มาสด้าเดินหน้าบุกงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ชูไฮไลท์เด็ดกับเอสยูวีน้องใหม่ล่าสุด NEW MAZDA CX-3 มาพร้อมเทรนด์สีใหม่ล้ำอนาคตกับ สีแพลตทินั่ม ควอตซ์ ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมทุกมุมมอง ตอบรับทุกประสบการณ์ในแบบคุณด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร เพิ่มออฟชั่นความสะดวกสบายที่ครบครันมากยิ่งขึ้น ราคาเริ่มต้นเพียง 769,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ย 1.33%1 และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พร้อมนำทัพครอสโอเวอร์เอสยูวีและรถยนต์นั่งทุกรุ่นมาจัดแสดงเต็มพื้นที่ ด้วยข้อเสนอร้อนแรงแห่งปี ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรี Mazda Care Program 3 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสยนตรกรรมมาสด้าทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้า อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1– 12 ธันวาคม 2564 นี้ หรือที่โชว์มาสด้าทั่วประเทศ
มาสด้าอัดโปรแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมทัพรถยนต์รุ่นใหม่แน่นงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021
มาสด้าเดินหน้าลุยงานใหญ่ส่งท้ายปี มอเตอร์ เอ็กซ์โป ชูไฮไลท์เด็ดกับเอสยูวีน้องใหม่ล่าสุด NEW MAZDA CX-3 มาพร้อมเทรนด์สีใหม่ล้ำอนาคตกับ สีแพลตทินั่ม ควอตซ์ ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมทุกมุมมอง ตอบรับทุกประสบการณ์ในแบบคุณด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร เพิ่มออฟชั่นความสะดวกสบายที่ครบครันมากยิ่งขึ้น นำทัพครอสโอเวอร์เอสยูวีและรถยนต์นั่งทุกรุ่นมาจัดแสดงเต็มพื้นที่ พร้อมข้อเสนอสุดร้อนแรงแห่งปี กับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance2 ฟรี Mazda Care Program 3 ปี3 และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร4 ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสยนตรกรรมมาสด้าทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้า อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1– 12 ธันวาคม 2564 นี้ หรือที่โชว์มาสด้าทั่วประเทศ
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต้องถูกเลื่อนออกไป ดังนั้น งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป จึงกลายเป็นสีสันครั้งสำคัญในช่วงปลายปีที่ทุกคนต่างรอคอย โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ต่างนำยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้ยลโฉม สำหรับมาสด้าก็เช่นกัน ที่ช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวแนะนำรถรุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น โดยเฉพาะรถในกลุ่ม MAZDA FAMILY SUV ได้แก่ MAZDA CX-5 และ MAZDA CX-8 ที่กำลังประสบความสำเร็จอยู่ในขณะนี้ จากการวางกลยุทธ์ด้านราคาและการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น จึงกลายเป็นโมเดลที่มาเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้าให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ล่าสุดอีกหนึ่งรุ่นกับครอสโอเวอร์น้องเล็ก NEW MAZDA CX-3 เอสยูวีใหม่ที่คุ้มค่ากว่า ซึ่งการเปิดตัวรุ่นเหล่านี้ทำให้รถในตระกูล CX-SERIES มีความสมบูรณ์แบบและครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งมาสด้าได้นำมาจัดแสดงเป็นไฮไลท์สุดพิเศษของงานในครั้งนี้ ผู้ที่เดินทางมาเข้าชมงานไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
NEW MAZDA CX-3 มาพร้อมกับการแนะนำเทรนด์สีใหม่แห่งอนาคตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับสีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ ที่แสดงออกถึงสไตล์พรีเมี่ยม โดดเด่น และสะท้อนตัวตนอันมีเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งมาสด้าเชื่อว่าสีใหม่นี้จะเข้ามาสร้างกระแสนิยมใหม่ให้กับวงการรถยนต์ และกลายเป็นหนึ่งในสีซิกเนเจอร์ที่ลูกค้าชื่นชอบ นอกจากนี้ CX-3 ยังได้รับการอัพเดทให้มีความทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อิสระแห่งสังคมยุคดิจิตอล และมอบความอเนกประสงค์ในการใช้งานรอบด้าน ด้วยอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger รองรับระบบ Wireless Apple CarPlay พร้อมให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งแต่ละรุ่นมีออฟชั่นที่ครบครันตามความต้องการของลูกค้า โดยวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 769,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ย 1.33%1 และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของภายในงานแห่งนี้

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดของงานแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้เลือกสรรครบทุกรุ่น พร้อมกับมอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มมากมายตลอดงาน ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถพบกับยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 หรือไปที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ โดยเฉพาะแคมเปญสุดพิเศษที่มาสด้านำมามอบให้กับลูกค้าแบบสุดคุ้มที่สุดในรอบปี ผนวกกับคุณสมบัติที่โดดเด่น สมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีล้ำสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ระบบความปลอดภัยระดับโลก รวมทั้งการออกแบบอันสง่างาม เชื่อว่ารถมาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ประกอบไปด้วย
- NEW MAZDA2 รถยนต์นั่งขนาดเล็กแต่คุณภาพคับแก้ว หรูหราสปอร์ตพรีเมี่ยม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพ พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด ดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหรา สง่างาม โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมตัวถัง 2 แบบ 2 สไตล์ ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตซ์แบค 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
- ALL-NEW MAZDA3 รถยนต์นั่งต้นแบบแห่งความสง่างาม เรียบหรูทุกมุมมอง การันตีความเป็นที่สุดจากงานดีไซน์ระดับโลก World Car Design of the Year 2020 ราคาเริ่มต้น 969,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
- ALL-NEW MAZDA CX-30 สง่างามด้วยการออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ เรียบง่ายแต่งดงาม เจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมปี 2020 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และติด Top 3 World Car of the Year 2020 ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันกับรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition
- NEW MAZDA CX-5 ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ “พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง” เติมเต็มการใช้ชีวิตให้ก้าวไปสู่ความเป็นที่สุด ใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆ วันกับครอบครัว ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำหน้า ใส่เทคโนโลยีและออฟชั่นเพิ่มขึ้น แต่ราคาเริ่มต้นเพียง 1,320,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 Mazda Care Program 3 ปี3
- NEW MAZDA CX-8 “ทุกช่วงเวลา…มีคุณค่าไม่สิ้นสุด” ยังคงความเป็นรถอเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง หนึ่งเดียวในตลาดที่วางจำหน่ายในประเทศไทย มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและคลีนดีเซล กับราคาเริ่มต้นเพียง 1,499,000 บาท พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรี Mazda Care Program 3 ปี3
- ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพใหม่สไตล์เอสยูวี ที่ผนวกคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรถปิกอัพรวมเป็นหนึ่งเดียว ราคาเริ่มต้น 553,000 บาท พร้อมแพ็คเกจพิเศษเพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ทั้งดอกเบี้ย 2.19%5 หรือ 2.39%6 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
- MAZDA MX-5 สปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก แบรนด์ไอคอนของมาสด้าเจ้าตำนานแห่งความสนุกสนานในการขับขี่ หลังคาเปิดประทุนด้วยระบบไฟฟ้า ตอบสนองความต้องการของแฟนพันธุ์แท้มาสด้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยราคาจำหน่าย 2,905,000 บาท พร้อมข้อเสนอฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี1 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร4

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้จัดแคมเปญ MAZDA EXPO 2021 มหกรรมออกรถสิ้นปี มอบข้อเสนอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ให้ลูกค้าที่จองซื้อรถใหม่ที่โชว์รูมมาสด้า ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%7, ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance7 และรับฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ เมื่อจองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ได้แก่
- ลูกค้า 400 ท่านแรก ที่จอง 3,000 บาท เพื่อซื้อรถ Mazda2 และ Mazda BT-50 รับฟรี Eloop EW35 Wireless Fast Charging Power Bank มูลค่า 690 บาท
- ลูกค้า 600 ท่านแรก ที่จอง 5,000 บาท เพื่อซื้อรถ Mazda CX-5 และ Mazda CX-8 รับฟรี เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Sharp รุ่น IG-GC2B/N มูลค่า 2,990 บาท
- ลูกค้า 400 ท่านแรก ที่จอง 5,000 บาท เพื่อซื้อรถ Mazda3, Mazda CX-3 และ Mazda CX-30 รับฟรี กล่องฆ่าเชื้อ Philips Lighting UV-C Disinfection Mini Box มูลค่า 1,590 บาท
และพบกับ MAZDA EXPO 2021 มหกรรมตรวจรถก่อนสิ้นปี เพื่อความอุ่นใจทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคม 2564 ที่ศูนย์บริการมาสด้า ไม่ว่าจะเป็น ฟรีตรวจเช็กรถ 20 รายการ8, รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ9 ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ทุกสินค้าและบริการ10 และซื้อยางใหม่ ครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท11

หมายเหตุ:
1ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน สำหรับ New Mazda2, New Mazda CX-3, All-New Mazda CX-30 100th Anniversary Edition, New Mazda CX-5 และ New Mazda CX-8 ทุกรุ่น
สำหรับ All-New Mazda3 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน เฉพาะรุ่น 2.0 SP, 2.0 SP Sports ราคา 1,198,000 บาท และ All-New Mazda CX-30 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 54 เดือน เฉพาะรุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท
2บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ.ทิพยประกันภัย
3 Mazda Care Program 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
4ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection
5ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน เฉพาะรุ่น Double Cab
6ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน เฉพาะรุ่น Freestyle Cab และ Standard Cab
7เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
8ตรวจฟรี 20 รายการ ตามเงื่อนไขกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ของกรมขนส่งทางบก
9รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถ และได้รับการอนุมัติการสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. 2564 ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นส่วนลดอื่นหรือเงินสดได้
10โปรดตรวจสอบประเภทสินค้า บริการ และเงื่อนไขของบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ณ จุดบริการก่อนทำรายการทุกครั้ง
11ราคายางรถยนต์ รวมค่าแรงถอด-ใส่ ค่าตะกั่วและจุกลมยางพร้อมเติมลมยางปกติ เมื่อซื้อครบ 4 เส้น
เงื่อนไขเพิ่มเติม:
- เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถภายในวันที่ 1-31 ธันวาคม 2564 เท่านั้น
โตโยต้า เชิญสัมผัสข้อเสนอสุดพิเศษ! “Happy Together” ในงาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 38
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูธโตโยต้า ภายใต้แนวคิดการส่งมอบความสุขกับแคมเปญ “Happy Together” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมอบเป็นของขวัญให้แก่ลูกค้าทุกท่าน พร้อมเปิดตัว Corolla Cross HEV GR Sport พบพาเหรดรถยนต์ยอดนิยม อาทิ รถยนต์ GR Series และ รถยนต์รุ่นพิเศษ Modellista ยกขบวนมาหลากหลายรุ่นทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถเพื่อการพาณิชย์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) รับข้อเสนอสุดพิเศษ! ซื้อรถวันนี้ร่วมลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 1 -12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์รุ่นล่าสุด ภายใต้แนวคิดการส่งมอบความสุขกับแคมเปญ “Happy Together” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมอบเป็นของขวัญให้แก่ลูกค้าทุกท่านเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า พร้อมเดินหน้าส่งมอบความสุขและอิสรภาพในการเดินทาง มุ่งสู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ที่เพียบพร้อมด้วยความปลอดภัยให้กับทุกคน ตามปรัชญาของโตโยต้า ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever Better Car) โดยในครั้งนี้เราได้นำเสนอใน 2 โซนหลัก คือ GR Zone ที่จัดแสดงรถยนต์ ซึ่งได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจ และ DNA ของทีมแข่งระดับโลกอย่าง Toyota Gazoo Racing ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกภายใต้แนวคิด “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” (From Circuit to Road) และ Modelllista Zone ที่จัดแสดงรถยนต์ ซึ่งได้รับการออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Sophisticated Premium Tokyo Iconic ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พรีเมียม โดดเด่นไม่เหมือนใคร
พร้อมแคมเปญสุดพิเศษ “ส่งต่อความสุขทั่วกัน” (Happy Togerther) ที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้า ที่จองรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นภายในงาน หรือที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พร้อมยกระดับการครอบครองรถยนต์โตโยต้าผ่านประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ “New Buying Experience” และ ประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ “New Usage Experience” ที่สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสกับดีลท้ายปีที่พิเศษสุด และกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมายที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้ตลอดทั้งงานและที่สำคัญนี่คือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นเจ้าของรถโตโยต้า
รถยนต์โตโยต้าที่จัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38”
GR Zone
นำเสนอรถยนต์ GR Series ในรุ่นต่างๆ ซึ่งเป็นรถที่ได้รับการพัฒนา และ DNA จากทีมรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า “Toyota Gazoo Racing” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก และออกแบบเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ภายใต้แนวคิด “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” หรือ From Circuit to Road
โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport รถยนต์อเนกประสงค์ SUV เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วย DNA ของมอเตอร์สปอร์ต ในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า จากจิตวิญญาณของ Gazoo Racing โดดเด่นด้วยการตกแต่งแพ็คเกจชุด GR กันชนด้านหน้า, กระจังหน้า, สเกิร์ตข้าง, กันชนด้านหลัง, ไฟท้าย, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ออกแบบใหม่โดยเฉพาะ พร้อมสัญลักษณ์ GR Sport ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้า สีดำ Piano Black พวงมาลัย และเบาะหนังเดินตะเข็บด้ายสีเงิน พนักพิงศีรษะและปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยโลโก้ GR พร้อมสัมผัสของสมรรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่ และพวงมาลัยไฟฟ้า ปรับแต่งแบบสปอร์ต มอบความรู้สึกในการขับขี่ที่หนักแน่น มั่นคง พร้อมการบังคับควบคุมพวงมาลัยที่แม่นยำขึ้น ให้ความรู้สึกมั่นใจ และสนุกสนานในการขับขี่ โดยมีสีให้เลือก ได้แก่ สีแดง สีขาว Two tone หลังคาดำ และสีดำ ตามแนวคิด GR และมีการปรับระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ จนถึงจุดหยุดนิ่งในรุ่น “HEV GR Sport” และ “HEV Premium Safety” อีกด้วย
เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport ได้แล้ววันนี้ ใหม่
รุ่น HEV GR Sport 3 สีภายนอก
- Platinum White Pearl/Black roof ****
- Red Mica Metallic/Black roof *****
- Attitude Black Mica
HEV GR Sport ราคา 1,249,000 บาท**
พิเศษสุดสำหรับลูกค้าใหม่ รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ มูลค่า 27,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.29% นาน 48 เดือน
รับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.
สำหรับ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport หลังคาดำติดตั้งจากโรงงาน
**** สำหรับสี Platinum White Pearl/Black roof เพิ่มเงิน 15,000 บาท
***** สำหรับสี Red Mica Metallic/Black roof เพิ่มเงิน 10,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น Hi-Floor รถกระบะยกสูงรุ่นท็อป Premium Adventure ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาจากรถแข่งระดับโลก ที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ World Rally Championship (WRC) เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถกระบะดีไซน์สปอร์ต ดุดัน ทันสมัย ทั้งการออกแบบภายนอก ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอย และการตกแต่งภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ GR-Sport มาพร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) เพิ่มประสิทธิภาพ ให้สมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง ขับสนุกเร้าใจ สามารถขับลุยได้ทุกที่และมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า Toyota Safety Sense
ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (Hi-Floor (4×4)) ราคา 1,299,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ ในรุ่น Lo-Floor รถกระบะตัวเตี้ยหน้าหล่อที่เพิ่มความ Sport Premium ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบ Super GT (Grand Touring) การแข่งรถยนต์ทางเรียบความเร็วสูงอันดับ 1 ของเอเชียและเป็นที่นิยมแพร่หลายในระดับโลก โดยรถรุ่นนี้เหมาะสำหรับลูกค้าสายรถแต่ง ที่ต้องการรถกระบะที่มีดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะสูง โดยปรับลดความสูงช่วงล่างลง 23 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูง พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 2.8 GD Super Power 204 แรงม้า ที่ตอบสนองความเร็ว แรง และการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจมากยิ่งขึ้น รถกระบะรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาสำหรับประเทศไทยเท่านั้น

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ (Lo-Floor) ราคา 889,000 บาท
พร้อมเป็นเจ้าของไฮลักซ์ รีโว่รุ่นอื่นๆ ในราคาคุ้มค่าต่อการเป็นเจ้าของ
ไฮลักซ์ รีโว่ Rocco
– มี 4 รุ่น ราคา ราคา 966,000 – 1,256,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
– มี 5 รุ่น ราคา ราคา 879,000 – 1,176,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner
– มี 10 รุ่น ราคา ราคา 724,000 – 1,026,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ Z-Edition
– มี 8 รุ่น ราคา ราคา 619,000 – 805,000 บาท
ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน กระบะตอนเดียว
– มี 7 รุ่น ราคา ราคา 544,000 – 704,000 บาท
(*สำหรับสี Emotional Red และ White Pearl CS เพิ่ม 10,000 บาท / ** สี Super White ลด 7,000 บาท)

ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport ถือได้ว่าเป็นรุ่นสูงสุดของรถในตระกูล PPV ของโตโยต้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพัฒนารถในสไตล์รถแข่ง World Rally Championship (WRC) เฉกเช่นเดียวกับไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ซึ่งเป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่สามารถขับไปได้ทุกที่ ในทุกสภาพถนน เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ที่เน้นสมรรถนะใน
การขับขี่อันยอดเยี่ยม ด้วยสมรรถนะของระบบช่วงล่างขับสนุกแบบสปอร์ต ที่มาพร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ตอบสนองความสนุกสนสนานในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้
ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น 2.8 GR Sport เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ราคา 1,879,000 บาท
พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์รุ่นอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ
ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น Legender มี 4 รุ่นย่อย
– 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,839,000 บาท
– 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,775,000 บาท
– 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,636,000 บาท
– 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,566,000 บาท
(*สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี White Pearl CS Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)
Modellista Zone
จัดแสดงรถยนต์ที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง Modellista ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมือง TOKYO ประเทศญี่ปุ่นหนึ่งในมหานครแห่งความทันสมัย ที่เพิ่มสีสันให้กับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณให้มีความพรีเมียม หรูหรามากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Sense of Unity” ซึ่งหมายถึง การนำเสนอความงามที่เป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบรถ เพื่อทำให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น”

คัมรี ชุดแต่ง Modellista Package คัมรี รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่
คัมรี รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ สมบูรณ์แบบด้วยภาพลักษณ์ แห่งความหรูหรา ด้วยดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ มาพร้อมกับคิ้วโครเมียม ชุดโคมไฟหน้าที่เพิ่มความโฉบเฉี่ยว เพิ่มขนาดล้ออัลลอยใหญ่ 18 นิ้ว ให้ความรู้สึกสปอร์ต ภายในตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้แบบใหม่ หนังหุ้มเบาะหนังแท้พร้อมวัสดุสังเคราะห์แบบนุ่มพิเศษที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน เบาะนั่งด้านหลังปรับไฟฟ้า พร้อมแผงควบคุมที่คอนโซลด้านหลัง หน้าจอแบบ Floating type ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถยนต์โตโยต้า “Toyota Safety Sense” เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด
พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เหนือความคาดหมายด้วย ชุดแต่ง Modellista package ที่ได้รับการออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Tokyo Style มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ตอกย้ำภาพลักษณ์แห่งความสำเร็จ และสร้างความภูมิใจในการครอบครองเป็นเจ้าของ ในราคาเพียง 41,000 บาท โดยสามารถติดตั้งกับคัมรี รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ได้ทุกรุ่น
เลือกเป็นเจ้าของ คัมรี รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่
รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด 2 รุ่น
– รุ่น 2.5 HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท*
– รุ่น 2.5 HEV Premium ราคา 1,659,000 บาท*
รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2 รุ่น
– รุ่น 2.5 Premium ราคา 1,599,000 บาท*
– รุ่น 2.5 Sport ราคา 1,475,000 บาท*
(สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท)
*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน
โคโรลล่า ครอส Modellista โคโรลล่า ครอส
โคโรลล่า ครอส รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว ภายในห้องโดยสารกับที่สุดแห่งความกว้างขวาง สะดวกสบาย เพียบพร้อมด้วยพื้นที่อรรถประโยชน์ใช้สอยในการเก็บสัมภาระ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย ด้านสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเกินใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ เพิ่มสมรรถนะ ช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้งที่แม่นยำยิ่งขึ้น ตอบสนองได้ดั่งใจ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) มั่นใจมากยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า Toyota Safety Sense
พร้อมฉลองความสำเร็จยอดขายอันดับหนึ่ง ยืนหนึ่งตลาดรถ Hybrid SUV พร้อมแนะนำรุ่นพิเศษ โคโรลล่า ครอส Modellista ได้รับการออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ที่สำคัญการันตีคุณภาพมาตราฐานด้วยการติดตั้งจากโรงงาน พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ต ประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง ล้ออัลลอย 18” พร้อมฝาครอบ ในรุ่น HEV Premium Safety และ HEV Premium สี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl*, Metal Stream Metallic
เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส
สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เกียร์อัตโนมัติ
– HEV Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**
– HEV Premium ราคา 1,089,000 บาท**
– HEV Smart ราคา 1,019,000 บาท**
สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ
– 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท**
พร้อมเป็นเจ้าของโคโรลล่า ครอส Modellista
– HEV Premium Safety ราคา 1,240,500 บาท**
– HEV Premium ราคา 1,130,500 บาท**
*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษและค่าติดตั้ง โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด โดยไม่รวมค่าทำสีหลังคาดำ

YARIS Sport Premium (Two-Tone) ATIV Sport Premium (Two-Tone) พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN**
YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาในด้านดีไซน์ให้มีความสปอร์ต พรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มาพร้อมกับกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอก สเกิร์ตด้านข้าง และด้านหลัง สปอยเลอร์หลัง ตลอดจนล้ออัลลอยปัดเงาสีดำตกแต่งด้วยขอบสีเงินขนาด 15 นิ้ว และภายในปรับพวงมาลัยแบบ Soft Touch หุ้มหนังชนิดนุ่มพิเศษ พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน “Fun-To-Drive” ระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน ที่สำคัญประหยัดน้ำมันสูงสุดในราคาที่สมเหตุสมผล มีความคุ้มค่าและง่ายต่อการเป็นเจ้าของ
โดย YARIS และ ATIV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นมาตรฐาน และเพิ่ม YARIS รุ่นภายในตกแต่งพิเศษสีทูโทน Terra Rossa และสีดำ อีก 2 รุ่น ควบคู่ไปกับชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern & Cool โดดเด่นสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์สปอร์ตครอสโอเวอร์รอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมโช๊คอัพและสปริงแบบยกสูงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อเอาใจ Urbanista ที่ชอบความโดดเด่น ไม่ซ้ำใครโดยเฉพาะ
ราคาคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ
YARIS รุ่นปรับปรุงใหม่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
– Sport Premium (Two-Tone) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 684,000 บาท*
– Sport Premium X (Two-Tone) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 684,000 บาท*
– Sport Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 679,000 บาท*
– Sport X (Two-Tone) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 614,000 บาท*
– Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 609,000 บาท*
– Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 549,000 บาท*
ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
– Sport Premium (Two-Tone) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 679,000 บาท*
– Sport Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 674,000 บาท*
– Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 599,000 บาท*
– Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 539,000 บาท*
*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN* (โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด)
- YARIS ราคา 44,600 บาท
*สามารถสั่งซื้อและติดตั้งพร้อมกับตัวรถได้เฉพาะรุ่นพิเศษ Sport Premium X และ Sport X เท่านั้น
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ โตโยต้าได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราในหลากหลาย รุ่น อาทิ “ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport” และ “ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport” รถอีโคคาร์ “ATIV & Yaris” รุ่นปรับปรุงใหม่ และ “Yaris X Urban” “โคโรลล่า อัลติส นูร์เบิร์กริง” และ “คัมรี” รุ่นปรับปรุงใหม่ ซึ่งในวันนี้เราได้นำความตื่นเต้นทั้งหมดมาไว้ ณ ที่นี้แล้ว
ที่สำคัญที่สุด ผม “ขอขอบคุณ” ลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับทำให้มียอดจองถึง 3,550 คัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน สำหรับ ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport และ ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport และหลังจากการแนะนำ ATIV & Yaris รุ่นปรับปรุงใหม่ และ Yaris X Urban เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้การต้อนรับอันดี ด้วยยอดขายมากกว่า 6,200 คัน”

| สัมผัสประสบการณ์พิเศษในการครอบครองรถยนต์โตโยต้า |
สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของโตโยต้า The New Era of Experience พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนด้วย Digital Platform ที่ผ่านความร่วมมือระหว่างพันธมิตรของโตโยต้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ “New Buying Experience” และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ “New Usage Experience” ที่มีเทคโนโลยีและบริการที่จะเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รองรับทุกไลฟ์สไตล์
“ยุคนี้ ยุค KINTO” อิสรภาพใหม่ของการใช้รถจากโตโยต้า
KINTO ประสบการณ์รูปแบบใหม่ของการใช้รถยนต์โตโยต้า จากโตโยต้า ลีสซิ่ง ด้วยบริการออนไลน์สำหรับลูกค้าบุคคลเช่ารถระยะยาว ที่ให้คุณเป็นเจ้าของรถใหม่ได้ง่ายๆ หลากหลายรุ่นให้เลือก ด้วยบริการ KINTO ONE “ฉลาดสุดๆ ไม่ต้องดาวน์ ถูกใจค่อยซื้อ” การให้บริการแบบครบวงจรทั้ง 3 ด้าน
- Full Service ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายด้วยบริการคุณภาพมาตราฐานจากโตโยต้า
- การบำรุงรักษา และเปลี่ยนอุปกรณ์ วัสดุสิ้นเปลืองฟรีทุกรายการ
- ประกันภัยชั้น 1 จากโตโยต้าแคร์
- บริการพิเศษช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม.
- บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม
- การดูแลเรื่องภาษีรถยนต์ประจำปี
- One Price ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการใช้รถ ลูกค้าสามารถใช้รถได้อย่างคุ้มค่ากับค่าบริการราคาเดียวตลอดอายุสัญญา
- ไม่ต้องมีเงินดาวน์
- หมดกังวลเรื่องราคาขายต่อ
- ใหม่! เมื่อครบสัญญาลูกค้าสามารถเลือกเป็นต่อได้เป็นสิทธิแรกในราคาทุน หรือ เปลี่ยนคันใหม่รุ่นล่าสุดด้วยโปรแกรม KINTO ONE
- Online Service ตอบโจทย์อิสระใหม่ในการใช้บริการ ด้วยบริการเช่ารถทางออนไลน์ที่ให้ความสะดวกสบายและรวดเร็วตั้งแต่ต้นจนจบ สมัครใช้บริการทางเว็บไซต์ kinto-th.com และใช้งานผ่านโมบายแอปพลิเคชัน KINTO สามารถตรวจสอบผลอนุมัติการสมัครได้ไวภายใน 1 ชั่วโมง ในวัน และเวลาทำการ
พิเศษกับบริการใหม่ล่าสุด KINTO FLEX เป็นบริการเช่ารถระยะยาว 3 ปี 3 โมเดล เลือกได้ตามใจ เปลี่ยนคันใหม่ทุกปี กับ 2 แพ็กเกจ เลือกได้ตามสไตล์อย่างอิสระ Excite และ Extreme รุ่นรถที่ให้บริการมีทั้ง Cross-C-HR-Altis และ Camry-Fortuner-Innova ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 27,200 บาท/เดือนและ 43,790 บาท/เดือน
“แคมเปญพิเศษ” สำหรับลูกค้าที่สมัครบริการ KINTO ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38
- KINTO One
– สมัครบริการ KINTO ONE รุ่นใดก็ได้ ชำระเงินประกันความเสียหายเพียง 10,000 บาท (จากปกติ ประมาณ 20,000 บาท) พร้อมรับบัตรของขวัญมูลค่า (8,000/ 10,000 / 15,000 บาท)
– สำหรับรุ่น Yaris หรือ Ativ ชำระเงินประกันความเสียหายเพียง 10,000 บาท (จากปกติ ประมาณ 20,000 บาท) พร้อมรับบัตรของขวัญมูลค่า 30,000 บาท
- KINTO FLEX
– สมัครบริการวันนี้ ชำระเงินประกันความเสียหายเพียง 10,000 บาท (จากปกติ ประมาณ 20,000 บาท)
รับบัตรของขวัญ มูลค่า 15,000 บาท สำหรับโปรแกรม Excite และมูลค่า 25,000 บาท สำหรับโปรแกรม Extreme
พิเศษ ยื่นใบสมัครภายในงาน รับบัตรสตาร์บัคส์ มูลค่า 200 บาท
และของที่ระลึก จาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (TLT) เช่น เครื่องฟอกอากาศ , หน้ากากอนามัย, สเปรย์แอลกอฮอล์, หมอน KINTO จัดส่งช่องทางไปรษณีย์
TOYOTA Wallet (โตโยต้า วอลเล็ท)
TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยภายใต้รูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ในรูปแบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายใต้สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความสะดวกสบาย และปลอดภัยในทุกการใช้ สำหรับลูกค้าที่สนใจ TOYOTA Wallet เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TOYOTA Wallet สำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการของโตโยต้าที่ผู้แทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศที่เข้าร่วม ทั้งนี้ Toyota Wallet จะเป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อเชื่อมโยงชีวิตของทุกคนให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าโตโยต้าที่จะได้รับความสะดวก และสิทธิประโยชน์มากมาย (สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Toyota Wallet ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS)
ติดตามข้อมูลข่าวสาร และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://toyota-wallet.tlt.co.th

สัมผัสประสบการณ์พิเศษในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับลูกค้าโตโยต้า
- ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้เปลี่ยนการซื้อรถจากรูปแบบเดิม สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยบริการรูปแบบใหม่ที่โตโยต้าได้คิดค้นพัฒนาขึ้น
- Connect Locator บริการเช็กสถานะสต็อก และระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์แบบเรียลไทม์ (Real time) ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูล สถานะการส่งมอบรถได้อย่างแม่นยำ
- Connected Auto Loan (CAL) การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ทำให้เป็นเจ้าของรถได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
- บริการ Sabuy 😀 มิติใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนชำระค่างวดต่ำลงประมาณ 20% รวมค่าเช็คระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการโตโยต้า
- KINTO บริการออนไลน์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่ สะดวกสบายไม่ต้องใช้เงินดาวน์
- แพ็กเกจประกันภัยชั้น 1 Convini-Insure คุ้มครองนาน 3 ปี สามารถนำไปรวมกับยอดแบ่งจ่ายรายเดือนได้
- การรับประกันมูลค่ารถในอนาคต GFV (Guarantee Future Value) ไม่ต้องกังวล ราคาขายต่อ สำหรับรถรุ่น Hybrid
- ประสบการณ์ในการใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เทคโนโลยีเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตของ TOYOTA ที่จะทำให้คุณยิ่งอุ่นใจและมั่นใจด้วยบริการสุด Exclusive ที่ลูกค้าจะได้รับผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota แอปพลิเคชันบนมือถือที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมบริการที่หลากหลาย อาทิ บริการ Find My Car, รู้สถานะรถยนต์เรียลไทม์ผ่านบริการข้อมูลรถและการขับ (Vehicle Information), เหนือชั้นด้วยบริการติดตามรถหาย (TheftTrack), พร้อมประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS 24 ชั่วโมง และเพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัย สะดวกสบายถึงขีดสุด กับบริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services) ในการขอเส้นทาง จองร้านอาหาร โรงแรม สปา สนามกอล์ฟ
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ที่จะดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และบริการอื่นๆ ผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้าโตโยต้าเท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมกิจกรรมภายที่บูธ Toyota ในงาน Motor Expo รับฟรีของที่ระลึกจาก T – Connect
| ร่วมส่งความสุขท้ายปีกับกิจกรรม “TOYOTA Happy Together ส่งต่อความสุขทั่วกัน” |
สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น
ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 และที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- โทรศัพท์มือถือ Apple รุ่น iPhone 13 Pro Max ความจุ 128 GB มูลค่า 42,900 บาท (จำนวน 80 รางวัล)
- รางวัลที่ 2 แท็บเลตรุ่น Apple iPad ความจุ 256 GB Wifi มูลค่า 16,900 บาท (จำนวน 100 รางวัล)
- รางวัลที่ 3 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์และซื้ออุปกรณ์หรือบริการตกแต่งรถยนต์มูลค่า 10,000 บาท (จำนวน 170 รางวัล)
- รางวัลที่ 4 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์และซื้ออุปกรณ์ หรือบริการตกแต่งรถยนต์มูลค่า 5,000 บาท (จำนวน 650 รางวัล)
รวมทั้งสิ้น 1,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 10,000,000 บาท
*กิจกรรมดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2564
*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ติดตามรับชมรถที่จัดแสดงภายในบูธโตโยต้า ผ่านการ LIVE FACEBOOK ทุกวันได้ที่ https://www.facebook.com/toyotamotor.th/
เชิญสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ และยนตรกรรมหลากหลายรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ในงาน The 38th Thailand International Motor Expo 2021 ระหว่างวันที่ 1 -12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เปอโยต์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE ALL-NEW 2008 SUV’ เอาใจคนรุ่นใหม่ หัวใจพรีเมียม ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021
เปอโยต์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัวสมาชิกใหม่ที่หลายคนรอคอย ‘THE ALL-NEW 2008 SUV’ ยนตรกรรมอเนกประสงค์สำหรับคนรุ่นใหม่ หัวใจพรีเมียม จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 1–12 ธันวาคม 2564 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

มร. คริสตอฟ มูซี่, รองประธานอาวุโส อาเซียน สเตลแลนทิส (STELLANTIS) กล่าวว่า “งานเปิดตัวรถยนต์ เปอโยต์ 2008 ในวันนี้ ผมรู้สึกยินดีต่อการกลับมาทำตลาดของรถยนต์ เปอโยต์ ในประเทศไทย กับพันธมิตร เบลฟอร์ต ออโตโมบิล
สเตลแลนทิส ก่อตั้งขึ้นช่วงเดือนมกราคมปีนี้ เมื่อ กรุ๊ป พีเอสเอ (Groupe PSA) และ เฟียต ไครส์เลอร์ ออโตโมบิลส์ (Fiat Chrysler Automobiles) รวมตัวกัน เพื่อให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ครอบคลุมตลาดกว่า 130 ประเทศด้วยยนตรกรรม 14 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้ฐานการผลิดกว่า 30 ประเทศ
เราให้ความสำคัญกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ด้วยการผลิตในอาเซียนเพื่อประเทศแถบอาเซียน ปัจจุบันเรามีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อการสนับสนุนการทำธุรกิจในไทย ซึ่งวันนี้ทุกท่านจะเห็นได้จากการเปิดตัวรถยนต์ เปอโยต์ 2008 ใหม่ ที่คว้ารางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 และด้วยยอดจำหน่ายทั่วโลกในเจเนอเรชั่นก่อนหน้ารวมกว่า 1.2 ล้านคัน ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่ามีศักยภาพที่ดีพอจะทำให้ เปอโยต์ 2008 ใหม่ ก้าวขึ้นเป็นผู้นําในกลุ่มคอมแพ็กต์เอสยูวี สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาความหรูหรา ตามแบบฉบับรถยนต์ยุโรปในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
สำหรับประเทศไทย เรามีแผนการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในอนาคต และไม่จำกัดเฉพาะแบรนด์ เปอโยต์ แต่รวมถึงรถยนต์อีกหลายแบรนด์ในเครือ สเตลแลนทิส และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งเราพร้อมจะเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้”

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปอโยต์ ประเทศไทย เผยว่า “นับเป็นโอกาสอันดีของผู้ใช้รถในไทย ที่จะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์ เปอโยต์ ‘THE ALL-NEW 2008 SUV’ ที่มาพร้อมดีไซน์ที่แตกต่าง สะกดทุกสายตา ลงตัวกับคนรุ่นใหม่ สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวและสไตล์ของผู้ครอบครอง พร้อมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การบริการหลังการขาย รวมไปถึงการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในราคาที่จับต้องได้ ภายใต้คอนเซปต์ Be Your First European Car”

++ ดีไซน์โดดเด่น เข้มและเฉียบคมทุกมิติ
ตัวถังกะทัดรัด เน้นรายละเอียดการดีไซน์ ตามสไตล์ยนตรกรรมจากฝรั่งเศส การันตีความเฉียบคมด้วยรางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 สะท้อนความเป็นสิงห์ผยองทุกมุมมอง ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบฟูลแอลอีดี พร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แนวตั้ง คล้ายเขี้ยวสิงโต กระจกหน้าเอนลาด ทำให้รถดูสปอร์ต ตัวถังด้านข้างเน้นเหลี่ยมสัน เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยลูกเล่นบริเวณเส้นข้างประตู ดูบึกบึนและสะดุดตายิ่งขึ้น ขณะที่ไฟท้ายดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนกรงเล็บสิงโต (Lion Claws) ตัดกับคิ้วสีดำเงาอย่างลงตัว ปิดท้ายความเท่ด้วยชุดท่อไอเสียแบบคู่ พร้อมล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว

++ ขุมพลังเทอร์โบ สนุกได้ ประหยัดด้วย
ขับสนุกด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.2 ลิตร เทคโนโลยี PureTech 129 แรงม้า (HP) ตอบสนองดีทุกช่วงรอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สู่ล้อคู่หน้า ทำให้เป็นรถขับสนุกและใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่า มาพร้อมความมั่นใจในทุกสภาพเส้นทางกับดิสก์เบรก 4 ล้อ จับคู่กับช่วงล่างหนึบแน่นสไตล์รถยุโรป

++ 3D i-Cockpit ยกระดับความปลอดภัย ล้ำสมัยที่สุดในเซ็กเมนท์
เปอโยต์ 2008 เอสยูวี โฉมใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในเซ็กเมนท์ ที่มีห้องโดยสารสุดไฮเทค ‘i-Cockpit’ ที่ผ่านการปรับปรุงให้พิเศษเหนือระดับ กับเทคโนโลยี ‘3D i-Cockpit’ เป็นเฮด-อัพดิสเพลย์ 3 มิติ ลอยขึ้นมาอยู่ใกล้สายตาผู้ขับมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความฉับไวในการตอบสนองของผู้ขับ ยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น ขณะที่พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด ‘Compact Steering Wheel’ ควบคุมง่ายและให้ความรู้สึกกระชับ ติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 7 นิ้ว กลางแดชบอร์ด แสดงผลได้หลากหลายและคมชัด เมื่อมองต่ำลงมาก็พบกับ 7 สวิตช์ทรงก้านเปียโน ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android Auto รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันทันสมัย

THE ALL-NEW PEUGEOT 2008 SUV ราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว 1.189 ล้านบาท
พร้อมรับ PEUGEOT VALUE CARE PACKAGE ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูลติดต่อ เปอโยต์ ประเทศไทย โทร. 02-931-8400
LINE : @peugeotthailand
Facebook : Peugeot
การเดินทางครั้งใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ “โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport” รถอเนกประสงค์ SUV ยอดขายอันดับหนึ่งในตลาด C-SUV ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร ที่จะมอบประสบการณ์แห่งการเดินทางครั้งใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยกับ “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ ซึ่งได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จ ยอดจองทะลุ 4,200 คัน ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่เปิดตัว (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2563) มียอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัว รวมทั้งสิ้น 27,794 คัน ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในตลาดรถซับคอมแพคเอสยูวี (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2563 – พฤศจิกายน 2564) ที่สำคัญ ยอดขายรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด มีสัดส่วนถึง 85 % ของยอดจำหน่ายรวม และเป็นยอดขายสูงสุด ในตลาดรถ Hybrid SUV ตอกย้ำความเชื่อมั่นในระบบเครื่องยนต์ไฮบริดของโตโยต้า ที่ประหยัดน้ำมัน เงียบ แรง ทนทาน และมลพิษต่ำ
โคโรลล่า ครอส โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และความเงียบภายในห้องโดยสารที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) นอกจากนี้ยังแข็งแกร่งด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) มั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4 และเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ที่ตอบสนองด้วยอัตราเร่งที่เร้าใจ และประหยัดน้ำมัน
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ผมมีความยินดีที่จะแนะนำ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport ที่เติมเต็มด้วย DNA ของมอเตอร์สปอร์ต ในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า ด้วยจิตวิญญาณของ Gazoo Racing โดดเด่นด้วยการตกแต่งแพ็กเกจชุด GR ประกอบด้วย กันชนด้านหน้า, กระจังหน้า, สเกิร์ตข้าง, กันชนด้านหลัง, ไฟท้าย, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ออกแบบใหม่โดยเฉพาะ พร้อมสัญลักษณ์ GR Sport ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้า สีดำ Piano Black พวงมาลัย และเบาะหนังเดินตะเข็บด้ายสีเงิน พนักพิงศีรษะและปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยโลโก้ GR พร้อมสัมผัสของสมรรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่ และพวงมาลัยไฟฟ้า ปรับแต่งแบบสปอร์ต มอบความรู้สึกในการขับขี่ที่หนักแน่น มั่นคง พร้อมการบังคับควบคุมพวงมาลัยที่แม่นยำขึ้น ให้ความรู้สึกมั่นใจ และสนุกสนานในการขับขี่ โดยมีสีให้เลือก ได้แก่ สีแดง สีขาว Two tone หลังคาดำ และสีดำ ตามแนวคิด GR และมีการปรับระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ จนถึงจุดหยุดนิ่งในรุ่น “HEV GR Sport” และ “HEV Premium Safety” อีกด้วย”

โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport
- ดีไซน์ภายใน… MORE SPORTY INTERIOR
- ใหม่…ดีไซน์ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black สปอร์ต เข้มเต็มสไตล์ GR
- ใหม่…เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ GR
- สมรรถนะการขับขี่… MORE EXCITING PERFORMANCE
- ใหม่…ช่วงล่างปรับจูนใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม ด้วยคอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ ที่พัฒนาเพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ในรุ่น GR Sport โดยเฉพาะ ช่วยให้เกาะถนนดีเยี่ยม ทรงตัวดียิ่งขึ้น เข้าโค้งมั่นใจ
ระบบช่วงล่าง เฉพาะรุ่น GR Sport
ด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์
ด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสก์เบรก
- ใหม่…เหล็กค้ำตัวถังด้านล่าง เฉพาะรุ่น GR Sport
- ใหม่…พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ปรับแต่งเฉพาะรุ่น GR Sport
- เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 8 ลิตร ผสาน 2 พลัง มอเตอร์ไฟฟ้า x เครื่องยนต์ ให้การตอบสนองเต็มกำลัง พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด

เครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร (2ZR FXE) 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
แรงม้าสูงสุด (EEC net) 72 กิโลวัตต์ (98 PS) ที่ 5,200 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด (EEC net) 142 นิวตัน-เมตร(14.5 กก.-ม.) ที่ 3,600 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้าชนิด มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร
กำลังสูงสุด 88 กิโลวัตต์ / แรงบิดสูงสุด 202 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ไฮบริดชนิด นิกเกิลเมตัลไฮดราย
ความจุไฟฟ้า 6.5 แอมแปร์ (3 ชั่วโมง)
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ (122 PS)
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
23.3 กิโลเมตร/ ลิตร

- ใหม่…ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สไตล์ GR พร้อมยางขนาด 225/50 R18
- ระบบความปลอดภัย… MORE CONFIDENCE SAFETY
ใหม่…All-Speed Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist ระบบควบคุมและปรับลดอัตโนมัติ ได้ถึง 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้ เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน
- Lane Departure Alert with Steering Assist ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ
- Pre-Collison system ระบบความปลอดภัยก่อนการชน
- Automatic High Beams ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ
เชิญพบกับประสบการณ์การซื้อและการใช้งานรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
ลูกค้า “โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport และรุ่นปรับปรุงใหม่” สามารถเข้าถึงประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ New Usage Experience อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by TOYOTA เพื่อตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ได้ดียิ่งขึ้น
- Find My Car / ระบบติดตามการโจรกรรม (TheftTrack) / ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) / บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services) / บริการช่วยเหลือฉุกเฉินอัตโนมัติ (Auto SOS) / บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Maintenance Reminder) / ข้อมูลรถและการขับขี่ (Vehicle Information)

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport ผลิตภัณฑ์ GR รุ่นที่ 6 ที่แนะนำสู่ลูกค้าในประเทศไทย พัฒนาจากแนวคิดหลักของ Toyota Gazoo Racing กับความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ จึงเป็นที่มาของการสื่อสารภายใต้แนวคิด “Race Your Journey Ambition” เพื่อให้เป็น อีกขั้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่เร้าใจกว่าโดยเน้นประสบการณ์ที่ทุกประสาทสัมผัสจะทะยานไปกับความสปอร์ตเต็มขั้น จากทุกความสำเร็จในสนามแข่ง ที่ส่งต่อความดุดัน และโฉบเฉี่ยวให้กับ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport เพื่อให้เป็นยานยนต์พรีเมียมเหนือระดับ ที่เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม”
“โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความโดดเด่น เหนือชั้นด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม นอกเหนือจากรุ่นมาตรฐาน ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดี อรรถประโยชน์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบและไลฟ์สไตล์ พร้อมรุ่น “โคโรลล่า ครอส Modellista” ที่เน้นด้านความหรูหรา สำหรับผู้ชื่นชอบการตกแต่งพิเศษ “Tokyo Style” ที่หรูหรา โดดเด่น สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด Tokyo Style ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ต ในรุ่น HEV Premium Safety และ HEV Premium”
ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ “โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport” ได้ง่ายยิ่งขึ้น โตโยต้าขอนำเสนอ ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า ได้แก่
- โปรแกรมประกันภัย PHYD (Pay How You Drive) ขับดีลดให้ ที่จะช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย จากพฤติการขับขี่และระยะทาง โดยมอบส่วนลดค่าเบี้ย 10% สำหรับปีที่ 1ส่วนในปีที่ 2 นั้น ลูกค้าจะได้รับส่วนลดประวัติดี 20% และส่วนลดเพิ่มการขับขี่สูงสุด 25% ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระยะทางในการขับขี่ จากส่วนลดดังกล่าว เมื่อคำนวณส่วนลดในปีที่ 1 + ปีที่ 2 แล้วสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุดได้มากกว่า 14,000 บาท
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวสรุปว่า “โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport มาพร้อมความแตกต่าง ด้วยการเป็นรถเอสยูวี และระบบไฮบริด ที่ไว้วางใจได้สูงสุด มอบความสบายใจในการใช้รถ พร้อมอรรถประโยชน์ที่ดี ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าที่มองหาความเหนือระดับ ด้วยสมรรถนะที่ดียิ่งกว่า พร้อมด้วยรูปลักษณ์สปอร์ต ขอเชิญทุกท่านสัมผัสและทดลองขับรถรุ่นใหม่นี้ด้วยตัวท่านเอง”

เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport ได้แล้ววันนี้ ใหม่
รุ่น HEV GR Sport 3 สีภายนอก
- Platinum White Pearl/Black roof ****
- Red Mica Metallic/Black roof *****
- Attitude Black Mica
HEV GR Sport ราคา 1,249,000 บาท**
พิเศษสุดสำหรับลูกค้าใหม่ รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ มูลค่า 27,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.29% นาน 48 เดือน
รับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.
สำหรับ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport หลังคาดำติดตั้งจากโรงงาน
**** สำหรับสี Platinum White Pearl/Black roof เพิ่มเงิน 15,000 บาท
***** สำหรับสี Red Mica Metallic/Black roof เพิ่มเงิน 10,000 บาท

รุ่นปรับปรุงใหม่ 6 รุ่น 7 สีภายนอก
- Metal Stream Metallic (1)
- Red Mica Metallic
- Attitude Black Mica
- Celestite Gray Metallic(1)
- Platinum White Pearl* (1)
- Graphite Metallic
- Nebula Blue
- เฉพาะรุ่น Modellista
สีภายใน 2 สี สำหรับรุ่นปรับปรุงใหม่
- Terra Rossa (เฉพาะรุ่น HEV Premium Safety และ HEV Premium ที่มีสีภายนอก Attitude Black Mica / Celestite Gray Metallic / Platinum White Pearl)
- Black

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เกียร์อัตโนมัติ
- Modellista HEV Premium Safety ราคา 1,240,500 บาท***
- HEV Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**
- Modellista HEV Premium ราคา 1,130,500 บาท***
- HEV Premium ราคา 1,089,000 บาท**
- HEV Smart ราคา 1,019,000 บาท**
รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ
- 8 Sport ราคา 989,000 บาท**
* สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม
*** สำหรับรุ่น Modellista HEV Premium Safety และรุ่น Modellista HEV Premium ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษและค่าติดตั้ง โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด โดยไม่รวมค่าทำสีหลังคาดำ สำหรับการทำสีหลังคาดำ ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส HEV GR Sport และรุ่นปรับปรุงใหม่ วันนี้! พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ที่ง่ายในการเป็นเจ้าของ
ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้า และนิทรรศการนานาชาติ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ระหว่างวันที่ 10 – 12 ธันวาคมนี้
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เสนอที่สุดพลังแห่งทางเลือกภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 นำโดยบีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้านอนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยทัพรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ล่าสุดและข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 นี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการนำเสนอที่สุดของพลังแห่งทางเลือกให้กับลูกค้า พร้อมจัดแสดงรุ่นรถยนต์ในหลากหลายระบบขับเคลื่อนให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างจุใจ นำทัพโดยบีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ ที่มาพร้อมสมรรถนะสปอร์ตทรงพลังตามแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยู ผสานความสะดวก สบายเหนือระดับสำหรับการขับขี่ทางไกล ในขณะที่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 ใหม่ โดดเด่นด้วยความสปอร์ตและทันสมัย ผสมผสานความดิจิทัลยิ่งกว่ากับบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ ในขณะที่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX และ iX3 ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและดีไซน์การออกแบบล้ำสมัยมาอวดโฉมภายในงาน
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายมากมายที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บีเอ็มดับเบิลยูยังคงโอบรับแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อความก้าวหน้าด้านอนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งผสมผสานศาสตร์แห่งศิลป์และสุนทรียะแห่งการขับขี่ในการส่งต่อให้กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน ความเป็นผู้นำของเราในตลาดรถยนต์พรีเมียมสะท้อนได้จากความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนวิวธีการทำงานท่ามกลางเหตุการณ์ที่พลิกผัน ในขณะที่ผู้จำหน่ายของเราก็ทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ในคราวเดียวกัน เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าตามพันธกิจของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด การวัดผลของเราด้านดัชนีชี้วัดความพึงพอใจและความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อองค์กร (NPS) ในส่วนการขายและบริการหลังการขาย เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2564 ซึ่งนับเป็นสัญญาณบวกที่ดีจากลูกค้าของเรา โดยผ่านการโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ซึ่งแสดงระดับความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ในขณะเดียวกัน เรายังยกระดับโซลูชันด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนเส้นทางของลูกค้าผ่านช่องทางการขายและบริการ เรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและพัฒนาความเป็นดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดนอกจากนั้น เรายังนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อความพึงพอใจในทุกเส้นทางของลูกค้าของเรา และเราจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเรามุ่งหมายที่จะทำให้เกินกว่าความคาดหวังของลูกค้าทั้งในวันนี้และพรุ่งนี้”
“บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะสไตล์สปอร์ตทันสมัยควบคู่ ความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางระยะไกล รูปลักษณ์ภูมิฐานหรูหราเหนือระดับและการใช้งานรอบด้าน ในขณะที่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 ใหม่ มาให้เลือกในสองรุ่นย่อยคือ บีเอ็มดับเบิลยู BMW X3 xDrive30e M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ด้วยรูปลักษณ์ล้ำสมัยขึ้น พร้อมสมรรถนะอันทรงพลังยิ่งขึ้น และดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เน้นองค์ประกอบของความเป็นตระกูล X อันคลาสสิค ที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยูยังได้สร้าง การสร้างประวัติศาสตร์ใหม่สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยรถยนต์ SAV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างบีเอ็มดับเบิลยู iX และ iX3 ใหม่นี้” มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา กล่าว
ไฮไลท์รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38

บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่
ราคาจำหน่าย: 4,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard คุ้มครองการบำรุงรักษาระยะเวลา 3 ปีหรือ 60,000 กม.)
บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ โดดเด่นกว่ารถยนต์อื่น ๆ ในคลาสเดียวกัน ผสมผสานความสะดวก สบายสำหรับการขับขี่ทางไกลและสมรรถนะสไตล์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว พร้อมการออกแบบภายในที่หรูหราและฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ คอนเซปต์และรายละเอียดการออกแบบตัวถังและภายในตัวรถอย่างพิถีพิถันส่งให้ตัวรถโดดเด่นยิ่งขึ้น ความเพลิดเพลินและประสิทธิภาพการขับขี่ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยนวัตกรรมระบบผู้ช่วยผู้ขับขี่ ระบบปฏิบัติการ และการเชื่อมต่อต่าง ๆ
การออกแบบภายนอกของบีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ มาพร้อมสัดส่วนปราดเปรียวที่เน้นย้ำถึงเอกลักษณ์หรูหราสไตล์สปอร์ตและการใช้งานที่หลากหลาย สะดุดตาด้วยกระจกรถไร้ขอบทั้งสี่ประตู เส้นสายหลังคาที่ทอดยาวจนถึงท้ายรถ ประตูท้ายขนาดใหญ่ และสปอยเลอร์หลังเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ดีไซน์ด้านหน้าและท้ายตัวรถแบบใหม่ส่งให้บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport มีรูปลักษณ์สง่างามสปอร์ตเตะตายิ่งขึ้น กระจังหน้าและไฟหน้าทรงใหม่โดดเด่นกว่าเคย กระจังหน้าทรงไตคู่เหยียดออกด้านข้างและเข้าใกล้กันชนยิ่งขึ้น ส่วนกันชนท้ายดูกว้างและสะดุดตาเป็นพิเศษ ท่อไอเสียมาในทรงสี่เหลี่ยมคางหมู แพ็คเกจชุดแต่ง M Sport ออกแบบใหม่เช่นกัน มาพร้อมกันชนหน้าทรงลูกศรที่ชี้ไปทางถนนและชิ้นส่วนตะแกรง และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ท้ายรถ
ไฟหน้าใหม่ในระบบ LED มาพร้อมฟังก์ชันไฟหน้าปรับองศาการเข้าโค้งอัตโนมัติ ระบบ BMW Selective Beam ลดความพร่ามัว ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติพร้อมเทคโนโลยี Matrix มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน การออกแบบไฟหน้าสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันรูปตัว L สองตัวที่เรียงข้างกัน โดยไฟขับขี่ด้านนอกยังทำหน้าที่เป็นไฟเลี้ยวอีกด้วย ส่วนระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติช่วยปรับไฟส่องสว่างบนถนนได้ตามสถานการณ์การขับขี่
คอนเซปต์การออกแบบที่เด่นชัดของบีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ เสริมความโอ่อ่าและการใช้งานที่ทันสมัยภายในตัวรถ ความหรูหราเหนือระดับนี้มาพร้อมกับห้องโดยสารที่เอื้อต่อผู้ขับขี่ เบาะนั่งที่สูงขึ้น และการใช้งานที่หลากหลาย ช่องเก็บสัมภาระเพิ่มความจุจาก 600 ลิตรได้สูงสุด 1,800 ลิตร ระบบแสดงผล BMW Live Cockpit Professional ที่มาพร้อมหน้าปัดดิจิทัลและจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้านระบบควบคุมที่อยู่บริเวณคอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey และพวงมาลัยหนัง M Sport ที่จัดวางปุ่มควบคุมต่าง ๆ ใหม่ เป็นสองฟีเจอร์เด่นที่ส่งให้ภายในตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ มีความพรีเมียมยิ่งขึ้น อุปกรณ์มาตรฐานอื่น ๆ ยังรวมถึงเบาะนั่งปรับไฟฟ้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าและเบาะหนัง Dakota บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมกับเบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ต แถบตกแต่งภายในใหม่ ชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบใหม่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน หลังคากระจก Panorama และระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon
บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ ยกระดับความสะดวกสบายในการขับขี่ พร้อมห้องโดยสารที่โอ่อ่ากว้างขวางเพื่อความผ่อนคลายในการเดินทาง มาในเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic ส่งพละกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที จึงเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งสู่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
บีเอ็มดับเบิลยู BMW 630i GT M Sport ใหม่ มาพร้อมระบบควบคุมและแสดงผลชั้นเยี่ยม นำเสนอที่สุดแห่งความครบถ้วนในการควบคุมรถยนต์ การนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสารและระบบความบันเทิงที่ครบเครื่อง มอบความสะดวกสบายด้วย BMW ConnectedDrive กับระบบการสั่งงานด้วยเสียง กล้องแสดงภาพด้านหลัง และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ เสริมความล้ำสมัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รวมถึงฟังก์ชันจอดรถยนต์ปราศจากผู้ขับขี่ควบคุมด้วยกุญแจ และระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ BMW Head-Up Display
ระบบแสดงผล BMW Live Cockpit Professional ในบีเอ็มดับเบิลยู BMW 630i GT M Sport ใหม่ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Operating System 7 ที่นอกจากจะช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายและปรับแต่งหน้าจอแสดงผลได้ง่ายยิ่งขึ้น ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้บริการดิจิทัลเพิ่มเติมได้อีกด้วย อุปกรณ์มาตรฐานในบีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport ใหม่ ยังรวมถึงระบบผู้ช่วย BMW Intelligent Personal Assistant ที่ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม
บีเอ็มดับเบิลยู BMW 630i GT M Sport ใหม่ มาใน 3 สีตัวถัง คือสีเทา Bernina Grey สีดำ Carbon Black และสีขาว Mineral White

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่
ราคาจำหน่าย: 3,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard คุ้มครองการบำรุงรักษาระยะเวลา 3 ปีหรือ 60,000 กม.)
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่
ราคาจำหน่าย: 3,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard คุ้มครองการบำรุงรักษาระยะเวลา 3 ปีหรือ 60,000 กม.)
(ภาพสำหรับใช้ประกอบข่าวประชาสัมพันธ์เท่านั้น)
บีเอ็มดับเบิลยู X3 ใหม่ ในรูปลักษณ์ทันสมัยสื่อถึงพละกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า กับการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนทั้งด้านหน้าและท้ายตัวรถ รวมไปถึงการเน้นย้ำองค์ประกอบคลาสสิคที่บ่งบอกความเป็นรถยนต์ตระกูล X กระจังหน้าทรงไตคู่และไฟหน้า กันชนหน้าและท้ายถูกออกแบบมาใหม่ ในขณะที่ไฟท้ายสะดุดตายิ่งขึ้น องค์ประกอบคุณภาพสูงอย่างแผ่นปิดใต้ห้องเครื่องยนต์และสเกิร์ตข้างตามสไตล์รถยนต์ตระกูล X มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ดีเอ็นเอความสปอร์ตแบบรถยนต์ Sports Activity Vehicle (SAV) ยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยแพ็คเกจชุดแต่ง M Sport
กระจังหน้าทรงไตคู่มาในดีไซน์ใหม่ มีรูปทรงสะดุดตาและขนาดใหญ่กว่าครั้งไหน ๆ ด้วยกรอบกระจังแบบชิ้นเดียว มิติของไฟหน้าที่ราบลงประมาณ 10 มิลลิเมตร และกันชนหน้าใหม่ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู X3 มีรูปลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิม ไฟหน้า LED มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนท้ายโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยขอบสีดำล้อมรอบส่งให้ไฟท้าย LED สะดุดตา มาในทรงสามมิติที่บางขึ้น และไฟเลี้ยวแนวนอนในลายเส้นแบบ Filigree
บีเอ็มดับเบิลยู X3 ใหม่ รับเอาดีไซน์คอนโซลกลางมาจากบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 4 ในปัจจุบัน หน้าจอ Control Display แบบตั้งลอยพร้อมฟังก์ชันทัชสกรีน ในขนาด 12.3 นิ้วเป็นมาตรฐาน อุปกรณ์มาตรฐานต่าง ๆ ที่พัฒนาเพิ่มเติมยังรวมถึงเบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ตและระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน และยังมีชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ช่วยให้บรรยากาศในรถมีความหรูหราและผ่อนคลายยิ่งขึ้น
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ ผสมผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDrive และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า eDrive ของบีเอ็มดับเบิลยูเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ควบคู่ความยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ พร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร มอบกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic พร้อม Gearshift Paddles มอบกำลังขับจากระบบไฟฟ้าสูงสุดที่ 80 กิโลวัตต์ / 109 แรงม้า โดยส่งพลังลงสู่ล้อทั้งสี่อย่างเต็มพิกัดเพื่อตอบทุกโจทย์การขับขี่อย่างแท้จริง รวมถึงการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ การประหยัดน้ำมัน และการลดมลภาวะ เมื่อนับรวมกันแล้ว เครื่องยนต์ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้สามารถส่งกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และยังช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ลงมาที่ระดับ 35.7 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะที่อัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 64 กรัมต่อกิโลเมตร และหากนับรวมการใช้พลังงานทั้งสองรูปแบบแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะมีอัตราการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 17.92 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาพร้อมกับเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ล่าสุด ส่งกำลังให้สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในด้านการใช้พลังงานนี้ ยังมาพร้อมสมรรถนะที่เป็นเลิศ ด้วยแรงบิดรวมสูงสุดที่ 420 นิวตันเมตร จึงเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ด้านบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง BMW TwinPower Turboเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ มอบกำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดกว่า 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อวินาที เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic พร้อม Gearshift Paddles
ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ Sport
มาพร้อมกับล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วในลาย Double-Spoke ระบบไฟหน้า LED ปรับตาม
ทิศทางการหมุนของพวงมาลัย ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ ระบบช่วยการขับขี่ ระบบแสดงผล BMW Head-Up Display โดยบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ โดดเด่นด้วยช่วงล่าง Adaptive ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus คาลิเปอร์เบรก M Sport ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้าง และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ มาพร้อมกับช่วงล่าง M Sport ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ และกล้องแสดงภาพด้านหลัง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังเพลิดเพลินไปกับการเดินทางได้ด้วยระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport และระบบเครื่องเสียง HiFi loudspeaker ในบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport
อีกด้วย ด้านปริมาตรการจุสัมภาระของบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ อยู่ที่ 450 – 1,500 ลิตร และ 550 – 1,600 ลิตร ตามลำดับ ในขณะที่ระบบ BMW Live Cockpit Professional ติดตั้งมาในรถยนต์ทั้งสองรุ่น มอบการเชื่อมต่อไร้สายกับสมาร์ทโฟนได้อย่าง
ยอดเยี่ยมผ่านแอป Apple CarPlay
ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ มีมาให้เลือกใน 5 สีตัวถัง ไม่ว่าจะเป็น สีดำ Black Sapphire metallic สีเทา Brooklyn Grey metallic สีขาว Mineral White metallic สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Sophisto Grey brilliant effect

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport
ราคาจำหน่าย: 5,999,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)
บีเอ็มดับเบิลยู iX มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าใหม่ล่าสุด พร้อมความล้ำยุคด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่ออีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฟฟ้าซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมรรถนะการขับขี่ในระยะยาวไกลยิ่งขึ้นและอัตราเร่งที่ทรงพลัง บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ส่งพละกำลังรวมสูงสุด 385 กิโลวัตต์/523 แรงม้า ระบบ BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ห้านี้ยังทำงานพร้อมเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุด มอบระยะทางขับเคลื่อนตามมาตรฐาน WLTP สูงสุดถึง 630 กิโลเมตร สร้างแรงบิดรวมได้สูงสุดถึง 765 นิวตันเมตร ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อ (Near-actuator wheel slip limitation) ได้รับการติดตั้งควบคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นครั้งแรก ช่วยป้องกันการลื่นไถลของล้อและเพิ่มความเสถียรภาพในการควบคุมรถยิ่งขึ้นอีกระดับ จึงโลดแล่นด้วยความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.6 วินาที
แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport มีความจุพลังงานสุทธิ 105.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง และความจุพลังงานรวม 111.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง หัวชาร์จแบบ Combined Charging Unit (CCU) ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบการชาร์จที่ยืดหยุ่น รองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุด 200 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จจาก 0% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 39 นาที อีกทั้งยังเพิ่มระยะขับขี่ได้สูงสุดถึง 100 กิโลเมตร หลังชาร์จแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จแบบ DC 50 กิโลวัตต์ เพียง 21 นาที
ระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่แบบแปรผัน (Adaptive recuperation) ช่วยเสริมประสิทธิภาพและระยะ
การขับขี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ด้วยการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ โดยใช้ข้อมูลจากระบบนำทางและเซนเซอร์จากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น เมื่อรถเข้าใกล้ทางแยก ระดับการดึงพลังงานกลับมาใช้ใหม่จะเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเติมพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูง ขณะเดียวกันก็จะทำให้ความเร็วในการขับขี่ลดลง และจะทำงานสลับกับฟังก์ชั่น Coasting ขณะขับขี่บนท้องถนน ซึ่งช่วยให้รถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานเมื่อผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ตามต้องการ ระหว่างระดับสูง ปานกลาง และต่ำ โดยเมื่อเลือกขับขี่ด้วยเกียร์ B ระบบ Recuperation จะทำงานที่ระดับสูงสุดโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่แบบ one-pedal feeling
โครงสร้างตัวถัง ปรัชญาการดีไซน์ และการออกแบบแชสซีของบีเอ็มดับเบิลยู iX ได้รับการพัฒนาเพื่อหลอมรวมความสะดวกสบายเหนือระดับในการขับขี่และการควบคุมที่โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต โครงสร้างของบีเอ็มดับเบิลยู iX มาในวัสดุอลูมิเนียมแบบ spaceframe ส่วนหลังคามาในโครงสร้าง Carbon Cage ซึ่งประกอบ ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณด้านข้างและด้านหลัง ผสานการใช้วัสดุสองประเภทเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเสริมทั้งความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักให้เบาลงได้อย่างชาญฉลาด ส่วนค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำเพียง 0.25 จากองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ต่าง ๆ ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และระยะการขับขี่ด้วยเช่นกัน แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เมื่อประสานเข้ากับการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลจึงทำให้ตอบสนองต่อการควบคุมได้ฉับไวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รูปแบบการขับขี่ที่มีความสมดุลของบีเอ็มดับเบิลยู iX ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและความสบายขณะขับขี่ ขณะที่ยังคงความคล่องตัวไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
เทคโนโลยีแชสซีที่ใช้ในการพัฒนาบีเอ็มดับเบิลยู iX ประกอบด้วย เพลาหน้าแบบปีกนกคู่ เพลาหลังแบบ five-link ช่วงล่างแบบปรับระดับได้ และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ (Servotronic) แปรผันตามการหมุนและความเร็ว มาพร้อมระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ระบบปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งหรือเลี้ยว (Integral Active Steering) และเบรกแบบสปอร์ต ล้อ aerodynamic ขนาด 22 นิ้ว แบบสลับสี ขัดเงาสามมิติ เสริมด้วยยางล้อลดเสียงรบกวนที่มีชั้นโฟมบริเวณพื้นผิวด้านในเพื่อลดการเกิดเสียงได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใครของบีเอ็มดับเบิลยู iX คือดีไซน์ภายนอกที่มีเส้นสายในการออกแบบชัดเจนทรงพลัง แต่ยังมีความเรียบง่าย และคงความบึกบึนสไตล์ SAV รายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ สื่อถึงความประณีตและความหรูหราล้ำยุค โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่เกือบปิดทึบ สะท้อนถึงนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ส่วนกล้องและเรดาร์เซนเซอร์ฝังอยู่ภายใต้พื้นผิวของกระจังหน้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายที่เรียวยาวที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู มือจับประตูที่เปิดด้วยการกดปุ่ม หน้าต่างไร้ขอบ และประตูท้ายสอดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถโดยไม่มีช่องว่าง
การออกแบบภายในห้องโดยสารมุ่งนำเสนอแนวคิดของการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ พื้นที่กว้างขวางและเบาะที่นั่งแบบใหม่พร้อมพนักพิงศีรษะเสริมความหรูหรายิ่งขึ้น พื้นที่วางขามากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องมีท่อส่งน้ำมันกลางตัวรถ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ คอนโซลกลางมาในดีไซน์เฉียบ ปุ่มควบคุมระบบสัมผัสและระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ rocker switch เติมเต็มความทันสมัยยิ่งขึ้นภายในห้องโดยสาร พร้อมเน้นย้ำถึงการออกแบบห้องโดยสารเพื่อผู้ขับขี่ด้วยจอ BMW Curved Display พวงมาลัยทรงหกเหลี่ยมและจอ Head-Up Display
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาพร้อมฟิลเตอร์นาโนไฟเบอร์ที่สามารถกรองอากาศบริสุทธิ์ ควบคุมผ่านจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ซึ่งใช้ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร รวมถึงระบบทำความร้อนที่เบาะนั่งและพวงมาลัย มาพร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมคุณภาพเสียงทรงพลังยิ่งขึ้น อย่างระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ที่ฝังอยู่ในพนักพิงศีรษะ และระบบเสียงแบบ 4D ที่มีฟังก์ชั่นสั่นตามเสียงเบสในเบาะหน้า
บีเอ็มดับเบิลยู iX ยังมาพร้อมเสียงประกอบการขับขี่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เติมเต็มความเร้าใจในการขับขี่ทุกครั้งที่เร่งความเร็ว นอกจากนี้ ฟังก์ชั่น BMW IconicSounds Electric ซึ่งสามารถซื้อได้ผ่าน BMW Shop ยังมาพร้อมตัวเลือกเสียงใหม่ล่าสุดจากนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Hans Zimmer
บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลและระบบทำงาน iDrive เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในบีเอ็มดับเบิลยู iX ต่อยอดการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 ที่ออกแบบสำหรับทำงานร่วมกับจอระบบสัมผัสแบบโค้ง BMW Curved Display รองรับการโต้ตอบด้วยเสียงกับ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งได้รับการอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า โดยจอ BMW Curved Display เป็นกลุ่มจอแสดงผลดิจิทัลประกอบด้วย จอ Information Display ขนาด 12.3 นิ้วและจอ Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว รวมเข้าด้วยกันภายใต้แผงกระจกชิ้นเดียวที่หันหน้าเข้าหาผู้ขับขี่ ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ดิจิทัลมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่และแสดงกราฟฟิกดีไซน์ใหม่ขณะสื่อสารกับผู้ใช้งาน ระบบ My Modes ใหม่ ขยายการตั้งค่าต่าง ๆ ของรถยนต์ให้ครอบคลุมประสบการณ์ขับขี่ทุกรูปแบบ
บีเอ็มดับเบิลยู iX ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และนวัตกรรมหลากหลายที่สุด เหนือกว่ารถยนต์ทุกรุ่นจากบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมเซนเซอร์เจเนอเรชั่นใหม่ ซอฟต์แวร์ใหม่ และแพลตฟอร์มในการประมวลผลที่ทรงพลัง ใช้กล้อง 5 ตัว เรดาร์เซนเซอร์อีก 5 ตัว และอัลตร้าโซนิกเซนเซอร์ 12 ตัวในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบคัน ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go รวมถึงสองระบบใหม่ล่าสุด – ระบบเตือนขณะเปิดประตูรถ ในกรณีที่มีจักรยานหรือคนเดินเท้าอยู่ใกล้ประตูรถ (Exit warning function) และระบบ Remote Theft Recorder เสริมการทำงานของระบบที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานอย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus ประกอบด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง แสดงภาพพื้นที่โดยรอบของรถให้เห็นแบบสามมิติผ่านระบบ Remote 3D
กระบวนการผลิตบีเอ็มดับเบิลยู iX ยังครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้อลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการหล่อและนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในปริมาณมาก ภายในห้องโดยสารประกอบด้วยวัสดุไม้ที่รับรองจาก FSC หนังฟอกด้วยสารสกัดจากใบมะกอก และยังมีส่วนประกอบจากธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากมาย และยังใช้แหจับปลาที่ผ่านการรีไซเคิลเป็นหนึ่งในวัสดุสำหรับผลิตพรมปูพื้นรถอีกด้วย
ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังได้ถึง 6 สไตล์ตามความต้องการ ได้แก่ สีแดง Aventurin Red, สีดำ Black Sapphire, สีขาว Mineral White, สีน้ำเงิน Phytonic Blue, สีเทา Sophisto Grey และสีเทา Storm Bay

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ใหม่
ราคาจำหน่าย: 3,399,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport มาพร้อมเอกลักษณ์สุดล้ำ ประสานประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความหนาแน่นและความจุพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จ และแบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการยกระดับในด้านสมรรถนะการทำงานการใช้พลังงานไฟฟ้า และระยะทางในการขับขี่ เพิ่มความหนาแน่นและศักยภาพของกำลังไฟฟ้าด้วยการรวมมอเตอร์ไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเกียร์ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู iX
ระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ส่งพละกำลังสูงสุด 210 กิโลวัตต์/286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าในรุ่นอื่น ๆ ด้วยความสามารถในการคงแรงบิดได้แม้ระหว่างรอบสูง โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับขี่สนุกอย่างอุ่นใจด้วยระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อ (Near-actuator wheel slip limitation) ปริมาตรความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การติดตั้งและน้ำหนัก ส่วนความจุพลังงานรวมอยู่ที่ 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยสามารถนำมาใช้งานได้สูงสุด 74 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ขับขี่ได้ไกลถึง 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP และ 470 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC
เทคโนโลยีระบบชาร์จใหม่ล่าสุดเติมพลังงานสู่แบตเตอรี่ 400 โวลต์ และแหล่งจ่ายไฟ 12 โวลต์แก่อุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ หากใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถชาร์จด้วยระบบไฟแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และเมื่อชาร์จแบบรวดเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง จะรับพลังงานได้สูงสุด 150 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังรองรับการชาร์จจาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 34 นาที
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport มาพร้อมระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่แบบแปรผัน (Adaptive recuperation) เพิ่มสมรรถนะและความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่ ระดับการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่จะแปรผันตามสภาวะถนน ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลในระบบนำทางและเซนเซอร์ในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ตามต้องการ ระหว่างระดับสูง ปานกลาง และต่ำ เมื่อเข้าเกียร์ D และระบบ Recuperation จะทำงานอัตโนมัติในระดับสูงเมื่อเข้าเกียร์ B เพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ยนตรกรรมไฟฟ้าอันเฉพาะตัวของบีเอ็มดับเบิลยู
แบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุดนี้ติดตั้งอยู่ใต้ตัวรถ จึงช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงประมาณ 7.5 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับ X3 รุ่นอื่น ๆ ระบบช่วงล่างแบบ Adaptive ปรับระดับด้วยไฟฟ้าตามสภาพถนนและสภาวะการขับขี่
รูปโฉมภายนอกของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ยังคงสัดส่วนที่โฉบเฉี่ยวสไตล์ SAV มาพร้อมความแข็งแกร่งระดับพรีเมียมและความอเนกประสงค์ของตระกูล X โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการดีไซน์เฉพาะรุ่นอย่างชิ้นส่วนแอโรไดนามิกส์ต่าง ๆ สอดแทรกด้วยดีไซน์ที่สื่อถึงความยั่งยืน กระโปรงหน้าและกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่มาในดีไซน์ปิดทึบ ท้ายรถมาพร้อมการออกแบบเพื่อลดแรงต้านอากาศ
ไฮไลท์ของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังอยู่ที่ความหลากหลายในการใช้งาน มาพร้อมพื้นที่กว้างขวางกว่า X3 รุ่นอื่น ๆ เบาะหลังพับได้แบบ 40 : 20 : 40 ช่วยเพิ่มปริมาตรการบรรจุสัมภาระจาก 510 ถึง 1,560 ลิตร เสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยระบบเสียง BMW IconicSounds Electric ซึ่งมาเป็นมาตรฐานสร้างทำนองเสียงไม่ซ้ำใครเมื่อสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์จากผลงานของ Hans Zimmer ล้อ M aerodynamic ขนาด 20 นิ้วแบบสลับสี เสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ยิ่งขึ้น ไฟหน้า Adaptive LED เสริมฉนวนกันเสียงที่ประตูหน้า และยังมีอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อเสริมความสะดวกสบายแบบพรีเมียมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปลดล็อกประตู Comfort Access เบาะหนัง Vernasca ตอนหน้าดีไซน์แบบสปอร์ต จอ BMW Head-Up Display ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้นด้วยระบบ BMW gesture control ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon ระบบ BMW Live Cockpit Professional และ BMW Intelligent Personal Assistant
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport มาให้เลือกใน 5 สี ได้แก่ สีดำ Carbon Black, สีขาว Mineral White, สีน้ำเงิน Phytonic Blue, สีแดง Piemont Red และสีเทา Sophisto Grey

ข้อเสนอพิเศษในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021
ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่จองรถยนต์ระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 และรับส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 จะได้รับสิทธิประโยชน์* ดังนี้
| รุ่นรถยนต์ | ข้อเสนอ |
| บีเอ็มดับเบิลยู ทุกรุ่น | · ฟรี กล้อง GoPro HERO 10 BLACK · ฟรี บัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่ซื้อด้วยเงินสดหรือไม่ได้ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) |
| บีเอ็มดับเบิลยู ทุกรุ่น ยกเว้น บีเอ็มดับเบิลยู X1, บีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 | · ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect สูงสุด 3 ปี (สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) · เลือกรับข้อเสนอระหว่าง o ทางเลือกที่ 1: เช่าซื้ออัตราดอกเบี้ยคงที่, เช่าซื้อแบบมีบอลลูน, และสัญญาเช่าทางการเงิน เป็นเวลา 1 ปี o ทางเลือกที่ 2: โปรแกรม BMW Freedom Choice 3 ปี |
| บีเอ็มดับเบิลยู X1 | · ขยายเวลาโปรแกรมบำรุงรักษา BSI เป็น 10 ปี/100,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Ultimate) · ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect สูงสุด 1 ปี (สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) · ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 3 ปี (สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport พร้อมสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) |
| บีเอ็มดับเบิลยู X3 | · ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 3 ปี (สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พร้อมโปรแกรม BMW Freedom Choice) · ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect สูงสุด 3 ปี (สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) · ฟรี บัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) |
| บีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 | · ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect 1 ปี (สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย) |
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ฮอนด้า จัดเต็มส่งท้ายปี งาน Motor Expo 2021 ชูไฮไลต์ยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพไลน์อัป e:HEV นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ และยนตรกรรมที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ในหลายเซกเมนต์ ทั้งในกลุ่มซิตี้คาร์ ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี และ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และกลุ่มแฟมิลี่คาร์ ได้แก่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี พร้อมตอกย้ำดีเอ็นเอความสปอร์ตกับขุมพลังเทอร์โบ นำโดย ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอนที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบใหม่ และ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย และอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในสไตล์สปอร์ตด้วย ฮอนด้า แจ๊ซ สีพิเศษ สีเทาโซนิค พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยยนตรกรรมฮอนด้า รวม 12 รุ่น จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2-12 ธันวาคม 2564 มอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีกับ Honda Special Thanks รับฟรี กระเป๋าฆ่าเชื้อ UVC LED อเนกประสงค์ มูลค่า 3,850 บาท เมื่อจองรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 13 ธันวาคม 2564 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 พร้อมให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% และรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ขอขอบคุณการสนับสนุนจากลูกค้าและสื่อมวลชนในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ฮอนด้าสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ด้วยยอดขายสะสมรวม 68,512 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาด 27.4% และมั่นใจว่าจะสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในปีนี้ต่อเนื่องอีกปี”

“ภายในบูทฮอนด้า ทุกท่านจะได้สัมผัสกับยนตรกรรมไฮไลต์หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมเอสยูวีสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อยซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด เสริมทัพด้วยยนตรกรรมฟูลไฮบริด อี:เอชอีวี รุ่นที่ได้รับความนิยมทั้ง ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี พร้อมทั้งยนตรกรรมในกลุ่มเทอร์โบรุ่นยอดนิยม ทั้ง ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่มาพร้อมกับขุมพลัง VTEC TURBO ใหม่ และ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย รวมทั้ง ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก และฮอนด้า แอคคอร์ด เทอร์โบ นอกจากนี้ยังมี ฮอนด้า แจ๊ซ สีพิเศษ สีเทาโซนิค ที่ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมแฮทช์แบ็ก 5 ประตูยอดนิยมที่ครองใจลูกค้าชาวไทยมาอย่างยาวนาน” นายโนริยุกิ กล่าวเสริม

ยนตรกรรมไฮไลต์ในงาน ได้แก่
- ไลน์อัปยนตรกรรมไฮบริด นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นกับรุ่น RS ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย มาพร้อมดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน พร้อมมอบพลังที่สมบูรณ์แบบของวันนี้เพื่อขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าในทุกเส้นทาง ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
ซึ่งจะจัดแสดงที่งาน และพร้อมให้สัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้า ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฟรีหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCare Gen 2 สีขาว พร้อมสายรัดหน้ากากฟอกอากาศ มูลค่า 7,080 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564

- พร้อมด้วยยนตรกรรมไฮบริด ในกลุ่มแฟมิลี่คาร์ ได้แก่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี และในกลุ่มซิตี้คาร์ ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี และ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี

- ฮอนด้า แจ๊ซ สีพิเศษ สีเทาโซนิค จำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน อีกหนึ่งทางเลือกในสไตล์สปอร์ต ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมแฮทช์แบ็ก 5 ประตูยอดนิยมที่ครองใจลูกค้าชาวไทยมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ตโฉบเฉี่ยวทันสมัย ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตราซีท ที่สามารถพับและปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 4 โหมดการใช้งาน พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ สปอร์ตยิ่งขึ้นกับรุ่น RS ที่มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบรอบคัน ขับขี่สนุกเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม โดยลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care)*เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564

- ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564

นอกจากนี้ ภายในบูทยังได้จัดแสดงยนตรกรรมฮอนด้าอีก 6 รุ่น ได้แก่ ซิตี้ เทอร์โบ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ซีวิค แฮทช์แบ็ก แอคคอร์ด บีอาร์-วี และซีอาร์-วี พร้อมมอบแคมเปญ “Honda Special Thanks” รับฟรี กระเป๋าฆ่าเชื้อ UVC LED อเนกประสงค์ มูลค่า 3,850 บาท เมื่อจองรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 13 ธันวาคม 2564 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 และข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกันสำหรับยนตรกรรมแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A14) พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ภายในงานมหกรรม
ยานยนต์ครั้งที่ 38 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2 – 12 ธันวาคม 2564 หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ
TTC Motor มอบความพิเศษในงาน Motor Expo’2021 ด้วย “TTC Mercedes-Benz Certified” ราคาสุดจึ้ง
TTC Motor คัดสรร Mercedes-Benz Certified สภาพสุดเลิศ โดยยกขบวนรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย ของ Mercedes-Benz หลากหลายรุ่น พร้อมแคมเปญโดนใจ ให้คุณได้ครอบครองแบบสบายกระเป๋า ในงาน Motor Expo’2021 วันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคมนี้ ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี
คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ , เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี , เมอร์เซเดส-มายบัคและ เมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี 2021 กับงานคาร์โชว์ยิ่งใหญ่ ประจำปีนี้ Motor Expo 2021 หรือ มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 TTC Motor นำขบวนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี สภาพเลิศ มากมาย หลายรุ่น มาจัดแสดงที่ Mercedes-Benz Certified by TTC บูท C01 ชาเลนเจอร์ ฮอล์ 1-3 เมืองทองธานี

Mercedes-Benz , Mercedes-AMG ที่นำมาจัดแสดงในงาน อาทิ
| -C220 Coupe AMG Dynamic | ราคาปกติ 3,469,000 บาท | พิเศษเพียง 2,790,000 บาท |
| -E 220 Coupe | ราคาปกติ 4,450,000 บาท | พิเศษเพียง 3,190,000 บาท |
| -GLC 300e 4MATIC AMG Dynamic | ราคาปกติ 3,699,000 บาท | พิเศษเพียง 3,130,000 บาท |
| -AMG E53 Sedan | ราคาปกติ 4,990,000 บาท | พิเศษเพียง 4,100,000 บาท |
| -AMG GLC 43 4MATIC Coupe | ราคาปกติ 4,999,000 บาท | พิเศษเพียง 3,900,000 บาท |
พร้อมรับส่วนลดและข้อเสนอพิเศษอื่นๆเพิ่มเติมภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38

ทั้งนี้รถยนต์ทุกคันของ Mercedes-Benz Certified ผ่านการรับรองและตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า 200 จุดตลอดทั่วทั้งคัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยอะไหล่แท้ และงานซ่อมที่ได้มาตรฐานโดยทีมช่างผู้ชำนาญการ รถยนต์ที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหาร, รถเดโมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) และรถเดโมจาก TTC Motor, รถเทรดอินที่คัดสรรมาจำหน่ายผ่านโปรแกรมรถมือสองของ Mercedes-Benz Certified
ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี,เมอร์เซเดส-มายบัคและ เมอร์เซเดส-อีคิว รวมถึง Mercedes-Benz Certified by TTC สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ก่อนใครได้ที่ 📲 line.me/R/ti/p/@benzttc
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)
📞โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)
📱Official Line : line.me/R/ti/p/@benzttc
📱IG : instagram.com/benzttc
🚗Google map : g.page/BenzTTC?share
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยพลังแห่งความหรูหราไร้ขีดจำกัดในคอนเซ็ปต์ “Limitless Luxury” ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยที่สุดของความหรูหราไร้ขีดจำกัดกับทัพรถยนต์แห่งอนาคต 6 รุ่นใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดยิ่งกว่าที่เคยให้กับผู้ใช้รถยนต์ไทย ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ด้วยไฮไลต์เด่นของการนำทัพรถยนต์แห่งอนาคตจาก 4 ซับแบรนด์ ได้แก่ Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz มานำเสนอพร้อมกันบนเวทีเดียวเป็นครั้งแรก เริ่มด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ “The new EQS 450+ AMG Premium” จาก Mercedes-EQ ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมทำตลาดด้วยรุ่นประกอบในประเทศไทย เริ่มต้นในปี 2565 ตามด้วย “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีกับความพิถีพิถันที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด และ “Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” ยนตรกรรมตระกูลเอสคลาสที่เป็นที่สุดทั้งในเรื่องของความหรูหรา นวัตกรรมสุดล้ำหน้า และความปลอดภัย ในรูปแบบยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดใหม่ ตามด้วยทัพรถยนต์ใหม่อีกหลายรุ่น อาทิ “Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+” “Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+” และ “Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium” พร้อมรับโปรโมชันพิเศษ “Mercedes-Benz Limitless Offers” กับข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายจากโปรแกรม MBSP ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2564 ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เรานำเสนอ 4 ซับแบรนด์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แก่ Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz พร้อมกันบนเวทีเดียว เพื่อมอบประสบการณ์ลักชัวรีในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างกัน ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างดีที่สุด เริ่มจากการเปิดตัว “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% จาก Mercedes-EQ คันแรกอย่างเป็นทางการ ภายใต้การปรับกลยุทธ์ของเราจาก “รถยนต์ไฟฟ้านำ” (electric-first) เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น” (electric-only) ที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2573 และเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นระยะยาวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการขับเคลื่อนเทรนด์ e-mobility เพื่อร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งเราเริ่มต้นไว้ตั้งแต่การเปิดตัวโครงการ “Charge to Change” ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมีไฮไลต์พิเศษของรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ให้ได้ตื่นเต้นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเผยโฉม “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดของความเป็นเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีที่แฟน ๆ เมอร์เซเดส-เบนซ์ต้องตื่นเต้น การนำเสนอทางเลือกใหม่ในแบบปลั๊กอินไฮบริดของรถยนต์รุ่นเอสคลาสกับ “Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” และการเผยความแรงระดับลักชัวรีจากแบรนด์ Mercedes-AMG สองรุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+ พร้อมรถยนต์รุ่นอื่น ๆ อย่างครบครันทุกเซกเมนต์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษที่ทุกคนรอคอยตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน ทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศด้วย”
นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากทัพรถยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เราจัดมาให้ลูกค้าครบครันเช่นเคย ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ เรายังมีความยินดีเปิดตัวโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์โฉมใหม่จากที่รู้จักกันในชื่อ Mercedes-Benz Service Plus เราได้ทำการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ลูกค้าได้มีความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นพร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมายภายใต้ชื่อ “ MBSP” พร้อมโปรแกรมและระยะเวลาที่ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเจ้าของได้ตามไลฟ์สไตล์การขับขี่ถึง 3 โปรแกรมได้แก่ Easy Care Program – โปรแกรม Maintenance ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถในเมืองขับขี่ในระยะทางสั้น Extra Guarantee Program – โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย และต้องการขยายระยะเวลารับประกันเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ระยะยาว และ Ultimate Program –All Inclusive Program เป็นโปรแกรมที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานมาก ๆ เป็นประจำ โดยลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาการใช้งานทั้ง 3 โปรแกรมได้สูงสุดถึง 8 ปีขึ้นอยู่กับความต้องการ โดยสามารถเลือกซื้อในเวลาใดก็ได้ภายใน 3 ปีตามระยะเวลารับประกันรถยนต์ และที่พิเศษสุดสำหรับโปรแกรม “MBSP” นี้คือเป็นโปรแกรมที่ไม่จำกัดระยะทางและจำนวนครั้งเป็นไปตามจำนวนการใช้งานจริงตามเงื่อนไขการรับประกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Star Assist ตลอดระยะเวลาที่โปรแกรมครอบคลุม และที่พิเศษสุดคือ เราได้เพิ่มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิก “MBSP” ในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่เป็น Exclusive ต่างๆ ส่วนลูกค้าที่เป็นสมาชิก MBSP อยู่แล้วก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์เดิมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมได้ โดยสมาชิก MBSP จะได้รับ Sticker MBSP แสดงสถานะเพื่อรับสิทธิพิเศษดังกล่าว และทั้งหมดนี้คือโปรแกรมบริการหลังการขายที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ พัฒนาขึ้นในอีกระดับ ให้ตรงตามสไตล์การใช้งานของคุณมากที่สุด เพื่อมอบสัมผัสแห่งประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้กังวลตลอดอายุการใช้งาน”
ทั้งนี้ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราไร้ขีดจำกัดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยพลิกโฉมหน้าการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานใหม่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องประสบการณ์การขับขี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ปีนี้ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านการพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ได้แก่

“The new EQS 450+ AMG Premium” คือยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รถยนต์คันนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม เรื่อยไปจนถึงดีไซน์ภายนอกและภายในที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมความจุของแบตเตอรี่ขนาด 107.8 kWh ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 568 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 6.2 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งด้วยความจุของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 770 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง
The new EQS 450+ AMG Premium พร้อมเริ่มต้นจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2565

“Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่นำเสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 3,982 ซีซีที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลาเพียง 4.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,000,000 บาท

“Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” ยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมพลิกประสบการณ์ยานยนต์ที่เป็นที่สุดของความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียงพร้อม single-turbo twin-scroll ขนาด 2,999 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 ขนาด 28.6 kWh มอบพละกำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 750 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.2 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ซึ่งภายใต้การประสานพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้านอกจากจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้แล้ว หากขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวยังสามารถพารถยนต์คันนี้ไปได้ไกลสูงสุดถึง 94 – 113* กิโลเมตร (*ระยะทางจากการทดสอบ WLTP : Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure)
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 7,190,000 บาท

“Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+” ยนตรกรรมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Performance car ตัวจริง ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ขนาด 2,999 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 520 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission พร้อมผสานความหรูหรา สง่างาม ความทันสมัย ในดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของยนตรกรรมที่เป็น iconic model จากเมอร์เซเดส-เบนซ์
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคา 5,570,000 บาท

“Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium” ยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาโดยผสานความสปอร์ต ความหรูหรา ความสง่างาม และความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 194 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 4,450,000 บาท

“Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+” ยนตรกรรมเอสยูวีคันแรกจากแบรนด์ Mercedes-AMG ที่ประกอบในประเทศไทย พร้อมให้คุณสัมผัสความแข็งแกร่งเหนือระดับในแบบฉบับยนตรกรรมตระกูล AMG ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ขนาด 2,999 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 520 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.3 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-speed Sport transmission พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมทลายทุกข้อจำกัดในทุกเส้นทางและตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคา 5,990,000 บาท

สำหรับแคมเปญ “Mercedes-Benz Limitless Offers” มอบข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- สำหรับรถยนต์คอมแพ็คทุกรุ่น ได้แก่ รุ่น A-Class, GLA และ GLB รวมทั้งรุ่น CLS 220 d (รุ่นก่อน Facelift) และ Mercedes-AMG GLC 43 Coupé รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 3 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน*
- สำหรับรถยนต์รุ่น C-Class, C-Coupe และ GLC-SUV ทุกรุ่น รวมถึง E 220 d เลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ฟรี “MBSP” แพ็กเกจ Advance โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือเลือกรับส่วนลดเงินดาวน์สูงสุด 5% เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ* หรือ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน*
- สำหรับรถยนต์รุ่น GLC 220 d Coupé และ GLC 300 e Coupé เลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ฟรี “MBSP” แพ็กเกจ Advance โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือเลือกรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน*
- สำหรับรถยนต์รุ่น E 300 e และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน*
- สำหรับรถยนต์รุ่น GLE 350 de และ GLS 350 d รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี
เพิ่มเติมพิเศษ รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาทฟรี เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ, สัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน*
*สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อ รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาทางการเงินกับบริษัท
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 เท่านั้น ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อพบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่าง ๆ นำโดย The new EQS 450+ AMG Premium” “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” และ “Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” พร้อมรับข้อเสนอในแคมเปญ “Mercedes-Benz Limitless Offers” ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ 4 แห่ง ได้แก่ ทีทีซี, สตาร์แฟลก, ไพรมัส และ บีเคเค และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่น ๆ และข้อเสนอต่าง ๆ ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
“ยามาฮ่า” จัดทัพใหญ่เข้าร่วมมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมอัดโปรโมชั่นมัดใจสายสปอร์ต
นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน Motor Expo และนางวราทิพย์ เชยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซค์เคิล เอ็กซ์โป จำกัด ในพิธีเปิดบูธ YAMAHA SENSE OF CONNECTION อย่างเป็นทางการ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 หรืองาน MOTOR EXPO 2021

โดย ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ยกทัพรถจักรยานยนต์ เข้าร่วมจัดแสดงภายในบูธ YAMAHA SENSE OF CONNECTION G03 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ครบครันทั้งไลน์อัพ ตอบสนองความต้องการทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้บริโภค มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในงาน
เชิญสัมผัสและจับจองรถจักรยานยนต์คุณภาพ ภายใต้แบรนด์ยามาฮ่า ทุกรุ่นทุกสไตล์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ด ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ภายในบูธ YAMAHA SENSE OF CONNECTION G03 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม นี้












