Home Blog Page 5

LEPAS Thailand เปิดตัว “LEPAS Care”

0

เลพาส ประเทศไทย (LEPAS Thailand) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยนตรกรรมไฟฟ้า LEPAS อย่างเป็นทางการ ประกาศเปิดตัวโปรแกรม “LEPAS Care” ยกระดับการบริการหลังการขายแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกการเดินทางมีความหมายสำหรับคุณ” มุ่งสร้างความมั่นใจและดูแลลูกค้าในทุกช่วงของการเป็นเจ้าของรถ ครอบคลุมทั้งการรับประกัน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ความพร้อมด้านอะไหล่ บุคลากร และเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นของ LEPAS ที่ไม่ได้หยุดเพียงการส่งมอบยนตรกรรม แต่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่ลูกค้าไว้วางใจได้ในระยะยาว

มั่นใจตลอดการใช้งาน ด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม

ภายใต้โปรแกรม LEPAS Care ลูกค้าจะได้รับการรับประกันรถยนต์ใหม่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ครอบคลุมตัวรถ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน และแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อม Lifetime Warranty Package* การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนหลักของรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และระบบควบคุมไฟฟ้า โดยไม่รวมชิ้นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันตลอดทั้งปี

ลูกค้า LEPAS สามารถรับคำปรึกษาด้านเทคนิคได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือรถขัดข้อง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) และบริการรถยก (Towing Service) แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี โดยให้บริการฟรีไปยังศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดในระยะ 100 กิโลเมตร หรือไปยังจุดหมายที่ลูกค้าต้องการในระยะ 35 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมบริการกรณีลืมกุญแจไว้ภายในรถ ด้วยบริการรับ-ส่งกุญแจสำรองฟรีในระยะ 20 กิโลเมตร หรือประสานช่างกุญแจตามคำขอ*

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ใหม่ ยังได้รับสิทธิพิเศษจาก LEPAS ได้แก่ เครื่องชาร์จไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Charger) พร้อมบริการติดตั้งฟรี และ บริการรถยนต์ทดแทน (Courtesy Car) สำหรับกรณีงานซ่อมภายใต้การรับประกันที่ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์เกิน 3 วันทำการ*

เสริมความพร้อมทั้งศูนย์บริการ บุคลากร อะไหล่ และเครื่องมือ

LEPAS ให้ความสำคัญกับความพร้อมของบริการหลังการขายตั้งแต่วันแรกที่ศูนย์บริการเปิดดำเนินการ ทั้งด้านสถานที่ บุคลากร อะไหล่ และเครื่องมือ ปัจจุบัน เลพาส ประเทศไทย มีศูนย์บริการ 40 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายเป็น 50 แห่งภายในปี 2569

ทุกศูนย์บริการมีบุคลากรประจำครบทั้งผู้จัดการฝ่ายบริการ (Service Manager) หัวหน้าช่าง (Foreman) ช่างเทคนิค (Technician) และที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) พร้อมเครื่องมือมาตรฐานและเครื่องมือพิเศษสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนสต็อกอะไหล่ที่ครอบคลุมทั้งอะไหล่สำหรับการบำรุงรักษา งานซ่อมอุบัติเหตุ และชิ้นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินหน้า 4 แผนหลัก พัฒนาเครือข่ายบริการหลังการขายระยะยาว

เลพาส ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 4 แผนงานสำคัญ ได้แก่

  1. คลังอะไหล่และระบบโลจิสติกส์
    คลังอะไหล่ขนาด 17,000 ตารางเมตร รองรับอะไหล่มากกว่า 8,400 รายการ (SKU) รวมประมาณ 200,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท พร้อมระบบจัดส่งถึงศูนย์บริการในกรุงเทพฯ ภายใน 24 ชั่วโมง และต่างจังหวัดภายใน 2 วัน
  2. ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน LEPAS (Certified Body & Paint)
    ตั้งเป้าเปิดให้บริการ 12 แห่งภายในปี 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 แห่ง และต่างจังหวัด 6 แห่ง ด้วยมาตรฐานงานซ่อมที่ได้รับการรับรองสำหรับรถยนต์ LEPAS โดยเฉพาะ
  3. ศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ (Battery Repair Center)
    เตรียมพัฒนาศูนย์เฉพาะทางสำหรับการบำรุงรักษา ตรวจวิเคราะห์ และซ่อมชิ้นส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อยกระดับการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าด้วยบุคลากรและองค์ความรู้เฉพาะทาง
  4. ศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคนิค (Technical Training Center)
    ศูนย์ฝึกอบรมภายใต้ Chery Group มีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วยห้องเรียนด้านเทคนิค 4 ห้อง และพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานซ่อม 4 พื้นที่ รองรับ 350 ที่นั่ง และผู้เข้าอบรมได้ถึง 3,600 คนต่อปี โดยตั้งเป้าให้ช่างเทคนิคทุกคนผ่านการรับรองระดับ 1 (Level 1) ครบ 100% ภายในปี 2569 พร้อมผลักดันให้มีช่างเทคนิคระดับ Master Technician ประจำทุกศูนย์บริการภายในปี 2570

LEPAS Care ขยายการดูแลสู่มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 2569

นอกเหนือจากการยกระดับบริการหลังการขายในระยะยาว LEPAS Care ยังขยายการดูแลไปสู่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยจัดมาตรการพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาภาระและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถนำรถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ลูกค้าที่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถนำรถเข้ารับ บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี ครอบคลุมการตรวจวิเคราะห์ระบบเบื้องต้น (Diagnostic Scan) การตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ และการตรวจระบบเบรก

สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายรุนแรง บริษัทฯ จะจัดสิทธิ์นัดหมายเข้ารับบริการเป็นกรณีพิเศษ พร้อมประสานทีมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ให้ความช่วยเหลือ รวมถึงจัดทำรายงานผลการตรวจสภาพรถเพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันภัย และช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าตลอดกระบวนการ

นอกจากนี้ ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขยังได้รับ ส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30%* สำหรับค่าใช้จ่ายจากเหตุอุทกภัยที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเองและอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย

สำหรับลูกค้าที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ และมีความประสงค์จะซื้อรถยนต์คันใหม่ บริษัทฯ จะพิจารณามอบความช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติม เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ

นายจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย เลพาส ประเทศไทย (LEPAS Thailand) กล่าวว่า “ความไว้วางใจของลูกค้าคือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของ LEPAS ในประเทศไทย โปรแกรม LEPAS Care จึงไม่ใช่เพียงบริการหลังการขาย แต่เป็นความตั้งใจของเราที่จะดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ ตั้งแต่การรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงการลงทุนในคลังอะไหล่ การพัฒนาบุคลากร และการขยายเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศ”

“โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างอุทกภัย เราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่า LEPAS พร้อมอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างมั่นใจโดยเร็วที่สุด”

หมายเหตุ: ส่วนลด 30% สำหรับลูกค้า LEPAS ที่ชำระค่าใช้จ่ายเองจากเหตุอุทกภัย และอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย เฉพาะอะไหล่ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด อะไหล่ที่ไม่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ แบตเตอรี่ ยางรถยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน ชุดควบคุมมอเตอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อนัดหมายเข้ารับบริการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ LEPAS ทั่วประเทศ

 

LEPAS Call Center โทร. 02-007-2077

Facebook: LEPAS Thailand

เว็บไซต์: lepasthailand.com

LINE Official: @lepasthailand

“CHERY GROUP” ส่งความห่วงใยสู่ลูกค้า ผู้จำหน่าย และชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่งมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ครอบคลุมทุกแบรนด์ในเครือ

0
CHERY GROUP 1

CHERY GROUP ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย พร้อมประกาศมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับลูกค้าและเครือข่ายผู้จำหน่าย ครอบคลุมทุกแบรนด์ในเครือ ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY, iCAUR และ LEPAS โดยเตรียมดูแลทั้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผ่านบริการหลังการขายและความช่วยเหลือด้านการซื้อรถยนต์คันใหม่ รวมไปถึงเครือข่ายผู้จำหน่าย ผ่านมาตรการสนับสนุนด้านการเคลื่อนย้ายรถยนต์และด้านการเงิน

 

มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้า

ลูกค้าที่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี ซึ่งครอบคลุมการตรวจวิเคราะห์ระบบเบื้องต้น (Diagnostic Scan) การตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ และการตรวจระบบเบรก สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จะได้รับสิทธิ์นัดหมายเข้ารับบริการเป็นกรณีพิเศษ พร้อมประสานงานทีมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside assistance) เพื่อให้ความช่วยเหลือ และรายงานผลการตรวจสภาพรถเพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันภัย รวมถึงช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ นอกจากนี้ ยังมอบส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30%* ให้กับลูกค้าอีกด้วย (*สำหรับรถยนต์ที่อยู่นอกเหนือสัญญาประกันภัย) ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน – 31 ธันวาคม 2569

สำหรับลูกค้าที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ และมีความประสงค์จะซื้อรถยนต์คันใหม่ บริษัทฯ จะพิจารณามอบความช่วยเหลือพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า

 

มาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้จำหน่าย

ผู้จำหน่ายถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญที่เติบโตและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า CHERY GROUP จะให้การสนับสนุนรถเทรลเลอร์เพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ในสต็อกของผู้จำหน่ายที่ได้รับผลกระทบ พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน อาทิ การขยายระยะเวลาการชำระเงิน และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากน้ำท่วม

คำแนะนำสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเจอน้ำท่วม

เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าประสบภัยน้ำท่วมหรือแช่อยู่ในน้ำเป็นระยะเวลานาน เจ้าของรถยนต์จะต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่เพิ่มมากขึ้น โดย

  1. ห้ามจับ หรือแตะต้องรถโดยเด็ดขาด หากรถยังอยู่ในระดับน้ำสูงถึงใต้ท้องรถ ห้ามเปิดประตู ห้ามสตาร์ทรถ และห้ามกดปุ่มไฟฟ้าทุกชนิด
  2. ห้ามถอดสายชาร์จด้วยตนเอง หากรถกำลังชาร์จอยู่ในบริเวณน้ำท่วม ให้ปิดระบบไฟของเครื่องชาร์จและปิดเบรกเกอร์ที่จ่ายไฟให้เครื่องชาร์จทันที
  3. ห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการนำกุญแจเข้าใกล้ตัวรถ เนื่องจากเสี่ยงต่อความเสียหายรุนแรงต่อแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบไฟฟ้า ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบเท่านั้น
  4. หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถ ให้ใช้รถยกเท่านั้น ไม่ควรลากล้อบนพื้น เนื่องจากเสี่ยงทำให้ระบบเสียหายรุนแรงขึ้น

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเคลมประกันภัย ควรถ่ายภาพความเสียหายของรถยนต์ไว้เป็นหลักฐาน เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และติดต่อบริษัทประกันภัยของท่านโดยเร็วที่สุด เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อสอบถามคำแนะนำเพิ่มเติม ได้ Call Center หรือทางเฟซบุ๊กของแบรนด์ในเครือ CHERY GROUP ได้แก่

  • Omoda & Jaecoo ติดต่อ Call Center โทร. 02-020-8888 กด 2 หรือ Facebook Omoda & Jaecoo Thailand
  • Chery ติดต่อ Call Center โทร. 02-020-8877 หรือ Facebook Chery Thailand
  • Lepas Thailand ติดต่อ Roadside Assistance โทร. 02-007-2077 กด 1 หรือ Facebook Lepas Thailand

CHERY GROUP ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพื้นที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และส่งกำลังใจให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ผู้จำหน่าย และประชาชนทั่วไปในช่วงเวลานี้ และก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

 

“ซูซูกิ” จัดตั้งศูนย์ “SUZUKI FLOOD CARE CENTER” ให้คำแนะนำลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยทีมช่างผู้ชำนาญการ

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตระหนักถึงความห่วงใยและความเดือดร้อนของลูกค้าเป็นสำคัญ จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง และสร้างความกังวลใจให้แก่เจ้าของรถยนต์ในการดูแลรักษายานพาหนะ ซูซูกิจึงเดินหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ด้วยการจัดตั้งศูนย์ “SUZUKI FLOOD CARE CENTER” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้คำแนะนำการดูแลรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น พร้อมประสานงานร่วมกับศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ ให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมอบความอุ่นใจเคียงข้างกันในทุกวิกฤต

ซูซูกิ 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ซูซูกิให้ความสำคัญกับการดูแลและส่งมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้ามาโดยตลอด ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” จากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ เราเข้าใจดีว่าลูกค้ารถยนต์ซูซูกิมีความกังวลในการดูแลรักษารถยนต์หลังประสบภัยน้ำท่วม ซูซูกิจึงจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาโดยทีมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้คำแนะนำเบื้องต้นในเรื่องของการดูแลรถยนต์ซูซูกิหลังน้ำท่วม การประสานนำรถเข้าศูนย์บริการ ตลอดจนการติดตามงานซ่อมแซมเพื่อช่วยลดความเสียหายและอำนวยความสะดวกอย่างทันท่วงที”

ซูซูกิ 3

ทั้งนี้ ข้อแนะนำสำคัญสำหรับลูกค้าที่รถยนต์ถูกน้ำท่วม ไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์หรือพยายามขับรถด้วยตนเอง หากยังไม่แน่ใจในความเสียหาย โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับคำแนะนำก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมและเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งซูซูกิได้ผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการในพื้นที่ พร้อมอำนวยความสะดวกในการนำรถเข้าตรวจเช็กและซ่อมแซมตามมาตรฐานอย่างดีที่สุด”

ซูซูกิ 4

นอกจากนี้ ซูซูกิยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมอบส่วนลดพิเศษสำหรับค่าอะไหล่แท้ซูซูกิและเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งลูกค้าสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ ณ ศูนย์บริการซูซูกิที่ร่วมรายการ

ซูซูกิ 9

 

สำหรับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ประสบปัญหารถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาในการดูแลรถยนต์เบื้องต้นจากทีมช่างผู้ชำนาญการทางโทรศัพท์ได้ที่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 08-9813-9903,
09-2269-4983, 06-1386-0838 และ 08-1936-7655 โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:00-19:00 น.

ซูซูกิ 7

ทั้งนี้ หากต้องการติดต่อบริการหลังช่วงเวลาดังกล่าว สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้า SUZUKI Cause We Care หมายเลข 1800-600-900 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

ซูซูกิขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกท่านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ซูซูกิมุ่งมั่นที่จะพร้อมช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในทุกช่องทางอย่างเต็มกำลัง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมามีสภาพพร้อมใช้งาน สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และซูซูกิพร้อมที่จะขับเคลื่อนเคียงข้างคนไทยให้ก้าวผ่านพ้นวิกฤตและอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

“เอ็มจี” แบ่งเบาภาระผู้ประสบอุทกภัย มอบบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี ส่วนลดค่าอะไหล่* และค่าแรงสูงสุด 30%

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายเอ็มจีทั่วประเทศ เร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้า เอ็มจี ที่ได้ผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัย อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี พร้อมขอแบ่งเบาภาระค่าอะไหล่* และค่าแรงสูงสุด 30% ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ 25 กันยายน 2569- 28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ MG CALL CENTREผ่าน 3 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นกดโทร 1267 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ LINE Official Account @mg1267  ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. – 22:00 น. และสำหรับกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสายด่วนช่วยเหลือฉุกเฉินได้ที่ 090-407-7342 พร้อมแนะนำวิธีการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ในเบื้องต้นหลังขับลุยน้ำท่วม และวิธีปฏิบัติเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย และคงคุณภาพการใช้งานของรถให้ได้มากที่สุด

(*เฉพาะส่วนลดค่าแบตเตอรี่แรงดันสูง สูงสุด 10% และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องขับรถในช่วงที่เกิดอุทกภัย แนะนำให้ผู้ขับขี่ประเมินระดับน้ำท่วมขังที่ปลอดภัย หากระดับน้ำต่ำกว่าครึ่งล้อหรือไม่เกินขอบประตู (10-20 เซนติเมตร) ผู้ขับขี่สามารถสัญจรผ่านได้โดยควรชะลอความเร็วใช้เกียร์ต่ำ และปิดระบบปรับอากาศเพื่อป้องกันพัดลมหม้อน้ำพัดน้ำเข้าสู่ห้องเครื่อง แต่หากระดับน้ำสูงเสมอครึ่งล้อจนถึงขอบประตู (30-40 เซนติเมตร) ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษพร้อมเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น ส่วนกรณีที่ระดับน้ำสูงเกินกว่าขอบประตูหรือมิดล้อ (50 เซนติเมตร เป็นต้นไป) ถือเป็นระดับอันตรายที่ไม่ควรขับผ่านโดยเด็ดขาด

เอ็มจี 2

หลังการขับรถลุยน้ำท่วมขังควรตรวจเช็กสภาพ และดูแลรถยนต์ในเบื้องต้น โดยขับขี่ด้วยความเร็ว 5-10 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และเหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรก ไปพร้อม ๆ กับการสังเกตการทำงานของเบรกก่อนสตาร์ทรถควรดูระดับน้ำ

หากมีน้ำท่วมขังสูงถึงขอบประตูด้านล่างหรือท่อไอเสีย ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบต่าง ๆ และตรวจเช็กห้องเครื่องให้อยู่สภาพปกติสำหรับรถยนต์สันดาปและตรวจสอบระบบไฟฟ้าสำหรับรถอีวีและรถไฮบริด โดยห้ามจับ สัมผัส หรือขยับสายไฟที่มีเปลือกหุ้มสีส้มเด็ดขาด เนื่องจากเป็นสายไฟแรงดันสูง

เอ็มจี 3

และหากน้ำท่วมถึงแบตเตอรี่แนะนำให้เรียกรถสไลด์เพื่อนำรถเข้าตรวจเช็กอย่างละเอียดที่ศูนย์บริการเอ็มจี หากพบว่ามีน้ำเข้ามาจากใต้ท้องรถ ให้เปิดจุกยางระบายน้ำใต้พรม เปิดประตูไล่ความชื้น และนำพรมออกมาซับแห้งเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา ในขณะเดียวกันควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ เช็กบริษัทประกันภัย เพื่อส่งรถเข้าศูนย์บริการ พร้อมบันทึกภาพความเสียหายเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งเคลมต่อไป

เอ็มจี 4

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “เอ็มจี ขอส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจไปยังผู้ประสบอุทกภัยทุกท่านในทุกพื้นที่ โดย เอ็มจี ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ IN THAILAND FOR THAILAND เราพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าเอ็มจีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของ เอ็มจี คือ TOGETHER FOR BETTER THAILAND ส่งต่อความห่วงใยจากใจ สู่คนไทยทุกคน โดยเราพร้อมจับมือกับลูกค้า ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และมุ่งสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าอีกครั้งตามวัฒนธรรมองค์กรที่เรายึดมั่นอย่าง MG SMILE พร้อมเตรียมความพร้อมด้านการซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

ลูกค้าเทใจให้ MAZDA6e จนคว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2569

0
Mazda 6e 1

The All-Electric Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากมาสด้าแรงต่อเนื่อง คว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2569 หรือ “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026” มาครองได้สำเร็จ ตอกย้ำความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมี นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ณ ห้องบอลรูม โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ โฮเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำ ตลอดจนผู้แทนจากผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ The All-Electric Mazda6e หลังเข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ของมาสด้า ด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย สะท้อนแนวทางการนำเสนอรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยี การออกแบบ และแนวคิดด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคยานยนต์ไฟฟ้า รางวัลในครั้งนี้ ไม่เพียงการันตีถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าที่พัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแนวคิดและทิศทางของมาสด้าในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า”

Mazda 6e 2

The All-Electric Mazda6e ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานความสง่างามและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่าย แต่งดงาม โดยสร้างชื่อให้กับมาสด้าอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี 2026 มาครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รถรุ่นนี้มาพร้อมห้องโดยสารที่เน้นความเรียบหรู เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ทันสมัย สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และระบบความปลอดภัยครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล โดยขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 654 กม.* สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางให้ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว

Mazda 6e 3

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและทุกคะแนนโหวตที่มอบให้กับ Mazda6e รางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญและสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์มาสด้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลัก “Radically Human” เพื่อมอบ “Joy of Driving” ความสุขในการขับขี่ ที่พัฒนาต่อยอดเป็น “Joy of Living” ความสุขในการใช้ชีวิต ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่สร้างความประทับใจในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าตลอดไป เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับลูกค้า และเพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตทุกด้านให้แก่ลูกค้าทุกคนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

 

สรยท. เตรียมจัดกิจกรรม THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2026 ชูเกณฑ์คัดเลือกเข้มข้น คัดรถรุ่นใหม่ และไมเนอร์เชนจ์ ยกระดับตลาด ยานยนต์ไทย

0
สรยท. 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศความพร้อมเตรียมจัดกิจกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2569 หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR, รางวัลรถยนต์พลังไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND EV OF THE YEAR และรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีหรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ของการจัดทำโครงการโดยปีนี้ยึดเกณฑ์การตัดสินมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับปีที่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

นายลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย กล่าวว่า “การตัดสินรางวัลครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ยานยนต์กลุ่มเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน (Model Change) และกลุ่มปรับโฉม (Model Year / Minor Change) เข้าร่วมชิงรางวัลอันทรงคุณค่า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริม และกระตุ้นให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มีการพัฒนาการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการให้ผู้ผลิตมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ทั้งด้านคุณภาพ, สมรรถนะ, ประโยชน์ใช้สอย และความคุ้มค่า โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฯ เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกรถยนต์เข้าคุณสมบัติ (Qualify) และมอบรางวัลให้กับรถที่มีผลคะแนนสูงสุด”

สรยท. 2

นายสินธุ์ชัย ภมรพล อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสิน กล่าวว่า “สำหรับการทดสอบและพิจารณาตัดสินในครั้งนี้ เราได้วางเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมทุกมิติรวม 8 ข้อหลักด้วยกัน เริ่มตั้งแต่สมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, การควบคุมของระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว, ระบบความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและเชิงปกป้อง ตลอดจนความสวยงามของงานออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย ยิ่งไปกว่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอยจริง เพื่อให้ผลการตัดสินออกมาเที่ยงตรงและเป็นประโยชน์สูงสุดครับ”

สำหรับโครงการ “รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR รางวัลรถยนต์พลังไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND EV OF THE YEAR และรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม

ประจำปี หรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR” ในปีนี้สมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันยานยนต์ ในการใช้พื้นที่ของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC สำหรับจัดกิจกรรมทดสอบและลงคะแนนตัดสินรางวัลดังกล่าว ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. และมีกำหนดการประกาศผลและมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.00-21.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ

 

“อีซูซุ” รับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026)

0
อีซูซุ 1

คุณสรรวรส พุทธเจริญลาภ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026) จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีและประธานในพิธี ณ โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ โฮเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพ โดยปิกอัพอีซูซุ “ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE” ได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปีกลุ่มยานยนต์ พลังงานและน้ำมัน ประเภทรถยนต์ปิกอัพที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน      เชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์ใหม่ โดดเด่นสุดยอดสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตลอดจนการดูแลจากศูนย์บริการคุณภาพมาตรฐานทั่วประเทศ สะท้อนถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างรอบด้าน

อีซูซุ 2

รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลสำรวจและการโหวตของประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้กระบวนการและหลักเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสและมาตรฐานของผลรางวัล

อีซูซุ 3

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

 

 

โค้งสุดท้าย! รีบเลย! Honda City ใหม่ กับราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท ถึง 30 กันยายน 2569 เท่านั้น

0
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนลูกค้าที่กำลังมองหาซิตี้คาร์กับโค้งสุดท้าย! ในการเป็นเจ้าของ Honda City ใหม่ ด้วยราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น

มาพร้อมข้อเสนอที่คุ้มค่าช่วงเปิดตัว สำหรับ Honda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก เมื่อจองตั้งแต่
26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569*

  • ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
  • รับเพิ่ม! สำหรับลูกค้าใหม่ ทดลองขับรุ่นใดก็ได้ รับสิทธิพิเศษเพิ่ม 3,000 – 6,000 บาท**
  • พิเศษ! แคมเปญ Gen to Gen ครอบครัวฮอนด้า รับสิทธิพิเศษ 8,000 บาท ถ้ามีรถฮอนด้ามากกว่า 1 คันรับอีก 3,000 รวมมูลค่าสูงสุด 11,000 บาท* พิเศษ! คันเดิมรับเพิ่ม Service e-coupon มูลค่า 3,000 บาท*
  • สำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่ม 4,000 บาท** (เมื่อออกรถยนต์ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น S, Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV รุ่น V)
  • สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดพรีวิว The all-new electric GLC วางค่าตัวไม่เกิน 3.7 ล้านบาท จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย 24 – 27 กันยายนนี้ ที่งาน Mercedes-Benz StarFest 2026

0
The all-new electric GLC 2

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เผยโฉม “The all-new electric GLC” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม MB.EA-M (Mercedes-Benz Electric Architecture for Mid-Size Vehicles) พร้อมลุยตลาดเอสยูวีขนาดกลางด้วยราคาจำหน่ายคาดการณ์ที่ต่ำกว่า 3.7 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2026 ช่วงปลายปีนี้ ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ที่มีขนาดเพียง 85 kWh แต่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 15-16 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร มีระยะทางการขับขี่มากกว่า 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP โดยนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569

The all-new electric GLC 3
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ เราได้เปิดตัว The all-new electric CLA โมเดลที่เข้ามากำหนดมาตรฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายุคใหม่ ต่อเนื่องด้วยการประกาศรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขาย ภายใต้ FLEX Campaign กับแนวคิดที่สร้างขึ้นจากกลยุทธ์ Customer Centricity สู่การนำเสนอแพ็กเกจที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีทั้งความยืดหยุ่นและประสบการณ์ที่ไร้กังวล โดยความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว สะท้อนผ่านตัวเลขทางการตลาดในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่แสดงความสนใจผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Leads) ด้วยตัวเลขกว่า 188% และมีการส่งต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายฯ (Leads Assigned) ในสัดส่วน 181% เมื่อเทียบกับตัวเลขรวมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

The all-new electric GLC  4

โดยในวันนี้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย คือการเผยโฉม The all-new electric GLC หลังการเปิดตัวแบบ World Premiere ในงาน IAA Mobility เมื่อปีที่ผ่านมา นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึง Iconic Design ยุคใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบปฏิบัติการที่ล้ำสมัยที่สุดอย่าง MB.OS superbrain ที่ผสานการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงความโดดเด่นของแพลตฟอร์ม MB.EA-M ที่เข้ามาเสริมจุดแข็งในด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและอัตราสิ้นเปลือง ทำให้ The all-new electric GLC เป็นโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์ Mid-Size SUV ในประเทศไทย”

The all-new electric GLC 2

ไฮไลต์สำคัญของงานพรีวิว The all-new electric GLC คือการพูดคุยในช่วง “Designer Talk Session” ร่วมกับ มร. เฮาเคอ ทุม (Hauke Thum) ดีไซเนอร์จากสตูดิโอ Mercedes-Benz Design ประเทศเยอรมนี ที่มาเผยเบื้องหลังแนวคิดและแรงบันดาลใจของการออกแบบของ The all-new electric GLC โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

 

ในทุกโมเดลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ “กระจังหน้า” ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สะท้อน อัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนที่สุด เช่นเดียวกับ The all-new electric GLC ที่มาพร้อมกระจังหน้า Iconic Grille ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นการนำมรดกดั้งเดิมและดีเอ็นเอ ของแบรนด์ มาตีความเข้ากับแนวคิด “Sensual Purity” และศาสตร์แห่งการลดทอน (Reduction) เกิดเป็นความเรียบง่ายที่ล้ำสมัย และสร้างการจดจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น

The all-new electric GLC 6

 

The all-new electric GLC ออกแบบด้วยความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด มีการถ่ายทอดมิติทางอารมณ์และแรงดึงดูดที่ชัดเจน สะท้อนผ่านดีไซน์ด้านหน้าที่ผสาน Illuminated Elements โครงสร้างกระจังหน้าแบบ Smoked-Glass Look, Contour Lightingและ Illuminated Graphics เกิดเป็นกิมมิค Animated Welcome Presentation ผ่านองค์ประกอบของแสง ในขณะที่เส้นสายด้านข้างและดีไซน์ท้ายรถ ก็มีการใช้เทคนิค ของแสงและเงาช่วยขับเน้นความทรงพลังและความโดดเด่นในทุกมุมมอง

The all-new electric GLC 8

แนวคิดการออกแบบดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดสู่ภายในห้องโดยสาร ด้วยการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ ตั้งแต่หน้าจอ MBUX Hyperscreen ยาวตลอดแนวคอนโซลแบบ Pillar-to-Pillar ช่องปรับอากาศ Galvanised Air Vents และระบบ Climate Control ไปจนถึง Ambient Styles ของรถที่สร้างบรรยากาศภายในด้วย Ambient Lighting ที่ทำงานสอดคล้องร่วมกับโหมดการใช้งานต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

The all-new electric GLC 9

นอกจากการเผยโฉม The all-new electric GLC ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสคันจริงเป็นครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศข่าวสำคัญในด้านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างราคาของรถยนต์กว่า 11 รุ่น โดยมีการปรับราคาลงสูงสุดถึง 1,030,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้

  • C 220 d — ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท ​​
    จากเดิม 2,880,000 บาท (ส่วนต่าง 190,000 บาท)
  • C 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท​​
    จากเดิม 2,990,000 บาท (ส่วนต่าง 100,000 บาท)
  • E 220 d — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
    จากเดิม 3,930,000 บาท (ส่วนต่าง 440,000 บาท)
  • E 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
    จากเดิม 4,080,000 บาท (ส่วนต่าง 390,000 บาท)
  • GLC 220 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
    จากเดิม 3,720,000 บาท (ส่วนต่าง 230,000 บาท)
  • GLC 350 e 4MATIC plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
    จากเดิม 4,180,000 บาท (ส่วนต่าง 490,000 บาท)
  • GLC 350 e 4MATIC Coupe plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท
    จากเดิม 4,340,000 บาท (ส่วนต่าง 350,000 บาท)
  • GLE 300 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท
    จากเดิม 5,590,000 บาท (ส่วนต่าง 640,000 บาท)
  • GLS 450 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 5,950,000 บาท
    จากเดิม 6,980,000 บาท (ส่วนต่าง 1,030,000 บาท)
  • Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupe — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท
    จากเดิม 5,250,000 บาท (ส่วนต่าง 300,000 บาท)
  • Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ — ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท
    จากเดิม 5,850,000 บาท (ส่วนต่าง 260,000 บาท)          The all-new electric GLC 13พบกับ The all-new electric GLC และรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นในงาน “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569 โดยมีไฮไลต์อย่าง E 350 e Exclusive กับราคาเริ่มต้น 3.14 ล้านบาท* พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 1,490,000 บาท* ประกันภัยชั้นหนึ่ง StarProtection สำหรับรุ่นรถที่ร่วมรายการ* และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท* [รายละเอียดแคมเปญ: คลิก]

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

คิวท์ไม่ไหว! เชอรี ประเทศไทย เผยโฉม “ข้าวนอน” คาแรกเตอร์ตัวใหม่ของ “Chery Q” ฝีมือคนไทย ตอกย้ำการผลักดันงานดีไซน์ไทย ลุยต่อยอดสู่คาแรกเตอร์คู่หู Chery Q ทั่วโลก

0
เชอรี่ 1

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศผลผู้ชนะกิจกรรม “Chery Q Thai Qute Companion Contest” เวทีประกวดออกแบบคาแรกเตอร์คู่หูของรถ Chery Q ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ซึ่งเปิดโอกาสให้นักออกแบบชาวไทยได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “The Best Companionship & Thai Identity” ผสานความเป็นเพื่อนคู่ใจเข้ากับเสน่ห์และอัตลักษณ์ความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัย สอดรับกับคอนเซปต์ “So Qute, So You คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” ของ Chery Q รถ City EV ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 130 ผลงาน ซึ่งผลงาน “ข้าวนอน” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมโอกาสสำคัญในการต่อยอดผลงานสู่การเป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์อย่างเป็นทางการของ Chery Q ทั่วโลก

เชอรี่ 2

หลังจากเปิดรับผลงานจากนักออกแบบและคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ กิจกรรมได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยผลงานมากมายที่นำเสนอการตีความ Chery Q ในหลากหลายมิติ ทั้งบุคลิก เรื่องราว และเทคโนโลยี ผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นไทยสะท้อนผ่านคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่ออกแบบอย่างตั้งใจ ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกจนเหลือ 5 ผลงานในรอบไฟนอล และเข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้าย โดยผลการประกวด ได้แก่

เชอรี่ 3

  • รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “ข้าวนอน” เมล็ดข้าวไทยเพื่อนร่วมทางที่อบอุ่นและชาญฉลาด โดยคุณนฤมิต คำวิเศษ รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัลและประกาศนียบัตรเชอรี่ 4
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน “กนก” ปลากัดครีบยาวหางพู่กันไทยแท้ ผู้รักการผจญภัยในเมืองใหญ่ โดย คุณปิยาภรณ์ สินธุเจริญรับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัลและประกาศนียบัตรเชอรี่ 5
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน “เฉา” ลูกผสมระหว่างสุนัขและช้าง ขี้เล่น อ่อนโยน ซื่อสัตย์และกล้าหาญ โดยคุณปุญญพัฒน์ หอมขำ รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่ห์รางวัลและประกาศนียบัตรเชอรี่ 6
  • รางวัลชมเชย ผลงาน “คิวบัฟ” โดยคุณ เอกอัปสร จันทรวิลักษณ์ และ “มีโชค” โดย คุณกวิน วิวัฒน์มนัสกุล รับเงินรางวัล 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล

เชอรี่ 8

ผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “ข้าวนอน” ถ่ายทอดความเป็น “เพื่อนคู่ใจ” ของ Chery Q ผ่านการผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับคาแรกเตอร์ที่สดใส เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย สะท้อนแนวคิด The Best Companionship & Thai Identity ได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งาน Chery Q ในระดับสากล

เชอรี่ 9

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และ ไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “Chery Q เป็นรถไฟฟ้าที่ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัว โดยกิจกรรม Chery Q Thai Qute Companion Contest ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมเติมสีสัน บุคลิก และเรื่องราวให้กับ Chery Q ผ่านมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ที่สดใหม่ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งในด้านความโดดเด่นของไอเดีย คุณภาพของผลงาน และการนำเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาต่อยอดได้อย่างลงตัว”

เชอรี่ 10

“คาแรกเตอร์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงความน่ารักเท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์และสร้างความผูกพันกับผู้คนได้เป็นอย่างดี เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานไปพร้อมกับครีเอเตอร์ชาวไทย และเปิดโอกาสให้คาแรกเตอร์เหล่านี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Chery Q ทุกคัน รวมถึงเป็นสมาชิกของแก๊ง Chery Q Qute Companion” มร. จิม ลี กล่าวเสริม

เชอรี่ 11

กิจกรรม Chery Q Thai Qute Companion Contest สะท้อนแนวคิดของ CHERY ในการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมออกแบบและสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ไปพร้อมกัน ผ่านการผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ตอกย้ำความตั้งใจของ CHERY ที่ต้องการเติบโตเคียงข้างผู้บริโภคและสังคมไทยในระยะยาว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Chery Thailand สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ Chery Q รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ พร้อมข้อเสนอพิเศษ ขอเชิญเยี่ยมชมโชว์รูมเชอรีทั้ง 57 แห่งทั่วประเทศ