Home Blog Page 296

เอเอเอสฯ คว้ารางวัล ‘THE MOST TRUSTED BRAND 2022’ ย้ำสโลแกน THE NAME YOU CAN TRUST พร้อมเผยปัจจัยสู่ความสำเร็จ

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย คุณ อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขึ้นรับรางวัล ‘สุดยอดองค์กรแห่งปี 2022’ ประเภทความเป็นเลิศ ‘MOST TRUSTED BRAND AWARD’ จาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย ประธานในพิธีมอบรางวัลในงาน THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2022 จัดขึ้นโดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวถึงการได้รับรางวัล ‘MOST TRUSTED BRAND AWARD’ ว่า “จากประสบการณ์ในการดูแลรักษารถยนต์ระดับบนที่สั่งสมมานานกว่า 35 ปี ของ เอเอเอสฯ ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัทฯ ในฐานะผู้นำเข้ารถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย ได้รับความเชื่อมั่นด้านความเป็นเลิศจากการบริการหลังการขายจนได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจในครั้งนี้ 

“แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ต้องมีส่วนมาจากความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในส่วนงานบริการหลังการขายและความพร้อมของศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตของเรา ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การบริการหลังการขายที่โด่ดเด่น จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการบริการให้แก่ลูกค้าคนสำคัญและพัฒนาสู่ความสำเร็จในทุกวันนี้”

สำหรับรางวัลสุดยอดองค์กรดีเด่นแห่งปี (THAILAND TOP COMPANY AWARDS) จัดขึ้นโดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภายใต้แนวคิด “The Next Normal Transformation for Business Sustainability” การปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในยุคปกติครั้งใหม่ เพื่อยกย่องและเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจและความสำเร็จในระดับประเทศแก่สุดยอดองค์กรที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมและมีความเป็นเลิศในแต่ละด้าน ประจำปี 2565 โดยในปีนี้มีองค์กรที่ได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเชิงคุณภาพและได้รับรางวัลทั้งสิ้นรวม 34 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทอุตสาหกรรม 13 รางวัล และรางวัลความเป็นเลิศ 21 รางวัล ซึ่งพิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

ความเป็นเลิศด้านการบริการหลังการขาย กุญแจสู่ความสำเร็จ

เอเอเอสฯ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในด้านการบริการหลังการขายจากการเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดกับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่มีความพร้อมด้านศูนย์บริการและการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดแบบครบวงจรภายใต้มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต ดำเนินงานโดยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคผู้ดูแลระบบไฟฟ้าของรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ หรือ Qualified High Voltage Technician หนึ่งเดียวในประเทศไทย พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะ นำเข้าจากโรงงานในประเทศอังกฤษ และยังมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับตัวแทนบริษัทแม่ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ประเทศสิงคโปร์ และเครือข่ายผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่มีอยู่กว่า 240 แห่งใน 67 ประเทศทั่วโลกเพื่อการดูแลรถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยท่ามกลางวิกฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ เอเอเอสฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้แพลตฟอร์มแบบดิจิทัลเพื่อรองรับการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับลูกค้าเพื่อการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด เอเอเอสฯ ได้ส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารแบบเหนือระดับผ่านแอปพลิเคชัน ‘Bentley Network Application’ บนมือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งถือแอปพลิเคชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ การบริการ แคมเปญ สิทธิพิเศษ กิจกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ และยังสามารถเชื่อมต่อ และสื่อสารกับเครือข่ายเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ที่มีอยู่ทั่วโลก หรือติดต่อเพื่อขอรับบริการสุดพิเศษโดยตรงกับโรงงานผู้ผลิต เสมือนได้ย่อโลกของเบนท์ลีย์ไว้ในมือถือสมาร์ทโฟน โดยลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนมือถือสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ iOS และระบบ Android สิ่งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับและให้ความสำคัญต่อการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ให้เข้าถึงข้อมูลและรับการบริการที่เหนือระดับได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

สื่อสารการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่การสร้างคุณค่าแก่องค์กรและสังคมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เอเอเอสฯ ได้วางแผนในการทำการตลาดแบบดิจิทัลเพื่อการประชาสัมพันธ์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสัดส่วนกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีอายุน้อยลงและกลุ่มเป้าหมายเพศหญิง เนื่องจากแนวโน้วที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้าเพศหญิงที่ได้ให้ความสนใจในแบรนด์เบนท์ลีย์ และด้วยเอกลักษณ์ของอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์เองที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงได้ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่หรูหราแต่แฝงไปด้วยความโฉบเฉี่ยว การออกแบบและงานฝีมืออันประณีต และยังมอบความสะดวกสบายในการขับขี่แต่ยังไม่ละทิ้งซึ่งสมรรถนะอันน่าเหลือเชื่อจาก DNA ความสปอร์ตของเบนท์ลีย์ นอกจากนี้ยังสามารถรังสรรค์อัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ในแบบเฉพาะตัวให้โดดเด่นด้วยตัวเลือกของเฉดสี วัสดุ รูปแบบไม้วีเนียร์ หรือ ชุดแต่งมูลินเนอร์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์การออกแบบอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์หรูของผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

โดย เอเอเอสฯ ยังวางแผนและคัดเลือกตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่จะทำการตลาดให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในสภาวะการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด พร้อมกับการมอบทางเลือกและข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการวางแผนความร่วมมือและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านความยั่งยืนและร่วมถึงการมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ร่วมกับลูกค้าและสื่อมวลชน เพื่อสร้างมูลค่าควบคู่ไปกับคุณค่าให้แก่องค์กรและสังคม ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถสร้างมูลค่าให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืน

สำหรับลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดจาก เอเอเอสฯ ทุกท่านจะได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานโรงงานผู้ผลิตด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันอะไหล่แท้จากโรงงานผู้ผลิตฯ พร้อมตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V

เลกซัส นำความสมบูรณ์แบบพบลูกค้าทุกภูมิภาค ในงาน “Lexus Amazing Showcase”

0

เลกซัสประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านสัมผัสมหกรรมยนตรกรรมสุดหรู พร้อมทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Lexus Amazing Showcase” ใน 3 จังหวัด ได้แก่ขอนแก่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พบกันครั้งแรก ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลขอนแก่น ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2565

หลังจากประสบความสำเร็จในงาน Lexus Amazing Showcase” ที่สยามพารากอน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในครั้งนี้เลกซัสประเทศไทยนำสุดยอดยนตกรรมไฟฟ้า 100% สุดหรูจากเลกซัส UX 300e และรถยนต์เลกซัสอีกหลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น IS 300h ES 300h UX 250h และ RX 300 ไปให้ลูกค้าในภูมิภาคได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และสามารถทดลองขับได้อย่างเต็มที่ พิเศษสุดภายในงาน รับของที่ระลึกและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายที่พลาดไม่ได้ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2565 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลขอนแก่น

  • รับฟรี Diffuser จาก Jo Malone เมื่อจองรถภายในงาน*
  • รับฟรี Lexus Care Set (ชุดสเปรย์แอลกอฮอล์และหน้ากากผ้า) เมื่อลงทะเบียนทดลองขับ*
  • ฟรี บริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ภายในงาน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

พิเศษ! สำหรับลูกค้าคนพิเศษผู้ครอบครองเลกซัส เพียงเข้าชมงานรับทันที Service Voucher มูลค่า 1,000 บาท พร้อมพบไฮไลท์สุดพิเศษ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2565 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. กับมินิคอนเสิร์ต “บอย พีชเมคเกอร์” ที่เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเลกซัสเท่านั้น!

 

THE ALL-ELECTRIC LEXUS UX 300e ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED”

 Lexus UX 300e (100% All-Electric) ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ PURE-EV ที่ไม่มีเครื่องยนต์และไม่ใช้น้ำมัน ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) โดยโครงสร้างตัวถังถูกออกแบบให้แข็งแกร่ง และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ให้การทรงตัวดีเยี่ยม และควบคุมรถได้ดั่งใจ

UX 300e ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ หรือ 201 แรงม้า ผสานกับแบตเตอรี่แบบลีเทียม อิออน ให้อัตราเร่งได้ดั่งใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง 54 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

นอกจากนี้เลกซัส UX ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น UX 250h ที่ให้ประสิทธิภาพในอัตราการเร่ง และประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม

Lexus IS 300hสุดยอดสปอร์ตซีดานระดับหรู

Lexus IS (Intelligent Sport) รถสปอร์ต   ซีดาน ขับเคลื่อนล้อหลังหรูหราเหนือระดับ       ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว และสปอร์ต สมรรถนะที่       ทรงพลัง เกาะถนนดีเยี่ยม ตอบสนองการควบคุมได้ดั่งใจ อัตราเร่งออกตัวที่ดี ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ใน            รูปแบบเดิม โครงสร้างตัวถังรถยนต์ที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์              มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ให้กับผู้ขับขี่ได้ ดีไซน์ภายนอกออกแบบ ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม         โฉบเฉี่ยว ดุดัน กว้างขวาง และยาวขึ้น พร้อมล้อขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยการเกาะถนนดีเยี่ยม บ่งบอกถึงความเป็นสปอร์ตซีดานได้เป็นอย่างดี

Lexus ESRefine Your Journey” สุนทรียภาพใหม่แห่งการเดินทาง

Lexus ES (Executive Sedan) ยนตรกรรม    ซีดานหรู ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่ และความเงียบภายในห้องโดยสาร ในครั้งนี้ ES มาพร้อมกับ    การออกแบบที่ลงตัวมากยิ่งขึ้นด้วย ไฟหน้าดีไซน์ใหม่รับกับกระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์ใหม่ เส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ 3-eye LED Headlamps มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blade Scan Adaptive High-beam System ที่จะทำหน้าที่ปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ  ช่วยกระจายแสงไฟด้านหน้ารถได้อย่างแม่นยำ และละเอียดมากยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมกับเบาะหลังปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้า และแผงควบคุมเอนกประสงค์บริเวณที่วางแขนกลางเบาะหลัง โดดเด่นด้วยความเงียบภายในห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ทำให้ ES เป็นยนตรกรรมหรูสำหรับผู้บริหารอย่างแท้จริง

Lexus RX Unbounded Pleasure…สุนทรียภาพที่ไร้ขีดจำกัด”

Lexus RX (Radiant Crossover) ยนตรกรรมครอสโอเวอร์หรูระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกมาตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เลกซัส พิสูจน์ได้จากยอดขายทั่วโลกกว่า 3 ล้านคัน ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวลงตัว การออกแบบโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไฟหน้า และกระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์ใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ พร้อมพัฒนาระบบช่วงล่างใหม่ ส่งผลให้มีเสถียรภาพ และการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับครบครัน อาทิ Lexus Safety System Plus เจเนอเรชันที่ 2 ที่มาพร้อมกับ Blade Scan Adaptive High-beam System เทคโนโลยีปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ ช่วยกระจายแสงไฟด้านหน้ารถได้อย่างแม่นยำ และละเอียดมากยิ่งขึ้น

Lexus Service Corner

  • เลกซัส ขยายตลาดสู่ภูมิภาค เพิ่มความมั่นใจในการให้บริการหลังการขาย หมดกังวลในเรื่องของการซ่อมบำรุงด้วย Lexus Service Corner ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อให้ท่านมั่นใจในการบริการและบำรุงรักษารถยนต์  เลกซัส โดยช่างผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนจากเลกซัสประเทศไทย และสำหรับลูกค้าเลกซัสที่อยู่นอกพื้นที่การให้บริการของ Lexus Service Corner เราได้พัฒนาการบริการรูปแบบใหม่ Lexus Home Visit Mobility Unit โดยส่งช่างที่มีความรู้ และความชำนาญไปดูแลลูกค้าให้ครบทุกจังหวัด เพื่อให้การบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

Lexus KINTO

  • เชิญสัมผัสทางเลือกสำหรับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ ภายใต้โปรแกรม KINTO ONE สำหรับเช่ารถส่วนบุคคลระยะยาว 3 ปี โดยลูกค้าจะได้ใช้รถใหม่ โดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ พร้อมการบริการครอบคลุมครบวงจร ตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้การใช้รถเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย คุ้มค่า ไร้กังวล และ KINTO ONE EXPERIENCE สัญญาบริการ 1 ปี ที่ให้ลูกค้าสามารถสัมผัสยนตรกรรมหรูภายใต้แบรนด์เลกซัสได้ง่ายดายยิ่งขึ้น  

พบข้อเสนอพิเศษมากมายภายในงาน

  • จอง Lexus UX 300e รับฟรี Lexus Wallbox Charger มูลค่า 80,000 บาท พร้อมบริการติดตั้งถึงบ้าน และโปรแกรม Lexus Exclusive Package ครอบคลุมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • จอง Lexus UX 250h และ Lexus IS 300h รับฟรีประกันภัยชั้น 1 และ Lexus Exclusive Package*
  • จอง Lexus ES 300h รับฟรีทันที Lexus Exclusive Package*
  • จอง Lexus RX 300 รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ Lexus Exclusive Package*

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

พลาดไม่ได้! ลูกค้าเลกซัสในพื้นที่ ภาคเหนือ และภาคใต้
เตรียมพบกับงาน Lexus Amazing Showcase” ที่จะยกขบวนยนตรกรรมไฟฟ้า xEV ภายใต้ Lexus Electrified ไปให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอ และกิจกรรมสุดพิเศษมากมายภายในงาน 

จังหวัดสถานที่วันที่
ภูเก็ตเซ็นทรัล ภูเก็ต7 – 10 กรกฎาคม 2565
เชียงใหม่เซ็นทรัล เชียงใหม่21 – 24 กรกฎาคม 2565

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.lexus.co.th / www.facebook.com/LexusThailand

มินิ ประเทศไทย เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ พร้อมแจ้งปรับราคาสำหรับรถยนต์บางรุ่นตั้งแต่มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

0

มินิ ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดเซกเมนต์พรีเมียมคอมแพ็ค เปิดตัวมินิ 2 รุ่นล่าสุด มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Untold Edition และ มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล Resolute Edition โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารที่สวยงาม รูปลักษณ์ภายนอกสุดหรูที่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิค และเครื่องยนต์ทรงพลัง ทั้ง 2 รุ่นยังพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ที่จะยกระดับการขับขี่สนุกสไตล์มินิ รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่ พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ณ ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ

มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Untold Edition

ราคาจำหน่าย : 3,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Untold Edition เป็นรถยนต์พรีเมียมคอมแพ็คที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยแนวหลังคาที่ทอดยาวสะท้อนถึงความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ภายนอกโดดเด่นและสะกดทุกสายตาบนท้องถนนกับชุดแต่งแอโรไดนามิกส์ในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ สะท้อนภาพลักษณ์สุดโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบพละกำลังที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ใน 7.2 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 228 กม./ชม.

ภายนอกมาในสีเขียว Sage Green metallic พร้อมดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตกแต่งด้วยลวดลาย Untold Edition ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้ารถจรดหลังคา ซุ้มล้อและสเกิร์ตด้านล่างรอบคันมาในสีเขียวเข้มเสริมความโดดเด่น ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลาย Untold Spoke ในสีดำ Jet Black ตัดกับสี Refined Brass โดยสี Refined Brass นี้ ยังเสริมเอกลักษณ์โดดเด่นรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณกระจังหน้าและตัวอักษร “Clubman” ที่ประตูท้าย ซึ่งการออกแบบรูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้นั้นนอกจากจะสะท้อนถึงความสะดวกสบายในห้องโดยสารแล้ว ยังมาพร้อมกับประตูด้านท้ายรถที่สามารถเปิดปิดแยกซ้าย-ขวาได้

อุปกรณ์ภายในห้องโดยสารยังได้รับการตกแต่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย Untold Edition ที่บริเวณด้านล่างของก้านพวงมาลัยและพรมปูพื้นรถ ในขณะที่แถบไฟบริเวณแผงประตูและเบาะนั่งทรงสปอร์ต MINI Yours Leather Lounge ก็มาในสี Sage Green สุดเอ็กซ์คลูซีฟตัดกับเส้นด้ายสีฟ้าอ่อน และเพิ่มความสง่างามด้วยกรอบช่องแอร์สี Refined Brass ทำให้มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Untold Edition โดดเด่นไม่เหมือนใคร

นอกเหนือจากการออกแบบสุดพิเศษแล้ว มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Untold Edition ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า Adaptive LED ระบบปรับโหมดการขับขี่
ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon, MINI Head-Up-Display, ระบบ Wireless charging พร้อมกับแพ็คเกจ Connected Navigation Plus แสดงผลผ่านจอคอนโซลกลาง ระบบสัมผัสแบบดิจิทัล 8.8 นิ้ว มีฟังก์ชั่นบริการ MINI Connected บริการ Remote Services สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ Apple CarPlay ระบบนำทางและแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย

มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล Resolute Edition

ราคาจำหน่าย : 3,090,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard) 

รถยนต์เปิดประทุน 4 ที่นั่ง จากมินิถือเป็นรถเปิดประทุนระดับพรีเมียมที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในเซกเมนต์รถยนต์ขนาดเล็ก โดยมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล Resolute Edition สะดุดตาด้วยรูปลักษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดดเด่นเหนือใครทั้งตัวถังภายนอก ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา การออกแบบภายในและชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ความเป็นมินิแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมให้อารมณ์ขับสนุกในสไตล์เปิดประทุนที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของมินิ สมรรถนะทรงพลังที่พร้อมเผชิญทุกเส้นทางท่ามกลางสายลมและแสงแดด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า เสริมด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.1 วินาที ให้อารมณ์ขับสนุกเหมือนโลดแล่นอยู่ในสนามแข่ง

ภายนอกของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล Resolute Edition ตกแต่งด้วยลวดลายบนฝากระโปรงหน้าและที่กาบบันได ซึ่งมาในเส้นสายที่มีการไล่เฉดสีทองอ่อนไปจนถึงทองเข้มได้อย่างสวยงาม พร้อมสลักชื่อรุ่น “RESOLUTE” ไว้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้ากันได้ดีกับตัวถังภายนอกสีเขียว Rebel Green ที่ตัดกันกับสีดำและสีทอง ส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรอบไฟหน้า กระจังหน้า ช่องดักอากาศ กรอบไฟเลี้ยว มือจับประตู ฝาถังน้ำมัน มาในสี Resolute Bronze ที่ตัดกับฝาครอบกระจกมองข้างและหลังคาผ้าสีดำได้เป็นอย่างดี โดยในรุ่น Resolute Edition ได้เสริมความสปอร์ตดุดันด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Pulse Spoke สีดำ

การออกแบบด้วยลายเส้นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่น Resolute Edition นี้ ยังถ่ายทอดมาสู่ภายในห้องโดยสาร รับกับเบาะนั่งโดยสารทรงสปอร์ต MINI Yours Leather Lounge ในสีดำ Carbon Black ผสมผสานกับไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ซึ่งมาเป็นมาตรฐานในมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล Resolute Edition และอีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษคือพวงมาลัยหนังสปอร์ตที่หุ้มด้วยหนัง Nappa ที่สลักคำว่า “RESOLUTE” ไว้บริเวณด้านล่างของก้านพวงมาลัย

ส่วนระบบปฏิบัติการมินิรุ่นล่าสุดมาพร้อมแพ็คเกจ Connected Navigation Plus เติมเต็มอรรถรสการใช้งานทั้งความสะดวกสบาย ความบันเทิง ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับความชอบส่วนตัวได้อย่างครบถ้วน

 

นอกจากนี้ มินิ ประเทศไทยได้ประกาศปรับราคารถยนต์บางรุ่น โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป โดยรุ่นที่จะปรับราคามีดังนี้

รุ่นรถราคาเดิม (บาท)ราคาใหม่ (บาท)
มินิ คูเปอร์ แฮทช์ รุ่น 3 ประตู2,199,0002,299,000
มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ รุ่น 3 ประตู2,880,0002,949,000
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน Entry1,999,0002,049,000

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ https://www.mini.co.th/ หรือติดต่อผู้จำหน่ายรถยนต์มินิอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

แชมป์โลก 3 สมัยซ้อน! TOYOTA Gazoo Racing team Thailand สร้างประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทย คว้าแชมป์สนามโหด “24 ชม. นูร์เบอร์กริง” ประเทศเยอรมนี

0

Toyota Gazoo Racing Team Thailand” ทีมแข่งรถที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดฤดูกาลยิ่งใหญ่เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ทีมไทยทีมแรกคว้าตำแหน่งแชมป์โลก 3 ปีซ้อน รับถ้วยแชมป์รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 ในรุ่น SP3 ด้วยรถยนต์ Toyota Corolla Altis GR Sport ในการแข่งขันมาราธอนทางเรียบ 24 ชั่วโมงสุดโหด “ADAC TotalEnergies 24h Nürburgring” ความเร็ว Best time 10.06.794 นาที รวม 119 รอบ ด้วยระยะทางรวมกว่า 3,045 กม. ณ เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี

ออกสตาร์ทในการแข่งขัน ADAC TotalEnergies 24h Nürburgring” โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ สู้เต็มที่ด้วยศักดิ์ศรีแชมป์โลก 2 ปีซ้อน ในรายการสุดโหดระดับตำนานที่ต้องใช้ฝีมือ ทักษะ ความอดทน สมาธิ และความร่วมมือร่วมใจของนักแข่งและทีมงานทุกคนตลอด 24 ชม. ฝ่าฟันในเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าโหดยาก อันตรายพลาดไม่ได้แม้วินาทีเดียว ลงสนามในรุ่น Super Production 3 (SP3) โดยใช้รถ Toyota Corolla Altis GR Sport จำนวน 2 คัน โดยรถหมายเลข 119 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และมานัต กุละปาลานนท์ และรถหมายเลข 120 ขับโดย เฉิน เจี้ยน หงษ์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และ นาโอกิ คาวามูระ ลงสนามรอบควอลิฟายด์ในเรซ 1 รถหมายเลข 120 เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยจากรถคันอื่นแต่ก็สามารถแก้ไขและกลับมาลงควอลิฟายด์ต่อในเรซ 2-3 ด้านรถหมายเลข 119 ก็ทำลายสถิติ Best Laps ในควอลิฟายด์เรซ 2 ทำเวลาได้ดี 9:53.005 นาที/รอบ ทำให้หลังจบหลังจบควอลิฟายด์ทั้ง 3 เรซ  รถหมายเลข 119 ออกสตาร์ทในลำดับที่ 1 และรถหมายเลข 120 ออกสตาร์ทลำดับ 3 ทันทีที่สัญญาณไฟสตาร์ทดับลงรถทุกคันพุ่งเข้าสู่สนามแข่ง ทำความเร็วไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวพาดผ่านไปตามหุบเขา ก่อนกลับมาสปีดใส่ความเร็วกันเต็มที่ภายในแทร็กของสนาม ด้วยระยะทางรวมต่อรอบ 25.378 กม. ผ่าน 73 โค้งอันตราย ท่ามกลางสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งฟ้าใสในรอบหลายปีทำให้ผิวแทร็กแห้งสนิทการแข่งขันดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านไป 14 ชม.จากช่วงบ่ายสู่กลางคืนและข้ามสู่เช้าของอีกวันรถหมายเลข 119 ยังอยู่ในตำแหน่งผู้นำอันดับที่ 1 และรถหมายเลข 120 แซงขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของรุ่นได้ เข้าสู่ช่วง 3 ชม.สุดท้ายของการแข่งขันเริ่มมีฝนตกปรอยในบางส่วนของสนามทำให้ผิวแทร็กเริ่มเปียกลื่น แต่ทุกคันต้องทำให้ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์กดดัน ความอ่อนล้า แต่รถต้องอึด คนต้องสุด ก่อนที่รถหมายเลข 120 จะกลับขึ้นมาในตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ได้ จบการแข่งขัน 24 ชม.ก็ไม่ทำให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยผิดหวังเมื่อรถทั้ง 2 คัน สปีดเต็มที่เข้าสู่ธงหมากรุกจบการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ โดยรถหมายเลข 120 โดยการขับของ เฉิน เจี้ยน หงษ์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และนาโอกิ คาวามูระ  คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในรุ่น SP3 และ 80 Overall รวม 119 รอบสนาม Best Time 10:06.794  รถหมายเลข 119 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ มานัต กุละปาลานนท์ คว้าอันดับ 2 Overall 83 รวม 116 รอบสนาม Best Time 10:07.451 จากรถที่เข้าร่วมแข่งในปีนี้ 135 คัน สร้างประวัติศาสตร์แชมป์โลก 3 ปีซ้อน ในรุ่น SP3  ด้วยการวิ่งรวม 3,045 กม. พร้อมนำถ้วยแชมป์โลกปีที่ 3 กลับประเทศไทยได้สำเร็จ

หลังจบการแข่งขัน คุณอาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่งสังกัด Toyota Gazoo Racing Team Thailand  เผยความรู้สึกว่า “พวกเราทุกคนยินดีและมีความสุขมากที่ทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ตามที่ตั้งใจ ‘นูร์เบอร์กริง’ เป็นสนามที่ขับยากและมีสภาพอากาศแปรปรวน เราขับต่อเนื่องและทำสปีดได้ดีเพราะอากาศปลอดโปร่ง แต่พอเข้าช่วง 3 ชม.สุดท้ายกลับมีฝนปรอยลงมาทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาก็ทำให้พวกเรานำรถเข้าเส้นชัยคว้าถ้วยแชมป์กลับประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อีกครั้ง พวกเราจะไม่หยุดพัฒนาในทุกสนามทั้งในฤดูกาลนี้และยังเตรียมพัฒนารถสำหรับการแข่งขันฤดูกาลต่อไปอย่างเต็มที่แน่นอนครับ”

สำหรับแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ร่วมติดตามชมภาพความสำเร็จของทีมแข่งรถหนึ่งเดียวจากประเทศไทย “Toyota Gazoo Racing Team Thailand” ในการครองแชมป์โลกปีที่ 3 อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขัน “ADAC TotalEnergies 24h Nürburgring” จากเมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี และร่วมส่งแรงเชียร์กับเทศการความเร็วยิ่งใหญ่สุดในไทยกับ Bangsaen GrandPrix ที่จะจัดขึ้นบริเวณเลียบหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 29 มิ.ย.-3 ก.ค. นี้  เป็นการรวมการแข่งขันใหญ่ของประเทศ RAAT Thailand Endurance Championship 2022, Thailand Super Series 2022 และ TOYOTA Gazoo Racing Motorsport 2022 ติดตามเพิ่มเติมได้ทาง  www.facebook.com/TOYOTAGazooRacingTeamThailand

ครบรอบ 70 ปี Porsche Clubs สมาคมระดับโลกที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน

0

ยนตกรรมสปอร์ตปอร์เช่ คือสิ่งที่ชักนำบรรดาผู้คนที่หลงใหลในรถยนต์จากทั่วทุกมุมโลก ให้มารวมตัวพบปะกันได้อยู่เสมอมา โดย Porsche club แห่งแรกนั้นได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน ในวันที่ 26 พฤษภาคม 1952 ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่ม Porsche Club กระจายตัวไปทั่วทุกมุมโลกมากกว่า 700 แห่ง โดยมีสมาชิกเกินกว่า 240,000 คน จาก 86 ประเทศ โดย Porsche club ถือเป็นสัญลักษณ์อันแสนพิเศษของแบรนด์ที่เปรียบได้ว่าเป็นสมาคมที่ใหญ่ระดับโลก ซึ่งไม่มีสมาคมใดในอุตสาหกรรมยานยนต์เทียบเคียงได้ ทั้งในแง่ของรูปแบบการดำเนินงาน และความยิ่งใหญ่ ดังนั้นในวาระโอกาสครบรอบ 70 ปีของสมาคมในครั้งนี้ จะมีการวางแผนการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นอย่างสมเกียรติ รวมไปถึงมีกิจกรรมที่หลากหลายเกิดขึ้นอีกตลอดทั้งปี

Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้กำกับดูแลส่วนงานขาย และการตลาด ของ Porsche AG กล่าวว่า “ปอร์เช่ จะไม่มีทางเป็นปอร์เช่ได้อย่างทุกวันนี้ หากไม่รับรับมิตรภาพที่ดีจากกลุ่มและสมาชิก รวมไปถึงบรรดาแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ที่เข้ามารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันความน่าหลงใหลในแบรนด์ของเรา สำหรับกลุ่ม Porsche Club คือกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อแบรนด์ในการสนับสนุนให้ปอร์เช่คงความเป็นอมตะเอาไว้ ในขณะที่สมาชิกสามารถ ไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การกีฬา และการพบปะสังสรรค์ต่าง ๆ โดยกิจกรรมเหล่านั้นก่อให้เกิดความน่าสนใจในคลับทุกช่วงอายุหรือสมัย และถือเป็นการยกระดับคุณค่าให้กับแบรนด์ปอร์เช่อีกด้วย และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบอันสุดพิเศษ”

เรื่องราวแห่งความสำเร็จในระดับสากลของกลุ่ม Porsche Clubs

จากเหตุการณ์ 2 ปีหลังจากรถสปอร์ตปอร์เช่คันแรกได้รับการส่งมอบในประเทศเยอรมนี ในเดือน พฤษภาคม ปี 1952 เหล่าบรรดาลูกค้าของปอร์เช่ได้รวบรวมสมาชิกจัดตั้งสมาคม Porsche Club Westfalen โดยชื่อแรกที่นำมาใช้คือ Westfälischer Porsche Club Hohensyburg นับเป็นกลุ่ม Porsche Club ระดับสากลแห่งแรก และถัดมามีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นอีกนอกประเทศเยอรมี ซึ่งได้รับการก่อตั้งขึ้น ณ ประเทศเบลเยียมเมื่อปี 1953 ตามมาด้วยกลุ่ม Porsche Club ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบันถือเป็นกลุ่ม Porsche Club ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1955 และในทุก ๆ ปีหลังจากนั้นจะมีคลับใหม่เกิดขึ้นอีกปีละ 5 แห่งโดยประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้นัดหมาย และทั้งหมดล้วนผ่านกระบวนการจดทะเบียนเพื่อถือสิทธิในทางกฎหมายอย่างถูกต้อง และเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีประสานงานร่วมกันบนพื้นฐานความสมัครใจของบรรดาสมาชิก คลับแต่ละแห่งจะนำเสนอโครงการ ตลอดจนการบริการสำหรับสมาชิก เริ่มตั้งแต่กิจกรรมการขับขี่ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่สามารถดึงดูดผู้คนในสังคม รวมไปถึงการแบ่งปันประสบการณ์เชิงเทคนิคของรถยนต์, ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า, งานประกวดรถโบราณ รวมไปถึงคาราวานรถยนต์ปอร์เช่สุดยิ่งใหญ่ของบรรดาเหล่าสมาชิกผู้ครอบครองรถสปอร์ตจากปอร์เช่หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถปอร์เช่คลาสสิค ไปจนถึงรถสปอร์ตปอร์เช่รุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ก็สามารถพบเห็นได้มากขึ้นตามกิจกรรมต่าง ๆ ของปอร์เช่คลับ นอกจากนี้คลับรถยนต์คลาสสิคหลายแห่งรอบโลก ยังมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ และบำรุงรักษารถยนต์ปอร์เช่รุ่นคลาสสิคระดับตำนานให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ย้อนกลับไปปีก่อนหน้าการเกิดขึ้นของ ‘สังคมแห่งมิตรภาพ’ หรือ กลุ่ม Porsche นั้น บิดาผู้ให้กำเนิดรถยนต์ปอร์เช่ Ferry Porsche และ Fritz Huschke von Hanstein ผู้ดำรงตำแหน่ง racing director ในขณะนั้น ตัดสินใจชักนำ ‘Friends of Porsche’ เข้ามารวมตัวกัน โดยกลุ่มแรกคือการผนึกกำลังของสังคมนักแข่งรถ Huschke von Hanstein ได้เชื่อมโยงสมาคมเข้ากับบริษัท และเป็นจุดกำเนิดในการก่อตั้งคลับแห่งแรกเมื่อปี 1956 โดยทั้งคู่ได้นำพากลุ่มลูกค้าทั่วทั้งทวีปยุโรป และอเมริกาเข้ามาพบปะกันเพื่อแข่งขันรถยนต์แรลลี่ นับเป็นกิจกรรม Porsche meeting ครั้งแรกซึ่งเกิดขึ้นที่ Merano ประเทศอิตาลี และนับเป็นจุดกำเนิดของการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ในภาคพื้นยุโรป หลายปีหลังจากนั้น รถยนต์กว่า 600 คันจะมารวมตัวกันอย่างสม่ำเสมอ โดย Ferry Porsche ยังคงสนับสนุนให้ปอร์เช่เข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ในสหรัฐอเมริกาต่อเนื่องอีกหลายปี จนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ Dr Wolfgang Porsche  และ Hans-Peter Porsche รับหน้าที่สืบทอดต่อมา ในช่วงนั้นการบริหารงานของสมาคมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทีมงาน Global Community Management ของปอร์เช่ เช่นเดียวกับ importers และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่

เฉลิมฉลองวาระครบรอบ

สำหรับโอกาสสำคัญในปี 2022 ปอร์เช่มีแผนงานจัดแคมเปญระดับโลก ด้วยการสื่อสาร พร้อมทั้งกิจกรรมมากมาย ภายใต้แนวคิด ‘Enduring Passion’ เสริมด้วยการนำเสนอถึงขนบประเพณีอันยาวนานของปอร์เช่ รวมทั้งการจัดเตรียมเนื้อหาจากส่วนกลาง เพื่อให้สมาชิกของ Porsche Club สามารถถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของสมาคมไปยังสาธารณะชนได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย บริษัทยังมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของ Porsche Club อาทิ 356 Meeting ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วงเดือนพฤษภาคม ตามด้วย Porsche Parade USA และ Le Mans Classic

“ลามิน่า” ความคุ้มค่าที่ครองใจผู้บริโภคอันดับ 1 ต่อเนื่อง 8 ปี

0

ลามิน่าฟิล์ม” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงรถยนต์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2022 หรือรางวัลตราสินค้าที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในประเทศไทย  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จากผลสำรวจผู้ใช้งานจริง จัดโดยนิตยสารแบรนด์เอจ (BrandAge) จากกระบวนการทำวิจัยที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างตรงไปตรงมาจากคณะทำงานในทุกภาคส่วน

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  ผลิตโดยซีพีฟิล์มอิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสท์แมน เคมิคัล จากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัลดังกล่าวด้วยคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 ในหมวดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ และเป็นฟิล์มกรองแสงเพียงยี่ห้อเดียวที่ได้รับรางวัลนี้

การได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand หมวดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ลามิน่าเป็นองค์กรและแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม เพราะนอกจากจะยังรักษาตำแหน่งฟิล์มกรองแสงรถยนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นแบรนด์แรก

เนื่องจากตลาดฟิล์มกรองแสงเมืองไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงจากกระแสรถไฟฟ้าอีวี ที่มาพร้อมสมองกลดิจิทัลที่ฉลาดขึ้น เชื่อมต่อโลกดิจิทัลตลอดเวลาขณะขับขี่ ลามิน่าจึงเปิดตัวฟิล์ม ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ ฟิล์มนวัตกรรมล่าสุดที่ใช้ขบวนการผลิตฟิล์มแบบใหม่ AI Ceramic (Automotive Intelligence Ceramic) เพื่อรองรับระบบสมองกลดิจิทัล AI ต่างๆ ภายในรถไฮบริด/ อีวี และสมาร์ทคาร์ยุคใหม่

พร้อมทั้งผนึกเทคโนโลยีดิจิทัลบูสต์ นวัตกรรมที่จะช่วยอัพเกรดฟิล์มดิจิทัลของลามิน่าให้มีประสิทธิภาพรองรับระบบดิจิทัล 5G/ WiFi รองรับระบบออโตอัพเดทเฟิร์มแวร์และซอฟท์แวร์ รองรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance System) รองรับการเชื่อมต่อ Infotainment เต็มระบบ ทั้ง YouTube/ Google Map/ Netflix/ Weather Forecast ผ่านสัญญาณดาวเทียม

ส่งผลให้ทุกฟังก์ชั่นดิจิทัลในรถยุคใหม่ ทำงานได้ เร็ว แรง ลื่น เสถียร เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์การขับขี่ ลดความร้อนจากแสงแดดดีเยี่ยม ป้องกันรังสี UV ได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถ ซึ่งลามิน่าถือเป็นฟิล์มกรองแสงรายแรกและรายเดียวในเมืองไทยที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำเช่นนี้

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

“ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” ดีเกินคาด กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค จ.ลำปาง เงินสะพัดกว่า 225 ล้านบาท

0

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) แถลงความสำเร็จในการจัดงาน “ดีพร้อม มอเตอร์โชว์” (DIPROM MOTOR SHOW 2022) ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับภูมิภาค จังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ด้วยยอดจองและซื้อรถภายในงานกว่า 200 คัน พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้โชคดีจากกิจกรรม “ซื้อรถ…ลุ้นรถ” เตรียมเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ภาคเหนือ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบาย “ดีพร้อมแคร์” ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างแข็งแกร่งและเป็นรูปธรรม

ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในการมอบ “ของขวัญปีใหม่ 2565” ให้กับประชาชน โดยดําเนินการภายใต้นโยบายทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ 1) อํานวยความสะดวกและลดต้นทุนผู้ประกอบการ 2) เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ 3) ยกระดับผู้ประกอบการ และ 4) ดูแลเกษตรกรและประชาชนนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้จัดมหกรรมแสดงสินค้า DIPROM MOTOR SHOW 2022 จําหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อกระตุ้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และลดภาระให้ผู้บริโภค รองรับการเปิดประเทศหลังปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และเป็นของขวัญให้กับประชาชน โดยพัฒนาศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือของดีพร้อม ที่เรียกว่า DIPROM Meeting Industrial Conference and Exhibition Center (DIPROM MICE CENTER) จังหวัดลำปาง ให้รองรับการจัดประชุมนิทรรศการและจัดแสดงสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค ทั้งธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการต่างๆ ให้มียอดการเข้าพักและใช้บริการเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับการเติบโตของอุตสาหกรรม ทั้งในระดับพื้นที่จังหวัดลำปาง ระดับภูมิภาคในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ และในระดับประเทศ

ดร.ณัฐพล กล่าวย้ำถึงความสำเร็จในการจัดงานว่า “กิจกรรม DIPROM MOTOR SHOW 2022 ระหว่างวันที่ 9 – 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดลำปางและพื้นที่ภาคเหนือ สูงถึง 225 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณในการจัดงานนี้เพียง 2 ล้านบาท ถือเป็นอัตราเพิ่มกว่า 100 เท่า โดยมีประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ภาคเหนือตอนบน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและชาวต่างชาติ ที่ให้ความสนใจเดินทางมาร่วมกิจกรรมกว่า 6,000 คน และมียอดจองและซื้อรถภายในงานกว่า 200 คัน มีการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคภายในงาน ตลอดจนเกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 60 ราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนักในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ดร.ณัฐพลยังได้กล่าวถึง การเตรียมขยายผลการจัดกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ ที่สอดคล้องกับจุดเด่นของแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ กระจายความเจริญเติบโตไปยังฐานรากชุมชน ผนวกกับการดึงศักยภาพและยกระดับความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ภาคเกษตรอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต หรือ S-Curve ในระดับประเทศ ตลอดปี 2565 และยังมีการเตรียมการที่จะจัดกิจกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว ผ่านงาน FTI Expo 2022 ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2565 อีกด้วย

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า การจัดงาน “ดีพร้อม มอเตอร์โชว์” ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดลำปาง และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งผลสำเร็จที่เกิดขึ้น เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้ง 17 บริษัท ประกอบด้วยรถยนต์ 12 แบรนด์ ได้แก่ BMW, FORD, GWM, HONDA, ISUZU, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MITSUBISHI, NISSAN, SUZUKI และ TOYOTA รถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ ได้แก่ BAJAJ, HONDA, KAWASAKI, VESPA และ YAMAHA ผ่านทางสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หน่วยงานในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ  ซึ่งสมาคมฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในการช่วยผลักดันและสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไป”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6860 หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.diprom.go.th หรือ www.facebook.com/dipromindustry

ฟอร์ด ประกาศราคาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ครบทุกรุ่น พร้อมนวัตกรรมบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’

0

ฟอร์ดเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นหลักและรุ่นย่อยพร้อมกันอย่างเป็นทางการวันนี้ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ลูกค้าแบบพร้อมเสมอ หรือ ‘Always-On’ ด้วยบริการแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งประกอบไปด้วยนวัตกรรมบริการใหม่มากมายที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับรถฟอร์ดของตนเองได้ตลอดเวลา

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งหมด 20 รุ่น ได้แก่ เรนเจอร์ แร็พเตอร์, ไวลด์แทรค, สปอร์ต, XLT, XL+ และ XL พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานของลูกค้าได้อย่างเหนือชั้น ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและออฟโรด รองรับการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน

“เราตั้งใจที่จะพัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ให้เป็นเพื่อนร่วมทางที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ เป็นรถกระบะที่ชาญฉลาดที่สุด อเนกประสงค์ที่สุด และสมบุกสมบันที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมาในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ และเป็นรถกระบะที่คนทั่วโลกให้ความไว้วางใจว่าจะพร้อมลุยได้ในทุกสถานการณ์” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “นอกเหนือจากการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ดยังมาพร้อมประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับนวัตกรรมบริการในรูปแบบดิจิทัลและนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ จากฟอร์ดอีกมากมาย”


รถคู่ใจสำหรับการทำงาน เป็นรถครอบครัว และเดินทางท่องเที่ยว

ฟอร์ดพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ให้มาพร้อมฟีเจอร์ที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้เป็นรถที่พร้อมด้วยความอเนกประสงค์รอบด้านและสมรรถนะดีเยี่ยม ให้ลูกค้าออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีขีดจำกัด

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 สปีด และตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ 6 หรือ 10 สปีด

รุ่นย่อย XL เป็นรถกระบะรุ่นเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการใช้งานอย่างแท้จริง มาพร้อมตัวถัง 4 แบบ ได้แก่ สแตนดาร์ดแชสซีส์แค็บ สแตนดาร์ดแค็บ โอเพนแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ ในราคาเริ่มต้นที่ 554,000 บาท สำหรับการลุยงานสมบุกสมบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ XL ยังมีรุ่นย่อย 4×4 ที่มากับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มอบพละกำลังสูงสุด 170 PS และแรงบิด 405 นิวตันเมตร ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังที่จะช่วยพิชิตงานท้าทายอันหลากหลาย ฐานล้อที่กว้างขึ้นทำให้รถมีพื้นที่กระบะท้ายกว้างขึ้น จึงสามารถวางพาเลทขนาดมาตรฐานได้พอดี ทั้งยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ที่ช่วยในการจัดวางสัมภาระและสิ่งของต่างๆ หรือเปลี่ยนกระบะท้ายให้เป็นพื้นที่ทำงานก็ได้  ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น XL สแตนดาร์ดแค็บ 4×4 ราคา 697,000 บาท

อีกหนึ่งรุ่นย่อยสำหรับผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ ตอนครึ่ง มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ 699,000 บาท ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีรอบด้านที่ดีเยี่ยมในเซ็กเมนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุดของฟอร์ด ที่ไม่เพียงช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แต่ยังแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถได้อย่างชัดเจน โดยมีตัวเลือกสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก สีดำ แอบโซลูท แบล็ก สีน้ำเงิน บลู ไลท์นิ่ง และสีขาว อาร์กติก ไวท์

สำหรับรุ่นยอดนิยมอย่างรุ่น XLT ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถกระบะสำหรับการใช้งานแบบอเนกประสงค์ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มอบพละกำลัง 170 PS และแรงบิด 405 นิวตันเมตร โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมหรูหรา พร้อมไฟหน้าแอลอีดีรูปตัว C อันเป็นเอกลักษณ์ และไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT เป็นรถกระบะอเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้ชีวิตกับครอบครัวและเดินทางท่องเที่ยวได้ลงตัว พร้อมเป็นรถคู่ใจที่พาคุณไปยังทุกจุดหมาย ขณะที่ฟีเจอร์อัจฉริยะเพื่อการเชื่อมต่อ อาทิ แท่นชาร์จไฟไร้สาย กล้องมองหลัง และช่องต่อ USB บนกระจกมองหลัง ยังมอบความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ไปอีกขั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT มาพร้อม 5 รุ่นย่อยและตัวเลือกสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิออร์ เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก สีน้ำเงิน บลู ไลท์นิ่ง และสีขาว อาร์กติก ไวท์ ในราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท

นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังมีรุ่นที่เผยโฉมไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้แก่ รุ่นไวลด์แทรค และรุ่นสปอร์ต รถกระบะที่มาพร้อมการเชื่อมต่ออันชาญฉลาด สมรรถนะที่เหนือระดับ และความอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการทำงาน เป็นรถสำหรับครอบครัว และการท่องเที่ยวผจญภัย และยังมีรถกระบะสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ส่งมอบพละกำลัง 397 PS และแรงบิด 583 นิวตันเมตร เพื่อการขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

ลูกค้าสามารถจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th  หรือที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมทดลองขับและสัมผัสรถจริงได้ที่โชว์รูมฟอร์ด โดยฟอร์ด เรนเจอร์
เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก

ฟอร์ดทราบดีว่าลูกค้าชาวไทยชื่นชอบการแต่งรถด้วยอุปกรณ์เสริมให้ตรงใจตามสไตล์และตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละบุคคล ฟอร์ดจึงนำเสนอแพคเกจและอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดแผ่นโลหะกันกระแทกใต้ท้องรถ เทคโนโลยีช่วยการขับขี่อัจฉริยะ และสติ๊กเกอร์ตกแต่งที่ได้รับการติดตั้งจากโรงงาน ในฟอร์ด เรนเจอร์
เจเนอเรชันใหม่เฉพาะรุ่น

อีกขั้นประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถฟอร์ด

นอกเหนือจากการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ดยังพร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าด้วยบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ด้วยนวัตกรรมบริการมากมาย

ด้วยแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับรถของตนได้ทุกที่ ช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรถได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำมัน จุดที่รถจอดอยู่ การล็อคและปลดล็อค ไปจนถึงการสตาร์ทรถ หรือปรับอุณหภูมิภายในรถล่วงหน้าผ่านสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ลูกค้ายังเชื่อมต่อกับบริการของฟอร์ดผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาสได้ ไม่ว่าจะเป็นบริการนัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อจองเวลาเข้ารับบริการที่ศูนย์ ใช้บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่

ฟอร์ดยังนำเสนอบริการจากผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ฟอร์ด ที่พร้อมให้คำปรึกษา  ในกรณีที่ลูกค้ามีคำถามในการเลือกซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตน หรือช่วยให้คำแนะนำแก่เจ้าของรถฟอร์ดเกี่ยวกับการใช้งานและฟีเจอร์ต่างๆ โดยลูกค้ารับบริการจากผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ฟอร์ดได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ www.ford.co.th หมายเลขคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1383 และกล่องข้อความอัตโนมัติบนเฟซบุ๊กฟอร์ด

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ผลิตที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และโรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที)  ในจังหวัดระยอง เพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ

ประสบการณ์การขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด

ฟอร์ดเชิญชวนผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด Unlimit Driving Experience ที่ ‘Ranger Camp’ ณ จังหวัดนครนายก ระหว่างวันที่ 3-5 และ 10-12 มิถุนายน 2565 ทดลองขับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ครบทุกรุ่น ในสนามออฟโรดจำลองสุดท้าทาย และใช้ชีวิตกลางแจ้งตามแบบเรนเจอร์ พร้อมสัมผัสสมรรถนะดีเยี่ยมและความอเนกประสงค์รอบด้านของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nextgenfordcamp.com

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดราคา The New EQS พร้อมแต่งตั้ง ให้ 4 ดีลเลอร์ เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำความมุ่งมั่นในการเดินหน้าทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยการส่งมอบรถยนต์รุ่น “The new EQS” จำนวน 4 คันให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ตอบรับกระแสความสนใจของผู้ใช้รถในไทยที่มีต่อยานยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีรุ่นใหม่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสนับสนุนการทำการตลาดของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดตัว The new EQS ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมีลูกค้าแสดงความสนใจผ่านช่องทางดิจิทัล (digital leads) มามากกว่า 500 รายทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์และการจัดงานเปิดตัวพิเศษที่เซ็นทรัลเวิลด์และเอ็มโพเรียมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในวันนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการทำการตลาดของผู้จำหน่าย Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ให้ความสนใจในยานยนต์ไฟฟ้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เราจึงประกาศส่งมอบรถยนต์รุ่น EQS จำนวน 4 คัน ซึ่งประกอบด้วย The new EQS 450+ AMG Premium และ The new EQS 450+ Edition 1 และจะมีเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความแข็งแกร่งกับให้กับผู้จำหน่ายแบรนด์ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสตัวจริงของยนตรกรรมแห่งอนาคตคันนี้ พร้อมทั้งทำความรู้จักนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีจากแบรนด์ Mercedes-EQ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์เตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวทั่วโลก โดยปรับกลยุทธ์จาก“รถยนต์ไฟฟ้านำ” (electric-first) เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น” (electric-only) ภายในทศวรรษนี้ โดยสำหรับในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ประกาศเปิดตัว “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกอย่างเป็นทางการในช่วงปลายที่ผ่านมาและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าและผู้คนในอุตสาหกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้ประกาศความพร้อมในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ภายในประเทศไทย ทั้งหมดนี้คือการสานต่อความมุ่งมั่นระยะยาวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการขับเคลื่อนเทรนด์ e-mobility เพื่อร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ริเริ่มไว้ ทั้งการเปิดตัวโครงการ “Charge to Change” ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 พร้อมไปกับการนำเสนอ

นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จะทยอยออกมาให้ผู้บริโภคทั้งในไทยและทั่วโลกได้เห็นนับจากนี้ ต่อยอดจากความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ PHEV ระดับลักชัวรีด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในแต่ละเซกเมนต์สูงสุด

The new EQS 450+ AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 8,570,000 บาท และ

The new EQS 450+ Edition 1 วางจำหน่ายในราคา 8,870,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “The new EQS” ได้ที่โชว์รูมของผู้จำหน่าย Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการทั้ง 4 แห่ง และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมฉลองครบรอบ 30 ปี “อิออน” มอบโชคสุดยิ่งใหญ่ ชวนลูกค้าลุ้นเป็นเจ้าของ ORA Good Cat 30 คัน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมฉลองความสำเร็จเนื่องในโอกาสที่ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด้านการเงิน บัตรเครดิต สินเชื่อเงินสดและสินเชื่อเช่าซื้อ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 30 ปี กับแคมเปญ “AEON 30th Years Anniversary Celebration” เปิดโอกาสให้ลูกค้าลุ้นรับเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat 400 PRO เดือนละ 3 คัน ตลอดทั้งปีรวม 30 คัน และของรางวัลสุดพิเศษอีกมากมายเป็นจำนวนทั้งสิ้น 300 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 41 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 จนถึง 31 ธันวาคม 2565

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และทีมงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) พร้อมด้วย มร. ซึโทะมุ โอโมะเดะระ กรรมการผู้จัดการ  นางสุพร วัธนเวคิน กรรมการบริหารและคณะผู้บริหาร บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีในแคมเปญ “AEON 30th Years Anniversary Celebration” ครั้งที่ 1 โดยมีนักแสดงสาว เฌอเบลล์ – ลัลณ์ลลิน เตจะสาเวศซ์  รวมถึงสมาชิก Loyalty & Valuable Award ที่ใช้บริการกับอิออน จำนวน  30 ท่านจากทั่วประเทศให้เกียรติร่วมแสดงความยินดี ณ GWM Experience Center ไอคอนสยาม

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่จะเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นภายใต้แนวทางการดำเนินงานที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) โดยเราได้เริ่มจับมือกับหลากหลายแบรนด์ชั้นนำเพื่อผสานความแข็งแกร่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้แฟนๆ รวมถึงผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอดจนผู้บริโภคชาวไทยทุกคน ในโอกาสนี้เราได้ร่วมมือกับ อิออน ธนสินทรัพย์ หนึ่งในผู้นำด้านบริการสินเชื่อรายย่อย บัตรเครดิต สินเชื่อเงินสดและสินเชื่อเช่าซื้อในประเทศไทย โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองความสำเร็จในโอกาสการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 30 ปีของ อิออน ธนสินทรัพย์ ผ่านแคมเปญสุดพิเศษ ที่มอบสิทธิในการลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ขวัญใจคนไทย ORA Good Cat ที่เข้ามาปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้าครั้งยิ่งใหญ่ และยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอดจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทันทีตั้งแต่เดือนแรกที่มีการส่งมอบ ล่าสุดได้สร้างความฮือฮาด้วยยอดส่งมอบไปแล้วทั้งสิ้น 778 คันตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมาและยังมียอดจองที่รอส่งมอบรวมกว่า 3,500 คัน สะท้อนถึงความเป็นที่นิยมของเจ้าเหมียวไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้บริโภค”

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถรับสิทธิลุ้นเป็นเจ้าของ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO สี Coral Blue เดือนละ 3 คัน ได้ตลอดทั้งปีกับแคมเปญ “AEON 30th Years Anniversary Celebration” เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอิออนหรือบริการที่ร่วมรายการ[1] ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565[2] โดยไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งจะมีการจับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีเป็นประจำทุกเดือน และสามารถติดตามรายชื่อผู้โชคดี และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ aeon.co.th

“เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับ อิออน ธนสินทรัพย์ ในครั้งนี้ จะช่วยขยายการรับรู้ให้แบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นสังคมยานยนนต์ไฟฟ้าและเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงสร้างความคึกคักและเติมเต็มความพร้อมให้กับระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าที่แท้จริงในท้ายที่สุดอีกด้วย” นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจผู้บริโภคชาวไทย ORA Good Cat มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันล้ำสมัยแต่แฝงไปด้วยความคลาสสิกเหนือกาลเวลาภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic ส่วนภายในได้รับการออกแบบอย่างประณีตภายใต้แนวคิด “Intelligent Cockpit with Exquisite Craftsmanship” ครบครันด้วยอุปกรณ์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยรุ่น 400 PRO สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ใช้เวลาในการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรงแบบ DC จาก 0%-80% ภายในระยะเวลาประมาณ 46 นาที หรือชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดอีโค่ โหมดอีโค่พลัส และโหมดอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามที่ต้องการ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology Company) จะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รับฟังเสียงผู้บริโภคพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

[1] บัตรเครดิต บัตรสมาชิก บัตรสินเชื่ออิออนทุกประเภท สินเชื่อดิจิตอลทุกประเภทและสินเชื่ออิออนทุกประเภท (ยกเว้นบัตรเครดิตเพื่อองค์กร)

[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด