Home Blog Page 273

นับถอยหลังลุ้นคาร์ออฟเดอร์เยียร์ คัด 12 รถยนต์ 24 มอเตอร์ไซค์เข้ารอบชิง

0

รางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2022 ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เดินหน้าคัดเลือกรถยนต์ 12 รุ่น และรถจักรยายนต์ 24 รุ่น ผ่านเกณฑ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือก นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมฯ ฝากถึงสมาชิกใช้สิทธิพิจารณาตัดสินรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ส่งเข้าสนามทดสอบเพื่อตัดสินในรอบชิง 3 พ.ย.นี้

ที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 พิจารณการจัดงานมอบรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2022 หรือ Thailand Car & Motorcycle Of The Year 2022 โดยมอบหมายให้นายสุรมิส เจริญงาม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดงานฯ จัดทำรายชื่อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่เปิดตัวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และผ่านเกณฑ์การพิจารณาของเงื่อนไข ส่งให้สมาชิกกว่า 300 คน โหวตคัดเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมเข้าสู่การทดสอบภาคสนาม ในการตัดสินรอบสุดท้าย และจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวในวันที่ 24 พฤศจิกายนศกนี้

นายสุรมิส เจริญงาม อุปนายกสมาคมผู้สื่อช่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2022 เปิดเผยว่า มีรถยนต์ที่เปิดตัวและจำหน่ายในประเทศมากกว่า 40 รุ่น และรถจักรยานยนต์กว่า 100 รุ่นในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นไมเนอร์เชนจ์ และการคัดเลือกรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2022 ของสมาคมฯ ต้องคัดเลือกตามข้อกำหนดที่ตั้งขึ้น ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ใช้คัดเลือกและตัดสินมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของยุโรป และญี่ปุ่น

ขณะนี้คณะอุนกรรมการ ได้เลือกรถยนต์จำนวน 12 รุ่น และรถจักรยานยนต์ 24 รุ่น เพื่อส่งให้สมาชิกสมาคม ได้ใช้สิทธิในการพิจารณาเลือกจำนวนครึ่งหนึ่ง จากทั้งหมดเข้าสู่รอบการทดสอบ และให้คะแนนภาคสนามในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 หลังจากนั้นคะแนนที่ได้รับจากการทดสอบนี้จะถูกนำเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

หลังจากนี้คะแนนทั้งหมดจะถูกนำมารวบรวม และประกาศ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้คะแนนสูงสุด เป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2022 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งการจัดงานมอบรางวัลจะแจ้งเวลาและสถานที่ในเร็วๆ นี้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผนึกพลัง ดีป้า ยกระดับทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้นักศึกษา สร้างกำลังบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าผลักดันศักยภาพและการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ลงนามบันทึกข้อตกลงในการส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาภายใต้เครือข่ายของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมทั้งมอบรถยนต์ไฟฟ้า ORA จำนวน 1 คันสำหรับนำไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของประเทศให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต สานต่อภารกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ซึ่งพร้อมดูแลและเติบโตเคียงข้างสังคมควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือได้รับเกียรติจาก นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นผู้ลงนาม ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบสองปีหลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราได้เห็นความสามารถของเยาวชนที่ควรค่าแก่การส่งเสริม เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับทักษะและสนับสนุนการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาซึ่งอยู่ภายใต้การกำดับดูแลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้รวมถึงรถยนต์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงคณะครูอาจารย์ ได้เก็บเกี่ยวองค์ความรู้เชิงลึกด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาเพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกตลอดจนสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยกระดับความแข็งแกร่งของวงการยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีระดับโลกในท้ายที่สุด”

ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาในเครือข่ายของดีป้า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค)  ที่กำลังจะเปิดศูนย์การเรียน SIAMTECH Electric Vehicle Learning Center (EV-LC) ซึ่งถือเป็นอีกแหล่งสำคัญในการผลิตกำลังคนดิจิทัลของประเทศ ได้สามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะสำคัญด้านยานยนต์ไฟฟ้า ก่อนก้าวสู่การเป็นบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในตลาดแรงงานของประเทศ อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างศูนย์การเรียนรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าของวิทยาลัยอาชีวศึกษา และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านกิจกรรมการอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเหตุผลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต”

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมและความร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานและสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสและสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับนักศึกษา การสนับสนุนการแข่งขันแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก Thammasat Undergraduate Business School (TUBC) ซึ่งเป็นเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากนานาประเทศได้ประชันความรู้ความสามารถและทักษะการคิดวิเคราะห์ และความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อศึกษา ออกแบบ ตลอดจนสร้างอุปกรณ์ชุดฝึกยานยนต์สมัยใหม่จากรถยนต์จริง โดยโครงการดังกล่าวยังครอบคลุมสถานศึกษาในโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์อีกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาอีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการจ้างงานและการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรไทยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ พัฒนาทักษะทางอาชีพ และเสริมสร้างประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมจริงให้กับเยาวชน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านกำลังคนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“อีซูซุ” มอบส่วนลด 30% บริการหลังการขาย ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

0

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือลูกค้าอีซูซุที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อีซูซุจึงขอมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% (ยกเว้น อุปกรณ์ประดับยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์ และยางรถยนต์) พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี ให้กับรถอีซูซุที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2565 – 30 ธันวาคม 2565 ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ”

ลูกค้าอีซูซุสามารถนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ 0-2118-0777 ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

เอเอเอสฯ จัดทริปไลฟ์สไตล์ไดรฟ์สุดพิเศษ พาลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบรักษ์โลกสู่ชลบุรี

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญสมาชิก Bentley Owners Club Thailand และ แขกผู้มีเกียรติร่วมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ไดรฟ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในแบบรักษ์โลกกับอัครยนตรกรรม New Bentayga Hybrid สู่ จังหวัดชลบุรี พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ ณ ห้องอาหารสไตล์ยุโรป Castello Di Bellagio และ สัมผัสแนวทางด้านความยั่งยืนของ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กับ การพัฒนาระบบนิเวศในท้องถิ่นด้วยการเลี้ยงผึ้งสายพันธุ์ต่างๆ ณ บิ๊กบีฟาร์ม ฟาร์มผึ้งที่ใหญ่ที่สุดในพัทยา

 

เริ่มต้นทริปไลฟ์สไตล์ไดรฟ์สุดพิเศษด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ แบงค็อก อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ยลโฉมอัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดานแบบไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง New Flying Spur Hybrid และ Bentayga Hybrid อัครยนตรกรรมเอสยูวีแบบไฮบริด ก่อนออกเดินทาง พร้อมสัมผัสสมรรถนะของ Bentayga Hybrid ที่เต็มเปี่ยมจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 40 กิโลเมตร ในโหมด EV Drive และ มอบพละกำลังกว่า 443 แรงม้าจากขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 อันทรงสมรรถนะ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบสัมผัสแห่งความนิ่มนวลและประสิทธิภาพในการขับขี่ มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารสไตล์ยุโรป Castello Di Bellagio (แคสเทลโล ดิ เบลลาจิโอ้) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี ร้านอาหารสไตล์ยุโรป ล้อมรอบด้วยทิวเขาในแบบ 360 องศา สัมผัสบรรยากาศการรับประทานสุดโรแมนติกด้วยการตกแต่งแบบปราสาทในทวีปยุโรป และ บรรยากาศภายในห้องอาหารที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเอกลักษณ์ความเป็นเบนท์ลีย์ พร้อมลิ้มรสอาหารรสเลิศที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วยเชฟมากฝีมือ 

ส่งท้ายกิจกรรมไลฟ์สไตล์ไดรฟ์สุดสัปดาห์ด้วยการเยี่ยมชม บิ๊กบีฟาร์ม (Big Bee Farm) ฟาร์มผึ้งที่ใหญ่ที่สุดในพัทยา โดยลูกค้าได้เรียนรู้การดำรงชีวิตของผึ้งสายพันธุ์ต่างๆ และ สัมผัสกับวิธีการเลี้ยงผึ้งแบบต่างๆที่มีในเมืองไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมลิ้มรสผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากน้ำผึ้งแท้

 

บิ๊กบีฟาร์ม (Big Bee Farm) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงผึ้ง พร้อมวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งของประเทศไทยให้นำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ผึ้งที่ได้รับมาตรฐานระดับสากลเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในจังหวัด โดยสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ที่ส่งเสริมด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นด้วยการเลี้ยงผึ้ง จำนวนกว่า 300,000 ตัว อาศัยอยู่ในรังผึ้งจำนวน 5 รังที่ในพื้นที่ของโรงงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกดอกไม้ป่ากว่า 1,000 ดอก โดยรังผึ้งแต่ละรังสามารถผลิตน้ำผึ้งได้กว่า 15 กิโลกรัม หรือ ประมาณ 200 ขวด ต่อ ปี เพื่อช่วยส่งเสริมระบบนิเวศและพัฒนาอุตสากหรรมในท้องถิ่น

 

เอเอเอสฯ มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครอง Flying Spur Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 14.4 ล้านบาท และ Bentayga Hybrid Stock อัครยนตรกรรมพร้อมส่งมอบ ราคาเริ่มต้นที่ 13.4 ล้านบาท พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า เอเอเอสฯ รับสิทธิ์ต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี

NETA ร่วมการประชุมระดับอาเซียนของกรมสรรพสามิตมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

0

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วมการประชุมระดับอาเซียนของกรมสรรพสามิต “The ASEAN Director-General Meeting on Digital Technologies to Enhance Excise Tax Administration and Moving Forward to Carbon Neutrality” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิต การยกระดับและส่งเสริมการลดปริมาณคาร์บอนเพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยกรมสรรพสามิตของประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมและมีอธิบดีและรองอธิบดีที่กำกับดูแลหน่วยงานด้านสรรพสามิตจากประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

มร. เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “มาตรการส่งเสริมของภาครัฐเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดมาตรการสนับสนุนดังกล่าว การเข้าร่วมการประชุมระดับอาเซียนของกรมสรรพสามิตในครั้งนี้จะทำให้ NETA ได้รับทราบแนวทางและวิสัยทัศน์การดำเนินงานของกรมสรรพสามิตของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อนำมากำหนดแผนการดำเนินงานของ NETA ให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในแต่ละประเทศ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน”

NETA เริ่มทำตลาดในอาเซียนอย่างเป็นทางการด้วยการแนะนำ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์ City car ในประเทศไทยเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและเปิดตัว NETA U รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ SUV ในประเทศลาวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในประเทศ และมีแผนแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

(นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เกียรติชมและสัมผัสนวัตกรรมของ NETA U)

โดยภายในงาน NETA ได้นำทั้ง NETA V และ NETA  U ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับทำตลาดในประเทศกลุ่มอาเซียนมาร่วมจัดแสดงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจาก NETA อย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากตัวแทนของประเทศต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NETA U โดยคาดหวังให้ NETA แนะนำรุ่นดังกล่าวสู่ตลาดอาเซียนเพื่อเพิ่มความหลากหลายของยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าว

“เราพร้อมสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนในการสร้างการเติบโตให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลกได้รับประโยชน์สูงสุดจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ” มร.เป่า จ่วงเฟย กล่าว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัว All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV อย่างเป็นทางการ ในราคา 1.699 ล้านบาท

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัว All New HAVAL H6  Plug-in Hybrid SUV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ชูแนวคิด “Future Transformed” ที่ผสานดีไซน์ ขุมพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคตไว้ในหนึ่งเดียว สะท้อนมิติใหม่ที่เหนือชั้นของรถยนต์ Plug-in Hybrid โดยประกาศราคาจำหน่ายที่ 1,699,000 บาท ยกกำลังความร้อนแรงกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สุดพิเศษที่มาพร้อมกับสิทธิ์ประโยชน์เร้าใจมากมายสำหรับแฟนพันธุ์แท้รวมมูลค่ากว่า 167,000 บาท สำหรับผู้ที่จองรถตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 20:00 น. จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2565 ถึง 7 พฤศจิกายน 2565 (เฟสแรก) ก่อนจะเริ่มทยอยส่งมอบรถล็อตแรกในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ตอกย้ำความสำเร็จต่อเนื่องของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ที่มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบริการที่ดีเยี่ยมโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และพร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ULTRA DEAL ในระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น. และชำระเงินมัดจำจำนวน 10,000 บาท ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ (ภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2565 เวลา 19.59 น.) จำนวน 300 ท่านแรก จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มูลค่า 50,000 บาท โดยบริษัทฯ จะยึดเวลาที่ทำการจ่ายเงินมัดจำสำเร็จเป็นหลักในการมอบสิทธิ์พิเศษนี้ให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าลูกค้าท่านใดทำการสละสิทธิ์หรือถอนการจองภายหลัง จะไม่สามารถกลับมารับสิทธิ์ได้ใหม่ และทางบริษัทฯ จะไม่มีการเพิ่มรายชื่อลูกค้าท่านอื่นในลำดับถัดไปเข้ามาทดแทน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นรถยนต์รุ่นที่ 5 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เลือกนำมาเปิดตัวในประเทศไทย และยังเป็นรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กที่มาแรงอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ HAVAL ซึ่งเคยสร้างกระแสมาแล้วจากการเผยโฉมครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และเป็นที่จับตามองของแฟนพันธุ์แท้และกูรูวงการรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอด ล่าสุดมียอดจองสิทธิ์จากแคมเปญ ULTRA DEAL มากกว่า 7,000 สิทธิ์แล้ว สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแลดล้อม เราจึงมั่นใจว่า All New HAVAL H6  Plug-in Hybrid SUV ซึ่งมาพร้อมความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่เป็น Best-in-class และ First-in-class และระยะทางการวิ่งในโหมดอีวีสูงถึง 201 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) นี้ ไม่เพียงจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังมอบความสนุกสนานตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย และเป็นส่วนสำคัญต่อการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทย รวมถึงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ พันธกิจของเราจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการระดับคุณภาพให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทยเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการวางสถานะเชิงกลยุทธ์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลอดระยะเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปแล้วรวมทั้งสิ้น 5 รุ่น ตามลำดับ ได้แก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV, ORA Good Cat, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat GT และล่าสุดกับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV โดยปัจจุบันรถยนต์ของเราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยแล้วรวมกว่า 11,796 ครอบครัว (ตัวเลข ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงยังเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น ผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพหลากหลายรุ่น การขยายเครือข่าย GWM Store และจุดบริการชาร์จประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ รวมไปถึงการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”​ นายณรงค์ กล่าวเสริม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศราคารถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายใต้นโยบาย “ONE PRICE” ซึ่งจะเป็นราคาเดียวกันในทุกช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ อยู่ที่ 1,699,000 บาท โดยลูกค้าจากแคมเปญ ULTRA DEAL ในระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น.สามารถชำระเงินจองเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งจองหลังจากช่วงประกาศราคาอย่างเป็นทางการ คือตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม เวลา 20.00 น.จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิพิเศษกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อในช่วงเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็น

  1. ดอกเบี้ยพิเศษ 89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%
  2. ฟรี ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท
  3. ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
  4. ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
  5. ฟรี แพ็คเกจค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) สูงสุด 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมมูลค่า 37,000 บาท
  6. ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท
  7. ฟรี สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับ (Pickup Service) หรือบริการส่งรถยนต์ (Delivery Service) เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง หรือบริการบำรุงรักษาตามระยะทางนอกสถานที่ (GWM mobile service) จำนวน 2 ครั้ง รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท
  8. ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรมปูพื้น GWM มูลค่ารวม 2,050 บาท
  9. ฟรี คะแนน GWM Point เพื่อใช้แลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน GWM Application จำนวน 15,000 คะแนน

รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL กว่า 167,000 บาท

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี Plug-in Hybrid เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร

ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สำหรับรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ  Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand และสามารถติดต่อขอลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ (ในเฟสแรก) ตามสาขาที่ท่านได้ทำการจองรถไว้ โดยเขตกรุงเทพและปริมณฑล สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 8 -16 ตุลาคม 2565 และต่างจังหวัดตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2565 ถึง 7 พฤศจิกายน 2565

สมรรถนะทรงพลังเพื่อการขับขี่ที่สั่งได้ดั่งใจ

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เหนือชั้นด้วยขุมพลังและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สะท้อนมิติใหม่ของรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ผนวกกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary ความจุ 34 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งให้ระยะทางสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซ็กเมนต์เดียวกัน ทั้งยังชาร์จง่าย ใช้งานสะดวก ด้วยหัวชาร์จไฟฟ้าแบบ CCS Type 2 Combo รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง DC (0% – 80%) โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที และการชาร์จด้วยไฟบ้าน AC (0% – 100%) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่มากถึง 8 แบบ จาก 2 ระบบ ได้แก่ ระบบการขับขี่แบบไฮบริด (โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และโหมดสภาพถนนลื่น) และระบบการขับขี่แบบไฟฟ้า (โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และโหมดสภาพถนนลื่น)

นิยามใหม่ของความเรียบหรู สะกดทุกสายตาทั้งภายในและภายนอก

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV สะท้อนแนวคิดการออกแบบแห่งอนาคต มาพร้อมสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเทา สีน้ำเงิน และสีแดง สะกดทุกสายตาด้วยมิติตัวรถขนาดกว้างขวาง ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Star Matrix ล้ำสมัย ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp โดดเด่นสะดุดตา ให้ความสว่างแบบ Ultra-High Flow มอบความปลอดภัยในทุกเส้นทาง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค 360 องศา เข้าทรงกับสปอยเลอร์ท้ายและเสาอากาศแบบ shark fin พร้อมระบบประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าและระบบแฮนด์ฟรี เสริมด้วยไฟท้าย LED Taillight Strip เป็นแนวยาว และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ขณะที่การออกแบบภายในชูแนวคิด Minimalist ที่เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยคอนโซลหน้าทูโทนสีดำ-เทาสไตล์ Futuristic และครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมายในระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจออัจฉริยะ 3 จอเพื่อการเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศ เบาะนั่งโดยสารด้านหลังพร้อมที่เท้าแขนกลาง แท่นชาร์จไร้สาย กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start

จัดเต็มฟังก์ชันอัจฉริยะ มอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันอัจฉริยะมากมายเพื่อช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายในการเดินทาง อาทิ ระบบการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) ระบบการสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ ที่ช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การเชื่อมต่อและควบคุมควบคุมผ่าน GWM Application ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะประตูห้องโดยสาร ระบบตรวจสอบสถานะประตูท้าย ระบบตรวจสอบสถานะระบบปรับอากาศและฟอกอากาศ ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์ ระบบตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบตรวจสอบสถานะระดับแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานการณ์ชาร์จแบตเตอรี่ ระบบการจัดการชาร์จ เป็นต้น

มั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยแห่งอนาคต

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เพิ่มดีกรีความปลอดภัย สร้างความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย อาทิ  ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (IIP) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) และระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 (SCM) เป็นต้น

คาร์ ฮีโร่ ปรับทัพใหม่ ดึงมือดีวงการรถยนต์ เขย่าตลาดรถมือสองแบบไม่ยั้ง เปิดเพิ่มสาขา ถนนกาญจนาภิเษก

0

อีกก้าวสำคัญเพิ่มความกระหึ่มให้วงการรถมือสอง หลังจากการเปิดตัว “บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด” ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง แบรนด์สัญชาติไทยเพื่อคนไทย ลุยตลาดรถยนต์มือสองแบบเต็มเหนี่ยว คาร์ ฮีโร่ มาแรงได้อีกปรับทัพใหม่ ดึงมือดี “เผดิมพร สืบแสง” พร้อมปล่อยหมัดเด็ดเขย่าวงการรถมือสองรัวๆ ตอกย้ำความเป็นฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง ที่เป้าหมายใหญ่แค่ไหนก็จะไปให้ถึง โดยนอกจากเปิดเพิ่มสาขากาญจนาภิเษกแล้ว ล่าสุดยังลุยจับมือพันธมิตร อีกทั้งอัดโปรโมชั่นที่อาจเรียกว่าโปรหยุดโลก สานฝันคนอยากมีรถยนต์ขับ ตลอดเดือนตุลาคม ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนคนละครึ่งนาน 6 เดือน

นายเผดิมพร สืบแสง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์ ฮีโร่ ผู้คร่ำหวอดและมีประสบการณ์ในวงการรถยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี เข้ามารับหน้าที่นำทัพ คาร์ ฮีโร่ ลุยตลาดรถยนต์มือสอง อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนตุลาคม ประกาศกลยุทธ์เชิงรุก สู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม โดยนอกจากเร่งเปิดเพิ่มสาขาน้องใหม่บนถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งมีรถมือสองให้ลูกค้าเลือกทุกเซกเมนต์มากกว่า 50 คัน เพื่อรองรับลูกค้าย่านฝั่งธนบุรีแล้ว คาร์ ฮีโร่ ยังได้จับมือกับพันธมิตรเพิ่ม เพื่อให้ความสะดวกกับลูกค้าที่ออกรถกับ คาร์ ฮีโร่ โดยล่าสุดจับมือ สมหวังเงินสั่งได้ รับจำนำเล่มทะเบียน ในด้านโปรโมชั่นสำหรับเดือนตุลาคม จัดให้ลูกค้าแบบไม่ยั้ง เพื่อสานฝันคนอยากมีรถยนต์ขับไปทำงาน หรือซื้อรถเพิ่มให้ครอบครัว โดยตลอดเดือนตุลาคม ลูกค้าที่ซื้อรถยุโรปสามารถเลือกรับโปรดีดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน ส่วนรถยนต์อื่นๆ ก็ไม่แพ้กัน คาร์ ฮีโร่ อัดโปรคนละครึ่งให้เลยโดย คาร์ ฮีโร่ ช่วยผ่อน 50% นาน 6 เดือน!

บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง แบรนด์สัญชาติไทยเพื่อคนไทย มีการบริหารจัดการสรรหารถยนต์มือสองคุณภาพดี เช็คประวัติได้ทุกคัน มาให้ลูกค้าได้เลือกเป็นจ้าของครบทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในเดือนตุลาคมมีไฮไลท์เด็ดห้ามพลาด จัดมาเอาใจลูกค้าที่อยากได้รถคอมแพค โตโยต้า ยาริส ที่มีคุณภาพเหมือนใหม่ในราคาไม่ถึงสามแสนบาท คุณภาพดีทั้งภายในภายนอกให้เลือกมากมายที่ คาร์ ฮีโร่ ทุกสาขา เรียกว่า มาก่อน เลือกก่อน ได้ขับก่อน สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์นั่งขนาดกลางที่มีคุณภาพดี อย่าง โตโยต้า อัลติส คาร์ ฮีโร่ ก็นำมาให้เลือกในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 350,000 บาท ส่วนลูกค้าที่อยากได้รถกระบะโตโยต้า คาร์ ฮีโร่ ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง ก็คัดสรรมาให้เลือกเป็นพิเศษ โดยลูกค้าสามารถออกรถได้ทันที ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 250,000 บาทเท่านั้น

บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง ยังคงเดินหน้า กลยุทธ์ 3 จ. คือ จริงใจ รู้จริง และเข้าใจ โดยมุ่งทลายทุกข้อจำกัดของการเป็นเจ้าของรถมือสองในทุกรูปแบบ “มั่นใจว่าความก้าวหน้าทางธุรกิจล่าสุด ที่ คาร์ ฮีโร่ มีการจับมือพันธมิตรใหม่ สมหวังเงินสั่งได้ รับจำนำเล่มทะเบียน ต่อยอดธุรกิจครบจบในทีเดียวจะทำให้ลูกค้าที่ออกรถกับเราได้รับความสะดวกสบาย ไร้กังวลทุกเรื่อง และเพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงรถมือสองคุณภาพดีๆ ได้มากขึ้น บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด ซึ่งเน้นกลยุทธ์ออนไลน์ในการสื่อสาร โดยให้ความสะดวกสบายด้วยข้อมูลรถกว่า 500 คัน ยังมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้ดูง่าย พร้อมบอกราคาแต่ละคันแต่ละรุ่น    ให้ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ ลูกค้าสามารถเลือกดูได้จาก Facebook: Car Hero ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง / IG: Carheroth / Line official: @carheroth และ www.carhero.co.th

คาร์ ฮีโร่ ตั้งเป้าเป็นที่หนึ่งในธุรกิจรถมือสองของประเทศไทย ซึ่งด้วยกลยุทธ์เชิงรุก คาร์ ฮีโร่ มีแผนที่จะจัดข้อเสนอใหม่ๆ มาเพิ่มความตื่นเต้นให้ลูกค้าได้ว้าวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่บอกได้ว่า มีเซอร์ไพรส์เด็ด เรียกว่า ไม่ตื่นเต้น ไม่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ คาร์ ฮีโร่ แน่นอน

 

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายดูรถมือสองของ คาร์ ฮีโร่ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • Facebook: Car Hero ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง
  • Website: www.carhero.co.th
  • IG: Carheroth
  • Line Official : @Carheroth
  • สาขาสุวรรณภูมิ: โทร. 02-737-8888
  • สาขากาญจนาภิเษก: โทร. 02-447-9088
  • สาขาโคราช: โทร. 098-456-7816

เปิดตัว All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV อย่างเป็นทางการ เคาะราคา 1.699 ล้านบาท

0
HAVAL H6 Plug-in Hybrid Pic Open

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัว All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ชูแนวคิด “Future Transformed” ที่ผสานดีไซน์ ขุมพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคตไว้ในหนึ่งเดียว โดยประกาศราคาจำหน่ายที่ 1,699,000 บาท ยกกำลังความร้อนแรงกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สุดพิเศษที่มาพร้อมกับสิทธิ์ประโยชน์เร้าใจมากมาย รวมมูลค่ากว่า 167,000 บาท

Haval H6 Plug in Hybrid 11

สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ULTRA DEAL ในระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น. และชำระเงินมัดจำจำนวน 10,000 บาท ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ (ภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2565 เวลา 19.59 น.) จำนวน 300 ท่านแรก จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มูลค่า 50,000 บาท โดยบริษัทฯ จะยึดเวลาที่ทำการจ่ายเงินมัดจำสำเร็จเป็นหลักในการมอบสิทธิ์พิเศษนี้ให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าลูกค้าท่านใดทำการสละสิทธิ์หรือถอนการจองภายหลัง จะไม่สามารถกลับมารับสิทธิ์ได้ใหม่ และทางบริษัทฯ จะไม่มีการเพิ่มรายชื่อลูกค้าท่านอื่นในลำดับถัดไปเข้ามาทดแทน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นรถยนต์รุ่นที่ 5 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เลือกนำมาเปิดตัวในประเทศไทย และยังเป็นรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กที่มาแรงอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ HAVAL ซึ่งเคยสร้างกระแสมาแล้วจากการเผยโฉมครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และเป็นที่จับตามองของแฟนพันธุ์แท้และกูรูวงการรถยนต์ไฟฟ้ามาตลอด ล่าสุดมียอดจองสิทธิ์จากแคมเปญ ULTRA DEAL มากกว่า 7,000 สิทธิ์แล้ว สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแลดล้อม เราจึงมั่นใจว่า All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ซึ่งมาพร้อมความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่เป็น Best-in-class และ First-in-class และระยะทางการวิ่งในโหมดอีวีสูงถึง 201 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) นี้ ไม่เพียงจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังมอบความสนุกสนานตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย และเป็นส่วนสำคัญต่อการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทย รวมถึงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

HAVAL H6 Plug-in Hybrid 2

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ พันธกิจของเราจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการระดับคุณภาพให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทยเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการวางสถานะเชิงกลยุทธ์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลอดระยะเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปแล้วรวมทั้งสิ้น 5 รุ่น ตามลำดับ ได้แก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV, ORA Good Cat, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat GT และล่าสุดกับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV โดยปัจจุบันรถยนต์ของเราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยแล้วรวมกว่า 11,796 ครอบครัว (ตัวเลข ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงยังเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น ผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพหลากหลายรุ่น การขยายเครือข่าย GWM Store และจุดบริการชาร์จประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ รวมไปถึงการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายณรงค์ กล่าวเสริม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศราคารถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายใต้นโยบาย “ONE PRICE” ซึ่งจะเป็นราคาเดียวกันในทุกช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ อยู่ที่ 1,699,000 บาท โดยลูกค้าจากแคมเปญ ULTRA DEAL ในระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น.สามารถชำระเงินจองเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งจองหลังจากช่วงประกาศราคาอย่างเป็นทางการ คือตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม เวลา 20.00 น.จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิพิเศษกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อในช่วงเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็น
1.ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%
2.ฟรี ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท
3.ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
4. ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
5.ฟรี แพ็คเกจค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) สูงสุด 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมมูลค่า 37,000 บาท
6.ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท
7.ฟรี สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับ (Pickup Service) หรือบริการส่งรถยนต์ (Delivery Service) เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง หรือบริการบำรุงรักษาตามระยะทางนอกสถานที่ (GWM mobile service) จำนวน 2 ครั้ง รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท
8.ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรมปูพื้น GWM มูลค่ารวม 2,050 บาท
9.ฟรี คะแนน GWM Point เพื่อใช้แลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน GWM Application จำนวน 15,000 คะแนน

HAVAL H6 Plug-in Hybrid 3

รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL กว่า 167,000 บาท
All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี Plug-in Hybrid เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร

HAVAL H6 Plug-in Hybrid 5

ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับแคมเปญ PREMIERE DEAL สำหรับรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand และสามารถติดต่อขอลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ (ในเฟสแรก) ตามสาขาที่ท่านได้ทำการจองรถไว้ โดยเขตกรุงเทพและปริมณฑล สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 8 -16 ตุลาคม 2565 และต่างจังหวัดตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2565 ถึง 7 พฤศจิกายน 2565

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เหนือชั้นด้วยขุมพลังและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สะท้อนมิติใหม่ของรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ผนวกกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary ความจุ 34 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งให้ระยะทางสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซ็กเมนต์เดียวกัน

 

ทั้งยังชาร์จง่าย ใช้งานสะดวก ด้วยหัวชาร์จไฟฟ้าแบบ CCS Type 2 Combo รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง DC (0% – 80%) โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที และการชาร์จด้วยไฟบ้าน AC (0% – 100%) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่มากถึง 8 แบบ จาก 2 ระบบ ได้แก่ ระบบการขับขี่แบบไฮบริด (โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และโหมดสภาพถนนลื่น) และระบบการขับขี่แบบไฟฟ้า (โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และโหมดสภาพถนนลื่น)

HAVAL H6 Plug-in Hybrid 8

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV สะท้อนแนวคิดการออกแบบแห่งอนาคต มาพร้อมสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเทา สีน้ำเงิน และสีแดง สะกดทุกสายตาด้วยมิติตัวรถขนาดกว้างขวาง ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Star Matrix ล้ำสมัย ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp โดดเด่นสะดุดตา ให้ความสว่างแบบ Ultra-High Flow มอบความปลอดภัยในทุกเส้นทาง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค 360 องศา เข้าทรงกับสปอยเลอร์ท้ายและเสาอากาศแบบ shark fin พร้อมระบบประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าและระบบแฮนด์ฟรี เสริมด้วยไฟท้าย LED Taillight Strip เป็นแนวยาว และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ขณะที่การออกแบบภายในชูแนวคิด Minimalist ที่เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยคอนโซลหน้าทูโทนสีดำ-เทาสไตล์ Futuristic และครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมายในระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจออัจฉริยะ 3 จอเพื่อการเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศ เบาะนั่งโดยสารด้านหลังพร้อมที่เท้าแขนกลาง แท่นชาร์จไร้สาย กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันอัจฉริยะมากมายเพื่อช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายในการเดินทาง อาทิ ระบบการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) ระบบการสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ ที่ช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การเชื่อมต่อและควบคุมควบคุมผ่าน GWM Application ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะประตูห้องโดยสาร ระบบตรวจสอบสถานะประตูท้าย ระบบตรวจสอบสถานะระบบปรับอากาศและฟอกอากาศ ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์ ระบบตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบตรวจสอบสถานะระดับแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานการณ์ชาร์จแบตเตอรี่ ระบบการจัดการชาร์จ เป็นต้น

HAVAL H6 Plug-in Hybrid 7

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เพิ่มดีกรีความปลอดภัย สร้างความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (IIP) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) และระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 (SCM) เป็นต้น ทิ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               อ                               ฟัอ่ฟห

มาสด้า แรงต่อเนื่อง 9 เดือน ยอดขายพุ่งเกือบ 30,000 คัน ไตรมาสสุดท้ายเสริมทัพรุ่นพิเศษ ออกบริการใหม่ดูแลลูกค้าฟรี

0

ท่ามกลางความผันผวนและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย วันนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีทิศทางที่สดใสมากยิ่งขึ้น โดยยอดขายสะสมของตลาดรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 18% สำหรับมาสด้ามียอดขายเติบโต 8% ด้วยยอดจำหน่ายรวม 27,995 คัน ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ประกาศเตรียมส่งรถยนต์รุ่นพิเศษบุกตลาด เตรียมมัดใจลูกค้าด้วยบริการหลังการขายใหม่ Mazda Ultimate Service อุ่นใจกว่า…ทุกการดูแลรถคุณ เพิ่มความมั่นใจด้านการบริการหลังการขาย พร้อมดูแลลูกค้าแบบพรีเมี่ยม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าแบรนด์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว และตอบรับกับสถานการณ์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2565 เป็นต้นมา ตลาดรถยนต์ต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้านที่ส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย แต่ทั้งนี้แล้ว ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ จากภาครัฐ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่จากหลากหลายค่ายรถ รวมถึงแคมเปญและงานจัดแสดงรถยนต์ต่างๆ จึงทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มกลับฟื้นตัวดีขึ้น และเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงท้ายของไตรมาสที่สาม ที่สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในประเทศไทยได้ปรับตัวไปในทิศทางบวก อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การส่งออกที่เติบโต และปัจจัยทางด้านการขาดแคลนเซมิคอนดัคเตอร์ที่ปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้เริ่มเห็นทิศทางการเติบโตของยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยตามมา

แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยบวกและปัจจัยลบหลายๆ ด้านเหล่านี้ ยอดขายสะสมรถยนต์มาสด้าในช่วง 9 เดือน แรกของปี ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2565 ก็ยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างเหนียวแน่นสูงถึง 8% โดยมียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 27,995 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 จำนวน 15,340 คัน (เพิ่มขึ้น 13%) และ มาสด้า3 จำนวน 1,287 คัน (ลดลง 20%) ในขณะที่ มาสด้า CX-30 ทำยอดขายได้สูงสุดของรถประเภทอเนกประสงค์เอสยูวี ด้วยจำนวน 5,180 คัน (ลดลง 3%) ตามมาด้วย มาสด้า CX-3 จำนวน 3,725 คัน (เพิ่มขึ้น 19%) มาสด้า CX-8 จำนวน 745 คัน (เพิ่มขึ้น 16%) และ มาสด้า CX-5 จำนวน 610 คัน (เพิ่มขึ้น 12%) ส่วนรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 มียอดขายสะสม 1,103 คัน (เพิ่มขึ้น 15%) และรถสปอร์ตเปิดประทุน มาสด้า MX-5 อีกจำนวน 5 คัน (เพิ่มขึ้น 67%) ตามลำดับ

เฉพาะเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาสด้ามียอดขายรวมทั้งหมด 2,752 คัน แบ่งออกเป็นรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 จำนวน 269 คัน (เพิ่มขึ้น 87%) รถอเนกประสงค์เอสยูวี จำนวน 1,220 คัน (เพิ่มขึ้น 33%) ได้แก่ มาสด้า CX-30 จำนวน 653 คัน มาสด้า CX-3 จำนวน 391 คัน มาสด้า CX-8 จำนวน 115 คัน มาสด้า CX-5 จำนวน 51 คัน และมียอดขายรถยนต์นั่ง จำนวน 1,263 คัน (ลดลง 24%) ได้แก่ มาสด้า2 จำนวน 1,144 คัน และมาสด้า3 จำนวน 119 คัน ตามลำดับ

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มาสด้าเตรียมเสริมทัพด้วยรถยนต์รุ่นพิเศษที่กำลังจะผลิตขึ้นเพื่อลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบที่ให้ความสปอร์ตหรูหรามากยิ่งขึ้น การคัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั้งคัน พร้อมกันนี้ยังเตรียมออกบริการหลังการขายใหม่ Mazda Ultimate Service โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี ที่มาสด้าพร้อมให้การดูแลลูกค้าแบบพรีเมี่ยมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและรับประกันคุณภาพตลอด 5 ปี*

พร้อมกันนี้ในเดือนตุลาคม มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ Mazda Amazing Drive ทดลองขับสัมผัสความสนุกในการขับขี่ที่แท้จริง ระหว่างวันที่ 8 – 16 ตุลาคม 2565 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 200 บาท* และเมื่อออกรถ รับฟรี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance (MPI) 1 ปี* และลำโพง Sony Portable Wireless Speaker มูลค่า 1,990 บาท* นอกจากนี้ มาสด้ายังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์มือสองคัดคุณภาพ ในงาน Mazda Certified Pre-Owned Day พบกับข้อเสนอ ออกรถ 0 บาท** ขับฟรี 90 วัน** รับประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี** รับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ปี** และจองมาสด้าทุกรุ่นรับ JBL Flip Essential มูลค่า 1,990 บาท** ระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค. 65 ที่ผู้จำหน่าย Mazda CPO ทั่วประเทศ

เงื่อนไข

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ผู้จำหน่าย Mazda CPO และจองมาสด้าทุกรุ่นตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป และออกรถภายใน 31 ต.ค. 65 รับ JBL Flip Essential มูลค่า 1,990 บาท จำนวนจำกัด 50 ชิ้น เฉพาะเมื่อจองในงาน Mazda CPO Day เท่านั้น

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ ครั้งแรกของรถยนต์ซีดานหรูขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมเผยโฉมหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่เป็นที่จับตามองที่สุด กับการเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ อย่างเป็นทางการ ผสมผสานสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ความสะดวกสบายเหนือชั้น และประสบการณ์ดิจิทัลที่ไม่มีใครเทียบ ครบครันด้วยนวัตกรรมศาสตร์แห่งศิลป์ที่สื่อถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมองไปข้างหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการพัฒนาสู่อนาคตที่ยั่งยืนและในด้านระบบดิจิตัลี มาพร้อมกับประสบการณ์การขับขี่อันเหนือชั้นและความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับอ นอกจากนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ ยังแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานประสบการณ์การขับขี่แบบเฉพาะตัวและความเป็นเลิศด้านความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ที่ยังคงรักษาความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนได้อย่างครบถ้วน ฟังก์ชั่น My Modes และหน้าจอพาโนราม่า BMW Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว บริเวณห้องโดยสารตอนหลัง มอบบรรยากาศภายในรถยนต์และประสบการณ์ความบันเทิงได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่พร้อมรับมือทุกความท้าทายอย่างรับผิดชอบ กับดีไซน์โดดเด่นที่ช่วยให้การเดินทางในทุก ๆ วันเต็มไปด้วยช่วงเวลาพิเศษ

บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2565 ติดตามอีกก้าวสำคัญของอนาคตแห่งการขับเคลื่อนในประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th เพจเฟซบุ๊ค BMW Thailand และเร็ว ๆ นี้ที่โชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ