Home Blog Page 36

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” ชวนสัมผัส “Innovation of Joy” ในงาน BMW Xpo 2025ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568

0
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมสร้างแรงบันดาลใจและนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัย ที่มาพร้อมดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน ในงาน BMW Xpo 2025 มหกรรมยานยนต์สุดพิเศษภายใต้แนวคิด “Innovation of Joy” สะท้อนจิตวิญญาณแห่งสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ และเผยโฉมอนาคตของยนตรกรรมพรีเมียมอย่างแท้จริง ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 นี้ ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “BMW Xpo 2025 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการพัฒนานวัตกรรม และยึดมั่นในปรัชญา ‘สุนทรียภาพแห่งการขับขี่’ ภายใต้แนวคิด ‘Innovation of Joy’ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด ดีไซน์อันประณีต และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนของเรา ที่หลอมรวมกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น เราขอเชิญทุกท่านมาร่วมค้นพบอนาคตแห่งการเดินทาง และสัมผัสความสุขที่บีเอ็มดับเบิลยูมอบให้ได้ ”

ไฮไลท์งาน BMW Xpo 2025: นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบดิจิทัลและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด
  • ดีไซน์ก้าวล้ำ: ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ซึ่งความงามสง่าผสานเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว
  • ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน: ค้นพบความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่รับผิดชอบต่อการเดินทางระดับพรีเมียม

BMW Xpo 2025 นำเสนอยนตรกรรมหลากหลายรุ่นของบีเอ็มดับเบิลยู ที่นำมาจัดแสดงรวม 21 คัน ใน 4 โซน
ผู้เข้าชมที่ต้องการสัมผัส “Innovation of Joy” สามารถเข้าร่วมทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่น อาทิ บีเอ็ม
ดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู 220 M Sport Pro, บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive M Sport, และบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ได้ภายในงาน

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2025

BMW Xpo 2025 นำเสนอแคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายกับ “Innovation of Joy” เพื่อมอบความคุ้มค่า สูงสุด พร้อมการทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ซึ่งครอบคลุมบริการบำรุงรักษาและดูแลรถยนต์อย่างครบวงจรเป็นระยะเวลานานขึ้น โดยสามารถสำรวจข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นรถยนต์เฉพาะ* เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของด้วยสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของบีเอ็มดับเบิลยู

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้**:

รุ่น                                        ข้อเสนอ                                       
บีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupe M Sport Pro·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี
บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

หรือเลือกรับ

·          ดอกเบี้ยผ่อนชำระรายเดือน 1.99%* และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport Pro·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

หรือเลือกรับ

·          ดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*

บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring

บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport

·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

หรือเลือกรับ

·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport·          ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท/เดือน

หรือเลือกรับ

·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ย 1.99%*

บีเอ็มดับเบิลยู X1 M Sport·          BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี พร้อมผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท

หรือเลือกรับ

·          BMW Protect (ประกันภัยชั้น 1) สูงสุด 1 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ 1.99%

บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive

บีเอ็มดับเบิลยูX3 M50

·          ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

หรือเลือกรับ

·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport (Inspiring)·          รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี

หรือเลือกรับ

·          รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และ
รับข้อเสนอดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%

บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและ ข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

หรือเลือกรับ

·          ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive50e·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

หรือเลือกรับ

·          ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

หรือ

·          เลือกรับ ฟรี ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาท และรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

 

 

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid กวาด 24 รางวัลทั่วโลก ตอกย้ำความสำเร็จด้านดีไซน์ ความปลอดภัย สมรรถนะ และความคุ้มค่า สู่การเป็น SUV แห่งปีที่ทั่วโลกยอมรับ

0
Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 1

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จบนเวทีระดับโลก ล่าสุดคว้ารางวัลคู่จากงาน 2025 What Car? Electric Car Awards ทั้งในหมวด Best Hybrid Seven-seater สำหรับเจเนอเรชันที่ 5 หรือรุ่นปัจจุบัน และ Best Used Hybrid Seven-seater สำหรับเจเนอเรชันที่ 4 รางวัลในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความน่าเชื่อถือจากรางวัลในระดับนานาชาติไปแล้วกว่า 24 รางวัลในปี 2567–2568 ไม่ว่าจะเป็น Car of the Year จาก Drive, Canadian Car of the Year (CCOTY), SUV of the Year จาก TopGear, Car of the Year จาก Carwow, Supreme Winner จาก Women’s Worldwide Car of the Year, iF Design Awards และ Red Dot Design Award ครอบคลุมทุกมิติแห่งความเป็นเลิศ ทั้งด้านดีไซน์พรีเมียม เทคโนโลยีความปลอดภัย สมรรถนะทรงพลัง และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ฮุนไดที่พร้อมยกระดับความมั่นใจและความภาคภูมิใจให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง Double Success บนเวที 2025 What Car? Electric Car Awards

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 2

ความสำเร็จล่าสุดของฮุนไดเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ The all-new SANTA FE Hybrid รุ่นปัจจุบัน คว้ารางวัล Best Hybrid Seven-seater เป็นปีที่สองติดต่อกัน ขณะที่ SANTA FE รุ่นก่อนหน้า (2018–2024) ได้รับรางวัล Best Used Hybrid Seven-seater ตอกย้ำชื่อเสียงของ SANTA FE ทั้งในฐานะรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ครบเครื่อง และรถมือสองที่ยังคงโดดเด่นด้วยคุณภาพ ความน่าเชื่อถือและสมรรถนะ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก What Car? ยกย่องถึงความกว้างขวาง คุณภาพภายในระดับสูง ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่าในระยะยาว อีกทั้งยังแนะนำว่า สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฮบริด 7 ที่นั่งมือสอง SANTA FE รุ่นปี 2018–2024 คือทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยภาพลักษณ์หรูหรา อุปกรณ์มาตรฐานครบถ้วน และยังคงเป็นรถที่ใช้งานได้จริง เชื่อถือได้ มอบความมั่นใจให้ผู้บริโภคอย่างเต็มที่

แนวคิดล้ำหน้าที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับชีวิตในปัจจุบัน

 

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid มาพร้อมดีไซน์ Boxy และไฟหน้าตัว H อันเป็นเอกลักษณ์ ฝากระโปรงท้ายและพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างเป็นพิเศษ ฐานล้อที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางเหมือนห้องนั่งเล่น จนสามารถคว้ารางวัล “iF Design Award และ Red Dot Design Award” จากประเทศเยอรมันในหมวด Product Design และรางวัล “Wards 10 Best Interiors & UX” จากการออกแบบห้องโดยสารด้วยแนวคิด “Consumer Centric” ที่มอบความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 4

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเหนือระดับ
ด้านความปลอดภัย The all-new SANTA FE Hybrid ยังคงมาตรฐานระดับโลกจนได้รับการยกย่อง “Euro NCAP ระดับ 5 ดาว” และรางวัล “Top Safety Pick+” จาก IIHS ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผ่านการประเมินประสิทธิภาพการชนด้านหน้า การชนด้านข้าง การปกป้องผู้โดยสารทั้งตอนหน้าและหลัง ตลอดจนระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย Hyundai SmartSense ที่รวมฟีเจอร์ความปลอดภัยล้ำสมัย อาทิ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมให้อยู่ในเลน ระบบเตือนการชนรอบคัน และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งแถวหน้าและหลัง มอบความมั่นใจขั้นสูงสุด

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 5

สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง
รุ่นที่จำหน่ายและได้รับรางวัลในประเทศอังกฤษมาพร้อมขุมพลัง Hybrid และ Plug-in Hybrid ขนาด 1.6 ลิตร T-GDi Smartstream ที่ให้กำลังเครื่องสูงสุด 253 แรงม้า พร้อมแรงบิด 367 นิวตันเมตร ราคาจำหน่ายเริ่มต้น £46,775 หรือเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 2,022,296 บาท ได้รับการยกย่องเป็น “Hybrid Car of the Year 2024” จาก WhatCar? และรางวัล “Best New Cars 2024” จาก AutoTrader ส่วนรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ที่มอบความคุ้มค่าไม่แพ้กัน

มาพร้อมขุมพลัง Hybrid ขนาด 1.6 ลิตร ที่ให้กำลังเครื่องสูงสุด 232 แรงม้า พร้อมแรงบิด 367 นิวตันเมตร SANTA FE สามารถรองรับทั้งการขับขี่ในเมืองและสายลุยที่ชอบการท่องเที่ยวผจญภัย ด้วยระบบขับเคลื่อนที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังในราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1.599 ล้านบาท

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 6

ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคและสื่อยานยนต์ทั่วโลก
ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีแห่งความภาคภูมิใจ เมื่อ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ได้รับรางวัล “Car of the Year 2025” จาก Carwow พร้อมรางวัลพิเศษ “Family Values Award” ที่ตอกย้ำความเหมาะสมสำหรับครอบครัว และรางวัล “Large Crossover of the Year” จาก UK Car of the Year Awards รวมถึง “Best 7-Seater SUV” จาก AutoTrader ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการรถยนต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ครบเครื่องทั้งฟังก์ชัน ความปลอดภัย และความคุ้มค่า

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 3

โดยรางวัลไฮไลต์คือ “Supreme Winner” จาก Women’s Worldwide Car of the Year 2025 ซึ่งมาจากการลงคะแนนของผู้สื่อข่าวหญิงสายยานยนต์จาก 55 ประเทศทั่วโลก โดยให้เหตุผลว่า “SANTA FE มีดีไซน์โดดเด่น พื้นที่กว้างขวาง คุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งขับง่าย ประหยัดน้ำมัน และตอบโจทย์การใช้งานจริง”

The all-new SANTA FE Hybrid สัญลักษณ์ของ SUV ระดับพรีเมียมแห่งอนาคต
การคว้ารางวัลระดับโลกกว่า 24 รางวัลในช่วงเวลาสั้น ๆ สะท้อนให้เห็นว่า The all-new Hyundai SANTA FE ไม่ได้เป็นเพียง SUV รุ่นใหม่ แต่คือบทพิสูจน์ของ “มาตรฐานใหม่แห่งวงการยานยนต์” ที่รวมดีไซน์อันทรงพลัง เทคโนโลยีอัจฉริยะ และคุณค่าที่จับต้องได้ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Hyundai สู่การเป็นผู้นำแห่งยุค SUV ใหม่อย่างเต็มภาคภูมิ

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid 7

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ความสำเร็จของ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid บนเวทีระดับโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ และคุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง เราภูมิใจที่ SANTA FE ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ SUV ยุคใหม่ และมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม ด้วยดีไซน์สไตล์ Boxy สมรรถนะการขับขี่ดี ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 19.6 กม./ลิตร เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ได้รับการยกย่องในระดับโลกให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.599 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทยต่อไป”

ผู้สนใจสามารถทดลองขับและสัมผัสประสบการณ์ของ The all-new SANTA FE Hybrid ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ โดยดูรายละเอียดและจองออนไลน์ได้ที่ hyundai.com/th/th และ buyonline.hyundai.com

 

 

ผู้นำ “อีซูซุ” คว้ารางวัลเกียรติยศ DAILYNEWS TOP CEO 2025

0
อีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “DAILYNEWS TOP CEO 2025” สุดยอดผู้นำองค์กร สาขาธุรกิจยานยนต์ ในงานมอบรางวัลจัดขึ้นโดยเดลินิวส์ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา

อีซูซุ 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจในการรับรางวัลครั้งนี้ว่า “ผมขอขอบคุณเดลินิวส์อย่างยิ่งที่ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับผม รางวัลนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของผมเพียงคนเดียว แต่เป็นรางวัลแห่งความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายในกลุ่มอีซูซุ รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจและแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของพวกเราทุกคนในการมุ่งมั่นสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนขอแบรนด์อีซูซุจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้าชาวไทยเกิดความไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าสูงต่อสังคมไทย ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศไทย ทั้งในด้านการผลิตและการบริการอย่างครบวงจร เราอีซูซุจะเดินหน้าสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทยและเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยตลอดไป ขอบคุณเดลินิวส์อีกครั้งหนึ่งครับ”

อีซูซุ 3

รางวัล “DAILYNEWS TOP CEO 2025” จัดขึ้นโดยทีมบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมมุ่งหวังถ่ายทอดความรู้ กลยุทธ์การบริหารองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ต่อไป ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“GWM” เตรียมฉลองส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ครบ 5,000 คัน เปิดเวทีการแข่งขันรถแต่ง ‘TOP RANK TANK MOD 2025’ สุดยิ่งใหญ่ในไทย!

0
เกรทวอลล์ มอเตอร์ 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่กำลังจะส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงสู่มือผู้ใช้ชาวไทยครบ 5,000 คันภายในตุลาคมนี้ โดยได้เปิดเวที “TOP RANK TANK MOD Contest 2025” การประกวดแต่งรถ GWM TANK ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สะท้อน DNA ของชาว TANKER ที่ชื่นชอบการแต่งที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและแตกต่าง แต่คงความแข็งแกร่ง เท่ ดุดัน ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสายขับหล่อเท่ หรือสายลุยเพื่อค้นหา GWM TANK ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและโดดเด่นเตะตาตั้งแต่แรกเห็น โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รูปแบบให้พิสูจน์ฝีมือกันอย่างดุเดือด ได้แก่ การแข่งขันด้านสมรรถนะ หรือ THE OFF-ROAD KING เชิญชวนให้เหล่า TANKER ท้าทายขีดจำกัดทดสอบสมรรถนะในสนามออฟโรดหลังปรับแต่งสมรรถนะ และการแข่งขันเพื่ออวดโฉม หรือ THE CUSTOM KING ที่มีทั้งรูปแบบการเข้าร่วมแข่งขันแบบออนไลน์และการประกวดภายในงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นี้ ณ ESC Park รังสิต ปทุมธานี โดยงานนี้ นอกจากจะเป็นการประกวดรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นเทศกาลสุดเร้าใจที่ GWM จัดขึ้นสำหรับทั้งชาว TANKER และบุคคลทั่วไป เพื่อให้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับวัฒนธรรมและจิตวิญญาณความเป็น GWM TANK อย่างแท้จริง

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 2

สองบทพิสูจน์ที่เปิดโอกาสให้เหล่า TANKER แสดงศักยภาพที่แตกต่างได้อย่างเต็มพิกัด

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 3

•FAN FEVORITE AWARD – พื้นที่โชว์สไตล์ที่แตกต่างบนโลกออนไลน์: เวทีนี้เปิดโอกาสสำหรับ TANKER ที่ต้องการถ่ายทอดเอกลักษณ์การแต่ง GWM TANK ในแบบฉบับของตนเอง ผ่านการโพสต์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (ภาพนิ่ง/วิดีโอ) โดยเน้นการเล่าเรื่องแนวคิดการแต่ง การใช้งานจริง และดีเทลชิ้นงานที่โดดเด่น ผลงานจะพิจารณาจากจำนวนไลก์บนเฟซบุ๊ก ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมเปิดโอกาสให้สาธารณชนร่วมโหวต เพื่อค้นหาความโดดเด่นและต่างที่ยังคงความแข็งแกร่งในสไตล์ TANK Spirit อย่างแท้จริง

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 4

•THE OFF-ROAD KING – การทดสอบด้านสมรรถนะโดย TANKER สายลุยตัวจริง: สำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือในการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะการขับขี่ให้เป็นที่ประจักษ์ ผลงานการแต่งรถจะถูกทดสอบในสนามออฟโรดจริง ภายใต้เกณฑ์การแข่งขันที่โปร่งใส วัดผลได้ และตรวจสอบได้ ผู้เข้าแข่งขันต้องนำ GWM TANK ที่ผ่านการอัปเกรด ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ล้อและยาง ลงสนามเพื่อทำเวลา โดยมีการกำกับความปลอดภัยและบันทึกเวลาอย่างเป็นระบบ เกณฑ์การตัดสินพิจารณาจากรอบเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นสมรรถนะและประสิทธิภาพการปรับแต่ง ทั้งด้านแรงบิด การตอบสนอง การทรงตัว และการส่งกำลังในสถานการณ์จริง

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 5

•THE CUSTOM KING – พื้นที่โชว์สไตล์ที่แตกต่าง ตะโกนให้โลกรู้ถึงตัวตนที่เป็นเอกลัษณ์: เวทีที่เปิดโอกาสให้เหล่า TANKER อวดกาแต่งรถที่ไม่ซ้ำใคร ผ่านภาษาดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสีสันและพื้นผิวที่เลือกสรร บอดี้คิทที่ลงตัวกับสัดส่วน ล้อและชุดไฟที่สะดุดตา ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่เสริมคาแรกเตอร์ให้ GWM TANK โดดเด่นในทุกมุมมอง ผลงานจะถูกตัดสินใน 2 สาขา ได้แก่ THE BEST STYLISH สำหรับงานตกแต่งที่งดงาม สมดุล และทันสมัย และ THE BEST ADVENTURE สำหรับลุคที่ดุดัน แข็งแกร่ง พร้อมลุยเต็มพลัง

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 6

สำหรับชาว TANKER ที่ต้องการเข้าร่วมมหกรรมการแข่งขันความสนุกที่ไม่เหมือนใครนี้ สามารถเข้าร่วมโดยการโพสต์ภาพหรือวิดีโอรถ GWM TANK ที่แต่งแล้วบน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าสาธารณะ) เขียนเล่าแรงบันดาลใจในการแต่ง ใส่แฮชแท็ก #TANKMOD และแท็กเฟซบุ๊กเพจ @GWMTHAILAND และ @GWMTANKTHAILAND จากนั้นเข้าไปลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ที่ https://forms.gle/gq9BYs1bRo1wKrVg8 เลือกประเภทการแข่งขัน พร้อมกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนที่จำเป็น (ชื่อ–สกุล ช่องทางติดต่อ ชื่อบนเฟซบุ๊ก รุ่นรถ เลขตัวถัง (VIN) หรือสำเนาทะเบียนรถ) ทีมงาน GWM จะทำการตรวจสอบและยืนยันสิทธิ์ทางโทรศัพท์หรืออีเมลกับท่านอีกครั้งเพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม

ระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมและการตัดสิน

•การแข่งขันออนไลน์ FAN FAVOURITE AWARD รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 10 ตุลาคม 2568

•การแข่งขันภายในงาน (ทั้งแบบ Performance และ Appearance) รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 7

•การตัดสินและมอบรางวัล โดย

oการแข่งขันออนไลน์ จะตัดสินจากจำนวนไลก์บน Facebook ของโพสต์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะประกาศผู้ชนะในวันที่ 12 ตุลาคม 2568
(*GWM ขอสงวนสิทธิ์นับเฉพาะบัญชีบุคคลจริงเพื่อรักษาความยุติธรรมของผู้เข้าแข่งขันทุกคนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกิจกรรม และขอตัดสิทธิ์สำหรับผู้ที่ทำการโหวตที่ไม่ได้ใช้บัญชีจริงหรือมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในการแข่งขัน การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด)

oการแข่งขันภายในงาน จะตัดสินจากการโหวตของผู้เข้าร่วมงานและคณะกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ซึ่งจะตัดสินและประกาศรางวัลภายในงานวันที่ 18 ตุลาคม 2568

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 8

รางวัลการแข่งขัน
ผู้ชนะจากการแข่งขันออนไลน์และการประกวดภายในงาน ทั้งรูปแบบ FAN FAVOURITE AWARD, THE OFF-RAD KING และ THE CUSTOM KING จะได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 9

•การแข่งขันออนไลน์ รางวัล FAN FAVOURITE AWARD จำนวน 3 รางวัล
oรางวัลชนะเลิศ รับ โล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 20,000 บาท
oรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 10,000 บาท
oรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 5,000 บาท

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 11

•การแข่งขันภายในงาน รางวัล THE OFF-ROAD KING และ รางวัล THE CUSTOM KING (ทั้งประเภท THE BEST STYLISH และ THE BEST ADVENTURE) จำนวน 9 รางวัล
oรางวัลชนะเลิศ รับ โล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 50,000 บาท
oรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 30,000 บาท
oรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 20,000 บาท

GWM (Thailand) ขอเชิญชวนเหล่า TANKER ร่วมเข้าสมัครและส่งผลงานแต่ง GWM TANK เข้ามาประชันโฉมกัน ไม่ว่าคุณจะเชื่อในสต็อปวอชบนแทร็กหรือสายตาบนสเตจ สนามไหนก็ใช่สำหรับการพิสูจน์ตัวจริง พร้อมรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 335,000 บาท ร่วมติดตามกติกา ลิงก์ลงทะเบียน อัปเดตสำคัญได้ที่ Facebook: GWM Thailand

 

 

“ฮอนด้า” รวมพลังสร้างพื้นที่สีเขียว ผ่านโครงการ ฮอนด้าปลูก “รักษ์” เพื่อโลก พาพนักงานอาสาสมัครร่วมกับชุมชน กว่า 200 คน ปลูกต้นไม้ 3,000 ต้น คืนความสมบูรณ์ให้ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี

0
HONDA 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวสู่สิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยการปลูกต้นไม้รวมกว่า 3,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ นำโดยนายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านหว้าเอน พร้อมด้วยชาวบ้านและอาสาสมัครกว่า 200 คน ร่วมกันปลูกป่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

HONDA 2

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายฮอนด้าปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ภายใต้ 2 ทิศทาง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัย ซึ่งกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นความยึดมั่นในวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์สร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่ผืนป่าของชุมชนบ้านหว้าเอน ฮอนด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้สังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) ให้เกิดขึ้นในอนาคต”

HONDA 4

โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2568 ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนใกล้เคียงที่อยู่ในพื้นที่ที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ส่วนการผลิตดำเนินการอยู่ ซึ่งได้คัดสรรพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง อาทิเช่น ต้นสัก พะยูง ตะเคียน มะค่าโมง มะขามยักษ์ และขี้เหล็ก ซึ่งเหมาะสมกับสภาพดินและอากาศของป่าเบญจพรรณในพื้นที่ การปลูกป่ามีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืน ให้ชุมชนได้พึ่งพิงป่าในการดำรงชีวิตในอนาคต

HONDA 5
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า “ทางจังหวัดปราจีนบุรี ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากฮอนด้า ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่สีเขียวและขับเคลื่อนให้พื้นที่ป่าของจังหวัดปราจีนบุรีมีความยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับป่าบ้านหว้าเอน แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ช่วยลดผลกระทบจากสัตว์ป่า และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนไปพร้อมกัน”

HONDA 6
นายมนตรี ชาญกิจ ประธานป่าชุมชนบ้านหว้าเอน กล่าวว่า “ชุมชนบ้านหว้าเอนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางภาครัฐและฮอนด้าได้เข้ามาให้การสนับสนุน การร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนของเราอีกด้วย”

HONDA 8

โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมนำร่องในระยะแรก และมีแผนที่จะสนับสนุนโครงการตามแผนการจัดการ เพื่อสนับสนุนในการปลูก การบำรุง และการดูแลรักษาเพื่อให้กล้าไม้ได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ในระยะยาวอีกด้วย

HONDA 10

ฮอนด้ายังคงยืนหยัดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นในอนาคต โดยพร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป

อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 45 แก่โรงเรียนบ้านดินโส จ.กาญจนบุรี

0

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และนายณัฐ โก่งเกษร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ดีให้สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นปีที่ 12 แห่งที่ 45 ให้แก่ โรงเรียนบ้านดินโส อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของนักเรียนและครูในโรงเรียนรวมถึงคนในชุมชนตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบอย่างหนักมากต่อเกือบทุกธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นตลาดรถยนต์เมืองไทยก็กำลังเผชิญภาวะหดตัวอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของกลุ่มอีซูซุด้วย ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ก็ตาม เรายังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ตามที่ได้ตั้งปณิธานไว้  เรายังได้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ให้แก่ทุกโรงเรียนของโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” นับตั้งแต่โรงเรียนที่ 44 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของอีซูซุเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของอีซูซุ รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้พลังงานทดแทนอีกด้วย”

สำหรับโรงเรียนบ้านดินโส เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ตั้งอยู่ในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน คุณครู และบุคลากรทั้งสิ้นกว่า 413 คน โรงเรียนดังกล่าวประสบปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค แม้ว่าโรงเรียนบ้านดินโสจะมีบ่อน้ำใช้เพื่ออุปโภค   แต่น้ำสำหรับบริโภคต้องแบ่งใช้กับชาวบ้านจากบ่อน้ำของชุมชน ซึ่งมีปริมาณจำกัด และยังต้องผ่านเครื่องกรองน้ำที่มีการชำรุดบ่อยครั้ง ทำให้โรงเรียนต้องมีการจัดซื้อน้ำดื่มสะอาดเพื่อการบริโภคเพิ่มเติม อีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วย ระบบบ่อน้ำบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน อาคารผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้แก่บุคลากรที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนรวมถึงชุมชนบริเวณใกล้เคียงที่ได้ประโยชน์จากน้ำสะอาด กว่า 650 ครัวเรือน 1,500 คน ได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ในปีนี้ ได้เพิ่มอุปกรณ์พิเศษในกระบวนการผลิต    น้ำดื่มสะอาด นั่นคือ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของอีซูซุในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของอีซูซุ รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้พลังงานจากทรัพยากรทดแทน และยังช่วยลดค่าไฟฟ้าของโรงเรียนได้กว่า 3,000 บาทต่อเดือนอีกด้วย

คุณณัฐ โก่งเกษร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวถึงโครงการว่า “โครงการ อีซูซุให้น้ำ..เพื่อชีวิต เป็นโครงการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกับอีซูซุร่วมทำมาแล้วกว่า 44 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 45 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและมีความสำคัญ เราได้มอบโอกาสให้กับเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ไม่มีน้ำสะอาดไว้เพื่อบริโภคซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต สำหรับโครงการอีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิตครั้งต่อไป เราก็จะร่วมมือกับอีซูซุเหมือนเดิม เพื่อหาว่าตรงไหนที่ยังมีถิ่นทุรกันดาร เราจะหาน้ำให้เด็ก ๆ จนกว่าจะครบ”

คุณลิขิต โคกแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดินโส กล่าวถึงปัญหาน้ำที่โรงเรียนว่า ปัญหาน้ำของโรงเรียนที่เกิดขึ้นคือเราไม่มีน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน น้ำที่ใช้ทุกวันนี้เป็นน้ำในสระที่มีอยู่แล้ว เมื่อถึงช่วงหน้าแล้ง น้ำในสระก็จะเหือดแห้งไป นอกจากนี้น้ำในสระไม่ได้ไว้ใช้แค่ในโรงเรียนเท่านั้นแต่ชุมชนเอง ก็ต้องใช้น้ำจากตรงนี้ด้วย โครงการ อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต ได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยมีการเจาะน้ำบาดาล และสร้างเครื่องกรองน้ำให้ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี และได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ และชุมชนดีขึ้นตามลำดับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุที่ได้มอบโอกาสดี ๆ ให้กับพวกเรา

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป อีซูซุยังมุ่งเน้นแนวคิด Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์อีซูซุที่อยู่เคียงข้างคนไทย และเติบโตคู่สังคมไทย ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการทำธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนประเทศไทยต่อในอนาคตอย่างยั่งยืน

ฟอร์ดเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รุ่นพิเศษ ปรับโฉมแร็พเตอร์-ไวลด์แทรค-XLS เจาะตลาดคนรักการแต่งรถ พร้อมประกันจากโรงงาน

0

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างสีสันให้กับตลาดรถกระบะอีกครั้ง ปรับโฉมรถกระบะ 3 รุ่นย่อยพิเศษ ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค มอบทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ ให้เป็นกระบะสุดแกร่งที่มาพร้อมชุดแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวส่งตรงจากโรงงาน นำโดยสุดยอดรถกระบะสมรรถนะสูงฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 รถกระบะที่ตอบโจทย์ทั้งความสมบุกสมบัน และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ และฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เอ็กซ์ตร้า แพ็ค กระบะ 4 ประตูยกสูง รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ทั้งสามรุ่นย่อยมาพร้อมการรับประกันตัวรถและอุปกรณ์เสริมพิเศษนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 10:00 น.เป็นต้นไป

นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “เราทราบว่าลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับการปรับแต่งรถให้ดูมีสไตล์ ดุดัน และโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ฟอร์ดจึงตอบโจทย์นี้ด้วย ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค’ ที่นำรถรุ่นเรือธงมาตกแต่งเพิ่มความเท่และดุดัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เสริมมาตรฐานจากโรงงาน ลูกค้าจะได้รับรถที่พร้อมใช้งานในสไตล์ที่ต้องการทันที โดยมั่นใจได้ทั้งในคุณภาพของอุปกรณ์เสริมและการรับประกันจากฟอร์ด เพื่อมอบความคุ้มค่าและความมั่นใจในทุกการขับขี่”

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ขั้นสุดแห่งรถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และดีไซน์ที่ดุดัน ได้รับการปรับลุคเสริมความแกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์ ด้วยสปอร์ตบาร์ใหม่สุดเท่ สร้างความโดดเด่นให้กับรถกระบะสมรรถนะสูงสุดในตระกูลเรนเจอร์ เพิ่มลวดลายแสดงสุดยอดแห่งขุมพลัง ด้วยสติกเกอร์ลายเอกลักษณ์เฉพาะแร็พเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 เท่านั้น พร้อมยกระดับการเดินทางให้คอออฟโรดตัวจริง ด้วยโช้คอัพ FOXTM แบบ Live Valve Internal Bypass 2.5 นิ้ว และโหมดการขับขี่ 7 โหมด ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้เหนือมาตรฐานสำหรับคอออฟโรดตัวจริง ทั้งยังอวดความเท่ของเครื่องยนต์ วี 6 ได้ด้วยระบบ Active Valve Exhaust ปรับระดับเสียงท่อ 4 โหมด ที่เจ้าของรถควบคุมได้ผ่าน MY Mode ระบบบันทึกการตั้งค่าและเรียกใช้งานตามสไตล์ผู้ใช้รถแต่ละคน โดยสามารถกำหนดรูปแบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และท่อไอเสียได้ตามใจชอบ ภายในมอบความสะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยห้องโดยสารที่ใช้เบาะหนัง และหนังสังเคราะห์ เฉพาะของแร็พเตอร์ โดยเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสาร สามารถปรับไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง และเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงในรถด้วยลำโพง Bang & Olufsen® 10 ตำแหน่ง ที่มีเฉพาะในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 เท่านั้น จำหน่ายในราคา 1,984,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา คอมมานด์ เกรย์ และสีส้ม โค้ด ออเรนจ์

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ รถกระบะสำหรับลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะในการขับขี่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือการพักผ่อน มาพร้อมการปรับโฉมใหม่ ด้วยล้ออัลลอยใหม่แบบบีดล็อกขนาด 18 นิ้ว มอบความเท่ที่แตกต่างโดดเด่นพร้อมทุกการผจญภัย สติกเกอร์ลายใหม่ ตกแต่งด้านข้างตัวรถตั้งแต่ประตูด้านหน้าถึงประตูผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมสปอร์ตบาร์ที่แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไวลด์แทรคไม่เหมือนใคร ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มอบกำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ภายในตกแต่งแสดงอัตลักษณ์เฉพาะรุ่นแบบไวลด์แทรค พร้อมด้วยระบบเสียงและความบันเทิง รวมถึงฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ครบครัน จำหน่ายในราคา 1,104,000 บาท พร้อมฟรีประกันภายชั้นหนึ่ง มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ก

ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รถกระบะ 4 ประตูยกสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม มาพร้อมรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่เสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยการปรับโฉมสุดเท่ ไม่ว่าจะเป็นโรลบาร์ใหม่ เพิ่มความดุดันพร้อมเป็นตัวช่วยสำหรับคุณในทุกการใช้งาน และสติกเกอร์ตกแต่งด้านท้ายของตัวรถดีไซน์ใหม่ มอบทางเลือกให้ลูกค้าผู้ที่ต้องการทั้งรถกระบะพันธุ์แกร่งสำหรับการทำงาน และภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สามารถอวดความดุดันและโดดเด่นไปได้ทุกที่ อัดแน่นด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เจ้าของรถเรนเจอร์ไม่ว่าจะเป็นบันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ฝาท้ายกระบะที่สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานช่างอเนกประสงค์ พร้อมจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด และไม้บรรทัดวัดขนาดแบบ Built-in ที่แบ่งระยะวัดทุก 10 มิลลิเมตร ภายในมอบความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง และด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง และหน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 4 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ จำหน่ายในราคาพิเศษ 809,000 บาท (จากราคาปกติ 934,000 บาท) ตั้งแต่ 12 กันยายน 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568 มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว อาร์คติค ไวท์ และสีเทา เมทิเออร์ เกรย์

ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค ทั้ง 3 รุ่นย่อย มาพร้อมการรับประกันนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ด รุ่นใหม่ ได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด, YouTube Ford Thailand, TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand ผ่านแฮชแท็ก #FordRangerExtraPack #FordRangerRaptor #FordRangerWildtrak #FordRangerXLS #YouCantFakeTough

SUZUKI WORRY FREE PROGRAM สร้างปรากฎการณ์แห่งความคุ้มค่า 7 ปี ดันยอดขาย SUZUKI SWIFT อัดโปรแรงครึ่งปีหลัง ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผย “SUZUKI WORRY FREE PROGRAM” สร้างปรากฏการณ์ใหม่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ไม่ใช่เพียงแค่โปรโมชัน แต่คือการมอบความคุ้มค่าและความมั่นใจที่เหนือกว่าแก่ผู้บริโภคชาวไทย   ส่งผลให้ SUZUKI SWIFT ยังครองใจและมียอดขายอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตอกย้ำความคุ้มค่า ด้วยข้อเสนอพิเศษ  ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,462 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2568

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI SWIFT มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 155,626 คัน โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2555 ตอกย้ำให้เห็นได้ถึงความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิจากผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี และเป็นยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดที่มีความครบครัน ทั้งด้านดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดดีเยี่ยม มีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและเดินทางไกลได้อย่างลงตัว

สิ่งที่ทำให้ SUZUKI SWIFT แตกต่างและโดดเด่นอย่างแท้จริงคือ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เราตั้งใจมอบให้นานถึง 7 ปี เพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ช่วยทำให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำและสานต่อความสำเร็จให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอนำเสนอแคมเปญพิเศษ “โปรคุ้ม ผ่อนสบาย มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กได้ง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มทางเลือกพิเศษในการเป็นเจ้าของให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่  1 กันยายน-30 พฤศจิกายน 2568 ดังนี้

 

โปรคุ้ม ผ่อนสบาย 1  : SUZUKI WORRY FREE PROGRAM + ผ่อนเริ่มต้น 5,462 บาท/เดือน

  • SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
  • ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
  • ฟรี! บริการบำรุงรักษาตามระยะทาง นานสูงสุด 7 ปี
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นานสุงสุด 7 ปี
  • ผ่อน 99 งวด เริ่มต้นเพียงเดือนละ 5,462 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

โปรคุ้ม ผ่อนสบาย 2 : ดอกเบี้ย 0%

  • ดาวน์เริ่มต้น 25%
  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนสูงสุด 48 งวด
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

“SUZUKI SWIFT เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร  มอบทั้งความเร้าใจในการขับขี่และความคุ้มค่าด้านความประหยัดให้แก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง”

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของซูซูกิยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค เพราะนอกจากเป็นรถยนต์ที่มอบให้แต่ความคุ้มค่าและยังเป็นรถที่บำรุงรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง ซึ่งเรายังมีความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริงที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

“Leapmotor B10” ล็อตแรกถึงไทยแล้ว! เตรียมพร้อมเปิดตัวและประกาศราคาเร็วๆ นี้

0
Leapmotor B10 1

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า Leapmotor เตรียมความพร้อมต้อนรับรถ Leapmotor B10 พวงมาลัยขวาล็อตแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในอาเซียน เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ยลโฉมคันจริงเร็วๆ นี้ หลังจากเปิด PRE Booking Leapmotor B10 ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

Leapmotor B10 2

Leapmotor B10 3

Leapmotor B10 5

 

“GWM” ไขข้อสงสัย การรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสูงสุดในไทย 1 ล้านกิโลเมตร*

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เผยถึงข้อกังวลของผู้ใช้งานรถยนต์ดีเซลในไทยที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความมั่นใจในการใช้รถยนต์ดีเซล โดยเฉพาะเมื่อระยะการใช้งานเกินกว่าระยะเวลารับประกัน 150,000 กิโลเมตร หรือรถมีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ซึ่งมักเป็นมาตรฐานที่ค่ายรถในวงการรถยนต์ดีเซลได้กำหนดไว้ หลังจากถึง ‘ระยะวิกฤต’ ดังกล่าวแล้วนั้น ผู้ใช้งานจะรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจเนื่องจากการบำรุงรักษาและซ่อมแซมที่จะตามมาในจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาและคลายความกังวลใจนี้ GWM (Thailand) ชูจุดแข็งของนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่พัฒนาและคิดค้นขึ้นเอง โดยอยู่ในรถยนต์ SUV ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL เพื่อมอบความมั่นใจแม้จะใช้งานเกินระยะรับประกันที่รถยนต์ดีเซลในตลาดทั่วไปมักกำหนดไว้ กับระยะเวลาการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี* (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหนักและสายลุยที่ต้องการความอุ่นใจและเชื่อมั่นในการใช้งานในระยะยาว

GWM Thailand  2

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด คำตอบที่ใช่ด้านคุณภาพและความทนทานหนึ่งความกังวลใจของผู้ใช้งานในไทย คือ ความไม่มั่นใจในเทคโนโลยีดีเซลจากประเทศจีน ทั้งนี้ GWM เป็นแบรนด์ที่เกิด และเติบโตมาจากเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งในประเทศจีนกว่า 30 ปี การันตีด้วยผู้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเกือบ 2 ล้านคน ใน 170 ประเทศและทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศแอฟริกาใต้ ละตินอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรัสเซีย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยมและความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ในระดับโลก

GWM Thailand  3

สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน มอบพละกำลังสูงสุดถึง 184 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรแบบต่อเนื่องหรือแฟตทอร์คที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ทำให้การออกตัวและการขับขี่ในพื้นที่ที่มีความท้าทายเป็นไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่มีช่วงอัตราทดเกียร์ที่กว้างถึง 8.843 ทำให้รถสามารถเปลี่ยนเป็นเกียร์ 9 ได้ที่ความเร็วเพียง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถปรับอัตราการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ในแต่ละสภาพถนน และสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นออกไป เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ใหม่ของ GWM มาพร้อมกับเทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์และลดเสียงรบกวน NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบใหม่ของท่อไอเสีย เพลาลูกเบี้ยว ปั๊มน้ำมันเครื่อง ท่อน้ำมันแรงดันสูง สายพาน Timing และ Balance Shaft จึงทำให้ห้องเครื่องยนต์มีระดับเสียงต่ำกว่า 68 เดซิเบลในช่วง idle speed ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นิ่ง ไม่สั่น ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย

และเพื่อยืนยันประสิทธิภาพดังกล่าว เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ยังผ่านการทดสอบในสภาพอากาศหนาวและร้อนสุดขั้ว 300 ชั่วโมง ทดสอบการทำงานที่ความเร็วรอบสูงสุด 500 ชั่วโมง ทดสอบการรับน้ำหนักในสภาวะต่าง ๆ 650 ชั่วโมง รวมถึงการทดสอบในสภาพถนนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันถึง 76 รูปแบบทั่วโลก โดยมีระยะทางรวม 6 ล้านกิโลเมตร ซึ่งการทดสอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความทนทานเพื่อรองรับการใช้งานหนักในระยะยาว ภายใต้สภาพถนน
ที่หลากหลายและท้าทายของประเทศไทย ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัดแบบสมบุกสมบัน

เหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซลในตลาด GWM กล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลยาวนานที่สุดในไทย

GWM Thailand  5

GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL มีการรับประกันเครื่องยนต์ที่ยาวนานที่สุดในไทย โดยกล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยครอบคลุมชิ้นส่วนหลักของเครื่องยนต์ 5 ส่วน ได้แก่
1.ฝาครอบฝาสูบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน
2.ฝาสูบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน
3.เสื้อสูบเครื่องยนต์ส่วนบนและชิ้นส่วนภายใน
4.เสื้อสูบเครื่องยนต์ส่วนล่างและชิ้นส่วนภายใน
5.อ่างน้ำมันเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน

GWM Thailand  8

การกล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลในระยะทางยาวนานถึง 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี* คือการตอกย้ำถึงความมั่นใจในคุณภาพและความทนทานของเครื่องยนต์ และเป็นการสะท้อนความจริงใจของ GWM (Thailand) ที่ต้องการดูแลลูกค้าในระยะยาวและสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน ว่าการเลือก GWM TANK Series คือการลงทุนในการใช้ชีวิตและการเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888