Home Blog Page 348

มาสด้า CX-5 ต้นกำเนิดเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับ

0

รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 เจเนอเรชั่นแรก เผยโฉมสู่สาธารณชนครั้งแรกของโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ณ ประเทศญี่ปุ่น ทั่วโลกต่างตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดมาสด้าจึงเริ่มต้นการพัฒนาเทคโนโลยีและดีไซน์ใหม่ทั้งหมดลงไปยังรถอเนกประสงค์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเซ็กเมนต์เล็กๆ แต่ในทางตรงกันข้ามมาสด้ากลับมองถึงโอกาสในอนาคตที่ต้องการสร้างความแตกต่าง กล้าที่ฉีกจะออกจากกฎเกณฑ์แบบเดิมๆ ที่สำคัญคือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกให้หันมานิยมรถอเนกประสงค์มากขึ้น วันนี้สิ่งที่มาสด้าเล็งเห็นและลงมือบุกเบิกนั้นได้ส่งผลลัพธ์ต่อผู้บริโภคให้หันมานิยมรถอเนกประสงค์เอสยูวีมากขึ้นจนถึงปัจจุบันอย่างชัดเจน

จากวันนั้นถึงวันนี้ การมุ่งพัฒนาครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบจาก “โคโดะ ดีไซน์” Soul of Motion หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว เกิดจากการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งมีพลังและความคล่องแคล่วปราดเปรียวของเสือซีต้าห์ที่กำลังตระคุบเหยื่อซึ่งเป็นทวงท่าที่สง่างาม นั่นคือแรงบันดาลใจของการออกแบบ รวมถึงความยอดเยี่ยมในทุกมิติจึงได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากลูกค้าทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงการคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น และรางวัลอันทรงเกียรติจากทั่วทุกมุมโลกมาครองได้มากมาย เดือนพฤศจิกายน 2556 คือการเดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกของ CX-5 เจเนอเรชั่นแรก พร้อมสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วเพียง 4 ปี มียอดขายสูงถึง 17,000 คัน

Mazda CX-5 เจเนอเรชั่นแรกที่เปิดตัวในประเทศไทย

ถัดมาเดือนพฤศจิกายน 2560 คือการเดินทางมาของเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งแน่นอนว่าได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน กลายเป็นหนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่ขายดีที่สุดของมาสด้า จนถึงปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 15,000 คัน ที่สำคัญนอกจากในประเทศไทยแล้ว ลูกค้าทั่วโลกต่างให้การยอมรับสูงสุดเช่นเดียวกัน และมียอดขายสะสมมากกว่า 8 ล้านคัน

Mazda CX-5 รุ่นปัจจุบัน

อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มาสด้า CX-5 ประสบความสำเร็จมากมายเช่นนี้ แน่นอนว่า เกิดจากการนำเอาความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ที่มาสด้าคิดค้นขึ้น เพื่อพัฒนาสมรรถนะของรถและเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังแรงแต่ประหยัดน้ำมัน มาผนวกเข้ากับการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง และแชสซี ไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกส่วนทำงานประสานสอดคล้องกันและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับการศึกษาเชิงสรีระ และธรรมชาติการเดินของมนุษย์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถที่สมบูรณ์แบบ และมอบความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่สร้างชื่อให้มาสด้า CX-5 ประกอบด้วยหัวใจหลักสำคัญดังต่อไปนี้

1. จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม่เหล็กสำคัญที่ดึงผู้บริโภคให้เข้าหามาสด้า คือ การนำเอาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟมาใส่ไว้ในรถยนต์ทุกรุ่นในเจเนอเรชั่นที่ 6 ควบคู่ไปกับการนำแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) มาใช้ตั้งแต่ปี 2556 จนทำให้รถยนต์ของมาสด้าได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่ง ทำให้มาสด้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทยและอาเซียนได้อย่างน่าสนใจ

ต่อมามาสด้าได้นำเสนอธีมการออกแบบใหม่ล่าสุด คือ การสร้างเอกลักษณ์แบบเรียบหรูสง่างาม ELEGANCE เพื่อแสดงถึงคุณค่าแห่งสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น หรือความงดงามที่ละเอียดอ่อน หรูหรา สมบูรณ์แบบ ลดทอนองค์ประกอบที่มากเกินไปคงเหลือไว้แต่สิ่งที่สำคัญ ตามคอนเซ็ปต์ Less is more ซึ่งเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่น เพื่อแสดงออกถึงความสง่าผ่าเผย มีเสน่ห์ดึงดูดใจ จนกลายเป็นภาพลักษณ์ยุคใหม่ของมาสด้า

2. เครื่องยนต์ SKYACTIV ENGINE มาสด้าเป็นค่ายแรกที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกมากที่สุดถึง 3 เครื่องยนต์ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นนอกจากเหนือจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถสไตล์เอสยูวี ขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงและการตอบสนองได้ดั่งใจ ประกอบด้วย

  • SKYACTIV-G 2.5T เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ5 ให้กำลังสูงถึง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ
  • SKYACTIV-G 2.0 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน0 เป็นนวัตกรรมของมาสด้าที่ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายในฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยอัตราส่วนการอัดสูงถึง 14.0:1 ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ได้แรงบิดเพิ่มขึ้นจากการทำงานของระบบ Direct Injection Spark Ignitions ที่เพิ่มประสิทธิภาพของส่วนผสมระหว่างน้ำมันกับอากาศจนได้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ให้พละกำลังแรงถึง 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 13.9 กม./ลิตร
  • SKYACTIV-D 2.2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 2.2 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ 2 ขั้น ให้พละกำลังถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 2 กม./ลิตร ได้รับการยกระดับเทคโนโลยี เช่น หัวฉีดแบบหลายรู ช่วยให้ฉีดน้ำมันได้อย่างแม่นยำ ลูกสูบเป็นร่องรูปไข่ที่ช่วยรักษาสภาวะการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ให้อัตราส่วนกำลังอัดต่ำสุดเพียง 14.4:1 มีน้ำหนักเบาและทนทานสูง ได้รับการพัฒนาให้ตัวรถมีน้ำหนักลดลงถึง 10% ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ลดลงถึง 20% และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. เกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด ถูกออกแบบเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้วยการรวมข้อดีของเกียร์อัตโนมัติทุกระบบเข้าไว้ด้วยกัน ให้การตอบสนองได้อย่างแม่นยํา การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลแรงบิดสูง ขณะออกตัวแรงเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว และเร่งแซงได้อย่างนุ่มนวล

4. โครงสร้างตัวถัง SKYACTIV BODY ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง และทนต่อแรงบิดมากขึ้น มีความปลอดภัยขั้นสูงสุดหากเกิดการชนปะทะ ให้การควบคุมรถที่มั่นคงช่วยลดแรงสะเทือนจากถนนและกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงช่วยประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

5. ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว SKYACTIV-CHASSIS เทคโนโลยีช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวเจเนอเรชั่นใหม่ที่พัฒนาให้มีน้ำหนักลดลง แต่ให้ความแข็งแกร่งและคล่องตัว ให้การควบคุมที่ดีในทุกช่วงความเร็ว ด้วยระบบบังคับเลี้ยวเจเนอเรชั่นใหม่ด้วยพลังงานไฟฟ้าช่วยให้ควบคุมได้ดั่งใจ รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และรักษาสเถียรภาพในการทรงตัวได้อย่างเหนือชั้น รวมถึงช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่แบบ Jinba-ittai ที่ผสานความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับรถได้ดียิ่งขึ้น

6. ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) มาสด้า CX-5 ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด G-Vectoring Control Plus ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่พัฒนาต่อจากระบบ GVC ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะการเข้าโค้งและสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

7. ระบบ i-ACTIVSENSE ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยระดับโลก ความปลอดภัยเชิงป้องกัน Mazda Proactive Safety เป็นวิธีการอันเข้มข้นในการเพิ่มสภาวะที่ผู้ขับขี่สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยให้ได้มากที่สุดและมั่นใจยิ่งขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความสุขในการขับขี่ที่แท้จริงสำหรับลูกค้าทุกคน ฟังก์ชั่นและคุณลักษณะความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุที่เพิ่มขึ้นใหม่ ทำให้เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อน และลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายหรือการบาดเจ็บ รวมถึงการเริ่มนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อสนับสนุนการรับรู้และการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

8. KODO design ความสวยงามอันละเอียดอ่อนที่แสดงถึงความแข็งแกร่งอันประณีต การพัฒนา CX-5 มุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นอารมณ์และความมีชีวิตชีวาอันทรงพลังภายใต้แนวคิด “Kodo design” Soul of Motion หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว มาต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้นด้วยการสร้างความรู้สึกถึงความงามอย่างสดชื่นที่ดึงดูดความรู้สึกอ่อนไหว ด้วยความมุ่งมั่นในการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่บรรจงสรรสร้างขึ้น ทีมออกแบบมุ่งเน้นไปที่สุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายปราศจากชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นเฉกเช่นเดียวกับที่ใช้ในงานหัตถกรรมสไตล์ญี่ปุ่น โดยนำแนวคิด “ความแข็งแกร่งอันประณีต” มาใช้เป็นแกนหลัก ได้แก่ “รูปทรงที่ใหญ่โต” “รูปแบบที่สง่างาม” และ “ความลงตัวและงานตกแต่งที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด” เป็นแกนหลักในการออกแบบภายนอกและภายใน

9. เอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้ากับสีแดง Soul Red Crystal มาสด้าได้สร้างสีสันของตัวถังให้สดใสและความลึกที่บริสุทธิ์ เพื่อสร้างความประทับใจเสมือนหนึ่งว่าได้ชาร์จพลังงานมาอย่างเต็มที่ด้วยสี Soul Red Crystal ด้วยความเชื่อที่ว่าสีคือองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบ มาสด้าได้พัฒนาคุณลักษณะนี้อีกครั้งเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามและคุณภาพของรูปทรงของตัวถังตาม Kodo design ด้วยการเพิ่มระดับความสว่างและเพิ่มความลึกของสีให้ดูมีมิติมากขึ้น ใช้การเคลือบสีสามชั้น ได้แก่ ชั้นสะท้อนแสง ชั้นโปร่งแสง และเคลือบใสด้านบน เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีการพ่นสี TAKUMINURI เพื่อให้ได้สีแดงที่สดใสขึ้น ชั้นโปร่งแสงใช้เม็ดสีที่มีความเข้มสูง พัฒนาขึ้นโดยพิจารณาถึงลักษณะทางกายภาพของแสง ชั้นสะท้อนแสงเป็นทินเนอร์และใช้เกล็ดอลูมิเนียมขนาดเล็กที่มีความสว่างสูง ตลอดจนเกล็ดที่ดูดซับแสงบนพื้นผิวของตัวถัง ผลลัพธ์ที่ได้คือการสะท้อนที่ก่อให้เกิดไฮไลท์ของแสงและเงาที่สดใสดูมีมิติ

นอกจากคุณภาพที่อัดแน่นจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นที่สนับสนุนให้ CX-5 ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงาม เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร Mazda Connect ที่ช่วยให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร จึงทำให้ CX-5 สามารถครองใจลูกค้าจากทั่วทุกมุมทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้ ตลอดจนการคว้ารางวัลการันตีความสำเร็จมาแล้วมากมายจากเวทีระดับนานาชาติรวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

มาสด้า CX-5 สร้างเกียรติประวัติไว้มากมายกว่า 90 รางวัลจากทั่วโลก อาทิเช่น

  • รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Car of The Year ประจำปี 2555 – 2556
  • รางวัล Car of the Year 2012: Crossover of the Year ประจำปี 2555 จากประเทศนิวซีแลนด์
  • รางวัล AUTOCAR ASEAN Car of the Year Awards 2012 Small/Midsize SUV (อาเซียน) ในปี 2555
  • รางวัล JNCAP Five-star award ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2556
  • IIHS Top Safety Pick+ Safety award ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2556
  • Top honors in J.D. Power APEAL Survey Compact SUV Segment ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2558
  • Top ASV + Rating in JNCAP Safety Performance Assessment ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2558
  • ได้รับคะแนนความปลอดภัยสูงสุดของโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ-บอดี้ “Top Safety Pick” จากสถาบันเพื่อความปลอดภัยบนถนนหลวงของประเทศสหรัฐอมริกา Insurance Institute for Highway Safety (IIHS) ในปี 2558
  • รางวัล National Car Clubs ประเภท Most economical medium SUV ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2559
  • รางวัลด้านความปลอดภัย มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จากยุโรป หรือ Euro NCAP ในปี 2560
  • รางวัล BEST SUV UNDER 2,500 CC DIESEL จาก Thailand Car of the Year ในปี 2563

GWM ขึ้นแท่นยอดขายอันดับ 1 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีในเดือนสิงหาคม ด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 408 คัน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขึ้นครองแชมป์อันดับ 1 ของเซคเมนท์รถยนต์คอมแพคเอสยูวี ด้วยยอดขายและส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 408 คัน ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 34.3 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์อัจฉริยะเหนือระดับและบริการหลังการขายเต็มรูปแบบให้กับผู้บริโภคชาวไทย ในขณะเดียวกัน ยอดขายโดยรวมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดโลกในเดือนสิงหาคมและตลอดทั้งปีนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

หลังจากที่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไทย ด้วยการทำยอดขายสูงติดอันดับ TOP3 ในตลาดรถยนต์คอมแพคเอสยูวีในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนแรกของการส่งมอบรถภายหลังจากการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในปลายเดือนมิถุนายน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสร้างผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยยอดขายรวมกว่า 408 คัน ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของเซคเมนท์คอมแพคเอสยูวีของประเทศไทย

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เผยว่า “ความสำเร็จจากยอดขายของเราในเดือนสิงหาคมนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การสนับสนุน เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างดีเยี่ยม จนในวันนี้เราสามารถขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวีของประเทศไทยได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน แม้เราจะเพิ่งเข้ามาเริ่มธุรกิจในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่ทีมงานและพาร์ทเนอร์ของเราทุกคนต่างทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจกันอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความสำเร็จในครั้งนี้ไปด้วยกัน ความสำเร็จตรงนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดใจยอมรับในแบรนด์ใหม่ของผู้บริโภคชาวไทย ความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (xEV) ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงการเปิดใจกับการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเป็นเจ้าของรถผ่านประสบการณ์ออนไลน์สู่ออฟไลน์ O2O (Online-To-Offline)
เราขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคและแฟนๆ ชาวไทยมีให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมาอีกครั้ง และขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะเดินหน้าพัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายผ่านรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ เพื่อให้
ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยให้ได้อย่างดีที่สุด”

สำหรับยอดขายของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 408 คัน ในเดือนสิงหาคมนี้ เพิ่มขึ้น 27.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากยอดขายในเดือนกรกฎาคมที่ 320 คัน ส่งผลให้ในเดือนสิงหาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 34.3 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายรวมของรถยนต์คอมแพคเอสยูวีทั้งหมดในเดือนสิงหาคมจำนวน 1,190 คัน  ก้าวขึ้นสู่การเป็นรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเซคเมนท์ ครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 7.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งการตลาดในเดือนกรกฎาคมที่ 26.5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เมื่อรวมกับยอดขาย 320 คัน ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วกว่า 728 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน

การก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์
ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) รวมไปถึงเป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์ในใจ
คนไทยภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งการให้บริการออฟไลน์ผ่าน GWM Store และ Partner Store ทั่วประเทศ และการให้บริการออนไลน์ผ่าน GWM Application

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคำนึงถึงความสะดวกและผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงได้มีการปรับนโยบายและวิธีการดำเนินการต่างๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างรวดเร็วเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาของแคมเปญทางการตลาด รวมไปถึงการให้บริการถึงหน้าบ้านของลูกค้า หรือ Door-to-Door Service ในรูปแบบต่างๆ และล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำเสนอโปรโมชั่นพิเศษแทนคำขอบคุณให้กับผู้ที่จองรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO ด้วยสิทธิพิเศษในการผ่อนนานกว่า 84 เดือน เริ่มต้นเพียง 13,004 บาทต่อเดือน เมื่อจองและรับรถภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

นอกจากยอดขายที่เติบโตในตลาดประเทศไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตลาดโลก ด้วยยอดขายรวมในเดือนสิงหาคมกว่า 74,257 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 12,399 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 81.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายในเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา และจากยอดขายทั้งหมดทั่วโลกในเดือนสิงหาคมนี้ HAVAL H6 ยังคงเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดอยู่ที่ 20,026 คัน รักษาแชมป์ยอดขายรถยนต์เอสยูวีสูงสุดในตลาดจีนได้เป็นเดือนที่ 99 ติดต่อกัน

ด้านสถิติยอดขายรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2564 มียอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมในปีนี้รวมกว่า 784,023 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 39.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว และจากยอดขายรวมตลอดปีดังกล่าวนี้ คิดเป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 86,509 คัน เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 156.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และคิดเป็น 11% ของยอดขายโดยรวมทั้งหมดในตลาดโลกตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมยกระดับเศรษฐกิจของประเทศและยืนหยัดเคียงข้างคนไทยทุกก้าวต่อไปในอนาคต

“เบนซ์ไพรม์มัส” แกร่ง! คว้าสิทธิ์ขาย Mercedes-Maybach เตรียมปรับโฉมโชว์รูมใหม่

0
Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC; Kraftstoffverbrauch kombiniert: 12,0-11,7 l/100 km; CO2-Emissionen kombiniert: 273-266 g/km* *Angaben zum Kraftstoffverbrauch und CO2-Emissionen sind vorläufig und wurden vom Technischen Dienst für das Zertifizierungsverfahren nach Maßgabe des WLTP-Prüfverfahrens ermittelt und in NEFZ-Werte korreliert. Eine EG-Typgenehmigung und Konformitätsbescheinigung mit amtlichen Werten liegen noch nicht vor. Abweichungen zwischen den Angaben und den amtlichen Werten sind möglich.Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC (combined fuel consumption: 12.0-11.7 l/100 km; combined CO2 emissions: 273-266 g/km**Figures for fuel consumption and CO2 emissions are provisional and were determined by the Technical Service for the certification process in accordance with the WLTP test method and correlated into NEDC figures. EC type approval and a certificate of conformity with official figures are not yet available. Differences between the stated figures and the official figures are possible.

เบนซ์ไพรม์มัส แกร่ง ! คว้าสิทธิ์ขาย Mercedes-Maybach ในไทย มุ่งขยายธุรกิจบริการครบวงจร เตรียมปรับโฉมโชว์รูมใหม่ ประเดิมเปิดตัว Mercedes-Maybach GLS รถเอสยูวีลักชัวรี่ ไตรมาสสุดท้าย พร้อมฉลองความสำเร็จมอบแคมเปญสุดพิเศษ StarFest 2021 เริ่มวันนี้ ถึง 30 ก.ย.64

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นศักยภาพการบริหารงานของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ “Mercedes-Maybach” อย่างเป็นทางการ นั้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz

ทั้งนี้ ด้วยหลักในการบริหารงาน ที่เน้นการบริการครบวงจร การบริหารงานแบบมืออาชีพ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยเป้าหมายสูงสุด คือ การเป็น Top of Mind ของลูกค้ารถยนต์ Mercedes-Benz ในประเทศไทย

ประกอบกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจ, ความพร้อมด้านบุคลากรและการลงทุน รวมถึงทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้  “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับการพิจารณาและคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ของผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach ในประเทศไทย จากผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ทั่วประเทศ ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 34 แห่ง

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ และขอขอบคุณบริษัทแม่เป็นอย่างมาก ที่มอบความไว้วางใจและมองเห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการดำเนินงานของผู้บริหาร และบุคลากรในทุกภาคส่วน ผมเชื่อว่า การได้รับแต่งตั้งเป็นดีลเลอร์ Mercedes-Maybach ในครั้งนี้ จะทำให้เรามีผลิตภัณฑ์ครบทุกเซกเมนต์ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ผนวกกับความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถด้านบริการของบุคลากร จะส่งผลทำให้ธุรกิจของเราเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว

สำหรับโชว์รูม Mercedes-Maybach ตั้งอยู่ชั้น 2 ของ “เบนซ์ไพรม์มัส” บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ขณะนี้ ได้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดทำพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ โดยเน้นเอกลักษณ์เฉพาะแบบ Sophisticated Luxury พร้อมจัดเตรียมบุคลากร และอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีพิเศษต่าง ๆ เพื่อรองรับการบริการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับลูกค้าคนสำคัญ คาดว่าการดำเนินงานแล้วเสร็จประมาณปลายกันยายน 2564

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า การได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach ในครั้งนี้ ทำให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz แห่งแรก ของเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ครบทุกเซกเมนต์ ได้แก่ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, กลุ่มรถออฟโรด G-Class, กลุ่มรถอเนกประสงค์ MPV, กลุ่มรถตู้โดยสาร V-Class และ sub-brand ของ Mercedes-Benz ล่าสุด คือ Mercedes-Maybach ทำให้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการ “Mercedes-Maybach” ขณะนี้ อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 2 ในอาคารโชว์รูม เพื่อจัดสรรเป็นพื้นที่จัดแสดง และรองรับการเข้าเยี่ยมชมรถยนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและตกแต่งทุกรายละเอียด ด้วยความประณีต พิถีพิถัน เน้นความหรูหรา สง่างาม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตามแบบฉบับของยานยนต์ชั้นเลิศ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรเป็นพิเศษ สำหรับรองรับอรรถประโยชน์สูงสุดในการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์สุดพิเศษ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับเฉพาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์

ทั้งนี้ โชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Maybach จะเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ เอสยูวี ซูเปอร์ ลักชัวรี่ รุ่นใหม่ล่าสุด  “Mercedes-Maybach GLS” ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

และในโอกาสเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สนใจที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยแคมเปญ StarFest 2021 : Season of the ultimate offers รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ  ผ่อน 0% นาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี, รับฟรี! โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP แพคเก็จ Compact 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือรับบัตรส่วนลดผลิตภัณฑ์ MB Accessories มูลค่า 10,000 บาท เป็นต้น

พร้อมมอบความอุ่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยส่วนลดอะไหล่แท้สูงสุด 20% (เฉพาะอะไหล่แท้ที่ร่วมรายการ), ฟรี! ค่า Excess สูงสุด 100% เมื่อนำรถเข้าซ่อมสีและตัวถัง (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม  – 30 กันยายน นี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส”

ผู้ใดสนใจรับข้อเสนอพิเศษด้านการขายและบริการหลังการขาย สอบถามเพิ่มเติม โทร.02 095 5555 หรือ www.benzprimus.com    หรือ LINE: bit.ly/primusth (@benzprimus) หรือ Facebook :  bit.ly/primusfb

“ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11” แรงเกินกว่าใครจะตามทัน กวาดยอดจองทั่วประเทศกว่า 3,500 คัน หลังเปิดตัวเพียง 1 เดือน

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยข้อมูลยอดจอง ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม กวาดยอดจองทั่วประเทศกว่า 3,500 คัน หลังจากการเปิดตัวเพียง 1 เดือน ตอกย้ำความเป็นสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอนที่ทุกคนรอคอย ที่มาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์คอมแพคท์ซีดานไทยอีกครั้ง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ ที่รองรับพลังงานทางเลือก E85 และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) คาดครองอันดับหนึ่งเซกเมนต์คอมแพคท์ซีดานต่อเนื่องอีกปี

ความสำเร็จข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการถ่ายทอดดีเอ็นเอความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกด้านทั้งด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ และยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าอีกด้วย

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ยกระดับประสบการณ์ความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใครในทุกรุ่นย่อย ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร และรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย และสะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card (เฉพาะรุ่น RS)

ลูกค้าที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ กับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 – 30 กันยายน 2564

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ หรือสอบถามข้อมูลและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/civic
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

หมายเหตุ

  • อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-civic/

ฟอร์ดชูแคมเปญเรนเจอร์ XLT ราคาพิเศษ พร้อมจับมือผู้จำหน่ายไลฟ์สดแจกคูปองส่วนลดลาซาด้า

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดแคมเปญข้อเสนอสุดพิเศษรับเดือนกันยายน ชูฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิ้ลแค็บ XLT กระบะ 4 ประตูยกสูง ราคาสุดพิเศษเพียง 759,000 บาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าที่เคยมีมาของฟอร์ด พร้อมโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ 1 กันยายน ถึง 30 กันยายน 2564 นอกจากนี้ ฟอร์ดยังร่วมกับผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมไลฟ์สด นัดหมายชมรถฟอร์ดที่บ้านคุณ (Showroom On Demand) เพื่อเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊กและยูทูป ฟอร์ด ในวันที่ 11-12 และ 18-19 กันยายน 2564 โดยลูกค้าที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมตามเงื่อนไขและแชร์ไลฟ์จะได้รับสิทธิ์ลุ้นคูปองส่วนลดลาซาด้ามูลค่า 200 บาท จำนวน 600 รางวัล

“ฟอร์ดมีความภูมิใจที่เราเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดรถยนต์ตลอดช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ และในเดือนกันยายน เรายังเร่งรุกตลาดด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษให้แก่ลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์ผสมผสานทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ จับมือกับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศจัดไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อเข้าให้ถึงลูกค้าผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าด้วยบริการนัดหมายนำรถไปให้ชมหรือทดลองขับถึงที่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้ดีในตลาด” นายรัฐการ จูตะเสน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

รายละเอียดข้อเสนอสุดพิเศษในเดือนกันยายน อาทิ

ข้อเสนอราคาพิเศษ

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิลแค็บ XLT เกียร์ธรรมดา: ราคาพิเศษ 759,000 บาทจากราคาปกติ 857,000 บาท
  • ฟอร์ดเรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ สปอร์ต ราคาพิเศษ 599,000 บาท จากราคาปกติ 692,000 บาท

ข้อเสนอดอกเบี้ยและแคมเปญผ่อนพิเศษ

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max: อัตราดอกเบี้ย 99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี/150,000 กม
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×2: อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี/150,000 กม.
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4: อัตราดอกเบี้ย99% ดาวน์ 30% ผ่อน 36 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี/150,000 กม.
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต: ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี/150,000 กม.
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น: รับแคมเปญเริ่มผ่อนปีหน้า เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยรายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคาร 

ข้อเสนอส่วนลดพิเศษ

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิลแค็บ XL+: ส่วนลดพิเศษสูงสุด 50,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ XL: ส่วนลดพิเศษสูงสุด 70,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ XL 4×4: ส่วนลดพิเศษสูงสุด 61,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

ไทยยานยนตร์ สร้างสรรค์รถตู้คันพิเศษในสไตล์เฉพาะตัวเสมือนเป็น “Ritz Carlton of Vans” ด้วย Volkswagen Caravelle นำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

0

THAIYARNYON (ไทยยานยนตร์) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Volkswagen Caravelle รถตู้ลักชัวรีระดับแนวหน้าของโลกอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำเสนอบริการใหม่ล่าสุดกับการถ่ายภาพเซตไลฟ์สไตล์สำหรับลูกค้าเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ณ วันส่งมอบ พร้อมเปิดตัวออพชั่นใหม่ล่าสุด “เครื่องฟอกอากาศ” ที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโควิด-19 ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย พร้อม ตอกย้ำนิยามเสมือนว่าเป็น “Ritz Carlton of Vans” ของ THAIYARNYON (ไทยยานยนตร์)

โดยในวันส่งมอบรถ ลูกค้าสามารถเลือกถ่ายภาพไลฟ์สไตล์เป็นกิจกรรมสนุกๆ ได้ฟรี และสามารถนำภาพในรูปแบบของตัวเองแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียและเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี

นอกจากนี้ THAIYARNYON (ไทยยานยนตร์) ยังมอบความพิเศษให้กับลูกค้าโดยสามารถเลือกเพิ่มอุปกรณ์ภายในรถได้ทั้งเบาะนั่งพร้อมที่วางเท้า ปรับได้ 10 ทิศทาง เซตกระจกแต่งหน้ากับไฟอ่านหนังสือ เป็นต้น ไม่ว่าจะดูทีวีช่องโปรด หรือทำงานอย่างมีประสิทธิภาพบนโต๊ะพับเก็บได้ เพื่อให้เหมาะกับความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลังการส่งมอบรถ ยังมีบริการหลังการขายจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกแง่ทุกมุม

นายวิทิต ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร THAIYARNYON (ไทยยานยนตร์) กล่าวว่า “ด้วยตัวเลือกการตกแต่งภายในของรถยนต์ที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งมีอยู่จำกัดในท้องตลาดตอนนี้ ไทยยานยนตร์ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งรถได้อย่างไม่จำกัด เราพร้อมเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถลักชัวรีในประเทศไทย และต้องการมอบประสบการณ์การครอบครองรถที่เต็มไปด้วยความสนุก และปลอดภัยในเวลาเดียวกัน

ตัวเลือกพิเศษที่เราเตรียมให้กับลูกค้าได้เลือกสรร  ยังสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น แผงกระจกกั้นกลางระหว่างที่นั่งคนขับและเบาะนั่งด้านหลังทำให้สามารถแยกส่วนระบบปรับอากาศได้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศในรถของเรา ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยแบบเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำ ได้รับการพิสูจน์ในห้องแล็บของสหรัฐฯ ว่ามีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโควิด-19 ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนั่งรถออกไปนอกบ้าน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างความสดชื่นให้กับชีวิต”

นิสสัน เดินหน้าสนับสนุน จส.100 “คาราวานน้ำใจไทย” ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19

0

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมกับ สถานีวิทยุจส.100 สานต่อกิจกรรมคาราวานน้ำใจไทยครั้งที่ 3 ช่วยสังคมไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19 สนับสนุนรถเอสยูวี นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ โดดเด่นด้านความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และรถกระบะ นิสสัน นาวารา ใหม่ ในการลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ แอลกอฮอล์ จำนวน 25 ลิตร หน้ากากอนามัยจำนวน 2,500 ชิ้น และน้ำดื่มจำนวน 2,400 ขวด เพื่อส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยโควิด-19

รวมฟีเจอร์เด็ดบน GWM Application เติมเต็มทั้งประสบการณ์การขับขี่และไลฟ์สไตล์ ให้ชีวิตง่ายกว่าที่เคย

0

การใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ กลายมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้บริโภคใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หลากหลายแบรนด์ต่างก็พัฒนาฟีเจอร์บนแอปพลิเคชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) ได้พัฒนา GWM Application ขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ O2O (Online-to-Offline) ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการ กิจกรรม และการดำเนินธุรกรรม รวมไปถึงเป็นพื้นที่ออนไลน์ในการแบ่งปันเรื่องราวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันผ่านขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย สะดวกสบาย และสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่

ให้ทุกขั้นตอนในการเป็นเจ้าของรถยนต์จากเกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายสำหรับคุณ 
หลังจากที่ได้เปิดให้ดาวน์โหลด GWM Application ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เพื่อเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและผู้ที่สนใจในการอัปเดตข่าวสารและการให้บริการด้านต่างๆ จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ GWM Application ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและช่วยให้ข้อมูลสำคัญที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากฟีเจอร์ที่ให้ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดรถยนต์ จองการทดลองขับ และการซื้อขายรถยนต์ได้แล้ว GWM Application ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยให้การเป็นเจ้าของรถยนต์จากเกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย

  • ที่ปรึกษาด้านการเงิน (Financial Calculator) : คำนวณค่างวดได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

การซื้อรถยนต์สักคันสำหรับหลายๆ คนอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายนัก เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องมี
การวางแผนในระยะยาว ซึ่งเมื่อก่อน ถ้าลูกค้าอยากได้ใบเสนอราคาพร้อมตารางค่างวดเพื่อนำมาเปรียบเทียบ จะต้องติดต่อพนักงานขายในแต่ละดีลเลอร์โดยตรง แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำนโยบาย “One Price” มาใช้ ซึ่งความพิเศษที่ต่อเนื่องจากนโยบายดังกล่าวคือ ลูกค้าสามารถเช็กราคา คำนวณ และวางแผนการผ่อนชำระได้อย่างสะดวกสบายในฟีเจอร์ ที่ปรึกษาด้านการเงิน บน GWM Application โดยสามารถเลือกสถาบันทางการเงินที่เข้าร่วมได้ตามความต้องการ พร้อมคำนวณจำนวนเงินดาวน์ที่ต้องการชำระและค่างวดในแต่ละเดือนได้ทันที โดยแอปพลิเคชันจะแสดงผล ทั้งยอดเงินดาวน์ ยอดจัดไฟแนนซ์
อัตราดอกเบี้ย พร้อมยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามความต้องการของแต่ละท่าน ช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถคำนวณและวางแผนการเงินในการซื้อรถได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

  • รีโมท (Vehicle Telematics) : ใช้งานรถยนต์อย่างชาญฉลาดไปกับการสั่งงานระยะไกล

เจ้าของรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ รีโมท เพื่อให้สามารถสั่งงานระยะไกลและเช็กสถานะต่างๆ ของรถยนต์ได้ง่ายดายแบบเรียลไทม์ผ่าน GWM Application ไม่ว่าจะเป็น การตรวจเช็กตำแหน่งที่อยู่ของรถยนต์ การกำหนดขอบเขตที่สามารถใช้งานรถยนต์ได้ รวมไปถึงการตรวจเช็กสถานะการซ่อมบำรุง อาทิ ปริมาณเชื้อเพลิง ระยะทางที่ขับขี่ และแรงดันลม  นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมและสั่งงานจากระยะไกลได้เสมือนนั่งอยู่ในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบเครื่องปรับอากาศที่สามารถสั่งงานให้เปิดเครื่องปรับอากาศได้ตามอุณหภูมิที่ต้องการก่อนขึ้นรถ การสั่งล็อค-ปลดล็อครถยนต์ รวมไปถึงระบบช่วยค้นหารถยนต์ในกรณีลืมที่จอดรถ ระบบสั่งการเปิด-ปิดประตูท้ายรถยนต์ คำสั่งปิดกระจกรถยนต์ทั้ง 4 บานรวมถึงซันรูฟ การเปิด-ปิดระบบระบายอากาศของเบาะที่นั่งผู้โดยสารคู่หน้าได้อย่างอิสระ และระบบควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เป็นต้น ช่วยให้ทุกๆ การเช็กข้อมูลและควบคุมรถยนต์เป็นเรื่องง่าย แม้จะอยู่ในระยะไกลจากรถยนต์

  • แบบสำรวจความพึงพอใจในการทดลองขับและการจัดส่ง (Test drive and delivery satisfaction survey) : เพราะความพึงพอใจของลูกค้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยึดมั่นในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ยึดถือลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ (Customer-Centric) ฟีเจอร์ Test drive and delivery satisfaction survey ช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจสามารถส่งความเห็นและประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการได้ทันที หลังจากที่ได้ทดลองขับรถยนต์หรือส่งมอบรถยนต์เสร็จสิ้นแล้ว โดยจะมีการส่งแบบประเมินให้กับลูกค้าใน GWM Application โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ทำการประเมินได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งทุกๆ ความเห็นและผลการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานเพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อันน่าประทับใจที่สุดกับลูกค้า

มากกว่าแอปพลิเคชันด้านรถยนต์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมายที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์
GWM Application ไม่เพียงแต่มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ แต่ยังเป็นพื้นที่ชุมชนออนไลน์อีกช่องทางหนึ่งให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้มาแบ่งปันเรื่องราวและเติมเต็มประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

  • สำหรับคุณ (Discover) : ชุมชนออนไลน์ของผู้ที่สนใจและผู้ใช้งานตัวจริง

ฟีเจอร์ สำหรับคุณ บน GWM Application เปิดมิติใหม่ในการสร้างพื้นที่ชุมชนออนไลน์ให้กับผู้ที่สนใจหรือผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ตัวจริงได้มาอัปเดตข่าวสารและแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้อย่างอิสระ  โดยสามารถติดตามอัปเดตเรื่องยอดนิยมประจำวันได้ในแถบ ‘ยอดฮิต’ ซึ่งมักจะเป็นโพสต์ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษเพื่อไม่คุณไม่พลาดเรื่องเด่นยอดนิยมในแต่ละวัน และยังสามารถอัปเดตข้อมูลข่าวสารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ในแถบ ‘ข่าว’ หรืออัปเดตความเคลื่อนไหว รีวิว หรือการแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ จากเจ้าของรถยนต์ตัวจริงหรือผู้ที่มีข้อมูลที่น่าสนใจกันได้ในแถบ ‘ล่าสุด’ โดยทุกๆ การ like จากผู้อ่าน ผู้ที่โพสต์หรือรีวิวจะได้รับคะแนน 1 GWM Point ต่อ 1 like นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าไปร่วมสนุกและสะสมคะแนนจากกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในแอปพลิเคชันในแถบ ‘กิจกรรม’ เพื่อให้ไม่พลาดทุกกิจกรรมสุดพิเศษจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานได้อย่างเต็มที่

  • ร้านค้า (Mall) : แลกของรางวัลมากมายได้ง่ายๆ ด้วย GWM Point

ฟีเจอร์ ร้านค้า ให้สิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าและผู้ใช้งาน GWM Application โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถ ในการนำคะแนน GWM Point ที่สะสม มาแลกรับของสินค้าที่น่าสนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือของใช้อื่นๆ โดยสามารถแลกคะแนนรับสินค้าพร้อมการจัดส่งให้ถึงหน้าบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งสินค้าในร้านค้านี้จะมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ๆ มาให้เลือกสรรเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ภายใน GWM Application ยังมีการแจกส่วนลดการแลกคะแนน (Point Redemption Discount) ตามช่วงเวลาโปรโมชั่น รวมไปถึงการแชร์เคล็ดลับในการเก็บคะแนน GWM Point เพิ่มเติม เช่น การเข้ามาเช็กอินทุกวันในแอปพลิเคชัน เพื่อรับคะแนนแบบสุ่ม 1-10 GWM Point ในแต่ละวัน หรือการแชร์ข่าวสารจาก GWM Application ไปยังช่องทาง social media อื่นๆ ที่ไม่ซ้ำกันวันละ 2 ครั้ง เพื่อรับ GWM Point เพิ่ม 50 คะแนน จากแต่ละการแชร์ เป็นต้น

  • ชวนเพื่อนๆ (Friends get Friends) : รับคะแนนไม่จำกัด เพียงชวนเพื่อนมาทดลองขับ HAVAL H6

ฟีเจอร์สุดพิเศษ ที่ให้คุณชวนเพื่อนหรือคนรอบตัวมาร่วมทดลองขับหรือซื้อรถยนต์ โดยฟีเจอร์ ชวนเพื่อนๆ จะมอบ GWM Point ให้กับผู้ชวนทันที 2,000 คะแนน เมื่อชวนเพื่อนมาทดลองขับได้สำเร็จ โดยตัวเพื่อนจะได้รับ GWM Point 200 คะแนน ไปด้วยเช่นกัน และพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ ALL NEW HAVAL H6 Hybrid SUV หากชวนเพื่อนให้สามารถตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้สำเร็จ เจ้าของรถยนต์ที่ชวนจะรับคะแนนไปทันที 30,000 คะแนน และเพื่อนที่ตัดสินใจซื้อจะได้รับ GWM Point 25,000 คะแนน ทั้งนี้ เจ้าของรถยนต์แต่ละท่านสามารถเชิญชวนเพื่อนได้เต็มที่ โดยจะสามารถรับคะแนนสะสมสูงสุดได้ 90,000 คะแนนต่อเดือน นับเป็นอีกฟีเจอร์เด่นที่ให้ทั้งลูกค้าและเพื่อนได้รับสิทธิประโยชน์ไปได้พร้อมๆ กัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ ให้กับ GWM Application เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการอันยอดเยี่ยมและสะดวกสบาย รวมไปถึงการสร้างพื้นที่ชุมชนออนไลน์เพื่อแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ ระหว่างกันต่อไป สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดาวน์โหลด GWM Application สามารถดาวน์โหลดได้ที่

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์วันที่ 11 กันยายน 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

เรื่องรถต้องรู้
– ทดสอบสมรรถนะ Mitsubishi Outlander PHEV กับการเดินทางหาโลเคชั่นชิวๆ ใกล้ๆกรุง

Auto Motor Thailand 1

ท่องโลกยานยนต์
– พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประกาศยกเลิกการจัดงาน FAST AUTO SHOW

Auto Motor Thailand 2
– โตโยต้า แนะนำรุ่นพิเศษ โคโรลล่า ครอส Modellista

Auto Motor Thailand 2
– บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT รุ่นใหม่ล่าสุด

Auto Motor Thailand 3
– 10 เหตุผลที่ Mazda BT-50 ครองใจผู้บริโภค

Auto Motor Thailand 5

รู้ก่อนขับกับอีซูซุ
– ADAS ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง

Auto Motor Thailand 6

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

เตรียมตัวให้พร้อมที่จะพบกับ Next-Gen Ranger!

0

ฟอร์ดเผยภาพแรกอย่างเป็นทางการของฟอร์ด เรนเจอร์cเจเนอเรชั่นใหม่ หรือ #NextGenRanger ที่พร้อมเผยโฉมเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลกในปลายปีนี้ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2565

เตรียมตัวตะลุยไปบนเส้นทางแบบแบบออฟโรดอย่างเหนือชั้น พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันทรงพลังจากดีเอ็นเอความแกร่งที่เป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด ในรถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และมีระบบเชื่อมต่อที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ จะเป็นสุดยอดรถกระบะคู่ใจที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งสำหรับการทำงาน การเป็นรถครอบครัว และเป็นเพื่อนเดินทางในวันพักผ่อน
นอกจากจะเป็นรถกระบะที่ ‘เกิดมาแกร่ง’ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์

ฟอร์ดภูมิใจนำเสนอรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ในบรรยากาศที่สะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริงของรถคันนี้

อย่าพลาดติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดจากฟอร์ด และเตรียมตัวให้พร้อมที่จะได้พบกับไอคอนใหม่ล่าสุดแห่งวงการรถกระบะ เร็วๆ นี้