Home Blog Page 403

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ มอบกรวยจราจรประจำปี มูลค่ารวม 500,000 บาท

0

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการ มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ส่งมอบกรวยจราจร มูลค่ารวม 500,000 บาท ให้แก่ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบังคับการตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษฯ และสำนักงานเขตมีนบุรี เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และป้องกันการการเกิดอุบัติภัยบนท้องถนน

4 ไอเดียเที่ยวทริปปีใหม่ฉบับเร่งด่วน กับรถเอสยูวีคู่ใจ

0

อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ หลายคนอาจวางแผนเดินทางเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อน การมีรถเอสยูวีคู่ใจที่ตอบโจทย์การเดินได้ในทุกรูปแบบ ยิ่งสร้างความพร้อมในการท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนรู้ใจ ในเส้นทางแปลกใหม่หรือจุดหมายที่ไกลกว่าเดิม หากปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ คุณยังไม่มีไอเดียไปเที่ยวที่ไหน ฟอร์ดมีคำแนะนำดีๆ ให้คุณวางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนแบบเร่งด่วนกับรถเอสยูวีที่พร้อมลุยสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ให้คุณเดินทางท่องเที่ยวในเทศกาลปีใหม่ได้อย่างสนุกสนาน และปลอดภัย

ช็อปปิ้งทริปในเมือง

หลีกเลี่ยงการเดินทางออกต่างจังหวัดพร้อมกับคนจำนวนมากในช่วงสิ้นปี โดยเปลี่ยนแผนการเดินทางมาช็อปปิ้งในเมืองนั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ถึงแม้จะไม่ได้เดินทางผจญภัย แต่พื้นที่ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ช่วยให้คุณสามารถขับรถในเมืองได้คล่องตัว

ถึงแม้จะเป็นช่วงวันหยุด แต่การจราจรในกรุงเทพมหานครก็อาจจะคับคั่งไปด้วยรถยนต์ที่ยังสัญจรบนท้องถนน แต่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะที่พร้อมจะช่วยคุณได้ทุกเมื่อ อย่างกรณีคนข้ามถนนตัดหน้ารถกระทันหัน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็จะช่วยเบรกรถให้ทันท่วงที และสำคัญที่สุดคือ เมื่อถึงจุดมุ่งหมายแล้ว ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ยังช่วยคุณนำรถเข้าจอดในช่องจอดได้อย่างง่ายดาย ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องบังคับพวงมาลัย  เพียงควบคุมเบรก เหยียบคันเร่ง และเข้าเกียร์ เท่านั้น

สำหรับขาช็อปคนที่ต้องการพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยมพลัส สามารถเพิ่มพื้นที่ในการขนของเพียงกดปุ่มที่ห้องโดยสารด้านหลัง เพื่อพับเบาะแถวที่ 3 แบบไฟฟ้า ก็จะทำให้มีพื้นที่พอเก็บของได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นของขวัญสำหรับทุกคน หรือแม้กระทั่งข้าวของต่างๆ สำหรับสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง และมอบความสะดวกสบายด้วยระบบประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงเตะเท้าไปที่ใต้ท้องรถบริเวณกระบะท้าย ก็จะสามารถเปิดฝาท้ายได้แบบอัตโนมัติ

เที่ยวผจญภัยแบบออฟโรด

สำหรับขาลุยที่แพ็กกระเป๋าเตรียมพร้อมไปท้าลมหนาวในช่วงปีใหม่ รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็สามารถพาคุณไปบุกตะลุยได้ในทุกเส้นทางสมบุกสมบัน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ที่ยกระดับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้เหนือชั้น ส่งมอบพลังและแรงบิดที่เหนือชั้น ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยอย่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ หรือ Terrain Management System (TMS) ซึ่งมีทั้งโหมดปกติ โหมดโคลน โหมดทราย และโหมดหิน ทำงานร่วมกับระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า Electronic Locking Rear Differential ซึ่งช่วยให้รถสามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีเมื่อล้อข้างหนึ่งไถลไปด้านข้าง โดยระบบจะล็อคล้อเอาไว้ในกรณีที่ขับบนพื้นผิวที่ขับยากอย่างพื้นทรายหนาๆ ทำให้สามารถบุกตะลุยไปได้ทุกที่ ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบไหน เพียงหมุนปุ่มปรับโหมด คุณก็สามารถสนุกกับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ตลอดทริป

Ford Everest 14

ขับรถเที่ยวต่างจังหวัด

วันหยุดยาวทั้งที หลายคนอาจวางแผนท่องเที่ยวแบบโรดทริประยะไกล ซึ่งต้องขับรถหลายชั่วโมง เพื่อได้ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์และแวะพักตามจุดต่างๆ ได้ตามใจ ฟอร์ด เอเวอเรสต์มีระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยควบคุมรถให้รักษาระยะห่างที่พอเหมาะกับรถด้านหน้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วอยู่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ ให้คุณสามารถขับรถบนถนนทางตรงในระยะยาวไกลได้อย่างปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น การขับรถทางไกลเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ทำให้ผู้ขับขี่อาจจะเผลอขับขี่อออกนอกช่องทางเดินถนนบ้าง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ก็จะสามารถช่วยให้อุ่นใจว่ารถจะไม่ส่ายออกนอกช่องทางจนเกิดอันตรายได้

ลุยเดี่ยวแบบไม่เหงาใจ

สำหรับคนรักอิสระ การได้พักผ่อนจิตใจ หลีกหนีความวุ่นวาย ก็อาจเป็นการพักผ่อนที่ได้ชาร์จพลังอย่างเต็มที่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็มีหลากหลายฟีเจอร์ที่ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับขับรถเที่ยวคนเดียวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะฟังเพลงโปรด หรือพอดแคสต์รายการที่ชอบ ผ่านระบบความบันเทิง ซิงค์ 3 (SYNC 3) ที่มาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย สามารถสั่งงานวิทยุ เปิดเพลงตามใจชอบได้ โดยรองรับทั้งระบบ Apple CarPlay และ Android Auto อีกทั้งยังใช้เสียงกับการสั่งการเครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิ และค้นหาสถานที่ได้อีกด้วย

หากเดินทางคนเดียวไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะหลงทาง เพราะสามารถใช้งานระบบแผนที่นำทาง Navigation System ที่แสดงแผนที่แบบ 3 มิติ พร้อมชื่อถนน และสถานที่เป็นภาษาไทย บนหน้าจอ Multi-touch ขนาด 8 นิ้ว โดยมีระบบเสียงนำทางภาษาไทย เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ต้องเกิดความกังวล เพราะสามารถใช้แผนที่ดังกล่าวผ่านระบบดาวเทียมได้

สุดท้ายสำหรับคนที่ต้องการออกแบบการเดินทางเองแบบสันโดษ สามารถใช้ฟอร์ด เอเวอเรสต์เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความทรงจำให้มีความหมายได้ โดยใช้ Panoramic Moonroof หลังคากระจกไฟฟ้าในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส ที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งของหลังคา ในการดูดาวยามค่ำคืน และใช้ตัวรถที่มีห้องโดยสารกว้างขวางสำหรับกางเต้นท์นอน ถือเป็นการสร้างประสบการณ์การผจญภัยครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีใครเหมือน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มาพร้อมดีไซน์สไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวและดุดัน ด้วยกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า และชุดแต่งที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับการเดินทาง โดยสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ได้ที่นี่

คฑาทอง ทรานสปอร์ท ลุยสั่งรถ วอลโว่ บัส ประกอบนอกรายแรก

0

บริษัท คฑาทอง ทรานสปอร์ท จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านการให้บริการรถรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เดินหน้าแผนสั่งซื้อรถวอลโว่ บัส ประกอบจากประเทศมาเลเซีย กว่า 50 คัน เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้า โดยฝูงแรกที่สั่งเข้าประจำการแล้วจำนวน 24 คัน โดยชุดแรกสั่งซื้อเมื่อปีที่แล้ว 12 คัน ปีนี้อีก 12 คัน และปีหน้ามีแผนจะสั่งซื้อเพิ่มอีก 30 คัน ทั้งนี้เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้อีก 40% ในปีหน้า

นายพงษ์พันธ์ หงษ์ทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท คฑาทอง ทรานสปอร์ท จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับทีมงานฝ่ายขาย วอลโว่ บัส ประเทศไทย ให้ประสานกับโรงงานประกอบตัวถังที่ประเทศมาเลเซีย ถึงการปรับปรุงคุณภาพตัวแชสซีส์ และตัวถัง รวมไปถึงการตกแต่งภายในของวอลโว่ บัส อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้รถที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยมี ทั้งในรูปของความแข็งแรงคงทน ผ่านมาตรฐานการผลิกคว่ำ UN ECE R66 ที่เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่นำมาใช้จริงในประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ใช้รถของเรา เพื่อให้ได้รถที่ดีที่สุด ทั้งในรูปของความแข็งแรงคงทน ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย จนได้รถที่เป็นไปตามความต้องการของบริษัทฯ จึงได้เริ่มสั่งซื้อรถวอลโว่ บัส ประกอบที่ประเทศมาเลเซีย ชุดแรก จำนวน 12 คันมาให้บริการแก่ลูกค้าเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมากจากลูกค้า ทำให้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีกในปีนี้จำนวน 12 คัน และมีแผนจะสั่งซื้อเพิ่มอีก 30 คันในปีหน้าเพื่อรองรับแผนการเติบโตทางธุรกิจ 40% ในปีหน้า

นายพงษ์พันธ์ กล่าวว่า นอกจากตัวรถที่มีคุณภาพสูงตามความต้องการของบริษัทฯ แล้ว วอลโว่ บัส ประเทศไทย ยังมีบริการ Service Contract Gold Package เพื่อรับประกันการบำรุงรักษาระหว่างการใช้งานที่บริษัทฯ สามารถกำหนดต้นทุนได้ชัดเจนตลอดอายุการใช้งาน ทำให้การเสนอราคาแก่ลูกค้ามีความแม่นยำและคงที่ สามารถบริหารต้นทุนได้เป็นอย่างดี ทำให้การเสนอราคาของบริษัทฯ สามารถแข่งขันกับผู้เล่นอื่นในตลาดได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญที่ทำให้ลูกค้ายอมรับการให้บริการของ คฑาทอง ในช่วงวิกฤติ COVID19 ว่าเป็นผู้ให้บริการที่ดีในราคาที่ไม่มีการปรับเพิ่มเติม แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติ

บริษัท คฑาทอง ทรานสปอร์ท จำกัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2542 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และมีรถตู้รับส่งพนักงานเพียง 2 คัน และสามารถดำเนินธุรกิจเจริญเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 20 ล้านบาท มีรถให้บริการรวมทั้งสิ้นเกือบ 500 คัน โดยแบ่งเป็นรถบัสประมาณ 200 คัน รถตู้ประมาณ 240 คัน และรถเช่าสำหรับผู้บริหารอีก 30 คัน ในช่วงวิกฤติ COVID19 ธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานโดยทั่วไปได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยยอดรายได้หดตัวตั้งแต่ 50% – 100% อย่างไรก็ตาม คฑาทอง ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ไม่มาก โดยยอดรายได้ปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งไว้ที่อัตราเติบโต 30% ทั้งนี้เป็นผลจากความใส่ใจในบรการและมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการให้บริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้รถบัสคุณภาพที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด อย่างวอลโว่ บัส ทำให้ลูกค้ายังคงยึดมั่นที่จะใช้บริการจาก คฑาทอง อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้าประมาณ 60 ราย และในช่วงวิกฤติ COVI19 นี้ ลูกค้าได้รับการพิสูจน์ถึงคุณภาพการให้บริการของบริษัทฯ เป็นไปตามมาตรฐานที่สูงอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่น จะมีปัญหาในด้านการให้บริการที่ใช้รถคุณภาพไม่ดีพอ จึงทำให้บริษัทอื่นที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของ คฑาทอง ให้ความสนใจที่จะใช้บริการของบริษัทฯ อีกประมาณ 20 ราย “ดังนั้นปีหน้าเราจึงมั่นใจว่าเราจะเติบโตอีกไม่ต่ำกว่า 40% แน่นอนเพราะเราจะได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม แต่เราจะระมัดระวังในการรับลูกค้าเพิ่มเพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการของลูกค้าเราให้ได้มาตรฐานสูงเหมือนลูกค้าทุกรายในปัจจุบัน” นายพงษ์พันธ์ กล่าว

เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต คฑาทอง ทรานสปอร์ท มีแผนจะสั่งซื้อรถบัสเพิ่มอีก 30 คันและรถตู้ 30 คันในปีหน้า โดยมีนโยบายชัดเจนในการเลือกซื้อรถที่มีคุณภาพสูงสุด และยังมีแผนเปลี่ยนรถบัสให้เป็นรถวอลโว่ บัส ทั้งหมดภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่เป็นรถวอลโว่ บัส 50 คันจาก 200 คัน ดังนั้น การสั่งซื้อรถบัสในปีหน้าจะเป็นการสั่งซื้อรถวอลโว่ บัส ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายปรับสัดส่วนการใช้รถตู้กับรถบัสจากปัจจุบันที่ให้บริการรถตู้ประมาณ 60% รถบัสประมาณ 40% ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจให้ได้เต็มประสิทธิภาพได้ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 ปี จะปรับสัดส่วนการใช้รถบัสให้เพิ่มขึ้นเป็น 60% และลดสัดส่วนของตู้ลงเหลือ 40% ทั้งนี้ เพราะการใช้รถบัสให้บริการรับส่งพนักงานมีความประหยัด ปลอดภัย และควบคุมค่าใช้จ่ายได้แม่นยำกว่ารถตู้ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ของลูกค้าโดยตรง “ข้อสำคัญและเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไปก็คือการสร้างความยุติธรรมและความมีระเบียบวินัยของบรรดาพนักงานโรงงานและพนักงานบริษัทผู้ใช้บริการเพราะการใช้รถบัส จะไม่มีการรับส่งถึงหน้าบ้าน แต่จะมีเส้นทางวิ่งที่แน่นอน ชัดเจนและมีตารางวิ่งคงที่แม่นยำ โดยพนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหมด” นายพงษ์พันธ์ กล่าว

คฑาทอง ทรานสปอร์ท ยังมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้ทำการศึกษาและเตรียมความพร้อมมาแล้วประมาณ 3 ปีที่ และคาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปี จะสามารถนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สำเร็จ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คณะผู้บริหารได้เร่งศึกษาแผนการนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเตรียมแผนการปรับองค์กรและระบบการเงินให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ “เดิมทีเราตั้งเป้าว่าในปีนี้เราน่าจะสามารถเอาหุ้นของเราเข้าซื้อขายบนกระดานได้ แต่พอมาศึกษากระบวนการนำบริษัทฯ เข้าตลาดฯ เราได้รับทราบถึงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้เราหันกลับมาศึกษาตัวเราก่อน และเตรียมความพร้อมที่จะแต่งตัวให้พร้อมเพื่อยื่นเข้าไปให้ตลาดฯ พิจารณา” นายพงษ์พันธ์ กล่าว

นายพงษ์พันธ์ กล่าวว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างความชัดเจนให้กับธุรกิจบริการรถรับส่งพนักงานว่าเป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยมืออาชีพ “เราอยากจะให้สังคมได้รับรู้ว่าไม่ใช่ทุกบริษัทที่อยู่ในธุรกิจนี้ต้องเป็นบริษัทสีเทา เราอยู่ในธุรกิจนี้อย่างขาวสะอาดมาตลอด ตรวจสอบได้ ดังนั้นการให้สังคมยอมรับความโปร่งใสของเราอย่างไม่มีข้อสงสัยก็คือกระบวนการตรวจสอบได้ การเข้าไปอยู่บนกระดานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้งยังทำให้ลูกค้าที่เราให้บริการอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของเรา พนักงานของลูกค้าเรา และคู่ค้าของเรา ยอมรับเราและสามารถตรวจสอบเราได้ตลอดเวลา” นายพงษ์พันธ์ กล่าว

กฟภ.จับมือ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และเดลต้า ยกระดับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไทย เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ขับขี่ทั่วประเทศ

0

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่าย ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สถานีชาร์จ และแอปพลิเคชันของ กฟภ. สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ความร่วมมือครั้งสำคัญของทั้งสามฝ่ายครั้งนี้จะเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ผ่านการแบ่งปันข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และที่ตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของเดลต้า ความร่วมมือนี้จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าชาวไทยผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือของ กฟภ. เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จทั่วประเทศได้อย่างสะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น

นายเลิศชาย แก้ววิเชียร ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า PEA สนองนโยบายด้านยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมเส้นทางการคมนาคมในเส้นทางหลักทุก 100 กิโลเมตร ทั่วประเทศ จำนวน 62 สถานี ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าผ่าน PEA’s Mobile Application โดยผู้ใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานี จองคิว สั่งชาร์จ และหยุดชาร์จได้อย่างง่ายดาย

มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือในครั้งนี้ จะผลักดันให้เกิดการขยายจำนวนสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงรถพีเอชอีวีไปทั่วประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เพิ่มความสะดวกสบายคลายข้อกังวลในเรื่องของข้อจำกัดด้านระยะทางการขับขี่ เป็นการส่งเสริมให้ คนไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น”

“บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนแผนการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ไม่ใช่เป็นเพียงรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย และสามารถใช้ได้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งและเป็นองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าอย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านแอปพลิเคชันของ กฟภ. และช่วยมอบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ในการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านให้กับผู้ใช้รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทั้งนี้ทางบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ “สบายใจ  ไร้กังวล” ในการเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ให้กับลูกค้าของเรา” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กล่าวเสริม

นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริหารเดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ   การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อนำประเทศไทยสู่การขับขี่รถยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาดและมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เดลต้ามีความสามารถหลัก อันโดดเด่นด้านการแปลงกระแสไฟฟ้าและการจัดการพลังงาน ทำให้เราสามารถพัฒนาโซลูชันการชาร์จประสิทธิภาพสูง พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านการใช้งานจริงและได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งที่ผ่านมา เดลต้าได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกอย่างมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก”

ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงมอบการสนับสนุนด้านเทคนิค โดยสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันของ กฟภ. เพื่อค้นหาและเข้าใช้งานเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของเดลต้าที่ครอบคลุม  ทั่วไทยได้อย่างง่ายดาย

ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะให้การสนับสนุนการใช้งานแอปพลิเคชันของกฟภ. และมอบบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงต่ำ ณ สถานที่ติดตั้งจริง (ที่อยู่อาศัยและสำนักงาน) รวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนด้านมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะให้ข้อมูลด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด พีเอชอีวี ข้อมูลสถานีชาร์จ (สถานที่ตั้งและชนิดของเครื่องชาร์จ) และร่วมพัฒนา แบ่งปันฐานข้อมูลความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าให้กับ กฟภ.

ภายหลังการวางจุดตำแหน่งสถานีชาร์จของเดลต้า ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้แอปพลิเคชันของ กฟภ. เพื่อดำเนินการจองสั่งงาน การเริ่มต้น และหยุดชาร์จไฟ ตลอดจนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ภายใต้ความช่วยเหลือและสนับสนุนจากเดลต้า ซึ่งเดลต้าจะส่งข้อมูลจากเครื่องชาร์จไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ กฟภ. ตามมาตรฐาน OCPP (Open Charge Point Protocol)

ความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างกฟภ. มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)  ในครั้งนี้ ช่วยสนับสนุนแผนพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทย ที่กำหนดเป้าหมายให้มีรถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน (ทั้งประเภทปลั๊กอินไฮบริดและใช้แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว) บนท้องถนนภายในปี พ.ศ. 2579 โดยทั้งสามพันธมิตรจะร่วมมือกันเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย ทั้งในเรื่องความรู้พื้นฐานของระบบรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18” คาราวานรถโบราณ คืนถิ่นสัญญา

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ทเทศบาลเมืองชะอํา เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. จัดคาราวาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18” รวมรถโบราณ และรถคลาสสิค ร่วมขบวนกว่า 50 คัน เมื่อ 18 – 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18” ในแนวคิด “คิดถึงหัวหิน คืนถิ่นสัญญา –Return to Hua Hin, the land of promises” ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 โดยได้รับความร่วมมือจาก โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และโรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท พร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นอย่างดี”

ในปีนี้จุดปล่อยขบวนรถโบราณเพื่อเริ่มต้นคาราวานยังคงเป็นที่โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร พร้อมใกล้บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยประชาชนผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าร่วมชมรถคลาสสิค และรถโบราณ อันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิด ณ บริเวณหน้าโรงแรมด้านนอกตรงข้ามแผนกต้อนรับของโรงแรมชั้นล่าง

มาร์ค โอซูลีวาน (Mark O’Sullivan) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ปล่อยขบวนรถโบราณสู่หัวหินในปีนี้ เปิดเผยว่า “โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติ และความไว้วางใจจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว และเป็นจุดปล่อยตัวของงานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด เพื่อได้ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีอีกครั้งหนึ่ง และทางทีมผู้เกี่ยวข้องทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือประสานงาน เพื่อทำให้โครงการณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้มีประสิทธิภาพอย่างมากที่สุด”

ขบวนคาราวานรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า50 คัน นำโดยดาวเด่น อย่าง BMW 1600 Cabriolet ปี 1968, JAGUAR XK140 ปี 1956, TRIUMPH TR3A ปี 1961 พร้อมเจ้าของรถแต่งตัวย้อนยุค ออกเดินทางจากโรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สู่จุดหมายแรกคือ บ้านขนมนันทวัน ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดเลี้ยงต้อนรับขบวนคาราวาน โอกาสนี้ สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนตาบอด โรงเรียนธรรมิกวิทยา เพชรบุรีด้วย

จากนั้นเดินทางไป วัดเพชรพลี (ชื่อเดิมวัดพริบพลี) ชมพิพิธภัณฑ์ของวัด ที่รวบรวมพระพุทธรูป และวัตถุโบราณก่อนมุ่งสู่โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ร่วมงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ ริมชายหาด

วันที่สองสมาชิกคาราวานรับประทานอาหารเช้าที่ห้องสตาส์ (Staa’s) ก่อนเดินทางไป โรงเรียนบ้านห้วยไทรงาม ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม และรับประทานอาหารกลางวัน ที่ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์วินยาร์ด หัวหินแล้วเดินทางกลับมาร่วมงาน วินเทจคาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท

ผู้ชื่นชอบรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่พลาดชมคาราวานเมื่อวันที่ 18-20 ธันวาคม ที่ผ่านมาสามารถติดตามภาพความประทับใจในงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 18” ย้อนหลังได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

บีเอ็มดับเบิลยู มอบ 320d M Sport แก่สองนักกอล์ฟผู้ทำโฮล-อิน-วันในการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2020 รอบคัดเลือก

0

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มอบรางวัลสุดพิเศษ บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport มูลค่า 2,549,000 บาท ให้แก่สองนักกอล์ฟมือสมัครเล่นผู้ทำสถิติโฮล-อิน-วันในการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2020 รอบคัดเลือก ได้แก่ คุณวิรัตน์ ฉัตรบุญวาสน์ และคุณวิศาล ศักรางกูร โดยครั้งนี้นับเป็นปีที่สามติดต่อกันที่มีนักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงลงหลุมโฮล-อิน-วันพร้อมกันถึงสองคน ภายในทัวร์นาเมนต์ BMW Golf Cup International

สองนักกอล์ฟมือสมัครเล่นผู้สร้างสถิติโฮล-อิน-วัน ในปีนี้ ได้แก่ คุณวิรัตน์ ฉัตรบุญวาสน์ จากบาเซโลนา มอเตอร์ ผู้ทำผลงานโฮล-อิน-วัน จากรอบคัดเลือก ณ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ ในหลุมที่ 7 ระยะทาง 157 หลา และคุณวิศาล ศักรางกูร นักกอล์ฟมือสมัครเล่นจากมิลเลนเนียม ออโต้ ที่ทำโฮล-อิน-วันได้ ณ สนามเรด เมาท์เทน กอล์ฟ คลับ ภูเก็ต ในหลุมที่ 14 ระยะทาง 172 หลา โดยมีมร. บียอร์น
แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร และคุณอำนาจ วจนะวิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีแก่นักกอล์ฟทั้งสอง ณ ออลซีซั่นส์ เพลส เมื่อเร็ว ๆ นี้

การแข่งขันกอล์ฟรายการ BMW Golf Cup International 2020 มีนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าร่วมกว่า 1,460 คนจากทั่วประเทศไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศ 3 นักกอล์ฟผู้คว้าชัยชนะในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ BMW Golf Cup International National Final 2020 โดยทั้ง 3 จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก BMW Golf Cup International World Final 2020 ร่วมกับผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอื่น ๆ จากทั่วโลก ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเดือนธันวาคม 2021

มาสด้า ทุ่มอีกกว่า 400 ล้านบาท เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ “มาสด้า บีเคเค สาขาซาฟารี เวิลด์”

0

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ทุ่มงบอีกกว่า 400 ล้านบาท หวังมัดใจลูกค้าย่านคลองสามวาเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจร หรือ “One Stop Service” พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง บริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ตรวจเช็กระยะภายใน 60 นาที เตรียมส่งมอบประสบการณ์เพื่อเอาใจใส่ดูแลลูกค้าด้วยบริการเหนือระดับ พร้อมให้การรองรับลูกค้ากว่า 800 คันต่อเดือน ด้วยบริการทั้งด้านการขาย การบริการ ครบทุกฟังก์ชั่น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้มาสด้าเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งเช่นทุกวันนี้ ล้วนมาจากการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากลูกค้าและความร่วมมือของพันธมิตร มาสด้าได้เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดที่สุดคลอบคลุมทุกพื้นที่ โดยตั้งแต่ต้นปี 2020 จนถึงปัจจุบัน มาสด้าได้เปิดโชว์รูมไปทั้งหมด 12 แห่ง ส่งผลให้ปัจจุบันมาสด้ามีโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศรวมแล้วทั้งสิ้น 140 แห่ง ครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับกลุ่ม บริษัท บีเคเค กรุ๊ป พันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดและคลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์มาอย่างยาวนาน มีความพร้อมและประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ โดยได้เจาะทำเลทองย่านคลองสามวา ใกล้กับสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ รายล้อมไปด้วยหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และแหล่งที่อยู่อาศัย ที่มีกลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าอยู่อย่างหนาแน่นกว่า 10,000 หลังคาเรือน ทั้งยังเป็นทำเลศักยภาพที่เดินทางไปมาสะดวก จึงมั่นใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามารับบริการอย่างหนาแน่น และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีเคเค ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัท บีเคเค กรุ๊ป โลดแล่นอยู่ในแวดวงยานยนต์เมืองไทยมานานกว่า 30 ปี ด้วยการเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการภายใต้แบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ ซึ่งบริษัทได้เล็งเห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ที่มีกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในแบรนด์อย่างเหนียวแน่น และเห็นว่าพื้นที่เขตคลองสามวามีลูกค้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมลงทุน เพราะเชื่อว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกในการดูแลรถยนต์มาสด้า และสร้างประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าในละแวกนี้ได้ โดยมาสด้า บีเคเค ซาฟารี เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจรแบบ 4S ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย มีพร้อมทั้งส่วนงานขาย งานบริการ งานฝ่ายอะไหล่ และงานซ่อมสีและตัวถัง หรือที่เรียกว่า “One Stop Service” โดดเด่นด้วยทีมงานมืออาชีพ มีทำเลกว้างขวางกว่า 4 ไร่ มีช่องซ่อม 12 ช่องซ่อม สามารถรองรับการให้บริการได้ถึง 800 คันต่อเดือน และห้องพ่นสีอีก 2 ห้อง ที่พร้อมรองรับรถยนต์ได้ถึง 300 คันต่อเดือน

“เรามุ่งมั่นเพื่อจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกๆ มิติ ด้วยบริการที่ครอบคลุม อาทิ บริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ตรวจเช็กระยะภายใน 60 นาที บริการถใช้ระหว่างซ่อมสำหรับรถที่ต้องเคลมซ่อมสี ห้องรับรองลูกค้าพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม Signature Drink เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและสร้างความพึงพอใจสูงสุด ด้วยประสบการณ์ด้านการขายมากกว่า 30 ปี ทำให้กลุ่มบริษัท บีเคเค กรุ๊ป มั่นใจว่าจะสามารถให้การดูแลลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” นายเหรียญชัย กล่าวเสริม

TTC MOTOR ปลื้มยอดจองเมอร์เซเดส-เบนซ์ยืนหนึ่ง ในงานมหกรรมยานยนต์ 2020 พร้อมส่งความสุขต่อเนื่องถึงสิ้นปี

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-Benz / Mercedes-AMG) อย่างเป็นทางการ  เปิดเผยว่า “เราต้องขอขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ที่ได้สละเวลามาเยี่ยมชมที่บูธ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) บริษัทแม่ของเรา รวมทั้งบูธ  TTC Motor Mercedes Certified  และมอบความไว้วางใจให้ทางเราได้ดูแลทุกท่าน ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในการดูแลท่านในงานมหกรรมสุดพิเศษในครั้งนี้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากท่านในโอกาสต่อๆไปเพื่อให้ท่านได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ”

เพื่อเป็นการขอบคุณและส่งมอบความสุขให้ผู้บริโภคชาวไทย ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ TTC Motor  พร้อมขยายเวลาการจัดแคมเปญพิเศษ! สำหรับรถยนต์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz รับข้อเสนอ ผ่อนดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน พร้อมรับ iPhone 12 มูลค่า 32,000 บาท!! พ่วงความสุดคุ้มอีกมากมาย อาทิ  ต่อที่ 1 เมื่อจองรถยนต์  Mercedes-Benz ทุกรุ่น รับทันที กระเป๋าผ้า Canvas พรีเมี่ยมจาก Mercedes-Benz , ต่อที่ 2 เมื่อจองรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมรับ iPhone 12 มูลค่า 32,000 บาท* , ต่อที่ 3 รับสิทธิ์ ลุ้นรับ ทองคำ มูลค่ารวม 1 ล้านบาท* และต่อสุดท้าย เมื่อจองรถยนต์ Mercedes-AMG รับทันที Gift Voucher ห้องพักสุดหรู 1 คืน* ที่ Toscana Valley *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้ TTC Motor ยังคงดำเนินมาตรการป้องกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเข้มงวดอยู่เสมอ พร้อมฉีดพ่นฆ่าเชื้อรถยนต์ใหม่ก่อนส่งมอบให้ถึงมือคุณอย่างปลอดภัย รวมทั้งรถยนต์ของคุณลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการที่ศูนย์บริการ และศูนย์ซ่อมตัวถังและอู่สี เพื่อให้คุณลูกค้ามั่นใจได้ว่าโชว์รูมและศูนย์บริการของเรามีความสะอาดและคงมาตราฐานความปลอดภัยเช่นเดิม อาทิ พนักงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะให้บริการ, ตรวจวัดอุณหภูมิ คุณลูกค้าและผู้เข้ามาติดต่อทุกท่าน, ทำความสะอาดรถยนต์ ทุกรุ่น ทุกคัน ในทุกจุดสัมผัสภายในตัวรถยนต์, ใส่ใจในทุกรายละเอียด หุ้มป้องกันในทุกจุดที่ลูกค้าต้องสัมผัส , ทำความสะอาดโชว์รูมและศูนย์บริการ โดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น

TTC Motor พร้อมดูแลและให้บริการคุณลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด ทางเรามีบริการรับ – ส่งสำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และบริการรถยนต์ทดลองขับส่งตรงถึงบ้าน พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนส่งถึงมือคุณ ทุกรุ่น ทุกคัน มีศูนย์จำหน่ายและบริการ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222, 083-545-6456 และสาขาอุบลราชธานี โทร. 045-475-222, www.benzttc.com

ฟอร์ด ใส่ใจลดปัญหามลพิษทางอากาศ เชิญชวนลูกค้าร่วมแคมเปญ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศที่สดใส”

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบแคมเปญ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศที่สดใส” เชิญชวนลูกค้าฟอร์ดที่ใช้รถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นที่มีอายุรถตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป (ไม่จำกัดระยะทาง) นำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถ ณ ศูนย์บริการฟอร์ด ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อเป็นการสนองนโยบายภาครัฐในการบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดฝุ่น PM 2.5 อันมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า:

  • ฟรี ตรวจเช็คสภาพรถ 30 รายการตามใบตรวจสอบสภาพรถ (VRC)
  • ฟรี บริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์
  • ผ่อน 0% นาน 10 เดือนสำหรับลูกค้าที่มีค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ
  • กลุ่มรถฟอร์ดทุกรุ่นที่มีอายุรถมากกว่า 20 ปีขึ้นไป (ไม่จำกัดระยะทาง) รับส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 50% สำหรับการเปลี่ยนไส้กรองอากาศ ไส้กรองน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  • กลุ่มรถฟอร์ดทุกรุ่นที่มีอายุรถระหว่าง 15-20 (ไม่จำกัดระยะทาง) รับส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30% สำหรับการเปลี่ยนไส้กรองอากาศ ไส้กรองน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ เพื่อนัดหมายล่วงหน้าในการนำรถเข้ารับบริการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร 1383 โดยเงื่อนไขแคมเปญเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดพิธีฉลองการผลิต มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทย

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการจัดพิธีฉลองการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทย” ณ สนามทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สู่การขับเคลื่อนแบบยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายคะสุยะ นะชิดะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานในพิธี โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ร่วมด้วย มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานด้วย

ในโอกาสการผลิตมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรกในประเทศไทยนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “พิธีฉลองความสำเร็จในวันนี้ คืออีกก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่ก้าวหน้าและการใช้พลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของรัฐในอันที่จะสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการลดการสร้างภาระให้แก่สิ่งแวดล้อม เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นในอนาคตและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน เราได้เน้นย้ำเรื่องโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG Model ซึ่งจะช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราให้ความสำคัญเรื่องรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco Car) และการปรับเปลี่ยนสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในอีก 10 ปี ข้างหน้า    เราตั้งเป้าเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถึง 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงวางแผนโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อที่จะจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของตลาดภายในประเทศ และเตรียมพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลงทุนด้วยเม็ดเงินกว่า 3,000 พันล้านบาท เพื่อการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี     ที่ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าว ได้ผลิตขึ้นที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่แหลมฉบัง ซึ่งประเทศไทย ถือเป็นศูนย์การผลิต ที่ผลิตรถยนต์พีเอชอีวี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น นอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ตามแผนธุรกิจ    ระยะกลางของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ได้ประกาศไว้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น  เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการผลิตรถยนต์รุ่นสำคัญนี้ นอกประเทศญี่ปุ่น เพราะ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และความสามารถในการผลิตของโรงงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นศูนย์การผลิตที่สำคัญระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น”

สำหรับการผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ครั้งแรกในประเทศไทยครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ให้การตอบรับต่อนโยบายของรัฐที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตร     กับสิ่งแวดล้อม ทำให้รถยนต์พีเอชอีวีสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย สามารถเข้ามาตอบโจทย์ให้แก่ผู้ขับขี่คนไทยที่มองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง 

มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ นอกจากจะเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลกแล้ว ยังเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือ รถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถยนต์ที่ผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย “ปาเจโร” สุดยอดตำนาน   แห่งรถเอสยูวี “มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน” เจ้าแห่งสนาม “เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง “ไอ-มีฟ” (i-MiEV) ดังนั้น รถยนต์รุ่นนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่รถยนต์แห่งพลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ที่จะสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือชั้นอีกด้วย” 

“ประเทศไทย เป็นศูนย์การผลิตหลักและฐานการส่งออกที่สำคัญ เราก็ยังคงเดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง   ให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปี 2561 เราได้ฉลองความสำเร็จกับการผลิตรถยนต์ครบ 5 ล้านคัน ในปี 2562 เราฉลองการส่งออกรถยนต์ถึง 4 ล้านคัน และขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์เป็นอันดับ 1 และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มต้นโครงการเพื่อสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่และปรับปรุงโรงงานใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท และวันนี้ เราได้ฉลองความสำเร็จอีกก้าวกับการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันแรก ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย และทุกๆ ท่าน ได้ให้การสนับสนุน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้เราสามารถที่จะ        ประสบความสำเร็จในวันนี้ได้” มร. ชกกิ กล่าวเสริม

 

ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อการผลิตรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง โดยพร้อมจะส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวให้แก่ลูกค้าประมาณกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 และสำหรับผู้ที่สนใจ สามารถจองรถได้ที่ผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทั่วประเทศ