Home Blog Page 274

ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ จัดงาน FREC Wonderland ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในโอกาสครบรอบ 3 ปี

0

ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม’ หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเปิดบ้านปี 2022 ภายใต้แนวคิด ‘FREC Wonderland’ ในโอกาสครบรอบ 3 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย โดยมีพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ร่วมจัดเวิร์กช็อปมากมาย อาทิ การจัดการอาหารส่วนเกิน การอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และงานศิลปะ เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนโดยรอบได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม

การจัดตั้งศูนย์ FREC กรุงเทพฯ เป็นพันธกิจระยะยาวที่ฟอร์ดมุ่งมั่นมอบให้แก่ชุมชน โดยฟอร์ดได้ผนึกกำลังกับองค์กรเพื่อสังคมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบ 3 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย พันธมิตรศูนย์ FREC ได้ร่วมกันจัดหลากหลายกิจกรรมพัฒนาชุมชนที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนรวมถึงประชาชนทั่วไป ได้แก่ เวิร์กช็อป ‘รังสรรค์อาหารกับ SOS’ โดย มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS เพื่อให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ เข้าใจความหมายของอาหารส่วนเกิน (surplus food) และช่วยกันเปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ดูเหมือนไม่มีค่าให้เป็นอาหารจานใหม่ที่มีคุณค่าไม่ต่างไปจากอาหารที่ผลิตใหม่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมเวิร์กช็อปเปลี่ยนเศษพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์กับ Precious Plastic Bangkok เพื่อเรียนรู้การจัดการขยะหลังการบริโภค และนำนวัตกรรมมาใช้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล

มูลนิธิรักสัตว์ป่า Love Wildlife ยังมีกิจกรรมทำเพลย์เบดให้กับนางอาย เพื่อให้นางอายที่มีปัญหาสุขภาพและไม่สามารถกลับคืนสู่ป่าได้เล่นของเล่นในเพลย์เบด ซึ่งจะช่วยให้นางอายได้ลองสำรวจของใหม่ๆ และมีความสุขมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมทำ ‘Utopia’ Pop-Up Book ออกแบบสิ่งแวดล้อมในภาพฝันกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST)

Urban Studies Lab ศูนย์การศึกษาชุมชนเมือง ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องความสำคัญของการออกเสียงในเมือง เสนอไอเดียในการเปลี่ยนเมืองเพื่อเมืองที่ดีในอนาคต และยังมีกิจกรรมชมภาพยนตร์ ‘ฉันคือเกรต้า’ จาก Creative Migration เพื่อให้คนในสังคมหันมาสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ในงานผู้ร่วมงานยังมีโอกาสได้ชิมอาหารและเครื่องดื่มจาก Na Café at Bangkok 1899 คาเฟ่เพื่อสังคมเพื่อนบ้านศูนย์ FREC ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับท้องถิ่น

ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งและสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ที่ฟอร์ดเข้าไปดำเนินธุรกิจ ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างฟอร์ดและผู้อยู่อาศัยในชุมชนในการผลักดันให้เกิดกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนในสังคมอย่างยั่งยืน

ไทยฮอนด้า รุกตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาสสุดท้าย เปิดตัว 3 โมเดลเรือธงโฉมใหม่ล่าสุด

0

ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเกมรุกไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยการเปิดตัว “All New Forza350” บิ๊กสกูตเตอร์ระดับท็อปคลาส ดีไซน์ใหม่รอบคันสไตล์สปอร์ตหรูดุดัน จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่มีมาให้แบบเต็มพิกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลขั้นสุด เปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก พร้อมทั้งส่งมอบความสุขแห่งการขับขี่ ด้วยรถจักรยานยนต์ครอบครัวยอดนิยมตลอดกาลโฉมใหม่ล่าสุด All New Wave125i และ SUV Bike ที่คนไทยให้ความสนใจที่สุด All New ADV160  ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ eSP+ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ฮอนด้าติดตามสภาพตลาด และสถานการณ์ความต้องการของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

“ฮอนด้าพร้อมส่งมอบความสุขเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมกันทีเดียวถึง 3 รุ่น ทั้งหมดล้วนแต่เป็นโมเดลระดับเรือธง หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัว All New Forza350 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยหรือที่เรียกว่า World Premiere โดยในครั้งนี้ได้รับการปรับโฉมให้มีความสปอร์ตหรู เป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาส อีกสองรุ่นประกอบด้วย All New Wave125i รถครอบครัวโฉมใหม่ที่จะมาตอกย้ำความเป็นรถยอดนิยมของไทย และ All New ADV160 รถ SUV Bike ที่มาพร้อมกับการยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครี่องยนต์ eSP+ และดีไซน์ใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น”

All New Forza350 มาพร้อมแนวคิด Ride The Exceptional มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ สปอร์ตเรียบหรูเกินคาด ดุดันเกินคลาส ผสานด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เข้ากับสมรรถนะแรงสุดขีด พร้อมเชื่อมไลฟ์สไตล์ดิจิทัล โดดเด่นเกินใครในทุกเส้นทาง กับไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Dual LED Headlight สะดุดทุกสายตา และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมลงตัวกับเส้นสายรอบคัน และชัดเจนเหนือชั้นกับ New Multi-Function Meter Design ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความรู้สึกของความ Luxury Sport ให้ทุกเส้นทางที่ไป คือทางที่ใครก็ต้องยอม

All New Forza350 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง eSP+ 330 ซีซี แรงดั่งใจ เพิ่มกำลังขับเคลื่อน ลดแรงเสียดทานแรงต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้มั่นใจอยู่ในคอนโทรล ด้วยระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กัน ป้องกันรถเสียการทรงตัว Emergency Stop Signal (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน มาตรฐานความปลอดภัยระดับรถ Super Bike และ 2-Channel ABS (Anti-Brake System) ระบบเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกระหว่างเบรกกะทันหัน

เพิ่มประสบการณ์ขับขี่ไปอีกขั้นกับเทคโนโลยีที่ยกระดับความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับ All New Forza350 กับ Honda Smartphone Voice Control System (HSVCs) ความปลอดภัย…สั่งได้! ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียงบนสมาร์ตโฟน เทคโนโลยีอัจฉริยะจากฮอนด้า เชื่อมต่อใช้งานสะดวก ผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync ควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยเสียงและกดสั่งการที่สวิตช์แฮนด์ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน และเปิดสู่เอกลักษณ์ที่เหนือกว่าในทุกเส้นทาง กับกระจกบังลมหน้าระบบไฟฟ้า Electrically Adjustable Windscreen ที่ปรับระดับความสูงได้ถึง 150 มม. ช่วยลดแรงลมปะทะหน้าขณะขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกอีกขั้นกับ Honda Smart Key รีโมตอัจฉริยะ และ In-Console USB Charger & Bottle Holder ที่เก็บของคอนโซลหน้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์

All New Forza 350 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) มี มาพร้อมล้อสีทอง ด้วยราคาแนะนำที่ 181,000 บาท

และรุ่น Standard Type มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา-ดำ (Smoky Grey), สีแดง (Red) และสีน้ำเงิน (Blue) ราคาแนะนำที่ 179,000 บาท

พร้อมออพชั่นเสริมเพิ่มความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยชุดแต่งที่มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย

Forza Nitron Neon TH1 ราคาแนะนำที่ 221,800 บาท

Forza Yoshimura Gcraft Rising Spirit TH2 ราคาแนะนำที่ 206,900 บาท

* ชุดแต่ง Nitron Neon Edition ชุดแต่งพรีเมียมจากอังกฤษ ทุกเส้นสายบอกสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร เอาใจสายสปอร์ตด้วยระบบกันสะเทือนแบรนด์ Hi-end ระดับโลก รองรับการใช้งานทุกย่านความแรง

* ชุดแต่ง The Yoshimura X G’craft Rising Spirit Edition ตำนานจากญี่ปุ่น ที่ร่วมมือกับ H2C สำนักแต่งฮอนด้าที่ทั่วโลกยอมรับ สู่การปลดปล่อยสไตล์ใหม่ไม่ซ้ำทางใคร ด้วยท่อไอเสียจากสำนักแต่งสัญชาติญี่ปุ่น พร้อมทะยานสู่ความเร้าใจใหม่ที่เหนือกว่า

All New Wave125i มาพร้อมคอนเซปต์ “ผู้นำที่ทุกคนเชื่อมั่น” โดยมี “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารส” เป็น พรีเซนเตอร์ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็น “ผู้นำที่ทุกคนเชื่อมั่น” ทั้งตัวผลิตภัณฑ์และผู้ครอบครอง ให้สมกับเป็นรถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับท็อปคลาสแห่งยุค

ดีไซน์สปอร์ตด้วยเฟรมใหม่ ออกแบบวัสดุและเทคนิคการเชื่อมต่อตัวถังให้แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบาลง ควบคุมรถได้ง่ายและคล่องตัวกว่าเดิม เรือนไมล์ใหม่ LCD Multi Meter ผสานเทคโนโลยีจอแสดงผล เรียบหรูมีมิติ ออกแบบแยกส่วน ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว New X-clusive LED Tailight ครบครันทั้งไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ New Front Pocket เพิ่มช่องใส่ของอเนกประสงค์ สะดวกใช้งานทันใจ ระบบกันสะเทือนใหม่ด้วยการเพิ่มระยะยุบของโช้คอัพด้านหน้าและด้านหลัง สามารถซับแรงกระแทก ช่วยให้ทรงตัวดียิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ XL Size U-Box จุได้ 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ ถังน้ำมันใหญ่ 5.4 ลิตร วิ่งได้ไกลขับขี่ได้ต่อเนื่อง สวิตช์กุญแจนิรภัยเพียงกดกุญแจเพื่อสั่งการ เปิด-ปิดล็อค-สตาร์ตเครื่องและเปิดเบาะนั่ง ได้ง่ายดาย

New Honda Smart Engine เทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดของคลาส 125 cc. ระบบหัวฉีด PGM-FI ยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งรถครอบครัว สะท้อนความเชื่อมั่นด้วยสมรรถนะดีขึ้นกว่าที่เคย แรงล้ำหน้าด้วยการปรับระยะชักลูกสูบใหม่ และมอบอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4กม./ลิตร เสริมด้วยระบบ Piston Oil Jet ช่วยระบายความร้อนดียิ่งขึ้น ลดการสึกหรอ ทนทานยืดอายุการใช้งาน ติดตั้งระบบปรับตั้งความตึงโซ่อัตโนมัติแบบ Hydraulic ใหม่ ส่งกำลังต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ลดการสะบัดและเสียงของเครื่องยนต์

All New Wave125i รุ่นสตาร์ทมือ ล้อแม๊ก 4 สีได้แก่ สีแดง-เทา, สีเทา-น้ำเงิน, สีขาว-แดง และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 56,500 บาท ส่วนรุ่นสตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด โดยมี 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน และสีดำ ราคาแนะนำที่ 54,300 บาท

All New ADV160 มาพร้อมคอนเซปต์ “Explore the Wild Urban มีทางใหม่ ให้ท้าทายทุกวัน” อัปเลเวลการขับขี่สไตล์ Honda SUV Bike หนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่จะเปิดประสบการณ์ทางเมืองเดิม ๆ ให้ไม่เหมือนเดิม พร้อมกับโฉมใหม่ ที่อัปเลเวลดีไซน์ เท่แกร่งทุกมิติ ให้ความรู้สึกดุดัน แข็งแกร่ง โดดเด่นบนถนน เสริมด้วยแทคโนโลยีล้ำหน้ารอบคัน ที่พร้อมให้ผู้ขับกำหนดเส้นทางท้าทายใหม่ ๆ ได้ทุกวัน

All New ADV160 ยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี 4 วาล์ว ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ อัปความแรงให้เร่งทันใจทุกช่วงความเร็ว ครั้งแรงของการเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันป้องกันรถเสียการทรงตัว ผสานการออกแบบที่ตอบโจทย์รถสไตล์ SUV Bike กับความสูงเบาะใหม่ 780 มม. ขึ้น-ลง สะดวก นั่งสบายยิ่งกว่า เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้มั่นใจ พร้อม Twin Subtank อันเป็นเอกลักษณ์ ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวล ลุยได้ไม่หวั่นทุกทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ในเมืองที่คุ้นเคย ได้อย่างมั่นใจเหนือใคร

All New ADV160 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น Standard สี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา (Grey) และสีแดง (Red) ราคาแนะนำที่ 99,900 บาท โดดเด่นกว่าใคร ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันในรุ่นพิเศษ H2C x KITACO Racing Soul Edition รถสีดำ(Mat Black) ตัวท่อไอเสีย จาก Kitaco ยกระดับความท้าทาย ออกไปค้นพบเส้นทางใหม่ๆ ให้โดดเด่นเหนือใคร สไตล์ SUV BIKE ที่ H2C ร่วมมือกับแบรนด์ KITACO ราคาแนะนำที่ 108,200 บาท

“ฮอนด้า มุ่งมั่นที่จะพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ และพร้อมที่จะส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคนไทย ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพระดับโลก เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อฮอนด้ามาโดยตลอดจนทำให้เราครองความเป็นหนึ่งในตลาด และเราเชื่อมั่นว่า 3 โมเดลใหม่ล่าสุดนี้จะครองใจผู้ใช้ชาวไทยทุกคนอีกเช่นกัน” มร.ชิเกโตะ กล่าวสรุป

 

ทั้งหมดนี้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand

มอบรางวัลผู้โชคดีจากงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022

0

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022 เป็นประธานมอบ รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card มูลค่า 100,000 บาท แก่ผู้โชคดี นายประทีป สิงห์พรม ผู้ซื้อรถยนต์ภายในงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2022 โดยมี ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์  และอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ ร่วมยินดี ณ บริษัท คิงส์ ออฟ ออโต้ จำกัด สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี เมื่อเร็วๆนี้

จากซ้ายไปขวา 1  2  3  4

  1. นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022
  2. นายประทีป สิงห์พรม             ผู้โชคดี งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022
  3. นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022
  4. นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์             รองประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022

“คาราวานชานกรุง 2022” เยือนพิพิธภัณฑ์ สังสรรค์เสวนา

0

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) จัดงานคาราวานชานกรุง 2022 รวมพลคนรักรถโบราณกว่า 50 คัน พร้อมเชิญ เกียรติณรงค์ ครูบา หัวหน้ากลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม กรมการขนส่งทางบก (ที่ 3 จากซ้าย) มาให้ความรู้ผ่านการเสวนาเรื่อง บูรณะรถโบราณอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ณ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565

คนรักรถโบราณสามารถติดตามภาพบรรยากาศงานคาราวานชานกรุง 2022 ได้ที่ www.vintagecarclub.or.th และ www.facebook.com/VintageCarClub

อีซูซุ ส่งครบรุ่น “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์” “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” และ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” เขย่าตลาดปลายปี

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าเปิดตัวรถครบทุกไลน์อัพ นำโดย “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs”ทะยานต่อ ให้โลกตาม ครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ด้วยกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์”…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” ปรับเพิ่มลุคสปอร์ตเรซซิ่งพรีเมี่ยม โดดเด่น พร้อมหยุดทุกสายตากับสีเทาใหม่! Islay Gray Opaque และรถอเนกประสงค์ระดับ Top Class ดีไซน์ใหม่ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรู ยกระดับดีไซน์อีกขั้นพร้อมสีใหม่! น้ำเงิน กลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica) หรูหราโดดเด่น เข้มเต็มอารมณ์สปอร์ต และใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor ครบครันทุกอรรถประโยชน์ พร้อมรับฤดูขายปลายปีนี้

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับรถอีซูซุอย่างดีเสมอมา เราคำนึงและต้องการตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถเมืองไทยอย่างแท้จริง นอกจากการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในแล้ว อีซูซุยังให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยในการขับขี่กับ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEsทะยานต่อ ให้โลกตาม ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัย ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) และครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย กับนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว (Mono Camera) พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน เปลี่ยนทุกเส้นทางการผจญภัย ให้เป็นเส้นแห่งทางความปลอดภัยที่ผู้ใช้รถอีซูซุจะมั่นใจได้สูงสุด

นอกจากนี้ยังมี “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” ปิกอัพสปอร์ตเรซซิ่งพรีเมี่ยมสุดเท่ ความเร้าใจใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งรุ่น SPEED และ HI-LANDER มาพร้อมกับสีใหม่! Islay Gray Opaque

รวมทั้งรถอเนกประสงค์ระดับหรู “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” อัตลักษณ์แห่งดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมสีใหม่! น้ำเงิน กลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica) เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor สนุกกับการใช้ชีวิตที่หลากหลายควบคู่ไปกับการใช้งานอเนกประสงค์ระดับหรู”

  • เทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย มอบความแม่นยำและมั่นใจในการทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ ตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่า พร้อมเรดาร์ 2 จุดและเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ที่อีซูซุออกแบบให้ทุกระบบความปลอดภัยทำงานผสานร่วมกันเป็นหนึ่ง ให้ความมั่นใจในการเดินทาง อาทิ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรฝัน ACC พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) โดยระบบจะทำหน้าที่ควบคุมความเร็วให้คงที่ และจะช่วยควบคุมความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติได้จนถึงรถคันหน้าหยุดนิ่ง และยังมาพร้อมกับระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking) ที่คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าจากกล้องหน้าคู่ และแจ้งเตือนเมื่อสิ่งกีดขวางอยู่ในระยะกระชั้นชิดเกินไปจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และจะทำการเบรกโดยอัตโนมัติหากผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรกหลังสัญญาณเตือน โดยเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS สามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึง 50% (ข้อมูลอ้างอิงจากสภาความปลอดภัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (The National Safety Council, U.S.A.) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่สามารถลดอุบัติเหตุ โดยระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Warning with Autobrake ช่วยลดการชนท้ายรถคันหน้า 50%)

“ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs” ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ในรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” และ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 4 ประตู” เกรด M

  • “NEW! ISUZU V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs”…ทะยานต่อ ให้โลกตาม อีกขั้นแห่งปิกอัพสปอร์ตออฟโรดเหนือระดับ แข็งแกร่ง ดุดัน ทรงพลังเต็มสมรรถนะออฟโรด สง่างาม จากภายนอกจรดภายใน
  • ดีไซน์ดุดัน เท่ แกร่ง ทรงพลังด้วย Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคัน ที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง ที่เปิดกระบะท้าย Fender Lip และ Robust Extender เพิ่มความดุดัน ทรงพลัง ในทุกมิติของรถ
  • พลังแรง ประหยัดน้ำมัน พร้อมลุยทุกที่ ด้วยเครื่องยนต์ Isuzu 3.0 Ddi Blue Power รุ่น 4JJ3-TCX กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที
  • ระบบ Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ ทำงานได้ฉับไว แม่นยำ เลือกการใช้งานให้เหมาะกับทุกสภาพถนนทั้ง 2H/4H และ 4L พร้อมสมรรถนะในการลุยน้ำได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร
  • ระบบ Electronic Diff-Lock ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า ช่วยล็อกเฟืองท้ายให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้านซ้ายและขวาเท่ากันเพื่อให้ผ่านอุปสรรคอย่างง่ายดาย
  • ช่วงล่างแกร่งทน เกาะถนนเหนือชั้นด้วยโครงสร้างตัวถัง และแพลตฟอร์ม “ISUZU DYNAMIC DRIVE PLATFORM” ที่ออกแบบมิติฐานล้อ และช่วงล้อหน้า-หลัง เพื่อดุลยภาพในการขับขี่ทั้งขณะรถเปล่า และการบรรทุกหนัก

  • “NEW! ISUZU D-MAX MAGIC EYEs” HI-LANDER 4 DOORS…ทะยานต่อ ให้โลกตาม ยนตรกรรมปิกอัพระดับ Top Class
  • กระจังหน้าแบบ Double Dimension ดีไซน์แบบทูโทนสี Chrome และ Dark Gray Metallic พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต และกันชนท้าย Integrated Bumper ดีไซน์สวยงานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แบบ Robust Radius และใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์แบบ Aeroscrew เท่เหนือชั้น สปอร์ตหรูทุกมิติ
  • ภายในห้องโดยสารหรูหราด้วย Piano Black และ Satin Chrome ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Sharp Horizontal Layers เล่นระดับกับแผงข้างประตู พร้อมเบาะนั่งดีไซน์โอบกระชับเทคโนโลยี COOL MAX ช่วยลดการสะสมความร้อนและเบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า
  • ประหยัดน้ำมันขั้นสุด ด้วยเครื่องยนต์อีซูซุ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน–เมตร ที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที และเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน – เมตร ที่ 1.600 – 2,600 รอบ/นาที
  • “NEW! ISUZU D-MAX CAB 4” และ “NEW! ISUZU D-MAX SPACECAB” เกรด S-DA…ทะยานต่อ ให้โลกตาม ตอบสนองความคุ้มค่าด้วย Option ที่เหนือกว่า
  • ใหม่! หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay คมชัดระดับ HD ใช้งานง่าย พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด

  • “NEW! ISUZU X-SERIES”…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์ สะกดทุกสายตา โดดเด่นกระแทกใจ ด้วยรูปโฉมใหม่ทั้งในรุ่น SPEED และ HI-LANDER
  • ใหม่! สีเทา Islay Gray Opaque สปอร์ตขั้นสุด ปลุกเร้าทุกอารมณ์การขับขี่
  • ใหม่! สเกิร์ตหน้าลายเคฟลาร์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน โดดเด่น สะดุดตา เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ในรุ่น SPEED และ ใหม่! สเกิร์ตกันชนหน้า ดีไซน์เท่รับกับกระจังหน้า ให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม ในรุ่น HI-LANDER
  • ใหม่! สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง เท่เป็นเอกลักษณ์ คมเข้ม พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า
  • ใหม่! ดีไซน์เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ในรุ่น SPEED และ ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ในรุ่น HI-LANDER
  • ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์แบบ Aeroscrew เท่เหนือชั้น สปอร์ตหรูทุกมิติ ในรุ่น HI-LANDER 2 ประตู
  • แรงเต็มสมรรถนะ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน–เมตร ที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที

  • “THE NEW MU-X” be UNCHARTEDหมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด ยนตรกรรมที่พร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ กำหนดหมุดหมายใหม่ทั้งในด้านดีไซน์ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันชาญฉลาดตลอดจนความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างจากรถอเนกประสงค์ที่คุณเคยสัมผัสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  • ใหม่! สีน้ำเงินกลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica) หรูหราโดดเด่น เข้ม เต็มอารมณ์สปอร์ต
  • ใหม่! กระจังหน้า แบบ Black Chrome พร้อมด้วยชุดแต่งรอบคัน เฉดสี Magnetite Gray รอบคัน ดุดันลงตัว
  • ใหม่! ไฟท้าย LED สไตล์ Winglet Signature เล่นระดับแบบ 3 มิติ อารมณ์สปอร์ตโทนเทาดำ
  • ใหม่! ล้ออัลลอย Dynamic Rotor Blade สี Magnetite Gray ปัดเงา ขนาด 20 นิ้ว และ ใหม่! ล้ออัลลอย Aeroscrew ขนาด 17 นิ้ว
  • ใหม่! ภายในโทนสี Macchiato Brown อารมณ์นุ่มลึกสีน้ำตาลเทาสลับสีน้ำตาลเข้ม เพิ่มอารมณ์หรูด้วยวัสดุ Piano Black และ Chrome และเบาะนั่งโอบกระชับรับสรีระยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน
  • ใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor

นอกจากนี้ “THE NEW MU-X” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE แบบฉบับยนตรกรรมระดับพรีเมียมเหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน

พบกับ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์” MAGIC EYEs และ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม และ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“Bangkok GR Day” รวมพลคนรัก TOYOTA GR Series สัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจกับ Sport car ระดับตำนาน

0

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดบ้านต้อนรับสมาชิก Toyota Supra และ Toyota 86 Car Club และแขกผู้มีเกียรติ ในงาน “Bangkok GR Day” รวมพลคนรัก Toyota GR Series กิจกรรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อแฟนพันธุ์แท้ Toyota GR Series นอกจากได้สัมผัสรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Toyota GR Supra” รุ่นปรับปรุงใหม่ และ “Toyota GR 86” ใหม่แล้ว ยังได้ร่วมกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ โชว์สุดยอดสมรรถนะรถสปอร์ตของโตโยต้าในยุคใหม่อย่าง Toyota GR Supra, GR YARIS และ GR 86 โดยนักดริฟท์ระดับโลก ทั้งยังเป็นการรวมพลคนรัก Toyota Supra และ Toyota 86 หลาย Generation และผู้ที่ร่วมงานยังสามารถร่วมประมูล Display Car Toyota GR Supra รุ่นปี 2020 ในราคาสุดพิเศษ! พร้อม Super surprise กับการประกาศผลผู้โชคดีได้รับส่วนลดพิเศษ มูลค่า 100,000 บาท สำหรับ Toyota GR 86 ใหม่ และส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท สำหรับ Toyota GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ ปิดท้ายด้วยการพบปะและ Exclusive party ในช่วงเย็น เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ TOYOTA ALIVE บางนา กม.3 

หลังจากที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำ Sport car ระดับตำนาน Global model ภายใต้ GR Series กับต้นกำเนิดรถสายพันธุ์สปอร์ต Toyota GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมแนะนำ Sport Coupe รุ่นล่าสุด Toyota GR 86 ใหม่ ที่มาพร้อม GR Experience Package สิทธิพิเศษเหนือระดับ และพิเศษยิ่งกว่า! สำหรับผู้ที่ครอบครอง Toyota GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ และ Toyota GR 86  ใหม่ จำนวน 25 คันนี้ จะได้รับ GR Exclusive Box Set” พร้อมลายเซ็น “Morizo” ซึ่งเป็นชื่อในวงการแข่งขันรถยนต์ของ มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวขอบคุณกระแสตอบรับในรถ Toyota GR Series ว่า ในนามของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ผมขอขอบคุณทุกท่าน นับตั้งแต่การเปิดตัวรถสปอร์ต Hot Hatch สายพันธุ์แรง แชมป์แรลลี่โลก “GR Yaris” ในปี 2563 เราได้รับการตอบรับด้วยยอดจองอย่างล้นหลามถึงกว่า 500 ท่าน ด้วยสมรรถนะอันเป็นตำนานและการที่มีจำนวนจำกัด ทำให้ GR Yaris เป็นที่แสวงหาของนักสะสม จนราคาในตลาดสูงขึ้นกว่า 5 แสนบาทเลยทีเดียว

และเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา หลายท่านคงได้ทราบว่าเราได้แนะนำ Sport Car 2 รุ่น นั่นคือ TOYOTA GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ และ TOYOTA GR 86 ใหม่  โดยเปิดรับจองสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ผ่านช่องทาง Online และสร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง ด้วยยอดจองสิทธิ์รถทั้งสองรุ่น เกินจำนวนรถที่มีถึง 5 เท่า หลังเปิดรับจองเพียง 3 วัน”

กิจกรรมภายในงาน Bangkok GR Day

  • TOYOTA SPORT CAR การรวมพลลูกค้าและ Car club ที่ชื่นชอบรถ Sport ของโตโยต้า ที่มาร่วมโชว์รถทั้ง Toyota Supra, Toyota 86, Toyota GR Supra และ Toyota GR Yaris กว่า 30 คัน
  • GR Performance Show โชว์ดริฟท์รถสายพันธุ์สปอร์ต GR series ของโตโยต้าในยุคใหม่นี้ ทั้ง Toyota GR Supra, GR Yaris และ GR 86 รุ่นล่าสุด ผ่านฝีมือนักดริฟท์ระดับโลก
  • Masato Kawabata นักดริฟท์ และกรรมการดริฟท์ชาวญี่ปุ่น ที่ร่วมแข่งขันรายการระดับโลก

ทั้ง D1 ต้นตำรับการแข่งดริฟท์ของญี่ปุ่นและอีกหลายรายการ เช่น Formula Drift และ King of Asia รวมถึงเป็นเจ้าของฉายา Kawabata Angle ด้วยลีลาการสะบัดดริฟท์ที่รุนแรง ใช้มุมล้อหน้าในการดริฟท์ที่สูงมากๆ

  • เดชะพล โตยิ่งเจริญ นักดริฟท์ไทยคนแรกและถือเป็นคนต่างชาติคนแรกที่ไปคว้าชัยในการแข่งขัน

ดริฟท์ D1 Japan  อดีตนักดริฟท์สังกัด Redbull Drift Team ที่เดินทางไปแข่งดริฟท์ทั้งในและต่างประเทศหลายรายการ

  • กุลชาติ หรูวรรธนะ นักดริฟท์ไทยรุ่นบุกเบิกที่มีประสบการณ์ดริฟท์เกือบ 20 ปี สังกัดทีมดริฟท์ชื่อดัง เช่น Nitto Drift Team, PTT Performa Drift Team, Redbull Drift Team
  • GR Supra Auction ประมูลรถ Toyota GR Supra ปี 2020 จำนวน 2 คัน สภาพสวย เลขไมล์น้อย ในราคาเริ่มต้น 3,500,000 บาท โดยบริษัท Auction Express พิเศษสุดสำหรับผู้มาร่วมงานเท่านั้น
  • GR Special Lucky Draw เฉพาะภายในงานเท่านั้น กับโอกาสร่วมลุ้นรับส่วนลดพิเศษมูลค่า 200,000 บาท สำหรับ Toyota GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ จำนวน 1 รางวัล และ ส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท สำหรับ Toyota GR 86 ใหม่ จำนวน 1 รางวัล

“ความพิเศษของกิจกรรมในวันนี้ ผู้ร่วมงานสามารถร่วมลุ้นรับส่วนลดสุดพิเศษ สำหรับรถรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่น รวมถึงมีการประมูล Display car รุ่น Toyota GR Supra ปี 2020 จำนวน 2 คัน กิจกรรมนี้ยังเป็นการรวมพลคนรักรถสปอร์ตจากโตโยต้า Car Club กับการจัดแสดง Toyota Supra และ Toyota 86 หลาย Generation และได้ร่วมสัมผัสสมรรถนะสุดเร้าใจกับรถ Toyota GR Series ผ่าน Performance show โดยนักขับ Drift ระดับโลก ทั้งนี้ โตโยต้าจะมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า และเราจะใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเคย ขอขอบคุณแฟนพันธุ์แท้ GR Series ทุกท่าน และเราจะมีกิจกรรมพิเศษแบบนี้อีกในโอกาสต่อไป” นายสุรศักดิ์กล่าวปิดท้าย

60 ปี โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี 2022

0

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพ และการยกระดับการขายและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการทุกไลฟ์สไตล์มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฮอนด้าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมา สะท้อนถึงการดำเนินงานของบริษัทโดยหนึ่งในผู้บริหารที่มีส่วนขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัล BUSINESS+ THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2022 สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี 2022 ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเปิดให้ประชาชนร่วมลงคะแนนโหวตผู้บริหารสูงสุดในแต่ละสาขาผ่านระบบออนไลน์ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อค้นหาผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรมให้เป็นสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี รวมถึงเป็นการถ่ายทอดความรู้ และกลยุทธ์ความสำเร็จของผู้บริหารองค์กรชั้นนำ และเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ต่อไป

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับรางวัล TOP CEO OF THE YEAR ที่ได้รับ ดูเหมือนเป็นรางวัลที่ให้กับตัวบุคคล แต่สำหรับผมมองว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลของฮอนด้า ประเทศไทย และเป็นรางวัลของพนักงานฮอนด้าทุกคน ทุกคะแนนโหวตที่ได้รับ สะท้อนถึงพนักงานทุกคน ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรไปข้างหน้า เพราะทุกความสำเร็จไม่ได้เกิดจากผู้บริหารเพียงคนเดียว ดังนั้น ผมจึงเป็นเพียงตัวแทนของพนักงานทุกคนในการรับรางวัลนี้ ขอขอบคุณทางคณะผู้จัดงาน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมโหวตทุกท่านที่ให้รางวัลนี้กับฮอนด้า ประเทศไทยครับ”

ทั้งนี้ นายพิทักษ์ เป็นผู้บริหารระดับสูงสุดชาวไทยที่มีส่วนผลักดันและขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย อาทิ การขับเคลื่อนฮอนด้าให้ประสบความสำเร็จด้วยการเติบโตทางด้านยอดขายมาอย่างต่อเนื่อง สามารถครองยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของประเทศไทยได้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 และครองยอดขายอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าชาวไทยเสมอมา ส่งผลให้ฮอนด้าคว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี (TAQA: Thailand Automotive Quality Award) ด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือต่อเนื่อง 9 ปีซ้อน (พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2563) นอกจากนี้ ยังเป็นผู้บริหารที่นำองค์กรก้าวผ่านเหตุการณ์และความท้าทายต่าง ๆ อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่สังคมปลอดมลพิษและปลอดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายการดำเนินงานของฮอนด้า ปี พ.ศ. 2593 ในด้านสังคม เป็นผู้บริหารที่ร่วมก่อตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ซึ่งเป็นกองทุนที่เตรียมความพร้อมสำหรับให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงผลักดันโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนฮอนด้าสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่

“ซูซูกิ” จัดแคมเปญหนัก 3 ต่อ SUPER FLASH DEAL “ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า”

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า จากความสำเร็จของแผนการตลาดในการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี และบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการนำเสนอแคมเปญพิเศษแก่ลูกค้ามาโดยตลอดมีส่วนในการกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ ส่งผลให้การเติบโตในช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมา (มกราคม-กันยายน 2565) มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมอยู่ที่ 15,505 คัน เติบโตเพิ่มมากขึ้น 5.18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2564 ส่วนสำคัญมาจากความสำเร็จของรถยนต์รุ่นขายดีของซูซูกิ อาทิ SUZUKI SWIFT และ SUZUKI CARRY

โดยยอดขายในช่วงไตรมาส 3 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565) แบ่งออกได้ดังนี้

  • SUZUKI SWIFT มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1,953 คัน
  • SUZUKI CARRY มียอดจำหน่าย 865 คัน
  • SUZUKI CELERIO มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 642 คัน
  • SUZUKI XL7 มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 432 คัน
  • SUZUKI CIAZ มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 257 คัน
  • SUZUKI ERTIGA มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 89 คัน

โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมกันทั้งสิ้น 1,780 คัน เติบโตเพิ่มมากขึ้น 45.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนสิงหาคม 2565 การรักษายอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ของปีนี้ ด้วยการจัดแคมเปญยิ่งใหญ่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 นำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUPER FLASH DEAL” ซึ่งไม่ใช่เพียงมุ่งหวังที่จะตอบแทนความไว้วางของของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ซูซูกิ แต่ต้องการยกระดับการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคที่มีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์สักหนึ่งคันสามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แคมเปญพิเศษ SUPER FLASH DEAL”  มอบให้ถึง 3 ต่อ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ   และสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ  ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2565 ออกรถวันนี้ผ่อนปีหน้า (ขับฟรี 90 วันเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 0.39% นาน 48 เดือน  และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่เข้าร่วมรายการ)  หรือรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 48 เดือน (เฉพาะรุ่นที่เข้าร่วมรายการ) อีโคคาร์ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น ซึ่งข้อเสนอพิเศษ โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ โดยแคมเปญ SUPER FLASH DEAL” มีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT

  •   เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า ขับฟรี 90 วัน  พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ 0.49%  สำหรับรุ่น GL GLX  หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.79%  สำหรับรุ่น GL PLUS และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  •   หรือเลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,333 บาท  พร้อม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาทสำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท สำหรับรุ่น GL PLUS และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CIAZ

  •   เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาทพร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท
  •   หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 0%
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

BIG MOTOR SALE 2022 13

SUZUKI XL7

  •   เลือกรับ ข้อเสนอพิเศษ ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า ขับฟรี 90 วัน  พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%  พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   หรือ เลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI ERTIGA

  •   เลือกรับ ข้อเสนอพิเศษ ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า ขับฟรี 90 วัน  พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%   และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   หรือเลือกรับ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท  พร้อม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท  และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO

  •   รับข้อเสนอ ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า ขับฟรี 90 วัน  พร้อม บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   หรือ เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 5,000 บาท และรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  •   รับข้อเสนอ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
  •   หรือ เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%
  •   พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่นจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย ด้วยเพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้า และงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็ง ที่พร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมไปจนถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินเข้ามาช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับซูซูกิ ได้แก่  บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด. ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญาของซูซูกิคือผลิตสินค้าที่มีคุณค่าเหมือนว่าเราคือผู้ใช้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ สอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้วซูซูกิยังมีความตั้งใจจริง ที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

Flying Spur Mulliner เผยความหรูหราพร้อมความดุดันในชุดแต่ง Blackline

0

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม Flying Spur Mulliner Blackline Specification อัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดานรุ่นเรือธงของตระกูล Flying Spur ซึ่งผสมผสานงานฝีมือที่ทันสมัยและความหรูหราที่น่าทึ่งเข้าไว้ด้วยกัน โดยการนำชุดแต่ง Blackline Specification มาใช้กับ Flying Spur Mulliner มาจากความนิยมของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในรุ่น Continental GT Mulliner Blackline ซึ่งเป็นสัดส่วนคำสั่งจองเกือบ 20% โดยการตกแต่งที่ร่วมสมัยได้ถูกนำมาใช้เพื่อแทนที่การตกแต่งแบบโครเมียมในอัครยนตรกรรมจาก Bentley Mulliner ทุกรุ่น สำหรับ Flying Spur Mulliner Hybrid เอเอเอสฯ เปิดรับคำสั่งจองแล้วด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19 ล้านบาท

Flying Spur Mulliner Blackline Specification คือ การรังสรรค์เพื่อทดแทนการตกแต่งแบบโครเมียมที่ใช้สำหรับการตกแต่งภายนอกทั้งหมดเป็นสีดำเงา ยกเว้นโลโก้เบนท์ลีย์ ‘Winged B’ สำหรับฝาครอบกระจกข้างสีเงินแบบฉบับ Flying Spur Mulliner ได้ถูกรังสรรค์ด้วยเฉดสีดำ Beluga และช่องระบายอากาศด้านข้างแบบ Mulliner อันเป็นเอกลักษณ์จะถูกเคลือบด้วยสีดำและตกแต่งพื้นผิวด้วยโลโก้ Mulliner สีเงิน โดยกระจังหน้ายังคงตกแต่งด้วยเฉดสีดำ และมีขอบสีเงินแบบ 3 มิติ พร้อมกระจังหน้าด้านล่างที่ถูกออกแบบในเฉดสีดำเช่นเดียวกัน

Blackline Specification ยังมอบตัวเลือกล้ออัลลอยด์แบบ Mulliner เฉดสีดำด้านขนาด 22 นิ้ว หรือ ล้ออัลลอยด์แบบ Mulliner เฉดสีดำเงา พร้อมตัวยึดโลโก้รูปตัว ‘B’ บริเวณกึ่งกลางล้อ โดยรูปแบบการตกแต่งแบบใหม่นี้จะช่วยให้ลูกค้า Mulliner มีโอกาสเปรียบเทียบความแตกต่างของเฉดสีอ่อนภายนอก หรือ การผสมผสานระหว่างความหรูหรากับตัวเลือกเฉดสีเข้ม

การตกแต่งภายในที่หรูหราของ Flying Spur ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น Mulliner ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ทำให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการเลือกสรรเฉดสีจาก Mulliner ได้อย่างไร้ขีดจำกัด หรือ สามารถเลือกสรรหนึ่งในแปดรูปแบบของเฉดสีกับตัวเลือกเฉดสีของชุดหนังและด้ายที่หลากหลายจาก Mulliner

Flying Spur Mulliner Blackline Specification มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์รุ่น V8 และ W12 รวมถึง V6 Hybrid รุ่นใหม่ โดยเครื่องยนต์รุ่น V6 แบบไฮบริดใหม่ มอบความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4.3 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 285 กม./ชม.

 

ความหรูหราที่ออกแบบได้

การตกแต่งภายในของ Flying Spur Mulliner นำเสนอรายละเอียดอันวิจิตรงดงามและพื้นผิวสัมผัสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงให้เห็นถึงงานฝีมืออันประณีตของอัครยนตรกรรมจาก Mulliner พร้อมการตกแต่งภายในที่คัดสรรมาเป็นพิเศษถึงแปดแบบ ซึ่งประกอบด้วย เฉดสีหลัก เฉดสีรอง และเฉดสีเสริม

หนึ่งในการตกแต่งภายในที่โดดเด่นอย่าง Flare คือ การผสมผสานระหว่างหนังเฉดสีดำ Beluga กับ แผงหน้าปัด ขอบประตู และ วัสดุบุเพดาน ขณะที่หนังเฉดสีแดง Hotspur เน้นสไตล์ของเบาะโดยสาร โดยมีการปักแบบเฉดสีเทา Linen และ การเน้นเส้นสายที่ได้ผสมผสานเฉดสีที่สามเข้ากับการตกแต่งภายในของ Mulliner อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Mulliner Driving Specification ได้รับการติดตั้งเป็นชุดแต่งมาตรฐาน โดยนำรูปแบบการปักแบบเพชรซ้อนเพชร “Diamond-in-Diamond” มาตกแต่งบนเบาะโดยสาร และ หนังฉลุลวดลายเพชรแบบสามมิติบริเวณพนังประตูห้องโดยสาร โดยมีการเย็บแบบคอนทราสต์บนเบาะโดยสารซึ่งเข้ากับการเน้นเส้นสายรอบห้องโดยสารจากคอนโซลกลาง รอบแผงหน้าปัด และการตกแต่งบริเวณประตูที่เน้นโลโก้รูปตัว ‘B’ แบบโครเมียม

งานฝีมือสมัยใหม่และความหรูหราที่สะกดทุกสายตายังผสมผสานกับเทคนิคพิเศษที่รังสรรค์เป็นรูปแบบพื้นผิวลวดลายรูปทรงเพชรบริเวณคอนโซลกลางและด้านหลัง พร้อมด้วยนาฬิกา Mulliner สีเงินที่สวยงามเป็นจุดเด่นบนแผงหน้าปัดระหว่างช่องแอร์แบบโครเมียม

ความคลาสสิกของเบนท์ลีย์ยังคงเป็นแผงหน้าปัดแบบ LED พร้อมกราฟิก Mulliner แบบใหม่ที่มีสไตล์และความพิเศษเฉพาะตัว โดยมี Bentley Rotating Display คันเร่งแบบสปอร์ต พวงมาลัยแบบดูโอโทน 3 ก้าน และ ซันรูฟแบบพาโนรามาช่วยเพิ่มบรรยากาศความหรูหราภายในห้องโดยสาร

Flying Spur Mulliner ยังมาพร้อมกับโต๊ะพับแบบอัตโนมัติที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ติดตั้งบริเวณด้านหลังเบาะโดยสารคู่หน้า โดยสามารถควบคุมได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว โต๊ะไม้วีเนียร์ถือเป็นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เผยให้เห็นพื้นผิวที่ตกแต่งด้วยหนัง พร้อมช่องสำหรับปากกาเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารตอนหลังตลอดการเดินทาง

เอเอเอสฯ มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครอง Bentley Flying Spur Mulliner Hybrid ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19 ล้านบาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ พร้อมตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V

ฟอร์ด สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้นักเรียนศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดระยอง

0

ฟอร์ด ร่วมกับศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban studies Lab) พันธมิตรศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม นำอาสาสมัครฟอร์ดจากโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และผู้จำหน่ายฟอร์ด เอก ระยอง กว่า 50 คน ร่วมกิจกรรมเพื่อชุมชนในโครงการ Ford Building Facility for Caring ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ford Global Caring Month ที่อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมในเดือนกันยายน เพื่อสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้แก่นักเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดระยอง หน่วยบริการปลวกแดง

อาสาสมัครฟอร์ดได้ส่งมอบและติดตั้งห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Room) พร้อมมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะและกระตุ้นพัฒนาการให้แก่เด็กพิเศษ รวมไปถึงการปรับปรุงห้องน้ำ ห้องครัว สนามเด็กเล่น นอกจากนี้ ยังได้มอบสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ครอบครัวของนักเรียน โดยสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆ เป็นเงินบริจาคที่ได้จากกิจกรรมการประกวด Mr. & Mrs. FTM และโครงการธนาคารขยะ ที่พนักงานได้ร่วมมือกันแยกขยะและขวดพลาสติกเพื่อนำไปขายและนำเงินที่ได้ไปฝากไว้กับธนาคารขยะเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรม

“ฟอร์ดมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และการศึกษาของคนในชุมชน เราจึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหาแนวทางในการพัฒนาศูนย์การศึกษาพิเศษเพื่อสร้างพื้นที่ให้นักเรียนพิเศษได้เสริมทักษะด้านต่างๆ โดยมีอาสาสมัครฟอร์ดร่วมกันลงพื้นที่ในกิจกรรมอาสาพัฒนา” มร. วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “นอกจากนี้ โรงงานเอฟทีเอ็มยังได้มีการสนับสนุนกลุ่มผู้พิการผ่านการจ้างงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมตลาดนัดสินค้าในโรงงานเพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวผู้พิการมีรายได้เสริมอย่างต่อเนื่องด้วย”

โครงการ Ford Building Facility for Caring ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการจากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด นำมาใช้จัดกิจกรรม Ford Global Caring Month ในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อให้อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม