Home Blog Page 274

เบนซ์ไพรม์มัส บุกตลาดภาคตะวันออก ปูพรมจัด Road Show ต้อนรับเทศกาล Valentine

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” บุกตลาดภาคตะวันออก ปูพรมจัด Road Show ต้อนรับเดือนแห่งความรัก นำ 2 ลักชัวรีหรู “EQS 500 4MATIC AMG Premium / Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION อวดโฉมครั้งแรก พร้อมทัพ  Mercedes-Benz Certified พิเศษ! รับ ฟรี MBSP นานสูงสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ประเดิมวันที่  17-23 ก.พ.66 และ วันที่ 2-12 มี.ค.66 ที่เทอมินอล 21 พัทยา กับวันที่ 23 ก.พ. – 1 มี.ค.66 ที่เซ็นทรัล ระยอง

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า หลังจากที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในเขตพัทยา จังหวัดชลบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการ ภายในเดือนมีนาคมศกนี้

ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรและผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายและสร้างความคึกคักในตลาดรถยนต์ระดับหรูของภูมิภาคดังกล่าว ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงมีนโยบายที่จัดกิจกรรมแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-EQ รวมทั้ง Mercedes-Benz Certified รุ่นต่างๆ ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

-วันที่ 17-23 ก.พ.66 บริเวณหน้าหอไอเฟล ชั้น G-Paris ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี

-วันที่ 2-12 มี.ค.66 ชั้น M-London ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี

-วันที่ 23 ก.พ.–1 มี.ค.66 งาน Auto Showcase มหกรรมยานยนต์เพื่อคนระยอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า จ.ระยอง     

สำหรับรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงและเป็นรุ่น Highlight ในกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่

EQS 500

-Mercedes-EQ รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ยานยนต์พลังไฟฟ้า 100 % ที่ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมที่สุดแห่งเทคโนโลยีและการดีไซน์ สะท้อนยานยนต์แห่งโลกอนาคต ในราคาเริ่มต้นที่ 7,900,000 บาท

– Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION สปอร์ตลักชัวรี สมรรถนะสูง โฉบเฉี่ยว เร้าใจ ราคา 4,490,000 บาท

พร้อมรถยนต์รุ่นล่าสุด Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium หรูหรา สง่างาม เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่บ่งบอกตัวตนอย่างแท้จริง จำหน่ายในราคา 4,640,000 บาท และ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive รถ SUV ที่ตอบโจทย์ทั้งความอเนกประสงค์ และความหรูหรา เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4,699,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ Mercedes-Benz Certified อายุไม่เกิน 8 ปี หรือเลขไมล์ไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร โดยทุกคันผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน Mercedes-Benz นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ อาทิ  Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic เป็นต้น

พิเศษ! ในช่วงเทศกาล เดือนแห่งความรัก ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองและเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รุ่นที่ร่วมรายการ รับฟรี! MBSP นานสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ฟรี MBSP นาน 3 ปี พร้อมประกับภัยชั้น 1 นาน 1 ปี  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 095 5555 หรือ www.benzprimus.com

เปอโยต์-จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สยายปีกครั้งใหญ่ ปักหมุดย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ อวดโฉมโชว์รูมทันสมัย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

0

ฤกษ์ดีต้นปีใหม่ บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ ‘เปอโยต์’ และ ‘จี๊ป’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยโฉมโชว์รูมใหม่ดีไซน์ทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน เด่นตระหง่านในย่านวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ รองรับการเติบโตทางธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ภูยส มังกรกาญจน์, ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด (แบรนด์พันธมิตร) เผยว่า “เราเป็นผู้จำหน่ายเอสยูวีสัญชาติฝรั่งเศส เปอโยต์ รุ่น 2008, 3008 และ 5008 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะและดีไซน์รางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 รวมถึงราชาออฟ-โรดสายพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน อย่าง จี๊ป ที่ครองใจผู้ชื่นชอบรถยนต์สไตล์นี้ โดยทั้งสองแบรนด์ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปัจจุบัน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ มาตรฐาน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์, เยาวราช, สุขุมวิท, อุบลราชธานี, หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมถึงสตูดิโอสำหรับเลือกชมรุ่นรถต่างๆ ของ เปอโยต์ ที่สยามพารากอน ขณะที่ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน สาขาสุขุมวิท

จากการเติบโตของธุรกิจที่ผ่านมา เรามีแผนขยายสาขาโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และมองเห็นศักยภาพในย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ ที่กำลังขยายตัวของธุรกิจการค้า โดยตั้งเป้าหมายรองรับการให้บริการสำหรับลูกค้าในย่านฝั่งธนบุรี นนทบุรี และปทุมธานี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความท้าทาย และมีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับรถยนต์ทั้งสองแบรนด์”

สำหรับโชว์รูมใหม่ล่าสุดของ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ นับเป็นโชว์รูมรถ จี๊ป แห่งที่สอง หลังจากประสบความสำเร็จจากการขายที่โชว์รูมสุขุมวิท ส่วน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล เป็นสาขาที่แปด ในประเทศไทย ตัวอาคารได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่นทันสมัยพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก จัดสรรพื้นที่อย่างลงตัวโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางออกแบบและตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีขาว ปลอดโปร่ง สบายตา ช่วยเพิ่มมุมมองการชมรถ เปอโยต์ และ จี๊ป รุ่นต่างๆ ได้รอบด้าน

นอกจากการออกแบบพื้นที่ภายในโชว์รูม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์แล้ว ยังได้เตรียมความพร้อม
ด้านบริการหลังการขาย โดยมีทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี จากสถาบันฝึกอบรม มาสเตอร์
ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง (MAT) ที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมเครื่องมืออันทันสมัย จึงมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจเมื่อเข้ามารับบริการ ทั้งนี้ ศูนย์บริการมาตรฐานของทั้งสองแบรนด์ เตรียมพร้อม
จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคมนี้

นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ เปอโยต์ และ จี๊ป ที่กำลังเติบโตอย่างมีทิศทาง ตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ ที่ใช่เพียงประโยชน์ใช้สอยด้านการขับขี่ หากยังสอดรับกับไลฟ์สไตล์
ของผู้คนยุคใหม่ ได้อย่างลงตัว…

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ‘1488 ALWAYS CONNECTED’ ทั้ง จี๊ป และ เปอโยต์ โทรเบอร์เดียว

 

เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล
LINE: @peugeot_lion
FACEBOOK: Peugeot Lion Automobile
WEBSITE: www.peugeot.co.th

จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล
LINE: @jeep_lion
FACEBOOK: Jeep Lion Automobile
WEBSITE: www.jeep.co.th

ฟอร์ด จับมือทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง หวนคืนสนามฟอร์มูล่าวันฤดูกาลแรกปี 2026

0

ฟอร์ด ประกาศลงสนามฟอร์มูล่าวันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปกว่าสองทศวรรษ โดยจับมือเป็นพันธมิตรระยะยาวกับเรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ พัฒนาเครื่องยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันใหม่เพื่อลงสนามแข่งฟอร์มูล่าวันในฤดูกาลปี 2026 เป็นต้นไป

ทีมเรดบูล ฟอร์ด (Red Bull Ford) จะพัฒนาเครื่องยนต์ให้กับทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง และทีมสคูเดอเรีย อัลฟ่าทอรี ตั้งแต่ปี 2026 ถึงปี 2030 เป็นอย่างน้อย

“นี่คือตำนานบทใหม่ของฟอร์ดในประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ทวดของผมได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาหลังจากชนะการประลองความเร็ว” มร. บิล ฟอร์ด ประธานบริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ฟอร์ดได้ร่วมกับทีมแชมป์โลกอย่างออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง เพื่อกลับสู่จุดสูงสุดของวงการ โดยนำนวัตกรรมของฟอร์ด ความยั่งยืน และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดแข็งของฟอร์ดมาอย่างยาวนานกลับสู่สนามแข่งที่คนให้ความสนใจมากที่สุดเวทีหนึ่งในโลก”

นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป ฟอร์ดและเรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ จะร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์ตามกฎระเบียบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 350 กิโลวัตต์และเครื่องยนต์สันดาปแบบใหม่ที่รองรับเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมลงสนามในฤดูกาล 2026

“การที่ฟอร์ดจับมือกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง กลับมาลงสนามฟอร์มูล่าวัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์และประสบการณ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย” มร. จิม ฟาร์ลีย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ฟอร์มูล่าวันจะเป็นแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าในการพัฒนานวัตกรรม แบ่งปันแนวคิดและเทคโนโลยี และช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าใหม่อีกกว่าสิบล้านราย”

ฟอร์ดจะมอบความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคทุกด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อทีมแข่งที่มีศักยภาพในการแข่งขันชิงแชมป์โลก โดยจะร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป เทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องยนต์ และการวิเคราะห์

“การร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการต้อนรับฟอร์ดกลับสู่สนามฟอร์มูล่าวัน” มร. คริสเตียน ฮอร์นเนอร์ หัวหน้าทีมและซีอีโอของออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง กล่าว “ในฐานะผู้ผลิตเครื่องยนต์อิสระ การได้ความรู้ความเชี่ยวชาญจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่างฟอร์ดโดยตรง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ฟอร์ดอยู่ในประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานหลายชัวอายุคน ตั้งแต่จิม คลาร์ก ไปจนถึง ไอร์ตัน เซนนา และไมเคิล ชูมัคเกอร์ การที่เรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ จะเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่กับฟอร์ดในนาม เรดบูล ฟอร์ด จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างมาก ปี 2026 อาจดูเหมือนยังอีกไกล แต่งานของเราได้เริ่มขึ้นแล้ว และเราพร้อมสร้างอนาคตใหม่ให้ทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง”

ทั้งนี้ ฟอร์ดลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.65 ล้านล้านบาท เพื่อปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยปัจจุบันเป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา จากความสำเร็จของรถกระบะเอฟ-150 ไลท์นิ่งและรถฟอร์ด มัสแตง มัค-อี นอกจากนี้ รถฟอร์ด อี ทรานซิสยังเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในหลายประเทศทั่วโลก ฟอร์ดพร้อมตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และมีเป้าหมายที่จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ปีละ 600,000 คันทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ และปีละ 2 ล้านคันทั่วโลกภายในปี 2026 ตามนโยบายฟอร์ด พลัส

นอกจากนี้ ในปี 2026 ฟอร์ดจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีรถเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงฟอร์มูล่าวัน ประกอบด้วยสนาม ดับบลิวอีซี (WEC) และ ไอเอ็มเอสเอ (IMSA) รวมถึงการส่งมัสแตง จีที 3 ลงสนามแข่งขันเลอ มังส์ 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours) รถฟอร์ด เอ็ม-สปอร์ต พูมา ไฮบริด แรลลี 1 ลงสนามดับบลิวอาร์ซี (WRC) รถเรนเจอร์ แร็พเตอร์ และบรองโค ลงสนาม บาฮา 1000 (Baja 1000) และฟอร์ด มัสแตง ลงสนามแนสคาร์ (NASCAR) เอ็นเฮชอาร์เอ (NHRA) และ ซูเปอร์คาร์  (Supercars) โดยฟอร์ดจะใช้ความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมาช่วยเร่งการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ให้แก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตร ณ จุดสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตเพื่อส่งเสริมการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดต่อไป

“ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น” ฟาร์ลีย์ กล่าว “เรามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในสนาม   ฟอร์มูล่าวันซึ่งเป็นสุดยอดสนามมอเตอร์สปอร์ตร่วมกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง คุณจะได้เห็นรถสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่างมัสแตง ลงแข่งในสนามเริ่มต้นไปจนถึงสนามแข่งซูเปอร์คาร์ของออสเตรเลีย สนาม   แนสคาร์ เลอมังส์ และฟอร์ดจะสานต่อการเป็นผู้นำด้านการแข่งขันบนเส้นทางทางออฟโรด ทั้งในการแข่งขันรเวิร์ลด์ แรลลี แชมปเปียนชิป (World Rally Championship) คิงออฟแฮมเมอร์ส (King of Hammers) และบาฮา 1000 และอีกหลายสนาม และเราจะสร้างความตื่นเต้นต่อเนื่องด้วยรถโชว์สุดเท่อย่าง ซูเปอร์แวน 4 และมัสแตง มัค-อี 1400”

อีซูซุระเบิดความมันส์! ท้าประลองความเร็วในการแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2022 รอบชิงชนะเลิศ ค้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์” เร็วสุดขีด จี๊ดสุดขั้ว

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดแข่งขัน “ISUZU RACE SPIRIT 2022” รอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันความเร็วครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย กลับมาระเบิดความมันส์อีกครั้ง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่เร็วและแรงที่สุดแห่งปี นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากสนามรอบคัดเลือกมาร่วมประลองความเร็วทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และกิจกรรมความบันเทิงสุดเร้าใจอีกมากมาย พบกับบรรดาเหล่านักแข่งที่รักในความเร็วและมอเตอร์สปอร์ตตัวจริง ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2022 เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ที่จัดการแข่งขันในรอบคัดเลือก ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2565 เพื่อเก็บคะแนนรวมทั้งหมด 4 สนาม เพื่อนำผู้ชนะในแต่ละสนามมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท รวมทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard
  • รุ่น All New Isuzu Pro 1.9 Blue Power
  • รุ่น All New Isuzu Pro Turbo 3000
  • รุ่น Isuzu Pro F55
  • รุ่น All New Isuzu Pro Modify
  • รุ่น Isuzu Dragster Diesel
  • รุ่น Isuzu Open Unlimited

โดยการจัดการแข่งขันในปีนี้ ได้เพิ่มรุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าอีซูซุ ดีแมคซ์ รถบ้านยางบาง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ด้วย โดยการนำรถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาร่วมประชันความแรงและพิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมสไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถปิกอัพเมืองไทยของอีซูซุ โดย ISUZU RACE SPIRIT 2022 นับเป็นการแข่งขันรถยนต์ DRAG DIESEL ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่อีซูซุจัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักแข่งขันและผู้ชมที่ติดตามและให้กำลังใจในแต่ละสนาม และยังถือเป็นการรวมเหล่าสุดยอดรถแข่งเครื่องยนต์อีซูซุจากสำนักแต่งชั้นนำของเมืองไทยไว้อย่างครบถ้วน อาทิ หนุ่ย&เป๋อ สุพรรณ  เบิร์ดหลัก 5  มนตรีดีเซล  เอ้ ปลาทู  เอ๋เทอร์โบ นครปฐม  เจี๊ยบ เซอร์วิส นครปฐม  เบิร์ด เหม่ง Pro Garage รวมถึงนักแข่งรถชั้นนำที่ส่งรถอีซูซุเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติของตัวเอง และชิงความเป็นที่หนึ่งของเครื่องยนต์อีซูซุ ประจำปี 2022” 

โดยผลการแข่งขันที่สุดของความเร็ว ที่เฉือนเอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาทีของ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ในรอบชิงชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท 30,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะทั้ง 3 อันดับในแต่ 6  รุ่น ได้แก่

  • All New Isuzu Pro 1.9 Blue Power

ชนะเลิศ มานพ ศรีวิลัย ทีม อู่ช่างแบงค์ บ้านนา นครนายก
เวลา 9.976 วินาที ความเร็ว 227 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 พิสิทธิ์อนันต์ ตันจตุรงค์ ทีม อั้ม มะพร้าวอ่อน อู่เอ้แม่กลอง
เวลา 10.184 วินาที ความเร็ว 210 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 ไพศาล ตันแต๋ว ห.จ.ก. ส.บุญเรือง อู่เอ้แม่กลอง
เวลา 10.128 วินาที ความเร็ว 223 กม./ ชม.

 

  • รุ่น All New Isuzu Pro Turbo 3000

ชนะเลิศ สรายุทธ แพงพันธ์ ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา 8.976 วินาที ความเร็ว 243 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ประสิทธิ์ สุวรรณพัตร ทีม ตี๋ตี๋อะไหล่แต่งคลองห้า เป้คลอง 9
รองอันดับ 2 สุวรรณ กุสลางกูลวัฒ ทีม อู่ช่างวัฒน์ ชลบุรี

 

  • รุ่น Isuzu Pro F55

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม เอ้ เรซซิ่ง การาจ
เวลา 10.237 วินาที / ความเร็ว 157 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ศุภชัย คงมั่ง ทีม ต้นคอมมอลเรล
รองอันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ ดา อะไหล่สด

 

  • รุ่น All New Isuzu Pro Modify

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม กุ๊ก จันทบุรี อู๊ดอ๋อง ระยอง
เวลา 7.502 วินาที / ความเร็ว 286 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีมหนุ่ยเป๋อ สุพรรณ จ๊ะผักสด
เวลา 7.890 วินาที / ความเร็ว 279 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 วุฒิกร บัวล้ำเลิศ ทีม เอ๋ เทอร์โบ
เวลา 8.221 วินาที / ความเร็ว 272 กม./ ชม.

 

  • รุ่น Isuzu Dragster Diesel

ชนะเลิศ เบิร์ดหลักห้า เวลา 7.668 วินาที / ความเร็ว 290 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 เอ๋เทอร์โบชื่อ เวลา 7.823 วินาที / ความเร็ว 292 กม./ ชม.

 

  • รุ่น Isuzu Open Unlimited

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม โน๊ตนัทออโต้คาร์ระยอง
เวลา 7.388 วินาที / ความเร็ว 313 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ณัฐธนุตม์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม มนตรี ดีเซล
เวลา 7.726 วินาที / ความเร็ว 306 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 ชูเกียรติ  แซ่ตัน ทีม วราศักดิ์ อะไหล่ยนต์ โปรสปีด
เวลา 8.409 วินาที / ความเร็ว 292 กม./ชม.

 

และการแข่งขันรุ่นพิเศษที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard ผู้ชนะเลิศรับเงินรางวัล 50,000 บาท 30,000 บาท 20,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับ  ผู้ชนะทั้ง 3 อันดับ ได้แก่

  • รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard

ชนะเลิศ มานพ  ศรีวิไล ทีม แบงค์บ้านนา
เวลา 11.784 วินาที / ความเร็ว 188 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ณัฐพงศ์  ทรัพย์มานพพันธุ์ ทีม อู่เอสเอสการาจ ปิงเทอร์โบ
เวลา 11.839 วินาที / ความเร็ว 186 กม./ ชม.
รองอันดับ 3 เทพพิทักษ์ ไชยรัตน์ ทีม อู่เบียร์ การาจ
เวลา 11.723 วินาที / ความเร็ว 190 กม./ ชม.

 

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังนำรถอีซูซุแต่งพิเศษ จำนวน 7 คัน โดยในจำนวนนี้มีไฮไลท์เป็น เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ แต่งพิเศษ มูลค่าชุดแต่งกว่า 900,000 บาท จากสำนักแต่งชั้นนำ พร้อมบูธผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพชั้นนำอย่าง ECU Shop, Alpha Tech, Monza Factory, BRC Clutch, BRD Racing, Nitto, MRX, Aztex Force, Explorer, PTT, Toyo Tires & Nitto Tires, Caltex, Wise, Run stop และ Iron Bar พร้อมกิจกรรมความบันเทิงเต็มรูปแบบ Sexy Wash โดยนางแบบสุดเซ็กซี่ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่ง จัดเต็มเพื่อผู้ชมอีซูซุโดยเฉพาะ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

จี๊ป ประเทศไทย ตั้ง ‘พี แอนด์ เอส จี๊ป’ เป็นผู้จำหน่ายย่านนิมิตใหม่ เด่นด้วยโชว์รูมดีไซน์ทันสมัย พร้อมพื้นที่ทดลองขับรถยนต์ 4×4

0

จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป ในประเทศไทย แต่งตั้งบริษัท พี แอนด์ เอส จี๊ป จำกัด เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการ ปักธงย่านนิมิตใหม่ ชูจุดเด่นโชว์รูมดีไซน์ทันสมัย พร้อมจัดพื้นที่ทดลองรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เอาใจสายออฟ-โรด ที่ชื่นชอบยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่ม สเตลแลนทิส เจ้าของแบรนด์รถยนต์ จี๊ป ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยว่า จี๊ป ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาออฟ-โรด และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอเมริกัน ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์นี้อย่างล้นหลาม โดยเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุม เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด

โอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับบริษัท พี แอนด์ เอส จำกัด ในฐานะผู้จำหน่ายรถ จี๊ป อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นคู่ค้ารายที่ 3 หลังจากที่มีการแต่งตั้ง ไลอ้อน ออโตโมบิล และ สเตลล่า มอเตอร์ โดย พี แอนด์ เอส จี๊ป ตั้งอยู่ในย่านนิมิตใหม่ โดดเด่นด้วยโชว์รูมดีไซน์ทันสมัย พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร และความพิเศษ คือ การมีพื้นที่ทดลองและฝึกทักษะการควบคุมรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”

ทั้งนี้ จี๊ป ประเทศไทย ยังเปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างแบรนด์ จี๊ป ในประเทศไทย ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน สามารถสอบถามรายละเอียดและนัดหมายนำเสนอแผนธุรกิจได้ที่ กุลชาติ ชุติเชาวน์กุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาเครือข่าย จี๊ป ประเทศไทย โทร. 065-956-5333

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ‘Jeep® 1488 ALWAYS CONNECTED’ 

LINE: @jeepthailand

FACEBOOK: JeepThailand

WEBSITE: www.jeep.co.th

“MOTOR EXPO” แจกจริง รถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน

0

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน และรางวัลอื่นๆ แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานฯ มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” NEW MG ZS EV รุ่น X มูลค่า 1,269,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศิริวรรณ สุดา จ. นนทบุรี

ประพงษ์ ไม้เจริญ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการปฏิบัติงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” VOLT CITY EV รุ่น FOR-FOUR มูลค่า 425,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ หงสรถ เบญจจินดา จ. นครราชสีมา

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI MIRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T ราคา 509,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กชกร ขำวงศ์ จ. ตราด

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ และวราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” YAMAHA รุ่น MT-09 ราคา 439,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กวี จันทร์คง​ จ. สมุทรปราการ

ผู้โชคดีจากกิจกรรม “ชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ชิงรางวัล” ได้รับ NEW APPLE WATCH SERIES 8 รุ่น GPS จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 15,900 บาท รวมมูลค่า 79,500 บาท ได้แก่ มณีรัตน์ ปานสมุทร ปภัทชกร สุรินทร์ ชนันต์ญาต์ บุญแฟงชัยมงคล ธีระโรจน์ ศรีศาศวัตกุล และชิณณวรรธน์ ถาดจอหอ

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” วันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉม BMW XM ใหม่ นิยามใหม่สู่อีกขั้นของความหรูหรากับขุมพลังรถสปอร์ตอเนกประสงค์ SAV สมรรถนะสูง

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ตระกูล M สมรรถนะสูงรุ่นแรกซึ่งมาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดทรงพลัง กับบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ Sports Activity Vehicle (SAV) หรูหราเหนือระดับ โดดเด่นด้วยภายในที่เป็นเอกลักษณ์และรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตา และยังเป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล M รุ่นที่สองถัดจากบีเอ็มดับเบิลยู M1 อีกด้วย บีเอ็มดับเบิลยู XM จึงมาพร้อมมุมมองใหม่ ๆ กับแนวคิดรถ
สปอร์ตอเนกประสงค์ในเซกเมนต์รถยนต์สมรรถนะสูง ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ M ได้อย่างเหนือชั้นในทุกเส้นทาง โดยรถยนต์อเนกประสงค์ตระกูล M สุดพิเศษรุ่นนี้จะเปิดให้จองผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไทย เร็ว ๆ นี้

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู XM นำเสนอแนวคิดใหม่ของกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงในทุกแง่มุม ตอกย้ำถึงศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู M ในการท้าทายแนวคิดดั้งเดิมและความกล้าที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้เหล่าสาวกบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากจะผสมผสานสมรรถนะ ความยั่งยืน และความหรูหราไว้อย่างลงตัว บีเอ็มดับเบิลยู XM ยังสร้างความเป็นไปได้และการตีความรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์แบบใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงพร้อมมอบความรู้สึกของการขับขี่ที่เร้าใจสไตล์ M ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนให้กับกลุ่มลูกค้าชาวไทย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะยังคงให้ความสำคัญกับอนาคตแห่งการขับเคลื่อนและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องอย่างที่เคยเป็นเสมอมา เพื่อส่งมอบโซลูชันการขับขี่ที่ยั่งยืนและล้ำสมัยให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป”

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและหรูหรา มากับพร้อมสัดส่วนไดนามิกปราดเปรียวและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น เค้าโครงทันสมัยของรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์สะดุดตาด้วยองค์ประกอบการออกแบบสไตล์ M มอบความรู้สึกแข็งแกร่งดุดันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจให้กับตัวรถ ด้านหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู XM แตกต่างด้วยไฟหน้าแบบแยกส่วน กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED อัจฉริยะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและมอบแสงสว่างบนท้องถนนตลอดจนช่วงเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น ระบบปรับการทำงานไฟสูงช่วยเปิดและปิดไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนหรือมีรถด้านหน้า บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูที่ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารขึ้นลงรถได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล ส่วนบริเวณด้านข้างมีแถบสีที่ชวนให้นึกถึงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M1 ทำให้รถดูโดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้การออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู XM ยังรวมเอาคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้นึกถึงอดีตไม่ว่าจะเป็นโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูที่กระจกหลังหรือไฟท้ายทรงเรียว บีเอ็มดับเบิลยู XM ยังสะดุดตายิ่งกว่าใครด้วยล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 23 นิ้ว ลาย star spoke แบบสลับสี ซึ่งติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo ล้ำสมัย ระบบขับเคลื่อน M HYBRID ที่ติดตั้งมาในรถยนต์รุ่นนี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษเมื่อโลดแล่นบนท้องถนน โดยระบบขับเคลื่อน M HYBRID ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู XM ให้กําลังรวมสูงสุดที่ 480 กิโลวัตต์ / 653 แรงม้า ที่แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร ด้านเครื่องยนต์สันดาปให้พละกำลังสูงสุดที่ 360 กิโลวัตต์ / 489 แรงม้า ที่ 5,400 – 7,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 5,000 รอบต่อนาที ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้กำลังมอเตอร์สูงถึง 145 กิโลวัตต์ / 197 แรงม้า ให้แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 280 นิวตันเมตร นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกกดปุ่ม M Hybrid ที่คอนโซลกลางเพื่อเข้าโหมดใดโหมดหนึ่งจากทั้งหมด 3 โหมด รวมถึงโหมดการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ที่ปลอดมลพิษด้วยความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. บนระยะทาง 82-88 กม. อ้างอิงตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP โดยใช้พลังงานจากลิเธียม-ไอออนแบตเตอรี่ขนาด 25.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาที สู่ความเร็วสูงสุดที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ M xDrive ที่ติดตั้งในบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงทั้งหมดจะถูกส่งไปยังถนนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยยกระดับไดนามิกการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ระบบเฟืองท้าย M Sport ยังช่วยเสริมสมรรถนะของรถโดยกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหลัง ช่วยให้ตัวรถสามารถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นพร้อมเสริมเสถียรภาพการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ช่วงล่าง Adaptive M Suspension Professional มอบการควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายแก่ผู้ขับ นอกจากนี้ ระบบช่วยการขับขี่ รุ่น Professional พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วของรถในระดับที่ต้องการและคงระยะห่างจากรถคันหน้าให้สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถยนต์อยู่ในเส้นทางอย่างคงที่ด้วยระบบบังคับพวงมาลัย เพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus ยังช่วยให้การจอดรถและการบังคับรถทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

นอกจากนั้น ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ยังติดตั้งมาเป็นมาตรฐานเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยสําหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างและถุงลมนิรภัยศีรษะ ระบบ Teleservices และปุ่มโทรออกฉุกเฉิน รับประกันว่าผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพในทุกสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ ระบบ Active Protection ยังถูกติดตั้งมาเพื่อช่วยให้สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีขึ้นและช่วยตรวจจับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่ ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้างและระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุยังช่วยลดความเสี่ยงให้กับคนเดินถนนที่อยู่ใกล้เคียงกับรถยนต์ได้อีกด้วย

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังมอบความสะดวกสบายเหนือระดับให้กับผู้โดยสาร เบาะนั่งตอนหน้าแบบ M Multifunctional บริเวณที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ภายในตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M และเข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ นอกจากนี้ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึมและเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual ทำให้การตกแต่งภายในดูสะดุดตาและหรูหราไปอีกขั้น ชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสําหรับเบาะนั่งตอนหน้า ยังถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นนี้เช่นกัน

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังได้รับการพัฒนาด้านระบบความบันเทิงและการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการ BMW Operating System 8 ใหม่ล่าสุด ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ นอกจากนี้ ระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond ยังมอบสุนทรียภาพแห่งเสียงที่ชวนดื่มด่ำแบบเต็มขั้นด้วยลำโพงขนาด 1,475 วัตต์ และลำโพงพิเศษอีกสี่ตัวบริเวณหลังคา คุณลักษณะเด่นอีกประการของรุ่นรถยนต์นี้คือระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของตนกับรถยนต์แบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนั้น ผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ซึ่งช่วยให้ผู้ขับมั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน

บีเอ็มดับดับเบิลยู XM ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีดำ Black Sapphire, สีเขียว Cape York Green, สีดำ Carbon Black, สีเทา Dravit Grey, สีฟ้า Marina Bay Blue, สีขาว Mineral White และสีแดง Toronto Red และมีสีภายในกับหนัง BMW Individual ‘Merino’ ให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Deep Lagoon, สีขาว Silverstone, สีดำ Black และ สีส้ม Sakhir Orange มาพร้อมกับแถบตกแต่งด้านข้างรถทั้งหมด 2 ตัวเลือกคือสีทองและสีดำซึ่งพาดผ่านกรอบประตูและล้อรถ ส่งให้ตัวรถโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น

ลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์รถสปอร์ตอเนกประสงค์สุดหรูพร้อมสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bmw.co.th เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและจองออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand เพื่อติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นดังกล่าว

อีวี ไพรมัส จับมือ ฮ้อปคาร์เป็นพันธมิตร ส่ง VOLT CITY EV เสริมทัพบริการคาร์แชร์ริ่ง โปรโมท EV MOBILITY ให้คนกรุง

0

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รถยนต์ไฟฟ้า VOLT CITY EV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ส่งมอบรถ VOLT CITY EV ล็อตแรกจำนวน 10 คันให้แก่บริษัท ฮ้อบคาร์ จำกัด (HAUP) เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าให้กระจายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในใจกลางเมือง

นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธาน บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่าง อีวี ไพรมัส กับ ฮ้อบคาร์ อีวี ไพรมัส ได้มีการปิดดีลความร่วมมือ เสริมทัพส่งรถยนต์ไฟฟ้า VOLT CITY EV เข้าร่วมใน PLATFORM ของ แอพพลิเคชั่นคาร์แชร์ริ่งของ HAUP CAR โดย VOLT CITY EV เป็นรถไฟฟ้า แบบใช้ในเมือง เดินทางระยะสั้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กใน ใจกลางเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ แบบไม่มีข้อผูกมัด โดยใช้บริการแบบเช่าระยะสั้น

“เรามีความยินดีอย่างมากที่ ฮ้อบคาร์ ตัดสินใช้ VOLT CITY EV ใน PLATFORM HAUP CAR ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าเราและฮ้อบคาร์ โดยตรง เพราะ VOLT CITY EV สามารถทำราคาเช่าระยะสั้นที่น่าดึงดูด และ คุ่มค่าได้กว่ารถรุ่นอื่นๆที่ใหญ่กว่าในตลาด ในส่วนของเรานั้น ฮ้อบคาร์ ถือเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับลูกค้าที่กำลังรอคอยการส่งมอบรถ VOLT CITY EV สามารถสัมผัสและขับขี่รถของเราได้อย่างง่ายดายด้วยการจองผ่าน Application ของ ฮ้อบคาร์ ตามระยะเวลาที่ต้องการที่เริ่มต้นเพียง 30 นาที และระยะจองนานที่สุดไม่เกิน 7 วัน” นายพิทยา กล่าว

นายพิทยา กล่าวด้วยว่าขณะนี้ มีลูกค้าจำนวนมากรอการส่งมอบรถ VOLT CITY EV จาก อีวี ไพรมัส ขณะเดียวกัน คนไทยอีกไม่น้อยที่ให้ความสนใจรถ VOLT CITY EV แต่ยังไม่มีโอกาสสัมผัสตัวรถจริง จึงยังไม่ได้จองรถ VOLT CITY EV ดังนั้นระบบคาร์ แชร์ริ่ง ของ ฮ้อบคาร์ จึงเป็นบริการที่ตอบ โจทย์ลูกค้าที่ได้จองรถ แต่ยังไม่ได้รับรถ และกลุ่มที่ยังไม่ได้จองรถกับอีวี ไพรมัส ได้มีโอกาสสัมผัสรถ VOLT CITY EV ที่ใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง

ทางด้านนายกฤษฎิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริการคาร์แชร์ริ่งของ บริษัทฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ เน้นความสะดวกสบายในการใช้รถเพื่อการเดินทางในภารกิจในแต่ละวัน โดย ฮ้อปคาร์ มีจุดให้บริการ ลูกค้ามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศและมีรถพร้อมให้บริการมากกว่า 2,000 คัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ตั้งแต่ขนาดเล็กกระทัดรัดไปจนถึงรถขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนอง ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปัจุบัน
บริษัทฯ เล็งเห็นความต้องการในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขยายส่วนธรุกิจให้เช่ารถยนต์ ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในแอพพลิเคชั่น โดยการใช้เทคโนโลยี เช่น IoT และ embeded technology solutions เพื่อความปลอดภัยในการให้เช่ารถยนต์ อีกทั้งยังสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการ ตามวิถีการใช้ชีวิตในเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า equal access to mobility.

“เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกซึ่งกำลังรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนก้าวไปสู่สังคม Zero Carbon ซึ่งตอนนี้เรามีรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการแล้ว 300 คันและเราจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 600 คันในปี พ.ศ. 2568” นายกฤษฎิ์ กล่าว


ฮ้อป คาร์ เป็นแอพลิเคชั่นที่ให้บริการเช่ารถยนต์ส่วนตัวแบบคาร์แชร์ริ่ง (Car Sharing) ช่วยให้เดินทางสะดวก ทันใจ และปลอดภัย ไร้สัมผัสทุกขั้นตอน ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน HAUP ได้ง่าย ๆ เพียงแค่สมัครลง ทะเบียน กดเลือกวันเวลา จุดรับรถ และรุ่นรถยนต์ที่ต้องการใช้งาน เมื่อไปถึงรถตามเวลาที่จองไว้สามารถ ปลดล็อกรถผ่านมือถือหรือบัตร HAUPCARD ได้ด้วยตนเอง

HAUP มีบริการรถยนต์ในแอพลิเคชั่นอยู่หลากหลายประเภท อาทิ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า EV Scooter และหลากหลายแบรนด์ ประกอบด้วย MG ZS EV, MG EP EV, MG 4 EV, Nissan Leaf, BMW iX3, BMW 530e, BMW X3e, Lexus UX 300e, Toyota Prius PHEV, Toyota C-pod, BYD Atto3 และล่าสุด VOLT CITY EV

ปัจจุบันมีจุดรับรถทั่วกรุงเทพและและปริมณฑล พร้อมให้บริการในจุดจอดใกล้ BTS/MRT และที่พัก คอนโดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการใช้งาน สามารถเลือกเช่ารถจากจุดจอดที่ใกล้ท่าน หรือที่ทำงาน โดยสามารถจองล่วงหน้าเพียง 15 นาทีเท่านั้น มีบริการเช่ารถระยะสั้นตั้งแต่ 30 นาที และระยะยาวไม่เกิน 7 วัน โดยคิดค่าบริการตามเวลาและแพ็กเกจระยะทางที่เลือกเอง ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม

“เรามีปรัชญาการให้บริการลูกค้าที่ชัดเจนเรื่อง Mobility for Everyone เราอยากให้การเดินทางเป็นเรื่องง่าย และสะดวกที่สุดสำหรับทุกคน ซึ่งเราต้องยอมรับว่าการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับบ้านเรา และเราคิดว่าคนไทยควรเข้าถึงรถยนต์ได้ ดังนั้น บริการของเราจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยที่ จะเข้าถึงรถยนต์ตามหลักการ access economy และ equal access to mobility โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ก้อนใหญ่ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่ใช้บริการของเราที่เปรียบเสมือนการเข้าถึงรถยนต์ แต่สามารถ นำเงินก้อนใหญ่ดังกล่าวไปลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นที่อยู่อาศัยหรือที่ดิน แทนที่จะลงทุนครอบครองทรัพย์สินที่เสื่อมค่า” นายกฤษฎิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ กล่าว

มาสด้า ส่งแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ ร่วมเป็นครอบครัวมาสด้า มอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าตลอดกุมภาพันธ์

0

มาสด้า แจ้งข่าวดีสำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญกับครอบครัวมาสด้า ส่งแคมเปญสุดพิเศษเอาใจคนรักความสปอร์ตและลูกค้าที่สนใจออกรถใหม่ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อเป็นครอบครัวมาสด้า เพียงทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรีแก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท1 และเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีกมากมายเมื่อออกรถ อาทิ ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี หรือ Mazda Ultimate Service (MUS)2 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance2 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0.99%2 และมอบความพิเศษยิ่งขึ้นอีกหนึ่งต่อสำหรับเจ้าของรถมาสด้าปัจจุบันและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่เพิ่มอีกคัน รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท3 ลูกค้าที่สนใจสามารถพบกับข้อเสนอต่างๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้มุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อแสวงหาทุกวิธีทางที่จะสร้างความสุขให้กับลูกค้า All for Customers เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก Touchpoints และได้นำเสนอโปรแกรมที่มอบความคุ้มค่าในหลายๆ ด้านเพื่อให้การดูแลลูกค้าได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจและตัดสินใจเข้าร่วมเป็นครอบครัวมาสด้าจำนวนมาก มาสด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดี และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า ด้วยเหตุนี้ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์มาสด้าจึงขอมอบแคมเปญสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นครอบครัวมาสด้าและพลาดแคมเปญก่อนหน้านี้ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อเป็นครอบครัวมาสด้า โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ประกอบด้วย

  • เมื่อทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรี แก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท1
  • มอบความอุ่นใจตลอดการครอบครองกับโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถตลอด 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)2 ช่วยให้ลูกค้าเบาใจเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต โดยครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถ บำรุงรักษารถตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง มูลค่าโปรแกรมฯ สูงสุด 62,568 บาท4
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance2
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 99%2
  • พิเศษสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่เพิ่ม รับฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท3

ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้า หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

หมายเหตุ:

1 ทดลองขับมาสด้าทุกรุ่น รับฟรี แก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท จำนวนจำกัด 1,600 ชิ้น

2 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

3 สำหรับลูกค้าปัจจุบันมาสด้า ที่ออกรถมาสด้าเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น

4 คำนวณจากมูลค่าแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถเป็น 5 ปี ของ New Mazda CX-8

ฟอร์ดเผยกลยุทธ์ปี 2566 มุ่งรุกตลาดพร้อมเสริมแกร่งบริการ ประเดิมเปิดศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศพันธกิจยกระดับการให้บริการลูกค้าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานหลักประจำปี 2566 และตอกย้ำความพร้อมในการพัฒนาทักษะของบุคลากรฟอร์ดด้วยมาตรฐานระดับโลก ภายในงาน ‘Ford Learning Center Open House’ ณ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ล่าสุด มั่นใจสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ครองใจผู้บริโภคและเดินหน้าขยายรากฐานความสำเร็จที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจต่อยอดความสำเร็จในปี 2566

ปี 2565 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของฟอร์ด ประเทศไทย จากยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 35% เติบโตสูงกว่าตลาดรวมซึ่งเติบโต 12% โดยในปีที่ผ่านมา ฟอร์ดมียอดขายรวมอยู่ที่ 43,628 คัน นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี ตั้งแต่ฟอร์ดเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่ยอดขายรวมต่อเดือนของฟอร์ดขึ้นมาเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ครองตำแหน่งรถกระบะที่ขายที่ดีที่สุดอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น และฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรถที่ขายดีที่สุดต่อเดือนติดอันดับ 3 ในตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เผยถึงรายละเอียดแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันธุรกิจฟอร์ด ประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้นในปี 2566 ว่า “ในปีนี้ ฟอร์ดตั้งใจขยายรากฐานความสำเร็จให้เติบโตยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์การต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งที่ฟอร์ดมี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า การส่งเสริมและพัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก ภายใต้แนวคิด ‘มุ่งมั่นที่จะแข่งขันและใส่ใจดูแลกันและกัน’ เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งในการทำงานระหว่างทีมงานทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดที่น่าประทับใจให้แบรนด์ฟอร์ดครองใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน”

พร้อมกันนี้ ฟอร์ดยังได้แนะนำนายอรรถกร จารุศิลาวงศ์ ที่ได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย    ฟอร์ด ประเทศไทย โดยนายอรรถกรจะรับผิดชอบด้านการขายทั้งหมด โดยมุ่งเน้นการสร้างความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงผลักดันรถสปอร์ตในตำนาน ฟอร์ด มัสแตง ให้มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ครองใจลูกค้าด้วยบริการประทับใจ

ฟอร์ดมุ่งเน้นนโยบายด้านบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยยกระดับงานด้านบริการ ซึ่งในปี 2565 ฟอร์ด ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เช่น

  • การที่ผู้ซื้อรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ในประเทศไทย มีอัตราการเปิดใช้โมเด็มและดาวน์โหลด แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส สูงถึง 97%  ซึ่งถือเป็นประเทศที่มียอดการใช้งานสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้ใช้งานรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทั่วโลก
  • จำนวนลูกค้านัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์ฯ หรือ Online Service Booking โดยนัดหมายผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาสและเว็บไซต์ฟอร์ด ราว 40,000 ครั้ง
  • บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยตลอดทั้งปีมีผู้ใช้บริการกว่า 18,000 ครั้ง
  • บริการรถให้บริการเคลื่อนที่ (Mobile Service Vehicle) ที่เริ่มนำรถรุ่นใหม่ออกให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้หลากหลายยิ่งขึ้นและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลด้วยมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 6,800 ครั้งทั่วประเทศ
  • มียอดการใช้บริการรับประกันเช็กระยะใน 60 นาทีถึง 57,000 ครั้ง
  • ช่องทาง E-Commerce ของฟอร์ดซึ่งมอบประสบการณ์ชมรถเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ เอดจ์ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อรถผ่านอุปกรณ์มือถือได้ทันที มีลูกค้าผู้สนใจขอใบเสนอราคาผ่านช่องทางนี้ราว 4,000 คน
  • Ford online showroom ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เยี่ยมชมรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ได้เสมือนไปอยู่ที่ โชว์รูมฟอร์ด และยังนัดหมายให้ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์มาแนะนำรายละเอียดรถในจุดต่างๆ ที่ลูกค้าสนใจมีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 130,000 ราย ตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวถึงความตั้งใจในการเดินหน้ายกระดับการดำเนินงานของฝ่ายบริการลูกค้าของฟอร์ดว่า “ฟอร์ดพร้อมยกระดับความพร้อมด้านบริการไปอีกขั้นด้วยการเปิดศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศให้ดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานการบริการระดับโลก โดยฟอร์ดได้ลงทุนกว่า 224 ล้านบาท เพื่อออกแบบสถานที่แห่งนี้ให้มีความทันสมัย มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ครบครัน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเสริมทัพความแข็งแกร่งด้านการบริการลูกค้าของฟอร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุด”

ภายในงาน ฟอร์ดได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งมาพร้อมความทันสมัยในทุกมิติ โดยฟอร์ดได้แบ่งพื้นที่การอบรมและปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ ได้แก่

  • ฝ่ายพัฒนาบุคลากรผู้จำหน่าย บริเวณโชว์รูม ชั้น 1 มีพื้นที่จำลองสถานการณ์ บรรยากาศเสมือนจริง เพื่อให้พนักงานได้ฝึกทักษะการขาย และการให้บริการหลังการขายได้อย่างสมจริง
  • ฝ่ายอบรมช่างเทคนิค มีห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมงานฝ่ายเทคนิคใช้ในการฝึกทักษะพื้นฐานในการบำรุงรักษาและให้บริการรถยนต์
  • ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (Ford Call Center) และทีมงานผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ (Ford Product Expert) บริเวณชั้น 2 ซึ่งมีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การทำงานของพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาในการให้บริการลูกค้า

ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งด้านการบริการลูกค้าของฟอร์ด เพื่อสร้างความพร้อมให้กับบุคลากรในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำแนวทางการดำเนินงานของฟอร์ดที่เน้นการสร้างความทันสมัยในทุกมิติ และความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวตามนโยบายแบบ ‘พร้อมเสมอ‘  หรือ ‘Always-On’

สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่