ่งเป็นลูกค้า ORA Good Cat GT 2 ครอบครัว และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV 1 ครอบครัว ณ GWM Store สาขา ATT U PARK บางนา

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยภายใต้ความมุ่งมั่นที่ต้องการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมด้วยเป้าหมายที่จะนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับแฟนๆ ชาวไทยอย่างน้อย 9 รุ่นภายใน 3 ปี โดยในปีนี้ เราได้ทำการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat GT ในเดือนมิถุนายน และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในวันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเราในการส่งมอบรถยนต์ทั้งสองรุ่นให้กับลูกค้ากลุ่มแรกพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทยพร้อมทั้งเป็นการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกสู่ท้องถนนทั่วประเทศ โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นต่างก็ได้สร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการยานยนต์ไทยอย่างยิ่งใหญ่ การันตีด้วยความสำเร็จอย่างท่วมท้นนับตั้งแต่เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ โดย ORA Good Cat GT ทั้ง 500 คันถูกจองหมดภายใน 58 นาที ขณะที่ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV สามารถกวาดยอดจองพร้อมการชำระเงินมัดจำได้ถึง 1,241 คันภายในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงตอกย้ำความนิยมต่อรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหมู่ผู้บริโภคแต่ยังสะท้อนถึงความไว้วางใจของแฟนๆ ชาวไทยที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราเชื่อมั่นว่าทั้ง ORA Good Cat GT และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จะเป็นรถยนต์คู่ใจที่เติมสีสันให้ทุกการเดินทางและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแฟนๆ ชาวไทยได้อย่างครบครัน”

“นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น วันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (DC) แห่งแรกใน GWM Partner Store ที่ GWM Store สาขา ATT U PARK บางนา ซึ่งอยู่ในช่วงดำเนินการ ขอใช้ไฟฟ้าเพื่อทดสอบระบบ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการกับลุกค้าทุกท่านได้ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งถือเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับความสะดวกสบายและเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกคน สำหรับ สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ GWM Partner Store ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยินดีให้บริการกับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทและทุกแบรนด์ ผ่าน GWM Application อีกด้วย

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ ORA Good Cat GT จำนวน 111 คันที่ ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกที่ชำระเงินมัดจำภายหลังจากการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากนั้น บริษัทฯ จะทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะส่งมอบรถยนต์ทั้ง 500 คันภายในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่ได้มีการประกาศไว้ และยังได้ประกาศเปิดรับจอง ORA Good Cat GT เพิ่มอีก 500 คัน ในราคา 1,286,000 บาท (หลังหักส่วนลดตามนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าตามมาตรการรัฐและภาษีสรรพสามิต) โดยเปิดให้จองตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2565 เวลา 19.00 น. จนถึงวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 23.59 น. หรือจนกว่าการสั่งจองจะครบ 500 คัน ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายกับแคมเปญ PREMIERE DEAL

สำหรับการส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกจำนวน 60 คัน เป็นการส่งมอบให้กับลูกค้าที่ได้ทำการลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อผ่านแคมเปญ ULTRA DEAL เมื่อช่วงกันยายนที่ผ่านมา และชำระเงินมัดจำจำนวน 10,000 บาท โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องในลำดับต่อไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นรับฟังเสียงผู้บริโภคเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

รู้ได้อย่างไร เมื่อไรต้องเปลี่ยนยาง

0

เมื่อลมหนาวมาเยือน เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาวางแผนไปเที่ยวปลายปีแล้ว แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ารถของเราอยู่ในสถานะที่พร้อมพาเราไปได้ทุกที่ที่อยากไป ควิกเลน แนะวิธีสังเกตอาการของยางรถยนต์ว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางแล้วหรือยัง เพื่อให้รถของคุณพร้อมรับมือกับทุกเส้นทางอย่างปลอดภัยสูงสุดรับฤดูท่องเที่ยวในหน้าหนาวนี้

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนยาง เช็กได้ด้วยตนเอง

ยางรถยนต์ทุกเกรด และคุณภาพ ล้วนแล้วแต่มีวันที่จะเก่าและเสื่อมลงตามกาลเวลา เพราะการวิ่งบนถนนหลากหลายรูปแบบ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการใช้งาน ส่งผลต่อเนื้อยาง หน้ายาง และดอกยาง ผลกระทบเหล่านั้นสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

  1. รอยรั่ว รอยบาก หรือเศษของมีคมบนยาง – ไม่ควรปล่อยให้รถวิ่งบนยางที่มีตำหนิหรือเศษสิ่งแปลกปลอมติดบนยาง เพราะอาจเป็นเหตุให้ยางแตก รั่ว และเกิดอันตรายได้ กรณีที่ยางจำเป็นต้องปะซ่อม ขอแนะนำให้ใช้วิธีการซ่อมแบบดอกเห็ดเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการปะยางแบบแทงใยไหมหรือสตีมโดยเด็ดขาด เพราะทำให้ยางเกิดความเสียหาย
  2. ระยะทางในการเบรกยาวขึ้นกว่าปกติ – การใช้งานยางเมื่อผ่านไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ดอกยางจะตื้นลง จึงควรเปลี่ยนยางทันทีเมื่อความลึกดอกยางน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร เพราะจะส่งผลต่อระยะเบรกที่ยาวขึ้นโดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนถนนเปียก
  3. ควบคุมรถบนถนนที่ลื่นได้ยากขึ้น – ความลึกของดอกยางจะลดต่ำลงตามระยะทางขับขี่ที่ใช้งานไป และจะส่งผลต่อการยึดเกาะถนนของรถเมื่อขับรถบนถนนที่ลื่นหรือที่เรียกว่าอาการเหิรน้ำ ซึ่งทำให้รถเสียการทรงตัวระหว่างการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อความลึกดอกยางน้อยกว่า 3 มม.
  4. ดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอกัน[1] – การสึกหรอไม่เท่ากันของดอกยาง เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเติมลมยางที่ไม่ถูกต้อง หรือปัจจัยอื่น สังเกตได้จากจุดต่อไปนี้
    • ขอบด้านนอกหรือขอบด้านในสึกมากกว่า (Toe wear) – เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อ มุมบังคับเลี้ยว (มุม Toe) ไม่สมดุล
    • หน้ายางด้านในหรือด้านนอกสึกมากกว่า (Camber wear) – เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อแนวตั้ง (มุม Camber) ไม่ถูกต้อง
    • ส่วนกลางของหน้ายางสึกหรอเป็นพิเศษ (Center Wear) –เกิดได้จากแรงดันลมยางที่มากเกินไป
    • ส่วนขอบของหน้ายางทั้งด้านในและด้านนอกสึกหรอเป็นพิเศษ (Edge Wear) – บริเวณขอบทั้งสองด้านสึกมากเป็นพิเศษ เกิดจากแรงดันลมยางน้อยเกินไป

ขอแนะนำให้เติมลมยางให้ได้ตามมาตรฐานของรถแต่ละรุ่น ซึ่งสามารถดูค่าความดันลมยางมาตรฐานได้จากคู่มือผู้ใช้รถหรือป้ายแนะนำความดันลมยาง ซึ่งมักจะติดอยู่บริเวณเสากลางตัวรถด้านใน

  1. อายุการใช้งาน – หากยางรถยนต์มีอายุการใช้งานครบ 6 ปี นับจากวันผลิต หรือมีความลึกดอกยางน้อยกว่า 3 มม. หรือใช้งานมาประมาณ 50,000 กิโลเมตร ควิกเลนแนะนำให้เปลี่ยนยางโดยทันที รวมถึงยางอะไหล่ที่ควรตรวจสอบและเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงการสึกของดอกยางแต่อย่างใด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความมั่นใจ

สำหรับเจ้าของรถมือใหม่ หรือใครที่ไม่มีอุปกรณ์ และเวลาในการดูแลรถ แนะนำว่าควรนำรถไปที่ศูนย์บริการยางและรถยนต์ เพื่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในการระบุจุดสึกหรอของยาง และให้คำแนะนำในการเปลี่ยนยางได้ตรงจุด อีกทั้งยังสามารถรับบริการเปลี่ยนยางรถยนต์ได้ทันที

ควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วนมาตรฐานระดับโลก มีช่างเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ พร้อมชี้แนะแนวทางการดูแลยางรถยนต์ และเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับรถ นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์คุณภาพระดับสากลสำหรับรถยนต์หลากรุ่น หลายยี่ห้อ ให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อการดูแลรถในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมรับประกันราคายางว่าไม่แพงกว่าใคร โดยควิกเลนยังมีบริการหลังการขาย ทั้งตรวจเช็ก สลับยาง ปะยาง เปลี่ยน และตั้งศูนย์ถ่วงล้ออย่างครบวงจร

ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ควิกเลนพร้อมดูแลลูกค้าเจ้าของรถ ด้วยการนำเสนอโปรโมชันสุดพิเศษกับส่วนลดยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำสูงสุดถึง 30% รองรับรถยนต์ทุกประเภท เพื่อการเดินทางพร้อมยางคุณภาพเส้นใหม่ สำหรับทุกเส้นทางปลายปีนี้ ได้แก่

  • ยางรถยนต์สำหรับรถอีโค่คาร์ขนาด 185/60 R15 และขนาด 185/55 R16 ราคาเริ่มต้นเพียง 1,111 บาท
  • ยางรถยนต์สำหรับรถอีโค่คาร์ขนาด 195/55 R15 ราคาเริ่มต้นเพียง 1,790 บาท
  • ยางรถยนต์สำหรับรถซีดานขนาด 205/55 R16 และ 215/55 R16 ราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท
  • ยางรถยนต์สำหรับรถกระบะและเอสยูวีขนาด 265/65 R17 และขนาด 265/60 R18จากมิชลิน รุ่น LTX Trail และ Primacy SUV+ ครบ 4 เส้น ราคาเริ่มต้นเพียง 5,852.90 บาท
  • ยางรถยนต์สำหรับรถกระบะขนาด 265/70 R16 ซื้อ 3 แถม 1 และขนาด 265/65 R17 ในราคาต่อ 4 เส้น เหลือเพียงเส้นละ 3,749 บาท
  • ยางรถยนต์สำหรับรถกระบะบรรทุกขนาด 225/75 R14 และ 225/75 R15 ราคาเริ่มต้นเพียง 4,200 บาท

ยิ่งกว่านั้น ยางทุกเส้นยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 6 ปี พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่การผ่อนชำระยางทุกรุ่น ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 15 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำ บริการเสริมครบครันเมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น ได้แก่ ฟรีค่าแรง บริการถอดใส่และถ่วงล้อ 4 ล้อสูงสุด 5 ครั้ง เติมลมไนโตรเจนฟรีตลอดอายุการใช้งาน สลับยางและถ่วงล้อฟรีตลอด 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และที่สำคัญมีโปรแกรมรับประกันราคายางว่าไม่แพงกว่าคู่แข่ง ถ้ามีหลักฐานราคาที่สูงกว่า เรายินดีปรับลงให้เท่ากันหรือคืนเงินทันที*  (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ควิกเลนทั่วประเทศไทยทั้ง 16 สาขา พร้อมให้บริการที่ ‘สะดวกกว่า วางใจได้จริง ตั้งแต่บริการตรวจเช็กสภาพเบื้องต้น 30 รายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึงบริการอื่นๆครอบคลุมกว่า 14 กลุ่ม เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ราคาและโปรโมชัน ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 หรือที่เฟซบุ๊กควิกเลน ประเทศไทย https://www.facebook.com/QuickLaneThailand หรือที่เว็บไซต์ https://www.quicklane.com/th-th

[1] ข้อมูลจาก nhtsa.gov

ลามิน่า รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 จากกระทรวงพลังงาน ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน

0

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  ผลิตโดยอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย นายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ รับมอบโล่เกียรติคุณฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน จาก ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ โครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่ออนุรักษ์พลังงาน โดยการติดฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงดังกล่าว กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 3,604.5 ล้านบาทต่อปี และช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกกว่า 429 พันตันต่อปี

ลามิน่าฟิล์ม เป็นฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพครบในทุกมิติ จึงได้รับมอบ “ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง” เบอร์ 5 มากถึง 37 รุ่น ภายใต้โครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลาก ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550) ทั้งยังเป็นฟิล์มแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในเมืองไทยที่เปิดตัวฟิล์มรุ่นใหม่ “ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์” สำหรับยานยนต์ไฮบริด/อีวี และสมาร์ทคาร์โดยเฉพาะ

ช่วยตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ โดยผนึกเทคโนโลยีอนาคตดิจิทัลบูสต์ (Digital Boost) ไว้ในเนื้อฟิล์ม เพื่อรองรับระบบสมองกลดิจิทัล AI ของรถยนต์ยุคใหม่ให้ทำงานได้อย่าง เร็ว แรง ลื่น เสถียร เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์การขับขี่ และยังคงประสิทธิภาพการช่วยลดความร้อนจากแสงแดดดีเยี่ยม ป้องกันรังสี UV เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และช่วยลดภาระการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถ

อีกทั้ง ฟิล์มอาคารประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงจากลามิน่า ที่ได้รับความนิยมสูงสุด นอกจากเพิ่มความสวยงามให้บานกระจกภายในบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน หรืออาคารต่างๆ ได้อย่างมีสไตล์แล้ว ยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้เกือบ 80% ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้า ให้ความเป็นส่วนตัว ไม่บดบังทัศนวิสัยภายนอก และเพิ่มความปลอดภัยป้องกันอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก

ลามิน่าฟิล์ม ยังเป็นฟิล์มกรองแสงเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่โรงงานผู้ผลิตได้รับมาตรฐานจากหน่วยงานยูเอส เอเนอยี สตาร์ (U.S. Energy Star) ในฐานะฟิล์มประหยัดพลังงานคุณภาพสูงสุด ด้วยมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดเป็นพิเศษในระดับสากล โดยจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของอีพีเอ (EPA – U.S. Environment Protection Agency) ภายใต้เงื่อนไขหลัก 3 ประการคือ ฟิล์มจะต้องมีประสิทธิภาพช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดจริง ฟิล์มต้องช่วยประหยัดเงินให้ผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน และฟิล์มต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ปี

ฟอร์ด จัดแข่งขันทักษะช่างเทคนิคปีที่ 17 เสริมศักยภาพงานบริการรองรับลูกค้ารถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดการแข่งขันทักษะช่างเทคนิค หรือ Technician Skills Contest ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 พร้อมจัดสัมมนาช่างเทคนิคทั่วประเทศเพื่อเพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญในการให้บริการรถยนต์ฟอร์ดรุ่นใหม่ที่อันแน่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวและส่งมอบบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ให้ลูกค้า เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดไปอีกขั้น

“ช่างเทคนิคถือเป็นบุคลากรสำคัญในการส่งมอบการบำรุงและรักษารถให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความมั่นใจและอุ่นใจในการใช้รถ ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยเฉพาะบุคลากรของผู้จำหน่ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญด่านแรกในการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า เราจึงสานต่อการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคเป็นปีที่ 17 เพื่อส่งเสริมให้ช่างเทคนิคมีทักษะความชำนาญ เรามีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากฟอร์ดควบคุมคุณภาพการแข่งขันอย่างเข้มข้นทุกขั้นตอน และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแชร์ประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าคุณภาพการบริการของเราจะเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ด” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ดจัดการแข่งขันทักษะด้านบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกฝนทักษะความเป็นมืออาชีพในการให้บริการลูกค้าฟอร์ด ตลอดจนเพิ่มพูนทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่บุคลากรของผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากที่ได้จัดการแข่งขันครั้งล่าสุดในปี 2559 ในปีนี้ ฟอร์ด ประเทศไทยกลับมาเปิดเวทีแข่งขันอีกครั้ง มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและยกระดับทักษะช่างเทคนิคอย่างเข้มข้น เพื่อตอบโจทย์ความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ารถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่

ในปีนี้มีช่างเทคนิคผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจำนวน 10 คน จาก 10 ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโจทย์เสมือนหน้างานจริง เพื่อแสดงศักยภาพในการตรวจเช็กและวิเคราะห์ระบบต่างๆ โดยใช้รถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ในการแข่งขัน กรรมการจะพิจารณาให้คะแนนตามความถูกต้องของขั้นตอน การวิเคราะห์ ตลอดจนทักษะทางเทคนิคในการแก้โจทย์ที่ได้รับ ในงานมีผู้บริหารและพนักงานของฟอร์ด ประเทศไทย และกลุ่มตลาดนานาชาติ ร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันตลอดกิจกรรม และมีผลรางวัลการแข่งขัน National Skills Contest ประจำปี 2565 ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ นายวีรวุธ ชูอินทร์ จากฟอร์ด กระบี่ ดุสิต ออโตโมบิล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง นายลำภู ไกรเพชร จากฟอร์ด แม่สอด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง นายอิทธิพล เอี่ยมวิไล จากฟอร์ด วี.พี.ออโต้ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด สาขาเพชรเกษม 77

รางวัลชมเชย 7 รางวัล ได้แก่

  • นายโสภณ ศรีสวัสดิ์ จากฟอร์ด พลปิยะ อยุธยา (วังน้อย)
  • นายปฐวี ปิดงาม จากฟอร์ด สมุทรสาคร
  • นายใหม่ แดงโทน จากฟอร์ด พิจิตรเพชร ออโตโมบิล
  • นายอำนาจ โภคทรัพย์ จากฟอร์ด พระประแดง
  • นายสายชล พิมโนนทอง จากฟอร์ด เอกระยอง
  • นายมีชัย ไสยา จากฟอร์ด โชคชัย สุโขทัย
  • นายจีระศักดิ์ หอมอุดม จากขอนแก่น สหชัย ฟอร์ด เซลส์

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะและผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่านที่ได้แสดงให้เห็นถึงความความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาทักษะความสามารถในการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เราเชื่อมั่นว่าพนักงานทุกคนจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยยกระดับการให้บริการ ส่งมอบความประทับใจและความมั่นใจในการใช้รถให้แก่ลูกค้า พร้อมตอบสนองความต้องการและการเติบโตของลูกค้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายวิชิต กล่าวเสริม

NEW MG4 ELECTRIC แรงเกินต้าน!!! กวาดยอดจอง 1,598 คัน ภายใน 8 ชั่วโมง

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จ NEW MG4 ELECTRIC หลังเปิดรับจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND วันแรก กระแสตอบรับท่วมท้น นับตั้งแต่เปิดรับจองเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมา ช่วงเช้าตัวเลขยอดจองอยู่ที่ 836 คัน และต่อเนื่องสู่ 1,598 คัน ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง บ่งบอกถึง การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอินเทรนด์แห่งปี

NEW MG4 ELECTRIC ฉีกจากรถไฟฟ้าในตลาดด้วยการเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล เพื่อเป็นรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่นวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM สู่ดีไซน์ภายนอกที่พร้อมสะกดทุกสายตา โดยรุ่นที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในการจองซื้อสูงสุด ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของโมเดลนี้

สำหรับลูกค้าที่สนใจยังสามารถจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ!  จองเพียง 5,000 บาท รับอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ร่วมสัมผัสการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ณ บูธ MG เวลา 13.15 น. – 13.25 น.

ลิงค์ดาวน์โหลด แอพพลิเคชัน MG THAILAND

สำหรับ iOS https://apps.apple.com/th/app/mg-thailand/id1614430167

สำหรับ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.saicmotor.ismartthai

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

เชิญเที่ยวงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ชมรถอายุกว่า 120 ปี 18-20 พฤศจิกายนนี้

0
Vintage Car Pic Open

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ICONSIAM จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” โชว์รถโบราณกว่า 20 คัน พร้อมจัดแสดงเรือ เต็มพื้นที่ River Park, ICONSIAM

Vintage Car 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ICONSIAM จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ภายใต้แนวคิด “เชื่อมยุค โยงเวลา สัมผัสอนาคต – Connect Eras, Link Times, Touch The Future” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต้อนรับการเปิดประเทศ โดยจัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่หาชมได้ยากกว่า 20 คัน ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน 2565”

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW ถือเป็นการจัดแสดงรถโบราณและรถคลาสิคครั้งแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นกิจกรรมที่ตอกย้ำแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ “Collaboration to Win” ที่พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในทุกมิติ สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าทุกคนที่มาเยือน”

ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถ Chr. Hofmann Wagen Bauer Mergentheim ผลิตที่ประเทศเยอรมนี อายุกว่า 120 ปี เป็นต้นแบบของรถยนต์ในปัจจุบัน

Overland Model 40 Roadster ปี 1910 ผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรับรูปทรงจากเกวียน ติดเครื่องยนต์กลางลำตัวใต้พื้นรถ ขับขี่ในตำแหน่งสูงเช่นเดียวกับรถม้า

Lancia Aprilla ปี 1937 รถซีดานขนาดย่อม แต่ภายในกว้างหรูหราเทียบเท่ารถขนาดใหญ่ ผลิตที่ประเทศอิตาลี มีเพียงคันเดียวในประเทศไทย

Mercedes-Benz 300SL Gullwing ปี 1955 รถสปอร์ทที่พัฒนาจากรถแข่ง ประตูปีกนก กวาดแชมพ์รายการ CARRERA PANAMERICANA ในสหรัฐอเมริกา และ LE MANS ในยุโรป

BMW Isetta 300 ปี1961 รถยนต์จิ๋ว 3 ล้อ ดีไซจ์นสุดแปลก รูปทรงไข่ เปิดประตูด้านหน้า เป็นเสน่ห์ ที่ไม่มีใครเหมือน

Vintage Car 2

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ที่น่าสนใจรวมกว่า 20 คัน และเรือหลากหลายประเภท ที่ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK และงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39”

เชิญชมงานแสดงรถโบราณ “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย ณ River Park, ICONSIAM ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน 2565

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมยกทัพรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ลุยงาน Motor Expo 2022

0
GWM Motor Pic Open

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความคึกคักเขย่าวงการยานยนต์อย่างต่อเนื่อง เชิญชวนผู้บริโภคร่วมชมและสัมผัสกองทัพยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “GWM Unleash the Future” ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (The 39th Thailand International Motor Expo 2022) ไฮไลท์สำคัญกับการเผยโฉม ORA Grand Cat และ การกลับมาของ TANK 500 HEV รวมถึงเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ HAVAL และ ORA พร้อมด้วยการจัดแสดงทัพรถยนต์ยอดนิยมอีกมากมาย ทั้งยังมีข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมาย

GWM Motor 1

ภายในงานจะได้พบกับ
•การเผยโฉม ORA Grand Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากแบรนด์ ORA ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและทันสมัย โดดเด่นและครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมแล้วที่จะนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก
•การกลับมาปรากฏตัวของ TANK 500 HEV ที่มาพร้อมความหรูหราและดีไซน์สุดล้ำ เอาใจผู้ขับขี่ขาลุยสายออฟโรด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัย พร้อมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสสมรรถนะความแข็งแกร่งกันอย่างใกล้ชิดกันอีกครั้ง
•เซอร์ไพรส์สุดพิเศษเอาใจแฟนๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะจากแบรนด์ HAVAL และ ORA ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

GWM Motor 2
•ขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมในไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ประกอบด้วย All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นล่าสุดซึ่งกวาดยอดจองพร้อมชำระเงินมัดจำกว่า 1,241 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังประกาศราคาอย่างเป็นทางการ, All New HAVAL H6 Hybrid SUV ซึ่งครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์คอมแพคเอสยูวีอย่างเหนียวแน่นอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานถึง 10 เดือน, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย, ORA Good Cat ที่จุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้กับชาวไทยและครองความเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์อย่างเหนียวแน่น และ ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันเร้าใจและกวาดยอดจองไปทั้งหมด 500 คันภายในเวลาเพียง 58 นาทีหลังการเปิดตัว
•พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกมากมาย ภายใต้แคมเปญ Great Wall Great Deal สำหรับรถยนต์แบรนด์ HAVAL ทั้ง 3 รุ่น

GWM Motor 7
All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV
รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี GWM โฮม ชาร์จ พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการรับหรือส่งรถเพื่อเข้าบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 2 ครั้ง ฟรี น้ำมันมูลค่าสูงสุด 2,000 บาท รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 167,000 บาท
oAll New HAVAL H6 Hybrid SUV
รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 15,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี และกรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่ารวม 1,750 บาท
oAll New HAVAL JOLION Hybrid SUV
รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ประกันคุณภาพรถใหม่ 7 ปี รับประกันแบตเตอร์รีไฮบริด 8 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 5 ปี รับฟิล์มกรองแสงลามิน่ารอบคัน มูลค่าสูงสุด 8,200 บาท และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

GWM Motor 3
•ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ORA Good Cat GT กับแคมเปญ PREMIERE DEAL รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 23,000 บาท ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive: GPSI) จำนวน 5 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 5 ปี และ ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM

GWM Motor 5
•เพลิดเพลินไปกับการเลือกชมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ สินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึกจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมทั้งร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ และลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย โดยมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และพักผ่อนหย่อนใจได้ที่ GWM Bar และ Lifestyle Lounge ที่พร้อมต้อนรับทุกท่านอย่างอบอุ่นตลอดทั้งงาน
•ผู้ที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รถยนต์ ORA Good Cat และรถยนต์ ORA Good Cat GT ได้ที่งาน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A11 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

 

 

เอ็มจี เปิดตัวพร้อมรับจอง NEW MG4 ELECTRIC แล้ววันนี้

0
New MG4 Pic Open

เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ EV เตรียมแนะนำ NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมคอมเซ็ปต์ “ICON” นิยามของการเป็น “ต้นแบบ” และมาตรฐานใหม่ของรถ EV ที่ขับสนุก โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ถือเป็นอีวีสายพันธุ์แท้ด้วยนวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย ADVANCED SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM ให้อุ่นใจในทุกการขับขี่

New MG 4 1
NEW MG4 ELECTRIC ถูกออกแบบและพัฒนาให้เป็น “รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ที่มาเปลี่ยนสมรรถนะของรถพลังงานไฟฟ้า ให้สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล ทั้งนวัตกรรมการขับขี่ไปจนถึงดีไซน์อันโดดเด่นที่ออกแบบให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ด้วย 4 จุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่

NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้าง “เนบิวลา” ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยนตรกรรมไฟฟ้าโดยเฉพาะ
ครั้งแรกของ เอ็มจี กับการเปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มีความยืดหยุ่นในการนำไปปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้หลายเซกเมนต์ ไปจนถึงความสามารถในการรองรับแบตเตอรี่ได้หลากหลายความจุ ที่นอกจากยกระดับการปกป้องแบตเตอรี่แล้ว พื้นที่ภายในห้องโดยสารยังกว้างขวางมากขึ้นด้วย ซึ่ง NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้

New MG 4 2

NEW MG 4 ELECTRIC มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “สนุกและเร้าใจ” ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอนและระบายความร้อนด้วยระบบ Liquid Cooling system สามารถวิ่งในระยะทางไกลสูงถึง 425 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ในขณะชะลอรถ ด้วยระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ กลาง สูง และ แบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE) เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ในทุกรูปแบบ ผสมผสานกับการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตรที่ 50:50 พร้อมตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ (LOW CENTRE OF GRAVITY)

ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ที่ไม่เพียงแค่ ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวท้องถนนได้ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย สะดวกกับการขับขี่ในพื้นที่ตัวเมืองได้อย่างคล่องแคล่วด้วย รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.3 เมตร และมี Overhang ด้านหน้าและหลังของรถที่สั้น

New MG 4 4

อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ไปอีกระดับด้วยโหมด INTELLIGENT SMART ACCESS ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้อัตโนมัติเพียงเหยียบเบรก และเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อเนื่อง รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุด 88kW และการชาร์จแบบเร็ว หรือ Quick charge จาก 10% – 80% ในเวลาเพียง 35 นาที พร้อมเปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกรถด้วยระบบ V2L

NEW MG4 ELECTRIC มาพร้อมกับ Semi-autonomous driving system มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ถึง 26 ระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระบบช่วยเตือนอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา และระบบช่วยควบคุมการขับขี่ อาทิ ระบบช่วยเบรกขณะถอย (RCTB) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System) ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART ที่ช่วยยกระดับคุณค่าและประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี ไม่ว่าจะเป็น ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ที่ครอบคลุมระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ ไปจนถึงการค้นหาสถานีชาร์จ โดยล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ BATTERY DOCTOR บนแอพพลิเคชั่น MG THAILAND บันทึกและวิเคราะห์ พฤติกรรมการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน ท้ายที่สุด ยังช่วยให้การเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ง่ายยิ่งขึ้นด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)

New MG 4 6

NEW MG4 ELECTRIC ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X โดยมีสีตัวถังให้เลือกถึง 5 สี คือ สีฟ้า (Brighton Blue) สีดำ (Black Knight) สีแดง (Scarlet Red) สีเทา (Andes Grey) และสีขาว (Arctic White) ตกแต่งภายในด้วยสีดำ (Black) ในรุ่น D และสไตล์ทูโทนเทา-ดำ (Grey & Black) ในรุ่น X

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกให้กับตลาดยานยนต์ EV สู่ประเทศไทยกับ MG ZS EV จนถึงปัจจุบันที่เราพร้อมนำเสนอ NEW MG4 ELECTRIC ที่จะเข้าเติมเต็มและพลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งกับ “The First Rear Wheel Drive EV” พร้อมกับนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ทางเอ็มจีได้พัฒนา ที่นอกจากจะมัดรวมความคุ้มค่าทั้งด้านดีไซน์ที่สะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสนุกและคล่องตัวยิ่งขึ้นอีกด้วย และยังให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน จากความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นผู้ริเริ่มของตลาดรถยนต์ EV แล้ว เอ็มจียังเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการพัฒนาสถานีชาร์จ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากกว่า 128 แห่งทั่วประเทศ และสร้างความมั่นใจด้วยศูนย์บริการที่สามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้าจาก เอ็มจี ได้ทุกรุ่นกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานสะอาดได้มั่นใจยิ่งขึ้น”

New MG 4 7

ลูกค้าที่สนใจสามารถเริ่มจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ก่อนใคร ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND และเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.00 น. จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! อุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ร่วมสัมผัสการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565