Home Blog Page 276

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Next Gen Ford Ranger Wildtrak ไม่ต้องเอื้อมไปถึง Raptor ก็ดุดันไม่เกรงใจใครไม่เกรงใจใครได้เช่นกัน

0
Next Gen Ford Ranger Wildtrak Pic Open

Next Gen Ford Ranger Wildtrak มาใหม่กับความสด จากรูปลักษณ์ และเทคโนโลยีทันสมัย จะเรียกว่าที่สุดของเวกเมนต์นี้ก็ว่าได้ สิ่งที่ยังคงได้กลิ่นอายของรุ่นก่อนมีเรื่องเดียวนั่นคือขุมพลัง แต่ ฟอร์ด มอเตอร์ ได้มีก็มีการพัฒนาให้มีความกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ต่างไปจากเดิม 3 แรงม้า ฟิลลิ่งการขับขี่จะเป็นเช่นไร การใช้งานเทคโนโลยีทันสมัยจะช่วยเหลือการขับขี่มากน้อยเพียงใด เรื่องราวการทดสอบทั้งทางเรียบ และทางลุยพร้อมให้ติดตาม

Next Gen Ford Ranger Wildtrak รูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งให้ดูสปอร์ต ดุดัน สไตล์อ๊อฟโรด หน้ากระจังและกันชนตกแต่งด้วยสีดำเงาปัยโนแบลคต่างไปจากรุ่นปกติ ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน และไฟตัดหมอกแบบ LED ซึ่งการทำงานในขณะเวลากลางคืนจะส่องแสงไปตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 7

 

กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า มีไฟส่องสว่างข้างตัวรถ ซุ้มล้อตกแต่งคิ้วกันกระแทกสีดำ กระบะท้ายติดตั้งสปอร์ตบาร์และราวยึดอุปกรณ์ ติดตั้งมาเฉพาะรุ่น กันชนหลังมีบันไดข้างสำหรับเหยียบขึ้นตัวกระบะ

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 4

ฝาท้ายติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรง EasyLift ทำให้น้ำหนักเบาทั้งเปิดและปิด ติดตั้งพื้นปูกระบะมาให้เสร็จสรรพ รวมถึงมีช่องจ่ายกระแสไฟ 12V 1 ช่อง และ 230V 1 ช่อง สำหรับใช้ในการจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เข้าทางผู้ที่รักการใช้ชีวิตการเดินทางในสไตล์แคมปิ้ง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 5

สำหรับล้ออัลลอยมีขนาด 18 นิ้ว และระบบเบรคเป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ ซึ่งจานเบรกหน้ามีขนาดใหญ่ถึง 420 มม.

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 6

มิติตัวรถมีขนาดความยาว 5,370 มม. กว้าง 1,918 มม. สูง 1,884 มม. และระยะฐานล้อยาว 3,270 มม. ส่วนขนาดความกว้างของกระบะท้ายยาว 1,564 มม. กว้าง 1,584 มม. และสูง 540 มม.ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นเดิมจะสั้นลงเล็กน้อย แต่ในส่วนของฐานล้อปรับใหม่ ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นอีกด้วย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 1

 

ภายในตกแต่งสปอร์ต เน้นโทนสีดำ เบาะหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์ ตัวเบาะปรับให้ใหญ่ขึ้นกว่าเจนที่ผ่านมาอย่างเห็นไดชัด รุ่น Wildtrak มีปักฉลุเดินด้ายสีเหลือง สำหรับเบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 8

มาตรวัดขนาด 8 นิ้วแบบดิจิตอล คอนโซลกลางติดตั้งจออินโฟเทนเมนต์สั่งการด้วยระบบสัมผัสขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งแสดงการทำงานของกล้องมองภาพ 360 องศา ลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และสามารถสั่งงานด้วยเสียง โดยการควบคุมของระบบปฎิบัติการ Sync 4a ถูกใช้เป็นสมองหลัก ส่วนการสั่งการเชื่อมต่อระบบต่างๆผ่านระบบ Ford Pass Connect

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 9

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 9

มีช่อเสียบ USB 4 จุด ส่วนแอร์เป็นแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึง Wiress Charger

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 10

เครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที (ลดลงจากรุ่นเดิม 3 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนมีทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ซ่งมากับตัวช่วยทั้ง Differrential Lock และ Hill Desent Control ซึ่งมากับฟังค์ชั่นการใช้งานในทางลุย Terrain Managtment System

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 12

ระบบช่วงล่างปรับใหม่ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระดับเบิลวิชโบน ปรับโช๊คอัพเชแบบ Twin Tube เป็น Mono Tube ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่น

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 13

ถึงแม้ว่าเป็นน้องสุดท้องของเซกเมนต์รถกระบะ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยจัดเต็ม ทั้ง ถุงลมนิรภัย 7 จุด, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง, ระบบช่วยโทร. ฉุกเฉิน, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA, ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM และเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 14

เราใช้การเดินทางไกลกว่า 100 กม. สำหรับการพิสูจน์สมรรถนะ ในด้านการควบคุมนั้นแม่นยำ พวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักตามรอบความเร็ว ส่วนในด้านของการเก็บเสียงในห้องโดยสารทำมาได้ดี เครื่องยนต์แรงหายห่วง อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 11 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองตามอีโค่สติกเกอร์ที่ประมาณ 13 กม./ลิตร

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 15

และอีกเรื่องที่จัดเต็มทั้งกล้องมองภาพรอบคัน ยังมีตัวช่วยการขับขี่แบบไม่กั๊ก ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องทาง ระบเตือนเมื่อมีวัตถุเข้าใกล้ และอีกมากมาย ซึ่งพูดได้ว่าการมาทีหลัง แต่ขึ้นนำในด้านเทคโนโลยีความทันสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 16

นอกจากนี้การใช้งานในทางลุย ถ้าพูดว่าไปได้ทุกที่ก็ไม่ถึงกับเกินจริง เพราะนอกจากการใช้งานขับเคลื่อน 4 ล้อที่ปรับได้ง่าย Terrain Management System ที่ถูกส่งต่อมาจาก Raptor ทั้งโหมด ทราย หิน หญ้า โคลน ที่ไม่ได้มาแค่ Baha โหมด Sport ซึ่งตัวช่วยในทางลุยอย่าง Defferential Lock และ Hill Desent Control ยังมีมาให้ครบ แต่การใช้งานอาจจะยุ่งยากกว่าเดิม เพราะต้องเข้าไปเปิดระบบที่จอกลาง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 17

ทุกสิ่งอย่างที่ให้มากับ Next Gen Ford Ranger Wildtrak พุดได้ว่าดีงาม เพียงแต่ควรปรับตัวคุ้นชินกับรถได้เร็วที่สุด เพราะที่สัมผัสได้ในการทดสอบครั้งนี้ รอบเครื่องยนต์จะไปค้างอยู่ที่ 1500-1700 รอบ ก่อนที่จะปลดรอบให้เหลือประมาณ 800 รอบ และอีกเรื่องคือเบรกที่พัฒนาด้วยการถอดหม้อลมเบรกให้เป็นระบบช่วยเบรกแบบไฟฟ้า อาจจะต้องเผื่อระยะเล็กน้อย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 19

ราค่าตัว 1.299 ล้านบาทถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงความใหม่ สด ขุมพลังที่ดุดันและแรงที่สุดในเซกเมนต์ ช่วงล่างที่เฟริ์มและให้อารมณ์ต่างไปจากรถกระบะเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีที่จัดเต็ม และที่ถูกทางนั่นคือผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและชอบท่องเที่ยวในสไตล์แคมปิ้ง Next Gen Ford Ranger Wildtrak คือคำตอบ

มาสด้า ควงสวาทแคทลั่นสู้ไม่ถอยต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อแฟนบอล

0

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร และ นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับตัวแทนผู้บริหารสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือ สวาทแคท นำโดย นายบัญชา พิมพ์สมบูรณ์ รองประธานสโมสรและผู้อำนวยการสโมสรฯ และ นางสาวอัญรินทร์ วงศ์อัครพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายหารายได้และสิทธิประโยชน์ พร้อมด้วยคณะนักฟุตบอลที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเยือนและพูดคุยถึงความพร้อมก่อนลงการแข่งขันไทยลีก 2022-23 เลคที่สอง โดยทีมฯ เผยมีความพร้อมเต็มร้อยทั้งร่างกายและการฝึกซ้อมเพื่อลุยศึกการแข่งขันในนัดที่เหลือ ลั่นพร้อมสู้อย่างเต็มที่และจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อความสุขของแฟนบอล

ในขณะที่ มร. ทาดาชิ มิอุระ ได้กล่าวให้กำลังใจทีมว่า “เราชาวมาสด้าขอเป็นกำลังใจให้ทีมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยสปิริตความเป็นนักสู้ของทุกคนในทีมจะสามารถเก็บชัยชนะมาครองได้อย่างต่อเนื่อง หากทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเท อันเปรียบเสมือนกับจิตวิญญาณความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของชาวมาสด้าที่ถือกำเนิดจากเมืองฮิโรชิมา จนเกิดเป็นความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และสามารถครองใจลูกค้ามากมายหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ มาสด้าพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อแฟนบอลชาวไทยและชาวโคราชทุกคน รวมถึงนักฟุตบอลทุกคนจะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้”

สำหรับ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือสวาทแคทมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ผู้ที่รักในกีฬาฟุตบอลได้เชียร์ทีมรักและได้สัมผัสบรรยากาศของการแข่งขันในลีกระดับประเทศ   ซึ่งมาสด้าเชื่อว่าการสนับสนุนนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom ของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ที่ยั่งยืนตลอดไป

นิสสัน ชวนน้องๆ สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์เพื่ออนาคต ที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า

0

นิสสัน เปิดบ้านต้อนรับเหล่าน้องๆ เยาวชนจากชุมชนรอบโรงงานนิสสันที่จังหวัดสมุทรปราการ เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้า (Nissan Electrification Experience Center) รวมถึงประโยชน์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะช่วยให้โลกสะอาดขึ้นและช่วยให้สังคมก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน  กิจกรรมพิเศษนี้เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชน (Youth Leadership Development Programme หรือ YLD) ที่นิสสันให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องถึง 3 ปีแล้ว

สำหรับในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่นิสสันได้ต้อนรับน้องๆ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ YLD รุ่นที่มีอายุน้อยที่สุดได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าของนิสสัน  น้องๆ นักเรียนทั้ง 100 คน มาจากโรงเรียนในชุมชนรอบๆ โรงงานนิสสัน ได้แก่ โรงเรียนวัดจระเข้ใหญ่ และโรงเรียนพรหมพิกุลทอง และได้สัมผัสกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่น เช่น นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ (Kicks e-POWER) และนิสสันลีฟ (Nissan LEAF)

เจ้าหน้าที่ของนิสสันอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ Nissan Energy Share หรือการถ่ายโอนไฟฟ้าจากรถยนต์นิสสัน

 

น้องๆ นักเรียน ที่เข้าร่วมโครงการ YLD ตื่นเต้นมากที่ได้เรียนรู้จักเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีการชาร์จไฟแบบสองทาง (Bidirectional charge) ที่สามารถเปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาให้กลายเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ได้  โดยสามารถส่งพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟของการไฟฟ้าได้  ดังนั้น ในยามที่เกิดเหตุวิกฤต เช่น การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ  เจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถใช้กระแสไฟจากรถยนต์ของตัวเองมาใช้ภายในบ้านในขณะที่รอความช่วยเหลือได้  ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เกี่ยวกับแนวคิดนี้ที่นิสสันกำลังร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในการศึกษารายละเอียดอยู่

น้องๆ เรียนรู้การทำงานของระบบรถยนต์ไฟฟ้าด้วยรถยนต์นิสสันลีฟ จำลองคันจิ๋ว

 

นอกจากนี้ น้องๆ นักเรียน ที่ร่วมกิจกรรมในโครงการ YLD ยังได้ทราบว่ารถยนต์นับล้านๆ คันที่วิ่งอยู่ในประเทศไทยและใน 190 ประเทศทั่วโลก เป็นผลงานของโรงงานนิสสันที่สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของพวกเขาเอง  การค้นพบเช่นนี้ทำให้น้องๆ รู้สึกภูมิใจในฝีมือของคนไทย ซึ่งรวมถึงพ่อแม่หรือญาติๆ ของน้องๆ บางคนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานด้วยเช่นกัน

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การสอนให้เด็กๆ รู้จักและเข้าใจประโยชน์ของรถยนต์ขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าตั้งแต่ยังเล็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นอนาคตของพวกเรา  และรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV จะช่วยให้โลกของเราสะอาดขึ้น และสังคมมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราจึงได้ชวนน้องๆ จากโรงเรียนรอบๆ มาเยี่ยมชมโรงงานของเรา และเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดโครงการ Nissan Energy Share ให้มากขึ้น”

โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชนของนิสสัน เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง Nissan Care International Japan และ มูลนิธิรักษ์ไทย  โครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้นำ และมีทักษะสำหรับการเป็นผู้นำองค์กรและการบริหารองค์กร  ในระยะเริ่มต้น ได้มีการจัดกิจกรรมกับโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยอง และ สมุทรปราการ  ซึ่งนับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงและมีจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มชึ้นเป็น 2,100 รายในปี 2564

ทดลองนั่งและสัมผัสเทคโนโลยีล้ำยุคในนิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ และนิสสันลีฟ

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://nissan.co.th หรือ Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn หรือรับชมวีดีโอล่าสุดจากนิสสันได้ทาง YouTube

 

ฮอนด้าเชิญชวนลูกค้า ตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม เข้ารับบริการเปลี่ยนฟรี

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน แจ้งลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ให้เข้ารับการตรวจสอบรถยนต์ว่าเข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่ โดยสามารถเช็กด้วยตนเองเพียงสแกน QR Code และกรอกหมายเลขตัวถังรถยนต์ หรือผ่านทางเว็บไซต์ https://vinsearch.honda.co.th

สแกน QR Code เพื่อเช็กว่ารถยนต์ของท่านเข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่

ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมและยังไม่ได้เข้ารับการบริการ สามารถทำการนัดหมายล่วงหน้าและนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย* ด้วยบริการที่รวดเร็วสามารถรอรับรถได้เลย
ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั้ง 224 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับการเรียกรถยนต์ฮอนด้าเพื่อเข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมนั้น พบว่าปัญหา เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของชุดสร้างแรงดันก๊าซในชุดถุงลม ที่มีสาเหตุจากกระบวนการผลิตชิ้นส่วนของบริษัทผู้ผลิตชุดถุงลม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์และติดตามรถยนต์ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม ล่าสุดบริษัทฯ และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอสนับสนุนข้อมูลรถยนต์ที่เข้าข่ายฯ และติดต่อแจ้งเตือนเจ้าของรถยนต์ให้นำรถเข้ารับการตรวจสอบ ล่าสุดกับการจัดทำ “ระบบแจ้งเตือนถุงลมนิรภัย”** ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อรถยนต์ที่เข้าข่ายฯ มีการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ ทั้งที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศและระบบชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ (DLT E-Service) โดยระบบสามารถใช้งานตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2566 เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.checkairbag.com/

สำหรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใน
ชุดถุงลม ได้แก่

• บริโอ้ รุ่นปี ค.ศ. 2012 -2014 (พ.ศ. 2555 – 2557)
• บริโอ้ อเมซ รุ่นปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557)
• ซิตี้ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542)
รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2013 (พ.ศ. 2546 – 2556)
• แจ๊ซ รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549)
รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
• ซีวิค รุ่นปี ค.ศ. 2001 – 2014 (พ.ศ. 2544 – 2557)
• แอคคอร์ด รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543)
รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2012 (พ.ศ. 2546 – 2555)
• ซีอาร์-วี รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543)
รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2011 (พ.ศ. 2545 – 2554)
รุ่นปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556)
• สตรีม รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2004 (พ.ศ. 2545 – 2547)
• ฟรีด รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
• โอดิสซีย์ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542)
รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549)

 

ทางบริษัทฯ ขอเชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ผลิตในปีดังกล่าว ทั้งรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง รวมถึงรถยนต์ที่ได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนชุดถุงลมจากอู่ซ่อมรถยนต์ภายนอกศูนย์บริการฮอนด้า ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ารถยนต์ของท่านอยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่ ด้วยการกรอกหมายเลขตัวถังรถยนต์ ผ่านการสแกน QR Code หรือทางเว็บไซต์ https://vinsearch.honda.co.th/ และถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ารถยนต์ของท่านอยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม ให้ติดต่อไปยังศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้าน เพื่อทำการนัดหมายล่วงหน้า ก่อนนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถค้นหาศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่านได้ที่ https://www.honda.co.th/dealer  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Honda Call Center โทร 02 341 7777 กด 0 ตลอด 24 ชั่วโมง

Rêver Automotive โชว์พลัง VtoL จาก ATTO 3

0

บริษัท Rêver Automotive จำกัด (เรเว่ ออโตโมทีฟ) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายสำหรับกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Thailand Authorized Distributor) ได้จัดงาน BYD Rever Social Club powered from VtoL of ATTO 3 โดยใช้หลักการใช้กระแสไฟจากภายในรถ  BYD ATTO 3 หล่อเลี้ยงงาน Party ให้สว่างเจิดจ้า สนุก และ รักษ์โลก

จะเห็นว่า ภายในงาน VtoL Party ในครั้งนี้ จะสว่างไสวไปด้วยพลังไฟจากการปล่อยกระแสไฟจากรถ BYD ATTO 3 จำนวน 34 คัน โดยจะจ่ายกระแสไฟตั้งแต่ Backdrop ด้านหน้า ซุ้มอาหารทั่วงาน มุมดูหนังซิลๆ เรื่องโปรด และไฮไลท์บนเวที ซึ่งเรานำวงดนตรี The Parkinson มาเปิดมินิคอนเสริต์  โดยส่วนใหญ่มาจากการปล่อยกระแสไฟจาก ATTO 3 ซึ่งจะเห็นว่า เราสามารถ party  ได้อย่างสนุกสนานได้โดยไร้มลภาวะที่เป็นพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการขานรับนโยบาย Net  Zero Emission ของภาครัฐอีกด้วย

ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงานปารตี้ VtoL ในวันนี้ เป็นการเน้นย้ำที่ผมเคยพูดไปตั้งแต่วันแรกที่เรานำ BYD เข้ามาทำตลาดในไทย ว่า เราจะปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะผลักดัน Zero Emission ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างแท้จริง    ผมจึงจัดงาน VtoL party ในวันนี้  เพื่อเป็นการย้ำว่า เราสามารถนำเทคโนโลยีและพลังงานรูปแบบใหม่มาเพื่อสร้าง NEV Ecosystem ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของเรา” 

และขอตอกย้ำอีกครั้ง ขณะนี้รถคันที่ 10,000 กำลังจะส่งออกจากท่าเรือประเทศจีนมายังประเทศไทย ตามที่แจ้งไว้ว่าลูกค้าที่จองในรอบแรก จะได้รับรถทุกคันภายในเดือน กุมภาพันธ์อย่างแน่นอน  และยินดีที่จะประกาศให้ท่านผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 ว่า เราจะเปิดรับจองอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้พร้อมกันที่โชว์รูมทั่วประเทศ และมีโควต้าเพิ่มเติมอีก 7,000 คัน พร้อมส่งมอบให้ได้ก่อนวันหยุดสงกรานต์นี้

ประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด ยังกล่าวย้ำในที่สุด “เรายังดูแลอย่างใส่ใจด้วย Rêver Care รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 ทุกคัน จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาท ตามมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Rêver Care สิทธิพิเศษมากมายที่จะช่วยคลายทุกความกังวลของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. ระยะเวลา 1 ปี บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปีเต็ม โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมงระยะเวลา 8 ปีเต็ม ฟรี! ทุกรายการ พิเศษกับการรับประกันตัวรถ (Warranty) และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.และ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.68% นาน 48 เดือน และอื่นๆอีกมากมาย รวมมูลค่า 180,000 บาท) เหมือนเดิมค่ะ”

และในงาน EV me แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ที่รวบรวมรถยนต์ไฟฟ้าให้ทุกท่านสามารถเลือกไปขับได้นานเท่าที่ต้องการ EV me ประกาศความร่วมมือซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD ATTO 3 จำนวน 100 คัน เพื่อรองรับกับกระแสความต้องการการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และ จะมีการเพิ่มเติมจำนวนขึ้นในอนาคต ซึ่ง EV me ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์จากการใช้รถ โดยได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก สนับสนุนการลดมลภาวะ โดยใช้พลังงานจากรถยนต์ อันแสดงถึงศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าในงานด้วย

คุณสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวถึงการที่ EV me แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รถยนต์ไฟฟ้า นำรถเข้าร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ว่า ทาง EV me มีความยินดีที่ได้นำรถมาใช้ในงานครั้งนี้ เนื่องจากทางเรเว่ ออโตโมทีฟ กำลังเร่งที่จะส่งมอบรถให้ลูกค้าตามสัญญา การนำเสนอเทคโนโลยีของรถที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งรถสันดาปทั่วไปทำไม่ได้ เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบสนองผู้ที่ต้องการใช้รถ ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความกังวลของรถ EV โดยที่ EV me มีรถ EV ในแพลตฟอร์มค่อนข้างเยอะ หากต้องการทดลองเทคโนโลยี ทดลองขับ หรือจองรถ EV สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่แพลตฟอร์ม EV me ได้เลย

เอเอเอสฯ เผยสเปก BENTAYGA S HYBRID สปอร์ตเอสยูวีสุดหรูตัวล่าสุด พร้อมให้ยลโฉมครั้งแรกในไทยกลางปีนี้

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยข้อมูลอัครยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีแบบเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด Bentayga S Hybrid ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตเอสยูวีได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดย เอเอเอสฯ พร้อมนำเข้า Bentayga S Hybrid มาให้ได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกลางปีนี้

Bentayga S Hybrid มาในเฉดสีใหม่ล่าสุด สีเทา Cambrian Grey เฉดสีเทาความเข้มระดับกลาง รังสรรค์จาก 4 เฉดสี อย่าง สีดำตัดกับสีขาว ผสมเข้าด้วยกันกับสีม่วงแดงและสีน้ำเงิน สู่เฉดสีเทาความเข้มระดับกลางที่สะท้อนความมินิมอลและความสปอร์ต แต่ยังคงความเท่ห์และคลาสสิก เสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง Bentayga Blackline Specification อันเคร่งขรึมที่มีการใช้เฉดสีดำแทนที่โลหะขัดเงาสำหรับการตกแต่งภายนอกทั้งหมด อย่าง กาบบันไดและกระจกมองข้างเฉดสีดำ กระจังหน้าเฉดสีดำ สเกิร์ตข้างเฉดสีดำ กันชนหน้าแบบรุ่น Speed และ ล้ออัลลอยด์ดีไซน์พิเศษรูปตัว ‘S’ ขนาด 22 นิ้ว ดึงดูดสายตาด้วยเฉดสีดำและโลหะขัดเงาตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ส่วนท้ายแต่งด้วยสปอยเลอร์แบบ Speed-style ไฟท้ายสีเข้ม และ ท่อไอเสียแบบวงรีเฉดสีดำ เติมเต็มความสปอร์ตให้กับอัครยนตรกรรมเอสยูวีรุ่น S ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างร่วมสมัยและโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างหนังที่ผ่านกรรมวิธีคัดสรรด้วยมือจากสัตว์กินพืชที่เลี้ยงดูอย่างดีบนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเลในทวีปยุโรปตอนเหนือ โดยหนังทั้งหมดที่ใช้ทำเบาะโดยสารจะปราศจากรอยแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งอาจทิ้งรอยตำหนิไว้บนผืนหนัง มากไปกว่านั้น ผิวสัมผัสของกำมะหยี่ Dinamica ที่ใช้ในห้องโดยสารของรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตยังได้ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร สัมผัสพิเศษอีกประการหนึ่งคือการตกแต่งบริเวณคอนโซลหน้าและประตูห้องโดยสารด้วยวีเนียร์แบบ Dark Tint Diamond Brushed Aluminium Fascia and Door Waistrails ผลิตจากพื้นผิวอลูมิเนียมแบบใหม่ที่โดดเด่นและร่วมสมัย สลักด้วยลวดลายเพชรที่มีลักษณะมุมมองในสามทิศทางที่แตกต่างกัน ประกอบกับการรังสรรค์แบบ 3 มิติ เสริมด้วยแผ่นไม้วีเนียร์แบบ Piano Black ตกแต่งบริเวณกึ่งกลางคอนโซล

นอกจากนี้ Bentayga S Hybrid ยังมาพร้อมกับมาตรวัดแบบดิจิทัลสำหรับผู้ขับขี่ โดยมีแป้นควบคุมที่ออกแบบให้สื่อถึงสมรรถนะของตัวรถเช่นเดียวกับที่ใช้ใน Bentayga Speed พร้อมกับการเพิ่มมาตรวัดพลังงานไฟฟ้าเข้ามา ผนวกกับเบาะโดยสารออกแบบพิเศษด้วยโลโก้รูปตัว ‘S’ เช่นเดียวกับบนแผงหน้าปัด กาบบันไดเรืองแสง และ พนักพิงศีรษะ

ในส่วนของสมรรถนะ Bentayga S Hybrid มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน TFSI รุ่น V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ผลิตพละกำลังกว่า 456 แรงม้า มอบสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่ง 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.3 วินาที และ ความเร็วสูงสุด 254 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ด้วยแรงบิดเต็มสูบจากประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งผู้ครอบครองสามารถสัมผัสสมรรถนะความสปอร์ตจากขุมพลังของเครื่องยนต์แบบไฮบริดและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ ตั้งแต่โหมดไฟฟ้าที่เงียบสนิท ปราศจากการปล่อยมลพิษไปจนถึงสมรรถนะการขับขี่ที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจ ทั้งนี้ ตัวรถยังมีความสามารถในการขับขี่ที่ไกลขึ้นถึง 44 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้า (EV) แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการขับขี่อันเป็นจุดเด่นของรถยนต์เบนท์ลีย์

นอกจากสมรรถนะอันเหนือชั้น Bentayga S Hybrid ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นในโหมด Sport ที่มีการพัฒนาเสียงในช่องเก็บเครื่องยนต์ V6 TFSI เพื่อเพิ่มอรรธรสความสปอร์ตในระหว่างการขับขี่ พร้อมกับความหน่วงในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น 15% ที่จะทำให้แชสซีมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยผู้ขับขี่สามารถปรับ ESC ในโหมด Sport ให้มีความไดนามิกมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ท่อไอเสียรุ่น S จะให้เสียงที่เร้าใจภายในห้องโดยสาร พร้อมยังสามารถปรับเอฟเฟกต์ต่างๆ ได้

เอเอเอสฯ เตรียมนำเข้า Bentayga S Hybrid ส่งตรงจากโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษมาให้ได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกลางปีนี้ พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครองด้วยราคาเริ่มต้นที่ 14.7 ล้านบาท พร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ นาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V

จับรางวัล “MOTOR EXPO 2022” หาผู้โชคดี รับรถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน

0

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” พร้อมด้วยผู้แทนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงสักขีพยานจาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมงานจับรางวัล จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมงานฯ ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ และชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ชิงรางวัล ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา

รายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎกติกาของการชิงรางวัล จะประกาศทาง motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 และทางนิตยสาร ฟอร์มูลา, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2566

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

ฟอร์ด ฉลองชัย 4 รางวัลแห่งปี ที่งาน The Night of Champions 2022

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำโดย รัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ร่วมแสดงความยินดีกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR นักแข่ง และทีมแข่งที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ไปถึง 4 รางวัลในพิธีมอบรางวัล The Night of Champions 2022 ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ เมืองทองธานี

แจ็ค เลมวาร์ด นักแข่งมืออาชีพ ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮล เรซซิ่ง ได้รับรางวัล Champion of the Year 2022 ในรุ่น Thailand Supercar GTC – Overall จากการนำฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร หมายเลข 44 เข้าเส้นชัยด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 ในการแข่งขัน ด้านแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค นักแข่งระดับโลกเชื้อสายไทย-นอร์เวย์ ที่ได้ร่วมงานกับทีม ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และลงแข่งภายใต้ทีมฟอร์ดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้รับ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล First Runner-up 2022 ในรุ่น Thailand Super Pickup – Overall และรางวัล First Runner-up 2022 ในรุ่น Thailand Super Pickup – Class A จากการนำรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 เข้าเส้นชัยด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 2 ในการแข่งขัน นอกจากนี้ ทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮล เรซซิ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนโดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง นำโดยเครก คอร์ลิสส์ ยังได้รับรางวัลประเภททีม หรือ Teams Championship 2022 ในรุ่น Thailand Supercar GTC – Overall

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และนักแข่งสำหรับความสำเร็จในการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2022 ซึ่งนับเป็นปีที่ 3 ที่ฟอร์ดได้เข้าร่วมในรายการนี้” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ความสำเร็จของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งในการแข่งขันที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งของทีมงานและนักแข่ง อีกทั้งยังสะท้อนความร่วมมือร่วมใจกันทำให้ฟอร์ดมีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย”

ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ก่อตั้งโดยฟอร์ด ประเทศไทย ได้ร่วมกับคอร์ลิสส์ เรซ เอนจิเนียริ่ง (Corliss Race Engineering – CRE) และออโรร่า มอเตอร์สปอร์ต โดยในปีที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 3 ที่ทีม FTR เข้าร่วมการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ โดยได้พัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ปรับแต่งใหม่ ทั้งการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง เบรก การระบายความร้อน รวมถึงความทนทานของเครื่องยนต์ และเหมาะกับการลงสนามแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ซึ่งได้ส่งรถกระบะ 3 คันลงสนาม ภายใต้ชื่อทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง, ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง บาย ออโรร่า มอเตอร์ สปอร์ต และซีอาร์อี ฟอร์ด เลนโซ่ เฮลล์ เรซซิ่ง และ สนับสนุนทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค เฮลล์ เรซซิ่ง ส่งฟอร์ด มัสแตง 3 คัน ลงแข่ง

ฮอนด้าคว้าอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ในตลาดรถยนต์ประเทศไทยปี 2565 พิสูจน์ความเชื่อมั่นในยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย (มกราคม – ธันวาคม 2565) ด้วยยอดขายสะสมรวม 26,660 คัน* ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่ม xEV 30%* พิสูจน์ความเชื่อมั่นของยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้า ที่มอบสมรรถนะอันทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 4 เซกเมนต์หลัก ทั้งในกลุ่มซิตี้คาร์ ได้แก่ ซิตี้ อี:เอชอีวี และ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี กลุ่มคอมแพคท์คาร์ ได้แก่ ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ กลุ่มเอสยูวี ได้แก่ เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี และกลุ่ม D-segment ได้แก่ แอคคอร์ด อี:เอชอีวี มั่นใจด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** และบริการหลังการขายด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ (e:HEV Expert) จากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการนำเสนอ e:HEV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการ  ขับขี่ในปัจจุบัน ที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้ามั่นใจ อีกทั้งยังเข้าถึงได้ง่าย โดยมีให้เลือกหลายประเภททั้งรถซีดานและรถอเนกประสงค์ในหลากหลายเซกเมนต์ ฮอนด้าต้องขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ของเรา ทำให้สามารถครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ด้วยยอดขาย 26,660 คัน สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์และยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้า ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมปลอดมลพิษ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING  ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ ตามเป้าหมายฮอนด้าปี พ.ศ. 2593 โดยในปี 2566 เราจะยังคงเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมที่ลูกค้าต้องการอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลากหลายพลังงานทางเลือก”

จากความสำเร็จด้านยอดขายและเสียงตอบรับจากลูกค้าชาวไทย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีไฮบริดนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน และเป็นเทคโนโลยีที่จะเชื่อมต่อไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ซึ่งระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยมลพิษที่ต่ำ ยังมั่นใจและสะดวกสบายจากการบริการหลังการขายจากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมการบริการจากทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์

ขอเชิญชวนลูกค้าพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่และอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศกับแคมเปญทดลองขับ “Happy Day Happy Drive” โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 31 มีนาคม 2566 จะได้รับฟรีบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 200 บาท** หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th

 

หมายเหตุ

*ยอดขายสะสมและส่วนแบ่งทางการตลาดนับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ประมาณการณ์โดยรวมการคาดการณ์ยอดขายของรถยนต์บางค่าย

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมลงนามพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพและการเรียนรู้ของเยาวชนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิด ‘ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี’ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมทั้งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA จำนวน 1 คันเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนผ่านการลงมือปฏิบัติและเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่จำเป็นต่อตลาดแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้การขับเคลื่อนคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำพันธกิจของบริษัทฯ ที่พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดขึ้นภายในงาน ONE-EV (Open Network of Education for Electric Vehicle) ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานสักขีพยาน โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ ร่วมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มร.ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) รวมถึงตัวแทนจากองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ลงนาม โดยในโอกาสเดียวกันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รับโล่เชิดชูเกียรติจากวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ในฐานะผู้ประกอบการที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สถานศึกษาอีกด้วย

พิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสรวุฒิ  เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายนิทัศน์  วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เป็นผู้รับมอบจาก มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และนายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)

มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีของการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เห็นศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่รวมทั้งความสามารถของเยาวชนที่ควรได้รับการส่งเสริมให้มีความพร้อมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ความร่วมมือระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ที่ได้ผนึกพลังสร้าง ‘ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี’ รวมไปถึงรถยนต์แบรนด์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะช่วยเพิ่มทักษะ พัฒนาความสามารถและสร้างประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าให้กับนักศึกษาได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่คณะครูอาจารย์จะได้มีโอกาสยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย ซึ่งในอนาคต จะช่วยให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ สร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง”

“สำหรับความร่วมมือด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรองค์กรธุรกิจและหน่วยงานจากภาคส่วนต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยจะเข้าไปมีบทบาทในการผลิตและพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายสำคัญคือผลักดันการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรมในท้ายที่สุด” มร. ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมและความร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานและสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสและสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับนักศึกษา การสนับสนุนการแข่งขันแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก Thammasat Undergraduate Business Challenge (TUBC) ซึ่งเป็นเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากนานาประเทศได้ประชันความรู้ความสามารถและทักษะการคิดวิเคราะห์ และความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อศึกษา ออกแบบ ตลอดจนสร้างอุปกรณ์ชุดฝึกยานยนต์สมัยใหม่จากรถยนต์จริง โดยโครงการดังกล่าวยังครอบคลุมสถานศึกษาในโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์อีกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา รวมไปถึงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ORA จำนวน 1 คันสำหรับนำไปใช้ในการเรียนการสอนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของดีป้าอีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของบุคลากรไทยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ พัฒนาทักษะทางอาชีพ และเสริมสร้างประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมจริงให้กับเยาวชน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านกำลังคนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน