Home Blog Page 275

ฮีโน่ จัดแข่งขันสุดยอดนักขับรถบรรทุก “Hino Smart Driver Contest 2022 ครั้งที่ 4”

0

กลับมาอีกครั้ง!!!!! กับกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่แห่งปี การเฟ้นหาสุดยอดนักขับรถบรรทุก Hino Smart Driver Contest 2022 ฉลองครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จ

พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลรวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท ณ ศูนย์ฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัย TPRO จ.ฉะเชิงเทรา

บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด  จัดกิจกรรมการแข่งขันสุดยอดนักขับรถบรรทุก Hino Smart Driver Contest 2022 ครั้งที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลรวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท ซึ่งในปีนี้ การแข่งขันจะมีความพิเศษมากยิ่งขึ้นกว่าทุกปี เนื่องในโอกาสที่บริษัทฯ ฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

การแข่งขันและพิธีเปิดปีนี้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ณ สนาม TPRO Training Center TTK จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับเกียรติจาก คุณสิริรัตน์ วีรวิศาล รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก และคุณอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนอย่างมากมาย

คุณเคน อิวาโมโต้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป็นเวลา 3 ปีที่บริษัทฯ ไม่ได้พบปะกับบรรดาสุดยอดนักขับรถบรรทุกฮีโน่ นับเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งการทำงาน วิถีการใช้ชีวิต  และการดูแลสุขภาพจากการระบาดของโรคโควิด-19  เพื่อให้พวกเรากลับมาใช้ชีวิตในภาวะปกติใหม่ อีกทั้งวาระพิเศษที่ฮีโน่ครบรอบ 60 ปีในประเทศไทย  ฮีโน่ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงวงการรถบรรทุกได้กลับมาสานต่อนโยบายเรื่องของการพัฒนาคุณภาพรถควบคู่ไปกับผู้ขับขี่  โดยมีการแข่งขัน Hino Smart Driver Contest เป็นพื้นที่ในการค้นหาสุดยอดนักขับที่มีคุณสมบัติรอบด้าน ทั้งความรู้เรื่องเครื่องยนต์ ไหวพริบ ทักษะการขับขี่ กฎจราจร  ความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การขนส่งในประเทศไทยนำพาความสุขไปทั่วประเทศ

ทั้งนี้ทางฮีโน่ได้วางแผนเพื่อพัฒนาการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น  โดยในปีนี้มีการปรับปรุงทั้งรูปแบบการแข่งขัน และรถบรรทุกที่ใช้ในการแข่งขันให้ใกล้เคียงกับสภาพสังคมของประเทศไทยมากที่สุด โดยการจัดการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) รถบรรทุก 4 ล้อ บรรทุกน้ำหนัก และ 2) รถบรรทุก 10 ล้อ กึ่งลากพ่วงบรรทุกน้ำหนัก และมี 4 ฐาน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดผู้ที่มีคุณสมบัติสำหรับการเป็นสุดยอดนักขับขั้นเทพ และที่สำคัญ คือ นับเป็นเกียรติยศสูงสุด และพระมหากรุณาธิคุณต่อบริษัทฯ วงการขนส่ง และนักขับทุกท่านกับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นักขับฮีโน่ที่เข้าแข่งขันนอกจากที่ต้องใช้ทักษะฝีมือในการขับขี่แล้ว  ยังต้องมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทาง เพราะการแข่งขันของฮีโน่แตกต่างจากการแข่งขันรถบรรทุกอื่นๆ ในประเทศไทย โดยเน้นย้ำในด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ทั้งการใช้รถอย่างถูกวิธี  เพื่อให้เกิดความประหยัดให้กับผู้ประกอบการ และประหยัดเวลาในการดูแลรักษา ที่ยืนยันตอกย้ำสมรรถนะการใช้งานจริงของรถบรรทุกฮีโน่ และที่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การช่วยสร้างความสุขให้กับสังคมไทยนั่นเอง

สุดท้ายนี้บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมการแข่งขันนี้จะเป็นประโยชน์กับวงการขนส่ง ผู้ขับรถบรรทุก และลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของฮีโน่

ติดตามกิจกรรมดีๆ ที่พร้อมก้าวไปกับทุกท่าน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ดั่งปณิธานที่เราให้ต่อผู้ใช้รถบรรทุกว่า “ร่วมกัน ผูกพัน ยั่งยืน”

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดงานรวมพลคนรัก “M” สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมมอบความสุขล้นให้แฟน ๆ ตลอดงาน

0
DCIM100MEDIADJI_0837.JPG

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งความสุขครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีให้กับแฟน ๆ ในงาน M Fan Day – Legends in Town กิจกรรมรวมพลคนรักรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู M ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม BMW Xpo 2022 ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีรถยนต์ตระกูล M หลากหลายรุ่นจากอดีตจนถึงปัจจุบันกว่า 50 คัน จากแฟนพันธุ์แท้ของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ มาจัดแสดงอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น 3.0 CSL (E9) หรือ M3 CSL (E46) ที่เป็นรุ่นหายากเบอร์ต้นของครอบครัว M และยังมีตระกูล M รุ่นยอดฮิตที่มากันแบบครบ ๆ ร่วมแปรอักษรสัญลักษณ์ แสดงพลังแห่ง M ตัวอักษรที่ทรงพลังที่สุดในโลกยานยนต์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นของเหล่าบิมเมอร์ผู้มีความรักในบีเอ็มดับเบิลยู M อย่างแท้จริง

บรรดาบิมเมอร์ยังได้สนุกสนานกับกิจกรรมบนเวทีและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ ลิปตา และปลาทอง เดอะวอยซ์ ว่าน ธนกฤต และเหล่าดีเจที่มาร่วมมอบความสุขและสร้างสีสันในงานตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม พร้อมอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูสุดพิเศษจากร้านฟู้ดทรัคชื่อดังอีกด้วย ถือเป็นอีกกิจกรรมไฮไลท์แห่งปีของบีเอ็มดับเบิลยู M ที่สานความสัมพันธ์ที่ดีและเปิดโอกาสให้บีเอ็มดับเบิลยูได้ใกล้ชิดกับลูกค้าในปัจจุบันและกลุ่มคนรักบีเอ็มดับเบิลยู M ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ชาวบิมเมอร์ยังสามารถติดตามเรื่องราวแห่งความหลงใหลจากเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M ในตำนานจากแต่ละยุคสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 จนถึง 2020 ที่จะมาแชร์ประสบการณ์จากการขับขี่และความผูกพันธ์ที่มีต่อบีเอ็มดับเบิลยู M โดยสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ค BMW Thailand ในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน มอบ 100 ทุน สานฝันเยาวชน ส่งเสริมการศึกษา

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการศึกษาในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยจำนวน 100 ทุน เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาอย่างต่อเนื่อง กำหนดทิศทางชีวิต ทำตามความฝัน และเพิ่มโอกาสในอาชีพการงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และประธานมูลนิธิ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และถือว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศ โดยในปีการศึกษานี้ โครงการฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดชลบุรีจำนวน 74 คน และนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 26 คน นักเรียนที่ได้รับทุนนั้นเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ตั้งของศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และอยู่ในพื้นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา และขออวยพรให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในอนาคต พร้อมกันนี้ ผมขอชื่นชมกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ร่วมสนับสนุนและทำงานอย่างหนักในการริเริ่มโครงการนี้ เพื่อพัฒนาความเท่าเทียมด้านการศึกษาในประเทศไทยต่อไป”

คณะผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำโดย นายเอกอธิ รัตนอารี (แถว 3 กลาง) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป และมร. ชิน คุโบะ (แถว 3 ที่ 2 จากซ้าย)  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร  เข้าร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน” ประจำปี 2565 จัดขึ้น ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี โดยในปีการศึกษานี้ โครงการฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 26 คน

สำหรับพิธีมอบทุนฯ ที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดปทุมธานี ได้มีการแสดงเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ให้นักเรียนได้รับชม และนักเรียนยังได้ร่วมชมการนำเสนอเทคโนโลยีแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า DENDO DRIVE HOUSE ซึ่งเป็นนวัตกรรมระบบนิเวศพลังงานรูปแบบใหม่ที่สามารถหมุนเวียนพลังงานไฟฟ้า​ระหว่างรถและบ้านได้ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ นักเรียนยังได้มีโอกาสนั่งรถมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และพูดคุยกับผู้ช่วยฝ่ายบริการและช่างเทคนิคของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เกี่ยวกับเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าระหว่างการทดลองขับโดยเจ้าหน้าที่

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้ร่วมกันก่อตั้งโครงการ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน” ขึ้นในปี 2563 เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ในประเทศไทยที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการศึกษาต่อ

ศ.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า “โครงการ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน’ ไม่เพียงช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบปัญหาในการจ่ายค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน แต่ยังปูทางสู่ความเท่าเทียมด้านการศึกษาสำหรับเด็กไทยทุกคน ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักเรียนรุ่นเยาว์ของเรา ผมต้องขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อีกครั้ง สำหรับการมอบทุนการศึกษาจำนวน 100 ทุน ในปีนี้ รวมเป็นเงิน 450,000 บาท”

เด็กหญิงธัญญเรศ อุปปะโน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดนาวง เล่าว่า ทุนการศึกษาจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจให้เธอมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นหมอ เธอกล่าวว่า “โตขึ้นหนูอยากเป็นหมอ และในวันนี้หนูอยากจะขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ให้ทุนการศึกษากับหนู และแสดงให้หนูเห็นว่าหนูสามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ตั้งใจไว้ หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้เป็นหมอที่ดี พ่อแม่ของหนูจะได้ภูมิใจในตัวหนู”

มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม 2563 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านการศึกษา ภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” บริษัทฯ ยังคงตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

โดยโครงการ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน” ในปีแรกและปีที่สอง ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วจำนวน 174 ทุน รวมเป็นเงิน 783,000 บาท ให้กับนักเรียน ในปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเป็นบริษัท ยานยนต์เพียงบริษัทเดียวที่ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาในประเทศไทยอีกด้วย

“มาร์เกซ” โชว์ฟอร์มเก๋า คว้าท็อปไฟว์ “โมโตจีพี ไทยแลนด์”

0

มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า โชว์ประสบการณ์ระดับมาสเตอร์ คว้าท็อปไฟว์ในศึก โมโตจีพี 2022 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลน กรังด์ปรีซ์ หลังบิดฝ่าฝนเกาะกลุ่มไล่บี้หน้าอย่างสุดมันส์ เรียกเสียงเฮจากแฟนๆ ชาวไทยจน สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ แทบแตก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ศึก โมโตจีพี 2022 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยเกมต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้ง

เกมเรซนี้ มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชเจ้าของหมายเลข 93 จาก เรปโซล ฮอนด้า ได้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 8 และสามารถขยับขึ้นมาเกาะในกลุ่มหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยช่วงท้ายเจ้าของแชมป์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2 สมัย ไต่ขึ้นมาได้ถึงอันดับ 4

โดยจบการแข่งขัน 25 รอบสนามท่ามกลางสายฝน มาร์เกซ บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้วยเวลา 41 นาที 47.461 วินาที ตามหลัง มิเกล โอลิเวียร่า ผู้ชนะเพียง 2.958 วินาทีเท่านั้น ส่วนน้องชายอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ เจ้าของหมายเลข 73 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ผลงานร้อนแรงไล่แซงคู่แข่งจากกริดที่ 20 ทะยานขึ้นมาจบเรซในอันดับ 8 ตามหลัง 18.461 วินาที

ตามด้วย โปล เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชหมายเลข 44 จาก เรปโซล ฮอนด้า ในอันดับ 14 ตามหลัง 23.646 วินาที ด้าน เท็ตซูตะ นากาชิม่า นักบิดญี่ปุ่นหมายเลข 45 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า นำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 22 ตามหลัง 51.346 วินาที

ผ่านการแข่งขัน 17 สนาม มาร์ค มาร์เกซ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 13 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 84 คะแนน ตามด้วย อเล็กซ์ มาร์เกซ ในอันดับ 16 มี 50 คะแนน ส่วน เอสปาร์กาโร รั้งอันดับ 17 มี 49 คะแนน ขณะที่ ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่นไม่ได้ลงแข่งสนามนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ รั้งอันดับ 18 มีทั้งสิ้น 46 คะแนน

สำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคมนี้ ที่ สนาม ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ในรายการ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์

แฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสาร “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ที่สร้างประวัติศาสตร์นักแข่งไทยคนแรกที่คว้าโพล โมโตทู ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทย ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

 

สู้ใหม่! แฟนชาวไทยส่งกำลังใจ “ก้อง-สมเกียรติ” หลังฝนถล่มทำพลาดล้ม โมโตทู โฮมเรซ

0

“แฟนชาวไทย” ทั้งประเทศส่งแรงใจถึง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู​เดอะ ดรีม” หลังลงบิดโฮมเรซด้วยฟอร์มระดับโลก  ขึ้นนำเดี่ยวก่อนโดนฝนถล่มหนักจนพลาดล้มอย่างน่าเสียดาย จากการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น โมโตทู รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ศึก โมโตจีพี 2022 ระเบิดความมันส์สนาม 17  รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ในประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีแฟนชาวไทยเรือนแสนคนเข้าสู่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้กำลังใจ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดฮีโร่ชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย

เกมเรซนี้นักบิดชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 มีลุ้นคว้าชัยชนะอย่างเต็มตัว หลังผงาดคว้าโพลมาครองได้เป็นครั้งแรก และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่คว้าโพลในระดับ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ เรียกเสียงเชียร์จากแฟนชาวไทยได้อย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันเกิดขึ้นเมื่อฝนตกลงมาก่อนเริ่มเกม ส่งผลให้กรรมการประกาศให้เป็น “เว็ตเรซ” และลดจำนวนรอบลงเหลือ 16 รอบสนาม

สมเกียรติ ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นเป็นผู้นำได้ตั้งแต่โค้งแรก และค่อยๆ ยืดระยะห่างจากอันดับ 2 ออกไปเรื่อยๆ ขณะที่ฝนก็ทวีความหนักอย่างต่อเนื่อง จากนั้นในรอบที่ 2 นักบิดไทยพลาดล้มอย่างน่าเสียดาย หลังเหยียบเข้ากับไลน์ที่มีน้ำอยู่จำนวนมากในโค้ง 4

โดย สมเกียรติ พยายามอย่างหนักที่จะเอารถมาแข่งขันต่อให้ได้ แต่รถแข่งสตาร์ตไม่ติด ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย ขณะที่แฟนชาวไทยต่างส่งกำลังใจให้อย่างไม่ขาดสาย เพราะรู้ว่าหากไม่มีจุดเปลี่ยนดังกล่าวชัยชนะจะอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น

สำหรับการแข่งขัน โมโตทู สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคมนี้ ที่ สนาม ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ในรายการ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์

แฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสาร “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ที่สร้างประวัติศาสตร์นักแข่งไทยคนแรกที่คว้าโพล โมโตทู ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทย ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

ไทยฮอนด้า เปิดตัวรถรุ่นพิเศษ ท็อปคลาสสปอร์ตสายพันธุ์แข่งตัวจริง! ฉลองครบรอบ 30 ปี “Honda CBR1000RR-R” Exclusive เพียง 5 คันในไทย!

0

Honda CBR1000RR-R บิ๊กไบค์ซูเปอร์สปอร์ต ท็อปคลาสสปอร์ตสายพันธุ์แข่งตัวจริง ที่มีเพียง 5 คันในไทยเท่านั้น! พร้อมเปิดจองผ่านระบบ Online Booking ในวันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ผู้ที่จองจะได้รับ FIREBLADE 30th Anniversary Special Box และรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Track Experience 1 ปี (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

Honda CBR1000RR-R รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี มาพร้อมคอนเซปต์ THE LEGENDARY REBORN ตำนานรุ่นสู่รุ่นที่ถูกถ่ายทอด DNA แห่งความสปอร์ต และถูกสร้างมาเพื่อเป็นตำนานความเป็นท็อปคลาสของรถสปอร์ตสายพันธุ์แข่งตัวจริง โดยไฮไลต์ของรถรุ่นพิเศษคันนี้ ประกอบไปด้วย

RACING LINE ลวดลายกราฟิกถอดแบบจาก FIREBLADE รุ่นแรก พร้อมโลโก้ HRC ที่สะท้อนความเป็นตำนานแห่งรถแข่งและดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยว

BADGE OF HONOUR โลโก้ดีไซน์พิเศษเพื่อรำลึกความยิ่งใหญ่ตลอด 30 ปีกับ สมรรถนะที่โดดเด่นทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนน

ONE OF A KIND ที่สุดของความพิเศษกับ SERIAL NUMBER บนตัวถังที่แตกต่างกันแต่ละคัน เพิ่มความเอกซ์คลูซีฟให้รถคันนี้มีเพียงคันเดียวในโลก!

THE PERSONAL TOUCH กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ พร้อมโลโก้พิเศษ CBR1000RR-R FIREBLADE ดีไซน์ฉลองครบรอบ 30 ปี

IGNITION ON พรีเมียมตั้งแต่สตาร์ท ด้วยโลโก้ “RING OF FIRE” ที่หน้าจอ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น

LOUD AND CLEAR ท่อไอเสียสมรรถนะสูง น้ำหนักเบาจาก AKRAPOVIC พร้อมดีไซน์พิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี

สามารถมาสัมผัสกับ Honda CBR1000RR-R ได้แล้ววันนี้ภายในงานไทยจีพี 2022 ในวันที่ 1-2 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

และสำหรับผู้สนใจ “Honda CBR1000RR-R รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี” Exclusive เพียง 5 คันในไทย! สามารถจองผ่านระบบ Online Booking ในวันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ดูรายละเอียดและติดตามการจองได้ที่

เว็บไซต์  https://www.thaihonda.co.th/hondabigbike/

และ Fanpage www.facebook.com/HondaBigBikeTH

กระหึ่มโฮมเรซ ! “ก้อง-สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์นักแข่งไทยคว้าโพลโมโตทู ลุ้นคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนชาวไทย

0

เแฟนชาวไทยดีใจกึกก้องกับ“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ที่สร้างผลงานกระหึ่มโฮมเรซ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่กดเวลาสุดโหดคว้าโพลในบ้านเกิด ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่น โมโตทู สร้างโอกาสลุ้นแชมป์ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ อย่างเต็มตัวในวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2022 ใสนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ผ่านการแข่งขันรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตเมื่อวันเสาร์ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางการติดตามของแฟนชาวไทยหลายหมื่นคนในสนามแข่ง

สภาพอากาศในวันเสาร์นั้นไม่มีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้พื้นผิวสนามแห้งสนิทเป็นผลดีต่อการทำความเร็วของนักบิดทุกคน โดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ผ่านเข้าสู่รอบ Q2 แบบอัตโนมัติในอันดับ 4

ผลการควอลิฟายปรากฏว่า สมเกียรติ ที่ลงไปบิดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทะยานคว้าตำแหน่งโพลได้สำเร็จด้วยเวลา 1 นาที 35.625 วินาที มีลุ้นคว้าชัยชนะอย่างเต็มตัวในโฮมเรซ

โดย สมเกียรติ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่คว้าโพลในระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ และเป็นการคว้าโพลครั้งแรกต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทย

สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในรุ่น โมโตทู ของศึก โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2022 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้ เวลา 13.20 น. ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทยในศึก โมโตจีพี รุ่นโมโตทู ตลอดทั้งฤดูกาล 2022 และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

จี๊ป ประเทศไทย สยายปีกธุรกิจสู่ภูมิภาค ตั้ง ‘สเตลล่าร์ มอเตอร์’ เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในชลบุรี

0

จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สยายปีกธุรกิจ แต่งตั้ง ‘สเตลล่าร์ มอเตอร์’ เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในจังหวัดชลบุรี นับเป็นครั้งแรกที่มีการขยายธุรกิจ
ผ่านผู้จำหน่ายไปยังภูมิภาค

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “รู้สึกยินดีที่ สเตลล่าร์ มอเตอร์ ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว จี๊ป ราชารถยนต์ออฟ-โรด สายพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) มีการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ จี๊ป นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างเป็นทางการเพื่อเพิ่มโอกาสการครอบครองรถยนต์ จี๊ป สำหรับผู้หลงใหลเอสยูวีสมรรถนะสูง ที่ผสมผสานความอิสระเสรี ไปได้ทุกที่ ทำได้ทุกสิ่ง อีกทั้งเป็นการขยายศูนย์บริการหลังการขาย ให้ครอบคลุม
มากยิ่งขึ้น”

เตรียมพบโชว์รูมรถยนต์ จี๊ป ภายใต้ผู้จำหน่าย สเตลล่าร์ มอเตอร์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่ออกแบบ
และก่อสร้างอย่างโดดเด่น ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 200 ตารางเมตร พร้อมศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร โดยจะเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ ในช่วงปลายปี 2565

ทั้งนี้ จี๊ป ประเทศไทย ยังเปิดโอกาสสำหรับผู้สนใจทั่วประเทศ ได้ร่วมลงทุนเป็นผู้จำหน่าย
อย่างเป็นทางการ สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จี๊ป ประเทศไทย โทร. 065-956-5333

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป เปิดตัวโชว์รูมล้ำสมัย ‘บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู อย่างเป็นทางการ จัดงานเปิดตัว ‘บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’ แฟลกชิปโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ บนถนนพัฒนาการ โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ นำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัย ผสานดีไซน์อันโดดเด่น สร้างจุดนัดพบแห่งใหม่ ให้กับผู้ชื่นชอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ทุกเซกเมนท์ อาทิ รถสปอร์ตพลังแรง บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู i และยนตรกรรมระดับหรูของ บีเอ็มดับเบิลยู พร้อมยกระดับประสบการณ์พิเศษ ในการเลือกซื้อรถยนต์คันโปรด ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนาม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีกับ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป สำหรับการเปิดตัวโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ อย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา มิลเลนเนียม ออโต้ ได้แสดงถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในการดำเนินธุรกิจ และความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างความสำเร็จกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตลอดมา ความทุ่มเทของ มิลเลนเนียม ออโต้ รวมถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายของ บีเอ็มดับเบิลยู ได้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่น ด้วยสถิติยอดจดทะเบียนสูงสุดในตลาดรถยนต์กลุ่มพรีเมียมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาจนตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาในปี 2565 ครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์กลุ่มพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าด้วยศักยภาพของมิลเลนเนียม ออโต้ ที่มีโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งหมดกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ จะสร้างความสำเร็จและความเชื่อมั่นจากลูกค้า ได้อีกมากอย่างแน่นอน”

“สำหรับโชว์รูมแห่งใหม่นี้ ได้นำเสนอคอนเซ็ปต์โชว์รูมแบบใหม่ อย่าง ‘Retail Next’ ที่มีต้นแบบมาจาก บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศเยอรมนี มาใช้ในการสร้างและออกแบบโชว์รูมเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการผสมผสานให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับโลกที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า โชว์รูมนี้จะกลายมาเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ สำหรับลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู ในย่านพัฒนาการและศรีนครินทร์ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกระดับ”

 

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) กล่าวว่า “โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’ นับเป็นโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู แห่งใหม่ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 6 ในกรุงเทพฯ ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด ‘A Unique Experience Beyond Imagination’ เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว ให้ตรงใจลูกค้าแต่ละท่าน ผ่านโชว์รูมจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักการ ‘ODO’ (Online-Data-Offline) เป็นวิสัยทัศน์ที่จะนำคำว่า ‘ออฟไลน์’ หรือโชว์รูมจริง กลับมามีบทบาท ควบคู่ไปกับเทรนด์ออนไลน์ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการจัดเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อครอบคลุมการให้บริการ ทั้งรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสอง รวมไปถึงการบริการหลังการขายด้วยศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ และการบริการที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

++ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! ดีไซน์ล้ำสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ด้านการขาย จาก บีเอ็มดับเบิลยู

อาคาร 3 ชั้นของแฟลกชิปโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ผ่านการออกแบบมาอย่างชาญฉลาด โดยเมื่อมองจากด้านนอก จะพบกับสถาปัตยกรรม Architectural Façade ที่เผยให้เห็นถึงการออกแบบในลักษณะกล่องกระจกระนาบแนวนอนขนาดใหญ่ ในลักษณะที่เหมือนกำลังลอยเคลื่อนออกจากกัน (Floating Box) ช่วยขยายการมองเห็นของอาคารได้เต็มหน้ากว้างถนน และแบ่ง Façade ออกเป็น 3 หน้าต่างย่อย

ตามกลุ่มรถที่ต่างกัน คือ รถใหม่ในรุ่นทั่วไป, ยนตรกรรมระดับหรูของ บีเอ็มดับเบิลยู, ยนตรกรรมสายพันธุ์ M, รถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู i รวมถึงรถมือสอง บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเล็กชั่น และ มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ โดยพื้นที่อาคารทั้งหมด สามารถจัดแสดงรถยนต์ได้สูงสุดกว่า 50 คัน แบ่งเป็นรถใหม่ 15 คัน และรถมือสองกว่า 40 คัน พร้อมอาคารจอดรถที่รองรับได้สูงสุด 200 คัน ภายใต้หลังคาแผ่นใหญ่บริเวณหน้าโชว์รูม ปกป้องลูกค้าจากแสงแดดหรือสายฝน ติดตั้ง แท่นชาร์จความเร็วสูง (DC-Direct Current Charger) รองรับรถยนต์ไฟฟ้าของ บีเอ็มดับเบิลยู โถงจัดแสดงหลักชั้นล่าง สว่างไสวด้วยแสงธรรมชาติจากเพดานกระจก ขณะที่ลิฟต์แก้วบริเวณกลางโชว์รูม ช่วยให้ลูกค้าสามารถชื่นชมความโดดเด่นของโชว์รูมแห่งนี้ได้อย่างรอบด้าน

สะดุดตากับห้องส่งมอบรถยนต์ที่กั้นด้วยบานกระจกเป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว พร้อมชุดโซฟาขนาดใหญ่ รองรับเพื่อนฝูงหรือสมาชิกครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่ ที่สามารถแสดงภาพและใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงการแสดงข้อความพิเศษสำหรับลูกค้าบนจอ พร้อมกล้องที่สามารถบันทึกภาพหรือคลิปวีดิโอสร้างความประทับใจในวันพิเศษอย่างเหนือระดับ หรูหราขึ้นอีกขั้นด้วยเปียโนหลังใหญ่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้มาเยี่ยมเยือน ด้านเจ้าหน้าที่ของโชว์รูมพร้อมให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง รวมถึงแผนกต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่รายรอบ เพื่อมอบบริการชั้นเลิศให้กับลูกค้า 

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ เป็นโชว์รูมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์การขายใหม่ ‘Retail Next’ ของ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศเยอรมนี ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว โดยเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย คล้ายอยู่ในแกลเลอรี่ หรือห้องนั่งเล่นที่บ้าน จัดวางรถยนต์ในองศาที่หลากหลาย รายล้อมด้วยโซฟาและเก้าอี้สำหรับลูกค้า เรียกว่า ‘Customer Stage’ เพิ่มความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับรถยนต์มากยิ่งขึ้น มีห้องรับรองลูกค้าแยกเป็นสัดส่วน เพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้นอีกระดับ

++ รังสรรค์ประสบการณ์ผ่าน 5 ประสาทสัมผัส เพื่อประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ เป็นมากกว่าโชว์รูมรถยนต์เสมือนจุดนัดพบของผู้ชื่นชอบยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู ที่สามารถสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าแต่ละราย ได้อย่างตรงใจที่สุด ด้วยการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส ที่ผ่านการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยลูกค้าจะได้สัมผัสความโดดเด่นของอาคารและการตกแต่ง ผสานกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์เมื่อก้าวเข้ามาในอาคาร พร้อมดื่มด่ำกับรสชาติของเครื่องดื่มและอาหารว่างจาก Nespresso Bar ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ สะท้อนความเรียบหรูสไตล์ บีเอ็มดับเบิลยู ได้อย่างชัดเจน

++ การออกแบบพื้นที่โชว์รูมอันน่าประทับใจ

เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ทั่วพื้นที่อาคาร โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ได้นำเทคนิคพิเศษในการสร้างชั้นลอย (mezzanine) มาใช้ เพื่อเป็นจุดนำสายตาให้มองเห็นรถยนต์ที่อยู่ในชั้นถัดไป เสมือนเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จากรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ทุกรุ่น ทั่วทุกบริเวณของโชว์รูมชั้นล่างจัดแสดงยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพื้นฐานแบบครบครัน จัดแสดงในองศาที่หลากหลาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในแกลเลอรี่ ทอดสายตาขึ้นไปด้านบน ก็พบกับชั้นลอยเป็นที่ตั้งของยนตรกรรมระดับหรูของ บีเอ็มดับเบิลยู อาทิ บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 และ X7 โดยในแต่ละโซน ติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่ ฉายภาพแสดงเรื่องราวและข้อมูลของรถยนต์รุ่นนั้นๆ เสริมประสบการณ์ในการชมรถยนต์คันโปรดได้เป็นอย่างดี

ขณะที่กำลังชมยนตรกรรมระดับหรู ก็สามารถมองเห็นพื้นที่ชั้น 2 และ บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M ที่จอดเรียงราย ภายใต้การตกแต่งด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และใกล้กันก็เป็นบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปชมได้อย่างง่ายดายสะดุดตากับยนตรกรรมสายพันธุ์ M ที่จอดเรียงรายคล้ายอยู่บนกริดสตาร์ท พร้อมจอแอลอีดีขนาดมหึมา แสดงภาพพร้อมเสียงสุดเร้าใจ ให้ลูกค้าได้เข้าถึงตัวตนของ BMW M ได้ดียิ่งขึ้น

ถัดมาในชั้นเดียวกัน ก็พบกับพื้นที่โล่งกว้างขนาด 500 ตารางเมตร ปราศจากเสาหรือคานใดๆพร้อมรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดง ไมล์น้อย (บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเล็กชั่น) และรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มือสอง ของ มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ กว่า 20 คัน อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ในการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ รองรับผู้ร่วมงานได้สูงสุดกว่า 500 คน

ใกล้กันเป็นบันไดนำไปสู่ชั้นลอยสุดท้าย จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู iX, iX3 หรือ i4 มาพร้อมจอ LED ขนาดใหญ่และการตกแต่งที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมแท่นวอลล์ชาร์จขนาดมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้จริง สะท้อนแนวคิด ‘Vision of Sustainability’ หรือวิสัยทัศน์แห่งความยั่งยืนของ บีเอ็มดับเบิลยู ที่มุ่งผลักดันการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า

++ สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่ความผูกพัน

นอกจากจะเป็นโชว์รูมรถยนต์ล้ำสมัย ที่ใช้พื้นที่ได้อย่างสร้างสรรค์ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินท์ ก็เน้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า รวมถึงพนักงานด้วยกันเอง เป็นที่มาของ ‘มิลเลนเนียม ออดิทอเรียม’ (Millennium Auditorium) ห้องประชุมอเนกประสงค์ บริเวณชั้น 3 ออกแบบสไตล์แคมปัส (Campus) โดดเด่นด้วยลักษณะเป็นขั้นบันได ลดหลั่นจากด้านหลัง สู่เวทีด้านหน้า พร้อมโปรเจกเตอร์ฉายภาพขนาดใหญ่ เอื้อต่อการใช้เป็นห้องประชุม, นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือจัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า รวมถึงมีพื้นที่สีเขียว

เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนพื้นที่สำนักงานก็ผ่านการออกแบบให้เหมาะกับการเป็น Co-Working Space บรรยากาศผ่อนคลาย และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแชร์ไอเดียร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุ่นใจกับบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยศูนย์บริการมาตรฐาน ภายใต้บริการระดับพรีเมียม ด้วยการรับรถลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘RATC’ (Reception at The Car) ภายในห้องปรับอากาศ 4 ห้อง อำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการ ผ่านระบบออนไลน์ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคระดับอาวุโส ที่ผ่านการรับรองการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า โดย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่ต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ รวมถึงทักษะพร้อมผ่านการอบรมด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า จากบริษัทผู้ผลิต และ มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (MAT) ในเครือ เอ็มจีซี-เอเชีย ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับสากล ผสานศักยภาพระดับสูงในการให้บริการลูกค้า ด้วยจำนวนช่องซ่อมที่มากถึง 24 ช่อง แบ่งเป็น 18 ช่องซ่อมทั่วไป และ 6 ช่องซ่อมด่วน รวมถึงมีอีก 2 ห้องพ่นสีมาตรฐานสากล พร้อมข้อเสนอพิเศษฉลองเปิดโชว์รูม เช็กสภาพรถฟรี 24 รายการ*, พ่นฆ่าเชื้อในห้องโดยสารฟรี*, Care & value added card ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 25%*, ฟรีค่าแรง เปลี่ยนยาง-ตั้งศูนย์-ถ่วงล้อ* และรับฟรี! กระเป๋าผ้า มิลเลนเนียม ออโต้ เมื่อนำรถเข้ารับบริการระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม*

อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าอีกระดับ ด้วยจุดรับรถเช่า ซิกท์ (SIXT Rent A Car) บริเวณหน้าโชว์รูม ภายใต้อัตลักษณ์ใหม่ ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการรถเช่าระยะสั้นจากประเทศเยอรมนี ครอบคลุมด้วยจุดบริการกว่า 2,500 สาขา ในกว่า 110 ประเทศทั่วโลกมี และ 15 สาขาในประเทศไทย คือ สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์, ลาดพร้าว, พระราม 4, ระยอง, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท, หาดใหญ่ รวมถึงเคาน์เตอร์สนามบินต่างๆ อาทิ สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ภูเก็ต, กระบี่, สมุย และสุราษฎร์ธานี พร้อมข้อเสนอพิเศษ ให้ลูกค้าคุ้มค่ามากกว่าใคร

โอกาสนี้ ทาง มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ก็ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดสาขาใหม่ ไปพร้อมกัน ด้วยแคมเปญสุดพิเศษถึงสิ้นเดือนตุลาคม อาทิ ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาท/เดือน*, ดอกเบี้ย 1.99%*, ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี*, อัพเกรด BSI สูงสุด 10 ปี*, รับแคมเปญเดียวกับ BMW Xpo 2022*, รถผู้บริหารป้ายแดง BMW 530e M Sport ที่ใช้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (APEC) ราคาพิเศษ 3.45 ล้านบาท*

เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้น กับ 3 วันสุดปัง ระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม ลูกค้าจองคิวทดลองขับล่วงหน้าผ่านเบอร์โทร. 1286 รับฟรี! Starbucks Gift Card มูลค่า 200 บาท (จำนวนจำกัด)* จองรถในงาน รับฟรี! ร่ม บีเอ็มดับเบิลยู และบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*รวมถึงมีกิจกรรม ‘Trade & Test’ นำรถเก่ามาแลกรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู คันใหม่ รับฟรี! กล้อง GoPro 10 มูลค่า 16,500 บาท พร้อมหลากหลายกิจกรรมสุดพิเศษ สำหรับเจ้าของรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 ‘คุยเฟื่องเรื่องหุ้น กับคุณป๋อง’ วัชระ แก้วสว่าง เวลา 10.00-12.00 น. และ ‘คอนเทนต์สุดปัง! เขาทำกันอย่างไร’ กับคุณโซอี้ Digital Shortcut เวลา 13.30-15.30 น. ค่าสมัครเพียงท่านละ 500 บาท (จำนวนจำกัด) พร้อมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสมทบเพื่อบริจาคช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ณ มูลนิธิบ้านพระพร และกิจกรรมส่งท้าย กับเวิร์กชอปแต่งหน้าในสไตล์ ‘Everyday Look สวยสะกดตามโครงหน้า กับน้องฉัตร’ ในวันที่ 2 ตุลาคม 10.00-12.00 น. ณ มิลเลนเนียม ออดิทอเรียม ชั้น 3 แฟลกชิปโชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแบบเฉพาะตัว พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ที่แฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่ ‘บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’ สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

*เงื่อนไข เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Lamborghini Urus S สู่มาตรฐานใหม่แห่งซูเปอร์เอสยูวีสายไลฟ์สไตล์

0

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) สุดยอดแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลกสัญชาติอิตาลี ประกาศเปิดตัว Urus S[1] สุดยอดยานยนต์สานต่อความสำเร็จของ Urus รุ่นเดิมที่เคยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในนิชมาร์เก็ตของซูเปอร์เอสยูวีระดับหรู มาพร้อมการเพาเวอร์อัปกำลังเครื่องและฟังก์ชั่นอเนกประสงค์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับในแบบฉบับซูเปอร์เอสยูวีจากลัมโบร์กินี เคียงคู่กับ Urus Performante[2] ใหม่สำหรับนักขับที่ต้องการสัมผัสยนตรกรรมแนวสปอร์ตอันเร้าใจ

“รถยนต์ตระกูล Urus ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าสามารถตอบโจทย์กลุ่มนักขับที่ต้องการสุดยอดเอสยูวีที่ผสานการขับขี่แนวสปอร์ตที่สนุกเร้าใจเข้ากับการใช้งานที่สะดวกสบายในทุกวัน เราจึงนำเสนอ Urus S คู่กับ Urus Performante ใหม่เพื่อมอบอีกหนึ่งความสมบูรณ์แบบแห่งดีไซน์สุดหรู สมรรถนะขั้นสุดยอด และฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ครบครัน” สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าว “ความสำเร็จของรถยนต์ตระกูล Urus ซึ่งมียอดการผลิตมากกว่า 20,000 คัน คือบทพิสูจน์แห่งความโดดเด่นในฐานะต้นฉบับแห่งซูเปอร์เอสยูวีที่แท้จริง และ Urus S ตอกย้ำความสำเร็จของเราให้เด่นชัดยิ่งขึ้น”

สุดยอดสมรรถนะ พร้อมรูปลักษณ์ที่ภูมิฐานและการใช้งานอเนกประสงค์

เครื่องยนต์ Twin-turbo V8 มอบกำลังเครื่องยนต์ให้สูงถึง 666 แรงม้า[3] เทียบเคียงกับรุ่น Urus Performante มอบอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นที่ 3.3 กิโลกรัม/แรงม้า เช่นเดียวกับอัตราเร่งเต็มพลังที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ จาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 12.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 305 กม./ชม. ซึ่ง Urus S สามารถเบรกจากระดับความเร็ว 100 กม./ชม. จนรถหยุดนิ่งได้ในระยะทางเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น เครื่องยนต์ Twin-turbo ยังมอบสุดยอดแรงบิดสูงสุดถึง 850 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาทีถึง 6,000 รอบต่อนาที                ระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ในสไตล์ซูเปอร์เอสยูวีจากลัมโบร์กินี มอบพลังเสียงกระหึ่มอย่างมีเอกลักษณ์นับตั้งแต่เริ่มสตาร์ตและให้เสียงที่คมชัดแตกต่างไปในแต่ละโหมดการขับขี่

 

โครงแชสซีของ Urus ติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลมแบบ adaptive เพื่อมอบการขับขี่แนวสปอร์ตที่ตื่นเต้นเร้าใจแต่ยังสามารถขับขี่ได้อย่างราบรื่นบนท้องถนนทั้งในโหมด STRADA, SPORT, CORSA และ EGO พร้อมการตอบสนองแรงบิดที่ฉับไวและการรักษาความเสถียรของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยมเพื่อให้เหมาะกับการขับแบบออฟโร้ดทั้งในโหมด TERRA, NEVE และ SABBIA ด้วยการคาลิเบรตระบบส่งกำลังแบบเดียวกับ Urus Performante ทำให้ Urus S มอบการตอบสนองและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตามโหมดที่ใช้งาน พร้อมสัมผัสการควบคุมที่หรูหราภูมิฐานเพื่อมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ประจำวันจากแชสซีที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยมในทุกรายละเอียด ด้วยภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งานบนทุกสภาพการขับขี่ ทำให้ Urus S คือซูเปอร์เอสยูวีแนวไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

สุดยอดดีไซน์และภาพลักษณ์ที่พร้อมสะกดทุกสายตา

Urus S ยกระดับงานออกแบบยานยนต์อันเป็นเอกลักษณ์และภูมิฐานในทุกมุมมอง โดยเน้นรูปลักษณ์แนวสปอร์ตหากยังคงความหรูหราของยานยนต์ไลฟ์สไตล์ไว้อย่างกลมกลืนเพื่อมอบความโดดเด่นที่แตกต่างจากเอสยูวีรุ่นอื่น ๆ อย่างชัดเจน ด้วยออปชั่นการปรับแต่งใหม่มากมายทั้งในเรื่องโทนสี อุปกรณ์เสริม ล้อ แพ็คเกจการตกแต่ง และรายละเอียดพิเศษอื่น ๆ ที่แสดงตัวตนของเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งความหรูหราภูมิฐานไปจนถึงสัมผัสที่สนุกสนานเร้าใจในแบบสปอร์ต

งานออกแบบกันชนหน้าผนวกเส้นสายอันละเอียดอ่อนเข้ากับการเคลือบผิวแผ่น Skid plate สแตนเลสสตีลสีดำด้านรูปแบบใหม่มาเป็นมาตรฐาน เสริมด้วยเส้นสายสีดำดูภูมิฐานของส่วนตะแกรงหน้า มาพร้อมออปชั่นการตกแต่งถึง 5 รูปแบบที่ผสมผสานทั้งโทนสีตัวรถ การเคลือบสีดำเงา และชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งแบบเงาและด้านอย่างสมดุล ทำให้คุณตกแต่ง Urus S ให้สะท้อนถึงสไตล์ที่แตกต่างได้อย่างตรงใจที่สุด ส่วนฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบารุ่นใหม่มาพร้อมช่องระบายอากาศสีดำด้าน ซึ่งสามารถเลือกออปชั่นสีดำเงาแบบ Gloss Black รวมถึงสีตัวรถหรือชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบเงาและด้านตามต้องการ พร้อมนำเสนอออปชั่นเด่นคือหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะเติมเต็มความหรูหราแนวสปอร์ตขั้นสุดให้แก่ Urus S รุ่นใหม่นี้

ส่วนกันชนหลังยังได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความกลมกลืนและขับเน้นความหรูหราในทุกองศา ส่วนล่างได้รับการเคลือบสีดำด้านที่ติดตั้งกับท่อไอเสียคู่ดีไซน์ใหม่พร้อมทำผิว Brushed steel ให้เป็นแบบมาตรฐาน โดยมีออปชั่นสีดำด้านหรือดำเงาได้ตามต้องการ ไปจนถึงการตกแต่งแบบ Ad Personam ในสีโครเมียมโทนสว่าง นอกจากล้อขนาด 21 นิ้วแบบมาตรฐาน ยังนำเสนออุปกรณ์ตกแต่งใหม่อื่น ๆ ทั้งล้อ Nath ขนาด 22 นิ้ว แบบ Titanium Matt และ Diamond Polish หรือล้อ Taigete ขนาด 23 นิ้วที่เลือกได้ทั้งสี Bronze และ Diamond Polish

การตกแต่งห้องโดยสารของ Urus S ได้รับการออกแบบโทนสีและส่วนตกแต่งใหม่ทั้งหมด โดยออปชั่น Bi-color Sportivo และ Bi-color Sophisticated แนวใหม่นำเสนอรูปแบบตะเข็บที่สวยหรูเหมือนกับของ Urus Performante โดยการตกแต่งแบบ Bi-color Sportivo จะให้บรรยากาศที่สปอร์ตและดุดัน ในขณะที่ Bi-color Sophisticated จะมอบความหรูหราภูมิฐานและการตกแต่งด้วยโทนสีเฉพาะอย่างมีสไตล์ โดดเด่นด้วยการใช้หนังสีดำเนื้อละเอียดมาจับคู่กับโทนสีใหม่ที่ตัดกันอย่างงดงามร่วมกับสี Blu Leandro และ Verde Aura ที่พัฒนาใหม่ ควบคู่ไปกับสีแทน ครีม และน้ำตาลอย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น Urus S ยังมอบโอกาสพิเศษแก่นักขับให้สามารถปรับแต่งรถยนต์ในฝันให้โดนใจที่สุดด้วยโทนสีและอุปกรณ์ตกแต่งใหม่อีกมากมายที่จะช่วยเน้นภาพลักษณ์อันเปี่ยมพลังและคงไว้ซึ่งความงดงามภูมิฐานที่พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน

Urus S มาพร้อมระบบการเชื่อมต่อออนไลน์ที่ครบครันทั้งระบบการนำทาง ระบบความปลอดภัยและบริการควบคุมมากมายจากภายในตัวรถ โดยสามารถใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน รวมถึงการควบคุมจากสมาร์ตวอชต์ อาทิ ฟังก์ชั่น Virtual Car Key

[1] ยานยนต์ยังไม่มีการเสนอขายจึงไม่เข้าข่ายตามระเบียบข้อบังคับ Directive 1999/94/EC ส่วนข้อมูลด้านการใช้พลังงานและการปล่อยไอเสียกำลังอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติ

[2] ข้อมูลด้านการใช้พลังงานและการปล่อยไอเสียของรุ่น Urus Performante คือ Fuel Consumption Combined: 14,1 l/100km (WLTP); CO2-emissions Combined: 320 g/km (WLTP)

[3] Urus S นำเสนอในตลาดจีนในรุ่นกำลังเครื่องยนต์ 640 แรงม้าตามข้อกำหนด