Home Blog Page 334

‘แรลลี่อาร์ท’ กลับมาแล้ว! มิตซูบิชิ ชวนสัมผัสใกล้ชิดตำนานฮีโร่แรลลี่อาร์ทตัวจริง ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ ครั้งแรกกับการกลับมาของแบรนด์ระดับไอคอน “แรลลี่อาร์ท” (RALLIART) ด้วยการเปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท 2 รุ่น ได้แก่ ไทรทัน แรลลี่อาร์ท และ ปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท ครั้งแรกในโลก ในราคาเริ่มต้นที่ 667,000 บาท ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เรียนรู้ 3 คุณค่าสำคัญจากชัยชนะมากมายจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการสุดหฤโหด ทั้งการแข่งปารีส-ดาการ์ แรลลี่ และรายการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก โดยหลังการเอาชนะเกมการแข่งขันสุดโหดมาได้นั้น เราได้เรียนรู้ว่ารถยนต์ของเราต้องมี ‘สมรรถนะชั้นยอด’ ‘ความแข็งแกร่งทนทาน’ และ ‘ความสะดวกสบาย’ จึงสามารถคว้าชัยชนะมาครองได้อย่างมั่นใจ ซึ่งดีเอ็นเอของความเป็นแชมป์จากการแข่งขันทั้งหมดนี้ฝังอยู่ในรถยนต์รุ่นปัจจุบันของเรา และแรลลี่อาร์ทถือเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดที่สามารถสะท้อนดีเอ็นเอและแรงบันดาลใจอันแรงกล้าของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม”

“การกลับมาของรถยนต์รุ่น แรลลี่อาร์ท จะนำ ‘จิตวิญญาณแห่งชัยชนะ’ มาสู่ลูกค้าชาวไทย ทั้งยังช่วยเพิ่มสีสันให้เจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ เสริมไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและสไตล์การตกแต่งรถยนต์ที่ดูทันสมัย โดยเราอยากจะส่งต่อแรงบันดาลใจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นี้ ให้กับลูกค้าของเราในประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแบรนด์แรลลี่อาร์ท ที่กลับมาใหม่อีกครั้ง เราจึงอยากใช้โอกาสพิเศษนี้ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยลโฉมตำนานแชมป์แรลลี่อาร์ทตัวจริงเสียงจริง ที่ส่งตรงจากมิตซูบิชิ ออโต้ แกลเลอรี ประเทศญี่ปุ่น ผมหวังว่าทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความตื่นเต้นเร้าใจและแรงบันดาลใจสำคัญ จากทั้งตำนานแชมป์เหล่านี้ และรถยนต์รุ่นใหม่พิเศษแรลลี่อาร์ท” มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

รถยนต์รุ่นแรลลี่อาร์ท จะวางจำหน่ายใน 3 รุ่นย่อย จากรถยนต์จำนวน 2 รุ่น ที่ขายดีที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างไทรทัน และปาเจโร สปอร์ต โดยราคาเริ่มต้นของไทรทัน แรลลี่อาร์ท เมกะ แค็บ อยู่ที่ 667,000 บาท รุ่นไทรทัน แรลลี่อาร์ท ดับเบิ้ล แค็บ อยู่ที่ 705,000 บาท ในขณะที่รุ่นปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท ราคา 1,365,000 บาท

สำหรับภายนอกของแรลลี่อาร์ท มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งของแท้จากโรงงาน อาทิ ลวดลายสติกเกอร์ด้านข้างตัวรถสีแดง สีเงิน และสีดำ แผ่นกันโคลนสีแดง รวมถึงชุดตกแต่งใต้กันชนหน้าที่มาพร้อมโลโก้แรลลี่อาร์ท โดยรุ่นแรลลี่อาร์ทจะแตกต่างจากรุ่นธรรมดา ด้วยชุดตกแต่งภายนอกสีดำสุดพิเศษ ออกแบบเฉพาะสำหรับกระจังหน้า ล้ออัลลอย และหลังคา สำหรับภายในตกแต่งด้

ไทรทัน แรลลี่อาร์ท

  • จะมาในรุ่น ไทรทัน ตัวเตี้ย โดยมีให้เลือกในรุ่นย่อย ได้แก่ เมกะ แค็บ และดับเบิ้ล แค็บ ชุดตกแต่งพิเศษประกอบด้วยพื้นปูกระบะท้ายที่มีโลโก้แรลลี่อาร์ท และมือเปิดกระบะท้ายสีดำ เพิ่มลุคสปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่หยุดนิ่ง ของรุ่นไทรทันให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  • สีตัวถังรถ แรลลี่อาร์ท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Solid White พร้อมหลังคาสีดำ และสีดำ Jet Black Mica

ปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท

  • ปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท มาพร้อมชุดตกแต่งใต้กันชนหลัง รวมถึงชุดตกแต่งซุ้มล้อสีดำ ที่ช่วยให้
    ล้ออัลลอย และยางโดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแตกต่างจากรุ่นธรรมดาด้วยไฟหน้ารมดำ ล้ออัลลอยสีดำ
    ราวหลังคาสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และสปอยเลอร์หลังสีดำ ที่ติดตั้งมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ เพิ่มความสปอร์ตและสไตล์ที่หรูหราให้กับปาเจโร สปอร์ต ได้อย่างลงตัว
  • สีตัวถังรถ แรลลี่อาร์ท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond พร้อมหลังคาสีดำ และสีดำ Jet Black Mica

ในปีนี้ เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย บริษัทฯ ต้องการพาทุกท่านไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ พร้อมแสดงความขอบคุณคนไทย ด้วยการจัดแสดงรถยนต์ระดับตำนาน 3 รุ่น ที่เปรียบเสมือนตัวแทนความสำเร็จแห่งยุคสมัยของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์และสนามการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ครั้งนี้ด้วย โดยตำนานรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นได้แก่

1) สามล้อรุ่น ‘ลีโอ’  ซึ่งเป็นรถยนต์มิตซูบิชิคันแรกที่วางจำหน่ายในประเทศไทย รถยนต์มิตซูบิชิ สามล้อ ลีโอ วางจำหน่ายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2502 รถยนต์สามล้อรุ่นนี้ มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบสกู๊ตเตอร์ และเป็นรถสามล้อที่มีห้องโดยสารที่ทำจากเหล็กทั้งหมดเป็นครั้งแรก พร้อมติดตั้งที่นั่ง 2 ตำแหน่ง ภายหลังเปิดตัว มิตซูบิชิ ลีโอ ก็ติดอันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดด้วยยอดการผลิตสูงถึง 1,000 คันต่อเดือน จากนั้นมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ส่งออก มิตซูบิชิ ลีโอ จากญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2504

2) ปาเจโร รุ่นปี 1985 มิตซูบิชิ ปาเจโร ร่วมแข่งขันรายการ ดาการ์ แรลลี่ ถึง 26 ครั้ง ระหว่างช่วงปีพ.ศ. 2526-2552 และสามารถคว้าชัยชนะมาครองได้ถึง 12 ครั้ง สร้างสถิติชนะสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยปาเจโร รุ่นปี 1985 สามารถคว้าชัยในการแข่งขันประเภทรวมโอเวอร์ออลครั้งแรกในรายการ ดาการ์ แรลลี่ และมีชื่อเสี่ยงโด่งดังในฐานะแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่สามารถคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาครองได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 และในปีเดียวกันนั้นเอง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ ปาเจโร/มอนเตโร โดยนำเอาพื้นฐานโครงสร้างแชสซี และตัวถังของรถยนต์ในสายการผลิตที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.6 ลิตร รหัส 4G54 ที่มาพร้อมกับ เทอร์โบชาร์จ และอินเตอร์คูลเลอร์ มีกำลังสูงสุด 225 แรงม้า  มาทำการปรับอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ จึงส่งผลให้รถต้นแบบนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

3) แลนเซอร์ ดับบลิวอาร์ซี 05 พัฒนาต่อเนื่องจากรถยนต์มิตซูบิชิรุ่น แลนเซอร์ อีโวลูชั่น ซึ่งได้รับสมญานามว่า “เจ้าแห่งสนาม เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” โดยรถยนต์รุ่นมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ล้ำสมัยที่รู้จักในนามของ Super All-Wheel Control ที่ได้รับการพัฒนามาจากประสบการณ์การแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก เทคโนโลยีดังกล่าวนี้เอง อยู่เบื้องหลังของการคว้าชัยชนะรายการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ถึง 34 สมัย ระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2510-2551 โดยชัยชนะ 26 ครั้งจาก 34 ครั้ง มาจากรุ่นมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น ซึ่งโชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยชัยชนะติดกันถึง 4 ปีซ้อนในช่วงปีพ.ศ. 2539-2542 โดยรุ่นแลนเซอร์ ดับบลิวอาร์ซี 05 ยังได้เข้าร่วมรายการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลกเมื่อปีพ.ศ. 2548 ภายใต้กฎข้อบังคับใหม่ของการแข่งขัน รถยนต์รุ่นนี้ ได้ถูกพัฒนาอย่างมากในหลายๆ ส่วน อาทิ ขนาดความกว้างของตัวรถที่ขยายกว้างขึ้น ช่วงล่างที่มีความสูงเพิ่มขึ้น เพลาขับใหม่ และทำการปรับแต่งองศาช่วงล่างใหม่หมดเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ใหม่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และยังได้ติดตั้งเกียร์กึ่งอัตโนมัติพร้อมชุดคลัทช์ใหม่ จากการผสมผสานของการพัฒนาในจุดต่าง ๆ และการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน จึงทำให้รถคันนี้มีประสิทธิภาพการขับขี่สูงขึ้น

นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดแสดง รถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สเปเชียล เอดิชั่น และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สเปเชียล เอดิชั่น เพื่อเอาใจสาวกคนรักรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ต่างรอคอยการปรับแต่งเพิ่มเติมของรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 โดยมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มาพร้อมความสปอร์ตแบบพรีเมียมที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น ความแข็งแกร่ง และความโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทุกไลฟ์สไตล์ ลูกค้ายังเพลิดเพลินไปกับ ระบบความบันเทิงรุ่นใหม่พร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay(1) และ Android Auto(2) มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา ได้แก่ สีแดง Spirit Red สีดำ Jet Black Mica และสีขาว Quartz White Pearl  ในขณะที่มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มาพร้อมกับตัวรถสีแดง Medium Red ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ความพึงพอใจของลูกค้า ก็เป็นหัวใจของพันธกิจหลักที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้ความสำคัญตลอดมา เราเดินหน้าให้การดูแลบริการลูกค้าอย่างดีที่สุดผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ทั้ง 231 แห่งทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราสามารถมอบประสบการณ์การดูแลที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และเราจะยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านบริการการขายและหลังการขาย การันตีคุณภาพด้วย 3 รางวัล จาก 4 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2563 ในด้านความพึงพอใจของลูกค้า

มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่อาร์ท, ปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท, เอ็กซ์แพนเดอร์ สเปเชียล เอดิชั่น และปาเจโร สปอร์ต  สเปเชียล เอดิชั่น เปิดให้จองและเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ โดยลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี หรือที่เครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ หรือที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยโฉม All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV พร้อมจัดแสดง TANK 500 HEV ครั้งแรกของโลก ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) พร้อมนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (The 38th Thailand International Motor Expo 2021) พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษกับการเผยโฉม All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV และการจัดแสดง TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดจากแบรนด์ TANK เป็นครั้งแรกของโลก นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ xEV ยอดนิยมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่ครองยอดขายอันดับ 1  ถึง 3 เดือนซ้อน ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมด้วยกองทัพนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัย ข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ และกิจกรรมที่บูธที่น่าสนใจอีกมายมาย

หลังจากเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างสีสันและส่งมอบรถยนต์คุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ xEV ถึง 3 รุ่น ได้แก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV จากแบรนด์ HAVAL และ ORA Good Cat จากแบรนด์ ORA ซึ่งทั้ง 3 รุ่น ต่างได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างล้นหลาม ล่าสุดในการจัดแสดงรถยนต์ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอีก 2 รุ่น เป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ได้แก่ All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV และ TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรด จากแบรนด์ TANK เอาใจสายลุย โดยคนไทยจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้สัมผัสยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะทั้ง 2 รุ่นนี้ก่อนใคร

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตั้งแต่วันแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เราได้วางเป้าหมายในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า หรือ xEV Leader ด้วยการประกาศ Mission 9 in 3 คือ การนำรถยนต์ xEV 9 รุ่น มาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดภายในระยะเวลา 3 ปี โดยในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมานี้ เราได้เปิดตัวรถยนต์ของเราไปแล้วทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งเราขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทย ที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์คุณภาพของเรา ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เราจะไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต รวมไปถึงการสร้างสรรค์ประสบการณ์การให้บริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อส่งมอบยานยนต์คุณภาพที่มาพร้อมนวัตกรรมขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยทุกคน”

ด้านนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเหนือความคาดหมายจากผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่รถยนต์รุ่นแรกของเราอย่าง All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่สามารถครองใจคนไทยจนขึ้นครองอันดับ 1 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ถึง 3 เดือนซ้อน ต่อด้วยการเปิดตัว ORA Good Cat รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่ช่วงแรกๆ ด้วยยอดจองก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สูงถึง 4,296 คัน ภายใน 24 ชั่วโมง และล่าสุดกับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ยังคงได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากคนไทยเป็นอย่างมากหลังจากที่เราได้เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในวันนี้ เรามีความยินดีที่จะได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกของโลกที่เราเตรียมให้คนไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของกันในอนาคตอย่าง All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV และการจัดแสดงรถยนต์เอสยูวีออฟโรด TANK 500 HEV สำหรับผู้ขับขี่สายลุย ซึ่งเราเชื่อว่ารถยนต์ทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้ จะได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทยไม่แพ้รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นที่เราได้เปิดตัวไปแล้วอย่างแน่นอน”

สำหรับรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงในบูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่

All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV กับการเผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย

นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ โดย All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV เป็นรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นล่าสุด ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ช่วยประหยัดน้ำมัน พร้อมโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 8 โหมด รวมถึงโหมดการขับขี่แบบไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

การออกแบบภายนอก โดดเด่นสะดุดตาตามคอนเซปท์สปอร์ตเอสยูวี ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำดุดันและแข็งแกร่ง รับกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp ดีไซน์ล้ำสมัย และไฟท้าย LED Taillight Strip เป็นแนวยาวพาดจากซ้ายจรดขวา เติมเต็มความหรูหราด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟสุดหรู ขนาด 1.2 เมตร เปิดมุมมองใหม่ที่กว้างขึ้นถึง 360 องศา ส่วนการออกแบบภายใน ตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-เทา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” ที่มีชุดเกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter ดีไซน์หรู พร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss ที่ช่วยเติมสีสันและความหรูหราให้กับห้องโดยสาร รวมไปถึงการเชื่อมต่อหน้าจอกลางอัจฉริยะแบบ Touch Screen Audio Display ที่เพียงแค่สแกน QR CODE ก็สามารถเข้าถึงความบันเทิงเต็มรูปแบบได้อย่างครบครันทั้ง MP3 JOOX และระบบนำทาง

นอกจากนี้ ที่เบาะที่นั่งของ All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV ยังออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์  และมาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบกรองอากาศ PM 2.5 รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้ง Wireless Charger กุญแจ Smart Key ระบบ Push Start และประตูท้ายที่สามารถเปิด – ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า และระบบ Kick Sensor อีกทั้งยังมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย

TANK 500 HEV กับการอวดโฉมครั้งแรกของโลก เอาใจผู้ขับขี่สายออฟโรด

นับเป็นครั้งแรกของโลกกับการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการของ TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดจากแบรนด์น้องใหม่อย่าง TANK ที่มาพร้อมรูปทรงรถยนต์ที่สง่างามและทรงพลัง ด้วยระบบส่งกำลังแบบไฮบริด 2.0T+9HAT ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 180kW และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ระบบการจดจำ และการเปลี่ยนโหมดการขับขี่อัตโนมัติตามสภาพพื้นถนน ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ด้วยคำสั่งเสียง ไม่ว่าจะเป็นโหมดลุยน้ำหรือฟังก์ชั่นออฟโรด

TANK 500 HEV ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบภายในที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยหน้าจอดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว และหน้าจอควบคุมด้านหลัง รวมไปถึงแพลตฟอร์มช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะสามารถรับรู้ฟังก์ชันต่างๆ ตามการนำทาง เช่น การขึ้นลงทางลาดอัตโนมัติ การเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ การเปลี่ยนเลนเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง และระบบช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉินทั้งบนถนนทางหลวงและทางด่วนในเมือง ช่วยเสริมความปลอดภัย ให้ผู้ขับขี่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง

All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวียอดนิยมขวัญใจชาวไทย

รถยนต์เอสยูวีรุ่นแรกจากแบรนด์ HAVAL ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวและนำมาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นนวัตกรรมยานยนต์พรีเมียมแบบไฮบริด ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ผสานการการออกแบบที่สวยงาม พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย

All New HAVAL H6 Hybrid SUV โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ DHT ที่รองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์ม
โมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และการสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดี พร้อมตอบโจทย์การขับขี่ที่สนุกสนาน

รถยนต์เอสยูวีรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ HAVAL ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่สนุกสนาน โดยเฉพาะไฟหน้า LED เต็มรูปแบบ พร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมระบบ Welcome light เมื่อปลดล็อค และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ผสานกับการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และอัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบครัน

All New HAVAL JOLION Hybrid ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ DHT และเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal) ให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้เพียงคันเร่งเดียว อีกทั้งยังสร้างขึ้นบน GWM LEMON PLATFORM แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจริยะเช่นเดียวกับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อีกด้วย

ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและรักษ์โลก

ORA Good Cat นับเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%  ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันล้ำสมัยแต่แฝงไปด้วยความคลาสสิกเหนือกาลเวลาภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic พร้อมสะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เมื่ออยู่บนท้องถนน ส่วนภายใน ได้รับการออกแบบอย่างประณีตภายใต้แนวคิด “Intelligent Cockpit with Exquisite Craftsmanship” นับเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ดึงดูดทุกสายตา พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Integrated Double Screen ที่แบ่งออกเป็นหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว รวมไปถึงระบบกรองอากาศ CN95 ซึ่งสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้อากาศภายในห้องโดยสารสดชื่นอยู่ตลอดเวลา

ORA Good Cat ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร และความเร็วสูงสุด 152 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) และหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง ให้การขับขี่ยึดเกาะถนนและนั่งได้สบายมากยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดอีโค่ โหมด อีโค่พลัส และโหมดอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามที่ต้องการ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงส่งมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับรถยนต์ที่เปิดตัวและเปิดตัวขายในประเทศไทยแล้ว ภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL อาทิ

All New HAVAL H6 Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้าน สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

พิเศษ สำหรับรุ่น PRO รับข้อเสนอภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL รับข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงาน Motor Expo ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% และรับฟรี ฟิล์มกรองแสงและถาดรองสัมภาระตอนท้าย พร้อมการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้าน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 135,000 บาท

ORA Good Cat

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% สำหรับทุกรุ่น พร้อม ฟรี การติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) ภายใน 5 ปี หรือ 75,000  กิโลเมตร ฟรี สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับและส่งมอบรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง รวม 4 ครั้ง และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 125,000 บาท

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 85,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอและเงื่อนไขของแคมเปญ PREMIERE DEAL ของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ได้ที่ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand

นอกจากการจัดแสดงรถยนต์ทั้ง 5 รุ่นแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีการแสดงสุดยอดเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ GWM LEMON DHT Platform และ GWM LEMON E Platform อันล้ำสมัย ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สัมผัสนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินไปกับการเลือกชมรถยนต์ หรือซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึก โดยมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) ที่พร้อมต้อนรับ ดูแล และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่ตลอดทั้งงาน

ผู้ที่มาเยี่ยมชมยังสามารถพักผ่อนหย่อนใจในระหว่างวันได้ที่ Mini Bar และ Lifestyle Lounge หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาทิ กิจกรรม DIY Workshop กิจกรรม GWM FUN เช็คอินเพื่อรับคะแนนไปแลก Fun Gift ที่น่าสนใจ หรือกิจกรรม HAVAL PHEV Power กับการเล่นเกมที่สนุกสนาน กิจกรรม ORA POP on Mobile ที่ให้ทุกคนช่วยกันกดเติมพลังไฟฟ้าให้กับเจ้าเหมียว ORA Good Cat และการถ่ายภาพ AR PHOTO BOOTH โพสท่าสุดคูลไปกับเจ้าเหมียว AR ORA Cat พร้อมรับภาพถ่ายเป็นของที่ระลึก

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid และรถยนต์ ORA Good Cat สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ที่งานเช่นกัน

สัมผัสกองทัพรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 เวลา 12.00 – 22.00 น.
(วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) ที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ บูทหมายเลข A11 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปิดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38”

0

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน อภิชัย  อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรี นพ. รุ่งฤทัย  มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี พอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด พร้อมผู้อุปถัมภ์งานอย่างเป็นทางการร่วมพิธีเปิดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ณ ห้องรอยัล จูบิลี IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

 

ลำดับบุคคลในภาพ จากซ้าย ไปขวา

ดร. ภาวัต  กัลล์ประวิทธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด
มาโนชญ์  ฤกษ์ศิระทัย ผู้จัดการแผนกการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด
สุรเชษฐ์  อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38”
อภิชัย  อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรี
รัศมี พณิชยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ธุรกิจทรูวิชั่นส์ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด
นพ. รุ่งฤทัย  มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี
พอลล์  กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด

MOTOR EXPO 2021 มาตามนัด ปลดลอคตลาดรถส่งท้ายปี

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” เปิดฉากยิ่งใหญ่ ระดมค่ายรถยนต์ 32 แบรนด์ จักรยานยนต์ 12 แบรนด์ อวดรถใหม่ อัดแคมเปญเด็ด ผู้ชมลุ้นชิงรถ 4 คันฟรี คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 35,000 ล้านบาท

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” เปิดเผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์-TIME to ENJOY!” และได้นำมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) D M H T T A มาใช้ป้องกันการระบาดของ COVID-19 โดยผู้เกี่ยวข้องในการจัดงานทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และตรวจ ATK ก่อนเข้าพื้นที่เป็นประจำ ส่วนบุคคลทั่วไปที่จะเข้าชมงานต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือตรวจ ATK (หน้างาน)”

ปีนี้มีรถยนต์ร่วมแสดงจำนวน 32 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 12 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถต้นแบบ MG CYBERSTER สปอร์ทโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100 % ห้องโดยสารแบบ E-SPORT คันแรกในโลก อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที ขับขี่ได้ไกลถึง 800 กม. MINI ELECTRIC PACESETTER สร้างขึ้นจาก MINI COOPER SE เป็น SAFETY CAR พลังงานไฟฟ้า 100 % ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก JCW เสริมชุดแต่งรอบคัน สปอยเลอร์หลังชิ้นโต ผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในโรงงาน OXFORD ทำให้น้ำหนักเบาลง 130 กก. ใช้ชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าชุดเดียวกับ MINI COOPER SE อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที

ส่วนรถที่เปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย ได้แก่ HONDA HR-V รถเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ HAVAL JOLION นอกจากนี้ ยังมีรถที่กำลังได้รับความสนใจให้ชม ทดลองขับ และจับจองมากมาย อาทิ ASTON MARTIN VANTAGE ROADSTER, AUDI RS E-TRON GT QUATTRO, BMW IX XDRIVE50 SPORT, BMW IX3 M SPORT, FORD RANGER, FORD EVEREST, HYUNDAI STARIA, ISUZU V-CROSS 4×4, ISUZU MU-X, KIA CARNIVAL, LEXUS NX, LOTUS EXIGE SPORT 350, MASERATI GHIBLI HYBRID, MAZDA CX-5, MAZDA CX-8, MERCEDES-BENZ S 580 E AMG PREMIUM, MG5, MINI COOPER SE, MITSUBISHI PAJERO SPORT RALLIART, MITSUBISHI TRITON RALLIART, MOKE, NISSAN TERRA, ORA GOOD CAT, PEUGEOT 5008 SUV, POCCO DUODUO, PORSCHE MACAN, ROLLS-ROYCE GHOST, SUBARU XV, SUZUKI SWIFT GL PLUS, TOYOTA FORTUNER GR SPORT, VOLVO XC60 RECHARGE PLUG-IN HYBRID ฯลฯ

ทุกบูธจัดโปรโมชันพิเศษมากมาย ยิ่งกว่านั้นผู้จัดยังมีกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมในรายการ ซื้อรถ…ชิง HYUNDAI IONIQ ELECTRIC มูลค่า 1,749,000 บาท / ซื้อบัตร…ชิง ALL NEW MG5 รุ่น C มูลค่า 559,000 บาท / ซื้อสินค้า…ชิง MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX 5MT ราคา 474,000 บาท / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI BIG BIKE รุ่น KATANA ราคา 569,000 บาท / ชม MOTOR EXPO ONLINE ลุ้น Headphone Beats Solo Pro Wireless Noise Cancelling จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 10,500 บาท รวมมูลค่า 105,000 บาท

สำหรับยอดจองรถภายในงาน คาดว่าใกล้เคียงปีก่อนประมาณ 30,000 คัน ผู้ชมงานราว 1 ล้านคน แบ่งเป็นชมงานปกติ 80 % ชมงานออนไลน์ 20 % สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 35,000 ล้านบาท

กิจกรรมที่น่าสนใจ ภายในอาคาร ได้แก่ JOIN BOAT PLATFORM จัดแสดงเรือแม่น้ำ สปีดโบท และสกูเตอร์ มุมมอเตอร์สปอร์ท แสดงรถแข่ง รวมถึงรถแต่งหลากหลายสไตล์ นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิคที่ทรงคุณค่า หาชมยาก พร้อมเปิดให้ร่วมโหวทรถที่ประทับใจ เพื่อรับรางวัล PEOPLE’S CHOICE AWARD 2021 SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย นิทรรศการพิพิธภัณฑ์คนรักรถ-AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK จุดนัดพบของคนรักรถ นิทรรศการ F1 IN SCHOOLS กิจกรรมเพื่อเยาวชนระดับนานาชาติ พร้อมชมกิจกรรม F1 IN SCHOOLS ESPORT

กิจกรรมภายนอกอาคาร ได้แก่ ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ บริเวณด้านหลังอาคารชาลเลนเจอร์ สนามทดสอบระบบช่วยขับอัตโนมัติ พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ บริเวณลานจอดรถขนส่ง หลังอาคารชาลเลนเจอร์ SPIRIT OF THE 4×4 DRIVING SCHOOL โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ พบกับทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ที่จะแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมทั้งมีสนามจำลองสถานการณ์ต่างๆ ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ บริเวณด้านนอกอาคารชาลเลนเจอร์ ฯลฯ

การเดินทางไปชมงานมีบริการรถรับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมหน้ากากอนามัยก่อนขึ้นรถ และตลอดการเดินทาง ขาเข้างาน รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น. รายละเอียด ดังนี้

  1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานี BTS EXIT 2, MRT EXIT 4
  2. อ่อนนุช-IMPACT-อ่อนนุช สถานี BTS EXIT 2
  3. สีลม-IMPACT-สีลม MRT สถานี BTS EXIT 5, MRT EXIT 1
  4. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหลัง FUTURE PARK STATION

นอกจากนี้ ยังมี “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” งานคู่ขนานในสื่อดิจิทอลแบบครบวงจร เพื่อเปิดประสบการณ์การชมงานรูปแบบใหม่ มีทั้งรีวิวรถที่แสดงในงาน และหากสนใจสามารถจองแพคเกจชมงานแบบวีไอพี ด้วยบริการ MOTOR EXPO EXCUSIVE VISITOR เปลี่ยนประสบการณ์ชมงาน ให้พิเศษกว่าที่เคย เพียง 500 บาท จะได้รับบริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่สนใจ บริการช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. บริการพื้นที่รับรองพิเศษ Exclusive Visitor Lounge รับฟรี บัตร Ultimate VIP 2 ใบ ใช้เข้าชมงานได้ทุกวัน และรับฟรี บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 200 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th/exclusive

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 รวมทั้งชมการถ่ายทอดสดงานทาง ททบ. 5 Facebook: TV5HD1 และ Facebook: MotorExpo ในวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00-15.30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดโชว์รูม Mercedes-Maybach แห่งแรกในไทย พิเศษ! จอง Mercedes-Benz รับโปร Limitless Offers หมดเขต 31 ธ.ค.นี้

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดโชว์รูม Mercedes-Maybach แห่งแรกในไทย ประเดิมอวดโฉม SUV รุ่นใหม่ล่าสุด “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ราคาเริ่มที่ 18 ล้านบาท พร้อมมอบความอุ่นใจ ในงาน Primus Auto Show 2021 กับการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz/Mercedes-AMG ด้วยแคมเปญ Limitless Offers ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 สูงสุด 4 ปี เริ่มวันนี้ หมดเขต 31 ธ.ค.ศกนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานบริหาร, นายบีเยิร์น กุซเทรา (ที่ 1 จากขวา) รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด, นางสาวปานเนตร รังสินธุรัตน์ (ที่ 4 จากซ้าย)  ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดโชว์รูมรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ โดยมี นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 3 จากขวา) ประธาน และนายจิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Maybach แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างมาก ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายกับเรา และอีกสิ่งที่สำคัญ คือ การเข้าใจลูกค้าระดับ Ultra Luxury ที่สะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าที่ใช้บริการ และการแนะนำบอกต่อให้คนรู้จัก ซึ่งสามารถทำคะแนนอยู่ในลำดับต้นๆ มาโดยตลอด

ประกอบกับการสร้างฐานลูกค้าระดับบน และคุณภาพการบริการที่ดี รวมถึงสถานที่ตั้งที่โออ่า กว้างขวาง และมีศักยภาพในการรองรับลูกค้า ทำให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับเลือกเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ

“ผมต้องขอขอบคุณผู้บริหาร และทีมงาน “เบนซ์ไพรม์มัส” ที่ให้ความร่วมมือและทำทุกอย่างให้เกิดขึ้นได้ดี ที่นี่ถือเป็น Exclusive Mercedes-Maybach Lounge แห่งแรกในไทย ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของ Mercedes-Benz รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และทุกรายละเอียดที่เพิ่มเติมขึ้นไปอีกระดับของ Mercedes-Benz ถือเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ที่จะร่วมสร้างคุณค่าของ Sub-Brand อย่าง Mercedes-Maybach สำหรับลูกค้าในกลุ่มนี้อย่างแท้จริง

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ด้วยการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach แบรนด์รถยนต์ Ultra Luxury ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าระดับชั้นนำมายาวนานถึง 100 ปี เราให้คำมั่นว่า เราจะดูแลและให้บริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอย่างเต็มประสิทธิภาพและดีที่สุด

ด้วยระยะเวลาเกือบ 2 ปี ในการดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ “Mercedes-Benz” เราได้ให้ความสำคัญในการดูแลและเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของการบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย อันสะท้อนถึงนโยบายหลัก ตามแนวคิด Customer Centric และความมุ่งมั่นที่จะเป็น Top of Mind ของลูกค้า Mercedes-Benz

ผสานกับการบริการที่ครบถ้วนในแบบ One Stop Service ด้วยการบริหารงานแบบมืออาชีพ ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจ “เบนซ์ไพรม์มัส” ส่งผลให้เราสามารถสร้างฐานลูกค้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับ Luxury และระดับ Ultra Luxury ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราได้รับโอกาสสำคัญในครั้งนี้

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า โชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Maybach ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ “เบนซ์ไพรม์มัส”  ถือเป็นโชว์รูมแห่งแรกในไทย ซึ่งได้รับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในสไตล์  Sophisticated Luxury สำหรับรองรับการบริการด้านการขาย ในรูปแบบ Exclusive Mercedes-Maybach Lounge ที่มอบความหรูหรา สะดวกสบายในการชื่นชมและสัมผัสอัครยานยนต์ระดับ Ultra Luxury อย่างใกล้ชิด

พร้อมบริการหลังการขายที่จัดเตรียมช่องซ่อมพิเศษโดยเฉพาะ ด้วยการคัดสรรบุคลากรทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อรองรับอรรถประโยชน์สูงสุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์สุดพิเศษกับประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญในกลุ่มไฮเอนท์

และในโอกาสนี้ ได้มีการเผยโฉมยนตรกรรม Ultra Luxury SUV รุ่นใหม่ล่าสุด Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 3,982 ซี.ซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 557 แรงม้า ที่ 6,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที พร้อมระบบ EQ Boost ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 22 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC 9 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 MATIC (Torque On Demand) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.9 วินาที ทั้งเพิ่มความหรูหรา สง่างาม ด้วยอุปกรณ์ด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างครบครัน ในราคาเริ่มต้นที่ 18 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 พ.ย.64 ที่งาน Thailand International Motor Expo 2021 ณ อิมแพคเมืองทองธานี

สำหรับโอกาสพิเศษนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอมอบโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการเลือกทดลองขับหรือเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยการจัดงาน Primus Auto Show 2021 เริ่มวันนี้ ถึง 31 ธ.ค.ศกนี้ กับแคมเปญพิเศษ Limitless Offers ข้อเสนอเดียวกับในงาน Motor Expo 2021 มีรายละเอียด ดังนี้

-ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ กับ MBSP Package นาน 5 ปี

-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MB Protection สูงสุด 4 ปี หรือเลือกดาวน์สบายๆ รับส่วนลด 5%

-ฟรี!  บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท

ส่วนด้านบริการหลังการขาย ได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อมบำรุงที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 ธันวาคม ศกนี้ รับสิทธิพิเศษ ดังนี้

-ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 20% (เฉพาะอะไหล่ร่วมรายการ)

-ฟรี ค่าแรง เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น

-ฟรี น้ำมันเครื่อง 2 ลิตร เมื่อนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะ  Service A และ Service B พร้อมรับ MB Car Shampoo ทันที เมื่อนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้า

พิเศษ เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต Citi Mercedes Card ผ่อนสบายๆ 0% นาน  10 เดือน

ผู้สนใจชมและทดลองขับรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG หรือนำรถยนต์เข้ารับบริการหลังการขาย สามารถนัดหมาย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 095 5555 หรือ LINE: https://bit.ly/primusla (@benzprimus) หรือ FB : https://www.facebook.com/Benz-Primus-111373581317890 (Benz Primus)

เอเอเอสฯ เปิดตัวแรง ปอร์เช่ มาคันน์ รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Macan) เผยโฉมแห่งแรกในอาเซียน พร้อมราคาน่าดึงดูดใจในงาน Motor Expo 2021

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมรับศักราชใหม่ ด้วยการเผยโฉมและประกาศราคาใหม่ที่ดึงดูดใจยิ่งขึ้น ของสปอร์ตคอมแพค SUV รุ่นใหม่ล่าสุด The new Macan  (มาคันน์ ใหม่) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยการปรากฏโฉมของปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส และ ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ครั้งแรกในอาเซียน โดยงานแถลงข่าวจะจัดขึ้น ณ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” (The 38th Thailand International Motor Expo) วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 16.00 – 16.15 น. ณ บูธรถยนต์ปอร์เช่ อิมแพค  ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี (Booth B01)

เอเอเอสฯ พร้อมขนทัพรถสปอร์ตครบครันทุกรุ่นรวมจัดแสดงภายในงาน นำโดย สปอร์ต คอมแพค SUV รุ่นใหม่ล่าสุด มาคันน์ ใหม่ (The new Macan), มาคันน์ เอส ใหม่ (The new Macan S) , ปอร์เช่ 911 จีที3 ใหม่ (The new 911 GT3), ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera), ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (Porsche 911 Carrera GTS), ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan 4S Cross Turismo), คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ (The new Cayenne Turbo GT), คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid), พานาเมร่า 4  อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybird) และ 718 เคย์แมน T (718 Cayman T) ที่ร่วมอวดโฉมความโดดเด่นให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ปอร์เช่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 โดยผู้ที่จองรถยนต์ปอร์เช่ภายในงานจะได้รับข้อเสนอแคมเปญ และโปรโมชั่น รวมถึงสิทธิพิเศษมากมายโดยเฉพาะสิทธิ์การซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนีนานสูงสุด 15 ปี*

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ (The new Macan)

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ (The new Macan) สปอร์ต SUV ขนาดคอมแพครุ่นล่าสุด มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ 265 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 232 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับมาคันน์ เอส (Macan S) ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ V6 Biturbo ขนาด 2.9 ลิตร มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 380 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 4.6 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 259 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัตช์คู่ 7 จังหวะ (PDK) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive (ออล วีล ไดร์ฟ) ระบบช่วงล่างใหม่ ชิ้นส่วนด้านหน้า ด้านหลัง และสเกิร์ตด้านข้างตัวรถ ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างแบบ 3 มิติ  โคมไฟหน้าแบบ LED มาพร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System (ปอร์เช่ ไดนามิก ไลท์ ซิทเต้ม) คอนโซลกลางใหม่ พร้อมหน้าจอสัมผัส ขนาด 10.9 นิ้ว ระบบสั่งการผ่านเสียง สำหรับสีตัวถังภายนอกมีเฉดสีใหม่ให้เลือกรวม 14 เฉดสี

 

ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (Porsche 911 Carrera GTS)

ปอร์เช่ 911 ในเวอร์ชั่นจีทีเอส (GTS) ที่มีพละกำลังมหาศาลพร้อมรูปโฉมที่เกรี้ยวกราดดุดัน ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 3.0  ลิตร 6  สูบนอน ให้พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า แรงบิดมหาศาลกว่า 570 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.3 วินาที  โดดเด่นด้วยงานตกแต่งภายในห้องโดยสารวัสดุ Race-Tex สีดำ และเบาะนั่ง Sports Seats Plus (สปอร์ต ซีส พลัส) มาพร้อมชุดแต่ง Sport Design package (สปอร์ต ดีไซน์ แพคเกจ) ซึ่งสร้างความแตกต่างจากรุ่นปกติ และพิเศษสุดกับไฟท้ายที่ออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นจีทีเอส (GTS)  เท่านั้น  ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส ใหม่

คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ (The new Cayenne Turbo GT)

ยนตรกรรมสปอร์ตที่แสดงออกถึงสมรรถนะและพละกำลังอันแข็งแกร่ง ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ ได้รับการยกระดับสมรรถนะการควบคุมขั้นสูงสุด ผสานประสิทธิภาพการขับขี่ในรูปแบบสปอร์ตที่โดดเด่น หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอรรถประโยชน์อเนกประสงค์ เครื่องยนต์ V8 เบนซิน 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ มาพร้อมพละกำลังมหาศาลกว่า 640 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ ได้รับการจัดลำดับให้เป็นยนตรกรรมสปอร์ตที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมและพิเศษด้วยความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่งบนตัวถังรูปแบบคูเป้

อาวดี้ ประเทศไทย แรงไม่หยุดส่งท้ายปี เปิดตัว The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line โฉมใหม่นำเข้าทั้งคัน

0

โค้งสุดท้ายส่งท้ายปี 2564 อาวดี้ ประเทศไทย แรงไม่หยุด พร้อมปลุกดีกรีความร้อนแรงให้ตลาดพรีเมียมคอมแพคคาร์ ด้วยการ เปิดตัว The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยความสปอร์ต ประหยัดน้ำมัน และดีไซน์สุดล้ำ สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น มั่นใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถคู่ใจที่มีความสมบูรณ์แบบสุดๆ พร้อมก้าวทะยานสู่ศตวรรษที่ 21 ในราคาที่จับต้องได้ง่าย ตามคอนเซปต์เขย่าพอร์ตเพียง 2.399 ล้านบาท เท่านั้น เปิดจองแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมอาวดี้ทุกสาขา และในงาน Motor Expo 2021

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย  กล่าวว่า “ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นของยนตรกรรมอาวดี้ และคุณภาพรถนำเข้าจากยุโรปในราคาที่จับต้องได้ ภายใต้การสนับสนุนของ Audi AG ทำให้ยนตรกรรม Audi ที่นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 5 ปี ของการดำเนินงาน อาวดี้ ประเทศไทย สามารถนำรถรุ่นยอดนิยมและรุ่นพิเศษใหม่   ที่เพิ่งเปิดตัวในยุโรปมาตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของแฟนๆ อาวดี้ ในประเทศไทยทุกกลุ่ม  ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ อาวดี้ยังคงเดินหน้านำยนตรกรรมรุ่นใหม่ มาเสริม Line Up ให้ลูกค้าได้มีทางเลือก และสนุกไปกับแบรนด์ ซึ่งรุ่นล่าสุดที่นำเปิดตัวเพิ่มความคึกคัก และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี คือ The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line สปอร์ตพรีเมียมคาร์สุดเท่ล้ำ ที่เพิ่งเปิดตัวในยุโรปไม่นาน ก็สามารถเข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ทั่วยุโรปได้อย่างรวดเร็ว โดยมีกำหนดส่งมอบคันแรกตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2565”

“การเปิดตัว The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line โฉมใหม่ เป็นการเติมเต็ม Line Up เพื่อเสริมความแกร่ง Product portfolio ยนตรกรรมพรีเมียมราคาจับต้องได้ ไม่ถึง 3 ล้านบาท ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่มองหารถยนต์ขนาดกระทัดรัด เพียบพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ยิ่งได้มีโอกาสสัมผัสรถจริง จะพบว่า The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line เป็นคอมแพคคาร์ สปอร์ตพรีเมียมขนาดกำลังดี ซึ่งรวมเทคโนโลยีไว้ในคันเดียว”

The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน เรียกว่าโฉมใหม่ทั้งคัน ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่มีความเพียบพร้อมด้วยดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย สะกดตาตั้งแต่แรกเห็น โครงสร้างตัวถังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพื่อช่วยในการประหยัดน้ำมัน ห้องโดยสารใช้วัสดุเหล็กพิเศษที่ผ่านการทำ Treatment เพิ่มความแข็งแรงเพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความปลอดภัยสูงสุด พื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์กว้างขวางและลงตัวกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ

The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line ถูกออกแบบภายนอกให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว เท่ พร้อมรูปแบบสะดุดตา โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Ur quattro กระจังหน้า (Single frame) ขนาดใหญ่ ช่องทางเข้าของอากาศด้านล่างทั้ง 2 ฝั่ง สีดำแบบสปอร์ต บริเวณหลังด้านท้ายและสปอยเลอร์ถูกออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตสวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น A3 Sportback พร้อมชุดแต่งสปอร์ตภายนอก S line เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับประเทศไทย

ขุมพลังของ The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียงพร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ ขนาด 1,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ร้อนแรง 0-100 กม./ชม. เพียงระยะเวลา 8.4 วินาที เท่านั้น ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 224 กม./ชม. เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ คันเกียร์ถูกออกแบบใหม่ ให้เป็น Compact Shifter ขนาดกะทัดรัด สะท้อนแนวคิดของตัวรถที่มีความเป็นคอมแพคคาร์และเต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอย ดีไซน์เกียร์ใหม่ช่วยเพิ่ม    พื้นที่บริเวณคอนโซลกลางให้มีกว้างขวางมากขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และควบคุมง่าย เพียงแค่ใช้นิ้วเลื่อนขึ้น หรือเลื่อนลงในการเลือกเกียร์ที่ต้องการ เมื่อต้องการใช้เกียร์ Manual ก็สามารถใช้ Paddle Shift ตรงพวงมาลัย เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถทดได้หลายช่วง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันและเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่มากยิ่งขึ้น พื้นที่เก็บสัมภาระ 380 ลิตร ซึ่งสามารถขยายความจุได้ถึง 1,200 ลิตร

ภายในห้องโดยสารกว้างสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยลวดลาย Platinum grey พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sport ให้ลุคพรีเมียม ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Progressive Steering ระบบหน้าจอ MMI Radio plus แบบสัมผัส (MMI touch) ขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Audi smartphone interface และรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ระบบ Audi sound system หน้าจอ Digital Instrument Cluster ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในรุ่น The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line การตอบสนองของพวงมาลัยตามสภาพการขับขี่ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มหรือลดเสียงเป็นแบบระบบสัมผัสแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Audi e-tron GT และระบบปรับอากาศแยกอิสระ 3 โซน สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานที่บรรจุมาในรถยังประกอบไปด้วย เบาะหนังปรับไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบบันทึกความจำสำหรับเบาะที่นั่งคนขับ ฝาท้ายเปิดปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Sensor กล้องถอยหลังขณะเข้าจอด

The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line มีให้เลือก 5 สี คือ Glacier white, Mythos black, Python yellow, Tango red และ Turbo blue เปิดให้จองพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ และที่บูธ อาวดี้ (B-05) ในงาน Motor Expo 2021 (วันที่ 1-12 ธันวาคม) โดยพร้อมส่งมอบรถให้ลูกค้าในไตรมาสที่ 1- 2 ปี 2565

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถไฟฟ้า Audi e-tron ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่อยู่ที่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

  • Audi Centre Thailand 02-765-8888
  • Audi New Petchburi 02-023-4888
  • Audi Pattaya  038-197-888
  • Audi Phuket  076-646-666
  • Audi Service Chiang Mai  052-081-188
  • Audi Service Ratchapruek  02-034-5888
  • Audi Udornthani  093-161-5588

AWC เตรียมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere พร้อมบริการรถยนต์ไฟฟ้าจาก HAUP 1 ธ.ค.นี้

0

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC) บริษัทในเครือทีซีซี กรุ๊ป (TCC Group) กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรของประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจด้วยความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างสมาร์ท ได้เตรียมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดและยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่โดย EA Anywhere พร้อมบริการรถยนต์ไฟฟ้าจาก HAUP แบบ Carsharing ที่สามารถจองผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 64 ณ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น B1 เป็นต้นไป

  • รถยนต์ Fomm one เริ่มต้น 99 บาท/ชม.
  • รถยนต์ MG EP เริ่มต้น 239 บาท/ชม.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eaanywhere.com / www.haupcar.com

ปรากฏโฉม 5 ยนตกรรมสปอร์ตรุ่นล่าสุดครั้งแรกของโลกที่เมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา: หรูหรา อเนกประสงค์ สปอร์ตเหนือระดับ

0

ปอร์เช่มุ่งหน้าสู่อนาคตด้วย 3 แนวทางแห่งการพัฒนา: เคียงข้างไปกับเครื่องยนต์เบนซินชั้นเลิศ, ขุมพลัง plug-in hybrids และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ความหลากหลายของแนวทางแห่งการพัฒนาอันเยี่ยมยอดของปอร์เช่ได้ถูกนำมาจัดแสดงไว้ ณ งานมหกรรมยานยนต์ LA Auto Show ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ต 5 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก อันประกอบด้วยดาวเด่นของงานในปีนี้อย่าง ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4  อาร์เอส ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS) , 718 เคย์แมน  จีที4 อาร์เอส คลับสปอร์ต ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS Clubsport),ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Taycan GTS) , ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส สปอร์ต ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan GTS Sport Turismo) และ ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) ในเวอร์ชั่นแพลทตินั่ม อิดิชั่น (Platinum Edition)

โอลิเวอร์ บลูมเม่ (Oliver Blume) ประธานกรรมการบริหาร ของ Porsche AG กล่าวว่า “แคลิฟอร์เนีย เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของปอร์เช่มานานหลายสิบปี เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา เราได้แนะนำปอร์เช่ 911 เจเนอเรชั่นปัจจุบันที่ลอสแองเจลิส ตอนนี้เรากำลังจะนำเสนอยนตกรรมสปอร์ตคูเป้ เครื่องยนต์วางกลาง สมรรถนะสูง รุ่นใหม่ล่าสุด 718 จีที4 อาร์เอส (718 GT4 RS) ปัจจุบันไม่สามารถนึกภาพท้องถนนในแคลิฟอร์เนีย ที่ปราศจากไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าของปอร์เช่ได้เลย  สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS) คือยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่จะมาเสริมทัพให้กับบรรดายนตรสปอร์ตที่เรามีอยู่  ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด เหนือล้ำด้วยนวัตกรรม และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในประเทศสหรัฐอเมริกา  นับตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา เราสามารถเพิ่มตัวเลขยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ได้ในตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ  2 ของปอร์เช่  ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนได้กว่า 30 เปอร์เซ็นต์”

Cayman 718 GT4 RS

ขีดสุดแห่งสมรรถนะการขับขี่: ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS) และ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส คลับสปอร์ต ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS Clubsport)

ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS) ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดของสายพันธุ์ 718 เฉียบคมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยการออกแบบและพัฒนาให้มีโครงสร้างน้ำหนักเบา ช่วงล่างปรับแต่งให้มีเสถียรภาพสูงสุด ระบบอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น และเสียงคำรามของเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รถคันนี้สามารถวิ่งจนครบระยะทางต่อรอบ 20.6 กิโลเมตร ของสนาม Nürburgring Nordschleife ภายในเวลา 7:04.511 นาที ซึ่งเร็วกว่าปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 (718 Cayman GT4) ถึง 23.6 วินาที

หัวใจของรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อรองรับการขับขี่ในรูปแบบที่ดุดัน ประจำการด้วยเครื่องยนต์เบนซินบ็อกเซอร์  6 สูบนอน ไร้ระบบอัดอากาศ ให้พละกำลังสูงสุด 500 แรงม้า (368 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดกว่า 450 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ Porsche dual clutch transmission (PDK) อัตราทดเกียร์แบบชิด สร้างอัตราเร่งที่น่าอัศจรรย์ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS) สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พร้อมกันนี้ปอร์เช่ยังได้เปิดตัว ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส คลับสปอร์ต (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS Clubsport) ในเวอร์ชั่นรถแข่ง ที่เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาความเร็วเตรียมพบกับซีรีส์การแข่งขันระดับโลกซึ่งกำลังจะจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

ราคาจำหน่าย

ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส ใหม่ (The new Porsche 718 Cayman GT4 RS) ราคาเริ่มต้นที่ 15.5 ล้านบาทพร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

 

Taycan GTS and Taycan GTS Sport Turismo

หัวใจแห่งความแรงสายพันธุ์ใหม่: ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส สปอร์ต ทัวริสโม ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS Sport Turismo)

ด้วยพิสัยเดินทางสูงสุดเป็นระยะทางถึง 504 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS)  เป็นตัวแทนแห่งความโดดเด่นที่สุดของรุ่นไทคานน์ จากความสำเร็จในประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยกระดับขึ้นถึง 500 กิโลเมตร และยังเป็นโมเดลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสปอร์ตยิ่งกว่าพี่น้องร่วมตระกูล  พิสูจน์ได้จากพละกำลังสูงสุดกว่า 598 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) ถ่ายทอดความแรงอันน่าประทับใจ เมื่ออยู่ในขณะ overboost ระหว่างใช้ระบบ Launch Control ช่วงล่าง และอุปกรณ์พิเศษระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering ได้รับการปรับแต่งสำหรับรุ่น จีทีเอส (GTS) โดยเฉพาะ เพื่อให้มุมมองที่แตกต่างอย่างเหนือชั้นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร

นอกจากปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS) ที่ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ LA Auto Show แล้ว ยังมี ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส สปอร์ต ทัวริสโม ใหม่ (The new Porsche Taycan GTS Sport Turismo) น้องใหม่รุ่นล่าสุดที่เข้ามาร่วมเสริมทัพในยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ เช่นเดียวกับ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan Cross Turismo) ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอรรถประโยชน์ในการใช้งานจากดีไซน์ห้องเก็บสัมภาระภายใต้ฝาท้าย ที่พื้นที่มอบความจุสัมภาระให้มากกว่า 1,200 ลิตร

เตรียมพบกับรายละเอียดของขุมพลังสำหรับรุ่น สปอร์ต ทัวริสโม (Sport Turismo) ได้เร็วๆ นี้

 

Panamera Platinum Edition

สปอร์ตซีดานเอ็กซ์คลูซีฟ เวอร์ชั่นสุดหรู: ปอร์เช่ พานาเมร่า แพตทตินั่ม อิดิชั่น (Porsche Panamera Platinum Edition)

ปอร์เช่ พานาเมร่า แพตทตินั่ม อิดิชั่น (Panamera Platinum Edition) ผสมผสานความงดงามจากงานดีไซน์ Satin Gloss Platinum พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาตรฐานที่อัดแน่นเต็มพิกัด ในราคาที่เร้าใจ

ตัวถังภายนอกโดดเด่นด้วยสี Satin Gloss Platinum ตกแต่งชิ้นงานรายรอบตัวถัง ด้วยตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ เสริมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยมาตรฐานขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น กรอบกระจกประตู และปลายท่อไอเสียสปอร์ตดำเงา High-Gloss Black เข้าคู่กันอย่างลงตัว งานตกแต่งภายในสุดพิเศษ เบาะไฟฟ้าปรับระดับ 14 ทิศทาง ตกแต่งด้วยสีดำ และอะลูมิเนียมปัดเงา พร้อมแผ่นปิดธรณีประตูประทับตราสัญลักษณ์ Platinum Edition รายการอุปกรณ์มาตรฐานได้รับการเพิ่มเติมแบบเต็มพิกัด รวมไปถึงไฟหน้า LED matrix ที่ทำงานร่วมกับระบบ PDLS Plus และช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัว PASM ตลอดจนระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง BOSE® Surround Sound และอื่น ๆ อีกมากมาย

สามารถพบกับพานาเมร่า ในเวอร์ชั่น แพตทตินั่ม อิดิชั่น (Platinum Edition) ได้ในรุ่นดังต่อไปนี้ ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) ,ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 (Porsche Panamera 4) และ ปอร์เช่ พานาเมร่า 4  อีไฮบริด (Porsche Panamera 4 E-Hybrid)

 

Cayman GT4 RS and Cayman GT4 RS Clubsport

ประเทศสหรัฐอเมริกา ตลาดสำคัญที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของปอร์เช่

ตลาดรถยนต์ปอร์เช่ในประเทศสหรัฐอเมริกา  คือตลาดรถยนต์ปอร์เช่ที่มีการเติบโตสูงสุดรองจากตลาดรถยนต์ปอร์เช่ในประเทศจีน พิสูจน์ได้จากยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ 51,615 คัน ภายในระยะเวลา 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า การเติบโตอันแข็งแกร่งในตลาดอเมริกาเหนือนั้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางเดียวกันจากผลสำรวจความพึงพอใจล่าสุดของสถาบัน J.D. Power APEAL study เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาลูกค้ายังคงให้การยอมรับว่าปอร์เช่เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมที่สร้างความประทับใจในการใช้งานได้สูงสุด ความต้องการยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ในเมืองแคลิฟอร์เนีย มีตัวเลขสูงมาก หากพิจารณาให้ เมือง Golden State เป็นหนึ่งประเทศ ก็อาจเป็นประเทศที่มีขนาดของตลาดรถยนต์ปอร์เช่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของปอร์เช่ นอกจากนี้ทวีปอเมริกายังเป็นภูมิภาคที่มีเหล่าแฟนๆ ปอร์เช่ ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะในเมืองแคลิฟอร์เนีย ที่มีตัวเลขยอดส่งมอบปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) คิดเป็นสัดส่วนถึง 8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนตัวเลขยอดส่งมอบปอร์เช่ ไทคานน์ทั้งหมด  คำนวณจากยอดส่งมอบรถปอร์เช่ทั่วโลก 28,640 คันตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2021 นั่นหมายความว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ถูกจำหน่ายออกจากเมืองนี้

Kaidee Auto ต่อยอดธุรกิจเปิดบริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ชูความแกร่งด้านอีคอมเมิร์ซ

0

หลังประสบความสำเร็จจากการขายรถมือสองในประเทศไทย EMPG ผู้นำด้านแพลตฟอร์ม ออนไลน์ ระดับโลก บริษัทแม่ของ Kaidee Auto วางแผนรุกธุรกิจด้านยานยนต์ให้ครบวงจร เปิดตัวบริการใหม่ให้กับบริษัทรถยนต์ขยายฐานการตลาดออนไลน์ให้มีศักยภาพมากขึ้น 

มร.มาร์ค นอสเวิร์ธที (Mark Nosworthy) ผู้บริหารระดับสูง EMPG Group และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kaidee เปิดเผยว่า “Kaidee มีรากฐานในประเทศไทยที่แข็งแกร่ง ด้วยการเป็นศูนย์รวมซื้อขาย รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และอีคอมเมิร์ซ ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานกว่า 10 ปี เรามีการพัฒนาสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นผลลัพธ์และผลสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ โดยส่วนหนึ่งจากการวิเคราะห์ฐานลูกค้า Kaidee ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 15 ล้านคนต่อเดือน ทำให้ศักยภาพด้านการตลาดในการจับมือร่วมกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันอุตสากรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้นในอนาคตข้างหน้า”

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์กลุ่มรถยนต์มือหนึ่ง Kaidee Auto เป็นที่ปรึกษาและผู้ให้บริการการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร (Total Marketing Solution) อาทิ กลยุทธ์เฉพาะเจาะจงถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่มีแนวโน้ม สนใจ สินค้าหรือบริการของแบรนด์ กลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียและเครื่องมือต่างๆบนแพลตฟอร์มของ Kaidee และ Kaidee Auto รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะ โดยสามารถเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้กับแบรนด์รถยนต์ให้เติบโตอย่างมั่นคง

สำหรับผู้บริโภค Kaidee Auto ยังคงช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาในการเดินทาง ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ และต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เช่น ข้อมูลรถยนต์ โปรโมชั่นพิเศษ และสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ทันที ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มของ Kaidee Auto

“อีกหนึ่งเหตุผลที่ Kaidee Auto เป็นทางเลือกที่แตกต่างของบริษัทผู้ประกอบธุรกิจยานยนต์และผู้บริโภค คือ ความพร้อมในการสนับสนุนของ EMPG โดยมีจุดเด่นในการนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมกับตลาดในแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน ผมเชื่อมั่นว่า Kaidee Auto จะเป็นที่ปรึกษาทางการตลาดที่ลงตัวให้กับกลุ่มธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทย และจะสร้างสรรค์ข้อเสนอที่ตรงใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแน่นอน” มร.มาร์ค นอสเวิร์ธที กล่าวเสริมในตอนท้าย 

สนใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rod.kaidee.com หรือ ติดต่อ 02 119 5000