Home Blog Page 321

McLaren Elva ไฮเปอร์คาร์ ค่าตัว 200 ล้านบาท เปิดตัวในไทยครั้งแรก

0

McLaren Elva (แมคลาเรน เอลวา) ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series เดินทางจากสหราชอาณาจักร มาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดย “นิชคาร์ กรุ๊ป” เปิดรับจองในราคา 200 ล้านบาท

หลังจากการเผยโฉม McLaren Elva สู่สายตาชาวโลกครั้งแรก ช่วงปลายปี 2562 และสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเป็นไฮเปอร์คาร์ 2 ที่นั่ง ไร้หลังคาและกระจกบังลมหน้า โครงสร้างแชสซีและตัวถังขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมสมรรถนะจากขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 815 แรงม้า โดยเปิดรับจองในจำนวนจำกัดเพียง 149 คัน

“นิชคาร์ กรุ๊ป” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แมคลาเรนอย่างเป็นทางการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ McLaren Automotive ประเทศอังกฤษ จัดงานเปิดตัว McLaren Elva ครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสน้องใหม่ในตระกูล Ultimate Series อย่างใกล้ชิด

นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ McLaren Bangkok เปิดเผยว่า ระยะเวลา 6 ปี ที่นิชคาร์ กรุ๊ป ได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แมคลาเรน อย่างเป็นทางการในประเทศไทยถึงวันนี้สามารถสร้างการรับรู้ของ แบรนด์ McLaren และขยายฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการสร้างชุมชนคนรักแมคลาเรน McLaren’s club Thailand

การเปิดตัว McLaren Elva สุดยอดไฮเปอร์คาร์ระดับโลกรุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย เผยโฉมพร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดกับไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series ตั้งแต่ต้นเดือน กุมภาพันธ์ นี้ เป็นต้นไป โดย McLaren Bangkok ได้รับโควต้า จำนวน 2 คัน และมียอดจองแล้ว 1 คัน เห็นได้ชัดว่าตลาดคนไทยหันมาสนใจรถซูเปอร์คาร์ และไฮเปอร์คาร์ เพื่อสะสมเป็นคอลเลคชันมากขึ้น  โดย McLaren Elva มีการผลิตเพียง 149 คันทั่วโลกเท่านั้น

McLaren Elva รถรุ่นล่าสุดในตระกูล Ultimate Series ต่อจากรุ่น F1 Road Car, P1, Senna และ Speedtail กับไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงสมรรถนะ พร้อมโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์มาจากสนามแข่งฟอร์มูล่า วัน

McLaren Elva ยังถือเป็นการฉลองสุดยอดผลงานการออกแบบของ “บรูซ แมคลาเรน” กับ McLaren M1A ที่ทำไว้ในปี ค.ศ. 1960 และรถแข่งในซีรีส์ “Group 7 McLaren” ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ และนวัตกรรมซึ่งถูกนำมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของยนตรกรรมเพื่อ “ผู้ขับขี่” ผสานหลักการออกแบบและวิศวกรรมยุคใหม่ของแมคลาเรน พัฒนาเป็นยนตรกรรมสำหรับท้องถนน (Road Car) ในปัจจุบัน

นายไมค์ ฟลูวิตต์ ประธานกรรมการบริหาร McLaren Automotive กล่าวว่า McLaren Elva เป็นรถ Open-Cockpit สองที่นั่ง พร้อมแชสซีและตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สั่งทำพิเศษ ให้ความอิสระเพราะปราศจากหลังคา กระจกหน้าและหน้าต่างด้านข้าง สามารถกระตุ้นการรับรู้ของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่

McLaren Elva เป็นยนตรกรรมสำหรับท้องถนน (Road Car) น้ำหนักเบาที่สุด ที่แมคลาเรนเคยผลิตมาพร้อมด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่งในทุกๆ ด้าน ทั้งการเร่งความเร็ว ความคล่องตัว และการตอบสนองต่อผู้ขับขี่ในระดับที่ไม่ธรรมดา ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยเครื่องยนต์แมคลาเรน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งเป็นขุมพลังตระกูลเดียวกับ McLaren Senna และ McLaren Senna GTR

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Active Air Management System (AAMS) เป็นครั้งแรกของโลกโดยระบบจะลำเลียงอากาศผ่านจมูกของตัวรถแล้วผันออกทางฝาครอบด้านหน้าด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะเหินขึ้นเหนือห้องผู้โดยสาร เพื่อสร้างบับเบิลที่เป็นเสมือนเกราะกำบังให้กับผู้โดยสาร

โดยระบบ AAMS ประกอบด้วยช่องรับลมตรงกลางขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือสปลิตเตอร์ ช่องระบายอากาศของฝาครอบและตัวเบี่ยงลมคาร์บอนไฟเบอร์ที่สามารถยกขึ้นและลดระดับได้ในแนวตั้ง เมื่อ AAMS ทำงานอยู่ ตัวเบี่ยงลมบริเวณขอบของช่องระบายอากาศที่ฝาครอบด้านหน้าจะถูกยกขึ้น 150 มม. เพื่อสร้างพื้นที่แรงดันต่ำที่ช่องระบายอากาศ ซึ่งอากาศที่ถูกระบายออกมาจะถูกผันออกในรัศมี 130 องศาผ่านโครงข่ายของใบพัดตามขวางที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดตั้งอยู่ตลอดความยาวของฝาด้านหน้าคอยทำหน้าที่กระจายกระแสลมทั้งด้านหน้าและด้านข้างของห้องโดยสารและช่วยในการจัดการอากาศในห้องโดยสารด้วย

สำหรับการขับขี่ในเมืองระบบ AASM จะปิดใช้งาน เนื่องจากระดับความเร็วของรถและการไหวของอากาศเข้าสู่ห้องโดยสารไม่ได้สูงมากแต่เมื่อความเร็วของรถเพิ่มขึ้น ระบบ AAMS จะทำงานโดยอัตโนมัติจนกว่าความเร็วจะลดลงส่งสัญญาณให้ตัวเบี่ยงลมหดกลับ แต่ผู้ขับก็สามารถกดปุ่มปิดระบบเองได้ด้วย

นอกเหนือจากระบบ AAMS แล้ว ขอบท้ายของ McLaren Elva ยังติดตั้งแอร์เบรกแบบแอ็คทีฟแบบเต็มความกว้างของรถ โดยความสูงและมุมของแอร์เบรกได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เกิดสมดุลอากาศที่เหมาะสมที่สุด

ด้านเบาะนั่งของ McLaren Elva ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ด้านกรอบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา รองรับศีรษะ ไหล่ และหลังของผู้โดยสาร ช่วยเปิดรับประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งจะสั้นกว่าเบาะนั่งของรถแมคลาเรนทั่วไปเล็กน้อย เพื่อทำให้มีพื้นที่พักเท้าเพียงพอสำหรับการยืนหรือช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างการเข้า-ออกจากรถ ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเลือกสี และวัสดุของเบาะนั่งได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างส่วนบนที่เปิดโล่ง และส่วนล่างที่โอบล้อมปกป้องผู้โดยสารรวมถึงออพชั่นสายรัดนิรภัยแบบ 6 จุด หากต้องการนำไฮเปอร์คาร์คันนี้ไปใช้ในสนามแข่ง

ทั้งนี้ เพื่อลดน้ำหนักของรถให้มากที่สุด ระบบเครื่องเสียงจึงไม่ถูกจัดอยู่ในชุดอุปกรณ์พื้นฐานของ McLaren Elva แต่ลูกค้าสามารถสั่งทำพิเศษได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมส่วนตัวเลือกอื่นๆ ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบยกตัวรถ รวมถึงล้ออัลลอยฟอร์จ น้ำหนักเบาพิเศษ ลาย 5 ก้าน (เปลี่ยนได้จากล้อมาตรฐาน ลาย 10 ก้าน) รวมถึงเปลี่ยนยาง Pirelli P Zero™ เป็นยาง Pirelli P Zero™ Corsa สำหรับสนามแข่งได้

ตั้งแต่ปี 1981 แมคลาเรนให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นอันดับหนึ่ง ในการสร้างรถทุกรุ่น รวมถึงรถแข่งทุกคันของแมคลาเรน โดย McLaren Elva เป็นรถเปิดประทุนโดยตัวถังแบบโมโนค็อกที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรง สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในส่วนเครื่องยนต์แมคลาเรน V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ตัวเครื่องมีเพลาข้อเหวี่ยงแบบระนาบแบนระบบหล่อลื่นแบบบ่อพักแห้ง เพลาลูกเบี้ยว ก้านสูบ และลูกสูบที่น้ำหนักเบา ช่วยลดมวลในระบบส่งกำลังพร้อมเกียรต์ดูอัลคลัตซ์ 7 สปีด ทำหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. น้อยกว่า 3 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ยังทำได้เร็วกว่า McLaren Senna ด้วยเวลาเพียง 6.7 วินาที

มากไปกว่านั้น ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่น Adaptive Dynamics Controls เพื่อเปลี่ยนโหมดการควบคุมรถและระบบส่งกำลังได้ 3 รูปแบบ คือ Comfort, Sport และ Track เพื่อปรับลักษณะการขับขี่ให้เข้ากับอารมณ์ หรือสภาพแวดล้อมในขณะนั้น รวมถึงการปรับโหมด Electronic Stability Control (ESC) ที่เลือกได้ 3 ระดับ และระบบ Variable Drift Control (VDC) ที่จะช่วยล็อกอิสรภาพในการขับขี่ให้แก่ลูกค้าแมคลาเรน

“เรามีความยินดีที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ Elva สำหรับรถเปิดประทุนคันล่าสุด ซึ่งจะเข้ามาเปิดมิติใหม่ให้กับ Ultimate Series ของแมคลาเรน และสานต่อประวัติศาสตร์ของรถสปอร์ต อันเป็นรากฐานความสำเร็จของแมคลาเรน  ที่ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานใหม่ให้สนามแข่ง แต่ยังเป็นผู้วางหลักการออกแบบและวิศวกรรมที่ยังคงเป็นหัวใจของแบรนด์ ดังนั้น คงไม่มีวิธีการเฉลิมฉลองใดที่ดีไปกว่าการนำชื่อ Elva กลับมาอีกครั้ง” นายไมค์ ฟลูวิตต์ กล่าว

ผลประกอบการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในไทย เพิ่ม 13% เตรียมส่งรถไฟฟ้าและรถหรูรุ่นไฮเอนด์ ลุยตลาดปี 65

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ Pic Open

หลังการรีแบรนด์อย่างเป็นทางการของ “เดมเลอร์ เอจี” สู่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี” ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานผลการดำเนินงานปี 2564 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์หรูด้วยยอดขายมากกว่า 2 ล้านคัน แม้จะมีความท้าทายอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบรถยนต์ แต่ความต้องการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากรถยนต์จากแบรนด์ Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ G-Class มียอดขายที่สร้างสถิติใหม่ในปี 2564 ถือเป็นการย้ำความแข็งแกร่งของความเป็นแบรนด์รถยนต์หรูที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าทำสถิติยอดขายสูงถึง 227,458 คัน หรือเพิ่มขึ้น 69.3% โดย 48,936 คันในจำนวนนั้นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 154.8% และตั้งแต่รถยนต์รุ่น EQS ออกวางจำหน่ายในตลาดโลกในเดือนสิงหาคม 2564 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแฟลกชิพคันนี้ได้รับคำสั่งซื้อเข้ามามากถึง 16,370 คัน สำหรับในประเทศไทย ยอดขายโดยรวมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเห็นได้ชัดว่าดีมานด์ของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นปลั๊กอินไฮบริดซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 14% ในปีที่ผ่านมา

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ มองว่าปี 2565 จะเป็นปีที่ดียิ่งขึ้นอีกสำหรับตลาดรถยนต์หรู โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเปิดตัว “The new EQS” อย่างเป็นทางการในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกจาก Mercedes-EQ ที่จะได้รับการผลิตและจำหน่ายภายในประเทศไทย โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ Mercedes-Benz, Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach และ Mercedes-AMG พร้อมแคมเปญการตลาดที่จะมีออกมาตลอดทั้งปี

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2
มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2564 แม้จะมีความท้าทายหลายประการจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ผลการดำเนินงานทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงแข็งแกร่งด้วยยอดขายที่มากกว่า 2 ล้านคัน โดยรถยนต์ระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ G-Class ได้สร้างสถิติใหม่ในเรื่องยอดขาย ส่วนรุ่นยนต์รุ่น EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดในตลาดปัจจุบันก็ทำยอดขายได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งดีมานด์จากผู้บริโภคทั่วโลกทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างแข็งแกร่ง เห็นได้จากยอดขายของรถยนต์รุ่น S-Class ที่เพิ่มขึ้น 40% เป็น 87,064 คัน โดยยอดขายในประเทศจีนคิดเป็น 35.5% ของความต้องการรถยนต์รุ่นนี้จากทั่วโลก ในขณะที่ยอดขาย G-Class ก็เพิ่มขึ้นแบบสร้างสถิติใหม่ที่ 41,174 คัน ส่วนยอดขาย Mercedes-AMG ทำได้ 145,979 คัน เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับยอดขาย Mercedes-Maybach อยู่ที่ 15,730 คัน หรือเพิ่มขึ้น 50.7% ด้วยแรงหนุนจากประเทศจีนซึ่งรถยนต์ Mercedes-Maybach สามารถทำยอดขายได้ในอัตราที่มากกว่า 900 คันในแต่ละเดือน”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3
มร. โฟลเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม “ในประเทศไทย ความต้องการในตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะมีความท้าทายจากสถานการณ์โควิด ส่วนหนึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากการที่เราให้ความสำคัญกับลูกค้าและนำเสนอสิ่งที่พวกเขาต้องการได้อย่างตรงใจ ตลอดปี 2564 เมอร์เซเดส-เบนซ์และพนักงานทุกคนมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเสมอให้กับลูกค้า นอกจากแคมเปญการตลาดที่น่าตื่นเต้นมากมายที่เรานำเสนอออกมาตลอดทั้งปี เรายังได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่น GLS และรุ่น S-Class ใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เรายังได้ประกาศเปิดตัว The new EQS ซึ่งจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่เมอร์เซเดส-เบนซ์จะผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่อย่างเป็นทางการของการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย นอกจากนี้ อีกหนึ่งความพิเศษของปี 2564 คือการที่เราได้รับรางวัล “บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชียปี 2021” จาก HR Asia สะท้อนถึงการทำงานด้วยความมุ่งมั่นของพวกเราทุกคนที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างดีที่สุด”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4
มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2564 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เรามองเห็นอย่างชัดเจนว่าความต้องการของผู้บริโภคนั้นเพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งปี ในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายรถยนต์คอมแพ็คของเราเพิ่มขึ้น 58% หลังการเปิดตัวรถยนต์รุ่น A-Class ใหม่และรุ่น GLA ใหม่ ในขณะที่ในกลุ่มรถยนต์ Luxury และกลุ่ม SUV มียอดขายเพิ่มขึ้น 27% และ 29% ตามลำดับ ในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็คนั้น หากรวมกับยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ยอดขายของรถยนต์กลุ่มนี้นับว่าเติบโตขึ้นถึง 113% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์รุ่นนี้เป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ส่วนภาพรวมของไตรมาสที่ 4 ยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มขึ้น 28.1% นอกจากนี้ ยอดขายของรถยนต์รุ่นปลั๊กอินไฮบริดยังมีการเติบโตขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์เลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่สุดในตลาด PHEV ระดับลักชัวรี และในขณะเดียวกัน เรายังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี โดยเฉพาะ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5

อย่างยิ่งในปีที่ลูกค้าต้องปรับตัวในสถานการณ์โควิดต่อเนื่องเป็นปีที่สอง เมอร์เซเดส-เบนซ์ปิดปี 2564 ด้วยยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าตลาดรถยนต์ลักชัวรี โดยรวมในปี 2564 จะหดตัวลง 9% ก็ตาม สำหรับปีนี้ นอกจากแคมเปญการตลาดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมนำมาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดแล้ว เรายังได้เตรียมรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งจากแบรนด์ Mercedes-Benz, Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach และ Mercedes-AMG โดยมี “The new EQS” เป็นไฮไลต์ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่จะผลิตและวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งในตอนนี้ มีลูกค้าแสดงความสนใจผ่านช่องทางดิจิทัลมามากกว่า 500 รายทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์และการจัดงานเปิดตัวพิเศษที่เซ็นทรัลเวิลด์และเอ็มโพเรียมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา”

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2564 เป็นปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ความสำคัญต่อการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทุกกิจกรรมที่เรานำเสนอออกมา เป็นไปเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอส่วนลดพิเศษผ่านแคมเปญ Back in Shape แคมเปญส่วนลดค่าแรง 50% รวมถึงแคมเปญส่วนลดน้ำท่วมและอุบัติเหตุ ตลอดจนการรีแบรนด์โปรแกรม “MBSP” เพื่อนำเสนอแพ็กเกจที่เข้าถึงง่ายขึ้นและแผนนำเสนอสิทธิพิเศษที่ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เรายังยกระดับบริการด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการมอบข้อเสนอแบบเฉพาะบุคคลให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม โดยลูกค้าจะได้รับการแจ้งเตือนบริการและข้อเสนอผ่านทางไดเรกเมลหรือข้อความที่ประสานเข้ากับการจองนัดหมายออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลาเพื่อให้แน่ใจว่า ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ที่สำคัญ เรายังพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเสมอ ทั้งในส่วนของการนำเสนออะไหล่ Star Parts และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่ REMAN น้ำมันเครื่อง MB Oil ยางรถยนต์ MB Tyres รวมถึงผลิตภัณฑ์ในส่วนของ Accessories และ Collections สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังพร้อมนำเสนอบริการที่ดีที่สุดจากพนักงานของเรา ผ่านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรและทีมปฏิบัติการด้านลอจิสติกส์ที่พร้อมให้บริการด้วยการวัดผลเชิงป้องกันสูงสุด พร้อมขยายระยะเวลาการรับประกันให้กับลูกค้าที่ไม่สะดวกเข้ามารับบริการในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ในปี 2565 เราจะยังคงโฟกัสไปที่ภารกิจในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางดิจิทัล ด้วยข้อเสนอแบบเฉพาะบุคคล ความช่วยเหลือส่วนบุคคล และการติดต่อลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเรายังนำเสนอ Mercedes me Store เพื่อมอบแพ็คเกจเสริมดิจิทัลที่อัปเดตทั้งหมดเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาข้อเสนอสุดพิเศษของ MBSP อย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์จะได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตลอดทั้งปี”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6
นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจสินเชื่อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นที่จะมอบการให้บริการที่ดีที่สุด รวมถึงสิทธิประโยชน์ และข้อเสนอที่หลากหลายไปยังผู้จำหน่ายและลูกค้ารายย่อย ถึงแม้ว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา จะเป็นปีที่ ท้าทายของบริษัท แต่ยอดสินเชื่อใหม่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ 12% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งหากประเมินจากอัตราการทำสินเชื่อใหม่ในไตรมาสที่ 4 จะเห็นได้ว่ามีอัตราการเติบโตมากขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย มียอดธุรกิจรวมมูลค่ากว่า 42,000 ล้านบาท โดยเราต้องขอขอบคุณในความไว้วางใจของลูกค้าที่ทำให้เรายังคงเป็นทางเลือกแรกของลูกค้าในการทำสินเชื่อรถยนต์ (First choice provider) โดยทุกๆ 1 ใน 2 ของลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะเข้ามาทำสินเชื่อกับเรา ซึ่งในปี 2565 เรามีกลยุทธ์ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเพื่อการครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6ข้อเสนอสุดพิเศษที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับลูกค้าปัจจุบัน หรือลูกค้ากลุ่มที่เคยทำสัญญากับเรา โดยอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญของเราอย่างธุรกิจประกันภัย Mercedes-Benz Protection ซึ่งครองอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องในด้านธุรกิจประกันภัยของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 60% โดยในปีนี้เราได้ผลักดันและขยายช่องทางการเข้าถึง เพื่อให้ลูกค้าซื้อประกันภัยได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้เราก็ยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการด้านอื่นๆ ของบริษัท โดยเรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มช่องทางการให้บริการแบบออนไลน์ เพื่อให้เรามั่นใจว่าลูกค้าของเราจะได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีที่สุด”

ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสานต่องานด้านซีเอสอาร์อย่างต่อเนื่องในปี 2564 ที่ผ่านมา และยังคงมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ อย่างที่เคยเป็นมาเช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การสนับสนุนโรงเรียน เยาววิทย์ในจังหวัดพังงาอย่างต่อเนื่อง และภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงดำเนินต่อไป ความปลอดภัยสำหรับลูกค้าและพนักงานคือสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งที่โชว์รูมและศูนย์บริการทุกแห่ง ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาและในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เตรียมมาตรการด้านความปลอดภัยไว้เป็นอย่างดีในทุกจุดสัมผัส เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขภาพในทุกครั้งที่นำรถมาเข้ารับบริการ

มร. โฟลเกอร์ กล่าวสรุป “ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจในแบรนด์และผลิตภัณฑ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และให้การสนับสนุนเราเสมอมา ในปีที่ผ่านมา แม้จะมีความท้าทายหลายประการ แต่เรื่องราวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับการแชร์ผ่านช่องทางของสื่อมวลชนทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์รวมมูลค่าแล้วนับเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์หรู หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน เมอร์เซเดส-เบนซ์คงไม่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับหรูหราในประเทศไทยได้จนถึงวันนี้”

ซินแสแนะ 8 เคล็ดลับปรับฮวงจุ้ยในรถ เสริมพลังมงคล เพิ่มความเฮงรับปีขาล

0

สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน เทศกาลตรุษจีนถือเป็นวันสำคัญในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต นอกจากการจัดฮวงจุ้ยบ้านเสริมมงคล รถยนต์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ส่วนตัวที่เราใช้เวลาด้วยไม่น้อย ฟอร์ดจึงร่วมกับ  ซินแสเอก ฮวงจุ้ยชัยมงคล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยเสริมสิริมงคล ให้ความรู้เบื้องต้นในการนำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาประยุกต์ใช้กับรถเพื่อช่วยเสริมโชคลาภ ความสำเร็จ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

ซินแสเอก ฮวงจุ้ยชัยมงคล กล่าวว่า ชีวิตคนเรามีพลัง 3 อย่างประกอบกัน ได้แก่ พลังฟ้า พลังคน และพลังดินหรือฮวงจุ้ย โดยพลังทั้งสามจะส่งผลต่อแต่ละบุคคล 100 เปอร์เซ็นต์ การจัดฮวงจุ้ยจึงเป็นการเสริมพลังทั้ง 3 ด้านเข้าด้วยกัน เพราะนอกจากดวงชะตาจากพลังฟ้า และความพยายามหรือความสามารถส่วนบุคคลจากพลังคนแล้ว หากได้การเสริมจากพลังส่วนที่ 3 คือ พลังฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งหนุนให้ชีวิตประสบความสำเร็จพร้อมรับโชคลาภได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับปีนี้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันเปลี่ยนเข้าปีนักษัตรใหม่ของโหราศาสตร์จีน ซินแสเอกแนะนำว่า หลังจากวันปีใหม่จีน ควรไปไหว้ขอพร และทำบุญแก้ชง เพื่อขอพรเสริมดวงโชคลาภก่อน หลังจากนั้นจึงกลับมาจัดฮวงจุ้ยภายในรถ โดยหันหน้ารถไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก เพื่อรับสิ่งดีๆ ตลอดปีนี้ สำหรับการจัดฮวงจุ้ยภายในรถ ซินแสเอก ฮวงจุ้ยชัยมงคล ได้แนะนำเคล็ดลับเสริมโชคลาภและความสำเร็จรับปีเสือง่ายๆ 8 ข้อดังนี้

1. สีรถเหมาะกับปีเกิด
ศาสตร์ฮวงจุ้ยซาฮะจัดแบ่งปีนักษัตรเป็นมังกรหรือธาตุ 4 กลุ่ม หากสามารถเลือกสีรถที่ถูกโฉลกกับปีเกิด ก็จะยิ่งช่วยเสริมวาสนา โชคลาภ บารมี ให้แก่ผู้ขับขี่ได้

  • กลุ่มมังกรน้ำ ปีชวด วอก มะโรง สีรถที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีดำ เทา น้ำเงิน ขาว บรอนซ์
  • กลุ่มมังกรไม้ ปีเถาะ มะแม กุน สีรถที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีดำ เทา น้ำเงิน เขียว แดง ส้ม
  • กลุ่มมังกรไฟ ปีขาล จอมะเมีย สีรถที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีส้ม แดง เหลือง เขียว น้ำตาล
  • กลุ่มมังกรทอง ปีระกา ฉลู มะเส็ง สีรถที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ น้ำตาล เหลือง ดำ เทา น้ำเงิน

ในกรณีที่สีรถที่ใช้ไม่ตรงกับสีมงคลตามปีเกิด ซินแสเอก มีวิธีแก้เคล็ดด้วยการหาของตกแต่งภายในรถ เช่น หนังหุ้มเบาะ ที่หุ้มพวงมาลัย หมอนอิง ที่เป็นสีถูกโฉลกมาไว้ในรถ ก็สามารถเสริมดวงให้ผู้ขับขี่ได้

2. กลิ่นหอมในรถยนต์
กลิ่นก็มีผลต่อฮวงจุ้ยในรถ การใส่ใจเรื่องความสะอาดภายในห้องโดยสารรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ควรมีกลิ่นหอม หรือกลิ่นสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ หรือกลิ่นจากสิ่งสกปรก อาหาร หรือขยะต่างๆ กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เช่น ใบเตย หรือเพิ่มน้ำหอมปรับอากาศ ก็จะช่วยเพิ่มพลังบวก สร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้แก่เจ้าของรถได้

3. สิ่งของมงคล
สำหรับผู้ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ การนำวัตถุมงคลมีไว้ในรถก็เป็นการเสริมฮวงจุ้ยในรถได้เช่นกัน เพราะเป็นการช่วยเพิ่มสมาธิ กระตุ้นเตือนให้ขับรถอย่างมีสติ ใจเย็น อย่างไรก็ดี ต้องคำนึงถึงข้อควรระวังต่างๆ เช่น ตำแหน่งการวางที่ปลอดภัย ไม่บดบังทัศนวิสัย และมีขนาดให้เหมาะสม

4. กระจกรถยนต์
ตามหลักฮวงจุ้ย กระจกรถยนต์ถือเป็นหน้าตาและส่วนสำคัญที่ต้องมีความใสสะอาดอยู่เสมอ นอกจากความสะอาดของกระจกหน้ารถจะส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางของผู้ขับขี่แล้ว ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ครอบครัว คนใกล้ชิด เจ้าของรถจึงควรหมั่นดูแลรักษากระจกรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ
5. ไฟหน้ารถ
อีกสิ่งสำคัญคือไฟหน้ารถ ซึ่งสามารถเปรียบได้กับตามังกรตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยให้เจ้าของขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ป้องกันจากสิ่งชั่วร้ายหรืออันตรายต่างๆ  เจ้าของรถจึงต้องดูแลรักษาไฟหน้ารถให้มีความสว่าง ไม่หมอง ขุ่นมัว หรือมีคราบสกปรก ห้ามชำรุด หรือเสื่อมสภาพ สำหรับรถฟอร์ดก็ให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยซึ่งมีความสำคัญในการการขับขี่และความปลอดภัย อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ที่มีจุดเด่นที่ไฟหน้าสีเข้มเป็นพิเศษ หรือฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส ที่มีระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High Beam Control

6. ท่านั่งขับรถ
การจัดท่านั่งขับรถที่ถูกต้องและมีสติตลอดการขับขี่ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สามารถขับขี่รถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย โดยนั่งให้ก้นชิดเต็มเบาะ ปรับพนักพิงหลังให้ตั้งตรงและรู้สึกนั่งสบาย คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อสร้างความมั่นคงในการนั่ง ในรถกระบะฟอร์ด แร็พเตอร์ เอ็กซ์ มาพร้อมอุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย อย่างปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในขณะที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม สปอร์ต หรือฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส รวมถึงฟอร์ด เรนเจอร์ XLT ก็ยังมีเบาะหนังด้านคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ช่วยปรับท่านั่งตามสรีระและมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่

7. ทะเบียนรถยนต์
ในหลักฮวงจุ้ย มีเลขมงคลที่ช่วยเสริมดวง คือ เลข 8 หนุนความร่ำรวย ส่วนเลข 6 ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่น หากสามารถเลือกตัวเลขได้ ควรเลือกคู่เลขที่ช่วยเรื่องโชคลาภความรุ่งเรือง เช่น 24 15 25 45 75 65 35 โดยสามารถสลับตัวเลขได้

8. การบำรุงรักษารถยนต์
นอกจากจะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย หลักฮวงจุ้ยยังให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษารถเป็นประจำ โดยห้ามมีของเสื่อมสภาพ เช่น วิทยุ นาฬิกา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระจกแตกร้าว อยู่ในรถ ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรดูแลตรวจเช็ครถอย่างครอบคลุม เพื่อให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยังสามารถใช้งานได้สมบูรณ์ตามคำแนะนำในคู่มือสำหรับเจ้าของรถ สำหรับลูกค้าฟอร์ด สามารถอุ่นใจกับโปรแกรมการรับประกันค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะ ‘เช็กเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น’ (Capped Price Guarantee) ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ นอกจากจะ การันตีความสบายใจให้ลูกค้ารู้ค่าใช้จ่ายก่อนเช็กระยะแล้ว ยังช่วยดูแลรักษารถยนต์อย่างมืออาชีพ ให้เจ้าของรถสบายใจในทุกการเดินทาง

นอกจากนี้ ซินแสเอก ยังเสริมว่า ตามลักษณะดวงโดยทั่วไปของปีขาล เหตุการณ์ต่างๆ จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ความลำบากเริ่มผ่านพ้นไป ส่วนคนทำธุรกิจต้องเน้นการพึ่งพาตนเอง ตลอดปีนี้ควรเน้นการประนีประนอม ลดความขัดแย้ง จึงจะฟันผ่าอุปสรรคผ่านไปได้ และสามารถนำเคล็ดลับฮวงจุ้ยไปปรับใช้ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ที่เต็มไปด้วยโชคลาภ ความร่ำรวย และความสำเร็จ โดยสติในการใช้ชีวิต และมีสมาธิในทุกการเดินทาง

ซูบารุดูแลลูกค้ารถเลขไมล์สูง มอบแคมเปญฟรีน้ำมันเครื่องแถมลุ้นแพ็กเกจบำรุงรักษา 1 ปี*

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแคมเปญพิเศษสำหรับเจ้าของรถซูบารุ ปี MY2013-2018  รับน้ำมันเครื่อง MI-Tech 1 ลิตรฟรี ที่ศูนย์บริการซูบารุทั่วประเทศ

  • ผู้ใช้งานรถยนต์ซูบารุปี MY2013 – MY2018 สามารถรับน้ำมันเครื่องฟรีหนึ่งลิตรโดยส่ง SMS ต่อไปนี้ไปที่เบอร์ 0982810246
    [“ SBR ตามด้วยหมายเลขตัวถัง 6 หลัก** เช่น ‘ SBR123456 ‘]
  • รหัสสิทธิพิเศษ Privilege Code แบบใช้ครั้งเดียวจะถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซูบารุปี MY2013 – MY2018
  • สามารถแสดงรหัสสิทธิพิเศษ Privilege Code ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับน้ำมันเครื่อง MI-Tech ฟรี 1 ลิตร เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการซูบารุทั่วประเทศ
  • นอกจากนี้ลูกค้ายังมีโอกาสลุ้นรับแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 1 ปี* รางวัลครอบคลุมน้ำมันหล่อลื่นและชิ้นส่วนสำหรับการบำรุงรักษาสองครั้ง (มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) และสินค้าลิขสิทธิ์ซูบารุ*

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีบนแฟนเพจผู้โชคดีทางแฟนเพจ Subaru Asia www.facebook.com/subaruasiath  ในวันที่ 15 ของทุกเดือน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ Keep your Subaru performing AT ITS BEST ได้ถึง 30 มิถุนายน 2565

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ซูบารุรุ่นต่างๆ ได้ที่ www.subaru.asia  หรือติดตามแคมเปญส่งเสริมการขายและข่าวสารล่าสุดได้ที่ www.facebook.com/subatuasiath

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการซูบารุทั่วประเทศ

**ลูกค้าสามารถตรวจสอบหมายเลขตัวถังได้ในหนังสือรับประกันหน้าที่สอง

อีซูซุ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุก ส่งรถบรรทุกใหม่! “ISUZU FRR” PERFECT PARTNER ท้าทุกความสำเร็จ

0

อีซูซุเปิดศักราชรับปีเสือสุดร้อนแรงด้วยแผนรุกพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุก เปิดตัว…ใหม่! ISUZU FRR “PERFECT PARTNER” ท้าทุกความสำเร็จ เจาะกลุ่มผู้ใช้รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลาง ด้วยการปรับโฉมใหม่! ทั้งภายนอกและภายใน เท่เต็มพิกัด แข็งแกร่ง บึกบึน เน้นความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นหลากหลายในแบบฉบับสุดยอดรถบรรทุกยุคใหม่  พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลทรงพลัง 210 และ 190 แรงม้า ที่ให้สมรรถนะยอดเยี่ยมทั้งด้านกำลังและการประหยัดน้ำมัน  สมนิยาม “สุดยอดรถบรรทุกต้องอีซูซุ…คิงออฟทรัคส์”  เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผู้ประกอบการขนส่งไทยให้ก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ปัจจุบันตลาดรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มรถบรรทุกของไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 24% และยังมีศักยภาพการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี พ.ศ.2565 นี้เป็นปีที่ได้รับความมุ่งหวังว่า ด้วยปัจจัยบวกต่าง ๆ จะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยมีโอกาสฟื้นตัวจากความถดถอยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ดังนั้นอีซูซุในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งรถบรรทุกอันดับ 1 ของเมืองไทย ซึ่งพร้อมสนับสนุนและตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจการขนส่งตามแนวคิด “อีซูซุ…คู่คิดมืออาชีพ”  จึงได้เปิดตัวรถบรรทุก 6 ล้อรุ่นไมเนอร์เชนจ์ “ใหม่! ISUZU FRR” คู่หูมือฉมังของผู้ประกอบการขนส่ง ที่ยกระดับภาพลักษณ์ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ภายใต้แนวคิด PERFECT PARTNER  ท้าทุกความสำเร็จ” โดยปรับดีไซน์ภายนอกให้โดดเด่น เท่ เต็มพิกัด แข็งแกร่ง บึกบึน ลงตัวเหมาะกับการใช้งานจริง ในแบบสุดยอดรถบรรทุกยุคใหม่ และด้วยการออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้งานจริง ภายในห้องโดยสารจึงเน้นความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ กว้างขวาง นุ่มนวล พร้อมฟังก์ชั่นที่เติมเต็มความสะดวกสบายที่หลากหลาย ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลังอีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล 210/190 แรงม้า สุดยอดแห่งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันที่ครองใจผู้ประกอบการรถบรรทุกมากว่า 6 ทศวรรษ  และเทคโนโลยีโลจิสติกส์อัจฉริยะ เทเลเทค ใหม่! ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพงานขนส่งให้แก่ท่านเจ้าของรถได้ใช้งานง่ายขึ้น ให้ข้อมูลเหนือชั้นอัจฉริยะกว่า GPS ทั่วไป เพิ่มความคุ้มค่า เพิ่มผลกำไร นอกจากนี้ยังได้เพิ่มรุ่น GXZ พร้อมระบบ IESC อีกขั้นแห่งมาตรฐานความปลอดภัยในรถบรรทุกหัวลาก 10 ล้อ ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันและปกป้อง พร้อมรับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน อุ่นใจและมั่นใจในทุกการขับขี่ และปรับโฉมรถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่รุ่น FTR รถบรรทุก 10 ล้อรุ่น FVZ และ FVM อีกด้วย”  

รถบรรทุกอีซูซุรุ่น ใหม่! ISUZU FRR…PERFECT PARTNER ท้าทุกความสำเร็จ เพิ่มการตอบสนองทุกการใช้งานอย่างคุ้มค่า เติมเต็มความประทับใจให้แก่ผู้ประกอบการในทุกจังหวะของการขนส่ง ด้วย

  • ใหม่! ชุดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ISUZU LED TECH พร้อมไฟหรี่รูปตัว L เท่ สะดุดตา สว่างในทุกเส้นทาง
  • ใหม่! กระจังหน้าสีเงิน MATTE SILVER เสริมความเท่ เต็มพิกัด
  • ใหม่! ไฟในห้องโดยสารขนาดใหญ่แบบ LED เพิ่มความสว่าง พร้อมความสะดวกสบาย
  • ใหม่! USB Charger สะดวกสบายยิ่งกว่า
  • ใหม่! เบาะนั่งคนขับแบบถุงลม Air Suspension Driver Seat ปรับความนุ่มนวลตามน้ำหนักคนขับ ลดความเมื่อยล้า แม้ขับขี่ทางไกล (รุ่น FRR90LSXXY, NSKXY)
  • ใหม่! ถังน้ำมันใหญ่ 200 ลิตร ขับได้ไกลขึ้น (รุ่น FRR90NSKXY, NNKXY)
  • ล้อขนาดใหญ่ 00 ขอบ 17.5 พร้อมยางเรเดียลแบบไม่มียางใน ขนาด 9.5R17.5-14 ชั้น นุ่มนวลและยึดเกาะถนนดีกว่า
  • กระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อก เพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการใช้งาน
  • เฟืองท้ายขนาดใหญ่ ให้อัตราทดสูงพิเศษถึง 143 เพิ่มความสามารถในการปีนไต่ ด้วยมุมปีนไต่สูงถึง 35.7 องศา สูงสุดในรถระดับเดียวกัน (รุ่น FRR90HSXTU)
  • สมรรถนะเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่น 4HK1-TCS ขนาด 5,193 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 2,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 637 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่น 4HK1-TCR ขนาด 5,193 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 2,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 510 นิวตัน-เมตร แบบ flat torque ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที

พร้อมเสริมความมั่นใจขั้นสุด! ด้วยการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อซื้อรถตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2565 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และเครือข่ายการจำหน่าย อะไหล่ และการบริการหลังการขายกว่า 250 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมระบบจัดส่งอะไหล่ด่วน สร้างความมั่นใจเต็มเปี่ยม รถบรรทุกอีซูซุ ใหม่! ISUZU FRR…PERFECT PARTNER ท้าทุกความสำเร็จ พร้อมจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป    พร้อมรับเงื่อนไขพิเศษและโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว “ซื้อง่าย…โดนใจทุกข้อเสนอ” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook: ISUZU TRUCKS THAILAND OFFICIAL

มาสด้า ผนึกกำลัง เมเจอร์ ลุย On-ground Marketing เปิดประสบการณ์ดูหนังไดร์ฟอิน เธียเตอร์ ครั้งแรกในภาคอีสาน!

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จับมือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เตรียมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในระดับภูมิภาค เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์รถปิกอัพสุดหรู มาสด้า บีที-50 เดินเกมบุก 3 จังหวัดใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคอีสาน กับกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ (On-ground Marketing) อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมชูไฮไลท์เด็ด ไดร์ฟอิน เธียเตอร์  ครั้งแรกของการดูหนังสไตล์ใหม่ พร้อมชม ชิม ช้อป และสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดงานกับ “มาสด้า บีที-50 ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ อีสาน ฟันแฟร์” ประเดิมจัดครั้งแรกที่จังหวัดขอนแก่น ตามมาด้วยจังหวัดอุดรธานี และสุดท้ายที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมเชิญชวนแฟนหนังร่วมสนุกลุ้นรับบัตรเข้าชมฟรี ผ่านกิจกรรมออนกราวด์และออนไลน์แพลตฟอร์ม โดยเริ่มต้นงานแรกที่จังหวัดขอนแก่นในระหว่างวันที่ 24 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ KICE ตั้งแต่เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป  

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ทำให้กิจกรรมส่งเสริมการขายของมาสด้าหลายกิจกรรมต้องเปลี่ยนรูปแบบในการจัดงาน ดังนั้น เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มาสด้าจึงพุ่งเป้าไปที่กลยุทธ์การตลาดแบบออนไลน์มาใช้เป็นแกนหลักในการสื่อสาร หลังจากสถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว มาสด้าจึงได้ปรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบใหม่เป็นไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องปรับตัวตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) มุ่งเน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกทัชพอยต์ให้มากขึ้น จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรซึ่งเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ครบวงจร อย่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มาร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมร่วมกับลูกค้า ภายใต้ชื่องาน “มาสด้า บีที-50 ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ อีสาน ฟันแฟร์” ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในรูปแบบใหม่ผ่านโรงภาพยนตร์ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ ภายในรถยนต์ส่วนตัว และสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับโซนอีสาน มาร์เก็ต แฟร์ โดยจัดงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด นับเป็นกิจกรรม On-ground Marketing ครั้งแรกของมาสด้า หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ซึ่งมาสด้ามีความมุ่งหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการเชื่อมต่อการสื่อสารเพื่อคอนเนคระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นครับ”

นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ถึงแม้การจัดกิจกรรม On-ground Marketing ต้องชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันจากการจัดกิจกรรม On ground ปรับมาสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ยังคงความสนุก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างไรก็ตามกิจกรรม On ground ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทางเมเจอร์ จึงได้ร่วมกับพันธมิตรคนสำคัญอย่าง มาสด้า จัดงาน มาสด้า บีที-50 ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ อีสาน ฟันแฟร์ ขึ้น เปิดประสบการณ์ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ ครั้งแรกในภาคอีสาน เพื่อขยายตลาด และกลุ่มเป้าหมายไปสู่หัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างการรับรู้ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมอบประสบการณ์ความพิเศษให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในการสร้างความภักดีในแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับงานมาสด้า บีที-50 ไดร์ฟอิน เธียเตอร์ อีสาน ฟันแฟร์ เป็นความร่วมมือระหว่าง มาสด้า และ เมเจอร์ พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรามาม่า, เครื่องดื่มเป๊ปซี่ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท ร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษไปกับการชมภาพยนตร์ในรูปแบบโรงภาพยนตร์ไดร์ฟ-อิน รับชมในรถยนต์ส่วนตัว ผ่านจอ LED ขนาดยักษ์ ที่ให้ความคมชัดระดับ 4K พร้อมประสิทธิภาพเสียงแบบสเตอริโอ ผ่านลำโพงบลูทูธ และบริการสุดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมชมภาพยนตร์ทุกคันจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็น การจัดเตรียมเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่สำหรับรถยนต์ทุกคัน พร้อมป๊อปคอร์น และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับ โซนอีสาน มาร์เก็ต แฟร์ อีกด้วย โดยงานดังกล่าวเตรียมจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดขอนแก่น, วันที่ 3 – 6 มีนาคม 2565 จังหวัดอุดรธานี และปิดท้ายวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2565 ณ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการรับบัตรเข้าชมฟรี! ได้ที่ Facebook.com/Major Group และ Facebook.com/Mazda Thailand

โตโยต้า แนะนำ FORTUNER COMMANDER รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตัวจริงในตลาด PPV ตลอดระยะเวลา10 ปีติดต่อกัน แนะนำรถอเนกประสงค์ระดับหรูรุ่นพิเศษ FORTUNER COMMANDER โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สง่างาม พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย พิเศษด้วยการปรับจูนช่วงล่างใหม่ให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล เกาะถนน เสริมสมรรถนะการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบ ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย ตอบโจทย์ในทุกสภาพการใช้งาน 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เจนเนอเรชั่นที่ 1 สู่ตลาดเมืองไทย ภายใต้โครงการ “IMV : Innovative International Multi-Purpose Vehicle” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า สร้างปรากฏการณ์เป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท Pick-Up Passenger Vehicle (PPV)  ในประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นมากกว่า  390,000 คัน* (*ข้อมูลยอดขายสะสมของฟอร์จูนเนอร์ภายใต้โครงการ IMV ตั้งแต่ปี 2547 – ธันวาคม 2564) อีกทั้งยังส่งออกจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย และที่สำคัญสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม ตลอดจนอรรถประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า สร้างความภูมิใจในการเป็นเจ้าของด้วยความเหนือระดับอย่างแท้จริง จนสามารถครองใจลูกค้าได้อย่างเต็มภาคภูมิ ยืนยันความสำเร็จด้วยยอดขายอันดับ 1 ในตลาด PPV 10 ปีติดต่อกัน พร้อมการันตีด้วยรางวัลด้านคุณภาพมากมาย อาทิ รางวัล เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิก (JD Power) รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี (TAQA Awards) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the year)

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในคุณภาพ และความไว้วางใจด้วยดีตลอดมา พร้อมกันนี้ยังเป็นการเสริมความเป็นผู้นำตลาดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โตโยต้า ภูมิใจแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู FORTUNER COMMANDER  ใหม่ ที่โดดเด่นด้วย ชุดตกแต่งกันชนหน้าและหลัง บันไดข้าง คิ้วตกแต่งฝาท้ายสีดำเงาพร้อมด้วยสัญลักษณ์ FORTUNER และหลังคาสีดำแบบทูโทน โดดเด่น สะกดทุกสายตา พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในใส่ใจในทุกรายละเอียดกับ เบาะหนังและวัสดุตกแต่งสีดำ สลับเดินตะเข็บด้ายสีแดง ให้ความแตกต่างที่เหนือระดับ ขับเคลื่อนเหนือระดับด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power ที่ให้แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร 150 แรงม้า  ตอบสนองเต็มพลังทั้งแรงม้า และแรงบิด สอดรับทุกการขับขี่อย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมปรับจูนช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังใหม่ รองรับแรงสั่นสะเทือนในทุกสภาพถนน   ได้เป็นอย่างดี ครนครับด้วยฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวก และเพิ่มระบบความปลอดภัย ให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างเต็มพิกัดด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)

FORTUNER COMMANDER เพิ่มความพิเศษ เหนือระดับรอบคัน

  • ใหม่ดีไซน์ภายนอก…สะท้อนความเป็นผู้นำของรถเอนกประสงค์ระดับหรู
    • ชุดตกแต่งกันชนหน้าและกระจังหน้าสีดำเงา
    • บันไดข้างสีดำเงา
    • กระจกมองข้างสีดำเงา
    • หลังคาสีดำแบบทูโทน
    • คิ้วตกแต่งฝาท้ายสีดำเงา
    • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว
  • ใหม่ดีไซน์ภายใน…ใส่ใจในทุกรายละเอียด แตกต่างอย่างเหนือระดับ
  • ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง ให้ความรู้สึกสปอร์ต
  • เบาะนั่งและวัสดุเดินด้ายตกแต่งสีแดง

  • ใหม่สมรรถนะการขับขี่ระบบช่วงล่างสไตล์รถสปอร์ต ตอบสนองได้ดั่งใจ
    • ช่วงล่างได้รับการปรับจูนพิเศษทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับควบคุม ตอบสนองการขับขี่ที่ได้อรรถรส สนุกสนานมากยิ่งขึ้น มั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพถนน
  • ใหม่ฟังก์ชันความปลอดภัย…ให้ความมั่นใจได้ทุกการเดินทาง
    • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)

เลือกเป็นเจ้าของ FORTUNER COMMANDER จำนวนจำกัดเพียง 1,000 คัน ด้วย 2 สี Two tone จากโรงงาน

v Emotional Red Black Top                    v White Pearl CS Black Top

ราคา 

  • ใหม่ 4 Commander เกียร์อัตโนมัติ             1,505,000 บาท

 

หรือเลือกเป็นเจ้าของ FORTUNER รุ่น GR Sport และ FORTUNER รุ่น Legender  

มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี

v Emotional Red Black Top *                  v White Pearl CS Black Top *

v Attitude Black Mica

FORTUNER รุ่น GR Sport

  • 8 GR Sport เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,879,000 บาท

FORTUNER รุ่น Legender มี 4 รุ่นย่อย

  • 8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,839,000 บาท
  • 8 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,775,000 บาท
  • 4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,636,000 บาท
  • 4 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,566,000 บาท

(*สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี White Pearl CS Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)

และ FORTUNER รุ่นมาตรฐาน (Base Model)

มีสีภายนอกให้เลือก 6 สี

v Dark Blue Mica                                    v Emotional Red **

v White Pearl CS **                                v Silver Metallic

v Dark Grey Metallic                                v Attitude Black Mica

ราคา 

  • 4V เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ             1,536,000 บาท
  • 4V เกียร์อัตโนมัติ                                     1,466,000 บาท
  • 4G เกียร์อัตโนมัติ 1,351,000 บาท

(** สำหรับสี Emotional Red และ สี White Pearl CS เพิ่ม 12,000 บาท)

เป็นเจ้าของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทุกรุ่น รวมถึง FORTUNER COMMANDER วันนี้!

พร้อมรับแพ็คเกจขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กม.

สอบถามข้อมูล FORTUNER COMMANDER ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

MG ผนึกกำลังผู้จำหน่ายทั่วประเทศยกระดับการดำเนินงานให้ก้าวทันสถานการณ์โลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Era New Growth

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดงาน “MG Dealer Conference 2022 : New Era New Growth” เพื่อแถลงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ และเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านการขายและบริการหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้จำหน่ายที่มีความยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ  ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ 

การประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี หรือ MG Dealer Conference   เป็นกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสรุปผลการดำเนินงานพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้กับผู้จำหน่ายรับทราบ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด NEW ERA NEW GROWTH เพื่อสะท้อนเป้าหมายของเอ็มจีในการยกระดับอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยเข้าสู่ยุคใหม่เทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยหนึ่งในภารกิจหลักคือการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และมีคุณค่า ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง  รวมไปถึงการยกระดับการดำเนินงานของผู้จำหน่ายให้ทันต่อสถานการณ์และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะทำให้สามารถมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าได้

ปัจจุบัน เอ็มจี มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 157 แห่ง ทั้งนี้จากความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้จำหน่ายทุกท่านทำให้ในปีที่ผ่านมาเอ็มจีมียอดขายรวมสูงถึง 31,005 คัน เติบโตขึ้นถึง 9.5% เมื่อเทียบกับปี 2564  โดยในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเป็น 170 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ และเพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภายในงานประชุมผู้จำหน่ายดังกล่าว บริษัทฯ ได้มอบรางวัลให้กับผู้จำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2564 ประกอบด้วย;

รางวัล MG Excellence

มอบให้ผู้จำหน่ายที่ผ่านการประเมินผลการดำเนินงานในทุกๆ ด้านประกอบด้วย ด้านขาย ด้านบริการหลังการขาย ด้านกิจกรรมการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม โดยแบ่งรางวัลเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มจังหวัดใหญ่ และกลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีกลุ่มละ 3 รางวัล รวมทั้งสิ้น 9 รางวัล ประกอบด้วย

รางวัล MG Excellence – Bangkok & Vicinity

กลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล 

อันดับ 1

บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ

คุณเอกอดุลย์ ชัยตระกูลทอง

อันดับ 2

บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี

คุณกิตติพงศ์ วงศ์ภัทรกุล

อันดับ 3

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาถนนเพชรเกษม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

 

รางวัล MG Excellence – Big Province

กลุ่มจังหวัดใหญ่

 อันดับ 1

บริษัท เอ็มจี มอเตอร์ อุดรธานี จำกัด (สำนักงานใหญ่) จังหวัดอุดรธานี

คุณวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์

อันดับ 2

บริษัท บริติช ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดชลบุรี

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 3

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาแม่โจ้) จังหวัดเชียงใหม่

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

 

รางวัล MG Excellence – Small & Medium Province

กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

อันดับ 1

บริษัท เอ็มจี เอ.เอส.กรุ๊ป จำกัด จังหวัดสุรินทร์

คุณธีรยุทธ  รังคกูลนุวัฒน์

อันดับ 2

บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด จังหวัดมหาสารคาม

คุณณัฐพล อุตรนคร

อันดับ 3

บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด จังหวัดสุโขทัย

คุณพัชรา เสถียรวทิตกุล

 

รางวัล Best New Dealer :  เป็นรางวัลสำหรับผู้จำหน่ายใหม่ที่เปิดให้บริการ 3S ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2564 โดยคำนวณจากผลคะแนนในทุกๆ ด้านประกอบด้วย ด้านขาย ด้านบริการหลังการขาย, ด้านกิจกรรมการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม ในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา

บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สาขามหาชัย) จังหวัดสมุทรสาคร

คุณเอกอดุลย์ ชัยตระกูลทอง

รางวัล Best Retail Sales Volume : เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดรายโชว์รูม สูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับ 1

บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ

คุณเอกอดุลย์ ชัยตระกูลทอง

อันดับ 2

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาถนนเพชรเกษม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 3

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาแม่โจ้) จังหวัดเชียงใหม่

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

 

รางวัล Best Market Share

 รางวัล Best Market Share เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ที่สามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดรายจังหวัดสูงสุดในประเทศ โดยคิดจากยอดจดทะเบียน ช่วงเดือน ม.ค. – พ.ย. ในปีที่ผ่านมา โดยหากจังหวัดใดมีผู้จำหน่ายมากกว่าหนึ่งแห่ง รางวัลนี้จะมอบให้กับผู้จำหน่ายที่สร้างยอดขายสูงสุดภายในจังหวัดนั้น

อันดับ 1 (มี 2 ผู้จำหน่าย เนื่องจากสามารถสร้างยอดขายได้เท่ากัน)

จังหวัดภูเก็ต

บริษัท เอ็มจี ภูเก็ต จำกัด คุณประวิตร พันธ์สายเชื้อ

และ บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด คุณศศิธร ราษฎร์อารี

อันดับ 2

จังหวัดสกลนคร

บริษัท พิจิตรเพชร สกลนคร จำกัด คุณอภิชาติ คุณธรรมรักษ์

อันดับ 3

จังหวัดอำนาจเจริญ บริษัท เอ็มจี ดีเลิศ ออโต้คาร์ จำกัด

คุณเกรียงไกร วาจิตร

รางวัล Best SSI

รางวัล Best SSI เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้จำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านขาย หรือ คะแนน SSI สะสม 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2563 – ต.ค. 2564 โดยในปีนี้เรามอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่ายที่ทำคะแนนสะสมได้สูงสุดในแต่ละกลุ่มผู้จำหน่าย

อันดับ 1 กลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล

บริษัท เอ็มจี สุพรีม จำกัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณวิชัย รุ่งเพ็ชรวิภาวดี

อันดับ 1 กลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่

บริษัท เอ็มจี มอเตอร์ อุดรธานี จำกัด (สำนักงานใหญ่) จังหวัดอุดรธานี

คุณวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์

อันดับ 1 กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด จังหวัดมหาสารคาม

คุณณัฐพล อุตรนคร

รางวัล Best CSI

รางวัล Best CSI เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้จำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านบริการหลังการขาย หรือ คะแนน CSI สะสม 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 – พ.ย. 2564 โดยในปีนี้เรามอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่ายที่ทำคะแนนสะสมได้สูงสุดในแต่ละกลุ่มผู้จำหน่าย

อันดับ 1 กลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาบางนา) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 1 กลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาเชียงใหม่) จังหวัดเชียงใหม่

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 1 กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

บริษัท เอ็มจี พัทลุง จำกัด จังหวัดพัทลุง

คุณไพโรจน์ โรจนรัตน์

 

รางวัล Best Parts Performance

รางวัล Best Parts Performance เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออะไหล่สูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับ 1

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาถนนเพชรเกษม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 2

บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ บริท จำกัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณธรรมรัตน์  โพธิ์ใบกุล

อันดับ 3

บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี

คุณกิตติพงศ์ วงศ์ภัทรกุล

รางวัล Best Accessory Performance

รางวัล Best Accessory Performance เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับ 1

บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ

คุณเอกอดุลย์ ชัยตระกูลทอง

อันดับ 2

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาถนนเพชรเกษม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

อันดับ 3

บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาชลบุรี) จังหวัดชลบุรี

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

GWM Annual Partner Conference 2022 ผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ พร้อมก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Annual Partner Conference 2022 เชิญพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ทเนอร์ รวมกว่า 41 แห่งทั่วประเทศ ร่วมอัปเดทแผนการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2565 เพื่อเร่งเครื่องเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ของไทย ในระหว่างวันที่ 27-28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โบทานิกา เขาใหญ่ รีสอร์ท จังหวัดนครราชสีมา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย มร. เอลเลียต จาง ประธาน มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย และนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จัดงานสัมมนา GWM Annual Partner Conference 2022 เพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจสำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่ดีเสมอมา พร้อมทั้งอัปเดทผลการดำเนินงานตลอดปี 2564 ที่ผ่านมา ทิศทางตลาดรถยนต์ไทย และแผนการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2565 นี้ รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการขาย การยกระดับบริการหลังการขาย การรับฟังเสียงลูกค้าและผู้บริโภค เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาแผนการดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการทั้งของผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เข้าสู่ครอบครัวเกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วย

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวเปิดงานพร้อมแสดงความขอบคุณพันธมิตรจากทั่วประเทศว่า “พันธมิตรทางธุรกิจ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการส่งมอบประสบการณ์ด้านการขายและบริการหลังการขายแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยตลอดปีที่ผ่านมา ความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่นี้ ไม่อาจลุล่วงได้หากปราศจากความร่วมมือร่วมใจจากพันธมิตรทุกท่านที่เปิดรับและไว้วางใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจของเรา ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปพร้อมกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ยานยนต์แห่งโลกอนาคตให้กับผู้บริโภคชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอให้ความมั่นใจกับพาร์ทเนอร์ทุกๆ ท่านทั้งในวันนี้และในอนาคตว่า เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการขับขี่ที่สะดวกสบาย ปลอดภัย ให้ผู้บริโภคได้รับความสุขอย่างแท้จริง”

ภายใต้กลยุทธ์ “New User Experience” ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งเน้นการนำเสียงของผู้บริโภคและคำแนะต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อออกแบบและสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าชาวไทย พันธมิตรทางธุรกิจจึงเปรียบเหมือนหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ดังนั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเฟ้นหาและคัดสรรพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ ความเชื่อมั่น และศักยภาพเช่นเดียวกันกับแบรนด์ โดยพันธมิตรทางธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ดีลเลอร์หรือผู้แทนจำหน่ายอีกต่อไป แต่จะมาร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจในการเป็น “ผู้ให้บริการ”​ (Service Provider) ที่พร้อมจะร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการยานยนต์ ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ภายในงาน GWM Annual Partner Conference 2022 ทีมผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังได้ร่วมสรุปผลการดำเนินงานทางธุรกิจในปี 2564 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิด GWM Store ไปแล้วทั้งหมด 30 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย GWM Experience Center ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม GWM Direct Store 9 แห่ง และ Partner Store อีก 21 แห่ง ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้าเปิดให้บริการ GWM Store ทั้งหมด 80 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ภายในสิ้นปี 2565

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามความร่วมมือและแนะนำพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่อย่างเป็นทางการอีก 10 ราย เพื่อเตรียมเปิด Partner Store ในอนาคต โดยการขยายความร่วมมือทางธุรกิจกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความตั้งใจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้อย่างสะดวกสบายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นรูปธรรมในประเทศไทยควบคู่กันไปด้วย

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยินดีต้อนรับพันธมิตรใหม่ทุกท่านที่เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา และขอขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ทุกท่านมอบให้แก่เรานับตั้งแต่วันแรกของการเดินทางของเราในประเทศไทย ความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการและชนะใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ครองยอดขายรถยนต์คอมแพคเอสยูวีสูงสุดถึง 3 เดือนติดต่อกันหลังจากเปิดตัวได้เพียงไม่นาน เจ้าเหมียว ORA Good Cat ที่ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของไทยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 นับตั้งแต่มีการส่งมอบ รวมไปถึง All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ยังคงได้รับยอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่ได้รับความสนใจสอบถามจากผู้บริโภคอยู่เสมอนับตั้งแต่ปรากฏโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo ที่ผ่านมา”

“เราเชื่อว่า ด้วยความเชี่ยวชาญและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ จะช่วยผลักดันให้เราสามารถเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศไทยในปี 2565 นี้ได้อย่างลุล่วง ไม่ว่าจะเป็นภารกิจการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การรับฟังและสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับลูกค้า รวมไปถึงการยกระดับด้านการขายและบริการหลังการขายให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการและเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ปีนี้จะเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นและยิ่งใหญ่สำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ พันธมิตรทุกท่าน ตลอดจนลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยอย่างแน่นอน” นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินกิจการภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วยการรับฟังเสียงผู้บริโภค และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สรยท. สุดปลื้มงาน “แรลลี่-กอล์ฟ” ชิงถ้วยพระราชทาน

0

สรยท. สุดปลื้มงาน “แรลลี่-กอล์ฟ” ประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขกันสักที ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สมาชิกสรยท.และพันธมิตรบริษัทรถยนต์, บริษัทรถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องเข้าร่วมกิจกรรมเนืองแน่น นอกจากนี้สมาคมฯ ยังได้รับการสนับสนุนรางวัลต่างๆ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความสนุกสนานพร้อมรับรางวัลกลับบ้านชื่นมื่นกันทุกคน

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า สมาคมได้จัดกิจกรรมประเพณี TAJA RALLY & GOLF CHARITY 2021 ซึ่งปีนี้เป็นปีที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศแรลลี่ และกอล์ฟ เป็นครั้งแรก โดยงานได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25-26 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาโดยมีวัตถุประสงค์เป็นกิจกรรมเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสรยท., บริษัทรถยนต์, บริษัทรถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้มีความแน่นแฟ้นในฐานะที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน พร้อมที่จะเดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันตลอดไป

ดังนั้น สมาคมฯ ในฐานะที่เป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกฯ และบริษัทรถยนต์, รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง จะดำเนินจัดกิจกรรมให้แก่สมาชิกในรูปแบบต่างๆ ในทุกปี โดยเฉพาะกิจกรรมประเพณีแรลลี่ & กอล์ฟ และกิจกรรมเพื่อสังคม สำหรับปีนี้มาภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขกันสักที ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565” ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาของวันคริสมาสต์และปีใหม่ เป็นการนัดรวมคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้มาสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและส่งความความสุขกันในเทศกาลคริสต์มาสต์-เทศกาลปีใหม่ 2565 อีกด้วย ซึ่งเป็นการบริหารจัดการภายใต้ภาวะของการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การจัดกิจกรรมได้เพิ่มมาตรการป้องกันโควิดเข้มข้นขึ้นให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับรางวัลจากผู้สนับสนุน ประกอบด้วย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนรถยนต์มาสด้า2 สำหรับโฮลอินวัน, บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มอบเงินสดจำนวน 100,000 บาท สำหรับโฮลอินวัน, บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด สนับสนุนรถจักรยานต์ ยามาฮ่า X-MAX สำหรับโฮลอินวัน และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์สำหรับเป็นของรางวัล, ทีทีซี มอเตอร์ – เบนซ์ไพรมัส ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สนับสนุนทองคำ 2 บาท สำหรับโฮลอินวัน, บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช, บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด สนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า HSEM, บริษัท ทาร์เก็ตมีเดียแอนด์เทเลวิชั่น จำกัด สนับสนุนสร้อยคอทองคำ 1 บาท, ฟอร์ด ประเทศไทย สนับสนุนจี้ทองคำ 1 สลึง 2 รางวัล, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา มอบรางวัลเงินสด 20,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับผู้สนับสนุนรางวัลการแข่งขันกอล์ฟโฮลอิน-วัน ในหลุมต่างๆ ประกอบด้วย

  1. โฮลอิน-วัน หลุม 4 รับ มาสด้า 2 จากบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  2. โฮลอิน-วัน หลุม 7 รับ ยามาฮ่า X-Max จากบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
  3. โฮลอิน-วัน หลุม 12 รับ รับเงินรางวัล 100,000 บาท จากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุ เซลส์ จำกัด
  4. โฮลอิน-วัน หลุม 14 รับ รับทองคำหนัก 2 บาท จาก Benz TTC (บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz / Mercrdes-AMG / Mercedes-Mybach อย่างเป็นทางการ) และ Benz Primus (บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz / Mercrdes-AMG / Mercedes-Mybach อย่างเป็นทางการ)

“การจัดกิจกรรม TAJA RALLY & GOLF CHARITY 2021 ในปีนี้นับว่าเป็นปีที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศแรลลี่ และกอล์ฟ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งสมาคมฯ มา นำความปลาบปลื้มกับคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ นอกจากนี้สมาคมฯ ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยยนต์ และบริษัทอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ ด้วยดีเสมอมา” นายวชิระ กล่าว

สำหรับปี 2564 นี้ สมาคมฯ ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลาครบรอบ 22 ปี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 22 ปี ในการก่อตั้ง สมาคมฯ จึงกำหนดการจัดกิจกรรม TAJA RALLY & GOLF CHARITY 2021 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 25-26 ธันวาคม 2564 เส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี และจัดแข่งขันกอล์ฟ ณ สนามกรังซ์ปรี กอล์ฟ คลับ (Grand Prix Golf Club) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขกันสักที ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565” โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) และบริษัทรถยนต์-รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ภายในเส้นทางการแข่งขันแรลลี่ครั้งนี้ได้เข้าเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองทราย ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเข้มแข็งตัวอย่างในการช่วยเหลือตัวเองในรูปแบบของสหกรณ์ชุมชนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นการกุศล ทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬา ให้กับโรงเรียนบ้านวังรัก อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ตามประเพณีที่สมาคมฯ เคยปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน TAJA RALLY 2021 ในประเภทต่างๆ มีดังนี้

– รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รถเบอร์ 36  ผู้ขับ คุณสมวิน จิรศักดิ์อานนท์  ผู้นำทาง คุณลดาวัลย์  จิรศักดิ์อานนท์

รถเบอร์ 25  ผู้ขับ คุณวรพร บัวขาว ผู้นำทาง คุณนิธิดา วงศาโรจน์

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1

รถเบอร์ 29 ผู้ขับ คุณทนญชัย นิ้มสุนทร  ผู้นำทาง คุณวารินทร์  อินทราวุธ

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

รถเบอร์ 6 ผู้ขับ คุณสุรชัย วงศ์จีรภัทร  ผู้นำทาง คุณพรชัย ลีลาศิระกุล

– รางวัลบู้บี้

รถเบอร์ 28 ผู้ขับ คุณยุทธการ กุลทอง  ผู้นำทาง คุณยุทธพร คันใจ

– รางวัลขวัญใจแรลลี่รถยนต์

รถเบอร์ 42 ผู้ขับ คุณประกาศิต ปริญญาชัยศักดิ์  ผู้นำทาง คุณณรงค์เดช ปริญญาชัยศักดิ์

 

ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน TAJA GOLF CHARITY 2021 ในประเภทต่างๆ มีดังนี้

รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ประเภททีม)

ทีม SUZUKI MOTOR THAILAND

FLIGHT A

รางวัลชนะเลิศ          คุณสิทธินันต์ วิริยสิทธาวัฒน์ ทีม TTC

รางวัลรองอันดับ 1     คุณธนะชัย  เลขวณิชกุล ทีม Yamaha

รางวัลรองอันดับ 2     คุณวุฒิชัย ศรีวุฒิขาญ ทีม SUZUKI

FLIGHT B

รางวัลชนะเลิศ          คุณกฤษณะ  เศรษฐธรางกูร   ทีม FOTON

รางวัลรองอันดับ 1     คุณภูวนาถ  เผ่าจินดา ทีมคุณวชิระ

รางวัลรองอันดับ 2     คุณอุทัย  เรืองศักดิ์    ทีม Mazda (SKYACTIVE)

FLIGHT C

รางวัลชนะเลิศ          คุณพิพัฒน์ เหลือวัฒนวรรณ  ทีม Bridgestone

รางวัลรองอันดับ 1     คุณพิศาล ประสิทธิพันธุ์  ทีม Bridgestone

รางวัลรองอันดับ 2     คุณจิระพล  รุจิวิพัฒน์  ทีม PRIMUS

– รางวัลตีใกล้ธง

หลุม 3          คุณนุชา สระสม

หลุม 7          คุณกฤษณะ เศรษฐธรางกูร

หลุม 12        คุณบุญมี ติสันโต

หลุม 14        คุณนพดล แผงเพชร

– รางวัลตีไกล

หลุม 8          คุณสิทธินันต์ วิริยสิทธาวัฒน์

หลุม 18        คุณไพบูลย์ อัตตสัมมากุล