Home Blog Page 38

“GWM” ค้นหาฮีโร่ตัวจริง ปลุกพลังบวก ชวน TANKER ทั่วประเทศ แชร์โมเมนต์สุดประทับใจในแคมเปญ “TANK HERO MOMENT”

0
GWM 1

GWM (Thailand) มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” นอกจากความมุ่งมั่นส่งมอบยานยนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ทุกเส้นทางแล้ว แต่รถยนต์ทุกรุ่น ทุกขุมพลังของ GWM ยังเป็นเพื่อนคู่ใจของผู้ขับขี่ที่พร้อมออกผจญภัยไปกับชีวิตจริง และครั้งนี้ GWM ได้ต่อยอดพลังของคอมมูนิตี้ “TANKER CLUB” ให้ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้ TANK ทุกรุ่น ได้แบ่งปันความเป็น ‘ฮีโร่’ ที่มีอยู่ในตัวเอง ภายใต้แคมเปญล่าสุด “TANK HERO MOMENT” ครั้งแรกในประเทศไทย! ชวน TANKER จากทั่วทุกมุมของประเทศร่วมถ่ายทอดช่วงเวลาแห่งความกล้าหาญ ท้าทาย ความมีน้ำใจ และแรงบันดาลใจ ผ่านภาพถ่ายหรือรูปแบบวิดีโอภายใต้เรื่องจริง เพื่อร่วมสร้างพลังบวกให้กับคอมมูนิตี้ TANKER และสังคมไทย พร้อมลุ้นเป็น TANK HERO of THE MONTH และ TANK HERO of THE YEAR รับรางวัลจากการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ในทุกเดือนและปี ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568

GWM 2

เพราะ “ฮีโร่” สามารถปรากฏขึ้นได้ในหลายแง่มุมของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดเพื่อดูแลตัวเอง การมอบพลังและความห่วงใยให้กับคนรอบข้าง หรือการลุกขึ้นมาทำสิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคม ทุกโมเมนต์ล้วนสะท้อนความหมายของการเป็น “ฮีโร่” ในแบบที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น
•Self: การเป็นฮีโร่เพื่อตัวเอง ผ่านการพัฒนาศักยภาพและการเดินทางตามเป้าหมายชีวิต
•Family & Friends: การเป็นฮีโร่เพื่อครอบครัวและเพื่อน ด้วยการดูแล ยืนเคียงข้าง และเป็นกำลังใจ
•Society: การเป็นฮีโร่เพื่อสังคม ผ่านการช่วยเหลือชุมชน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

GWM 3

กติกาและรูปแบบกิจกรรม

GWM 5

1.TANK HERO of The Month ประจำเดือนกันยายน
1.1 ผู้ใช้งานรถ GWM TANK 300 และ NEW GWM TANK 500 ถ่ายภาพโมเมนต์ที่ผู้ใช้ภาคภูมิใจ พร้อมเล่าเรื่องราวฮีโร่ในนิยามของตัวเอง
1.2 โพสต์เรื่องราวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของผู้ใช้ ในรูปแบบรูปภาพหรือวิดีโอ ตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ
พร้อมติดแฮชแท็ก #TANKHEROMOMENT และแท็ก @GWMTANKTHAILAND และ @GWMTHAILAND
1.3 ผู้ใช้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่ถูกใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับรางวัล 1. เหรียญ TANK HERO MOMENT จำนวน 1 เหรียญ 2. แจ็กเก็ต TANK HERO MOMENT จำนวน 1 ตัว และ 3. AED เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้ายี่ห้อ Yuwell จำนวน 1 เครื่อง มูลค่ารวมของรางวัลทั้งสิ้น 57,500 บาท
1.4 ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน – 30 กันยายน 2568 (ภายในเวลา 23.59 น.)
1.5 ประกาศผลประจำเดือนกันยายนในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00น. ทาง Facebook Page: GWM TANK THAILAND
1.6 กิจกรรม TANK HERO of The Month จะมีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: GWM TANK THAILAND
2. TANK HERO of The Year 2025
2.1 เมื่อได้รับ TANK HERO of The Month ครบทุกเดือนแล้ว ผู้ชนะจะถูกนำมาคัดเลือกรวม และเปิดให้คนร่วมโหวตออนไลน์ เพื่อค้นหาสุดยอด TANKER ประจำปี พร้อมรับรางวัลชนะเลิศ แพ็กเกจที่พักสุดเอ็กซ์คลู-ซีฟโรงแรม Cape Nidhra หัวหิน มูลค่า 34,000 บาท
2.2 ผู้ร่วมโหวตสามารถกด Like & Comment ใต้โมเมนต์ที่ชื่นชอบ พร้อมเหตุผลที่โดนใจ หากผ่านเกณฑ์คัดเลือก จะได้รับรางวัล Starbucks Card มูลค่า 500 บาท จำนวน 15 รางวัล มูลค่ารวม 7,500 บาท

GWM 5

หมายเหตุ ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3VJMfrn

หนึ่งในจุดเด่นของแคมเปญ “TANK HERO MOMENT” คือการเลือกของรางวัลเป็น AED เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนความโดดเด่นของแคมเปญและจิตวิญญาณที่แท้จริงของ TANKER ได้อย่างชัดเจน ฉีกจากแคมเปญโดยทั่วไปโดยสิ้นเชิง

เครื่อง AED นี้ไม่เพียงจะช่วยเหลือครอบครัวของ TANKER ในเหตุการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย การเลือกของรางวัลนี้สะท้อนจิตวิญญาณที่โดดเด่นของแบรนด์ GWM และจิตวิญญาณนี้เองจะดึงดูดให้ผู้ที่สนใจให้อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว TANK มากขึ้นเรื่อย ๆ

GWM 7

ล่าสุด สมาชิก TANKER ในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นรวมแล้วกว่าเกือบ 6,000 คน โดยเมื่อไม่นานมานี้ TANKER CLUB ได้มีโอกาสต้อนรับ “ป้อง ณวัฒน์” เข้าสู่คอมมูนิตี้รายล่าสุดแล้วเป็นที่เรียบร้อยกับรถ SUV พรีเมียม 7 ที่นั่งคู่ใจอย่าง NEW GWM TANK 500 DIESEL สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งาน GWM TANK ทั่วประเทศ ที่มี “TANK SPIRIT” หรือจิตวิญญาณเดียวกัน ทั้งในแง่ความเป็นตัวของตัวเอง (Independent), จิตใจที่เปิดกว้างและพร้อมแบ่งปัน (Good at Heart), ความอิสระในการใช้ชีวิต (Freedom), ความรักและศรัทธาในสิ่งที่เลือก (Love & Passionate) มีชีวิตชีวาพร้อมพลังในการสร้างสรรค์ (Active) และความพร้อมในการออกเดินทางผจญภัยในทุกเส้นทาง (Adventurous)

เบื้องหลังทุกการเดินทางของ GWM TANK ไม่ได้มีเพียงจุดหมายปลายทาง แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นฮีโร่ในแบบที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งคือการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง บางครั้งคือการอยู่เคียงข้างครอบครัวและเพื่อน หรือบางครั้งคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมรอบตัว แคมเปญ TANK HERO MOMENT จึงเป็นการเชิญชวนให้ทุกคนออกมาเล่าเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อให้ทุกโมเมนต์ฮีโร่ถูกบันทึกและส่งต่อเป็นพลังบวกให้กับโลกใบนี้

 

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ผนึกกำลังผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์มอบความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.เพชรบูรณ์

0
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 1

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยในครั้งนี้ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ คุณศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ. ที่ว่าการอำเภอหล่มสัก เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ รวมมูลค่าความช่วยเหลือกว่า 300,000 บาท แสดงถึงความมุ่งมั่นของกองทุนในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยในยามวิกฤต

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 2

ทั้งนี้ในปี 2568 กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย น่าน แพร่ และเพชรบูรณ์ รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 800,000 บาท

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 3

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ด้วยส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* ส่วนลดค่าแรง 10% ส่วนลดเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่ง 10% รวมถึงบริการล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้ในราคา ลด 20% โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ บริษัท เพชรบูรณ์ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สำนักงานใหญ่ และสาขาหล่มสัก

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 4

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ยังคงเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้ประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 8

 

“NEW MG IM6” ผ่าน Euro NCAP ระดับ 5 ดาว บทพิสูจน์ผู้นำรถ Premium Intelligent e-SUV มาตรฐานระดับสากล

0
NEW MG IM6 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ด้วยการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่มีมาตรฐานสากลในระดับสากล

ล่าสุดกับ NEW MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะ ได้ตอกย้ำความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวสูงสุดจาก Euro NCAP ซึ่งผลคะแนนดังกล่าวมาจากการประเมินผลการทดสอบอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยองค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของ NEW MG IM6 ในฐานะ “The First-ever Premium Intelligent e-SUV” ที่ไม่เพียงแต่มอบเทคโนโลยีอัจฉริยะเหนือระดับ แต่ยังผสานมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่างไร้กังวล

NEW MG IM6 2

2025 Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ได้เผยการวัดผลคะแนน NEW MG IM6 ในแต่ละด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant) ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant) ความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน (Pedestrian) และระบบช่วยเหลือความปลอดภัย (Safety Assist) ซึ่งผ่านการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์อย่างเข้มงวด สามารถคว้าระดับความปลอดภัย 5 ดาว จากมาตรฐาน Euro NCAP ดังนี้

•การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection) อยู่ที่ 90% มีการทดสอบด้านความปลอดภัยทั้งการชนด้านหน้าและด้านข้าง พบว่าห้องโดยสารของ NEW MG IM6 ยังมีความเสถียร ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่งได้อย่างดี พร้อมลดแรงกระแทกด้วยระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง รวมถึงเบาะหน้าพร้อมพนักพิงศีรษะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บขณะชนท้าย นอกจากนี้ประตูสามารถปลดล็อคได้ในกรณีที่รถจมน้ำ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
•การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection) อยู่ที่ 85% ในการทดสอบชนทั้งด้านหน้า และด้านข้าง พบว่า NEW MG IM6 ให้การปกป้องที่ดีเยี่ยมสำหรับทุกส่วนสำคัญของร่างกาย ทั้งหุ่นทดสอบจำลองเด็กอายุ 6 ปี และ 10 ปี นอกจากนี้ ถุงลมนิรภัยด้านหน้าสามารถปิดการทำงานได้เพื่อให้สามารถติดตั้งเบาะนิรภัยเด็กแบบหันหน้าไปด้านหลังในตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม และมีการแสดงข้อมูลชัดเจนแก่ผู้ขับขี่เกี่ยวกับสถานะของถุงลมนิรภัย
•การปกป้องความเสี่ยงของผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road Users) อยู่ที่ 83% ระบบความปลอดภัยของ NEW MG IM6 ออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อผู้ใช้ถนน เช่น คนเดินเท้า ผู้ขี่จักรยาน และมอเตอร์ไซค์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และระบบยังปกป้องผู้ที่อยู่ด้านหลังรถและยานพาหนะอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ NEW MG IM6 ยังติดตั้งกล้องรอบคันเพื่อช่วยป้องกันการเปิดประตูกระแทกรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ด้านผู้ขับ
•ประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย (Safety Assist) อยู่ที่ 87% โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้ง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ที่ทำงานได้ดีทั้งกับยานพาหนะ รอบคัน ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งเบาะโดยสารด้านหน้าและหลัง ระบบตรวจสอบสถานะคนขับ (Direct Driver Monitoring System) สามารถตรวจจับอาการเหนื่อยล้าได้ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ให้อยู่ในช่องทางจราจร (Emergency Lane Keeping) ที่ช่วยปรับทิศทางและประคองรถเมื่อออกนอกเลนและเข้าช่วยในสถานการณ์คับขัน รวมถึง ระบบช่วยเหลือด้านความเร็ว (Adaptive Cruise Control) ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกให้ระบบตั้งค่าการจำกัดความเร็วได้โดยอัตโนมัติ

NEW MG IM6 3

NEW MG IM6 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมที่พร้อมด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นและเทคโนโลยีครบครัน บนแชสซีดิจิทัลอัจฉริยะใหม่ (IM Digital Chassis) ที่ทำจากอะลูมิเนียม มอบความสมดุลและประสิทธิภาพในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยพลังสูงสุด 778 แรงม้า และแรงบิด 802 นิวตันเมตร ในรุ่น Performance AWD และรองรับการเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 750 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ในรุ่น Premium Long Range ด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V และแพลตฟอร์มที่ออกแบบโดยเฉพาะจาก SAIC MOTOR CORPORATION ทำให้ชาร์จเร็วขึ้นด้วย รองรับกำลังสูงสุด 396 kW เติมพลังจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที* เพื่อให้การเดินทางเต็มประสิทธิภาพ NEW MG IM6 ใช้ระบบแบตเตอรี่ขั้นสูงที่พัฒนาร่วมกับ CATL ที่มาพร้อมมาตรการป้องกันความร้อนที่ล้ำสมัย และมาตรฐาน EU (ECE-R100.03) ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ยกระดับทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ One Touch iAD Auto Parking Assist ฟังก์ชัน One Touch Escape สำหรับออกจากช่องจอดแคบ และระบบ One Touch Reverse ที่ช่วยถอยหลังอัตโนมัติได้สูงสุด 100 เมตรในซอยตัน พร้อมระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System อันล้ำสมัย โดยเฉพาะจุดเด่นอย่าง ระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก (Intelligent Rainy Night Mode) ที่ผสานการทำงานของกล้องรอบคัน การปรับค่าช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติในรุ่น Performance AWD ช่วยลดปัญหาทัศนวิสัยในการมองเห็นระหว่างการขับขี่ ในขณะที่ความปลอดภัยก็ได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน ด้วยโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงและเหล็กกล้าเกรดพิเศษ ครอบคลุมกว่า 80% ของตัวรถ เพื่อให้มีความแข็งแกร่งสูงสุดและปกป้องผู้โดยสารอย่างเต็มที่ พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง รวมถึง Center Airbag เพิ่มชั้นการป้องกันอีกระดับ เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ในกรณีที่เกิดการชนด้านข้าง ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด และได้รับการการันตีความเชื่อมั่นโดยผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ในครั้งนี้

NEW MG IM6 6 4

ปัจจุบัน NEW MG IM6 มีให้เลือกถึง 3 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ได้แก่ รุ่น Premium 2WD ที่เน้นความหรูหราพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ เหมาะสำหรับผู้ใช้ในเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายและความมีสไตล์ ในราคาพิเศษ 1,299,900 บาท ส่วนรุ่น Premium Long Range ตอบโจทย์ผู้ที่ใช้งานทางไกลบ่อยครั้ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ด้วยระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท และ รุ่น Performance AWD สำหรับผู้ที่มองหาสมรรถนะขั้นสุด ด้วยมอเตอร์คู่และแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.48 วินาที พร้อมระบบช่วงล่างระบบถุงลม ราคาพิเศษ 1,699,900 บาท ทั้งหมดนี้คือการนำเสนอทางเลือกที่ใช่ สำหรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในประเทศไทยอย่างแท้จริง *ระยะเวลาในการชาร์จขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังไฟของเครื่องชาร์จ

NEW MG IM6 5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “การที่ NEW MG IM6 ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ถือเป็นเครื่องยืนยันความเป็น “โกลบอลโมเดล” อย่างแท้จริง เพราะไม่ได้เป็นเพียง “The First-ever Premium Intelligent e-SUV” ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมการออกแบบที่เน้นความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ซึ่งนับเป็นรถยนต์ เอ็มจี รุ่นที่สองของปีนี้ที่ได้รับการรับรองระดับสูงสุด ต่อจาก NEW MG S5 EV ความสำเร็จที่ต่อเนื่องนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ที่จะยกระดับยนตรกรรมเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวด้วยเครือข่ายศูนย์บริการครบวงจรกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ความพร้อมของคลังอะไหล่ รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเดินทางและตลอดการใช้งานรถยนต์ได้อย่างไร้กังวล”

ลิงก์วิดีโอการทดสอบการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก Euro NCAP https://www.youtube.com/watch?v=PptL4gay6lw

ทั้งนี้ รถที่ใช้ทดสอบ Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ในครั้งนี้ เป็นรถ MG IM6 ที่จำหน่ายในยุโรป
โดยมีองค์กรที่เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงคมนาคมในสหภาพยุโรป สมาคมยานยนต์ และสมาคมประกันภัยในประเทศต่าง ๆ โดยมีหน้าที่ในการทดสอบการชน (Crash Test) และการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

เปิดคลัง”วอลโว่” ให้เข้าชมกันครั้งแรก! เลือกรุ่นที่ใช่ กับแคมเปญที่ชอบ ในงาน Volvo Warehouse Mega Deal พร้อมสิทธิประโยชน์มูลค่าสูงสุดถึง 1,000,000 บาท

0
วอลโว่ 1

ครั้งแรกจาก วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กับงาน Volvo Warehouse Mega Deal งานที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อรถใหม่วอลโว่ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 100% อาทิ Volvo EX90, Volvo EX40, Volvo EC40 และ Volvo EX30 หรือรถปลั๊กอินไฮบริด รุ่น Volvo XC90 โฉมใหม่, Volvo XC90, Volvo XC60 และ Volvo S90 หรือรถผู้บริหาร รถป้ายแดงไมล์น้อย (Volvo Selekt) ถึงคลังสินค้า โดยไม่เพียงลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถ สเปค หรือสีที่ต้องการ แต่ยังสามารถเลือกแคมเปญส่งเสริมการขายที่ปรับได้ดั่งใจบนสิทธิประโยชน์มูลค่า 200,000 – 1,000,000 บาท (แล้วแต่รุ่น) และข้อเสนอเพิ่มเติมในงานซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 – 14 และ 17 – 21 กันยายน พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ คลังสินค้าวอลโว่ ถนนบางนา-ตราด กม. 23

งาน Volvo Warehouse Mega Deal คืองานที่ผู้สนใจเป็นเจ้าของรถวอลโว่ไม่ควรพลาด เนื่องจากเป็นงานเดียวที่ผู้สนใจสามารถเลือกชมรถทุกรุ่น ทุกสี ที่พร้อมจำหน่าย พร้อมทดลองขับได้ตรงจากคลังสินค้าวอลโว่ และรับข้อเสนอเพื่อส่งเสริมการขายสุดพิเศษ อาทิ

สำหรับรถใหม่ภายในงาน เลือกรับสิทธิประโยชน์มูลค่า 200,000 – 1,000,000 บาท* (แล้วแต่รุ่น) พร้อมรับ
•ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งเป็นระยะเวลา 1 ปี
•บริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
•บริการหลังการขาย ได้แก่
oบริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
oบริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี
หรือเลือกรับ
•บริการหลังการขายตามแพ็คเกจ Volvo Premium Service Package Pro (แล้วแต่รุ่นที่ร่วมรายการ)
oบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
oบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
oบริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี
•เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง และบริการตรวจสภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง

สำหรับรถผู้บริหาร รถป้ายแดงไมล์น้อยที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ (Volvo Selekt certified used cars) ในงาน

รถไฟฟ้า 100%
•EX30 Ultra – Twin MY24 สี Moss Yellow ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 1 คันเท่านั้น
•EX30 Ultra – Single MY25 สี Moss Yellow ราคาเริ่มต้น 1.32 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 2 คันเท่านั้น
•EX30 Ultra – Twin MY25 สี Moss Yellow ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 3 คันเท่านั้น
•EX90 Ultra – Twin 7 seats MY25 สี Sand Dune ราคาเริ่มต้น 3.94 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 1 คันเท่านั้น
รถปลั๊กอินไฮบริด
•S60 Ultimate Dark MY24 สี Onyx Black ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 2 คันเท่านั้น
•S90 Ultimate Bright MY24 สี Onyx Black MY24 ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 1 คันเท่านั้น
•XC90 Plus Dark MY24 สี Onyx Black ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 2 คันเท่านั้น
•XC90 Ultimate Bright MY24 สี Denim Blue ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท มาพร้อม VPSP Pro มีเพียง 1 คันเท่านั้น
พิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนร่วมงานที่เว็บไซต์ https://cutt.ly/wrK5wxaG และทดลองขับภายในงาน รับฟรี บัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 500 บาท**

ผู้สนใจร่วมงานสามารถเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวที่ คลังสินค้าวอลโว่ ถนนบางนา-ตราด กม. 23 (แผนที่ https://cutt.ly/irK5rwjX) หรือ ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อจองคิวใช้บริการรถรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา

หมายเหตุ
*สิทธิประโยชน์สูงสุดสำหรับการซื้อรถวอลโว่เท่านั้น ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://cutt.ly/wrK5wxaG
**สิทธิมีจำนวนจำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่
เว็บไซต์ – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD

 

หมดกังวลเรื่องการซ่อมสีและตัวถัง กับ “GWM Certified Body & Paint” พร้อมให้บริการแล้ว กว่า 14 แห่งทั่วประเทศ

0
GWM Certified Body & Paint 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) ได้เปิดตัว ศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (GWM Certified Body & Paint) อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมากว่า 6 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหามาตรฐานการซ่อมตัวถังและสีระดับสากลด้วยช่างผู้ชำนาญการ ล่าสุด ได้ประกาศขยายเครือข่ายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีเพิ่มอีก 8 แห่ง รวมเป็น 14 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคสำคัญทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคอีสาน การขยายตัวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ด้านการซ่อมตัวถังและสีให้เหนือกว่าศูนย์บริการทั่วไป ด้วยมาตรฐานหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1.) ระบบตรวจสอบคุณภาพหลายชั้น 2.) การรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ 3.) เทคโนโลยีดิจิทัลควบคุมทุกขั้นตอน และ 4.) ระบบสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคงทนยาวนาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ที่จะสร้างประสบการณ์การบริการหลังการขายที่มีคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

GWM Certified Body & Paint 2

มาตรฐาน 4 ด้านหลักของศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี ที่สร้างความแตกต่างเหนือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีทั่วไป
การดูแลรักษารถยนต์เปรียบเสมือนการ “การลงทุน” ที่สะท้อนถึงคุณค่าของชีวิตและทรัพย์สิน GWM CBP จึงก้าวเข้ามาเติมเต็มความต้องการนี้ด้วยมาตรฐานการบริการที่แตกต่างจากศูนย์ซ่อมตัวถังและสีทั่วไปด้วยมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น

GWM Certified Body & Paint

1.ระบบตรวจสอบคุณภาพหลายชั้น (Multi-point Quality Check): รถยนต์ GWM ทุกคันที่เข้ารับบริการจะผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดหลายชั้น ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพความเสียหาย การตรวจสอบโครงสร้าง ไปจนถึงการทดสอบมาตรฐานหลังการซ่อม ด้วยช่างเทคนิคและบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะกลับมามีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย เต็มประสิทธิภาพ และสวยงามเช่นเดิม

GWM Certified Body & Paint 4

2.การรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้จาก GWM: GWM มุ่งมั่นมอบ “ความมั่นใจ” ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้าทุกคน ผ่านการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ตามมาตรฐานระดับโลก แตกต่างจากอู่ซ่อมทั่วไปที่ไม่สามารถการันตีคุณภาพในระยะยาวได้ โดยทุกงานซ่อมสีได้รับการรับประกันยาวนานถึง 1 ปีเต็ม โดยไม่จำกัดระยะทาง ช่วยให้ลูกค้าวางใจได้ในทุกการใช้งาน นอกจากนี้ อะไหล่แท้ทุกชิ้นนั้นได้รับการรับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ยืนยันถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและการดูแลที่ครอบคลุม ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถใช้รถได้อย่างสบายใจและมั่นใจในมาตรฐาน GWM อย่างแท้จริง

GWM Certified Body & Paint  5

3.เทคโนโลยีดิจิทัลควบคุมขั้นตอนการทำงาน: GWM CBP ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยควบคุมและตรวจสอบทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่การเริ่มงานซ่อมจวบจนถึงการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า ซึ่งทำให้ทราบรายละเอียดการซ่อม รายการอะไหล่ที่ใช้ ราคาค่าใช้จ่าย รวมถึงการติดตามสถานะงานซ่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ชัดเจน และฉับไว

GWM Certified Body & Paint 6

4.ระบบสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคงทนยาวนาน: อีกหนึ่งจุดแข็งคือการเลือกใช้ระบบสีที่พัฒนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยสารพิษและของเสีย ขณะเดียวกันยังคงความทนทานและคงสภาพสีได้นานกว่าการใช้ระบบทั่วไป ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคที่รักรถ และผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีของ GWM ยังแตกต่างด้วยบริการที่เหนือกว่า เพิ่มความอุ่นใจและความสะดวกสบายให้กับลูกค้าขั้นสุด ด้วยบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

GWM Certified Body & Paint 1
•มีเจ้าหน้าที่คอยอัปเดตสถานะงานซ่อมอย่างสม่ำเสมอ สร้างความมั่นใจและโปร่งใสในทุกขั้นตอน
•นัดหมายง่ายผ่าน GWM Application สะดวกและรวดเร็ว
•อนุมัติเคลมไวภายใน 1 วัน สำหรับค่าซ่อมไม่เกิน 25,000 บาท
•ส่งมอบรถตรงเวลาตามที่นัดหมาย มั่นใจได้ว่ารถจะกลับสู่มือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ ในระยะเวลาที่กำหนด

GWM Certified Body & Paint  8

ทั้งนี้ เบื้องหลังมาตรฐานของศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี คือ พนักงาน และทีมช่างผู้ชำนาญการของ GWM ที่ผ่านการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติและได้รับการรับรองจาก GWM ซึ่งทุกคนต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านเทคนิคตัวถังและสีโดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการซ่อมจะเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสียังมีการนำเครื่องมือที่ทันสมัยระดับสากลมาใช้ร่วมกับทักษะของทีมงาน เพื่อให้การซ่อมตัวถังและสีมีคุณภาพและความสวยงามของรถออกมาสมบูรณ์ที่สุด

GWM Certified Body & Paint 10

ล่าสุดศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีของ GWM ได้ขยายให้บริการรวมแล้วทั้งสิ้น 14 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ดังนี้
•GWM เพรสทีจ ธัญบุรี
•GWM จรัญสนิทวงศ์
•GWM ซีซีซี ออโต้ วัชรพล
•GWM พรีเมียร์ ศรีนครินทร์
•GWM มอเตอร์ มอลล์ พระราม 2
•GWM วี อัลติเมทคาร์ บางบัวทอง
•GWM สตาร์เทรค สวนหลวง
•GWM วัน เทพารักษ์
•GWM ซีซีซี ออโต้ เชียงใหม่
•GWM ตงเจริญ สมุทรสาคร
•GWM ช.เอราวัณ นครปฐม
•GWM ซีซีซี ออโต้ อุบลราชธานี
•GWM เอก ระยอง
•GWM เอกสห โคราช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีติดต่อได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

เอเอเอสฯ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ “Porsche Centre Kanlapaphruek“ โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในย่านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ

0

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ Porsche Centre Kanlapaphruek ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569

โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ศักยภาพกว่า 10,000 ตารางเมตร รองรับความต้องการของลูกค้าที่อาศัยอยู่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่างย่านสาทร พระราม 2 และบริเวณโดยรอบที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

Porsche Centre Kanlapaphruek ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Destination Porsche” ที่มุ่งยกระดับให้โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่ให้บริการ แต่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่อย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั้งในมิติของแบรนด์และไลฟ์สไตล์

ในพิธีครั้งสำคัญนี้ เอเอเอสฯ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจาก ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก และ ปอร์เช่ ประเทศไทย เข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการ Porsche Centre Kanlapaphruek ให้เป็นมาตรฐานระดับโลกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ปอร์เช่อย่างแท้จริง และเสริมศักยภาพการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

มร. ฮานเนส รูออฟ (Hannes Ruoff)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “พิธีวางศิลาฤกษ์ของ Porsche Centre Kanlapaphruek นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเส้นทางของแบรนด์ปอร์เช่ในประเทศไทย เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนพันธมิตรที่เราเชื่อมั่นและมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมายาวนานอย่าง เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอเอเอสฯ ในการมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ให้กับลูกค้าปอร์เช่อย่างแท้จริง โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะช่วยให้ปอร์เช่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตอกย้ำความแข็งแกร่งของปอร์เช่ในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

มร. ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็น เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ก้าวไปอีกขั้นอย่างแข็งแกร่งกับ Porsche Centre Kanlapaphruek ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิดที่ทันสมัยอย่าง Destination Porsche โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะไม่ใช่เพียงสถานที่จำหน่ายรถยนต์หรือให้บริการหลังการขายเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาและสะท้อนจิตวิญญาณของปอร์เช่อย่างเต็มเปี่ยม มุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เราตั้งตารอที่จะได้เห็นศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าปอร์เช่ในย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก”

 

นายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ประธานบริหาร บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเราในการดูแลลูกค้าปอร์เช่ในประเทศไทย Porsche Centre Kanlapaphruek จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเอเอเอสฯ ในการส่งมอบความเป็นเลิศ ทั้งในด้านการบริการและประสบการณ์ระดับพรีเมียม พร้อมตอกย้ำบทบาทของเราในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือของปอร์เช่ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เริ่มต้นบทใหม่อีกครั้ง และได้ถ่ายทอดประสบการณ์เหนือระดับของปอร์เช่ให้กับลูกค้าในย่านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น”

เมื่อ Porsche Centre Kanlapaphruek แล้วเสร็จ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดบรรยากาศอันหรูหราและล้ำสมัย สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าปอร์เช่อย่างแท้จริงในทุกมิติ พร้อมให้บริการอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมสำหรับรถใหม่และรถยนต์ Porsche Approved พื้นที่อเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ ศูนย์บริการที่ครบถ้วนด้วยเครื่องมือมาตรฐานจากโรงงาน ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังที่ทันสมัย ตลอดจนศูนย์ดูแลรักษารถยนต์ระดับพรีเมียมที่พร้อมให้บริการอย่างครบวงจรในทุกรายละเอียด

Porsche Centre Kanlapaphruek แห่งใหม่นี้มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี พ.ศ. 2569 ด้วยเป้าหมายในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์ของแบรนด์ปอร์เช่ในประเทศไทยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เอเอเอสฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า Porsche Centre Pattanakarn ได้กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้วอีกครั้ง ภายใต้โฉมใหม่ของโชว์รูมที่ได้รับการรีโนเวท พร้อมศักยภาพด้านการบริการที่ได้รับการยกระดับ หลังจากการขยายศูนย์บริการเมื่อไม่นานมานี้

พร้อมกันนี้ เอเอเอสฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ของ Porsche Centre Bangkok เพื่อเปิดมิติใหม่ของ Customer Experience ทั้งในด้านการขายและการบริการที่ครบครันและทันสมัยยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าปอร์เช่ในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ https://linktr.ee/porscheaas

“Primus Charity Golf Tournament 2025” สุดยิ่งใหญ่ คัด 12 นักกอล์ฟ ร่วมทริปตีกอล์ฟสุดหรู ที่คุนหมิง

0

ไพรม์มัส กรุ๊ป จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025อย่างยิ่งใหญ่  ณ สนามกอล์ฟ “สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส” พัทยา จ.ชลบุรี  ประชันวงสวิงลุ้นสิทธิ์  12 สุดยอดนักกอล์ฟ ร่วมทริปบินลัดฟ้าเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่คุนหมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป  เปิดเผยว่า การจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025” ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยลูกค้ารถยนต์กลุ่มพรีเมี่ยม ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Aion และ Deepal ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมประชันวงสวิงมากถึง 144 คน เพื่อลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 12 สุดยอดนักกอล์ฟ ร่วมเปิดประสบการณ์กับรางวัลแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่สนามกอล์ฟ Spring City Golf & Lake Resort เมืองคุน หมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน และรางวัลไฮไลท์ Hole in One รถยนต์แบรนด์ลักชูรีย์ Zeekr 7X Performance AWD รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100% มูลค่า 1,799,000 บาท

การแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นอีกเวทีสำหรับนักกอล์ฟที่จะร่วมประชันฝีมือ แต่ยังเป็นโอกาสในการร่วมทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยรายได้จากการแข่งขันทั้งหมด จะมอบให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข อันเป็นเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

“ผมในนามตัวแทนของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจและสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้ประสบความสำเร็จและบรรจุวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี การจัดงานครั้งนี้  นอกจากจะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่นักกอล์ฟแล้ว ยังเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ในการตอบแทนสังคม และมอบความประทับใจที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าคนสำคัญอีกด้วย”

ด้าน นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยบรรดาเหล่านักกอล์ฟให้ความสนใจในการร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ กับการแข่งขันที่เน้นความสนุกสนาน ท้าทาย ในสนามกอล์ฟ

“สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส” พัทยา จ.ชลบุรี เป็นสนามที่ใช้จัดแข่งขันรายการระดับ LPGA และทัวร์นาเมนต์นานาชาติรายการสำคัญหลายรายการ อีกทั้งยังเพิ่มความตื่นเต้น ท้าทาย ด้วยรางวัล Hole in One รวม 3 หลุม   โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% Zeekr 7X Performance AWD มูลค่า 1,799,000 บาท  ที่สนับสนุนโดย บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับแพ็กเกจเล่นกอล์ฟสุดพรีเมียม ที่คุนหมิง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าฟิล์มกรองแสง “ลามิน่า” และ บริษัท เออร์โก ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ฃึ่ง 2 รางวัลหลังนี้ หากไม่มีผู้ใดทำ Hole in One ได้ จะนำรางวัลดังกล่าวมาจับลุ้นหาผู้โชคดีต่อไป

“การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่จะมอบประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟแบบลักชัวรี่ย์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่จะส่งมอบเอกสิทธิ์พิเศษเหนือระดับ ควบคู่การสร้างความพึงพอใจสูงสุด ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขายที่ครบถ้วน สมบูรณ์แบบสูงสุดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญของเรา”

ด้านรายละเอียดการแข่งขัน มีผู้เข้าแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 144 คน แบ่งการแข่งขันเป็นประเภทบุคคล ไฟลท์ A, B, และ C แข่งขัน 18 หลุม แบบสโตรคเพลย์ ใช้ระบบแต้มต่อ 36 (36 System) และตัดสินด้วยระบบ Stableford เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศอันดับ 1-3 ของแต่ละไฟล์, รางวัล Overall Low Gross และรางวัล Hole in One รวมราคาพิเศษต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

สำหรับผู้ชนะเลิศในการแข่งขันกอล์ฟการกุศล Primus Charity Golf Tournament 2025 และรับรางวัลแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่คุนหมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน พร้อมถ้วยรางวัล ได้แก่

รางวัล Overall Low Gross :     คุณณัฐ  เวสชัชวาล

ไฟลท์ A

ผู้ชนะเลิศคุณประวิทย์ โนภิชัยNet Score 70 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 1คุณนิษารัตน์ ฮุยสรวงNet Score 71 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 2คุณทรงพล แสงมาศNet Score 71 คะแนน

 

ไฟลท์ B

ผู้ชนะเลิศคุณกรอินทร์ บุษสระเกษNet Score  69 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 1คุณธนาเทพ ศิริบุตรNet Score 69 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 2คุณชวนากร จันทรตังNet Score 70 คะแนน

 

ไฟลท์ C

ผู้ชนะเลิศคุณสมสมัย แก้วบุตรดีNet Score 71 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 1คุณ สหศักย์ ธนาธรณ์Net Score 73 คะแนน
รองชนะเลิศ อันดับ 2คุณโชค กิตติพงษ์ถาวรNet Score 73 คะแนน

 

พร้อมรางวัลพิเศษแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู จากการจับรางวัลผู้โชคดี ได้แก่ คุณนพปฏล ช้างเผือก และ คุณสมเดช สินธุชัย

 

กรังด์ปรีซ์ฯ ประกาศศักยภาพ ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สู่เจ้าภาพการจัดงาน “Asia Automotive Award 2025” ครั้งแรกในประเทศไทย

0

งาน Asia Automotive Award (AAA) จัดขึ้นโดย บริษัท ASIAAUTO VENTURE SDN BHD (MOTONATION) ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง Mr. Por Boon Kuan ประธานจัดงานฯ ได้เล็งเห็นศักยภาพของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรสื่อ และผู้จัดงานอีเวนต์ยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย  และเป็นผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ มายาวนานกว่า 46 ปี ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก  นำมาสู่ความร่วมมือในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานประกาศรางวัล Asia Automotive Award 2025 (ครั้งที่5) ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งแรกนอกประเทศมาเลเซีย และยังเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และสมาคมยานยนต์สำคัญอื่นๆ ของไทย ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านยานยนต์และขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคนับเป็นเกียรติยศ และเป็นการยืนยันถึงความเชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไปสู่เวทีระดับนานาชาติอีกครั้ง ของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยคุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

“Asia Automotive Award (AAA) ” “Asia Automotive Award (AAA) ” เป็นเวทีมอบรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นและนวัตกรรมที่เป็นเลิศในระดับภูมิภาคเอเชีย การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศ ผ่านกระบวนการประเมินอย่างละเอียดและเข้มงวด เพื่อเป็นการยืนยันถึงความเป็นเลิศและความสำเร็จในสาขาต่างๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ 

งานประกาศรางวัล Asia Automotive Award 2025 (ครั้งที่5) มีกำหนดการจัด งานในวันที่ 17 มกราคม 2569  สำหรับบริษัทที่สนใจเข้าร่วมเสนอชื่อเพื่อเข้ารับรางวัลในสาขาต่างๆ อาทิ ด้านนวัตกรรม (Innovation),   ด้านความยั่งยืน (Sustainability), ด้านมอเตอร์สปอร์ต (Motorsport), ด้านผลิตภัณฑ์หลังการขาย (Aftermarket), ด้านความเป็นผู้นำ (Leadership) และ อื่นๆ รวมกว่า 11 สาขา  สามารถส่งใบเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลได้ที่ https://asiaautomotiveawards.com

หรือสแกนผ่านคิวอาร์โค้ด ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568  

วิริยะประกันภัย คว้า 3 รางวัล “บริหารงานดีเด่น – ตัวแทนประกันวินาศภัยดีเด่น” ภายในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2568

0

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับรางวัล “บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น ประจำปี 2567” ภายในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2568 (Prime Minister’s Insurance Awards 2025) ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกันนี้ นางสาวกฤตกา ลุนสายยา ตัวแทนประกันวินาศภัย สังกัดสาขาอุดรราชธานี และนายพรชัย ละมูลพันธ์ ตัวแทนประกันวินาศภัย สังกัดสาขานครราชสีมา ยังได้เข้ารับรางวัล “ตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2567” โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล ณ ห้องบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เอวัน โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ทั้งนี้ รางวัล “บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น” และรางวัล “ตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพดีเด่น” ถือเป็น 2 รางวัลอันทรงเกียรติ ที่สะท้อนความสำเร็จของวิริยะประกันภัย ในการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับภัยความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนศักยภาพของตัวแทนประกันวินาศภัย ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ เพื่อดูแลผู้บริโภคในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต ด้วยแนวคิด “ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า : ด้วยบริการที่เป็นเลิศครอบคลุมครบวงจร”

“เอ็มจี” ยังแกร่ง ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งอันดับ 1 เติบโตกว่า 70% ตอกย้ำความเชื่อมั่นอยู่คู่ตลาดไทยมากว่า 12 ปี ที่ให้มากกว่าฟังก์ชัน คือความมั่นใจและการดูแลระยะยาว

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เผยความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2568 ด้วยตัวเลขสูงถึง 2,230 คัน ขณะที่ยอดรวมรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง สิงหาคม มีอัตราการเติบโตกว่าปี 2567 กว่า 70% ตอกย้ำความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยต่อแบรนด์ ที่ยืนหยัดและเติบโตเคียงคู่ตลาดไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี

เอ็มจี 2

เอ็มจี ได้สร้างความเชื่อมั่นและวางกลยุทธ์การวางผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความคุ้มค่าที่มอบให้ลูกค้า ทำให้ยอดจดทะเบียนในช่วง เดือนสิงหาคม รวมทุกรุ่นอยู่ที่ 2,615 คัน มีรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งได้อันดับ 1 ในยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และยังมีรุ่นที่เปิดตัวใหม่อย่าง NEW MG S5 EV และ NEW MG IM6 ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของอีวีคุณภาพที่เข้าถึงได้ง่าย และมียอดรวมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง สิงหาคม ปี 2568 รวมแล้วกว่า 15,783 คัน นอกจากนี้ เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์เดียวที่กล้ามอบความมั่นใจให้ลูกค้าก้าวเข้าสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างไร้กังวลด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) อีกทั้งยังมีคลังอะไหล่ที่พร้อมส่งเร็วสุดภายใน 24 ชั่วโมง โชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 125 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมแผนการขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี จึงไม่เพียงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการสร้าง MG EV ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมในทุกมิติ

์New MG IM6 3

นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ยอดที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการทุ่มเทของ เอ็มจี ตลอดจนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เสมอมา เอ็มจี มุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในราคาคุ้มค่า ควบคู่ไปกับบริการหลังการขายที่ครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันหลากหลาย แต่ยังมอบความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอ็มจี สามารถเติบโตเหนือกว่าแบรนด์ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด คือความพร้อมที่จะปรับตัวให้สอดรับกับจังหวะและความเปลี่ยนแปลงของตลาดในทุกสถานการณ์ เพื่อให้แบรนด์ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงตลอดเวลา”

์New MG IM6 7

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand