Home Blog Page 375

GWM เปิดตัวรถรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด L.E.M.O.N. DHT โชว์สมรรถนะเหนือชั้น

0
3rd Gen HAVAL H6 (PRNewsfoto/GWM)

เมื่อไม่นานมานี้ GWM ได้เปิดตัวรถรุ่น HAVAL JOLION ในซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ และชิลี และเตรียมเปิดตัวรถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 ในยูเครน โดยรถทั้งสองรุ่นจะนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริด L.E.M.O.N. DHT สู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรก เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ขับขี่ทั่วโลกผ่านการพลิกโฉมเทคโนโลยีและนวัตกรรม

การเปิดตัว L.E.M.O.N. DHT จะทำให้ GWM เป็นผู้ผลิตรถสัญชาติจีนรายแรกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีไฮบริด โดย L.E.M.O.N. DHT เป็นระบบไฮบริดแบบหลายโหมดที่มีประสิทธิภาพสูง มาพร้อมสถาปัตยกรรม HEV และ PHEV จึงสามารถรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพระดับสูงและสมรรถนะระดับสูงในทุกระดับความเร็วและสภาพการขับขี่ นอกจากนั้นยังมีประสิทธิภาพพลังงานสูงและกินเชื้อเพลิงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

L.E.M.O.N. DHT มีจุดแข็งอยู่ที่ขุมพลังอันแข็งแกร่ง, ความสบายมากขึ้น, เสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ลดลง และกินเชื้อเพลิงน้อยลง โดยรถรุ่นใหม่ ๆ ของ GWM จะใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สมรรถนะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างรถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 ที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ 130 กิโลวัตต์ ซึ่งให้กำลัง 179 กิโลวัตต์ (243 แรงม้า) และแรงบิด 530 นิวตันเมตร จึงตอบสนองเร็วกว่ารถรุ่น 2nd Gen HAVAL H6 นอกจากนี้ ระบบเกียร์ wet dual-clutch transmission เจนเนอเรชันสอง ยังช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเร่งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีไฮบริดยังช่วยให้ 3rd Gen HAVAL H6 ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงเหลือเพียง 6.6 ลิตร/100 กิโลเมตร จาก 6.9 ลิตร/100 กิโลเมตรในรถรุ่น 2nd Gen HAVAL H6 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 14.5% ทำให้รถมีกำลังสูงและประหยัดเชื้อเพลิง ทั้งนี้ 3rd Gen HAVAL H6 มีขนาด 4,653 x 1,886 x 1,730 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) หรือยาวขึ้น 38 มม. กว้างขึ้น 26 มม. และสูงขึ้น 10 มม. เมื่อเทียบกับรุ่น 2nd Gen HAVAL H6 โดยบอดี้ที่กว้างขึ้นทำให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวโดยสารได้อย่างสะดวกสบายตามความต้องการของทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี L.E.M.O.N. DHT ยังช่วยลด NVH ให้เหลือน้อยที่สุด มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าอภิรมย์ให้แก่ทุกคน

เทคโนโลยีไฮบริดคือหัวใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั่วโลกของ GWM และสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของ GWM โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา GWM ได้ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นอิสระ สร้างมาตรฐานคุณภาพในระดับสูง และส่งเสริมการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีหลัก ๆ นอกจากนี้ GWM ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคล เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานทั่วโลก ในอนาคต GWM จะพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมและมอบประสบการณ์การขับขี่สุดไฮเทคให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

ปอร์เช่ ประเทศไทย เสริมทัพความแข็งแกร่งให้แก่ยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้าด้วยไทคานน์ ใหม่ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (The new Taycan)

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (The new Taycan) ยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าลุยตลาดยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้าอย่างเต็มศักยภาพและตอกย้ำแผนกลยุทธ์ Sustainability ให้ความสำคัญกับพลังงานการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่ ไทคานน์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั่วโลก ขณะเดียวกันในประเทศไทยเองก็ได้รับตอบรับที่ดีจากลูกค้าตลอดมานับตั้งแต่เปิดตัว การมาถึงของไทคานน์ ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง นับเป็นทางเลือกที่หลากหลายขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้ายนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้า      ระดับพรีเมียม เอเอเอสฯ ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการมีความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงไทคานน์ ใหม่ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่จำนวนรถที่พร้อมให้ท่านเลือกเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องรอและบริการหลังการขายที่จะทำให้ลูกค้าปอร์เช่มั่นใจได้ว่าซื้อรถไทคานน์จาก เอเอเอสฯ จะได้รับการดูแลอย่างดี โดยช่างผู้ชำนาญการพิเศษซึ่งได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี”

เอเอเอสฯ มอบทางเลือกใหม่ สำหรับไทคานน์ด้วยรูปแบบการตกแต่งภายในห้องโดยสารถึง 5 รูปแบบและเฉดสีตัวถังใหม่ทั้งหมด 7 สี ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,190,000 บาท โดยท่านสามารถทดลองขับ ไทคานน์ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมปอร์เช่ทุกสาขา นอกจากนี้รถยนต์ปอร์เช่จากเอเอเอสฯ ทุกคันยังจะได้รับสิทธิการซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีนานสูงสุดถึง 15 ปี พิเศษสุดสำหรับยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้า ไทคานน์ ทุกรุ่นจะได้รับการรับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุด 8 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ปอร์เช่ ไทคานน์ ใหม่ (The new Porsche Taycan)

ไทคานน์ ใหม่ (The new Taycan) รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังและทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ สำหรับขนาดมาตรฐาน Performance Battery ให้พละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานใน overboost mode และ Launch Control ยกระดับศักยภาพสูงสุดกว่า 476 แรงม้า (350 กิโลวัต์) จากอุปกรณ์พิเศษ Performance Battery Plus สำหรับการทำงานในโหมดปกติให้กำลังที่ 326 แรงม้า (240 กิโลวัตต์) หรือ  380 แรงม้า (280 กิโลวัตต์) ตามลำดับ ในส่วนของพิสัยระยะการเดินทางสามารถทำได้ที่ 354 – 431 กิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) หมายความว่าแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขนาด จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5 – 80 % ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที และสะสมพลังงานจนวิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตร หลังจากการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น

*โปรดศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถแต่ละรุ่นจากศูนย์บริการปอร์เช่ เอเอเอสฯ โดยเงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

GWM ติดอันดับท็อป 50 แบรนด์จีนระดับโลกประจำปี 2021 จากการจัดอันดับโดย BrandZ™

0

Google และ Kantar ร่วมกันเผยแพร่ผลการจัดอันดับ 50 แบรนด์จีนระดับโลก “2021 BrandZ™ Top 50 Chinese Global Brand Builders” โดย GWM ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์จีนระดับโลกเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ GWM ยังติดอันดับดาวเด่น “2021 BrandZ™ Top 20 Rising Stars” ทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากผู้ใช้ทั่วโลกอีกครั้งด้วยความแข็งแกร่งด้านการผลิตและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในมหกรรมยานยนต์ Auto Shanghai 2021 เมื่อไม่นานมานี้

BrandZ™ เป็นแพลตฟอร์มการสร้างแบรนด์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล และเป็นการจัดอันดับมูลค่าแบรนด์เพียงหนึ่งเดียวที่นำความคิดเห็นของผู้บริโภคมาพิจารณาด้วย นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา Google ได้จับมือกับ Kantar รวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์มการวิจัยของ Google และประเมินการเติบโตของแบรนด์สัญชาติจีนระดับโลกด้วยรูปแบบการประเมินมูลค่าแบรนด์ของ BrandZ™ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งพัฒนาโดย Kantar และยึดตามปริมาณการค้นหาบน Google สำหรับการจัดอันดับ “2021 BrandZ™ Top 50 Chinese Global Brand” นั้น ได้รับการเผยแพร่โดย Kantar และ Google การวิจัยนี้ครอบคลุมผู้บริโภคมากกว่า 860,000 ราย จากตลาดทั้งหมด 11 แห่ง โดยแบรนด์ 50 อันดับแรกมาจากการให้คะแนนในแง่ของความสำคัญ ความแตกต่าง และจุดเด่น ซึ่งคัดเลือกมาจากแบรนด์ต่าง ๆ กว่า  1,662 แบรนด์ ใน 15 หมวดหมู่ ทั้งนี้ ข้อมูลของ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจโลกหดตัวลง 3.5% เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม แบรนด์สัญชาติจีนจำนวนมาก รวมถึง GWM ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ และกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศแม้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

เมื่อเดือนที่แล้ว GWM ได้เปิดตัว 5 แบรนด์ใหม่อย่างเป็นทางการในมหกรรมยานยนต์ Auto Shanghai 2021 ได้แก่ HAVAL, WEY, ORA, Pickup และ TANK เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ HAVAL ซึ่งเป็นแบรนด์รถเอสยูวีของ GWM ยังคว้าอันดับหนึ่งในบรรดาแบรนด์รถยนต์จากการจัดอันดับ “2020 BrandZ™ Top 50 Chinese Global Brand” ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 บริษัทประสบความสำเร็จในการเปิดตัวรถรุ่น JOLION และ 3rd Gen HAVAL H6 ในตลาดหลัก เช่นซาอุดีอาระเบีย ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ ส่วนรถกระบะ GWM POER ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ได้กลายเป็นแบรนด์รถกระบะสัญชาติจีนรายแรกที่เปิดตัวในหลายประเทศ ภาพรวมในตลาดโลกแสดงให้เห็นว่า GWM จะสามารถเสริมแกร่งความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างแน่นอน

ในฐานะแบรนด์ชั้นนำที่ติดอันดับ BrandZ™ Top 50 Chinese Global Brand Builders บริษัทได้สร้างเครือข่ายการขายในตลาดหลักทั่วโลก เช่น ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และรัสเซีย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 500 ราย โดยการจำหน่ายในต่างประเทศครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และในอีก 5 ปีข้างหน้า GWM จะลงทุนมากกว่า 3 หมื่นล้านหยวนในด้านการวิจัยและพัฒนาระดับสากล ตลอดจนส่งเสริมวิศวกรยานยนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมากกว่า 400 คนทั่วโลก ในขณะเดียวกัน บริษัทจะร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Intel, Google และ Apple ในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงสุด เพื่อส่งมอบยานยนต์ที่ชาญฉลาด ล้ำสมัย และมีคุณภาพสูงให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

“นิสสัน ห่วงใยทุกสถานการณ์” มอบความอุ่นใจด้วยแคมเปญ “ดูแลรถทุกช่วงเวลา”

0

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “นิสสัน ดูแลรถทุกช่วงเวลา ห่วงใยคุณทุกสถานการณ์” สำหรับลูกค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมดูแลรถ เพื่อให้ลูกค้านิสสันใช้รถคันโปรดได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจกับการบริการด้วยความใส่ใจจากนิสสัน กับสิทธิพิเศษ อาทิ ฟรี!บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ เมื่อนำรถยนต์ของคุณ  เข้าใช้บริการที่ศูนย์บริการนิสสัน สะดวกสบายกับบริการ รับ-ส่ง รถยนต์ลูกค้าถึงที่บ้าน และพิเศษยิ่งกว่านั้น แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ ลดสูงสุดถึง 24%  โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 

รายละเอียดแคมเปญ มีดังต่อไปนี้

ฟรี! บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร สำหรับรถยนต์นิสสันที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ     นิสสันทั่วประเทศ ด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในระดับนานาชาติ รวมถึง USFDA (United States Food and Drug Administration)  ตามบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ เช่น พวงมาลัย, เกียร์, เบาะ, ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นต้น

สะดวกสบายกับบริการ รับ-ส่ง รถยนต์ของลูกค้าถึงที่บ้าน

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้านิสสันทุกท่าน ด้วยบริการรับ-ส่งรถยนต์ของลูกค้าที่บ้าน เพื่อนำไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน ทั้งสำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ และการซ่อมทั่วไป ศูนย์บริการนิสสันที่รองรับการให้บริการนี้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 133 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการรับ-ส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน สามารถติดต่อนัดหมายกับศูนย์บริการได้โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nissan.co.th/owners/pick-up-drop-off-service.html

แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ ลดสูงสุด 24% 

นิสสันมอบส่วนลดพิเศษที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการนิสสัน กับ 2 เซฟเซฟแพ็กเกจสุดคุ้ม จ่ายเพียงครั้งเดียว ประหยัดสูงสุดถึง 24% อาทิ

  1. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบแบล็ก (Black Package) ส่วนลดปกติ 20% พิเศษ ลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 4 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 2 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)
  2. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบเรด (Red Package) ส่วนลดปกติ 10% พิเศษลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 1 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) ตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

สำหรับลูกค้านิสสันที่สนใจนำรถยนต์เข้ารับบริการสามารถนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้านคุณ
หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02 401 9600

หมายเหตุ

  • เฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมรายการเท่านั้น
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

MOTOR EXPO ส่งกำลังใจ “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” มอบน้ำดื่มให้ รพ.บุษราคัม

0

สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” มอบน้ำดื่ม 6,000 ขวด ให้แก่ “โรงพยาบาลบุษราคัม” โดยมี พญ. ณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบุษราคัม เป็นผู้แทนรับมอบ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี

ดูกันชัดๆ Honda Civic 2021 เจนเนอเรชั่นที่ 11

0

Honda Civic 2021 เจนเนอเรชั่นที่ 11 รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง รูปโฉมนั้นมีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจาก Accord อย่างมากขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นการย่อส่วนลงมากันเลยทีเดียวซึ่งแนวทางการถ่ายทอด DNA กันแบบนี้เราได้เห็นการเริ่มต้นมาตั้งแต่ เจนเนอเรชั่น 10 ที่ผ่านมาแล้ว

ฮอนด้าซีวิคใหม่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เพื่อให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยขนาดมิติยาว  4,673 มม.กว้าง  1,800 มม.สูง  1,414 มม. เมื่อเทียบกับเจนเนอเรชั่นที่ 10 จะยาวขึ้น 25 มิลลิเมตรและกว้างขึ้นเล็กน้อย 2 มิลลิเมตร แต่ต่ำลง 2 มิลลิเมตร เพื่อผลด้านอากาศพลศาสตร์ แต่ทำให้ civic ดูมีขนาดที่ใหญ่ยาวเกือบจะเท่า Accord ในอดีตช่วงก่อนเจเนอเรชั่น 6 เข้าไปแล้ว

หน้าตาที่ย่อส่วนจาก Accord มานั้น เมื่อมีขนาดที่เล็กลงดูจะมีความลงตัวในความโฉบเฉี่ยวมากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งกระจังหน้าแนวยาวเรียวต่อเนื่อง กับไฟหน้าทรงเรียวเฉียบนี้ ได้ไฟ LED มาเติมความทันสมัยให้ลงตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับ ทรงของไฟท้าย LED ที่ไม่เป็นทรงตัว C ที่ดูใหญ่เทอะทะไปในรุ่น 10 กลายเป็นความพอดีมากขึ้นทันที แนวเส้นด้านข้างนั้นคือเส้นเดียวกับ Accord อย่างจงใจมากที่สุด แต่ก็ทำให้ทรงซีดานท้ายลาดของ Civic ดูมีความยาวมากขึ้น

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารของ Honda Civic 2021 ได้รับการออกแบบเพื่อเน้นความสวยงามและการใช้งานอุปกรณ์ที่มีการจัดวางคล้าย Honda Accord อีกแล้ว  แต่คอนโซล ทอดยาวจากประตูไปจนถึงกลางแดชบอร์ด ใช้แถบลายตะแกรงโครเมี่ยมมาแทนที่ เป็นความกล้าหาญของนักออกแบบที่ทำให้ Civic มีคุณค่าอย่างมาก และยังเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี ดูแพง และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆอีกมากมาย เช่น แผงหน้าปัดดิจิตอล TFT LCD ขนาด 10.2 นิ้ว แสดงมาตรวัดต่างๆเป็นกราฟฟิก ดิจิตัล ทั้งหมด และยังมี ระบบอินโฟเทนเมนต์ แสดงผ่านหน้าจอสัมผัส ขนาด 9 นิ้วเป็นPad ตั้งบนคอนโซลกลาง สั่งงานด้วยระบบสัมผัส ที่เชื่อมต่อกับระบบเสียงซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Honda เลือกใช้บริการเครื่องเสียงระดับไฮเอนของ BOSE  และเป็นระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE Premium Sound System ลำโพง 12 ตำแหน่ง รอบห้องโดยสาร ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi-Wireless ChargerBose

Civic ใหม่ ยังคงใช้ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ แถวเรียง 4 สูบ 4 วาว์ลต่อสูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมระบบวาว์ลแปรผัน ขนาด 1.5 ลิตร 182 แรงม้า 240 นิวตันเมตรซึ่งเป็ฯเครื่องเดิมที่ใช้ในเจนเนอเรชั่น 10 ในปัจจุบันนั่นเอง แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันดีอยู่แล้วทั้งด้านสมรรถนะ และความประหยัดที่มาพร้อมๆกันได้อย่างลงตัว และมีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 187 นิวตันเมตร ทั้งหมดยังคงเป็นการขับเคลื่อนล้อหน้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT แบบแปรผัน 7 สปีดเช่นเดิม

สำหรับบ้านเราจะได้ให้การต้อนรับ Civic ใหม่เมื่อไรนั้น โควิดก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งถึงความช้าหรือเร็วด้วย ซึ่งก็ไม่น่าจะเกินปีหน้าหรืออย่างเร็วปลายปีนี้ในงานมอเตอร์เอกซ์โปอาจได้เห็นกัน

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– รีวิวก่อนขายจริง All New Haval H6 Hybrid SUV รถอเนกประสงค์รุ่นแรกของค่าย Great Wall Motor ที่กำลังเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– Fast Auto Show Thailand 2021 ประกาศเลื่อนจัดงาน ส่วนงาน Big Motor Sale 2021 ยังจัดตามเดิม

Auto Motor Thailand 2
– เปิดตัว All New Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 11

Auto Motor Thailand 3
– เปิดตัว BMW R1250 GS Adventure Edition 40 Years GS

Auto Motor Thailand 4

“รู้ก่อนขับกับ…อีซูซุ”
– วิธีดูแลระบบปรับอากาศรถยนต์เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัส Covid-19

Auto Motor Thailand 5

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

พร้อมรึยัง กับประสบการณ์ครั้งใหม่?! “V-Twin Fun For All Riders” ความสนุกครั้งใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม

0

สตรีทไบค์ Middle Class ที่สามารถใช้งานในเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบที่ถ่ายทอดและส่งมอบความสนุกสนานให้แก่ผู้ขับขี่ไปกับ Suzuki SV650 ด้วยเครื่องยนต์แบบ V-Twin ขนาด 645 ซีซี 2 สูบ สมรรถนะสูง ส่งผลให้เครื่องยนต์มีแรงบิดที่ดีในรอบต่ำ-กลางเป็นเยี่ยม ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนในการขับขี่ได้สูงสุด พร้อมระบบ Low RPM Assist ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวได้ขณะเครื่องยนต์ทำงานในรอบความเร็วต่ำ

มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าคู่ พร้อมคาลิปเปอร์ 4 พอต และดิสก์เบรกหลังพร้อมระบบ ABS หยุดได้อย่างมั่นใจ โช้คหน้าแบบ Telescopic โช้คหลัง Mono Shock แบบ Link-Type ปรับพรีโหลดได้ถึง 7 ระดับ ทำให้การทรงตัวในการขับขี่นั้นดีเยี่ยม พร้อมความเพรียวบางที่โฉบเฉี่ยว อีกทั้งน้ำหนักเบาเหมาะกับการขับขี่ภายในเมือง ที่พร้อมจะเปลี่ยนฟิลลิ่งในการขับขี่ของคุณให้เปลี่ยนไปจากเดิม ตอบโจทย์ในทุกการเดินทางกับ “V-Twin Fun For All Riders”

พลาดไม่ได้กับเงื่อนไขพิเศษ คลิกเลย https://www.facebook.com/177246421413/posts/10159748499316414/

สนใจสามารถพบกับ Suzuki SV650 ที่ร้านผู้แทนจำหน่าย Suzuki Big Bike ทั่วประเทศใกล้บ้านหรือติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/Suzukisocietythailand

 

รีวิวและทดลองขับ Mercedes Benz GLA 200 AMG Dynamic พร้อมเทียบคู่แข่ง BMW X1 sDrive 20 D

0
Mercedes Benz GLA 200 Pic Open

Mercedes Benz GLA 200 AMG Dynamic ปรับปรุงรูปลักษณ์ครั้งใหญ่ พร้อมเปลี่ยนจากการนำเข้ามาเป็นประกอบในประเทศด้วยราคา 2.399 ล้านบาท ซึ่งถูกลงกว่าเดิม ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาดความจุ 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 7 G Tronic แบบเดียวกับที่ใช้ใน A Class และ GLB Class พร้อมทั้งปรับแต่งระบบช่วงล่างใหม่ ผลทดสอบสมรรถนะของเอสยูวีครอสโอเวอร์น้องเล็กจากค่ายดาวสามแฉกจะเป็นเช่นไร ปิดท้ายด้วยการเปรียบเทียบกับคู่แข่งตรงรุ่นอย่าง BMW X1 Sdrive 20 D เรื่องราวทั้งหมดพร้อมให้ได้รับชมครับ

Mercedes Benz GLA 200 AMG Dynamic กลับเข้าสู่สังเวียนของรถยนต์ในกลุ่มครอสโอเวอร์เอสยูวีด้วยรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงการปรับมิติตัวรถให้กว้างและสูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม มากับชุดแต่ง AMG Line ทั้งด้านหน้า หลัง และด้านข้าง พร้อมหน้ากระจังแบบ Diamond Grill ที่ดูหรูพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่

Mercedes Benz GLA 200 1

โคมไฟหน้าเปลี่ยนรูปแบบมาเป็น LED High Performance มาพร้อมไฟกลางวัน ซึ่งมาพร้อมระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

Mercedes Benz GLA 200 3

 

ล้อ AMG ลาย 5 ก้าน หุ้มยาง 235/50 R19

Mercedes Benz GLA 200 2

ไฟท้ายก็มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ท่อไอเสียแบบคู่ และดิฟฟิวเซอร์ติดตั้งมาเสร็จสรรพ แต่ฝาท้ายเปิดได้น้อยตำแหน่ง คือได้จากตัวฝาท้ายเองเท่านั้น

Mercedes Benz GLA 200 4

ห้องโดยสารปล่อยให้ AMG Interior Package รับหน้าที่ในการออกแบบให้ดูหรูหรา และสปอร์ต เริ่มจากเบาะนั่งหุ้มหนัง Articoเย็บด้ายแดง ด้านในจะเป็นผ้ากำมะหยี่ คู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง และสามารถปรับที่รองขาเพื่อความแตกต่างของสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยแผงคาร์บอนที่คอนโซลและข้างประตู

Mercedes Benz GLA 200 5

พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่นใช้ในการสั่งการฟีเจอร์ต่างๆ ด้วยปุ่มแบบ Touch Pad แสดงการทำงานผ่านมาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว นอกจากจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลของทั้งความเร็ว และ รอบเครื่องยนต์ ยังคงรวมไปถึง โหมดการขับขี่ Dynamic Select ที่ปรับเปลี่ยนได้ทั้ง Eco Normal และ Sport ที่ปรับได้ทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ และ นน.พวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีก้าน แพดเดิล ชิฟท์ สำหรับ + – ตำแหน่งเกียร์

Mercedes Benz GLA 200 6

หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.25 นิ้ว ติดตั้งระบบปฎิบัติการ Multimedia MBUX และระบบสั่งงานด้วยเสียง Hey Mercedes รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Apple CarPlay และ รวมถึงระบบแผนที่นำทางแบบ 3 มิติ Hard-disk Navigation และสำหรับ Amblient Light ปรับได้ถึง 64 เฉดสี และ ช่องเสียบ USB มี 2 ตำแหน่ง อยู่ในกล่องอเนกประสงค์และด้านหลังซึ่งเป็นแบบ Type C

Mercedes Benz GLA 200 8

นอกจากนี้ ยังแสดงภาพให้กับระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องมองภาพขณะถอยจอด และเซนเซอร์กะระยะช่วยจอด PARKTRONIC รวมถึงระบบเชื่อมต่อรถยนต์ Mercedes me connect ระบบโทรช่วยเหลือฉุกเฉิน Emergency Call System และระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics / ตั้งค่ารถยนต์

Touch Pad บริเวณคอนโซลกลางจะใช้เป็นการควบคุมหลักซึ่งพัฒนาให้ลดการดีเลย์ขณะที่ใช้งาน คุณภาพเทียบเท่ากับระบบสัมผัสของสมาร์ทโฟนรุ่นท๊อพ

Mercedes Benz GLA 200 11

ระบบปรับอากาศเป็นแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์แบบ Turbine Jet ที่หรูหรา

Mercedes Benz GLA 200 9

ขุมพลังมหาชนเราะใช้กับรถยนต์ในเครืออีกหลายรุ่น ในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ Dual Clutch 7G-DCT 7 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 8.7 วินาที อัตราสิ้นเปลือง 15 กม./ลิตร

Mercedes Benz GLA 200 9

ในส่วนของระบบช่วงล่างได้มีการปรับระบบรองรับให้เป็น Lowered Comfort Suspension เพื่อสุนทรีย์แห่งการเดินทาง พร้อมตัวช่วยด้านความความปลอดภัยและสะดวกสบาย นอกจากที่กล่าวไว้ยังมี ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังค์ชั่น Hold ระบบรักษาความ เร็วอัตโนมัติ Cruise Control และจำกัดความเร็วอัตโนมัติ Speed Limit

เข้าสู่ช่วงทดลองขับ ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับในช่วงโควิดกำลังระบาดหนัก เส้นทางที่ใช้ในการทดสอบจึงใช้ระยะทางรวมประมาณ 100 กม.

Mercedes Benz GLA 200 12

สิ่งที่สัมผัสได้แต่แรกนั่นคือความกว้างขวางของห้องโดยสาร และอีกเรื่องที่แปลกไปนั่นคือแป้นคันเร่งและแป้นเบรก ปกติ Mercedes Benz จะติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ที่พื้น อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยุโรปมานานนม แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นห้อยจากใต้คอนโซลแบบรถญี่ปุ่นทั่วไป

Mercedes Benz GLA 200 13

ในส่วนของเบาะนั่งที่ตรงกลางเป็นแบบกำมะหยี่ จะช่วยให้สรีระร่างกายได้กระชับกับเบาะ ซึ่งจะไม่ฟิกแบบบักเกตซีท และมีระบบดันหลังอัตโนมัติ Lumbar Support ซึ่งช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ติดนิดหน่อยในส่วนของประตูหลังที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้คนตัวใหญ่เข้านอกออกในได้ค่อนข้างลำบาก

Mercedes Benz GLA 200 14

งานประกอบของบ้านเรายังคงไว้ใจได้เสมอ ซึ่งเป็นผลให้การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารนั้นทำได้ดีตามสไตล์รถยุโรป

ขุมพลังจึ๊ดจ๊าดพอตัว แม้จะเป็นบล็อกเล็กซึ่งมีความจุในพิกัด 1.3 ลิตร แต่ได้ระบบอัดอากาศเข้าไป ทำให้สามารถสร้างแรงม้าได้ถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 ที่ 1,620 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังแบบ 7 G Tronic อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม.อยู่ที่ 8.3 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองตามอีโค่สติ๊กเกอร์อยู่ที่ประมาณ 15 กม./ลิตร

Mercedes Benz GLA 200 15

จริงๆแล้วเครื่องยนต์บล็อกนี้อาจมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถพารถครอสโอเวอร์เอสยูวีลอยตัวได้สบายๆ ในส่วนของโหมดการขับขี่ Dynamic Select ทำงานอย่างแตกต่าง และที่สุดคือ Sport เพราะจะมีไมโรโฟนที่ติดตั้งไว้ในห้องเครื่องยนต์ ส่งเสียงแผดก้องในรูปแบบเสียงสังเคราะห์ เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

Mercedes Benz GLA 200 16

ระบบช่วงล่างได้ปรับเซทโช๊คอัพ Lowered Comfort Suspension ที่ให้ความนุ่มนวล เหมาะกับการเดินทางไกล แต่หากอยากซื่ง อาจจะนุ่มไปเล็กน้อย แต่ระบบเบรกก็ยังเชื่อใจได้ เพราะมีระบบเสริมแรงดันเบรก ในกรณีฉุกเฉิน ไม่ต้องออกแรงมาก รถก็จะหยุดนิ่งได้อย่างมั่นใจ

Mercedes Benz GLA 200 16

โดยรวมแล้วถือว่า Mercedes Benz GLA 200 AMG Dynamic เป็นเอสยูวีครอสโอเวอร์ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองซึ่งมาจากความอเนกประสงค์ของตัวรถ แต่จะเอาไปลุยบนเส้นทางสมบุกสมบันคงจะไม่ไหว เนื่องจากไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และตัวช่วยการขับขี่จะมีก็เพียงแต่ระบบควบคุมความเร็ว และ รบบบจำกัดความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งควรจะมีตัวช่วยอย่างอื่นอาทิ ตัวเตือนออกนอกช่องทาง หรือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันตามรถคันหน้า หรือแม้แต่ระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติ ก็ยังไม่มีมาให้

Mercedes Benz GLA 200 17

แต่สิ่งที่ผู้ผลิตได้ให้มานั้นก็ถือว่ามากมาย ในส่วนเครื่องยนต์ไม่ได้ด้อยไปจากเครื่องยนต์ไซส์ใหญ่ จอแสดงผลที่ทันสมัยอีก 2 จอ รวมถึงการตกแต่งภายในที่หรูหรา และโหมดการขับขี่ที่สั่งได้ตามใจต้องการ ก็พอจะหักล้างกับสิ่งที่หายไปได้ ในราคาค่าตัว 2.399 ล้านบาทก็ต้องบอกว่าพอฟัดพอเหวี่ยง

Mercedes Benz GLA 200 18

เปรียบเทียบคู่แข่ง!!!

คู่แข่งตรงรุ่นอย่าง BMW X1 SDrive 20d ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่เช่นเดียวกัน โดยเน้นไปที่ชุดกระจัง โคมไฟ และ ชุดแอโรพาร์ทให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น

Mercedes Benz GLA 200 19

ภายในห้องโดยสารจะเน้นไปทางสปอร์ต จอกลางขยายจาก 8 นิ้วเป็น 10.25 นิ้ว แต่ชุดมาตรวัดยังคงเป็นแบบทรงกลมซึ่งเพิ่ม Head Up Display และฟีเจอร์ที่ให้มาก็ใกล้เคียงกัน

Mercedes Benz GLA 200 19

ขุมพลังแรงกว่า ในรูปแบบของเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronoc 8 จังหวะ ซึ่งเครื่องยนต์บล๊อคนี้ก็เป็นเครื่องยนต์มหาชนเช่นเดียวกัน เพราะเป้นขุมพลังที่ใช้ใน Series 3, X3 และ X5

Mercedes Benz GLA 200 22

ระบบช่วงล่างของ BMW X1 จะให้อารมณ์ไปทางสปอร์ตมากกว่า Mercedes Benz GLA 200 AMG Dynamic ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อความนุ่มนวล

Mercedes Benz GLA 200 24

BMW X1 SDrive 20d มีราคาค่าตัว 2.559 ล้านบาท หากเทียบกับ Mercedes GLA 200 AMG Dynamic ซึ่งตั้งราคาไว้เพียง 2.399 ล้านบาท อาจตกเป็นรองเพียงแค่ขุมพลัง เพราะ BMW X1 SDrive 20D ได้รับการติดตั้งขุมพลังที่ขับสนุกและรวดเร็วทันใจ แต่ก็ได้มาซึ่งอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ให้ความประหยัดกว่า ทีนี้ต้องมาชั่งใจกันดูว่ารถรุ่นไหนเหมาะกับสไตล์ของตัวคุณ

“ยามาฮ่า” ร่วมเยียวยาเหยื่อโควิด บริจาค 1.4 ล้านบาท ช่วยชาวไทยร่วมต้านภัย COVID-19

0

มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบเงิน 1,400,000 บาท ให้กับ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในการรับมอบ

โดยเงินจำนวนนี้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะนำไปซื้อสิ่งของจำเป็นรวมถึงเครื่องอุปโภค บริโภคช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ประสบปัญหาทางสังคมได้รับความเดือดร้อนและความยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

สำหรับ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จัดตั้งโครงการ “ยามาฮ่าร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด” ขึ้นมาในปี 2563 โดยร่วมบริจาครถจักรยานยนต์มากกว่า 140 คัน ให้กับกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

รวมถึงสร้างห้องตรวจเชื้อให้กับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บริจาคเงินและชุดป้องกัน PPE ให้กับหน่วยงานต่างๆ พร้อมลังกระดาษสำหรับการทำเตียงสนามรองรับผู้ป่วยให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ โดยหวังให้คนในสังคมได้กลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง

สำหรับการมอบเงินจำนวน 1,400,000 บาท ในครั้งนี้ มีขึ้น ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อเร็วๆ นี้