Home Blog Page 389

“ยามาฮ่า” ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “SMART CONNECTED LIFE” ชูเทคโนโลยี Y-Connect พร้อมเปิดโมเดลใหม่ 5 รุ่นในงาน MOTOR SHOW ครั้งที่ 42

0

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์สู่ระดับโลก ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวถึงปี 2030 ชูแนวคิด “ART FOR HUMAN POSSIBILITIES” เปิดตัวโมเดลใหม่ 5 รุ่น ตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้น ภายใต้คอนเซปต์ YAMAHA-SMART CONNECTED LIFEในปีนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าให้กับผู้คน ผ่านสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ Advancing Robotics : การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ และวิทยาการหุ่นยนต์ขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างๆ ของผู้คน และสังคม รวมถึง Rethinking Solution : การแสวงหาแนวคิดใหม่ๆ และนำมาประยุกต์ใช้กับความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมของเรา และ Transforming Mobility : การพัฒนารูปแบบการเดินทาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และตอบสนองความต้องการของผู้คน ทั้งด้านอารมณ์ ความรู้สึก และความสะดวกสบายมร. ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีพันธกิจที่จะเป็นองค์กรที่สร้าง Kando ให้กับลูกค้า ลูกค้าที่ได้สัมผัสสินค้าหรือบริการยามาฮ่าจะรู้สึกพึงพอใจอย่างลึกซึ้งและมีความตื่นเต้นเร้าใจในเวลาเดียวกัน ภายใต้แบรนด์สโลแกน “เร่งชีวิตให้เร้าใจ” ยามาฮ่าแตกต่างจากแบรนด์อื่นด้วยการนำเอาวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า 5 ประการมาประยุกต์ใช้ ได้แก่ “ริเริ่ม” “สนุกสนาน” “มั่นใจ” “ดึงดูดใจ” และ “ผูกพัน” และด้วยหลักปฏิบัติดังกล่าว ยามาฮ่า จึงมุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าและบริการที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทั่วโลก”
“และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์ตามวิสัยทัศน์ที่กล่าวมา ด้วยนโยบาย “ART FOR HUMAN POSSIBILITIES” เราจึงได้สร้างสรรค์บูธในงานมอเตอร์โชว์ บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด YAMAHA-SMART CONNECTED LIFE ซึ่งเรานำเสนอผลิตภัณฑ์ยามาฮ่าหลากหลายรูปแบบเพื่อการเดินทางที่ตอบสนองทุกความต้องการในบูธแห่งนี้ รวมถึงการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ดิจิทัล ซึ่งเป็นอีกก้าวของการพัฒนาสู่อนาคต โดยการนำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะ Y-CONNECT เชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ เพื่อชีวิตสุดล้ำ”ภายในบูธ “YAMAHA-SMART CONNECTED LIFE” โดยจัดแสดงในรูปแบบ Series แบ่งออกเป็น R-Series, MT-Series, MAX-Seires, Sport Heritage, Adventure & Touring, Commuter, Marine, Golf Car รวมถึง Yamaha Music พร้อมเปิดโมเดลใหม่ 5 รุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ได้แก่

New YAMAHA NMAX Connected ที่สุด…แห่งออปชั่น ของ Premium AT 155cc ครบครันทันสมัยด้วย Y-Connect และ Traction Control พร้อมด้วย ABS Dual Channels และระบบวาล์วแปรผัน VVA หนึ่งเดียวในคลาส

New MT-07 ที่สุด…แห่ง Sport Naked ยอดนิยมอันดับ 1 ในยุโรป รถ Big Bike ยอดขายอันดับ 1 ของยามาฮ่าในเมืองไทย ภายใต้ราคาสุดเร้าใจ

XMAX300 สีใหม่ ที่สุด…แห่งความนิยม ของ Premium AT 300 cc ในเมืองไทย ยอดขายมากที่สุดในโลก 3 ปีซ้อน

XSR155 สีใหม่ ที่สุด…แห่ง Sport Heritage 150 cc เจ้าตลาดรถสปอร์ตสไตล์คลาสสิก ยอดขายรวมอันดับ 1 ในเมืองไทย

และ FINO 125 สีใหม่ ที่สุด…แห่งต้นกำเนิด Fashion AT เมืองไทย Trend Setter Automatic ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 15 ปี (พร้อมด้วยโปรโมชันสุดปัง “Trendy Trio Set”) นอกจากนี้เรายังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้น เร้าใจ ให้กับผู้บริโภค ยุคดิจิทัลที่ทันสมัยและมีสไตล์ โดยผนวกกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของยามาฮ่าในรูปแบบ Series ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงสร้างความมั่นใจด้วยการรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. สำหรับรถไม่เกิน 500 ซีซี จัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมากมายภายในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบโครงสร้างที่สะท้อนความทันสมัย ตอบสนองการใช้งานในทุกฟังก์ชันที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และความสะดวกสบาย สะท้อนศักยภาพของผู้นำด้านการขับขี่ของยามาฮ่า ภายใต้โทนสีหลัก ขาว / ฟ้า สีแห่งการสร้างสรรค์ สะท้อนเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ เพื่อเติมเต็มชีวิตอย่างยั่งยืน

โปรโมชันสิพิเศษสำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารับข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 2021

โปรโมชัน Yamaha กลุ่มรถ Automatic ราคาสุดพิเศษเฉพาะในงาน Motor Show 2021
ซื้อ ยามาฮ่า All New YAMAHA AEROX ฟรี! หมวกกันน็อd AEROX Limited Edition และซื้อ AEROX155 ปี 2020 รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 4,000 บาท
ซื้อ ยามาฮ่า QBIX ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท
ซื้อ ยามาฮ่า GT125 / LEXi VVA / FreeGo ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท
ซื้อ ยามาฮ่า FINO125 ฟรี! “FINO Trendy Trio Set” มูลค่า 1,800 บาท

โปรโมชัน Yamaha กลุ่มรถครอบครัวราคาสุดพิเศษเฉพาะในงาน Motor Show 2021
ซื้อยามาฮ่า EXCITER ฟรี Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท
ซื้อยามาฮ่า FINN ฟรี Gift Set มูลค่า 1,500 บาท

โปรโมชัน Yamaha กลุ่มรถ Sport ราคาสุดพิเศษเฉพาะในงาน Motor Show 2021
ซื้อ ยามาฮ่า XSR155 รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท และรับฟรี ชุดแต่ง Tracker มูลค่า 11,550 บาท สำหรับ 30 คันแรก เท่านั้น
ซื้อยามาฮ่า MT-15 ฟรี Gift Voucher มูลค่า 9,000 บาท
ซื้อยามาฮ่า YZF-R15 ฟรี Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท และ รับโค้ดส่วนลด Shopee ของแต่ง มูลค่า 3,000 บาท

ซื้อ Yamaha Big Bike วันนี้ รับฟรี Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000* บาท ในงานมอเตอร์โชว์ และ Yamaha Riders’ club ทั่วประเทศ
ซื้อ ยามาฮ่า YZF-R1 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 100,000 บาท
ซื้อ ยามาฮ่า YZF-R6 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 50,000 บาท
ซื้อ ยามาฮ่า MT-09 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 50,000 บาท และรับดอกเบี้ย 0.99%
ซื้อ ยามาฮ่า New MT-07 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น1
ซื้อ ยามาฮ่า Tracer900 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 100,000 บาท และประกันภัยชั้น1
ซื้อ ยามาฮ่า Tracer900GT ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 50,000 บาท และประกันภัยชั้น1
ซื้อ ยามาฮ่า Tenere700 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท และประกันภัยชั้น1
ซื้อ ยามาฮ่า TMAX560 และ TMAX Techmax รับฟรีประกันภัยชั้น1
ซื้อ ยามาฮ่า XSR900 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 65,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 0%
ซื้อ ยามาฮ่า XSR700 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 0%
ซื้อ ยามาฮ่า Bolt R ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 25,000 บาท และประกันภัยชั้น 1ซื้อ Yamaha Apparel & Accessories วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 2021 เท่านั้น
เครื่องแต่งกาย Yamaha ลดสูงสุด 40%
อุปกรณ์แต่งรถ Yamaha ลดสูงสุด 20%
ผลิตภัณฑ์ Yamalube ลดสูงสุด 15%

Promotion Leisure Zone
ซื้อ Golf Car YDR Cruise ในงาน Motor Show 2021 รับข้อเสนอสุดพิเศษ เพียงติดต่อเจ้าหน้าที่ Yamaha Golf Car

พบกันที่บูธ YAMAHA-SMART CONNECTED LIFE ได้ภายงาน The 42nd Bangkok International motor show 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่

www.yamaha-motor.co.th
www.facebook.com/yamahasocietythailand
• IG: @yamahasociety
• Youtube: Yamaha Society Thailand

NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์โฉมใหม่ เปิดตัวที่ราคา 559,000-1,039,000 บาท

0
Motor Show 2021 31

NEW MG EXTENDER สมาร์ทปิกอัพที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ใหม่ สไตล์ดุดัน ขุมพลังดีเซลเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีครบครัน เปิดตัวทั้งหมด 8 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้น 559,000 – 1,039,000 บาท

MG EXTENDER 1
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดรถกระบะในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัว MG EXTENDER รุ่นแรก เมื่อเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2562 โดยมาพร้อมแนวคิด “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่กว่า ทำให้ภายในห้องโดยสารของ MG EXTENDER มีพื้นที่ที่กว้างขวางนั่งสบาย และกระบะตอนท้ายที่ใหญ่สามารถบรรทุกสัมภาระได้มาก และทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

MG EXTENDER 2

นอกจากนี้ยังเป็น รถกระบะอัจฉริยะ หรือ Smart Pickup คันแรกของประเทศไทยจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สามารถสั่งการ ด้วยเสียงภาษาไทย สมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอลเรล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร มีกำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ให้ทั้งพละกำลังที่โดดเด่น การประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษา ที่ต่ำ

MG EXTENDER 4

อีกทั้งยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อในเกือบทุกรุ่น พร้อมออปชั่นต่างๆ ที่ให้มากกว่ารถทุกรุ่นเมื่อเทียบในระดับราคาเดียวกันซึ่ง NEW MG EXTENDER โฉมใหม่นี้ ยังคงถ่ายทอดความโดดเด่นเหล่านั้นไว้อย่างครบครัน พร้อมการพัฒนาให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของ เทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า สามารถส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของเราครับ”

NEW MG EXTENDER “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง”
เทคโนโลยี (Technology) -ยังคงความเป็นกระบะอัจฉริยะ หรือ Smart Pickup อย่างครบครัน ด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ระบบตรวจสอบสถานะของรถยนต์ ระบบนำทางแบบ Real time และหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อระบบ Apple CarPlay

MG EXTENDER 4

และยังมอบความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบ ความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่มีระบบช่วยผู้ขับขี่ที่ทำงานประสานกันมากถึง 9 ระบบ อีกทั้งยังยังติดตั้งกล้องมองรอบคัน หรือ Around View Camera ทั้งนี้ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ประกอบด้วย

ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)
ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

MG EXTENDER 5

ความทันสมัย (Fashion)

เป็นรถกระบะที่มีการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยโครเมียมให้ความรู้สึกดุดัน ทรงพลัง ชุดไฟหน้าได้รับการจัดวางใหม่ ตั้งแต่การจัดวาง Day Time Running Light ไว้ด้านบน สวยงามโดดเด่น พร้อมชุดไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED Projector จัดวางเรียงเป็น 3 ระดับตามแนวตั้งด้านข้าง ของกันชนหน้า โดยไฟส่องสว่างลดระดับต่ำลงกว่าเดิมทำให้ไม่รบกวนรถที่สวนทางมาแต่ยังคงให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ชัดเจน

MG EXTENDER 6

นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ สำหรับชุดไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่แบบ Seamless design มีความกลมกลืนไปกับฝากระบะท้ายพร้อมติดตั้งไฟแบบ LED สวยงาม โดดเด่นและสะดุดตา พร้อมล้ออัลลอยด์แบบ Bicolour ขนาด 18 นิ้ว

MG EXTENDER 7

 

สำหรับการตกแต่งภายในเสริมความพรีเมี่ยม ด้วยการตกแต่งแบบสีทูโทน สีน้ำตาลสลับสีดำ คอนโซล และแผงประตูตกแต่งพิเศษด้วยวัสดุแบบ Soft Touch พร้อมเบาะนั่งโอบกระชับเข้ากับสริระโดยเบาะคู่หน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้าเอนได้ถึง 150 องศา ด้วยการตกแต่งเบาะด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น

MG EXTENDER 8

ความคุ้มค่า (Value)

ให้ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า ด้วยค่าบำรุงรักษาต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันโดยระยะทาง 100,000 กิโลเมตรแรก จะมีค่าบำรุงรักษาเพียงไม่ถึง 20,000 บาท นอกจากนี้ยังให้การรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีค่าแรง เช็คระยะ ตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร

NEW MG EXTENDER มีทั้งหมด 8 รุ่นย่อย โดยแบ่งออกเป็นกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และกระบะ 4 ประตู (Double Cab) ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมสีตัวถังทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเงิน สีแดง และสีเทา

MG EXTENDER 10

รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)
MG EXTENDER GC C 6MT
MG EXTENDER GC D 6MT
MG EXTENDER GC GRAND D 6MT
MG EXTENDER GC GRAND D 6AT
MG EXTENDER GC GRAND X 6MT

รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)
DC GRAND D 6MT

EXTENDER DC GRAND X 6AT

EXTENDER DC GRAND 4WD X 6AT

NEW MG EXTENDER เปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการด้วยราคาเริ่มต้น 559,000 – 1,039,000 บาท และสามารถรับชมตัวจริงได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน พ.ศ. 2564 ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามรถทดลองขับได้ที่โชว์รูม ทั่วประเทศ ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป และเอ็มจีจะเริ่มทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้า ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป

MG EXTENDER 12

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Ford Ranger FX4 Max กับการเผชิญ 8 สถานการณ์ลุย

0
Ford Ranger FX 4 MAX 23

Ford Ranger FX 4 Max กระบะพันธุ์แกร่งตัวลุยรุ่นล่าสุดที่ ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด วางจำหน่ายในตลาด มากับด้านหน้าใหม่ที่ดุดัน กระจังหน้ารมดำ ยางออเทอเรนขนาด 265 70 17 เบาะนั่งหนัง Alcantara พร้อมปักตราสัญลักษณ์ ช่วงล่าง Fox และอีก 6 ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ลุย ภาพรวมของรถรุ่นนี้ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์สายออฟโรด แต่สมรรถนะในทางลุยนั้นจะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากรายงาน

Ford Ranger FX4 MAX มากับการปรับโฉม พร้อมวางหมากให้เป็นรถรุ่นที่สมบุกสมบันมากว่ารุ่น Wildtrack แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับ Raptor หลายๆคนมักขนานนามว่ารถรุ่นนี้คือ Baby Raptor

Ford Ranger FX 4 MAX 1

เริ่มจากการปรับหน้ากระจังให้คล้ายคบลึงด้วยการนำโลโก้ออก ปรับเป็นตัวอักษร F O R D ที่ก่อนหน้า สามารถหาซื้อได้ตามร้านประดับยนต์ แต่วันนี้ Ford Assesories ตั้งราคาจำหน่ายไว้ 3000 บาทโดยประมาณ ชุดไฟหน้าเป็นแบบเดียวกับ Ranger รุ่นปี 2020 ได้ประโยชน์จากโปรเจคเตอร์เลนส์แอลอีดีและมีกลางวันรวมอยู่ในโคมเดียวกัน

Ford Ranger FX 4 MAX 2

โป่งล้อทำมาใหม่ เพื่อรองรับกับความกว้างของหน้ายางขนาด 265/70 R17 ซึ่งเป็นดอกยางออเทอเรนของ BF Goodrich รุ่น KO 2 ในขณะที่ Raptor ก็ใช้รุ่นนี้แต่เป็นขนาด 285 R17

Ford Ranger FX 4 MAX 3

จากการที่เพิ่มความสูงจากการเปลี่ยนขนาดยาง ทำให้ Ford Ranger FX 4 MAX มีความสูงมากกว่า Wildtrak 31 มม. บันไดข้างดีไซน์ใหม่เพื่อให้การเข้า/ออก ห้องโดยสารได้สะดวก ถูกติดตั้งพร้อมกับโรลบาร์เพื่อเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรุ่น

Ford Ranger FX 4 MAX 4

 

ฝาท้ายยังไม่ได้ติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรงแต่มีการออกแบบใหม่ให้มีคำว่า F O R D ขนาดใหญ่ และติดเซ็นเซอร์เสียงเตือนขญะถอยจอด ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อภาพไปแสดงที่หน้าจอกลาง

Ford Ranger FX 4 MAX 5

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง Alcantara พร้อมประทับตราสัญลักษณ์ชื่อรุ่น

Ford Ranger FX 4 MAX 7

ชุดคอนโซลและแผงข้างแบบเดียวกับ XLTเพิ่มเติมในส่วนของสวิทช์เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมในการลุยที่รวมกันไว้ถึง 6 ช่อง

Ford Ranger FX 4 MAX 8

จอกลางแบบทัชกรีนขนาด 8 นิ้วมาพร้อมเทคโนโลยี Sync 3 รองรับคำสั่งเสียง และเชื่อมต่อแบสมาร์ทโฟนได้

Ford Ranger FX 4 MAX 9
เครื่องยนต์ยอดนิยมสำหรับกระบะพันธุ์แกร่งในรูปแบบของขุมพลังดีเซลคอมมอนเรลไบเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า 500 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ มีบวก/ลบที่คันเกียร์

Ford Ranger FX 4 MAX 9

สำหรับระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ Shift on The Fly แต่ไม่ได้ติดตั้งเทคโนโลยี Terrain Management System มาให้

Ford Ranger FX 4 MAX 10

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท หลังเป็นแหนบแผ่น แต่การยึดเกาะน้องๆ Raptor เพราะมีการอัพเดทโช๊คอัพเป็นของ Fox แบบ Monotube ทั้ง 4 ต้น ซึ่งคู่หลังมาพร้อมซับแทงค์

Ford Ranger FX 4 MAX 13

ตัวช่วยการขับขี่ไม่ได้นำระบบ Driver Asist ทั้งหมดมาใส่ไว้ แต่ก็ยังมีครุสคอนโทรล ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน และระบบช่วยลงทางชันซึ่งมากับทีเด็ดโดยสามารถควบคุมความเร็วขณะลงทางชันได้ตั้งแต่ 3-30 กม./ชม. ติดตั้งไว้รองรับสถานการณ์ลุยโดยเฉพาะ

การทดสอบในครั้งนี้จะเน้นไปในเส้นทางทุรกันดารกับสถานีลุยที่ได้จำลองสถานการณ์ต่างๆมาไว้มากมาย

Ford Ranger FX 4 MAX 14

 

เริ่มที่สถานีลงทางชัน เป็นการทดสอบระบบช่วยลงทางชันหรือ Hill Desent Control ที่พิเศษกว่าคู่แข่งตรงที่สามารถควบคุมความเร็วในระหว่างใช้งานได้ตั้งแต่ 3-30 กม./ชม.

ด้วยสภาพเส้นทางที่มีความลาดชันอาจเกิดความเสียหายต่อรถ แต่การออกแบบให้มีมุมปะทะ 31 องศา มุมจาก 29 องศา ทำให้โอกาสที่เกิดการกระแทกจากสภาพเส้นทางที่กันชนหน้าและหลังนั้นน้อยลง

Ford Ranger FX 4 MAX 15

ต่อด้วยการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน เดิมทีจาก 4L มาเป็น 4H ซึ่งเป็นการตัดต่อระบบที่ค่อนข้างไว แต่ก็ต้องรอให้รถหยุดสนิทเสียก่อน

Ford Ranger FX 4 MAX 16

จากนั้นเป็นสถานีเนินสลับเพื่อพิสูจน์สมรรถนะของ Rear Differencial Lock รูปแบบเส้นทางที่เป็นเนินเอียงที่มีความลาดเทประมาณ 35-40 องศา สลับฝั่ง ซ้ายและขวาตลอดเส้นทาง แน่นอนว่ามีโอกาสที่ทำให้ล้อลอยจากพื้นทั้ง 2 ฝั่ง และก็จะไม่สามารถเคลื่อนรถผ่านอุปสรรคไปได้

ระบบล๊อคเฟืองท้ายหรือ Rear Differencial Lock จะเข้ามาควบคุมและสับเปลี่ยนกำลังเครื่องยนต์ที่ถ่ายไปล้อที่ลอยให้มีแรงเฉื่อย และส่งผ่านกำลังไปยังล้อฝั่งที่ติดพื้น เพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

Ford Ranger FX 4 MAX 17

การทดลองขับแบบสลาลอมจะใช้ในการทดสอบสมรรถนะของโช๊คอัพ Fox Monotube สมรรถนะถือรับรู้ได้ถึงการอัพเกรดระบบรองรับเพราะแตกต่างไปจากรุ่น Wildtrk ค่อนข้างชัดเจน การยืดยุบของ FOX ทีทำให้รถติดกับพื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย และการซับแรงสั่นสะเทอนก็ยังมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

Ford Ranger FX 4 MAX 18

ช่วงวัดใจเกิดขึ้นกับ 2 สถานีสุดท้ายก่อนถึงจุดสิ้นสุด นั่นคือ เนินเอียง 35-40 องศาซึ่งยาวประมาณ 200 เมตร แรงบิด 500 นิวตันเมตรได้นำพาไปตลอดรอดฝั่ง เพราะหากใช้ความเร็วมากเกินไป ก็อาจทำให้รถไหลลงจากเนินจนเกิดเป็นอุบัติเหตุได้

Ford Ranger FX 4 MAX 19

และสุดท้ายกับการไต่ทางชัน เป็นอีก 1 สถานีที่ให้แรงบิดเป้นพระเอก เพราะไม่ต้องใช้คันเร่งเยอะ และยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางชัน ที่หยุดรถค้างไว้ให้อีก 3 วินาที คอยช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลลงเนิน

Ford Ranger FX 4 MAX 20

ช่วงท้ายการทดสอบมีการนำรถไปขับบนถนนหลวงระยะทางสั้นๆประมาณ 3 กม. สิ่งที่สัมผัสได้ยังคงอยู่ที่ฟิลลิ่งการขับขี่และควบคุมที่มั่นใจยิ่งขึ้นไปกับโช๊คอัพ FOX ไว้มีโอกาสได้ลองทางไกลเมื่อไหร่ จะรีบมาเล่าสู่กันฟังอีกทีครับ

Ford Ranger FX 4 MAX 22

บทสรุป นอกจากรูปลักษณ์ที่ดุดัน ยังมากับสมรรถนะในทางลุยที่ไม่น้อยหน้า Wildtrak แต่อาจตกเป็นรอง RAPTOR แต่สำหรับการพัฒนาเพื่องานลุย ก็ถือได้ว่า Ford Ranger FX4 MAX ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ราคาค่าตัว 1,189,000 บาท ห่างจาก Wildtrak อยู่ 67,000 บาท (Ford Ranger Wildtrack ราคา 1,265,000 บาท) แต่ไม่มีระบบ Driver Assist และถุงลมนิรภัยมีแค่ 2 ลูก

มาสด้าเปิดไฮไลท์ MAZDA BT-50 ใส่ชุดแต่ง KENSHO สปอร์ตหรู อัดโปรแรงฟรีดอกเบี้ย ฟรีประกัน ฟรีค่าแรง ฟรีน้ำมัน ของแถมเพียบ

0

มาสด้าเร่งเครื่องยกทัพรถยนต์ทุกรุ่นจัดแสดงเต็มงานมอเตอร์โชว์ ไฮไลท์เด็ดจับ ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพเจนเนอเรชั่นใหม่เรียบหรูสไตล์เอสยูวีแต่งพิเศษ KENSHO รอบคัน เพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตให้ลงตัวยิ่งขึ้น พร้อมทัพรถยนต์นั่งและรถเอสยูวี โดยเฉพาะสีเทาโพลี เมทัล เกรย์ นำมาเนรมิตโฉมใหม่ด้วยชุดแต่ง BLACK TONE EDITION และ SIGNATURE STYLE ให้ลูกค้าได้สัมผัส พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วยให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี 150,000 กม. ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมมาสด้าได้ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นการเริ่มศักราชใหม่ของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ระยะยาว “SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030” หลังจากที่ได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อปี 2563 มาสด้าในประเทศไทยมุ่งมั่นสานต่อปณิธานนี้ เพื่อส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับลูกค้าด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้งานและความต้องการลูกค้าได้อย่างลงตัว อาทิ ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพใหม่สไตล์เอสยูวี ที่ผนวกคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรถปิกอัพรวมเป็นหนึ่งเดียว ราคาเริ่มต้น 553,000 บาท พร้อมแพ็คเกจพิเศษเพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รถยนต์นั่งมาสด้า2 2021 COLLECTION ที่จัดเต็มยิ่งขึ้นทั้งเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาเริ่มต้น 546,000 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีลูกค้าเดินทางเข้ามาชมและทดลองขับที่โชว์รูมกันอย่างไม่ขาดสาย

ไฮไลท์เด็ดที่มาสด้านำมาจัดแสดงในปีนี้ คือ รถปิกอัพใหม่สไตล์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพต้นแบบแห่งความสง่างามในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป ถูกนำมาเนรมิตปรับโฉมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับชุดแต่ง KENSHO รอบคัน ประกอบด้วย สไตล์ลิ่งบาร์สีดำ คิ้วตกแต่งซุ้มล้อ คิ้วตกแต่งข้างประตู คิ้วกันชนหน้า และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ที่เลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น จึงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์สง่างามที่ผสานความสปอร์ตตามสไตล์มาสด้าได้อย่างลงตัว พร้อมเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันชั้นหนึ่ง และฟรีค่าแรงเช็คระยะตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์จากมาสด้า คือการนำรถ สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ สีเอกลักษณ์ของมาสด้า ในรุ่นยอดนิยมถึง 4 รุ่น ทั้งรถยนต์นั่งและเอสยูวีมาเนรมิตโฉมเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตให้โดดเด่นโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งแท้จากโรงงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ BLACK TONE EDITION ในรถยนต์นั่งมาสด้า2 2021 COLLECTION รถยนต์นั่งมาสด้า3 และครอสโอเวอร์เอสยูวีน้องเล็ก CX-3 2021 COLLECTION พร้อมเสริมชุดแต่ง SIGNATURE STYLE ในรถครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-30 สร้างเอกลักษณ์เฉพาะ โดดเด่นสวยงามสะดุดตาในทุกมิติ และยังเสริมทัพด้วยยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น รวมถึงรุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี มาจัดแสดงและให้ลูกค้าได้จับจองป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ประกอบด้วย

มาสด้า2 2021 COLLECTION ยนตรกรรมที่จะพาคุณก้าวไปสู่อีกขั้นของความสนุกสนานในการขับขี่ สะท้อนตัวตนที่มีเอกลักษณ์ ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหรา สง่างาม โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร สัมผัสความสปอร์ตพรีเมียม ทั้งซีดาน 4 ประตู และแฮชแบค 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 รวมทั้งรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition

มาสด้า3 ต้นแบบแห่งความสง่างาม เรียบหรู ทุกมุมมองเสมือนงานศิลปะ การันตีความเป็นที่สุดจากงานดีไซน์ระดับโลก ผู้พิชิตรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก  World Car Design of the Year 2020 และ 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก Top 3 World Car of the Year 2020 กับขุมพลังสกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ให้การตอบสนองดีเยี่ยม พร้อมเงื่อนไขสุดพิเศษดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท3 และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

มาสด้า CX-30 ผู้พิชิตรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมปีล่าสุดจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และติด Top 3 World Car of the Year 2020 ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มาเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เพื่อออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ให้ทุกมิติของชีวิตมีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น มาพร้อมดอกเบี้ย 0.99%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 5,000 บาท3 และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2

มาสด้า CX-3 2021 Collection ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่สะท้อนไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนึ่งเดียวในคลาสที่ตอบโจทย์ความต้องการกับครอสโอเวอร์เอสยูวีคันแรกของคุณ ในราคาเริ่มต้น 769,000 บาท เป็นเจ้าของได้ง่ายกับดอกเบี้ย 0.99%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2

มาสด้า CX-5 เติมเต็มความหมายใหม่ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น หนึ่งเดียวของรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่มีให้เลือกถึง 3 เครื่องยนต์ ขีดสุดแห่งขุมพลังเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร เทอร์โบ แรงสุด 231 แรงม้า เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผันแบบ 2 ชั้น และสกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ที่พัฒนาในอีกขั้น หรูหรา ด้วยวัสดุ Real Wood ผสานกับสีเงินซาตินโครม ยกระดับความพรีเมียมด้วยเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red มาพร้อมระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2

มาสด้า CX-8 พรีเมียม 3-Row Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบ ภูมิฐาน หรูหรามีระดับ เอสยูวีที่สร้างแรงบันดาลใจให้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขอบเขตและไม่มีที่สิ้นสุด มีให้เลือกทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่อันล้ำค่ากับช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณและคนที่คุณรัก ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง สัมผัสกับความลักซ์ชัวรี่ด้วยวัสดุ Real Wood ที่ผสานกับสีเงินซาตินโครมได้อย่างลงตัว เบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red เพิ่มความสุนทรีย์ตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์โชว์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ศกนี้

ฟอร์ด จัดประชุมใหญ่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศแถลงนโยบาย มุ่งสร้างการเติบโตธุรกิจ พร้อมยกระดับการบริการลูกค้า

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดประชุมแถลงนโยบายทิศทางธุรกิจกับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ โดยมีกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจด้วยการสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ฟอร์ดในทุกมิติ ผลักดันยอดขายผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด รวมทั้งเสริมนวัตกรรมด้านการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด 

ฟอร์ดและผู้จำหน่ายมุ่งมั่นที่จะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยมี ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงสำคัญในการขยายฐานลูกค้า ซึ่งล่าสุดฟอร์ดได้ต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งด้วยการแนะนำสมาชิกใหม่ล่าสุดของไลน์อัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ รถกระบะที่มาพร้อมกับขุมพลังเพื่อการขับขี่ออฟโรดที่เหนือชั้น และฟีเจอร์อันโดดเด่นที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้ยิ่งกว่าที่เคย

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุด คือ การดูแลลูกค้าเปรียบเสมือน คนในครอบครัว โดยฟอร์ดจะร่วมกับผู้จำหน่าย พัฒนาศักยภาพและการดำเนินงานด้วยให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าใช้รถด้วยความอุ่นใจและมั่นใจสูงสุด โดยฟอร์ดยังคงเดินหน้า ‘การันตีความใส่ใจ’ ด้วยนวัตกรรมด้านบริการใหม่ที่มอบให้กับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

“เบนซ์ไพรม์มัส”เปิดศึกรับตลาดรถหรูบูม! นำ 3 รุ่นใหม่ อวดโฉมรับโปรสุดพิเศษ ใน Primus Auto Show

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดศึกรับตลาดรถหรูบูม นำ 3 รุ่นใหม่ Mercedes-AMG GLA 35 4 MATIC, The new Mercedes-Benz E-Class, Mercedes-Benz GLS 350 d 4 MATIC และทัพรถหรูกว่า 50 คัน อวดโฉม ในงาน Primus Auto Show รับข้อเสนอ Motor Show ก่อนใคร ฟรี! เงินดาวน์ พร้อมประกันภัยชั้น 1 MB Protection นาน 2 ปี หรือ 0% นาน 5 ปี พร้อมขยายเวลาบริการ ศุกร์ – เสาร์ ถึง 3 ทุ่ม วันนี้ ถึง 11 เม.ย.ศกนี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า  จากการที่ บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” (ประเทศไทย) มีนโยบายในการนำรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เข้าร่วมแสดง ในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย.64 ที่อิมแพคเมืองทองธานี  ซึ่งถือเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์อย่างมาก และเป็นช่วงไฮซีซั่นของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย

ผนวกกับในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดไทยมากถึง 6 รุ่น ทั้งแบบรถสปอร์ตสรรถนะสูง รถอเนกประสงค์ และรถปลั๊กอินไฮบริด ทำให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายเซกเมนต์ และส่งผลดีต่อตัวเลขยอดขายของผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วประเทศ

ขณะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” มีนโยบายที่จะสร้างความแข็งแกร่งด้านยอดขายและกระตุ้นตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ด้วยการจัดงานแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ภายใต้ชื่องาน  “Primus Auto Show โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับผู้บริโภคในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ได้มีโอกาสเลือกชมและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นต่าง ๆ อย่างสะดวกสบาย บนพื้นที่ที่โอ่อ่ากว้างขวาง พร้อมจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับบริการมากมาย ที่สำคัญ ทุกท่านที่ซื้อรถยนต์ในงานนี้ จะได้รับข้อเสนอพิเศษสุด ที่ตอบรับทุกความต้องการในการครอบครองและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นที่ชื่นชอบก่อนใคร

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับงาน Primus Auto Show ถือเป็นอีกงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยจะมีการจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือ ในช่วงงาน Bangkok International Motor Show และงาน Thailand International

Motor Expo ซึ่งในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 13 มี.ค. – 11 เม.ย.64 ที่โชว์รูมรถยนต์ของ “เบนซ์ไพรม์มัส” บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

สำหรับรถยนต์ไฮไลท์ที่จะนำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ Mercedes-AMG GLA 35 4 MATIC, The new Mercedes-Benz E-Class, Mercedes-Benz GLS 350 d 4 MATIC, Mercedes-Benz CLS220 d AMG Premiumพร้อมรถยนต์รุ่นปัจจุบัน และรถทดลองขับมากกว่า 50 คัน ที่จะนำมาอวดโฉมผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองขับก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของ

นอกจากนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้เลือกสรรแคมเปญพิเศษที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซดส-เอเอ็มจี เพียงจองและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ภายในงาน Primus Auto Show จะได้รับข้อเสนอพิเศษแบบเดียวกับในงาน Motor Show อาทิ

-Mercedes-Benz A 200 Progressive รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MB Protection นาน 1 ปี

-Mercedes-Benz C 300 e AMG Sport ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 4 ปี

– Mercedes-Benz S 560e AMG Premium ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 5 ปี, โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP Excellent นาน 5 ปี พร้อม ประกันภัยชั้น 1  MB Protection นาน 5 ปี  หรือเลือก ฟรี! เงินดาวน์ ผ่อนสบายๆ 99,999 บาท นาน 24 เดือน โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP Excellent นาน 2 ปี พร้อม ประกันภัยชั้น 1  MB Protection นาน 2 ปี

พร้อมกันนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์  ได้มีการจัดเตรียมอาหาร ไอศรีม และเครื่องดื่ม จาก Food Truck ชื่อดัง ร้าน “Baby Pizza” พิซซ่า สไตล์อิตาเลียน กรอบสุดขอบ และไอติมเงินล้าน “Duca’tim” ต้นฉบับไอติมไม่อ้วน  ให้ผู้ร่วมชมงานได้เพลิดเพลินกับรสชาติความอร่อยอย่างเต็มพิกัด

พิเศษ! เฉพาะวันที่ 10-11 เม.ย.64 พบกับกิจกรรมไฮไลท์ “Mercedes-AMG Days” สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสปอร์ตสมรรถนะสูง ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับ 2 ยนตรกรรมแรง เร้าใจ ในรุ่น Mercedes-AMG GT C Roadster และMercedes-AMG GT R พร้อมเรียนรู้เทคนิคการขับขี่จาก Instructor ระดับมืออาชีพ ของ เมอร์เซดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) โดยลงทะเบียนร่วมรับสิทธิ์ทดลองขับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้ที่  http://bit.ly/primustdb

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่ต้องการเลือกชมและสัมผัสรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รวมถึงลูกค้าที่ต้องการนำรถยนต์เข้ารับการซ่อมบำรุงในหลังช่วงเวลาทำงาน ด้วยการขยายเวลาการให้บริการด้านการขายและบริการหลังการขาย ในวันศุกร์และวันเสาร์ เปิดทำการตั้งแต่ 08.30 – 21.00 น. เริ่มวันนี้ ถึง 11 เม.ย.ศกนี้

อย่าพลาด! งาน “Primus Auto Show”  เริ่มตั้งแต่ 13 มี.ค. ถึง 11 เม.ย.64 เฉพาะที่ “เบนซ์ ไพรม์มัส” ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) ฝ่ายขาย เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลาทำการ 08.30 -19.00 น. วันศุกร์-วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30 – 21.00 น. และ วันอาทิตย์ เวลาทำการ 10.00 – 19.00 น. ฝ่ายบริการหลังการขาย เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลาทำการ 08.30-17.30 น. และวันศุกร์-วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30 – 21.00 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 095 5555 หรือคลิกที่ www.benzprimus.com

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ฉลองครบ 60 ปี ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนในโอกาสการดำเนินธุรกิจครบ 60 ปีในประเทศไทย แถลงขอบคุณลูกค้าในประเทศไทยสำหรับการสนับสนุนมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมเปิดตัวรถยนต์โมเดลรุ่นพิเศษ ‘Special Edition’ และสีพิเศษ ภายใต้ ‘Passion Red Edition’ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งตอบแทนแก่ชุมชน ยืนยันความมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำเสนอแผนการลงทุน และสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในอนาคต


มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงาน 60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย และความมุ่งมั่นเพื่อสังคมไทย” ว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เริ่มต้นการผลิตรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2460 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 104 ปี หลังจากนั้น ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย   ในปี พ.ศ. 2504 โดยวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  ประเทศไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดัน ให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้กับประเทศ ผ่าน 7 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ การจ้างงาน การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งออก การช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อม และ ในปี พ.ศ. 2507 เราเริ่มผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 เราเริ่มการผลิตรถยนต์ที่โรงงาน 1 แหลมฉบัง ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 424,000 คันต่อปี ถือเป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก”  

ยิ่งไปกว่านั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยเป็นรายแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 จวบจนปัจจุบัน เรามียอดการส่งออกสะสมครบ 4.4 ล้านคัน  และส่งไปจำหน่ายทั่วโลกกว่า 120 ประเทศ ล่าสุดเรามีความยินดีที่จะประกาศว่า เราได้บันทึกอีกก้าวสำคัญด้วยการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ ครบ 6 ล้านคันในประเทศไทย ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของลูกค้า ซัพพลายเออร์ เพื่อนสื่อมวลชน และรัฐบาลไทย ผมขอใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ทำให้เรา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี”

มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ และบริการหลังการขาย บริษัท  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ตลอดระยะเวลา 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย มีรถยนต์มิตซูบิชิ วิ่งอยู่บนถนนเมืองไทยแล้วกว่า 1.7 ล้านคัน เรารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีผู้ให้การสนับสนุนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าพันธมิตรทางธุรกิจของเรา รวมถึงรัฐบาลไทยและนโยบายต่างๆ ที่เข้ามาช่วยส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจของเรา และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและส่งความสุขให้แก่คนไทยทุกคน เราได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมายตลอดปี เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี นอกเหนือจากแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” เราจะเปิดตัว รถยนต์โมเดลพิเศษ’ และรถยนต์รุ่นพิเศษพร้อมคอนเซ็ปต์สีแดง ‘Passion Red Edition’ ” พร้อมบริจาคเงินจากยอดขายของรถยนต์รุ่นดังกล่าว 

รถยนต์สีแดงพิเศษ 3 รุ่นแรก ที่เปิดตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Passion Red Edition’ ประกอบด้วยมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ ซึ่งจะมีเฉดสีแดงแตกต่างกันไป มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม พร้อมสีใหม่ แดง Meduim Red แสดงถึงความมุ่งมั่นของลูกค้า ที่จะไปถึงยังจุดหมายที่ไม่มีใครไปถึงและได้สัมผัสประสบการณ์และความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อคนที่รัก มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ทั้งสองรุ่นพิเศษมาพร้อมสีแดง Red Metallic และหลังคาดำ พร้อมการตกแต่งพิเศษในรุ่น ‘Special Edition’ เพื่อยกระดับความมีสไตล์ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในเมืองที่มองหาแรงบันดาลใจเพื่อทุกความสำเร็จในชีวิต

ที่มาของการเลือกใช้สีแดง เนื่องมาจาก สีแดงคือสีที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นสีของโลโก้ประจำแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นสีแห่งตำนานเจ้าสนาม อย่างมิตซูบิชิ ปาเจโร ด้วยชัยชนะถึง 12 ครั้ง จากสนามแข่งแรลลี่สุดหฤโหดระดับโลก อย่าง ปารีส-ดาการ์ และเป็นสีของมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน เจ้าแห่งสนาม เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ และจากตำนานบัลลังก์แชมเปียนเหล่านี้ ทำให้สีแดง เป็นสีที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสมรรถนะที่ทรงพลังเพื่อให้โลกได้จดจำ สีแดงจึงเป็นสี  ที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนความพึงพอใจและความมุ่งมั่น  สู่ความสำเร็จให้แก่ลูกค้า พร้อมกับมุ่งตอบแทนสังคมและสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ไปพร้อมๆ กันด้วย

นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังจะเผยโฉม มิตซูบิชิ ไทรทัน รักกิจ เอดิชั่น รถกระบะรุ่นพิเศษที่เปี่ยมด้วยสีสันสะดุดตา เพื่อฉลองครบ 60 ปี ซึ่งรถกระบะรุ่นพิเศษนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และคุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ศิลปะแนวเรขาคณิตที่มีสไตล์เฉพาะตัว มีความแน่วแน่ ในการสร้างสรรค์สไตล์ที่เป็นของตนเอง ความไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทำให้วันนี้ เขาสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดังแถวหน้าในระดับโลก เรื่องราวของคุณรักกิจ สะท้อนภาพความมุ่งมั่นและยืนหยัดต่อการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผลงานกราฟิกที่เต็มไปด้วยสีสันถ่ายทอดมาสู่รถยนต์ที่ทรงพลังอย่างมิตซูบิชิ ไทรทัน ได้แรงบันดาลใจมาจากเทพเจ้าไทรทัน เทพแห่งท้องทะเล เกิดเป็นผลงานชื่อ “THE GREAT TRITON” สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของการสร้างสไตล์ในแบบของตัวเอง รถกระบะรุ่นพิเศษนี้ จะเผยโฉมให้ชมอย่างเป็นทางการที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 นี้

“เรารู้สึกภูมิใจที่คุณรักกิจได้มาร่วมสร้างผลงานศิลปะสุดพิเศษให้กับมิตซูบิชิ ไทรทัน การให้การสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานของคุณรักกิจและศิลปินชาวไทยท่านอื่นๆ สะท้อนถึงแนวคิดเรื่อง “Drive Your Ambition” ของเรา ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนมุ่งมั่นและฝ่าฟันไปสู่ความสำเร็จ  มร. โคอิโตะ กล่าวสรุป

และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณลูกค้าชาวไทยและตอบแทนสังคมไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังประกาศเปิดตัวโครงการเพื่อสังคม ที่ให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมกับโครงการได้ โดยเมื่อซึ้อรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สีแดง Medium Red มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะร่วมบริจาคเงิน 5,000 บาท ต่อคัน และ 2,000 บาท ต่อคัน เมื่อซื้อรถยนต์รุ่นพิเศษ 3 รุ่น ได้แก่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ รุ่น ‘Special Edition’ และ มิตซูบิชิ ไทรทัน รักกิจ เอดิชั่น ตั้งแต่ 22 มีนาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2564 โดยเงินที่รวบรวมได้ทั้งหมด จะถูกนำไปบริจาค เพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สุขภาพและชีวอนามัย และการศึกษาและจริยธรรม

สำหรับก้าวต่อไปจากนี้ แผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จะยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย อีกทั้งยังคงมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจของไทยและศักยภาพการเติบโตของเศษฐกิจในประเทศ มีรายงานความคืบหน้าในการดำเนินธุรกิจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการเปิดโรงพ่นสีแห่งใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างในส่วนอาคารไปเกือบเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว กำหนดแล้วเสร็จและเปิดทำการภายในปลายปี 2564

 และเพื่อสร้างความต่อเนื่องให้กับนโยบายด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นมา ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่มาช่วยตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ผลิตและเปิดตัวรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โมเดลล่าสุด โมเดลเดียวของเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ในประเทศไทย ในปี 2563 และเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย  ในปี พ.ศ. 2563 จำหน่ายแล้วในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 270,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา รวมถึงยังเป็นรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในตลาดยุโรปในปี 2563 อีกจากการศึกษาการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น พบว่า ตราบจนปัจจุบัน รถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์   ไม่เฉพาะจากปลายท่อไอเสียรถยนต์ แต่หมายรวมถึงทั้งกระบวนการการผลิตทั้งหมด ทั้งจากการผลิตกระแสไฟฟ้า และจากกระบวนการการผลิตรถยนต์อีกด้วย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้เข้าถึงผู้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และในเดือนมีนาคมนี้ เราจะมีผู้จำหน่ายทั้งหมดครบ 240 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย และมีเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 250 แห่งภายในปี 2564 เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยในปี 2563 บริษัทฯ คว้า 3 รางวัลจากทั้งหมด 4 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม (TAQA) นอกจากการเพิ่มจำนวนผู้จำหน่าย บริษัทฯ  ยังรักษามาตรฐานความเป็นเลิศและการมีบุคลากรที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน

อีกหนึ่งด้านที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญคือการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ด้วยการดำเนินกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในระดับชุมชนและท้องถิ่นผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย สำหรับบริการหลังการขาย รถยนต์ทุกรุ่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาพร้อมกับความมั่นใจในคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมของบริการหลังการขาย ภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ดูแลลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ อะไหล่แท้ การบริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรมเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับแพ็คเกจ บริการหลังการขาย ‘Mitsubishi Service Package’ ได้แก่ ฟรีค่าบริการเช็คระยะ 5 ปีและฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี บริษัทฯ ยังยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายด้วยการมอบการรับประกัน 5 ปีและฟรีค่าแรง 5 ปี ให้เป็นการรับประกันมาตรฐาน พร้อมกับโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Warranty Plus นานสูงสุดรวม 7 ปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์มิตซูบิชิที่มาพร้อมการบริการที่ไว้วางใจได้และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม และมีราคาขายต่อ น่าพึงพอใจ

บริษัทฯ จะยังสานต่อแนวคิดระดับโลก ‘Drive Your Ambition’ ที่จะมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความโดดเด่น มั่นใจ ผสมผสานจิตวิญญาณของการผจญภัยและมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่จุดหมายแห่งความสำเร็จ

นิสสัน จัดเต็มโปรโมชั่น “Drive to The New Chapter” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

นิสสัน ประเทศไทย จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย “Drive to The New Chapter – ขับเคลื่อนชีวิตวิถีใหม่” สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน พ.ศ. 2564 นี้

ลูกค้าที่จองรถยนต์นิสสันทุกรุ่นในงานมอเตอร์โชว์ 2564 จะได้รับข้อเสนอพิเศษขับฟรี สูงสุด 90 วัน* และรถยนต์นิสสันแต่ละรุ่นยังมีข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย อาทิ เช่น ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง (Nissan Premium Protection) 1 ปี, ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร**, ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี, อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุด 0% เป็นต้น

“สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปี 2564 นี้ นิสสันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้าของเรา โดยเฉพาะข้อเสนอพิเศษที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ขับรถนิสสันแบบไร้กังวลในเรื่องการผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 90 วัน ซึ่งเรามั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะยิ่งมั่นใจในรถยนต์นิสสันของท่านหลังจากได้ทดลองใช้ และได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และ นิสสัน นาวารา ใหม่ นิสสันขอเรียนเชิญลูกค้าทุกท่านให้มาทดลองขับรถของนิสสันที่ท่านสนใจ และตอบโจทย์กับทุกท่านมากที่สุด พร้อมรับข้อเสนอมากมาย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการเป็นเจ้าของรถและเป็นครอบครัวเดียวกันกับนิสสันของเราอีกด้วย” ราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าว

ภายในงานครั้งนี้ นิสสันได้นำเสนอรถยนต์ถึง 8 รุ่น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่นิสสัน นาวารา ใหม่, นิสสัน อัลเมร่า และ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์

สำหรับ นิสสัน นาวารา ใหม่ เป็นสุดยอดรถกระบะ ที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง จากประสิทธิภาพการ  ขับขี่ที่ถูกปรับปรุงมาอย่างตั้งใจ เสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน ด้วยการออกแบบที่ไม่เพียงทันสมัย แต่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและภายนอก ที่ลูกค้ามั่นใจได้ว่า นาวารา ใหม่ จะเป็นรถกระบะที่ลูกค้าสามารถไว้ใจ และเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่มากที่สุด ทั้งการขับขี่ใช้งานในเมือง หรือในแบบผจญภัย

เพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของนิสสัน นาวารา ใหม่ ได้ง่ายยิ่งขึ้น นิสสัน ขอมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง (Nissan Premium Protection) 1 ปี, ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร และ ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร พร้อมเลือกรับอีกสองข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,000 บาท (งวดที่ 1-12 ค่างวด 3,000 บาท และงวดที่ 13-84 ค่างวด 8,298 บาท โดยคำนวณจาก เงินดาวน์ 15%, ดอกเบี้ย 4.95%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากนิสสัน นาวารา ใหม่ รุ่น KC SL ราคา 609,000 บาท)
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.49% (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

ด้านนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ รถยนต์ซีดานสำหรับการขับขี่ในเมือง ที่พร้อมมอบสมรรถนะของการขับขี่และอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ของเครื่องยนต์เทอร์โบ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี

เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของนิสสัน อัลเมร่า ได้ง่ายยิ่งขึ้น นิสสัน ขอมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/70,000 กิโลเมตร, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง (Nissan Premium Protection) 1 ปี พร้อมเลือกรับสองข้อเสนอพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

  1. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,450 บาท (งวดที่ 1-6 ค่างวด 3,450 บาท และงวดที่ 7-84 ค่างวด 8,377 บาท โดยคำนวณจาก เงินดาวน์ 15%, ดอกเบี้ย 4.22%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ รุ่น VL ราคา 639,000 บาท)
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คอมแพ็ค เอสยูวี ใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย ‘อี-พาวเวอร์ (e-POWER)’ เทคโนโลยีล่าสุดจากนิสสัน ซึ่งพร้อมให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงสมรรถนะอันทรงพลัง ความประหยัดน้ำมัน รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแบบรถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 999,000 บาท ในรุ่น V และ 1,049,000 บาทในรุ่น VL

นอกจากนี้สำหรับเจ้าของ คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ นิสสัน ขอมอบข้อเสนอพิเศษและการรับประกันเพื่อความอุ่นใจมากมาย อาทิ ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน), ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่   5 ปี/150,000 กิโลเมตร, ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร และยังมาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน) พร้อมรับ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง (Nissan Premium Protection) 1 ปี

ไม่เพียงสามรุ่นไฮไลท์ที่กล่าวมา แต่นิสสันยังมอบข้อเสนอต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกรุ่นของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน เทอร์ร่า, นิสสัน โน๊ต และ นิสสัน มาร์ช เพียงลูกค้าสั่งจองหรือออกรถรถยนต์นิสสันภายในงานมอเตอร์โชว์ 2564 หรือติดต่อสั่งจองที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 4 เมษายน 2564 นี้ เท่านั้น

นอกจากนี้ ลูกค้าเก่าของนิสสัน ยังได้รับส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.5% และแพ็คเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Gold Package ครอบคลุมการเช็คระยะภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (6 ครั้ง) ฟรี อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นต่าง ๆ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nissan.co.th/news/nissan.promotion.html หรือทดลองขับและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์นิสสันได้ทุกรุ่น ที่บูธของนิสสัน ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

* ขับฟรีสูงสุด 90 วัน เฉพาะระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 72 เดือน เท่านั้น / เฉพาะที่รับรถและเป็นสัญญาในเดือนมีนาคม 2564 จะเริ่มผ่อนชำระงวดแรกในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 / เฉพาะที่รับรถและเป็นสัญญาในเดือนเมษายน 2564 จะเริ่มผ่อนชำระงวดแรกในวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 / ทั้งนี้เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อและอื่น ๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของบริษัทนิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด / สำหรับลูกค้าที่จอง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 และรับรถภายในวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2564 เท่านั้น เงื่อนไขและรุ่นรถเป็นไปตามที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ยามาฮ่าสนับสนุนการประกวดดนตรี TWO YAMAHAS, ONE PASSION Acoustic Guitar Competition 2020 เวทีค้นหานักกีตาร์อาร์ติสท์ดาวรุ่ง

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ให้การสนับสนุน บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด จัดการแข่งขัน TWO YAMAHAS, ONE PASSION Acoustic Guitar Competition 2020 เปิดเวทีค้นหานักกีตาร์อะคูสติกหน้าใหม่ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 500,000 บาท และรถจักรยานยนต์ YAMAHA XSR155 จำนวน 1 คัน โดยการแข่งขัน “TWO YAMAHAS, ONE PASSION ACOUSTIC GUITAR COMPETITION 2020” ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ในพันธกิจ TWO YAMAHAS, ONE PASSION ที่หลอมรวมยามาฮ่าทั้ง 2 ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อค้นหานักกีตาร์อะคูสติกหน้าใหม่ฝีมือดีพร้อมผลักดันก้าวเข้าสู่วงการดนตรีของประเทศไทยอย่างมีคุณภาพ
โดยการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ TWO YAMAHAS, ONE PASSION ACOUSTIC GUITAR COMPETITION 2020 ในครั้งนี้มีขึ้น ณ ห้องประชุม ชั้น 5 ดร.ถาวร พรประภา ออดิทอเรียม บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้

ฟอร์ดพร้อมโชว์ เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ และจัดแสดงรถฟอร์ดครบทุกรุ่นในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

ฟอร์ดพร้อมนำทัพรถยนต์ทุกรุ่นมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 โดยมีไฮไลท์เป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ รถกระบะออฟโรดรุ่นล่าสุดในไลน์อัพของเรนเจอร์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิด ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมาย ทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน

ยกทัพสุดยอดรถยนต์เปี่ยมสมรรถนะบุกงานมอเตอร์โชว์ครบทุกรุ่น

ฟอร์ด เตรียมจัดแสดง ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ผู้นำเซ็กเมนต์รถกระบะ ครบทุกรุ่นในงานมอเตอร์โชว์ นำโดยสมาชิกใหม่ล่าสุดของไลน์อัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ที่มาพร้อมกับขุมพลัง เพื่อการขับขี่ออฟโรดที่ เหนือชั้น และฟีเจอร์อันโดดเด่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรถกระบะสมรรถนะสูงอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้ยิ่งกว่าที่เคยพร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรดอันน่าตื่นเต้นเร้าใจได้อย่างสะดวกสบายในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมี ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นยอดนิยมอย่าง XLT รวมทั้ง รุ่น XLS และ XL ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ผสานอย่างลงตัวกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เสริมความเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และสัญญาณตรวจจับคนเดินถนน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ สุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ซึ่งยังคงได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยและชาญฉลาดที่สุดรุ่นหนึ่งในเซ็กเมนต์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่นและดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบาย เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรดให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นฉลองครบรอบ 55 ปี ซึ่งจะนำมาจัดแสดงภายในงานด้วยเช่นกัน พร้อมอวดโฉมดีไซน์ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาพร้อมสุดยอดสมรรถนะเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ระดับตำนาน มาพร้อมกับเครื่องยนต์อันทรงพลังสองรุ่น ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์ 5.0L V8 Coupe Performance Pack และรุ่นเครื่องยนต์ 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

ข้อเสนอสุดพิเศษมากมายภายในงานมอเตอร์โชว์ 

เตรียมพบกับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจากฟอร์ด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ Sport : ราคาพิเศษ 599,000 บาท จากราคาปกติ 689,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT : ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL Street: ผ่อนปีแรกเริ่มต้นเพียง 5,999 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค : ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 MAX ใหม่ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ : มาพร้อมโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียมพลัส 4×2 : ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท จากราคาปกติ 1,599,000 บาท พร้อมโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง