Home Blog Page 38

“เอ็มจี” สรุปยอดจองในงาน “MOTOR EXPO 2025” กว่า 4,827 คัน

0
เอ็มจี 1

 

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยยอดจองในงาน MOTOR EXPO 2025 ด้วยตัวเลข 4,827 คัน ด้วยกระแสโค้งสุดท้ายของมาตรการสนับสนุน EV 3.0 สำหรับรถยนต์กลุ่มอีวีมาแรงตามคาด 3 รุ่นยอดนิยมจึงเป็นของ NEW MG S5 EV PLUS ตามด้วย NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG IM6 อีกทั้ง 3 รุ่นนี้ ยังเป็นโมเดลที่ลูกค้าให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุดเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ของรถไฟฟ้า เอ็มจี ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า และการรับประกันแบบ LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับรถโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ส่งผลให้บูธเอ็มจีคึกคักต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการจัดงาน

MG Cars 2

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน MOTOR EXPO 2025 ถือเป็นปีที่คึกคักมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของแบรนด์รถยนต์ที่เข้ามาเป็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และจำนวนลูกค้าที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากการรวบรวม
ความคิดเห็นของลูกค้าเข้ามาที่บูธเอ็มจี พบว่า นอกเหนือจากการพิจารณาในเรื่องดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ราคา
และความคุ้มค่าแล้ว ลูกค้าในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการดูแลระยะยาว การรับประกัน และบริการหลังการขายมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจและตัดสินใจจองซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี คือ
การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ
LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับตัวรถ และไม่จำกัดทั้งระยะทาง และผู้ครอบครอง รวมถึงการดูแลหลังการขายที่ เอ็มจี ยกระดับทั้งด้านศูนย์บริการ มาตรฐานช่างผู้เชี่ยวชาญ และอะไหล่ที่พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศ

MG Cars 2

นอกจากนี้ เอ็มจี ยังได้รวบรวมสถิติในด้านต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของ เอ็มจี ในงาน MOTOR EXPO
ครั้งนี้ โตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 46% โดยในรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS ทำยอดจองได้ 1,737 คัน NEW MG 4 ELECTRIC ทำยอดจองได้ 1,568 คัน ส่วนในกลุ่มพรีเมียมได้แก่ MG IM6  MG MAXUS9 MG MAXUS7 และ MG CYBERSTER มียอดจองรวมที่ 950 คัน กลุ่มรถยนต์สันดาปและพลังงานทางเลือก ได้แก่ ALL NEW MG3 HYBRID+ MG5 MG VS HEV MG HS และ MG ZS ยอดรวมอยู่ที่ 440 คัน  ซึ่งนอกจากยอดจองที่โตขึ้นแล้ว ลูกค้ายังให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุด และหลังจากทดลองขับลูกค้ากว่า 90% ตัดสินใจจองรถในทันที สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพ นวัตกรรม และความคุ้มค่าของรถยนต์ เอ็มจี อย่างแท้จริง”

MG Cars 3

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

The All-Electric Mazda6e สุดฮ็อต ลูกค้าแห่จอง Premiere Package 3,000 สิทธิ์ เตรียมเดินสายอวดโฉมที่โชว์รูมมาสด้า

0
Mazda 1

มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จหลังจากลูกค้าให้ความสนใจจนแน่นบูธตลอดทั้งงาน เตรียมเดินสายอวดโฉมกับกิจกรรม ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า ตลอดเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e กันอย่างใกล้ชิด แทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ภายหลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ด้วยยอดจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ ลูกค้าที่สนใจสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลตารางจัดกิจกรรมได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th  และ Mazda Virtual Showroom ที่มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในการชมรถทางออนไลน์

Mazda 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิตอล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ที่ผ่านมา รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์นั่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 ตามด้วย มาสด้า3 และ มาสด้า6 ในขณะที่รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีกระแสตอบรับดีที่สุด ได้แก่ มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-3, มาสด้า CX-5 และ มาสด้า CX-8 ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็ยังคงสร้างยอดขายให้มาสด้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งปิกอัพมาสด้า บีที-50 และรถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า MX-5 โดยมีลูกค้าเข้ามาชมกันอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการตอบรับของลูกค้าที่ยังคงมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่ในสไตล์มาสด้า”

Mazda 3

สำหรับ The All-Electric Mazda6e ที่เปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองสิทธ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ และยังคงมีลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มาสด้าเล็งเห็นถึงกระแสการตอบรับในครั้งนี้ จึงได้จัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า เพื่อให้ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสสัมผัสรถจริง และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถก่อนตัดสินใจจองรับสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* โดยมาสด้าได้เพิ่มสิทธิ์ในการจอง Mazda6e Premiere Package* จนถึง 31 ธันวาคม 2568* เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับมาสด้าเป็นอย่างดี โดยกิจกรรมจะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมมาสด้าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือตรวจสอบตารางการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

สำหรับ ‘Mazda6e Premiere Package’* ประกอบด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท*

Mazda 8

The All-Electric Mazda6e เปิดตัวพร้อมแนวคิด จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว “Electrified Perfection in Oneness” กับนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู NeoFastback ที่มีให้เลือก 2 สไตล์ คือ สไตล์ Premium Black ห้องโดยสารตกแต่งภายในด้วยวัสดุหนังสีดำให้ภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย สไตล์ Exclusive Nappa Suede ยกระดับภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง Nappa/Suede สีแทน ออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion สง่างามทุกมุมมองทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ และสปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติ ตามความเร็วรถ ให้สมรรถนะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิตไต แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** รองรับการชาร์จด่วน DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที***

Mazda 9

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้า ‘The All-Electric Mazda6e’ ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า 100% จากแบรนด์มาสด้า แต่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โชว์รูมมาสด้าได้ สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ได้ผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน

ตารางการจัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ในเดือนธันวาคม 2568

วันที่ ผู้จำหน่าย จังหวัด
12-13 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า ราชาออโต้เซลส์ (สำนักงานใหญ่)

ร้อยเอ็ด

นครราชสีมา

14-15 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร มหาสารคาม
16-17 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า วี แอนด์ พี

กาฬสินธุ์

อุดรธานี

19-20 ธันวาคม 2568 มาสด้า พิจิตรเพชร

มาสด้า โค้วยู่ฮะ ยานยนต์

ขอนแก่น

ขอนแก่น

23-24 ธันวาคม 2568 มาสด้า ชูเกียรติยนต์ นครศรีธรรมราช
26-27 ธันวาคม 2568 มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ (สำนักงานใหญ่)

มาสด้า เชียงใหม่ (สำนักงานใหญ่)

สงขลา

เชียงใหม่

สามารถติดตามข่าวสารการจัดงาน “Mazda6e Electric Showcase” ในเดือนมกราคม 2569 ได้จากช่องทาง Mazda Official Platform

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ‘The All-Electric Mazda6e’ เป็นอย่างดี มาสด้าเตรียมที่จะส่งมอบรถพร้อมประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกท่าน และให้การดูแลท่านอย่างดีที่สุด เพื่อแทนคำขอบคุณที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า และให้มาสด้าดูแลท่าน รวมถึงคนที่ท่านรักไปตลอดอายุการใช้งาน” นายภพนิพิฐ กล่าว

 

ปิดฉาก MOTOR EXPO 2025 ยอดจองรถยนต์กว่า 7 หมื่นคัน

0
_cuva

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” งานใหญ่โค้งสุดท้ายปี 2568 ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงเกินครึ่ง ตามติดด้วย รถไฮบริด รถสันดาป รถพลัก-อิน ไฮบริด ส่วนจักรยานยนต์คึกคัก ผู้ชมรวมกว่า 1.5 ล้าน เงินสะพัด 7 หมื่นล้านบาท

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “งาน MOTOR EXPO 2025 เป็นการจัดงานที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแห่งปี ผนวกกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 (EV 3.0) ที่จะสิ้นสุดปีนี้ รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มปี 2569 ส่งผลให้งานประสบความสำเร็จอย่างสูง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท”

สำหรับยอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 50 % ส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด) 50 %

นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 58.4 % รถเก๋ง 27.8 % รถอเนกประสงค์ (MPV) 7.6 % รถกระบะ 4.5 % และอื่นๆ 1.7 %

รถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” สูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ MITSUBISHI XFORCE, HONDA HR-V, GEELY EX2, JAECOO 5 EV, BYD ATTO3 และ TOYOTA YARIS CROSS

รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ LAMBRETTA, YAMAHA, DECO, EM และ ZONTES

ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,122,347 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 177,637 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 7 หมื่นล้านบาท

ปีนี้ ผู้ชมงานสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสถานีเมืองทองธานี และยังมีแพคเกจ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ที่อำนวยความสะดวกระดับ VIP ส่งผลให้มีผู้เข้าชมงาน 1,521,296 คน ยอดดาวน์โหลด MOTOR EXPO APPLICATION 45,298 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,028,044 วิว

พบกันใหม่ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

อีซูซุขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกรถจากฐานการผลิตไทยไปตลาดโลกครบ 3 ล้านคัน

0

อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ “มิว-เอ็กซ์” จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลกครบ 3,000,000 คัน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทย

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ความสำเร็จในการส่งออกรถอีซูซุครบ 3 ล้านคันในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของอีซูซุและประเทศไทยในฐานะ “ฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปยังกว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยรถอีซูซุที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการเป็นสินค้าคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น ความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รถยนต์อีซูซุที่ผลิตโดยคนไทย ถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูงสุด ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตและส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นแบรนด์แรกจากฐานการผลิตไทยไปยังยุโรปอีกด้วย  มร.ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนโดยมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปด้วยกันกับประเทศไทย สร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงทุนมหาศาลด้านการผลิต การเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 90% ในรถปิกอัพ และทำให้รถปิกอัพกลายเป็นโปรดักแชมเปี้ยน (Product Champion) ที่ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการย้ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทั้งรถขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก่อให้เกิด Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กว้าง ลึก และแข็งแกร่งในระดับโลก มีส่วนทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีประชากรในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน”

อีซูซุได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2506  และยืนหยัดใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดผลิตรถอีซูซุในไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกเกือบ 50% โดยมีรายละเอียดการส่งออก ดังนี้

  • พ.ศ. 2557 ส่งออกครบ 1 ล้านคัน
  • พ.ศ. 2562 ส่งออกครบ 2 ล้านคัน
  • พ.ศ. 2568 ส่งออกครบ 3 ล้านคัน

อีซูซุยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่รองรับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้ง สร้างงาน สร้างความมั่งคั่ง ให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเคียงคู่และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

วอลโว่ จัดทริป Volvo Family Day 2025 พาครอบครัววอลโว่ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดม่วนจอย

0

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอยม่วนใจ พาครอบครัววอลโว่ร่วมทริปสุดม่วน บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – พัทยา เมื่อวันที่ 1–2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในปีนี้ วอลโว่ได้จัดทริปภายใต้ธีม “ม่วนจอยม่วนใจ” ให้ลูกค้ากว่า 300 คนได้ร่วมปลดปล่อยความสนุกตลอดทั้งเส้นทาง ผ่านกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ออกแบบให้เหมาะสมกับครอบครัวที่มีเด็ก ให้ได้สนุกและใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากครอบครัววอลโว่จากหลากหลายพื้นที่ ทำให้บรรยากาศภายในงานอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเจอครอบครัววอลโว่อีกครั้งนึง

เริ่มต้นกิจกรรมช่วงเช้า ครอบครัววอลโว่ลงทะเบียน และรับประทานอาหารเช้าและรับฟังรายละเอียดเส้นทางและกิจกรรมตลอดทั้งวัน โดยมี คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้ร่วมเดินทางทุกท่านอย่างเป็นกันเอง ก่อนโบกธงปล่อยตัวคาราวานรถวอลโว่กว่าร้อยคัน มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา

เริ่มต้นกิจกรรมสุดม่วนที่ Thaithani Cultural Village & Elephant Pattaya ทุกครอบครัวได้ร่วมพิชิตภารกิจย้อนวันวานสุดม่วนจอยถึง 4 ฐาน ได้แก่ ม่วนดนตรีเพลง, ม่วนสเต็ป, ม่วนวิ่ง ม่วนเดิน, ม่วนต่อยม่วนตี โดยเล่นเป็นทีม ให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้ร่วมม่วนไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน แต่ละฐานเรียกทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นสนุกสนานตลอดทั้งบ่าย

ในช่วงค่ำคืน วอลโว่พาลูกค้าเข้าสู่กิจกรรมสุดท้ายของวัน ณ Grande Centre Point SPACE Pattaya  กับปาร์ตี้ม่วนจอยม่วนใจยามค่ำคืนให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มไปกับอาหาร และร่วมสนุกกับการประกวดแต่งกายในธีม Thai iconic พร้อมลุ้นของรางวัลมากมาย ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งตัวแม่ “สามตัวบน” ได้แก่ ตั๊ก ลีลา, สุนารี ราชสีมา และ ฮาย อาภาพร ให้ครอบครัววอลโว่ทุกท่านได้ร่วมสนุก ได้รับพลังความม่วน ความฮากันแบบจัดเต็ม กลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม ตอบแทนที่ทุกท่านที่มาเข้าร่วมและสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำดีๆร่วมกัน

กิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอย ม่วนใจ ในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), บริษัท อีแซดเอสวีเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ธนชาตประกันภัย, บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Tyreplus), Hand & Co และ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่

Websitewww.volvocars.com/th

Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth

Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand

LINE https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-161-4144

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าวอลโว่เท่านั้นได้ที่ https://bit.ly/459u6HD

Leapmotor ทำลายสถิติใหม่กับยอดส่งมอบรถเดือนพฤศจิกายนกว่า 70,327 คันในจีน

0

Leapmotor สร้างสถิติยอดส่งมอบรายเดือนใหม่อีกครั้ง ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว โดยมียอดการส่งมอบรถยนต์รวมทั้งในประเทศและส่งออกจำนวนกว่า 70,327 คัน ในเดือนพฤศจิกายน นับเป็นเดือนที่ทำสามารถสถิติติดต่อกันเป็นครั้งที่ 7 โดยมีตัวเลขเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 75% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2024 ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน Leapmotor ส่งมอบรถรวมทั้งในประเทศและส่งออกจำนวน 536,132 คัน เพิ่มขึ้น 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Leapmotor ได้ประกาศว่ายอดส่งมอบทั้งในประเทศและส่งออกประจำปีได้ทะลุ 500,000 คัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการบรรลุเป้าหมายในปี 2025 ก่อนกำหนด และเตรียมปรับเพิ่มเป้าหมายขึ้นอีกในปีถัดไป

ในประเทศจีน อัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งของ Leapmtoor เกิดจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ Leapmotor Lafa5 (B05 สำหรับตลาดโลก) เป็นรถรุ่นใหม่แบบแฮชท์แบ็คที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา, A10 (B03X สำหรับตลาดโลก) รถ SUV ไฟฟ้าระดับคอมแพคที่เปิดตัวในงาน Guangzhou Auto Show และ D19 SUV ที่มาพร้อมรุ่นใหม่ที่มีระยะการขับขี่มากขึ้น (REEV) ซึ่งใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุด ถึง 80 kWh

ปัจจุบัน Leapmotor มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ในจีนครอบคลุมทุกกลุ่มตลาด ได้แก่ T03, A10, B10, B01, C01, C10, C11, C16 และ Lafa5 โดยรุ่น T03 และ B01 ทำตลาดเฉพาะแบบไฟฟ้าล้วน (BEV) ส่วนรุ่นอื่น ๆ มีทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและแบบขยายระยะทางวิ่ง (REEV)

อย่าพลาดช่วงเวลาดี “ที่สุด” เป็นเจ้าของ Hyundai STARIA กับข้อเสนอดี “ที่สุด” ในรอบปี แคมเปญ “Hyundai Deal SEOUL Good” ส่วนลดสูงสุด 4 แสน รับดีลเพิ่มอีก 2 หมื่นบาท*

0

ท่ามกลางความคึกคักของงาน Motor Expo 2025 ปีนี้ บูธฮุนได คือ หนึ่งในโซนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด โดยเฉพาะแคมเปญ Hyundai Deal SEOUL Good ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี ที่ยกเกาหลีมาไว้ที่บูธ พร้อมข้อเสนอแรงจนทำให้สต็อกหลายรุ่นเข้าสู่สถานะ Low in Stock อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่วางแผนมองหา MPV ขนาดใหญ่ยุคใหม่อย่าง Hyundai STARIA MPV 11 ที่นั่ง นำเข้าจากเกาหลีทั้งคัน เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ประหยัด น้ำมัน 1 ถัง วิ่งได้มากกว่า 900 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 1,659,000 บาท ต้องเร่งตัดสินใจเพื่อรับข้อเสนอที่คุ้มที่สุดของปี ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท*

STARIA – ตัวจริงของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสบายแบบ Full-Size

STARIA ยังคงได้รับเสียงตอบรับดีต่อเนื่อง ด้วยห้องโดยสารแบบ Full-Size ที่โปร่ง โล่ง และสบายในทุกตำแหน่งนั่ง ผู้ใช้จริงจำนวนมากยืนยันว่าเป็นหนึ่งใน MPV ที่ “นั่งสบายที่สุด” ในคลาส ทั้งจากพื้นที่แถว 1–3 ที่กว้างขวาง กระจกบานใหญ่ และบรรยากาศภายในที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม

กระจกบานใหญ่ มอบมุมมองที่ชัดเจน ขับง่ายตั้งแต่นาทีแรก

ผู้ใช้จำนวนมากยกให้ มุมมองโปร่งและทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ STARIA ขับง่ายกว่ารถ MPV ทั่วไป ด้วยบานกระจกหน้าขนาดใหญ่และมุมมองรอบคันที่เปิดโล่ง ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกมั่นใจ แม้ไม่ถนัดรถคันใหญ่ก็ยังควบคุมได้ง่ายทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

สมรรถนะดีเซล 2.2 ลิตร เพียงพอสำหรับรถครอบครัวขนาดใหญ่ – นุ่ม นิ่ง และประหยัด

เสียงจากผู้ใช้จริงสะท้อนตรงกันว่าเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรของ STARIA ให้ฟีลขับที่ นุ่มนวล แรงพอ และตอบสนองมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มคันก็ยังคงนิ่งและต่อเนื่อง ไม่ต้องเค้นรอบให้เหนื่อย อีกทั้งยังมีความประหยัดตามสไตล์ดีเซล ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ช่วงล่างแบบ MacPherson Strut ด้านหน้าและ Multi-Link ด้านหลัง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำให้ STARIA เป็น MPV ที่ให้ฟีลขับคล้ายรถยนต์นั่ง แต่ให้พื้นที่และความสะดวกสบายเหนือกว่ารถทั่วไปหลายเท่า

ฟีเจอร์ครบ ใช้งานง่ายจริงสำหรับทุกวัน

STARIA มอบความสะดวกตั้งแต่พื้นฐานอย่าง ประตูสไลด์ไฟฟ้าคู่ Smart Power Sliding Door, บันไดข้างไฟฟ้า ขึ้น-ลงง่าย, ประตูท้ายไฟฟ้า Smart Tailgate, ช่องชาร์จรอบคัน และระบบปรับอากาศสามแถว ไปจนถึงระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense พร้อมกล้องรอบคัน 360° ช่วยให้ใช้งานในเมืองหรือเข้าจอดในพื้นที่แคบได้แบบไม่เครียด

ด้วยความลงตัวของพื้นที่ ความโปร่ง สมรรถนะ และฟีลขับที่เป็นธรรมชาติ STARIA จึงเป็น MPV ที่ครอบครัวยุคใหม่เลือกเพราะ “ขับง่าย ใช้งานได้จริง และสบายครบทุกที่นั่ง”

โค้งสุดท้าย! ข้อเสนอ Hyundai Deal SEOUL Good ที่คุ้มที่สุดแห่งปี

ฮุนไดเชิญทุกครอบครัวมาสัมผัสความสบายของ STARIA ได้ที่บูธฮุนได พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน
  • ส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท
  • รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท เมื่อจองภายในงาน

นี่คือจังหวะที่คุ้มที่สุดของปีสำหรับผู้ที่กำลังมองหา MPV ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว เพราะสต็อกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และโอกาสพิเศษแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ALL NEW SUZUKI FRONX ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ASEAN NCAP ประจำปี 2568 ระดับ 5 ดาว ตอกย้ำคุณภาพสินค้าที่มาพร้อม เทคโนโลยีความปลอดภัย

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผย ALL NEW SUZUKI FRONX พิสูจน์คุณภาพคว้ารางวัล 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดจาก The New Car Assessment Program for Southeast Asian Countries (ASEAN NCAP)

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า The New Car Assessment Program for Southeast Asian Countries (ASEAN NCAP) เป็นหน่วยงานอิสระที่ทำการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์รุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่ ALL NEW SUZUKI FRONX ผ่านการประเมินและได้รับรางวัล 5 ดาว มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ซูซูกิให้ความสำคัญและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการที่รถยนต์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดภายใต้หลักเกณฑ์การประเมินของ ASEAN NCAP ปี 2568 ด้วยผลการประเมินที่โดดเด่นในทุกด้าน ทั้งการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (AOP), การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (COP), เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย (SATs) และความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ (MS)

ซูซูกิ ยังคงยึดมั่นต่อการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบรับต่อความต้องการอย่างรวดเร็วที่เรามอบให้แก่ลูกค้า คือ หนึ่งในความตั้งใจที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้าทุกรายที่ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจในสินค้าและบริการของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นดังเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า เรายังมีความมั่นคงต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการต่อคนไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกท่านด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง โดยนับตั้งแต่เปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ได้ส่งมอบถึงมือลูกค้าไปแล้วกว่า 238 คัน

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

ทั้งนี้  ALL NEW SUZUKI FRONX ในทุกรุ่น มอบความอุ่นใจด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่งและพิเศษเฉพาะในรุ่น GLX PLUS ครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกเส้นทาง ประกอบไปด้วย

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
  • จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
  • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
  • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ราคารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX

  • รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท

*หมายเหตุ สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท และ  สี Two-tone (รุ่น GLX PLUS) เพิ่ม 10,000 บาท

 พร้อมด้วยแคมเปญพิเศษ เพียงจองและรับรถ ALL NEW SUZUKI FRONX ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับสิทธิ์ซื้อโปรแกรมบำรุงรักษารถ SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE ที่ครอบคลุมการบำรุงรักษารถตามระยะกับราคาแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ณ วันที่จองและรับรถใหม่ เริ่มต้นเพียง 2,990 บาท ซึ่งประหยัดเงินสูงสุดถึง 34,790 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ โดยมีมูลค่ารวมดังนี้

รุ่น ราคาเต็มจำนวน (บาท) ราคาแพ็กเกจพิเศษ (บาท) ลูกค้าประหยัดเงิน (บาท)
GL 33,573.- 2,990.- 30,583.-
GLX / GLX PLUS 42,780.- 7,990.- 34,790.-

ความคุ้มค่าเหนือระดับที่ครอบคลุมการดูแลรถ ALL NEW SUZUKI FRONX

  • ระยะความคุ้มครองยาวนาน: 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ครอบคลุมเต็มรูปแบบ: ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ
  • ป้องกันความเสี่ยงด้านราคา: การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต
  • รายการบำรุงรักษาหลัก: ครอบคลุมอะไหล่สำคัญ อาทิ น้ำมันเครื่องเกรดมาตรฐาน ไส้กรองน้ำมันเครื่อง แหวนรองนอตถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ไส้กรองอากาศ สายพานหน้าเครื่อง (Hybrid) สายพานแอร์ หัวเทียน เป็นต้น

นอกจากนี้ ซูซูกิ ยังจัดเต็มข้อเสนอที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติ่มดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ซูซูกิยังคงยึดมั่นในการนำเสนอสินค้าคุณภาพดีที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบสนองความต้องการและแสดงความจริงใจต่อลูกค้าทุกราย คือสิ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อซูซูกิเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นถึง ความมั่นคงของเราในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการคนไทยได้อย่างยั่งยืน เราเชื่อมั่นว่า ALL NEW SUZUKI FRONX ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกท่านด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์เปิด “YAMAHA DOJO Safety & Environment” ศูนย์การเรียนรู้ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ความยั่งยืน

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปิด YAMAHA DOJO Safety & Environment ศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะความปลอดภัย อาชีว อนามัย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในองค์กร มุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) และลดผลกระทบด้านมลภาวะจากกระบวนการผลิตสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง และ นางสาวอุมาพร ครองสกุลสุข ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 10 จังหวัดสมุทรปราการ

นายพงศธร เอื้อมงคลชัยประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการเปิดศูนย์การเรียนรู้ครั้งนี้ว่า “ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน การปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยต้องทำอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอน และสร้างจิตสำนึกแก่พนักงานทุกระดับ การจัดตั้ง “YAMAHA DOJO” ถือเป็นแนวทางสำคัญที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกใช้ในการเสริมสร้างความรู้ ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงจากสถานการณ์จำลองใกล้เคียงของจริง เพื่อให้พนักงานเข้าใจอุปกรณ์ เครื่องจักร และวิธีรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางพัฒนาทักษะความปลอดภัยของพนักงานทุกระดับ” พร้อมตั้งเป้าลดอุบัติเหตุในสถานประกอบการ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กรอย่างยั่งยืน”

 

YAMAHA DOJO Safety & Environment นี้ถูกออกแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับพนักงาน ตามวัตถุประสงค์หลัก 6 ประการ ดังนี้

  1. เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ให้ความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
  2. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Safety Training) เพื่อให้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง
  3. พัฒนาทักษะในการระบุ และควบคุมความเสี่ยง ให้พนักงานสามารถประเมิน และป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ลดอุบัติเหตุ และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ในพื้นที่ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
  5. สร้างต้นแบบแนวทางการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
  6. ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยมลพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยพิธีเปิด YAMAHA DOJO Safety & Environment อย่างเป็นทางการ จัดขึ้นภายในสำนักงานใหญ่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เมื่อเร็วๆนี้

เยาวชนเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

0

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเทพราชบุรีรมย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 60 คน เที่ยวชมงานโซนศิลปินน้อย MOTOR EXPO ร่วมกิจกรรม Skill Driving Experience Junior บูธลมหายใจไร้มลทิน และเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568