นายศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยมร.บาร์ทอช เพีย (ที่ 4 จากขวา) ประธานบริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมอบทองคำหนัก 35 บาท มูลค่า 1 ล้านบาทจำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3 ล้านบาทให้แก่ลูกค้าผู้โชคดี ได้แก่ นายชัยนาท มะโนเชต (ซ้ายสุด) ผู้โชคดีที่ทำสัญญาในนาม บริษัท ณชพลทราฟฟิค จำกัด นางสาวสกุณา ศุภรส (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้โชคดีที่ทำสัญญาในนาม บริษัท แปซิฟิค แลบอราตอรี่ จำกัด และนายเจนกิจ พิพัฒนติกานันท์ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้โชคดีที่ทำสัญญาในนาม บริษัท ควอเลีย เอ็นพีเอส จำกัด โดยผู้โชคดีทั้ง 3 ท่านได้ทำการจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 หรือที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และทำสัญญาทางการเงินกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยการมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
“มาร์เกซ” คัมแบ็ก! ควบ Honda RC213V-S เรียกฟีลลิ่งนักบิดโมโตจีพี
แฟนมอเตอร์สปอร์ตลุ้นระทึก นับถอยหลังรอการคัมแบ็กของ มาร์ค มาร์เกซ ยอดนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย จากทีมแข่ง เรปโซล ฮอนด้า หลังผลการฟื้นฟูร่างกายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบบสเต็ปบายสเต็ป ล่าสุด เจ้าตัวรีเทิร์นสู่แทร็กดวลความเร็วด้วยการควบซูเปอร์ไบค์ Honda RC213V-S ที่มีสมรรถนะเทียบเท่าเรซแมชชีน หวังเช็กความพร้อมเรียกฟีลลิ่งการแข่งขัน ก่อนตัดสินใจร่วมศึกโมโตจีพี 2021 เกมเปิดฤดูกาลที่กาตาร์ ปลายเดือนมีนาคมนี้

ยืนยัน “ความคุ้มค่าที่เกินคาด” จากลูกค้าผู้ใช้จริง “ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่”
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยความนิยม ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ภายใต้ “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” ซึ่งเป็นซิตี้คาร์ไฮบริดรุ่นแรกของเซกเมนต์ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าที่เกินคาดและเกินคลาสในทุกด้าน ด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ระบบขับเคลื่อนไฮบริด Sport Hybrid i-MMD มั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เทคโนโลยีที่มีอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งหลังจากเปิดตัวและส่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว เรามาฟังเสียงจากลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ตัวจริง ที่มายืนยันประสบการณ์ “ความเกินคาด” ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คุณวีรยา มุสิกะสิน (แพรว) ผู้บริหารบริษัทไอที บอกเล่าความประทับใจที่มีต่อ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ว่า “สามีแนะนำให้ลองดู ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี มาสรุปที่รุ่นนี้ เพราะได้ระบบไฮบริดและฟีเจอร์ที่ล้ำสมัย เทียบเท่ารถหรูในราคาที่เราเอื้อมถึง รู้สึกคุ้มค่าเกินราคา อีกทั้งดีไซน์ปราดเปรียวเหมาะกับการขับขี่และเดินทางในทุกๆ วัน ภายในห้องโดยสารก็กว้างเกินคาด ตอนแรกที่ซื้อมาไม่คิดว่าจะจุของได้เยอะขนาดนี้ และที่ชอบอีกอย่างคือประหยัดน้ำมันสุดๆ ยิ่งตอนนี้ต้องเดินทางไกลพาเจ้าตัวเล็กออกเดินทางจาก จ.ลพบุรี ไปเยี่ยมพ่อเขาที่กรุงเทพฯ เกือบทุกอาทิตย์ด้วย และที่ชอบที่สุด คือ Honda SENSING ช่วยเรื่องความปลอดภัยได้อีก เช่น เวลาออกนอกเลน ระบบจะช่วยดึงรถเข้ามาอย่างนุ่มนวล ลูกหลับอยู่ก็ไม่ตกใจตื่น ตัดสินใจไม่ผิดเลยที่เลือกรถคันนี้มาเป็นรถคู่ใจ บอกเลยคุ้มเกินคาดมากๆ”

ด้าน คุณอนัญญา ประสพสุข (กุ๊กไก่) เภสัชกรสาวมือใหม่หัดขับ กล่าวว่า “เรียนจบมาใหม่เริ่มทำงาน และอยากมีรถเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังขับรถไม่ค่อยเป็น เลยอยากได้รถที่ขับง่าย จึงไปปรึกษาคุณพ่อ อีกวันคุณพ่อก็พาไปที่โชว์รูมฮอนด้าเลยค่ะ หลังจากได้ทดลองขับ ซิตี้ อี:เอชอีวี ก็รู้สึกประทับใจ เพราะขับง่ายกว่าที่คิด ด้วยดีไซน์
ที่สปอร์ตคล่องตัว ตอนออกถนนจริงช่วงแรกๆ พ่อจะไปด้วยตลอด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว เพราะมีระบบความปลอดภัยที่ให้มาครบครันมากๆ แถมไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแล เพราะมีการรับประกันการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี ซึ่งช่วยเซฟทั้งเงิน เซฟทั้งเรา ภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถคันนี้ซึ่งเป็นรถคันแรก และดีใจที่พ่อเปิดโอกาสให้เราเลือก
สิ่งที่ดีที่สุดด้วยตนเอง อยากให้ทุกคนได้ลองรถคันนี้ แล้วจะรู้ว่าคุ้มและตอบโจทย์ได้เกินที่คาดไว้จริงๆ”

และคุณชาคริต อรุณรัตน์สกุล (เต้) ทันตแพทย์ เจ้าของคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ผมเป็นแฟนฮอนด้าอยู่แล้ว ที่เลือก ซิตี้ อี:เอชอีวี มาแทนรถฮอนด้าคันเก่าที่ใช้มานาน 6-7 ปี เพราะเห็นว่ามีเทคโนโลยีและฟังก์ชันล้ำสมัย บวกกับเป็นคนชอบความแรงอยู่แล้ว พอได้ขับและสัมผัสกับระบบไฮบริด บอกได้คำเดียวว่าแรงเกินคาด ที่เซอร์ไพรส์ คือ ไม่คิดว่าจะประหยัดน้ำมันขนาดนี้ เพราะต้องเดินทางในเมืองบ่อย เพื่อเข้าคลินิกหลายที่ ได้คันนี้มาถือว่าคุ้มค่า และมาพร้อมดีไซน์สปอร์ต เข้าจอดง่าย เหมาะกับการขับในเมือง เวลารถติด ระบบ Auto Brake Hold ก็ช่วยอำนวยความสะดวก ไม่เมื่อยล้า เพราะไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และมี Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ทำให้ผมมั่นใจเวลาขับยิ่งขึ้น ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัยตอบโจทย์ความคุ้มค่าและลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของผมเป็นอย่างมาก
นี่เป็นเพียงตัวอย่างของ “ความเกินคลาส” ที่ทำให้เจ้าของฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ตัวจริง ได้รับประสบการณ์
“เกินคาด” ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการใช้รถในชีวิตประจำวันได้อย่างครบครันทั้งความแรง ความคุ้มค่า และความปลอดภัย ซึ่งเป็นยนตรกรรมคุณภาพที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัย
แห่งอนาคต
เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ว่าตลอดอายุการใช้งานนั้นฮอนด้าพร้อมดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการมอบการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว จะช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย การบำรุงรักษาได้เป็นอย่างมาก โดยลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพื่อประเมินค่าบำรุงรักษาก่อนเข้าเช็กระยะ หรือสามารถนัดหมายก่อนเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าได้ที่ web.honda.co.th/service
สัมผัสตัวจริงของ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ และยนตรกรรมฮอนด้ารุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าประเทศ รวมถึงที่บูทฮอนด้า (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือสัมผัสประสบการณ์ความเกินคาดที่เกินคลาสของ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ผ่าน www.honda.co.th/testdrive ลูกค้าที่ลงทะเบียนทดลองขับ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 – 31 มีนาคม 2564 จะได้รับของที่ระลึก Honda Canvas Tote Bag มูลค่า 350 บาท หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่ www.honda.co.th/cityehev หรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
หมายเหตุ
เงื่อนไขข้อเสนอต่างๆ หรือแคมเปญทดลองขับเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ผ่ากลยุทธ์ MGC-ASIA ผนึกกำลัง ต่อยอดธุรกิจใหม่ เข้าถึงทุกเจนฯ สู่นิวอีโคซิสเท็ม เต็มรูปแบบ
กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย แถลงผลประกอบการ พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2564 ‘MGC-ASIA Moving Forward 2021’ เน้นเชิงกลยุทธ์ สร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย เผยว่า “ปีนี้ เอ็มจีซี-เอเชีย ยังคงเดินหน้าวางแผนต่อยอดธุรกิจอย่างรัดกุม พร้อมรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป เน้นสร้างประสบการณ์ผ่านออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด สำหรับลูกค้าทุกๆ ราย”
++ ประสบการณ์ 20 ปี การันตีด้วยตำแหน่งหนึ่งในผู้นำตลาดรถพรีเมียมในเมืองไทย
ปี 2563 อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ สำหรับประเทศไทย เอ็มจีซี-เอเชีย มีรายได้ในปี 2563 รวม 21,465 ล้านบาท กับยอดจำหน่ายรถใหม่รวม 10,078 คัน ลดลง 13.5% ขณะที่ตลาดโดยรวมมียอดขายลดลง 31% โดย เอ็มจีซี-เอเชีย สามารถครองสัดส่วนยอดขาย 17% ในตลาดรถพรีเมียมขึ้นไป และยังคงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ครบวงจร พร้อมใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ได้ตรงจุดอย่างมีประสิทธิภาพ

++ ผนึกกำลังทั้งพันธมิตรและบุคลากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม
ความไดนามิค ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน คือ หนึ่งในดีเอ็นเอสำคัญของ เอ็มจีซี-เอเชีย ดังที่เห็นได้จากการมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอยู่ตลอด ขณะที่ภาพรวมของ เปอโยต์ ในประเทศไทย ก็มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง กับยอดขายที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง กรุ๊ป พีเอสเอ ได้ควบรวมกิจการกับกลุ่ม เอฟซีเอ (เฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิล) ภายใต้ชื่อใหม่ ‘STELLANTIS’ ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของโลก
อีกหนึ่งธุรกิจที่มาแรงไม่แพ้กันก็คือ ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ที่เกิดจากการ ควบรวมกิจการระหว่าง ฮาวเด้น ภายใต้ ไฮพีเรียน อินชัวรันส์ กรุ๊ป นายหน้าประกันภัยอันดับหนึ่ง ของโลก ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน และ แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ นายหน้าประกันภัยระดับ ท็อปเท็นของไทย ส่งผลให้ปีที่ผ่านมา ฮาวเด้น แมกซี่ มีรายได้จากเบี้ยประกันสูงถึง 2,767 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 14%
นอกจากนั้น เอ็มจีซี-เอเชีย ก็มีการดูแลลูกค้าและพนักงานในช่วงการระบาดของไวรัส โควิด-19 อย่างเต็มระบบ
++ เตรียมรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า สร้างประสบการณ์แบบครบวงจร
ปี 2564 เอ็มจีซี-เอเชีย พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขาย ด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุม อีกทั้งมีการเตรียมพร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ด้วยการเตรียมความพร้อมโครงสร้างขั้นพื้นฐาน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือพิเศษ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร

++ เครือข่ายครอบคลุม เจาะลูกค้าทุกเซกเมนท์
นอกจากนั้นทางกลุ่มได้มีการเตรียมแผนขยายเครือข่าย โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร บน 5 โลเคชั่นสำคัญ ผ่าน 7 แบรนด์ในเครือ (หรือ 5/7) อาทิเช่น ลาดพร้าว 112, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, บางนา-ตราด กม. 4.5, ราชพฤกษ์-ธนบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงมีแผนขยายเครือข่าย MMS Bosch Car Service เพิ่มอีก 15 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมี กลยุทธ์ในการสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจ ผ่าน 5 การรับรู้ คือ รูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส
++ ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล DATA EXCELLENCE CENTER
เอ็มจีซี-เอเชีย ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Excellence Center) เพื่อดูแลฐานลูกค้ากว่า 550,000 ราย พร้อมยกระดับการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุด รวมถึงการบริการที่แม่นยำ รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนในทุกเซกเมนท์
++ ส่วนหนึ่งของสังคม ผ่านกิจกรรม CSR พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทาง เอ็มจีซี-เอเชีย ให้ความสำคัญตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คือ การตอบแทนสังคม ผ่าน ‘มูลนิธิ ธรรมชวนวิริยะ’ ที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง กับหลากหลายกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม อาทิ การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย, มอบสิ่งของที่จำเป็นให้เด็กกำพร้า, สร้างสนามเด็กเล่น และอื่นๆ โดยทางมูลนิธิฯ มีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ มองว่าธุรกิจของกลุ่มในปี 2,564 จะมีรายได้คาดการณ์ 23,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10 % เทียบกับปีที่ผ่านมา
ธุรกิจของ เอ็มจีซี-เอเชีย แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์และบริการครบวงจร
ลักชัวรี่ – โรลส์-รอยส์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก, แอสตัน มาร์ติน แบงคอก และ มาเซราติ ประเทศไทย
พรีเมียม – มิลเลนเนียม ออโต้ (บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด), และ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน
พรีเมียมแมส – เปอโยต์ (ไลอ้อน ออโตโมบิล)
แมส – ซัมมิท ฮอนด้า
รถใช้แล้ว – บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเล็กชั่น, มินิ เน็กซ์, ฮอนด้า เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์, มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ และ ยัวร์ไบค์ (YourBike)
รถเช่าและพนักงานขับรถ- มาสเตอร์ คาร์เร้นเทิล และ ซิกท์ ประเทศไทย (SIXT Thailand), และ มาสเตอร์ ไดร์ฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (Master Driver and Services)
อาฟเตอร์มาร์เก็ต – เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์
2. กลุ่มธุรกิจนำเข้ายานยนต์
พรีเมียมแมส – เปอโยต์ ประเทศไทย [บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด]
3. กลุ่มธุรกิจครีเอทีฟโซลูชั่น – i24, iMX (Innovative Mobility Experience) และ MAT (Master Automotive Training Center)
4. กลุ่มธุรกิจเรือสำราญ – อะซิมุท ยอชท์ ประเทศไทย [เอ็มจีซี-มารีน (เอเชีย)]
5. กลุ่มธุรกิจการเงินและประกันภัย – ฮาวเด้น แม็กซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์
เมอร์เซเดส-เบนซ์เผยโฉม “Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive” รถยนต์ดีเซลผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉมหน้า “Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive” ที่สุดแห่งยนตรกรรมในตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ ขับเคลื่อนอย่างมีสไตล์ และท้าทายทุกเส้นทาง ด้วยการผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซลเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการสร้างความตื่นเต้นให้ตลาดรถยนต์หรูอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยแนะนำให้ผู้ใช้รถยนต์ไทยได้สัมผัสแบบเอ็กซ์คลูซีฟในราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากที่เราเปิดปี 2021 ด้วยการทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium” สุดยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์พรีเมียมแบบ 7 ที่นั่งรุ่นประกอบในประเทศ “Mercedes-Benz The new E-Class” รถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว และ “Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC” ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงดีไซน์สปอร์ต วันนี้เราพร้อมแนะนำอีกหนึ่งรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะต้องทำให้ผู้ใช้รถที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบทุกโจทย์ ทั้งในเรื่องความอเนกประสงค์และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ตื่นเต้นกันแน่นอน เพราะ “Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive” คือที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมท้าทายทุกเส้นทางใหม่ของคุณด้วยการผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซล โดย Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ยังถือเป็นรถยนต์ดีเซลปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกที่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมให้ผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศได้สัมผัสพร้อมกันแล้ววันนี้”

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์และอินเตอร์คูลเลอร์ ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 3 พร้อมมอบพละกำลังสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมทลายทุกข้อจำกัดในทุกเส้นทางและตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

การออกแบบภายนอกให้อารมณ์สปอร์ตในทุกมิติด้วยดีไซน์แบบ Exclusive body styling พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่มีความโดดเด่นในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED high-performance ที่ทั้งส่องสว่างอย่างโดดเด่นและให้โทนสีของไฟที่คล้ายคลึงกับแสงธรรมชาติดูสบายตา ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของส่วนท้ายที่บ่งบอกถึงความโดดเด่นในการออกแบบที่มีความโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารโดดเด่นน่าหลงไหลตั้งแต่แรกเห็น โดย Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive พร้อมให้คุณข้ามทุกขีดจำกัดแห่งการควบคุมที่เหนือกว่า กับครั้งแรกของระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI ให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกควบคุมด้วยระบบที่หลากหลายและตอบสนองได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ ภายใน Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับและพับเบาะได้ง่าย ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขึ้น และตอบรับไลฟ์สไตล์ได้ทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ ใน Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน อาทิ ระบบช่วยเบรกแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา (Blind Spot Assist) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นในจุดอับสายตา เพื่อให้คุณอุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในการเปลี่ยนช่องจราจร ฯลฯ

Mercedes-Benz GLE มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
- Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ราคา 4,699,000 บาท
- Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ราคา 5,190,000 บาท
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive และเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
บีอาร์จี ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เตรียมยกกองทัพรถแต่งเข้าร่วมงาน Motor Show
บีอาร์จี กรุ๊ป ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เปิดเผยถึงการเข้าร่วมแสดงรถยนต์ในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ว่า สำหรับในปีนี้ ทาง BRG Group ได้เข้าร่วมงาน Motor Show มาอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งที่ 10 ได้จัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดหลากหลายรุ่น อาทิ Tesla, New M’z SPEED Alphard, Stepwagon Spada รวมไปถึงการนำชุดแต่ง M’z ตกแต่งข้ามสายพันธุ์ กับ M’z SPEED Porshe Macan และ M’z SPEED Benz Vito ภายในงานดังกล่าว โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมพิเศษจากสำนักแต่งรถยนต์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น “M’z SPEED” เน้นความหรูหรา ดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ สเกิร์ตด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ล้อแม็ก ขนาด 19-22 นิ้ว ทำให้รถยนต์รุ่นดังกล่าวโดดเด่นและเร้าใจเพิ่มมากขึ้น

สำหรับรถยนต์ New Alphard และ Vellfire 2021 เป็นรถยนต์ MPV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ซึ่งทาง BRG มีให้ลูกค้าเลือกตามความต้องการหลากหลายรุ่น มาพร้อมออฟชั่นพิเศษที่ช่วยเพิ่มเติมระบบความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม กับราคาสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 2.89 ล้าน เท่านั้น

นอกจากนี้ BRG Group ตอกย้ำความเป็นผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ด้วยการนำรถยนต์ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง Tesla Model 3 รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาจัดโชว์ในงานนี้อีกด้วย

สำหรับในงาน Motor Show ทาง BRG Group ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์ในเครือ BRG Group ด้วยราคาพิเศษ พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมายภายในงาน อาทิ รับ Gift Voucher เข้าพักโรงแรมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง Mandarin Oriental Bangkok Hotel พร้อมดินเนอร์อาหารฝรั่งเศสสุดพิเศษระดับ Michelin Star จาก Le Normandie และนั่งเรือส่วนตัวหรูชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงยังแถมชุดแต่ง M’z SPEED ฟรี มูลค่ากว่า 150,000 บาท การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 5 ปี และการรับประกันตัวรถนานถึง 2 ปี / 50,000 กิโลเมตร ท่านใดสนใจสามารถเยี่ยมชมรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้ที่โชว์รูมรถยนต์ BRG Group หรือที่บูธรถยนต์ M’z SPEED ในงาน Bangkok International Motor Show 2021 อย่าพลาด ! 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 Hotline: 088-3776992
ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือ EGAT ร่วมลงนามความร่วมมือ EV Charging station and Platform Co Creation for Electric Vehicles Project
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ยุคสมัยแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า จับมือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และพันธมิตรบริษัทรถยนต์ชั้นนำ ร่วมลงนามความร่วมมือโครงการ “EV Charging station and Platform Co Creation for Electric Vehicles Project” เพื่อเดินหน้าจัดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค เป็นการยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมี มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย เป็นตัวแทนร่วมพิธีลงนามและร่วมนำเสนอภาพ อนาคตในหัวข้อ การเปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้า ในงาน The Next Future Journey EGAT EV Business Solutions ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะสุรวงศ์

“ยานพาหนะไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเราคาดการณ์ว่ารถยนต์ปอร์เช่ที่จะถูกส่งมอบในปี 2025 เป็นต้นไป จะเป็นรถไฟฟ้ามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และเพื่อรองรับการใช้งานรถไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าในอนาคต เอเอเอสฯ ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้ากำลังสูงในศูนย์บริการของปอร์เช่ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตร ผู้ให้บริการชาร์จไฟฟ้าชั้นนำจัดตั้งสถานีชาร์จไฟตามจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั้งนี้ การร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในโครงการ EV Charging station and Platform Co Creation for Electric Vehicles Project ถือเป็นคำมั่นสัญญาว่า เอเอเอสฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมผลักดัน ให้เกิดสถานีชาร์จไฟฟ้า ให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าปอร์เช่ รวมถึงผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าแบรนด์อื่นๆ ” มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าว

นอกจากนี้ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษเเละเปิดตัว “EGAT EV Business Solutions” เพื่อสนับสนุนเเละยกระดับ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย โดย คุณกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานและคุณบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
“MOTOR EXPO” เผยโฉมผู้โชคดี ! แจกรถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน
“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน และจักรยานยนต์ 1 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานฯ มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” BMW 218i GRAN COUPE M SPORT มูลค่า 2,399,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ เรไร คีรีต๊ะ จากนนทบุรี

ประพงษ์ ไม้เจริญ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการปฏิบัติงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ALL NEW MG3 HATCHBACK รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ นภัสวรรณ รุ่งเรือง จากลพบุรี

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX CVT AUTO ราคา 509,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ สุกัญญา จึงพัฒนปรีชา จากกรุงเทพฯ

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ และวราทิพย์ เชยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น CB1000RS มูลค่า 566,670 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ สมไสว ซาบุตร จากนนทบุรี
โดยก่อนหน้านี้ผู้จัดงานฯ ได้มอบรางวัลจากกิจกรรม “ชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล” รางวัล APPLE WATCH SE รุ่น GPS (ขนาด 40 มม.) ราคาเรือนละ 9,400 บาท จำนวน 10 เรือน รวมมูลค่า 94,000 บาท ให้ผู้โชคดี ได้แก่ รัตนาภรณ์ เกิดโมลี จากกรุงเทพฯ ขวัญเรือน สุขโชติ จากนนทบุรี ปัญญา ยิ่งสุข จากนนทบุรี สายชล มงคล จากสระบุรี กัญญาพัชร พันธ์วิบูลย์ จากกรุงเทพฯ เจษฎา หิรัญพต จากกรุงเทพฯ นันทิวา วาเชอร์ จากกรุงเทพฯ รดานริน กฤตยานวัช จากกรุงเทพฯ ปรีดา พยัฆฤทธิ์ จากกรุงเทพฯ และสุวรรณ เรืองนาค จากปทุมธานี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 สามารถติดตามข้อมูล และรายละเอียดได้ที่ motorexpo.co.th
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง กรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง มร. เออิอิชิ โคอิโตะ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ต่อจาก มร. โมะริคาซุ ชกกิ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมานานถึง 6 ปี ทั้งนี้ มร. ชกกิ จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัทฯ ต่อไปในบทบาทใหม่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัท โดยมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป
มร. โคอิโตะ เริ่มทำงานร่วมกับ มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น มาตั้งแต่ปี 2537 และได้รับการมอบหมายให้รับผิดชอบในตำแหน่งที่สำคัญต่างๆ อาทิ ด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์ ด้านการขายและการตลาด รวมทั้งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลธุรกิจที่หลากหลายในต่างประเทศ ต่อมาในปี 2557 ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเป็น General Manager, After Sales Planning Department มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็น Division General Manager, ASEAN A Division และก้าวขึ้นเป็น Assistant Co-COO เมื่อช่วงต้นปี 2563
และในเดือนกันยายนปี 2564 มร. โคอิโตะ ได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ สายงานกลยุทธ์การขาย สายงานพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และสายงานบริการหลังการขาย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดย มร. โคอิโตะ ได้ร่วมกับ มร. ชกกิ ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างการดำเนินงาน พร้อมมุ่งมั่นเดินหน้าในการขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้ก้าวสู่ความสำเร็จและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันให้แก่บริษัทฯ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเป็นผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยการแต่งตั้ง มร. โคอิโตะ นี้ยังแสดงถึงความต่อเนื่องและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
ทั้งนี้ มร. ชกกิ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2558 จะยังคงให้การสนับสนุนการบริหารงานของบริษัทฯ ต่อไปในบทบาทใหม่ ด้วยความเชี่ยวชาญพร้อมประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในผู้นำของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ ที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เพื่อการจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังทั่วโลกอีกกว่า 120 ประเทศ พร้อมกันนี้ มร. ชกกิ ยังมีส่วนสำคัญในความสำเร็จของบริษัทฯ ที่สามารถผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ ครบ 6 ล้านคันจากศูนย์การผลิตรถยนต์แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในปีนี้
ด้วยประสบการณ์และความสามารถของทั้ง มร. โคอิโตะ และ มร. ชกกิ พร้อมความมุ่งมั่นในการเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้ก้าวสู่ความสำเร็จและเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้แผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย
(มีคลิปวีดีโอ) Sneak Preview: MG EXTENDER 2021 โมหน้าใหม่ เพื่อความทันสมัย
รีวิวกระบะน้องใหม่กับ MG EXTENDER 2021 ในครั้งนี้ เราได้ทำการสัมผัสก่อนที่จะไปจำหน่ายยังโชว์รูมทั่วประเทศ การปรับโฉมในครั้งนี้มากับรูปลักษณ์หน้าตา ที่เปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าโคลงเดิม ส่วนที่เหลือติดตามได้จากรีวิว และรอลุ้นราคาไปพร้อมกัน 22 มีนาคมนี่
หลังจากบริษัทแม่ในแดนแผ่นดินใหญ่ ได้เปิดตัว Maxus T90 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระยะเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ก็รับหน้าเสื่อดึงขุนพลใหม่ บรรจุเข้าตลาดรถกระบะเมืองไทย ซึ่งการมาพร้อมกับการปรับโฉมในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ ครั้งนี้ หลายคนที่ได้เห็นต้องรู้สึกว๊าว

MG EXTENDER 2021 มากับรูปลักษณ์ของกระบะแคปและ 4 ประตูหน้าตาทันสมัย เปลี่ยนฝากระโปรงหน้าใหม่ กันชนหน้าชิ้นเดียวกับกระจัง

ไฟหน้ามากับสไตล์โฉบเฉี่ยว Osram รับหน้าที่ออกแบบมาใหม่โดยย้ายไฟส่องสว่างมาไว้ที่กันชน ด้านบนเป็นเดย์ไทม์ ไฟโปรเจคเตอร์เลนส์แอลอีดีที่ไฟเลี้ยวเป็นแอลอีดีแบบเส้นคู่ และมีระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

ด้านข้างมีการปรับแต่งซุ้มล้อพร้อมลวดลายของล้อแมกใหม่ขนาด 17 นิ้ว

ไฟท้ายทรง C ใช้แอลอีดีเป็นหลอดให้แสงยกเว้นไฟเลี้ยวที่เป็นฮาโลเจน และในส่วนของฝาท้ายดีไซน์รับกัน แต่ยังไม่ได้ใส่ระบบช่วยผ่อนแรงขณะเปิด/ปิดฝาท้าย

MG Assesories ได้ออกแบบเพิ่มเติมในส่วนของกันชนหน้า หลัง บันไดข้าง และโรลบาร์

ภายในยังคงเป็นแบบเดียวกับรุ่นเดิม โดดเด่นที่ความใหญ่โตของห้องโดยสาร เบาะนั่งทำสีทูโทน คู่หน้ายังไม่มีกสารติดตั้งระบบปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ


มีหน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่แสดงการทำงานของระบบ I-Smart เต็มระบบ ทั้งคำสั่งเสียง อัพเดทข่าวสาร รวมถึงตรวจฉลากกินแบ่งรัฐบาล รองรับการทำงานของสมาร์ทโฟนได้ทั้ง APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO ส่วนตัวช่วยความปลอดภัยเทคโนโลยี ADAS จะมีก็เพียงระบบเตือนออกนอกเลนส์

ขุมพลังเดิมในรูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า 375 นิวตัน เกียร์ 6 จังหวะมีทั้งอัตโนมัติและธรรมดา ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีดิฟเฟอเรนเชียล ล๊อคติดให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ระบบรองรับเดิมหน้าแบบแมคเฟอร์สัน หลังแหนบ และโช๊คอัพจากแบรนด์ SACH เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนระบบเบรคเป็นแบบจานทั้งสี่ล้อ

สำหรับข้อมูลแบบละเอียด หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะรีบนำข้อมูล MG EXTENDER 2021 มานำเสนออีกครั้งเร็วๆนี้














