Home Blog Page 425

(มีคลิปวีดีโอ) ลองขับ Suzuki Swift GL Max Edition ในรูปแบบการแข่งขันจิมคาน่า

0

ปรับลุคใหม่ เติมความทันสมัยและสปอร์ต ไปกับ Suzuki Swift GL Max Edition ที่จัดเต็มกับชุดแต่งแอโรพาร์ท รวมถึงทดลองสมรรถนะของโครงสร้างตัวถัง Heartect ทำงานร่วมกับขุมพลังเครื่องยนต์ที่มาพร้อมหัวฉีด Dual-Jet ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า และระบบช่วงล่างซึ่งให้ความนุ่มนวลกับรูปแบบการทดสอบสไตล์จิมคาน่า ผลจะออกมาเป็นเช่นไร ติดตามได้เลย

ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2018 บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ก็ได้ปรับแต่งลุคส์ใหม่ให้กับ Suzuki Swift ไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ในครั้งนี้ ถือเป็นการจัดเต็มให้กับชุดแต่งที่เพิ่มความสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น

Suzuki Swift GL Max 1

SWIFT GL MAX EDITION มาพร้อมชุดแต่งดีไซน์ใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลังที่เติมเต็มความสปอร์ตให้มากขึ้น

Suzuki Swift GL Max 2

Suzuki Swift GL Max 3

บนหลังคามีเสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำ ท่อไอเสียคู่เสริมความดุดันเร้าใจ บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วย ชุดสติกเกอร์ Max Editition

Suzuki Swift GL Max 4

Suzuki Swift GL Max 5

ภายในไม่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม พวงมาลัยเป็นแบบ D-Shape ชุดมาตรวัดเป็นแบบทรงกลม 2 ช่องล้อมกรอบด้วยสีเงิน ส่วนด้านระบบให้ความบันเทิงนั้นเป็นวิทยุที่ยังสามารถใส่แผ่นเล่น CD และ MP 3 ได้ แต่ก็ไม่ขาดในเรื่องของช่องเสียบ USB ส่วนระบบปรับอากาศเป็นแบบมือหมุน

Suzuki Swift GL Max 6

Suzuki Swift GL Max 7

เครื่องยนต์ยังคงเป็นบลอคเดิมรหัส K 12 M ขนาด 1,197 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้าที่ 6,000 รอบ และ แรงบิด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ ส่งเชื้อเพลิงผ่านเทคโนโลยีใหม่นั่นคือ Dual Jet หรือ หัวฉีดคู่ที่จะเพิ่มการเผาไหม้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า 23 กม.ต่อลิตร (ตัวเลขเคลมจากโรงงานผู้ผลิต)

Suzuki Swift GL Max 8

ในส่วนของระบบส่งกำลังผ่านเป็นแบบเกียร์แบบซีวีทีซึ่งมีการพัฒนาอัตราทดใหม่

Suzuki Swift GL Max 9

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม ปรับเซ็ทมาค่อนข้างนุ่มนวล เมื่อทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังแบบ Heartech ที่คอยช่วยซับแรงสั่นสะเทือน

Suzuki Swift GL Max 10

การทดลองขับในรูปแบบจิมคาน่าถือว่าเหมาะเจาะกับรถคันนี้ โดยจัดงานขึ้นที่ มอเตอร์สปอร์ตปาร์ค สุวรรณภูมิ ด้วยสนามที่มีขนาดเล็กจึงถือว่าเป็นการทดสอบในรูปแบบสนามที่เหมาะสมกับรถรุ่นนี้ เพราะให้ความคล่องตัวสูงตามสไตล์รถแฮทแบค 5 ประตู

Suzuki Swift GL Max 20

 

การควบคุมทำได้ดี พวงมาลัยค่อนข้างที่จะแม่นยำ รูปแบบของสนามถูกบังคับให้ได้มาซึ่งเส้นทางที่แคบ หากพลาด ชนกรวยล้ม ก็จะโดนหักคะแนน

Suzuki Swift GL Max 12

รูปแบบเส้นทางที่มีทางตรงค่อนข้างสั้น พอได้ลองใช้คันเร่ง เครื่องยนต์หัวฉีดคู่แบบ Duel Jet ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า อาจจะตอบสนองช้าไปนิด เหตุจากนิสัยของระบบเกียร์ซีวีทีที่โดดเด่นในด้านความนุ่มนวล

Suzuki Swift GL Max 13

ช่วงล่างเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเมื่อทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังแบบ Heartech จะให้ความรู้สึกถึงความนุ่มนวล แต่ก็ไม่ถึงกับโยนตัว

Suzuki Swift GL Max 14

บทสรุปของการสัมผัสสมรรถนะ Suzuki Swift GL Max Edition ในรูปแบบของการแข่งขันจิมคาน่า โดยรวมในด้านการควบคุมรถนั้นทำได้ดี ระบบช่วงล่างและโครงสร้างตัวถังทำงานร่วมกันได่อย่างลงตัว ขับง่าย ขุมพลังอาจถูกดับซ่าส์ด้วยระบบเกียร์ซีวีที แต่โดดเด่นในด้านความประหยัด

Suzuki Swift GL Max 15

ราคาค่าตัวเพียง 541,000 บาท และ โดยสีขาว Pure White Pearl จะเพิ่มอีก 5,000 บาทก็ไม่ได้แพงไปสำหรับรถอีโค่คาร์ที่ขับได้มั่นใจอย่างรถรุ่นนี้ ส่วนผลการแข่งขันจิมคาน่า…ไม่มีลุ้นครับ

Suzuki Swift GL Max 16

YAMAHA WaveRunner คว้าชัยรุ่นใหญ่เจ้าแห่งความเร็วทางน้ำ ในศึกชิงแชมป์แห่งประเทศไทย สนามที่ 3

0

ธีระ เสร็จธุระ #52 นักแข่งในสังกัด YAMAHA WaveRunner Thailand Team โชว์ฟอร์มเหนือคว้าชัยการแข่งขัน Jet Ski Pro Tour 2020 ในรุ่น Pro-Am Runabout Limited สนามที่ 3 ณ อ่าวประจวบ​คีรี​ขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยในการแข่งขันครั้งนี้ ธีระ เสร็จธุระ #52 โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงเหนือคู่แข่งในรุ่นด้วยเรือ  YAMAHA WaveRunner  รุ่น FZR SVHO  ผ่านธงตราหมากรุกได้เป็นลำแรก โดย ธีระ เสร็จธุระ #52 นักแข่งจาก YAMAHA WaveRunner Thailand Team สุดแกร่งหลังคว้าอันดับที่ 1 มาครองได้ 3 สนามติดต่อกัน ส่งผลให้มีคะแนนสะสมขึ้นนำเป็นอันดับที่ 1 จ่อคิวขึ้นแท่นคว้าแชมป์ประเทศไทยประจำปี 2563 เพื่อคว้าสิทธิ์โคต้าเป็นตัวแทนประเทศไทยไปทำการแข่งขันในรายการ Asian Beach​Game 2021 อีกด้วย
สำหรับสนามปิดท้ายฤดูกาลจะมีการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่  25 – 26 กันยายน 2563 นี้  โดยสามารถร่วมให้กำลังใจและส่งแรงเชียร์ได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand และ  Yamaha WaveRunner Singha Thailand Team

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส เปิดโผทัพผู้บริหารครบทีม พร้อมดันไทยขึ้นแท่นตลาดยุทธศาสตร์ ขยายความยิ่งใหญ่สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดทัพผู้บริหารครบทีม พร้อมบุกตลาดไทย สร้างฐานยุทธศาสตร์สู่ผู้นำตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำโดยสามแม่ทัพใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการรถยนต์ “จาง เจียหมิง” ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย, “หวัง ซื่อฮุย” รองประธานฝ่ายขายและการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย และ “ณรงค์ สีตลายน” กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่อันยอดเยี่ยมในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company)

มร.จาง เจียหมิง (Elliot Zhang) ดำรงตำแหน่ง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย หัวเรือใหญ่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจทั้งด้านการผลิต การขาย และการตลาดของประเทศไทยและกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน ด้วยประสบการณ์อันเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรถยนต์มาหลายทศวรรษ ทั้งในด้านนวัตกรรมการวิจัยยานยนต์ การผลิต การจัดซื้อ จนไปถึงด้านการขายและการตลาด และความสำเร็จที่พิสูจน์ได้จากการนำแบรนด์รถกระบะเกรท วอลล์ (GWM Pickup) สร้างยอดขายเพิ่มถึง 7.85% จนครองอันดับหนึ่งรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน รวมถึงเป็นอันดับหนึ่งของแบรนด์รถกระบะที่มียอดการส่งออกสูงสุดติดต่อกันเป็นเวลา 23 ปี ทำให้ มร.จาง คือบุคคลสำคัญที่จะนำพาเกรท วอลล์ มอเตอร์ส ทะยานสู่ความสำเร็จอีกครั้งในฐานะผู้นำตลาดอาเซียน

มร.หวัง ซื่อฮุ่ย (Steven Wang) ดำรงตำแหน่ง รองประธานฝ่ายขายและการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย ทัพหน้าผู้เชี่ยวชาญการทำตลาดของเกรท วอลล์ มอเตอร์ส เปิดตลาดต่างประเทศมาแล้วทั่วโลก มีประสบการณ์อย่างเหนือชั้นด้านการวางกลยุทธ์การตลาด การสื่อสาร และการบริหารการขายอย่างแข็งแกร่ง จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ และมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดในระดับสากล  มร.หวัง จึงเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประสบความสำเร็จอย่างมากในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ทั้งใน รัสเซีย ทวีปอเมริกาใต้ ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีปแอฟริกา และออสเตรเลีย ภายใต้กลยุทธ์โลกาภิวัตน์ (Globalization) ซึ่ง มร.หวัง จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาขับเคลื่อนเกรท วอลล์ มอเตอร์ส ในอาเซียนและประเทศไทยให้เติบโตไม่แพ้ตลาดอื่นในต่างประเทศ

ด้าน นายณรงค์ สีตลายน ผู้บริหารชาวไทย ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นนักวางกลยุทธ์ที่เยี่ยมยอดและได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีบทบาทในวงการรถยนต์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จะเข้ามากุมบังเหียนในส่วนของงานบริหารการขาย การตลาด เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการของธุรกิจในเครือเกรท วอลล์ มอเตอร์ส ในประเทศไทยทั้งหมด โดยนายณรงค์มีความเชี่ยวชาญในด้านการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้ได้รับการยอมรับและพัฒนาประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้า จากประสบการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์มากกว่า 20 ปีทั้งในด้านการขาย การตลาด บริการหลังการขาย การขยายเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์การทำงานกับบริษัทข้ามชาติทั้งในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและปณิธานความต้ังใจอย่างแรงกล้าที่จะนำประสบการณ์ทั้งหมด ร่วมผลักดันให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี ไปสู่การใช้นวัตกรรมอัญชาญฉลาดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนนำรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาสร้างประสบการณ์ในการรับบริการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจมหภาคและอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเสริมแกร่งด้วยทีมผู้บริหารที่จะมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในเมืองไทยและภูมิภาคอาเซียนให้เติบโต ได้แก่

  1. นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอกองค์กรและส่วนราชการ
  2. นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย
  3. นายฐานิศร กาญจนกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย
  4. นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
  5. นายชาญศักดิ์ หลายเจริญโชคชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์
  6. นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์

ด้วยกลยุทธ์โลกาภิวัตน์ (Globalization Strategy) ที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ใช้เป็นแนวทางการขยายธุรกิจและแบรนด์ไปทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่จะเป็น “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” หรือ Global Mobility Technology Company ที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ไทยได้ถูกปักหมุดให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกในอาเซียนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ในการรุกเข้าสู่ภูมิภาคนี้ เนื่องจากศักยภาพและความพร้อมในด้านปัจจัยต่างๆ ที่แข็งแกร่ง โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอยู่ในระดับแนวหน้า มีโรงงานผลิตและซัพพลายเชนระดับโลก และเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความพร้อมของบุคลากรแรงงานที่มีทักษะระดับสูง ตลอดจนระบบนิเวศที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์และพื้นที่กว้างขวางเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังมีความพร้อมในการเป็นฐานผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ที่มุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือก ตลอดจนสามารถส่งออกไปยังประเทศที่เป็นตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา อาทิ ออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ในการก้าวเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทยของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์ส จะนำจุดแข็งทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค และพัฒนาตลาดในประเทศไทยอย่างเจาะลึกทุกเซกเมนต์ ตลอดจนเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง ประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน

ETON Group ขอเชิญร่วมกิจกรรม ‘Like & Share’ สมทบทุน 1 ไลค์ 1บาท บริจาคน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย

0

ETON Group  (อีตั้น กรุ๊ป) ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร นำโดยคุณพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ และ คุณอัจฉรีย์  ตันติยันกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด จัดกิจกรรม อีตั้น ปันน้ำใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดสุโขทัย” เชิญชวนลูกค้าและประชาชนทั่วไป ร่วมสบทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วม อำเภอปากแคว จังหวัดสุโขทัย เพื่อสมทบทุนจัดซื้อน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย ผ่านทางกิจกรรมเฟซบุ๊คของอีตั้น กรุ๊ป http://www.facebook.com/etonimportgroup หรือที่ลิงก์โพสต์https://bit.ly/3jCahzL

เพียงกด ‘Like & Share’ โพสต์กิจกรรมในเพจส่วนตัวของท่าน และตั้งค่าเป็นสาธารณะ ทุกๆ 1 แชร์ของท่านมีค่าเท่ากับ 1 บาท ทุกการแชร์ของทุกท่านมีความหมาย อีตั้น กรุ๊ป จะร่วมบริจาคและสมทบทุนเพื่อจัดหาน้ำดื่ม และจะนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งการร่วมบุญในครั้งนี้ จะนับยอดจากวันที่แชร์ถึงวันที่ 11 กันยายน 2563 และจะนำไปมอบให้แก่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป

ฟอร์ดส่งมอบ ‘เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Sport 4×2’ ให้ผู้โชคดีจากแคมเปญ ‘ศูนย์บริการอภิมหาความสุข’

0

ฟอร์ด ประเทศไทย โดยนายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายปฏิบัติการบริการลูกค้า มอบรถกระบะ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Sport 4×2’ มูลค่า 673,000 บาทให้แก่คุณสายทอง เทนสุนา ผู้โชคดีจากการจับฉลากรับรางวัลจากแคมเปญ ‘ศูนย์บริการอภิมหาความสุข’ ณ โชว์รูม ฟอร์ด ทีที กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยแคมเปญนี้มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดและใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,500 บาทต่อใบเสร็จ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Sport 4×2 เป็นรถกระบะเปี่ยมสมรรถนะจากตระกูลเรนเจอร์ พร้อมรับมืองานหนักด้วยแชสซีย์ที่แข็งแรง และขุมพลังเครื่องยนต์ดูราทอร์คขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ และเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPAS (Electric Power Assisted Steering) สะดวกสบายด้วยระบบเชื่อมต่อบลูทูธและระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าและระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD เพื่อความอุ่นใจทุกการเดินทาง

กลุ่มอีซูซุ เคียงคู่สังคมไทยในทุกสถานการณ์ มอบเงินสนับสนุน 4 องค์กรสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

0

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจเกือบทุกภาคส่วน แต่กลุ่มอีซูซุยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์องค์กร คือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” เสมอ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม โดยในครั้งนี้ มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มอบทุนการศึกษาและเงินสนับสนุนกิจกรรมพิเศษ ประจำปี พ.ศ. 2563 ให้แก่ 4 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น รวม 600,000 บาท เพื่อสานต่อพันธกิจในการพัฒนาด้านการศึกษา และสรรสร้างกิจกรรมดี ๆ สู่สังคมไทย ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ถนนวิภาวดีรังสิต

“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” มั่นใจ “SPIRIT 4×4” ส่งเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

0

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Spirit of the 4×4 Driving School โดย สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการฯ ได้รับเกียรติจาก รักสุดา มามะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นำทีมเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานการขับ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาผืนป่ามรดกโลก โดยบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เอื้อเฟื้อรถ MG EXTENDER ให้ใช้ฝึกฝนครั้งนี้ ณ สนาม Spirit Adventure Ground จ. นครนายก

 

BMW Xpo 2020 เดินหน้าอวดโฉมยนตรกรรมพรีเมียมทั้งสี่มุมเมืองตลอดสี่สัปดาห์

0

มหกรรมประจำปีสำหรับคนรักบีเอ็มดับเบิลยู BMW Xpo กลับมาอีกครั้งเพื่อมอบความตื่นตาตื่นใจด้วยข้อเสนอสุดพิเศษกับหลากหลายรุ่นรถยนต์ที่มีมาให้เลือกสรร ในรูปแบบที่ตอกย้ำที่สุดของพลังแห่งทางเลือกจากบีเอ็มดับเบิลยู โดยปีนี้จะเป็นปีแรกที่ BMW Xpo ขยายพื้นที่การจัดแสดง ด้วยการออกเดินทางไปหาลูกค้าถึงที่ กับการยกขบวนรถยนต์ไปจัดงานทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลถึง 4 แห่ง ตลอด 4 สัปดาห์ เพื่อมอบที่สุดของประสบการณ์แห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมให้แฟน ๆ และลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เคย

สำหรับวันและสถานที่ในการจัดงาน BMW Xpo 2020 ในทั้ง 4 สัปดาห์ มีดังนี้:

  • BMW Xpo ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2            วันที่ 10-13 กันยายน 2563
  • BMW Xpo ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์และเอ็มโพเรียม        วันที่ 17-20 กันยายน 2563
  • BMW Xpo ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต             วันที่ 24-27 กันยายน 2563
  • BMW Xpo ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว             วันที่ 1-4 ตุลาคม 2563

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อความแข็งแกร่ง แม้เผชิญวิกฤติโควิด-19

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความแข็งแกร่ง หลังจากที่ทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิต่างทำผลงานได้ดีกว่าสถิติช่วงครึ่งปีแรกของตลาดรถยนต์ในประเทศ ทั้งในภาพรวมและในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “โลกของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของเราตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนให้เรายังฝ่าฟันอุปสรรคนี้ต่อไปได้ ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิกว่า 4,164 คัน ตลอดครึ่งแรกของปี 2563 หรือลดลง 24% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งนับเป็นอัตราที่ดีกว่าตลาดในภาพรวมที่มียอดขายลดลง 41.5% ขณะที่ยอดขายของเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมลดลงที่ 35.5% ความแข็งแกร่งนี้ทำให้ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์พรีเมียมของเราขยายตัวขึ้นเป็น 43.6% หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 6% ในช่วงครึ่งปีแรก”

ความแข็งแกร่งนี้ยังสะท้อนต่อไปถึงบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ที่มียอดส่งมอบมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด 616 คันลดลงเล็กน้อยที่ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รถยนต์มือสองของบีเอ็มดับเบิลยูกลับทำผลงานสวนกระแสตลาด ด้วยยอดขายทั้งสิ้น 727 คัน สูงขึ้นถึง 15%

“เรายังคงมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้าในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวสู่การเป็นมาตรฐานใหม่ แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ โดยภายในครึ่งแรกของปีนี้ เราได้เผยโฉมรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าจากทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิถึง 4 รุ่น ขณะที่โครงการ ChargeNow ยังขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องกับแผนการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะตลอดทั้งปี ปัจจุบัน เครือข่ายของ ChargeNow รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ผู้จำหน่ายของเรามีให้บริการทั้งหมด 141 หัวจ่ายใน 63 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งทุกหัวจ่ายของเครือข่าย ChargeNow สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ทั้งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในทุกรุ่นและทุกแบรนด์ และคาดว่าจะสามารถขยายเครือข่ายทั้งหมดให้ก้าวสู่จำนวนรวม 150 หัวจ่ายได้ภายในปี 2563”

“ด้วยยอดขายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริดที่พุ่งสูงขึ้น เราจึงได้เห็นลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิเลือกติดตั้งตู้ชาร์จ i Wallbox ที่บ้านและสำนักงานของตนเอง รวมเป็นจำนวนกว่า 1,230 ตู้ นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยตามข้อมูลและสถิติที่เรามี ลูกค้านิยมติดตั้งตู้ชาร์จที่บ้านและที่ทำงานมากขึ้น เพราะสามารถใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนได้ในทุก ๆ วัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งตู้ชาร์จเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบัน เราคาดว่าจะสามารถติดตั้งตู้ชาร์จ i Wallbox ณ บ้านและสำนักงานของลูกค้าเพิ่มขึ้นรวม 1,840 จุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้”

BMW Xpo 2020 สานต่อ 11 ปีแห่งความ ‘JOY’ กับการจัดงาน 4 แห่งทั่วเมือง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูให้กับลูกค้า โดยงาน BMW Xpo ที่จัดขึ้นในทุก ๆ ปีนั้น ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อดึงที่สุดแห่งประสบการณ์สไตล์บีเอ็มดับเบิลยูมาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ผ่านการยกทัพรถยนต์จากโชว์รูมสู่ศูนย์การค้าที่ผู้คนแวะเวียนผ่านไปผ่านมาเป็นประจำ

“เราได้ส่งมอบที่สุดของความเพลิดเพลินในการขับขี่ให้กับลูกค้าในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า สมรรถนะที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่าของเครื่องยนต์ดีเซล หรือขุมพลังเบนซินที่เร้าใจทุกสัมผัส ที่พร้อมตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละคน โดยผู้ที่ชื่นชอบประสิทธิภาพในด้านความประหยัดของเครื่องยนต์ดีเซลสามารถมั่นใจได้เต็มเปี่ยมสำหรับอนาคต เพราะรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่จำหน่ายในปัจจุบันของเราทุกรุ่นผ่านการรับรองเพื่อใช้งานกับน้ำมันไบโอดีเซล B10 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทนี้จะไม่มีผลกระทบใด ๆ กับการรับประกันเครื่องยนต์” มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าว “สำหรับมหกรรม BMW Xpo 2020 เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เราจะมอบทางเลือกมากมายให้กับลูกค้า ในวัน เวลา และสถานที่ ที่ทุกคนจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ความเพลิดเพลินที่บีเอ็มดับเบิลยูมอบให้ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษมานำเสนอ เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น รวมไปถึงรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ที่หรูหราเหนือระดับ หรือบีเอ็มดับเบิลยู X1 ที่พร้อมโลดแล่นสู่ทุกภารกิจในตัวเมือง”

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2020

มหกรรม BMW Xpo 2020 มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยทางเลือกที่หลากหลายกว่าเคย ลูกค้าที่เลือกจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน BMW Xpo 2020 และมีกำหนดส่งมอบรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 จะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้*:

  • บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3
  • บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X4 บีเอ็มดับเบิลยู X5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 6 Gran Turismo และบีเอ็มดับเบิลยู Z4
  • บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X6 บีเอ็มดับเบิลยู X7 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 8 และทุกรุ่นในตระกูล บีเอ็มดับเบิลยู M และบีเอ็มดับเบิลยู i
  • ลูกค้าที่จองรถยนต์รุ่นใดก็ได้ในงาน BMW Xpo 2020 จะได้รับโมเดลรถยนต์ BMW Miniature Cars ฟรี

นอกจากนี้ ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายใต้ข้อตกลงทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย และมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 จะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้:

รุ่นข้อเสนอเงื่อนไข
บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18i (Iconic)
บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d xLine
บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport
·  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ

·  ผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 15,999 บาท*

*ยอดผ่อนต่อเดือนคำนวณจากราคารถยนต์ พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard และ

·  ข้อตกลงเช่าซื้อแบบบอลลูน

·  ชำระเงินดาวน์ 30% และบอลลูน 35% รวมระยะเวลาผ่อน 60 เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

 

สำหรับการส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

·  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 2 ปีเต็ม

·  รับประกันมูลค่ารถยนต์ในอนาคตสูงสุด 60%

·  ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 19,999 บาท*

*ยอดผ่อนต่อเดือนคำนวณจากราคารถยนต์ พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard และ

·   BMW Freedom Choice

·   ชำระเงินดาวน์ 30% รวมระยะเวลาผ่อน 36 เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5

(รุ่นปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล)

 

·  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งสูงสุด 2 ปีเต็ม

·  ขยายแพ็คเกจ BSI เป็น 6 ปี / 120,000 กิโลเมตร*

·  ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 5 ปีเต็ม สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport**

*สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อแพ็คเกจ BSI Ultimate (ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร)

**เฉพาะรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นอื่น ๆ จากบีเอ็มดับเบิลยู· ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 2 ปีเต็ม 

สำหรับเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สามารถจับจองเป็นเจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 และบีเอ็มดับเบิลยู X3 ได้ในข้อเสนอพิเศษดังนี้:

ModelOfferConditions
บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport·  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 2 ปีเต็ม

·  รับเพิ่มแคมเปญพิเศษ มูลค่าสูงสุด 300,000 บาท

·  ผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 55,999 บาท*

*ยอดผ่อนต่อเดือนคำนวณจากราคารถยนต์ พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard และ

·  ข้อตกลงเช่าซื้อแบบบอลลูน

·  ชำระเงินดาวน์ 35% และบอลลูน 35% รวมระยะเวลาผ่อน 60 เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport·  รับเพิ่มแคมเปญพิเศษ มูลค่าสูงสุด 300,000 บาท

·  ผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 52,999 บาท*

*ยอดผ่อนต่อเดือนคำนวณจากราคารถยนต์ พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard และ

·  ข้อตกลงเช่าซื้อแบบบอลลูน

·  ชำระเงินดาวน์ 35% และบอลลูน 35% รวมระยะเวลาผ่อน 60 เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู X3·  ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 5 ปีเต็ม* ***คำนวณจากราคารถยนต์ พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard และ

·  ข้อตกลงเช่าซื้อ

·  ชำระเงินดาวน์ 25% รวมระยะเวลาผ่อน 60 เดือน

**เฉพาะรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

 

มาสด้า CX-30 ทำสถิติสูงสุดเดือนสิงหาคมพุ่ง 825 คัน พร้อมขอบคุณทุกคนกับปิกอัพ บีที-50 โปร ราคาพิเศษ

0

มาสด้าเผยยอดขายรถยนต์เดือนสิงหาคมพุ่งขึ้นอีกเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ชี้ชัดอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเริ่มกลับมาสดใสแล้ว โดยเฉพาะรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่อย่างครอสโอเวอร์น้องใหม่ล่าสุดมาสด้า CX-30 ทำสถิติยอดขายสูงสุดนับแต่เปิดตัวด้วยยอดขายสูงถึง 825 คัน รวมไปถึงรถยนต์นั่งมาสด้า3 มาสด้า2 และครอสโอเวอร์ CX-3 หลังปรับลุคใหม่ล่าสุดยังคงร้อนแรงหยุดไม่อยู่ ส่งผลให้ยอดขายรวมเดือนสิงหาคมพุ่งสูงถึง 3,707 คัน เพิ่มขึ้นอีก 22% จากเดือนกรกฎาคม

นอกจากยอดขายที่ร้อนแรงต่อเนื่องแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณบุคลาการทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สำหรับทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีหมายเหตุ ไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องรีบไปซื้อ เพราะมีจำนวนจำกัด โดยมาสด้ามอบส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้ามาสด้า บีที-50 โปร ที่ต้องการนำรถปิกอัพเพื่อไปใช้ในการดำเนินชีวิตและเสริมสร้างอาชีพ หรือเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ มาสด้ายินดีมอบส่วนลดสูงสุดถึง 234,000 บาท ด้วยราคาพิเศษเพียง 499,000 บาท สำหรับรุ่นฟรีสไตล์แค็ปขับสองแบบยกสูง FSC Hi-Racer รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู แบบขับสองยกสูง DBL Hi-Racer คาราพิเศษเพียง 599,000 บาท และรุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู ขับสองแบบยกสูง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด DBL Hi-Racer AT เบาะหนัง ราคาพิเศษเพียง 699,000 บาทเท่านั้น ทั้งหมดนี้มีจำนวนจำกัด ติดต่อสอบถามได้ทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

โปรโมชั่นสุดพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ มาสด้ายังมอบข้อเสนอสุดพิเศษมากมายสำหรับรุ่นอื่นๆ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง2 ขยายการรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4 และส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท5 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2563 นี้เท่านั้น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วย มาตรการเยียวยาและผ่อนปรนจากภาครัฐ ตลอดจนถึงการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ ล้วนช่วยเอื้อประโยชน์ให้เศรษฐกิจประเทศไทยทยอยกลับมาฟื้นตัว มาสด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังขยับเขยื้อนไปข้างหน้า แม้จะเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่เราทุกคนไม่เคยประสบมาก่อน แต่มาสด้าก็ยังคงเดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ โดยได้รุกทำการสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ การจำหน่ายรถยนต์ผ่านทาง Sky Booking และการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และช่วยให้แบรนด์มาสด้าสามารถเข้าถึงการรับรู้ของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เดินหน้ากลยุทธ์เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดและส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ อาทิ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ การอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่หลากหลายแห่ง และการเปิดให้บริการเลนด่วนพิเศษ Fast Track สำหรับเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะภายใน 60 นาที พร้อมได้ปรับการวางกลยุทธ์สินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อันจะเห็นได้จากยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายอดขายรถยนต์น้องใหม่อย่างมาสด้า CX-30 เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 825 คัน สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2563 รวมถึงการปรับลุคใหม่ทำให้มาสด้า CX-3 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่ผู้ชื่นชอบในรถครอสโอเวอร์เอสยูวีอีกด้วย

สำหรับเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมียอดขายรวมอยู่ที่ 69,000 คัน (ตัวเลขประมาณการ) โดยมาสด้าทำยอดขายได้สูงถึง 3,707 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 5.4% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งน้องเล็กเจ้าของแชมป์เก๋งเล็ก 3 ปีซ้อน มาสด้า2 จำนวน 1,791 คัน ตามมาด้วยมาสด้า CX-30 จำนวน 825 คัน, มาสด้า CX-3 จำนวน 330 คัน, มาสด้า3 จำนวน 315 คัน, มาสด้า CX-8 จำนวน 200 คัน, มาสด้า CX-5 จำนวน 157 คัน และมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 89 คัน ตามลำดับ จากตัวเลขดังกล่าวในเดือนสิงหาคมนี้ ส่งผลให้รถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า คือ มาสด้า3 สามารถทำยอดขายสะสมได้สูงถึง 4,326 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว และมาสด้า CX-30 สามารถทำยอดขายสะสมได้ถึง 3,161 คันภายในเวลา 6 เดือน

ดังนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนมาสด้าด้วยดีเสมอมา มาสด้าขอมอบโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษสำหรับรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 โปร สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมทั้งรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ดังรายละเอียดแคมเปญสำหรับผู้สนใจซื้อรถยนต์มาสด้าที่จองและออกรถภายในวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563

  • New Mazda2 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • All-New Mazda3 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับ ประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • New Mazda CX-3 รุ่นปี 2020 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • All-New Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • New Mazda CX-5 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • All-New Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 0%5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

หมายเหตุ

1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น Mazda2 รุ่น 1.3 E/1.3 E Sports ราคา 546,000 บาท, XD/XD Sports ราคา 782,000 บาท และ XDL/XDL Sports ราคา 799,000 บาท, สำหรับ Mazda CX-5 เฉพาะรุ่น 2.0 C ราคา 1,300,000 บาท, 2.2 XDL ราคา 1,790,000 บาท เท่านั้น)
2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์
3ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection
4 ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม.
5 ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 72 เดือน เฉพาะรุ่น 2.5 S ราคา 1,599,000 บาท

เงื่อนไขเพิ่มเติม:

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ บมจ. ธนาคารธนชาต เท่านั้น
  • ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และ บมจ.ธนาคารธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 เท่านั้น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว บริการใหม่จองรถยนต์แบบออนไลน์ด้วยแอปพลิเคชัน M-Drive

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดตัวบริการจองรถยนต์มิตซูบิชิ รูปแบบใหม่แบบออนไลน์บนแอปพลิเคชัน M-Drive เป็นครั้งแรก โดยผู้ที่สนใจสามารถจองรถรุ่นยอดนิยม ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ และ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ ผ่านแอปพลิเคชัน ได้ทุกที่ทุกเวลา สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการทราบผลการขออนุมัติวงเงินกู้เบื้องต้น โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อโชว์รูมและสถาบันการเงินด้วยตัวเอง พิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์รุ่นดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน M-Drive ได้ที่ Apple App Store และ Google Play

ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน M-Drive เปิดตัวครั้งแรกในปี 2561 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจรถยนต์มิตซูบิชิและเพื่อรับทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านบริการต่างๆ อาทิ โชว์รูมเสมือนจริง ออนไลน์แคตตาล็อก รวมถึงโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษต่างๆ และยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการดูแลรถมิตซูบิชิ ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อการตรวจสอบสถานะการให้บริการและข้อมูลต่างๆ แอปพลิเคชัน

M-Drive ยังสามารถทำการแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อรถยนต์ถึงกำหนดการตรวจเช็คระยะ โดยลูกค้าสามารถทำการนัดหมายเพื่อเข้ารับการบริการ และทราบประมาณการค่าใช้จ่ายล่วงหน้า อีกทั้งยังสามารถติดต่อกับ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ เพื่อ สอบถามข้อมูล แจ้งข้อเสนอแนะ และขอความช่วยเหลือต่างๆ ได้อีกด้วย

พิเศษสำหรับการให้บริการรูปแบบใหม่นี้ จำกัดเฉพาะลูกค้า 200 ท่านแรกที่จองรถยนต์รุ่นดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2563 และและรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 รับเพิ่มฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท(3) สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากโปรโมชั่นสำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ และ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่

พิเศษยิ่งขึ้นเมื่อเลือกทำสัญญาเช่าซื้อกับ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับฟรี บัตรของขวัญมูลค่า 2,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่เลือกทำสัญญาเช่าซื้อกับ ธนาคาร เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) รับเพิ่ม ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 6 เดือน

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง