Home Blog Page 267

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัด ‘M FANS TRACK DAY’ นำลูกค้าไปขับยนตรกรรมสายพันธุ์ M และ M Performance ณ สนามแข่งรถ แก่งกระจานเซอร์กิต

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M และ M Performance (M Dealer) อย่างเป็นทางการ จัดทริปประเดิมความมันส์ ‘M FANS TRACK DAY’ นำลูกค้าไปทดลองขับยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M และ M Performance ถึงสนามแข่งรถ แก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “งานนี้นับเป็นกิจกรรมแรก หลังจากจากที่ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ได้รับความไว้วางใจจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แต่งตั้งให้เป็น M Dealer อย่างเป็นทางการ โดยจัดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M และ M Performance ทดลองขับและสัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงบนสนามแข่ง พร้อมศึกษาเทคนิคการขับรถบนสนามแข่ง จากผู้ฝึกขับระดับมืออาชีพ อยากเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมพลังแรง ให้เข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูม ‘M TOWN by MILLENNIUM AUTO’ บนถนนพระรามที่ 4 และแฟลกชิปโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์”

++ BMW M ยนตรกรรมสุดพิเศษที่กำเนิดจากสนามแข่ง

บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M มีต้นกำเนิดมาจากสนามแข่ง โดยในอดีต กติกาการแข่งรถยนต์บางรุ่น ระบุว่ารถแข่งรุ่นดังกล่าว ต้องได้รับการผลิตเพื่อจำหน่าย ในจำนวนไม่ต่ำกว่าที่ผู้จัดกำหนด (มักเป็นหลักร้อยหรือพันคัน ต่างกันไปในแต่ละรุ่น) ทาง บีเอ็มดับเบิลยู จึงให้แผนก M (M Division) ซึ่งส่งรถยนต์ลงแข่งทัวริงคาร์ในช่วงนั้น ผลิตรถยนต์ที่มีสเปกใกล้เคียงกับรถที่ใช้แข่ง และติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เหมาะกับการใช้งานบนถนน ผลลัพธ์คือรถสปอร์ตเปี่ยมสมรรถนะ ราวกับเป็น ‘รถแข่งในคราบรถถนน’ ถูกอกถูกใจลูกค้าที่ชื่นชอบความแรง และกลายเป็นรถยนต์ระดับตำนานที่มีสาวกอยู่ทั่วโลก

++ จัดเต็มบนสนามแข่ง เพื่อเข้าถึงตัวตนและมนต์เสน่ห์ของ BMW M

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป นำยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M และ M Performance ที่มาพร้อมสมรรถนะสุดเร้าใจ มาให้ลูกค้าได้สัมผัสกัน 4 รุ่น นำโดยรุ่น M4 Competition Coupe ที่มีกำลังสูงถึง 510 แรงม้า, X4M Competition, Z4M40i และ M340i xDrive มาให้ลูกค้า และผู้ที่สนใจ ได้สัมผัสสมรรถนะและคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ แบ่งเป็นหลายสถานี ที่ช่วยให้รับรู้ถึงสมรรถนะและศักยภาพในด้านต่างๆ ของรถอย่างชัดเจน พร้อมให้คำแนะนำแบบตัวต่อตัว โดยผู้ฝึกขับระดับมืออาชีพ

จากกิจกรรมดังกล่าว มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับ บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M ได้ที่ ‘M TOWN by MILLENNIUM AUTO’ บนถนนพระรามที่ 4 และแฟลกชิป โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

ฟอร์ดเดินสายจัดคาราวานผู้เชี่ยวชาญ Talk to the Experts มุ่งดูแลลูกค้า เสริมความอุ่นใจในการใช้รถอย่างต่อเนื่อง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าจัดคาราวานผู้เชี่ยวชาญ Talk to the Expert ต่อเนื่อง เตรียมเดินสายทั่วประเทศเพื่อดูแลลูกค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยแนวคิด ‘รู้เคล็ดลับ ขับมั่นใจ ไปกับผู้เชี่ยวชาญจากฟอร์ด’ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้งานรถผ่านการพูดคุยกับทีมวิศวกรภาคสนามของฟอร์ด โดยในปีนี้ ทีมคาราวาน Talk to the Experts จะเริ่มจัดกิจกรรมที่ศูนย์บริการฟอร์ด 10 แห่ง ใน 9 จังหวัด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พร้อมเตรียมขยายการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศไทยภายในช่วงต้นปี 2566 ต่อไป

“ฟอร์ดให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงในการดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว สำหรับปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสานต่อโครงการ Talk to the Experts อย่างต่อเนื่องด้วยการทำงานร่วมกับผู้จำหน่าย พร้อมเสริมทัพทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากฟอร์ดออกเดินทางไปพบลูกค้าในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นจากการใช้งานจริง พร้อมให้ข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องแก่ลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าใช้รถฟอร์ดด้วยความมั่นใจ สบายใจ และได้รับความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งในปีที่ผ่านมา เราได้รับผลการตอบรับที่ดีมากในระดับคะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมที่สูงถึง 99%” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

กิจกรรมคาราวานผู้เชี่ยวชาญฟอร์ด Talk to the Experts เป็นความร่วมมือระหว่างฟอร์ด และผู้จำหน่ายที่ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พบปะพูดคุยกับทีมวิศวกรภาคสนามของฟอร์ด พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยี เทคนิค และเคล็ดลับต่างๆ ในการใช้รถจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งจากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา นอกจากลูกค้าจะได้เรียนรู้เทคโนโลยี เทคนิคและเคล็ดลับต่างๆ ในการใช้รถ และสามารถใช้รถได้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว อีกหนึ่งความสำเร็จก็คือ การเปิดตัวระบบ Service Price Calculator หรือเครื่องมือประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการที่ให้ลูกค้าสามารถเช็กข้อมูลค่าบริการก่อนเข้ารับบริการได้บนเว็บไซต์ฟอร์ด นับเป็นการนำความคิดเห็นของลูกค้าจากการจัดกิจกรรมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้ได้ดียิ่งขึ้น

ในปีนี้ ฟอร์ดและผู้จำหน่ายได้เดินหน้าร่วมกันจัดกิจกรรม Talk to the Experts เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ที่ศูนย์บริการฟอร์ด 10 แห่ง ใน 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี และตรัง นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเตรียมจัดกิจกรรมในอีกหลายจังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศภายในช่วงต้นปี 2566 เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้รถยนต์ฟอร์ด และรองรับลูกค้าฟอร์ดทั่วประเทศที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม Talk to the Experts ได้ทาง https://www.facebook.com/FordThailand หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383

เรเวอร์ ออโตโมทีฟ รุกคืบตลาด EV ไทย เผยโฉมโชว์รูม Flagship แห่งแรกของ BYD พร้อมประกาศราคา ATTO 3 รุ่น Standard Range ราคา 1,099,900.- บาท

0

บริษัท เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือฤกษ์งามยามดีวันที่ 11 เดือน 11 จัดงานเปิดโชว์รูมบีวายดี เรเว่ สาขาพระรามสอง  พร้อมจัดพิธีทางพุทธศาสนา เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน โดยโชว์รูมแห่งนี้เป็นโชว์รูมมาตรฐานระดับFlagship แห่งแรก ของรถยนต์ BYD ในประเทศไทย พร้อมให้บริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย และในช่วงบ่ายวันเดียวกันยังมีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range พร้อมประกาศราคา อย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ เรเวอร์ ออโตโมทีฟ ได้เปิดตัวรถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Extend Range พร้อมประกาศราคาไปเมื่อวันที่ 10 เดือน 10 ที่ผ่านมา

รถยนต์ BYD ATTO 3  รุ่น Standard Range จะมีอุปกรณ์มาตรฐานรวมไปถึง อุปกรณ์ความปลอดภัย ตลอดจนรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในเช่นเดียวกับรุ่น Extend Range สำหรับความแตกต่างกันจะ มีเพียงขนาดของแบตเตอรี่แบบ Blade Battery เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD โดยรุ่น Standard Range มีแบตเตอรี่ขนาด 49.92 kWh และ DC Charging Port CCS 2 รองรับ 70 kW สามารถขับขี่เป็น ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จตามมาตรฐานของ NEDC Mode ได้ 410 กิโลเมตร  ในส่วน ของ สีตัวถังภายนอกสำหรับรุ่น Standard Range จะมีให้เลือก 2 สี ประกอบด้วย สีขาว (Frost) และ เทา (Graphite)

BYD ATTO 3  รุ่น Standard Range ใช้แพลตฟอร์มแห่งอนาคต e-Platform 3.0 ยกระดับ ทุกมิติการขับขี่ มีสมรรถนะเหนือชั้นกับพละกำลังสูงสุด 150 kW ทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 7.3 วินาที เพียบพร้อมด้วยผลงานดีไซน์ของนักออกแบบระดับโลกผสานฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์  BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range   คือ อีกหนึ่งทางเลือกล่าสุดที่จะมาเติม เต็มช่องว่างในตลาดและ ตอบสนองทุกความต้องการ โดยเฉพาะ กลุ่มลูกค้าผู้สนใจ เปลี่ยนมาใช้ ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานใหม่

BYD ATTO 3 Standard Range พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคา 1,099,900.- บาท และสำหรับรุ่น Extend Range ราคา 1,199,900 บาท

 

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด กล่าว “ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย ที่ให้การตอบรับ BYD ATTO 3 ด้วยยอดจอง 4,615 คัน ภายในสัปดาห์แรก ของการรับเปิดจอง ซึ่งผมมีความตั้งใจปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น” และคุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด กล่าวเสริม เรายังคงมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลูกค้า BYD ATTO 3 ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารุ่น Standard Range และรุ่น Extend Range  ซึ่งยังคงโปรแกรม Rêver Care ที่จะดูแลรถทุกคันด้วยสิทธิพิเศษแบบเต็มที่  คุ้มค่าด้วย ดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา 1.68% นาน 48 เดือน พร้อมฟรี ค่าบริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ นาน 8 ปี อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี และ Home Charger พร้อมติดตั้ง มั่นใจไปกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สามารถพบกับโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่พร้อมดูแลคุณ 32 แห่งทั่วประเทศ  และในวันที่ 12 เดือน 12 ทางบริษัทฯ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Appication BYD เพื่อให้ความสะดวกกับลูกค้า เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ”

**ขณะนี้ทาง BYD กำลังทดสอบระบบ Appication เพื่อระบบคงที่ได้มาตรฐานและตอบสนองการใช้งานของลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

TTC Motor ส่งแคมเปญ ANYWHERE , ANYTIME with Mercedes-Benz SUVs family พร้อมเสริมศักยภาพพนักงานทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

0

TTC Motor จัดแคมเปญส่งท้ายปลายปี ANYWHERE , ANYTIME  with Mercedes-Benz SUVs family สง่างาม สะดวกสบาย ถึงไหนถึงกัน ที่ไหน เมื่อไหร่ ขอแค่ใจไปถึง ดาวน์เริ่มต้น 0% , ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาท, ประภัยชั้น 1 นาน 5ปี , โปรแกรมบำรุงรักษารถ นาน 5 ปี พร้อมออกรถตอนนี้ผ่อนอีกทีปีหน้า รับทันที iPhone 14 Pro Max  เมื่อจองและรับรถในเดือนพ.ย.65 เดินหน้าเสริมประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่บริการ เพื่อตอบโจทย์การบริการสูงสุดแก่ลูกค้า  

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่า เพื่อเป็นการส่งกิจกรรมส่งเสริมการขาย ก่อนเข้างานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39  หรือ Motor Expo 2022 ในวันที่ 1-12 ธันวาคมที่จะถึงนี้  บริษัทเตรียมแคมเปญ   ANYWHERE , ANYTIME  with Mercedes-Benz SUVs family สง่างาม สะดวกสบาย ถึงไหนถึงกัน ที่ไหน เมื่อไหร่ ขอแค่ใจไปถึง มอบแก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์

สำหรับแคมเปญนี้ ดาวน์เริ่มต้น  0% , ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาท, ประภัยชั้น 1 นาน 5 ปี , โปรแกรมบำรุงรักษารถ นาน 5 ปี ออกรถตอนนี้ผ่อนอีกทีปีหน้า  ทั้งนี้ลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันนี้ -30 พ.ย. 65 นี้ รับ iPhone 14 Pro Max ทันที *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

นอกจากนี้ ทีทีซี มอเตอร์ ยังเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพของการขาย และบริการหลังการขายอย่างเข้มข้นตามหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก จาก Mercedes-Benz Thailand ในครั้งนี้ โดยมีพนักงานของทีทีซี มอเตอร์  สำเร็จหลักสูตรด้วยกัน 16 คน ประกอบด้วย

C-Sales  พนักงานขายที่ได้รับการรับรอง

C-Service Advisor  ที่ปรึกษาฝ่ายบริการที่ได้รับการรับรอง

C-Diagnosis Technician  ช่างวิเคราะห์ที่ได้รับการรับรอง

นักเรียนช่างฝึกหัด Mercedes-Benz ที่ผ่านการทดสอบศักยภาพ ตามมาตรฐาน การศึกษาทวิภาคเยอรมัน ในสาขาวิชาแมคคาโทรนิคส์  ลูกค้าทีทีซี มอเตอร์  จึงมั่นใจได้ว่า พนักงานของเราล้วนเป็นมืออาชีพและผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความรู้ความสามารถและหัวใจ

ทีทีซี มอเตอร์ เป็นผู้จำหน่ายที่ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการขาย ดังนั้นบริษัทพยายามเสริม เพิ่มเติมความรู้ให้กับพนักงานตลอดเวลา เพื่อการบริการที่สมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45) โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)

บริดจสโตนฉลอง 55 ปี ในไทย จัดแคมเปญส่งท้ายปี “ยาง…ไงก็รักคุณ”

0

บริดจสโตน ประเทศไทย ฉลอง 55 ปี ของการดำเนินธุรกิจจัดรวมกิจกรรมและโปรโมชั่นส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ “ยาง…ไงก็รักคุณ” พร้อมส่งมอบความสุข ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของลูกค้าในทุกด้านแบบคุ้มค่า ครอบคลุมทั้งสินค้า บริการ และโซลูชั่นในการเดินทาง สำหรับทุกกลุ่มลูกค้าทั้งผู้ใช้รถยนต์นั่งและรถเพื่อการพาณิชย์ เพื่อแสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อลูกค้าชาวไทยที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการเดินทางร่วมกับบริดจสโตนมานานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมยืนยันคำมั่นที่จะรักและอยู่เคียงข้าง พร้อมขับเคลื่อนการเดินทางของสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

มร.เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “บริดจสโตนได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นการเดินทางในธุรกิจยางรถยนต์คู่กับสังคมไทยมาตลอดระยะเวลา 55 ปี นับเป็นความผูกพันที่มีต่อกันมามากกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับช่วงสถานการณ์ความยากลำบากที่เป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากวิกฤติโควิด-19 บริดจสโตนจึงขอขอบคุณลูกค้าที่ร่วมเดินทางไปกับเราด้วยความเชื่อมั่นเสมอมา ผ่านแคมเปญ “ยาง…ไงก็รักคุณ” ที่จะมอบการดูแลอย่างคุ้มค่าและส่งมอบความสุขในทุกๆการเดินทางต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นที่บริดจสโตนตั้งใจพัฒนาและสร้างสรรค์ผ่านนวัตกรรมความยั่งยืน โดยใช้ “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)” เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้า เราขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นสร้างคุณค่า พร้อมส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม และร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับสังคม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริดจสโตนเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนสังคมไทยอย่างแท้จริงเพื่อผู้คนในปัจจุบัน และรุ่นต่อไปในอนาคต”

แคมเปญ “ยาง…ไงก็รักคุณ” เป็นการนำเสนอกิจกรรมและโปรโมชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น
ของบริดจสโตน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรอย่างคุ้มค่าและพร้อมสำหรับทุกการเดินทางอย่างอุ่นใจตลอดช่วงปลายปีนี้
ซึ่งเชื่อมโยงกับคุณค่าทั้ง 8 ด้านของ “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน)” ได้แก่

  • ด้าน Energy (พลังงาน) สนับสนุนสังคมแห่งการเดินทาง ด้วยความเป็นกลางทางคาร์บอน ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และสังคมต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด บริดจสโตนขอส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในตระกูล BRIDGESTONE ECOPIA ด้วยนวัตกรรมการออกแบบที่ทรงประสิทธิภาพเอกสิทธิ์เฉพาะของบริดจสโตนในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความต้านทานการหมุน ซึ่งลดการสูญเสียพลังงาน จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันในการขับขี่ และช่วยยืดอายุของการใช้งานของยางรถยนต์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า พร้อมกันนี้บริดจสโตนยังให้บริการสถานีชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charging Station) ที่ Cockpit ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร รวม 19 สถานีชาร์จ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1369
  • ด้าน Ecology (สิ่งแวดล้อม) มุ่งเป้าใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดความสิ้นเปลือง กับกิจกรรม “เทิร์นปุ๊บ รับปั๊บ CRAZY HAPPY ” บริดจสโตนรับเทิร์นยางเก่ารุ่นที่ร่วมรายการเพื่อเปลี่ยนยางใหม่พร้อมนำเสนอส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท ให้ลูกค้า จนถึงสิ้นปีนี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/special-offers/trade_tire_campaign
    และเราขอส่งมอบอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ให้กับผู้ประกอบการ สามารถนำโครงยางเก่าที่ใช้แล้วของบริดจสโตนหรือ
    ไฟร์สโตน* กลับมาขายให้กับตัวแทนจำหน่ายที่ศูนย์บริการยางรถบรรทุกและรถโดยสาร ภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์บริดจสโตน (ศูนย์บริการ BTC) ทั่วประเทศ โดยจะได้รับมูลค่าสูงสุดถึง 2,000 บาทนอกจากนี้ บริดจสโตนยังริเริ่มจัดทำโครงการศึกษาเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับยางรถยนต์เก่า หรือที่เรียกว่า End-of- Life Tire (ELT) Management ผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอีกด้วย
  • ด้าน Efficiency (ประสิทธิภาพ) ตอบโจทย์ความต้องการ และแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานได้ตรงจุด จัดฟรี! บริการตรวจเช็กรถมาตรฐาน 35 รายการ ด้วยระบบดิจิตอล เพื่อความปลอดภัยที่ Cockpit ทุกสาขาทั่วประเทศ และนำเสนอโปรแกรม B-Solution สำหรับยางรถบรรทุกและรถโดยสารผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ศูนย์บริการ BTC* และจุดบริการ BFP* ด้วยเครื่องมือที่พร้อมด้วยนวัตกรรมทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน รวมทั้งแพ็กเกจการดูแลรักษายางรถบรรทุกและรถโดยสาร และการบริการแบบเครือข่ายทั่วประเทศให้กับผู้ประกอบการ
  • ด้าน Extension (การเติบโต) บริดจสโตนไม่หยุดการเติบโต เราขอส่งต่อการบริการให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยมีแผนขยายสาขาของ Cockpit เพิ่มเติมรวม 285 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2566 และมีแผนที่จะขยายศูนย์บริการ BTC และจุดบริการ BFP สำหรับยางรถบรรทุกและรถโดยสาร ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้เพิ่มขึ้น
    รวม 176 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2569
  • ด้าน Economy (เศรษฐกิจ) เติมเต็มความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจในทุกมิติของลูกค้า กับผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์หลากหลายรุ่น พร้อมยังสามารถเลือกรับโปรโมชั่น อาทิ
  • รับฟรี e-Coupon Starbucks มูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์รุ่น BRIDGESTONE TURANZA T005A จำนวน 4 เส้น พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง และฟรี e-Coupon BBQ Plaza มูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์รุ่น BRIDGESTONE ECOPIA H/L001 ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นดังกล่าวได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/special-offers/turanza_with_starbuck_ecoupon
  • Cockpit จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มยางรถยนต์ DAYTON ซื้อ 3 แถม 1 เฉพาะขนาดยางที่เข้าร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นดังกล่าวได้ที่ http://bit.ly/3FB0ubf หรือคุ้มสุดๆ เลือกรับโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อซื้อยางรถยนต์ BRIDGESTONE จำนวน 4 เส้น เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นดังกล่าวได้ที่ http://bit.ly/3TSYOhE
  • ด้าน Emotion (ความรู้สึก) สนับสนุนการเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดท้าทาย ปลุกความเร้าใจให้เข้าถึง “อีกระดับของการขับขี่แบบสปอร์ต” บริดจสโตนขอส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สปอร์ตในตระกูล BRIDGESTONE POTENZA พร้อมการให้บริการด้านยางรถยนต์แบบมืออาชีพ และเติมเต็มความมั่นใจและปลอดภัยด้วย B-care One โปรแกรมดูแลยางรถยนต์ เปลี่ยนยางรถยนต์ ฟรี 1 เส้น เมื่อเกิดความเสียหาย คุ้มครองนาน 1 ปี ติดตามรายละเอียดการให้บริการดังกล่าวได้ที่ https://cockpit.co.th/promotion/119/Bcare-One
  • ด้าน Ease (ความสะดวกสบาย) ส่งมอบความอบอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทางด้วยบริการที่แสนสะดวกสบาย
  • ฟรี ! บริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมงทางโทรศัพท์ หรือช่วยประสานงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์
    เมื่อเกิดรถเสียขณะขับขี่บนท้องถนน รวมทั้งมีบริการช่วยหลือนอกสถานที่ ติดตามรายละเอียด
    การให้บริการดังกล่าวได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/special-offers/roadside-assistant
  • นอกเหนือจากแผนขยายสาขาทั่วประเทศของ Cockpit แล้ว ยังมีการลงทุนรถบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) ให้ครอบคลุมพื้นที่ พร้อมรองรับการให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้มากขึ้น
  • สำหรับผู้ใช้บริการยางรถบรรทุกและรถโดยสาร บริดจสโตนไม่เพียงมีแผนจะขยายศูนย์บริการ BTC และจุดบริการ BFP เพิ่มขึ้นเป็น 176 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2569 เท่านั้น แต่เรายังพร้อมส่งมอบบริการถึงหน้าไซต์งาน ด้วยรถบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) มากกว่า 100 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการ ช่วยให้ประหยัดเวลา และลดต้นทุนการนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการ
  • ด้าน Empowerment (พลังทางสังคม) ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม กับกิจกรรมดี ๆ ภายใต้ “โครงการ บริดจสโตนรักษ์บ้านเกิด” ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 6 ปี ด้วยเป้าหมายร่วมกัน คือ รวมพลังจิตอาสาจากพนักงานกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตน ร่วมทำกิจกรรมดีๆ กับทางพันธมิตรเครือข่ายร้านยางของบริดจสโตน กลับไปพัฒนาและร่วมกันสร้างประโยชน์สู่พื้นที่บ้านเกิดในจังหวัดของตน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของสังคมไทย

*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล เปิดตัวแฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่บนถนนบางนา-ตราด กม. 4.5

0

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ผู้จำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองครบรอบปีที่ 10 เปิดตัวแฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ‘ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล บางนา กม. 4.5’ สร้างขึ้นด้วยความใส่ใจเรืองดีไซน์ นำเสนอประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า ผ่านรูปแบบอาคารล้ำสมัย ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับการบริการเหนือมาตรฐานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ธีรวรรณ จิวจินดา ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษ ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพทุกมิติ และได้การตอบรับจากลูกค้าอย่างอบอุ่น ส่งผลให้สามารถคว้ารางวัล ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 6 ปีต่อเนื่อง โดยวันนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการเปิดตัวแฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ บนถนนบางนา-ตราด กม. 4.5 พร้อมนำเสนอแคมเปญสุดอลังการ ให้ลูกค้าได้ร่วมชิงโชครถยนต์ HONDA CITY, บัตรโดยสารการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น, ทองคำ และเคลือบแก้วรถยนต์ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เมื่อเข้ามาใช้บริการที่ ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา ในหลากหลายแผนก ไม่จำกัดเพียงการซื้อรถยนต์ แทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ไว้วางใจให้เราดูแลมาตลอด”

วิวัฒน์ กิจเครือ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า “ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล สาขาบางนา กม. 4.5 คือ แฟลกชิปโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการใหม่ล่าสุด ที่เราให้ความสำคัญกับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ การจัดสรรพื้นที่โอ่อ่าและกว้างขวางกับ 50 ช่องซ่อม สามารถให้บริการรถยนต์ได้สูงสุด 100 คันต่อวัน พร้อมพื้นที่จอดรถได้มากกว่า 200 คัน รองรับลูกค้าพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จัดเตรียมไว้ในห้องรับรองลูกค้าอีกทั้งศูนย์บริการยังพร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีเต็มระบบโดยใช้สีสูตรน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจาก มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง (MAT) และได้การรับรองจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) พร้อมอุ่นใจกับการรับประกันคุณภาพงานซ่อมตามมาตรฐานสากล”

++ ดีไซน์ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล บางนา กม. 4.5 สะดุดตากับดีไซน์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวแบบ ‘Angular Façade’ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของโชว์รูม ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ด้วยจุดเด่นเหลี่ยมสันของเส้นทะแยงและรูปทรงสามเหลี่ยม พร้อมเฉือนมุมอาคารเพื่อสร้างมุมแหลมและเส้นเอียง เชื่อมต่อกับขอบหลังคาด้านบน เกิดเป็นโครงสร้างที่ดูเฉียบคม และมีเอกลักษณ์ สะท้อนความโฉบเฉี่ยวสอดคล้องกับบุคลิกของผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า ที่เปี่ยมด้วยความกระฉับกระเฉง ทันสมัย และดูสดใหม่เสมอ

++ โอ่โถง โปร่งสบาย ผสานเส้นสายและดีไซน์ล้ำยุค

โชว์รูมเป็นอาคารสามชั้น โดยมีชั้นลอยเป็นพื้นที่รองรับลูกค้า ทำหน้าที่เชื่อมการมองเห็นทั่วอาคาร หลังคาสูงโปร่ง กว้างขวาง มีการเว้นระยะอย่างเหมาะสม พร้อมรองรับกิจกรรมทางการตลาดได้หลากหลาย ทั้งตกแต่งด้วยไม้ที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ผสานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการใช้จอภาพขนาดต่างๆ ติดตั้งในหลายแผนกทั่วบริเวณ ลดการใช้กระดาษเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Universal Design’ รองรับการมาชมรถยนต์ได้ทั้งครอบครัว ติดตั้งลิฟต์แก้วบริเวณกลางโชว์รูม พร้อมหลังคากระจกที่นำแสงธรรมชาติ ช่วยให้ความสว่างอย่างเหมาะสม ลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งแสงสีขาวจากธรรมชาติ ยังช่วยให้มองเห็นเฉดสีรถได้ชัดเจนอย่างที่ควรเป็น และเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็เผยให้เห็นอีกหนึ่งไฮไลท์ กับแนวไฟทรงสามเหลี่ยมที่ติดตั้งบนเพดาน เชื่อมต่อทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อีกทั้งยังดูโดดเด่นสะดุดตา เมื่อมองเข้ามาจากภายนอก

++ ‘SUMMIT HONDA 10th Anniversary’ ลุ้นรับ HONDA CITY, ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับญี่ปุ่น, ทองคำ และเคลือบแก้วรถยนต์ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ฉลองการดำเนินธุรกิจครบรอบปีที่ 10 จัดแคมเปญสุดอลังการให้ลูกค้าลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์ ฮอนด้า CITY S+ 1 คัน*, บัตรโดยสารการบินไทยไป-กลับญี่ปุ่น 30 ที่นั่ง*, ทองคำน้ำหนักรวม 20 บาท*, เคลือบแก้วรถยนต์ 30 คัน* เมื่อลูกค้าจองและรับรถ หรือมาใช้บริการที่ ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา ทั้งรถใหม่ รถมือสอง, บริการหลังการขาย (รวมอะไหล่และศูนย์ซ่อมสี-ตัวถัง) และการทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับ ฮาวเด้น แมกซี่ วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมพิเศษ ซัมมิท ฮอนด้า ยูสคาร์​ ยกขบวน ฮอนด้า CIVIC และ CITY มือสองสภาพดี ปีใหม่ ราคาพิเศษ กว่า 100 คัน ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ย. 2565 ณ แฟลกชิปโชว์รูม ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล บางนา กม.​ 4.5

สัมผัสความล้ำสมัยสไตล์เจแปน พร้อมรับแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 10 ปี ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทั้ง 6 สาขา คือ พัฒนาการ, หัวหมาก, สุขุมวิท, อุดมสุข, บางนา กม. 4.5 และหาดใหญ่ หรือโทร. 1334 Summit Honda Connect

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร. 1334 Summit Honda Connect เบอร์เดียวได้ครบทุกบริการ

FACEBOOK: Summit Honda

LINE: Summithonda

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด, เมื่อจองและรับรถ หรือใช้บริการที่ ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ฟอร์ด-พีดีเอ จัดฝึกอบรมเสริมทักษะอาชีพให้ผู้สูงวัยครบ 300 ครัวเรือน ใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน หรือ พีดีเอ ฉลองการจัดฝึกอบรมโครงการฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต (Ford Regenerating Life) ประจำปี 2565 ให้แก่ผู้สูงวัย จำนวนรวมทั้งสิ้น 300 ครัวเรือนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศครบตามเป้าหมาย หลังจากที่ได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน

“ฟอร์ด ประเทศไทย รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งเสริมการจัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะอาชีพในโครงการฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และขยายการอบรมไปยังกลุ่มผู้สูงวัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้และส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง นอกจากการพัฒนาทักษะการทำการเกษตรเพื่อสร้างอาหารอย่างเร่งด่วนแล้ว เรายังแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและโภชนาการ รวมถึงทักษะด้านดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้จากการขายสินค้าในชุมชนออนไลน์ นับเป็นหนึ่งในความพยายามของฟอร์ดที่ต้องการมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่” นางสาวกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทยและตลาดอาเซียน กล่าว

ในปีนี้ ฟอร์ดและพีดีเอได้ร่วมกันจัดโครงการพัฒนาอบรมทักษะอาชีพ ‘ฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต’ รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยได้ขยายการส่งมอบองค์ความรู้ในภาคใต้เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สูงวัยได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ครอบคลุม 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดมหาสารคาม กาญจนบุรี ชลบุรี ขอนแก่น เชียงราย กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา บุรีรัมย์ และกระบี่ ตลอดทั้งกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้แนวทางการทำอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนพร้อมลงมือปฏิบัติจริงโดยมีพืชเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น การเพาะเชื้อเห็ดป่าที่รับประทานได้หลายสายพันธุ์บนต้นยางนา การเพาะเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองเพื่อเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักในการดูแลสุขภาพและโภชนาการสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงการฝึกใช้เทคโนโลยีเพื่อการขายสินค้าออนไลน์ เมื่อจบการฝึกอบรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับอุปกรณ์และเครื่องมือเบื้องต้นในการเพาะปลูก ได้แก่ ชุดเพาะเห็ดนางฟ้า ชุดเพาะถั่วงอกและชุดเพาะทานตะวันงอก และกล้าพืชผักสวนครัว เพื่อนำไปใช้สร้างรายได้ และบริโภคในครัวเรือนได้ด้วยตัวเอง

ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศไทย ซึ่งฟอร์ด ประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายกิจกรรม โดยในโครงการ ‘ฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต’ ประจำปี 2565 ฟอร์ด ประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณราว 1,200,000 บาทในการจัดอบรมเพื่อมอบองค์ความรู้ในด้านการสร้างอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วน เพื่อเสริมแกร่งให้กับประชากรในกลุ่มผู้สูงวัยได้พัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการหารายได้ และสนับสนุนให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ ‘ฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต’ สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดข้างล่างนี้เพื่อเข้าร่วมกลุ่มไลน์

โตโยต้า เดินหน้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือก BEV “TOYOTA bZ4X”

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดตัวรถยนต์นั่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) รุ่นแรกภายใต้แบรนด์โตโยต้ากับ TOYOTA bZ4X สู่ตลาดประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่ายานยนต์ไฟฟ้า กับการเป็นยนตรกรรมที่มาจาก TOYOTA DNA (Beyond Electric Experience, Toyota DNA) ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ภายใต้ปรัชญาในการพัฒนารถด้วยองค์ประกอบของ QDR ได้แก่ Quality : คุณภาพ Durability : ความทนทาน และ Reliability : ความน่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ครอบครองรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นเหนือระดับรุ่นนี้ จะได้รับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ขับสนุก (Fun-to-Drive) ตอบสนองฉับไว แม่นยำในการขับเคลื่อน ด้วยโครงสร้าง e-TNGA ซึ่งเป็น Platform ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะที่สำคัญ มีจุดเด่นด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทนต่อแรงบิดสูง แข็งแกร่ง เสริมการปกป้องตัวแบตเตอรี่ ทำงานควบคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ใหม่ “X-Mode”  ที่ช่วยควบคุมการกระจายแรงขับที่ล้อ เบรก และคันเร่ง ในทุกสภาพเส้นทาง ยิ่งไปกว่านั้นยังมอบความมั่นใจสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 ใหม่ล่าสุด กับระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ Intelligent Parking Assist ทำงานอัตโนมัติ เพียงเลือกโหมด ให้การจอดเทียบ และเข้าช่องจอดง่ายดั่งใจ ไร้กังวลด้วยความพร้อมด้านการบริการหลังการจำหน่าย กับเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตลอดจน การจัดเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV และความพร้อมของทีมบุคลากรทั้งช่างเทคนิค และผู้ชำนาญการด้านยานยนต์ไฟฟ้า TOYOTA bZ4X เปิดรับจองสิทธิ์ผ่านระบบ Online เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “โตโยต้ามุ่งบรรลุพันธกิจสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2593 หากแต่โลกที่เราอาศัยอยู่นั้น เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งยังเป็นยุคสมัยที่ยากจะคาดเดาอนาคตได้ ดังนั้น โตโยต้าจึงเตรียมทางเลือกของเทคโนโลยีให้มากที่สุด เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้าโตโยต้าทั่วโลก ทั้งนี้ โตโยต้าได้ริเริ่มหลักการเตรียมความพร้อมในหลากหลายทางเลือก หรือ Multi Pathway Approach เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยนำเสนอหลากหลายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮบริด HEV: Hybrid Electric Vehicle รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด PHEV: Plug-in Hybrid Electric Vehicle รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า BEV: Battery Electric Vehicle  รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน FCEV: Fuel Cell Electric Vehicle และทางเลือกด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ภายใต้หลักการเพื่อมุ่งสร้างความสุขผ่านการขับเคลื่อนสำหรับทุกคน Mobility for all โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Leave No One Behind”

“ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการดำเนินงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เราได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการต่างๆ หรือCarbon Footprint  เริ่มจากการบุกเบิกยนตรกรรมไฟฟ้าระบบไฮบริดใน TOYOTA CAMRY ในทศวรรษที่ผ่านมา และได้นำเสนอรถอีกหลายรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด โดยรถเหล่านั้นมีส่วนช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมาก  ปัจจุบันยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าของโตโยต้าในประเทศไทยกว่า 150,000 คัน ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์กว่า 800,00 ตัน หรือเทียบเท่ากับพื้นที่ 97,000 ไร่ หรือต้นไม้กว่า 2.4 ล้านต้น ภายใต้หลักการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน”

“วันนี้ เรามีความยินดีที่จะแนะนำ TOYOTA bZ4X รถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า BEV รุ่นแรกที่จำหน่ายภายใต้แบรนด์โตโยต้า รถรุ่นนี้จะเข้าร่วมนโยบายส่งเสริมโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนโยบายของทางภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย”

TOYOTA bZ4คือ รถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) ประเภท SUV  ขนาดกลาง หนึ่งในยนตรกรรมแห่งอนาคตใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า ภายใต้โครงการ TOYOTA bZ

TOYOTA bZ มีนิยามมาจากคำว่า Toyota Beyond Zero” รถยนต์ไฟฟ้าซีรีย์ใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดเพื่อให้เป็นยนตรกรรมที่ไม่ใช่แค่รถที่ช่วยลดปริมาณมลพิษ แต่จะเป็นรถที่นำเสนอการขับเคลื่อนแห่งความสุขที่มีคุณค่าเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของ ด้วยความสุขตลอดการขับขี่ ภายใต้แนวคิดในการเป็น “ศูนย์รวมกิจกรรมแห่งความสุข (Activity Hub)” สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร รวมถึงสังคม และผู้คนรอบตัวในหลากหลายด้าน ภายใต้หลักการในการออกแบบที่มุ่งเน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Human Centric) ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นเพื่อบรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ผ่านยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV: Zero Emission Vehicle) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย นุ่มนวล และสนุกยิ่งกว่าเคย พร้อมสร้างคุณค่าแห่งประสบการณ์รูปแบบใหม่ในมุมมองของลูกค้าที่เหนือกว่า ด้วยการปลดปล่อยมลพิษที่มีค่าเป็นศูนย์  ดังนี้

         1.คุณกับผู้คนรอบข้าง (You & Others) นอกจากห้องโดยสารที่สะดวกสบายแล้ว TOYOTA bZ ยังนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ และสามารถสร้างโอกาสในการใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัว และเพื่อนของคุณ กับพื้นที่กว้างขวาง พร้อมวัสดุซับเสียงประสิทธิภาพสูง

         2. คุณกับรถของคุณ (You & Your Car) มอบความสุข ประสบการณ์ในการขับขี่ และความตื่นเต้นอย่างเหนือความคาดหมาย ด้วยการใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า e-TNGA ครั้งแรกของ     โตโยต้าที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กับการติดตั้งแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ และเทคโนโลยีระบบส่งกำลัง E-axle ครั้งแรกของ     โตโยต้า ที่ส่งผ่านแรงขับเคลื่อนไปยังเพลารถโดยตรง เพียบพร้อมด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัย และโครงข่ายระบบเชื่อมต่อไร้พรมแดน ให้ประสบการณ์การขับขี่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และสนุกยิ่งกว่าเคย  

         3. คุณกับสิ่งแวดล้อม (You & the Environment) ไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมลพิษอื่นๆ ยังมุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

         4. คุณกับสังคม (You & Society) มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยที่ทุกคน และสังคมจะมีความอุ่นใจกับยนตรกรรมแห่งอนาคตรุ่นนี้

TOYOTA bZ4X ได้รับการออกแบบให้ตัวรถมีลักษณะโดดเด่น ฐานล้อที่ยาว การออกแบบภายในกว้างขวางเทียบเท่ารถ D Segment จัดวางตำแหน่งแผงหน้าปัดด้านหน้าอยู่ในระดับต่ำ พื้นที่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังกว้าง ให้ความรู้สึกเปิดกว้าง ปลอดโปร่ง สวิตซ์ต่างๆ จัดเรียงตามฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้รูปลักษณ์ของคอนโซล ดูทันสมัยเป็นระเบียบ ตำแหน่งของจอแสดงผลที่อยู่เหนือพวงมาลัย ช่วยลดการเคลื่อนไหวของสายตา ส่งผลให้การขับขี่ปลอดภัย และมีเสถียรภาพมั่นคง กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD) ใหม่ เสริมสร้างคุณค่าแห่งประสบการณ์ที่แตกต่าง ทั้งด้านความปลอดภัย และความสามารถในการขับขี่ ทำให้ได้รับประสบการณ์การขับขี่รถไฟฟ้าที่น่าประทับใจ

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงการเปิดตัวรถรุ่นนี้ว่า จากประสบการณ์อันยาวนานกว่า 20 ปี ที่โตโยต้าได้คิดค้น และพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานร่วมแพลตฟอร์มไฟฟ้ามาถึง 4 เจเนอเรชัน เราได้นำความรู้ที่เป็นพื้นฐานของรถ xEV ของเรา พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นทั้งแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมพลังงานไฟฟ้า ให้แรง มีประสิทธิภาพ ทนทาน และเชื่อถือได้มากขึ้น ตามเป้าหมาย DNA ของ TOYOTA  ทั้งนี้ bZ4X จะเป็นรถไฟฟ้า 100% ที่จะมาสร้างบรรทัดฐานใหม่ ทั้งด้านคุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) ความน่าเชื่อถือ (Reliability) รวมไปถึงความสนุกสนานในการขับขี่ (Fun to Drive) การออกแบบภายนอกภายใต้แนวคิด Hi tech & Emotion ที่เน้นความโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ 0.279”

“ดีไซน์ห้องโดยสารแบบ Open space มอบความรู้สึกโอ่โถง ผ่อนคลายเหมือนกับอยู่ที่บ้าน ด้วยหลังคา Panoramic roof ครอบคลุมพื้นที่ผู้โดยสารทั้งด้านหน้า และด้านหลัง หน้าจอสัมผัสแบบ Full HD ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว รองรับ AppleCarPlay และ Andriod Auto เพลิดเพลินไปกับเครื่องเสียง และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง สะดวกสบายด้วยพอร์ต USB 5 ตำแหน่ง และที่วางแก้วน้ำมากถึง 12 จุด นั่งสบายด้วยเบาะคู่หน้าที่มาพร้อมระบบ Ventilator สามารถสั่งการเปิดแอร์ผ่านรีโมทคอนโทรลได้ในระยะกว่า 30 เมตร นอกจากนี้ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยส่วนประกอบวัสดุรีไซเคิลของคอนโซลภายในด้วย”

“ขุมพลังของ TOYOTA bZ4X ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  มาจากชุดมอเตอร์อิสระ 2 ชุด ให้การตอบสนอง เร่งแรงได้ดั่งใจ กำลังจากมอเตอร์หน้า 80 กิโลวัตต์ และหลัง 80 กิโลวัตต์ รวมให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือ 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 337 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม ภายใน 6.9 วินาที ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่เกาะถนน ดีเยี่ยม การขับขี่แบบ X-Mode ใหม่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ และการยึดเกาะของรถบนทุกพื้นผิวถนน ควบคุมการกระจายแรงขับที่ล้อ เบรก และคันเร่ง เพื่อใช้กับถนนลื่น และเนินเขาสูง และยังมีระบบ Regenerative Braking Mode ที่จะช่วยนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาทุกครั้งที่ยกคันเร่ง สำหรับแบตเตอรี่ผ่านการทดสอบหลายรูปแบบ ทั้งมีขบวนการกำจัดสิ่งแปลกปลอมตลอดกระบวนการผลิต ที่สำคัญยังได้รับการปกป้องภายใต้โครงสร้างตัวรถที่ออกแบบมาอย่างแข็งแกร่ง พร้อมแผ่นรองรับกันกระแทกที่มีน็อตยึดเพิ่มความแข็งแรงมากถึง 56 จุด พร้อมฉนวนหุ้มระบบไฟฟ้าแรงดันสูงกันน้ำถึง 3 ชั้น และระบบล็อคที่ข้อต่อสายไฟ 2 ชั้น ป้องกันอย่างแน่นหนาไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้าถึงระบบไฟฟ้าแรงดันสูงได้”

“TOYOTA bZ4X มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานโตโยต้าเวอร์ชันใหม่ Toyota Safety Sense 3.0 มีประสิทธิภาพตรวจจับวัตถุแม่นยำขึ้น อาทิเช่น จักรยาน มอเตอร์ไซต์ และรถที่ตัดหน้า ให้การขับขี่ที่ปลอดภัย และช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Intelligent Parking Assist ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว และเซ็นเซอร์ 12 จุด ช่วยการจอดเทียบ และเข้าช่องจอดได้ง่ายขึ้น bZ4X ยังมีระบบ T-Connect by TOYOTA ที่มาพร้อม 4 ฟังก์ชันใหม่พิเศษ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมโปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive-X และบริการประกันภัย ขับดี ลดให้ PHYD อีกด้วย ศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ 460 แห่ง พร้อมรองรับการบริการรถยนต์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องมือต่างๆ ตลอดจน ทีมช่างกว่า 3,500 คน และ BEV Master Technician กว่า 920 คน นอกจากนั้นในเดือนธันวาคม เราวางแผนอบรมคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคที่ร่วมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ (T-TEP) ทั้ง 19 สถาบัน เพื่อกระจายความรู้ให้กับนักศึกษา และชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ขับขี่ในกรณีฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย  เรามีแผนอบรมความรู้แก่หน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยงานกู้ภัย หรือตำรวจจราจร เป็นต้น”

“จากสถานการณ์การผลิตที่มีจำนวนจำกัดทั่วโลกในปัจจุบัน เราจึงจำเป็นต้องเปิดการจองให้ลูกค้าทั่วไป ผ่านช่องทาง Online เท่านั้นที่ http://stores.toyota.co.th/register/bz4x และสำหรับลูกค้าองค์กร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก ลดการปล่อยคาร์บอน เรายินดีเสนอบริการ Full service lease โดยสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทโดยตรง

ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ได้เปลี่ยนวิธีการซื้อรถจากรูปแบบเดิม ไปสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยบริการรูปแบบใหม่ที่โตโยต้าได้คิดค้น และพัฒนาขึ้น ได้แก่

KINTO บริการ Online รูปแบบใหม่ของการใช้รถยนต์โตโยต้า จากโตโยต้า ลีสซิ่ง ให้คุณได้ใช้รถ bZ4X ใหม่ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของ ด้วยบริการ Online KINTO ONE “ฉลาดกว่า ไม่ต้องดาวน์ ไร้ภาระ ทางเลือกใหม่ของการใช้รถ” สมัคร และส่งเอกสารง่ายๆ ผ่านช่องทาง Online พร้อมบริการแบบครบวงจรทั้ง 3 ด้าน

1. Full Service ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายด้วยบริการ

คุณภาพมาตราฐานจากโตโยต้า

  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษา และเปลี่ยนอุปกรณ์วัสดุสิ้นเปลืองทุกรายการ               
  • ฟรี! บริการพิเศษช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม.
  • ฟรี! บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 จากโตโยต้าแคร์
  • ฟรี! ค่าจดทะเบียน และต่อภาษีรถยนต์ประจำปี

2. One Price ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการใช้รถ ลูกค้าสามารถใช้รถได้อย่างคุ้มค่ากับค่าบริการ

ราคาเดียวทุกโชว์รูมทั่วประเทศ ตลอดอายุสัญญา

  • ไม่ต้องมีเงินดาวน์
  • ไม่เช็คเครดิตบูโร
  • หมดกังวลเรื่องราคาขายต่อ
  • ครบสัญญาสามารถเลือกเป็นเจ้าของรถได้ โดยผ่อนชำระในราคาใกล้เคียงเดิม 

3. Online Service ตอบโจทย์อิสระใหม่ในการใช้บริการ ด้วยบริการ Online ที่ให้ความสะดวกสบาย และรวดเร็วตั้งแต่ต้นจนจบ สมัครใช้บริการทางเว็บไซต์ www.kinto-th.com และใช้งานผ่าน KINTO Mobile application

TOYOTA bZ4X มาพร้อมบริการ T-Connect ผ่าน T-Connect Application และ 4 บริการพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถ พร้อมดาวน์โหลดและใช้บริการฟรี

1. Battery remaining ระบบตรวจสอบปริมาณแบตเตอรรี่ไฟฟ้าคงเหลือ เช็คปริมาณแบตเตอรี่ไฟฟ้าคงเหลือ และลิงก์ไปยังแผนที่เพื่อค้นหาสถานีชาร์จที่อยู่ใกล้ที่สุด

2. Charging Station POIs ค้นหา/นำทางไปสถานีชาร์จ ค้นหาจุดชาร์จได้ทั่วประเทศ ใช้ง่ายบนแผนที่ของ Google map

3. SOS Roadside & Accident บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. อาทิ บริการรถสไลด์ไปยังจุดชาร์จแบตเตอรี่ที่ใกล้ที่สุด หรือไปยังศูนย์บริการโตโยต้า* พร้อมประสานงานประกันภัย รถพยาบาล หรือในกรณีรถเสีย เช่น ยางรั่ว แบตเตอรี่หมด ลืมกุญแจไว้ในรถ เป็นต้น

4. Blue line บริการสายด่วน Exclusive line เฉพาะลูกค้า bZ4X ให้ความช่วยเหลือลูกค้าด้านข้อมูลรถ bZ4X ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ข้อมูลรถ วิธีการการใช้รถ ตลอดจนปัญหาด้านเทคนิคอื่นๆ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

อุ่นใจไปตลอดการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้าจาก TOYOTA bZ4X ด้วยสิทธิพิเศษ

  • รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • แพ็กเกจขยายการรับประกันจาก 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี 10,000 – 100,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside service 5 ปี
  • ส่วนลด Wall Charger มูลค่า 30,000 บาท

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

TOYOTA bZ4X AWD มีทั้งหมด 6 สี  

 สีเทา Precious Metal Black roof                           

– สีเงิน Precious Silver Black roof

– สีขาวมุก Platinum White Pearl Black roof           

– สีแดง Emotional Red Black roof

– สีน้ำเงิน Dark Blue Black roof                              

– สีดำ Black  

ภายใน 2 โทนสี

– โทนสีเข้ม Black                                               

– โทนสีอ่อน Natural Chic

ราคา 1,836,000 บาท

****ราคาดังกล่าวเป็นราคาหลังหักส่วนลดโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ TOYOTA bZ4X

ได้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้ เป็นต้นไป ผ่านทาง  https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Toyota Contact Center 1486 เบอร์เดียวครบจบทุกเรื่อง”

สัมผัส Beyond Electric Experience กับ TOYOTA bZ4ได้ที่ Toyota ALIVE Space บางนา กม. 3 ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/

ช่องทางออนไลน์ Facebook: Toyota Motor Thailand และผ่านทาง LINE ID: @ToyotaThailand

ห้ามพลาดโอกาสเป็นเจ้าของ New MG4 Electric ก่อนใคร

0

ห้ามพลาดโอกาสเป็นเจ้าของ New MG4 Electric ก่อนใคร

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ของรถ EV ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เตรียมตัวให้พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจ เปิดจองพร้อมกัน 15 พฤศจิกายนนี้

ทาง MG THAILAND Application และ https://www.mgcars.com

ย้ำว่า…ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์ รถยนต์ EV 100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นครั้งแรก จาก MG

โหลด MG THAILAND Application ไว้รอเลย

ดาวน์โหลดเลย

สำหรับ iOS ▼ https://apple.co/3QrU2G9

สำหรับ Android ▼ https://bit.ly/3AkzLg2

เรเวอร์ ออโตโมทีฟ เปิดราคา BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range พร้อมเปิดโชว์รูมแฟลกชิฟท์แห่งแรก

0
BYD Atto 3 Pic Open

บริษัท เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือฤกษ์งามยามดี วันที่ 11 เดือน 11 จัดงานเปิดโชว์รูมบีวายดี เรเว่ สาขาพระรามสอง พร้อมจัดพิธีทางพุทธศาสนา เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน โดยโชว์รูมแห่งนี้เป็นโชว์รูมมาตรฐานระดับFlagship แห่งแรก ของรถยนต์ BYD ในประเทศไทย พร้อมให้บริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย และในช่วงบ่ายวันเดียวกันยังมีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range พร้อมประกาศราคา อย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ เรเวอร์ ออโตโมทีฟ ได้เปิดตัวรถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Extend Range พร้อมประกาศราคาไปเมื่อวันที่ 10 เดือน 10 ที่ผ่านมา

 

รถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range จะมีอุปกรณ์มาตรฐานรวมไปถึง อุปกรณ์ความปลอดภัย ตลอดจนรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในเช่นเดียวกับรุ่น Extend Range สำหรับความแตกต่างกันจะ มีเพียงขนาดของแบตเตอรี่แบบ Blade Battery เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD โดยรุ่น Standard Range มีแบตเตอรี่ขนาด 49.92 kWh และ DC Charging Port CCS 2 รองรับ 70 kW สามารถขับขี่เป็น ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จตามมาตรฐานของ NEDC Mode ได้ 410 กิโลเมตร ในส่วน ของ สีตัวถังภายนอกสำหรับรุ่น Standard Range จะมีให้เลือก 2 สี ประกอบด้วย สีขาว (Frost) และ เทา (Graphite)

BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range ใช้แพลตฟอร์มแห่งอนาคต e-Platform 3.0 ยกระดับ ทุกมิติการขับขี่ มีสมรรถนะเหนือชั้นกับพละกำลังสูงสุด 150 kW ทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 7.3 วินาที เพียบพร้อมด้วยผลงานดีไซน์ของนักออกแบบระดับโลกผสานฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ BYD ATTO 3 รุ่น Standard Range คือ อีกหนึ่งทางเลือกล่าสุดที่จะมาเติม เต็มช่องว่างในตลาดและ ตอบสนองทุกความต้องการ โดยเฉพาะ กลุ่มลูกค้าผู้สนใจ เปลี่ยนมาใช้ ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานใหม่

BYD ATTO 3 Standard Range พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคา 1,099,900.- บาท
และสำหรับรุ่น Extend Range ราคา 1,199,900 บาท

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด กล่าว
“ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย ที่ให้การตอบรับ BYD ATTO 3 ด้วยยอดจอง 4,615 คัน ภายในสัปดาห์แรก ของการรับเปิดจอง ซึ่งผมมีความตั้งใจปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่ง –
แวดล้อมนั้นสามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น”

BYD Atto 3 2

และคุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด กล่าวเสริม
“เรายังคงมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลูกค้า BYD ATTO 3 ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารุ่น Standard Range และรุ่น Extend Range ซึ่งยังคงโปรแกรม Rêver Care ที่จะดูแลรถทุกคันด้วยสิทธิพิเศษแบบเต็มที่ คุ้มค่าด้วย ดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา 1.68% นาน 48 เดือน พร้อมฟรี ค่าบริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ นาน 8 ปี อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี และ Home Charger พร้อมติดตั้ง มั่นใจไปกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สามารถพบกับโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่พร้อมดูแลคุณ 32 แห่งทั่วประเทศ และในวันที่ 12 เดือน 12 ทางบริษัทฯ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Appication BYD เพื่อให้ความสะดวกกับลูกค้า เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ”

BYD ATTO 3 Premium SUV 5 ประตู 5 ที่นั่ง รูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว พร้อม การตกแต่งภายในที่ล้ำสมัยสไตล์ Sporty & Rhythmic Design ที่คำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดดเด่นด้วยขุมพลังจาก BYD Blade Battery (LFP) อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ BYD ความจุ 60.48 กิโลวัตต์ ต่อชั่วโมง ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่ง 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 420 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายใน 7.3 วินาที พวงมาลัยไฟฟ้า Electric Power Assisted Steering (EPS) ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนมัลติ-ลิงค์ด้านหลัง ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนดีเยี่ยม ระบบเบรคด้านหน้าดิสก์เบรคแบบมีช่องระบายความร้อน รองรับหัวชาร์จ แบบ AC Type 2 และแบบ DC – CCS 2 สูงสุด 80kW มีระบบ V2L (Vehicle To Load) จ่ายไฟฟ้าได้สูงสุด 2.2 kW พร้อมระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative braking)

BYD Atto 3 1

ATTO 3 จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วย นวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่โดดเด่น อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ BYD เท่านั้น ได้แก่

·Blade Battery นวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่มีประสิทธิภาพ ยอดเยี่ยมด้วยรูปทรงเซลล์แบตเตอรี่ลักษณะคล้ายใบมีดวางเรียงกันจึงมีพื้นที่ว่างในการเพิ่มจำนวนเชลล์ เพื่อพลังงานที่มากขึ้นมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าและมีระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ถึง 20% พร้อมลดการสูญเสียพลังงานเสริมด้วยระบบปั๊มความ- ร้อนทนทานทุกสภาพอากาศผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย Nail Penetration Test ที่ปลอดภัยสูงสุดแม้ได้รับความเสียหายรุนแรง ขึ้นแท่นเป็นแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยที่สุดในตลาด

·e-Platform 3.0 แพลตฟอร์มแห่งอนาคตที่จะยกระดับการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปอีกขั้นถูกพัฒนา ออกแบบ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ การวางตำแหน่งของระบบส่งกำลัง 8 in 1 (ควบคุมกระแสไฟฟ้า แบตเตอรี่และการขับเคลื่อน) สอดคล้องลงตัวโครงสร้างแชสซีส์และแบตเตอรี่เกิดความสมดุล ทำให้มี ช่วงฐานล้อที่กว้างมากถึง 2720 มม. มากที่สุดในรถยนต์ขนาดเดียวกัน กระจายน้ำหนักยึดเกาะถนน เป็น เยี่ยม ตลอดจนความนุ่มนวลในทุกการขับขี่ ปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะได้อย่างน่าทึ่ง

·DiPilot ปลุกให้คุณสัมผัสความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบผู้ช่วยในการขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety และ Passive Safety ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน -Stop and Go (ACC-S&G) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist (LKA) ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน – Lane Departure Warning (LDW) ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทาง ถุงลมนิรภัย 7 จุด และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อย้ำถึงการให้ความสำคัญในด้านความ ปลอดภัยขั้นสุด ให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกสถานการณ์

ดีไซน์ภายนอกของ BYD ATTO 3 มาจากแนวคิด Edgy Exterior สะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมังกรที่มอบความทรงพลังให้ทุกเส้นสายสะกดทุกสายตาไล่จาก Dragon Face ด้านหน้าโดดเด่นด้วย Crystal LED Combination Headlight คาดคิ้วโครเมียม โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย สไตล์สปอร์ต กับกรอบร่างเรียบง่ายแฝงไปด้วยความเฉียบคม เสา C วัสดุขึ้นรูปลายคลื่นน้ำ หลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ ด้านหลังสโลปลงพร้อมสปอยเลอร์ ไฟท้าย LED คาดยาวซ้าย จรดขวาประดุจปีกนก ไฟเลี้ยว Sequential สะดุดตาไม่เหมือนใคร เปิด-ปิดประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้าแบบ One-Touch ล้ออัลลอยด์ 18 นิ้วที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ โดยมีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ ขาว Frost เทา Graphite ฟ้า Lagoon เขียว Emerald และ แดง Solar

ภายในได้รับแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ผู้กล้าที่จะแตกต่าง BYD ATTO 3 ได้ปลุกนิยามใหม่ของการ ออกแบบด้วยภายในห้องโดยสารที่หรูหรา โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัยภายใต้แนวคิด Electric Interior ผสาน อย่างลงตัว กับดีไซน์ Music Streamline Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจสมเครื่องดนตรีเพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โดดเด่นแปลกตาด้วยสายกั้นสัมภาระสีแดงที่แผงประตู พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับได้ 4 ทิศทางพร้อมสวิตซ์ ควบคุมเครื่องเสียง และสวิตช์ควบคุมหน้าจอ ดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน สวิตช์เปลี่ยนเกียร์แบบ Finger-touched electronic shift รูปทรงช่องแอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดัมเบลเท่ไม่เหมือนใคร ก้านมือจับประตูล้ำสมัยแบบ Grip Style และที่พักแขนขนาดใหญ่ สไตล์ Treadmill พิเศษด้วยเบาะนั่งคู่หน้าโอบรับสรีระแบบ gaming Seat พิเศษสำหรับเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าแบบ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับได้ถึง 4 ทิศทาง หน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้ว สามารถหมุนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ทั้งหมดนี้เพื่อประสบการณ์ใหม่ที่ ให้สัมผัสความสะดวกสบายและเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง