Home Blog Page 37

“ตรีเพชรอีซูซุเซลส์” ผนึก “กรมการขนส่งฯ” จัดศึกคิงออฟแชมป์ “ISUZU EURO 5 MAX” รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวม 1 ล้านบาท

0
ISUZU EURO 5 MAX 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก จัดการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ครั้งที่ 18 รอบชิงชนะเลิศ หรือ “ศึกคิงออฟแชมป์ ISUZU EURO 5 MAX” ประจำปี 2568 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทย บริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ISUZU EURO 5 MAX 2

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุมีความภาคภูมิใจที่ได้จัดการแข่งขัน ‘อีซูซุยอดนักขับมือทอง รอบชิงชนะเลิศ’ หรือ ‘ศึกคิงออฟแชมป์ ISUZU EURO 5 MAX’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอีซูซุในการพัฒนามาตรฐานผู้ขับขี่รถบรรทุกไทยให้มีทั้งความเชี่ยวชาญ ความปลอดภัย และความเป็นมืออาชีพ อันจะนำไปสู่การยกระดับวงการโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นโดยได้นำรถบรรทุก ISUZU King of Trucks EURO 5 MAX ที่ครองความนิยมสูงสุดในประเทศไทยมาใช้ในการชิงชัย รถรุ่นนี้เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาบำบัดไอเสีย (AdBlue) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังคงคุณภาพและความทนทานที่ผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุไว้วางใจมาอย่างยาวนาน พร้อมกันนี้อีซูซุยังได้นำเสนอ Isuzu Life Cycle Solutions โซลูชันส์ที่สนับสนุนผู้ใช้รถอีซูซุตลอดการใช้งานให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อรถ กระบวนการลดต้นทุน พร้อมให้คำแนะนำด้านบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ควมคุมค่าใช้จ่ายจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ให้ผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง

ISUZU EURO 5 MAX 3

อีซูซุเชื่อมั่นว่าการแข่งขันครั้งนี้ จะไม่เพียงค้นหาสุดยอดนักขับมือทอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของวงการขนส่งไทย และตอกย้ำบทบาทของอีซูซุในฐานะผู้นำตลาดรถบรรทุกที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยไปทุกเส้นทางอีกด้วย”

ISUZU EURO 5 MAX 4

การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง 2568” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถหัวลาก และประเภทรถสิบล้อลากพ่วง โดยเปิดรับสมัครนักขับฝีมือดี และทำการแข่งขันรอบคัดเลือก ตั้งแต่ 28 มิถุนายน – สิงหาคมที่ผ่านมา รวม 4 สนามระดับภูมิภาค ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.อุดรธานี จ.เชียงใหม่ และ จ.ชลบุรี ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านบททดสอบทั้งภาคทฤษฎีอันเข้มข้น ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการขนส่งและจราจร จิตวิทยา ทักษะการตัดสินใจ รวมถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน และภาคปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันในสถานีทดสอบต่าง ๆ ที่มีความท้าทายเฉพาะทาง อาทิ สถานีการแข่งทักษะการขับเดินหน้า สถานีการแข่งขันทักษะการบังคับเลี้ยว สถานีการแข่งขันทักษะการขับถอยหลัง และสถานีการแข่งขันทักษะการจอด โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

ISUZU EURO 5 MAX 5

ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง
-ชนะเลิศ : นายสุรศักดิ์ ศิริสาร จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเค สหขนส่ง รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
-รองชนะเลิศอันดับ 1 : นายสุธี ศิริปรุ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิรพรรุ่งเรือง รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
-รองชนะเลิศอันดับ 2 : นายบุญสาย อันนอก จาก บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
ประเภทรถบรรทุกหัวลาก
-ชนะเลิศ : นายธีรพล ไชยรัตน์ จาก บริษัท เตียงน้ำทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
-รองชนะเลิศอันดับ 1 : นายสมใจ เรืองศิระการกุล จาก บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ค (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
-รองชนะเลิศอันดับ 2 : นายยอดรัก นิลคำเมือง จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เพิ่มทรัพย์ 168 รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ISUZU EURO 5 MAX 6

พร้อมกันนี้อีซูซุได้มอบรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาท ให้แก่เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท อีกด้วย

นายสุรศักดิ์ ศิริสาร จากห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเค สหขนส่ง เจ้าของตำแหน่งคิงออฟแชมป์ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง เผยว่า “การแข่งครั้งนี้ท้าทายมากครับ สถานีที่ยากสำหรับผมที่สุดน่าจะเป็นสถานีสลับช่องจอดเพราะมีจุดบังคับทางมาก ทางแคบ ผมหักเลี้ยวหลายที แต่ผมก็ตั้งใจมากครับแม้จะเคยเข้าร่วมการแข่งขันมา 4-5 ปี ปีนี้ทำสำเร็จคว้ารางวัลชนะเลิศได้แล้วครับ อยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ นักขับรถบรรทุกที่สนใจมาสมัครโครงการอีซูซุยอดนักขับมือทองกันเยอะ ๆ ครับ”

ISUZU EURO 5 MAX  7

ด้านนายธีรพล ไชยรัตน์ จากบริษัท เตียงน้ำทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด คิงออฟแชมป์ประเภทรถบรรทุกหัวลาก คนล่าสุด กล่าวถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ปีที่แล้วผมก็ร่วมแข่งขันโครงการอีซูซุยอดนักขับมือทอง แต่พลาดไม่ได้แชมป์ ปีนี้จึงไม่พลาดกลับมาแข่งอีกครั้ง และก็คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ตั้งใจมาจากบ้านเลยปีนี้ผมเต็มที่มากครับ”

ISUZU EURO 5 MAX 9

โดยคุณพัฒน์เทพ จันทร์ประภานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซลเล็นซี ออโต้ บิซิเนส จำกัด ได้ร่วมเผยความรู้สึกในฐานะเจ้าของกิจการที่สนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมแข่งขันว่า “อีซูซุยอดนักขับมือทองเป็นโครงการที่ช่วยให้พนักงานที่เข้าร่วมการแข่งขันมีโอกาสได้ฝึกและพัฒนาทักษะการขับขี่ของตัวเองได้ดีขึ้น และยังเป็นแรงบันดาลใจที่ดีพร้อมส่งต่อความรู้ที่ได้จากการแข่งขันให้แก่เพื่อนพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย โดยส่วนตัวผมประทับใจอีซูซุอยู่แล้ว โดยเฉพาะโปรแกรมอีซูซุแคร์ โซลูชันส์ดูแลรถครบวงจร ที่ทำให้เราวางใจจนสามารถไปบริหารจัดการด้านการตลาดอื่น ๆ ได้เต็มที่ นอกจากนี้อีซูซุยังสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจสม่ำเสมอทุกปีอีกด้วย”

ISUZU EURO 5 MAX 8

เช่นเดียวกับคุณนพพล ธนธีระบรรจง และคุณจินตนา สอนคำมูล CEO ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคบรรจงขนส่ง เผยว่า “กิจกรรมแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทองถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดของวงการคนขับรถบรรทุกเมืองไทย เพราะเจ้าของกิจการมีโอกาสได้ส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมทักษะและทดสอบ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคม พนักงานที่มาแข่งได้รับการอบรม เรื่องการขับขี่ปลอดภัย การขับแบบประหยัดน้ำมัน แล้วยังนำความรู้เหล่านี้ไปบอกต่อกับเพื่อนพนักงานที่บริษัทได้อีก สำหรับผมยังชื่นชอบโซลูชันส์เทเลเทค ซึ่งเป็น GPS ที่ช่วยส่งเสริมและเตือนการขับขี่ดีให้แก่พนักงาน พร้อมทั้งสามารถวัดผลการขับขี่ด้านต่าง ๆ เป็นคะแนนออกมาเพื่อให้บริษัทใช้ประเมินและปรับปรุงการทำงานของพนักงานขับรถได้ด้วยครับ”

ISUZU EURO 5 MAX 10

ร่วมติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของอีซูซุได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook : Isuzu Trucks Thailand

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ ต้อนรับ อนุบาลบ้านสนุกคิด

0
พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 1

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok เปิดบ้านต้อนรับ น้องๆ โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด พร้อมครู และผู้ปกครอง จำนวน 23 คน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านประวัติศาสตร์ยานยนต์ ทั้ง 7 ยุค อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ จุดประกาย ให้น้องๆ เรียนรู้วิวัฒนาการยานยนต์ อย่างสนุกสนาน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 2

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 3

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 4

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 5

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok 8

หน่วยงานที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 0-2055-8444

มาสด้าเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้บุคลากรระดับผู้นำองค์กร จัดสัมมนาถ่ายทอดวิสัยทัศน์และมอบนโยบายส่งมอบความสุขให้ลูกค้า

0

มาสด้า ประกาศรวมพลคนแถวหน้าส่งมอบนโยบายการดำเนินธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน ด้วยการยกระดับประสบการณ์และถ่ายทอดคุณค่าแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ไปสู่ลูกค้า เดินหน้าพัฒนาทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 หรือ Mazda National Dealer Leadership Seminar ภายใต้ธีม “Drive Customer Experience Forward” ผู้นำยุคใหม่พร้อมพลิกโฉมเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยกระดับคุณค่าแบรนด์มาสด้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมขับเคลื่อนวิถีการทำงานตามแนวทางการปฏิรูปองค์กร (Business Transformation) ด้วยคุณค่าหลัก 3 ประการ คือ Brand & Culture, People และ Mazda Experience Touchpoint เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ ณ จุดขาย พร้อมส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้ามาสด้าทั่วประเทศ โดยมีบุคลากรระดับผู้นำทีมของผู้จำหน่ายมาสด้า ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 350 คน โดยจัดขึ้น ณ โรงแรม Grand Richmond ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อมอยู่เสมอ คือ หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและมีความหมายให้กับลูกค้า ตามที่มาสด้าได้ประกาศนโยบายใหม่ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนของการทำงาน โดยผสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำนโยบายเหล่านี้ไปเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า มุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ นั่นคือ Top Customer Retention Brand อันส่งผลต่อการสร้างแบรนด์และธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

งานสัมมนาจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 มีวัตถุประสงค์หลักคือการถ่ายทอดนโยบายการทำงานประจำปี และต่อยอดไปสู่การยกระดับคุณค่าแบรนด์ให้กับบุคลากรระดับผู้นำองค์กรของผู้จำหน่าย ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบุคลากรแถวหน้าที่ลูกค้าได้สัมผัสโดยตรงให้มีความพร้อมและเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการถ่ายทอดและผลักดันนโนบายต่าง ๆ สู่บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศ ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับลูกค้าด้วยคุณค่าแบรนด์มาสด้าที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการนำเครื่องมือใหม่ ๆ และข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ พร้อมเชื่อมโยงทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ดังนี้

  • Brand & Culture: การถ่ายทอดคุณค่าและดีเอ็นเอของแบรนด์มาสด้า เพื่อยึดถือเป็นหลักเดียวกันในการปฏิบัติงานของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
  • People: การปรับกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทักษะ และความรู้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างสร้างสรรค์ และมุ่งขับเคลื่อนการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท
  • Mazda Experience Touchpoint: การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านการรับฟังเสียงของลูกค้าและแฟนมาสด้า หรือ Voice of Fans เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ด้วยคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์มาสด้าผ่านเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ มาสด้ายังได้รวบรวมทีมบุคลากรมาสด้าชั้นเลิศที่ใกล้ชิดกับลูกค้าและมีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มาร่วมออกแบบการทำงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั่วประเทศให้ราบรื่นต่อเนื่อง

งานสัมมนาครั้งนี้ บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศยังได้แสดงพลังกันส่งมอบคำมั่นสัญญา เพื่อมุ่งมั่นและตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยร่วมกันเขียนข้อความที่เป็นคำมั่นสัญญาพร้อมเติมเต็มรอยยิ้มให้ลูกค้ามาสด้าของเรา นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ด้วยการเขียนข้อความ คอมมิสเม้นต์ “Your Happiness is My Happiness – ความสุขของลูกค้า คือความสุขของเรา” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คำมั่นสัญญาส่วนตัวเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนถึงความรู้สึกในใจของบุคลากรมาสด้าทั่วประเทศด้วยเช่นกัน เพื่อมุ่งมั่นและทุ่มเทในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคำมั่นที่ร่วมกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าหลักและแก่นแท้ของแบรนด์มาสด้าที่ทุกคนยึดถือมาโดยตลอด และพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าทุกคน

บุคลากรระดับผู้นำของผู้จำหน่าย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดและส่งต่อคุณค่าหลักของแบรนด์ และนำนโยบายต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้ารูปแบบใหม่ ๆ  และนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า จะนำมาซึ่งคุณค่าและประสบการณ์ความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า เพื่อให้มาสด้ากลายเป็น Top Customer Retention Brand อันเป็นเป้าหมายสูงสุด มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและได้รับความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าตลอดไป ภายใต้ปรัชญา Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

“ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป”  ประกาศแต่งตั้งผู้บริหาร รองรับการเติบโตของงานใหญ่กลางปี

0
ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป 1

เพื่อรองรับการเติบโตของงานมหกรรมซื้อขายยานยนต์ Bangkok International Grand Motor Sale หรือ BIG MOTOR SALE โดย บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งสร้างความเคลื่อนไหวในภาคธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทยให้อยู่ในระดับที่เพิ่มขึ้นทุกปี นางมนต์สวรรค์ ขันมณี ประธานใหญ่การจัดงาน และ นายจรวย ขันมณี  ประธานกรรมการบริหาร ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารเพิ่มเติมเพื่อให้การดำเนินงานสำคัญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการจัดงานสมตามเป้าหมายของการจัดงานนี้ขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ.2557 

เมื่อเสร็จสิ้นงาน BIG MOTOR SALE  ครั้งที่ 12 ในปีนี้ด้วยความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ ตามที่ปรากฏต่อสายตาผู้ร่วมงานและข่าวสารมากมาย   จึงได้แต่งตั้งให้ นางสาวจุฑามาศ  ขันมณี (แพรว)  ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ “แบรนด์แอมบาสเดอร์กิตติมศักดิ์” ของงาน และได้ใช้เวลาศึกษาข้อมูลความเป็นไปในด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ยานยนต์  การสื่อสารประชาสัมพันธ์และการนำเสนอด้านการตลาดในแนวทางใหม่นอกเหนือจากการผลิตนิตยสารในเครือของบริษัท ได้รับประสบการณ์ด้านบริหารจัดการเพื่อดำเนินงาน BIG MOTOR SALE  มาเป็นเวลา 3 ปี  ให้เข้ารับตำแหน่ง Vice President of Organizing The Event  ของบริษัท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2568 เป็นต้นไป

ในตำแหน่งนี้ นางสาวจุฑามาศ จะดูแลและรับผิดชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานทุกส่วนเพื่อให้งานมหกรรมซื้อขายรถยนต์กลางปีโดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ได้สร้างคุณค่าและคุณประโยชน์แก่ธุรกิจอุตสาหกรรม   ยานยนต์อย่างต่อเนื่องและเพิ่มพูนขึ้นในทุกปี

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา *

คุณแพรว จุฑามาศ เกิดเมื่อวันที่  14  กรกฎาคม  พ.ศ.2538   ศึกษาขั้นต้นจนถึงมัธยมปลายที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต ระหว่างการศึกษาได้พยายามหาความรู้ความเข้าใจในธุรกิจต่างๆ อยู่เสมอ     จากนั้นเดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านธุรกิจความงามที่ Liverpool John Moores  University และ  Academy of Medical Sciences  รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมด้านการลงทุนและการตลาดที่ London Business School แล้วกลับสู่ประเทศไทยเพื่อเตรียมเข้ารับหน้าที่บริหารจัดการงาน BIG MOTOR SALE อย่างเต็มตัว

 

 

“PORSCHE” เผยโฉมยนตรกรรมรุ่นสูงสุดของตระกูล 911 กับ Porsche 911 Turbo S ในงาน IAA Mobility

0
Porsche 911 Turbo S 1

ปอร์เช่ เผยโฉมยนตรกรรมรุ่นสูงสุดของตระกูล 911 ในงาน IAA Mobility ที่กรุงมิวนิก ด้วยระบบขับเคลื่อน T-Hybrid สุดล้ำพร้อมกับเทอร์โบคู่ไฟฟ้า ทำให้ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) รุ่นใหม่ กลายเป็นรถในตระกูล 911 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมาพร้อมกับขุมกำลัง 523 กิโลวัตต์ (711 แรงม้า) ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ผสานสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่น ความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

สตุ๊ทการ์ท. 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ ก้าวตามรอยตำนานที่ยิ่งใหญ่ของรุ่นก่อนหน้า ที่ถือเป็นมาตรฐานในโลกของรถสปอร์ต ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล ความพิเศษเฉพาะตัว และการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ พร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้นในทุกมิติ โดยมีให้เลือกทั้งตัวถังแบบคูเป้และคาบริโอเลต พร้อมกับสมรรถนะที่สูงขึ้น ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบแอโรไดนามิกที่อัจฉริยะมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พิเศษมากยิ่งขึ้น

Porsche 911 Turbo S 2

แฟรงค์ โมเซอร์ (Frank Moser) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์รถยนต์ 911 และ 718 กล่าวว่า “911 เทอร์โบ เอส คือการขับปอร์เช่ 911 ที่สมบูรณ์แบบและใช้งานได้หลากหลายที่สุด ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การขับขี่ระยะไกล หรือบนสนามแข่ง 911 เทอร์โบ เอส ใหม่นี้ มอบความสะดวกสบาย มีเอกลักษณ์ และรวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

ขุมพลังเทอร์โบคู่พร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid สุดล้ำ
ขุมพลังสมรรถนะสูงที่ี่พัฒนาขึ้นมาใหม่ให้กำลังรวม 523 กิโลวัตต์ (711 แรงม้า) ทำให้ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ กลายเป็นยนตรกรรมในตระกูล 911 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ซึ่งพร้อมใช้งานในช่วงรอบเครื่องกว้างตั้งแต่ 2,300 – 6,000 รอบต่อนาที และยังมีจุดพีคกำลังที่ต่อเนื่องเป็นพิเศษระหว่าง 6,500 – 7,000 รอบต่อนาที ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้พลังสูงสุด 711 แรงม้าได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี T-Hybrid น้ำหนักเบา 400 โวลต์ ซึ่งทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 61 แรงม้าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยเทคโนโลยี T-Hybrid เปิดตัวครั้งแรกจาก 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS) ปี 2024 และพัฒนาต่อยอดมาจนถึงใน 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ โดยใน จีทีเอส (GTS) ใช้ เทอร์โบไฟฟ้า (eTurbo) เพียงตัวเดียว แต่สำหรับ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ นี้ถูกติดตั้ง eTurbo คู่ โดยใบพัดและคอมเพรสเซอร์ได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อตอบโจทย์สำหรับรุ่นสูงสุด ซึ่งทั้งสองตัวจะช่วยเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนได้อีกด้วย ทั้งยังมีแบตเตอรี่แรงดันสูงน้ำหนักเบา พร้อมความจุ 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับใน 911 คาร์เรร่า จีทีเอส โดยทำงานร่วมกับเกียร์ PDK 8 สปีดที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Porsche Traction Management (PTM) ผลลัพธ์คือ 911 เทอร์โบ เอส คูเป้ (911 Turbo S Coupé) รุ่นใหม่นี้ ทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.5 วินาที โดยเร็วกว่ารุ่นก่อน 0.2 วินาที และใช้เวลาเพียง 8.4 วินาที ถึง 200 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า 0.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กม./ชม.

Porsche 911 Turbo S 3

เร็วกว่ารุ่นก่อนราว 14 วินาทีบนสนาม Nürburgring Nordschleife

ถึงแม้ว่าจะมีองค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นจากระบบไฮบริดประสิทธิภาพสูง แต่ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 85 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้กลับถูกชดเชยด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นอย่างเต็มที่ในทุกด้าน โดยพิสูจน์ได้จากเวลาในการทดสอบช่วงสุดท้ายในฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 บนสนามนูร์เบอร์กริง นอร์ดชไลเฟอ (Nürburgring Nordschleife) ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส รุ่นพรางตัว ทำเวลาได้ 7:03.92 นาที ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวดเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 14 วินาที ยอร์ก เบิร์กไมสเตอร์ (Jörg Bergmeister) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของปอร์เช่ ผู้ร่วมพัฒนาและทดสอบ กล่าวว่า “คุณแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่ารถคันนี้มีความคล่องตัว ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น รวมถึงทำเวลาได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าในทุก ๆ ช่วงสำคัญของสนาม”

Porsche 911 Turbo S 5

ระบบเบรกและยางที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะสูงสุด

วิศวกรของปอร์เช่ได้ปรับปรุงองค์ประกอบโดยรอบของ 911 เทอร์โบ เอส เพื่อให้สมกับการเป็นรถในตระกูล 911 รุ่นสูงสุด โดยยางรุ่นใหม่ที่นำมาใช้ ได้พัฒนาให้ยึดเกาะบนถนนที่แห้งได้มากขึ้น ทั้งยังคงประสิทธิภาพบนถนนที่เปียกได้ดี เพลาหลังของรถยนต์สปอร์ตรุ่นนี้ติดตั้งยางที่กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตรเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีขนาด 325/30 ZR 21 ส่วนเพลาหน้าใช้ยางขนาด 255/35 ZR 20 ซึ่งเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า ระบบ Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน มาพร้อมผ้าเบรกแบบใหม่ สามารถรองรับแรงกดมหาศาล ช่วยยกระดับสมรรถนะการเบรกและสัมผัสแป้นเบรกให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งทีมวิศวกรยังได้เพิ่มเส้นผ่านศูนย์กลางของจานเบรกที่เพลาหลังจาก 390 มม. เป็น 410 มม. ส่วนเพลาหน้าใช้จานเบรกขนาด 420 มม. ซึ่งทำให้ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ มาพร้อมระบบเบรก PCCB ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ปอร์เช่เคยติดตั้งในรถยนต์รุ่นสองประตู

Porsche 911 Turbo S 7

 

ระบบแอโร์ไดนามิกแบบแอคทีฟอัจฉริยะ

แนวคิดแอโรไดนามิกรูปแบบใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและเสถียรภาพของ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ โดยประกอบด้วย ช่องลมระบายอากาศแบบแอคทีฟแนวตั้งบริเวณด้านหน้า และดิฟฟิวเซอร์หน้าแบบแอคทีฟ ร่วมกับสปอยเลอร์หน้าที่ปรับได้ และสปอยเลอร์หลังที่สามารถยืดออกและปรับองศาได้ ซึ่งสืบทอดมาจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ การไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนในระบบเบรกและหม้อน้ำถูกปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันระบบแอโรไดนามิกแบบ แอคทีฟยังสามารถปรับการทำงานอย่างชาญฉลาดตามสถานการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการลดแรงยกเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ หรือการลดแรงต้านอากาศเมื่อองค์ประกอบต่างๆ ถูกพับเก็บเข้าไป โดยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Drag Coefficient)ของ 911 เทอร์โบ เอส คูเป้ จะลดลง 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในโหมดที่ใช้องค์ประกอบแอโรไดนามิกทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ระบบแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟยังช่วยเสริมการเบรกบนถนนเปียก โดยในโหมดเปียก (Wet Mode) ดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าจะปิดเพื่อป้องกันจานเบรกหน้าจากละอองน้ำ

Porsche 911 Turbo S 6

แชสซีเพื่อความคล่องตัวและเสถียรภาพที่เหนือกว่า
ระบบขับเคลื่อน T-Hybrid ที่มาพร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและชุดแบตเตอรี่ ช่วยให้ปอร์เช่สามารถติดตั้งระบบ Porsche Dynamic Chassis Control แบบควบคุมด้วยไฟฟ้า–ไฮดรอลิก (ehPDCC) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน 911 เทอร์โบ เอส รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยลดการโคลงของตัวรถขณะเปลี่ยนทิศทาง และเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าและออกโค้ง โดยทำงานร่วมกับคานกันโคลงที่เชื่อมถึงกัน โดยมีแรงดันน้ำมันถูกปรับตามสภาพการขับขี่ ทำให้ตัวคานสร้างแรงพยุงและรักษาสมดุลของรถ ส่งผลให้รถสปอร์ตทรงพลังคันนี้ควบคุมง่ายขึ้น มั่นใจยิ่งขึ้น และให้ทั้งความสบายและพลวัตการขับขี่ที่ดีกว่าเดิม

ในการพัฒนานี้ ได้ปรับปรุงทั้งความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งยกระดับทำให้ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ มีทั้งความสะดวกสบาย มั่นคงและคล่องตัวในเวลาเดียวกัน โดยสำหรับในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบควบคุมแชสซีไฟฟ้า–ไฮดรอลิก (ehPDCC) มาพร้อมระบบยกเพลาหน้าเป็นมาตรฐาน ซึ่งสามารถตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ด้วยการผสานเข้ากับระบบไฟฟ้าแรงสูง 400 โวลต์

ระบบท่อไอเสียสปอร์ตใหม่ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน มาพร้อมหม้อพักไอเสียด้านหลังและปลายท่อไอเสียที่ทำจากไทเทเนียม ช่วยตอกย้ำเอกลักษณ์เฉพาะของ 911 Turbo S ด้วยเสียงเร้าใจที่ออกแบบขึ้นเพื่อรถยนต์สปอร์ตรุ่นสูงสุดโดยเฉพาะ พร้อมทั้งช่วยลดน้ำหนักตัวรถได้ถึง 6.8 กิโลกรัม นอกจากนี้การปรับปรุงเครื่องยนต์ภายในยังช่วยเพิ่มมิติของเสียงรถให้มีความเร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ที่ทำงานด้วย ระบบวาล์วไทมิ่งแบบไม่สมมาตร (Asymmetrical Timing) เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่มีหลากหลายมิติและความถี่ ทำให้ได้เสียงที่หนักแน่น ลึก และคมชัดยิ่งขึ้น

Porsche 911 Turbo S 7

ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมชุดอุปกรณ์แบบพรีเมียม

ใน 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ ถือเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่นำกลยุทธ์การออกแบบของรุ่นเทอร์โบมาใช้กับตระกูล 911 โดยมีองค์ประกอบหลายส่วนโดดเด่นด้วยสี Turbonite ที่สงวนไว้เฉพาะในรุ่นเทอร์โบ เท่านั้น รวมถึงสัญลักษณ์ปอร์เช่และตัวอักษร “Turbo S” ในด้านท้ายรถ รวมไปถึงอุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะรุ่น Turbo S ที่ปีกหลังและกรอบกระจกข้าง และล้อของ Turbo S ยังมาพร้อมดีไซน์ใหม่แบบ Center Lock ที่มาในโทนสี Turbonite เพิ่มความมีเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น

ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นเทอร์โบ 911 เทอร์โบ เอส ใหม่ มาพร้อมตัวถังและช่วงล้อที่กว้างกว่าคาร์เรร่า (Carrera) อย่างชัดเจน พร้อมช่องดักอากาศที่ด้านข้างบริเวณท้ายรถ กันชนหลัง ออกแบบใหม่ให้โดดเด่นด้วยช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ช่วยเน้นความกว้างของตัวถัง รวมถึงปลายท่อไอเสียไทเทเนียม ดีไซน์เฉพาะของเทอร์โบรุ่นใหม่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ เทอร์โบ เอส เช่นเดียวกับลวดลายมุก (pearl structure) แบบไดนามิกเหนือเส้นไฟท้าย ทั้งนี้ยังมีปลายท่อไอเสียไทเทเนียมทรงวงรีพร้อมพื้นผิวพิเศษให้เลือกเป็นออปชัน โดยรวมแล้วดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ทำให้ เทอร์โบ เอส แตกต่างอย่างชัดเจนจาก 911 รุ่นอื่น ๆ

Porsche 911 Turbo S 8
การตกแต่งด้วยสี Turbonite คือเอกลักษณ์ที่สะท้อนความพิเศษภายในตัวรถ โดยจะปรากฏอยู่ทั้งบนแผงประตู พวงมาลัย แผงแดชบอร์ด คอนโซลกลาง ตะเข็บตกแต่ง นาฬิกา Sport Chrono และชุดมาตรวัด รวมไปถึง เข็มขัดนิรภัยและปุ่มหลายจุดบนคอนโซลกลาง ก็ถูกออกแบบโดยใช้สี Turbonite เช่นกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ เพิ่มวัสดุตกแต่งลายคาร์บอนผสานกรอบโทน Neodyme และเพดานบุไมโครไฟเบอร์เจาะรู (Perforated Microfiber) พร้อมชั้นรองสีดำ เพื่อยกระดับความหรูหราและเอกลักษณ์ของห้องโดยสาร

ปอร์เช่ยังติดตั้งไฟหน้า HD Matrix LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมฟังก์ชันไฟส่องสว่างอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องขับขี่ในเวลากลางคืน รวมไปถึง Sport Chrono Package พร้อมมาตรวัดอุณหภูมิยาง ระบบช่วงล่าง PASM ปรับเฉพาะรุ่น ระบบควบคุมการโคลงไฟฟ้า–ไฮดรอลิก PDCC และท่อไอเสียสปอร์ตไทเทเนียม เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และภายในมีการติดตั้งเบาะ Sport Seats Plus แบบปรับไฟฟ้า 18 ทิศทางพร้อมฟังก์ชันจำตำแหน่ง และตัวอักษร “Turbo S” บนพนักพิงศีรษะที่เป็นมาตรฐานจากโรงงาน และลายปั๊มนูน Turbo S บนเบาะและแผงประตู ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ของ 911 Turbo 930 รุ่นแรก ทั้งยังมีเบาะสปอร์ตน้ำหนักเบาแบบพับได้ที่คุ้นเคยมาจาก 911 GT3 ให้เลือกเป็นออปชันสำหรับรุ่นคูเป้

Porsche 911 Turbo S 8

สำหรับตัวเลือกการปรับแต่งที่มากขึ้น สามารถเลือกปรับแต่งผ่าน Porsche Exclusive Manufaktur โดยนอกจากสีตัวถังในแพ็คเกจ Paint to Sample ที่มีให้เลือกมากกว่า 100 เฉดสี ยังสามารถเลือกปรับแต่งล้อ Turbo Exclusive Design แผ่นคาร์บอนพ่นสี Neodyme หลังคาคาร์บอนน้ำหนักเบา ไฟท้ายและช่องดักอากาศด้านหลังแบบ Exclusive Design และยังเป็นครั้งแรกที่สามารถเลือกก้านปัดน้ำฝนคาร์บอน ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าปกติถึง 50% พร้อมทั้งยังสามารถปรับแต่งภายในเพิ่มเติมได้ทั้ง ตะเข็บตกแต่งสีตัดกัน การปั๊มนูนชื่อเฉพาะ คอนโซลเบาะและแผงข้างประตูหุ้มหนังพร้อมตะเข็บตกแต่งสุดประณีต รวมถึงกุญแจพ่นสีเฉพาะบุคคล

911 Turbo S บนข้อมือคุณ

Porsche Design Timepieces Configurator เปิดโอกาสให้คุณได้ออกแบบรถยนต์สปอร์ตบนข้อมือของคุณได้ โดยสามารถปรับแต่งให้เหมือนกับ 911 เทอร์โบ เอส ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ รายละเอียด หน้าปัดสีดำรุ่นใหม่มาพร้อมกับองค์ประกอบในโทน Turbonite ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของตัวรถ และนอกจากสี Turbonite แล้ว สีตัวถังในทุกเฉดสี (รวมถึงสีที่สั่งทำเฉพาะ) ยังสามารถนำมาปรับแต่งรอบหน้าปัดนาฬิกาได้ โดยตัวเรือนทำมาจากไทเทเนียมเคลือบสีดำและสายทำมาจากหนังและด้ายจากภายในรถยนต์ปอร์เช่ ซึ่งไฮไลต์คือตัวอักษร “Turbo S” ที่จะถูกปั๊มลงบนสาย โดยนาฬิกาจะขับเคลื่อนด้วยกลไก Porsche Design Caliber WERK 01.200 พร้อมการรับรอง COSC และฟังก์ชัน Flyback โรเตอร์ขึ้นลานที่สามารถเลือกได้ สะท้อนดีไซน์จากล้อของ 911 Turbo S หลายรุ่น พร้อมตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่ ในสี Turbonite ที่เป็นเอกลักษณ์ และในด้านหลังตัวเรือนสามารถสลักข้อความได้ โดย Chronograph 911 Turbo S ทุกเรือนจะถูกสั่งผลิตด้วยมือแบบสั่งทำพิเศษที่โรงงานนาฬิกาปอร์เช่ในเมืองเกรนเชน (Grenchen) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Porsche 911 Turbo S 10
911 เทอร์โบ เอส ใหม่ เปิดให้สั่งจองแล้ววันนี้ในประเทศไทย โดยราคาสำหรับ 911 เทอร์โบ เอส รุ่นคูเป้ เริ่มต้นที่ 27,900,000 บาท และราคาสำหรับ 911 เทอร์โบ เอส รุ่นคาบริโอเลตเริ่มต้นที่ 29,200,000 บาท โดยคาดว่าทั้ง 2 รุ่นจะสามารถส่งมอบ์ได้ในช่วงกลางปี 2026

(มีคลิปวีดีโอ) “ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค” รุ่นพิเศษ ปรับโฉม 3 รุ่น แร็พเตอร์-ไวลด์แทรค-XLS เจาะตลาดคนรักการแต่งรถ พร้อมประกันโรงงาน

0
Ford Ranger Extra Pack 1

ฟอร์ด ประเทศไทยสร้างสีสันให้กับตลาดรถกระบะอีกครั้ง ปรับโฉมรถกระบะ 3 รุ่นย่อยพิเศษ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค’ มอบทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ ให้เป็นกระบะสุดแกร่งที่มาพร้อมชุดแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวส่งตรงจากโรงงาน นำโดยสุดยอดรถกระบะสมรรถนะสูงฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 รถกระบะที่ตอบโจทย์ทั้งความสมบุกสมบัน และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ และฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เอ็กซ์ตร้า แพ็ค กระบะ 4 ประตูยกสูง รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ทั้งสามรุ่นย่อยมาพร้อมการรับประกันตัวรถและอุปกรณ์เสริมพิเศษนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 10:00 น.เป็นต้นไป

นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “เราทราบว่าลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับการปรับแต่งรถให้ดูมีสไตล์ ดุดัน และโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ฟอร์ดจึงตอบโจทย์นี้ด้วย ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค’ ที่นำรถรุ่นเรือธงมาตกแต่งเพิ่มความเท่และดุดัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เสริมมาตรฐานจากโรงงาน ลูกค้าจะได้รับรถที่พร้อมใช้งานในสไตล์ที่ต้องการทันที โดยมั่นใจได้ทั้งในคุณภาพของอุปกรณ์เสริมและการรับประกันจากฟอร์ด เพื่อมอบความคุ้มค่าและความมั่นใจในทุกการขับขี่”

Ford Ranger Extra Pack 2

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ขั้นสุดแห่งรถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และดีไซน์ที่ดุดัน ได้รับการปรับลุคเสริมความแกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์ ด้วยสปอร์ตบาร์ใหม่สุดเท่ สร้างความโดดเด่นให้กับรถกระบะสมรรถนะสูงสุดในตระกูลเรนเจอร์ เพิ่มลวดลายแสดงสุดยอดแห่งขุมพลัง ด้วยสติกเกอร์ลายเอกลักษณ์เฉพาะแร็พเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 เท่านั้น พร้อมยกระดับการเดินทางให้คอออฟโรดตัวจริง ด้วยโช้คอัพ FOXTM แบบ Live Valve Internal Bypass 2.5 นิ้ว และโหมดการขับขี่ 7 โหมด ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้เหนือมาตรฐานสำหรับคอออฟโรดตัวจริง ทั้งยังอวดความเท่ของเครื่องยนต์ วี 6 ได้ด้วยระบบ Active Valve Exhaust ปรับระดับเสียงท่อ 4 โหมด ที่เจ้าของรถควบคุมได้ผ่าน MY Mode ระบบบันทึกการตั้งค่าและเรียกใช้งานตามสไตล์ผู้ใช้รถแต่ละคน โดยสามารถกำหนดรูปแบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และท่อไอเสียได้ตามใจชอบ ภายในมอบความสะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยห้องโดยสารที่ใช้เบาะหนัง และหนังสังเคราะห์ เฉพาะของแร็พเตอร์ โดยเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสาร สามารถปรับไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง และเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงในรถด้วยลำโพง Bang & Olufsen® 10 ตำแหน่ง ที่มีเฉพาะในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 เท่านั้น จำหน่ายในราคา 1,984,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา คอมมานด์ เกรย์ และสีส้ม โค้ด ออเรนจ์

Ford Ranger Extra Pack  3

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ รถกระบะสำหรับลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะในการขับขี่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือการพักผ่อน มาพร้อมการปรับโฉมใหม่ ด้วยล้ออัลลอยใหม่แบบบีดล็อกขนาด 18 นิ้ว มอบความเท่ที่แตกต่างโดดเด่นพร้อมทุกการผจญภัย สติกเกอร์ลายใหม่ ตกแต่งด้านข้างตัวรถตั้งแต่ประตูด้านหน้าถึงประตูผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมสปอร์ตบาร์ที่แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไวลด์แทรคไม่เหมือนใคร ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มอบกำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ภายในตกแต่งแสดงอัตลักษณ์เฉพาะรุ่นแบบไวลด์แทรค พร้อมด้วยระบบเสียงและความบันเทิง รวมถึงฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ครบครัน จำหน่ายในราคา 1,104,000 บาท พร้อมฟรีประกันภายชั้นหนึ่ง มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ก

Ford Ranger Extra Pack  4

ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เอ็กซ์ตร้า แพ็ค รถกระบะ 4 ประตูยกสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม มาพร้อมรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่เสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยการปรับโฉมสุดเท่ ไม่ว่าจะเป็นโรลบาร์ใหม่ เพิ่มความดุดันพร้อมเป็นตัวช่วยสำหรับคุณในทุกการใช้งาน และสติกเกอร์ตกแต่งด้านท้ายของตัวรถดีไซน์ใหม่ มอบทางเลือกให้ลูกค้าผู้ที่ต้องการทั้งรถกระบะพันธุ์แกร่งสำหรับการทำงาน และภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สามารถอวดความดุดันและโดดเด่นไปได้ทุกที่ อัดแน่นด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เจ้าของรถเรนเจอร์ไม่ว่าจะเป็นบันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ฝาท้ายกระบะที่สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานช่างอเนกประสงค์ พร้อมจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด และไม้บรรทัดวัดขนาดแบบ Built-in ที่แบ่งระยะวัดทุก 10 มิลลิเมตร ภายในมอบความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง และด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง และหน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 4 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ จำหน่ายในราคาพิเศษ 809,000 บาท (จากราคาปกติ 934,000 บาท) ตั้งแต่ 12 กันยายน 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568 มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว อาร์คติค ไวท์ และสีเทา เมทิเออร์ เกรย์

Ford Ranger Extra Pack  5

ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค ทั้ง 3 รุ่นย่อย มาพร้อมการรับประกันนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

Ford Ranger Extra Pack  6

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ด รุ่นใหม่ ได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด, YouTube Ford Thailand, TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand ผ่านแฮชแท็ก #FordRangerExtraPack #FordRangerRaptor #FordRangerWildtrak #FordRangerXLS #YouCantFakeTough

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “Nissan Serena e-Power” CMY2025) MPV ไซส์กลาง ขับสนุก นั่งสบาย เทคโนโลยี e-Power ช่วยเรื่องประหยัด

0
Nissan Serena e-Power 1

Nissan Serena e-Power เอ็มพีวี ไซส์กลางที่ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย นำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นตลาด โดยได้กระแสตอบรับอย่างดีจากยอดจองกว่า 1,000 คัน ที่กำลังทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ไฮไลท์ของรถรุ่นนี้นอกจากการออกแบบที่ทันสมัย ยังได้รับการพัฒนาพร้อมขยายความจุของเครื่องยนต์เป็นขนาด 1.4 ลิตร พร้อมระบบ e-POWER เจเนอเรชันล่าสุด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า รวมถึงระบบความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield ในครั้งนี้ Auto Motor Thailand ได้นำมาทดลองพร้อมรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับใครที่กำลังมองหารถครอบครัวไว้ตอบโจทย์การใช้งาน ติดตามเรื่องราวได้จากรายงาน   

1,690,000 บาท คือค่าตัวของ Nissan Serena e-POWER รหัส C28 ซึ่งทำตลาดในไทยเพียงรุ่นเดียวและใช้ชื่อรุ่นว่า “Highway Star” และคันที่เราได้นำมาทดสอบในครั้งนี้มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน Stylish Package ทั้ง สเกิร์ตกันชนหน้า,ชายบันไดข้าง,สปอยเลอร์หลังคา,ชุดไฟเลี้ยวแบบต่อเนื่อง,ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว, คิ้วกันชนท้าย ,กันสาดประตู ,กระจังหน้าแบบสปอร์ต ,ชุดพรมปูพื้น ทั้งหมดในส่วนของชุดแต่งที่กล่าวไว้ มูลค่ารวม 65,290 บาท

Nissan Serena e-Power 2

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ Next Generation V-Motion ไฟหน้าแบบ Full LED มีไฟ Daytime รวมไว้เสร็จสรรพ ความโดดเด่นของรถคันนี้มาจากประตูสไลด์ไฟฟ้าพร้อมเซ็นเซอร์เท้า สำหรับเข้าออกห้องโดยสาร ประตูท้ายแบบ Dual Back Door แยกส่วนการเปิด/ปิด ไม่ต้องยกทั้งบาน

Nissan Serena e-Power 3

กระจกบานหน้าและหน้าต่างคู่หน้าแบบ Acoustic Glass ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ภายในเป็นแบบ 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat พร้อมโต๊ะอเนกประสงค์พับเก็บได้ และเบาะแถวที่ 3 สามารถปรับเอนและพับเก็บได้ พร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง

ห้องโดยสารกว้างขวางมาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน และระบบฟอกอากาศ Plasmacluster ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ติดตั้งมาตรวัด Full Digital ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมการแสดงภาพกราฟิก 3 มิติ พ่วงจอสัมผัสขนาดเดียวกันสำหรับใช้งานระบบ Nissan Connect รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มีปุ่ม Camera ไว้แสดงภาพจากกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring – IAVM)

Nissan Serena e-Power 5

Nissan Serena e-Power 6

พัฒนาระบบ e-Power รุ่นล่าสุด โดยใช้ครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.4 ลิตร พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตร ที่ 5,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,700 – 8,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,600 รอบ/นาที เคลมอัตราสิ้นเปลือง 18.2 กม./ลิตร

ระบบ e-PEDAL ยังคงใช้เป็นตัวเร่งการชาร์จไฟ รวมถึงช่วยในการชะลอความเร็วจนถึงหยุดนิ่ง โหมดรขับขี่ให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Standard, ECO Sport และ EV

Nissan Serena e-Power 5

ระบบช่วงล่างเซ็ทอัพมาให้ขับสบาย ด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกเป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ

ในครั้งนี้ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° SAFETY SHIELD ซึ่งประกอบไปด้วย

-ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking (IEB)
-ระบบการเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชน Intelligent Forward Collision Warning (IFCW)
-สัญญาณหยุดฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
-ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)
-ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD)
-ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
-ระบบป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา Intelligent Blind Spot Intervention (IBSI)
-ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW)
-ระบบควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทาง Intelligent Lane Intervention (ILI)
-ระบบเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
-กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM)
-ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
-ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (IDA)
-ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
-ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
-สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน
-ระบบเสียงเตือนคนเดินถนน VSP (Vehicle Sound for Pedestrian)
-สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง

การใช้งานในเมืองไม่ถือเป็นรื่องยาก เพราะวงเลี้ยวแคบเพียง 5.7 ม. เสียงรบกวนในห้องโดยสารงานมีน้อยมาก จากคุณสมบัติการปกป้องขอกระจก 2 ชั้น ในรูปแบบ Acoustic Glass ทัศนวิสัยในการขับขี่กว้างขวาง มองได้สบาย นำหนักพวงมาลัยผู้หญิงขับสบาย แถมปรับรูปแบบตามการขับขี่ได้หลากรูปแบบ

Nissan Serena e-Power 8

คาแรกเตอร์ของช่วงล่างปรับเซทมานุ่ม นั่งสบาย แต่การยึดเกาะยังคงทำให้การขับขี่สนุนสนาน ระบบ e-POWER ที่ใช้มอเตอรืไฟฟ้าเป็นพลังในการขับเคลื่อน เนื่องจากไม่ต้องรอรอบ เหมือนเครื่องยนต์สันดาป ส่งผลให้ลอยตัวได้รวดเร็ว แต่ก็ประหยัดเอาเรื่อง อัตราสิ้นเปลืองทำได้เกือบ 20 กม.ลิตรตามอีโค่สติกเกอร์เป็นสิ่งการันตี

Nissan Serena e-Power 10

ในส่วนของระบบ e-Power หากเปิดใช้งานยังทีการดึงหนัก ซึ่งหากใช้ในสถานการณ์ลงทางชัน จะช่วยเป็น Engine Brake ได้ในตัว และยั่วยเร่งการชาร์จให้รวดเวยิ่งขึ้น แต่หากปิดการใช้งาน การรีชาร์จพลังงานก็ยังทำปกติ เพียงแต่จะช้ากว่าใช้ระบบช่วย

Nissan Serena e-Power 11

ในขณะนี้ Nissan Sereana e-Power ยังคงล่าแต้มยอดจำหน่ายอยู่อย่างต่อเนื่อง จากลูกค้ากลุ่มที่ไม่ต้องการเสียเวลาในการชาร์จไฟ รวมถึงความเชื่อมั่นในแบรนดืซึ่งหากมองเรื่องหลังการขาย Nissan ยังเป็นต่อรถยนต์แบรนด์ใหม่จากจีนอยู่หลายขุม เพราะเรื่องของเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศนั่นเอง

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” จัด ‘AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY’ ยกขบวนรถผู้บริหารป้ายแดงในเครือ BMW Group ครบทุกเซกเมนท์ กว่า 50 คัน ราคาสุดว้าว พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท 10-14 กันยายน 2568 ณ QUARTIER AVENUE ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์

0
AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 1

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ จัดมหกรรม ‘AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY’ ที่สุดแห่งการรวมตัวของรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รวมกว่า 50 คัน ครบทุกเซกเมนต์ มาจัดแสดงพร้อมจำหน่าย ภายใต้ราคาสุดพิเศษแบบไม่เคยมีมาก่อน ระหว่างวันที่ 10–14 กันยายน 2568 QUARTIER AVENUE ชั้น G และอาคารจอดรถ อาคาร C ชั้น BM ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์ หรือรับสิทธิพิเศษสำหรับยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู ทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ และ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขาทั่วประเทศ

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 2

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “มิลเลนเนียม ออโด้ กรุ๊ป ร่วมฉลองเดือน 9 ด้วยกิจกรรมสุดว้าวกว่าทุกครั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ได้ครอบครองรถผู้บริหารป้ายแดงในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กับราคาที่ยากจะปฏิเสธ พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท”

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 3

++ ‘Amazing 9 Executive Car Day’ ที่สุดของดีลแห่งปี งานนี้ไม่ควรพลาด

ภายในงาน เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจ ได้สัมผัสกับรถผู้บริหารป้ายแดง บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด แบบละลานตากว่า 50 คัน ให้เลือกครบ
จบในงานเดียว มาพร้อมส่วนลดและข้อเสนอที่ไม่ซ้ำกับในโชว์รูม รวมถึงสิทธิประโยชน์
และรางวัลต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท โดยไฮไลท์ภายในงาน มีดังนี้

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 5

 

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้

  • BMW 220i Gran Coupe ราคาจำหน่ายปกติ 2,119,000 บาท ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท*
  • BMW 320d M Sport LCI 1 ราคาจำหน่ายปกติ 2,939,000 บาท ราคาพิเศษ 2,299,000 บาท*
  • BMW 330e M Sport LCI 1 ราคาจำหน่ายปกติ 3,169,000 บาท ราคาพิเศษ 2,099,000 บาท*
  • BMW 530e M Sport Condrive ราคาจำหน่ายปกติ 4,139,000 บาท ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท*
  • BMW X1 sDrive20i M Sport ราคาจำหน่ายปกติ 2,739,000 บาท ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท*
  • BMW i5 eDrive40 M Sport ราคาจำหน่ายปกติ 5,219,000 บาท ราคาพิเศษ 2,999,000 บาท*
  • BMW i7 xDrive60 M Sport ราคาจำหน่ายปกติ 8,149,000 บาท ราคาพิเศษ 4,899,000 บาท*

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79%*
  • รับประกันคุณภาพนานสูงสุด 6 ปี*
  • นำรถคันเก่ามาเทรด-อิน รับฟรี! กล้องติดรถยนต์ BMW Advanced Car Eye 3.0 มูลค่า 23,000 บาท*
  • ลุ้นรับบัตรโดยสารสายการบินไทย, บัตรที่พักหรูจาก ANATARA VACATION CLUB (Avani+Samui – Pool Villa (3 วัน 2 คืน) พร้อม Avani Spa 60 นาที สำหรับ 2 ท่าน, สมาร์ทวอชต์ Garmin และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท*
  • MOBILIFE Package มูลค่า 10,000 บาท*

พิเศษสำหรับสมาชิก SCARLET, PLATINUM M CARD และ EM STELLAR รับเพิ่ม Shopping Complex Cash Coupon มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท* และสำหรับสมาชิก M CARD รับคะแนน M Point สูงสุด 160,000 คะแนน* เมื่อจองและออกรถภายในเวลาที่กำหนด

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 5

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้

AMAZING 9 กับ MINI Millennium Auto คัดพิเศษ! รถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย 9 คัน
ครบทุกรุ่น พร้อมข้อเสนอที่ทำให้การเป็นเจ้าของมินิง่ายกว่าที่คิด

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,490,000 บาท*
  • ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาทต่อเดือน*
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี! กล้องติดรถยนต์ MINI Advanced Car Eye 3.0*

AMAZING 9 EXECUTIVE CAR DAY 9

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้

  • ยนตรกรรมไฮไลท์ CE04 (ไฟฟ้า 100%), C400GT, R1300GSA, S1000RR*
  • ส่วนลดสูงสุด 264,000 บาท*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี! เก้าอี้แคมป์ปิ้ง BMW MOTORRAD
  • ฟรี! Dry bag Rack-Pack 30 Touratech waterproof*

เพลิดเพลินกับกิจกรรมสร้างสีสัน ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ พร้อม Evening Live Music
เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

BMW Millennium Auto Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

Line Official: https://lin.ee/Cg7ysco

FB/IG: MINI Millennium Auto

https://www.millenniumauto.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

แรงต่อเนื่อง! ครึ่งทางเปิดลงทะเบียน จองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ยอดพุ่ง 2,607 คัน ก่อนเปิดตัว 25 กันยายน

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยยอดจองสิทธิ์ ALL NEW SUZUKI FRONX ผลตอบรับดีเกินคาด ผ่านครึ่งทางตัวเลขทะลุ 2,607 คัน หลังการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแบรนด์ซูซูกิได้เป็นอย่างดี

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการเปิดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ให้สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เพียงครึ่งทางของการเปิดลงทะเบียนมีผู้บริโภคให้ความสนใจจองสิทธิ์เข้ามาสูงถึง 2,607 คัน และยังคงมีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนจองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

All New Suzuki FRONX 1

ALL NEW SUZUKI FRONX ถูกพัฒนาขึ้นมาให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย การตอบรับอย่างรวดเร็วผ่านยอดจองสิทธิ์ที่ผ่านไปเพียงสองสัปดาห์ ซูซูกิขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจจองสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น ความไว้วางใจทางด้านคุณภาพ การให้บริการ ว่าเราจะสามารถมอบความคุ้มค่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่สนใจจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ยังสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ www.suzuki.co.th/getreadyforfronx ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 กันยายน 2568 โดยผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จและทำการจองพร้อมรับมอบรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX หลังจากวันที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 จะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท ฟรี

เตรียมพบกับการเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ALL NEW SUZUKI FRONX ได้ในวันที่ 25 กันยายน 2568 นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.suzuki.co.th หรือโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

“มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ” มอบเงินกว่า 3.5 ล้าน สานต่อเจตนารมณ์สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม

0
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ยึดมั่นในวิสัยทัศน์องค์กร คือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” เดินหน้าสานต่อภารกิจอันเป็นประโยชน์เพื่อสังคม ประจำปี พ.ศ. 2568 มอบเงินสนับสนุน มูลค่ารวม 3,580,000 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีก 1,500,000 บาท สำหรับ 6 โครงการ ได้แก่

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 2

•ทุนการศึกษาแก่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 3
•ทุนการศึกษาสำหรับผู้ทุพลลภาพแก่สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 4
•เงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 5
•อุปกรณ์การเรียนแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 6
•เงินสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 7
•และอุปกรณ์จราจรแก่หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวม 7 หน่วยงาน

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ 10

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ครอบคลุมทั้งการศึกษา การดำรงชีวิต ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ตลอดจนการเสริมสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด