Home Blog Page 297

กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ลุยสปอร์ตอีเวนท์ เนรมิตสนาม กรังด์ปรีซ์ รับการจัดงาน “AMAZING RACE FESTIVAL&TRIATHLON”

0

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ไทยแลนด์ไตรลีก และ Tab Sports เตรียมความพร้อมในการจัดงาน “AMAZING RACE FESTIVAL&TRIATHLON KANCHANABURI 2022” มหกรรมไตรกีฬา วิ่ง ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ซึ่งกำลังเป็นกระแสความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพ ชอบเล่นกีฬาที่มีความท้าทาย และก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเฟื่องฟูหลังจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยกำหนดการจัดงานใน ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2565 ณ สนามกรังด์ปรีซ์ กอล์ฟ คลับ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

ททท. เลือกจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่มีศักยภาพ มีพร้อมทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ในการแข่งขันกีฬา โดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในประเทศไทย เดินทางมาเข้าร่วมในการแข่งขันรายการนี้ ไม่น้อยกว่า 2,000 คน กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มวันพัก และเพิ่มค่าใช้จ่าย ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของ จังหวัดกาญจนบุรีทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นจำนวนมาก “การจัดกิจกรรมนี้ ยังช่วยประชาสัมพันธ์การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และการยกระดับสู่การเป็น Sport Tourism Destination ของประเทศไทย โดยปฏิบัติตาม มาตรการด้านสาธารณสุขของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี และกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด”  กล่าวเสริมโดยนางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานกาญจนบุรี

นายพีระพงศ์  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งาน AMAZING RACE FESTIVAL & TRIATHLON ที่กาญจนบุรี เป็นสปอร์ตอีเวนท์ครั้งแรก ซึ่งเราปรับสภาพสนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค ศูนย์กลางการจัดกิจกรรมกลางแจ้งทุกรูปแบบของเมืองไทย และสนามกรังด์ปรีซ์ กอล์ฟ คลับ  สนามกอล์ฟมาสเตอร์พีซระดับนานาชาติ บนพื้นที่รวมกว่า 2,800 ไร่ เพื่อใช้ในการแข่งขันไตรกีฬา วิ่ง ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน ถือเป็นตัวอย่างกิจกรรมที่เราเปลี่ยนแปลงต่อยอดจากสิ่งที่เคยทำอยู่ให้เกิดมูลค่ารายได้เพิ่มเติม และก้าวไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ๆนอกเหนือจากยานยนต์ที่เราเชี่ยวชาญและครองอันดับ 1 ในประเทศไทยกว่า 50 ปี”

ทั้งนี้สนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค สร้างขึ้นเมื่อปี 2563 ขนาด 400 ไร่ กลายเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมกลางแจ้งที่มีศักยภาพระดับต้น ๆของเมืองไทย มีการจัดกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ตลอดจนเป็นสนามทดสอบรถยนต์, จักรยานยนต์, ATV, UTV และกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ทุกรูปแบบ โดยที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากบริษัท และค่ายรถชั้นนำหลากหลายแบรนด์เลือกเป็นสถานที่จัดกิจกรรม เช่น TOYOTA HILUX REVO 10 เซียนประจัญบาน การแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของวงการออฟโรดเมืองไทย  สนามทดสอบรถ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด  สนามทดสอบสมรรถนะยาง Bridgestone บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด  สนามทดลองขับ Toyota Hilux Vigo และสนามทดลองขับ All New Isuzu V-Cross Hilux Vigo ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในขีดความสามารถจากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ และความพร้อมในทุก ๆด้านของการพัฒนาสู่การจัด สปอร์ตอีเว้นท์ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

“หลังจากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆจากสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯพร้อมขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค เทคโนโลยี  และกระแสโลก  ความสำเร็จจากการจัดงานมอเตอร์โชว์ ต้นปีที่ผ่านมา และการเข้าร่วมจัดงานสปอร์ตอีเวนท์นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยกรังด์ปรีซ์ กรุ๊ปกำลังพัฒนากิจกรรม สินค้า และบริการใหม่ ๆ เพื่อพลิกโฉมใหม่ภายในปีนี้” นายพีระพงศ์ กล่าวปิดท้าย

มาสด้า ต้อนรับการเปิดประเทศเปิดพิพิธภัณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ให้แฟนเข้าชมในเดือนพฤษภาคม

0

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าพิพิธภัณฑ์มาสด้า ณ เมืองฮิโรชิมา ที่ได้ทำการปิดปรับปรุงไปเมื่อก่อนหน้านี้กำลังจะกลับมาเปิดมิติใหม่ให้แฟนๆ ได้เข้าชมในวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์ใหม่นี้ได้รับการออกแบบและการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้า แฟนมาสด้า และผู้เข้าชมได้มีพื้นที่ใกล้ชิดกับแบรนด์มาสด้ามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าแฟนพันธุ์แท้ชาวมาสด้าหรือผู้ที่เดินทางมายังเมืองฮิโรชิมาไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากจะได้ชื่นชมรถยนต์มาสด้าในฝันหลายต่อหลายรุ่นแล้ว ยังจะได้ร่วมบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจของมาสด้าตั้งแต่ยุคเริ่มก่อตั้งบริษัทกว่า 100 ปี อีกด้วย ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองฮิโรชิมาและถูกใส่ไว้กับโปรแกรมทัวร์ และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เปิดตัวพิพิธภัณฑ์มาสด้าออนไลน์* (Online Mazda Museum) บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในวันนี้อีกด้วย เพื่อให้ผู้ที่สนใจและแฟนมาสด้าจากทั่วโลกสามารถคลิกเข้าชมการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึงอีกช่องทางหนึ่ง

พิพิธภัณฑ์มาสด้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

การตกแต่งภายในและภายนอกของพิพิธภัณฑ์มาสด้า ได้รับการออกแบบตามแนวคิดการออกแบบใหม่ล่าสุดของแบรนด์มาสด้า ด้วยการใช้โทนสีโมโนโทนร่วมกับแสงไฟอันอบอุ่นตกกระทบกับพื้นผิวไม้ จึงทำให้ดูมีความหรูหราแต่ให้ความรู้สึกสะดวกสบายสำหรับผู้เข้าชม

สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งโซนจัดแสดงทั้งหมด 10 โซน โดยมาพร้อมการตกแต่งและการจัดแสงที่เข้ากับธีม ของแต่ละโซน ได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงประสบการณ์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของมาสด้าในศตวรรษหน้า หรือในอีก 100 ปี ข้างหน้า และแนวคิดในการพัฒนายานพาหนะทุกคันตลอดช่วงระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในบริเวณล็อบบี้ทางเข้า ก็ยังมีพื้นที่จัดแสดงเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ผ่อนคลายและใกล้ชิดกับแบรนด์มาสด้ามากยิ่งขึ้น พร้อมเพลิดเพลินไปกับการชมรถรุ่นล่าสุดที่นำจัดแสดง ที่สำคัญมาสด้ายังคงนำเสนอโปรแกรมทัวร์ชมโรงงานและกระบวนการผลิตรถยนต์มาสด้าซึ่งเป็นที่นิยมเช่นเดิม ซึ่งผู้เข้าชมสามารถรับชมสายการผลิตรถยนต์จริงในขณะปฏิบัติงานจริงของสายการผลิต

ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ มาสด้าจะเปิดพิพิธภัณฑ์มาสด้าออนไลน์ ที่ให้บริการทัวร์เสมือนจริงพร้อมคำอธิบายโดยละเอียดสำหรับแต่ละโซน พร้อมนำเสนอภาพมุมสูงจากโดรนภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงจะจัดให้มี Mazda Kids Channel* เพื่อให้คำอธิบายที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตรถยนต์ของมาสด้าอีกด้วย

มาสด้ามุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่สร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านรถยนต์ ด้วยการส่งมอบความสุขความสนุกสนานในการขับขี่ และมุ่งมั่นที่จะรักษาโลกของเราให้ยังคงสวยงาม ยกระดับวิถีชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้กับพวกเราทุกคนตลอดไปตราบนานเท่านาน

นิทรรศการพิพิธภัณฑ์

ล็อบบี้ทางเข้า: ผสานสไตล์ของแบรนด์มาสด้าและจัดแสดงรถยนต์มาสด้ารุ่นล่าสุด

โซน 1:1920 – 1959: ต้นกำเนิดจากจิตวิญญาณของ Monotsukuri (การทำรถ)
โซน 2, 3:1960+: ปูทางสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่หลากหลาย (1)
โซน 4:มอเตอร์สปอร์ต: ความท้าทายระดับโลกสำหรับมาสด้า ความเหนือระดับ และเทคโนโลยี
โซน 5, 6 และ 7:1960+: ปูทางสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่หลากหลาย (2)
โซน 8:เทคโนโลยี: Monotsukuri ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางของมาสด้า
โซน 9:ทัวร์สายการผลิตรถยนต์มาสด้า
โซน 10:วิสัยทัศน์ของมาสด้าในอีก 100 ปีข้างหน้า

 

ภาพรวมของพิพิธภัณฑ์มาสด้า

Official website*:https://www.mazda.com/ja/about/museum/
Tour booking:เปิดให้ชมสำหรับการจองล่วงหน้าเท่านั้น
โดยสามารถจองผ่านช่องทาง:https://www.mazda.com/ja/about/museum/reservations/
หมายเหตุ: เปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป
ภาษา:ญี่ปุ่น (เวลา 9:30 และ 13:45)
หมายเหตุ:ทัวร์ภาษาอังกฤษยังไม่พร้อมเปิดให้บริการในขณะนี้
ค่าเข้าชม:ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการ
ปิดทำการ:วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดบริษัทมาสด้า (วันสิ้นปี และปีใหม่, Golden Week และวันหยุดฤดูร้อน ฯลฯ)
ช่องทางติดต่อ:พิพิธภัณฑ์มาสด้า
อีเมล์:mazdamuseum@mazda.co.jp
แฟกซ์:082-252-5654

 

อื่นๆ:

■ Online Mazda Museum*

https://www2.mazda.com/ja/onlinemazdamuseum/

■ Mazda Kids Channel*

https://www.mazda.com/ja/about/kids/

*มีเฉพาะภาษาญี่ปุ่น

แลนด์โรเวอร์เปิดตัว NEW RANGE ROVER สร้างนิยามใหม่ของการเดินทางที่หรูหรา

0

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ New Range Rover (เรนจ์ โรเวอร์ ใหม่) ครั้งแรกในประเทศไทย

รุ่นและราคาที่จำหน่ายประกอบด้วย

3.0 Petrol Plug-In Hybrid SWB AWD Autobiography Plus        ราคา 11,499,000 บาท

3.0 Petrol Plug-In Hybrid SWB AWD SV Plus                           ราคา 15,999,000 บาท

3.0 Petrol Plug-In Hybrid LWB AWD Autobiography Plus        ราคา 11,999,000 บาท

3.0 Diesel LWB AWD Autobiography Plus                               ราคา 15,999,000 บาท

พร้อม LAND ROVER CARE นาน 5 ปี ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพ บริการบำรุงรักษาตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี ร่วมสัมผัสความหรูหราของ เรนจ์ โรเวอร์ ใหม่ได้ที่โชว์รูมรถยนต์แลนด์โรเวอร์ ชั้น 2 สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-007-0008 และ www.landrover.co.th

ไฮไลท์ เรนจ์ โรเวอร์ ใหม่

  • คงไว้ซึ่งรุ่นดั้งเดิม: เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่มีต้นแบบจากรถ SUV หรูหรารุ่นดั้งเดิม มาพร้อมความทันสมัยแห่งอนาคต การปรับแต่งที่เหนือชั้น และความสามารถของแลนด์โรเวอร์ที่ไม่มีใครเทียบได้จากวิวัฒนาการยาวนานกว่า 50 ปี
  • ความหรูหราที่ทันสมัย: เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่เกิดขึ้นจากรูปลักษณ์และแบบแผนความกลมกลืนกันของสัดส่วน พื้นผิว และเส้นขอบ
  • ความคล่องตัวขณะขับขี่: ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อมาตรฐาน ผสมผสานเสถียรภาพขณะขับด้วย ความเร็วสูงที่เหนือชั้นเข้ากับความคล่องตัวเป็นพิเศษที่ความเร็วต่ำ และวงเลี้ยวที่น้อยกว่า 11 เมตร*
  • การทรงตัวสมบูรณ์แบบ: ระบบควบคุมแชสซีแบบผสาน (Integrated Chassis Control) พร้อม Dynamic Response Pro ให้ความสบายในการขับขี่ระดับสูงสุดด้วยการใช้ระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับสภาพยานพาหนะให้เข้าโค้งโดยใช้ข้อมูล eHorizon
  • ตัวเลือกที่กว้างขวาง: สถาปัตยกรรมตัวถัง MLA-Flex แบบใหม่นำเสนอรูปแบบตัวถังมาตรฐานและฐานล้อยาว พร้อมการตกแต่งภายในที่หรูหราจำนวน 4, 5 หรือ 7 ที่นั่ง
  • สถานที่อันเงียบสงบ: เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่มาพร้อมกับที่สุดแห่งเทคโนโลยีความเงียบในห้องโดยสาร ด้วยระบบ Active Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ผ่านลำโพงพนักพิงศีรษะ เพิ่มความสบายและสุนทรีในการโดยสารตลอดเส้นทาง
  • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร: Cabin Air Purification Pro มีคุณสมบัติการกรอง 5 และเทคโนโลยี nanoeTM X ซึ่งช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แบคทีเรีย ไวรัส และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมาก รวมถึงไวรัส SARS-CoV-2
  • ตัวเลือกวัสดุ: ทางเลือกที่หรูหราแทนหนังแบบดั้งเดิมคือเนื้อผ้าเกรดดีใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง Ultrafabrics™ และผ้าวูลผสม Kvadrat™

เรนจ์โรเวอร์คือรถ SUV หรูหรารุ่นดั้งเดิมและเป็นผู้นำแบบอย่างมาเป็นเวลา 50 ปี จากการผสมผสานความสบายที่ไม่ขาดตอนและความราบรื่น เข้ากับขีดความสามารถในการพิชิตทุกเส้นทาง

รถ SUV หรูหรารุ่นใหม่มีจำหน่ายในรุ่น Autobiography ทั้งรูปแบบตัวถังมาตรฐาน (SWB) และฐานล้อยาว (LWB) มาพร้อมกับ 5 ที่นั่ง ในขณะที่แบบ LWB ของเรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่วางจำหน่ายพร้อมตัวเลือกแถวที่สามเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับรองรับผู้ใหญ่สูงสุด 7 คน

พิเศษกับเรนจ์โรเวอร์รุ่น SV ใหม่ (New Range Rover SV) นำเสนอที่สุดแห่งความสวยงามที่นำไปสู่ความหรูหราและความเป็นส่วนตัวของเรนจ์โรเวอร์ ให้ลูกค้ามีขอบเขตมากขึ้นในการสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างแท้จริง ด้วยทางเลือกของธีมการออกแบบ และตัวเลือกวัสดุจาก SV แสดงถึงการกลั่นกรองการออกแบบของ Special Vehicle Operations และความหลงใหลทางวิศวกรรมเพื่อความหรูหรา ประสิทธิภาพ และความสามารถที่ล้ำสมัย

ความทันสมัยที่น่าทึ่ง

รถ SUV หรูหรารุ่นที่ 5 นำเอาปรัชญาการออกแบบของแลนด์โรเวอร์มาใช้เพื่อก้าวสู่อีกระดับด้วยการตีความหมายของโปรไฟล์เครื่องหมายการค้าของตัวเองแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างงานการออกแบบที่เหลือเชื่อและจะยังคงเป็นผู้นำที่พาความทันสมัยที่น่าทึ่ง ความงามที่สุนทรีย์และความมีรสนิยมมาสู่ยานพาหนะรุ่นหลักล่าสุดของแลนด์โรเวอร์

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่เกิดขึ้นจากสามเส้นที่สามารถย้อนรอยต้นกำเนิดกลับไปตามรุ่นต่างๆ อันได้แก่ เส้นขอบหลังคาที่พุ่งลง เส้นรอบรถที่เข้มชัด และเส้นฐานประตูที่ยกสูง คุณสมบัติที่เป็นเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ยังผสมผสานกับระยะยื่นหน้าที่สั้นเป็นเอกลักษณ์และท้ายรถใหม่แบบเรือที่โดดเด่น ครบเครื่องด้วยประตูท้ายบานแยกที่ใช้งานได้จริง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างโครงร่างอันสวยงามซึ่งสื่อถึงรูปลักษณ์เหนือชั้นของเรนจ์โรเวอร์

เส้นรอบตัวรถที่ไม่ขาดตอนแสดงให้เห็นความใส่ใจในรายละเอียดของแลนด์โรเวอร์ ให้ขอบประตูที่โค้งมนมาบรรจบกับกระจก ในการตกแต่งผิวที่ดูเรียบง่ายและสะอาดตาด้วยขอบตัวรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้ซ่อนอยู่และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการออกแบบ มาผสมผสานกับไฟเคลือบผิวแบบเรียบเสมอกันที่ซ่อนตัวเมื่อไม่ได้ส่องสว่าง พื้นผิวที่มีรสนิยมให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย และมีส่วนช่วยให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านเท่ากับ 0.30 ทำให้รถคันนี้เป็น SUV หรูหราที่ถูกหลักอากาศพลศาสตร์มากที่สุดในโลก

การตกแต่งภายในที่หรูหรามีรากฐานสำคัญจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้งานง่ายและมีความสำคัญ ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับวัสดุที่ดีที่สุดและนวัตกรรมเพื่อความสุขสบายอย่างลงตัว เพื่อสร้างสถานที่อันเงียบสงบสำหรับผู้โดยสารทุกคน เปลี่ยนให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์เพลิดเพลิน

สีภายนอกยกระดับสัดส่วนอันสวยงามด้วยพื้นผิวที่สะอาดตาของเรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ ในขณะที่ตัวเลือกการปรับแต่งห้องโดยสารมีความยั่งยืนและมีความก้าวหน้ามากกว่าที่เคยมีมา ลูกค้ามีตัวเลือกวัสดุและการตกแต่งที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงเนื้อผ้าที่เป็นนวัตกรรมและ Ultrafabrics™ ชนิดสัมผัสร่วมกับความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแลนด์โรเวอร์กับ Kvadrat™ ผู้ผลิตเนื้อผ้าเกรดดีชั้นนำของยุโรป โดยผสมผสานกับ Ultrafabrics™ เพื่อสร้างตัวเลือกวัสดุ ที่มีความหมายซึ่งเบากว่าและสร้าง CO2  เพียงหนึ่งในสี่ของหนังแบบดั้งเดิม

การปรับแต่งที่เหนือชั้น

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ทำให้ทุกการเดินทางเป็นโอกาสพิเศษที่ต้องจดจำ จากการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความหรูหราทันสมัย เพื่อส่งมอบการปรับแต่งที่เหนือชั้นสำหรับผู้โดยสารทุกคน รวมทั้งผู้ที่นั่งอยู่ในแถวที่สาม ด้วยการกำจัดเสียงที่ไม่ต้องการ แรงสั่นสะเทือนและสิ่งรบกวนสมาธิ การลดภาระการรับรู้ของผู้ขับขี่กับผู้โดยสาร ผู้โดยสารจะไปถึงที่หมายด้วยความรู้สึกสดชื่น แม้กระทั่งหลังจากการเดินทางที่ยาวนานที่สุด

เทคโนโลยีลำโพงขั้นสูงต่อยอดจากการปรับแต่งขั้นพื้นฐานที่ได้จากสถาปัตยกรรมตัวถัง MLA-Flex เพื่อมอบความสบายในห้องโดยสารที่ไม่ขาดตอน รับประกันว่าผู้โดยสารจะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ชั้นหนึ่ง ลำโพงใช้ระบบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมอริเดียน 1,600 วัตต์ เพื่อสร้างหนึ่งในห้องโดยสารที่เงียบสงบที่สุดบนท้องถนน พร้อมลำโพงเสริม 20 วัตต์ ในพนักพิงศีรษะ หลักทั้งสี่เพื่อประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำมากที่สุด

ระบบตัดเสียงรอบข้าง (Active Noise Cancellation) จะตรวจสอบการสั่นสะเทือนของล้อ เสียงยาง และเสียงเครื่องยนต์ที่ส่งเข้ามาในห้องโดยสาร สร้างสัญญาณตัดเสียงซึ่งเล่นผ่านลำโพง 35 ตัวของระบบ นั่นรวมถึงลำโพงคู่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 มิลลิเมตรในพนักพิงศีรษะสำหรับผู้โดยสารในห้องโดยสาร 4 คนหลัก ซึ่งสร้างโซนเงียบส่วนตัวคล้ายกับผลที่ได้เมื่อใช้หูฟังระดับไฮเอนด์

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่นำตลาด SUV หรูหราไปสู่อีกระดับของความสุขสบาย และจุดสูงสุดที่ได้จากเทคโนโลยี  ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร (Cabin Air Purification Pro) ซึ่งเป็นการรวมเทคโนโลยี nanoeTM X แบบคู่สำหรับการลดสารก่อภูมิแพ้และการกำจัดเชื้อโรค เพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และไวรัสจำนวนมาก ในขณะที่ระบบจัดการ CO2 และการกรองอากาศ PM2.5 ในห้องโดยสารช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศ เทคโนโลยี nanoeTM X ขั้นสูงได้ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าสามารถลดไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างมาก รวมไปถึงไวรัส SARS-CoV-2

เรนจ์โรเวอร์เป็น SUV หรูหราคันแรกที่มีระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์ในปี 1992 และ เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ยังคงเดินหน้าบุกเบิกแนวทางนี้ต่อไปด้วย Dynamic Response Pro และระบบช่วงล่างแบบล่วงหน้าที่ใช้ข้อมูล eHorizon Navigation ในการอ่านถนนข้างหน้าและปรับสภาพระบบช่วงล่างให้ตอบสนองอย่างสมบูรณ์แบบ

เทคโนโลยีอัจฉริยะยังทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ด้วยระบบช่วยบังคับเลี้ยว (Steering Assist) เพื่อให้การเคลื่อนไหวจากการเปลี่ยนแปลงความเร็วกะทันหันของตัวยานพาหนะเป็นไปอย่างราบรื่น ระบบช่วงล่างแบบอิสระโดยสมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของการขับขี่อย่างหรูหราและมีเพลาหลังแบบแขนห้าก้านตัวแรกของแลนด์โรเวอร์ ซึ่งแยกห้องโดยสารจากพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยโดยใช้สปริงถุงลมขั้นสูง

เทคโนโลยีที่ลงตัว

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ยังคงรักษาสายเลือดอันมีค่าของการบุกเบิกนวัตกรรมด้วยชุดเทคโนโลยีที่ผ่านการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ การปรับแต่ง และความปลอดภัยอย่างง่ายดาย สถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้าล่าสุด (EVA 2.0) ของแลนด์โรเวอร์คือสิ่งที่สร้างทุกอย่างให้เป็นไปได้และมีระบบการอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติแบบ Over-The-Air (SOTA) สำหรับโมดูลอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 70 โมดูล นั่นหมายความว่าเรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่จะพัฒนาปรับปรุงและยังคงทันปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ยกระดับเทคโนโลยีอินโฟเทนเมนต์ Pivi Pro ที่ได้รับรางวัลของแลนด์โรเวอร์ ด้วยหน้าจอสัมผัสที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หน้าจอแบบลอยขนาด 13.1 นิ้ว ที่โค้งมนสะท้อนถึงความประณีตทางสถาปัตยกรรมของการตกแต่งภายในด้วยการออกแบบแบบมินิมอล ให้การควบคุมฟังก์ชันหลักทั้งหมดในยานยนต์ที่ใช้งานง่าย โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อมอบอินเทอร์เฟซที่ออกแบบมาคล้ายคลึงสมาร์ทโฟน พร้อมด้วยฮาร์ดสวิตช์ที่สะดวกสบายสำหรับการควบคุมอุณหภูมิ

Pivi Pro ทำงานอย่างกลมกลืนร่วมกับจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่แบบโต้ตอบขนาด 13.7 นิ้ว แบบกึ่งลอยใหม่อันสวยงาม ซึ่งมีคุณสมบัติกราฟิกความละเอียดสูงรูปแบบใหม่ที่สะท้อนการออกแบบหน้าจอหลักของ Pivi Pro ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นครั้งแรกของแลนด์โรเวอร์ที่จอแสดงผลส่วนกลางจะให้การตอบสนองแบบสัมผัสเมื่อแตะที่หน้าจอ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องเหลือบมองที่หน้าจอ จึงเป็นการลดความจำเป็นในการละสายตาจากท้องถนนและทำให้ Pivi Pro ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นไปในตัว

ผู้โดยสารแถวหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิงที่เบาะหลัง (RSE) โฉมใหม่ ซึ่งมีหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 11.4 นิ้วแบบปรับได้ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของเบาะพิงด้านหน้า ระบบสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากกันและรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มีพอร์ต HDMI ในขณะที่เมื่อใช้งานฮอตสปอต Wi-Fi จะหมายความว่าผู้โดยสารที่นั่งแถวหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงบนสมาร์ททีวีได้ขณะเดินทาง อุปกรณ์ควบคุมหน้าจอสัมผัสบนที่นั่งเบาะหลังขนาด 8 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่บนที่เท้าแขนตรงกลางที่นั่งเบาะหลังแบบ Executive Class ให้การควบคุมที่รวดเร็วและง่ายดายเพื่อตำแหน่งที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ ยกระดับประสบการณ์หรูหราให้กับที่นั่งแถวหลัง

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ทุกๆ คันมาพร้อมกับไฟ LED ทั้งคันที่มีประสิทธิภาพและส่องสว่างร่วมกับไฟหน้า LED ใหม่แบบดิจิทัลความละเอียดสูง ซึ่งให้ช่วงลำแสงไกลมากถึง 500 เมตร ระบบไฟสร้างรายละเอียดการออกแบบที่เหนือชั้นและมีคุณสมบัติไฟเพื่อการส่องสว่างเวลากลางวันอันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีไฟหน้าแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Front Lighting) และเทคโนโลยีการฉายภาพเมื่อสตาร์ทเครื่อง จึงทำให้ไฟเหล่านี้เป็นไฟหน้าที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในยานพาหนะของแลนด์โรเวอร์ ระบบไฟหน้าแบบปรับอัตโนมัติสามารถเลือกทอดเงาลงบนวัตถุในเส้นทางของเรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ได้มากถึง 16 ชิ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้ท้องถนนคนอื่นๆ จะไม่ตาพร่าในขณะที่ยังคงให้แสงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ เทคโนโลยีเบี่ยงแสงไฟแบบคาดการณ์ขณะขับขี่ (Predictive Dynamic Bending Light) ใช้ข้อมูลการนำทางเพื่อปรับลำแสงสำหรับมุมถนนที่เข้ามาใกล้ตลอด  เวลาบนท้องถนน

ไฟช่วยขับขี่ (Manoeuvring Light) แบบใหม่ช่วยให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำในสภาพแวดล้อมแสงน้อยได้อย่างมั่นใจ ด้วยการสาดแสงรอบบริเวณของรถยนต์ ทำงานร่วมกับระบบกล้องรอบด้าน 3 มิติเพื่อให้ความคล่องตัวที่ง่ายดาย

ความสามารถและความราบรื่นที่ไม่ขาดตอน

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่เป็นตัวแทนของที่สุดแห่งขีดความสามารถอันประณีตจากการทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืนไม่ขาดตอนของระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นไปได้ด้วยสถาปัตยกรรมตัวถัง MLA-Flex แบบใหม่ ความสามารถที่ทรงพลังมากมายที่ไม่มีใครเทียบได้นี้อยู่ภายใต้การควบคุมของระบบควบคุมแชสซีแบบผสานของแลนด์โรเวอร์ ซึ่งเป็นระบบควบคุมเดี่ยวสำหรับชุดเทคโนโลยีขั้นสูงที่ปรับแต่งการขับเคลื่อนของรถยนต์ให้เหมาะกับทุกๆ การเดินทาง เพื่อปรับแต่งลักษณะของการขับขี่ล่วงหน้าและตอบสนองตามสถานการณ์อย่างละเอียด

เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ทุกคันมีระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อเพื่อการขับขี่ที่ง่ายดาย พร้อมเสถียรภาพขณะขับด้วยความเร็วสูงที่มากขึ้นและความคล่องตัวที่ความเร็วต่ำที่ได้รับการปรับปรุง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสะดวกสบายเท่ากันทั้งบนท้องถนนที่กว้างและถนนในเมืองที่คับแคบเป็นอุปสรรค

เพลาหลังที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าให้มุมบังคับเลี้ยวสูงถึง 7 องศา และหมุนในมุมที่ต่างกับล้อหน้าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ทำให้เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่มีวงเลี้ยวที่น้อยกว่า 11 เมตร* ซึ่งแคบที่สุดในบรรดาแลนด์โรเวอร์ ที่ความเร็วสูงขึ้นไปเพลาหลังจะหมุนตามล้อหน้าเพื่อเสถียรภาพและความสะดวกสบายที่มากขึ้น

นอกจากนี้ เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ยังเป็นแลนด์โรเวอร์รุ่นแรกที่มีคุณสมบัติ Dynamic Response Pro ระบบป้องกันการพลิกคว่ำแบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเชิงรุก 48 โวลต์ รุ่นใหม่นั้นตอบสนองได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบไฮดรอลิก ด้วยแรงบิดสูงสุด 1,400 นิวตันเมตร ที่อัดเข้าสู่บาร์ป้องกันการหมุนเพื่อให้การเคลื่อนไหวของตัวถังอยู่ภายใต้การควบคุม

ระบบช่วงล่างแบบอิสระโดยสมบูรณ์แยกห้องโดยสารจากพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย เพื่อความราบรื่นที่ไม่ขาดตอนตลอดเวลา เกิดจากการรวมปริมาตรสปริงถุงลมชั้นนำ อุตสาหกรรมเข้ากับแดมเปอร์วาล์วคู่ โดยที่ทั้งหมดจัดการโดยซอฟต์แวร์ควบคุม Adaptive Dynamics ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทเอง

ระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันชาญฉลาด (iAWD) ควบคุมโดยระบบ Intelligent Driveline Dynamics (IDD) ของแลนด์โรเวอร์ ซึ่งทำงานตรวจสอบระดับการยึดเกาะและการสั่งการของผู้ขับขี่ 100 ครั้งต่อวินาที เพื่อคาดการณ์กระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังและกระจายไปทั่ว เพลาหลัง เพื่อแรงยึดเกาะที่ดีที่สุดทั้งบนทางราบเรียบและทางขรุขระ

เรนจ์โรเวอร์ทุกคันยังมีระบบล็อกเฟืองท้ายแบบเชิงรุก มีหน้าที่ปรับแรงยึดเกาะจากเพลาหลังในระหว่างการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงบนพื้นผิวที่ลื่นและในระหว่างการหักล้อบนทางขรุขระ เพิ่มขีดความสามารถและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่

ประสิทธิภาพขุมพลังไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) รุ่นใหม่ที่มีขนาดเพิ่มขึ้น รวมคุณสมบัติการปรับแต่งตามปกติของเครื่องยนต์เบนซินตระกูล Ingenium 6 สูบเรียงตัวของแลนด์โรเวอร์เข้ากับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 38.2kWh โดยคิดเป็นความจุที่ใช้งานได้ 31.8kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105kW ที่รวมเข้ากับระบบส่งกำลัง เมื่อรวมกันแล้วระบบส่งกำลังจะให้ระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่แทบจะเงียบสนิทไกลถึง 100 กิโลเมตรหรือให้ระยะทางบนถนนจริงที่คาดหวังไกลถึง 80 กิโลเมตร**

PHEV สุดล้ำสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินไปกับเรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ด้วยพลังไฟฟ้าอย่างเดียวเพื่อการเดินทางส่วนใหญ่ในเมืองและในชนบท โดยที่ปล่อยก๊าซ CO2 โดยรวมต่ำกว่า 30 กรัมต่อกิโลเมตร ลูกค้าเรนจ์โรเวอร์ทั่วไปจะสามารถครอบคลุมระยะทางสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ของการเดินทางโดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว การบรรจุแบตเตอรี่อย่างชาญฉลาดไว้ใต้ยานยนต์และภายในฐานล้อช่วยให้มั่นใจได้ว่าทั้งพื้นที่สัมภาระและสมรรถนะสำหรับทุกภาคพื้นจะไม่ด้อยลง

*ฐานล้อมาตรฐานเท่านั้น วงเลี้ยวของฐานล้อยาวมีขนาด 11.54 เมตร

**ตัวเลขระยะทาง EV อิงตามยานพาหนะที่ผลิตจำหน่ายตลอดเส้นทางที่เป็นมาตรฐาน  ระยะทางที่ได้จะแตกต่างกันไปตามสภาพของรถและแบตเตอรี่ เส้นทางและสภาพแวดล้อมจริง และสไตล์การขับขี่

คุณสมบัติเสริมและความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามข้อมูลจำเพาะของยานพาหนะ (รุ่นและระบบส่งกำลัง) และตลาด หรือจำเป็นต้องติดตั้งคุณสมบัติอื่นๆ เพื่อให้พร้อมเหมาะสม โปรดติดต่อผู้แทนจำหน่ายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

อาวดี้ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “Audi Blissful Trip” ชวนสื่อมวลชนพิสูจน์ความสำเร็จ บนเส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี

0

นายกฤษณะกร เศวตนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าวว่า “ยอดขายเติบโตขึ้นทุกปี รวมถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 และยอดขายสะสมในไตรมาสที่ 2 ที่มีแนวโน้มเป็นไปตามเป้าที่วางไว้นั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จเกิดจากยอดจำหน่ายมากกว่า 70% จากรถรุ่นยอดฮิตอย่าง Audi TT Coupé, A5 Coupé, A5 Sportback, Q3 และ Q3 Sportback ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมากับอาวดี้ยุคใหม่ภายใต้ “ไมซ์สเตอร์ เทคนิค” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในประเทศไทย ความพิเศษไม่เหมือนใครด้านผลิตภัณฑ์ของอาวดี้ คือ รถยนต์คุณภาพนำเข้าทั้งคันในราคาที่จับต้องได้ ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่ลงตัวการใช้ชีวิตในเมือง ทำให้อาวดี้ตอบโจทย์ลูกค้าในเซกเมนต์พรีเมียมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นไอคอนยอดฮิตตลอดกาล ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่เหมือนใครอย่าง Audi TT Coupé ที่เรารุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สปอร์ตคาร์อย่าง A5 Coupé และ A5 Sportback ในราคาเร้าใจ และเซกเมนต์ Compact SUV ที่ผู้บริโภคในประเทศไทยชื่นชอบความอเนกประสงค์พร้อมลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยว เราก็มี Q3 และ Q3 Sportback วันนี้ Product portfolio ของเรามีความแข็งแกร่ง หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าครอบคลุมในทุกความต้องการ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนทั่วโลก เราทำงานร่วมกับ AUDI AG อย่างใกล้ชิด และได้รับการสนับสนุนด้านการวางแผนการผลิต การจัดสรรโควต้า ทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย มีรถพร้อมส่งมอบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในรุ่นยอดฮิตอย่าง A5, Q3 และ TT ที่มีเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย”

“อีกหนึ่งจุดแข็ง นโยบายชูบริการนำขาย สร้างฐานแบรนด์ให้แข็งแกร่งทั้งกับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ทำให้อาวดี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คุณภาพของทุกศูนย์บริการมาตรฐานเดียวกับ AUDI AG ราคาอะไหล่จับต้องได้  พร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ให้กับลูกค้าอาวดี้ทุกคัน งานบริการหลังการขายพิสูจน์ชัดว่าวันนี้ อาวดี้ ประเทศไทย เดินมาถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครบวงจรตามมาตรฐานของ AUDI AG เข้ามาใช้ในส่วนงานบริการหลังการขาย การลงทุนด้านบุคลากร ทั้งงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ วิศวกร และทีมช่างเทคนิค เหนือกว่าความพึงพอใจและความภูมิใจในการบริการหลังการขาย คือ การที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจจากการบริการหลังการขาย ด้านการขยายเครือข่ายโชว์รูม วันนี้เรารุกขยายเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค”

เพื่อเป็นการร่วมฉลองความสำเร็จ พิสูจน์ถึงความโดดเด่นที่มาพร้อมสมรรถนะเทคโนโลยีการขับขี่ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่เหนือชั้นให้ความรื่นรมย์ในการขับอาวดี้รุ่นยอดฮิต อาวดี้ ประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ร่วมฉลองความสำเร็จ โดยจัดขึ้นภายใต้มาตรการความปลอดภัยโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เช่น มีการตรวจ ATK โดยบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ก่อนออกเดินทางสื่อมวลชนร่วมฟังบรรยายสรุป จุดเด่นของรถแต่ละรุ่น เส้นทางในการขับขี่และกฎระเบียบความปลอดภัยต่างๆ

อาวดี้ ประเทศไทย จัดงาน “Audi Blissful Trip” ขนขบวนรถ Audi TT Coupé, Audi A5 Coupé, A5 Sportback, Audi Q3 และ Audi Q3 Sportback มาให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับกว่า 10 คัน แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี และ กรุงเทพฯ-จ.สุพรรณบุรี เป็นการขับระยะทางไกลเพื่อทดสอบสมรรถนะในการทำความเร็ว (ตามกฎหมายกำหนด) ทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro และการขับขี่ที่ต้องเจอการจราจรทั้งในเมืองและนอกเมือง รวมถึงจุดแวะท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสัมผัสกับความคล่องตัวของตัวรถ ฟังก์ชั่นการทำงาน ความสะดวกสบาย และระบบความบันเทิงตลอดการเดินทาง

เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี ออกสตาร์ทจาก Audi Centre Thailand สาขาประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าสู่ จ.ชลบุรี หลังจากรับฟังบรรยายสรุปเส้นทางการขับขี่แล้ว สื่อมวลชนทุกท่านออกเดินทาง โดยใช้เส้นทางพิเศษเอกมัย-รามอินทรา ต่อด้วยเส้นทางยกระดับบูรพาวิถี บางนา-ชลบุรี และเมื่อขับเข้าสู่ จ.ชลบุรี สื่อมวลชนจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ตลอดเส้นทางบนสะพานชลมารควิถี เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (ถนนเลียบชายทะเล) สู่จุดหมายแรก ณ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท่จื้อ ซึ่งตั้งอยู่แถวตลาดอ่างศิลา จ.ชลบุรี หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ศาลเจ้านาจา นอกจากจะได้สักการะขอพรเรื่องธุรกิจ เรื่องการงาน และเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองแล้ว ท่านสื่อมวลชนยังได้ชมศิลปะประติมากรรมแบบจีนที่ยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา พร้อมองค์เทพปางต่างๆ มากมาย

จุดหมายที่สอง รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้าน The Sea Garden ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าหน่าจาไท่จื้อมากนัก บรรยากาศของร้านนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากอาหารอร่อย เครื่องดื่มรสเลิศแล้ว ยังสามารถมองเห็นฟาร์มหอยนางรมที่อยู่ด้านหน้าได้แบบใกล้ชิดสุดๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาน้ำลง

และจุดหมายสุดท้ายของการเดินทางในทริปนี้ คือ ร้าน Muguet de café & Art space ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บางพระ  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กับบรรยากาศร้านกาแฟที่สุดแสนจะร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด กาแฟระดับพรีเมียม ขนมเค้กหลากหลายรสชาติ ให้ได้เลือกลิ้มชิมรส และสนุกสนานไปกับการเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ภายในร้านได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมลุ้นผลการประกาศรางวัลภาพถ่ายประทับใจในทริปนี้ ก่อนออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้สื่อมวลชนยังได้มีโอกาสร่วมพูดคุยและสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ รถรุ่นใหม่ที่จ่อคิวพร้อมนำมาเปิดตัวในไทย รวมถึงแผนการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศที่ยังคงเดินหน้าทำตามเป้าหมาย เพื่อให้บริการลูกค้าอาวดี้ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างครอบคลุมมากที่สุด

default

เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก รวมระยะทางในทริปนี้ประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร ซึ่งมีจุด Check in ขึ้นชื่อมากมาย ทำให้การเดินทางกับรถอาวดี้ทั้ง 3 รุ่นยอดฮิตในวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซึ่งระหว่างทางเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถเปลี่ยนรุ่นขับครบทั้ง 3 รุ่น เพื่อยืนยันถึงความโดดเด่นพิเศษที่ทำให้ประสบสำเร็จยอดขายถล่มทลาย ถึงแม้ช่วงนี้จะมีกระแสรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยอดจำหน่ายทั้ง 3 รุ่น ก็ยังคงโตอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมกับ อาวดี้ ประเทศไทย และเตรียมพบกับกิจกรรมอีกมากมาย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ในรถแต่ละรุ่นไปพร้อมกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่เร็วๆ นี้

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการ ในวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

• Audi Centre Thailand02-765-8888
• Audi New Petchburi02-023-4888
• Audi Pattaya038-197-888
• Audi Phuket076-646-666
• Audi Service Chiang Mai052-081-188
• Audi Service Ratchapruek02-034-5888
• Audi Udonthani093-161-5588

 

อีซูซุรับรางวัลเกียรติยศ “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand) และรางวัลพิเศษ “Market Leader Brand Award”

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2565” (Thailand’s Most Admired Brand 2022) ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มประเภทรถปิกอัพ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Market Leader Brand Award” ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ จากการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด รวมถึงมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดและเป็นผู้นำทางการตลาดอีกด้วย

มิลเลนเนียม ออโต้ แจกรางวัลใหญ่รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ให้ผู้โชคดีได้แฮปปี้กันถ้วนหน้า

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ มอบรางวัลใหญ่ให้กับผู้โชคดีในแคมเปญ ‘Drive Your Way to Prosperity’ และ ‘The Power of Happiness’ ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากคุณสมปราชญ์ โบสุวรรณ, รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้แทนมอบทองคำหนัก 10 บาท และอีกหลายรางวัลใหญ่ ให้กับลูกค้าผู้โชคดี รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี แห่งความผูกพัน มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับเรามาโดยตลอด ผ่านบทเพลงที่ขับร้องโดยคุณอะตอม ชนกันต์ และเตรียมพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ได้เร็วๆ นี้

รับชมเพลง ‘แทนคำนั้น’ ได้จากลิงค์ด้านล่าง

 

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

FB: BMW Millennium Auto

Line: https://bit.ly/2Z3ou46

Instagram: BMW Millennium Auto

YouTube: Millennium Auto

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แถลงข่าวการจัด Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022

0
Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 Pic Open

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 1

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บุกเบิกวงการ Motorsport ของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเป็นทั้งผู้จัดการแข่งขัน และให้การสนับสนุนตั้งแต่ระดับเยาวชนต่อเนื่องไปจนถึงนักแข่งในระดับอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้นักแข่งไทยได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการ Motorsport ของไทย ส่งผลให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “Motorsport ถือเป็นหนึ่งใน DNA ที่สำคัญของโตโยต้า ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” โตโยต้า เริ่มต้นกิจกรรม Motorsport ในประเทศไทย เมื่อ 37 ปีที่แล้ว ภายใต้วัตถุประสงค์ในการสร้างประสบการณ์ความสนุกสนานในกีฬา Motorsport ด้วยการสนับสนุนผู้ที่รักในกีฬาประเภทนี้ รวมทั้งเป็นผู้จัดและผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขัน โดยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราได้พัฒนาบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนนักแข่งชาวไทยให้มีโอกาสได้ไปแข่งขันในระดับนานาชาติ”

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 3

 

นายสุรศักด์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ในวาระ 60 ปี ของโตโยต้า เรามีความยินดีที่จะจัดงาน “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” ให้คึกคัก และสนุกมากกว่าเดิม และเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกทางหนึ่ง”

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 2

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2022
Pushing the limit to race your ambition

ภายใต้แนวคิดของ Brand รถแข่งระดับโลก Toyota Gazoo Racing ภายใต้ความเชื่อที่ว่าความสำเร็จจากการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Motorsport สิ่งได้ที่รับจะไม่ใช่เพียงชัยชนะบน Podium เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในการขับขี่ขั้นสูงสุด ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับนักแข่ง และพัฒนาศักยภาพของทีมแข่ง ในรูปแบบที่ไม่สามารถทดสอบได้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้ปรัชญา “ถนนสร้างคน และคนสร้างรถ” (Roads build people, and people build cars) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนา “ยนตรกรรม ที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ของโตโยต้า ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA ของกีฬา Motorsport เพื่อส่งต่อในการพัฒนารถยนต์ของโตโยต้า อาทิ รถยนต์โตโยต้าใน GR Series

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 5

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Pushing the limit to race your ambition” นั่นคือ “ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ปลุกพลังนักสู้ในตัวคุณ” ไปกับการพิสูจน์ที่สุดแห่งขุมพลัง และที่สุดของสมรรถนะรถแข่งโตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่

Yaris One Make Race ครั้งแรกกับ Hatchback ECO Car ยอดนิยม Toyota YARISกับเครื่องยนต์ DUAL VVT-i ขนาด 1,200 ซีซี ที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ทนทาน ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Fun-to-Drive) ได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว สำหรับนักแข่งในระดับ New entry

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 4

Hilux REVO One Make Race ด้วยสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี กับบทพิสูจน์ความแกร่ง ทนทาน และช่วงล่างที่เกาะถนนแม่นยำ สำหรับนักแข่งสายดีเซล ที่ชื่นชอบความดิบ หนักแน่น ดุดัน

Corolla ALTIS GR Sport One Make Race Signature แห่งคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบ (QDR : Quality Durability Reliability) สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์ Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA ที่ลงตัวทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรค เป็นไฮไลท์ในการแข่งขันที่สนุกสนาน เร้าใจ ตลอดช่วงการแข่งขันทุกสนาม

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 6

VIOS Lady One Make Race กับสมรถนะของเครื่องยนต์ Dual VVT-i 1,500 ซีซี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียวสำหรับนักแข่งมือใหม่ โดยนักแข่งทุกคนจะต้องผ่านการอบรมจากโครงการ Toyota Racing School เพื่อเรียนรู้กฎ กติกา มารยาทที่ถูกต้องในการแข่งขัน ซึ่งเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีสำหรับนักแข่ง การแข่งขันรุ่นพิเศษสำหรับนักแข่งหญิงโดยเฉพาะ

รายการแข่งขันรุ่นพิเศษ TOYOTA EXECUTIVE CHARITY RACE 2022 โดยคณะผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า และตัวแทนชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า กับรถกระบะ Hilux REVO Double Cab 4X2 Z Edition 2,400 ซีซี โดยเงินรางวัลจากการแข่งขันจำนวน 200,000 บาท จะมอบให้กับองค์กรการกุศลในจังหวัดบุรีรัมย์

ความสนุกในรูปแบบการขับขี่ (Fun-to-drive)

การโชว์สมรรถนะของรถยนต์โตโยต้า ณ สนามแข่ง

สำคัญสุด โชว์สมรรถนะกับการวิ่งในสนามเป็นครั้งแรก ของรถไฟฟ้า 100% ที่จะเปิดตัวในปีนี้กับ Toyota bZ4X

GR Hot Lap by Toyota Gazoo Racing Team Thailand กิจกรรมสำหรับลูกค้า ได้เข้าร่วมสัมผัสรถยนต์ในตระกูล GR Sport ในสนามแข่งจริงแบบ Exclusive กับนักแข่งมืออาชีพจาก Toyota Gazoo Racing Team Thailand เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ และคุณภาพ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล GR Sport ทั้ง 5 รุ่น

GR Supra และ GR Yaris Driving Experience สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับการนั่งรถสปอร์ต GR Supra และ GR Yaris แบบ Exclusive ไปกับนักแข่งมืออาชีพ ลงขับในสนามแข่งจริงสุดเร้าใจ

Battle Drift Show บทพิสูจน์สมรรถนะของรถสปอร์ตในตำนานอย่าง GR Supra ที่มีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ตอบสนอง และควบคุมได้ดั่งใจ พร้อมระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่ง แม่นยำ จะมา Battle กับรถกระบะสายพันธุ์แกร่งอย่าง “Hilux REVO” และรถยนต์นั่งแห่งคุณภาพและสมรรถนะ “Corolla Altis GR-Sport”

กิจกรรมโชว์ Behind the Scene “Pitstop” ครั้งแรกกับการโชว์ศักยภาพของทีมเซอร์วิสคุณภาพ จาก Toyota Gazoo Racing Team Thailand ที่มากประสบการณ์มาโชว์ทักษะการเปลี่ยนยาง และเติมน้ำมัน หรือทำการซ่อมแซมอุปกรณ์ให้กับรถแข่งในเวลาอันรวดเร็วเพื่อลงร่วมการแข่งขันต่อ สะท้อนถึงรากฐานฝีมือในการบริการและคุณภาพของโตโยต้า

Walk about on track กิจกรรมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลงมาเดินในสนามแข่ง และได้ถ่ายรูปกับรถแข่ง และนักแข่งอย่างใกล้ชิดก่อนเริ่มการแข่งขัน

กิจกรรมแห่งความสนุกโดนใจวัยมันส์ – ที่ลานกิจกรรม
Motorsport Display Zone เชิญชมรถแข่งไฮไลท์อย่าง Lexus RC-F GT3, Altis Nurburgring, รถรุ่นไฟฟ้า 100% Toyota bZ4X และ รถรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ของโตโยต้า

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 8

Toyota Gazoo Racing GT Cup และ GR Simulator เกมส์ฝึกทักษะการขับรถแข่งเสมือนจริงบนสนามแข่งระดับโลก
-Meet & Greet Toyota Gazoo Racing Star Team กับมารี เบิร์นเนอร์ และปังปอนด์ อัครวุฒิ พร้อมบูทผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในพื้นที่ มาแนะนำโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจรถใหม่และจองรถในงาน รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถยนต์และการบริการ

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 9

กิจกรรม Racing Mania “มหกรรมรวมพลสายพันธ์ไฮลักซ์ รีโว่” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ – ตอบโจทย์แฟนพันธุ์แท้ ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ชื่นชอบการแต่งรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่

Racing Mania “มหกรรมรวมพลสายพันธุ์ไฮลักซ์ รีโว่” – กิจกรรมนี้จะจัดควบคู่ไปกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตทุกสนาม โดยกิจกรรม Racing Mania ประกอบด้วย Parade on Track – การเชิญลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขบวนพาเหรด ด้วยการนำรถรีโว่แต่งสวยแต่งซึ่ง มาวิ่งสัมผัสสนามจริง Free Run Fun Drag เปิดสนามฟรีให้ลูกค้านำรถมาลองขับในสนามจริง พร้อมการแข่งขัน Drag รุ่น Amateur โดยแบ่งเป็นรุ่น Turbo Standard, Turbo ปาก46, Turbo ปาก55 ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท และศึกแห่งศักดิ์ศรี กับรุ่น Super REVO ที่นอกจาก สุดยอดทีมโมดิฟายด์รถ Super Revo Big Ten 10 ทีมที่จะมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ทำสถิติใหม่แล้ว ปีนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ท้าชิงจากทีมต่าง ๆ มาร่วมแข่งขันกับทีม Super Revo Big Ten ในรุ่น Super REVO เพื่อชิงรางวัลใหญ่กว่า 200,000 บาท รวมถึงเฟ้นหาผู้โชคดีร่วมกิจกรรมใหม่อย่าง REVO Drag Fast Run กับการนั่งรถไฮลักซ์รีโว่ 250/500 แรงม้าที่จะขับโดย Big 10 ในสนาม Drag

สำหรับสายแต่งจัดเต็ม พบกับคำแนะนำและการแต่งรถจาก Guru สายซิ่ง และห้ามพลาดกับการร่วมส่งรถ ไฮลักซ์ รีโว่ เข้าประกวดความสวยงาม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท พร้อมลุ้นรับส่วนลดชุดแต่งซิ่งมูลค่ากว่า 100,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแห่งความบันเทิงต่าง ๆ มากมาย เช่น Race Queen DJ, Concert และ บูท Aftermarket ที่มาพร้อมกับส่วนลดพิเศษ ให้เลือกสรรค์กันในงาน

Toyota Gazoo Racing Academy Thailand
Toyota Gazoo Racing Academy โครงการพัฒนาการขับขี่สู่การเป็นนักแข่งระดับมืออาชีพ เริ่มในปี 2012 ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะการขับขี่ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง พร้อมผลักดันสู่การขับในสนามแข่งมืออาชีพ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมอบรมแล้วกว่า 2,400 คน
ที่สำคัญ โตโยต้าพร้อมมุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ด้วยการสานต่อ กิจกรรม The Dream Racer ซีซั่นที่ 2 ทั้งนี้ The Dream Racer ซีซั่น 1 ที่จัดขึ้นในปี 2563 มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 220 คน ในปีนี้ The Dream Racer ซีซั่น 2 จะเกิดขึ้นอีกครั้งภายใต้รูปแบบ Reality Show โดยมีนักแข่งระดับโลกเป็นผู้ฝึกสอน แบบเต็มหลักสูตรของ Toyota Gazoo Racing Academy Thailand เพื่อเฟ้นหานักแข่งหน้าใหม่ผ่านช่องทาง Social Media : “Facebook – Toyota Gazoo Racing Motorsport”

พิเศษ! สำหรับผู้ที่เข้ารอบจะได้รับโอกาสประลองฝีมือหาผู้ชนะแบบ Time Trial ลงแข่งจับเวลาในสนามจริงที่สนามบุรีรัมย์ และ ผู้ชนะอันดับที่ 1 จะได้รับสิทธิ์เป็นนักแข่งรายการ Toyota One Make Race ในกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Motorsport 2023 เพื่อก้าวสู่ฝันได้อย่างเต็มขั้น

การแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ E-Motorsports ในเกมส์ “TGR GT Cup 2022”

เพื่อตอบสนองกิจกรรมยอดฮิตของเยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น โดยในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งรูปแบบออนไลน์ ในเกมส์ TGR GT Cup 2022 ผ่านเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 อีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมประลองฝีมือชิงความเป็นอันดับ 1 กับนักแข่งจากทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาตัวแทนจากประเทศไทยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 1 ของ Asia pacific โดย Gamers ชาวไทยเข้าร่วมการแข่งขันผ่านเครื่อง Play Station โดยสมัครได้ที่ www.toyotagazooracing.com และสามารถร่วมเชียร์ e-motorsport ชาวไทยเข้าร่วมแข่งขันระดับ Asia pacific และระดับโลก ในเดือนกันยายน และพฤศจิกายนตามลำดับ

การสนับสนุน Toyota Gazoo Racing Team Thailand
ร่วมแข่งขันในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

Toyota Gazoo Racing Team Thailand ทีมแข่งรถสัญชาติไทยผู้บุกเบิกกีฬา Motorsport ในประเทศไทย มีประวัติการก่อตั้งยาวนานที่สุดในประเทศ และประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ยังคงเข้าร่วมรายการแข่งขันในระดับประเทศ อาทิ รายการ Thailand Super Series ที่จะส่ง GR Supra รถสปอร์ตในตำนานเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงรายการ RAAT Thailand Endurance International Championship 2022 โดยใช้รถแข่ง Corolla ALTIS GR Sport เข้าร่วมการแข่งขัน

นอกจากนี้ในรายการแข่งขันระดับ International คือรายการ ADAC Total 24 Hours Race at Nürburgring เป็นการแข่งขันรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในสนามแข่งขันที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่ขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก ณ เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้โตโยต้ายังคงส่งรถยนต์ Toyota Corolla Altis GR Sport รถแข่งในตระกูล GR Series ที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) ที่มีความพร้อมทั้งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ที่ทนทาน โครงสร้าง TNGA และระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต เกาะถนนดีเยี่ยม มีการควบคุมบังคับที่คล่องตัว ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายว่า “การจัดกิจกรรมในปีนี้ นอกจากแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์โตโยต้า ทั้งในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ผ่านกิจกรรมการแข่งขัน One Make Race ในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เราส่ง Corolla ALTIS GR Sport ลงทำการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นทุกท่านจะได้มีโอกาสพบกับ Toyota GR Supra รถสปอร์ตในตำนานที่พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัสการ Drift อันน่าตื่นเต้น ด้วยการทดลองนั่งคู่กับนักแข่งมืออาชีพผู้ผ่านการแข่งขันระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้นเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การจัดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กับการแข่งขันทั้ง 5 สนาม ใน 4 ภูมิภาค หลังจากที่ซบเซาจากการระบาดของ COVID-19 มาอย่างยาวนาน เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี”

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 10

“นอกจากนั้น เรายังคงเดินหน้าจัดการแข่งขันรายการ Toyota Executive Charity Races เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งต้วผม และตัวแทนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างจริงจัง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะ Hilux REVO ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ตามที่ผมได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัว Hilux REVO และ FORTUNER ใหม่ พวกเราทุกคนมั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถกระบะ Hilux REVO และมีความสุขที่ได้จัดการแข่งขันเพื่อการกุศลในครั้งนี้ โดยเงินรางวัลจากการแข่งขัน จะมอบให้องค์กรการกุศลในจังหวัดบุรีรัมย์”

“สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพี่น้องสื่อมวลชนบรรดานักแข่งทุกท่าน รวมถึงพันธมิตรคนสำคัญ อาทิ ARTO, YOKOHAMA, TVC, MOTUL, SINGHA และ LENSO กับการสนับสนุนด้วยดีตลอดมา สำหรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทุกท่าน หากขาดซึ่งการสนับสนุนเหล่านี้แล้ว Toyota Motorsport คงจะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันรถยนต์ระดับประเทศ”

เชิญร่วมสัมผัสความสนุกตื่นเต้น “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” 5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

-เปิดการแข่งขันสนามแรก วันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม ชลบุรี
-มันส์กันต่อกับสนามที่ 2 วันที่ 9 – 11 กันยายน ภูเก็ต
-สนามที่ 3 และ Executive Race วันที่ 14 – 16 ตุลาคม บุรีรัมย์
-เตรียมลุ้นแชมป์กับสนามที่ 4 วันที่ 18 – 20 พฤจิกายน เชียงใหม่
-ชิงแชมป์ประจำปีสนามสุดท้าย วันที่ 16– 18 ธันวาคม บุรีรัมย์

พร้อมติดตามความมันส์ของกิจกรรมต่าง ๆ
“Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
-กิจกรรม Motorsport, e-motorsports, TGR Academy, Dream Racers

Facebook: Toyota Gazoo Racing Motorsport และ Facebook: Toyota Motor Thailand

กิจกรรม Racing Mania
Facebook: Hilux Revo Thailand และ Facebook: Racing Mania

 

เอช เซม ลุย…ติดตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ย่านลาดพร้าว-วังหิน-โชคชัย 4

0

ลูกค้าและเหล่าไรเดอร์ ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม ย่านลาดพร้าว-วังหิน และโชคชัย 4 เปลี่ยนแบตฯ ฉลุย ด้วยสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ติดตั้งเรียบร้อย และพร้อมให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น H SEM MOVE จำนวน 5 แห่ง ในคอมมูนิตี้ มอลล์ The Shelter โชคชัย 4 บริเวณด้านหน้าธนาคารกสิกรสาขาวังหิน ด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าว 111 สาขาลาดพร้าว 59 และสาขาโชคชัย 4 แน่นอน เอช เซม ยังคงเดินหน้าติดตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้ทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ไปพร้อมๆ กับคุณภาพอากาศที่ดีไม่มีมลพิษ

สนใจเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม สามารถลงทะเบียนได้ที่ Line Official: @hsemrider หรือติดต่อด้วยตนเองได้ที่ เอช เซม สาขา RCA  สาขาบางนา และสาขา CU Sport หรือโทร 099-001-1888 สามารถดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hsemmotor.com/ หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev  และ www.facebook.com/hsemmotor.stc

ปอร์เช่ ขึ้นนัมเบอร์วันผู้นำด้านยนตกรรมสปอร์ตหรู ชูยอดขายไตรมาสแรก แรงทั่วโลก

0

ตอบรับกระแสประหยัดพลังงานด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV- BHEV พร้อมปักหมุด Destination charger ทั่วประเทศ หนุนเพิ่มดีลเลอร์ตอบโจทย์ความต้องการตลาดรถหรูเมืองไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป (AAS Group) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศการก้าวมาเป็นนัมเบอร์วันรถสปอร์ตหรูระดับโลก พร้อมทั้งการันตีความนิยมในไทย ด้วยยอดส่งมอบสูงสุดถึง 1,386 คัน เมื่อปลายปี 2021  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลาดรถหรูให้โตขึ้นได้อย่างเกินคาดในไตรมาสแรกปี 2022 พร้อมผลักดันและสนับสนุนการใช้รถพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเร่งเปิด Destination charger สถานีบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าโดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 

ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า จากยอดขายในปี 2021 ของปอร์เช่ทั่วโลก สามารถส่งมอบรถยนต์ใหม่เป็นจำนวนทั้งสิ้น 301,915 คัน ไปยังลูกค้าทั่วทุกมุมโลกประเทศจีน ยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของรถยนต์ปอร์เช่ และในปี 2022 เรียกได้ว่ายอดขายของปอร์เช่พุ่งเกินคาดในขณะที่ตลาดการซื้อขายรถมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งที่ปอร์เช่สามารถทะลุยอดขายได้ถึง 68,426 คันทั่วโลก โดยมียอดส่งมอบถึงมือลูกค้าในภูมิภาค เอเชีย แปซิฟิก, แอฟริกา และตะวันออกกลาง จำนวน 28,991 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ถือเป็นการทำสถิติยอดจำหน่ายสูงสุด ซึ่งรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นรถสปอร์ต SUV ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ซึ่งมีตัวเลขยอดส่งมอบจำนวน 19,029 คัน ตามด้วย มาคันน์ (Macan) มีตัวเลขรวมจำนวน 18,329 คัน ถัดมาที่ทางด้านรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ทำได้ที่ 9,470 คัน ในส่วนรถสปอร์ตระดับตำนานปอร์เช่ 911 มียอดจำหน่ายทั่วโลกที่ 9,327 คัน ตามด้วยพานาเมร่า (Panamera) ที่มียอดส่งมอบรวม 7,735 คัน และปอร์เช่ 718  บ๊อกสเตอร์ (718 Boxster) รวมทั้ง 718 เคย์แมน (718 Cayman) มียอดส่งมอบรวมที่ 4,536 คัน”

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “สำหรับในช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งกับยอดจำหน่ายที่เรามีการเติบโตขึ้นเกินคาด ปอร์เช่ยังเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดย ปอร์เช่ ประเทศไทย ทำสถิติยอดขายสูงสุดถึง 1,386 คัน ซึ่งมาจากความนิยมของรถหลายๆ รุ่น โดยเฉพาะ คาเยนน์ ที่สัดส่วนการขายประมาณ 49% เนื่องจากทำราคาได้ดึงดูดใจจากการเป็นรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ได้รับการส่งเสริมด้านภาษีจากภาครัฐ และรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี รุ่น ไทคานน์ ก็ได้รับการตอบรับอย่างมากในยุคที่คนหันมาให้ความสนใจกับรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น มีสัดส่วนการขาย 25% และส่งมอบรถได้แล้วประมาณ 347 คัน ที่เหลือเป็นรุ่นอื่นๆ ที่ยังคงมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นตัวเลขที่น่ายินดีมากครับ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแผนในการขับเคลื่อนธุรกิจให้กระจายวงกว้างมากขึ้น และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างกว้างขวางและสามารถรองรับการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เอเอเอส กรุ๊ป ได้มีการปรับโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายและตัวแทนจำหน่าย โดยมีการจัดตั้ง บริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เฟ้นหาพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายดีลเลอร์ให้เพียงพอ ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น สร้างความมั่นใจในการให้บริการสำหรับรองรับการขยายตัวรถ PHEV, EV ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องสำหรับการคัดสรรดีลเลอร์เป็นสิทธิ์ของ ปอร์เช่ ประเทศไทย ในการคัดเลือกพันธมิตรที่มีประสบการณ์ทีมงานมืออาชีพที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีในการให้บริการดูแลลูกค้าโดยการทำงานจะอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ และนโยบายกำกับดูแลในการดำเนินธุรกิจ ที่มีระบุในสัญญาระหว่างกันอย่างชัดเจน และบริษัท เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส จำกัด ยังคงเป็นผู้แทนจำหน่ายและการให้บริการหลังการขายเช่นเดิม”

ด้าน ปวราภา ดุพัสกูล ผู้อำนวยการแผนกการตลาดและประชาสัมพันธ์ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า ด้วยกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน และต้องยอมรับว่ารถยนต์ไฟฟ้า EV- BHEV ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า จะเห็นได้จาก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า 100%  “ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส” เป็นครั้งแรกของอาเซียน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตที่มาพร้อมกับความสปอร์ตสุดเร้า อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปอร์เช่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงานธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่องรณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน เรามีแผนงานที่จะร่วมกับพาร์ทเนอร์กลุ่มต่างๆ ในการร่วมกันเปิดสถานีให้บริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าปักหมุดให้ครบ 12 จุดทั่วประเทศ โดยร่วมกับ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด (SHARGE) ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่า Destination charger หรือ DC High-Power Electric Vehicle Charger สถานีบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนรักรถและรักโลกได้อย่างแน่นอน และเพื่อให้มีเครือข่ายสถานีบริการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มากยิ่งขึ้น ปอร์เช่ยังเดินหน้าประกาศความร่วมมือระดับภูมิภาค ร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย  (Shell) มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการลูกค้าผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เตรียมพร้อมขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงจากมาเลเซียสู่ประเทศไทย เพิ่มจุดเชื่อมต่อการชาร์จในกรุงเทพฯ ตลอดจนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ อีกหลายแห่งในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู มอบแพ็กเกจขับบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport นาน 1 ปี แก่นักกอล์ฟผู้คว้าโฮล-อิน-วันในการแข่งขัน BMW Golf Cup 2021-2022 รอบคัดเลือก

0

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มอบรางวัลสุดพิเศษ แพ็กเกจขับบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (รวมประกันภัยชั้น 1 และค่าน้ำมันฟรี) นาน 1 ปี รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ให้แก่คุณปัณณวรรธ ภูมิดรไสย นักกอล์ฟมือสมัครเล่นผู้โชว์ฝีมือหวดวงสวิงทำโฮล-อิน-วันในการแข่งขัน BMW Golf Cup 2021-2022 รอบคัดเลือก

การแข่งขันกอล์ฟรายการ BMW Golf Cup 2021-2022 รอบคัดเลือก จัดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 รวมทั้งหมด 19 ทัวร์นาเมนต์ โดยคุณปัณณวรรธ ภูมิดรไสย นักกอล์ฟมือสมัครเล่น จากมิลเลนเนียม ออโต้ สร้างสถิติโฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5 ระยะทาง 170 หลาได้สำเร็จ ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดย มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย และคุณอำนาจ วจนะวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริหารแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัลแก่ผู้คว้ารางวัลโฮล-อิน-วัน เมื่อเร็ว ๆ นี้

การแข่งขันกอล์ฟรายการ BMW Golf Cup นับเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ระดับมือสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 โดยการแข่งขัน BMW Golf Cup 2021-2022 รอบคัดเลือกในประเทศไทยมีนักกอล์ฟมือสมัครเล่นเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,300 คนทั่วประเทศ เพื่อชิงชัยเป็นหนึ่งใน 114 นักกอล์ฟมือสมัครเล่นที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟผู้ชนะ 3 ท่านที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลกในปี 2566