Home Blog Page 416

ปอร์เช่ เปิดตัว พานาเมร่า ใหม่ (The new Panamera) แรงสะใจด้วยพละกำลังสูงสุด 700 แรงม้า

0

ปอร์เช่ เติมเต็มสายการผลิตพานาเมร่า ใหม่ (The new Panamera) ประจำการ 2 ขุมพลังใหม่ แรงสุดด้วยรุ่นเรือธงพกพาพละกำลัง 700 แรงม้า (514 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาล 870 นิวตันเมตร ส่งผลให้ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) กลายเป็นสปอร์ตซีดานหรูที่ทรงพลังที่สุด จากสายการผลิตปกติ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุด 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์) และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพให้กำลัง 136 แรงม้า  (100 กิโลวัตต์) พิสัยการเดินทางด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ผลจากแบตเตอรี่ชุดใหม่ขนาด 17.9 กิโลวัตต์ และการทำงานของ driving modes อันยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ใหม่ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 2.9 ลิตร เทอร์โบคู่ 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดรวมเป็น 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์)

3 สปอร์ตซาลูน เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ยนตรกรรมไฮบริด

หลังจากการปรับโฉม พานาเมร่า 4เอส อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Panamera 4S E-Hybrid)  ยกระดับพละกำลัง เพิ่มขึ้นเป็น 560 แรงม้า (412 กิโลวัตต์) ถึงเวลาที่ปอร์เช่ จะเติมเต็มพานาเมร่า (Panamera) ขุมพลัง plug-in hybrid ให้ครบถ้วนทั้ง 3 ทางเลือกเป็นครั้งแรก ปอร์เช่วางกลยุทธ์ในการขยายฐานกำลังของแนวคิด E-Performance อย่างเป็น แบบแผนโดยยังคงรักษามอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ให้เป็นหัวใจหลักของสถาปัตยกรรมการขับเคลื่อนยุคใหม่ถ่ายทอด กำลังผ่าน ระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่  8 จังหวะ (PDK) และด้วยพลังจากมอเตอร์กว่า 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร เมื่อประสานการทำงานกับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีขนาดแตกต่างกันก่อให้เกิด สมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น พร้อมชุดแต่ง Sport Chrono package ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เสริมพลังให้แก่เครื่องยนต์เบนซิน V8 4 ลิตร เทอร์โบคู่ จากพละกำลัง 550 แรงม้า (404 กิโลวัตต์) เพิ่มขึ้นเป็น 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์) พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) ให้อัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ไปถึงระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.2 วินาที เร็วขึ้น 0.2 วินาที ทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับพานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ใช้เวลาเพียง 4.4 วินาที เร็วขึ้น 0.2 วินาที ในการออกตัวจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนของความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความจุรวมของแบตเตอรี่ high-voltage เพิ่มขึ้นจาก 14.1 เป็น 17.9 กิโลวัตต์ จากการใช้เซลล์แบตเตอรี่ที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับเปลี่ยนการทำงานของ driving modes ให้มีความเหมาะสมกับคุณลักษณะการใช้พลังงานสูงสุด พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) จึงมีพิสัยการเดินทางด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสูงถึง 50 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP EAER City (ในกรณีที่ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC: ระยะทางสูงสุดทำได้ 59 กิโลเมตร) ขณะที่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ในสภาพที่ปราศจากมลภาวะ เป็นระยะทางสูงสุดถึง 56 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP EAER City (ในกรณีที่ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC: ระยะทางสูงสุดทำได้ 64 กิโลเมตร) รถสปอร์ตขุมพลัง plug-in hybrid จากปอร์เช่ทุกคัน สามารถชาร์จพลังงานได้ภายในที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้จุดเชื่อมต่อมาตรฐาน หรือแบบ power socket ทั้งนี้อุปกรณ์ Porsche Mobile Charger ที่ติดมากับรถ รองรับกำลังไฟฟ้าในการชาร์จสูงสุดไม่เกิน 7.2 กิโลวัตต์สำหรับการชาร์จกับสถานีชาร์จพลังงานสาธารณะสามารถทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ Mode 3 cable

มุมมองที่เฉียบคม ให้สัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้น

งานออกแบบตัวถังด้านหน้าของ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) สร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้น ด้วย Turbo front light modules ทรง dual C-shaped ขยายขนาดช่องรับอากาศด้านข้างให้ภาพลักษณ์ที่กร้าวแกร่งดุดัน แผง light bar ท้ายรถปรับใหม่ย้ายตำแหน่ง ขึ้นมาเหนือบานฝาท้าย วางตัวแนวโค้งซ้ายจรดขวา สามารถสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษประกอบด้วย ไฟท้ายรมดำ darkened Exclusive Design tail light modules พร้อมระบบ dynamic Coming/Leaving Home animation ล้ออัลลอย 3 ลวดลายใหม่ ขนาด 20 และ 21 นิ้ว และ 2 สีตัวถังใหม่ (Cherry Metallic และ Truffle Brown Metallic)

ยกระดับสมรรถนะ และความสะดวกสบาย

ช่วงล่างและระบบควบคุมได้รับการปรับแต่ง เพื่อเสริมความสปอร์ต และความนุ่มนวลให้แก่พานาเมร่า ใหม่ทุกรุ่น (The new Panamera) ทั้งนี้ในบางรุ่น โปรแกรมควบคุมได้ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุม การบังคับทิศทางเจเนอเรชันล่าสุดและยางรถยนต์ใหม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการตอบสนองของรถจะเต็มไปด้วยความแม่นยำ สูงสุดในรุ่นเรือธง พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) ได้รับการติดตั้งระบบควบคุม ช่วงล่างเต็มพิกัดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) electric roll stabilisation พร้อมระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering พร้อมระบบ Power Steering Plus และระบบเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB)

ราคา

ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่ (The new Porsche Panamera)  พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และพานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา พบข้อมูลข่าวสารสื่อภาพยนต์เเละภาพถ่ายอื่นๆ  ได้ที่ Porsche Newsroom (http://newsroom.porsche.com)

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและ อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออก  ไซด์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล ครั้งแรกในเมืองไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ของคนไทย

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมด้วย บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแนะนำโครงการ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ซึ่งมีความปลอดภัยมาตรฐานสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ที่มอบความสะดวก ปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ (New Normal) สำหรับคนไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ TOYOTA Wallet (โตโยต้า วอลเล็ท) กระเป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้า ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยภายใต้รูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ให้อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม ในรูปแบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายใต้สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความสะดวกสบาย และปลอดภัยในทุกการใช้จ่าย โดยลูกค้าสามารถใช้ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ใช้งานง่าย ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งในร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อบัตรเครดิตและบัตรเดบิตเพื่อเติมเงิน โดยลูกค้าสามารถใช้จ่ายผ่าน TOYOTA Wallet เพียงมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์และแอปพลิเคชัน SCB Easy ได้แล้ววันนี้

มร. อากิฮิโระ ฟุคุโตเมะ ซีอีโอ บริษัท โตโยต้า ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ในนามของโตโยต้า ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิสฯ ประเทศญี่ปุ่น ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเงินและการบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและสนับสนุนการขายรถยนต์โตโยต้าทั่วโลก มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำ TOYOTA Wallet แก่ประเทศไทย เป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง TOYOTA Wallet เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่สามารถใช้ได้ทั้งโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และร้านค้าทั่วไป ทั้งนี้ เราได้พัฒนาแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ของโตโยต้าในการที่จะเปลี่ยนจากบริษัทผลิตรถยนต์สู่องค์กรแห่งการขับเคลื่อน ผมเชื่อว่า TOYOTA Wallet จะเป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในฐานะผู้นำการให้บริการที่เรียบง่ายแต่ปลอดภัยสำหรับทุกการใช้จ่าย

ในอนาคตเราจะพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้ TOYOYA Wallet เป็นมากกว่าช่องทางการชำระเงิน โดยจะร่วมมือกับผู้ให้บริการภายในประเทศ เพื่อที่จะนำเสนอการบริการที่ทุกท่านชื่นชอบ สำหรับวันนี้ เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญของโตโยต้า  ซึ่ง TOYOTA Wallet มีเป้าหมายไปสู่การเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่คุณสามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกประเทศทั่วโลก ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายได้อย่างอิสระผ่าน TOYOTA Wallet และติดตามการพัฒนาของเราที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้”

นางชื่นกมล บุปผาคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในนามของโตโยต้าลีสซิ่งฯ มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้า ผลิตภัณฑ์ที่จะนำท่านก้าวผ่านวิถีชีวิตแบบเดิม ด้วยนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของโตโยต้า (*PCI-DSSI 3.2.1) เพื่อให้ท่านได้รับความสะดวก คล่องตัว และปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย นำเสนอความอิสระในการใช้จ่าย ทั้งในร้านค้าทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อบัตรเครดิต และบัตรเดบิต โดยทางบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนา TOYOTA Wallet ให้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลในระดับสากล ซึ่งจะไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ครอบคลุมการใช้จ่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ TOYOTA Wallet รองรับได้อีกด้วย

TOYOTA Wallet ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายของโตโยต้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เป็นการต่อยอดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ใช้งาน ในโอกาสนี้โตโยต้าลีสซิ่งฯ มีความยินดีต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ มาร่วมเป็นเครือข่ายของ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้าด้วยกัน

TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน

ลูกค้าผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Toyota Wallet ได้จากระบบปฏิบัติการ Android ในช่วงเปิดตัว และจะขยายไปสู่ระบบปฏิบัติการ iOS เร็วๆนี้ โดยลูกค้าจะต้องมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์และแอปพลิเคชัน SCB Easy เพียงลูกค้าลงทะเบียนครั้งแรกจะได้สิทธิพิเศษบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท และส่วนลดค่าบริการหลังการขาย มูลค่า 100 บาท เมื่อชำระค่าบริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยภายในปี 2563 Toyota Wallet สามารถให้บริการเพื่อใช้จ่ายภายในศูนย์บริการโตโยต้าของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศภายในปี 2564 รวมถึงร้านค้าจากเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ

 * Payment Card Industry Data Security Standard เวอร์ชั่น 3.2.1 เป็นมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับผู้ให้บริการที่มีความเกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เวอร์ชั่นล่าสุดของมาตรฐานด้านความปลอดภัยข้อมูลทั่วโลก ควบคุมดูแลโดย Payment Card Industry Security Standards Council

มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้าได้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ในประเทศไทย โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราได้นำเสนอบริการรูปแบบใหม่ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม TConnect ที่ติดตั้งในรถยนต์ ไฮลักซ์ รีโว่ ฟอร์จูนเนอร์ และ โคโรลล่า ครอส ในวันนี้เราขอนำเสนอ TOYOTA Wallet แพลตฟอร์มใหม่สำหรับการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งเป็นบริการทางการเงินที่ทุกท่านไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตอีกต่อไป เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TOYOTA Wallet สำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ โดยช่วงแรกจะสามารถใช้ชำระผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าที่ผู้แทนจำหน่ายฯ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เข้าร่วมโครงการ  และมีแผนที่จะขยายการรองรับดังกล่าวไปยังผู้แทนจำหน่ายฯทั่วประเทศในปีหน้า รวมถึงสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการของพันธมิตรทางธุรกิจของเราอีกด้วย

ขอขอบคุณ โตโยต้า ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และโตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) ที่ไว้วางใจให้ TOYOTA Wallet เปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่น และในโอกาสนี้ผมขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านได้ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ล่าสุดผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า “ขอแสดงความยินดีกับบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่งฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา Toyota Wallet จนสามารถเปิดตัวได้ในวันนี้ และจากที่โตโยต้าในประเทศไทยได้ประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลคือ ระบบ TConnect ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือ เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) อาทิ CAL (Connected Auto Loan) ที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น และ KINTO โครงการเช่ารถส่วนบุคคลระยะยาวผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เช่น TheftTrack เพื่อความอุ่นใจและปลอดภัย ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดี ลดให้” PHYD (Pay How You Drive) ประกันภัยรูปแบบใหม่ที่จะมอบส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่ และ Telematics CARE เพื่อให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่ายและสมาร์ท

Toyota Wallet จะเป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อเชื่อมโยงชีวิตของทุกคนให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าโตโยต้าที่จะได้รับความสะดวก และสิทธิประโยชน์มากมาย นอกจากนั้น ในอนาคตเราจะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับพันธมิตรบริการอื่น ๆ ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มากกว่ารถยนต์ โดยพันธมิตรจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเรา อำนวยความสะดวก มอบสิทธิประโยชน์ร่วมกันด้วยบริการที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองผู้บริโภคทั้งในประเทศและทั่วโลก”         

                               

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน TOYOTA Wallet ครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

  • รับคูปอง Starbucks มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด 1,000 สิทธิ์ และรับคูปองผ่าน E-mail ที่ลงทะเบียนเท่านั้น)
  • ส่วนลดบริการหลังการขาย มูลค่า 100 บาท เมื่อชำระค่าบริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมียอดใช้จ่าย 1,000 บาทขึ้นไป

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Toyota Wallet Customer Care 0-2660-5500 หรือ

https://toyotawallet.tlt.co.th หรือ

เรนจ์โรเวอร์ ฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งนวัตกรรมการบุกเบิก ด้วยการเปิดตัว RANGE ROVER FIFTY ใหม่

0

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของเรนจ์โรเวอร์ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เปิดตัว เรนจ์โรเวอร์ ฟิฟตี้ ด้วยราคาจำหน่าย 10,399,000 บาท ในรูปแบบ ลิมิเต็ด อิดิชั่น จำกัดจำนวนอยู่ที่เพียง 1,970 คันทั่วโลก ให้รำลึกถึงปีที่เรนจ์โรเวอร์รุ่นดั้งเดิมเปิดตัว เรนจ์โรเวอร์ฟิฟตี้ถูกสร้างต่อยอดจากออโต้ไบโอกราฟีที่ได้รับการตกแต่งมาอย่างหรูหรา นำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบง่ายและเป็นที่จดจำ และ Prof Gerry McGovern OBE ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของแลนด์โรเวอร์เป็นผู้สลักตราอักษร ‘Fifty’ ขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งจะปรากฏอยู่บนภายนอกของรถยนต์และทั่วทั้งภายใน บนพนักพิงศีรษะ แผงหน้าปัด แผ่นกันลื่นส่องสว่าง และแผ่นป้ายครบรอบบนคอนโซลกลางกับคำว่า “1 of 1970” เป็นเครื่องหมายแสดงการมีจำนวนจำกัดของโมเดลนี้

ด้านหน้าของรถยนต์ได้รับการปรับปรุงมากยิ่งกว่าเดิมด้วยการตกแต่งผิวแบบ Satin Auric Atlas ที่พิเศษเฉพาะบนตัวอักษรคำว่า Range Rover รวมถึงกระจังหน้าและบริเวณกันชนหน้า พร้อมล้อก้านคู่ขนาด 21 นิ้ว เครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าปลั๊กอิน-ไฮบริด P400e ผสานเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 4 สูบ กำลังสูงสุด 300 แรงม้า ส่งกำลังร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 116 แรงม้า แบทเตอรี ลิเธียม ไอออนขนาด 13.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง รวมกำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 404 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ และเพิ่มความหรูหราด้วยออฟชั่นพิเศษ ประกอบด้วย ระบบเสียง Meridian™ Signature Sound System สัมผัสดนตรีในมิติใหม่กับระบบเสียงรอบทิศทางที่มีลำโพง 29 ตัว 1,700 วัตต์ พร้อมกับเทคโนโลยี Trifield 3D ระบบเสียงสามมิติถ่ายทอดประสบการณ์เสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกที่นั่ง, Head-Up Display จอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า เพื่อแสดงการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยและข้อมูลการขับขี่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่ละสายตาจากถนน, Activity Key กุญแจรถยนต์ที่สามารถสวมใส่ได้ในรูปแบบสายรัดข้อมือกันน้ำกันสะเทือน เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมที่ไม่ต้องการนำกุญแจหลักของรถติดตัวไป, Front centre console refrigerator compartment ตู้ทำความเย็นด้านหน้าคอนโซลกลาง เสริฟเครื่องดื่มเย็นๆ ตามความต้องการ สามารถบรรจุได้ถึง 4 ขวดและเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส, Deployable Side Steps บันไดสไลด์ข้างไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการขึ้นลง จัดเก็บอย่างเรียบร้อยโดยอัตโนมัติเมื่อปิดประตูรถยนต์

เรนจ์โรเวอร์ เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 17 มิถุนายน 1970 ตลอดช่วงอายุ 50 ปี เรนจ์โรเวอร์ได้บรรลุผลหลายสิ่งเป็นเจ้าแรกของโลกและประสบความสำเร็จที่น่าประทับใจมากมาย เรนจ์โรเวอร์คือ SUV รุ่นแรกที่นำเสนอระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวรเมื่อเปิดตัว และในปี 1989 ก็เป็นยานยนต์ 4×4 คันแรกของโลกที่ติดตั้งเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ต่อมาในปี 1992 ได้กลายเป็นยานยนต์ 4×4 คันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบควบคุมการลื่นไถลแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ETC) และระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ ไม่มียานยนต์คันใดที่ผสมผสานระดับความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความมีรสนิยมเข้ากับความสามารถในการขับขี่ทั้งบนเส้นทางราบเรียบและเส้นทางขรุขระได้เหมือนเรนจ์โรเวอร์

 

รับชมวิวัฒนาการของเรนจ์โรเวอร์ คลิกที่นี่

 

ไทม์ไลน์

1970     เรนจ์โรเวอร์สองประตูวางจำหน่ายในวันที่ 17 มิถุนายน โดยมีคุณสมบัติอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ V8 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร และดิสก์เบรกแบบออลราวด์

1971       เรนจ์โรเวอร์กลายเป็นรถยนต์คันแรกที่ถูกไปนำแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในปารีส เป็นที่ยกย่องจาก ‘ผลงานการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่เป็นแบบอย่าง’ โมเดลผลิตจำหน่ายแสดงอยู่ที่ทางเข้า ในขณะที่โมเดลขนาดย่อ ¼ แสดงอยู่ด้านใน

1972       เรนจ์โรเวอร์คือรถยนต์คันแรกที่ข้ามระยะทางเส้นยาวของอเมริกา ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ดาริเอน เป็นการเดินทางชื่อ British Army Trans-America ความยาว 18,000 ไมล์ โดยใช้เวลา 99 วัน ในการผ่านป่ารกทึบ 250 ไมล์

1974       เรนจ์โรเวอร์ทำสำเร็จในการเดินทางข้ามทะเลทรายสะฮาราจากตะวันตกไปตะวันออกรวม 7,500 ไมล์ ใน 100 วัน

1977       เรนจ์โรเวอร์รุ่นปรับแต่งชนะคลาส 4×4 ในมาราธอนลอนดอน-ซิดนีย์ งานแรลลีสำหรับรถยนต์ที่เน้นความเร็ว ยาวไกลเหน็ดเหนื่อยที่สุดเท่าที่เคยจัดมา 30,000 กม. (18,750 ไมล์)

1981     เรนจ์โรเวอร์รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น ‘In Vogue’ ถูกผลิตขึ้นในโรงงานคันแรก เป็นการประกาศนำวิวัฒนาการของเรนจ์โรเวอร์เข้าสู่ยานยนต์หรู ต่อมาชื่อดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้กับรุ่นย่อยสูงสุด

1984       จากความสำเร็จของรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ‘In Vogue’ Range Rover Vogue ได้รับการเปิดตัวเป็นรุ่นที่จะวางจำหน่ายในระดับสูงสุดของโมเดล

1985       เรนจ์โรเวอร์เครื่องยนต์ดีเซล ‘Beaver Bullet’ ทำลายสถิติความเร็ว 27 สถิติ รวมถึงสถิติดีเซลที่ทำความเร็วเฉลี่ยได้สูงกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง นาน 24 ชั่วโมง

1986       เปิดตัวเรนจ์โรเวอร์เครื่องยนต์ดีเซลคันแรก มีเครื่องยนต์ VM ให้พลังแรงสูบเทอร์โบ 2.4 ลิตร เพิ่มสปอยเลอร์หน้าเข้าไปในทุกรุ่นย่อย ยกเว้นรุ่นย่อยเทอร์โบดีเซล

1987       เรนจ์โรเวอร์วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ

1988     มีการนำกระปุกเกียร์แบ่งกำลังที่ขับเคลื่อนด้วยโซ่ Borg-Warner พร้อมเฟืองท้ายกลางแบบคู่หนืดไปใช้ในชุดเพลาขับของเรนจ์โรเวอร์ สร้างการปรับปรุงอย่างมากให้แก่ความประณีตของรถยนต์ และเสริมภาพลักษณ์ด้านความหรูหรา

1989       เรนจ์โรเวอร์คือ 4×4 คันแรกของโลกที่ติดตั้งเบรกป้องกันล้อล็อก ABS เป็นคันแรกในโลกที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สมรรถนะเหมาะสมที่สุดทั้งบนเส้นทางราบเรียบและเส้นทางขรุขระ

1992       เรนจ์โรเวอร์คลาสสิกคือ 4×4 คันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบควบคุมการลื่นไถลแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ETC) และระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ สองอย่างครั้งแรกของโลก!

1993       มีการประกาศชื่อโมเดลออโต้ไบโอกราฟีที่ลอนดอนมอเตอร์โชว์ (เปิดเผยต่อลูกค้าในปี 1994) จำกัดอยู่ที่ 25 คัน

1994     เรนจ์โรเวอร์รุ่นที่ 2 (P38A) วางจำหน่ายพร้อมแชสซีฐานล้อยาวและตัวถังแบบกึ่งเป็นชิ้นเดียวกันที่ได้รับการวางรูปแบบมาใหม่ เพิ่มด้วยระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่อัปเกรดแล้ว

1996       เรนจ์โรเวอร์คลาสสิกสิ้นสุดการผลิตหลังผลิตได้รวม 317,615 คัน (การผลิตสองปีคาบเกี่ยวกับ P38A)

1999       แลนด์โรเวอร์สร้างเรนจ์โรเวอร์ที่หรูหรามากที่สุดด้วย Range Rover Linley รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ Lord Linley ผลิตเพียง 10 คัน

2001     เรนจ์โรเวอร์รุ่นที่ 3 (L322) วางจำหน่ายพร้อมระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิสระออลราวด์ สาธิตด้วยการขับที่ RAF Kinloss, Skibo และ Novar Estate

2005       วางจำหน่ายกลุ่มโมเดลที่สอง เรนจ์โรเวอร์สปอร์ต

2006       นำระบบ Terrain Response® และเครื่องยนต์ดีเซล TDV8 มาใช้กับเรนจ์โรเวอร์

2009       เรนจ์โรเวอร์นำเสนอเครื่องยนต์เบนซินซูเปอร์ชาร์จ 5.0 ลิตร และแบบใหม่เอี่ยม LR-V8 5.0 ลิตร และระบบ Adaptive Dynamics ระบบแรกของโลกเพื่อปรับการควบคุมตัวถังและการขับขี่ให้เหมาะสมที่สุดอย่างต่อเนื่อง

2010       วางจำหน่ายกลุ่มโมเดลที่สาม เรนจ์โรเวอร์อีโวค และสร้างส่วนยานยนต์ส่วนใหม่ นั่นคือ คอมแพค SUV หรู

2012     เรนจ์โรเวอร์รุ่นที่ 4 (L405) วางจำหน่ายในวันที่ 6 กันยายน ที่โรงเรียนรอยัลบัลเลต์ในลอนดอน ซึ่งเป็น SUV อะลูมิเนียมทั้งคันคันแรกของโลก

2013       วางจำหน่ายเรนจ์โรเวอร์สปอร์ตรุ่นที่สอง (L494)

2013       คันต้นแบบของเรนจ์โรเวอร์ไฮบริดออกวิ่งท้าทายบนเส้นทางสายไหมไปยังอินเดียที่สุดขั้ว เดินทาง 9,950 ไมล์ จากโซลิฮูลไปถึงมุมไบในฐานะส่วนหนึ่งของการอนุมัติทางวิศวกรรมอย่างสุดท้าย

2014       เรนจ์โรเวอร์และเรนจ์โรเวอร์สปอร์ตแสดงนวัตกรรมเจ้าแรกของโลก นั่นคือ ระบบควบคุมความเร็วตามสภาพพื้นดิน (ATPC) และยังได้ระบบ Head-Up Display มาด้วย

2015       เรนจ์โรเวอร์รุ่นผลิตที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาเปิดตัวครั้งแรกที่งานนิวยอร์กออโต้โชว์ เรนจ์โรเวอร์เอสวีออโต้ไบโอกราฟี มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ V8 กำลัง 550 แรงม้า และเฉลิมฉลอง 21 ปี ของชื่อออโต้ไบโอกราฟี

2016       เรนจ์โรเวอร์ออโต้ไบโอกราฟีลากจูงยานสเปซชิปทูของ Virgin Galactic ที่พิธีเปิดตัวและตั้งชื่อยาน ณ Mojave Air and Space Port รัฐแคลิฟอร์เนีย

2017       วางจำหน่ายกลุ่มโมเดลที่สี่ เรนจ์โรเวอร์เวลาร์

2017       เปิดตัวเรนจ์โรเวอร์ P400e PHEV ที่พิพิธภัณฑ์การออกแบบแห่งลอนดอน

2018       วางจำหน่ายเรนจ์โรเวอร์อีโวครุ่นที่สอง

2018       เรนจ์โรเวอร์สปอร์ต PHEV กลายเป็นยานยนต์คันแรกที่ได้ไต่ขั้นบันได 999 ขั้น เอียง 45 องศา ที่สูงตระหง่านขึ้นไปยังประตูสวรรค์ในประเทศจีน

2020     มีการผลิตรถยนต์ 1970 คัน เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 50 ปี มีวางจำหน่ายในสีที่ขายดั้งเดิม รวมถึงสี Tuscan Blue

ปิดฉาก ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 ซื้อรถวิถีใหม่ ตรงใจ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่”

0

รูดม่านปิดฉากงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020  ไปหมาดๆ ผู้จัด ” พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ” ประธานจัดงานฯ  “ พึงพอใจ ” หลังพบว่าลูกค้าที่เข้ามาเดินชมงานในแบบ “ พร้อมซื้อ ” ส่งให้ปีนี้ค่ายรถทั้งรถใหม่ป้ายแดง และ รถใช้แล้ว ปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น “ลั่น” การจัดงานในปีหน้า พร้อมก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างยิ่งใหญ่  ด้านนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วเผย การเข้าร่วมงานฟาสต์ ฯ ขยายฐานกลุ่มลูกค้าโตขึ้นทุกปี หลังจบงานสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ อย่างยั่งยืน

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงานแสดงรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 เปิดเผยถึงผลการจัดงานในปีนี้ว่าแม้จะเลื่อนวันจากเดิมในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2563  มาเป็น วันที่ 28 ตุลาคม – 1  พฤศจิกายน 2563 ณ ฮอลล์ 105 – 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่ผลสรุปของการจัดงานในปีนี้ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

โดยตลอด 5 วันมียอดผู้เข้าชมประมาณ 105,000 คน ลดลงจากที่ประมาณการไว้ก่อนร่วมงานประมาณ  30% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ส่วนปัจจัยอื่นๆที่น่าจะมีผลคือ สถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเดินทาง อีกทั้งปีนี้ยังตรงกับวันเทศกาลลอยกระทง–ฮัลโลวีน และ สภาพฝนฟ้าอากาศ เป็นต้น

นายพัฒนเดช กล่าวว่า อย่างไรก็ดีเมื่อดูจากภาพรวมจากการขายรถยนต์ทั้งรถใหม่และรถใช้แล้วภายในงานนั้น กลับพบว่า ปีนี้สามารถปิดการขายได้เร็วขึ้น แสดงให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าที่แม้จะมีจำนวนลดลงจากทุกปีที่ผ่านมา แต่ผู้เข้าชมงานกลับเป็นกลุ่ม Organic Customer กล่าวคือเป็นกลุ่มลูกค้าที่ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถมาเป็นอย่างดี มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีความตั้งใจจะมาชมงานเพื่อซื้อรถยนต์มากกว่า เดินชมงานเฉยๆ ส่งผลให้ยอดขายรถทุกชนิดในปีนี้มีเป้าหมายที่ไม่ตกจากเป้าที่ได้กำหนดไว้ โดยรถที่ได้รับความนิยมในส่วนรถยนต์ใหม่คือ โตโยต้า เอ็มจี มิตซูบิชิ และมาสด้า ส่วนรถยนต์ใช้แล้ว รถที่ได้รับความนิยมซื้อในปีนี้คือ รถยนต์หรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู อาวดี้ และปอร์เช่  ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้มียอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด และ ที่น่าสังเกตอีกประการคือ นอกจากจะวางแผนในการเลือกซื้อรถแล้ว ยังมีวินัยในการใช้เงินมากขึ้น พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจซื้อจะมีความพร้อมด้านการเงินในเกณฑ์ที่ดีมากคือ การซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดมากขึ้น ขณะที่การซื้อรถยนต์ผ่านสถาบันทางการเงินนั้น พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะดาวน์สูง และผ่อนชำระในระยะสั้น เพื่อลดทอนการเป็นหนี้ในระยะยาว  

คุณภิญโญ​ ธนวัชรภรณ์​ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว​ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 ในปีนี้ แม้ว่าลูกค้าจะมาเดินในงานลดจำนวนลงกว่าทุกปี แต่ยอดขายกลับพบว่าผู้ประกอบการสามารถปิดยอดขายได้ในระดับดีกว่าที่คาดไว้โดยมีปัจจัยจาก กลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของผู้จัดงานคือ อ.พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผนวกกับ ความเชื่อมั่นในมาตรการ รับซื้อคืน 100% ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อที่การันตีไว้ของผู้จัด นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าที่มาชมงานปีนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ดังจะเห็นจากยอดขายรถยนต์ส่วนใหญ่ อยู่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลาง -ใหญ่ และ รถตู้ -รถอเนกประสงค์ (เอสยูวี) โดยกลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากกว่ารถยนต์ขนาดเล็ก ดังนั้นเมื่อดูจากยอดการขายแล้ว ทางสมาคมฯและสมาชิกทุกรายมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและชื่อเสียงของงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ที่สมาคมยกให้เป็นงานประจำปี ที่ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วได้มีพื้นที่ หรือมีเวทีขายที่จะสร้างการจดจำให้กับลูกค้าได้รู้จักกับผู้ประกอบการ สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้าของเราให้เป็นที่รู้จักต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่จะทำให้ยกระดับผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วให้ได้รับการยอมรับ ถือเป็นความยั่งยืนที่จะส่งผลในเรื่องความเชื่อมั่นระยะยาวของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วภายใต้การดูแลของสมาคมฯ”

คุณภิญโญ​ กล่าวเสริมถึง ภาพรวมตลาดรถยนต์ใช้แล้วปีนี้ที่ลดลงอย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะลดลง 20% แต่ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์เดือนธันวาคม เพราะเป็นเดือนที่ขายดีที่สุดของปี ด้านการแข่งขันของรถใหม่ป้ายแดงผ่านโปรโมชั่นนั้น แม้จะรุนแรงแต่ก็คาดว่าจะไม่กระทบกับกลุ่มรถยนต์ใช้แล้ว เพราะพฤติกรรมของลูกค้าในการซื้อรถของทั้งสองกลุ่มนั้นมีความแตกต่างกันชัดเจน โดยแต่ละกลุ่มมีแนวทางหรือเหตุผลในการเลือกซื้อรถยนต์ของตัวเอง

ส่วนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงนั้น นายพัฒนเดช กล่าวเพิ่มเติม ว่า เท่าที่ได้ตั้งข้อสังเกตมาทุกปี พบว่า หากมีผู้ประกอบการรถยนต์ใหม่ป้ายแดง นำเอารถที่เพิ่งเปิดตัวหมาดๆ เข้ามาเปิดรับจอง และจำหน่ายภายในงาน ก็จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถทำยอดจำหน่ายได้มาก เช่นเดียวกัน หากบริษัทใด มีเงื่อนไขการจำหน่ายหรือมีแคมเปญที่น่าสนใจ ยอดจำหน่ายรถก็จะเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นเช่นกัน

นายพัฒนเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า ทีมงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์  พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 10 และขอยืนยันการจัดงานในช่วงเวลาเดิมนั่นคือ เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม  ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับความพร้อมของพันธมิตรทุกราย ทำให้มั่นใจว่าแม้การเตรียมงานในปีหน้า จะสั้นและกระชั้นขึ้น กว่าทุกปีที่ผ่านมา หากไม่มีสถานการณ์ใดๆเข้ามากระทบ เรายังคงเชื่อมั่นว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะมีความพร้อมในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแข่งขันด้านกิจกรรมส่งเสริมการขาย การตลาดในรูปแบบต่างๆที่เร้าใจกว่าทุกปี คาดว่าปี 2020 จะเป็นการเปิดบันทึกหน้าใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในการดึงกำลังซื้อกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน” นายพัฒนเดช กล่าว

ฮุนได มอบแคมเปญส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดโครงการเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรถยนต์ของลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ภายใต้แคมเปญ “ฮุนไดห่วงใย สู้ภัยน้ำท่วม” โดยมอบส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับค่าอะไหล่ฮุนได และส่วนลดพิเศษ 200 บาทสำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เชลล์ และ โททาล ให้กับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์  ทั้งนี้เพื่อซ่อมแซมรถยนต์ของลูกค้าให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติให้รวดเร็วที่สุด โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2563

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ที่ ฮุนไดคอลเซ็นเตอร์ 02-305 8494 หรือ www.hyundai.co.th

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ ครบครันความคุ้มค่าในทุกด้าน…เพื่อชีวิตที่เหนือระดับ

0

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู “โตโยต้า อินโนวา ใหม่” ที่ปรับดีไซน์ภายนอกให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและฟังก์ชั่นความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในทุกด้านเพื่อชีวิตที่เหนือระดับ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ โตโยต้า อินโนวา (Toyota INNOVA) รถยนต์อเนกประสงค์ประเภท MPV ในประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ภายใต้โครงการ IMV : Innovative International Multi-purpose Vehicle และตามมาด้วยการแนะนำยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู (Premium Crossover MPV) โตโยต้า อินโนวา คริสต้า (Toyota INNOVA CRYSTA) ในปี พ.ศ. 2559 เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD Efficient Boost และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-i ด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก สมรรถนะในการขับขี่อันยอดเยี่ยม คุ้มค่า เพียบพร้อมด้วยอรรถประโยชน์ใช้สอย จนสามารถครองใจลูกค้าชาวไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 1

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า “ในปีนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำ โตโยต้า อินโนวา รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกรอบคัน ให้มีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น ภายใน ห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างมีระดับ กว้างขวางสะดวกสบาย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และฟังก์ชันความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Panoramic View Monitor) และสัญญาณกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ประกอบกับสมรรถนะในการขับขี่ที่คล่องตัว ให้ความคุ้มค่าในทุกด้านเพื่อชีวิตที่เหนือระดับ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น คือ 2.8 Crysta Premium, 2.8 Crysta และ 2.0 Entry”

โตโยต้า อินโนวา 2

ดีไซน์ภายนอก…ใหม่
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยโครเมียม สำหรับรุ่น 2.8*…ดูพรีเมียม และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่วัสดุสีเงิน สำหรับรุ่น 2.0 Entry…ดูโดดเด่น
-กันชนหน้าดีไซน์ใหม่…สปอร์ต ทันสมัย

โตโยต้า อินโนวา 3
-ชุดตกแต่งรอบคัน…โฉบเฉี่ยวในทุกมิติ (เฉพาะรุ่น 2.8*)
-สปอยเลอร์หลัง…ให้ความรู้สึกสปอร์ตเท่
-ไฟท้าย…โดดเด่นเจิดจ้า มองเห็นเด่นชัดในระยะไกล (เฉพาะรุ่น 2.8*)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 4
-ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium…สะท้อนความสง่างาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว…สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่น
-คิ้วประตูท้ายสีดำเงา สำหรับรุ่น 2.8*…สปอร์ต เท่เป็นเอกลักษณ์ และคิ้วประตูท้ายสีเดียวกับตัวรถ สำหรับรุ่น 2.0 Entry…เติมเต็มความทันสมัย
-ไฟหน้าแบบ LED Projector และไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED… สว่างไสว เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ แม้ขณะฝนตกหรือหมอกลงจัด (เฉพาะรุ่น 2.8*)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 5

ดีไซน์ภายใน
-ใหม่…มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID…ดีไซน์ล้ำ คมชัดทุกรายละเอียด (เฉพาะรุ่น 2.8*)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 6
-ใหม่…หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay…สะดวกสบาย ให้ความสนุกในทุกการเดินทาง (เฉพาะรุ่น 2.8*)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 7
-เบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้…ความมีสไตล์ที่เหนือกว่า (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 8
-ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry และระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start…ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส (เฉพาะรุ่น 2.8*)

สมรรถนะการขับขี่
-เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD-Efficient Boost… อัตราเร่งเต็มพิกัด ทุกการขับเคลื่อน ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 10
-เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-I… สรรถนะโดดเด่น ราบรื่นทุกการขับขี่

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 10
-เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift… ระบบส่งกำลังสุดล้ำ ตอบสนองทันใจ (พร้อมยกเลิกเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในรุ่น 2.0 Entry)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 12

ความสะดวกสบายและฟังก์ชันความปลอดภัย
-ใหม่…สัญญาณกะระยะด้านหน้า 2 จุด และด้านหลัง 4 จุด…ปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์กะระยะ มั่นใจทุกครั้งเมื่อขับขี่ (เฉพาะรุ่น 2.8*)-ใหม่…กล้องมองภาพรอบทิศทาง Panoramic View Monitor…เทคโนโลยีกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ช่วยตรวจจับคนหรือของใกล้ตัว เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจไปอีกขั้นในทุกเส้นทาง (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 13
-เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง…เข้าถึงสัมผัสล้ำที่พร้อมตอบทุกความสะดวกสบาย (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)
-เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat…อีกขั้นแห่งความมีระดับ เพิ่มความสะดวกสบายขั้นสูงสุด (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 14
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control…รักษาความเร็วให้คงที่โดยไม่ต้อง เหยียบคันเร่ง (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)
-ระบบ T-Connect…สัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนแห่งอนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium)

-กล้องมองหลัง Back Camera…พร้อมฟังก์ชันการมองเห็นปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ ช่วยให้ถอยจอดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น (เฉพาะรุ่น 2.8*)
-ระบบช่วยปิดประตูท้าย Door Easy Closer…ตอบรับความสะดวกสบายทุกครั้งที่ใช้งาน(เฉพาะรุ่น 2.8*)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 15
-ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด…มั่นใจอีกขั้นกับการปกป้องที่เหนือชั้น
-ระบบเบรก Anti-lock Brake System…ป้องกันล้อล็อก และการลื่นไถลจากการเบรกกะทันหัน

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 16
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control…ป้องกันรถไหล ขณะออกตัวบนทางลาดชัน
-ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC…ควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคงบนทางโค้ง หรือถนนที่เปียกลื่น และป้องกันอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถลื่นไถลเสียการทรงตัว

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 17
*รุ่น 2.8 หมายถึงรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta
หมายเหตุ : อุปกรณ์อำนวยความสะดวกขึ้นอยู่กับรุ่นรถแต่ละรุ่น

สัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience
แนะนำบริการเพิ่มเติมสุดพิเศษเพื่อเปิดประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience สำหรับลูกค้า โตโยต้า อินโนวา รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการซื้อรถจากรูปแบบเดิมให้เป็นเจ้าของรถง่ายยิ่งขึ้นด้วย

โปรแกรม KINTO บริการออนไลน์สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่ สามารถเป็นเจ้าของรถใหม่โดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ สะดวกสบายด้วยบริการบำรุงรักษาดูแลรถยนต์จากศูนย์บริการโตโยต้าตลอดอายุการใช้งาน รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนรถรุ่นใหม่ได้ตามต้องการเมื่อครบอายุสัญญา

พร้อมเลือกเป็นเจ้าของ โตโยต้า อินโนวา รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ 3 รุ่น และ 3 สี
(White Pearl Crystal** / Silver Metallic / Attitude Black)

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 18

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 19

โตโยต้า อินโนวา ใหม่ 20

2.8 Crysta Premium เกียร์อัตโนมัติ (เครื่องยนต์ดีเซล) ราคา 1,429,000 บาท***
2.8 Crysta เกียร์อัตโนมัติ (เครื่องยนต์ดีเซล) ราคา 1,279,000 บาท***
2.0 Entry เกียร์อัตโนมัติ (เครื่องยนต์เบนซิน) ราคา 1,199,000 บาท

**สี White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta) ราคาจะเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน
***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด (รุ่น 2.8 Crysta Premium มูลค่า 39,500 และ 2.8 Crysta มูลค่า 30,500 บาท)

พบกับ โตโยต้า อินโนวา รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3)

“ฮอนด้า” ร่วมยินดีกับตัวจริงแห่งจักรวาล “อแมนด้า-ชาลิสา” MUT 2020 มอบ ซีวิค รุ่น TURBO RS สีแดงอิกไนต์

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ร่วมแสดงความยินดีกับ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” สาวงามหมายเลข 97 ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองว่า เธอคือ “ตัวจริงแห่งจักรวาล” โดยการคว้ามงกุฎเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ไปครองได้สำเร็จ

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า สาขาถนนศรีอยุธยา พิทักษ์ พฤทธิสาริกร (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ มูลค่า 1,219,000 บาท ให้แก่ อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม (ขวา) มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 โดย ฮอนด้า ซีวิค เป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว ที่สามารถสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ อย่างน้องอแมนด้าได้อย่างชัดเจน อีกทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้อย่างลงตัว

ทางฮอนด้า ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับน้องอแมนด้า ในการเป็นตัวแทนสาวไทย มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมายคว้ามงสามเวทีมิสยูนิเวิร์สระดับโลกให้กับประเทศไทยได้สำเร็จ

ส่องข้อมูล นิสสัน นาวาร่า ใหม่ พร้อมชมรุ่นพิเศษ Pro 4X ก่อนเปิดราคาจำหน่าย 9 พ.ย.นี้

0

นิสสัน เปิดตัว นิสสัน นาวาร่า ใหม่ จัดเต็มทั้งความปลอดภัย และสะดวกสบาย เพื่อให้ทุกการขับขี่เพลิดเพลินกว่าเดิม แต่ยังคงจุดเด่นซึ่งเป็นที่ยอมรับมาโดยตลอดด้านความแข็งแกร่ง ทนทาน ไว้ใจได้ และตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบ ทั้งยังเผยโฉมรุ่นพิเศษ Pro 4X ก่อนเปิดราคาจำหน่าย 9 พ.ย.นี้

นิสสัน นาวารา ใหม่ เป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Nissan NEXT ด้วยความมุ่งมั่นของนิสสันที่ต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของนิสสันในไทย โดยใช้เพื่อการจำหน่ายในประเทศ รวมถึงส่งออกไปยังตลาดอาเซียน และออสเตรเลีย นอกจากนี้ลูกค้าในประเทศไทยจะเป็นคนกลุ่มแรกของโลกที่ได้ครอบครอง และตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยที่มีต่อนิสสัน

ด้านรูปลักษณ์มากับดีไซน์สปอร์ตในทุกมิติ ภายในปรับแต่งเสริมความสะดวกสบายและให้ความเงียบขณะเดินทาง รวมไปถึงปรับจูนระบบช่วงล่าง เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะอย่างครบครัน

นิสสัน นาวารา ใหม่ 3

ยกระดับความแกร่งให้ชัดยิ่งขึ้น ด้วยเกรดพิเศษ PRO-4X ของนิสสัน นาวารา โดยรุ่น PRO-4X จะมีดีไซน์ที่โดดเด่นเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบในการผจญภัยเพื่อหลีกหนีจากวิถีชีวิตประจำวันแบบเดิม ๆ นิสสัน นาวารา PRO-4X จะมีจำหน่ายในไลน์อัพของรถกระบะนิสสัน ทั่วโลก

นิสสัน นาวารา ใหม่ 2

นิสสัน นาวารา ใหม่ ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “Unbreakable” ของนิสสัน โดยนำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น ดุดัน สมกับความเป็นนิสสัน นาวารา ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความทนทาน และอรรถประโยชน์ มายาวนาน

กระจังหน้าได้รับการปรับปรุงให้มีความโดดเด่นจดจำได้ง่าย ด้วยดีไซน์กระจังหน้าแบบ “Interlock” ที่เป็นเอกลักษณ์การออกแบบรถกระบะของนิสสัน โดยถูกนำมาใช้ใน นิสสัน ไททัน เป็นครั้งแรก ทั้งยังให้ความรู้สึกของพละกำลังด้วยด้านหน้าที่ดูหนาผสานกับโครงตะแกรงที่เชื่อมต่อกัน สื่อความรู้สึกเหมือนกำลังที่พุ่งทยานไปข้างหน้าพร้อมๆกับเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง โดยทั้งหมดเสริมความดุดันและความแข็งแกร่งของ นิสสัน นาวารา ตอกย้ำศักยภาพของรถยนต์นิสสันที่สามารถ “ลุยได้ทุกที่” หรือ “Go Anywhere”

นิสสัน นาวารา ใหม่ 1

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยชื่อรุ่น นาวารา บนกระจังหน้าและท้ายของรถกระบะ และชื่อของรุ่น “นาวารา” ยังได้รับการปรับเพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่แกร่งยิ่งขึ้น สื่อถึงความดุดันของรถกระบะพลัง โดยมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Projectors Quad-eyed รูปตัว C เพิ่มความสว่างและความมีสไตล์ สอดรับกับไฟหน้าแอลอีดีใหม่ แบบโปรเจคเตอร์สี่ดวง โดดเด่นด้วยรูปทรงสลับซับซ้อน ให้ความกระฉับกระเฉง

นิสสัน นาวารา ใหม่ 5

ขณะที่ด้านหลังเสริมด้วยไฟท้ายแอลอีดี แบบชิ้นเดียว พร้อมเพิ่มรายละเอียดด้วยกรอบโครเมียม เพิ่มความสว่างและความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น สำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืน พื้นที่กระบะตอนท้ายได้เพิ่มสเต็ปด้านท้ายรถ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นลง รวมถึงบันไดด้านข้างที่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ในการลดเสียงลม

นิสสัน นาวารา ใหม่ 5

ภายในห้องโดยสารให้ความเงียบด้วยกระจกแบบ Noise-reducing acoustic glass ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอก แผงหน้าจอกลางแสดงข้อมูล และความบันเทิงระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และหน้าจอสีแสดงผลสามมิติแบบ TFT ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว ขณะที่ที่นั่งด้านหลังเพิ่มความสบายด้วยดีไซน์ใหม่นุ่มสบายที่เข้ากับสรีระของผู้โดยสาร มีที่พักแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง

นิสสัน นาวารา ใหม่ 17

นิสสัน นาวารา ใหม่ 8

และสำหรับรุ่น PRO-4X ออกแบบให้สะท้อนความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย กับกระจังหน้าโทนดำใหม่ดุดัน มือจับประตู และแร็คหลังคา เสริมความเท่และมีสไตล์ ใช้ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางแบบ All Terrain ในส่วนของดีไซน์ยังโดดเด่นด้วยแอคเซนท์สีส้ม-แดง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากของสีแมกมาจากภูเขาไฟ ตัดกับกระจังหน้าและล้อสีดำเข้ม เสริมความโดดเด่นด้วยโลโก้นิสสัน สีส้ม-แดง กับพื้นหลังสีดำ และยังมีตกแต่งด้วยโทนสีส้ม – แดง ภายในห้องโดยสาร

นิสสัน นาวารา ใหม่ 9

เทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี เริ่มจากเสริมความปลอดภัยแบบ 360 องศา รอบคัน เพื่อ ปกป้องผู้โดยสารจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นิสสัน นาวารา ใหม่ 10

ทั้งยังมีเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) ที่จะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า

เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ที่จะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็ว และหยุดรถ เพื่อลดความรุนแรง หรือ ลดความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

ระบบเตือนคนขับอัจฉริยะ (Intelligent Driver Alertness) ซึ่งจะแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่หยุดพัก เมื่อตรวจพบ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ หรือการหักเลี้ยว ที่จะทำงานร่วมกับ ระบบเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง (Lane Departure Warning) ที่จะเตือนผู้ขับขี่หากรถเคลื่อนออกนอกเลนโดยไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวกำกับ

นิสสัน นาวารา ใหม่ 15

เทคโนโลยีควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention) จะนำรถยนต์กลับไปที่กึ่งกลางของเลนหากยังมีการเคลื่อนที่ต่อไป

เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับรถคันอื่นที่อยู่ในจุดอับสายตา

เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ที่ทำงานควบคู่กับ เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ซึ่งจะใช้กล้อง 4 ตัวเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพวัตถุโดยรอบ หรือที่กำลังเข้ามาใกล้ ช่วยให้การหลบหลีกง่ายขึ้น

ระบบ Off-Road Meter ที่ช่วยให้เห็นอุปสรรครอบคันขณะขับขี่ในโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4LO ช่วยให้ผู้ที่ชื่นชอบการขับรถในเส้นทางยากลำบากลุยไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจนิสสัน นาวารา ใหม่ 14เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ที่จะช่วยลดความกังวลที่มาพร้อมกับมุมมองที่ถูกจำกัดเมื่อตอนถอยรถ โดยระบบจะตรวจสอบด้านหลังของรถและเตือนผู้ขับขี่หากมีวัตถุเข้าใกล้จากด้านใดด้านหนึ่ง

นิสสัน นาวารา ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนท์ของ NissanConnect ที่ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถได้อย่างราบรื่น เพื่อเปิดใช้งานความบันเทิงต่าง ๆ เช่น ฟังเพลงผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) และพร้อมระบบนำทาง (Navigation system) นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงพอร์ต USB Type C ตรงคอนโซลกลาง

นิสสัน นาวารา ใหม่ 11

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อีกมากมาย เช่น ที่ปัดน้ำฝนแบบตรวจจับปริมาณน้ำฝน ที่ปรับความเร็วในการปัดทำความสะอาด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยและไม่ต้องกังวลกับทัศนวิสัยที่ลดลง รวมถึงตัวล็อกประตูแบบตรวจจับความเร็ว ที่จะทำงานทันทีที่รถยนต์วิ่งที่ความเร็วเกิน 25 กม. / ชม. และยังมีกระจกด้านข้างที่พับอัตโนมัติทันทีที่ล็อครถ เพื่อเตือนผู้ขับขี่ว่ารถล็อกแล้วหรือไม่

ขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ รหัสYS23DDTT ขนาดความจุ 2.298 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และ ธรรมดา 5 จังหวะ

นิสสัน นาวารา ใหม่ 12

ปรับแต่งระบบกันสะเทือนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวมากขึ้นสำหรับทุกการใช้งานด้วยโครงสร้างท้ายรถที่ถูกเสริมความแข็งแรง ตลอดจนพื้นที่การบรรทุกที่มากขึ้น ทำให้ นาวารา ใหม่ เป็นรถยนต์ที่เหมาะกับการลุยงานและเผชิญกับความท้าทาย ใหม่ ๆ

เมื่ออยู่ในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ จะมีระบบป้องกันการลื่นไถล (Active Brake Limited Slip Differential System) โดยส่งกำลังและการเบรกล้อระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง รวมถึงระหว่างล้อซ้ายขวา โดยขึ้นอยู่กับการเกาะถนนและความเร็วของรถขณะนั้น

นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (Trailer Sway Assist) ช่วยให้รถยนต์คงการทรงตัวขณะลากจูงหรือพ่วงวัตถุต่าง ๆ

นิสสัน นาวารา ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี พร้อม 2 สีใหม่ ได้แก่ สี ฟอร์จ คอปเปอร์ (Forged Copper) ในรุ่น Double Cap VL และ สี สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) สำหรับรุ่น PRO4X โดยเฉพาะ และได้รับการตกแต่งภายในด้วยวัสดุผ้าหรือหนังสีเทาอ่อน เทาและดำ มีจำหน่ายในทุกตลาด* (ตัวเลือกจะแตกต่างกันไปตามตลาด)

นิสสัน นาวารา ใหม่ 13

สำหรับราคาจำหน่าย และ รายละเอียดเพิ่มเติมของ นิสสัน นาวาร่า ใหม่ จะอัพเดทอีกครั้งหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 9 พ.ย. นี้

(มีคลิปวีดีโอ) เผยโฉม Ford Ranger 2021 และ Ford Everest 2021 เสริมลุคส์ดุ เพิ่มความแกร่ง

0

Ford Ranger 2021 และ Ford Everest 2021 โดดเด่นด้วยการปรับรูปโฉมใหม่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ดุดัน พร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นซึ่งรับประกันนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. ด้านระบบป้องกันความปลอดภัยและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเต็มคัน รวมถึงสีภายนอกใหม่สุดเร้าใจ ในราคาเริ่มต้น 669,000 บาท สำหรับ Ford Ranger XL Street ส่วนรุ่นท๊อพ Wildtrak 4×4 10AT ราคา 1,265,000 บาท และ Ford Everest เริ่มต้นที่ราคา 1,299,000 บาท ในรุ่น Trend ไปตนถึงรุ่นท๊อพ Titanium+ ราคา 1,799,000 บาท ติดตามรีวิวได้เลยครับ

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดพร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ของไทยอีกครั้งด้วยการแนะนำฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ในฐานะรถยนต์ที่สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่แตกต่างและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าฟอร์ด”

Ford Ranger 2021 1
“เรามั่นใจว่าความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าฟอร์ด จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่โดนใจให้กับลูกค้า เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้านยอดขาย และตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับแบรนด์ฟอร์ดตลอดมาได้อย่างดีที่สุด” นายวิชิต กล่าวเสริม

Ford Ranger 2021 มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต ดุดัน พร้อมหลากหลายอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์และครอบคลุมการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งรวมถึง

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำ สื่อถึงพลังและสมรรถนะในรุ่น XL, XL Street, XL+, XLT และไวลด์แทรค

Ford Ranger 2021 2

ล้ออัลลอยสีดำและกระจกข้างสีดำในรุ่น XL+ Sport, XL Street, XLT และไวลด์แทรค

Ford Ranger 2021 3

มือจับประตูสีดำในรุ่น XL+ Sport, XLT และไวลด์แทรค

Ford Ranger 2021 4

อุปกรณ์เสริมใหม่ แผ่นเปิด-ปิดฝากระบะท้ายด้วยระบบไฟฟ้า (Power roller shutter) เป็นครั้งแรกสำหรับ Ford Ranger Wildtrak เฉพาะรุ่น

Ford Ranger 2021 5

ฟอร์ดยังได้เปิดตัว Ford Ranger XL Street ใหม่ กระบะตอนครึ่งตัวเตี้ยแต่งพิเศษ เป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคันสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการออกแบบที่โดดเด่น มีสไตล์ ผลงานของทีมดีไซเนอร์ของฟอร์ดจากออสเตรเลีย

Ford Ranger 2021 6

Ford Ranger 2021 7

สำหรับรถรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ ของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง (Ford Thailand Racing – FTR)

Ford Thailand Racing Pic Open

Ford Ranger XL Street มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ผสานเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และตัวเลือกสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน ไลท์นิ่ง บลู สีเงินอะลูมิเนียม เมทัลลิค สีขาวอาร์กติก ไวท์ และสีดำแอบโซลูท แบล็ค

สำหรับ Ford Everest 2021 ยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์นั่งแบบอเนกประสงค์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัยและความสามารถในการขับขี่ไปได้ทุกเส้นทาง ทั้งบนถนนและแบบออฟโรด เพื่อให้ผู้รักการผจญภัยสามารถพิชิตได้ทุกอุปสรรค

Ford Ranger 2021 9

Ford Everest ใหม่ เป็นการต่อยอดความสำเร็จของฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวและดุดัน กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่สำหรับรุ่นเทรนด์ มอบตัวเลือกสีภายนอกใหม่ สีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ สำหรับรุ่นเทรนด์, ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และสีน้ำเงินดีพ คริสตัล บลู สำหรับรุ่นสปอร์ต

Ford Ranger 2020 10

ในด้านขุมพลังและระบบส่งกำลังมีการพัฒนาขึ้นอีกขั้น โดยมีการเปลี่ยนทั้งฝาหน้าเครื่องและกระบอกสูบ รวมถึงปั๊มเกียร์ที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

มีให้เลือกถึง 2 รูปแบบ 3 ขนาด เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมขั้นสูงและเทคโนโลยีล้ำสมัย ส่งมอบพลังและแรงบิดที่เหนือชั้น มากับระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

 Ford Ranger 2021 12

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า พร้อมแรงบิด 420 นิวเมตร

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ให้แรงบิด 385 นิวตันเมตร

ส่วนด้านระบบส่งกำลัง มีทั้งแบบ อัตโนมัติ และ ธรรมดา 6 จังหวะ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Bi-Turboจะเป็นแบบอัตโนมัติ 10 จังหวะ สำหรับ Wildtrak จะเป็นรุ่นเดียวที่ใช้เครื่อง 2.0 ลิตร เทอร์โบ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

Ford Ranger 2021 13

ซึ่งฟอร์ดพร้อมมอบความอุ่นใจหลังการซื้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) โดยจะครอบคลุมกลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มส่งกำลัง และกลุ่มเพลาขับ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ดตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563 ลูกค้าสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับประกันนี้ได้ที่ www.ford.com/Ford-DrivelineCare

สำหรับราคาจำหน่าย Ford Ranger 2021 เริ่มต้นที่ราคา 669,000 บาท สำหรับ Ford Ranger XL Street ส่วนรุ่นท๊อพ Wildtrak 4×4 10AT ราคา 1,265,000 บาท และ Ford Everest เริ่มต้นที่ราคา 1,299,000 บาท ในรุ่น Trend ไปจนถึงรุ่นท๊อพ Titanium+ ราคา 1,799,000 บาท

รายละเอียดการปรับปรุงในแต่ละรุ่น มีดังนี้

Ford Ranger Wildtrak

-กระจังหน้าแบบใหม่ ตะแกรงสีดำตัดขอบด้วยสีส้ม Saber พร้อมโลโก้ฟอร์ดสีดำสไตล์สปอร์ต ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับรุ่นไวลด์แทรคเท่านั้น

Ford Ranger 2021 15

-ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว

-มือเปิดประตู

-กรอบกระจกมองข้าง

-ช่องลมข้างบังโคลน

-ราวหลังคา

-สปอร์ตบาร์

-กันชนหลัง

-ไฟหน้าที่ออกแบบมาให้สีเข้มขึ้น

-เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ทำด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์

Ford Ranger 2021 16

-ชุดปิดฝากระบะท้ายควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (Power roller shutter) เป็นสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เฉพาะรุ่น

-เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

-เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ (Advanced-Driving Assist Technology)

Ford Ranger XL Street

-สติ๊กเกอร์รอบคัน ออกแบบโดยทีมฟอร์ดดีไซน์ จาก ออสเตรเลีย โดยได้รับแรงบันดาลใจด้านการดีไซน์มาจากกระบะรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีม Ford Thailand Racing (FTR)

Ford Ranger 2021 17

-ชุดแต่งสีดำ ประกอบไปด้วย กระจังหน้าตะแกรงสีดำใหม่ตัดขอบด้วยสีแดงสไตล์สปอร์ตของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และล้ออัลลอย 16 นิ้วสีดำ

-มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่มีประสิทธิภาพ และใช้งานสะดวกด้วยหน้าจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto มีระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ช่องต่อ USB 2 จุด และระบบเครื่องเสียงที่มีลำโพงถึง 6 ตำแหน่ง

Ford Ranger 2021 18

-มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงินไลท์นิ่ง บลู, สีเงินอะลูมิเนียม เมทัลลิค, สีขาวอาร์กติก ไวท์ และสีดำแอบโซลูท แบล็ค

-เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร

Ford Ranger 2021 20

-อุ่นใจตลอดการเดินทางด้วยระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance

Ford Ranger XL+ Sport

-กระจังหน้าตะแกรงสีดำดูดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น
-ล้ออัลลอยสีดำ 17 นิ้ว พร้อมกันชนหลัง

Ford Ranger 2021 21
-ล็อคประตู และปลดล็อคได้ด้วยกุญแจรีโมตอัจฉริยะ
-มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่มีประสิทธิภาพ และใช้งานสะดวกด้วยจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto มีระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ช่องต่อ USB 2 จุด และระบบเครื่องเสียงที่มีลำโพงถึง 6 ตำแหน่ง

Ford Ranger 2021 22
-เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร
-ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance

Ford Ranger XLT 2.2 ลิตร
-กระจังหน้าตะแกรงสีดำตัดขอบด้วยโครเมี่ยม
-กระจกมองข้าง มือจับประตู และกันชนหลังสีดำเงา

Ford Ranger 2021 23
-เบาะหนัง โดยด้านคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง

Ford Ranger 2021 24
-เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร
-ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
-ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
-ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM

อุปกรณ์ชุดแต่งแท้จากฟอร์ด

สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถสามารถนำไปตกแต่งให้รถมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวดุดันตามสไตล์
-ชุดกระจังหน้า F.O.R.D

Ford Ranger 2021 25
-ชุดคิ้วโป่งล้อพร้อมหมุดโลโก้ฟอร์ดขนาด 6 นิ้ว

Ford Ranger 2021 26
-ชุดกันสาดประตูหน้า-หลัง

Ford Ranger 2021 27
-กล้องบันทึกวีดีโอหน้า

Ford Ranger 2021 27
-อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์แบบไร้สาย

-ชุดผ้ายางปูพื้นห้องโดยสารพร้อมโลโก้ Ford Performance

Ford Ranger 2021 28
-ชุดลากจูง

Ford Ranger 2021 29

Ford Everest Titanium
-กระจังหน้าใหม่
-ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า

Ford Ranger 2021 30
-เพิ่มความหรูหราด้วย มือจับประตูภายนอก และกระจกมองข้างสีโครเมียม บันไดข้างสีดำ พร้อมชุดตกแต่งสีเงิน

Ford Ranger 2021 31
-เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

Ford Ranger 2021 31

Ford Everest Titanium+
-กระจังหน้าใหม่
-ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า ด้วยวัสดุโครเมียม

Ford Ranger 2021 33
-มือจับประตูภายนอก และกระจกมองข้างสีโครเมียม บันไดข้างสีดำ พร้อมชุดตกแต่งสีเงิน
-หลังคา panoramic moonroof และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน

Ford Ranger 2021 34
-เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

Ford Ranger 2021 35
-เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ (Advanced-Driving Assist Technology)
-ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control
-ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Active Park Assist
-ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน AEB with Pedestrian Detection Autonomous Emergency Braking with Pedestrian Detection

-ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning System
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System
-ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High Beam Control
-ระบบตรวจจับลมยาง Tire Pressure Monitoring System

 

อุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น
-กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Keyless Entry)
-ปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ (Push Start)

Ford Ranger 2021 37
-ระบบสั่งงานด้วยเสียงรุ่นใหม่ล่าสุด ซิงค์ 3 (SYNC 3) ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง เป็นภาษาไทย รองรับ Apple Car Play และ Android Auto
-Airbags 7 ตำแหน่ง สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง พร้อมกล้องมองหลัง
-ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
-ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน
-ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM

Ford Everest มาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับรุ่นเทรนด์, ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และสีน้ำเงินดีพ คริสตัล บลู สำหรับรุ่นสปอร์ต

 

พบกับ Ford Ranger 2021 และ Ford Everest 2021 ได้ทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

มาสด้า 2 ผงาดคว้าแชมป์เรซแรก ศึกประลองความเร็ว Thailand Super Series 2020

0

มาสด้า ส่งมาสด้า2 สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ร่วมประเดิมความแรงในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชื่อดังของเมืองไทย “Thailand Super Series 2020” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นำโดย นักแข่งรุ่นเก๋า มานะ พรศิริเชิด ประกบคู่ ไมเคิล ฟรีแมน หมายเลข 55 พร้อมดึงนักแข่งสาวดาวรุ่งเจนใหม่ อนรรฆวี ตั้งเนียรนาทชัย ประกบหนุ่มน้อยนักแข่งยอดฝีมือ จารุตม์ จรวิเศษ หมายเลข 43 ลงแข่งภายใต้ทีม Mazda Innovation Motorsport ในรุ่น Thailand Super Compact โดยหมายเลข 43 มาแรงคว้าแชมป์เรซแรกมาครองได้สำเร็จ พร้อมยืนโพเดียมอันดับ 4 และ 5 ในเรซที่สอง ตอกย้ำความสำเร็จการเป็นแบรนด์ที่มีดีเอ็นเอสปอร์ต เตรียมประกาศศักดาใน 2 เรซสุดท้าย ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563 พุ่งเป้ายืนโพเดียมอันดับหนึ่งของการแข่งขันในปีนี้

มาสด้า 2 1

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเป็นแบรนด์ที่เติบโตมาพร้อม “จิตวิญญาณความเป็นสปอร์ต” อันมีต้นกำเนิดมาจากเครื่องยนต์โรตารี ที่ได้ประเดิมความแรงและความทนทานจนได้รับชัยชนะในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่หฤโหดที่สุด รายการ เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ในปี 1991 ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงตอกย้ำความเป็นสปอร์ต ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต เพื่อถ่ายทอด ดีเอ็นเออันทรงคุณค่านี้ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในความเร็ว พร้อมเปิดโอกาสให้นักแข่งรุ่นใหม่ได้ก้าวสู่ความสำเร็จในฐานะนักแข่งอาชีพ และเพื่อให้กลิ่นอายความสปอร์ตของมาสด้าได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป ซึ่งมาสด้าได้ให้การสนับสนุนการแข่งขันรายการ Thailand Super Series มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แล้ว

มาสด้า 2 2
ครั้งนี้ มาสด้ายังคงส่งน้องเล็กมาสด้า2 เครื่องยนต์คลีนดีเซล ขนาด 1,500 ซีซี รุ่น 5 ประตู และ 4 ประตู เข้าร่วมแข่งขันในรุ่น Thailand Super Compact เช่นเคย พร้อมดึงนักซิ่งสาวดาวรุ่งน้องใหม่ อนรรฆวี ตั้งเนียรนาทชัย หรือ “ซันนี่” อดีตแชมป์การแข่งขันรถคาร์ท Kart Championship of Thailand 2018 คว้าถ้วยพระราชทานรัชกาลที่ 10 และแชมป์การแข่งขันรถคาร์ท Rotax Max Challenge Thailand (Senior Class) 2018 รวมถึงรางวัลจากการแข่งขันอีกมากมาย และผ่านการลงแข่งสนามทั้งในระดับประเทศและนานาชาติตั้งแต่ปี 2016 มาประกบคู่ จารุตม์ จรวิเศษ หนุ่มน้อยนักแข่งมากพรสวรรค์ซุปเปอร์สตาร์ทีมมาสด้า เจ้าของแชมป์กว่า 135 รางวัล ในหมายเลข 43 และดึงนักแข่งรุ่นเก๋ามากประสบการณ์ มานะ พรศิริเชิด ประกบคู่ ไมเคิล ฟรีแมน นักแข่งมืออาชีพผู้อำนวยการทีม Mazda Innovation Motorsport ในหมายเลข 55 ที่จะมาประเดิมความแรงและสร้างความตื่นตาตื่นใจในการแข่งขันปี 2020

มาสด้า 2 3
มร.ไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีม Mazda Innovation Motorsport กล่าวว่า การแข่งขัน Thailand Super Series นับเป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ซึ่งปีนี้ การแข่งขันได้ถูกจัดขึ้นที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้ จากเดิมที่ต้องแข่งขันทั้งหมด 8 เรซ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อันเกิดจากการระบาดของโควิด-19 จึงทำให้การแข่งขันต้องลดลงเหลือเพียงแค่ 4 เรซ เท่านั้น รวมถึงมีกฎเพิ่มเติมคือ รถหนึ่งคันจะต้องสลับขับโดยนักแข่งสองคน ซึ่งทางทีมได้ทั้งวางแผน ฝึกซ้อม และพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะแรงและทนทานยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสำหรับกติกาการแข่งขันที่ต้องขับต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม นอกจากนี้ ทางทีมได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย รวมถึงสปอนเซอร์ต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและพัฒนารถให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้นพร้อมสำหรับการแข่งขัน

มาสด้า 2 3
ผลการแข่งขันเรซที่ 1 และ 2 ระหว่างวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. 63 และวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. 63 ที่ผ่านมานั้น ในเรซที่ 1 หมายเลข 43 ขับโดยหนุ่มน้อยดาวรุ่งนักแข่งเจเนอเรชั่นใหม่ จารุตม์ จรวิเศษ ออกตัวนำโด่งอย่างเห็นได้ชัด และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 อย่างไม่ต้องลุ้น ทำให้คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ส่วนหมายเลข 55 ขับโดยมานะ พรศิริเชิด และไมเคิล ฟรีแมน ในช่วงแรกขับตามมาติดๆ แต่รถเกิดปัญหาจึงไม่จบการแข่งขัน ส่วนเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ ทั้งสองคันสามารถควบเข้าเส้นชัย และคว้าโพเดียมมาครองได้ โดยหมายเลข 43 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 และหมายเลข 55 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 5 ตามลำดับ

มาสด้า 2 6
สำหรับการแข่งขัน Thailand Super Series 2020 เรซ 3 และ 4 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต และแฟนๆ ของทีม Mazda Innovation Motorsport สามารถเดินทางมาให้กำลังใจและเข้าชมได้ที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์