Home Blog Page 4

“GWM (Thailand)” เผยแผนธุรกิจปี69 เปิดรถใหม่ 7 รุ่น ผุด 4 กลยุทธ์หลัก ขยายเครือข่ายครบ 100 แห่ง ที่มากับบริการหลังการขายทันสมัย

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ในปี 2569 นี้ GWM (Thailand) ได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 5 ปีในประเทศไทย ประกาศขอบคุณลูกค้าชาวไทยและทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนที่ผ่านมา พร้อมแถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อเร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ด้านการขาย และด้านบริการหลังการขาย พร้อมเผยศักยภาพนวัตกรรมระดับโลกล่าสุด กับ 5 เทคโนโลยีขุมพลังครอบคลุมทุกพลังงาน สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ทุ่มเทและลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการสัญจรแห่งอนาคตของคนไทยและทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาป กลุ่มพลังงานไฮบริด พลังงานไฟฟ้า 100% พลังงานไฮโดรเจน และรถจักรยานยนต์ไฮเอนด์ ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 ยังเตรียมเปิดรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น พร้อมเร่งเครื่องมุ่งหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ถึง 100 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อความไว้วางใจและเสริมแกร่งการดูแลผู้ใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง 

GWM Thailand  2

GWM (Thailand) ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะลงทุนอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้นถึง 146% ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยในปี 2569 GWM (Thailand) ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40% พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

GWM Thailand 3

  1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบ User-Centric โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ GWM ORA 5 รถยนต์ในเซกเมนต์ SUV-B ที่มาพร้อมทั้งรุ่น EV สำหรับชีวิตเมืองที่ทันสมัย และรุ่น HEV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ มอบสมรรถนะและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WEY เพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นในปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำการตลาดของรถยนต์ระดับลักซัวรี่ โดยจะมีการสร้าง WEY Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญ ๆ ทั่วประเทศ แยกเป็นอิสระจากโชว์รูมทั่วไปของ GWM
  2. กลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขึ้นสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยเราจะเร่งสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel พร้อมทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสื่อสารอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่งและมั่นคง นอกจากนี้ GWM จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
  3. กลยุทธ์ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและมอบบริการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบในการทำการตลาดในปัจจุบัน และสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยองค์ประกอบสำคัญในรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ด้วยระดับสต็อกที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
  4. กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่นและมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า ผ่านการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95% พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหาและตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ภายในงาน GWM Day – 5 Years Anniversary 2026 นี้ GWM ได้นำเสนอ Technology Showcase ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต โดยประกอบด้วยกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ V6 Powertrain ที่ทรงพลังและให้การขับขี่ราบรื่น รองรับงานหนักและออฟโรดเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างพละกำลังและการประหยัดเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ขึ้นชื่อด้านความทนทานและแรงบิดสูง พร้อมการรับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ล้านกิโลเมตร; กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ระบบ Hi4 – Chassis ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสานทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า; กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งมีทั้งมอเตอร์ Good Cat ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง และมอเตอร์ ORA 07 ที่มอบพละกำลังสปอร์ต พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล; กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้ายคือกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ

GWM Thailand 7

 

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “เป้าหมายในปีนี้ของ GWM (Thailand) ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว และตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเรา คือความสำเร็จในการส่งมอบ GWM TANK 300 Diesel ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การขยายเครือข่ายให้ทั่วประเทศรวมถึงต่อยอดทางธุรกิจด้านต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงให้กับ GWM ในตลาดประเทศไทย”

 

 

มาสด้าตอกย้ำความเป็นเลิศคว้า 5 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมมาครอง

0

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัล Car of the Year 2026 หรือรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กรังซ์ปรีด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ โดยมี ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2026 โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้

รถยนต์มาสด้ายังคงความเป็นเลิศรอบด้าน และได้รับความเชื่อมั่นจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของมาสด้า ต่อการพัฒนายนตรกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งรถยนต์มาสด้าทั้ง 5 รุ่น ที่ได้รับรางวัล Car of the Year 2026 มีดังต่อไปนี้

  • MAZDA2 SKYACTIV-D คว้ารางวัล          BEST DIESEL HATCHBACK UNDER 1,500c.
  • MAZDA3 SKYACTIV-G คว้ารางวัล          BEST HATCHBACK UNDER 2,000c.
  • MAZDA CX-8 SKYACTIV -G คว้ารางวัล          BEST SUV UNDER 2,500c.
  • MAZDA CX-5 SKYACTIV -D คว้ารางวัล          BEST DIESEL SUV UNDER 2,500c.
  • MAZDA BT-50 DBL 2 HI-RACER คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFTED PICKUP UNDER 2,200 c.c.

 

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนรถยนต์มาสด้ามาโดยตลอด มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy of Driving” หรือความสุขในการขับขี่ และสร้างสรรค์รถยนต์ที่ลูกค้ารัก ภายใต้คุณค่าหลักขององค์กร “Radically Human” พร้อมทั้งตั้งเป้าในการส่งมอบ “Joy of Living” หรือความสุขในการใช้ชีวิต ด้วยการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

บุคคลในภาพ (จากซ้ายสุดไปขวาสุด) คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย มร. โชอิชิ ฮิโรตะ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ, นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายพิเชษฐ์  ปุณณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า

“อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส” ลุยทำตลาดฟิล์มกรองแสงแบรนด์ระดับโลก Johnson Window Films เต็มที่ หลังบริษัทแม่จับมือ ‘เมดิโก้ อิงค์’ ผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ชูนวัตกรรมฟิล์มกระจกคุณภาพสูงระดับพรีเมียมลักชัวรี ควบคู่การให้บริการผ่านเครือข่ายศูนย์บริการติดตั้งทั่วประเทศ

0
อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส 1

นางสาวมัณฑรพ สุริยะปฐมธนกร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ “จอห์นสัน” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมากว่า 25 ปี เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา Johnson Window Films, Inc. ได้ประกาศความร่วมมือกับ Madico, Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะนำมาซึ่งความแข็งแกร่งในการบุกตลาดทั่วโลกร่วมกัน ทั้งในเรื่องของสายผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศของแต่ละแบรนด์ รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า 8 แห่งในอเมริกาเหนือ และโรงงานผลิตที่ทันสมัยขนาด 2.5 แสนตารางฟุต ซึ่งจะสามารถขยายโอกาสให้กับลูกค้าของทั้งสองบริษัทออกไปได้ทั่วโลก

 

ทั้งนี้ จอห์นสัน วินโดว์ ฟิล์มส์ อิงค์ ได้รับความไว้วางใจยาวนานกว่า 50 ปี ในการผลิตฟิล์มสำหรับกระจกคุณภาพสูง พร้อมการสนับสนุนลูกค้าในระดับยอดเยี่ยม ขณะที่ เมดิโก้ อิงค์ เป็นผู้ผลิตระดับโลกด้านฟิล์มกระจกและโซลูชันวัสดุพรีเมียม การร่วมมือกันของ 2 บริษัท จะส่งผลดีต่อการพัฒนาสินค้าและการทำตลาดฟิล์มกระจกทั่วโลก ซึ่งก็รวมถึงในประเทศไทยเช่นกัน

 

“สำหรับในประเทศไทย ฟิล์มกรองแสงจอห์นสันอยู่ภายใต้การนำเข้าและทำตลาดของอินเตอร์มาร์คบิสซิเนส ตั้งเป้าหมายที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมลักชัวรี ที่ต้องการฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง พร้อมด้วยการให้บริการแบบครบวงจร ผ่านเครือข่ายศูนย์ติดตั้งและศูนย์บริการ ที่มีอยู่กว่า 260 แห่งทั่วประเทศในปัจจุบัน”

 

นางสาวมัณฑรพกล่าวถึงการทำตลาดฟิล์มกรองแสงจอห์นสันในประเทศไทยว่า ในปัจจุบันมีการทำตลาดฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์อยู่ 5 ซีรี่ส์หลัก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้ ตั้งแต่ Johnson InsulatIR, Johnson Executive, Johnson Silhouette, Johnson Mirror Plus และ Johnson Vision Plus ที่แตกต่างกันไปด้านคุณสมบัติในการปกป้องรถยนต์และผู้โดยสาร

 

โดยในรุ่นท็อปอย่าง ‘อินซูเลท ไออาร์…หนึ่งเดียวที่โลกปรบมือให้’ มาพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลก ที่สุดแห่งเทคโนโลยีเคลือบชั้นฟิล์มด้วยไทเทเนียมไนไตรด (TiN) ลิขสิทธิ์เฉพาะจากอเมริกา โดยการสังเคราะห์ชั้นโครงสร้างอณูโลหะระดับโมเลกุล ให้เรียงตัวบนแผ่นฟิล์มอย่างต่อเนื่อง ที่กันร้อนจากแสงแดดได้มากกว่าฟิล์มทั่วไปถึง 4 เท่า กันยูวีได้เกือบ 100%

 

นอกจากนี้ ยังเป็นฟิล์มหนึ่งเดียวในเมืองไทยที่มีรุ่นให้เลือกทั้งฟิล์มเข้มและใส โดยทุกรุ่นไม่รบกวนระบบสัญญาณ GPS และวิทยุผ่านดาวเทียม ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น ASTM E903, ASTM E308, ASTM G159 (Air Mass 1.5) และคำนวณค่าการป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยใช้โปรแกรม WINDOW 4.0 ตามมาตรฐาน ASHRAE และ NFRC

 

ฟิล์มกรองแสงจอห์นสันมาพร้อมนวัตกรรมขั้นสุดยอดของ CERAMIC Technology สำหรับแสงแดดเมืองไทยโดยเฉพาะ ผลิตจากนวัตกรรมขั้นสูงไร้อนุภาคโลหะ ไม่ย้อมสี ไม่มีปัญหาซีดจาง หรือเป็นสนิมอย่างเด็ดขาด เนื้อฟิล์มทนทานสูง กล้ารับประกันการใช้งานถึง 7 ปี มีเนื้อฟิล์มใส สวยงามไม่สะท้อนเป็นเงา ให้ทัศนวิสัยคมชัดทั้งกลางวัน กลางคืนอีกด้วย

 

“ที่ผ่านมา เราได้รับความมั่นใจจากผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของคุณภาพของฟิล์มระดับพรีเมียมลักชัวรีภายใต้แบรนด์ระดับโลก และการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร การที่บริษัทแม่เข้าร่วมกับผู้ผลิตฟิล์มระดับโลกจะส่งผลดีต่อจอห์นสัน ทั้งในเรื่องการพัฒนาสินค้า นวัตกรรมใหม่ และการให้บริการที่มีความโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยก็จะได้รับผลดีจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกัน”

 

สำหรับตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ไม่แตกต่างจากตลาดรถยนต์นัก โดยผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ และการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการนำเข้าสินค้าและพัฒนาการให้บริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยถึง 2 ยี่ห้อในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย Johnson Window Films และ Xtra-Cole ซึ่งทำตลาดในประเทศไทยมายาวนานกว่า 25 ปี จึงมีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของสินค้าและการให้บริการแบบครบวงจร

“นิสสัน” เตรียมสร้างความตื่นเต้น ในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมนำรถยนต์ยอดนิยมครบรุ่นจัดแสดงในงาน

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นำรถยนต์ยอดนิยม และรถยนต์อี-พาวเวอร์ครบรุ่นร่วมจัดแสดงในงาน พร้อมเผยโฉมนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ สีใหม่ จำนวนจำกัด และตื่นเต้นไปอีกขั้นกับการเปิดตัวรถยนต์อี-พาวเวอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดสนุก

โดยภายในงาน นิสสันยังได้จัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษ SAY YES! กับข้อเสนอสุดคุ้ม ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ไปจนถึงผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน และพิเศษสำหรับเซเรน่า อี-พาวเวอร์ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 100,000 บาท

รถยนต์ครบรุ่นร่วมสร้างสีสัน

ภายในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 เตรียมพบกับรถยนต์รุ่นหลัก ๆ ของนิสสัน ที่พร้อมมาสร้างสีสันให้แก่นักขับขี่ชาวไทย อาทิ

นิสสัน 2

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในคอนเซ็ป “Big. Easy. Fun.” พลังอี-พาวเวอร์ ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สำหรับการขับขี่ในเมือง ทั้งความปราดเปรียว ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เหมาะทั้งสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด

เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ให้การตอบสนองฉับไว เร่งแรงทันใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟ  และยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ประหยัด เหมาะสำหรับการเดินทางในสภาวะการจราจรที่หนาแน่นในเมือง

นอกจากนี้ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่โดยเฉพาะในเมืองด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ที่ช่วยให้มองเห็นได้รอบคัน สะดวกและปลอดภัยเมื่อขับขี่บนถนนจอแจหรือซอยแคบ  เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM) ที่ช่วยให้เห็นการจราจรด้านหลังแม้จะมีสัมภาระบดบังทัศนวิสัย  ปุ่ม N Hold เข้าเกียร์ว่างได้เมื่อจอดซ้อนคัน และประตูเลื่อนอัตโนมัติสองด้านที่ให้ความสะดวกในการเข้าออกจากรถเพียงใช้เท้าโบกใต้ประตู และประตูท้ายที่เปิดได้ทั้งครึ่งบานและเต็มบาน ไม่เปลืองพื้นที่แม้จอดในพื้นที่จำกัด

โดยภายในงาน สามารถร่วมเป็นเจ้าของ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ สีใหม่ “เบจ แคชเมียร์ โกลด์ หลังคาดำ*” รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ที่สะท้อนความมีสไตล์และความอบอุ่น สง่างามในแบบญี่ปุ่น ผสานฟีเจอร์ความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว

นิสสัน 3

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ รถพรีเมียมเอสยูวี ที่ใช้เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ให้การตอบสนองรวดเร็วและแรงทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ผสานพลังกับอี-ฟอร์ซ ซึ่งเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนทุกล้อไฟฟ้า ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าแยกสำหรับล้อหน้าและล้อหลัง ให้การตอบสนองเร็ว การทรงตัวดีเยี่ยม และมั่นใจกับการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจในทุกสภาพถนน  ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมกับแผงควบคุมและหน้าจอดีไซน์ทันสมัย คอนโซลแบบลอยตัว เบาะนั่งรับสรีระหุ้มด้วยวัสดุพรีเมียม ระบบเสียงคุณภาพเยี่ยม และพาโนรามิกซันรูฟที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และพรีเมียมในทุการเดินทาง

นิสสัน 4

นิสสัน อัลเมร่า ซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ เหมาะกับการขับขี่ประจำในเมือง พร้อมแอป NissanConnect Services ที่ให้ความสะดวกและอุ่นใจ สามารถเชื่อมต่อได้ไม่สะดุด และสั่งการรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมระบบ Walk-Away Lock  และปุ่ม SOS สำหรับขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

นิสสัน 4

นิสสัน นาวารา รถกระบะ “ทน พร้อม ลุย” โดดเด่นด้วยแชสซีเหล็กกล้าให้ทั้งความแข็งแรงและปลอดภัย ระยะความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลในทุกสภาพเส้นทาง รถกระบะนิสสัน นาวารา ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ผสานพละกำลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว พร้อมลุยทุกการเดินทาง  จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วย Nissan 360° Safety Shield เพิ่มความปลอดภัยให้ทุกคนทั้งในการเดินทางบนทางเรียบและทุรกันดาร  ภายนอกโดดเด่น โฉบเฉี่ยว ดุดัน ภายในสปอร์ต นั่งสบาย

แคมเปญพิเศษ “SAY YES!” เป็นเจ้าของได้ง่าย

ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษที่หลากหลายกับแคมเปญ “SAY YES!” ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ดาวน์น้อย และผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน** นอกจากนี้ นิสสันยังมอบข้อเสนอพิเศษ สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ได้แก่

  • นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท และฟรี ประกันภัยชั้น 1
  • นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ รับดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

ผู้ที่สนใจสามารถแวะชมบูทนิสสันได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 5 มีนาคม – 5 เมษายนนี้ ณ อิมแพค เมืองทองธานี

* สีพิเศษ เบจ แคชเมียร์ โกลด์ หลังคาดำ ราคาเพิ่ม 20,000 บาท

** ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทฯ

 

“เอ็มจี” จัดข้อเสนอพิเศษลุยงาน มอเตอร์โชว์ 2026

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ส่งข้อเสนอพิเศษเสิร์ฟความคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้นก่อนงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่จะเริ่มขึ้น นำโดย NEW MG IM6 ยนตรกรรมพรีเมียมอีวีอัจฉริยะ มาพร้อมข้อเสนอราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1,299,900 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพ.ร.บ. นาน 2 ปี และ e-SUV รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV  ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ในรุ่น D+ ราคาเริ่มต้นเพียง 619,900 บาท และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกรุ่นของ เอ็มจี มาพร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง  ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY)  โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อเสนอพิเศษเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้เท่านั้น

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เอ็มจี 2

NEW MG IM6 รถ The 1st Ever Premium Intelligent e-SUV

  • ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท จากราคาปกติ 1,399,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM
  • ราคาพิเศษ 1,549,900 บาท จากราคาปกติ 1,599,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM LONG RANGE
  • ราคาพิเศษ 1,749,900 บาท จากราคาปกติ 1,799,900 บาท สำหรับรุ่น PERFORMANCE
  • MG SHIELD ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน กับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ งาน มอเตอร์โชว์ 2026

เอ็มจี 3

  • ราคาพิเศษ 619,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท ในรุ่น D+
  • ราคาพิเศษ 729,900 บาท จากราคาปกติ 839,900 บาท ในรุ่น X+
  • ราคาพิเศษ 849,900 บาท จากราคาปกติ 959,900 บาท ในรุ่น V+
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ            การใช้งาน

 

NEW MG MAXUS 7

เอ็มจี 4

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,299,000 บาท สำหรับรุ่น X จากราคาปกติ 1,769,000 บาท
  • ราคาพิเศษ 1,319,000 บาท สำหรับรุ่น 2 Tone จากราคาปกติ 1,789,000 บาท
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยม

เอ็มจี 5

  • ราคาพิเศษ 549,900 บาท จากราคาปกติ 709,900 บาท ในรุ่น D
  • ราคาพิเศษ 649,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG CYBERSTER

  • ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

ALL NEW MG3 HYBRID+ รถไฮบริดตัวจี๊ด แรงและประหยัด

  • ราคาพิเศษ 499,900 บาท รุ่น RACING EDITION
  • ราคา 579,900 บาท สำหรับรุ่น D
  • ราคา 619,000 บาท สำหรับรุ่น X
  • หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถนาน และระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG HS PHEV

  • ราคาเริ่มต้น 819,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

กลุ่มรถยนต์สันดาป

NEW MG ZS

  • ราคาพิเศษสุดเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EXTENDER

  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น 

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ และสามารถเยี่ยมชมรถทุกรุ่น ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“อีซูซุ” พร้อมเคียงข้างไทยในวิกฤตพลังงาน ประกาศสนับสนุนนโยบายรัฐ หากมีความจำเป็นในการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซล

0
อีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ภายใต้สถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน อีซูซุในฐานะผู้นำตลาดรถปิกอัพและรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทย ตระหนักดีถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์อีซูซุที่สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถทุกรุ่น พร้อมที่จะสนับสนุนหากภาครัฐมีการเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจากปัจจุบัน 5% สูงสุดได้ถึง 20% เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ที่เป็นวัตถุดิบมาจากน้ำมันปาล์มภายในประเทศ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม

อีซูซุขอยืนยันสมรรถนะของรถอีซูซุทุกรุ่น ทั้งรถปิกอัพ  “อีซูซุ ดีแมคซ์” และรถยนต์อเนกประสงค์ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” รวมถึง “รถบรรทุกอีซูซุขนาดกลางและขนาดใหญ่” สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยรถทุกรุ่นได้ผ่านการทดสอบและพัฒนาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน
ไบโอดีเซลที่มีสัดส่วนผสมสูงสุดถึง B20 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การใช้น้ำมันไบโอดีเซลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเขม่าควันดำ ซึ่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของอีซูซุที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้รับการรับรองว่าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง ตามแนวทางการรับรองขององค์การบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.

ไม่เพียงแต่การรองรับมาตรฐาน B20 ในปัจจุบัน ทีมวิศวกรอีซูซุยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับไบโอดีเซลที่สูงขึ้นกว่า B20 ในอนาคต รวมถึงพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เช่น น้ำมัน HVO ที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว  เพื่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

อีซูซุสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ใช้รถและสังคมไทย ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจ “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมปรับตัวและนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความท้าทาย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวการณ์

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ประกาศโปรโมชัน Motor Show 2026 ที่ไม่เคยมีมาก่อน

0
เกีย 1

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ประกาศโปรโมชันสุดพิเศษสําหรับงาน Motor Show 2026 งานยานยนต์ชั้นนําของประเทศไทยซึ่งเป็นโปรโมชันสุดพิเศษอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มอบโอกาสในการเป็นเจ้าของ The Kia Carnival Diesel 11 ที่นั่ง ในราคาพิเศษ เพียง 1,999,000 บาท คิดเป็นส่วนลด 595,000 บาท (เฉพาะสี Astra blue โดยสี Snowflake white pearl, Jet black และMeteor gray รับส่วนลด 575,000 บาท). แคมเปญสุดพิเศษนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 เท่านั้น ที่ งาน Motor Show 2026 ณ บูทเกียหมายเลข A12/1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี และโชว์รูมเกียทั่วประเทศ

 

รถยนต์ MPV เรือธงระดับพรีเมียม — กับราคาสุดพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน

The Kia Carnival ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็น “Grand Utility Vehicle” เรือธงของ Kia ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามานานกว่า 20 ปี โดยมียอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ภายในครอบครัว การเดินทางสำหรับผู้บริหาร และผู้ประกอบการขนส่งระดับพรีเมียม โดย The Kia Carnival Diesel SXL 11 ที่นั่ง มาพร้อม:

  • การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและภูมิฐาน
  • เก้าอี้โดยสาร 11 ที่นั่งที่กว้างขวาง พร้อมความสะดวกสบายในห้องโดยสารเป็นพิเศษ
  • การตกแต่งภายในระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีขั้นสูง
  • สมรรถนะดีเซลที่โดดเด่น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ตามมาตรฐาน EURO 5 ให้กําลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร
  • ระบบความปลอดภัย(Advanced Driver Assistance System) ที่ครอบคลุมเพื่อความอุ่นใจอย่างสมบูรณ์

 

The Kia Carnival รุ่น SXL นี้มีพื้นที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์สูงสุดในกลุ่มรถยนต์ดีเซล ทําให้

The Kia Carnival เป็นหนึ่งในรถ MPV ระดับพรีเมียมที่น่าสนใจที่สุดในตลาดประเทศไทย

โอกาสที่ดีที่สุดกับการเป็นเจ้าของมาถึงแล้ว สำหรับงาน Motor Show 2026 เท่านั้น

ข้อเสนอมูลค่า 1,999,000 บาทนี้ไม่ใช่แค่โปรโมชัน แต่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นสําหรับลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าสุดพิเศษสําหรับรถ MPV พรีเมียมระดับเรือธงคันนี้ ด้วยสิทธิประโยชน์รวม 595,000 บาท นี่คือหนึ่งในข้อเสนอที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสําหรับรถยนต์  The Kia Carnival  ในประเทศไทย สําหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์ระดับพรีเมียม ที่ให้ความสะดวกสบายระดับผู้บริหาร และเต็มไปด้วยความโดดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ — พบกันได้ที่งานMotor Show 2026 และโชว์รูมเกีย ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ยังมาพร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น The Kia Carnival HEV 7-Seater ที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับรางวัล Best Hybrid MPV under 1,600 cc จาก Car Of The Year Award 2026 รวมถึง The Kia EV5, The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV ทางบริษัทฯพร้อมมอบข้อเสนอสําหรับลูกค้าที่สนใจ อาทิเช่น ข้อเสนอราคาพิเศษ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และแพ็กเกจความคุ้มครองพิเศษ อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น

The Kia Carnival Diesel ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ตามมาตรฐาน EURO 5 ให้กําลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร มั่นใจในการเดินทางไกล มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่  The Kia Carnival EX และ

The Kia Carnival SXL รุ่น 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury รุ่น 7 ที่นั่ง

  • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
  • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
  • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
  • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

เกีย 2 

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท ในราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท
o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]
o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
— หรือ —

ข้อเสนอที่ 2
o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท [1]
o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]
o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลด 595,000 บาท สําหรับสี Astra blue (จากราคาปกติ 2,594,000 บาท) หรือรับส่วนลด 575,000 บาท สำหรับสี Snowflake white Pearl , Jet black และ Meteor gray

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

—-หรือ —-

ข้อเสนอที่ 2

o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 460,000 บาท สำหรับสี Astra blue หรือ อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 440,000 บาท สำหรับสี Snowflake white Pearl , Jet black และ Meteor gray[1]

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท ในราคาพิเศษ 2,590,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

— หรือ —

ข้อเสนอที่ 2

o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 250,000 บาท [1]

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับ EX, SXL, SXL Luxury เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] มีมูลค่า 54,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ใหม่ The new Kia Carnival HEV 7 ที่นั่ง MPV รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวโดย เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เพื่อเติมเต็มกลุ่มรถยนต์ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7seat Premium 

  • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ
    6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
  • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
  • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
  • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบแฮนด์ฟรี รวมถึงประตูบานเลื่อนไฟฟ้าอัจฉริยะ ประตูท้ายอัจฉริยะ และเบาะนั่งแถวที่สามแบบพับราบได้ภายใน 5 วินาทีเพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว

โปรโมชัน The new Kia Carnival HEV 7 ที่นั่ง ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

o   อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]

o   ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o   ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o   ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

o   ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [5]

หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และธนาคารทหารไทยธนชาต*กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

[3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 54,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

The Kia EV5 – SUV ขนาดกลางไฟฟ้า 100% – โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง ดีไซน์ทันสมัย ลักษณะการขับขี่แบบไดนามิก และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth Exclusive AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

เกีย 3

  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
  • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
  • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
  • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon (ในรุ่น Earth exclusive AWD และ GT-Line AWD)
  • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

โปรโมชัน The Kia EV5 Air ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Air ราคา 1,399,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 21,859 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 10,929 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 54,645 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 Earth Long Range ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range ราคา 1,599,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 24,984 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 12,492 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 62,460 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 Earth Exclusive AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.[3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Earth Exclusive AWD ราคา 1,799,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 28,109 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 14,054.5 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 70,272.5 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 GT-Line AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ บริการติดตั้ง Kia Home Charger ให้ลูกค้า [7]

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 GT Line AWD ราคา 1,899,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 29,672 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 14,836 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 74,180 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Rang, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] รับประกันรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

[5] บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี 24 ชั่วโมง นาน 7 ปี ไม่จํากัดระยะทาง

[6] HighVoltage Battery รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน

[7] Kia Home Charger (22 กิโลวัตต์) และบริการติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท เป็นไปตามข้อกําหนดและเงื่อนไขการติดตั้งของบริษัทฯ

The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

เกีย 4

  • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 99.8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
  • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 29.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
  • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทาง สูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
  • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System) 

โปรโมชัน The Kia EV9 GT-Line AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% และผ่อนชําระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี 2 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 22kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

[4] รับประกันรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ตามนโยบายการรับประกันหลังการขาย

[5] บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 7 ปี ไม่จํากัดระยะทาง โดยเป็นไปตามนโยบายบริการหลังการขาย

[6] รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ตามนโยบายการรับประกันหลังการขาย

The Kia Sorento Premium Plus PHEV – เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

  • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
  • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสามได้ง่าย
  • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
  • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
  • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

โปรโมชัน The Kia Sorento Premium Plus PHEV ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ส่วนลด 350,000 บาท  (จากราคาปกติ 2,099,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [3]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [5]

เกีย 5

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)ข้อเสนออาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท

โดยโปรโมชันของรถยนต์ Kia ทุกรุ่น

  • ใช้ได้สําหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569
  • ใช้ได้ผ่านตัวแทนจําหน่าย Kia ที่ได้รับอนุญาตที่เข้าร่วมโปรโมชันนี้เท่านั้น
  • ไม่รวมการขายแท็กซี่ การเช่า ยานพาหนะ หรือการขายเงื่อนไขพิเศษ
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะมีการประกาศผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ Kia
  • สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อตัวแทนจําหน่าย Kia ใกล้บ้านคุณหรือเยี่ยมชม kia.com/th

“Nio Firefly” พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีระดับโลก เผยโฉมครั้งแรกในไทย ก่อนเปิดราคาจำหน่ายในงาน Motor Show 2026

0
Firefly 1

ธนบุรีบลูสกาย จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าพวงมาลัยขวารุ่นแรก “Firefly (ไฟเออร์ฟลาย)” พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “Freedom to Glow” อิสระทุกการเดินทาง ก้าวไปอย่างมั่นใจ

 

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานความแข็งแกร่งของสองบริษัทระหว่างเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกอย่าง NIO เข้ากับความเชี่ยวชาญ 85 ปีของ กลุ่มธนบุรี เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย พร้อมนำเสนอทางเลือกรถยนต์ไฟฟ้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าชาวไทย โดย Firefly พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

Nio Firefly 3

นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวภายในงานเปิดตัวแบรนด์ NIO ครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย แต่เป็นการผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกของ NIO เข้ากับความเชี่ยวชาญของ กลุ่มธนบุรี เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย NIO คือ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังสร้างระบบนิเวศแห่งอนาคต ผสานการบูรณาด้านพลังงาน ซอฟต์แวร์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งการขับขี่ เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อม การเริ่มต้นด้วย NIO Firefly เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ก่อนขยายสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับที่สูงขึ้น และด้วยประสบการณ์เกือบหนึ่งศตวรรษในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยของ กลุ่มธนบุรี และความพร้อมด้านเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขาย เรามุ่งมั่นในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้ NIO สามารถเติบโตอย่างมั่นคง และร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทยในระยะยาว”

 Firefly: Freedom to Glow อิสระทุกการเดินทาง ก้าวไปอย่างมั่นใจ

Firefly ถูกวางตำแหน่งเป็น Tech Premium Compact EV รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอและความพรีเมียมของแบรนด์ NIO มาอย่างครบถ้วน ชื่อ “Firefly” และโลโก้ของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หิ่งห้อย” สะท้อนอิสรภาพของการใช้ชีวิตในเมืองยุคใหม่ สื่อถึงการเคลื่อนไหว ความเป็นตัวของตัวเอง และแสงสว่างจากภายใน เปรียบเสมือนพลังสร้างสรรค์ของคนเมืองรุ่นใหม่ทั่วโลกที่โดดเด่นในแบบของตนเอง

Nio Firefly 4

สมรรถนะคล่องตัว ขับสนุกทุกเส้นทางเมือง

Firefly พัฒนาบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่เน้นความ “Compact outside, Spacious inside” โดยมีดีเอ็นเอของแบรนด์ที่เรียกว่า “Vivid, Thoughtful, and Solid” (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) ให้ความคล่องตัวสูง พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO, Comfort และ Sport รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนและให้การควบคุมที่มั่นคง นุ่มนวลในทุกสภาพถนน มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8.1 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 10–80% ภายใน 30 นาที และรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์

Nio Firefly 5 

Small But Big พรีเมียมซิตี้คาร์ที่จัดเต็ม ครบทุกฟังก์ชันและเทคโนโลยี

Firefly โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ผสานความพรีเมียมและประโยชน์การใช้สอยได้อย่างลงตัว ด้านข้าง มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยดีไซน์เส้นสายที่โค้งมนและสื่อถึงพลังแห่งการเคลื่อนไหวแม้ขณะจอดนิ่ง ด้านหน้า โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบ Trio Lights อันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นซิกเนเจอร์การดีไซน์ของแบรนด์ ด้านท้าย ยังคงเอกลักษณ์ไฟ Trio Lights เพื่อความต่อเนื่องของดีไซน์ตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านหลัง ด้านบน มาพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ พร้อมระบบกรองรังสี UV
เพิ่มความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสาร  เบาะที่นั่งแถวที่สองสามารถรองรับผู้โดยสาร 3 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่วางขาและพื้นที่ศีรษะขนาดใหญ่ และยังสามารถปรับพับแยกแบบ 40:60 เพิ่มช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ

พื้นที่อเนกประสงค์รอบคัน

Firefly คำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ที่สามารถจุได้มากถึง 335 ลิตร และขยายได้ถึง 1,253 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่สุดในกลุ่มที่ 92 ลิตร มีช่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะตอนหลังขนาดใหญ่ถึง 29 ลิตร รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่วางแก้วน้ำแบบแม่เหล็ก ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการเดินทาง เบาะคู่หน้ายังมีระบบปรับไฟฟ้า พร้อมระบบเป่าลมเย็นและระบบนวด เพิ่มความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

เทคโนโลยีอัจฉริยะครบวงจร

Firefly มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Aster เอกสิทธิ์เฉพาะของ NIO ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ (OTA) ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมาย อาทิ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ รองรับการจอดทั้งแนวตั้งและแนวขนานโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง และระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติบนทางหลวง มอบประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียมผ่านอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและตอบสนองรวดเร็ว หน้าจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว รองรับการสั่งงานแบบมัลติทัช เช่น ปัดสองนิ้วเพื่อปรับอุณหภูมิหรือระดับเสียง หน้าจอออกแบบลดแสงสะท้อน ลดรอยนิ้วมือ และมองเห็นชัดเจนในทุกสภาพแสง รองรับ Apple CarPlay และ Spotify พร้อมระบบเสียง 14 ลำโพง แบบ 7.1 เซอร์ราวด์ กำลังขับรวม 640 วัตต์ พร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้มิติเสียงสมจริงรอบทิศทางยามค่ำคืน ห้องโดยสารโดดเด่นด้วยไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 เฉดสี ที่เต้นตามจังหวะดนตรี สร้างบรรยากาศมีชีวิตชีวาในทุกการเดินทาง

Nio Firefly 5

Firefly ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP ตอกย้ำความมั่นใจและความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล

 

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำแบรนด์ NIO เข้าสู่ประเทศไทย โดยเริ่มต้นด้วย Firefly ซึ่งมิใช่เพียงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่เป็นพรีเมียมซิตี้อีวีคาร์ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ โดย ประเทศไทย ถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับ NIO และเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า Firefly ที่ผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ากับความพรีเมียมอย่างลงตัว จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่เน้นความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน NIO มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีระดับโลกมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทย และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับ กลุ่มธนบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจลูกค้าคนไทยจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ NIO และเติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง มร.แดเนียล จิน รองประธานบริษัท NIO Inc. (นีโอ อิงค์) และประธานแบรนด์ Firefly กล่าวทิ้งท้าย

เตรียมพบกับ Firefly และสัมผัสกับประสบการณ์พรีเมียมซิตี้คาร์อย่างใกล้ชิด พร้อมการประกาศราคาอย่างเป็นทางการได้ที่บูธ A1 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ประกาศความพร้อม “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” สะท้อนพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต ภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY”

0
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 1

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ประกาศความพร้อมการจัดงานภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” สะท้อนการประสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน และบทบาทสำคัญในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน เวทีเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 2

คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 2

จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด

ในบริบทดังกล่าว การจัดงาน Bangkok International Motor Show จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 4

อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”โดยในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้ว 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY, LEPAS, FIREFLY, FORTHING และ TESLA ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย

นอกจากนี้ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม จากกระแสตอบรับดังกล่าว ผู้จัดงานคาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 7

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชั่น และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างการรับรู้ในวงกว้าง”

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบ Organic ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล

ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน

“และในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน งานลักษณะนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 6

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว ทางผู้จัดยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมการแข่งขันจักรยานขาไถรายการ Grand Prix Runbike Championship with RCS  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีของ XO Autosport ซึ่งมักจะมีการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการรถแต่ง และกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมงาน อาทิ JDM & Custom Culture เน้นการโชว์รถสาย JDM และรถแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศ Outdoor รับลมร้อน ซึ่งผู้เข้าชมงาน ที่จะได้เห็นรถแต่งระดับท็อปในประเทศกว่า 200 คัน (วันละ 100 คัน) และการรวมตัวของกลุ่มคาร์คลับต่าง ๆ ในบรรยากาศสุดคึกคักรับหน้าร้อน ณ บริเวณลาน Loading หลังอาคาร Challenger 1–3 IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม

ภายในงาน ยังพบกับงานประกวดออกแบบ Chery V23 Style Up Challenge เป็นโครงการประกวดออกแบบ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง (Boxy Style) รุ่น Chery V23 เพื่อเฟ้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากคนไทยไปสู่ระดับสากล โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงานเป็นรถโมเดลที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมให้ผู้เข้าชมงานร่วมโหวตรางวัล Popular Vote เพื่อลุ้นรับ iPad อีกด้วย

“ส่วนผู้เข้าชมงานที่ต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ลาน Test Drive บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยของรถยนต์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานในปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

สำหรับแคมเปญส่งเสริมการขายในปีนี้ ได้แก่ “มอเตอร์โชว์…เปย์” เป็นการลุ้นรางวัล GIFT VOUCHER รวมมูลค่ากว่า 1,450,000 บาท ได้แก่

  • จองรถยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 100,000 บาท จำนวน 12 รางวัล
  • จองรถจักรยานยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 10,000 บาท จำนวน 5 รางวัล

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับผู้เข้าชมงานด้วยบัตรอภินันทนาการ เพียงลงทะเบียนลุ้น GIFT VOUCHER 5,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และตอบแบบสอบถาม ลุ้น GIFT VOUCHER 25,000 บาท จำนวน 4 รางวัล

การจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานมั่นใจว่าจะมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด ข้อเสนอที่คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

“GWM” เริ่มส่งมอบ WEY G9 – The Crafted Masterpiece ล็อตใหญ่ สู่มือลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ได้จัดกิจกรรมส่งมอบรถยนต์ MPV หรู WEY G9 – The Crafted Masterpiece ล็อตแรกให้แก่ลูกค้าชาวไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ใช้งานชาวไทยตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อยนตรกรรมลักชัวรี่ MPV ที่เปรียบเสมือน “ประติมากรรมแห่งการเดินทาง” ที่ผสานความสง่างามด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่ครบครันและเหนือระดับได้อย่างลงตัว โดยได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ผ่าน GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ และมีผู้บริหารระดับสูงจาก GWM (Thailand) ร่วมทำการส่งมอบให้กับลูกค้าในกรุงเทพฯ อีกด้วย

GWM (Thailand) 2

ส่งมอบเอกสิทธิ์แห่งความเหนือระดับ กับ WEY G9 – The Crafted Masterpiece

การส่งมอบ WEY G9 ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบรถยนต์ แต่คือการส่งมอบเอกสิทธิ์แห่งการครอบครองยนตรกรรมระดับ Masterpiece ที่หลอมรวมความประณีต เทคโนโลยี และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ครอบครองยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน WEY Exclusive Service บริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ตลอด 24 ชั่วโมง บริการรถทดแทนรุ่นเดียวกัน บริการรับ–ส่งรถ และการดูแลแบบเอ็กซ์คลูซีฟในทุกสถานการณ์ ตอกย้ำสถานะของ WEY G9 ในฐานะสัญลักษณ์แห่งไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่สำหรับผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง

GWM (Thailand) 3

WEY G9 คือทางเลือกที่ยกระดับทุกการเดินทาง: ใส่ใจทุกรายละเอียดสู่ประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกด้าน

GWM (Thailand) 4

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ WEY G9 ได้รับความสนใจและไว้วางใจอย่างรวดเร็ว คือ การตอบโจทย์การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) ความสะดวกสบาย (Comfort) และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (Convenience) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hi4 หรือระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดตามความต้องการและมีระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมอบอิสระในการเดินทางอย่างเหนือระดับ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) และขับขี่ได้ระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ ผสานข้อดีของพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เหนือกว่ารถไฟฟ้าล้วนที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และก้าวล้ำกว่ารถ MPV แบบดั้งเดิมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและความคุ้มค่าในระยะยาว โดยเสียงตอบรับจากลูกค้าจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่า แม้จะเป็น MPV ขนาดใหญ่ แต่ WEY G9 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่ง มั่นคง และควบคุมง่าย ให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถ SUV ระดับพรีเมียม ขณะที่ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เป็น “พื้นที่คุณภาพ” อย่างเหนือระดับ ด้วยเบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity พร้อมระบบนวดไฟฟ้า วัสดุหนัง NAPPA คุณภาพสูง และบรรยากาศที่หรูหราทุกมิติ ตอบโจทย์ทั้งบทบาทผู้นำทางธุรกิจและครอบครัวที่กำลังเติบโต สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของตลาด MPV ลักชัวรี่ในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ที่สง่างามในเวลาเดียวกัน

GWM (Thailand) 5

WEY G9 – The Crafted Masterpiece พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางระดับลักชัวรี่ ที่ผสานความสะดวกสบายเหนือระดับเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะที่มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางสำหรับครอบครัว ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.349 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับคันจริงได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888