Home Blog Page 420

“ฮอนด้า” ผงาดแชมป์ซูเปอร์สปอร์ต 600 โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามสุดท้าย “ปิยวัฒน์” ฉายแววซิวท็อปไฟว์

0

“ทัพนักบิดฮอนด้า” สร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามสุดท้าย โดย “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ดาวรุ่งจากเอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ประเดิมซิวท็อปไฟว์ ขณะ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ บู๊ระห่ำขึ้นนำ ด้าน “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง จาก ไทย ฮอนด้า เรซซิ่ง คลับ ผงาดคว้าชัยชนะส่งท้ายปี เมื่อวันอาทิตย์ ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการโออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามสุดท้าย ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ที่มีดาวบิดระดับเอเชียลงดวลอย่างคับคั่ง ชิงชัยกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม

โดยยอดดาวรุ่งอย่าง “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ เจ้าของหมายเลข 188 จาก เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ได้เริ่มเกมในแถวหน้าจากกริดที่ 3 ส่วนทีมเมทอย่าง “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ เจ้าของหมายเลข 123 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5

ออกสตาร์ทเรซ ด้วยการทะยานขึ้นนำของ ภาสวิชญ์ ที่พุ่งขึ้นมาจากกริดที่ 5 ทว่าหลังผ่านโค้ง 3 กลับกลายเป็น ปิยวัฒน์ ที่ไต่ขึ้นมารั้งหัวแถวได้ในรอบแรกของการแข่งขัน โดยมี “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง จาก ไทย ฮอนด้า เรซซิ่ง คลับ ที่ตามอยู่ในอันดับ 2

หลังผ่าน 5 รอบแรกของการแข่งขัน สิทธิศักดิ์ รองจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ สามารถขยับขึ้นมาเป็นหัวแถวได้สำเร็จ ทว่าเกมยังคงพลิกผันตลอดเวลา เพราะมีนักบิดถึง 6 คนที่มีโอกาสคว้าชัยชนะในเรซนี้ จากนั้นในรอบถัดมา ภาสวิชญ์ แซงขึ้นมาเป็นผู้นำ ทว่ากลับพลาดล้มไปอย่างน่าเสียดาย

จบการแข่งขัน 12 รอบสนาม แชมป์เรซนี้ตกเป็นของ สิทธิศักดิ์ ที่ควบรถแข่ง Honda CBR600RR เข้าป้ายเป็นคันแรก คว้าแชมป์เรซส่งท้ายฤดูกาล 2020 ไปครอง ส่วน ปิยวัฒน์ ตามเข้าป้ายในอันดับ 5 ประเดิมสนามในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ได้ยอดเยี่ยม ตามหลังแชมป์ 18.880 วินาที

ทั้งนี้ เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่แม้จะส่งทีมลงแข่งขันใน 2 สนามสุดท้าย แต่สามารถยกระดับเกมดวลความเร็วและสร้างความแตกต่างให้กับเรซได้อย่างมาก จากการขึ้นมาขับเคี่ยวในกลุ่มนำ และแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการสร้างทีมในระดับสากลได้อย่างชัดเจน

 

“รัฐพงษ์” คว้าโพเดี้ยมส่งท้ายปี “คณาทัต” ผงาดแชมป์ประจำปี ซูเปอร์สปอร์ต โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์

0

“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 นักบิดหน้าหยกจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม โชว์ฟอร์มเก่งสมราคาแชมป์เอเชีย ควบรถแข่ง Yamaha YZF-R6 คว้าอันดับ 3 ฉลองโพเดี้ยมในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สนามสุดท้าย ขณะ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น #90 จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่ง ฝ่าวิกฤติจบเรซอันดับ 7 พร้อมผงาดคว้าแชมป์ประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ หลังจบเรซสุดมันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามสุดท้าย ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร

โดยในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ที่มีดาวบิดระดับเอเชียลงดวลอย่างคับคั่ง ชิงชัยกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม กริดสตาร์ทเรซนี้มี “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล #146 จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 แชมป์เอเชียสังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ขณะที่จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่าง คณาทัต ใจมั่น #90 จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่ง ต้องเริ่มเกมจากกริดที่ 4

หลังผ่าน 5 รอบแรกของการแข่งขัน เกมยังคงพลิกผันตลอดเวลา เพราะมีนักบิดถึง 6 คนที่มีโอกาสคว้าชัยชนะในเรซนี้ โดยเกมมาเข้มข้นอีกครั้งในช่วง 3 รอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า วรพงศ์ บิดเข้าป้ายในอันดับ 2 ตามหลังแชมป์เพียง 0.627 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ รัฐพงษ์ ตามหลังแชมป์ 3.763 วินาที

ขณะที่ดาวรุ่งของยามาฮ่าอย่าง กฤตภัทร เขื่อนคำ #33 วัย 15 ปี จาก ยามาฮ่า ทีเอส เรซซิ่งทีม สร้างผลงานอย่างโดดเด่น ทะยานขึ้นมาเป็นผู้นำได้ในช่วง 3 รอบแรก ก่อนจะบิดเข้าป้ายในอันดับ 4 ตามหลังแชมป์เพียง 10.515 วินาที พลาดโพเดี้ยมอย่างเฉียดฉิว ส่วนทีมเมทอย่าง นิติพงษ์ แสงสว่าง #32 วัย 18 ปี จบเรซในอันดับ 6 ตามหลังแชมป์ 37.692 วินาที

ด้าน คณาทัต จ่าฝูงที่ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 แต่เจอปัญหาในช่วงแรก ทำให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 11 ทว่ายังสามารถฮึดขึ้นมาเข้าป้ายในอันดับ 7 แต่ยังคงเพียงพอให้นักบิดหนุ่มจากขอนแก่น ผงาดคว้าแชมป์ประจำปีในคลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เอสเอส1 ในฤดูกาลนี้ไปครอง

 

อีซูซุ ร่วมกับ เอส เอฟ เปิดตัวภาพยนตร์ Digital Sound Check สะท้อนนิยามใหม่ของ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์”

0

คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ  คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “INFINITE X-LIFE” ภายใต้แนวคิด “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์”  ต้อนรับการแนะนำไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุด “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ต หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ผ่านระบบภาพและเสียงสมบูรณ์แบบของโลกภาพยนตร์ ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภาพยนตร์โฆษณานี้จะเผยแพร่ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทุกรอบ ทุกโรง ทุกสาขารวม 397 โรงทั่วประเทศ

สัมผัสความเร้าใจของภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่นี้ก่อนใครได้ที่ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทุกรอบ ทุกโรง ทุกสาขารวม 397 โรงทั่วประเทศ ตั้งแต่ 15 ตุลาคม ศกนี้” ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลงนาม MoU กับ กฟฝ. พัฒนาเทคโนโลยีด้านการแปลงพลังงานระหว่างยานยนต์ไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้า

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย   มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซ้าย) และดร. จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ขวา) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อร่วมกันพัฒนาศึกษาแนวทาง ทดสอบ และเก็บข้อมูล การแปลงพลังงานระหว่างยานยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า (V2G) ด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ พิธีลงนามฯ ดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ยังรวมถึงแผนการจัดแสดงเทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ศูนย์การเรียนรู้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานกลาง เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืน

เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือระบบสำหรับที่พักอาศัยซึ่งประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  เครื่องอัดและจ่ายประจุไฟฟ้าแบบ Vehicle-to-Home หรือ V2H ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการจ่ายและรับกระแสไฟฟ้าระหว่างยานพาหนะและที่พักอาศัย แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือระบบที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากที่พักอาศัย เพื่อนำไปใช้ในการชาร์จ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  และในทางกลับกันยังสามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากลับจากตัวรถ เพื่อนำไปใช้ในที่พักอาศัย จึงมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยลดการบริโภคพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าสำรองในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

“มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ไม่เพียงแต่สามารถขับเคลื่อนได้แต่ยังนำกระแสไฟฟ้ากลับคืนสู่ที่พักอาศัย และแม้กระทั่งโครงข่ายไฟฟ้า ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพัฒนาระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคต ที่สามารถดึงพลังงานไฟฟ้าจากรถพีเอชอีวีของมิตซูบิชิ กลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการสำรองไฟฟ้าเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยบริษัทฯ จะทำงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” มร. ชกกิ กล่าว

“เวสป้า ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี” แนะนำ “Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION”

0

“เวสป้า” แบรนด์สกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาเลี่ยน กับดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกผสมผสานการออกแบบที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เวสป้าครองใจผู้ใช้ทุกยุคทุกสมัย และในปีนี้ เวสป้า ประเทศไทย ได้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เรื่องราว และความประทับใจตลอดการเดินทาง โดยในโอกาสพิเศษนี้ เวสป้าพร้อมมอบเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ เพื่อร่วมสร้างเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกันกับ “Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION” สกู๊ตเตอร์รุ่นลิมิเต็ด โทนสีเงิน Grigio Seta เพียง 1,010 คัน ดีไซน์หนึ่งเดียวในโลกเฉพาะในประเทศไทย ที่พร้อมเป็นสองล้อคู่ใจคันใหม่ร่วมออกเดินทางไปกับคุณ

“Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION” โมเดลรุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 10 ปี เวสป้า ประเทศไทย กับดีไซน์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เวสป้ารุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตและมีระดับ ด้วยการเลือกใช้สีเงิน Grigio Seta บนตัวถังรถ ซึ่งเป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโปสเตอร์ “ที่ 1 เวสป้า” โปสเตอร์สุดคลาสสิกของประเทศไทยในอดีต และนอกจากนี้สีเงินยังถูกนิยามให้เป็น Timeless Colour เพราะเป็นสีที่ใช้กับเวสป้าตั้งแต่รุ่นวินเทจมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน พร้อมยกระดับไปอีกขั้นกับการออกแบบลวดลาย Diamond Shape บนเบาะหนังสีเทา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความคลาสสิกที่ถ่ายทอดมายังสกู๊ตเตอร์รุ่นลิมิเต็ดคันนี้ และยังเป็นครั้งแรกที่เวสป้าเลือกใช้สีบรอนซ์ (Bronze) นำไปตกแต่งตามส่วนต่างๆ ของตัวรถ ไล่ตั้งแต่บังแตร คิ้วด้านหน้าตัวถัง กรอบไฟหน้า กรอบไฟท้าย ล้อแม็ก และที่จับผู้โดยสาร และพิเศษยิ่งขึ้น กับการรันหมายเลขประจำตัวรถบนเพลทชื่อรุ่น

สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นลิมิเต็ด Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITIONสีเงิน Grigio Seta มีวางจำหน่ายเพียง 1,010 คัน เท่านั้น มาพร้อมชุดของพรีเมี่ยม “Time Capsule Bag” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวจากอดีต บันทึกเหตุการณ์ปัจจุบันที่พร้อมส่งต่อไปยังอนาคตผ่านของพรีเมี่ยม 3 ชุด 3 เรื่องราว ประกอบด้วย

  1. NOSTALGIA SET: สัมผัสความทรงจำในอดีตที่เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน
  • กล้องมองภาพสามมิติ (3D SLIDE VIEWER)
  • สมุดภาพ (SCRAPBOOK)
  • เซตแม่เหล็ก (MAGNET SET)
  • เซตโปสการ์ด (POSTCARD SET)
  • กระดาษจดหมาย (LETTER)
  • เซตสติ๊กเกอร์ (STICKER SET)

  1. RIDING SET: บันทึกโมเมนต์พิเศษผ่านดีไซน์ที่สร้างความโดดเด่นเหนือกาลเวลา
  • หมวกกันน็อค (HELMET)
  • ถุงมือ (GLOVES)
  • กระเป๋าเก็บของหน้ารถ (FRONT BAG)
  • พวงกุญแจ (KEYRING)
  • ผ้าเช็ดหน้า (BANDANAS)

  1. NEW NORMAL SET: เรื่องใหม่ในปัจจุบันที่พร้อมจะกำหนดอนาคต
  • หน้ากากอนามัยและสเปรย์แอลกอฮอล์ (MASK & ALCOHOL)
  • ถุงผ้า (SHOPPING BAG)
  • ชุดช้อนส้อมแบบพกพา (UTENSILS)
  • กระบอกน้ำเก็บความเย็น (TUMBLER) 

Vespa SPRINT 150 i-Get ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION สีเงิน Grigio Seta ราคา 149,900 บาท ทุกการจำหน่ายจะบริจาคให้มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คันละ 1,010 บาท และสกู๊ตเตอร์เวสป้ารุ่นลิมิเตดนี้ยังมาพร้อมก้บความพิเศษด้วยการประมูลหมายเลขบนเพลทชื่อรุ่น โดยสามารถร่วมประมูลได้ที่เว็บไซต์ auction.vespa.co.th ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2563   เวลา 10.10 น. ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. ยอดเงินที่ได้จากการประมูล โดยหักจากราคาประมูลตั้งต้นจะถูกมอบให้กับมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทั้งนี้ใบเสร็จยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด (รายละเอียมูลนิธิ: https://www.sosthailand.org/)

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ LINE Official Account @vespathailand หรือ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand และ อินสตาแกรม @vespathailand

“โค้ชฟิล์ม” นำทัพดาวรุ่งนักบิด ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ตัดสินแชมป์ 2020 ที่บุรีรัมย์

0

“ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักแข่งโมโตทูคนแรกของประเทศไทย ผู้รับหน้าที่เป็นโค้ชนักบิด พร้อมด้วยเหล่าดาวรุ่งจากโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม เข้าประจำการที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมความพร้อมก่อนลงสนามในรายการ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ สนามส่งท้ายเพื่อตัดสินแชมป์ประจำปี 2020 ในสุดสัปดาห์นี้

สำหรับโปรแกรมดวลความเร็ว โดยใช้เรซแมชชีน Honda NSF250R ซึ่งเป็นรถแข่งสเป็กเดียวกับการแข่งขัน โมโตทรี ชิงแชมป์โลก เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2563 มีกำหนดการแข่งขัน ดังนี้

-วันศุกร์ที่ 16 ต.ค. 63

รอบซ้อมครั้งที่ 1 เวลา 9:00-9:25 น.

รอบซ้อมครั้งที่ 2 เวลา 10:10-10:35 น.

รอบซ้อมครั้งที่ 3 เวลา 11:20-11:45 น.

-วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 63

รอบควอลิฟาย เวลา 11:25-11:45 น.

รอบชิงชนะเลิศ เรซหนึ่ง(15 รอบ) เวลา 16:45-17:25 น.

-วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 63

รอบวอร์มอัพ เวลา 7:55-8:05 น.

รอบชิงชนะเลิศ เรซสอง(15 รอบ) เวลา 10:10-10:50 น.

ติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2020 สนามที่ 4 และเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล จัดขึ้นเป็นซับพอร์ตเรซในรายการ OR BRIC Superbike 2020 ได้ในวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.นี้ ทาง TRUE4U ช่อง 24 ตั้งแต่เวลา 14.30-17.00 น. หรือ Online Live Streaming ทางเพจ BRIC Superbike และ Chang Circuit Buriram หรือทาง Youtube ช่อง BRIC Channel ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และการแข่งขันฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ตลอดปี 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

 

 

“MOTOR EXPO 2020” ไปได้สวย รถยนต์ บิกไบค์ แบรนด์ดังร่วมลุย จัดโปรบึ้ม ปลุกตลาดปลายปี

0

“IMC สื่อสากล” ปลื้ม ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง เชื่อมั่น จองพื้นที่ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” คึกคักเกินคาด พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ผู้ชม จัดงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37”  เผยว่า “งานปีนี้มีบริษัทรถยนต์ 31 ยี่ห้อ จาก 8 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 ยี่ห้อ จาก 11 ประเทศ เข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นในงานของเรา และยังสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ภายในประเทศที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น โดยยอดขายรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม–สิงหาคม 2563 มีจำนวน 456,822 คัน ลดลง 33.4 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าไตรมาสสุดท้าย ที่เราจัดงานในช่วงต้นเดือนธันวาคม รัฐบาลจะควบคุม COVID-19 ได้ดี ส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ผนวกกับผู้ประกอบการพร้อมใจจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย ประชาชนจึงมีโอกาสซื้อยานยนต์ในราคาที่คุ้มค่า”

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานยังคงคำนึงถึงความปลอดภัย และสุขภาพของผู้เข้าร่วมงาน จึงเตรียมดำเนินการต่างๆ ตามมาตรการป้องกัน COVID-19 ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ยังเผยด้วยว่าบริษัทฯ ได้จัดทำ “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” เป็นงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล เพื่อเปิดประสบการณ์การชมงานรูปแบบใหม่ ผ่าน APPLICATION MOTOR EXPO และเวบไซท์ motorexpo.co.th ก่อนเดินทางมาชมงานจริง โดยจะมีทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จัดแสดงในงาน พร้อมข้อมูลโปรโมชัน และบริการพิเศษที่ผู้จัดงานมอบให้ สามารถเข้าชม PLATFORM ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป”

พลาดไม่ได้กับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง motorexpo.co.th

ฮุนได ได้รับรางวัล DMI Design Value Award 2020 จากกลยุทธ์และเอกลักษณ์การดีไซน์แบบ ‘Sensuous Sportiness’

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ได้รับรางวัล Design Value Award 2020 จากสถาบันการบริหารการออกแบบในบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซท ประเทศสหรัฐอเมริกา

รางวัลนี้ให้เป็นเกียรติในความพยายามของฮุนไดในการสร้างแบรนด์ที่มีความโดดเด่นผ่านการดีไซน์ ‘Sensuous Sportiness’ ที่มีเอกลักษณ์และกลยุทธ์ที่ทำให้รถยนต์มีความเป็น Hyundai Look อย่างชัดเจน นับเป็นครั้งแรกที่ฮุนได ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมทำงานได้ส่งมอบคุณค่าที่สำคัญผ่านการออกแบบและการบริหารการทำงานด้านออกแบบได้ยอดเยี่ยม

“เรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับด้านการสร้างสรรค์แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ผ่านการดีไซน์ที่เน้นผู้ใช้งาน ซึ่งทำให้เราได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก” มร.ซังยัพ ลี หัวหน้าศูนย์ออกแบบและรองประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด กล่าว

ฮุนไดพยายามสร้างชื่อเสียงในโลกด้วยการมอบดีไซน์ที่สวยงาม คุณภาพที่เหนือกว่า ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เมื่อไม่นานมานี้ กลยุทธ์และแนวทางการออกแบบของฮุนไดได้เปลี่ยนการผลิตรถยนต์จากการผสานความเป็น ‘Family Look’ มาเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้เป็น ‘Hyundai Look’ ที่สามารถนำเอาความต้องการของลูกค้าเป็นหลักด้วยการใช้หลักการออกแบบ ‘Sensuous Sportiness’ ที่เป็นเอกลักษณ์ของฮุนไดเป็นพื้นฐาน

วันนี้ ดีไซน์ทีมมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก ด้วยการนำไลฟ์สไตล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองมาพิจารณาในการทำงาน ดังนั้นกลยุทธ์การออกแบบของฮุนได จึงเริ่มต้นด้วยลูกค้าเสมอมา รถยนต์แต่ละรุ่น จะถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนพื้นฐานของความต้องการของลูกค้าในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน และด้วยรถแต่ละรุ่นมีหน้าที่ที่แตกต่างกันดังนั้นรถยนต์ฮุนไดแต่ละรุ่นจึงเปรียบเสมือนชิ้นงานเฉพาะในชุดหมากรุก

สถาบันการบริหารดีไซน์ หรือ Design Management Institute เป็นองค์กรนานาชาติซึ่งได้เชื่อมต่อการออกแบบกับธุรกิจ วัฒนธรรม ลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงในโลก สถาบันนี้ก่อตั้งในปี 2518 และเป็นศูนย์รวมนักวิจัยและพัฒนา ดีไซน์เนอร์ และผู้นำจากการดีไซน์ทุกแขนง ทุกอุตสาหกรรม จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการออกแบบในโลก

ระบบ Sport Hybrid i-MMD และ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เทคโนโลยีที่เชื่อมโลกสู่อนาคต

0

Honda แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมเพื่อตอบสนองผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบความสุขและเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต ตอบรับวิสัยทัศน์ 2030 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คนทั้งในด้านการเดินทางและการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดมลพิษ (CO2 Free Society) และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) โดยมีเป้าหมายว่า ในปี 2030 รถยนต์ฮอนด้าที่ผลิตและจำหน่ายทั่วโลกจะต้องเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดซึ่งรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ได้นำเสนอเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัยแห่งอนาคตให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสแล้ว

  • ระบบขับเคลื่อนไฮบริด เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อการพัฒนาสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต

ระบบไฮบริดแบบ Advanced Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ซึ่งในประเทศไทยได้ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid ที่ทั้งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

สำหรับแบตเตอร์รี่ไฮบริดแบบลิเธียม-ไอออน มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด สามารถชาร์จไฟกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว และจ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าแบตเตอรี่ไฮบริดชนิดอื่นในขนาดเท่ากัน จึงให้สมรรถนะสูง สามารถขับขี่ได้ต่อเนื่องยาวนานเมื่ออยู่ในโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้า อีกทั้งสามารถสกัดลิเธียมออกมา เพื่อทำการรีไซเคิลได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ ได้แก่

  1. โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่
  2. โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว มีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ
  3. โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัทช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำ

  • ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่พร้อมตอบสนองได้ดุจประสาทสัมผัสของการขับขี่แห่งอนาคต

ในการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมรถยนต์ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกปัจจัยบนท้องถนนได้ด้วยตนเอง การมีเทคโนโลยี เช่น ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า จะควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการเพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่ง

ในประเทศไทย ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ได้เริ่มติดตั้งครั้งแรกใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2559 ตามด้วยรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในลำดับถัดมา ได้แก่ ฮอนด้า ซีวิค ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก และ ล่าสุด ฮอนด้า ซีอาร์-วี

ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เป็นการผสานการทำงานอย่างอัจฉริยะดุจประสาทสัมผัสแห่งอนาคต โดยมีเรดาร์ทำงานประสานกับตัวกล้องด้านหน้า สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนคนขับและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยฟังก์ชันต่างๆ อาทิ

  1. ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  2. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  3. ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  4. ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  5. ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

The Future is Now

นี่คือที่สุดของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ระบบ Sport Hybrid i-MMD และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนซิ่ง (Honda SENSING) ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสแล้ว โดยลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียน เพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับยนตรกรรรมฮอนด้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเหล่านี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือทาง www.honda.co.th/testdrive

นิสสัน ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ดัทสัน นิสสัน เดย์ ครั้งแรก

0

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จัดกัด นำโดย ราเมช นาราสิมัน ประธาน และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมสนับสนุน กิจกรรม ดัทสัน นิสสัน เดย์ ครั้งแรก ซึ่งริเริ่มและจัดขึ้นโดย จิรวัฒน์ ตันยาภิรมย์ ประธานกลุ่มนิสสัน จีที-อาร์ คลับ และแฟนคลับคนรักรถยนต์ ดัทสัน และนิสสัน  ทั่วประเทศ โดยมีรถยนต์เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 600 คัน

โดยภายในงานมีการรวมตัวกันของกลุ่มคาร์ คลับ ผู้ชื่นชอบในรถยนต์ดัทสัน และนิสสัน รุ่นต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกว่า 600 คัน ร่วมนำรถยนต์ตั้งแต่ระดับตำนานจนถึงรุ่นล่าสุดมาจัดแสดง อาทิ ดัทสันกระบะรุ่น 620 (รุ่นช้างเหยียบ), ดัทสัน ซันนี่, ดัทสัน บลูเบิร์ด, นิสสัน เซฟิโร, ดัทสัน แฟร์เลดี้ แซด, นิสสัน อัลเมร่า, นิสสัน จู๊ค, นิสสัน โน้ต และ มาร์ช, นิสสัน เอ็นวี, นิสสัน นาวารา รวมถึงสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์อย่าง นิสสัน จีที-อาร์ นับเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมที่สามารถรวมตัวกลุ่มคนที่รักในรถยนต์ และแบรนด์นิสสัน อย่างแท้จริง