Home Blog Page 320

TTC Motor มอบดีลสุดคิ้วท์ในเทศกาลแห่งความรัก TTC Lovely Deals สำหรับรถ Mercedes-Benz Certified ราคาพิเศษ

0

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความรัก บริษัทฯ เตรียมแคมเปญพิเศษสำหรับคนที่คุณรักด้วย TTC Lovely Deals  สำหรับรถ Mercedes-Benz Certified ราคาพิเศษ พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 1,200,000 บาท 

ทั้งนี้ลูกค้าคนพิเศษสามารถเข้าร่วมงาน Mercedes-Benz Certified ที่ TTC Motor  ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 – 20 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 08.30 – 17.30 น. ที่ TTC Motor พัฒนาการ 45

และรับข้อเสนอได้ที่ ฝ่ายขายออนไลน์ คลิ๊ก 📲 line.me/R/ti/p/@benzttc เพียงคุณได้เข้ามาสัมผัส ตัวจริงของรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย ในสุดราคาพิเศษ อาทิ

– A 200 AMG Dynamic                                   ราคา 1,860,000 บาท

– C 300 e AMG Sport                                        ราคา 2,265,000 บาท

– E 300 e AMG Dynamic                                  ราคา 3,270,000 บาท

– E 200 Coupé AMG Dynamic                          ราคา 2,890,000 บาท

– GLC 220 d AMG Dynamic                             ราคา 3,130,000 บาท

– GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic              ราคา 3,130,000 บาท

– Mercedes-AMG C 43 4MATIC                      ราคา 3,289,000 บาท

– Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé            ราคา 3,569,000 บาท

– Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé       ราคา 3,590,000 บาท

– Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+                ราคา 4,710,000 บาท

– Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé          ราคา 6,990,000 บาท

“ในการเข้ารับบริการทุกครั้ง มั่นใจได้ถึงมาตรการที่ TTC Motor เราปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสเต็มรูปแบบ ด้วยการตรวจ ATK พนักงานทุกท่าน ทุกๆ 3 วัน และมีมาตรการคัดกรองอย่างเคร่งครัด เพื่อให้คุณลูกค้ามั่นใจได้ว่าที่ TTC Motor ของเรามีความสะอาดและปลอดภัย พร้อมให้บริการคุณลูกค้าคนพิเศษของเราอย่างมีมาตรฐาน”

นายอัครินทร์กล่าวเสริม “ถึงความพิเศษสำหรับลูกค้า ที่ส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 – 20 กุมภาพันธ์ 2565 จะได้รับช็อกโกแลตแสนอร่อยจากร้าน PARADAi  ความพิเศษแบบนี้มีจำนวนจำกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม”

📞โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)

📞โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)

📱Official Line : line.me/R/ti/p/@benzttc

📱IG : instagram.com/benzttc

มาสด้าเปิดไฮไลท์รถรุ่นใหม่จัดแสดงงาน “ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” จังหวัดลำปาง มอบข้อเสนอสุดคุ้ม ดอกเบี้ย 0%

0

มาสด้าขานรับนโยบายภาครัฐสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค นำยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟรุ่นยอดนิยม ได้แก่ รถยนต์นั่ง New Mazda2, รถครอสโอเวอร์เอสยูวี New Mazda CX-30 และรถปิกอัพ All New Mazda BT-50 จัดแสดงในงาน “ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” จังหวัดลำปาง พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มให้ผู้ที่สนใจซื้อรถ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%1 และ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 โดยมี นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมพิธีเปิด ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

งาน “ดีพร้อม มอเตอร์โชว์” (DIPROM MOTOR SHOW 2022) เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ดีพร้อม กับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการจัดงานครั้งแรก โดยมี 12 บริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศนำยนตรกรรมมาจัดแสดงพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 16 กุมภาพันธ์ 2565 ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำปาง ผู้ที่สนใจสามารถเลือกชมและสัมผัสยนตรกรรมจากมาสด้าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 11:00 – 22:00 น.

หมายเหตุ:

1 New Mazda2 และ New Mazda CX-30: ดอกเบี้ย 1.99% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน), ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium

Insurance 1 ปี และ All-New Mazda BT-50: ดอกเบี้ย 0% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน เฉพาะรุ่น DBL 1.9 S HI-RACER ราคา 891,000 บาท, DBL SP HI-RACER ราคา 1,012,000 บาท, DBL 1.9 S HI-RACER 6AT ราคา 936,000 บาท และ DBL 1.9 SP HI-RACER 6AT ราคา 1,070,000 บาท), ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. ทิพย

ประกันภัย

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 1 ปีในประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์เดินเครื่องสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 1 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เผยความสำเร็จในการปลุกกระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายเกือบกว่า 4,000 คัน ช่องทางการจัดจำหน่าย 30 แห่ง และจำนวนผู้ดาวน์โหลดและใช้งาน GWM แอปพลิเคชันกว่า 50,000 ราย ในช่วง 6 เดือนในปีที่ผ่านมา ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย และเติมเต็มระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าของไทยด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ 2) ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย 3) ด้านสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า และ 4) ด้านประสบการณ์ลูกค้า พร้อมปรับโฉมโลโก้ใหม่ ดีไซน์ล้ำสมัย สะท้อนภาพลักษณ์บริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกที่มีความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่มากขึ้น ตอกย้ำการก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างประสบการณ์และความทรงจำดีๆ มากมายร่วมกับผู้บริโภคชาวไทย ด้วยวิสัยทัศน์เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงเน้นให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างจริงจัง นำมาสู่การเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่น ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนๆ ชาวไทย ประเดิมด้วย HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ครองยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีถึง 3 เดือนซ้อนและยังคงครองความเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในเซ็กเมนต์นี้ ตามด้วยเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat ที่มียอดจองล้นหลามทะลุ 10,000 คันภายใน 7 วันหลังเปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อและยังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของไทยทันทีที่มีการส่งมอบ รวมไปถึง All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์เอสยูวี บี และยังคงได้รับยอดสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดหนึ่งปีมานี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งมอบรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบกว่า 4,000 คัน

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดหนึ่งปีมานี้ เราได้มีโอกาสต้อนรับสมาชิกชาวไทยเกือบกว่า 4,000 ครอบครัว เข้าสู่ครอบครัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีผู้ดาวน์โหลดและใช้งาน GWM แอปพลิเคชัน กว่า 50,214 ราย มีเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่ขยายครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ รวมกว่า 30 แห่ง ซึ่งมีผู้บริโภคเข้าเยี่ยมชมรวมกันมากกว่า 75,000 ราย ผมต้องขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและความสนับสนุนที่มอบให้เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาโดยตลอด และขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และทีมงานทุกคน สำหรับความเชื่อมั่นและความทุ่มเทอย่างเต็มที่เสมอมา จนทำให้เราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงวันนี้”

“นอกจากยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแล้ว การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอยู่เสมอ โดยเราได้เปิดตัวกลยุทธ์ “Four-dimensional One” ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายการบริการที่ผสานการบริการลูกค้าทั้ง 4 รูปแบบ ทั้ง GWM Experience Center, GWM Direct Store, Partner Store และการเชื่อมต่อประสบการณ์ลูกค้าและการสื่อสารระหว่างแบรนด์ของเรากับผู้ใช้ในรูปแบบ Online-to-Offline (O2O) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือและ GWM แอปพลิเคชัน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด หรือ Satisfaction + 1 ให้แก่ลูกค้า และในปี 2565 นี้ เรายังคงเดินหน้าขยายการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ 4+4 เพื่อรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศไทยจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคอาเซียนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยและโรงงานที่จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางของยานยนต์ไฟฟ้าและฐานการผลิตของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยในปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้าไปดำเนินงานอย่างเป็นทางการใน 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และบรูไน เรามีแผนที่จะเปิดตัวแบรนด์ในอีก 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อขยายตลาดในอาเซียนให้ครอบคลุมมากขึ้น โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นครั้งแรกของโลกอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย ดั่งเช่นในปี 2564 ที่ผ่านมา”

มร. เอลเลียต ยังเสริมว่า “ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในด้านยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนต่อสังคม ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 1.28 ล้านคันในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 15.2% จากปีก่อนหน้า และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันเป็นเวลา 6 ปีติดต่อกัน โดยเป็นยอดขายยานยนต์พลังงานใหม่ถึง 137,000 คัน พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตรถยนต์กว่า 30 ปี และประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอัจฉริยะอีกกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นยิ่งกว่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในก้าวย่างสู่ปีที่ 2    เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ดังนั้น แนวทางการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สำหรับปี 2565 นี้ เราจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 4 ด้านเป็นพิเศษ ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า และด้านประสบการณ์ลูกค้า”

  1. ด้านผลิตภัณฑ์: ภายใต้ภารกิจ Mission 9 in 3 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศจะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่นมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดภายใน 3 ปี สำหรับในปี 2565 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยกทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอีก 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ โดยหนึ่งในนั้นได้แก่ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากแบรนด์ HAVAL ที่เคยเผยโฉมครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และรถยนต์อีก 2 รุ่นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ ORA ที่จะเข้ามาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ชาวไทย รวมถึงเป็นการตอบรับกับนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากทางภาครัฐอีกด้วย ส่วนอีก 2 รุ่นจะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบต่อไป ซึ่งรถทั้งหมดที่จะทำการเปิดตัวในปีนี้ จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น
  1. ด้านช่องทางจำหน่าย: เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะขยาย GWM Store ทั้งที่เป็น Direct Store และ Partner Store เพิ่มขึ้นอีก 50 แห่ง รวมเป็น 80 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ ของประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  1. ด้านสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า: เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จฯ ให้ได้ 55 แห่ง ภายในปี 2565 เพื่อสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
  • G-Charge Supercharging Station สถานีชาร์จขนาดใหญ่ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินการเอง โดยล่าสุดได้เปิด G-Charge Supercharging Station แห่งแรก ณ สยามสแควร์ ให้บริการชาร์จเร็วด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC จำนวน 3 เครื่องชาร์จ หัวชาร์จแบบ CCS Type 2 เครื่องละ 2 หัวจ่าย รวม 6 หัวจ่าย กำลังสูงสุดขนาด 160kW รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันถึง 6 ช่องจอด โดยสถานีแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบ DC ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ
  • Partner DC Charging Station เราจะร่วมมือกับ Partner Store ของเราในการติดตั้งจุดชาร์จแบบชาร์จเร็ว (DC Charge) ในกรุงเทพและจังหวัดสำคัญต่างๆ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
  • Destination Charging Station โดยจับมือกับพันธมิตรในการขยายจุดชาร์จตามโรงแรม ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ

“ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ดังนั้น สถานีชาร์จของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกแห่งยินดีให้บริการกับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทและทุกแบรนด์ พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน ผ่าน GWM Application ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมีแผนที่จะสร้าง (Emergency Mobile EV Charging Unit) หรือรถบริการเคลื่อนที่ในการชาร์จไฟฉุกเฉินให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยกับบริการนี้ เพื่อลดความกังวลในการใช้งานของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วย” นายณรงค์ อธิบายเพิ่มเติม

  1. ด้านประสบการณ์ลูกค้า: ภายใต้แนวทางดำเนินงานโดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมกับลูกค้าที่ GWM Experience Center อย่างน้อย 200 กิจกรรมตลอดทั้งปี การทำโรดโชว์ตามที่ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การอัปเกรดเว็บไซต์โดยนำเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อรถและค้นหาข้อมูลต่างๆ การพัฒนา GWM แอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มความสะดวกในด้านบริการหลังการขาย ซึ่งรวมถึงการนำข้อมูลของสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และผู้ประกอบการเอกชนด้านสถานีชาร์จอื่นๆ ให้ครอบคลุมถึง 80% ของสถานีชาร์จสาธารณะที่มีอยู่ในขณะนี้มาไว้ในแอปฯ ตลอดจนการจับมือกับหลากหลายแบรนด์ชั้นนำเพื่อผสานความแข็งแกร่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์

ไม่เพียงเท่านี้ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเคียงข้างร่วมไปกับผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงได้ปรับโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ พร้อมเปิดตัวโลโก้ใหม่ที่มีความโดดเด่น เป็นสากล และสื่อถึงความเป็นกันเองกับผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยดีไซน์ “G” สไตล์โมเดิร์นสองตัวประกบเข้าหากันอย่างสมมาตร แสดงถึงความสัมพันธ์ที่สมดุลเท่าเทียมกันระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบ การเปิดกว้างอย่างไร้พรมแดน และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งใจรับฟังเสียงความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมายกระดับการทำงานและการให้บริการของเราในทุกมิติ ปัจจุบัน  เรามีแฟนๆ ชาวไทยเกือบ 500,000 คนที่ติดตามเราอย่างเหนียวแน่นผ่านทางโซเชียลมีเดียของเรา ทั้ง Facebook TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ รวมถึงใน GWM แอปพลิเคชันของเรา เรียกได้ว่าผู้บริโภครวมถึงเจ้าของรถเกรท วอลล์ มอเตอร์ คือคนพิเศษที่เป็นเสมือนพลังที่ทำให้เราเติบโตต่อไปได้ การปรับโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทำวิจัยและสำรวจผู้บริโภคในเชิงลึก และทำให้เราได้เห็นโอกาสในการที่จะสื่อสารพันธสัญญาที่เรามีต่อผู้บริโภคและเป้าหมายที่จะบรรลุร่วมกันในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเริ่มนำโลโก้ใหม่นี้ไปใช้ใน GWM Store รวมถึงตามกิจกรรมสื่อสารการตลาดต่างๆ ของแบรนด์ เพื่อสื่อถึงความเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้คนไทยตลอดเส้นทาง”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology Company) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยโดยจะยังคงมุ่งมั่นรับฟังเสียงผู้บริโภค และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปอโยต์ ประเทศไทย ติดปีก ยอดจำหน่ายรวมสูงกว่า 1,000 คัน พร้อมเปิดกลยุทธ์รุกตลาดยานยนต์ไทย 2022

0

เปอโยต์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แถลงผลประกอบการปี 2021 พร้อมเผยกลยุทธ์การทำตลาดในปี 2022 โดย 2 ปีที่ผ่านมา

เปอโยต์ ประเทศไทยได้การตอบรับที่ดีจากผู้ใช้รถในไทย กับรถยนต์ 3 รุ่นที่ทำตลาดในปัจจุบัน คือ 2008 เอสยูวี, 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เปอโยต์ เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 210 ปี และทำตลาดในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี โดยช่วงปี 2019 ได้กลับมาทำตลาดในประเทศไทย และได้การตอบรับจากผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างอบอุ่น ปัจจุบัน มีจำนวนรถยนต์ เปอโยต์ ในประเทศไทยรวมสูงกว่า 1,000 คัน ซึ่งปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นในการสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มานำเสนออย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาคุณภาพบริการหลังการขาย และเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุด ให้กับลูกค้าทุกราย”

++ กำเนิด STELLANTIS ทะยานเป็นผู้ผลิตรถยนต์ อันดับ 4 ของโลก

เปอโยต์ เป็นรถยนต์ที่อยู่ในเครือ กรุ๊ป พีเอสเอ (Groupe PSA) ของฝรั่งเศส โดยช่วงปี 2021 ได้มีการควบรวมกับ เอฟซีเอ หรือ เฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิล (FCA-Fiat Chrysler Automobile) และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สเตลแลนทิส’ (STELLANTIS) ส่งผลให้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก กับแบรนด์รถยนต์ในเครือมากถึง 14 แบรนด์ โดยในปีที่ผ่านมา เปอโยต์ มียอดขายรวม ทั่วโลกสูงกว่า 1.2 ล้านคัน

++ อัตลักษณ์ใหม่ ทันสมัย ถูกใจคนเจนฯ วาย

ช่วงปี 2021 เปอโยต์ เผยโฉม โลโก้แบบใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 210 ปี สอดคล้องกับยนตรกรรมรุ่นใหม่, การก้าวสู่ยุคของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า รวมถึงเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เหนือชั้น

โลโก้ใหม่เป็นลำดับที่ 11 นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทช่วงปี 1850 โดยใช้หัวสิงโตแบบ 2 มิติ ที่ผ่านการดีไซน์ใหม่ ล้อมรอบด้วยกรอบทรงคล้ายโล่ห์ ให้อารมณ์ในสไตล์เรโทร เช่นเดียวกับคอนเซ็ปต์คาร์ ‘e-Legend’ ที่เผยโฉมต่อสาธารณะชนในปี 2018

สำหรับประเทศไทย โลโก้แบบใหม่จะเริ่มนำมาใช้ในการสื่อสารเป็นอันดับแรก พร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ ‘Be Your First European Car’ หรือรถยุโรปคันแรกของคุณ จากนั้นจึงขยายสู่โชว์รูม เปอโยต์ ต่อไป โดยภายในปี 2023 โชว์รูม เปอโยต์ ทั้งหมดในประเทศไทย จะได้รับการเปลี่ยนโฉมอย่างสมบูรณ์

++ เน้นบริการหลังการขาย พร้อมขยายเครือข่ายต่อเนื่อง ครบ 25 สาขา ในปี 2024

เปอโยต์ ประเทศไทย มุ่งพัฒนาบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ให้ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่

ทั่วประเทศ ปัจจุบัน มี 5 สาขาในกรุงเทพฯ คือ เยาวราช, สุขุมวิท, เกษตร-นวมินทร์, สยามพารากอน และวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ รวมถึง 3 สาขาต่างจังหวัด คือ หาดใหญ่, ภูเก็ต และอุบลราชธานี ภายใต้บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด รวมไปถึงสาขา มีนบุรี ภายใต้ บริษัท บริษัท อีสเกท จำกัด และสาขา อุดรธานี ภายใต้บริษัท เคซีซี ออโต้ เซลส์ จำกัด โดยในปี 2022 มีแผนขยายสู่จังหวัดพิษณุโลก, โคราช, ชลบุรี และเชียงใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ครบ 25 สาขา ในปี 2024

++ ดูแลสังคมผ่านกิจกรรม CSR นำไปสู่ช่วงเวลาที่มีคุณภาพ

ตลอดระยเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เปอโยต์ประเทศไทย มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว สวนกระแสตลาดยานยนต์ทั่วโลก ที่กำลังเผชิญวิกฤต โควิด-19 ปัจจุบัน เปอโยต์ ประเทศไทย มีฐานลูกค้ากว่า 1,000 ราย และพร้อมทำตลาดในปีนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ช่วงเวลาที่มีคุณภาพ’ (Turn Time Into Quality Time) หรือเป็นการทำให้ผู้ครอบครองรถยนต์ เปอโยต์ มีช่วงเวลาที่มีความสุข ผ่านผลิตภัณฑ์

ที่มีความโดดเด่น คุณภาพบริการหลังการขาย การมีอะไหล่รองรับครบครัน และการเพิ่มเครือข่ายอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมคืนกำไรให้สังคม ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR-Corporate Social Responsibility) อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมองถึงโอกาสในการนำรถยนต์ไฟฟ้า เข้ามาทำตลาดประเทศไทยในอนาคต

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดกิจกรรม THE FIRST CLASS WORKSHOP INSPIRED BY HAVAL H6

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโลยีล้ำสมัย พร้อมเดินหน้านำเสนอองค์ความรู้และสิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรม ‘THE FIRST CLASS WORKSHOP INSPIRED BY HAVAL H6’ ชวนลูกค้าและผู้บริโภคที่สนใจร่วมก้าวไปสู่ความเป็นที่ 1 ภายใต้การนำเสนอสุดยอดวิสัยทัศน์และมุมมองต่างๆ ท่ามกลางยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลง สะท้อนเอกลักษณ์ของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีไฮบริดอัจฉริยะระดับโลกที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี สมรรถนะ และมาตรฐานความปลอดภัยแห่งอนาคต ผ่านการจัดเวิร์คช็อปโดย 3 วิทยากรชื่อดัง ได้แก่ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน “Penguin Eat Shabu” และเจ้าของเพจ Torpenguin คุณซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าของฉายาเจ้าหญิงแห่งวงการไอที และอาจารย์ตั๊มพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด กูรูด้าน Bitcoin และ Cryptocurrency ระดับแนวหน้าของไทย ในวันอาทิตย์ที่ 13, 20 และ 27 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ GWM Experience Center ไอคอนสยาม และการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ เฟสบุ๊กแฟนเพจ HAVAL THAILAND ตามวันและเวลาดังกล่าว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอเชิญชวนลูกค้าและผู้บริโภคร่วมเปิดมุมมองความคิดและแนวทางการปรับตัวให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านและความท้าทายหลากหลายรูปแบบในศตวรรษที่ 21 อย่างมั่นใจ และเริ่มต้นปี 2565 แบบมีแต้มต่อพร้อมมุ่งหน้าสู่ความเป็นที่ 1 ไปกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ในกิจกรรม ‘THE FIRST CLASS WORKSHOP INSPIRED BY HAVAL H6’ กับ 3 วิทยากรที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับประเด็นที่ไม่ควรพลาดถึง 3 เรื่อง 3 รส ประกอบด้วย

  • Adaptive Performance วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับ คุณต่อ ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของสมญานามผู้ชายขายบริการ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งร้าน “Penguin Eat Shabu” และเจ้าของเพจ Torpenguin โดยจะมาถอดบทเรียนสำคัญจากวิกฤตครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องรู้ พร้อมแนะนำให้การดิสรัปชั่นเป็นเครื่องปรุงรสชั้นยอดของการเปลี่ยนแปลงธุรกิจสู่การเป็นผู้นำ พบกับ 5 วิธีพลิกเกมดิสรัปชั่นเพื่อปฏิวัติธุรกิจสู่อนาคต ประเมินสถานการณ์สำหรับการประกอบธุรกิจ วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง มองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดพัฒนา และการปรับโครงสร้างธุรกิจให้ยืดหยุ่นและคล่องตัว เพื่อให้ธุรกิจปรับตัวได้เร็วภายใต้การเปลี่ยนแปลง ทั้งยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย สอดรับกับความครบครันของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย จัดเต็มกับรูปลักษณ์พรีเมียมและนวัตกรรมล้ำสมัย โดยคุณต่อ ธนพงศ์ ยังเตรียมกิจกรรมพร้อมเวิร์คช็อปที่จะให้ทุกท่านได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนำเทคนิคที่คุณต่อแนะนำในช่วงแรกมาประยุกต์ใช้ลองสร้าง Business Model รูปแบบใหม่ๆ ตามแบบฉบับของตัวเอง

  • Intelligent Access วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับ ‘เจ้าหญิงแห่งวงการไอที’ คุณซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวบนเส้นทางสู่ความเป็นที่ 1 ในวงการ พร้อมอัปเดทข่าวสารสาระใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองในแวดวงไอทีซึ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก รวมถึงการอัพเกรดตัวเองให้ทันสมัย และก้าวนำเทรนด์อยู่ตลอดเวลา เจาะลึกเทรนด์โลกอนาคต ทศวรรษแห่งการหักศอก รู้ก่อนได้เปรียบกว่าว่าเทรนด์ไหนจะอยู่ เทรนด์ไหนจะไป รวมถึงความน่าสนใจของหุ่นยนต์ และ AI ที่พัฒนาจนสามารถทำอะไรได้บ้างในปัจจุบันและอนาคต สะท้อนถึงความอัจฉริยะของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่มาพร้อมเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT และอัดแน่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรด Firmware ได้เองผ่านระบบออนไลน์ หรือ FOTA โดยไม่ต้องนำรถไปเข้าศูนย์บริการ การโต้ตอบหรือสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะผ่านระบบ AI  หรือแม้แต่การควบคุมและสั่งการผ่าน GWM Application ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมระบบการทำงานต่างๆ ของรถจากระยะไกล แล้วมาปิดท้ายการบรรยายด้วยไฮไลท์เด็ดกับเคล็ด (ไม่) ลับ “การสื่อสารที่ทำเรื่องให้เป็นเรื่องง่าย” ของเจ้าหญิงแห่งวงการไอที กับกิจกรรมเวิร์คช็อปฝึกการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์รูปแบบต่างๆ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคที่คุณซีแนะนำในช่วงแรกมาประยุกต์ใช้

  • Safety Zone, Utilize Life วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 พบกับ อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ กรรมการผู้จัดการบริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด กูรูด้าน Bitcoin และ Cryptocurrency ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคิด และการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เจาะลึก วิเคราะห์ภาพรวม และแนวโน้มตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่อาจเกิดขึ้นในปี 2022 ให้เข้าใจก่อนลงทุนจริง รวมถึงเผยเทคนิคเทรนแบบจอมยุทธ์ กลยุทธ์ขั้นเทพในการทำกำไร พร้อมคำแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสมกับผู้ลงทุน และการประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงจากการลงทุนที่เหมาะสม พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปที่จะให้ผู้เข้าร่วมงานแบ่งกลุ่มวิเคราะห์กราฟต์ของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีภายในเวลาที่กำหนดภายใต้คำแนะนำจาก อ. ตั๊ม ในการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของแต่ละเหรียญ รวมถึงเคล็ดลับการลงทุนอย่างชาญฉลาด และปลอดภัยในสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย ตอกย้ำสมรรถนะด้านความปลอดภัยอันโดดเด่นของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยมากมาย คุ้มค่าคุ้มราคากับการลงทุน อาทิ ระบบช่วยจอดรถยนต์อัตโนมัติที่มีให้ถึง 3 รูปแบบ ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากทางด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีโหมดช่วยการขับขี่หลายรูปแบบ ตอบสนองการขับขี่ในหลากหลายสภาพถนน อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ GWM Experience Center ไอคอนสยาม เวลา 13.00 เป็นต้นไป โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ GWM Application ซึ่งเปิดรับสมัครในแต่ละวันเวลา และหัวข้อที่ท่านสนใจ  หรือติดตามรับฟังการบรรยายสดทางออนไลน์จากวิทยากรทั้งสามท่าน ได้ตลอด 3 วันที่มีการจัดงาน ผ่านช่องทาง Official Facebook: HAVAL THAILAND

สำหรับ รถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถยนต์เอสยูวีรุ่นแรกจากแบรนด์ HAVAL ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวและนำมาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ผสานการการออกแบบที่สวยงาม พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย สามารถครองใจคนไทยจนขึ้นครองอันดับ 1 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ถึง 3 เดือนซ้อนตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายในเดือนธันวาคม รวมทั้งสิ้น 571 คัน โดยภายในระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่มีการเปิดตัวในประเทศไทย โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV แล้วในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 2,641 คัน

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในทุกมิติ ผ่านการรับฟังเสียงผู้บริโภคทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในกระแสความเป็นไปของโลกยุคปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ฟอร์ดจัดงาน ‘Track Day’ ชวนลูกค้ากระบะสัมผัสประสบการณ์เร้าใจในสนามแข่ง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำโดยทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง จัดกิจกรรม ‘Track Day’ นำกลุ่มลูกค้ารถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ จากคลับต่างๆ ร่วมสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดตื่นเต้น สนุกสนาน และเป็นกันเอง ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

ภายในงาน ลูกค้าฟอร์ดได้สนุกไปกับกิจกรรม Track Experience ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถฟอร์ดได้นำรถของตนเองลงขับแบบกลุ่มในสนามแข่ง โดยมีนักแข่งมืออาชีพอย่างแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด ร่วมให้ความรู้และเทคนิคการขับขี่บนสนามแข่ง และมีรถ Safety Car ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญนำขบวนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงาน และลูกค้าฟอร์ดจำนวน 60 คน ยังได้ร่วมกิจกรรมลุ้นเป็นผู้โชคดีที่ได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถแข่ง (Hot Laps) ฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร ขับโดยนักแข่งฝีมือเยี่ยม แจ็ค เลมวาร์ด แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค และ มร.เคล เคิร์นส์ ผู้บริหารฟอร์ด และผู้อำนวยการทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้สัมผัสสมรรถนะของรถที่อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ก่อนที่จะร่วมขบวนพาเรดให้รถทุกคันที่มาในงานขับไปบนสนามแข่งและถ่ายภาพความประทับใจร่วมกัน โดยตลอดทั้งวัน ลูกค้าฟอร์ด ยังได้รับ Surprise Box ลุ้นของที่ระลึกสุดพิเศษภายในกล่อง และสนุกไปกับกิจกรรมมากมายที่ฟอร์ดได้ยกขบวนมาสร้างสีสันให้กับผู้มาร่วมงาน

กลุ่มอีซูซุมอบชุดอุปกรณ์การฝึกอบรมให้แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

0

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ โดยคุณโสภณ ตั้งฐานทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป มอบชุดอุปกรณ์การฝึกอบรมมูลค่า 200,000 บาท ให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยียานยนต์ โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มอีซูซุ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมศาสตร์ยานยนต์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป โดยมี รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยกทัพรถยนต์ xEV ร่วมงาน “ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” ระหว่างวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ 2565

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ร่วมจัดแสดงในงาน ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์ (DIPROM MOTOR SHOW 2022) ซึ่งจะจัดขึ้น ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ 2565 โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปร่วมงานครบทั้ง 3 รุ่น ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยมที่ครองยอดขายอันดับ 1 ถึง 3 เดือนซ้อน (เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2564) และอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดมาจนถึงปัจจุบัน ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจผู้บริโภคชาวไทย และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจให้ผู้บริโภคชาวลำปางและจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด สร้างการรับรู้และตอบรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ตอบรับนโยบายการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนของภาครัฐ หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้สร้างความคึกคักให้กับวงการยานยนต์อย่างต่อเนื่องหลังจากเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564 โดยได้ปักธงผู้นำด้าน xEV ด้วยยอดขายในประเทศรวมทั้งสิ้น 3,702 คันในปีที่ผ่านมา ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในปีแรกของการเข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและเปิดตัวพร้อมจำหน่ายรถยนต์ 3 รุ่น ในระยะเวลาเพียง 6 เดือน

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธาน ฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในโอกาสที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจัดงาน ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์ ที่จังหวัดลำปาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) และมุ่งเน้นการขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นการจับจ่ายของภาคประชาชนและสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาคเหนือ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการนำรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่น มาจัดแสดงให้ผู้บริโภคในจังหวัดลำปางและจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือได้สัมผัสอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ORA Good Cat และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เราเชื่อมั่นว่ายานยนต์ xEV คุณภาพทั้ง 3 รุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมนวัตกรรมขับเคลื่อนอัจฉริยะซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้บริโภคได้อย่างครบครัน จะได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมเฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา”

 

สำหรับรถยนต์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำมาจัดแสดงในงาน ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์ มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

All New HAVAL H6 Hybrid SUV

รถยนต์เอสยูวียอดนิยมขวัญใจชาวไทย ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ผสานการการออกแบบที่สวยงาม พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV นับเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ DHT ที่รองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และการสั่งการและควบคุมรถจากระยะไกลผ่าน GWM Application เช่น การตรวจสอบสถานะของรถ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง แรงดันและอุณหภูมิลมยาง และยังสามารถค้นหาตำแหน่งรถได้อีกด้วย พร้อมระบบการช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากมาย

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV

รถยนต์เอสยูวีจากแบรนด์ HAVAL กับฉายาเจ้าสิงโตอารมณ์ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่สนุกสนานด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED เต็มรูปแบบ พร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมระบบ Welcome light เมื่อปลดล็อค และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ผสานกับการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และอัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบครัน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ DHT และเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal) ให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้เพียงคันเร่งเดียว อีกทั้งยังสร้างขึ้นบน GWM LEMON PLATFORM แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจริยะเช่นเดียวกับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อีกด้วย

ORA Good Cat

เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะซึ่งเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร และความเร็วสูงสุด 152 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันล้ำสมัยแต่แฝงไปด้วยความคลาสสิกเหนือกาลเวลาภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic ส่วนภายใน ได้รับการออกแบบอย่างประณีตภายใต้แนวคิด “Intelligent Cockpit with Exquisite Craftsmanship” พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Integrated Double Screen ที่แบ่งออกเป็นหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว รวมไปถึงระบบกรองอากาศ CN95 ซึ่งสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ORA Good Cat สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) และสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดอีโค่ โหมด อีโค่พลัส และโหมดอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามที่ต้องการ

 

ผู้บริโภคที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอและเงื่อนไขของแคมเปญ PREMIERE DEAL ของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ได้ที่ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจัดเต็มกับกิจกรรมพิเศษอีกมากมากมาย อาทิ การทดสอบสมรรถนะรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น พร้อมรับหมวกสุดเท่ห์เป็นของที่ระลึก หรือถ่ายภาพขณะเยี่ยมชมบูธแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #GWMTH รับผ้าเช็ดรถคุณภาพดี ฟรี! ทันที และลูกค้าที่จองรถในงานยังจะได้รับกระเป๋าเป้สุดคูลเป็นของสมนาคุณอีกด้วย โดยที่บูธจะมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) ที่พร้อมต้อนรับ ดูแล และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่ตลอดทั้งงาน

สัมผัสกองทัพรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงาน ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์ ตั้งแต่วันที่ 9 – 16 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ บูธหมายเลข A2 อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำปาง

มาสด้า ประเดิมเปิดศักราชใหม่ยอดขายเดือนแรกพุ่ง 3,230 คัน อัดแคมเปญ MAZDA SEASON OF LUCK

0

มาสด้า ร้อนแรงประเดิมปีเสือ เผยเดือนแรกมกราคมตลาดเริ่มกลับมาคึกคัก ดันยอดขายพุ่งสูงถึง 3,230 คัน โดยเฉพาะมาสด้า2 ที่กลับมาเป็นขวัญใจวัยรุ่นได้อีกครั้ง ด้วยยอดขายสูงเกือบ 2,000 คัน เติบโต 28% ทำสถิติยอดพุ่งสูงสุดในรอบหนึ่งปี รวมถึงครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series ทุกรุ่นต่างกอดคอกันเก็บยอดขายทะลุ 1,100 คัน ที่สำคัญสีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ลูกค้าชื่นชอบถึง 30%

มาสด้าชี้ชัดว่าตลาดรถยนต์กำลังพุ่งแรง เตรียมส่งแคมเปญพิเศษเพื่อลูกค้ากับ MAZDA SEASON OF LUCK เทศกาลแห่งความโชคดี แฮปปี้ทุกข้อเสนอ ระหว่างวันที่ 12 – 20 กุมภาพันธ์ 2565 รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* และฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าสูงสุด 2,990 บาท* พร้อมสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์ฯ มาสด้า รับโปรแกรมผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ชำระด้วยบัตรเครดิตรับเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท* และแลกคะแนนสะสม รับส่วนลดสูงสุด 13%* พร้อมนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ตามมาตรการ “ช้อปดี…มีคืน” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 นี้เท่านั้น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการโหมเปิดตัวแนะนำรถยนต์หลากหลายรุ่นลงสู่ตลาด ทั้งรถเก๋งและอเนกประสงค์รวม 4 รุ่น ส่งผลให้ยอดขายเดือนมกราคม 2565 ปรับตัวดีขึ้นกว่าเดือนมกราคม 2564 โดยมียอดขายรวมสูงถึง 3,230 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2% และกลับมาเป็นบวกในรอบ 6 เดือน โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 2,061 คัน เพิ่มขึ้น 16% ประกอบด้วยมาสด้า2 จำนวน 1,980 คัน และมาสด้า3 จำนวน 81 คัน ในขณะที่ยอดขายรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,105 คัน ลดลงเล็กน้อย 4% แบ่งออกเป็น มาสด้า CX-3 จำนวน 462 คัน, มาสด้า CX-30 จำนวน 380 คัน, มาสด้า CX-8 จำนวน 169 คัน และ มาสด้า CX-5 จำนวน 94 คัน ในขณะที่ยอดขายรถปิกอัพ บีที-50 มีจำนวน 64 คัน จากตัวเลขยอดขายเหล่านี้ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ เป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้า ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นถึงกว่า 30%

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ยอดขายในเดือนมกราคมประสบความสำเร็จ คือ การปรับโฉม เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานมากขึ้น เพิ่มเทคโนโลยีจนล้นคัน แต่ขายราคาเท่าเดิม ทำให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มราคามากที่สุด ประกอบกับคุณภาพของวัสดุที่มาสด้าคัดสรรเฉพาะเกรดพรีเมี่ยม ส่งผลให้รถมาสด้าทุกรุ่นกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะมาสด้า2 กลับมาได้รับความนิยมเป็นอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนรถรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มครอสโอเวอร์เอสยูวี ไม่เพียงแค่ CX-3 และ CX-30 เท่านั้น แต่ยังรวมถึง CX-5 และ CX-8 ก็กลับมาเป็นโมเดลสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายมาสด้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ลูกค้ายังมีความต้องการซื้ออยู่เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนประกอบเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ไม่สามารถผลิตรถได้เพียงพอต่อความต้องการได้ วันนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังคลี่คลายลง โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมาตลอด กำลังมีแนวโน้มว่าจะถูกประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น จึงทำให้ปัจจัยนี้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ประชาชนปรับตัวเข้ากับวิถีใหม่ได้ดี ซึ่งจะทำให้มาสด้ากลับมาผลิตรถเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาสด้าได้เตรียมแผนรับมือเพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า3 มาสด้ากำลังเตรียมปรับโฉมและเริ่มขึ้นไลน์การผลิตที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งมาสด้าเตรียมเปิดตัวลงสู่ตลาดในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ และพร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทันที ทั้งนี้ มาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้จะส่งผลให้ยอดขายมาสด้า3 กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง สำหรับรถปิกอัพ บีที-50 มาสด้าได้วางแผนจัดกิจกรรมให้มากยิ่งขึ้นในแต่ละภูมิภาค เพื่อจัดกิจกรรมให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

นอกจากนี้ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจรวมถึงสนับสนุนมาสด้าด้วยดีมาตลอด มาสด้าได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ MAZDA SEASON OF LUCK เทศกาลแห่งความโชคดี แฮปปี้กับทุกข้อเสนอ สำหรับลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่ รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%*, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance* และลูกค้า 500 ท่านแรก ที่จองซื้อ Mazda CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 ภายในงาน 5,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 รับฟรีเครื่องฟอกอากาศ Sharp มูลค่า 2,990 บาท และลูกค้า 400 ท่านแรก ที่จอง Mazda2, Mazda3 และ Mazda BT-50 รับลำโพง SONY XB13 Extra Bass Portable Wireless Speaker (แบบคละสี) มูลค่า 1,990 บาท โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่โชว์รูมมาสด้า

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอด้านบริการหลังการขายด้วยเช่นกัน กับโปรแกรมผ่อนชำระ 0%* นานสูงสุด 10 เดือน, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท* และแลกคะแนนสะสม รับส่วนลดสูงสุด 13%* พร้อมนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท ตามมาตรการ “ช้อปดี…มีคืน” เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ศูนย์บริการมาสด้า

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ร่วมกับ EVme มอบประสบการณ์เช่าและเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า มินิ คูเปอร์ เอสอี และบีเอ็มดับเบิลยู iX3

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด ผู้ให้บริการเช่ารวมไปถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม EVme (อีวี มี) พร้อมนำเสนอประสบการณ์แบบครอบคลุมกับ มินิ คูเปอร์ เอสอี รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสปอร์ตอเนกประสงค์ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่านบริการจาก EVme พร้อมทดลองใช้ชีวิตกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบที่กำหนดได้เอง ซึ่งลูกค้าจะได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าล้วนอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น โดยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 นี้ รถยนต์มินิ คูเปอร์ เอสอี และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 จะพร้อมให้ทดลองเป็นเจ้าของแล้วผ่าน
แอปพลิเคชัน EVme บนโทรศัพท์มือถือ

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “อนาคตแห่งการขับเคลื่อนยังคงเป็นประเด็นที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยให้ความสำคัญเสมอมา วิสัยทัศน์นี้สะท้อนให้เห็นจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอสอี รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX และ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงไปสู่การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทรนด์การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ายังคงมีแนวโน้มที่ดีและได้รับความสนใจจากคนไทยเป็นอย่างมาก เราเชื่อว่าความร่วมมือกับ EVme ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทยคุ้นเคยกับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”

คุณสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวว่า “EVme เสนอประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยบริการดิจิทัลที่ใช้งานง่ายสะดวกสบาย เรามุ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ผ่านการสร้างความคุ้นเคยให้ลูกค้าได้ทดลองขับ ใช้ชีวิต และสัมผัสประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และต้อนรับรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอสอี และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 สู่ไลน์อัปรุ่นรถยนต์ของ EVme ที่พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าของเรา”

มินิ คูเปอร์ เอสอี เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จากมินิรุ่นแรก ในดีไซน์ที่สะกดทุกสายตาบนท้องถนน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปพัฒนาขึ้น ส่งพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจึงสามารถส่งแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตรได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้รถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.9 วินาที มอบความแรงเร้าใจใน 60 เมตรแรกได้เทียบชั้นรถสปอร์ต และสามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.3 วินาที มินิ คูเปอร์ เอสอี ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการวิ่งได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 203 – 234 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ระบบส่งกำลังและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังระบบต่าง ๆ ของมินิ คูเปอร์ เอสอี จะติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของรถในโครงสร้างรูปทรงท่อ ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับมินิ คูเปอร์ เอสอีโดยเฉพาะ ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport มาพร้อมเอกลักษณ์สุดล้ำ ประสานประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความหนาแน่นและความจุพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จ และแบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการยกระดับในด้านสมรรถนะการทำงาน การใช้พลังงานไฟฟ้า และระยะทางในการขับขี่ เพิ่มความหนาแน่นและศักยภาพของกำลังไฟฟ้าด้วยการรวมมอเตอร์ไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเกียร์ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน ระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ยังส่งพละกำลังสูงสุด 210 กิโลวัตต์ / 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าในรุ่นอื่น ๆ ด้วยความสามารถในการคงแรงบิดได้แม้ระหว่างรอบสูง โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปริมาตรความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การติดตั้งและน้ำหนัก ส่วนความจุพลังงานรวมอยู่ที่ 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยสามารถนำมาใช้งานได้สูงสุด 74 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ขับขี่ได้ไกลถึง 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP และ 470 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

ผู้สนใจจองบริการทดลองขับรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอสอี และรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX3 กับ EVme สามารถตรวจสอบรายละเอียดและทำการจองผ่านแอปพลิเคชัน EVme บนโทรศัพท์มือถือ พร้อมกำหนดเวลาส่งมอบและรับรถ และชำระเงินได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ https://evme.io/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด