Home Blog Page 28

“GWM ORA 5” ขึ้นแท่นรถยนต์คันแรกของโลก คว้ารางวัลใหญ่จาก London Design Awards ด้วยแนวคิด “Natural Aesthetics” โดดเด่นในทุกมุมมอง คุณค่าเหนือระดับในทุกมิติ

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ORA 5 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ จากเวที London Design Awards 2025 รางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพลังของแนวคิด “Natural Aesthetics” ที่ถ่ายทอดความงามแห่งธรรมชาติผ่านเส้นสายอันพลิ้วไหวและสัดส่วนที่ลงตัวของ GWM ORA 5 ที่สร้างเอกลักษณ์โดดเด่นจนสามารถพิชิตใจคณะกรรมการจากทั่วโลก และทำให้เป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาดังกล่าวจากเวทีนี้ได้สำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพด้านการออกแบบของ GWM บนเวทีระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ

GWM (Thailand) 2

London Design Awards เป็นเวทีประกวดด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดย International Awards Associate (IAA) องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและยกย่องผลงานสร้างสรรค์จากทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกย่องผลงานออกแบบและโครงการสร้างสรรค์อันโดดเด่นจากทั่วโลก รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนมาตรฐานความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมการออกแบบ เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับนักออกแบบทุกแขนง สะท้อนบทบาทของรางวัลในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่ส่งเสริมศักยภาพและยกระดับวงการออกแบบสู่เวทีสากลอย่างแท้จริง

ปรัชญาการออกแบบ GWM ORA 5: ความงามที่นิยามกระแสใหม่

GWM (Thailand) 3

เบื้องหลังความสำเร็จบนเวทีระดับโลก GWM ORA 5 ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบภายใต้แนวคิด “Natural Aesthetics” หรือสุนทรียศาสตร์แห่งธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โดยทีมออกแบบของ GWM มุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เพียงสะท้อนความงามตามกระแส แต่เป็นความงามที่สามารถนิยามกระแสใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านแนวคิด “Full-Curved Surface” ที่ใช้เส้นสายโค้งมนทั่วทั้งคัน แทนที่เส้นตรงแข็งกระด้างแบบการออกแบบอุตสาหกรรมดั้งเดิม เส้นสายตัวถังได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นโค้ง Fibonacci หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Golden Ratio ที่สร้างความสมดุลและความงามในทุกมิติ ทั้งในขณะเคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง

GWM (Thailand) 5

พลิกโฉมการออกแบบยนตรกรรม สู่สุนทรียศาสตร์แห่งความลื่นไหลและสมดุล

การออกแบบภายนอกของรถได้ถ่ายทอดแนวคิด “Full-Surface Fluid Sculpture” ด้วยพื้นผิวที่ลื่นไหลเสมือนเมฆและสายน้ำ ไหลรวมสู่ด้านท้ายอย่างสง่างามคล้ายน้ำตก พร้อมรูปทรงตามหลักแอโรไดนามิก Aerodynamics ที่สร้างภาพลักษณ์ดุจโลหะเหลวเคลื่อนไหว พร้อมการนำเทคนิค Biomimetic มาออกแบบไฟหน้าให้มีทรงคล้ายหยดน้ำ และไฟท้ายที่ช่วยเสริมความต่อเนื่องของเส้นรอบตัวรถอย่างลงตัว สะท้อนแนวคิดการออกแบบจากธรรมชาติที่ลดความแข็งกระด้างของรถยนต์แบบเดิม ๆ และสร้างความรู้สึกเป็นมิตร กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในเมือง ภายใต้แนวคิดหลัก “Born from Nature, Thriving in the City”

GWM (Thailand) 6

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก สู่ผลงานออกแบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

GWM (Thailand) 6

รายละเอียดการออกแบบยังสะท้อนแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสีตัวถัง “Seine Grey” ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Claude Monet ที่ถ่ายทอดความงามของแสงและธรรมชาติผ่านโทนสีเทา-เงินอย่างมีมิติ หรือ “Aurora Green” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์แสงเหนือ ตอกย้ำแนวคิด Natural Aesthetics ที่ผสานศิลปะและธรรมชาติเข้ากับงานออกแบบรถยนต์อย่างลงตัว เสริมด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Triple Moments of Time” ผ่านการจัดองค์ประกอบของแสง สี และพื้นที่ว่างอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนบรรยากาศแสงธรรมชาติตั้งแต่ยามเช้าจรดเที่ยงคืน เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สงบและผ่อนคลาย เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของชาวเอเชีย พร้อมวัสดุผ้าตาข่าย 3D โฟมบริสุทธิ์ และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การจัดพื้นที่เก็บของอย่างใส่ใจ รวมถึงกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟ LED ขนาดใหญ่ ยังสะท้อนความเข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ในทุกมิติ องค์ประกอบทั้งหมดนี้ไม่เพียงตอกย้ำความพิถีพิถันด้านการออกแบบ แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ORA 5* คว้ารางวัลสูงสุดจาก London Design Awards

*สีและรายละเอียดของรถยนต์แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศ

GWM (Thailand) 7

ความสำเร็จบนเวทีการออกแบบระดับนานาชาติครั้งนี้ ที่ GWM ORA 5 ก้าวขึ้นเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นถึงความโดดเด่นของ ORA 5 ในฐานะรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานความงามจากธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว ไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ยังยกระดับมาตรฐานการออกแบบยนตรกรรมให้ตอบโจทย์ทั้งด้านสุนทรียศาสตร์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพของ GWM ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจชาวไทยได้ร่วมสัมผัสดีไซน์อันโดดเด่นของ GWM ORA 5 อย่างใกล้ชิด และเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

GWM (Thailand) 8

 

 

 

 

“ฮอนด้า ซีวิค” ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

0
ฮอนด้า ซีวิค 2

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบฟูลไฮบริด e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

  • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

 

  • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

  • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

– ฟรี ประกันภัย 1 ปี

– ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

– ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

  • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
  • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
    รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
  • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
    ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ฮอนด้า ซีวิค 4

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์:honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

“เอเอเอสฯ” ยกยนตรกรรมปอร์เช่จัดแสดง ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ พร้อมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งสมรรถนะ

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านกิจกรรม AAS Roadshow at Central Chiangmai ระหว่างวันที่ 16–22 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการยกทัพยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่หลากหลายรุ่นสู่จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมแห่งภาคเหนือ เพื่อถ่ายทอดความเร้าใจในทุกมิติให้แก่ผู้หลงใหลในปอร์เช่ ผ่านกิจกรรมพิเศษ 3 รูปแบบ ได้แก่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

  • AAS Roadshow at Central Chiangmai

เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสตัวตนของยนตรกรรมปอร์เช่ผ่านการจัดแสดงรถหลากหลายรุ่นที่สะท้อนแนวคิด Performance ในแต่ละมิติ ตั้งแต่สปอร์ตคาร์ไอคอน ไปจนถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและสปอร์ตเอสยูวี พร้อมกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive ที่ออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะจริงภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเอเอเอสฯ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

  • Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ปอร์เช่ตามมาตรฐานโรงงาน สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ ที่ทำการนัดหมายล่วงหน้า

  • An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือค่ำคืนแห่งการรวมตัวของผู้หลงใหลยนตรกรรมสมรรถนะสูง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 4

AAS Roadshow at Central Chiangmai

กิจกรรมไฮไลต์ของการมาเยือนเมืองเหนือในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เปิดโอกาสให้ชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้สัมผัสเสน่ห์ของยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 5

ภายในงานยกขบวนปอร์เช่ทั้งสิ้น 5 รุ่น ที่ถ่ายทอดตัวตนของสมรรถนะและดีไซน์ในหลากหลายมิติ นำโดย ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ในสี Cartagena Yellow Metallic ไอคอนแห่งโลกสปอร์ตคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 394 PS เร่งจาก 0–100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.1 วินาที, ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) สี Black เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของปอร์เช่ บนแพลตฟอร์ม PPE ให้กำลังสูงสุด 360 PS วิ่งไกลกว่า 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Taycan 4S) สี Carmine Red สปอร์ตซาลูนไฟฟ้าโมเดล J1.II ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะ แรงบิด และระยะทางการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่สูงสุด 105 kWh, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม (Taycan 4 Cross Turismo) สี Shade Green สปอร์ตไฟฟ้าที่ครอบครัวและยังคงความโฉบเฉี่ยวและ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) สี Carrara White Metallic สปอร์ตเอสยูวีคูเป้พลังไฮบริด V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 519 PS พร้อมมีรถส่งมอบ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 6

พร้อมกันนี้ เอเอเอสฯ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับของปอร์เช่ผ่านกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive กับปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) และ  ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากเอเอเอสฯ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของปอร์เช่ในทุกมิติ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 8

สิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับ Taycan J1 II, Macan H2 และปอร์เช่รุ่นอื่น ๆ โดยผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานทุกรุ่น จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมายจากเอเอเอสฯ และพันธมิตร ดังนี้ หมวก Porsche Thailand, ร่ม AAS-Porsche x Mobil1, กระเป๋า AAS-Porsche x Mobil1, Okawari Sasanishiki Japanese Rice ข้าวญี่ปุ่นพรีเมี่ยมสายพันธุ์ซาซานิชิกิ, ของที่ระลึก พร้อมประกัยภัยเงื่อนไขความคุ้มครองยาง และ แม็กซ์ 100% (ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี) จาก ERGO ประกันภัย, ฟิล์มเซรามิกรุ่น Black Porsche จากแบรนด์ Protektion By Midas* (จำนวนจำกัด)

Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการหลังการขายระดับมาตรฐานโรงงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บี-ควิก สาขา ดอนจั่น จังหวัด เชียงใหม่ สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่สามารถนัดหมายล่วงหน้าเพื่อนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพ

An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ คือค่ำคืนสำหรับผู้หลงใหลยนตรกรรมปอร์เช่ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมของ Porsche Community ผ่านบรรยากาศแบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสรถยนต์หลากหลายรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมการปรากฏตัวของรถแข่ง Porsche 911 GT3 R (992) จากทีม AAS Motorsport by EBM แชมป์ประเทศไทย Thailand Super Series 2025 รุ่น Supercar GT3 ซึ่งสะท้อนรากฐานมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ ค่ำคืนถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานจัดแสดงรถยนต์ ผ่านกิจกรรม Photo Moment และ Live Painting Showcase ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมปอร์เช่ ผสานดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมล้านนา เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมของลูกค้าและผู้หลงใหลในแบรนด์อย่างแท้จริงสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 091-191-1911

เอเอเอสฯ ยังคงมุ่งมั่นในการถ่ายทอดประสบการณ์ปอร์เช่ที่น่าจดจำสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ควบคู่กับการให้บริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัว  เอเอเอสฯ ในภาคเหนือ และสะท้อนถึงความใส่ใจในการให้บริการ

 

 

“Primus Group” เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

0
Primus Group 1

คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

Primus Group 2

ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข (รูป2 ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ (รูป2 ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว (รูป2 ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และ นายธีรภัทร์ เกตุแก้ว (รูป2 ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย  “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

Primus Group 3

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

Primus Group 4

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

Primus Group 8

เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เมโทร กรุ๊ป” คว้าสิทธิ์จัดจำหน่าย “หงษ์ฉี : HONGQI” รถหรูชั้นผู้นำ เดินหน้าปักธงในตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีและพรีเมียม

0
เมโทร กรุ๊ป 1

เมโทร กรุ๊ป ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท China FAW Group Import & Export จำกัด รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่าย “HONGQI” (หงษ์ฉี) รถยนต์ระดับหรูที่เป็น “แบรนด์ประวัติศาสตร์” ของจีนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ เมืองฉางชุน สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในประเทศ การสร้างแบรนด์ การขาย การส่งเสริมการตลาด และบริการหลังการขาย นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์ไทย เมื่อแบรนด์รถยนต์ที่เก่าแก่จนเป็นตำนาน และทรงเกียรติที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

เมโทร กรุ๊ป 2

นายบดินทร์ บุญวิสุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมโทร กรุ๊ป เผยว่า “หงษ์ฉี” (HONGQI) เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและภาพลักษณ์สุดหรู เป็นรถยนต์ระดับผู้นำของประเทศที่ผลิตโดย FAW Group (First Automotive Works) บริษัทรถยนต์บริษัทแรกของประเทศจีนที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลกลางของจีน ซึ่งจะเปิดตัวในตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ โดยมีเมโทร กรุ๊ปเป็นผู้จัดจำหน่าย และมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งเป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ “หงษ์ฉี” เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับหรูที่แข็งแกร่งในประเทศไทย นำเสนอศักยภาพความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะ คุณภาพ และความเชื่อมั่นในความปลอดภัยระดับสากล โดยมีจุดแข็งของเมโทร กรุ๊ปที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจยานยนต์ไทยมากว่า 70 ปี บริหารงานสืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 3  มาช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องกิจกรรมด้านการตลาด การให้บริการที่ครบวงจร การบริการหลังการขาย และความพร้อมของอะไหล่ เพื่อให้แบรนด์ “หงษ์ฉี” แจ้งเกิดในประเทศไทยอย่างสมศักดิ์ศรี

เมโทร กรุ๊ป 3

“หงษ์ฉี” หรือ HONGQI มีความหมายว่า ธงแดง เป็นรถยนต์ที่ถูกใช้เป็นยานพาหนะผู้นำจีน จนกลายเป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของประเทศ รถยนต์ “หงษ์ฉี” ที่จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยจะเป็นรถยนต์ตั้งแต่ระดับอัลตร้าลักชัวรี (Ultra Luxury) จนถึงระดับพรีเมียม (Premium) เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ระดับหรู รวมทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวต่อเนื่องจากกลุ่มแมสไปสู่การตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมอย่างจริงจังมากขึ้น

เมโทร กรุ๊ป 2

“ผมประทับใจในรถยนต์ “หงษ์ฉี” มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  รู้จักในฐานะรถยนต์ประจำตัวของท่านผู้นำจีน ยิ่งได้เข้ามาทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนมากขึ้น ยิ่งรู้สึกว่า “หงษ์ฉี” เป็นรถยนต์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร จึงเข้าไปทำความรู้จักกับ FAW Group จนต่างฝ่ายต่างมั่นใจ และด้วยสัมพันธ์อันดีทางการทูตระหว่างไทยกับจีน ทำให้ “หงษ์ฉี” เลือกเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเป็นประเทศต้นๆ ในกลุ่มพวงมาลัยขวา  และเป็นสื่อกลางที่สะท้อนสัมพันธภาพระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมและเมโทร กรุ๊ปหวังว่าจะได้มีโอกาสนำเสนอรถยนต์ แบรนด์อื่นๆ ของ FAW Group ต่อไปในอนาคต” นายบดินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

เมโทร กรุ๊ป 2

ปัจจุบัน FAW Group ส่งออกรถยนต์ “หงษ์ฉี” ไปยัง 87 ประเทศ และหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากกว่า 120 ราย ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย  เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่จะมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอนาคต

 

 

 

“นิสสัน” จับมือกระทรวง อว. พัฒนาหลักสูตรด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า พร้อมยกระดับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการผ่านเทคโนโลยี e‑POWER

0
นิสสัน 2

นิสสัน ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยี e‑POWER ของนิสสันเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าของ นิสสัน อย่างใกล้ชิด ทั้งสำหรับนักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา

“ยานยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการนี้ครอบคลุมรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ e‑POWER ของนิสสัน โดยความร่วมมือระหว่างนิสสันกับกระทรวง อว. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการนำ e‑POWER ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน มาเป็นแกนหลักของการพัฒนาหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยี e‑POWER เป็นระบบขับเคลื่อนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยล้อรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน การเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม e‑POWER จะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาองค์ประกอบสำคัญของระบบ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบจัดการพลังงาน ผ่านการสาธิตจริงและโมดูลการฝึกอบรมที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อเชื่อมโยงความรู้ด้านทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยี e‑POWER ถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของนิสสัน ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้เราสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิศวกรรมด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ภาคการศึกษาไทยได้อย่างลึกซึ้งและจับต้องได้ ผ่านการส่งมอบเทคโนโลยีจริง สื่อการเรียนรู้ และข้อมูลเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของนิสสัน เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้แก่ทั้งนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา”

ภายใต้ระยะเวลา 2 ปีของความร่วมมือ นิสสันจะทำงานร่วมกับกระทรวง อว. และสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสาธิตทางเทคนิค และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบ e‑POWER โดยมีสถาบันอุดมศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยียานยนต์เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในระยะแรก นอกจากนี้ วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของนิสสันจะลงพื้นที่เพื่อจัดการสาธิตเชิงเทคนิค การเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงาน และเวิร์กช็อป เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่กำลังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ โดยไม่ทดแทนหลักสูตรที่มีอยู่เดิม แต่เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้จากเทคโนโลยีจริง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นโครงสร้างของระบบ ตรวจวิเคราะห์ และเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจริงได้อย่างครบถ้วน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการสนับสนุนชุมชนด้านการศึกษาของประเทศไทย และเสริมสร้างทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่สอดคล้องกับพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต

 

IMC สื่อสากล ผู้จัดงาน “MOTOR EXPO” เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ

0
IMC สื่อสากล 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” พร้อมด้วยผู้บริหาร และคณะ เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tire Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวม และถ่ายทอดความรู้ด้านการทดสอบ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ณ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

IMC สื่อสากล 2

IMC สื่อสากล 3

IMC สื่อสากล 4

IMC สื่อสากล 8

ตรุษจีนนี้ ขับ GWM HAVAL H6 HEV เปิดทรัพย์ รับโชค เสริมสิริมงคล กับ 3 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ Unseen ในกรุงเทพฯ พร้อมปักหมุดร้านอาหารอร่อยกับเมนูมงคลอร่อยเด็ด ห้ามพลาด!

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM (Thailand) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นสิริมงคล ชวนเช็คอินไหว้พระไหว้เจ้าขอพร 3 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนยังไม่รู้จักในกรุงเทพมหานคร และร้านอาหารชื่อดัง พร้อมเมนูมงคลชวนอร่อย อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งบุญ ให้วันเที่ยวของตรุษจีนปีม้านี้เฮง ๆ ทั้งการงาน การเงิน และสุขภาพ กับ GWM HAVAL H6 HEV รถยนต์เอสยูวีไฮบริดที่ตอบโจทย์สายมูวัยทำงานและครอบครัว ให้ขับคล่องขับสบายในเมือง ขับง่ายด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ จอดสะดวก พร้อมประหยัดพลังงาน มั่นใจตลอดทั้งเส้นทางกว่า 40 กิโลเมตร

GWM 2

เส้นทางแห่งความโชคดีเริ่มต้นที่ วัดโฝวกวงซัน (คู้บอน) วัดพุทธมหายานจากไต้หวัน สาขาของวัดโฝวกวงซัน
เมืองเกาสง ก่อตั้งโดยพระอาจารย์ซิงหวิน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการขอพรด้านความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงาน ธุรกิจ และสุขภาพ โดยไม่ยึดติดพิธีกรรมซับซ้อน สะท้อนแนวคิดแห่งความเรียบง่ายและสมดุลในการใช้ชีวิต ภายในวัดมี จุดที่แนะนำ สำหรับการสักการะขอพรเจ้าแม่กวนอิม โดยสามารถเริ่มจากการ จุดเทียนไฟฟ้า จากนั้นเดินวนรอบองค์เจ้าแม่กวนอิมทั้ง 4 ปาง 3 รอบตามเข็มนาฬิกา (วนซ้าย) เมื่อครบแล้วให้นำเทียนไปวางหน้าปางที่ต้องการอธิษฐาน พร้อมตั้งจิตขอพรอย่างชัดเจน ถือเป็นอันเสร็จพิธี รับความมงคลอย่างเต็มอิ่มพร้อมออกเดินทาง

GWM 3

จากนั้นเดินทางต่อสู่ ศาลเจ้ากวนอู ย่านคลองสานที่กำลังเป็นกระแสด้วยการขับเคลื่อนของร้านเก๋ ร้านดัง ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านจำหน่ายของที่ระลึกมากมาย โดยศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และได้รับการยอมรับว่าเป็นศาลเจ้ากวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย กว่า 290 ปี เทพกวนอู หรือ “อากง” ของชุมชน เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความสำเร็จด้านการค้า ผู้ศรัทธานิยมไหว้ขอพรด้านการงาน การค้าขาย เงินทอง และความก้าวหน้าในชีวิต สำหรับการสักการะตามแนวปฏิบัติที่ใช้ ธูป 11 ดอก และเทียน 1 คู่ โดยเริ่มกราบไหว้ เทวดาฟ้าดิน ด้วยธูป 5 ดอก จากนั้นไหว้องค์เทพกวนอู ด้วยธูป 3 ดอก และไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิม ด้วยธูปอีก 3 ดอก ก่อนปิดท้ายด้วยพิธี จับเท้าขอพรเทพกวนอู ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งด้านการงาน การเงิน การเรียน รวมถึงเรื่องการซื้อขายที่ดิน ทั้งนี้ เส้นทางเข้าสู่ศาลเจ้าต้องลัดเลาะผ่านชุมชนวัดอนงค์ ใกล้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของชุมชนดั้งเดิมที่อบอวลด้วยความศรัทธา และเติมความอิ่มใจให้กับทริปตรุษจีนตลอดการเดินทาง

GWM 4

พร้อมเติมเต็มทริปตรุษจีนให้ครบทั้งสายศรัทธาและไลฟ์สไตล์ ด้วยการแวะลิ้มลองอาหารมงคลจากร้านอาหารท้องถิ่น ระหว่างเส้นทาง โดยหนึ่งในจุดแนะนำคือ ร้าน HAGOW YAOWARAT ร้านอาหารจีนบรรยากาศดีที่นำเสนอเมนูมงคลประจำเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็นเมนูติ่มซำ เส้น หรือเมนูความหมายดีที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ และการมีอายุยืนยาว สะท้อนการเริ่มต้นปีใหม่จีนอย่างเป็นสิริมงคล

GWM 5

ปิดท้ายทริปเสริมสิริมงคลที่ ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง ศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวจีนแต้จิ๋วที่มีอายุกว่า 200 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนดั้งเดิม โดย “ปุนเถ้ากง” หมายถึงเทพเจ้าผู้คุ้มครองชุมชน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนแต้จิ๋วแบบ “ซิเหยียนกิม” ที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงาม สะท้อนความต่อเนื่องของความเชื่อและความเจริญรุ่งเรืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน การสักการะตามแนวปฏิบัติที่แนะนำ เริ่มจากการไหว้ ทีกง (ปู่ฟ้า) ก่อนเข้าสู่ห้องโถงเพื่อไหว้เทพเจ้าที่แท่นบูชา 3 แท่น ได้แก่ ตั่วเหล่าเอี้ยกง ตั่วปึงเถ้ากง และจูอุ่ยฮกซิ้ง โดยศาลเจ้าตั้งอยู่บนถนนทรงวาด ย่านเยาวราช รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่และชุมชนดั้งเดิม สะท้อนเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาและวิถีชีวิตไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

GWM 8

สมรรถนะไฮบริดที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองอย่างแท้จริง

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่การจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ GWM HAVAL H6 HEV โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการขับขี่แบบไฮบริดที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมันอย่างชัดเจน เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร มอบการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเร่งแซง พร้อมโหมดขับขี่ 4 รูปแบบ ช่วยให้สายมูเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพถนนในเมืองได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญ GWM HAVAL H6 HEV ยังขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพของการใช้พลังงานในทุกสภาพการจราจร แม้ในเมืองที่รถติดหนักช่วงเทศกาล นอกจากสมรรถนะและความประหยัดแล้ว ยังเสริมความนุ่มนวลด้วยช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างลงตัวสำหรับสภาพถนนในเมืองไทยและลักษณะการขับขี่ของคนไทย พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะรอบคัน อาทิ ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ระบบแผนที่นำทาง Petal Map ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Adaptive Cruise Control, Traffic Jam Assist กล้อง 360 องศา ระบบเบรกอัตโนมัติ และอื่น ๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ด้วยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่สายมูในทุกการเดินทาง

GWM 7

GWM HAVAL H6 HEV รุ่น Pro มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ด้วยราคาเพียง 999,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษใน 3 ทางเลือก จะเลือกส่วนลดเงินสด 100,000 บาท หรือส่วนลด 40,000 บาทและการช่วยผ่อนชำระเดือนละ 5,000 บาท นาน 12 เดือน หรือเลือกส่วนลด 65,000 บาทพร้อมแพ็กเกจค่าบำรุงรักษาตามระยะทางนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และอื่น ๆ มากมาย อาทิ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม, ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี, การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฟรี ระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถยนต์ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

 

 

 

ขั้นสุดความสปอร์ต ดีลแรงเกินพิกัด! กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* อย่ารอช้า ! จองและรับรถตั้งแต่ 3 ก.พ. – 6 เม.ย. 69 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

0
Civic Type R 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” จัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเกินต้าน พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

  • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
  • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**

คุ้มสุด ! เท่าที่เคยมีมา โอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02 341 7777

อ่านรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/promotion-civictyper-feb2026

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เงื่อนไขและข้อยกเว้นการให้บริการและการรับประกัน เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**บัตรเติมน้ำมัน สําหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศและไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ / เงื่อนไขการใช้บัตรเติมน้ำมันเป็นไปตามที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กำหนด / บริษัทฯ จะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันภายใน 60 (หกสิบ) วัน หลังเดือนที่รับรถยนต์ ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์

 

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ “ปอร์เช่ คาเยนน์” ที่โชว์รูมปอร์เช่ในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2026

0
ปอร์เช่ คาเยนน์ 1

เมื่อปอร์เช่ได้เปิดตัวคาเยนน์ในปี 2002 ซึ่งเป็นการท้าทายกรอบแนวคิดเดิมของอุตสาหกรรมรถยนต์ รถยนต์เอสยูวี 4 ประตูจากผู้ผลิตที่มีภาพจำจากรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 อาจจะดูเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับหลายคน อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ไม่ได้ตอบข้อสงสัยเหล่านั้นด้วยคำพูด แต่ได้พิสูจน์ผ่านการออกแบบ วิศวกรรม และสมรรถนะที่สะท้อนตัวตนของปอร์เช่ คาเยนน์ เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ปอร์เช่ได้นำตำนานของรถสปอร์ตเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยตลอดเวลากว่า 20 ปีได้มีการพัฒนาต่อเนื่องผ่านหลายเจเนอเรชัน และได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในระดับโลก ซึ่งสำหรับประเทศไทย เส้นทางความสำเร็จนี้ได้ก้าวสู่บทใหม่ผ่านคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค เปิดโอกาสให้แฟนปอร์เช่ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ปอร์เช่ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ปอร์เช่ คาเยนน์ 2
ความสำเร็จดังกล่าวได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity. ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีการจัดแสดงคาเยนน์เป็นไฮไลต์ร่วมกับมาคันน์ (Macan) และไทคานน์ (Taycan) เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียม และข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน

ความกล้าที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ด้วยเอสยูวีที่สะท้อน DNA ของปอร์เช่ ท่ามกลางหลายปัจจัยด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 1986 ปอร์เช่ ได้เผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ จึงทำให้เกิดโครงการโคโลราโด (Colorado) ร่วมกับโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์สมรรถนะการขับขี่แบบไดนามิก รองรับทุกสภาพเส้นทาง และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดรถยนต์ 5 ที่นั่งสำหรับครอบครัวที่ยังคงดีเอ็นเอของปอร์เช่

ปอร์เช่ คาเยนน์ 3

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเริ่มต้นของคาเยนน์ พร้อมความตั้งใจในการสร้างความแตกต่างให้กับรถยนต์เอสยูวีรุ่นนี้ โดยเมื่อเปิดตัวในปี 2002 คาเยนน์ได้รับกระแสตอบรับที่หลากหลาย แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ปอร์เช่บางกลุ่ม รถยนต์ 4 ประตูรุ่นนี้อาจจะดูขัดแย้งกับภาพจำของรถยนต์สปอร์ตอย่างปอร์เช่ 911

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะโต้แย้งด้วยคำพูด ปอร์เช่ได้เลือกพิสูจน์แนวคิดนี้ผ่านวิศวกรรม สมรรถนะ และด้วยประสิทธิภาพที่หลากหลาย คาเยนน์จึงสามารถผสานบทบาทของรถที่ใช้เดินทางสำหรับครอบครัว รถลุยเส้นทางออฟโรด และรถสปอร์ตสมรรถนะสูงไว้ในคันเดียว จึงทำให้คาเยนน์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์เอสยูวีสมรรถนะสูงในตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี

ปอร์เช่ คาเยนน์ 4

ความสำเร็จของคาเยนน์สะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่ชัดเจน คาเยนน์สามารถสร้างยอดขายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ในช่วงแรก และกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดส่งมอบให้กับปอร์เช่ทั่วโลก โดยในปี 2024 คาเยนน์ได้มียอดการผลิตสะสมมากกว่า 1.5 ล้านคัน รวมไปถึงสมรรถนะที่ได้ผ่านการทดสอบในสนามแข่งระดับสูงยิ่งตอกย้ำความเป็นปอร์เช่ที่พร้อมขยายความนิยมสู่การใช้ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

คาเยนน์ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญของปอร์เช่ที่พิสูจน์ได้ว่าสมรรถนะ ความหรูหรา และการใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
บทบาทของคาเยนน์ในประเทศไทยที่ขยายเส้นทางความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ปอร์เช่ คาเยนน์ 7

ในประเทศไทย คาเยนน์ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ผ่าน คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค ที่ได้พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ ก้าวเชิงกลยุทธ์นี้ได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของปอร์เช่ในประเทศไทย พร้อมคงมาตรฐานคุณภาพระดับโลกและการควบคุมดูแลด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับของปอร์เช่ ลูกค้าจึงยังคงได้รับสมรรถนะ การประกอบ และความประณีตในระดับเดียวกับปอร์เช่ทั่วโลก ซึ่งยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์ของปอร์เช่ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ปี 2025 ปอร์เช่ ประเทศไทยยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด โดยรถยนต์กลุ่มนี้คิดเป็น 89% ของยอดขายรวมในประเทศไทย ซึ่งคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้
รุ่นประกอบในภูมิภาค ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จดังกล่าวและได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปี 2026 ได้รับการปรับอุปกรณ์มาตรฐานให้ครบครันมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย

ปอร์เช่ คาเยนน์ 9

การขยายความพร้อมในประเทศไทยช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในหลายมิติ ช่วยให้กลุ่มลูกค้าในประเทศไทยสัมผัสคาเยนน์ได้มากยิ่งขึ้น และสะท้อนความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และมีความเชื่อมโยงกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ร่วมเดินหน้าสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน

จิตวิญญาณแห่งความก้าวหน้าและความผูกพันได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ เป็นไฮไลต์สำคัญ พร้อมจัดแสดงร่วมกับมาคันน์ ไทคานน์ และรุ่นอื่น ๆ ภายใต้บรรยากาศที่สะท้อนนิมิตหมายในการเริ่มต้นใหม่และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสคาเยนน์และยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมทดลองขับที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนสมดุลระหว่างสมรรถนะและความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริงและยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจในบรรยากาศสุดพรีเมียมในแบบฉบับของปอร์เช่ รวมทั้งพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการ

สัมผัสกิจกรรม Drive your love. Drive your Prosperity. ได้ที่ตัวแทนจำแหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกแห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok, Porsche Centre Pattanakarn, Porsche Centre Bangna, Porsche Centre Pattaya, Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere และ Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2