Home Blog Page 405

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ New Honda City ประหยัดจริงจังกับ e:HEV ส่วน Hatchback ขับสนุก แต่เก็บเสียงยังไม่ถึงกับเนี๊ยบ

0

ว่ากันด้วยเรื่องราวของ “Honda City the Series” ที่นำมาทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ ทั้งรุ่น “Hatchback” ที่กำลังไล่ล่ายอดจำหน่ายอย่างร้อนแรง และ “e:HEV” ซึ่งจัดเต็มกับเทคโนโลยีด้านสมรรถนะและความปลอดภัย ความคุ้มค่าแบบไหนจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ร่วมหาคำตอบไปด้วยกันครับ

เริ่มกันที่ Hatchback เป็นรุ่นที่ถือกำเนิดครั้งแรกในไทยซึ่งถือเป็นการเพิ่มไลน์อัพใหม่ในรูปแบบแฮทแบค 5 ประตู มากับมิติความยาว 4,349 มม. กว้าง 1,748 มม. และสูง 1,488 มม. ในขณะที่ระยะฐานล้อหน้า/หลังยาว 2,589 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 135 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นซีดาน 4 ประตูจะสั้นกว่า 204 มม. สูงกว่า 21 มม. แต่สูงใต้ท้องรถเท่ากัน

New Honda City 3

การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้เป็นรุ่น RS ซึ่งถือเป็นรุ่นท๊อพ ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 749,000 บาท มากับดีไซน์ที่ได้นำเอาเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมแฮทช์แบ็ก รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ FULL LED พร้อมชุดหน้ากระจังสี Piano Black

New Honda City 2

มุมมองด้านหลังแบบรถท้ายลาด ซึ่งให้ความเอนกประสงค์มากกว่าเดิม ไฟท้ายใช้แบบ LED มีการติดตั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม ติดตั้งล้ออัลลอย 16 นิ้ว

New Honda City 1

ภายในห้องโดยสารติดตั้งวัสดุซับเสียงในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นหลังคา แผงข้าง พื้น รวมถึงผนังห้องเครื่องยนต์ รวมถึงฉีดสเปย์โฟมในส่วนที่เชื่อมต่อกันระหว่างประตูกับห้องเครื่องยนต์เพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทั้งยังหรูหรา สวยงามในโทนสีดำ มาพร้อมเบาะหนังกลับ ตัดขอบด้วยผ้าสีแดง

New Honda City 4

คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม มีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสไตล์สปอร์ต

New Honda City 6

จุดเด่นหลักของรถรุ่นนี้มาจากเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับแบบ 60:40 ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด ได้แก่
•Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

New Honda City 7
•Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาวได้ขนาดความจุถึง 2.8 ม.

New Honda City 8

•Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง

New Honda City 8
•Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

New Honda City 9
ระบบเครื่องเสียงใช้หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พร้อมแสดงภาพจากกล้องมองหลังได้ถึง 3 มุมมอง

New Honda City 10

พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ รวมถึงติดตั้งระบบเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิฟท์

New Honda City 11

อีกหนึ่งความสะดวกสบายเข้ากับยุคสมัยนั่นคือ Honda Connect ซึ่งประกอบไปด้วย
1.MY SERVICE สามารถตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
2.DRIVING BEHAVIOR บันทึกข้อมูลและพฤติกรรมการขับขี่ต่างๆ ที่สามารถให้แสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี
3.WIFI เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ ซึ่งต้องสมัครแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยเจ้าของรถจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
4.AIRBAG DEPLOYMENT เมื่อถุงลมทำงาน จะส่งสัญญาณแจ้งผู้ใช้งานผ่านทางแอปพลิเคชันทันที และส่งข้อความสั้นไปยังเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน นอกจากนี้ระบบจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
5.SECURITY ALARM แจ้งสถานะเมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก
6.REMOTE VEHICLE CONTROL สามารถสั่งล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด ฝากระโปรงหน้าและฝากระโปรงท้าย รวมถึงสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ ทั้งยังสามารถสั่งเปิด/ปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย
7.GEO FENCE & SPEED ALERT กำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และตั้งค่าแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนด
8.FIND MY CAR ตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุดผ่านทางแอปพลิเคชัน

New Honda City 13
เครื่องยนต์เป็นแบบ 3 สูบ 12 วาล์ว VTec Turbo ส่งกำลังด้วยเทอร์ไบและเวสต์เกตไฟฟ้า พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์แบบน้ำ มีระบบหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ขนาดความจุ 988 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบ แรงบิด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,500 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับเชื้อเพลิงอี 20 ซึ่งให้ความประหยัดถึง 23.8 กม./ลิตร

New Honda City 14

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง หลังทอร์ชั่นบีม ส่วนระบบเบรคเป็นหน้าดิส หลังดรัม มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

New Honda City 15

ตัวช่วยด้านความปลอดภัยมีทั้งระบบเบรกเอบีเอส, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist และสัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน

New Honda City 16

ต่อด้วย Honda City e:HEV ถือเป็นการสื่อสารถึงเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของ ฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีในการจัดการพลังงานต่าง ๆ ภายใต้ ฮอนด้า อี:เทคโนโลยี (Honda e:TECHONOLOGY) สำหรับยนตรกรรมที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดจะได้รับการสื่อสารภายใต้ชื่อ อี:เอชอีวี

New Honda City 18

Honda City e:HEV ถือกำเนิดขึ้นจากพื้นฐานของ City ซีดานรุ่น RS โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 839,000 บาท มีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการเป็นรถ Full Hybrid นั่นคือโลโก้สีฟ้าที่ด้านหน้า พร้อมสัญลักษณ์ e:HEV ที่บริเวณฝากระโปรงท้าย

New Honda City 17

ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งเป็นแบบหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง พร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง

New Honda City 19

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้วที่แสดงระบบต่างๆของ Honda Sensing รวมถึงข้อมูลการใช้รถยนต์ต่างๆ โดยใช้สวิตช์ที่พวงมาลัยสั่งการ และยังมีระบบเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิล ชิฟท์ ให้อีกต่างหาก แต่แป้นเปลี่ยนเกียร์นี้ จะใช้เป็นตัวช่วยในการเร่งชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น

New Honda City 20

สำหรับเทคโนโลยี Honda Sensing ประกอบด้วย
•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

New Honda City 21
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)

New Honda City 22
•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

New Honda City 25
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

New Honda City 26
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

New Honda City 26

คอนโซลกลางมีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Google Maps ทั้งยังมีระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

New Honda City 27

เทคโนโลยีชูโรงสำหรับ Honda City e:HEV มาจากการที่เป็นรถ Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ที่มาระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1 KWh มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

New Honda City 27

เมื่อรวมขุมพลังจะให้กำลังสูงสุดที่ 126 แรงม้า ที่ตอบสนองด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันตามอีโค่สติกเกอร์ถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม

ส่วนช่วงล่างเป็นระบบเดียวกันทุกรุ่น นั่นคือด้านหน้าแบบแมคเฟออร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชั่นบีม และระบบเบรกหน้าเป็นแบบจาน ด้านหลังเป็นแบบดุม

นอกจากนี้เบรกมือเป็นแบบไฟฟ้า มาพร้อมกับ Auto Hold และ Honda Lane watch แต่ขาดหายไปในเรื่องของสวิตช์ EV

New Honda City 28

การทดสอบรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้เกิดขึ้นบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-เขาใหญ่-กรุงเทพฯ ระยะทางไปกลับร่วม 400 กม. โดยขอเริ่มที่รุ่น Hatchback ก่อนเป็นอันดับแรก

New Honda City 29

ต้องบอกว่าถือเป็นตัวกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากเปิดตัวไม่ถึงเดือน โดยใช้พื้นที่ในงานมหกรรมยานยนต์เป็นสถานที่กวาดยอด ซึ่งทำให้ยอดขายของ Honda City นั้นทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อย

จะว่าไปแล้วฟีเจอร์ที่ติดมากับรถอาจน้อยไปสักนิด และสิ่งที่มีอยู่ก็ไม่ได้ถูกหยิบมาใส่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอย่างระบบ Honda Lanewatch แต่ไฮไลท์ประจำรุ่นก็สามารถกลบจุดด้อยต่างๆไปได้อย่างไม่ลำบาก นั่นคือความใหญ่ โต เอนกประสงค์ของการพื้นที่ในห้องโดยสารที่เบาะสามารถปรับและพับได้ ทำให้การใช้งานของรถคันนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

New Honda City 30

ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.0 ลิตร 122 แรงม้า พร้อมแรงบิด 173 นิวตันเมตร เรียกว่าแรงได้ตามสั่ง แต่ช่วงรอบต้นอาจจะมีอาการรอรอบเล็กน้อย ส่วนรอบกลางเป็นต้นไปถือว่าไหลลื่น และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยแพดเดิล ชิฟท์ที่พวงมาลัย ซึ่งมีอัตราทดให้ถึง 7 จังหวะ จากระบบกียร์เดิมในรูปแบบซีวีที

New Honda City 31

ระบบช่วงล่างปรับเซ็ทมาในสไตล์สปอร์ต ไม่นุ่มจนย้วย และไม่แน่นจนกระด้าง แต่รถยนต์ในรูปแบบ 5 ประตู ที่มีนน.เบากว่า City Sedan เกือบ 10 กก. อาจจะทำให้รู้สึกถึงท้ายเบาตามสไตล์

New Honda City 32

ด้านการเก็บเสียงอาจเป็นจุดอ่อน เพราะมีต้นตอมาจากอุโมงค์ล้อหลัง ในเมื่อเบาะหลังพับได้ ผนังกั้นเสียงจึงหายไป และมีเสียงก้องเข้ามาภายใน โดยเฉพาะผุ้โดยสารตอนหลัง สำหรับตอนหน้า ตั้งแต่เสาบีขึ้นมาเรื่องเสียงถือว่ารับได้

New Honda City 34

ในการทดสอบครั้งนี้ เมื่อรถขับสนุก การใข้ความเร็วจึงไม่ได้บันยะบันยังแอย่างใด อัตราสิ้นเปลืองจากอีโค่สติ๊กเกอร์ที่ 23.7 กม./ลิตรจึงลดมาเหลือ 15 กม./ลิตรโดยประมาณ

New Honda City 35

ด้าน e:HEV จริงแล้วก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สด เนื่องจากต้นทางมาจาก Honda Accord Hybrid แต่ได้ทำการลดขนาดเครื่องยนต์สันดาปจากขนาด 2.0 ลิตร เป็น 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าก็มีด้วยกันถึง 2 ชุด ในขณะที่แบตเตอรี่มีขนาดเล็กเพียง 1 KWh สิ่งทีได้มาเมื่อนำขุมพลังมารวมกันเป็น 126 แรงม้า แต่แรงบิดมหาศาลถึง 253 นิวตันเมตร อาการรอบรอบแบบรถที่ใช้ระบบอัดอากาศจึงหายไปโดยปริยาย

New Honda City 35

ด้านหลังพวงมาลัยมีแป้นแพดเดิลชิฟท์ แต่ไม่เกี่ยวกับอัตราทด ระบบนี้จะช่วยเพิ่มการหน่วงของล้อเพื่อช่วยให้เป็นตัวเร่งกำลังไฟที่ชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ มีให้เลือกหน่วงได้ 3 ระดับ และยิ่งหากใช้งานร่วมกับโหมด B จะยิ่งทำให้การชาร์จไฟจะทำได้ในเวลาที่เร็วขึ้น

New Honda City 36

ซึ่งจากการทดสอบ ระยะทางที่ใช้สำหรับการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้านั้นทำได้ประมาณ 3 กม. แต่เวลาในการชาร์จไฟกลับไปยังแบตเดตอรี่นั้นไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากมีปัจจัยในหลายๆเรื่อง ที่สำคัญสุดนั่นคือพฤติกรรมการขับขี่

New Honda City 38

ระบบช่วงล่างแตกต่างไปจาก Hatchback โดยมีความนุ่มกว่าอย่างชัดเจน ตัวแปรมาจากนน.รถที่มากกว่าถึง 50 กก.

ในส่วนของผู้โดยสารหลังพิเศษตรงที่มีช่องแอร์อยู่ด้านหลังกล่องเก็บของ ซึ่งมาพร้อมกับช่องเสียบยูเอสบีถึง 2 ตำแหน่ง

สำหรับ Honda Sensing เมื่อทั้ง 5 ระบบทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีนี้ถือเป็นการทำงานแบบกึ่ง Autonomous เลยก็ว่าได้ ในส่วนของ Adaptive Cruise Control เมื่อทำงานร่วมกับระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ รวมถึงระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง แม้ว่าเส้นทางจะโค้ง ระบบก็สามารถพารถไปได้กลางช่องทางอย่างปลอดภัย ในขณะที่รุ่นพี่ Honda Accord Hybrid นั้นนอกจากดึงกลับ ยังมีตัวช่วยเบรก ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีเดียวที่หายไป

ส่วนระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก จะใช้กล้องเป็นตัวประมวลผลและสั่งการให้เบรกอัตโนมัติเมื่อมีคนหรือวัตถุเข้ามาในวิถีทำการ แต่หากนำขาไปแตะที่คันเบรก ระบบจะยกเลิกอัตโนมัติ

New Honda City 39

สำหรับ Auto Highbeam น้ะนค่อนข้างใช้งานสะดวก หากปรับสวิตช์ไฟไปที่ตำแหน่ง Auto เมื่อถนนว่าง ไฟสูงจะทำงานอัตมัติ แต่เมื่อไหร่ที่มีรถขวางหน้า หรือมาจากเลนส์สวน ระบบก็จะตัดการทำงานมาที่ไฟต่ำทันที

หลังจากที่ได้ทำการทดลองขับระยะทางประมาณ 100 กม. จากสระบุรี กลับมายังกรุงเทพฯ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้คือ 26.4 กม./ลิตร ในความเร็วเฉลี่ยเกือบ 90 กม./ชม. จากที่คิดไว้ที่ 25 กม./ลิตร จนทำให้ได้รู้ว่าเทคโนโลยี e:HEV นั้นประหยัดจริงจัง

New Honda City 39

ด้าน Honda Conncet ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีของยุคสมัย เนื่องจากสามารถอัพเดทสถานะของรถ สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์รวมถึงเปิดแอร์ มีการเตือนถึงการเข้ารับบริการในการซ่อมบำรุงแต่ละครั้ง และยังป้องกันการโจรกรรม โดยสารมารถทำได้ง่ายดายผ่านแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน แต่ก็น่าเสียดายที่รถมั้ง 2 รุ่นนั้นยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Android Auto จะทำได้เพียง Apple Carplay เท่านั้น

หากกล่าวโดยสรุป Honda City Hatchback โดดเด่นด้านความเอนกประสงค์จากการปรับและพับเบาะนั่งได้หลากหลาย เครื่องยนต์ตอบสนองการใช้งานได้ไว แต่ฟีเจอร์ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานน้อยไปนิด และเสียงที่ดังก้องในห้องโดยสารน่าเก็บให้เนี๊ยบกว่านี้อีกสักนิด

New Honda City 40

Honda City e:HEV ถือเป็นรถที่ให้ความประหยัดจริงจัง และเทคโนโลยี Honda Sensing ให้การขับขี่ทำได้อย่างปลอดภัย หรือจะเรียกง่ายๆว่าประหยัดสุด แถมราคาถูกสุดในกลุ่มของรถ Hybrid ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา เพียงแต่หากมีโหมด EV ที่เลือกใช้งานได้ตามใจชอบในกรณีมีแบตเตอรี่นั้นหายไป รวมถึงข้อจำกัดของสมาร์ทโฟนระบบเอนดรอย์ ที่ไม่สามรถใช้ได้กับ Honda City The Series

New Honda City 42

ธุรกิจหล่อลื่น โออาร์ คว้า 2 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2563

0

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2563 (The Prime Minister’s Industry Award 2020) ให้แก่ นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และนายชุมพล สิริปูชกะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น โออาร์ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพมาตรฐาน และเสริมสร้างความพร้อมในการแข่งขันระดับสากล โดยธุรกิจหล่อลื่นของ โออาร์ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นใน 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทการบริหารงานคุณภาพ และประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

นางสาวจิราพร กล่าวว่า โออาร์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถติดตามและตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพส่งถึงผู้บริโภค

ธุรกิจหล่อลื่น ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ โออาร์ ที่ได้ดำเนินการมากกว่า 30 ปี ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศเป็นอันดับหนึ่งมาต่อเนื่องถึง 11 ปี และได้ขยายตลาดไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ได้มีการพัฒนาระบบบริหารงานคุณภาพ และการรวบรวมองค์ความรู้ ทั้งด้านต้นทุน เวลา และความปลอดภัย ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้ปรับปรุงการบริหารจัดการกระบวนการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ โออาร์ ในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวหน้า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ควิกเลน ใจป้ำส่งท้ายปีให้ลูกค้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพียง 120 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดปังอีกเพียบ

0

ควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วน มาตรฐานระดับโลก มอบโปรโมชั่นสุดร้อนแรงส่งท้ายปีเพื่อคนรักรถ ด้วยบริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เกรด 10,000 กิโล เพียง 120 บาทต่อคัน* เพียงนำรถทุกรุ่นเข้ารับบริการที่ควิกเลนทั้ง 8 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และอีก 6 สาขาทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นี้เท่านั้น

 

ยังไม่พอ ควิกเลนทั้ง 14 สาขายังพร้อมใจจัดเต็มโปรโมชั่นสุดเร้าใจ และสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนธันวาคม 2563 เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวรับปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ พร้อมรับส่วนลดอะไหล่ราคาพิเศษ
  • บริการล้างแอร์ไม่ถอดตู้ พร้อมอบโอโซน ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เย็นจัด สะอาดจริง พิเศษเพียง 990 บาท จากปกติ 1,890 บาท
  • เอาใจคนงานยุ่งจนไม่มีเวลา กับบริการรับรถและส่งคืนถึงบ้าน ฟรี! ด้วยพนักงานมืออาชีพจาก U Drink I Drive เมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น ทุกยี่ห้อ
  • รับประกันราคายางไม่แพงกว่าคู่แข่งในตลาด หากเจอยางราคาถูกกว่า ควิกเลนปรับราคาให้เท่ากันทันที พร้อมโปรผ่อนยาง 0% นาน 10 เดือน แถมฟรีค่าแรง

ควิกเลนพร้อมให้บริการบำรุงรักษารถยนต์ทุกยี่ห้อด้วยมาตรฐานระดับโลกที่สะดวกรวดเร็วครอบคลุมลักษณะงานมากถึง 14 ประเภท ลูกค้าสามารถรับการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง ตรวจซ่อมระบบเบรค โช๊คอัพและระบบช่วงล่าง ไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ และให้บริการยางยี่ห้อชั้นนำหลากหลายยี่ห้อให้ลูกค้าเลือก พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย โดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและอะไหล่คุณภาพเยี่ยมมาตรฐานระดับโลกอย่างอะไหล่ออมนิคราฟท์ (Omnicraft) ที่มากับการรับประกันที่ยาวนาน

 

ลูกค้าสามารถโทรสอบถามข้อมูลสินค้า ราคาและโปรโมชั่น ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการให้บริการ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 ให้บริการตลอด 7 วัน ระหว่าง 8.00-20.00 น.  

 

*หมายเหตุ – รับจำนวนจำกัด 10 คัน ต่อวัน ต่อสาขา ราคาโปรโมชั่นนี้ยังไม่รวมราคาไส้กรองน้ำมันเครื่อง

มาสด้า เจาะทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ผุดอีกหนึ่งโชว์รูม “มาสด้า สาทร” พร้อมบริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK

0

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จับมือ บริษัท ยนตรทรัพย์ จำกัด บุกใจกลางย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ “มาสด้า สาทร” บนทำเลทองย่านสาทรเหนือใกล้สวนลุมพินี พร้อมให้บริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ตรวจเช็กระยะเพียง 60 นาที ตอบรับความต้องการลูกค้าย่านใจกลางกรุงเทพฯ ชูกลยุทธ์ให้การดูแลลูกค้าเสมือนญาติมิตร เตรียมนำรถมาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟมาให้ลูกค้าสัมผัสอย่างใกล้ชิด

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากความเชื่อมั่นของลูกค้าและยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณรถยนต์มาสด้าบนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มาสด้าจึงได้เดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดที่สุด วันนี้มาสด้าร่วมมือกับ บริษัท ยนตรทรัพย์ อีกหนึ่งพันธมิตรที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์มากว่า 50 ปี ที่พร้อมทั้งประสบการณ์ ทีมงาน และเข้าใจความต้องการของลูกค้าในพื้นที่เป็นอย่างดี เข้ามามอบความสะดวกสบายและการบริการที่เป็นที่น่าปรารถนาให้แก่ลูกค้า โดยได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ “มาสด้า สาทร” บนทำเลศักยภาพศูนย์กลางธุรกิจ หรือ CBD ของกรุงเทพฯ ที่รายล้อมไปบริษัทชั้นนำทั้งไทยและข้ามชาติ ทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีกลุ่มลูกค้าของมาสด้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT เราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทั้งสถานที่ ทำเลที่ตั้ง และความพร้อมของศูนย์บริการแล้ว มาสด้า สาทร จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้าใจกลางเมืองได้อย่างดีเยี่ยม

นายสุรินทร์ แสงมณี ประธาน บริษัท ยนตรทรัพย์ จำกัด กล่าวว่า โชว์รูมและศูนย์บริการ Mazda สาทร ตั้งอยู่ บนถนนสาทรเหนือ โดยมีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ใช้งบประมาณการลงทุนกว่า 50 ล้านบาท มีช่องซ่อมมากถึง 16 ช่องซ่อม ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างเยอะสำหรับโชว์รูมใจกลางเมือง ทั้งยังโดดเด่นด้วยความพร้อมในการให้บริการโดยมีทีมช่างเทคนิคผู้ชำนาญการ รวมถึงทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายบริการที่ผ่านการควบคุมมาตรฐานอย่างเคร่งครัด และได้รับการอบรมการทำงานตามมาตรฐานมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่ารถทุกคันจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด Mazda สาทร ยังเป็นหนึ่งในศูนย์บริการมาสด้าเพียงไม่กี่แห่ง ที่มีบริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ที่ใช้เวลาเพียง 60 นาที ในการนำรถเข้าเช็กระยะ ซึ่งคาดว่าจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เร่งด่วนของลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในได้เป็นอย่างดี

นายสุรินทร์ กล่าวเสริมว่า “ภายในระยะเวลา 1 ปี เราคาดว่าจะมีลูกค้าเดินทางมาเข้ารับบริการไม่ต่ำกว่า 1,000 คันต่อเดือน และวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนทีมงานและเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เพื่อให้พร้อมบริการลูกค้าได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น เพราะเรามองว่า ความพึงพอใจของลูกค้าคือเป้าหมายสูงสุดของการทำงาน ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ และพร้อมจะดูแลลูกค้าเสมือนญาติมิตร”

ลูกค้าสามารถเข้าไปสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟหลากหลายรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ และเข้ารับบริการหลังการขายได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้า สาทร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ 40/1 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-633-8093

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับทัพผู้บริหาร เดินหน้าเสริมศักยภาพต่อเนื่องในตลาดยนตรกรรมหรู

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างการบริหารในองค์กร มุ่งเสริมประสิทธิภาพความแข็งแกร่งผ่านศักยภาพที่หลากหลาย พร้อมต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดยนตรกรรมพรีเมียม โดยการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งคุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และคุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขณะที่คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับดำแหน่งผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย และยังรวมถึงการแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ ในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยการแต่งตั้งทั้งหมดนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของการทำงานที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือการทำงานด้วยความรักและความหลงใหลในผลิตภัณฑ์ พนักงานของเราจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน การปรับโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ จะผสานเอาความหลงใหลดังกล่าว รวมทั้งศักยภาพและประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้บริหารทั้งสี่ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปมาอย่างยาวนาน และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพด้านการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค จากผลงานความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของผู้บริหารทั้งสี่ท่านนี้ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”

คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยคุณปรีชาเริ่มต้นทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ รับผิดชอบดูแลด้านการขายและการตลาดของมินิ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของมินิในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คุณปรีชาจะดูแลบริหารการวางแผนและกลยุทธ์ด้านการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยให้เกิดศักยภาพสูงสุด

คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็มีประสบการณ์ด้านการบริหารในหลายบทบาทหน้าที่มาอย่างยาวนานเช่นกัน โดยได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จึงมีความเชี่ยวชาญในการบริหารฝ่ายขายมากกว่า 15 ปีในหลายตำแหน่งของทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ฝ่ายขาย การบริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการขาย รวมถึงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ คุณชนินทร์จะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานโดยรวมในกิจกรรมการขายของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงพัฒนาและวางแผนด้านกลยุทธ์ฝ่ายขายเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดประเทศไทย       

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย

ด้านมินิ ประเทศไทย คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของมินิในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารแบรนด์ การขาย และการตลาด โดยคุณประภัสราได้เป็นส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 13 ปีแล้ว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและการขายจากการบริหารงานในหลายตำแหน่ง โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดในปี 2550 และในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดในปี 2553 จากนั้นคุณประภัสราได้นำทีมสร้างผลงานด้านยอดขายให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายในปี 2559 ก่อนที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้อำนวยการของมินิ ประเทศไทย

คุณรอน ศิริวันสาณฑ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ เป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ โดยคุณรอนได้ทำงานในหลายตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐกิจสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2545 ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในปี 2557 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ ในตำแหน่งใหม่นี้ คุณรอนจะเข้ามารับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพรวมทางการเมืองและผลกระทบต่อบริษัทฯ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กร

จันทร์นภา สายสมร ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 16

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และฟิล์มกรองแสงอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” ผลิตโดยซีพีฟิล์มอิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสท์แมน เคมิคัล จากสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานพิธีมอบรางวัล Bai Po Business Awards ครั้งที่ 16 เนื่องในการได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาตัดสินผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล โดยมีดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย นายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้มอบรางวัลเกียรติยศ ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย โดยคณะกรรมการได้คัดเลือกผู้เหมาะสมได้รับรางวัลจำนวน 5 บริษัท

รางวัล  Bai Po Business Awards by Sasin เป็นรางวัลที่มอบให้ผู้ประกอบการที่สร้างความโดดเด่นทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และทางลามิน่าฟิล์ม ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เมื่อปี 2556 ใน 3 มิติ คือ  

1. การให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus)
2. การสร้างตราสินค้า (Branding)
3. การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ  (Entrepreneurship)

นอกจากนี้ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร แอลลักซ์ จากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

อีซูซุ รับมอบรางวัล "Product of the Year 2020" จากนิตยสาร Business+

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “Business+ Product of the Year 2020” โดย “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพ ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยตลาดในขั้นต้นจากทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเข้าสู่ขั้นตอนการให้คะแนนโดยการโหวตจากประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนิตยสาร Business+ ณ โรงแรม      เรดิสัน บลู พลาซ่า บางกอก ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร

อีซูซุ รับมอบรางวัล “Product of the Year 2020” จากนิตยสาร Business+

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “Business+ Product of the Year 2020” โดย “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพ ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยตลาดในขั้นต้นจากทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเข้าสู่ขั้นตอนการให้คะแนนโดยการโหวตจากประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนิตยสาร Business+ ณ โรงแรม      เรดิสัน บลู พลาซ่า บางกอก ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร

ฮอนด้า กวาดยอดจองมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 รวม 4,508 คัน “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” ท็อปฟอร์มดึงลูกค้าเข้าชมและจองอย่างต่อเนื่อง

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จหลังจบงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ด้วยยอดจองภายในงานรวม 4,508 คัน ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์นั่ง ในประเทศไทย นำโดย เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ ที่แรงเขย่าตลาด นำทัพกวาดยอดจองกว่า 60% จากยอดจองของฮอนด้าทั้งหมด สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปซิตี้คาร์ของฮอนด้าที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่เซกเมนต์ ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดย ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด ซึ่งจะพร้อมจัดแสดง ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า และเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ 7 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์หลังจากการเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ ในไลน์อัป“เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” ก็ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากลูกค้า ที่ให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม เห็นได้จากยอดจองรวมจากทั่วประเทศกว่า 3,500 คัน (24 พฤศจิกายน 2563 – 13 ธันวาคม 2563) โดย ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ยังคงครองใจลูกค้าและได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ล่าสุดได้รับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2563 (TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2020) ด้านคุณภาพแรกใช้ผลิตภัณฑ์ ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล-ขนาดเล็ก (Outstanding Initial Quality Satisfaction for Small Passenger) ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปซิตี้คาร์ของฮอนด้า และเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศที่มีต่อฮอนด้า ทั้งในด้านของแบรนด์ที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพ และให้การดูแลและบริการหลังการขายได้เป็นอย่างดี ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 230 แห่ง

สัมผัสกับยนตรกรรมภายใต้เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ และทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ปรึกษาการขายผ่าน Honda Virtual Experience ที่ virtualexperience.honda.co.th หรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรมภายใต้ เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ ทั้ง 3 รุ่น ได้ที่

ฟอร์ด ส่งใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มอบส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30 %

0

ฟอร์ด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความห่วงใยแก่ลูกค้าฟอร์ดผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มอบส่วนลดพิเศษ 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ และค่าแรง พร้อมตรวจเช็คสภาพรถฟรี 30 รายการ เพื่อช่วยเหลือดูแลลูกค้าครอบครัวฟอร์ดและรถยนต์ฟอร์ดที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ด ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร 1383 ทุกวัน 24 ชั่วโมง

 

เงื่อนไขการรับบริการ

  • เมื่อนำรถฟอร์ดที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วมในเขตพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้เข้ารับบริการซ่อมที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563
  • สิทธิประโยชน์นี้ไม่ครอบคลุมกรณีเช็กระยะตามกำหนดเวลาตามปกติ และรายการความเสียหายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ยาง, เบรก และ แบตเตอรี่ของรถยนต์ทุกรุ่นและทุกยี่ห้อ
  • รับฟรี ตรวจสอบสภาพรถยนต์ 30 รายการ (มูลค่า 500บาท) อาทิ เครื่องยนต์ เบรก ช่วงล่างและตัวถัง ซึ่งเป็นการตรวจสอบและพินิจเบื้องต้นเท่านั้น ยกเว้น แบตเตอรี่ มอเตอร์สตาร์ทและไดชาร์จ จะตรวจสอบด้วยเครื่องมือพิเศษ

ในกรณีลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการของฟอร์ดได้มากกว่าหนึ่งโครงการ ลูกค้าต้องเลือกใช้สิทธิ์ประโยชน์จากหนึ่งโครงการเท่านั้น