Home Blog Page 269

“Honda Certified Used Car” บริการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนรถใช้แล้วครบวงจร พร้อมให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ได้ง่ายขึ้น

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด มุ่งมั่นให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ด้วยธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนรถยนต์ใช้แล้ว ครบจบในที่เดียว ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์ (Honda Certified Used Car) ซึ่งดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 11 ในการ รับซื้อ ประเมินราคารถยนต์ใช้แล้วและให้คำปรึกษาโดยผู้ชำนาญการ “ขายต่อ” จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วพร้อมอำนวยความสะดวกในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้ลูกค้าพร้อมใช้งาน และ “แลกเปลี่ยน” รถยนต์ใช้แล้วทุกยี่ห้อด้วยราคาสมเหตุสมผล ช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยเปิดให้บริการ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า ภายใต้สัญลักษณ์ “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) 55 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับบริการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนรถใช้แล้ว “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) รถยนต์ทุกคันผ่านการคัดสรรและตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ 200 รายการ ในความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก การทำงานของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง คุณภาพสี และมีการปรับสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานด้วยเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคันเป็นรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพสูง มีประวัติชัดเจนและเชื่อถือได้ โดยมาพร้อมกับการรับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขบริษัทกำหนด) ซึ่งรถยนต์ใช้แล้วแบ่งออกเป็น 3 ประเภท* ได้แก่  รถยนต์ฮอนด้าที่เข้าเงื่อนไข “Honda Certified Used Car” รถยนต์ฮอนด้าที่เข้าเงื่อนไข “Dealer Certified Used Car” และรถยนต์ใช้แล้ว “Used Car”

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการนำรถยนต์ใช้แล้วทุกยี่ห้อเข้ารับการประเมินราคาและรับคำปรึกษาที่ “ฮอนด้า
เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (
Honda Certified Used Car) สามารถติดต่อ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า 55 แห่งทั่วประเทศ หรือกรอกแบบฟอร์มรายละเอียดพร้อมแนบรูปภาพ และเลือกศูนย์บริการฮอนด้าในการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของท่าน ได้ที่ https://usedcar.honda.co.th โดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการที่ได้รับการอบรมมาตรฐานจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จะทำการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมายประเมินสภาพและราคารถยนต์ ด้วยโปรแกรมประเมินราคารับซื้อที่เชื่อถือได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

สำหรับบริการ “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) เปิดให้บริการ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า 55 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถค้นหาผู้จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วใกล้บ้านได้ที่ https://usedcar.honda.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-341-7777 ต่างจังหวัดโทร 1 800 239 833

ฟอร์ดชวนลูกค้าฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ เรียนรู้เทคนิคขับขี่ออฟโรดให้พร้อมออกไปผจญภัยทุกเส้นทาง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดเวิร์คช้อป ‘Next-Gen Ford 4×4 Training Test Drive 2022’ ให้ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ได้มีโอกาสมาเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบออฟโรดขับเคลื่อนสี่ล้อจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเรียนรู้การทำงานของหลากหลายฟีเจอร์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่อัดแน่นในรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ให้พร้อมออกไปเปิดประสบการณ์การผจญภัยในรูปแบบใหม่ๆ กับเพื่อนและครอบครัวตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ณ Moonlight Camp จังหวัดชลบุรีเมื่อเร็วๆ นี้

ในงาน ‘Next-Gen Ford 4×4 Training Test Drive 2022’ ลูกค้าได้เรียนรู้การทำงานของหลายๆ ฟีเจอร์และเทคโนโลยีต่างๆ ในฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การออกไปผจญภัยของลูกค้า อาทิ โหมดการขับขี่ออฟโรดแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดทางลื่น โหมดโคลน โหมดทราย ที่ช่วยให้ลูกค้าตะลุยไปในเส้นทางสุดโหดได้ง่ายยิ่งกว่าเคย รวมถึงการใช้งานกล้องมองรอบคัน 360 องศาพร้อมเส้นนำทาง (Steering Guide) บนหน้าจอดิจิทัลแบบทัชสกรีนที่ช่วยให้เห็นวิสัยทัศน์ได้รอบคัน และยังได้เรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะที่ติดตั้งมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำกับผู้ขับขี่อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสกับประสบการณ์แคมป์ปิ้งและร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลในกิจกรรมที่ฟอร์ดได้จัดเตรียมไว้ให้กับลูกค้า

กิจกรรม ‘Next-Gen Ford 4×4 Training Test Drive 2022’ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม ‘รอบรู้รถฟอร์ด’ ซึ่งฟอร์ดตั้งใจพัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดไปอีกขั้น โดยมุ่งเน้นให้ความรู้ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รู้จักฟีเจอร์และคุ้นเคยกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ของรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งกิจกรรมเวิร์คช้อปการเรียนรู้และขับขี่ภาคสนามกับผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ลูกค้ายังเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ฟอร์ดพาส เว็บไซต์ฟอร์ด และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด เพื่อให้ลูกค้าใช้งานรถยนต์ฟอร์ดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ผู้สนใจสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานรถฟอร์ดได้ที่ เว็บไซต์รอบรู้รถฟอร์ด https://www.ford.co.th/support/discover-your-ford/vehicle/ranger/2022 สำหรับข้อมูล ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ และ https://www.ford.co.th/support/discover-your-ford/vehicle/everest/2022 สำหรับข้อมูล ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชั่นใหม่ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ โทร 1383 กด 3 หรือทางเว็บไซต์ https://www.ford.co.th/showroom/contact-ford-expert.html

“BYD เขียนประวัตติศาสตร์บทใหม่ให้วงการยานยนต์ คาดไม่ถึงกับปรากฏการณ์เปิดรับจองวันแรก “ยอดจอง 2,507 คัน”

0

บริษัท เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดรับจองวันแรก กระแสตอบรับการเปิดจอง BYD ATTO 3 วันแรกที่โชว์รูมทั่วประเทศ สร้างประวัติการณ์ ลูกค้าแห่จองเกินคาดด้วยยอดจอง 2,507 คัน

นับตั้งแต่เปิดตัวและประกาศราคา “BYD ATTO 3” อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดปรากฏการณ์วงการอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย ด้วยราคา1,199,900 บาท และเมื่อวันที่  1 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นวันเปิดจองอย่างเป็นทางการ ที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย  กระแสตอบรับการเปิดจอง  ตอกย้ำความสำเร็จแบบเกินความคาดหมาย “จองคิว” ครั้งใหญ่ ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณกระแสตอบรับจากประชาชนชาวไทยเป็นอย่างสูง ที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลามที่ได้เดินทางมายังโชว์รูมใกล้บ้านทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ เพื่อปักหลักรอกันแบบข้ามวันข้ามคืน

โดยในการนี้ ก่อนอื่นเลยต้องกล่าวจากใจว่าขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจขอขอบคุณในความเชื่อใจ ความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อเรา บริษัท เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด และ BYD ATTO 3 ยนตรกรรมที่ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ  เพราะ BYD ATTO 3 ไม่เพียงนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ และพลังงานรูปแบบใหม่ หากแต่ยังต้องการสื่อสารไปถึงคนไทยทุกคน ให้ตระหนักเรื่องการใช้พลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นหนึ่งในพันธกิจของเรา คือ การผลักดันแนวคิด Zero Emission ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ท้ายสุดนี้ บริษัท เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต้องกล่าวขอบคุณอีกครั้งในกระแสตอบรับจากผู้บริโภค และขอให้มั่นใจในความพร้อมของการส่งมอบรถสู่มือเจ้าของทั้ง 5,000 คัน พร้อมแพคเกจ RÊVER Care สิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าคนพิเศษ ให้เราได้ดูแลรถคุณอย่างดีที่สุด” คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

“อีกทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของ BYD ATTO 3 ด้วยโปรแกรม Rêver Care ที่จะดูแลรถทุกคันด้วยสิทธิพิเศษแบบเต็มที่ เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญในด้านบริการทั้งก่อนและหลังการขายจากพันธมิตรทั่วประเทศ Rêver Care ด้วยสิทธิพิเศษมากมายที่จะช่วยคลายทุกความกังวลของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปีเต็ม โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมงระยะเวลา 8 ปีเต็ม ฟรี! ทุกรายการ พิเศษกับการรับประกันตัวรถ (Warranty) และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.และ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.68%% นาน 48 เดือน และอื่นๆอีกมากมาย รวมมูลค่า 180,000 บาท ด้วยพันธมิตร 32 แห่งทั่วประเทศ ที่จะร่วมสร้างความมั่นใจในบริการการขาย และบริการหลังการขายอย่างทั่วถึง”

ประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด กล่าว

อีซูซุเสิร์ฟความมันส์สุดเหวี่ยง “New! Isuzu X-Series มันส์! มิดไมล์ Party” ฉลอง 12 ปี แห่งความสำเร็จของไลฟ์สไตล์ปิกอัพเพื่อคนสไตล์ X

0

อีซูซุจัดปาร์ตี้ฉลอง 12 ปี แห่งความสำเร็จของ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพ ในงาน New! Isuzu X-Series มันส์! มิดไมล์ Party” ที่ Babyface Superclub จัดเต็มความมันส์สไตล์ “Infinite X-Life” ผ่านกิจกรรมและการตกแต่งรถที่ผสมผสานทั้งแสง สี เสียงแบบจัดเต็ม ให้ผู้ร่วมงานสัมผัสถึงประสบการณ์ความมันส์ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในงาน ฉีกทุกกฎของการใช้ชีวิตเดิมๆ ปลุกทุกคนให้โลดแล่นไปกับอารมณ์สปอร์ตเรซซิ่งของรถรุ่นล่าสุด “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ที่กำลังสร้างกระแสร้อนแรงในตลาดรถยนต์เมืองไทยขณะนี้

กลุ่มตรีเพชร  โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในปี พ.ศ.2553 อีซูซุในฐานะผู้นำวงการยานยนต์ไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการลุยเปิดเซ็กเม้นท์ใหม่ในตลาดรถยนต์เมืองไทย เพื่อต้องการขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถอีซูซุให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่ไม่เคยใช้รถปิกอัพเลย ด้วยการแนะนำ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ภายใต้แนวคิด “ชีวิตหลากหลายสไตล์ X” (Live the X-style Life!) รถปิกอัพแต่งครบจบจากโรงงานที่มีความโฉบเฉี่ยวอย่างมีเอกลักษณ์ ฉีกแนวจากภาพลักษณ์รถปิกอัพทั่วไปในตลาด ด้วยชุดแต่งรอบคัน พร้อมสติกเกอร์คาดฝากระโปรงหน้าและฝาท้าย ภายในตกแต่งให้อารมณ์สปอร์ตโทนดำ-แดง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของเรา คือ คนรุ่นใหม่ที่มีการใช้ชีวิตอิสระ และไม่เคยหยุดนิ่งที่จะค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอ นับเป็นจุดกำเนิดของไลฟ์สไตล์ปิกอัพ (Lifestyle Pickup) ครั้งแรกของเมืองไทย ซึ่งมาพร้อมกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองจิตวิญญาณแห่งความท้าทายของผู้ใช้รถรุ่นใหม่สไตล์ X ทั้งในด้าน X-ploring : เสาะแสวงหา, X-citing : โลดโผน, X-treme : สุดขั้ว, X-traordinary : ไม่ธรรมดา และ X-clusive : เฉพาะตัว ทำให้ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” เป็นหนึ่งในรถรุ่นยอดนิยมของอีซูซุ ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่เพียงช่วยขยายฐานลูกค้ารถปิกอัพให้กว้างขึ้นกว่าเดิม ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของรถปิกอัพเมืองไทย อีกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดกระแสการแต่งรถปิกอัพอย่างล้นหลามในหมู่ผู้ใช้รถปิกอัพรุ่นอื่น ๆ อีกด้วย ในงาน “New! Isuzu X-Series มันส์! มิดไมล์ Party” ที่จัดขึ้นนี้จึงเป็นการฉลองความสำเร็จครั้งใหม่ และต้อนรับ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และมั่นใจได้ว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จของไลฟ์สไตล์ปิกอัพไปอีกขั้นอย่างแน่นอน”

New! Isuzu X-Series มันส์! มิดไมล์ Party” จัดเต็มความมันส์! แบบสุดปังภายใต้คอนเซ็ปต์สีแดง-ดำ ยกทัพรถ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ทั้งรุ่น SPEED และ HI-LANDER มาดิสเพลย์เพื่อเพิ่มอารมณ์สปอร์ตเรซซิ่งไปอีกขั้น พร้อมกิจกรรมสุดมันส์ในคอนเซ็ปต์ “Infinite X-Life” กับการตกแต่งเต็มรูปแบบ ทั้งแสง สี เสียง ปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นเต้น ไปกับโซน “X-citing Experience” ส่งต่อความสนุกจากหน้างานสู่โลกโซเชียล อาทิ X-Series Dance กิจกรรมชวนออกสเต็ปมันส์ประชันกันในโลก TikTok, เพิ่มสีสันกับ Photo Crop Challenge ท้าคนตาไวจังหวะเป๊ะมาเล่นและถ่ายรูปกัน, แชร์ประสบการณ์ X สุดประทับใจผ่าน #isuzuxseries #มันส์มิดไมล์ โชว์บน Standout Wall, ปลุกเร้าอารมณ์แบบสุดขั้วสำหรับสายปาร์ตี้กับดีเจคนดังและโชว์จากสาวสวยสุดเซ็กซี่ DEF-G, วิดีโอฉลองความสำเร็จของ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ก่อนปิดท้ายความมันส์! มิดไมล์ ด้วยโชว์พิเศษจาก  “กวินท์ ดูวาล” แร็ปเปอร์หนุ่มหล่อที่สร้างผลงานเพลงยอดวิวสูงทะลุ 100 ล้านวิว และ“ซานิ-นิภาภรณ์ ฐิติธนการ” นักร้อง และนักแสดงสาวมากความสามารถ

 สำหรับ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุดจากอีซูซุที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นกำลังสร้างกระแสความร้อนแรงในตลาดรถยนต์เมืองไทย เนื่องจากมาพร้อมความเร้าใจใหม่ โดดเด่นกระแทกใจ จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ดีไซน์ใหม่ล่าสุด โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายในโทนแดง-ดำสไตล์ X เสริมความเท่! เต็มพิกัด ทั้งแนวสปอร์ตเรซซิ่งในรุ่น SPEED ราคาตั้งแต่ 733,000 – 831,000 บาท และสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น HI-LANDER ราคาตั้งแต่ 853,000 – 999,000 บาท โดยมีการปรับเพิ่มลุคใหม่ ดังนี้

  • ใหม่! สีเทา Islay Gray Opaque เทรนด์สีใหม่ที่ให้มุมมองสีหลากหลายมิติ ไล่ระดับจากเทาประกายมุกจรดเทาเข้ม สปอร์ตขั้นสุด ปลุกเร้าทุกอารมณ์การขับขี่
  • ใหม่! สเกิร์ตหน้าลายเคฟลาร์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน โดดเด่น สะดุดตา เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ในรุ่น SPEED และ ใหม่! สเกิร์ตกันชนหน้า ดีไซน์เท่รับกับกระจังหน้า ให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม ในรุ่น HI-LANDER
  • ใหม่! สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง เท่เป็นเอกลักษณ์ คมเข้ม พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า
  • ใหม่! ดีไซน์เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ในรุ่น SPEED และ ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ในรุ่น HI-LANDER
  • ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์แบบ Aeroscrew เท่เหนือชั้น สปอร์ตหรูทุกมิติ ในรุ่น HI-LANDER 2 ประตู
  • แรงเต็มสมรรถนะ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน–เมตร ที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที

สัมผัสประสบการณ์ความเร้าใจ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ทีทีซี มอเตอร์ คัดสรรลูกค้าคนพิเศษ ร่วมทดลอง Mercedes-AMG ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

0

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย  ฉลองครบรอบ 55 ปี Mercedes-AMG  จัดกิจกรรมพิเศษ Mercedes-Benz Driving Events 2022” ขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าคนพิเศษของทีทีซี มอเตอร์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ได้ทดลอง Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG แบบครบตระกูล   สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด เชิญลูกค้าที่จองรถยนต์ Mercedes-AMG ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ร่วมด้วยลูกค้าคนพิเศษ  ที่ชื่นชอบรถยนต์สปอร์ต ลักชัวรี สายพันธุ์แรง ให้มีโอกาสได้สัมผัสความพิเศษของกองทัพรถยนต์ Mercedes-AMG  และร่วมฉลองครบรอบ 55 ปี   กับกิจกรรม “Mercedes-Benz Driving Events 2022” ในครั้งนี้โดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพรถยนต์สายพันธุ์แรงตระกูล มากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา นำโดย Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe, Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ฯลฯ เพื่อให้ได้ทดสอบขุมพลังกันอย่างเต็มที่

พร้อมเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ โดยมีทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพระดับโลกร่วมให้คำแนะนำในการฝึกทักษะการขับขี่ปลอดภัยขั้นสูงอย่างใกล้ชิด เปิดรับประสบการณ์แห่งสมรรถนะกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

สำหรับกิจกรรม “Mercedes-Benz Driving Events 2022” จะแบ่งผู้เข้ารับการอบรมออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ และแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานี พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน มาร่วมให้คำแนะนำเพื่อให้ผูเข้ารับการอบรมได้ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมกับตัวรถได้อย่างเต็มที่ และจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากทางบริษัทฯ อีกด้วย

ในส่วนของสถานีทดสอบ สถานีที่ 1 “Emergency Brake and Avoid” เป็นการทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ระบบ ESP® และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80-120 กม./ชม. และเมื่อได้รับสัญญาณจากผู้ฝึกสอน ผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวาง

สถานีที่ 2 “Drag Race” เป็นการทดสอบอัตราเร่งของรถยนต์กลุ่มสมรรถนะสูง Mercedes-AMG  พร้อมทั้งทดสอบปฏิกิริยาตอบรับของผู้ขับขี่และได้ทดสอบระยะเบรก สถานีที่ 3 “Gymkhana” เป็นสถานีที่จำลองมาจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตชนิดหนึ่ง โดยสถานีนี้จะให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ฝึกบังคับรถยนต์ในสนามจำลองเล็ก ๆ ที่มีอุปสรรคมากมายภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใด ๆ เลย

สถานีที่ 4 “Corner Theory” เป็นสถานีทดสอบการเข้าโค้ง ที่จะใช้พื้นที่โค้งภายในสนามทั้งหมด 5 โค้งด้วยกัน ซึ่งแต่ละโค้งจะมีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบการควบคุมความเร็วของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ โดยในแต่ละโค้งจะมีสิ่งกีดขวางที่วางไว้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำเมื่อเข้าโค้งนั้น ๆ เช่น จุดที่ต้องเบรก จุดที่ต้องหักเลี้ยว หรือจุดเอเป็กซึ่งเป็นจุดที่สามารถเดินคันเร่งส่งรถออกไปจากโค้งได้ปลอดภัย และรวดเร็วที่สุด

ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้เข้าร่วมทดลองรถในครั้งนี้ ต่างตื่นเต้น และประทับใจกับประสบการณ์สุดพิเศษ ที่ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยมอบให้อย่างสูง และพร้อมที่จะเป็นประชาคมรถยนต์ Mercedes-AMG อย่างต่อเนื่องแน่นอน

ฟอร์ดพร้อมส่ง เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ลงสนามแข่งสุดหฤโหดในการแข่งขันบาฮา 1000

0

ฟอร์ด ประกาศความพร้อมส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  เจเนอเรชันใหม่ เข้าร่วมการแข่งขัน SCORE International Baja 1000 ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่มีเส้นทางหฤโหดที่สุดในโลก โดยฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะลงแข่งโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเชื้อเพลิงทางเลือกในสภาพเส้นทางที่สมบุกสมบันที่สุด

ทีมพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูง ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ร่วมกับ เคลลี เรซซิ่ง ประเทศออสเตรเลีย ในการประกอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พร้อมลุยสนามบาฮาโดยเฉพาะ และทำงานร่วมกับโลเวลล์ เรซซิ่ง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการพัฒนาและเข้าร่วมการแข่งขันซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ โดยโลเวลล์ เรซซิ่ง ที่บริหารงานโดย แบรด โลเวลล์ แชมป์รายการออฟโรดหลายสมัย และได้รับยกย่องโดยหอเกียรติยศมอเตอร์สปอร์ตสายออฟโรด (Off-Road Motorsports Hall of Fame) จะเป็นหนึ่งในทีมงานออฟโรดที่สำคัญของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์

ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นแบรนด์ไอคอนระดับโลกของฟอร์ดมาอย่างยาวนาน รถคันนี้ผลิตและทดสอบในประเทศออสเตรเลีย จากนั้นจึงส่งไปยังสหรัฐเพื่อพัฒนาและทดสอบขั้นสุดท้าย ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันที่ท้าทายความทนทานแบบเอนดูรานซ์ครั้งนี้

ไบรอัน โนแวค หัวหน้าทีมออฟโรด มอเตอร์สปอร์ต ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ กล่าวว่า “การลงสนามแข่งรายการนี้ นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ผ่านการทดสอบขับมาแล้วหลายแสนกิโลเมตร เพื่อท้าทายขีดจำกัดของรถรุ่นนี้ไปอีกขั้น”

“สนามบาฮา 1000 เต็มไปด้วยความท้าทาย และขึ้นชื่อเรื่องการเป็นสนามทดสอบความแข็งแกร่งสำหรับรถออฟโรด เราตื่นเต้นมากที่ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการสุดโหดนี้” ไบรอัน กล่าวเสริม

การแข่งขันบาฮา 1000 ซึ่งจัดขึ้นที่คาบสมุทรบาฮา แคลิฟอร์เนีย เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันออฟโรดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และดึงดูดผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลกที่กระหายจะพิชิตเส้นทางสุดโหดหินของภูมิประเทศแบบทะเลทราย และหน้าผาที่สูงชัน รวมถึงการขับไต่ขึ้นไปตามเนินทรายที่ลาดชัน

ในอดีต ฟอร์ด F-150 แร็พเตอร์ และฟอร์ด บรองโก ประสบความสำเร็จในการแข่งขันบาฮา 1000 มาแล้ว โดยรถกระบะฟอร์ดมีประวัติศาสตร์ที่น่าภูมิใจร่วมกับรายการนี้มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นรถฟอร์ด F-150 แร็พเตอร์ รุ่นปี 2017 ที่นอกจากจะจบการแข่งขันด้วยการครองโพเดียมแล้ว ยังโชว์ศักยภาพความอึดด้วยการเดินทางต่ออีก 400 ไมล์ กลับบ้านหลังการแข่งจบลง เช่นเดียวความประทับใจจากการลงสนามของรถแข่งต้นแบบ ฟอร์ด บรองโก อาร์ ซึ่งเป็นรถที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดสอบสมรรถนะก่อนผลิตรุ่นที่วางจำหน่ายจริงในปัจจุบัน รวมถึงการแข่งขันของรถในตำนานอย่าง ฟอร์ด บรองโก รุ่นปี 1969 ที่คว้าชัยชนะคะแนนรวมมาแล้วในสนามนี้

ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เชื่อมั่นว่า เรนเจอร์ แร็พเตอร์ พร้อมแล้วสำหรับความท้าทายในรายการนี้ โดยรถคันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นตามข้อกำหนดของผู้จัดงาน ในประเภทสต็อกคลาส ที่มุ่งโชว์สมรรถนะของรถกระบะที่ผลิตขึ้นเพื่อวางจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไป

ตลอดการแข่งขันครั้งนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะใช้น้ำมันของเชลล์ที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในสัดส่วน 1 ต่อ 3 ที่ผลิตจากเอธานอลและไบโอแนปธา

ซินเธีย วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการรับรองมาตรฐาน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า “การนำเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำมาใช้ในรายการสุดวิบากอย่างบาฮา 1000 จะช่วยให้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงชีวภาพขยายไปสู่วงกว้างได้เร็วขึ้น และมีจำหน่ายทั่วถึงในราคาที่จับต้องได้สำหรับทุกคนมากขึ้น”

ฟอร์ดมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ทั้งจากรถยนต์ กระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2593 โดยในระหว่างนั้นมีการตั้งเป้าหมายระยะสั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายตามหลักทางวิทยาศาสตร์ไว้ภายในปี พ.ศ. 2578 โดยฟอร์ดได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาแล้วหลายรุ่น และยังคงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นอื่นๆ รวมถึงในรถที่ปรับแต่งเพื่อการแข่งขัน เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าในการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่มีประสิทธิภาพ โดยรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลัก Well-to-Wheel ซึ่งใช้วัดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ต่างชนิดกันในหลายด้าน รวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตและการใช้เชื้อเพลิง

วิดีโอการปรับแต่งและทดสอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่จะใช้ลงแข่งขันบาฮา 1000

หมายเหตุ
1ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ปรับแต่งเพื่อการแข่งขันไม่มีวางจำหน่ายสำหรับลูกค้าทั่วไป

ภาพชุดแรกของยนตรกรรมต้นแบบ มาเซราติ ‘กรันคาบริโอ’ โฉมใหม่

0

มาเซราติ เดินหน้าปลุกกระแสอย่างต่อเนื่อง เผยภาพชุดแรกของยนตรกรรมต้นแบบ มาเซราติ ‘กรันคาบริโอ’ (GranCabrio) โฉมใหม่ หรือเวอร์ชั่นเปิดหลังคาของรุ่น ‘กรันทูริสโม’ (GranTurismo) โฉมใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน โดยเป็นภาพการทดสอบบนถนนจริงในเมืองโมเดนา ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นพัฒนาสู่รถคันจริง และเป็นเสมือนเส้นทางสู่อนาคตของค่ายตรีศูล เพราะยนตรกรรมทั้งสองสายพันธุ์จะมีเวอร์ชันที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ภายใต้ไลน์อัพ ‘โฟลกอเร’ (Folgore) เป็นทางเลือก ส่งผลให้ มาเซราติ เป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ทุกเซกเมนต์ โดยมีเป้าหมายว่า มาเซราติ ทุกรุ่น จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 มาเซราติ กรันคาบริโอ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงต้นปี พ.ศ. 2566 โดยปัจจุบันได้มีการนำรถต้นแบบมาขับทดสอบอย่างจริงจัง หลากรูปแบบ ทั้งบนถนนสาธารณะ สนามแข่ง และหลายสถานการณ์การใช้งานที่ต่างกัน เพื่อเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปรับแต่งขั้นตอนสุดท้าย ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

เกี่ยวกับมาเซราติ เอส.พี.เอ.

มาเซราติ คือ ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยสไตล์, เทคโนโลยีล้ำสมัย และตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร สะท้อนความเฉลียวฉลาด รสนิยมอันลุ่มลึก สะท้อนมาตรฐานแห่งการเป็นยนตรกรรมระดับโลก และด้วยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ในแต่ละเซกเมนต์ มาเซราติ ได้กำหนดนิยามใหม่ ให้กับรถสปอร์ตของอิตาลี ในแง่ของการออกแบบ, ประสิทธิภาพ, ความสะดวกสบาย, ความสง่างาม และความปลอดภัย ปัจจุบันมีจำหน่ายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroporte) นับเป็นยนตรกรรมเรือธงของค่ายตรีศูล สมทบด้วยรุ่นกิบลี (Ghibli), เลวานเต้ (Levante) เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และ เกรคาเล่ (Grecale) ซึ่งเป็นเอสยูวีที่มาพร้อมแนวคิด ‘Everyday Exceptional’ ทุกรุ่นต่างโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณภาพชั้นสูง และการออกแบบทางเทคนิคอันยอดเยี่ยม มาเซราติ กิบลี, เลวานเต้ และเกรคาเล่ มีหลายทางเลือกขุมพลัง อาทิ เบนซินไฮบริด 4 สูบ, เบนซิน วี6 สูบ ไปจนถึงเบนซิน วี8 สูบ ทั้งในแบบขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมาพร้อมดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของยนตรกรรมค่ายตรีศูล ขณะที่รุ่นสูงสุด คือ ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เอ็มซี20 (MC20) และ เอ็มซี20 แชร์โล (Cielo) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เน็ททูโน (Nettuno) ที่นำเทคโนโลยีจากรถแข่งฟอร์มูลาวัน มาใช้กับยนตรกรรมในสายการผลิตเป็นครั้งแรก มาเซราติ กรันทูริสโม โฉมใหม่ มีจำหน่ายทั้งรูปแบบเครื่องยนต์เบนซินสมรรถนะสูง และแบบไฟฟ้าล้วน เพื่อพัฒนายนตรกรรมค่ายตรีศูลไปสู่อนาคต โดยมี มาเซราติ โฟลกอเร เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าในปี พ.ศ. 2568 รถยนต์ มาเซราติ ทุกสายพันธุ์จะมีรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นทางเลือก และ มาเซราติ ทุกรุ่น จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบ 1 ปี GWM Experience Center ตอกย้ำความสำเร็จของการเปิด “พื้นที่ที่ 4” ให้ผู้บริโภคชาวไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงานฉลองครบ 1 ปีของการเปิดให้บริการ GWM Experience Center ไอคอนสยาม ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นให้เป็นพื้นที่ที่ 4 หรือ The 4th Space นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน และสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ โดยเป็นพื้นที่สำหรับแบ่งปันประสบการณ์และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์สำหรับทุกคน เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยสำหรับการสนับสนุนและกระแสตอบรับอันท่วมท้นที่มอบให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพให้แฟนๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ที่มุ่งมั่นเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าที่สะอาด ปลอดภัย และล้ำสมัยอย่างแท้จริง

งานฉลองครบรอบ 1 ปีของการเปิดให้บริการ GWM Experience Center ไอคอนสยาม นำโดย นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับลูกค้าและครอบครัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ กว่า 103 คนที่ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งเมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน เราให้ความสำคัญกับการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) พร้อมทั้งสร้างปรากฏการณ์และมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการยานยนต์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการประกาศใช้นโยบายราคาเดียวทุกช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ การขายและการให้บริการหลังการขายแบบ Online-to-Offline (O2O) การนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่มาเผยโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดก่อนใครเป็นครั้งแรกในโลก รวมไปถึงการเนรมิตพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตรของไอคอนสยามให้กลายเป็น GWM Experience Center ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ 4 (The 4th Space) ที่นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน และสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ซึ่งทุกท่านสามารถมาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์มากมาย หรือมาใช้บริการ เรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ชอบ นั่งทำงานหรือพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่”

“ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา GWM Experience Center ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เท่านั้น แต่ยังได้มอบความสุขและประสบการณ์ดีๆ รวมทั้งสร้างรอยยิ้ม ความประทับใจ และความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างครบครันผ่านกิจกรรมพิเศษมากมายรวมทั้งสิ้น 231 กิจกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมดเกือบกว่า 6,000 คน สะท้อนถึงความสำเร็จของการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และผู้บริโภคชาวไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี ในโอกาสนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบมากขึ้นผ่านการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้า ผู้บริโภค และแฟนๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าทุกๆ คนที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้รับบริการและการต้อนรับอย่างอบอุ่นรวมทั้งประสบการณ์ที่ดีที่สุด แทนคำขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่ลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยทุกคนมอบให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมา” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กิจกรรมพิเศษที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดขึ้นให้กับลูกค้า ผู้บริโภค และแฟนๆ ชาวไทยที่เข้ามาเยี่ยมชม GWM Experience Center ไอคอนสยาม ในช่วงระยะเวลา 1 ปีนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ครอบคลุม 9 ประเภทกิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรม DIY 2) กิจกรรมเรียนทำอาหาร 3) เกม 4) กิจกรรมด้านสุขภาพ 5) กิจกรรมเพื่อสังคม 6) การแข่งขัน 7) กิจกรรมออนไลน์สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ 8) กิจกรรมเวิร์คช็อป และ 9) กิจกรรมความบันเทิง

GWM Experience Center ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ของไอคอนสยาม ถูกออกแบบมาให้สะท้อนถึงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยพื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยต้นไม้และวัสดุจากธรรมชาติ พร้อมโทนสีที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย ชูอัตลักษณ์การผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับความความใส่ใจและรักษ์สิ่งแวดล้อม มีจุดเด่นสำคัญคือสไลด์เดอร์ขนาดใหญ่ความสูงกว่า 6.9 เมตร และยาวกว่า 15 เมตร พร้อมให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาเล่นเพื่อความสนุกสนานหรือชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่ ร่วมด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ส่วนกลางพร้อมการจัดที่นั่งแบบ Amphitheater รองรับได้สูงสุดกว่า 100 ที่นั่งสำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ขณะที่ด้านหน้าโดดเด่นด้วย Intelligent Interactive LED Wall ขนาด 14 x 3 เมตร ความละเอียดสูง 7.5 ล้านพิกเซล ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และระบบเสียง เพิ่มลูกเล่นและกิจกรรม Interactive ให้กับผู้เยี่ยมชม นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ห้องประชุม 2 ห้อง สามารถรองรับได้ถึง 40 ที่นั่งและเปิดรับทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่พื้นที่ชั้นบนถูกจัดสรรให้เป็น GWM Café รวมไปถึง Co-Kitchen สำหรับการทำกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ โดยมี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยจัดกิจกรรมในแต่ละโซน พร้อมด้วย Intelligent Ambassador หรือ iAM ที่จะช่วยให้ข้อมูล ตอบคำถาม และให้ความรู้เพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นรับฟังเสียงผู้บริโภคเพื่อนำมาสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์เหนือระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ฝันที่เป็นจริง! ฟอร์ด เรนเจอร์ คว้า 2 แชมป์แรกในการแข่งขัน ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022’

0

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) ปิดการแข่งขันสนามที่ 5 และ 6 ของรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ด้วยความปลื้มปิติ โดยนักแข่งมากฝีมือ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค พาฟอร์ด เรนเจอร์ คว้ารางวัลชนะเลิศในรุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ทั้งสองสนาม ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 28-30 สิงหาคม 2565 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

นักแข่งมืออาชีพไฟแรง แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค ที่ลงแข่งให้กับทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง มาตั้งแต่การเปิดตัวทีมแข่งครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แสดงฝีมือขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ 3.2 ลิตร หมายเลข 3 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกใน Class A และ Overall ตั้งแต่การแข่งขันในสนามที่ 5 โดยทำเวลาได้ดีเยี่ยมตั้งแต่รอบควอลิฟาย และรักษาตำแหน่งจากกริดแรกที่ออกตัวได้เป็นอย่างดีจึงครองตำแหน่งผู้นำตลอดการแข่งขัน ก่อนจะลงสนามอีกครั้งในการแข่งขันสนามที่ 6 โดยออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ซึ่งแซนดี้แสดงฝีมือได้ดีเยี่ยมและกลับมาครองตำแหน่งผู้นำอีกครั้งตั้งแต่รอบสนามแรก จบการแข่งขัน แซนดี้ครองตำแหน่งชนะเลิศไปได้อย่างสวยงามอีกครั้งและยังทำเวลาได้ดีที่สุดเท่าที่แข่งร่วมกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งในสนามช้าง (personal best) นับเป็นชัยชนะสองครั้งแรกของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ในรุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ

“ผมรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และภูมิใจมากที่ได้อันดับ 1 ในการแข่งขันครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทยที่ให้โอกาสผมได้ขับฟอร์ด เรนเจอร์ และขอขอบคุณสมาชิกทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งทุกคนที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่จนผม และฟอร์ด เรนเจอร์หมายเลข 3 ได้ถ้วยแชมป์ครั้งแรกจากรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ” แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค กล่าว

ด้านฟอร์ด มัสแตง ยังคงพิสูจน์ความมันส์บนสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเพื่อนร่วมทีมอย่างเครก คอร์ลิสส์ และสตีฟ โอเว่น จากทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮล เรซซิ่ง ได้ประลองความเร็วกันอย่างดุเดือด ในสนามที่ 5 เครก คอร์ลิสส์ ได้พาฟอร์ด มัสแตงหมายเลข 88 ตรงสู่เส้นชัยในอันดับที่ 4 ส่วนสตีฟ โอเว่น ขับฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร หมายเลข 7 ตามเข้ามาในอันดับที่ 5 ต่อมาในสนามที่ 6 ทั้งสองนักแข่งได้ขับคู่ขนานกันมาอย่างสูสี ตีตื้นอันดับการเข้าเส้นชัยขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ

“ผลการแข่งขันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความพยายามของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งได้อย่างชัดเจน ฟอร์ดมีความภูมิใจอย่างมากที่ได้เห็นทีมของเราแสดงศักยภาพของรถแข่งดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ สู่สายตาแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตไทยจนสามารถคว้าชัยชนะแรกให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ และรักษาความเป็นผู้นำให้กับฟอร์ด มัสแตงได้ ผลความสำเร็จนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานฟอร์ดทุกคนพัฒนาทักษะตนเองอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจให้นำความสามารถมาใช้เพื่อส่งมอบรถสมรรถนะดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้าฟอร์ดต่อไป” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศ

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย รุกเดินหน้าสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมอนาคต มอบสุนทรียภาพแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เสริมแกร่งผู้นำในกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมสู่จุดหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งมอบรถยนต์ซีดานพรีเมียมไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) จำนวน 21 คัน ในฐานะโมบิลิตี้ พาร์ตเนอร์สำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 อย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในช่วงระหว่างการประชุมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting 2022: AELM 2022) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 นี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการดำเนินงานของไทยด้านการขับเคลื่อนไปสู่จุดหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘FORWARDISM’ สะท้อนวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำ ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ากลุ่ม PHEV และ BEV

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การประชุม ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่จุดหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมครั้งนี้ ในฐานะโมบิลิตี้ พาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ ด้วยการสนับสนุน บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย มอบความสะดวกสบาย พร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2565 ในโอกาสนี้ เราขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเลือกใช้รถยนต์พลังงานสะอาด และนำมาใช้ต้อนรับและอำนวยความสะดวกกลุ่มผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมระดับโลก พร้อมสนับสนุนการมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ”

เอกอัครราชทูตธนาธิป อุปัติศฤงค์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ APEC 2022 Task Force กล่าวว่า “การเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมเอเปค ของไทย ภายใต้แนวคิดหลัก Open. Connect. Balance. หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของกลุ่มผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผลักดันการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิดนี้รวมไปถึงคำนึงถึงการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ APEC 2022 Task Force และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ขอขอบคุณบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่สนับสนุนด้านการเดินทางให้กับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ผ่านการสนับสนุน บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) ในฐานะโมบิลิตี้ พาร์ตเนอร์สำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของการประชุมด้านความยั่งยืนและการคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี การประชุม  ในครั้งนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล สังคม ไปจนถึงระดับประเทศอย่างครอบคลุมและสมดุล”

โดยตลอดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ปคอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจาก บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ให้เป็นผู้จัดสรรบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) และอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งสำคัญครั้งนี้

บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) ยนตรกรรมที่นำพาอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนแห่งอนาคต สะท้อนความโดดเด่นครบทุกด้าน ทั้งความหรูหราสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ ความสะดวกสบาย มอบสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ ด้วยระบบบันเทิงภายในห้องโดยสารเหนือระดับอย่าง BMW Theatre Screen หน้าจอแบบพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว มาในรูปแบบ 32:9 และความละเอียดระดับ 8K มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและเทคโนโลยีเหนือชั้นพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบส่งเสริมแนวคิดด้านพลังงานสะอาด ตอกย้ำความเป็นผู้นำและมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนพร้อมทั้งวิสัยทัศน์อนาคตแห่งการขับเคลื่อนของบีเอ็มดับเบิลยู