Home Blog Page 268

เอ็มจี ปักหมุด 13 มี.ค. นี้ เปิดสเปกและรับจอง NEW MG ES รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ยกระดับความสะดวกสบายในทุกด้าน พร้อมข้อเสนอพิเศษ!

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย มีแผนเผยโฉมรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ “NEW MG ES” ชูจุดเด่นการเป็นรถไฟฟ้าที่เติมเต็มความสะดวกสบายพร้อมเปิดปิดราคา พร้อมรับจองให้เป็นเจ้าของก่อนใคร เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมายในวันที่ 13 มีนาคมนี้ เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป ณ โชว์รูมเอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) รวมทั้งช่องทางเว็บไซต์ และแอพพลิเคชัน MG THAILAND สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทุกช่องทางออนไลน์ทางเอ็มจี

เอ็มจี ตอกย้ำความเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำตัวจริงของตลาดรถไฟฟ้าในประเทศไทย เตรียมเผยโฉมรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ “NEW MG ES” เป็นโมเดลแรกแห่งปี ชูความโดดเด่นในเรื่องความสะดวกสบายและใช้งานได้ทุกรูปแบบ ด้วยแนวคิดการพัฒนารถที่มีเอกลักษณ์สไตล์ BRIT DYNAMIC ทั้งด้านสมรรถนะการขับขี่ (E-PERFORMANCE) จากขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ยกระดับสมรรถนะขึ้นใหม่ในทุกด้าน ทั้งการควบคุม (HANDLING) การออกแบบที่เข้าถึงทุกการใช้งาน (DESIGN) และความปลอดภัยจัดเต็ม (SAFETY) ที่นำไปสู่ความสะดวกสบายในทุกรูปแบบการใช้งาน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท ใช้เป็นส่วนลดได้ 20,000 บาท รับฟรี! อุปกรณ์ต่อเชื่อมกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ณ โชว์รูมเอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) และผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่ https://onlinebooking.mgcars.com/ หรือจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 ถึง 19 มีนาคม 2566 เวลา 23.59 น.    

ฟอร์ด รุกตลาดลูกค้ารายใหญ่ เจาะกลุ่มกระบะดัดแปลง ชูจุดต่างด้วยสมรรถนะและความอเนกประสงค์พร้อมมาตรฐานระดับโลก

0
default

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์รุกตลาดลูกค้ารายใหญ่ด้วยรถยนต์ฟอร์ดดัดแปลงเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง ชูความแตกต่างด้วยการต่อยอดจุดแข็งของรถยนต์ฟอร์ดที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ และความอเนกประสงค์ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ผนวกกับการยกระดับมาตรฐานรถดัดแปลงด้วยโปรแกรม Qualified Vehicle Modifier (QVM) ของฟอร์ด พร้อมนำเสนอโซลูชันพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ พร้อมอำนวยความสะดวกลูกค้าด้วยนวัตกรรมด้านบริการของฟอร์ด โดยในงาน Ford Conversion Show ได้นำตัวอย่างรถยนต์ฟอร์ดดัดแปลงเพื่อการพาณิชย์ อาทิ รถตู้เย็น รถพยาบาลฉุกเฉิน รถกระเช้า รถจัดส่งสินค้า รถบริการเคลื่อนที่ ที่ผ่านการออกแบบและพัฒนาโดยพันธมิตรที่ผ่านการรับรองภายใต้โปรแกรม QVM อย่างบริษัท อาร์เอ็มเอ ออโตโมทีฟ จำกัด และบริษัท เอสเอสเอส ออโตโมทีฟ อินดัสทรี จำกัด มาจัดแสดง ณ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ด

“ฟอร์ดเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มตลาดลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีความต้องการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อการพาณิชย์ จึงเข้ามารุกตลาดนี้โดยเน้นสร้างความแตกต่างด้วยการต่อยอดจุดแข็งของฟอร์ด นำรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะและความอเนกประสงค์ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นมาทำเป็นรถยนต์ดัดแปลงที่มีคุณภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้นด้วยโปรแกรม Qualified Vehicle Modifier (QVM) ซึ่งเป็นมาตรฐานการดัดแปลงรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ด ซึ่งวิศวกรฟอร์ดจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร ผู้ดัดแปลงในการนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้า โดยมุ่งเจาะกลุ่มตลาดลูกค้ารายใหญ่ 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ยาและสินค้าเวชภัณฑ์ ขนส่งโลจิสติกส์ อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในปีนี้” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ในปี 2565 46% ของยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยเป็นรถกระบะ โดย 17% ของตลาดระกระบะเป็นแบบ  ตอนเดียวราว 68,000 คัน ทั้งนี้ 80% ของรถกระบะตอนเดียวที่ขายในประเทศไทยเป็นรถยนต์ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม* ราว 54,000 คัน ตลาดรถดัดแปลงจึงเป็นโอกาสในการผลักดันธุรกิจของฟอร์ดในประเทศไทย โดยฟอร์ดจะทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายและพันธมิตรผู้ดัดแปลงที่ผ่านการรับรองจากโปรแกรม QVM นำเสนอรถยนต์ดัดแปลงเพื่อการใช้งานในตัวเลือกที่หลากหลาย อาทิ รถพยาบาลฉุกเฉิน รถกระเช้า รถตู้เย็น รถจัดส่งสินค้า รถบริการเคลื่อนที่ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ดัดแปลงที่มีคุณภาพสำหรับการใช้งานที่คุ้มค่าได้อย่างตรงจุด

“อีกสิ่งหนึ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญ คือ บริการหลังการขาย เพราะฟอร์ดเข้าใจดีว่าลูกค้ารายใหญ่ต้องการรถที่พร้อมใช้งานตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนอย่างไม่มีสะดุด รถยนต์ดัดแปลงที่ได้รับการออกแบบภายใต้โครงการ QVM และพันธมิตรของฟอร์ดจึงมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตามเงื่อนไขจากฟอร์ดและบริษัทพันธมิตรเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความอุ่นใจในการใช้งานให้กับลูกค้าของเรา” นายรัฐการกล่าวเสริม

โปรแกรม Qualified Vehicle Modifier กุญแจสำคัญในการยกระดับมาตรฐาน

โปรแกรม Qualified Vehicle Modifier หรือ QVM ของฟอร์ด คือ การควบคุมมาตรฐานและคุณภาพด้านการผลิตรถยนต์ดัดแปลงระดับโลก โดยทีมงานวิศวกรฟอร์ดจะให้คำแนะนำด้านวิศวกรรมพร้อมทั้งมอบแนวทางการดัดแปลงรถโดยอิงจากคู่มือการติดตั้งอุปกรณ์และตัวถัง (Body Equipment Mounting Manual หรือ BEMM) ตลอดถึงการเข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการออกแบบติดตั้งชิ้นส่วนดัดแปลง โดยคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานเป็นสำคัญ

พันธมิตรเครือข่ายผู้ดัดแปลงรถยนต์ของฟอร์ด

ภายในงานฟอร์ดยังได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนยลโฉมรถยนต์ดัดแปลงเพื่อการพาณิชย์ที่นำมาจัดแสดงเป็นตัวอย่าง เพื่อตอกย้ำความอเนกประสงค์ของรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่โดดเด่นในแง่สมรรถนะ  ความอเนกประสงค์ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น อาทิ    ช่วงล่างที่มีการปรับใหม่มีขนาดกว้างและยาวขึ้น 50 มม. พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ EPAS ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ หน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A รองรับ Apple Car Play และ Android Auto และ FordPass connect ตอบโจทย์การใช้งานในเชิงธุรกิจและการพาณิชย์ที่หลากหลาย รถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังมีข้อได้เปรียบด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น ทำให้มีพื้นที่กระบะเพิ่มขึ้น ติดตั้งตู้ได้กว้างและยาวมากขึ้น โดยมีความกว้างสูงสุดถึง 1,910 มม. จึงมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ได้หลากหลายในราคาที่คุ้มค่า โดยในงานมีพันธมิตรผู้ดัดแปลงรถยนต์ภายใต้โครงการ QVM นำรถมาร่วมจัดแสดง ได้แก่

บริษัท อาร์เอ็มเอ ออโตโมทีฟ จำกัด ร่วมจัดแสดงรถยนต์ดัดแปลง ดังนี้

  • รถพยาบาลฉุกเฉิน ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ 4×4 ที่มาพร้อมอุปกรณ์ ทั้งเปลสนาม ที่นั่งผู้ดูแลผู้ป่วย 3 ที่นั่ง ตู้ยาและระบบถังออกซิเจน และระบบแสงไฟยูวี บันไดทางเข้าด้านหลัง ไซเรน
  • รถกระเช้าไฟฟ้า ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ 4×4 มีแขนเหล็กคุณภาพสูงสามารถยืดหดได้ มาพร้อมระบบควบคุมฉุกเฉินของฐานควบคุมและกระเช้าไฟฟ้า มีขาค้ำยันปรับระดับด้านหน้าและด้านหลัง สามารถปรับระดับตัวรถได้
  • รถให้บริการเคลื่อนที่อเนกประสงค์ (Mobile maintenance – MMT Box) ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ 4×4 มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ ถังเก็บน้ำมันและถังเก็บน้ำ
  • รถทำสีพิเศษ ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ให้เป็นสีประจำองค์กรตามความต้องการของลูกค้า

บริษัท เอส เอส เอส ออโตโมทีฟ อินดัสทรี จำกัด ร่วมจัดแสดงรถดัดแปลง ได้แก่

  • รถตู้เย็น ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ และใช้คอมเพรสเซอร์ที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ (engine-driven compressor)
  • รถตู้เย็นแบบ DC-Driven ดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ ที่ใช้ตัวรถเป็นตู้ทำความเย็นแบบไฟฟ้า (electric cool box) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดนำคอมเพรสเซอร์แบบไฟฟ้ามาใช้ในการทำความเย็นให้กับตู้เย็นที่ติดตั้งในรถกระบะ จึงไม่จำเป็นต้องดัดแปลงชิ้นส่วนในห้องเครื่องยนต์ ลดความเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในห้องเครื่อง มีการใช้อินเวอร์เตอร์ไดร์ฟ และอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ต่อจากแบตเตอรี่ของรถได้โดยตรง มีจุดเด่นคือการติดตั้งแบตเตอรี่ลูกที่สอง ทำให้เครื่องคอมเพรสเซอร์สามารถทำงานต่อไปได้อย่างยาวนาน แม้ว่าตัวเครื่องยนต์จะดับไปแล้ว จึงเหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการคุณภาพในการควบคุมอุณหภูมิสินค้า เช่น ผู้ผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ รวมทั้งยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับบริษัทที่เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผู้ใช้งานสามารถดับเครื่องยนต์ขณะขนส่งสินค้าโดยตู้ยังคงรักษาความเย็นได้นาน
  • รถบริการเคลื่อนที่ ซึ่งดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นโอเพ่นแค็บยกสูง
  • รถตู้ขนของสี่เหลี่ยมแบบพื้นเรียบ (full cargo box) ใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชัน ใหม่ สแตนดาร์ดแชสซีส์แค็บ มาดัดแปลง
  • รถตู้แห้งขนของแบบครึ่งท่อน (half cargo box) รุ่นดัดแปลงโดยใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ ที่ใช้แผ่นไฟเบอร์ที่นำเข้าจากประเทศเยอรมนี มาทดแทนอะลูมิเนียมแบบรถตู้ขนของทั่วไปในตลาด โดยมีจุดเด่นที่ความแข็งแกร่ง ทนทาน น้ำหนักเบา รองรับแรงกระแทกได้ดี สามารถซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายหากเกิดกรณีกระแทกหรือฉีกขาด อีกทั้งยังเป็นฉนวนกันความร้อนจากภายนอกได้ดี ซึ่งสามารถปรับขนาดตู้และเลือกออปชันได้ตามความต้องการของลูกค้า
  • รถพยาบาล พัฒนามาจากรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ ตามข้อกำหนดของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์ดัดแปลงจากฟอร์ดยังจะได้รับความอุ่นใจด้านการใช้งานเหนือระดับ โดยรถยนต์ดัดแปลงภายใต้โครงการ QVM จะมาพร้อมการรับประกันตามเงื่อนไขระยะรับประกันรถใหม่ของฟอร์ด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรสำหรับชิ้นส่วนที่ไม่ได้ดัดแปลง และสำหรับโครงสร้างดัดแปลง ลูกค้าจะได้รับการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยพันธมิตรผู้ดัดแปลงรถตามเงื่อนไขที่ผู้ดัดแปลงกำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายฟอร์ดได้ทั่วประเทศ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ฟอร์ด หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.ford.co.th/buying/fleet/

 

*อ้างอิงจากผลสำรวจการใช้งานนรถยนต์ในตลาดกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ในปี 2564 โดยอิปซอสส์ (IPSOS)

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว ‘DBX707’ ที่สุดแห่งซูเปอร์เอสยูวี ระดับอัลตราลักชัวรี่

0

แอสตัน มาร์ติน เป็นรถยนต์สัญชาติอังกฤษ กำเนิดช่วงปีค.ศ. 1913 ปีนี้ นับว่าครบรอบ 110 ปี ก่อตั้งโดย ไลโอเนล มาร์ติน กับ โรเบิร์ต แบมฟอร์ต ซึ่งทั้งคู่สร้างรถแข่งร่วมกัน เพื่อไปแข่งในรายการ แอสตัน คลินตัน ฮิลล์ไคล์ม (Aston Clinton Hillclimb) และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

เร็วสุด แรงจัด และทรงตัวเป็นเลิศ คือ 3 คุณสมบัติเด่นของ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ที่ยากจะมีใครลอกเลียนแบบ ทั้งด้านพละกำลังและความแม่นยำในการบังคับควบคุมอันเหนือชั้น สร้างประสบการณ์ขับอันน่าประทับใจ

 

ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “ดีบีเอ็กซ์707 เป็นเอสยูวี ที่ไม่มีใครเหมือน ยกระดับ แอสตัน มาร์ติน สู่จุดสูงสุดในเซกเมนต์ ผ่านการผสมผสานสมรรถนะอันจัดจ้าน การขับเคลื่อนระดับเทพ รูปลักษณ์สะดุดตา และความหรูหราแบบเต็มพิกัด นอกจากนั้น การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและศักยภาพเหนือชั้น ส่งผลให้ ดีบีเอ็กซ์707 คือ ที่สุดแห่งเอสยูวี ในทุกรายละเอียด”

++ เพียงได้เห็นก็ทราบทันที ว่านี่คือ ‘DBX707’

รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว ความปราดเปรียว และบุคลิกการเป็นรถขับสนุก ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการสร้าง แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 โดยทุกอณูของตัวรถได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะ เติมความเร้าใจ และสะกดทุกสายตาที่ได้พบเห็น กระจังหน้าใหญ่ขึ้น 27% มาพร้อมแผ่นรีดอากาศ (front splitter) ด้านใต้และข้างกันชนหน้า ผสานช่องดักอากาศและเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบเส้นตรง ติดตั้งอุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’ บริเวณแก้มข้าง ลากยาวมาถึงประตูหน้า รวมถึงสเกิร์ตข้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นชัดเจน ด้านหลังเพิ่มชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนสปอยเลอร์หลังคา
ผสานดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดเขื่องแบบเดียวกับรถแข่ง และ 4 ปลายท่อไอเสียยิงออก 2 ฝั่ง (Quad Exhaust Tailpipes) ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่หมด

++ ‘DBX707’ เอสยูวีที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน

ขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการเปลี่ยนใช้เทอร์โบบอลแบริ่งขนาดใหญ่ พร้อมปรับแต่งอีซียู เพื่อรีดแรงม้า-แรงบิดออกมาให้ได้มากที่สุด ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ wet clutch 9 จังหวะ ที่สามารถรับมือกับพละกำลัง 707 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,750-4,500 รอบต่อนาที ได้ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์ตเตอร์ อีกทั้งยังช่วยให้เกียร์สามารถเปลี่ยนได้รวดเร็วและกระชับกว่าเดิม มาพร้อมอัตราเร่งกระชากใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.3 วินาที ท็อปสปีด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

++ สปอร์ตเต็มขั้น ดุจกำลังนั่งอยู่บนรถแข่ง

ห้องโดยสารของ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ถูกปรับแต่งให้มีอารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด ตกแต่งด้วยอัลคันทารา พร้อมเบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต โอบกระชับผู้ขับขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง บริเวณคอนโซลกลางเพิ่มปุ่มควบคุม Adaptive Drive Modes ที่มีเฉพาะ ดีบีเอ็กซ์707 แบ่งเป็น Terrain, GT, Individual, Sport และ Sport+

++ เบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน พร้อมลิมิเต็ดสลิปไฟฟ้า

เกาะถนนเป็นเลิศ ด้วยช่วงล่างถุงลมแบบ triple volume air chambers ติดตั้งจานคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน หน้า-หลัง 420 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ จับคู่กับคาลิเปอร์เบรก 6 พ็อต และผ้าเบรกประสิทธิภาพสูงที่ทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมิที่กว้าง ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 40.5 กิโลกรัม และเพิ่มการตอบสนองและฟีลลิงของแป้นเบรกให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อความแม่นยำและความมั่นใจในการควบคุมรถ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเบรกโดยรับอากาศจากภายนอก ผ่านช่องดักและใต้ท้องรถมาใช้ในการระบายความร้อน

 

แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ติดตั้งล้อแม็กขอบ 22 นิ้ว เป็นมาตรฐาน พร้อมมีออปชั่น ล้อแม็กขอบ 23 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มความฉับไวในการตอบสนองของพวงมาลัย ทรงตัวดีขึ้น ส่งผลให้สามารถทำเวลาต่อรอบสนามได้ต่ำลง มาพร้อมเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) ที่ผ่านปรับแต่งให้รองรับกับแรงบิดระดับ 900 นิวตันเมตร โดยปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้จัดขึ้นเป็น 3.27:1 เทียบกับ 3.07:1 ของ ดีบีเอ็กซ์ รุ่นพื้นฐาน ส่งผลดีต่ออัตราเร่งและการตอบสนองช่วงเกียร์ต่ำ โดยยังคงความราบรื่นและสะดวกสบายในการขับ ตามแบบฉบับของเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ

อัตราส่วนการกระจายกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และสามารถส่งกำลังไปสู่ล้อหลังได้สูงสุด 100% ขณะที่เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปแบบไฟฟ้า ช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วและมั่นคงตามแบบฉบับรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ผ่านการผสมผสานโครงสร้างตัวถังและระบบส่งกำลังอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้ตัวรถมีความคล่องตัวและการยึดเกาะที่สมบูรณ์แบบ

แอสตัน มาร์ติน ได้ปลดล็อกศักยภาพของ ดีบีเอ็กซ์ เพื่อทำให้รถรุ่นนี้ขึ้นทำเนียบเอสยูวีสมรรถนะสูงสุดระดับโลก ซึงไม่เพียงเกิดขึ้นจากการปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบต่างๆ แต่มาจากความหลงใหลของวิศวกรที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งการผสมผสานเครื่องยนต์วี8 สูบ อันทรงพลัง เข้ากับเกียร์อัตโนมัติแบบ wet clutch 9 จังหวะ ทำให้ ดีบีเอ็กซ์707 เป็นยนตรกรรมที่มีบุคลิกและสมรรถนะที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถอเนกประสงค์ ทั้งด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะ ซึ่งนำพา แอสตัน มาร์ติน ขึ้นสู่ความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมเอสยูวีสมรรถนะสูง พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท มาพร้อม warranty และ Roadside Assistance นาน 5 ปี

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกับ โออาร์ ตอกย้ำความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ผ่านการทดสอบระยะทางไกลด้วย EQS 500 4MATIC AMG Premium

0

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่สามจากทางซ้าย) และ มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่สองจากทางซ้าย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจาก บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ นำโดย นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (ซ้ายสุด) และนายธนพล กมลธนากุล ผู้จัดการส่วนการตลาดและพัฒนาเครือข่าย EV อีโคซิสเท็ม (ขวาสุด) เดินทางมาพบกันในโอกาสการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ที่จังหวัดเชียงใหม่ ย้ำเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ชูความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยที่ผ่านมา โออาร์ เป็นพาร์ทเนอร์ในการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ รูปแบบ Quick Charge ให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ จำนวน 4 แห่ง ในประเทศไทย

EQS 500 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่เปิดไลน์การผลิตภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC charge) สูงสุด 11 kWh จาก 0-100% ภายใน 10 ชั่วโมง และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charge) สูงสุด 200 kWh จาก 10-80% ภายใน 31 นาที

ฟอร์ด เรนเจอร์ คว้ารางวัล ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะ

0
The all-new Ranger 1 from Ford Pro is the most versatile, capable Ranger yet – and now, it is also officially the “Best 4x4 & Pick-up” according to the Women’s World Car of the Year judges. License expires -------------------------- IN PERPETUITY License scope -------------------------- A - Earned editorial, press releases, press kits B - All non-broadcast digital and online media C - All non-broadcast digital and online media, plus Retail and POS (showrooms, events etc) D - All print media (newspaper, magazine etc) Copyright and image rights -------------------------- This content is solely for editorial use and for providing individual users with information. Any storage in databases, or any distribution to third parties within the scope of commercial use, or for commercial use is permitted with written consent from Ford of Europe GmbH only.

ฟอร์ด เรนเจอร์ สุดยอดรถกระบะอเนกประสงค์เปี่ยมสมรรถนะ ได้รับรางวัล  ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะจากรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สมรรถนะขั้นสูง และประโยชน์ใช้สอยรอบด้าน จากคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักข่าวหญิงสายยานยนต์ 63 คนจาก 45 ประเทศใน 5 ทวีปทั่วโลก โดยถือเป็นรางวัลเดียวในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คณะกรรมการตัดสินเป็นผู้หญิงล้วน

เกณฑ์การพิจารณารถที่เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วยการประเมินด้านความปลอดภัย การตอบสนองต่อการขับขี่ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีทันสมัย การออกแบบ อัตราการประหยัดน้ำมัน ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า คณะกรรมการต่างประทับใจความสามารถที่หลากหลายของฟอร์ด เรนเจอร์  โดยกล่าวว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถกระบะที่ไว้วางใจได้ มีรูปลักษณ์ทันสมัย และมีเอกลักษณ์ที่ดึงดูดใจ สามารถขับไปได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ เป็นรถที่เปี่ยมสมรรถนะ ใช้งานออฟโรดได้ และยังขนของได้ด้วยกระบะท้ายที่มีความอเนกประสงค์”

นาตาชา มิลเนอร์ ผู้จัดการโครงการแพลตฟอร์มยานยนต์ของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ กล่าวว่า “ดิฉันมีส่วนร่วมในการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ตั้งแต่แรก ทำให้ทราบดีว่าเราเก็บข้อมูลจากลูกค้าเยอะมากเพื่อทำให้รถคันนี้ตอบโจทย์ทั้งเพื่อการใช้ทำงาน เป็นรถสำหรับครอบครัว และการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ในฐานะแม่คนหนึ่ง สิ่งที่ดิฉันชื่นชอบมากที่สุดคือความอเนกประสงค์ในการใช้งานและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงในฟอร์ด เรนเจอร์ ดิฉันขอบคุณคณะกรรมการตัดสินรางวัล ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ที่มอบรางวัลประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะให้แก่ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงสมรรถนะขั้นสูงสุดและความนิยมที่รถคันนี้ได้รับจากผู้สื่อข่าวทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เผยโฉมครั้งแรกในปีพ.ศ. 2564 และวางจำหน่ายครั้งแรกในปีพ.ศ. 2565 ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่รุ่นฟอร์ด เรนเจอร์ XL กระบะพันธุ์แกร่งเพื่อการใช้งาน ไปจนถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะสมรรถนะสูง โดยนำเสนอระบบส่งกำลังที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว ไปจนถึงเครื่องยนต์เบนซิน อีโคบูสต์ 3.0 ลิตร V6 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ซื้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ เฉพาะรุ่น ยังมาพร้อมนวัตกรรมทันสมัยมากมาย เช่น ระบบช่วงล่างที่ช่วยควบคุมการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ บันไดเหยียบข้างกระบะท้ายที่ช่วยให้ขึ้นกระบะได้สะดวกขึ้น โหมดการขับขี่ต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น และระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อที่ควบคุมได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แผงหน้าปัดรถยนต์ดิจิทัลและหน้าจอความบันเทิง ขนาดใหญ่ทั้งแบบ 10.1 และ 12 นิ้ว ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมเทคโนโลยีระบบไฟสูงแบบป้องกันไฟแยงตา เกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter และเบรกมือไฟฟ้า นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Active Park Assist 2.0) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) พร้อมกล้องมุมกว้างที่ช่วยให้ขับผ่านทางแยกได้สะดวกขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นจากการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้งผ่านแบบสอบถามกว่า 5,000 คนจากหลายประเทศทั่วโลก ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังเป็นรถกระบะที่ผ่านการทดสอบมาแล้วหลายล้านกิโลเมตรใน 10 ประเทศทั่วโลก เพื่อมอบสิ่งที่ดีเหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้า ทั้งด้านสมรรถนะในการขับขี่ ความมีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทนทาน

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ขึ้นแท่น คว้า “อันดับ 1 รถใหม่คุณภาพสูง” ประเภทรถกระบะ 4 ประตู จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565

0

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส คว้า “อันดับ 1 รถใหม่คุณภาพสูง” จากการสำรวจของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565 (J.D. Power 2022 Thailand Initial Quality Study หรือ IQS) ประเภทรถกระบะ 4 ประตู โดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัลจาก นางสาวมณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการงานวิจัยฝ่ายยานยนต์ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นีลเส็น ไอคิว

กรุงเทพฯ – 7 มีนาคม 2566: มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส คว้ารางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู ในประเทศไทย จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำปี 2565 (J.D. Power 2022 Thailand Initial Quality Study หรือ IQS) ตอกย้ำจุดแข็งในฐานะสุดยอดรถคุณภาพในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราขอขอบคุณและรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้งานให้คะแนนความชื่นชอบและประทับใจในคุณภาพรถกระบะพันธุ์แกร่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส จนได้รับการโหวตให้ครองอันดับหนึ่งด้านรถใหม่คุณภาพสูง ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู จากผลสำรวจของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จได้เป็นอย่างดี และสะท้อนความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ยานยนต์คุณภาพสูง ด้วยสมรรถนะการขับขี่เป็นเลิศ พร้อมความปลอดภัยรอบคันที่เหนือกว่า”

“มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส เป็นรถกระบะที่ได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน และรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยการผสานความแข็งแกร่งทนทาน สมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นตะลุยได้ทุกสภาพถนน และความพิถีพิถันสะดวกสบายของห้องโดยสาร พร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดรฟ์ II” (Super Select 4WD II) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมด เหมาะสำหรับสภาพถนนและสภาพอากาศที่แตกต่าง เราเชื่อมั่นว่าทั้งหมดนี้จะทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้ขับขี่ที่มองหาการใช้งานอเนกประสงค์ สะดวกสบาย ดูแลง่าย ไม่มีปัญหาจุกจิก โดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ขับขี่คล่องตัว ดีไซน์ที่โดดเด่นทรงพลัง ห้องโดยสารที่หรูหราสะดวกสบายสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และที่สำคัญที่สุดคือ มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

นางสาวมณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการงานวิจัยฝ่ายยานยนต์ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นีลเส็น ไอคิว กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ได้รับการจัดอันดับสูงสุดให้เป็นสุดยอดรถคุณภาพ ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทยของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำปี 2565 ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากผู้ขับขี่ด้วยจุดเด่นหลายประการที่ยอดเยี่ยมกว่าค่าเฉลี่ยของรถกระบะในกลุ่มเดียวกัน อาทิเช่น ควบคุมง่าย ขับขี่สบายและคล่องตัว รวมถึงความรื่นรมย์ของห้องโดยสาร มีการป้องกันเสียงรบกวนอย่างดี เพื่อไม่ให้มีเสียงลมจากภายนอกเข้ามาในตัวรถ รวมถึงมีสัญญาณคลื่นวิทยุที่ชัดเจน”

การสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทยของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565 จัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2565 ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ จำนวน 5,419 คน ในช่วงเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนสิงหาคม 2565 ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถอเนกประสงค์ทั้งหมด 77 รุ่น จาก 11 ยี่ห้อ ดำเนินการโดย เจ.ดี.พาวเวอร์ ผู้นำระดับโลกในการศึกษาข้อมูลผู้บริโภค ให้บริการที่ปรึกษา และการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการนำเสนอการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลกมานานกว่า 50 ปี และ นีลเส็นไอคิว ผู้นำในการส่งมอบข้อมูลที่เป็นกลางและครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลผู้บริโภคที่ล้ำสมัยและศักยภาพการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมมือ กฟผ. เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการทดสอบการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium

0

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ตรงกลาง) และ มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้ายสุด) พร้อมกับ นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ ทำหน้าที่ Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) (ขวาสุด) ถ่ายภาพร่วมกันระหว่างทริปการทดสอบการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ณ สถานี EleX by EGAT เชียงใหม่ 8 ผ่านความร่วมมือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. ในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy) และสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้มากขึ้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ร่วมกันในประเทศไทย ภายในปี ค.ศ. 2050

โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. เคยร่วมมือกันจัดกิจกรรม “Saving The World From Wherever You Are” ในโอกาสเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกผ่านการจัดทริปทดสอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด พร้อมร่วมแสดงวิสัยทัศน์ระหว่างผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. รวมถึงแขกรับเชิญจากวงการยานยนต์ที่มาร่วมสนทนากันในประเด็นเกี่ยวกับการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในประเทศไทย

EQS 500 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่เปิดไลน์การผลิตภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC charge) สูงสุด 11 kWh จาก 0-100% ภายใน 10 ชั่วโมง และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charge) สูงสุด 200 kWh จาก 10-80% ภายใน 31 นาที

NETA V รับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “Best Hatchback EV” จากเวที Thailand Car Of The Year 2023

0

“NETA V” รถยนต์ City Car พลังงานไฟฟ้า 100% จากบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับการตัดสินจากคณะกรรมการรางวัล Thailand Car Of The Year ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “BEST HATCHBACK EV”  ในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car Of The Year 2023  จัดโดยบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  (มหาชน)  

“NETA แนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA V เป็นครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2563 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าในประเทศทำให้มียอดขายสูงสุดในกลุ่มตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในจีนกว่า 14 เดือนติดต่อกัน  โดยบริษัทฯ ได้แนะนำ NETA V สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา และมียอดการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การได้รับรางวัล Car Of The Year ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าของ NETA ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทฯ จะเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่มีความอัจฉริยะและคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NETA ที่ต้องการให้ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และทำให้การใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แพร่หลายมากยิ่งขึ้น”  มร. เป่า จ้วงเฟย กล่าว

สำหรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ “Car of The Year ” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ผ่านการพิจารณาให้คะแนนของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

ฟอร์ด คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2023

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะไทยต่อเนื่อง ล่าสุดรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4  คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2023 โดยมีนายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ และนางสาวปรีติ ประพันธ์วิทยา รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย เข้ารับรางวัลจากนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ คว้ารางวัล BEST 4WD PETROL PICKUP  กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ยกระดับการออกแบบด้วยความแกร่งทะลุพิกัดตามดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ส่งมอบพละกำลัง 397 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 583 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรดด้วยโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ด้วยโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ซึ่งล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยใช้ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยความสามารถในการปรับการทํางานได้แบบเรียลไทม์ ให้คอออฟโรดตัวจริงพร้อมลุยทุกเส้นทาง 

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 1

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น ไวลด์แทรค คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFT PICKUP UNDER 2,000 c.c. รถกระบะที่ชาญฉลาดที่สุด อเนกประสงค์ที่สุด และสมบุกสมบันที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ เอกลักษณ์และการออกแบบเฉพาะตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นที่จะช่วยพิชิตงานท้าทายอันหลากหลาย ทั้งยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ที่ช่วยในการจัดวางสัมภาระและสิ่งของต่างๆ พร้อมมอบความอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการทำงาน สำหรับครอบครัว หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นรถคู่ใจของลูกค้าที่สามารถไว้วางใจได้ในทุกเส้นทางของชีวิต ให้ผู้ขับขี่ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีขีดจำกัด

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น ไทเทเนียม พลัส 4x4 คว้ารางวัล BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 2,000 c.c.  รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ขับขี่สนุก ผสานสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกการผจญภัย พร้อมความสะดวกสบายเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และครอบครัว และระบบเชื่อมต่อทันสมัยที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับและอำนวยความสะดวกทุกตารางนิ้ว ด้วยการออกแบบภายในที่กว้างขึ้นกว่าเดิม พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการและมอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ออกไปพิชิตทุกการผจญภัย

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดสรรรและมอบรางวัลให้แก่รถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท ซึ่งรางวัลที่ได้รับ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และศักยภาพความก้าวหน้าทางด้านการออกแบบ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ การมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมเห่งปี ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ซึ่งรางวัลเกียรติยศอันทรงเกียรติ เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ โดยรางวัลที่ฟอร์ดได้รับในปีนี้ นับเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นและสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด ทั้ง 3 รุ่นได้เป็นอย่างดี

เลกซัส และ โตโยต้า ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมของคนไทย กวาด 11 รางวัล CAR OF THE YEAR 2023

0

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำทีมผู้บริหารรับ 11 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี CAR OF THE YEAR 2023 จาก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องรอยัลจูบิลี่บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รางวัลที่ได้รับ มีดังต่อไปนี้

  1. LEXUS RX450h+ AWD          

BEST HYBRID SUV UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA YARIS ATIV          

BEST SEDAN UNDER 1,300 CC

  1. TOYOTA CAMRY 2.5 HEV Premium Luxury

BEST HYBRID MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA CROSS IMP HEV GR SPORT

BEST HYBRID SUV UNDER 1,800 CC

  1. TOYOTA CAMRY 2.5 Premium

BEST MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA HILUX REVO D D-CAB 4×2 Z-Edition 2.4 Mid AT

BEST 2WD PICKUP UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA HILUX REVO D D-CAB 4×2 Z-Edition 2.8 GR-S AT

BEST 2WD PICKUP UNDER 3,200 CC

  1. TOYOTA FORTUNER IMP’22 2.8 GR-S 4WD

BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 3,200 CC

  1. TOYOTA BEST SELLING BRAND
  2. TOYOTA BEST EXPORT BRAND
  3. TOYOTA HILUX REVO BEST FUEL ECONOMY PICKUP UNDER 3,500 CC

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2023” จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยจะทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน  ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศ และนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน โตโยต้ารู้สึกภาคภูมิใจ และขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2023 การได้รับรางวัลครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ภายใต้หลักการ QDR ซึ่งหมายถึง Quality : คุณภาพ / Durability : ความทนทาน และ Reliability ความไว้ใจได้ในการใช้งาน ที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพื่อรักษาความเป็นรถยนต์ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทยตลอดไป