Home Blog Page 341

ทีทีซี มอเตอร์ พร้อมให้บริการโชว์รูมและศูนย์บริการลุคใหม่ เน้นรูปแบบดิจิทัลรองรับยนตรกรรมระดับลักชัวรี่

0

ทีทีซี มอเตอร์ พัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าอีกขั้น ด้วยการปรับโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาพัฒนาการ 45 ให้สอดรับกับนโยบายเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่ให้ความสำคัญกับการตลาดและการขายในรูปแบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายพื้นที่ต้อนรับ Mercedes-Maybach สุดยอดยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ ด้วยความพิเศษกับห้องรับรองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Cigar Bar ให้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุดสำหรับลูกค้า

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีและเมอร์เซเดส-มายบัค  (Mercedes-Benz  Mercedes-AMG  Mercedes-Maybach) อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า หลังจากที่ทีทีซี มอเตอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายรถยนต์ Maybach อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทีทีซีได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาพัฒนาการ 45 พร้อมขานรับกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ด้วยบริการที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น และรองรับยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ เมอร์เซเดส-มายบัค ที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทยในปลายปีนี้

“สำหรับการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการของทีทีซีในครั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับการสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสาร เพื่อสื่อภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในระยะยาว ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในปีนี้และปีถัดไป เราซึ่งเป็นผู้จำหน่ายจึงต้องเดินตามนโยบายของบริษัทแม่ เพื่อก้าวต่อไปที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน”

รูปโฉมใหม่ของทีทีซี มอเตอร์ ยิ่งใหญ่และทันสมัยกว่าที่เคย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น Facilities ทุกส่วนได้ยกระดับใหม่ทั้งหมด และที่สุดของความเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษคือ  Cigar Bar และห้องรับรองสุดหรู Mercedes-Maybach มอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าอย่างเป็นพิเศษ พร้อมด้วยการบริการที่เหนือระดับและ Exclusive ยิ่งขึ้น ทั้งบริการนวดผ่อนคลาย บริการอาหารและเครื่องดื่มฯ

ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ก่อนใครได้ที่ 📲 line.me/R/ti/p/@benzttc

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

📞โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)

📞โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)

📱Official Line : line.me/R/ti/p/@benzttc

📱IG : instagram.com/benzttc

🚗Google map : g.page/BenzTTC?share

#TTCMotor #MercedesBenz #MercedesAMG

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โชว์แกร่งด้วยยอดเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่สาม พร้อมส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.3%

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่สามของปี 2564 โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ อยู่ที่ 8,600 คัน โดยบีเอ็มดับเบิลยูมียอดการจดทะเบียนรถยนต์ที่ 7,759 คัน ในขณะที่มินิก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันกับยอดจดทะเบียนถึง 841 คัน บีเอ็มดับเบิลยูจึงยังครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งระดับพรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 41.3% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของเราในไตรมาสที่ผ่านมายังคงสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศที่มีต่อแบรนด์ของเรา ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นที่เรามีให้กับตลาดในประเทศไทยมาโดยตลอด ภารกิจหลักของเราคือการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างเช่นที่ทำมา และเราก็มีความภาคภูมิใจในคุณภาพและการบริการ ซึ่งมอบความสุขบนทุกเส้นทางให้กับลูกค้าของเรามาโดยตลอด ด้วยการสรรค์สร้างประสบการณ์การขับขี่ระดับโลก นอกจากนั้น เรายังได้นำโซลูชันต่าง ๆ มาใช้เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า ในขณะที่ยังสามารถตอบสนองต่อมาตรฐานและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าไปพร้อมกัน ผลลัพธ์เหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งถึงความสามารถของเราในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และนำพาเรามาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะสร้างสีสันต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2564”

ในด้านการผลิต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดการประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รวมกว่า 200,000 คันจากการดำเนินงานกว่า 21 ปี ขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในปี 2564 ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 10.4% โดยหลังจากที่บรรลุเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ 100,000 คันในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและสามารถทำยอดการผลิตรวมให้เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวและความมุ่งมั่นในการพัฒนา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและโมเมนตัมที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการผลิตที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ในขณะที่ประเทศไทยค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้เร่งดำเนินงานด้านบริการเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าและพนักงานทุกคน ด้วยมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม โดยปัจจุบันนี้ มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวม 8 รายที่ได้ผ่านการรับรองอย่างเต็มรูปแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Safety and Health Administration (SHA)) ที่เข้มงวด และยังมีอีก 4 รายที่อยู่ในระหว่างการประเมินดังกล่าว

นอกจากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังพร้อมเดินหน้าฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยแคมเปญพิเศษแห่งปีสำหรับทุกแบรนด์ในเครือบีเอ็มดับเบิลยู นำเสนอรางวัลที่น่าตื่นเต้นและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อรถยนต์ภายใต้สัญญา BMW Financial Services ในปีที่ 20 ซึ่งเป็นก้าวย่างที่สำคัญนี้ BMW Financial Services จัดกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ ซึ่งผู้โชคดีจะได้มีโอกาสสัมผัสกับสุดยอดประสบการณ์ในทุก ๆ เดือนกับบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่จากทั้งสามแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 2 Series Gran Coupe และ MINI Cooper SE รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT

ข้อเสนอที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้จะเพิ่มอัตราการเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้ปิดฉากความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากงาน BMW Xpo 2021 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7-10 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอจากงาน BMW Xpo ทั้งอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษและโปรแกรมการบำรุงรักษา BSI ที่ยกระดับให้เป็นพิเศษถึง 10 ปี หรือ 100,000 กม. สำหรับ BMW X1 และอื่น ๆ อีกมากมายตลอดเดือนตุลาคมนี้

มร. บารากากล่าวเสริมว่า “แนวคิด The Power of Choice ยังคงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์ของเรา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเรายังคงมอบโอกาสพิเศษสุดมากมายให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์ในฝัน นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ที่จะสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตของตลาดยานยนต์ในไทย บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport จะมาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 4 นี้ พร้อมนำความสุขในการขับขี่ ความปราดเปรียวแบบสปอร์ต และการออกแบบที่ล้ำสมัยโดยไม่ปล่อยมลพิษได้สูงสุด 630 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport รุ่นใหม่ ยังผสานสองสิ่งที่ดีที่สุดคือ พลังแห่งการขับขี่และคุณภาพระดับพรีเมียมในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู X3 และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี eDrive เจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งมีระยะทางขับขี่ได้สูงสุด 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP เรายังคงมีไฮไลท์ความตื่นเต้นใหม่ ๆ ที่จะมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่มากขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน ในงาน BMW Premium Selection Festival ก่อนที่จะปิดท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นล่าสุดในงาน Motor Expo”

บริดจสโตนจัดแคมเปญพิเศษ “เก่งทุกทาง ต้องยาง Dueler A/T001” ชมรีวิวบนออนไลน์รับส่วนลดเปลี่ยนยาง มูลค่า 3,000 บาท

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ จัดแคมเปญพิเศษ “เก่งทุกทาง ต้องยาง Dueler A/T001” ยางสำหรับรถปิกอัพ และรถอเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ทั้งทางลุยและทางเรียบ ดึง 4 กูรูสายรถยนต์ ร่วมทำคลิปผจญภัยต่างสไตล์ไปกับ 4  อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อผู้ชมจะได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์กันอย่างเพลิดเพลิน พร้อมรับ QR CODE ท้ายคลิป เพื่อสแกนและลงทะเบียนจองสิทธิ์ส่วนลด 3,000 บาท ในการเปลี่ยนยาง Bridgestone Dueler A/T001 จำนวน 4 เส้น ณ ศูนย์บริการยางรถยนต์ค็อกพิท (COCKPIT) และ เอ.ซี.ที (A.C.T) ที่ร่วมรายการ จำกัดเพียง 1,000 สิทธิ์ เท่านั้น เริ่ม 16 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2564 

คุณบัณฑิต จันทรคณา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดปฏิบัติการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เผยว่า “Bridgestone Dueler A/T001 เป็นยาง All Terrain คุณภาพระดับพรีเมียมที่เหมาะสำหรับรถปิกอัพ และรถอเนกประสงค์ โดยมาพร้อมสโลแกน “แกร่งทน พร้อมลุยทุกเส้นทาง” ที่ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง ทั้งบนทางเรียบ และทางลุย ดังนั้นเพื่อเป็นการนำเสนอข้อมูลให้ผู้ขับขี่กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์เชิงลึก แต่ยังดูแล้วเพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์ ฉะนั้น ในการจัดทำแคมเปญออนไลน์ของบริดจสโตนในครั้งนี้ ผู้ชมจะได้รับประสบการณ์หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ Bridgestone Dueler A/T001 จากการให้ข้อมูลของกูรูสายรถยนต์ พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์ มาร่วมทริปพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน การันตีถึงประสบการณ์ที่ได้รับพร้อมความสนุกตลอดทั้งคลิป และสุดท้ายสำหรับผู้ที่ได้รับชมคลิปรีวิวออนไลน์ของแคมเปญนี้ บริดจสโตนยังมีส่วนลดเพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษมอบให้ลูกค้าของบริดจสโตนด้วยครับ”  

แคมเปญ “เก่งทุกทาง ต้องยาง Dueler A/T001 นำ 4 กูรูสายรถยนต์ มาจับคู่กับ 4 อินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังเมื่อเก่งกับเก่งคนละด้าน จะต้องมาร่วมทริปเดียวกัน เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และให้ข้อมูล Bridgestone Dueler A/T001 ที่เก่งทุกทางและพร้อมลุยเต็มประสิทธิภาพ โดยเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป และที่สำคัญในท้ายคลิปรีวิวจะมี QR Code สำหรับสแกน และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด 3,000 บาท ผ่าน SMS ในการเปลี่ยนยาง Bridgestone Dueler A/T001 จำนวน 4 เส้น ทุกขนาด* โดยสามารถจองเปลี่ยนยางได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2564 หรือจนกว่าจะเต็มครบจำนวน 1,000 สิทธิ์ และสามารถเข้ามาเปลี่ยนยาง ณ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ค็อกพิท (COCKPIT) และ เอ.ซี.ที (A.C.T) ที่ร่วมรายการ ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2564 

สำหรับการเดินทางที่พร้อมพาลุยทุกเส้นทางในแคมเปญ “เก่งทุกทาง ต้องยาง Dueler A/T001 ทั้ง 4 คลิป จาก 4 กูรูสายรถยนต์ ร่วมทำคลิปผจญภัยต่างสไตล์ไปกับ 4 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ประกอบด้วย

  • เก่งลุย x เก่งเฮลธ์ตี้ (ปอล์ม-โชติศีล แชมป์ออฟโรดประเทศไทย จาก Grand Prix Online) รับชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=38Q_qLcznvM
  • เก่งรถ x เก่งบอล (มิส-สุรมิส และหนึ่ง-ฉัตรมงคล จาก ทีมขับซ่า) รับชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=oTM0fCwrWkA
  • เก่งรีวิว x เก่งเที่ยว (บอม-อัษฎาวุธ จาก อาสาสรรพกิจ Official Channel) ติดตามได้ที่ youtube.com/channel/UC662f6YwZNlNVB_82ji7Bww
  • เก่งยาง x เก่งทาง (โบ๊ท-พลสิทธิ์ จาก ฅ คนรักรถ) ติดตามได้ที่ youtube.com/KORKONRAKROD1

สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ตามช่องทางด้านบนตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของแคมเปญ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/BridgestoneTH/ หรือสอบถามได้ที่ Call Center โทร 02-636-1555 ศูนย์บริการยางรถยนต์ค็อกพิท และ เอ.ซี.ที ทั่วประเทศ 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– รีวิวพร้อมทดลองขับ “New Peugeot 3008” ปรับโฉมใหม่ แต่ลดราคาจำหน่ายลง

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– มาสด้าเปิดตัว “NEW MAZDA CX-8” SUV สุดหรู สไตล์ซูม-ซูม

Auto Motor Thailand 2
– GWM เปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat มอบข้อเสนอสุดพิเศษ

Auto Motor Thailand 3
– ระเบิดความมันส์! “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2021” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

Auto Motor Thailand 4
– “จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต” จับมือ “ฮอนด้า” จัดแข่งรายการ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ”

Auto Motor Thailand 5

“รู้ก่อนขับ”
– วิธีดูแลเบื้องต้นหลังรถยนต์ถูกน้ำท่วม

Auto Motor Thailand 7

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ครองอันดับ 1 ยอดขายรถยนต์คอมแพคเอสยูวี 2 เดือนซ้อน ด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 405 คัน ในเดือนกันยายน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองความสำเร็จครองอันดับ 1 ด้วยยอดขายรถยนต์คอมแพคเอสยูวีสูงสุดติดต่อกัน 2 เดือนซ้อน ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมียอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV ล่าสุดในเดือนกันยายนกว่า 405 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด33.2 เปอร์เซ็นต์ พร้อมส่งแคมเปญพิเศษ BIG THANKS REWARD แทนคำขอบคุณจากใจด้วยการให้คะแนน GWM Point เพิ่ม 10,000 คะแนนให้กับลูกค้าทุกคนที่ออกรถตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม – 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ตอบแทนลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุน เกรท วอลล์ มอเตอร์ และรถยนต์จากแบรนด์ HAVAL ด้วยดีเสมอมา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การันตีด้วยความสำเร็จของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวี เป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน โดยในเดือนสิงหาคม
มียอดขาย 408 คัน  คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 34.3 เปอร์เซ็นต์ และในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มียอดขายทั้งหมด 405 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 33.2 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยมของประเทศไทย


เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุน All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นอย่างดีมาอย่างต่อเนื่อง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมมอบแคมเปญสุดพิเศษ BIG THANKS REWARD เพื่อมอบคะแนน GWM Point พิเศษอีก 10,000 คะแนน ให้กับลูกค้าทุกคน ทั้งลูกค้าเดิมที่ซื้อและรับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ที่ผ่านมา และลูกค้าใหม่ที่มีแผนจะซื้อและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน นี้ โดยจะได้รับคะแนน GWM Point เพิ่มอีก 10,000 คะแนน จากเดิม 15,000 คะแนน รวมเป็น 25,000 คะแนน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ในประเทศไทยนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการสนับสนุนและความเชื่อมั่นอย่างจริงจังและจริงใจจากผู้บริโภคชาวไทยและลูกค้าของเราทุกคน เราขอขอบคุณทุกๆ ท่านอีกครั้งที่เปิดใจและพร้อมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ใหม่ๆ ไปด้วยกันกับเรา ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือการให้บริการแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่จากแบรนด์น้องใหม่อย่างเรา ผ่าน GWM Application GWM Direct Store และ Partner Store สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นพลังและกำลังใจที่สำคัญที่ทำให้เราพร้อมที่จะคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างและสร้างสรรค์ เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคและลูกค้าของเราทุกคน สำหรับแคมเปญ BIG THANKS REWARD นี้ก็เช่นกัน เราอยากให้แคมเปญนี้ เป็นเสมือนคำขอบคุณจากใจพร้อมกับส่งมอบสิ่งที่พิเศษให้กับลูกค้าของเราทุกคน ไม่เพียงแต่กับลูกค้าใหม่ แต่เรายังให้ความสำคัญกับลูกค้าปัจจุบันของเราด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มแรกที่ไว้วางใจและตัดสินใจซื้อรถยนต์ของเราตั้งแต่แบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และเรายังไม่ได้มีการประกาศราคาหรือเปิดตัวรถยนต์ของเราอย่างเป็นทางการ ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีให้ต่อเราเหล่านี้ ทำให้เราอยากที่จะดูแลและทำให้ลูกค้าของเราไม่ว่าจะเป็นลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าใหม่ในอนาคตมั่นใจได้ว่า เราจะยึดมั่นในแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่า ลูกค้าคือพลังและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำงานของเราเช่นกัน และ
เราอยากให้ทั้งเราและลูกค้าของเราเติบโตอย่างมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพอันอุ่นไปด้วยกันกับเรา”

สำหรับแคมเปญ BIG THANKS REWARD มาพร้อมข้อเสนอและสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ

  1. ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน มูลค่าสูงสุด 18,500 บาท
  2. ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท
  3. ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) สูงสุด 100,000 กิโลเมตร (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ภายในระยะเวลา 5 ปี รวมมูลค่า 35,000 บาท
  4. ฟรี บริการส่งมอบรถยนต์ถึงบ้านทั่วประเทศ พร้อมน้ำมันเต็มถัง มูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
  5. รับ GWM Point 25,000 คะแนน เพื่อใช้แลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน GWM Application
  6. ฟรี บริการรับและส่งมอบรถยนต์สำหรับเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง จำนวน 4 ครั้ง มูลค่า 3,000 บาท
  7. ฟรี บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ให้กับลูกค้า จำนวน 2 ครั้ง มูลค่า 1,500 บาท
  8. ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 5 ปีเต็ม มูลค่า 10,000 บาท

รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้ BIG THANKS REWARD กว่า 100,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ก่อนหน้านี้ คือตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2564 จนถึงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2564 จะได้รับการโอน GWM Point พิเศษ 10,000 คะแนน เพิ่มเติมให้ย้อนหลังไปยังระบบสะสมคะแนนของแต่ละท่านโดยอัตโนมัติภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน นี้ ส่วนลูกค้าใหม่ที่ซื้อรถยนต์ ในระหว่าง
วันที่ 22 ตุลาคม จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จะได้รับคะแนนพิเศษ 10,000 คะแนน เพิ่มเติม ภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับรถยนต์เรียบร้อยแล้ว โดยจะเพิ่มให้ในระบบสะสมคะแนนใน GWM Application โดยอัตโนมัติเช่นกัน
ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถติดตามและดูเงื่อนไขรายละเอียดของแคมเปญ BIG THANKS REWARD เพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application หรือทางเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือ Official Facebook Fan Page : GWM Thailand

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป All New HAVAL H6 Hybrid SUV มีสีให้เลือกเพิ่มเติมอีก 1 สี คือ สีแดง Burgundy Red ซึ่งมีทั้งรุ่น PRO และ รุ่น ULTRA โดยผู้ที่สนใจสามารถไปเยี่ยมชมและสัมผัสรถยนต์สีใหม่นี้ได้ที่ GWM Direct Store และ Partner Store ทุกสาขา พร้อมจองสิทธิ์เพื่อทดลองขับหรือสั่งซื้อผ่าน GWM Application หรือติดต่อ Intelligent Ambassador (iAM) ได้เช่นกัน

นอกจากความสำเร็จในประเทศไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
ด้วยยอดขายรถยนต์ทั่วโลกรวมกว่า 100,022 คัน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเป็นรถยนต์ที่ขายได้ในประเทศต่างๆ นอกประเทศจีนรวมกว่า 11,437 คัน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เติบโตขึ้นกว่า 47.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ด้านยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดโลก ตลอด 3 ไตรมาสแรกในปี พ.ศ. 2564 ก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมียอดขายรวมกว่า 884,045 คัน เติบโตขึ้นกว่า 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า  โดยคิดเป็นสัดส่วนรถยนต์ที่ขายได้ในประเทศต่างๆ นอกประเทศจีน จำนวน 97,946 คัน ถือได้ว่าเป็นสัดส่วนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดสูงถึง 136.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้านี้

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมแคมเปญพิเศษต่างๆ เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกกับให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานบริการทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการขาย การขาย และหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่สุดให้กับผู้บริโภคและลูกค้าทุกคน

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย รวมพลังผู้แทนจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย

0

เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย สานต่อการมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นให้สังคมไทยยามเกิดสาธารณภัย ผสานตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน 6 จังหวัดในพื้นที่จังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา ที่ประสบอุทกภัยน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนได้รับความเสียหายในระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม 2564 ด้วยการส่งมอบถุงยังชีพจำนวนรวม 1,600 ถุง และบริการเรือยางพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 2 ลำ รวมมูลค่า 1 ล้านบาท ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและตัวแทนฯ แต่ละจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อความปรารถนาดีไปยังพี่น้องผู้ประสบภัยทั้ง 6 จังหวัดต่อไป

ทั้งนี้ ความช่วยเหลือของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนใน 6 จังหวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วยจังหวัดลพบุรี มอบถุงยังชีพจำนวน 400 ถุง และบริการเรือยางพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 2 ลำ  จังหวัดชัยภูมิ มอบถุงยังชีพจำนวน 400 ถุง จังหวัดสุโขทัย มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง  จังหวัดเพชรบูรณ์ มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง  จังหวัดนครสวรรค์ มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง  และจังหวัดนครราชสีมา มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เกิดจากการผนึกกำลังของกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย โดยการสมทบทุนจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮอนด้าเข้าเป็นกองทุนฉุกเฉินเพื่อใช้ในกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนชาวไทยในยามต้องเผชิญสาธารณภัย อาทิ น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง ตลอดจนการผลิตเตียงแรงดันลบ และหน้ากากแรงดันลบและบวก เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐที่ต้องการใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทยดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนในปี 2555 ถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ให้ความช่วยเหลือสังคมไทยยามเกิดสาธารณภัยมาแล้ว รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

บททดสอบสุดหฤโหด เตรียม #NextGenRanger ให้พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์

0

ในการทดสอบความแกร่งและความทนทานของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ทีมวิศวกรผู้พัฒนารถฟอร์ดทั่วโลกไม่เคยยั้งมือกับการตั้งโจทย์สุดโหดทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่านี่จะเป็นรถกระบะระดับโลกที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ท้าทายในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อเป็นรถกระบะที่แกร่งที่สุด ชาญฉลาดที่สุด ตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับฟอร์ด เรนเจอร์ ทุกรุ่นที่เคยมีมา กระบะพันธุ์แกร่งคันนี้จึงต้องผ่านการทดสอบทั้งบนถนนจริงและในโปรแกรมเสมือนจริงมากกว่าทุกครั้ง

“เพราะคำว่า ‘เกิดมาแกร่ง’ ของเราไม่ได้มากันง่ายๆ เราจึงจริงจังกับทุกขั้นตอน” มร. จอห์น วิลเลมส์ หัวหน้าวิศวกรโปรแกรม ฟอร์ด เรนเจอร์ กล่าว “ทุกองค์ประกอบของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่  ได้รับการทดสอบด้วยมาตรฐานเดียวกับที่เราใช้กับรถฟอร์ดทุกรุ่น”

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงต้องเผชิญทุกสภาพแวดล้อมการขับขี่สุดทรหดที่อาจพบได้ในทุกมุมโลก นอกจากเพื่อให้มั่นใจว่ารถคันนี้พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าแล้ว กระบะคันนี้ยังต้องผ่านมาตรฐานระดับโลกที่เข้มข้นของฟอร์ด ทั้งในแง่คุณภาพ ความทนทาน และความไว้วางใจได้

“สิ่งสำคัญคือลูกค้าของเราต้องวางใจได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ จะเป็นรถคู่ใจที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้นได้ตลอดการใช้งาน เราจึงต้องทดสอบรถด้วยรูปแบบสุดหฤโหดต่างๆ ที่เหนือไปกว่าการใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันนี้พร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์อันท้าทาย” มร. วิลเลมส์ กล่าว

“ไม่ว่าจะเป็นการบุกป่า ฝ่าโคลน รับมือกับสภาพอากาศร้อนชื้น การลากจูงของหนักผ่านยอดเขาสูง หรือความทนทานต่ออุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ผ่านมาหมดแล้ว”

จนถึงตอนนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่  ได้ผ่านการทดสอบขับฝ่าทะเลทรายไปแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร การขับแบบใช้งานในชีวิตประจำวันราว 1,250,000 กิโลเมตร และการขับขี่แบบออฟโรด พร้อมน้ำหนักในการบรรทุกสูงสุดอีก 625,000 กิโลเมตร และเรายังคงทดสอบรถอยู่จนถึงตอนนี้ ภายใต้ทุกสภาพเส้นทางที่แตกต่างกันทั่วโลก

และก่อนที่รถจะออกมาวิ่งทดสอบบนถนนจริง ทีมวิศวกรของฟอร์ดใช้เวลาหลายพันชั่วโมงในการทดสอบรถต้นแบบในระบบจำลองสถานการณ์เสมือนจริง รวมถึงการทดสอบรถต้นแบบคันจริงในห้องแล็บอีกหลายพันชั่วโมง เพื่อตรวจสอบทุกองค์ประกอบตั้งแต่อากาศพลศาสตร์ ไปจนถึงความทนทานของชิ้นส่วนและโครงสร้างทั้งหมด

“โปรแกรมจำลองสถานการณ์เสมือนจริงช่วยร่นระยะเวลาในการพัฒนารถรุ่นใหม่ ในขณะที่การทดสอบในห้องแล็บช่วยให้เราปรับแต่งและทดสอบแต่ละชิ้นส่วนได้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่ก็ยังไม่มีอะไรทดแทนการทดสอบรถบนถนนจริงได้” มร. วิลเลมส์ อธิบาย

ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ มีความคาดหวังว่ารถกระบะคู่ใจจะต้องพร้อมบุกตะลุยไปทุกที่ การทดสอบของเราจึงจำลองสถานการณ์ที่ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าพบเจอได้ในการใช้งานจริง โดยการทดสอบเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ทำงานของฟอร์ดทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในกว่า 180 ประเทศทั่วโลกได้อย่างเต็มที่

สำหรับการทดสอบบางอย่างที่ทรหดเกินกว่ามนุษย์จะทนได้ จึงมีการใช้โปรแกรมจำลองสถานการณ์เสมือนจริงและหุ่นยนต์เข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น การทดสอบช่วงล่างของรถด้วยระบบสั่นสะเทือน ทำให้รถทั้งคันต้องเจอแรงกระแทกสุดทรหดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

“ในฐานะวิศวกร งานแรกของเราคือการถ่ายทอดความต้องการของผู้ใช้รถให้ออกมาเป็นข้อมูลที่ชัดเจน จับต้องได้ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานให้กับทุกคนในทีมออกแบบและพัฒนารถ เพื่อให้ทีมวิศวกรใช้อ้างอิงในทุกกระบวนการ นี่คือสิ่งที่สำคัญสูงสุดสำหรับเรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เพราะเป็นรถที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นให้กับลูกค้าทั่วโลก” มร. วิลเลมส์ กล่าวสรุป

รับชมวิดีโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=J2bsxQ8JyZo

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting 2021 เชิญพันธมิตรทางธุรกิจอัปเดตแผนการดำเนินงาน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting 2021 เชิญพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ทเนอร์ ร่วมอัปเดตแผนการดำเนินธุรกิจ ณ โรงแรม Millennium Hilton กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีพันธมิตรทางธุรกิจจาก Partner Store กว่า 32 แห่ง ทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่เพิ่มอีก 13 ราย พร้อมเตรียมจัดงาน GWM Partner Forum ครั้งที่ 3 ณ GWM Experience Center ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเชิญชวนนักลงทุนและนักธุรกิจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อร่วมผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุคแห่งอนาคต พร้อมส่งมอบประสบการณ์ O2O รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

พันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ทเนอร์ ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญและเป็นหนึ่งในการร่วมสร้างความสำเร็จไปกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบประสบการณ์ด้านการขายและการบริการหลังการขายแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคและลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการจัดงาน GWM Partner Forum ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ทเนอร์คุณภาพจำนวนมากเข้ามาร่วมงานกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในปัจจุบัน งาน GWM Partner Meeting จึงจัดขึ้นเพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ รวมไปถึง
อัปเดตผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินธุรกิจ โดยมีทีมผู้บริหารระดับสูง นำโดย มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มร. ไมเคิล ฉง ผู้ช่วยประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย
นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล พร้อมพูดคุย แลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งกันและกัน เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงแผนการดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวเปิดงานพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ของบริษัทในด้านการเดินหน้าขยายธุรกิจว่า “New User Experience ถือเป็นหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ธุรกิจรูปแบบใหม่ เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ยานยนต์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงให้ความสำคัญในการเฟ้นหาและคัดสรรพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ ความเชื่อมั่น และศักยภาพเช่นเดียวกับเรา และเราขอขอบคุณพันธมิตรของเราทุกๆ ท่าน ที่ให้ความมั่นใจและเชื่อมั่นในการแนวทางการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พาร์ทเนอร์มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่ช่วยให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จในประเทศไทย และเราขอให้ความมั่นใจกับพาร์ทเนอร์ของเราทั้งในวันนี้และในอนาคตว่า เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแผนการดำเนินธุรกิจที่จะทำให้ทั้งเรา
พาร์ทเนอร์ และผู้บริโภคของเราได้รับความสุข ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และพร้อมเติบโตเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงไปด้วยกันกับเราต่อไปอย่างแน่นอน”

ทีมผู้บริหารระดับสูงจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังได้ร่วมสรุปผลการดำเนินงานทางธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ ได้เปิด GWM Store ไปแล้วทั้งหมด 19 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น GWM Direct Store 7 แห่ง ได้แก่ GWM เซ็นทรัลบางนา GWM ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต GWM สีลมคอมเพล็กซ์
GWM ซีคอนสแควร์ GWM เซ็นทรัลปิ่นเกล้า GWM เซ็นทรัลพระราม 2 รวมไปถึง GWM Experience Center ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และ Partner Store อีก 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ GWM อมรรัชดา GWM แจ้งวัฒนะ GWM ATT U PARK สุวรรณภูมิ GWM พระราม 5 GWM จรัญสนิทวงศ์  GWM ปทุมธานี  GWM พระนครอุดมสุข GWM ขอนแก่นพิจิตรเพชร GWM ภูเก็ต GWM เชียงใหม่  GWM ซีเอซี ศรีราชา GWM เอกระยอง และจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ในเร็วๆ นี้ ได้แก่ GWM เซ็นทรัล เวสต์เกต (GWM Direct Store) และ GWM ชลบุรี บาสพาส (Partner Store) ดังนั้น จะมี GWM Store เปิดให้บริการทั้งสิ้น 21 แห่ง ภายในเดือนตุลาคมนี้ และมีแผนจะเปิดให้ได้ทั้งหมด 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ หรือพาร์ทเนอร์ (Partner) ใหม่อีก 13 ราย เพื่อเตรียมเปิด Partner Store ในอนาคต ซึ่งการลงนามความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่การันตีถึงความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์  มอเตอร์ ในการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคชาวไทย ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ New User Experience ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับบริการและความพึงพอใจสูงสุด คือ 1) Best Choice: ลูกค้าต้องเป็นผู้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ด้วยตัวเอง 2) Transparency: ลูกค้าต้องการการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา และ 3) Happiness & Loyalty: ลูกค้าจะต้องมีความสุขและประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ตลอดการเป็นเจ้าของ และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วยการบอกต่อ

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณสำหรับความร่วมมืออันดีจากพาร์ทเนอร์ทุกท่าน ที่ร่วมกันพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปพร้อมกับเรา ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจแบบ Online-To-Offline (O2O) รูปแบบใหม่ ทำให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่การเลือกซื้อรถ การทดลองขับ การบริการด้านการขาย ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยให้เราได้รับความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ รวมไปถึงเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย การันตีด้วยยอดขายและการส่งมอบรถยนต์ AII New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่เราสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาดคอมแพคเอสยูวีได้ถึง 2 เดือนซ้อน ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนที่ผ่านมา และในอนาคตอันใกล้นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ของเราก็มีการเตรียมความพร้อมที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการอันยอดเยี่ยมในการนำ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ ORA ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ มาให้คนไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของกันในเร็วๆ นี้ เราเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่น ประสบการณ์ และ
ความเชี่ยวชาญของทั้ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และพันธมิตรทางธุรกิจของเรา จะสามารถช่วยผลักดันและร่วมพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่นี้ให้ดียิ่งขึ้นไป พร้อมทั้งรักษามาตรฐานและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่น่าจับตามองให้กับตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้เตรียมการจัดงาน GWM Partner Forum ครั้งที่ 3 เพื่อเชิญนักลงทุนและนักธุรกิจที่มีความสนใจและมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาร่วมฟังแนวคิดและแผนการดำเนินงานเพื่อตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจไปด้วยกันในการขยายการเปิด Partner Store ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับและส่งมอบการบริการให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต โดยจะเริ่มกิจกรรมในวันแรก ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 13.00 น. และในวันที่ 21-22 และ 26-29 ตุลาคม เพิ่มเติม รวมทั้งหมด 13 รอบ ณ GWM Experience Center แลนด์มาร์คสำคัญและพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์แห่งใหม่สำหรับผู้บริโภคที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีนักลงทุนและนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานรวมกว่า 130 ราย

เที่ยวหยุดยาวอย่างปลอดภัยและอุ่นใจกับฟอร์ด

0

หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลายๆคนน่าจะวางแผนเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเพื่อชดเชยหลังจากไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นทางเลือกที่หลายคนเลือกใช้เพื่อเดินทางออกต่างจังหวัดในยุคโควิด เพราะมีความปลอดภัยและไม่ต้องเดินทางร่วมกันคนจำนวนมาก จึงอาจทำให้สภาพการจราจรบนท้องถนนหนาแน่น เป็นเหตุให้ผู้เดินทางต้องใช้เวลาอยู่ในรถนานจนอาจเกิดความเครียดจากหลายๆ ปัจจัย วันหยุดยาวนี้ ฟอร์ด จะพาเดินทางไปกับรถคู่ใจที่จะพาคุณออกไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานและปลอดภัยกับฟีเจอร์ของรถที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

1) เบาะนั่งสบาย

การเดินทางโดยรถยนต์แทนเครื่องบินนั้น บางครั้งทำให้ต้องขับรถนานกว่า 5 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย การเพ่งสมาธิบนท้องถนนและต้องนั่งอยู่บนเบาะในท่าเดิมเป็นเวลานานอาจทำให้มีอาการปวดเมื่อยได้ วิธีการผ่อนคลายง่ายๆ คือการหมั่นยืดเส้นยืดสายเวลารถติด หรือแวะพักผ่อนคลายที่จุดพักรถ ในการขับขี่ อย่าลืมปรับเบาะที่นั่งให้ตรงกับสรีระและท่าทางที่สบายที่สุด โดยเบาะที่นั่งในฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นเบาะนั่งปรับไฟฟ้า สามารถปรับได้ถึง 6 ทิศทาง[1] ทั้งความสูง ระดับการเอน หรือที่รองศีรษะ ก็สามารถปรับให้พอดีได้

2) ดูแลความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ในการเดินทางข้ามจังหวัด เราอาจต้องพบกับสภาพการจราจรที่ติดขัด รวมถึงผู้ร่วมสัญจรบนท้องถนนที่ใช้ความเร็วสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คนขับต้องมีสมาธิตลอดเวลา รถยนต์ฟอร์ดอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าของรถ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) จะเป็นตัวช่วยในการขับขี่ทางไกลได้อย่างปลอดภัยและผ่อนคลายความเมื่อยล้าในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เพราะฟีเจอร์นี้จะช่วยควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างที่พอเหมาะกับรถคันหน้า โดยใช้ระบบกล้องและเรดาร์เดียวกับระบบเตือนการชนด้านหน้า และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (Automatic Emergency Braking – AEB) หรือระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ที่จะช่วยส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถกำลังจะหลุดออกนอกเลนที่คุณขับอยู่

3) ชาร์จแบตได้ทุกที่

หายห่วงได้เลย หากคุณลืมชาร์จแบตโทรศัพท์มาจากบ้าน เพราะคุณสามารถชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ในรถ สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ มีช่องต่อไฟ 230 โวลต์ภายในห้องโดยสาร และช่องต่อ USB อีกหลายจุด สบายใจได้เลยว่าคุณจะไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารอย่างแน่นอน นอกจากนี้ รถยนต์ฟอร์ด ยังมีระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNCTM 3 ภาษาไทย รองรับ Apple Carplay และ Android Auto[2] ที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามรถเปิดวิทยุหรือเลือกเล่นเพลงโปรดได้โดยไม่ต้องละสายตาจากการขับรถ

4) บรรทุกสัมภาระได้อย่างจุใจ 

สำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด และต้องขนสัมภาระเยอะมากเป็นพิเศษ รถยนต์ฟอร์ดสามารถช่วยคุณได้ ฟอร์ด เรนเจอร์ สามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 1.3 ตัน[3]  สามารถบรรทุกของจำนวนมากหรือลังหลายกล่องได้สบายๆ ส่วนฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้เหมาะกับการขนของ ด้วยการพับเก็บเบาะที่นั่งในแถวที่ 3 ด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระให้กว้างขึ้นได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งแร็คหลังคา สำหรับจักรยาน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่สามารถบรรทุกในรถได้และมีน้ำหนักไม่เกิน 750 กิโลกรัม  โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

5) ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

เทคโนโลยีที่ติดตั้งในรถมีส่วนช่วยที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณจะเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางโดย    สวัสดิภาพในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น หลงทาง รถติดหล่ม หรือเกิดเหตุขัดข้องใดๆระหว่างการเดินทาง ฟอร์ด คำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายใจของผู้ใช้เป็นอันดับแรก รถฟอร์ดรุ่นเรือธงอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส จึงมาพร้อมกับระบบแผนที่นำทาง Navigation ให้สามารถป้อนข้อมูลปลายทางได้โดยใช้สัญญาณดาวเทียมในการนำทาง โดยไม่ต้องวิตกกังวลหากเกิดเหตุให้ไปต่อไม่ได้  เพราะสามารถใช้ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

[1] อุปกรณ์ติดตั้งในรถยนต์บางรุ่น สามารถตรวจสอบข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานและคุณสมบัติที่ครบถ้วนที่ผู้จำหน่ายฟอร์ด หรือ www.ford.co.th

[2] ระบบเทคโนโลยีอาจแตกต่างกันไปในรถยนต์แต่ละรุ่น และฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่รองรับการทำงานบนโทรศัพท์บางรุ่น สามารถตรวจสอบคุณสมบัติที่ถูกต้องครบถ้วนได้ที่ www.ford.co.th/engineering

[3] น้ำหนัก 1.3 ตัน คือความจุน้ำหนักสูงสุดของ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 2.2L XL+ 4×2 HR 6MT และ ดับเบิ้ลแค็บ 2.2L XLS 4X2 HR 6MT รถยนต์รุ่นอื่นอาจมีความจุน้ำหนักสูงสุดที่แตกต่างออกไป

“MOTOR EXPO 2021” เปิดเวทีประกวด CONTENT CREATOR

0

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ MOTOR EXPO ขอเชิญ CONTENT CREATOR ร่วมสร้างสรรค์ Video Clip เข้าร่วมโครงการประกวด “MOTOR EXPO CONTENT CREATOR CONTEST 2021” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 45,000 บาท เปิดรับจำนวนจำกัด 100 ท่าน สมัครผ่าน QR Code ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน 2564 ติดตามรายละเอียดการประกวดได้ที่ www.motorexpo.co.th/highlights/visitorspromotions/3847

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th