Home Blog Page 327

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมส่งมอบความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐาน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด (สาขาโกสุมพิสัย) ในจังหวัดมหาสารคาม ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด เพื่อขยายการให้บริการแก่ลูกค้าในเขตอำเภอโกสุมพิสัยและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจด้วยเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ทุกครั้งเมื่อขับขี่รถยนต์ มิตซูบิชิ

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งที่สามในจังหวัดมหาสารคามนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมและการสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นจากลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตลาดที่สำคัญต่างๆ ทั่วประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งอีกแห่งในจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาคุณภาพในด้านการบริการ พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเราต่อไป”

นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพแล้ว โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ยังได้คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าศูนย์บริการ พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หมั่นเช็ดทำความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก่อนส่งมอบหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับความปลอดภัยและมีสุขภาพดีแข็งแรงเมื่อมาใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด (สาขาโกสุมพิสัย) พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่านด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ครบครันด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย โดยภายในศูนย์บริการฯ แห่งใหม่นี้ยังตกแต่งด้วยดีไซน์ใหม่ภายใต้แนวคิดกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการดูแลจากเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์สูงจำนวน 17 ท่านที่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่พร้อมส่งมอบการบริการที่ดีที่สุด รวมทั้งการให้คำแนะนำสำหรับการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ คันใหม่ และการซ่อมบำรุงรถยนต์ มิตซูบิชิ คันปัจจุบันให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทาง มิตซูนานามหาสารคาม สาขาโกสุมพิสัย ยังได้ร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ ด้วยการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดูแลตลอดทุกเส้นทาง ผ่านแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

มิตซูนานามหาสารคาม สาขาโกสุมพิสัย ตั้งอยู่บนเลขที่ 2 หมู่ 23 ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 44140 โดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อนัดหมายขอทดลองขับหรือจองคิวเข้ารับบริการได้ที่ โทร. 043 750 235

“ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่” กวาดยอดจองกว่า 6,500 คัน หลังเปิดตัวเพียง 1 เดือน

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอบคุณพลังความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า ประกาศความสำเร็จยอดจอง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม กวาดยอดจองทั่วประเทศแล้วกว่า 6,500 คัน หลังจากการประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียง 1 เดือน ตอกย้ำการเป็นสปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อยพร้อมขับเคลื่อนความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดเอสยูวีในประเทศไทย

กระแสตอบรับจากลูกค้าที่ท่วมท้นและความสำเร็จของ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นรถเอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริงในทุกด้าน ทั้งดีไซน์ที่ลงตัวกับความอเนกประสงค์ สมรรถนะการขับขี่ Full Hybrid ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ผสานด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อฮอนด้า ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพ และบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานและครบวงจร ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 229 แห่ง

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร พร้อมทั้งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการผ่านสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังที่ปรับพับได้เรียบและได้หลายรูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยสไตล์รถเอสยูวี อาทิ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต Fastback สะกดทุกสายตา ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นกับรุ่น RS ในดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟรอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ลูกค้าที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ กับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฟรีหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCare Gen 2 สีขาว พร้อมสายรัดหน้ากากฟอกอากาศ มูลค่ารวม 7,080 บาท อีกทั้งแคมเปญพิเศษด้านการบริการ* ได้แก่ โปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564 

สัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ หรือสอบถามข้อมูลและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษา
การขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hrvehev ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

 

หมายเหตุ

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

‘ซูซูกิ’ จัดแข่งขัน “Best Dealer Award 2020/2021” พร้อมประกาศรายชื่อ 10 ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี

0

นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวทางการบริหารงานอันสำคัญของซูซูกิ ต้องการที่จะดำเนินธุรกิจให้เคียงคู่และดำรงอยู่ด้วยความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย สิ่งหนึ่งที่เรามุ่งมั่นจะพัฒนามาโดยตลอด คือ การยกระดับงานบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและลูกค้าของซูซูกิว่า ธุรกิจของซูซูกิจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและอยู่คู่คนไทยได้อย่างยั่งยืน

โดยในช่วงระยะที่ผ่านมา ‘ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย’ ได้มีการจัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุสำคัญที่ต้องการจะยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานบริการและเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านการตอบแทนลูกค้าด้วยความจริงใจในฐานะที่ลูกค้าทุกท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา

สำหรับในปีนี้ ‘ซูซูกิ’ ยังคงเดินหน้าจัดการแข่งขันผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยการแข่งขันประจำปี 2563/2564 (Best Dealer Award 2020/2021) ได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันภายใต้หัวข้อ “การนำหลักการ Suzuki Cause We Care มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจภายในองค์กรของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เพื่อสร้างประสิทธิภาพในงานบริการอย่างยั่งยืน”

“บริษัทฯ และผู้จำหน่ายทุกรายต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ  การพัฒนาศักยภาพของตัวบุคคลากร พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดกันระหว่างผู้บริหารและผู้จำหน่าย เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางในการนำข้อมูลต่างๆ มาพัฒนาและปรับปรุงการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสำเร็จยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต”

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม ‘Best Dealer Award 2020/2021’  วัตถุประสงค์สำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ให้มุ่งเน้นไปที่การดูแลเอาใจใส่ลูกค้าจากภายในสู่ภายนอก ภายใต้นโยบายของบริษัท “เหนือกว่าความใส่ใจ คือเข้าใจทุกความต้องการ (Suzuki Cause We Care)” ซึ่งผู้จำหน่ายทุกรายจะมีแสดงให้เห็นถึงทิศทางในการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยทำการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของกระบวนการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่การดูแลบุคลากรในองค์กร ผู้บริหารให้การสนับสนุนพนักงานรวมถึงเปิดโอกาสและปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของเพื่อให้มีใจรักในการบริการลูกค้าด้วยความยินดีและเต็มใจ มีการพัฒนาทักษะและเพิ่มความรู้ให้บุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ มีการประสานความร่วมมือในการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในบริษัท เพื่อผลิตภาพรวมที่ดีให้กับองค์กร ทำให้พนักงานสามารถส่งต่อความรู้สึกและบริการดีๆ ไปให้กับลูกค้า ซึ่งนับเป็นการยืนยันและสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นครอบครัวซูซูกิได้เป็นอย่างดี

สำหรับแนวทางในการแข่งขันทางซูซูกิได้ทำการคัดเลือกผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิจากจำนวน 127 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2020/2021 จำนวน 10 แห่ง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและผลการดำเนินงานของผู้จำหน่ายในรอบปีที่ผ่านมาตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดก่อนจะทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง  แบ่งออกเป็นรางวัล Best of the Best Dealer 2020/2021 จำนวน 1 รางวัล และรางวัล Platinum Dealer 2020/20121 จำนวน 9 รางวัล  ซึ่งได้รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปีที่ผ่านการแข่งขันและตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

 

Best of the Best Dealers 2020/2021

  • คุณสมโชค โกฎมณี บริษัท สุพรรณยนตการ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดนนทบุรี

Platinum dealers 2020/2021

  • คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
  • คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด จังหวัดขอนแก่น
  • คุณณัฐพล อุตรนคร บริษัท อารีมิตร ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม
  • คุณวรุตม์ กฐินทอง บริษัท นวซูซูกิ ปทุมธานี จำกัด จังหวัดปทุมธานี
  • คุณภูเบศ ฐิติกฤตานน บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร
  • คุณธนกานต์ สุวรรณแสง บริษัท เอ.เอ็น.เอ็น.ออโต้เซลส์ (2016) จำกัด จังหวัดนราธิวาส
  • คุณกิตติพงษ์ สกุลคู บริษัท ซูซูกิเจียงอุดร จำกัด จังหวัดบึงกาฬ
  • คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • คุณสมเกียรติ อรุณวรากรณ์ บริษัท ส.อรุณ เซลส์เซอวิสเซ็นเตอร์ จำกัด จังหวัดพิษณุโลก

 

นายวัลลภกล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันแต่ละครั้งเราได้สร้างนักบริหารธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารกิจการเพื่อที่จะทำให้องค์กรเกิดความก้าวหน้าประสบความสำเร็จและยั่งยืน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงรวมไปถึงการพัฒนาเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมอบความสุขให้กับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขายให้เกิดความพอใจสูงสุด

ทั้งนี้ ทางบริษัทซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีและประทับใจในแบรนด์รถยนต์ซูซูกิ ผ่านการร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้บริหารโชว์รูมและศูนย์บริการทุกแห่ง ที่ต่างพร้อมใจกันให้ความสำคัญต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโชว์รูม ตลอดจนการดูแลบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์รถยนต์ซูซูกิให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

ขับสบายๆไปกับคาราวาน GWM

0

บอกเลยว่าไม่บ่อยครั้งที่ผมจะมีโอกาสได้ร่วมทริปขับรถท่องเที่ยวกับค่ายรถต่างๆที่มักจะจัดขึ้นหลังจากปล่อยรถใหม่ลงตลาดกันไปแล้ว โดยมากก็เป็น บก.จุ๊บ (ณัฐเทพ เผ่าจินดา) รับงาน ส่วนผมมักจะคอยเก็บตกหลังทริป คือขอมาลองขับเพื่อทำความรู้จักกับรถคันใหม่นั้นๆเป็นครั้งคราวไป แต่ครั้งนี้ค่ายใหม่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดทริปสุดพิเศษส่งท้ายปีให้ไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่กับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV กับกิจกรรม “GWM GO WITH ME, GO WITH LOVE” ทริปคาราวานและแคมป์ปิ้ง เส้นทางกรุงเทพฯ – แก่งกระจาน รวมระยะทางเกือบ 500 กิโลเมตร ทีมงานผู้จัดบอกมาว่าไปกางเตนท์นอน บรรยากาศชิลๆ ในแบบที่เรียกว่ากำลังติดเทรนด์ทีเดียว และ มีผู้บริหารGWM ร่วมคณะไปด้วย ทำให้รู้สึกคึกคักขึ้นมาทั้งจะได้ขับรถใหม่ที่กำลังอยู่ในกระแสอีกด้วย ก็ไปสิครับ ไปกัน

คณะของผมหมายถึงผู้ร่วมรถในการเดินทางมีด้วยกัน 4 ท่านไปกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ก็จะมี พี่เปี๊ยก วัชระ ธรรมศรี พี่ตุ้ย วัชระ เรืองมาลัย พี่มะ สมศักดิ์ มีลือการ ร่วมอยู่ด้วยกัน ซึ่งพี่มะจัดการตั้งเป็นชื่อทีม 4 Kings ให้ติดเทรนด์ภาพยนตร์วัยรุ่นเข้าไปอีก ทั้งๆที่จริงๆน่าจะเป็นความแก่ของคณะนี้มากกว่านั่นเอง

คณะเราเข้าร่วมขบวนคาราวานกับพี่ๆน้องๆสื่ออื่นๆร่วมทริปอีกกว่า 30 ท่าน ทำให้ขบวนคาราวานเวลาเข้ามาเรียงกันนั้นวิ่งกันยาวเหยียดบนถนนทีเดียว ผมสังเกต รถ HAVAL H6 Hybrid SUV กับ HAVAL JOLION Hybrid SUV เวลาอยู่ในขบวนนั้นมีความละม้ายในแบบที่เป็น Familia Look คล้ายคลึงกันมาก ถ้ามองเผินๆ แต่ถ้าจอดรถพิจารณาเทียบเคียงกันแล้ว จะเห็นมิติที่แตกต่างทั้งขนาดและรายละเอียดมากเลยทีเดียว ในตอนท้ายจะลงรายละเอียดรถทั้งสองรุ่นไว้ให้พิจารณานะครับ

เส้นทางที่กำหนดไว้สำหรับการเดินทางคือจะไปที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกล่าสุดของประเทศไทย ระหว่างการเดินทางได้จัดจุดแวะพักและทำกิจกรรมตลอดเส้นทาง เช็คอินจุดแรกที่ SOP Café คาเฟ่ริมน้ำ ใน อ.โพธาราม จังหวัดราชบุรี ตรงนี้สวยด้วยสถาปัตยกรรมอุโมงค์สนิมร่วมสมัยขนาดยาวกว่า 50 เมตร ให้ความรู้สึกดุดัน น่าเกรงขาม แต่ก็ผสานลงตัวกับบรรยากาศเขียวชอุ่มและร่มรื่นริมน้ำแม่กลอง

แล้วต่อไปยังร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน เป็นร้านอาหารกลางน้ำชื่อดังย่านคลองโคนในอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อลิ้มลองอาหารพื้นบ้านสไตล์แม่กลองที่ ทั้งอาหารทะเลสดๆ และเมนูเด็ดจากวัตถุดิบในท้องถิ่น อาทิ น้ำพริกปูไข่ แกงรัญจวนปลากระพง ปลาทูแดดเดียว เป็นต้น ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยในฐานะคนบ้านถิ่นอัมพวาแต่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้มาเยี่ยมชิมร้านนี้บอกเลยว่าอิ่มอร่อยและต้องกลับมาทานอีกอย่างแน่นอน

จุดต่อไปคือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกแห่งที่ 6 ของประเทศไทย จาก UNESCO ที่นี่เราได้ร่วมทำกิจกรรมการทำโป่งเทียม เป็นการขุดดินให้เป็นแอ่งแล้วนำเกลือสมุทรมาเทผสมเพื่อเสริมแร่ธาตุและวิตามินให้กับผืนดินเพื่อเป็นแหล่งอาหารในพื้นที่ เมื่อสัตว์ป่าน้อยใหญ่เข้ามาหากินบริเวณโป่งก็จะได้รับสารอาหารเพิ่มเติมเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์

หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสัตว์ป่าแล้ว เราเข้าที่พัก Camp No.3 จุดกางเต็นท์ริมน้ำ บรรยากาศสุดคูลท่ามกลางธรรมชาติและอากาศที่เย็นเป็นใจอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อค่ำๆลงไปถึง 20 องศา

ระหว่างการเดินทาง คณะ 4 Kings ของเราก็พลัดกันขับ พลัดกันวิจารณ์รถ Haval H6 Hybrid SUVกันอย่างไม่ต้องเกรงใจเจ้าภาพ แต่ส่วนใหญ่จะออกมาในทางชื่นชอบ

พี่มะบอกว่า มันเป็นรถที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างมาก แบบว่าไม่ต้องใช้ทักษะในการขับขี่มากมาย ตัวช่วยต่างๆที่มีมานั้นทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน คือระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) และอื่นๆอีกมากมาย

พี่ตุ้ยก็ตอบรับในทิศทางเดียวกันพร้อมกับชื่นชมระบบพวงมาลัยที่ช่วยเลี้ยวไปตามโค้งแบบอัตโนมัติ แต่ออกอาการหงุดหงิดกันเสียงเตือนต่างๆที่จะดังไปสักนิด

ในขณะที่พี่เปี๊ยกดูจะชอบอกชอบใจกับเบาะหลังที่กว้างขวาง นั่งเหยียดแข้งเหยียดขาได้อย่างสบาย

ถึงแม้ผมเองจะวิภากษ์ว่า เมื่อนั่งด้านหลังเช่นเดียวกันนั้น อาการของรถจะมีความนุ่ม และโคลงตัว โดยเฉพาะเมื่อวิ่งบนผิวถนนที่มีความเป็นคลื่นนั้น จะเหมือนกันกับอยู่บนเรือล่องลอยไปจนบางครั้งมีเวียนหัวเล็กๆบ้าง แต่พี่เปี๊ยกก็ยังยืนยันความสบายด้วยการหลับได้อย่างเนียนๆ

เราพอสรุปกันได้ว่า Haval H6 Hybrid SUV เป็นรถที่มีดีอยู่มากมาย ทั้งความทันสมัย เทคโนโลยี่ช่วยการขับขี่ที่ใช้งานได้ดี ขับง่าย ขับสบาย นั่งสบาย ขนาดว่าขอจองเป็นรถเดินทางของคณะเรา 4 Kings ทั้งไปและกลับเลยทีเดียว ส่วน HAVAL JOLION Hybrid SUV ขอติดค้างไว้รายงานในรอบต่อไปนะครับ

เย็นนั้น ชาวแคมป์มีเพลงจากนักร้องเสียงดี แก๊ป The Voice มาขับกล่อมให้เพลิดเพลินกันด้วย ที่น่าสนใจคือ ทีมผู้บริหารนำโดย ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ ปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย ชาญศักดิ์ หลายเจริญโชคชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และ จิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด พร้อมด้วยทีมงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) แวะเวียนมาดูแล สนทนากันอย่างเป็นกันเอง ทำให้ได้รู้จักกับ รถ และ องค์กร GWM กันมากขึ้นอีกหลายมิติ

โดยเฉพาะ ณรงค์ สีตลายน ผู้บริหารหนุ่มท่านนี้ ไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะเป็นคนไทยในตำแหน่งสูงสุดที่เข้ามาร่วมปลุกปั้นธุรกิจรถยนต์หมื่นล้านบาทของ GWM ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการลงทุนซื้อกิจการโรงงานของจาก GM และวางรากฐานการจำหน่ายและการบริการ ด้วยรูปแบบโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในธุรกิจยานยนต์ของไทย อีกทั้งรถยนต์ Haval H6 Hybrid SUV ที่เข้ามาจำหน่ายเริ่มแรกนั้นก็เป็นรถประกอบขึ้นนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก ในแบบ Hybrid SUVเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะตามเข้าอีกหลายรุ่นคือ HAVAL JOLION Hybrid SUV และ ORA Good CAT รถไฟฟ้า และยังมีแพลนที่จะตามมาต่อเนื่อง ซึ่งคุณณรงค์ บอกว่า ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 3 ปีก่อนหน้านี้ เป็นเวลาเพียงปีเศษสำหรับการเตรียมตัว และอีกเพียงหนึ่งปีที่ผ่านมาสำหรับการเริ่มเปิดตัวรถออกสู่ตลาด แต่เป็นเวลาที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก หามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว จนมาถึงจุดที่สำคัญคือ รถทุกรุ่นเริ่มใช้คำว่าประสบความสำเร็จจากกระแสตอบรับของตลาดเป็นอย่างดี และทำให้หลายคนในวงการไม่อยากจะเชื่อว่า รถยนต์สัญชาติจีนจะปักหมุดในตลาดไทยได้อย่างรวดเร็วเท่านี้ แต่พวกเขาก็ทำได้อย่างน่าสนใจมาก

ขอบคุณทีมงาน GWM ที่ให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น และ ทำให้ผมและเพื่อนๆได้มาสัมผัสบรรยากาศการนอนเตนท์แบบที่คิดไว้ว่าจะไม่ได้เจอโอกาสแบบนี้อีกแล้ว แต่เราก็มีความสุขแบบนี้กันอีกครั้งหนึ่ง…จนได้

ภูวนาถ เผ่าจินดา : รายงาน

 

ข้อมูลของ Haval H6 Hybrid SUV ตามที่บันทึกไว้ในคอลัมน์ New cars ของ www.autoworldthailand.com เป็นไปตามข้อมูลข้างล่างนี้ครับ

Haval H6 Hybrid SUV ถือว่าเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่ จากความยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,730 มม. ในขณะที่ฐานล้อกว้าง 1,738 มม. ซึ่งถ้าเอามิติมาเทียบกับคู่แข่งที่มาจากชาติเดียวกัน ถือว่าเป็นต่อในทุกมิติ ยาวกว่า 79 มม. กว้างกว่า 10 มม. และสูงกว่า 60 มม. รวมถึงฐานล้อกว้างกว่า 60 มม.

รูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ กระจังหน้าออกแบบเรียบหรูในรูปแบบลวดลายตาข่ายที่หุ้มโครเมียมแวววับ บริเวณโลโก้จะมีกล้องเพื่อใช้ประมวลผลการทำงานของอีกหลายฟีเจอร์

ไฟหน้าเป็นแบบ LED Headlamp ที่รวมทุกอย่างไว้ในโคมเดียวกัน แต่แยกไฟตัดหมอกมาไว้ที่มุมกันชนทั้ง 2 ฝั่ง และที่กันชนทั้งหน้าและหลังมีการฝังเซนเซอร์ไว้รอบคัน

เส้นสายรอบตัวรถออกแบบให้มีสไตล์ ล้อเป็นทูโทนลาย 5 ก้านคู่หุ้มยาง Goodyear ขนาด 235/50R19 และบนหลังคามากับพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่

ท้ายรถออกแบบให้มีกลิ่นอายของรถยุโรป ชุดไฟหรี่ใช่หลอดแอลอีดีทอดยาวจากฝั่งซ้ายไปถึงฝั่งขวา มีโลโก้ Haval สีโครเมียม มากับสปอยเลอร์ที่ฝังไฟเบรกดวงที่ 3

ห้องโดยสารกว้างขวาง ก้าวแรกที่เข้าไปด้านในแอบนึกถึง IRON MAN เพราะมีการใช้สีดำ เบส และ ทอง ซึ่งตั้งไฟในห้องโดยสารสีแดง

เบาะนั่งแต่งแบบทูโทนเช่นกัน คู่หน้าปรับเซ็ทเป็นด้วยไฟฟ้า เก๋ไก๋ด้วยเบาะผู้โดยสารที่มีปุ่มปรับเบาะ 2 ตำแหน่ง แต่ไม่มีหน่วยความจำ เบาะหลังสามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ

พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่นหุ้มขอบด้วยหนังแท้ หน้าจอมาในสไตล์ Full Digital ที่มีจอแสดงข้อมูลขนาดใหญ่ ติดตั้งแบบลอยตัว แสดงการทำงานของระบบต่างๆในด้านความปลอดภัยและสะดวกสบายถึง 22 ฟังค์ชั่น อาทิ กล้องมองภาพ 360 องศา ระบบควบคุมความเร็วและแปรผันตามรถคันหน้า ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ และระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง เป็นต้น

จอกลางก็ขนาดมหึมาเช่นเดียวกัน และยังให้ภาพที่คมชัด นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto และ Apple Car Play ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มีช่องแอร์ด้านหลัง มาพร้อมตัวกรอง N95 ทั้งยังมี Wiress Charger ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ถัดมาเป็นเกียร์แบบหมุน ไม่มีทั้งบวก/ลบที่เกียร์ และ Paddle Shift ที่พวงมาลัย แต่ยังดีที่มีเบรกมือไฟฟ้าและ Brake Hold

ขุมพลังที่ใช้เป็นการทำงานแบบลูกผสมระหว่าง เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กับ กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร พิเศษตรงที่ชุดส่งกำลัง มีทั้งของเครื่องยนต์เป็นแบบ Dual Clutch 7 จังหวะ และอีกหนึ่งชุดเป็นระบบส่งกำลังที่ใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท หลังแบบดับเบิลวิชโบน ซึ่งมาพร้อมดิสเบรคทั้ง 4 ล้อ รวมถึงโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Normal Eco Sport และ Wet

ส่วน HAVAL JOLION Hybrid SUV มีบันทึกไว้แล้ว ตามนี้เช่นกัน

สำหรับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV จะเป็นรถยนต์เอสยูวีรุ่นที่ 2 จากแบรนด์ HAVAL ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมนำมาสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงปลายปีนี้ ซึ่ง All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่จะแนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทย จะมาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกกับรถรุ่นนี้

ใช้แพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะแบบเดียวกับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ พร้อมการขับเคลื่อนเต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์แบบ DHT ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ สร้างการขับเคลื่อนอย่างทรงพลังและประหยัดน้ำมัน

รูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต

มาพร้อมการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหรามีระดับกับโครงสร้างอันล้ำสมัย ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่แอ็คทีฟ สร้างความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยไฟหน้า LED เต็มรูปแบบ พร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ล้ำสมัย ระบบ Welcome Light เมื่อปลดล็อค ไฟ Follow Me Home ที่ส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ และไฟท้าย LED พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

ด้านหน้าของรถเป็นกระจังหน้า Star Matrix สีดำ-เทา ที่โดดเด่นด้วยโลโก้ HAVAL ตรงกลาง พร้อมดีไซน์อันล้ำสมัยด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค สปอยเลอร์ท้าย เสาอากาศแบบ shark fin เข้าทรงกับดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์สปอร์ต ตัวล้อเป็นอัลลอยดีไซน์สปอร์ต ทูโทน ขนาด 18 นิ้ว พร้อมมิติตัวรถขนาด 1,841 x 4,472 x 1,619 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) และระยะฐานล้อ 2,700 มม.

การออกแบบภายในภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit”

โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” กับห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย ที่มาพร้อมการตกแต่งแบบ Two Tone ตัดด้วยลายเส้นสีโรสโกลด์ (Rose Gold) สีเงิน (Silver) สีดำ (Piano Black) และสีโครม (Chrome)

มีลำโพง 6 ตัว และหน้าจอกลางอัจฉริยะแบบ Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay การเล่น MP3 รวมไปถึง JOOX และระบบนำทาง (Navigator) ที่สามารถบอกตำแหน่ง Point of Interest ทั้งร้านอาหาร ปั๊ม และ ห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอ Multi Information Display ความละเอียดสูง ขนาด 7 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Head-up Display แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 และยังมี Wireless Charger ที่สามารถวางสมาร์ทโฟนเพื่อชาร์จได้อย่างสะดวกสบาย

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ยังสะท้อนถึงความหรูหราและทันสมัย ด้วยชุดเกียร์ไฟฟ้า (Electronic Shifter) ดีไซน์หรู พร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss ช่วยเติมสีสันให้ห้องโดยสาร มาพร้อมกุญแจ Smart Key และระบบ Push Start เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดประตูและการสตาร์ทเครื่องยนต์

เบาะที่นั่งเป็นหนังสังเคราะห์ดีไซน์สปอร์ต ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะคู่ด้านหน้าเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ 6 ทิศทางในเบาะผู้ขับขี่ และปรับได้ 4 ทิศทางสำหรับเบาะผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมระบบระบายอากาศ เพื่อช่วยจัดท่านั่งให้สบายและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีที่สุด ส่วนเบาะที่นั่งโดยสารด้านหลังจะมาพร้อมที่เท้าแขนกลาง และช่องปรับอากาศด้านท้าย เพื่อช่วยยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขึ้น และยังสามารถพับลงได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,069 ลิตร

ฟอร์ดพร้อมดูแลลูกค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ มอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงพร้อมรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าจัดแคมเปญยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว (Treat Customers Like Family) ล่าสุด ฟอร์ดส่งท้ายปี 2564 ด้วยการส่งแคมเปญที่จะเสริมสร้างความมั่นใจตลอดการเดินทางของลูกค้าในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วยการจัดบริการการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) พร้อมบริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของรถฟอร์ดที่อายุไม่เกิน 3 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2565

“ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานรถของลูกค้า เราตระหนักดีว่าช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงวันหยุดลูกค้าจะเดินทางกลับภูมิลำเนาไปพักผ่อนกับครอบครัว ฟอร์ดจึงได้จัดบริการพิเศษเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ด้วยบริการการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) พร้อมบริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าถึงบ้านหรือตามสถานที่ที่ลูกค้าต้องการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวไม่ครอบคลุมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ หรือแบตเตอรี่หมด ลูกค้ารถฟอร์ดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ปิดท้ายฤดูกาล ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2021’ คว้าชัยรุ่น TAV8 กระบะยืน 2 โพเดียม

0

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) สร้างความประทับให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ต ในการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2021 สนามสุดท้ายของปี ซึ่งจัดขึ้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 25 – 26 ธันวาคม 2564 ในครั้งนี้ฟอร์ดส่งรถ 5 คันเข้าแข่งขัน รวมถึง ฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร, ฟอร์ด เรนเจอร์ 3.2 ลิตร และ น้องใหม่ล่าสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ 2.0 ลิตร ที่ลงสนามเป็นครั้งแรก

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่าน การแข่งขันรุ่น TAV8 ลงแข่งขัน 3 สนาม คือสนามที่ 3-5 ของปี ซึ่ง แจ็ค เลมวาร์ด ชนะในสนามที่ 3 มร.เครก คอร์ลิสส์ พลิกกลับขึ้นมาคว้าชัยชนะได้ในสนามที่ 4  และมร.เคล เคิร์นส์ ผู้บริหารฟอร์ด และผู้อำนวยการทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือเอฟทีอาร์ ปิดฤดูกาลสวยงามด้วยการคว้าชัยชนะในสนามสุดท้ายของปี

ในการแข่งขันรุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค คืนฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ สามารถทำผลงานขึ้นโพเดียมได้ทั้ง 2 วัน ซึ่งการแข่งขัน 2 รอบในสนามนี้ สนามที่ 4 ของปี ได้รางวัลที่ 3 Overall และที่ 2 ในคลาส A ส่วนสนามที่ 5 คว้ารางวัลที่ 4 Overall และรางวัลที่ 2 จากคลาส A เช่นกัน ทางด้านแจ็ค เลมวาร์ด ที่นำฟอร์ด เรนเจอร์ 2.0 ลิตร หมายเลข 25 ลงสนามแข่งเป็นครั้งแรก เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี โดยทีมแข่งได้เก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนารถให้กลับมาพร้อมสู้ศึกและความสร้างตื่นเต้นในปีหน้าอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้โชคดีที่เข้าร่วมชมการแข่งขันในสนามยังได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์นั่งรถแข่งฟอร์ด มัสแตง เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร ที่เหมือนรถแข่งบนสนาม ขับโดยนักแข่งฝีมือเยี่ยม แจ็ค เลมวาร์ด นับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้สัมผัสสมรรถนะของรถที่อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์

“ทีม FTR รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากจากผลการลงแข่งขันในปีที่ 2 ซึ่งสองสนามสุดท้าย รถกระบะ 3.2 ลิตร หมายเลข 3 ได้กลับมาสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทางทีมงานได้รับข้อมูลจำนวนมากในการพัฒนาเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเพื่อนำไปพัฒนารถในการลงแข่งขันครั้งถัดไป” มร. เคล เคิร์นส์ กล่าว “สมาชิกในทีมแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการแข่งขันอย่างชัดเจน ด้วยประสบการณ์ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งทีมวิศวกรได้นำมาใช้เพิ่มศักยภาพรถให้ดีขึ้น และต้องขอบคุณนักแข่งมืออาชีพทั้งแซนดี้ และแจ็ค ที่มีส่วนช่วยในการเรียนรู้ของทีมและการพัฒนารถทั้งสองฤดูกาล”

ด้านนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความสำเร็จของทีม FTR ในการแข่งขันครั้งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพนักงานฟอร์ดในการพัฒนารถยนต์คุณภาพระดับโลก ซึ่งเราเชื่อว่าความรู้ที่ได้จากการพัฒนารถแข่ง จะมีส่วนช่วยในการพัฒนารถฟอร์ดที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

บาเซโลนา มอเตอร์ฯ ทุ่มงบส่งท้ายปี ชิงเงินรางวัลกว่า ครึ่งล้านบาท จัดงาน BMW & I Night Out

0

บาเซโลนา มอเตอร์ฯ ทุ่มงบเอาใจลูกค้า จัดงาน BMW & I Night Out ชมวิวริมแม่น้ำสุดหรูส่งท้ายปี พร้อมชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท

บริษัท บาเซโลนา มอเตอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทุ่มงบส่งท้ายปี เอาใจลูกค้าคนพิเศษได้ร้อง wow wow wow แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จัดงาน BMW & I Night Out ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรู ระดับพรีเมี่ยม พร้อมเครื่องดื่ม อาหารเลิศรส เติมเต็มความสนุกกันเต็มที่ กับมินิคอนเสิร์ตจาก เบล สุพล ในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Spirit of Pioneer and Leadership ณ Threesixty Jazz Lounge & Rooftop โรงแรม Millennium Hilton Bangkok Hotel ชั้น 32 ที่ลูกค้าจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบ 360 องศา ที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าคนพิเศษ

ภายในงาน แขกพิเศษจะได้พบกับรถยนต์ BMW 520d M Sport และ iX3 รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

พิเศษสุด !!!! แบบ wow ต่อแบบไม่มียั้ง ลูกค้าคนพิเศษในงาน  BMW & I Night Out ร่วมจับรางวัล Lucky Draw ที่เตรียมมอบความพิเศษแก่ลูกค้ารวมมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท

พิเศษที่ 1 ลูกค้าที่ร่วมงานทุกท่านจะได้รับ 1 สิทธิ์ในการจับรางวัล ที่บาเซโลนา มอเตอร์ฯ เตรียมของขวัญชิ้นพิเศษให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

พิเศษที่ 2 !!! ทุกการจองตั้งแต่วันที่ 13-23 ธันวาคม 2564 ลุ้นรับรางวัลใหญ่ 15 รางวัล สำหรับการเข้าพักกับโรงแรมสุดหรูชั้นนำทั่วประเทศ โรงแรมละ 5 รางวัล ได้แก่

– Thames Valley เขาใหญ่

– Sripanwa ภูเก็ต

– The Standard หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศผลงานแห่งความสำเร็จปี 2564 คว้า 4 รางวัลใหญ่ในวงการยานยนต์

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2564 คว้า 4 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ ตอกย้ำเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด ด้วยการส่งมอบความพึงพอใจในการขับขี่และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้กับลูกค้า พร้อมนำเสนอรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคอย่างยาวนานจากผลสำรวจและการคัดเลือกของผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่

  • รางวัลบริษัทรถยนต์ขวัญใจมหาชนอันดับหนึ่งในการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2021 โดยนิตยสารแบรนด์เอจต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการบริการ
  • รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม Thailand Automotive Quality Award (TAQA) 2021 ด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทความปลอดภัยสูงและประเภทรูปลักษณ์ดึงดูดใจที่ครองรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 5
  • รางวัล Product of The Year Awards 2021 จากนิตยสาร Business+ ในกลุ่ม
    ยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สมรรถนะสูงจากบีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive30d M Sport และประเภทรถยนต์นั่งหรูหราระดับต้นจากมินิ คูเปอร์ เอสอี
  • รางวัล BEST OF THE BEST 2021 ประเภท “Prize of the Best of Electric Mobility” สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX จากนิตยสารไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี่ ร็อบ รีพอร์ท ไทยแลนด์ (Robb Report Thailand)

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกสำหรับ 4 รางวัลดังกล่าว ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนายนตรกรรมคุณภาพ สอดคล้องกับปรัชญาของเราในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดียิ่งขึ้น แม้ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายเช่นนี้ เรายังยึดหลักแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสานต่อความก้าวหน้าแห่งอนาคตซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผสมผสานศาสตร์แห่งศิลป์และสุนทรียะแห่งการขับขี่พร้อมส่งต่อให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน สำหรับรางวัลอันเป็นเกียรติทั้งหมดนี้ เราขอมอบให้แก่ลูกค้าทุกท่านสำหรับทุกการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา และในโอกาสเดียวกันนี้เราขออุทิศรางวัลทั้งหมดนี้ให้แก่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและพนักงานของเราทุกคนสำหรับความกระตือรือร้นและแรงบันดาลใจ ความทุ่มเทในการทำงาน ความตั้งใจแน่วแน่ และความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เราเชื่อว่าความสำเร็จในเป้าหมายหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่อีกหนึ่งเป้าหมายแห่งความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ แต่จะร่วมกันขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าทุกท่าน สำหรับในวันนี้และในวันต่อไป”

พลังที่ผลักดันให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก้าวสู่ความเป็นอันดับหนึ่งในวันนี้ คือ ความมุ่งมั่นในการมอบพลังแห่งทางเลือก หรือ “Power of Choice” ให้กับลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์โซลูชันส์ใหม่ ๆ ที่โดดเด่นด้านยนตรกรรม เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ตามพันธกิจของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด และให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในยานยนต์มากกว่า 10 รุ่นทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ในระบบขับเคลื่อนแบบดีเซล เบนซิน ปลั๊กอินไฮบริด และระบบไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ BEV ไปจนถึงรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างตระกูล M สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive30d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 330Li M Sport บีเอ็มดับเบิลยู M340i xDrive บีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition Coupé และยังได้เปิดตัวรุ่น M Performance Edition สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X และบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยการเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX และ iX3 รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 100% ที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตรูปแบบใหม่ จนส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู iX สามารถคว้ารางวัล BEST OF THE BEST 2021 ประเภท “Prize of the Best of Electric Mobility” จากนิตยสารร็อบ รีพอร์ท ไทยแลนด์ จากความโดดเด่นด้านศักยภาพอันเปี่ยมล้นของยานยนต์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งอนาคต

ส่วนมินิก็ได้สร้างความเร้าใจในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครด้วย มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน, มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ GP Inspired Edition, มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน และมินิ Paddy Hopkirk Edition นอกจากนี้ ยังยกระดับโซลูชันด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนเส้นทางของลูกค้าผ่านช่องทางการขายและบริการด้วยแอป My BMW และ MINI App เพื่อผสานการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟนได้
อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ด้วยความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอยู่เสมอ จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมหรือ Thailand Automotive Quality Award (TAQA) ประจำปี 2564 ประเภทรูปลักษณ์ดึงดูดใจและยังครองใจมหาชนด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทความปลอดภัยสูงอีก รวมทั้งสิ้น 2 รางวัล จากการสำรวจวิจัยความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ การบริการ และภาพลักษณ์จากประสบการณ์ของผู้บริโภคผู้ใช้รถตัวจริงทั่วประเทศ

ผลิตภัณฑ์และบริการของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ ไม่ว่า
จะเป็นการนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและบริการทางดิจิทัลมาใช้ ด้วยการออกแบบระบบปฏิบัติการสุดล้ำสมัยและสั่งการได้ง่ายภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติด้วยฟังก์ชันและตัวช่วยที่หลากหลาย ให้ทุกการเดินทางเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด และสำหรับรถยนต์มินิก็มุ่งหมายที่จะก้าวเดินต่อไปบนพื้นที่ใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยั่งยืนแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของการจราจรในเมือง และปูทางไปสู่อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีการปล่อยมลพิษ หรือ Zero Emission Vehicles (ZEV) อย่างเต็มรูปแบบ ภายในปี 2573 แรงผลักดันสู่ความก้าวหน้าดังกล่าวจึงทำให้ทั้งสองแบรนด์คว้ารางวัล “สินค้าและบริการแห่งปี 2564” (Business+ Product of The Year Awards 2021) ในกลุ่มยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สมรรถนะสูงสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive30d M Sport และประเภทรถยนต์นั่งหรูหราระดับต้นสำหรับมินิ คูเปอร์ เอสอี ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่าง ๆ เช่น การบริจาคน้ำและอาหารโดยผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ การจัดให้บริการรถรับ-ส่งให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป เพื่อเดินทางไปรับบริการฉีดวัคซีน โดยบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ผ่านแอปพลิเคชัน HAUP แคมเปญร่วมบริจาคสองต่อเพื่อสนับสนุนกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19 การสนับสนุนด้านยานยนต์ให้แก่ชมรมแพทย์ชนบท โดยความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และพันธมิตรต่าง ๆ และกิจกรรมระดมทุนการกุศล “We Care, We Share” โดยมูลนิธิแคร์ ฟอร์ วอเตอร์ นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้ปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการที่โชว์รูมหรือที่บ้านของลูกค้าเอง บริการส่งและรับรถที่มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป

การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัลบริษัทรถยนต์ขวัญใจมหาชนอันดับหนึ่งจากการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2021 โดยนิตยสารแบรนด์เอจต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยความโดดเด่นด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความสามารถในการดำเนินธุรกิจความรับผิดชอบต่อสังคม และการบริการ สะท้อนให้เห็นภาพความเชื่อมั่นและการให้การยอมรับอย่างสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เป็นผลจากปรัชญาสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่มีต่อการสร้างแนวคิดในการก้าวนำหน้าผู้อื่น เพื่อให้แน่ใจว่าคนไทยจะได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย อยู่เสมอ

อีซูซุร่วมกับลาซาด้ามอบเซอร์ไพรส์ใหญ่ รถ “อีซูซุ เอ็กซ์ – ซีรี่ส์” ให้แก่ผู้โชคดีจากแคมเพจ์น Lazada 11.11 Our Biggest One-Day Sale

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ส่งมอบรถ “อีซูซุ เอ็กซ์ – ซีรี่ส์” รุ่นสปีด แรงทะลุไมล์…เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ มูลค่า 728,000 บาท ให้แก่คุณรจนา แก่นจันทร์ ผู้โชคดีที่ร่วมสนุกทายผลในแคมเพจ์น Lazada 11.11 Our Biggest One-Day Sale ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด สำนักงานใหญ่ โดยเป็นความร่วมมือของอีซูซุผู้นำตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยเปิดร้าน Flagship Store อย่างเป็นทางการบน LazMall ของลาซาด้า ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่ระหว่างวงการอีคอมเมิร์ซและวงการยานยนต์ และนอกจากนี้ยังส่งมอบดีลส่วนลดสุดพิเศษให้นักช้อปกันอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการต่อยอดการช้อปวิถี New Normal ให้นักช้อปและคนรักรถไม่พลาดสินค้าและโปรโมชันดีๆ กันอย่างแน่นอน

สามารถติดตามดีลสุดพิเศษจาก Isuzu Flagship Store และรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.lazada.co.th/shop/isuzu

“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 19” คาราวานรถโบราณแห่งความทรงจำ

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. จัดคาราวาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 19” รำลึกถึงวันเวลาแห่งความทรงจำ กับขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน 

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 19” ในแนวคิด “วันเวลาแห่งความทรงจำ – Time to Remember” ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 โดยร่วมมือกับ โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย”

เนาวรัตน์ อรุณคง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน เผยว่า “โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติ และความไว้วางใจจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว และงานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยพร้อมให้ความร่วมมือประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”

ขบวนคาราวานประกอบด้วย รถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน นำโดย BMW ISETTA 300 ปี1961, MINI COOPER MARK I ปี 1960, FIAT TOPOLINO 500C ปี 1949 ฯลฯ พร้อมเจ้าของรถแต่งตัวย้อนยุค ออกเดินทางจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

สู่จุดหมายแรกคือ เข้าชมโครงการต่างๆ ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดเลี้ยงต้อนรับขบวนคาราวาน โอกาสนี้ สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 หลังจากนั้น มุ่งสู่โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ร่วมงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ ริมชายหาด

วันที่สองสมาชิกคาราวานรับประทานอาหารเช้าที่ห้องสตาส์ (Staa’s) ก่อนเดินทางไป โรงเรียนบ้านปรือน้อย ปากน้ำปราณฯ เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมชุมชนกลุ่มประมงพื้นบ้าน ชมธนาคารปู ปล่อยปูไข่ลงทะเล เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากทะเล และสินค้าพื้นเมือง ก่อนจะแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร “อุดมโภชนา”

ช่วงบ่าย เคลื่อนขบวนไปต้นตาลสามต้นแลนด์มาร์คของย่านนี้ ชมวิวสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอำเภอปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ แล้วไปพักผ่อนที่บ้านเลขที่ 111 ของ ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์ อุปนายก สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ก่อนเดินทางกลับมาร่วมงาน วินเทจคาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท

ผู้ชื่นชอบรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่พลาดชมคาราวานเมื่อวันที่ 17-19 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาสามารถติดตามภาพความประทับใจในงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 19” ย้อนหลังได้ที่ www.facebook.com/VintageCarClub