Home Blog Page 4

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศเสริมความแข็งแกร่งเครือข่าย ผู้จำหน่าย หลัง บีจี กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการ อมร เพรสทีจ

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ หลังบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจชั้นนำ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด โดยการดำเนินงานของโชว์รูมและศูนย์บริการจะอยู่ภายใต้
การบริหารจัดการของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ บริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้จำหน่ายเดิม หากยังถือเป็นการเปิดบทบาทใหม่ของสององค์กรที่มีปณิธานร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับพรีเมียม นวัตกรรม และแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู เข้ากับกรอบความคิดของผู้ประกอบการชั้นนำ ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และศักยภาพด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งของบีจี กรุ๊ป ความร่วมมือครั้งนี้จึงอยู่ในสถานะที่พร้อมอย่างยิ่งต่อการร่วมกันกำหนดอนาคตของธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยความแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของบีจี กรุ๊ป ทั้งบรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน ตลอดจน
กีฬาและไลฟ์สไตล์ บีจี กรุ๊ป นำมาซึ่งศักยภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญใน
การเร่งสร้างนวัตกรรม พลังแห่งความร่วมมือใหม่ ๆ และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสร้างโอกาสการเติบโต
อย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในระยะยาว

ภายใต้โครงสร้างการถือครองกิจการใหม่ การดำเนินงานทั้งหมดของอมร เพรสทีจ จะโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารของ
บีจี กรุ๊ป ครอบคลุมทั้งสามสาขาเดิม ได้แก่ โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่บนถนนรัชดาภิเษก ศูนย์บริการเฉพาะทางที่รัชโยธิน (Service Only Outlet – SOO) และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต ซึ่งให้บริการครอบคลุม
พื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง

ความต่อเนื่องทางธุรกิจและมาตรฐานคุณภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
ประเทศไทย และบีจี กรุ๊ป ได้จัดทำแผนงานที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของผู้จำหน่าย การบริการลูกค้า การขาย และการบริการหลังการขายจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและไม่สะดุด บนรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ตลอดจนการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งในระยะยาว

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ปในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นร่วมกันบนรากฐานแห่งความแข็งแกร่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม หรือกล่าวได้อย่างเรียบง่ายว่า ‘คุณภาพของความพรีเมียมจะคงคุณค่าเหนือกาลเวลา’ บีจี กรุ๊ป มีทั้งวิสัยทัศน์ระยะยาว ศักยภาพด้านการลงทุน และการให้ความสำคัญกับลูกค้า ซึ่งไม่เพียงช่วยสานต่อรากฐานแห่ง
ความไว้วางใจที่ อมร เพรสทีจ ได้สร้างไว้ แต่ยังพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย หมุดหมายครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้จำหน่ายเดิม หากแต่เป็นหมุดหมายที่ชัดเจนถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ร่วมกัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต”

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส

คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส “การตัดสินใจของบีจี กรุ๊ป ในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยู สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อคุณค่าที่ยั่งยืนของการเดินทางระดับพรีเมียม และความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว เรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นโอกาสใน
การลงทุนกับแบรนด์ระดับโลก การกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อการเติบโตในอนาคตร่วมกันกับบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของอมร เพรสทีจ เข้ากับศักยภาพด้านการลงทุน แนวทางการดำเนินธุรกิจระยะยาวอย่างมีวินัย และการให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีจี กรุ๊ป
เรามุ่งยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจของลูกค้าตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างต่อเนื่อง”

ลูกค้ายังคงสามารถไว้วางใจในมาตรฐานการบริการและความเชี่ยวชาญอันยอดเยี่ยมจากทีมงานที่ได้รับการอบรมมา
เป็นอย่างดีในทั้ง 3 สาขา และเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ข้อมูลการติดต่อส่วนกลางจะ
ยังคงเดิมทุกประการ โดยลูกค้าสามารถติดต่อสาขารัชดาภิเษก สาขารัชโยธิน และสาขารังสิต ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์
02 513 9555

LUXEED เปิดเกมรุก เผยโฉม EHV (V9) ยนตรกรรม MPV สุดล้ำครั้งแรก มาพร้อมเบาะแถวที่สองแบบหมุนได้หลายองศาครั้งแรกในประเทศไทย

0

LUXEED (ลักซีดด์) แบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์จากเชอรี่ กรุ๊ป (Chery Group) เผยโฉมรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี LUXEED EHV (V9) ต่อผู้บริโภคชาวไทยเป็นครั้งแรก ภายในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 ซึ่ง LUXEED ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก ได้ตอกย้ำปรัชญาและแนวคิดหลัก “Enlighten Driving Pleasure” ผ่านการใช้พื้นที่แห่งศิลปะและความสร้างสรรค์ในการเปิดโฉมยนตรกรรมอันเป็นตัวแทนของความประณีตและความสง่างามของแบรนด์

เปิดประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านจุดร่วมระหว่างศิลปะและยนตรกรรม

การเลือกงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 (Bangkok’s 28th International Festival of Dance and Music) เป็นเวทีแรกในการพบปะผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการจัดแสดงรถยนต์ LUXEED EHV (V9) ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าศิลปะและยนตรกรรมมีจุดร่วมเดียวกัน คือความประณีตในทุกรายละเอียด และความมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ และยังเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญสำหรับแบรนด์ในการสื่อสารและสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านประสบการณ์ของยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ที่จับต้องได้อีกด้วย ทั้งนี้ LUXEED EHV (V9) เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในประเทศจีน และยังเป็นรถยนต์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างรวดเร็วจนขึ้นสู่อันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ MPV ในจีน และมียอดส่งมอบสะสมมากกว่า 20,000 คัน โดยความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่าน 4 จุดเด่นหลักที่ผสานกันอย่างลงตัวใน LUXEED EHV (V9) ตั้งแต่การดีไซน์ พื้นที่และความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ฟีเจอร์สุดอัจฉริยะ รวมไปถึงระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีความปลอดภัย

ความโดดเด่นที่ 1 รถ MPV ที่ลักชัวรีที่สุดของ CHERY GROUP ถ่ายทอดนิยามใหม่ของดีไซน์ที่สง่างาม

LUXEED EHV (V9) มาพร้อมการออกแบบที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน ด้วยสัดส่วนและเส้นสายที่เรียบหรู สร้างความลื่นไหลและต่อเนื่อง และยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรง Diamond Headlights ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประกายของอัญมณี สร้างแสงสะท้อนระยิบระยับราวกับคริสตัล พร้อมแถบแสง Starlight ด้านหลังสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเวลากลางคืน นอกจากนี้ วัสดุและเทคนิคของการทำสีตัวถัง ยังสามารถถ่ายทอดมิติของสีที่แตกต่างกันไปตามสภาพแสง ทำให้สร้างการจดจำได้ตั้งแต่แรกเห็น สะท้อนทั้งความหรูหราและภาพลักษณ์แห่งเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน

ความโดดเด่นที่ 2 ครั้งแรกของรถ MPV กับพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด พร้อมความสบายเหนือระดับ

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ LUXEED EHV (V9) คือการตีความพื้นที่ภายในรถ MPV ใหม่ ให้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเดินทาง แต่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้ตอบรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้เวลาร่วมกันระหว่างครอบครัว ภายในห้องโดยสารของ LUXEED EHV (V9) มีจุดเด่นคือเบาะแถวที่สองแบบหมุนได้หลายองศา ตั้งแต่ 45, 90 และ 180 องศา ครั้งแรกในประเทศไทย เปลี่ยนพื้นที่ภายในรถให้กลายเป็นห้องรับรองส่วนตัวหรือออฟฟิศเคลื่อนที่ พร้อมโหมดเบาะปรับนอนแบบ Zero-Gravity ที่มอบความผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนได้ในคันเดียว นอกจากนี้ ด้วยความยาวตัวรถถึง 5.4 เมตร ซึ่งถือว่ายาวที่สุดในกลุ่มรถยนต์ MPV ในไทย และฐานล้อขนาดใหญ่ LUXEED EHV (V9) ถูกออกแบบให้สามารถจัดสรรพื้นที่ภายในได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระ เมื่อพับเบาะแถวที่สามลง พื้นที่ด้านท้ายสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้มากถึง 20 ใบ หรือถุงกอล์ฟได้ถึงจำนวน 4 ใบ

ความโดดเด่นที่ 3 ครั้งแรกของรถ MPV ที่ผสานห้องโดยสารอัจฉริยะเข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง

LUXEED EHV (V9) มาพร้อมกับเทคโนโลยีและฟีเจอร์สุดอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยีด้าน AI เข้ามาเรียนรู้และตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งาน อาทิ ระบบสั่งงานด้วยท่าทาง (Gesture Control) ที่ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถเป็นเรื่องง่าย ควบคู่กับระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (AI Voice Interaction) ที่ช่วยให้ห้องโดยสารตอบสนองต่อผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนแนวคิด Intelligent Cockpit Experience หรือห้องโดยสารอัจฉริยะที่สามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

ความโดดเด่นที่ 4 ครั้งแรกของรถ MPV ที่ผสานพลัง REEV กับการปกป้องด้วยถุงลมนิรภัยขั้นสูง

นอกจากงานออกแบบ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีอัจฉริยะแล้ว LUXEED EHV (V9) ยังยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรีในประเทศไทย ด้วยการเป็นรถยนต์ MPV ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี REEV (Range Extended Electric Vehicle) ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ช่วยลดข้อจำกัดด้านความจำเป็นในการชาร์จไฟฟ้า โดยสามารถรองรับการเดินทางรวมได้สูงสุดกว่า 1,000 กิโลเมตร ทำให้รถสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยจอด SIVP (Super Intelligent Valet Parking) พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้วยถุงลมนิรภัยมากถึง 12 ตำแหน่ง ซึ่งสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ MPV ของไทยในปัจจุบัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ LUXEED ในการดูแลและมอบความมั่นใจให้ผู้โดยสารทุกคนตลอดการเดินทาง

ตลอดระยะเวลาของงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 ผู้ที่เข้าชมการแสดงได้สัมผัสความงดงามของ LUXEED EHV (V9) อย่างใกล้ชิด นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ LUXEED ในการสร้างการรับรู้ ความคุ้นเคยกับแบรนด์ และความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งเป็นพื้นที่เพื่อรับฟังมุมมอง ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก LUXEED ประเทศไทย ได้ทางเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

“ฮอนด้า” ส่งโปรคุ้มรับเดือนตุลาคม “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” ออกรถใกล้บ้าน รับสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care พร้อมแคมเปญ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ” เพิ่มเติมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าผู้ประสบอุทกภัย เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 31 ต.ค. 2569

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบความคุ้มค่ารับเดือนตุลาคมกับแคมเปญใหม่ “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” ชวนลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ พร้อมเลือกรับหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี พร้อมมอบความคุ้มค่าอีกขั้นด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมกับแคมเปญ “Local Native #อุ่นใจใกล้บ้าน” สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่จากโชว์รูมใกล้บ้านในรุ่นที่ร่วมรายการ* สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

ฮอนด้า 2

พร้อมกันนี้ ฮอนด้า ยังคงเคียงข้างลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านแคมเปญพิเศษ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ”** เพื่อสนับสนุนการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยส่วนลดพิเศษช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัย มูลค่า 25,000 – 70,000 บาท** เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 โดยครอบคลุมลูกค้าผู้ได้รับสิทธิ์ ดังนี้

  • ลูกค้าที่มีรถยนต์คันเดิมที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย สามารถใช้สิทธิ์ได้ทุกยี่ห้อ
  • ลูกค้าที่ประสบอุทกภัยและประสงค์ออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ สามารถโอนสิทธิ์ภายใต้แคมเปญ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ” ให้แก่บุคคลในครอบครัวเดียวกันได้

ลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเปญต่าง ๆ ของฮอนด้าได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์อาจแตกต่างกันไปสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดโปรโมชันได้ที่  www.honda.co.th/promotions

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

**สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญพิเศษอื่น ๆ ได้ เช่น แคมเปญพิเศษ Gen to Gen และแคมเปญทดลองขับ เป็นต้น

รายละเอียด “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” สำหรับแต่ละรุ่น

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

▸Honda City e:HEV ใหม่ และ Honda City Hatchback e:HEV ใหม่

ดอกเบี้ย 1.69%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 120,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

▸Honda City ใหม่ รุ่นเทอร์โบ และ Honda City Hatchback ใหม่ รุ่นเทอร์โบ

ดอกเบี้ย 1.69%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 39,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

▸Honda Civic e:HEV รุ่น RS และรุ่น EL+

ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

▸Honda Civic e:HEV รุ่น EL

ดอกเบี้ย 1.89%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 133,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

▸Honda HR-V e:HEV

ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 181,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

▸Honda Accord e:HEV

ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

▸Honda CR-V e:HEV

ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท** ประกอบด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

▸Honda e:N2

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%* พร้อมด้วย

  • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพตัวรถ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยเงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
  • ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน
  • พร้อมสิทธิพิเศษมูลค่า 200,000 บาท

หมายเหตุ:

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

** แพ็กเกจ Honda Exclusive Care ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

รายละเอียดแคมเปญ “Local Native #อุ่นใจใกล้บ้าน”

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

เมื่อออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่กับโชว์รูมใกล้บ้านหรือพื้นที่ที่ทำงาน เลือกรับสิทธิพิเศษที่ให้คุณอุ่นใจยิ่งกว่า โดยสามารถเลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยรุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • Honda City ทุกรุ่น ได้ City, City e:HEV, City Hatchback และ City Hatchback e:HEV
  • Honda Civic e:HEV
  • Honda HR-V e:HEV
  • Honda Accord e:HEV
  • Honda CR-V e:HEV

รายละเอียดแคมเปญพิเศษ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ”

ส่วนลดช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้ประสบอุทกภัย*

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

  • Honda City ทุกรุ่น: รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 25,000 บาท
  • Honda Civic e:HEV: รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 25,000 บาท
  • Honda HR-V e:HEV:
    • รุ่น e:HEV E / e:HEV EL / e:HEV RS รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 35,000 บาท
    • รุ่น e:HEV HuNT / e:HEV EL รุ่นหลังคาสีดำ (ทูโทน) / e:HEV RS หลังคาสีดำ (ทูโทน) รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 50,000 บาท
  • Honda Accord e:HEV: รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 50,000 บาท
  • Honda CR-V e:HEV:
    • รุ่น e:HEV E / e:HEV ES / e:HEV RS / e:HEV RS 4WD รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 50,000 บาท
    • รุ่น e:HEV HuNT รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 70,000 บาท
  • Honda e:N2: รับส่วนลดช่วยเหลือพิเศษ 50,000 บาท

หมายเหตุ:

*สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญพิเศษอื่น ๆ ได้ เช่น แคมเปญพิเศษ Gen to Gen และแคมเปญทดลองขับ เป็นต้น

ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน: บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ส่งต่อความห่วงใยแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

0

เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวแคมเปญช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในครั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าและความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของ (Peace of Mind) แคมเปญนี้จึงมอบทั้งความช่วยเหลือทางการเงินทันทีและการดูแลอย่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั้งสองแบรนด์สามารถกลับมาใช้รถได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความยากลำบากที่ลูกค้าและชุมชนต่างๆกำลังเผชิญจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในครั้งนี้ ความปลอดภัยของทุกท่านคือสิ่งสำคัญที่สุดและสำหรับแคมเปญช่วยเหลือพิเศษนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและการสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบความเชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้และความใส่ใจอย่างแท้จริง เพื่อฟื้นฟูรถยนต์ของท่านให้กลับคืนสู่มาตรฐานความปลอดภัยและสมรรถนะสูงสุด เราต้องการให้ครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้รับรู้ว่าเราพร้อมเคียงข้างทุกท่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”

ด้วยความตระหนักถึงความยากลำบากที่ผู้ประสบภัยต้องเผชิญ แคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนี้จึงมอบการสนับสนุนสำหรับการซ่อมแซมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม (สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่ลูกค้าต้องชำระเอง) โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ และสามารถใช้ได้กับใบสั่งซ่อมรถ (Repair Orders) ที่เปิดภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ลูกค้าของทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับ

  • ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่แท้ ครอบคลุมอะไหล่บีเอ็มดับเบิลยูและมินิทุกหมวดหมู่ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม
  • ส่วนลด 10% สำหรับค่าแรง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
  • รับประกันอะไหล่ทุกชิ้นที่เปลี่ยนใหม่เป็นระยะเวลา 2 ปี
  • นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส พร้อมดูแล
    และให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วยความห่วงใยและความเข้าใจ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละท่าน ลูกค้าที่ประสงค์จะปรึกษาเกี่ยวกับ
    การปรับเงื่อนไขทางการเงิน สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าได้ที่หมายเลข 1397

นอกจากนี้ ท่านเจ้าของรถยนต์ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ยังสามารถเข้ารับการปรึกษาจากผู้จำหน่าย BMW และ MINI อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ที่พร้อมมอบแคมเปญการขายรถยนต์ BMW และ MINI ทุกรุ่น ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความอุ่นใจและสนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนของการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม

มั่นใจได้ในมาตรฐานการวิเคราะห์และคุณภาพอะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลแบบเฉพาะทางสำหรับรถยนต์พรีเมียมที่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากความเสียหายจากน้ำสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อน ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และระบบความปลอดภัย เพื่อมอบความอุ่นใจอย่างแท้จริงและการดูแลในระดับที่เหนือกว่าการซ่อมแซมทั่วไป แคมเปญนี้
จะทำให้เจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิมั่นใจได้ว่าจะได้รับประโยชน์จาก

  • การวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Safety Diagnostics) การประเมินอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูง เพื่อตรวจหาความเสียหายจากน้ำที่ซ่อนอยู่ในระบบกลไกและระบบไฟฟ้าที่สำคัญ
  • ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ผ่านการรับรอง (Certified Technical Expertise) ดำเนินการซ่อมแซมโดยช่างเทคนิคที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความซับซ้อนและมาตรฐานทางวิศวกรรมเฉพาะตัวของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ
  • คุณภาพและการรับประกันที่เหนือชั้น (Uncompromised Quality and Warranty) การใช้อะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจถึงความน่าเชื่อถือในระยะยาว เอกลักษณ์การขับขี่ที่โดดเด่น และการรักษามูลค่าของรถยนต์

ลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือหรือประสงค์จะใช้สิทธิจากแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถติดต่อผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูหรือมินิอย่างเป็นทางการที่ท่านสะดวกได้โดยเร็วที่สุด เพื่อนัดหมายการตรวจสภาพรถและประเมินราคาซ่อมแซม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรุณาติดต่อ BMW Group Thailand Contact Center โทร 1397 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ที่ www.bmw.co.th และ www.mini.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อเสนอนี้ใช้ได้สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งเข้าเงื่อนไข และมีการเปิดใบสั่งซ่อมรถ (Repair Orders) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญประจำเดือนตุลาคม 2569

0

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญพิเศษประจำเดือนตุลาคมอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

แคมเปญนี้ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ขยายระยะเวลาเคมเปญที่ดีที่สุดเพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังใจและพร้อมเคียงข้างลูกค้าคนไทยในทุกสถานการณ์ ทางเกีย ได้ขยายระยะเวลาเคมเปญต่อเนื่องจากเดือนกันยายน 2569 กับลูกค้าคนสำคัญของเกีย

กับ The Kia Carnival รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยมกับคนไทยมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี, The Kia EV5 รถยนต์ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยเส้นสาย ดีไซน์เฉพาะตัว เกีย พร้อมมอบความคุ้มค่า และ ประโยชน์ระยะยาวในการเป็นเจ้าของ โดยมีรายละเอียดแต่ละรุ่น ดังนี้

  • The Kia Carnival Diesel SXL มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมที่คู่ใจทุกครอบครัวคนไทยมากกว่า 20ปี รับส่วนลดมูลค่า 595,000 บาท  (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท)
  • The new Kia Carnival HEV Premium มอบการขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่หรูหรา สะดวกสบาย เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้บริหารรับส่วนลดสูงสุดมูลค่า 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,499,000 บาท)
  • The Kia EV5 รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100% มาพร้อมเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารล้ำสมัย
    ราคาพิเศษเริ่มต้น 1.08 ล้านบาท (ในรุ่นAir หลังหักส่วนลดมูลค่า 319,000 บาท) และพิเศษสุดสำหรับรุ่น Earth Long Range กับราคาจำหน่ายใหม่ 1,349,000 บาท (จากราคาจำหน่ายเดิม 1,599,000 บาท) พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 50,000 บาท
  • The Kia Sorento PHEV รถ SUV 3 แถว 6 ที่นั่ง ผสานประสิทธิภาพของระบบปลั๊กอินไฮบริด เข้ากับความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ราคาพิเศษ 1.549 ล้านบาท (หลังหักส่วนลดมูลค่า 550,000 บาท)

นอกจากข้อเสนอด้านราคาที่คุ้มค่า เกียยังเสริมความมั่นใจในการเป็นเจ้าของด้วยแพ็กเกจดูแลแบบครบวงจร อาทิ การรับประกันคุณภาพตัวรถสูงสุด 7 ปี การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง สูงสุด 8 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์เกียทุกรุ่นได้แล้ววันนี้ ที่ผู้แทนจำหน่ายเกียอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kia.com/th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้แทนจำหน่ายเกียใกล้บ้านคุณ

 

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ คว้ารางวัล “HR Asia Sustainable Workplace Awards 2026” สะท้อนองค์กรแห่งการเรียนรู้และเติบโตเคียงคู่สังคมอย่างยั่งยืน

0

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ รับรางวัล “HR Asia Sustainable Workplace Awards (Thailand) 2026” จาก HR Asia Awards (Thailand) 2026 รางวัลที่มอบให้แก่สุดยอดองค์กรน่าทำงานระดับเอเชีย ด้วยความ โดดเด่นด้าน “สถานที่ทำงานที่ยั่งยืน” ด้วยความใส่ใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน การส่งเสริมให้พนักงานได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านหลากหลายกิจกรรม และความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเติบโตเคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย โดยมีพนักงานเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และเป็นส่วนหนึ่งใน การสนับสนุนความสำเร็จของลูกค้า และพันธมิตรอันหลากหลายทางธุรกิจ

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นองค์กรที่ผสานวัฒนธรรมอันโดดเด่นทั้งไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดยมีเจตนารมณ์ คือ การมุ่งสร้างสรรค์คุณค่าทางสังคมอันเป็นเอกลักษณ์ (Unique Social Value) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อน (Mobility Professionals) ส่งมอบความไว้วางใจความมั่นใจ และมีมาตรฐานสูง ให้กับลูกค้าอีซูซุ ตลอดวงจรชีวิตของยานยนต์ (Vehicle Life Cycle) รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันของผู้คน และสร้างสรรค์เศรษฐกิจและอนาคตที่ดี ผ่านหลากหลายธุรกิจอย่างครบวงจร แนวทางสำคัญที่องค์กรนำมาใช้คือ การเติบโตเคียงข้างสังคมไทย พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

  • การให้ความสำคัญและดูแลพนักงานตลอด Staff Journey

ตั้งแต่วันแรกที่พนักงานเข้าร่วมงานจนถึงเกษียณ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมความเสมอภาคและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม พร้อมสร้างโอกาสให้พนักงานทุก Generation สามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันผ่าน Instructor System ระบบพี่เลี้ยงที่เชื่อมโยงประสบการณ์ของพนักงานรุ่นพี่เข้ากับองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงอย่างใกล้ชิด ภายใต้วัฒนธรรมแห่งความร่วมมือ มีระบบหมุนเวียนงาน (Rotation System) ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะจากประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายแผนก หรือเรียนรู้งานจากบริษัทในเครือ พร้อมส่งเสริม Work-Life Intergration ผ่านรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น พร้อมสนับสนุนการพัฒนาตนเองผ่านหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานที่สามารถเลือกได้ตามความสนใจและมีการอัปเดตให้ทันสมัย มีทุนการศึกษาระดับปริญญาโททั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึง Smart Retirement Program เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุขของพนักงาน ขณะเดียวกันแม้พนักงานที่ลาออกหรือเกษียณอายุไปแล้ว บริษัทฯ ยังคงเปิดโอกาสให้กลับมามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรในระยะยาว

  • การเติบโตเคียงข้างสังคม พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากความเป็นอยู่ของพนักงานแล้ว บริษัทฯ ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โปรเจกต์ “Tri Petch Group Saves the Earth” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยส่งเสริมให้พนักงาน ให้ความสำคัญกับการชุมชนและสังคมโดยรอบ ผ่านกิจกรรมอันต่อเนื่องหลากหลายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เช่น  การลดการสร้างขยะ การส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้เราเดินหน้าขยายพื้นที่สีเขียว ณ อุทยาน น้ำตกแห่งชาติเจ็ดสาวน้อยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปลูกป่าและการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่ออนุรักษ์ความชุ่มชื้น ลดการพังทลายของหน้าดิน และส่งมอบผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่คนรุ่นต่อไป  การนำยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้วไปบริจาค รวมถึง การรวบรวมของใช้ต่างๆที่สามารถนำไปส่งต่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน อีกทั้งยังดำเนิน “กิจกรรมเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ที่ให้การสนับสนุนสังคมในหลากหลายด้าน ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ ความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเติบโตขององค์กร

 

ฮุนไดเคียงข้างลูกค้าชาวไทย ส่งต่อความช่วยเหลือจาก myHyundaiCare ตรวจเช็คฟรี 40 รายการ ลดค่าซ่อม 30% พร้อมฟรีบริการฉุกเฉิน ถึง 31 ธ.ค.

0

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การเดินทาง และทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าฮุนไดและประชาชนไทยทุกครอบครัว พร้อมหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และทุกท่านจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย ฮุนไดเข้าใจดีว่านอกจากผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตแล้ว น้ำท่วมยังอาจสร้างความกังวลต่อสภาพรถ โดยเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นต้องขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม พื้นที่น้ำขัง หรือเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ จึงส่งต่อความช่วยเหลือจาก myHyundaiCare เพื่อช่วยลดความกังวลและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า ด้วยบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 40 รายการ(1) พร้อมการตรวจวิเคราะห์ด้วย Hyundai GDS Smart เครื่องมือวิเคราะห์เฉพาะทางของฮุนได ส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่แท้ฮุนไดและค่าแรงในงานซ่อมที่เข้าเงื่อนไข(2) และบริการรถยกฟรี(3) สำหรับรถที่ไม่สามารถขับต่อได้จากผลกระทบของน้ำท่วม เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้รถและเดินทางต่อได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ตรวจเช็กฟรี 40 รายการ เพิ่มความมั่นใจก่อนกลับสู่ทุกการเดินทาง

ฮุนไดมอบบริการ ตรวจเช็กสภาพรถฟรี 40 รายการ(1) ครอบคลุมระบบและชิ้นส่วนสำคัญ เพื่อประเมินสภาพรถและตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือหลังขับผ่านพื้นที่ที่มีน้ำขัง โดยทีมช่างเทคนิคของฮุนไดจะตรวจสอบตามรายการที่กำหนด พร้อมให้คำแนะนำด้านการดูแลและซ่อมบำรุงตามสภาพรถแต่ละคัน ลูกค้าสามารถนำรถเข้ารับการตรวจเช็กได้โดย ไม่จำเป็นต้องมีการซ่อมรถหรือมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และยังสามารถตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วย Hyundai GDS Smart เครื่องมือเฉพาะทางของฮุนไดที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ที่อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากการตรวจสอบด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว

สำหรับลูกค้าที่ใช้ รถไฟฟ้าฮุนได ยังสามารถรับบริการ EV Special Care การตรวจเช็กเฉพาะทางสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางและทีมช่างผู้ชำนาญการ ครอบคลุมการตรวจสอบ ระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม ระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบระบายความร้อน และสภาพโดยรวมของแบตเตอรี่แรงดันสูง โดยช่างเทคนิคจะดำเนินการตรวจสอบตามแนวทางและความเหมาะสมของแต่ละรุ่น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานหลังรถได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งนี้ การให้บริการเป็นไปตามประเภท รุ่น สภาพรถ และแนวทางการให้บริการของบริษัทฯ

ช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อม ด้วยส่วนลด 30% ค่าอะไหล่แท้และค่าแรง

ความเสียหายจากน้ำท่วมอาจมาพร้อมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงกว่าปกติ ฮุนไดจึงมอบ ส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่แท้ฮุนไดและค่าแรง(2) สำหรับรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม เกิน 50,000 บาท โดยส่วนลดค่าอะไหล่ครอบคลุมอะไหล่แท้ฮุนไดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม ไม่รวมสารหล่อลื่นและของเหลวต่าง ๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และของเหลวประเภทอื่น ทั้งนี้ สิทธิ์ดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วยตนเอง และไม่สามารถใช้ร่วมกับการเคลมประกันภัยหรือค่าใช้จ่ายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ได้

พร้อมช่วยเหลือเมื่อรถไปต่อไม่ได้ ด้วยบริการรถยกฟรี

หากรถได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถขับต่อได้ ฮุนไดมีบริการรถยกฟรี(3) เพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุด ครอบคลุมระยะทางไม่เกิน 25 กิโลเมตร จากจุดรับรถ หากเกินระยะดังกล่าว ค่าใช้จ่ายส่วนเกินเป็นความรับผิดชอบของลูกค้า โดยการให้บริการขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ การจราจร ความปลอดภัย และความสามารถในการเข้าถึงจุดรับรถ สำหรับรถที่มีประกันภัย ลูกค้าจะต้องติดต่อบริษัทประกันภัยโดยตรงเพื่อขอรับบริการตามเงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์

สำหรับฮุนได การดูแลลูกค้าในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด ไม่ได้จบแค่การทำให้รถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่คือการช่วยลดภาระและทำให้ลูกค้ารู้ว่ายังมีคนพร้อมดูแลอยู่ข้าง ๆ แคมเปญ myHyundaiCare จัดขึ้นตั้งแต่ 25 กันยายน – 31 ธันวาคม 2569 ณ ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ โดยการตรวจสอบสภาพรถ การประเมินความเสียหาย รายการซ่อม อะไหล่ ค่าแรง และการพิจารณาสิทธิ์ เป็นไปตามการตรวจสอบของศูนย์บริการฮุนไดและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายก่อนเข้ารับบริการได้ที่ Hyundai Call Center โทร. 02-305-8494

หมายเหตุ

  • การตรวจเช็กฟรี 40 รายการเป็นไปตามรายการและเงื่อนไขการบริการที่บริษัทฯ กำหนด
  • ส่วนลด 30% ค่าอะไหล่แท้ฮุนไดและค่าแรง สำหรับรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเกิน 50,000 บาท ไม่รวมสารหล่อลื่นและของเหลวต่าง ๆ และไม่สามารถใช้ร่วมกับการเคลมประกันภัยได้

บริการรถยกจากจุดรับรถถึงศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุด สำหรับรถที่ไม่สามารถขับต่อได้จากผลกระทบของน้ำท่วม ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีประกันภัยรถยนต์ กรุณาตรวจสอบสิทธิ์กับบริษัทประกันภัยของท่านโดยตรง เพื่อขอรับบริการรถยกตามเงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์

iCAUR เปิดตัวในไทย ส่งรถรุ่นเรือธง V27 REEV ลุยตลาด Premium Classic Boxy SUV ขับขี่ไกลสูงสุด 1,000 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 999,900 บาท

0

iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกภายใต้เครือ Chery Group เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเผยราคา iCAUR V27 REEV รถรุ่นแรกของแบรนด์ เริ่มต้นเพียง 999,900 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการนำเสนอ Premium Classic Boxy SUV ที่ผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับความมั่นใจในการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ iCAUR คือการสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องการเดินทาง แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละวัน เราเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผู้บริโภคไทยยุคใหม่ที่มองหามากกว่ายานพาหนะ แต่ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนตัวตน เติมเต็มไลฟ์สไตล์ และมอบอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง”

ขณะเดียวกัน ตลาด Boxy SUV ทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคันในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 7.5 ล้านคันในปี 2573 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในรูปแบบ Boxy SUV และยังเป็นเทรนด์ที่มีโอกาสขยายตัวและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดประเทศไทยในระยะต่อไป

จากทิศทางดังกล่าว จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ iCAUR ในการเข้ามานำเสนอ “ยานยนต์ทางเลือกใหม่” สู่ตลาดไทย ผ่านรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม Boxy SUV ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี REEV ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทางไกล สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถ SUV ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการเดินทาง แต่ยังสามารถเติมเต็มรูปแบบการใช้ชีวิตและสะท้อนตัวตนได้อย่างลงตัว

สำหรับประเทศไทย iCAUR จะมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และ การพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

“นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Big Motor Sale 2026 ตามด้วยกิจกรรมโรดโชว์ iCAUR V27 REEV เราได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างน่าประทับใจ โดยมียอดลงทะเบียนแสดงความสนใจเพื่อรับสิทธิ์พิเศษก่อนใครมากกว่า 1,500 สิทธิ์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้ iCAUR โดย iCAUR เริ่มส่งมอบรถล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมแผนเริ่มการประกอบในประเทศไทยปี 2570” มร. จิม ลี กล่าวเพิ่มเติม

เปิดแบรนด์ดีเอ็นเอ iCAUR ยานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของ “คนมีหลากหลายไลฟ์สไตล์” ผ่านดีไซน์เหนือกาลเวลา

ชื่อ iCAUR ถ่ายทอดแนวคิดผ่านตัวอักษร “i” ซึ่งหมายถึง Inner Self หรือตัวตนของแต่ละบุคคล ครอบคลุม 3 แนวคิด ได้แก่ Intellect ความคิดที่ชาญฉลาดและมีจุดมุ่งหมาย Imagine ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าออกจากกรอบ และ Interactive การเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโลกรอบตัว สู่บุคลิกของแบรนด์ 3 ด้าน ได้แก่ Tasteful, Distinctive และ Explorative หรือมีรสนิยม โดดเด่น และพร้อมออกไปสำรวจสิ่งใหม่

iCAUR ออกแบบรถให้รองรับการปรับแต่งตามบุคลิก ความสนใจ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” แบรนด์นำความคลาสสิกมาตีความผ่านแนวคิด Future Classic Design เน้นสัดส่วน เส้นสาย ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างรถยนต์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นและยังคงความร่วมสมัย

รอนน่า หลัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “iCAUR มุ่งสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเติมเต็มความเป็นตัวเองและถ่ายทอดตัวตนผ่านรถยนต์ได้อย่างลงตัว โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญต่อแผนการเติบโตระยะยาวของ iCAUR ในเอเชีย  ดังนั้นการเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าชาวไทย เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ รับฟังความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดย iCAUR V27 REEV คือรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริง”

ส่งรถเรือธงรุ่นแรกประเดิมตลาดไทย iCAUR V27 REEV ดีไซน์เด่น-เทคโนโลยีครบ

iCAUR ประเดิมตลาดประเทศไทยด้วย iCAUR V27 REEV รถยนต์ D-SUV ขุมพลัง REEV ที่สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” โดยนำเสนอความโดดเด่นและความครบครันของยานยนต์ผ่านตัวอักษรแต่ละตัว ได้แก่ “i” Intelligence เทคโนโลยีอัจฉริยะและขุมพลัง REEV “C” Character ดีไซน์ที่บอกเล่าตัวตนด้วยเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา “A” Ambience ความสุนทรีย์ของการเดินทางที่กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ “U” Unbound อิสระที่พร้อมเปิดรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และ “R” Resilience สมรรถนะที่พร้อมพาไปไกลในทุกเส้นทาง

ความอัจฉริยะ “i” Intelligence ผ่าน Golden Range Extender เทคโนโลยี REEV สำหรับทุกระยะทาง พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่ครบครัน ADAS 19 ฟังก์ชัน

เทคโนโลยี Golden Range Extender ของ iCAUR ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานให้กับระบบขับเคลื่อน โดยน้ำมันเพียง 1 ลิตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทาง

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองในวันทำงานด้วยโหมดไฟฟ้า หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบอิสระในการเดินทางได้ทุกรูปแบบ

รถสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 165 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางขับขี่รวมทั้งไฟฟ้าและน้ำมันถึง 1,000 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging จาก 30–80% เพียง 15 นาที รวมถึงความสามารถการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ และระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์

เทคโนโลยี Golden Range Extender ให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยระยะทางขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น มาพร้อม การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าในเมือง การเร่งแซง การเดินทางระยะไกล และการรักษาระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ขณะชะลอความเร็ว

พร้อมด้วยโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน, EV Priority ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็น, Hybrid Mode ที่บริหารการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสมดุลโดยอัตโนมัติ, Fuel Priority สำหรับการเดินทางระยะไกลและสำรองพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในภายหลัง และ Forced Charging ที่ให้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้า เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อถึงจุดหมาย

iCAUR V27 REEV มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) 19 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA (Auto Parking Assist) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) และถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

สะท้อนตัวตนผ่าน “C” Character ดีไซน์ Classic Boxy SUV ผสานความคลาสสิกเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัย ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา

iCAUR V27 REEV รถยนต์ทรงกล่อง Classic Boxy SUV โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลม ไฟเลี้ยวแยกอิสระ และซุ้มล้อขนาดใหญ่ เสริมบุคลิกแข็งแกร่งด้วยฐานล้อยาว บันไดข้าง ราวหลังคา กระจกมองข้างทรงเหลี่ยม และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

สะดวกสบายด้วยประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า ยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก ไฟท้ายทรง Brick Taillights สปอยเลอร์หลัง กล้อง 360 องศาแบบซ่อน รวมถึงใบปัดน้ำฝนด้านหลังและระบบล็อกหรือปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ

ตัวรถมีความยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,894 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่มั่นคงและเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

เติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางด้วย “A” Ambience ชูคอนเซปต์ Interstellar Cockpit ห้องโดยสารกว้าง พร้อมเทคโนโลยีและพื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Interstellar Cockpit” ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก สะท้อนเอกลักษณ์แบบ Future-Classic พร้อมคว้ารางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026)

ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่เหนือศีรษะแบบ “Star Island” ประกอบด้วยหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ไฟ Ambient Light บริเวณเพดานที่ปรับได้หลายสี รวมถึงจุดติดตั้งแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ตลอดจนช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ระบบ Smart Cockpit รองรับโหมดการใช้งานสำหรับการตั้งแคมป์ การพักผ่อน สัตว์เลี้ยง การล้างรถ และการต้อนรับผู้ขับขี่ พร้อมเมนู Shortcut ระบบแสดงภาพรอบคัน 540 องศา และภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ เสริมความบันเทิงด้วยระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งและ Welcome Seat ขณะที่เบาะหน้าสามารถปรับราบเพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน ตำแหน่งเบาะสูงจากพื้นรถ 35 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

“U” Unbound อิสระกับพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่พร้อมรองรับทุกการเดินทาง

ห้องโดยสารตอนหลังให้ความเงียบ พนักพิงเบาะนั่งแถวหลังปรับเอนได้ 28 องศา พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง เมื่อพับเบาะจะได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระยาว 2.15 เมตร กว้าง 1.05 เมตร และสูง 1.35 เมตร ความจุรวม 1,818 ลิตร เพียงพอสำหรับสัมภาระครอบครัวและอุปกรณ์เดินทาง พร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย

พร้อมทุกเส้นทางด้วย “R” Resilience สมรรถนะครบทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ผสานระบบขับเคลื่อน  i-AWD

iCAUR V27 REEV มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยรุ่นสูงสุดติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6 วินาที

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-AWD จัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแรงยึดเกาะ พร้อมโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ครอบคลุม Eco, Normal, Sport และ Personalized รวมถึงโหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนน

สำหรับการขับขี่นอกเส้นทาง ตัวรถมีระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Wading Mode สำหรับการลุยน้ำ รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด (In-Place Turn ในรูปแบบ Pivot Turn) และระบบ Crawl Mode ควบคุมความเร็วขณะขับออฟโรดหรือทางลาดชัน

iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่ครบครัน 2WD PRIME รุ่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า และ 4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีออฟโรด โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green (รุ่น 2WD PRIDE มีสี Deep Black และ Moonlight White) ภายในห้องโดยสารมาในโทนสี Shadow Black ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown

เปิดตัว iCAUR V27 REEV พร้อมข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์ครบครัน*

สำหรับข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับส่วนลด 30,000 บาท พร้อม Lifetime Battery Warranty Package และแพ็กเกจมูลค่ารวม 100,000 บาท ประกอบด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี อุปกรณ์ V2L และเครื่องชาร์จแบบพกพา บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และรับกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data เพื่อเชื่อมต่อรถกับ iCAUR Application นาน 5 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันเครื่องยนต์นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569

*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ด้านบริการหลังการขาย iCAUR Thailand มุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ต่ำกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไปสูงสุด 34%* พร้อมกันนี้ iCAUR Thailand เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีทีมงานบริการหลังการขายที่พร้อมให้บริการ 100% เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่องแก่ลูกค้าในทุกพื้นที่ และตลอดทุกช่วงของการใช้งาน

*ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคำนวณจากราคาขายปลีกอะไหล่และค่าแรงของ iCAUR ในอัตรา 600 บาทต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผลประหยัดจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ รายการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการใช้งาน

ด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย ภายในสิ้นปีนี้ iCAUR จะมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในภูมิภาค

ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ iCAUR V27 REEV รวมถึงข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ iCAUR ได้ทาง Facebook: iCAUR Thailand

CHANGAN ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมแบ่งเบาภาระ มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุด 30% พร้อมบริการตรวจเช็กรถฟรี 29 รายการ

0

CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ร่วมกับศูนย์บริการ CHANGAN DEEPAL ทั่วประเทศ ส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วยแคมเปญ “CHANGAN ห่วงใย พร้อมดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เพื่อช่วยตรวจเช็กและดูแลรถของลูกค้าพร้อมมอบส่วนลด 30% เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าทุกรายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยแคมเปญจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว ลูกค้าของ CHANGAN ทุกรายไม่ว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือไม่ จะได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 29 รายการ และรับส่วนลดอะไหล่ที่เกี่ยวข้องสูงสุด 30% เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถนำรถกลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการ CHANGAN DEEPAL ที่เข้าร่วมโครงการทุกแห่ง

นายริกกี้ อู๋ รองประธาน และ Customer Officer บริษัท ฉางอาน ออโต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “CHANGAN ขอส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่าน เราพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าคนไทย และขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัยที่สุด เราเข้าใจดีว่าลูกค้าหลายท่านที่ได้รับผลกระทบต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายและการฟื้นฟูในหลายด้าน CHANGAN และศูนย์บริการทั่วประเทศ จึงขอส่งมอบความห่วงใยและความปรารถนาดีผ่านแคมเปญ “CHANGAN ห่วงใย พร้อมดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เพื่อมีส่วนช่วยดูแลรถยนต์ของลูกค้าและร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจเช็กและซ่อมบำรุง เราหวังว่า CHANGAN จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและช่วยเหลือลูกค้าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยอีกครั้ง

 

ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเพื่อขอเข้ารับบริการ และตรวจสอบรายละเอียดของแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่

https://www.changan.co.th/th/promotion/check-up-oct26-th/

ซูซูกิ เดินหน้าเคียงข้างผู้ประสบอุทกภัย เปิดแคมเปญ SUZUKI “V” CARE ชูส่วนลดสูงสุด 110,000 บาท ช่วยเปลี่ยนรถคันใหม่ได้ง่ายขึ้น

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากวิกฤตอุทกภัยที่สร้างความสูญเสียอย่างหนักต่อทรัพย์สินและยานพาหนะของประชาชน ซูซูกิตระหนักดีว่า รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะเดินทาง แต่คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตและสร้างอาชีพของทุกครอบครัว ซูซูกิจึงพร้อมยื่นมือเข้ามาเคียงข้างและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ด้วยการเปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ SUZUKI “V” CARE ยกระดับสิทธิประโยชน์เพื่อดูแลทั้งลูกค้าซูซูกิและลูกค้ารถยนต์ทุกคันที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย สามารถนำหลักฐานมาแลกเปลี่ยนเป็นรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ได้ทันที พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 110,000 บาท เพื่อเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบอุทกภัยมีรถยนต์คันใหม่ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างทันท่วงที และพร้อมที่จะขับเคลื่อนชีวิตให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

ข้อเสนอสุดพิเศษนี้จัดขึ้นเพื่อมอบความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าที่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยลูกค้าสามารถแสดงเอกสารเพื่อยืนยันการรับสิทธิ์ ได้แก่ ใบรับรองความเสียหายหรือใบเคลมจากบริษัทประกันภัย (ทั้งกรณีรถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิง อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายก่อนการจัดซ่อม หรือกรณีที่ดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ) หรือภาพหลักฐานยืนยันความเสียหายของรถยนต์ที่ประสบอุทกภัย พร้อมแนบสำเนาสมุดจดทะเบียนรถยนต์ในหน้าแสดงรายละเอียดตัวรถและชื่อเจ้าของรถ หากเป็นกรณีของนิติบุคคล ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลเพิ่มเติม ซึ่งลูกค้ารับสิทธิ์ส่วนลดจะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้เป็นกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองทั้งรถยนต์คันที่เสียหายและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่

ทั้งนี้ สิทธิ์ส่วนลดพิเศษสำหรับการเลือกซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ มอบมูลค่าสูงสุดถึง 110,000 บาท สำหรับลูกค้า Suzuki Family และมอบส่วนลด 90,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ยี่ห้ออื่นที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ซูซูกิ โดยครอบคลุมรถยนต์ 3 รุ่นยอดนิยม ได้แก่ SUZUKI FRONX, SUZUKI XL7 และ SUZUKI CARRY สำหรับผู้สนใจสามารถรับสิทธิ์แคมเปญดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยโดยตรง และการอนุมัติรายการส่งเสริมการขายดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การพิจารณาของซูซูกิในขั้นตอนสุดท้าย โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบหรือสนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิพร้อมศูนย์บริการทั่วประเทศ

นอกเหนือจากนี้ ซูซูกิยังมอบการดูแลลูกค้ารถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย โดยขอเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแบ่งเบาภาระ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับค่าอะไหล่แท้ซูซูกิ และค่าเคมีภัณฑ์ (ยกเว้น ค่าแรง, แบตเตอรี่, หัวเทียน, ยางรถยนต์, อุปกรณ์ตกแต่ง) ให้แก่ลูกค้าเมื่อนำรถยนต์ซูซูกิเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการซูซูกิที่ร่วมรายการ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่  31 ธันวาคม 2569

ทั้งนี้ ซูซูกิ ได้นำระบบบริการแบบ S-Solution เข้ามาช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลการบริการกับลูกค้าเพื่อความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งการแจ้งยืนยันสภาพรถของลูกค้าก่อนเข้ารับบริการว่ารถได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะแจ้งความคืบหน้าของงานซ่อมบำรุงให้ลูกค้ารับทราบถึงขั้นตอนต่างๆ ทั้งการถ่ายทำคลิปวิดีโอ หรือส่งเป็นรูปภาพ ก่อนที่จะนำเสนอลูกค้า ถึงการเปลี่ยนหรือซ่อมชิ้นส่วนต่างๆ ตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับการเสนอราคา เพื่อประกอบการตัดสินใจให้กับลูกค้า ซึ่งรูปแบบการบริการดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าว่าจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานจากศูนย์บริการของซูซูกิ

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รถยนต์ซูซูกิได้รับการพิสูจน์และยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพตัวรถที่มีความทนทาน บำรุงรักษาง่าย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดี รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และทนทานต่อสภาพอากาศอันหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างลงตัว การตัดสินใจเลือกรถยนต์ซูซูกิในเวลานี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเริ่มต้นใหม่กับรถยนต์คันใหม่ด้วยข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นการเลือกความอุ่นใจและคุ้มค่าในระยะยาว จากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพาหนะคู่ใจของลูกค้าชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องเสมอมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซูซูกิมุ่งมั่นจะทำเพื่อเป็นการดูแลและตอบแทนลูกค้าทุกท่านในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ เราดำเนินการภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เราพร้อมจะเดินหน้าเพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาและบรรเทาปัญหาของสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังให้องค์กรและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900