Home Blog Page 388

เมอร์เซเดส-เบนซ์ มอบ “ประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำลึก” ให้ผู้ชมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โชว์วิสัยทัศน์แห่งอนาคต ย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถยนต์ในไทย ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ด้วยการสร้างสรรค์บูธรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์โฉมใหม่ที่จะเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วย “ประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำลึก” พร้อมโชว์ไฮไลต์เด็ดของรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูอย่างต่อเนื่อง 5 รุ่นได้แก่ Mercedes-Benz E-Class Coupé และ Mercedes-Benz E-Class Cabriolet สองยนตรกรรมสปอร์ตโฉมใหม่ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในไทย พร้อมด้วย Mercedes-Benz The new E-Class, Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC และ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมมอบแคมเปญพิเศษ รับเลยทองคำหนัก 1 บาท มูลค่า 25,150 บาท (มูลค่า ณ วันที่ 15 มีนาคม 2564) สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อและรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 เมษายน 2564 ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การก้าวข้ามขีดจำกัดคือสิ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และในปี 2564 จะยังเป็นปีของการเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่เราพร้อมพาลูกค้าไปพบกับความพิเศษ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และนวัตกรรมที่บรรจุไว้ภายในรถยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน นี่คือที่มาของการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ในวันนี้ ให้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ไปจากที่เราได้เคยได้ทำมา ทั้งเพื่อเว้นระยะห่างและสร้างความปลอดภัยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมทั้งเซอร์ไพรส์ผู้ชมทุกคนด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคตจากแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเราเลือกตีความอนาคตให้กลายเป็นความจริงใหม่ในยุคปัจจุบัน นำเสนอออกมาเป็น “ประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำลึก” ที่เชื่อมโยงทุกคนให้สามารถเข้าถึงทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรุ่นที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษที่ทุกคนรอคอยตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน ทั้งที่งานมอเตอร์โชว์และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ”

ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ด้วยการพลิกโฉมหน้าการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานใหม่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และประสบการณ์การพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการนำเสนอรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดภายใต้กลยุทธ์ “Electric First” พร้อมทั้งพาผู้เข้าร่วมงานไปสัมผัสกับนวัตกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่าน “ประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำลึก” (Immersive Digital Experience) ที่จะฉีกทุกกฎการเข้าชมงานมอเตอร์โชว์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ได้แก่

“Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic” ยนตรกรรมที่รังสรรค์ขึ้นอย่างชาญฉลาด ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ผนวกความเป็นสปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราได้อย่างน่าทึ่ง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 7.6 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง วางจำหน่ายในราคา 4,550,000 บาท

“Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic” ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูหราที่พร้อมเผยความสง่างามให้โลกได้เห็น และถ่ายทอดความสปอร์ตได้อย่างเหนือชั้นในทุกมุมมอง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 7.9 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 234 กิโลเมตร/ชั่วโมง วางจำหน่ายในราคา 5,140,000 บาท

“Mercedes-Benz The new E-Class” รถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์กับดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ และสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบบปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.7 วินาที อีกหนึ่งทางเลือกคือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 1,950 ซีซีพร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน EURO6 ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.3 วินาที ถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

“Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC” ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และดีไซน์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ในทุกรายละเอียด โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.1 วินาที  วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท

“Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีรุ่นแรกในไทยที่ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์และอินเตอร์คูลเลอร์ ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 3 พร้อมมอบพละกำลังสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมทลายทุกข้อจำกัดในทุกเส้นทางและตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด วางจำหน่ายในราคา 4,699,000 บาท

นอกจากนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทยและบริษัทชั้นนำจากประเทศเยอรมนีที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ประกาศเปิดโครงการ “Clean Air Initiative” อย่างเป็นทางการ ด้วยจุดมุ่งหมายในการผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ผลิตสินค้าและบริการที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดอากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์จะนำโครงการ “Charge to Change” ที่ได้ริเริ่มขึ้นในปีที่แล้วและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมในการช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วประเทศไทยหันมาชาร์จเพื่อเปลี่ยนโลกร่วมกัน มารวมอยู่ในโครงการ “Clean Air Initiative” ในครั้งนี้ด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นเพื่อการเติบโตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพเยี่ยมครบทุกรุ่น พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 สอดคล้องกับแนวคิด วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข

“ในปีนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมการผลิตรถยนต์ครบ 6 ล้านคัน โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ชุมชนท้องถิ่น ผู้จัดจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าของเรา” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“นับตั้งแต่ปี 2504 เราได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยผ่านการจ้างงาน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งออก การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย พร้อมมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ระดับผู้นำที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยต่อไป เพื่อให้ลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทย และอีกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมภายใต้แนวคิด ‘Drive your Ambition’ ที่มั่นใจได้ในทุกการขับขี่” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่ม

โดยภายในงานฯ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเปิดตัวรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยบนเวทีได้จัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน สเปเชียล เอดิชั่นที่ออกแบบโดยคุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดังของประเทศไทย ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าและไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นพัฒนายานยนต์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต แพชชั่น เรด เอดิชั่นรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม

สำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เลือกใช้สีแดงเพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปีนี้ เพราะสีแดงเป็นสีแห่งความมุ่งมั่นและยังเป็นสีประจำของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ ทรีไดมอนส์ และบนรถแข่งแรลลี่ระดับตำนานที่บ่งบอกความเป็น มิตซูบิชิ พร้อมความมั่นใจในคุณภาพ ความน่าตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่ต้องการมอบความพึงพอใจสูงสุด และการค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคม และการเติบโตในแบบที่ยั่งยืน

พร้อมกันนี้ยังเผยโฉม มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ สเปเชียล เอดิชั่นมาพร้อมกับ สีแดง ที่โดดเด่น พร้อมการตกแต่งพิเศษ เพื่อยกระดับความมีสไตล์ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในเมืองที่มองหาแรงบันดาลใจเพื่อทุกความสำเร็จในชีวิต

ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท* ต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินตามปณิธาน 3 หัวข้อหลักของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนายานยนต์แบบยั่งยืนยังได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่และร่วมกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกอีกด้วย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก และยังได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจากลูกค้าและผู้สื่อข่าวสายยานยนต์หลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรมทดสอบขับที่ผ่านมา โดย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน พร้อมกันนี้ยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าฉุกเฉินเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง

โดยในปีนี้ รถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีครบทุกรุ่น ดังนี้

  • มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รับรางวัล รถปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวี ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวีราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ไทรทัน รับรางวัล รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รับรางวัล รถอเนกประสงค์มินิเอ็มพีวี ขายดียอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ แอททราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ มิราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม

มั่นใจได้เมื่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ อะไหล่แท้ การบริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

เชิญชมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A13 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42  ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3  เมืองทองธานี  ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง 

* ทุกการซื้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน, เอ็กซ์แพนเดอร์, แอททราจ และ มิราจ บริษัทฯ จะสมทบเงินบริจาคจำนวน 2,000 บาท และ 5,000 บาทสำหรับ ปาเจโร สปอร์ต เพื่อร่วมสมทบกองทุนเงินบริจาคที่ส่งต่อไปยังองค์กรการกุศลต่างๆ โดยมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

เอ็มจี ยกขบวนยนตรกรรม ร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ตอกย้ำการเป็นรถยนต์เพื่อคนไทย ที่โดดเด่นด้วย เทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนทิศทางการดำเนินงานที่ผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และความคุ้มค่า (Value) สู่ยนตรกรรมคุณภาพเพื่อคนไทย พร้อมเปิดโซนพิเศษโชว์ศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นผ่านการจัดแสดงตัวอย่างเทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นเยี่ยม พบกับข้อเสนอสุดพิเศษของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน พ.ศ. 2564 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 

ภายในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 เอ็มจีได้ยกขบวนยนตรกรรมหลากรุ่นมาจัดแสดง  นำโดย ไฮไลท์ของงานกับการเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการของกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER รุ่นปรับโฉมใหม่ ตามด้วยรถ SUV อย่าง MG ZS และ MG HS รวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริดอย่าง MG HS PHEV ที่มาพร้อมสีใหม่ สีเทา METAL ASH GREY อีกทั้งยังมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ทั้งรุ่น MG EP และ MG ZS EV พร้อมรถ Hatchback อย่างรุ่น MG 3 ที่มาด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมที่มีพร้อมทั้งเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้จริง นอกจากนี้ บูธเอ็มจี ยังเพิ่มเติมความพิเศษให้กับผู้ที่เข้าชมได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งอยู่ในรถยนต์เอ็มจีอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ระบบช่วยขับขี่ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ที่มีความเทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 (Autonomous Level 2) รวมไปถึงเทคโนโลยีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือ xEV ทั้งในรูปแบบรถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเอ็มจีในการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ใช้รถสะดวกสบาย และทำให้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา แม้ภาพรวมของตลาดจะถดถอย แต่เอ็มจียังคงมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น รวมถึงเพิ่มจำนวนของโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 150 แห่ง และมียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเอ็มจีเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ SUV โดยเฉพาะในกลุ่ม C-SUV และยังเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ทั้งนี้ ในปัจจุบัน เรามียอดขายรถยนต์เอ็มจีสะสมรวมทั้งสิ้น กว่า 100,000 คัน และในส่วนของการผลิต เอ็มจี ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา และได้เริ่มทยอยส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเวียดนาม ก่อนจะขยายไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาในประเทศอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้ โดยเอ็มจียังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าในทุกๆ มิติที่เป็นไปได้ และเชื่อว่าทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคสามารถเกิดขึ้นได้ และดียิ่งขึ้นในทุกวัน ด้วยแนวคิด 3 แกนหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value)”

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมถึงความคืบหน้าของแผนงานขยายสถานีชาร์จ ล่าสุดเอ็มจีได้ติดตั้งสถานีชาร์จที่ศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศแล้วทั้งสิ้น 108 แห่ง และได้เปิดบริการอย่างเป็นทางการแล้ว จำนวน 70 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้ สามารถเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ได้แล้วทั้งสิ้น 22 แห่ง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ในภูมิภาคต่างๆ โดยลูกค้าสามารถใช้แอพพลิเคชั่น i-SMART ตรวจสอบเวลาการทำงาน และความพร้อมใช้งานของ MG SUPER CHARGE และยังสามารถค้นหาเพื่อทำการจอง ตลอดจนการเติมเงินและการจ่ายเงินค่าใช้บริการ และเริ่มชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้จากโทรศัพท์มือถือ โดยปัจจุบัน เอ็มจี กำลังเดินหน้าสู่แผนงานในระยะที่สองเพื่อติดตั้งสถานีชาร์จ MG SUPER CHARGE อีกกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 สถานีชาร์จ ในทุกๆ 150 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดความกังวลในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ในระยะยาว

ล่าสุด เอ็มจีได้ประกาศค่าบริการชาร์จไฟฟ้าที่ MG SUPER CHARGE ในช่วง Off Peak (วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 22.00 – 08.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ทั้งวัน) อยู่ที่ 6.50 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และในช่วง On Peak (วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00 – 22.00 น.) อยู่ที่ 7.50 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวสรุป

โปรโมชั่นสำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2021

เอ็มจีได้จัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เอ็มจีภายในงานฯ หรือที่ศูนย์บริการมาตรฐานเอ็มจี ทุกสาขา ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน และรับรถภายใน 30 เมษายนนี้ ได้แก่

NEW MG EP

NEW MG EP: รถสไตล์สเตชั่นแวกอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

  • พิเศษ ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟในบ้านหรือ MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง นาน 1 ปี
  • พร้อมรับ การรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG HS PHEV: รถ SUV ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid รุ่นแรกของเอ็มจี กับแนวคิด“REFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต

  • พิเศษ ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟในบ้านหรือ MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง นาน 1 ปี
  • พร้อมรับ การรับประกันแบตเตอรี่ในระบบ PHEV แบบไม่จำกัดระยะทาง ตลอดระยะเวลา 8 ปี

NEW MG ZS:  SMART UP SUV รุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท
  • พิเศษ ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

MG HS: รถ SUV ที่เหนือระดับ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นรถที่มีความสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “ELEGANCE”

  • ฟรี! อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG มูลค่า 15,630 บาท
  • พิเศษ ดอกเบี้ย 1.29%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

MG3: รถยนต์แฮทช์แบ็ค มิติใหม่ของความสนุกที่มาพร้อมนิยาม “WE ARE FUN” สีสันความสนุกเร้าใจ สมรรถนะโดดเด่นและอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย

  • ผ่อนเริ่มต้น 2,604 บาท ระยะเวลา 1 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี 

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เปิดงานอย่างเป็นทางการ 34 ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยกทัพร่วมงาน-วางมาตรการเข้มป้องกันโควิด-19

0

บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดพิธีเปิดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 อย่างเป็นทางการ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์   อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานมากกว่า 34 แบรนด์บนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตร พร้อมนำเสนอโซนพิเศษ Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ และจัดเตรียมมาตรการด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping the Next Chapter” จากการที่วิกฤตการณ์โรคระบาดที่ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ต่อสังคมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันรวมถึงแนวคิด วิสัยทัศน์ การจัดการรักษา และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ พัฒนา ปรับปรุง เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างปลอดภัย และใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข และจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยจากการที่มีบริษัทรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 34 บริษัท บนพื้นที่จัดแสดง 170,960 ตารางเมตร เป็นการยืนยันได้อีกครั้งว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นงานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัทรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ได้แก่ Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck& Bus, TAKANO, AP Honda, Suzuki Moto, Yamaha, Harley-Davidson, BAJAJ, KTM และ Husqvarna

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มโซน Smart EV City เพื่อนำเสนอความเป็นเมืองแห่งอนาคตตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของยุคปัจจุบันที่ต้องการสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลาย รวมทั้งเอื้อต่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบนวัตกรรมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า นวัตกรรมสินค้าอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

รวมถึงโซน GLAMPING ที่เป็นไลฟ์สไตล์สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว สัมผัสชีวิตกับธรรมชาติ แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบาย ที่ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับโซนแสดงรถยนต์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการตั้งแคมป์ภายในรถยนต์

สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์เหมือนการจัดงานในปีที่ผ่านมา

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้จะมีการเพิ่มระยะห่างของแต่ละบูธ เพื่อขยายพื้นที่ทางเดินให้กว้างขึ้นจากเดิมเป็นการลดความแออัดขณะเข้าชมงาน โดยมีการกำหนดมาตรการให้เป็นไปตามการจัดงานแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ตรงตามมาตรการทางสาธารณสุข และศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงอยู่บนบรรทัดฐาน Amazing Thailand Safety & Health (SHA) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับผู้ร่วมออกงาน และผู้เข้าชมงานรู้สึกปลอดภัย ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัล ทางผู้จัดงานฯ ได้พัฒนารูปแบบการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงานด้วยการนำเสนอแอปพลิเคชั่น “Car Buddy by GPI” เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชมงาน และจัดทำฐานข้อมูลผู้เข้าชมงานเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงตามเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท รับสิทธิ์ได้รับรางวัลรถยนต์ฟอร์ด เอเวอร์เรส  รถปิคอัพฟอร์ด เรนเจอร์ และรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท เพียงตอบคำถาม จากการสแกนคิวอาร์โคดด้านหลังบัตร

รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ระดับแฟลกชิพ ตอบทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต พร้อมส่งมอบประสบการณ์ไรด์ดิ้งคัลเจอร์ที่หลากหลายไปกับบูธคอนเซปต์ THE HYPE SPACE

0

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ได้อย่างสมศักดิ์ศรีผู้นำวงการ ฯ ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ระดับแฟลกชิพพร้อมกันทีเดียวถึง 4 รุ่น นำโดย CB1300 SUPER FOUR และ CB1300 BOLD’OR, Rebel 1100, X-ADV750 และ LEAD125 พร้อมไฮไลท์สำคัญ จัดแสดงรถแข่ง CRF450 Rally คันจริงที่คว้าแชมป์ดาการ์แรลลี่ครั้งล่าสุด มาให้คนไทยได้ชมเป็นประเทศแรกในโลกอีกด้วย

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ภายใต้แบรนด์คอนเซปต์ “What Stops You?” ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะปลุกเร้าทุกคน ให้ออกไปค้นพบความหมายของการใช้ชีวิตผ่านมอเตอร์ไซค์และไรด์ดิ้งคัลเจอร์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราไม่เคยหยุดที่จะส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าจะสามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างแท้จริง เป็นที่มาของการดีไซน์บูธฮอนด้าภายใต้คอนเซปต์ “THE HYPE SPACE” เพื่อแสดงให้เห็นถึงดีกรีแห่งความท้าทาย ตั้งแต่ความเร้าใจบนทางเรียบ ไปจนถึงการใช้ชีวิตผจญภัยบนทางฝุ่น”

“ในครั้งนี้ เรามาพร้อมกับการเปิดตัวรถใหม่ที่เป็นนิวโมเดล หรือออลนิวโมเดลมากถึง 4 รุ่น นำโดย CB1300 SUPER FOUR หรือรถซูเปอร์โฟร์ในตำนานที่กลับมาอีกครั้ง พร้อมคู่แฝดอย่าง CB1300 BOLD’OR รถที่ถูกสร้างด้วยแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน The Bol d’Or 24-Hour Endurance Race ตามด้วย Rebel 1100 ที่สุดของตระกูล Rebel ที่สะท้อนความเป็นขบถด้วยความดิบและความดุดัน มาพร้อมเทคโนโลยีที่ครบครัน และ All New X-ADV750 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรถ SUV ระดับท็อป ผสานความสะดวกสบายเพื่อการขับขี่ในเมืองและความพร้อมที่จะออกไปลุยนอกเมืองได้ทุกเวลา”

“นอกเหนือจากรถบิ๊กไบค์แล้ว ฮอนด้ายังได้เปิดตัว Honda LEAD125 รถ เอ.ที. ที่มาพร้อมกับความลงตัวของดีไซน์ที่มีสไตล์และความเอนกประสงค์ขั้นสุด รวมถึง U-BOX ขนาดยักษ์ เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวันของคนเมือง นอกจากรุ่นใหม่หลายรุ่นแล้ว ฮอนด้ายังได้จัดแสดงรถแข่งรุ่น CRF450 Rally คันจริง ที่คว้าแชมป์ 2021 ดาการ์แรลลี่ ซึ่งเป็นการแข่งขันออฟโร้ดที่หฤโหดที่สุดในโลก โดยเควิน เบนาวีเดส จากมอนสเตอร์ เอเนอจี ฮอนด้า ทีม ซึ่งการจัดแสดงที่เมืองไทยครั้งนี้ถือเป็นการจัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลกอีกด้วย”

New Honda CB1300 SUPER FOUR และ CB1300 BOLD’OR พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “The Ultimate Legacy ที่สุดของตำนาน บนทุกเส้นทาง” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED รอบคัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1,300 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch และ Riding Modes ให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport และ Rain ขับขี่สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control มั่นใจในประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง หน้า-หลัง จาก SHOWA ที่ปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียด CB1300 SUPER FOUR วางจำหน่ายด้วยราคา 575,000 บาท และ CB1300 BOLD’OR ราคา 600,000 บาท

New Honda Rebel 1100 ที่สุดของตระกูล Rebel Series พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “Ride Your Rule ขบถ…เพื่อกำหนดนิยามใหม่” ผสานความดิบและความดุดันเข้ากับเทคโนโลยียุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Full LED มอบแรงบิดทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 1,100 ซีซี 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch ในรุ่น MT และ Dual Clutch ในรุ่น DCT รองรับการเดินทางไกลด้วยระบบ Cruise Control เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคา 399,000 บาท สำหรับรุ่น MT และราคา 429,000 บาท สำหรับรุ่น DCT

All New Honda X-ADV750 รถ SUV Bike ระดับท็อป ได้รับการยกระดับเทคโนโลยีครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “Let Your Instinct Lead The Way” พัฒนาสู่การเป็น Adventure Urban Vehicle อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมฟังก์ชันใหม่ Honda Smartphone Voice Control System เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับตัวรถผ่านแอปพลิเคชันของฮอนด้า สั่งการได้ด้วยเสียง ขับขี่ได้อย่างมั่นใจด้วยปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชันที่แฮนด์เดิลบาร์โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน มาพร้อมขุมพลังใหม่ 2 สูบ ขนาด 750 ซีซี พร้อมด้วยคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) ให้การตอบสนองดีเยี่ยม และสามารถปรับตั้งค่าการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคา 425,000 บาท

New Honda LEAD125 รถ เอ.ที. ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ภายใต้คอนเซปต์ “มอเตอร์ไซค์ของคนมีของ” สง่างามเรียบหรูทุกมุมมอง ตัวรถออกแบบบนพื้นฐานของความเป็นสมาร์ทซิตี้ไบค์ ผสานฟังก์ชันการใช้งานสำหรับคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ eSP ขนาด 125 ซีซี จุใจกับพื้นที่ใต้เบาะ U-Box ขนาดใหญ่ถึง 37 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ เพิ่มความสะดวกด้วยคอนโซลหน้าขนาดใหญ่ พร้อมช่องชาร์จไฟสำรองแบบ AC socket รองรับการใช้งานได้เอนกประสงค์ยิ่งขึ้นด้วยแร็กท้ายขนาดใหญ่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังสามารถกดเปิดฝาเติมน้ำมันได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องลงจากรถ New Honda LEAD125 มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว, สีแดง และสีดำ เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 55,500 บาท  สำหรับบางกอกมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมส่งมอบประสบการณ์ในรูปแบบไฮบริดคอมมิวนิเคชั่น โดยนอกเหนือจากการจัดแสดงรถคันจริงให้ได้สัมผัสภายในงานแล้ว ฮอนด้ายังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้รับชมทางออนไลน์ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมเสมือนได้มาเยี่ยมที่บูธจริงอีกด้วย

พบกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึงวันที่ 4 เมษายนนี้ ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นสุดพิเศษของรถรุ่นต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.aphonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/HondaBigBikeTH
เฟซบุ๊กคับเฮ้าส์ fb.com/cubhousebyhonda

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ครั้งแรกของโลก ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ xEV Leader ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าด้วยพาเหรดรถยนต์ xEV สุดไฮเทคมาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก นำทัพโดยรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat ORA Black Cat และรถกระบะไฟฟ้า POER EV รวมไปถึงรถยนต์ต้นแบบ Concept H มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Innovation Builds Better Future” พร้อมด้วยกองทัพนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำ และโอกาสในการนั่งรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat แบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

หลังจากเปิดตัวแบรนด์และประกาศกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในเมืองไทยอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและความมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพให้ผู้บริโภค ด้วยการเผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมจัดทัพใหญ่ยกขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงนำโดย มร. เอลเลียต จาง ประธาน มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน ฝ่ายขายและการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย และนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ กลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจ รวมถึงแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) เทคโนโลยีที่น่าสนใจ และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดแสดงภายในงาน

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เผยว่า “ในระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เร่งดำเนินการหลายๆ อย่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เรามีการซื้อขายและรับมอบโรงงงาน รวมถึงพบปะพูดคุยกับผู้บริโภคชาวไทยและเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ โดยตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สร้างปรากฏการณ์และความสำเร็จผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น HAVAL H6 ORA Good Cat TANK 300 GREAT WALL PAO โดยในประเทศจีน รถกระบะของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นั้น ครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายเป็นเวลาติดต่อกัน 23 ปี และแบรนด์ HAVAL มียอดขายทะลุ 6.5 ล้านคัน ส่วน HAVAL H6 ก็ครองแชมป์ด้านยอดขายติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 8 ปี”

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน และปัญญาประดิษฐ์อีกมากมาย เราได้สร้างศูนย์เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนชั้นนำแห่งแรกของโลก และยังเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแบตเตอรี่ที่ปราศจากโคบอลต์ นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็น “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น
ด้านพลังงานใหม่อย่างเต็มที่ ในประเทศไทย เราจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ทั้งสิ้น 9 รุ่น พร้อมระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายภายในระยะเวลา 3 ปี หรือ Mission 9 in 3 เรามุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ สร้างสรรค์รูปแบบความร่วมมือแบบใหม่ เข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริงและสร้างการบริการแบบใหม่ ด้วยการผสมผสานแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดระหว่างบริการก่อนการขายและหลังการขาย พัฒนาระบบการเชื่อมต่อ “คน รถ แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์” ให้สมบูรณ์แบบ” มร. เอลเลียต จาง เสริม

ด้าน มร. สตีเว่น หวัง รองประธานฝ่ายขายและการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้คือ การเผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งประเทศไทยและคนไทยเป็นประเทศแรกและคนกลุ่มแรกที่ได้ยลโฉมรถยนต์คันนี้อย่างใกล้ชิด โดย “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยผสานกับดีไซน์อันโดดเด่น สำหรับ HAVAL H6 นั้น นับตั้งแต่เปิดตัว มียอดขายรวมกว่า 3 ล้านคัน และได้รับรางวัลมากมายในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง เช่น รางวัลรถเอสยูวี ที่มีคุณค่ามากที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นรถเอสยูวีรุ่นที่ดีที่สุดในชิลี”

สำหรับ “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ที่เผยโฉมครั้งนี้ เป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา ระบบขับเคลื่อนสองล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ให้แรงม้าสูงสุด
179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร โดยมีมิติของตัวรถขนาดกว้างและยาว 1,886 x 4,653 มม. พร้อมความสูง 1,724 มม. มีระยะฐานล้อ 2,738 มม. และขนาดล้อ 19 นิ้ว ถือเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบรถในคลาสเดียวกัน ให้พื้นที่จัดเก็บกว้างขวาง นั่งสบาย ครบครันสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

“All New HAVAL H6 Hybrid SUV” พิเศษด้วย LIFE+ (LIFE PLUS) ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการ
ในทุกเส้นทางการขับขี่ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • L: L2 ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 มาพร้อม 22 ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย
    มากยิ่งขึ้น อาทิ

1) ระบบช่วยจอดรถยนต์อัตโนมัติ 3 รูปแบบ หรือ Integration Auto Parking (IAP) ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ
โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอด
ตามแนวเฉียง

2) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ หรือ Auto Reversing Assistance (ARA) โดยระบบจะสามารถจดจำเส้นทางเมื่อรถขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถถอยหลังกลับ
ตามเส้นทางเดิมได้ในระยะทางถึง 50 เมตร

3) ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากทางด้านข้าง หรือ Wisdom Dodge System (WDS) ระบบ
ที่ช่วยตรวจจับรถขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุกในเลนติดกัน โดยรักษาระยะห่างขณะขับผ่านและเมื่อพ้นระยะแล้วสามารถกลับสู่กลางเลนตามปกติ ทำให้เร่งแซงได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งทั้ง 3 ระบบข้างต้น ถือเป็นระบบความปลอดภัยในรถยุโรประดับพรีเมียม นับได้ว่าเป็นครั้งแรกหรือ First in Class ในรถที่มีขนาดและระดับราคาเดียวกันในตลาดประเทศไทยในเวลานี้

  • I: Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ
    ระบบโต้ตอบด้วยเสียง (Voice Interaction) ระบบอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligent Internet)
    รวมไปถึง ระบบหน้าจออัจฉริยะ ที่ช่วยให้เชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลการเดินทางได้อย่างชาญฉลาด
  • F: FOTA ระบบการอัปเกรดโปรแกรมออนไลน์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการอัปเกรด Firmware ได้เองผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเอารถเข้าศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ
    ระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลัง
  • E: EYE Q4 ชิปอัจฉริยะที่ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น สามารถประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน และยังสามารถรักษาเสถียรภาพในการทำงานได้ดีหากมีการชนหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
  • + (Plus) ให้คุณ “มากกว่า” ด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น
  • ระบบ GWM LEMON Hybrid DHT ซึ่ง All New HAVAL H6 ใช้แพลตฟอร์ม GWM LEMON ที่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัยสูง และน้ำหนักเบา มาพร้อม
    โหมดช่วยการขับขี่หลายรูปแบบ ตอบสนองการขับขี่ในหลากหลายสภาพถนน อีกทั้งยัง
    ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การออกแบบ ในส่วนของภายนอกที่ออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์ โดยการใช้เส้นโค้งและลายเส้น
    ที่เรียบง่าย แต่ประณีตและพรีเมียม ล้ำยุค และเหนือระดับ ภายใต้การนำทีมออกแบบโดย ฟิล ซิมมอนส์ (Phil Simmons) ผู้มีประสบการณ์ออกแบบรถยนต์แบรนด์ยุโรปชื่อดังมากมาย ภายในมีการออกแบบ
    ที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยวัสดุหนังหุ้มเบาะคุณภาพสูงที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ รวมไปถึง
    แผงหน้าปัดแบบลอยตัว พร้อมจอ Infotainment ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ Head Up Display (HUD) แสดงภาพข้อมูลการขับขี่ครบครันบนกระจก รวมไปถึงพวงมาลัยไฟฟ้า Multi-Function และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่
  • เสริมความปลอดภัย ด้วยตัวถังรถที่ประกอบด้วยเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ
    กรอบประตูเหล็กแบบขึ้นรูป พร้อมคอพวงมาลัยที่ดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และถุงลมนิรภัย
    6 จุด

ทั้งนี้ “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” จะมีการเปิดตัวและเปิดจองรถในประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะมีการทดสอบขับรถ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เผยว่า “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคและแฟนๆ ชาวไทย ที่ให้การต้อนรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างอบอุ่นและด้วยดีเสมอมา ณ งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เรานำทัพรถยนต์มาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยรถยนต์ที่เรานำมาจัดแสดงในงานจะเป็นทัพรถยนต์ที่เป็นรถพลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้งสิ้น เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ xEV Leader การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยของเรา รวมถึงแสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตและนวัตกรรมอันล้ำสมัยมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัส พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน”

โดยรถยนต์ยอดนิยมของเกรท วอลล์ มอเตอร์ที่นำมาจัดแสดงมีหลากหลายรุ่น อาทิ

  • รถยนต์ต้นแบบ Concept H เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่งาน Auto Car 2020 ที่ประเทศอินเดีย และประเทศไทยเป็นประเทศที่สอง ที่ได้นำรถยนต์คันนี้มาจัดแสดง ซึ่ง Concept H เป็นรถยนต์ต้นแบบที่ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดตามสไตล์รถเอสยูวีของ HAVAL และยังโดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่เพิ่มความพรีเมียมด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์พิเศษที่โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ 19 นิ้ว และไฟท้ายรูปตัวที (T) ภายในตัวรถเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอสัมผัสแบบ Free Standing และ Touch Pad ด้านหน้าและบริเวณประตูสำหรับการควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานและระบบความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าและระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เป็นต้น และยังมาพร้อมดีไซน์สวยหรูด้วยแถบไฟ LED ที่วิ่งยาวตลอดคอนโซลด้านหน้า และหน้าจอสำหรับที่นั่งด้านข้างคนขับที่แสดงข้อมูลเนวิเกเตอร์แบบเรียลไทม์พร้อมพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่

  • ORA Good Cat ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยดีไซน์แบบ Retro Futuristic ไฟหน้าแบบ Intelligent Multi LED และพาโนรามิคซันรูฟ พร้อมล้ออัลลูมิเนียมอัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว บนแพลตฟอร์ม GWM LEMON และสามารถโลดแล่นได้ที่ระยะไกลสูงสุด 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ORA Good Cat ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง ระบบช่วยเตือน และเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง มีระบบการเชื่อมต่อและการสั่งงานอัจฉริยะ หรือ Intelligent Connectivity ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการด้วยเสียง รวมไปถึงการควบคุมรถจากระยะไกล

  • ORA Black Cat รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด สามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 300 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่น่ารัก สะกดทุกสายตา ผ่านเส้นสายที่เรียบง่ายตัดกับคู่สีสดใส ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์เป็นทรงกลมมน ส่วนดีไซน์ภายในผสมผสานการดีไซน์แบบ Classic Nostalgic และ Futuristic เข้าไว้ด้วยกัน ดูล้ำสมัยแต่อบอุ่นน่ารัก ตกแต่งด้วยสีทูโทน พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่สามารถจัดเก็บได้อย่างยืดหยุ่นตอบสนองความต้องการของทุกคน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบายทั้งหน้าจอมัลติมีเดีย ขนาด 9 นิ้ว เชื่อมต่อระบบการสั่งการด้วยเสียง รวมไปถึงพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยต่างๆ พร้อมถุงลมนิรภัย 6 จุด

  • POER EV รถกระบะไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้ดูโดดเด่น สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ทรงพลัง ดุดันด้วยกระจังหน้าแบบสปอร์ต ไฟท้ายที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารที่กว้างขวางเหมือนรถเอสยูวี นอกจากนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย พร้อมกล้อง 360 องศา เซนเซอร์ด้านข้าง และถุงลมนิรภัย 6 จุด และให้กำลังรวม 150 กิโลวัตต์ (204 แรงม้า) แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 375 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

นอกจากนวัตกรรมยานยนต์แล้ว บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังพร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้มีส่วนร่วมและสร้างประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัส ORA Good Cat แบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ การจัดแสดง Smart เทคโนโลยีอย่างแพลตฟอร์ม GWM LEMON รวมไปถึงโซน Intelligent Home และ EV Tech Zone โดยทุกท่านสามารถสแกนและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น GWM Fun เพื่อร่วมสนุกกับกิจกรรมที่มีทั้ง AR Interactive กิจกรรม DIY สุดสนุก  หรือการถ่ายภาพที่ Photo Booth และรับของที่ระลึก รวมไปถึงบริการสุดเอกซ์คลูซีฟที่ GWM Café พร้อมอาหารและเครื่องดื่มให้บริการตลอดทั้งงาน

สัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงกิจกรรมดีๆที่พลาดไม่ได้จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 ระหว่างเวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และเวลา 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์) ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ บูธหมายเลข A12 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มาสด้าฉีดยาแรงกระตุ้นกำลังซื้อฟรีดอกเบี้ย ฟรีประกัน ฟรีค่าแรง ฟรีน้ำมัน

0

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้จัดงานฯ และคณะสื่อมวลชนกิตติมศักดิ์ ที่เดินทางเข้าร่วมแสดงความยินดีในพิธีเปิดบูธจัดแสดงรถยนต์มาสด้า ภายในงานมอเตอร์โชว์ โดยปีนี้ มาสด้าพร้อมส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับลูกค้า ด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้งานและความต้องการลูกค้าได้อย่างลงตัว อาทิ ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพใหม่สไตล์เอสยูวีที่ผนวกคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรถปิกอัพรวมเป็นหนึ่งเดียว กับราคาเริ่มต้น 553,000 บาท เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันชั้นหนึ่ง และฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี 100,000 กม. พร้อมเปิดแพ็คเกจพิเศษให้ลูกค้าเพื่อเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท

มาสด้า2 2021 COLLECTION สัมผัสความสปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี รวมทั้งรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition และมาสด้า3 ต้นแบบแห่งความสง่างาม เรียบหรู ทุกมุมมองเสมือนงานศิลปะ การันตีความเป็นที่สุดจากงานดีไซน์ระดับโลก พร้อมเงื่อนไขสุดพิเศษดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.

มาสด้า CX-30 ผู้พิชิตรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมปีล่าสุดจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และติด Top 3 World Car of the Year 2020 มาพร้อมดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 5,000 บาท และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี และมาสด้า CX-3 2021 Collection ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่สะท้อนไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น หนึ่งเดียวในคลาสที่ตอบโจทย์ความต้องการกับครอสโอเวอร์เอสยูวีคันแรกของคุณ ในราคาเริ่มต้น 769,000 บาท เป็นเจ้าของได้ง่ายกับดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี

มาสด้า CX-5 หนึ่งเดียวของรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่มีให้เลือกถึง 3 เครื่องยนต์ ที่พัฒนาในอีกขั้น หรูหรา ด้วยวัสดุ Real Wood ผสานกับสีเงินซาตินโครม ยกระดับความพรีเมียมด้วยเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี และมาสด้า CX-8 พรีเมียม 3-Row Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบ ภูมิฐาน หรูหรามีระดับ มีให้เลือกทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์โชว์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ศกนี้

อาวดี้ เปิดตัว The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition ณ Motor Show 2021 ในราคาเพียง 3.99 ล้านบาท

0

อาวดี้ ประเทศไทย สุดคึก รุก เร็ว แรง ไม่มียั้ง มุ่งให้ลูกค้าที่รอคอยการมาของยนตรกรรมอาวดี้คู่ใจ ได้มีทางเลือกใหม่ๆ และเข้าถึงยนตรกรรมอาวดี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการนำ “The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition พรีเมียม SUV ขนาดกลางที่มาแรงสุดในยุโรป มาเปิดตัวเพิ่มความปังให้กับงาน Motor Show 2021“ พร้อมจัดพื้นที่ต้อนรับ ซุปเปอร์คาร์ EV สุดฮอตของโลก “RS e-tron GT quattro” สุดยอดแห่งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่มีรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่นสุดๆ ในงานนี้เหล่า Performance Seekers สามารถเลือกความแรงให้สะใจกับทัพรถสปอร์ตตระกูล RS ที่อาวดี้ ยกขบวนมาไม่ยั้งพร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสรถจริงครบทุกเซกเมนต์ เปิดจองทันทีทุกรุ่นพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษผ่อนสบายๆ 0% นาน  3-7 ปี ไม่มีบอลลูน  

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวการทำงานของอาวดี้ ที่ทำให้แบรนด์ Audi ในประเทศไทยได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก คือ “Speed” หรือความเร็วเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนแบรนด์ที่สำคัญ โจทย์ที่ท้าทายในทุกวันของอาวดี้ คือ ทำอย่างไรจึงจะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสเปค ราคา โปรโมชั่น รวมถึงการบริการหลังการขาย ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส ทดลองขับ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2021 อาวดี้ ประเทศไทย ขอนำเสนอรถพรีเมียม SUV ขนาดกลางที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างมากมาย มาเปิดตัวในงานเพิ่มอีก 1 รุ่นนั่น คือ “The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition” ครั้งนี้ทาง อาวดี้ ประเทศไทย ขอใส่ออฟชั่นจัดเต็ม ให้สมกับการรอคอย เชื่อว่า The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition โฉมใหม่ จะสร้างปรากฏการณ์ในยอดขายอย่างมาก ด้วยจุดเด่นของรูปลักษณ์ทั้งภายใน ภายนอก ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น จะตอบโจทย์ลูกค้าเป็นอย่างดี ตามแบบฉบับของ Crossover Q Family ด้วยความสปอร์ตเร้าใจ ดุดัน แข็งแรง ขับขี่คล่องตัวพร้อมก้าวทะยานไปทุกเส้นทางตามใจต้องการ

อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัว The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition ด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยนั้นนับว่าเหนือชั้นอย่างเยี่ยมยอด โดยช่วงล่างมาพร้อมระบบควบคุมโช๊คอัพแบบไฟฟ้า (damper control) ระบบกันสะเทือนมาตรฐาน พร้อมสปริงเหล็กที่คอยควบคุมระบบแดมเปอร์ที่ทำให้เกิดการกระจายแรงที่กว้างขึ้น จึงขับได้สนุกและสบายยิ่งขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) 4 สูบ แบบ direct injection เทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้พละกำลังสูงสุดที่ 249 แรงม้า แรงบิดที่ 370 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.3 วินาที เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันเลื่องชื่อ ในรูปแบบ quattro with ultra technology ด้วยความเร็วสูงสุด 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง ล้อขนาด 20 นิ้ว ลายสปอร์ตทูโทน พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงหน้า-หลัง กระจังหน้าสีดำลาย Honey Comb ได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ต์ดุดัน โดยรูปลักษณ์เส้นสายของ Single frame รูปทรงแปดเหลี่ยมสีดำตื้นขึ้นและกว้างขึ้น ชุดตกแต่งแบบสปอร์ต S line ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมทั้งตกแต่งแบบ Black Edition ภายนอกตัวรถ เพื่อเพิ่มความดุดัน ท้าทายทุกสายตา ขณะที่ไฟหน้า LED daytime running lights ถูกดีไซน์ใหม่ เพิ่มความลงตัวให้กับด้านหน้ารถมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ด้วย Driving Assistance System ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุด้านหลังหากรถด้านหลังเสี่ยงจะวิ่งมาชนจะรั้งเข็มขัดนิรภัย แจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน (lane change assist หรือ Blind spot) รวมถึงการแจ้งเตือนด้านข้างด้านท้ายเมื่อจะลงรถ (exit warning) หากมีวัตถุจะวิ่งมาชน เช่น จักรยาน มอเตอร์ไซค์ จะมีสัญญาณไฟเตือน

ภายในห้องโดยสารใหม่ ถูกออกแบบให้มีความเอ็กซ์คลูซีฟ ระดับเฟิร์สคลาส ทำให้ความรู้สึกสบายและโปร่งมากยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบการเชื่อมต่อและระบบอินโฟเทนเมนต์ถูกปรับใหม่ ให้ล้ำสมัยมากขึ้น จากการอัปเดต Modular Infotainment Platform (MIB3) รุ่นที่สาม ทำให้การประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนถึงสิบเท่า ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลาย Matte Brushed Aluminum สะกดใจตั้งแต่แรกเห็น เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports หุ้มหนัง Fine Nappa ตกแต่งด้วยลาย diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line เสริมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น สปอร์ตท้ายตัด พร้อมสัญลักษณ์ S line และ Paddle shift  มาพร้อม Cruise control ระบบ MMI Radio plus ขนาด 10.1 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อ Audi smartphone interface จอแสดงข้อมูลการขับขี่ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว ให้ความสุนทรีย์กับเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen 3 มิติ Ambient Lighting 30 สี เพิ่มความสะดวกสบายควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 3 โซน และช่องเชื่อมต่อ USB ในห้องโดยสารด้านหน้า-หลัง พนักพิงของเบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับเอนและเลื่อนหน้า-หลังได้ พร้อมเสริมม่านบังแดดเข้ามาให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ที่เก็บสัมภาระ 580 – 1580 ลิตร The New Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition มีให้เลือก 5 สี คือ Glacier White, Mythos Black, Quantum grey สีเขียวสุดฮิตอย่าง District green และสีใหม่ Ultra Blue มาในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 3,990,000 บาท พร้อมแคมเปญพิเศษ ดอกเบีย 0 % 3 ปี ไม่มีบอลลูน ที่ลูกค้าจะพลาดไม่ได้

นอกจากไฮไลท์ที่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในงานแล้ว ที่บูธ อาวดี้ ประเทศไทย ภายในงาน Bangkok Motor Show 2021 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม– 4 เมษายน 2564 ที่ชาเลนเจอร์ฮอล์ เมืองทองธานี ยังมีไฮไลท์สุดยอด ที่สร้างความฮือฮาให้กับทั่วโลก นั่นคือ The New Audi e-tron GT ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%  รุ่นล่าสุด ซึ่งคันที่นำมาจัดแสดง เป็นเพียง 1 ใน 8 คัน ที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์นำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชีย โดยเพิ่งเปิดตัวกับสื่อมวลชนไทยและเปิดตัวกับสาธารณชน ในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก และเปิดรับจองในงานนี้ด้วย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย 9 สี คือ e-tron GT quattro  ราคา 6,390,000 บาท, รุ่น  e-tron GT quattro Performance ราคา 6,790,000 บาท และตัวท็อปที่สุดคือ RS e-tron GT quattro  ราคาสุดเร้าใจเพียง 9,490,000 บาท  รวมถึงมีรถไฟฟ้า e-tron SUV อีก 2 รุ่น ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้  คือ “Audi e-tron Sportback 55 quattro S line” และ Audi e-tron 55 quattro มาจัดแสดงด้วย

 

อีกไฮไลท์เด่น ที่มั่นใจว่าจะทำให้เหล่า Performance Seeker จะได้ฟินเต็มที่กับกองทัพตระกูล RS รถสปอร์ต สุดล้ำ เต็มไปด้วยสมรรถนะได้นำมาให้ลูกค้ายลโฉม ในทุกเซกเมนต์ แต่ละคันสีสวยโดดเด่น พร้อมสะกดทุกสายตา ตอบทุกโจทย์คนชอบสมรรถนะ ความแรง และความเร็ว ท่านลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด สเปค สี พร้อมโปรโมชั่นที่คุณจะพลาดไม่ได้ตลอดงาน  นำทัพ RS ที่มาร่วมในงาน อาทิ

สปอร์ตคูเป้ตัวแรง “RS 5 Coupé quattro”  ที่มาเพื่อเขย่าหัวใจสายสปอร์ตที่อยากฉีกกฎความจำเจ และอยากปลุกไฟ Racing Spirit ให้ลุกโชนในทันทีที่ออกสตาร์ท กับพละกำลังที่เหนือชั้นถึง 450 แรงม้า เกียร์ tiptronic 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของอาวดี้ ขณะที่ภายนอกมีความสปอร์ต โดดเด่น ดุดัน สะดุดตาเมื่อแรกเห็น  กระจังหน้าแบบ Single frame ที่ถูกปรับให้กว้างขึ้น ด้วยดีไซน์แบบ pure and clean

The New Audi TT RS Coupé  สุดยอดไอคอนของอาวดี้ตลอดกาล โดดเด่นพิเศษด้วยเครื่องยนต์สันดาปรุ่นสุดท้าย ก่อนที่เข้าสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า  มาพร้อมเครื่องยนต์แถวเรียง 5 สูบ TFSI ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ช่วงล่างแบบสปอร์ตพร้อมระบบ Audi magnetic ride  ท่อไอเสียRS sports Exhaust ผ่านการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อถ่ายทอดเสียงของเครื่องยนต์ได้อย่างเร้าใจ

RS Q8 quattro SUV Coupé ทรงพลังที่สุดจาก Audi Sport GmbH ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 MHEV เทอร์โบคู่ 3,996 ซีซี ที่ให้พละกำลังสูงสุด 600 แรงม้า โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่มีรากฐานจาก Design Language ของตระกูล RS กระจังหน้าลายรังผึ้งขนาดใหญ่ภายใต้กรอบกระจังทรง 8 เหลี่ยม พร้อมตกแต่งชายล่างใต้กันชนหน้าและครีบแนวตั้งด้านข้างสีดำเงา ดูดุดัน มั่นใจ

RS 4 Avant quattro ยนตรกรรม Avant ที่ถูกสร้างมาด้วย DNA ของรถแข่ง และนับเป็นสเตชั่นแวกอนที่มีสมรรถนะสูง เร้าใจเป็นที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ V6 สมรรถนะสูง 2,894 ซีซี เทอร์โบคู่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro all-wheel drive ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ tiptronic 8 จังหวะ

“The New Audi RS Q3 Sportback quattro” น้องใหม่ตระกูล RS แรง เร้าใจ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนความสำเร็จของ Audi Sport GmbH ที่เข้าข่ายเป็น สปอร์ตคูเป้สุดโหดแห่ง พ.ศ.นี้  กับ Optimum power delivery ให้เสียงคำรามสุดดุดัน ที่เกิดจากการปรับแต่งระบบท่อไอเสียใหม่ ช่วงล่างแบบ RS sports ถูกตั้งค่าให้มีคาแรคเตอร์ของการขับขี่แบบสปอร์ต  มีพละกำลังสูงถึง 400 แรงม้า

แฟนๆ อาวดี้ สามารถไปยลโฉมยนตรกรรมอาวดี้ ครบทุกเซกเมนต์ รวมกว่า 20 รุ่น ที่ยกขบวนมามาจัดแสดงในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอล์ อิมแพค เมืองทองธานี ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับ หรือติดต่อที่โชว์รูมอาวดี้ ทั้งนี้อีก ไฮไลท์สุดปังของ บูธ อาวดี้ ประเทศไทย ในงานมอเตอร์โชว์ ที่ลูกค้าจะได้รับอย่างแน่นอน เมื่อตัดสินใจเลือกอาวดี้  นั่นคือข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษแห่งปีที่จะพลาดไม่ได้ และถูกใจลูกค้าเป็นอย่างมากมาย กับข้อเสนอ และแคมเปญผ่อน 0% นาน 3-7 ปี ไม่มีบอลลูน อาทิ

  • Q8 55 TFSI quattro S line พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 7 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 56,900 บาท
  • TT Coupé 45 TFSI quattro S line พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 7 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 26,500 บาท
  • A6 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 5 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 50,500 บาท
  • Q7 45 TDI quattro พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 5 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 56,900 บาท
  • Q3 35 TFSI S line พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 5 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 24,990 บาท
  • A5 Coupé 40 TFSI S line พร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% 3 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 44,990 บาท
  • e-tron Sportback 55 quattro S line ดอกเบี้ย 0% 3 ปี ไม่มีบอลลูน ผ่อนเดือนละ 88,500 บาท

อาวดี้ ประเทศไทย มุ่งนำเสนอยนตรกรรม ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม และพร้อมให้ความมั่นใจในด้านการบริการหลังการขาย โดยปัจจุบัน โชว์รูมและศูนย์บริการที่ถนนราชพฤกษ์ และจังหวัดอุดรธานี ได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการแล้ว และอาวดี้ยังได้เปิดรับสมัครผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มในจังหวัดเชียงใหม่ และหาดใหญ่ รวมถึงมี mobile services ทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญไปให้การดูแลและบริการลูกค้าในบางพื้นที่อย่างรวดเร็ว จึงมั่นใจและอุ่นใจได้เมื่อตัดสินใจเลือกยนตรกรรมอาวดี้

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถไฟฟ้า Audi e-tron ใหม่ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่อยู่ที่ 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยเปิดบริการ ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และในวันอาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

  • Audi Centre Thailand          02 765 8888
  • Audi New Petchburi            02 023 4888
  • Audi Pattaya                      038 197 888
  • Audi Phuket                       076 646 666
  • Audi Service Chiang Mai      052 081 188
  • Audi Ratchapruek                02 034 5888

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ นำทัพพร้อมข้อเสนอพิเศษ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ยกทัพรถยนต์เปี่ยมสมรรถนะครบทุกรุ่น เปิดฉากบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 นำโดยฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีใหม่ สีดำ Absolute Black ตกแต่งภายในสีคอนยัค พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน นี้

บูธฟอร์ดจัดแสดงภยใต้คอนเซ็ปต์ ‘Warrior Stadium’ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีอันเหนือระดับของรถยนต์ฟอร์ด ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าฟอร์ด ที่พร้อมพิชิตทุกอุปสรรคและความท้าทาย

“เราตื่นเต้นมากที่ได้นำทัพรถยนต์ฟอร์ดครบทุกรุ่นมาจัดแสดงภายในงาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เรือธงรุ่นล่าสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะของฟอร์ดได้เป็นอย่างดี” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ข้อเสนอสุดพิเศษต่างๆ จากฟอร์ด ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดในการตัดสินใจซื้อรถฟอร์ด”

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่

FX4 Max ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่เหนือไปอีกขั้น อัดแน่นด้วยฟีเจอร์อันโดดเด่น ตั้งแต่ระบบช่วงล่างและโช้คอัพของ FOX Shocks และยางออลเทอร์เรน รวมทั้งการออกแบบภายในที่รองรับทุกการรูปแบบเดินทาง ไปจนถึงช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch ที่มีช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่งเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างๆ

สมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจในด้านความโดดเด่นและดีไซน์ภายนอกจาก ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ทั้งกระจังหน้าสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D  บันไดข้างโลหะผิวกันลื่นสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และโรลบาร์ขนาดเต็ม ตอกย้ำความเป็นที่สุดในการขับขี่แบบออฟโรด

เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 981 กก. และลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก. พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay ให้ผู้ขับขี่ก้าวข้ามทุกความท้าทาย ออกไปใช้ชีวิตให้สนุกพิชิตทุกเป้าหมายอย่างมีความสุขตามนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ‘Live The Ranger Life’

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดแสดงแชสซีของ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ เพื่อแสดงให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นรายละเอียดของการออกแบบทางวิศวกรรมขั้นสูงของช่วงล่างอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำให้ เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดสุดเร้าใจ เติมเต็มทุกการผจญภัย

 

ทัพรถยนต์ฟอร์ดครบทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่: ผู้นำเซ็กเมนต์รถกระบะ ที่มีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่รถกระบะสุดพรีเมียมอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นยอดนิยม XLT ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท กระบะตอนครึ่งตัวเตี้ยแต่งพิเศษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ไปจนถึงรุ่นสำหรับการใช้งาน อย่าง XL+ Sport

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์: รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ อันทรงพลัง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่: สุดยอดรถอเนกประสงค์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเปี่ยมประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดรุ่นหนึ่งในเซ็กเมนต์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ พื้นที่ห้องโดยสารหรูหราและกว้างขวาง และสมรรถนะในการขับขี่เหนือชั้น ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรดไปอีกขั้น

นอกจากนี้ ภายในงาน ฟอร์ด ยังนำเสนอ เอเวอเรสต์ สีใหม่ สีดำ Absolute Black ในรุ่นที่มีการตกแต่งภายในสีคอนยัค ยกระดับและผสานความโฉบเฉี่ยวและความหรูหราได้อย่างลงตัว

ฟอร์ด มัสแตง: ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี โดดเด่นด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมส่งมอบสมรรถนะเหนือชั้นระดับตำนาน ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่  รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และรุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

ข้อเสนอสุดเร้าใจจากฟอร์ด 

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมาย ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ Sport: ราคาพิเศษเพียง 569,000 จากราคาปกติ 689,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL Street: เริ่มต้นผ่อนเพียง 5,999 บาทต่อเดือนในปีแรก พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์: โปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×2: ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท จากราคาปกติ 1,599,000 บาท พร้อมโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ชุดแต่ง Black Edition สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×2: ราคาพิเศษช่วงแนะนำเพียง 29,999 จากราคาปกติ 66,330 บาท หรือผ่อนเพิ่มเพียง 335 บาทต่อเดือน เมื่อซื้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม+ 4×2 พร้อมดาวน์ 30% ผ่อนนาน 72 เดือน ราคานี้เฉพาะที่งานมอเตอร์โชว์เท่านั้น

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดกิจกรรมพิเศษ* สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ด ตั้งแต่วันนี้ – 4 เมษายน 2564 และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 ลุ้นรับส่วนลด 100,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่ารวมถึง 5,000,000 บาท โดยจะจับรางวัลและประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 12 เมษายน 2564 ทางเฟซบุ๊ก ฟอร์ด ประเทศไทย  www.facebook.com/FordThailand

ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้เว็บไซต์ www.ford.co.th/buying/latest-offers 

หมายเหตุ *ข้อเสนอพิเศษนี้ไม่รวมถึงการจองและออกรถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่น รถจัดแสดง และรถฟลีท

อีซูซุนำยนตรกรรมครบรุ่นร่วมงาน “มอเตอร์โชว์ 2021” ตอบรับกระแสความร้อนแรง

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ต่อยอดกระแสยอดขายอันร้อนแรงด้วยการนำ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด และ “อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ทั้งรถมาตรฐานโรงงานและรถแต่งพิเศษหลากสไตล์ รวม 12 คัน ร่วมโชว์ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ภายใต้คอนเซ็ปต์โชว์รูมใหม่ “The TOUCH”* ในโทนสีเทา-แดง สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ล้ำสมัยและเต็มเปี่ยมด้วยมาตรฐานการบริการอันยอดเยี่ยม

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “นับเป็นความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายที่ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีซูซุยังคงประสบความสำเร็จในการนำส่งยนตรกรรมคุณภาพสู่มือผู้ใช้รถในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องทั้ง “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ที่มียอดจองกว่า 12,000 คัน ภายในเวลาเพียงสี่เดือนนับจากวันเปิดขายวันแรก และ “อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ที่ยังคงความร้อนแรงมาตลอด ล่าสุดอีซูซุยังได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยม (Car of The Year 2021) ในสาขาต่าง ๆ มากถึง 9 รางวัล นับเป็นการตอกย้ำคุณภาพอันยอดเยี่ยมของรถอีซูซุ เราขอขอบคุณผู้ใช้รถทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจรถอีซูซุทุกรุ่น ดังนั้นในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 นี้เราจึงได้จัดเตรียมรถยนต์คุณภาพมาตรฐานโรงงานหลากรุ่นพร้อมรถแต่งพิเศษเฉพาะรุ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบรถแต่ง รวม 12 คัน ให้แฟน ๆ อีซูซุได้สัมผัสและทดลองขับได้อย่างสะดวกด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ตามมาตรฐานของศบค. และกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งนำเสนอแคมเพจน์พิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในช่วงงานมอเตอร์โชว์ รับข้อเสนอสุดโดนใจมากมาย และสิทธิ์ลุ้นรับทองคำทุกวัน รวม 37 รางวัล มูลค่ากว่า 927,000 บาท” 

ยนตรกรรมอีซูซุที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ ประกอบด้วย  

  • “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” (ALL-NEW ISUZU MU-X) ยนตรกรรมอเนกประสงค์ รุ่นใหม่หมด โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน ก้าวล้ำสู่อีกขั้นแห่งความมั่นใจที่ครบครันกว่า ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE  ให้ทุกระบบทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีประสิทธิภาพล้ำหน้าไปอีกขั้นกับเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera  ที่แม่นยำยิ่งกว่า และอีกขั้นกับความมั่นใจในเสถียรภาพการขับขี่สมบูรณ์แบบด้วยโครงสร้างแพลตฟอร์มและช่วงล่างใหม่ที่ออกแบบตามแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility พร้อมเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสุดล้ำตลอดคัน ตอกย้ำสมรรถนะเหนือชั้นด้วยขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของอีซูซุทั้งเครื่องยนต์ Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 ล่าสุด ซึ่งมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สไตล์ ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active  โดยงานนี้นำมาให้ชมรวม 3 คัน

  • “อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” (Isuzu D-Max…Infinite Potential”) “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ผลงานความสมบูรณ์แบบจาก DNA แห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอีซูซุ ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART  ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ทั้งเครื่องยนต์อีซูซุ ดีดีไอ บลูเพาเวอร์รุ่น 4JJ3-TCX เทคโนโลยีดีเซลล่าสุดที่สมบูรณ์แบบ และเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น RZ4E Gen 2 ที่มีเกียร์อัตโนมัติให้เลือกครบทุกรุ่น มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยควบคุมรถในทุกสถานการณ์อย่างครบครัน จัดแสดงครบรุ่นเต็มพื้นที่ให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัส ได้แก่ รุ่นวี-ครอส แม็กซ์ 4×4, ไฮแลนเดอร์, แค็บโฟร์ เอส, เอ็กซ์-ซีรี่ส์ และสเปซแค็บ รวม 6 คัน

นอกจากนี้ยังมีรถแต่งพิเศษเฉพาะรุ่นเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการโมดิฟายและตกแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โชว์ในงานนี้เท่านั้น ได้แก่

  • “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ยนตรกรรมอเนกประสงค์ รุ่นใหม่หมด เครื่องยนต์ ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์อัตโนมัติ สีน้ำตาลมาราเกช (MARRAKESH BROWN) ตกแต่งพิเศษ เสริมความหรูหราและความสปอร์ต จากภายนอกจรดภายใน โดดเด่นด้วยล้อ Rays Gram Lights จาก Nsports ขนาด 20 นิ้ว ยาง TOYO TIRES ST3 265/50 R20 เพิ่มขีดความสามารถในการบังคับควบคุมด้วยชุดโหลดช่วงล่าง FOX รุ่น 2.0 LSC แบรนด์พรีเมี่ยมจากสหรัฐอเมริกา เสริมสมรรถนะการหยุดรถด้วยชุดดิสก์เบรคหน้าแบบ 8 Pot และหลังแบบ 4 Pot พร้อมเบรคมือไฟฟ้า จาก Nexzter รวมมูลค่าชุดแต่งกว่า 427,000 บาท

  • “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรด เครื่องยนต์ ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน (BOHEMIAN SILVER) ตกแต่งแนว Outdoor Lifestyle สะท้อนภาพลักษณ์การใช้ชีวิตเต็มรูปแบบด้วยชุดแต่งแคมป์ปิ้งครบชุดจากแบรนด์ ARB ภายนอกดุดันด้วยชุดกันชนดีไซน์ใหม่ ARB Summit Bar พร้อม Side rails ครั้งแรกในโลกที่เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวตลอดแนวตั้งแต่กันชนหน้าจรดบันไดข้าง มั่นใจทุกสถานการณ์ด้วยชุดรอกไฟฟ้าหน้า WARN EVO 10-S ไฟสปอตไลท์ LED ที่กันชนหน้า เสริมความอเนกประสงค์ในการใช้งานด้วยฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า EGR ชุดโรลบาร์ด้านหลังพร้อมไฟ LED เพื่อความพร้อมในการใช้งาน ลุยทุกสถานการณ์ด้วยชุดช่วงล่าง ARB BP51 ตื่นตากับดิสก์เบรคหน้าแบบ 6 Pot และหลังแบบ 4 Pot จาก Brembo จานเบรค DBA เสริมความเท่ด้วยล้อแม็กซ์ Fuel Anza 9×20 และยาง Fuel Gripper X/T 33 x 12.5 R20 รวมมูลค่าชุดแต่งกว่า 800,000 บาท

  • อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เอส” ปิกอัพแต่งซิ่งพิเศษสะกดทุกสายตาด้วยสติกเกอร์แร๊พพิเศษสีม่วงสะดุดตา จัดทรงด้วยชุดแต่งรอบคันสะท้อนบุคลิกที่โฉบเฉี่ยว เต็มอารมณ์สปอร์ตกับฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้ายและสปอยเลอร์ท้ายสีเทาดำสุดเข้มแบบ Carbon Composite จาก Monza น้ำหนักเบา ชุดไฟหน้าแบบ ISUZU Bi-LED พร้อม Daytime Running Light ชุดโหลดช่วงล่างปรับระดับได้ Aztex Force ล้ออัลลอย Rays Volk Racing TE37SB ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tires Proxes T1-S Sport ขนาด 245/45 R18 เบรกได้มั่นใจสุดด้วยชุดดิสก์เบรกหน้าแบบ 6 Pot และหลังแบบ 4 Pot จาก Endless ปรับจูนความแรงเครื่องยนต์ด้วยกล่องพ่วง Alpha Tech รุ่น Super Storm ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร คลัทช์ BRC Full Plate ชุดอินเตอร์คูลเลอร์และท่อไอเสียพร้อมตกแต่งห้องเครื่องยนต์สไตล์สปอร์ตโดย BRD Racing Shop เบาะคู่หน้าแบบบัคเก็ตซีท H-Drive เข้ากับชุดเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด Simpson พวงมาลัย Nardi พร้อมคอแบบพับได้ ผสานชุดแต่งตามแบบฉบับวัยรุ่นนิยมด้วย Iron Bar ทั้งภายนอกและภายในรวมมูลค่าชุดแต่งกว่า 800,000 บาท

ร่วมสัมผัสกับทัพยนตรกรรมคุณภาพระดับโลกพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai