Home Blog Page 428

ฟอร์ด จับมือ ลาซาด้า มอบส่วนลดสูงสุด 80% เมื่อซื้อคูปองส่วนลดเงินสด

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ต่อยอดประสบการณ์การช้อปแบบไร้รอยต่อสำหรับสินค้าด้านบริการ ด้วยการจำหน่ายคูปองส่วนลดเงินสดในราคาสุดเร้าใจในฟอร์ดออนไลน์สโตร์บนแอปพลิเคชันลาซาด้า สำหรับอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่แท้ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์หลากหลายรายการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการทำตลาดดิจิทัลที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ครั้งแรกกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านบริการรวม 25 รายการ ช้อปได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ถึง เวลา 23:59 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563

 

“ฟอร์ดมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องและพร้อมนำเสนอช่องทางใหม่ๆ ให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการมาตรฐานระดับโลกของเราได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เราเห็นความสำคัญของการดำเนินกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ทั้งการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การสื่อสารกับผู้บริโภค และการมอบประสบการณ์การซื้อที่น่าประทับใจ เราเชื่อว่าการจัดจำหน่ายสินค้าบนแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างลาซาด้าจะช่วยมอบประสบการณ์การซื้อออนไลน์สู่ออฟไลน์ที่สะดวกสบายแบบไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

เพื่อความสะดวกรวดเร็วและความพึงพอใจสูงสุดในการใช้บริการ ลูกค้าที่ซื้อคูปองส่วนลดเงินสดออนไลน์ สามารถเข้าถึงบริการดังต่อไปนี้ผ่านช่องทางฟอร์ดออนไลน์สโตร์บนแอปพลิเคชันลาซาด้า

  • นัดหมายล่วงหน้ากับผู้จำหน่ายเพื่อซื้อสินค้าหรือติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์
  • บริการการรับ-ส่งรถเข้าศูนย์บริการถึงบ้าน
  • บริการตวจสภาพรถยนต์ด้วยหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service)

 

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ด้านบริการที่ฟอร์ดนำเสนอบนแอปพลิเคชันลาซาด้า

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อคูปองส่วนลดเงินสดราคาพิเศษ จำนวนจำกัดต่อเดือน สำหรับอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่แท้ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ ดังรายการต่อไปนี้

  • อุปกรณ์ตกแต่งแท้สำหรับรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์, ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวม 15 รายการ
  • ผ้าเบรก Ford-Motorcraft สำหรับรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น โดยรายการนี้จะเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายน
  • ยางสำหรับรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์, ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวม 3 รายการ
  • โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ (Scheduled Service Plan) แบบ 2 ครั้ง, 4 ครั้ง และ 7 ครั้ง สำหรับรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นที่เลขไมล์ไม่เกิน 15,000 กิโลเมตร*
  • โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะแบบสามครั้งต่อเนื่อง (Scheduled Service Plan Top Up) สามารถซื้อซ้ำได้ ตั้งแต่ 30,000 กิโลเมตร จนถึง 150,000 กิโลเมตร สำหรับรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น*
  • โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพสำหรับรถยนต์ฟอร์ดที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 12 เดือน หรือ 15,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพสำหรับรถยนต์ฟอร์ดที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 12 เดือนหรือ15,000 กม. แต่ไม่เกิน 35 เดือนหรือ 100,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและตรวจสอบรายชื่อผู้จำหน่ายที่ร่วมโครงการได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1383 หรือสอบถามผู้ค้าได้ที่ ลาซาด้า แชท ออนไลน์สโตร์ ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้บริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.lazada.co.th/shop/ford-1580102556/

“CP FOTON” ฉลองครบรอบ 1 ปี เปิดตัวยานยนต์เพื่อการพาณิชย์แห่งอนาคต

0

บริษัทซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด (CP FOTON SALES CO, LTD.) เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำ บนความร่วมมือระหว่าง “เครือเจริญโภคภัณฑ์” (CP Group) ที่มีความสามารถสูงในด้านบริหารการตลาดกับ “โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป” (Foton Motor Group) บริษัทผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ซีพี โฟตอน” (CP FOTON) ตลอดระยะเวลา 1 ปีในการดำเนินธุรกิจ ซีพี โฟตอน มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานงานขาย งานบริการหลังการขายและอะไหล่ทั้งระบบ โดยเฉพาะด้านเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย โดยยังคงยึดมั่นใจพันธกิจ เพื่อก้าวสู่การ เป็น 1 ใน 3 บริษัทชั้นนำของกลุ่มยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ของเมืองไทย จากนี้ไปบริษัทจะดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นใจความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการ และผู้ใช้รถ รวมถึงผู้แทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ไปพร้อมๆ กันภายใต้แนวความคิด “Drive The Future”

คุณธนากร เสรีบุรี  รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์  ประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของเราที่ได้ต่อยอดธุรกิจยานยนต์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยความร่วมมือกับโฟตอน มอเตอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในประเทศจีน ที่ได้นำรถบัสรถบรรทุกโฟตอนที่มีเทคโนโลยีและคุณภาพสูงระดับโลกมาทำตลาดในเมืองไทย ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ท้าทายและมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่เรามั่นใจคุณภาพที่ตอบโจทย์ของผลิตภัณฑ์โฟตอนร่วมกับทีมงานบริหาร ตัวแทนจำหน่ายของซีพีโฟตอนที่มีความเชี่ยวชาญ มีความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้รถ และผู้ประกอบการในตลาดยานยนต์เพื่อการพาณิชย์เป็นอย่างดี และขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ งานการบริการของซีพี โฟตอนให้ประสบความสำเร็จเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้รถและผู้ประกอบการไทยสืบไป

คุณกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่การลงนามความร่วมมือกันทางธุรกิจจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 1 ปี ธุรกิจจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัสซีพี โฟตอนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บริการหลังการขาย ของทีมงานและผู้แทนจำหน่ายให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างครบวงจร เพื่อที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุในพันธกิจของการเป็น ‘1 ใน 3 ผู้นำด้านยอดขาย รถบรรทุกและรถบัสเพื่อเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ โดยมี        ‘ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์สำหรับตลาดเมืองไทย เช่นรถบรรทุกสิบล้อหัวลาก,รถบรรทุกสิบล้อในแรงม้า ในส่วนของการบริการหลังการขายและงานอะไหล่ที่เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อทำให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซีพี โฟตอนจัดอบรมบุคลากร ตัวแทนจำหน่ายเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานอยู่เสมอ

ในด้านการสรรหาและพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซีพี โฟตอนได้ให้ความสำคัญกับการสรรหาผู้แทนจำหน่ายที่มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจและมีความพร้อมที่จะเป็นผู้แทนจำหน่ายตรงตามมาตรฐานที่ครบวงจร ตามแบบ ‘ซีพี โฟตอน’ ทำให้ในปัจจุบันสามารถขยายเครือข่ายการจำหน่ายจากเดิม 15 แห่งเป็น 24 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคทั้งประเทศไทย และอีกสิ่งหนึ่งที่ทางซีพี โฟตอนมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดความแตกต่างจากการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา นั่นคือการสนับสนุนให้ผู้แทนจำหน่ายขยายฐานลูกค้าสู่การขายที่รวดเร็วกับลูกค้ารายใหญ่ โดยการเพิ่มพันธมิตรกับสถาบันการเงินและลิสซิ่ง เพื่อความรวดเร็วและสนับสนุนการขายของตัวแทนจำหน่าย ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขับเคลื่อนและยกระดับซีพี โฟตอนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ คุณกฤษณะ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับวันนี้นอกจากจะเป็นเสมือนการเฉลิมฉลองความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพของการขาย ความสำเร็จของตัวแทนจำหน่ายที่มุ่งมั่นมาตลอดระยะเวลา 1 ปี ทางซีพี โฟตอนจึงได้ทำการเปิดตัวยานยนต์เพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่นเพื่อเป้าหมาย “Drive The Future”

  1. CP FOTON All-New Auman EST Mixer 350 สุดยอดรถบรรทุกสิบล้อผสมคอนกรีต ขนาด 6 คิว 350 แรงม้าระดับเวิลด์คลาส มากับเครื่องยนต์ Cummins Commonrail ขนาด 10,500 ซีซี แรงบิด 1,800 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000-1,300 รอบต่อนาที พร้อมระบบช่วยเบรก iBrake ลดภาระเบรกหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกหรือลงทางลาดชัน เอกสิทธิ์เฉพาะ Cummins และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ชุดเกียร์เดินหน้า 8 Speed แบบ MT พวงมาลัยแบบ Multi-function ควบคุมระบบเครื่องเสียงพร้อมเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้นของรถ

  1. CP FOTON All-New Aumark S 8.5 TONS สุดยอดรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลาง 8.5 ตัน 154 แรงม้า ระดับเวิลด์คลาส ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Cummins Commonrail ขนาด 3,760 ซีซี 491 นิวตัน-เมตรที่ 1,200-1,900 รอบต่อนาที ชุดเกียร์ ZF ระบบส่งกำลังระดับโลก ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ถังน้ำมันผลิตจากอะลูมิเนียม แชสซีส์แบบเรียบแข็งแรงทนทาน และห้องโดยสารกว้างให้ทัศนวิสัยที่ดี คอนโซลหน้าดีไซน์สวยงาม

  1. CP FOTON Mini Bus AUV สุดยอดรถมินิบัส คุณภาพระดับเวิลด์คลาส มาตรฐานแห่งรถโดยสารขนาด 20+1 ที่นั่ง 7.3 เมตร 154 แรงม้า มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Cummins รุ่น ISF 3.8s3154 คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น เกียร์ ZF รุ่น ZF6S500-M6 เกียร์เดินหน้า พร้อมถังน้ำมันความจุ 120 ลิตร มั่นใจตลอดทางด้วยระบบเบรคคู่หน้าแบบดิสก์เบรค พร้อมระบบเบรค ABS

  1. นวัตกรรมแห่งอนาคต CP FOTON NEW Aumark I-BLUE EV เป็นรถบรรทุถ EV คันแรก ที่มาเปิดตัวในประเทศไทย สุดยอดรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า PMSM แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,000 รอบต่อนาที ได้ระยะทางวิ่งต่อครั้งการชาร์จที่ 310 กิโลเมตร แบตเตอรี่จาก CATL แรงดันแบตเตอรี่ 540.96 โวลท์ ความจุ 81.14 กิโลวัตต์ ชนิด Li-ion ชาร์จได้ทั้งแบบปกติและแบบรวดเร็ว โดยแบบปกติที่ 81 กิโลวัตต์ใน 27 ชม. และแบบรวดเร็วที่ 81 กิโลวัตต์ใน 1.35 ชม. ระบบเบรคแบบไฮดรอลิคเบรค คอนโซลหน้าและตัวถังดีไซน์ล้ำสมัยแบบยนตกรรมอนาคต โดยวางแผนการพัฒนาเพื่อให้พร้อมจำหน่ายภายในปี 2022 นี้

 

CP FOTON “Drive The Future” บริการหลังการขายพร้อม อะไหล่พร้อม

รับประกัน 6 ปี สูงสุดที่ 800,000 กิโลเมตร

Toyota เชิญสัมผัสประสบการณ์รูปแบบวิถีใหม่ ในงาน BIG Motor Sale 2020

0

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำบูทโตโยต้า ภายใต้แนวคิด “องค์กรแห่งการขับเคลื่อนที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ” นำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์หลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) ในแบบวิถีใหม่ (New Normal) ในงาน “Bangkok International Grand Motor Sale หรือ BIG Motor Sale 2020” ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์หลากหลายรุ่น ภายใต้แนวคิด “องค์กรแห่งการขับเคลื่อนที่จะอยู่เคียงข้างคุณ” (Mobility Company that always stay with you) ด้วยการเดินหน้ามอบความสุขและความปลอดภัยให้กับทุกคน ตามหลักปรัชญาของโตโยต้าที่มุ่งสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever Better Car) โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น ในครั้งนี้บูทโตโยต้าได้นำเสนอการชมและซื้อรถในรูปแบบ New Normal หรือ วิถีใหม่ ผ่านการจัดแสดงรถรุ่นใหม่ล่าสุด นอกจากนั้นลูกค้าจะได้พบกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) พร้อมกันนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสถึงความสุข ความสนุก กับกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมายที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้ตลอดทั้งงานและที่สำคัญเพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 เรายังมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และการทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยของลูกค้า อีกทั้งการลงทะเบียนเยี่ยมชมแบบ Fast Lane Booking และ Test Drive Booking ล่วงหน้า เพิ่มความอุ่นใจและความรวดเร็วของลูกค้าตลอดการเยี่ยมชมภายในงาน

 

สัมผัสรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น

“YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่” ภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร THIS IS WHAT I AM นี่สิ…ที่เป็นเรา” สะท้อนความมุ่งมั่นและไอเดียของคนรุ่นใหม่ ที่นำมาสร้างสรรค์จนเกิดเป็นอาชีพใหม่ ๆ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่ง YARIS และ ATIV สามารถตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม ฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถยนต์โตโยต้า (Toyota Safety Sense) ที่เหนือกว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน โดยเฉพาะระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDA) ที่มีครั้งแรกในตลาดรถยนต์นั่งอีโคคาร์ คุ้มค่า ตอบโจทย์ลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงมั่นใจได้ว่า YARIS และ ATIV จะสามารถสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ก้าวไปสู่ความสำเร็จในทางของตนเองได้   

นอกจากนี้เราได้เพิ่มทางเลือกดีไซน์ที่เป็นตัวเองกับ ชุดตกแต่ง ณ จุดขาย ได้แก่ ชุดแต่งพิเศษ SHADOW PACKAGE นำเสนอภายใต้แนวคิด Cool & Premium Sport Style” สะท้อนการออกแบบสปอร์ต พรีเมียม มีระดับ และชุดแต่งพิเศษ FLASH PACKAGE นำเสนอภายใต้แนวคิด Sophisticated outstanding Style” ที่เสริมความทันสมัย โฉบเฉี่ยว และดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบและเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ โดยจ่ายเพิ่มในยอดการผ่อนชำระประมาณ 175 บาทต่อเดือนสำหรับชุด SHADOW PACKAGE และ 243 บาทต่อเดือนสำหรับชุด FLASH PACKAGE  (คำนวณจากการเช่าซื้อนาน 72 เดือน) ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

 พร้อมเป็นเจ้าของ YARIS รุ่นปรับปรุงใหม่    ราคาเริ่มต้นเพียง 549,000 – 684,000 บาท

พร้อมเป็นเจ้าของ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่     ราคาเริ่มต้นเพียง 539,000 – 674,000 บาท

 

“Toyota GR Supra 2020 Edition…รถสปอร์ตที่เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่” รถสปอร์ตในตำนานที่กลับมาอีกครั้ง กับเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตรแบบ 6สูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง (Inline-Six-Cylinder Engine) อันทรงพลัง ที่ได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ เพิ่มความเร็วและแรงเต็มพิกัด โดยมอบกำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า ผนวกกับการเพิ่มค้ำโช๊คและปรับช่วงล่างใหม่ เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ลดการบิดของตัวถังให้เสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังให้ความสมบูรณ์แบบถึงขีดสุดกับภาพลักษณ์ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตเต็มขั้น โดยการตกแต่งคาลิปเปอร์เบรกที่ล้อด้านหน้า ด้วยโลโก้ Supra” และล้ออัลลอยสีดำด้าน ขนาด 19 นิ้ว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว โดดเด่นไม่เหมือนใคร พิเศษสุดกับสีภายนอก สีน้ำเงิน horizon blue ใหม่ รุ่น Special Edition กับภายในสีดำ-น้ำเงิน ให้ความรู้สึกที่ตัดกันของภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ตและวัสดุสัมผัสได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ นำเสนอ GR Service Package ให้บริการฟรีเช็กระยะมาตรฐาน ค่าแรง พร้อมเปลี่ยนรายการอะไหล่ตามที่กำหนด จำนวน 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือ 60,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับเจ้าของรถยนต์ Toyota GR Supra บริการ 24 ชั่วโมง หมายเลขติดต่อ 02-386-2000

พร้อมเป็นเจ้าของ Toyota GR Supra 2020 Edition  ราคา  5,199,000 บาท              

 

“ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่…พลังแกร่งเหนือนิยาม  (THE UNBEATABLE)” กับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความแข็งแกร่ง ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Beam ไฟ LED Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding ให้ความโดดเด่นในยามค่ำคืน รูปลักษณ์ภายใน เพิ่มความล้ำสมัยด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay เชื่อมต่อทุกความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อม T-Connect ระบบเชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วงล่างปรับปรุงและพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของการดูดซับแรงกระแทกของโช๊คอัพและเปลี่ยนวัสดุของแหนบ เพื่อยกระดับความนุ่มสบายให้มากยิ่งขึ้น เสมือนนั่งรถ SUV ระดับหรู โดยที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในด้านความแกร่ง ทนทาน และอัตราการรับนํ้าหนักได้ดีเช่นเดิม ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

“ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นพิเศษ Rocco” ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน ด้วยชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ และล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ พร้อมยางแบบ White Letters ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ดุดัน และพรีเมียม ด้วยการออกแบบกระจังหน้าและกันชนหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น Rocco ที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน นอกเหนือจากนี้ ภายในห้องโดยสาร ยกระดับความพรีเมียมด้วยวัสดุตกแต่งแบบพิเศษ และไฟส่องสว่าง ในด้านสมรรถนะการขับขี่ได้ปรับปรุงขุมพลังใหม่กับ เครื่องยนต์ GD เจเนเรชั่นที่ 2 “GD Super Power”  ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร  พร้อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ที่ทำงานร่วมกับช่วงล่างใหม่ Super Flex Suspension ที่เกาะถนนและนุ่มนวลยิ่งขึ้น เพิ่มสมรรถนะการบุกตะลุย มอบประสบการณ์การขับขี่ ขึ้น-ลงเขาที่ง่ายดายกว่าเดิม

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่  ราคาเริ่มต้นเพียง 544,000 – 1,239,000 บาท

 

“โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่…สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ (Wisdom of a Leader)” ที่ออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความ Prestige & Cool”มากยิ่งขึ้น สะท้อนตัวตนความเป็นผู้นำของผู้ขับขี่อย่างมีระดับ เน้นความหรูหราและทันสมัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มอายุ ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว และใช้งานในชีวิตประจำวัน ในครั้งนี้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ มาพร้อมกันถึง 2 รุ่น 2 ดีไซน์ โดยมีรุ่นมาตรฐานและเลเจนเดอร์

  • รุ่นมาตรฐาน รูปลักษณ์ภายนอก ที่ปรับดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งให้กับตัวรถ ดูหรูหรา บึกบึนมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม และตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC (Variable Flow Control) ทำให้น้ำหนักพวงมาลัยแปรผันตามความเร็ว ควบคุมรถได้แม่นยำและมั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังปรับล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ให้รับกับตัวรถ
  • รุ่น Legender” (เลเจนเดอร์) มาพร้อมกับเส้นสายที่ดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ด้วยสัดส่วนกระจังหน้าที่แตกต่าง เพิ่มความทันสมัยด้วย ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ไฟสูงและไฟต่ำแบบ LED พร้อมปรับดีไซน์กันชนหลังใหม่ให้สอดรับกับดีไซน์ด้านหน้าอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนลายล้ออัลลอย 20 นิ้ว เป็นดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับหลังคาทูโทน ให้ความโดดเด่น ยกระดับการเป็น Flagship Model สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตระดับผู้นำ ดีไซน์หรูหรา แบบ Sport Premium PPV

พร้อมเป็นเจ้าของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่

รุ่นมาตรฐาน     ราคาเริ่มต้นเพียง 1,349,000 – 1,524,000 บาท 

รุ่น Legender    ราคาเริ่มต้นเพียง 1,564,000 – 1,839,000 บาท 

 

“โคโรลล่า ครอส” ใหม่…ให้ชีวิตเดินทาง (A New Journey)” รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่ได้รับการออกแบบภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารกับที่สุดแห่งความกว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย อีกทั้งยังมอบความเงียบภายในห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้สมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่   มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4  ที่ให้ทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจและประหยัดน้ำมัน

 นอกจากนั้นยังนำเสนอ รุ่นตกแต่ง ณ จุดขาย ใน 2 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ A New Journey ของทุกคนที่แตกต่างกัน

  • Urban sport style เพิ่มความสปอร์ต สะท้อนความเป็นตัวคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง
  • Adventure style เพิ่มดีไซน์ให้ดุดัน พร้อมลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่และท่องเที่ยว ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

พร้อมเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส ใหม่

เครื่องยนต์เบนซิน   ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 959,000 บาท (ตั้งแต่เปิดตัว – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด   ราคาเริ่มต้นเพียง 1,019,000 – 1,199,000 บาท 

*หมายเหตุ – ราคาจะเพิ่มขึ้นสำหรับสีพิเศษในแต่ละรุ่นรถยนต์ 

 

สัมผัสประสบการณ์พิเศษไปกับบูทโตโยต้า

พบประสบการณ์ใหม่ของโตโยต้า The New Era of Experience พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนด้วย Digital Platform ที่ผ่านความร่วมมือระหว่างพันธมิตรของโตโยต้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ New Usage Experience ที่มีเทคโนโลยีและบริการที่จะเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รองรับทุกไลฟ์สไตล์

  • ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้เปลี่ยนการซื้อรถจากรูปแบบเดิม สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยบริการรูปแบบใหม่ที่โตโยต้าได้คิดค้นพัฒนาขึ้น
  • Connect Locator บริการเช็กสถานะสต็อกและระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์แบบเรียลไทม์ (Real time) ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูล สถานะการส่งมอบรถได้อย่างแม่นยำ
  • Connected Auto Loan (CAL) การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ทำให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น
  • บริการ Sabuy : D มิติใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนต่ำลงประมาณ 20% พร้อมรวมค่าเช็กระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการโตโยต้า มูลค่าประมาณ 23,000* บาท และการรับประกันราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนรถในอนาคต (*เฉพาะไฮลักซ์ รีโว่ ฟอจูนเนอร์ และโคโรลล่า ครอส)
  • KINTO บริการออนไลน์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่ สะดวกสบายไม่ต้องใช้เงินดาวน์
  • แพ็กเกจประกันภัยชั้น 1 Convini-Insure คุ้มครองนาน 3 ปี และสามารถนำไปรวมกับยอดแบ่งจ่ายรายเดือนได้
  • การรับประกันมูลค่ารถในอนาคต GFV (Guarantee Future Value) ราคาขายต่อไม่ต้องกังวล สำหรับรถรุ่น Hybrid
  • ประสบการณ์ในการใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เทคโนโลยีเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่ส่งมอบบริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ T-Connect by TOYOTA ด้วย 3 คุณสมบัติหลัก
  1. Always located and protect บริการเพื่อความอุ่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ประกอบด้วยการบริการ ดังนี้
  • Find My Car
  • ระบบติดตามการโจรกรรม (TheftTrack)
  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS)
  • ระบบกำหนดขอบเขตปลอดภัย (Geo-fencing)
  1. Telematics CARE ช่วยให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าคลายกังวลในการขับขี่
  • บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Maintenance Reminder) รวมถึงการนัดหมายออนไลน์
  • ข้อมูลรถและการขับขี่ (Vehicle Information)
  • ประกันภัย ขับดีลดให้ Toyota Care PHYD (Pay How You Drive) ประกันภัยรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ประหยัดได้มากกว่า ด้วยส่วนลดจากการวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ ขับรถดี ขับปลอดภัย มีส่วนลดค่าเบี้ยประกันต่ออายุ ต่อแรก ส่วนลดประวัติดี ในปีที่ 2 : 20% พร้อมลดเพิ่ม ต่อสอง ขับดีลดให้ อีกสูงสุด 25%
  1. Happiness Mobility บริการเพิ่มความสุขทุกเส้นทาง ประกอบด้วย
  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services) พร้อมดูแลคุณตลอดการเดินทาง

 


พบข้อเสนอสุดพิเศษ ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า

กรณีลูกค้าซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด เพียงเตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญในการซื้อรถให้เรียบร้อยในวันที่จอง ลูกค้าสามารถรับรถยนต์ได้ภายใน 1 วันกิจกรรม “FASTER & SAFER”…ชมรถปลอดภัย ออกรถง่าย ได้รถเร็ว

  • บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการฯ ขอมอบบริการสินเชื่อรถยนต์และการขออนุมัติสินเชื่อที่รู้ผลเร็วภายในงาน เพียงลูกค้าเตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญครบ
  • ลูกค้าสามารถเช็กวงเงินสินเชื่อล่วงหน้าทางออนไลน์ได้กับสถาบันทางการเงินที่ร่วมรายการ
  • ลูกค้าซื้อรถยนต์โดยขอสินเชื่อ สามารถทราบผลการอนุมัติสินเชื่อได้ภายในวันที่ยื่นเรื่อง และสามารถกำหนดวันรับรถยนต์ได้ทันทีภายในงาน
  • ลูกค้าที่จองรถโตโยต้าทุกรุ่นภายในงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020 และโชว์รูมโตโยต้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2563 และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 รับทันที บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 2,000 บาท (ของกำนัลมีจำนวนจำกัด)
  • Fast Lane Reserve ลูกค้าสามารถทำการจองเวลาในการเยี่ยมชมบูทโตโยต้าล่วงหน้า เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว ผ่าน toyotabigmotorsale2020.com
  • Test Drive Booking ลูกค้าสามารถทำการจองเวลาในการทดลองขับรถโตโยต้าล่วงหน้า เพื่อความสะดวก มั่นใจ และปลอดภัย ผ่าน toyotabigmotorsale2020.com

หมายเหตุ : สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมภายในบูทโตโยต้า หรือผ่านทางเว็บไซด์ www.toyotabigmotorsale2020.com หรือ www.toyota.co.th/promotion

“บริดจสโตน” คัมแบ็ก!! ตลาดยางรถจักรยานยนต์ไทย

0

“บริดจสโตน” กลับมาเขย่าวงการยางรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้ง เอาใจผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกเซ็กเมนต์ ชูจุดแข็งเทคโนโลยีชั้นสูงจากสนามแข่งขันสู่ผู้ใช้งานบนท้องถนนจริง พร้อมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

การกลับมาของแบรนด์ยางรถจักรยานยนต์ “บริดจสโตน” ในครั้งนี้น่าจับตามอง เพราะอยู่ใต้การดำเนินงานของ บริษัท เพซแม็กซ์มอเตอร์สปอร์ต จำกัด นำโดย ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ คีย์แมนผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต และอยู่เบื้องหลังรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอย่าง MotoGP ในประเทศไทย ซึ่งได้มาเป็น distributor ยางรถจักรยานยนต์บริดจสโตน  อย่างเป็นทางการเจ้าเดียวในประเทศไทย

การกลับมาครั้งนี้เป็นที่สนใจของคนจำนวนมากและได้รับเสียงตอบรับที่ดี  เนื่องจากบริดจสโตนเป็นแบรนด์ยางรถจักรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลกมีความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพยางและเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งเป็นยางที่ได้รับการยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน MotoGP ตั้งแต่ปี 2001-2015, หรือการคว้าแชมป์รายการ Suzuka 8 ชั่วโมง 14 สมัยซ้อนจนถึงปัจจุบัน

บริดจสโตน มีจุดแข็งเรื่องของการผลิตโดยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องสมรรณะ ความปลอดภัย แต่มาด้วยราคาที่ยังสามารถจับต้องได้ รวมถึงยังมียางที่ตอบโจทย์กลุ่มนักขี่ทุกกลุ่มทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน สายท่องเที่ยว หรือสายแต่ง และยังตอบรับกับรุ่นรถจักรยานยนต์ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นรถสกู๊ตเตอร์, ครุยเซอร์, ทัวริ่ง,  สปอร์ต, แอดเวนเจอร์, ออฟโร้ด และยางสำหรับแข่งขันในสนามแข่ง

แม้ว่าห่างหายจากการทำตลาดไปพอสมควร แต่การเปลี่ยนมือมาเป็นเพซแม็กซ์มอเตอร์สปอร์ตในครั้งนี้ ให้ความสำคัญในการทำตลาดครอบคลุมทุกกลุ่ม บวกกับชื่อชั้นของผู้เป็นหัวเรือในการทำตลาด ทำให้การกลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน  หาซื้อกันได้แล้วทุกภูมิภาคจากตัวแทนจำหน่ายกว่า 30 แห่งทั่วประเทศไทย

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.bridgestonemotothailand.com หรือ www.facebook.com/bridgestonemotothailand  LINE Official : @bridgestonemoto (มีเครื่องหมาย@ นำหน้า)

เอช เซม ยกทัพรถไฟฟ้า บุกงาน BIG MOTOR SALE 2020

0

วันชัย ลี้นะวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ที่ 3 จากขวา) และทีมผู้บริหาร ถ่ายภาพร่วมกับ จรวย ขันมณี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2020 (ที่ 2 จากซ้าย) ในพิธีเปิดบูธ เอช เซม มอเตอร์ อย่างเป็นทางการ ในงาน BIG MOTOR SALE 2020 มหกรรมยานยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ซูบารุพร้อมมอบแคมเปญ 4 นวัตกรรมเทคโนโลยี 4 ข้อเสนอพิเศษ ในงาน Big Motor Sale 2020 ไบเทค บางนา

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้ามอบข้อเสนอพิเศษอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำรถยนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่มุ่งเน้นความปลอดภัยมาจัดแสดงในงาน Big Motor Sale 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ณ ไบเทค บางนา โดยได้จัดเตรียมพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ไว้ภายในงาน

“จากช่วงเวลาที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงและปรับตัวของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยคุณสมบัติของรถยนต์ซูบารุที่สร้างบนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นหลัก ในราคาที่คุ้มค่าสามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์และตอบสนองความต้องการมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทำให้รถยนตซูบารุได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยซูบารุเองยังคงมุ่งมันพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งยกระดับศูนย์บริการ และบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

โดยในงาน Big Motor Sale 2020 ครั้งนี้ ซูบารุได้มอบความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ 4 นวัตกรรมเทคโนโลยีพร้อม 4 ข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยเป็นเจ้าของรถยนต์ซูบารุที่มาพร้อมคุณภาพพรีเมียมได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • ซูบารุ เอ็กซ์วี ดอกเบี้ย 0% 60 เดือน, ขับฟรี 90 วัน, ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ดอกเบี้ย 0.99% 48 เดือน, ขับฟรี 90 วัน, ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และฟรีประกันภัยชั้น 1

 

ด้วยความหลงใหลในประสิทธิภาพและความทุ่มเทด้านวิศวกรรมความปลอดภัยที่อยู่ลึกลงไปใน DNA ของซูบารุ ส่งผลให้ 4 เทคโนโลยีหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ซูบารุทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยอันสูงสุดส่งต่อเพื่อผู้บริโภคอย่างไม่หยุดยั้ง

4 เทคโนโลยีหลักอันเป็นเอกลักษณ์ที่ซูบารุภาคภูมิใจ

เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (Boxer) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและถูกจัดวางอย่างสมมาตรสร้างความสมดุล ยึดเกาะถนน ลดแรงสั่นสะเทือน เพื่อสุนทรียภาพในการเดินทาง  ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ที่กระจายการทำงาน ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์ ให้การยึดเกาะถนนที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่  ซูบารุ โกลบอล แพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) ภายใต้วิศวกรรมการออกแบบทำให้โครงสร้างตัวถังและรอยต่อมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดการสั่นสะเทือนทั้งยังช่วยดูดซับแรงปะทะกรณีเกิดอุบัติเหตุให้ห้องโดยสารปลอดภัยมากขึ้น เทคโนโลยีอายไซต์ (EyeSight) ที่ออกแบบมาเสมือนดวงตาอีกคู่ช่วยระวังสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

4 เทคโนโลยีหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของซูบารุที่มาพร้อมฟังก์ชันความปลอดภัยมากกว่า 100 รายการ ได้การยอมรับและการันตีโดยรางวัลด้านความปลอดภัยจากทั่วโลก

  • ในปี พ.ศ.2563 Forester เมื่อติดตั้ง EyeSight ได้รับรางวัล SAFETY PICK + (TSP +) จากสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง (IIHS)
  • EyeSight ยังได้รับรางวัล Forester และ XV Advanced Advanced Vehicle Triple Plus ในโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ของญี่ปุ่นปี 2018-2019 (JNCAP)
  • Subaru Global Platform ช่วยให้ Forester ได้รับรางวัล Grand Prix จาก JNCAP 2018-2019
  • การยึดเกาะถนนและการควบคุมที่โดดเด่นโดย Symmetrical All-Wheel Drive ช่วยให้ Subaru อยู่ในอันดับที่ 1 ในการประเมินความพึงพอใจจากผู้บริโภคชาวอเมริกัน
  • ความสมดุลที่เหนือกว่าที่ได้จากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าของ Boxer Engine นิตยสาร Newsweek ของอเมริกายกย่องให้ Subaru เป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด

สัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของซูบารุได้ที่บูธ A08 และร่วมทดลองขับรถยนต์ยอดนิยมสุดยอดสมรรถนะด้านความปลอดภัย อาทิ  Subaru Forester ชุดแต่ง GT, Subaru XV ชุดแต่ง GT และ Subaru WRX ที่สุดแห่งนวัตกรรมยานยนต์ตำนานรถแข่งระดับโลกอันเลื่องชื่อ รถซีดานหัวใจนักแข่งที่จะทำให้อดรีนาลีนในตัวคุณหลั่งไหลจากการควบคุมรถที่เฉียบคมและสมรรถนะที่สูงเหนือระดับ ที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับถนนทุกเส้นที่ขับผ่าน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินแบบ Boxer 4 สูบ พ่วงเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร 268 แรงม้า ในงาน Big Motor Sale 2020 ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ณ ไบเทค บางนา ชมรายละเอียดแคมเปญพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ www.subaru.asia/th

เอ็มจี นำเสนอยนตรกรรมครบทุกรุ่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Big Motor Sale 2020

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเดินหน้าต่อ ส่งยนตรกรรมทุกรุ่นของเอ็มจีร่วมงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020 (Big Motor Sale 2020) มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ พร้อมโชว์ศักยภาพของรถกระบะ MG EXTENDER ที่สามารถดัดแปลงเป็นรถสำหรับค้าขายหรือขายของเคลื่อนที่เพื่อช่วยสร้างรายได้ รวมทั้งมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์ COVID-19 นอกจากจะได้เห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววันแล้ว ยังได้เห็นถึงกลยุทธ์ทางการตลาดวิถีใหม่จากหลากหลายธุรกิจที่สร้างการพัฒนาด้านต่างๆ ให้เกิดขึ้น โดยในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะลดลง แต่บริษัทผู้ผลิตและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจในการนำพาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เดินหน้าต่อไป พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกับเอ็มจีที่ยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ และหามาตรการต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือทั้งลูกค้าและผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง  โดยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เอ็มจีมียอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 13,214 คัน แบ่งเป็นยอดขายกลุ่มรถยนต์ SUV จำนวน 8,440 คัน กลุ่มรถเก๋ง 2,533 คัน และกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ 2,241 คัน

“งาน Big Motor Sale 2020 หรือ มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ถือเป็นหนึ่งในงานหลักที่เข้ามาร่วมกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยปีนี้ เอ็มจีนำรถเข้าร่วมจัดแสดงในงานครบทุกรุ่น และจัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ โดยหนึ่งในไฮไลท์คือการนำรถกระบะ MG EXTENDER รุ่น Giant Cab หรือรุ่นตอนครึ่งมาดัดแปลงเป็นรถสำหรับการค้าขายหรือขายของเคลื่อนที่เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังมองหาพาหนะคู่ใจเพื่อช่วยสร้างรายได้”

“เอ็มจี เปิดตัว MG EXTENDER ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Big Motor Sale เมื่อปีที่ผ่านมา ในฐานะรถกระบะอัจฉริยะ หรือ Smart Pickup คันแรกของเอ็มจีและคันแรกของเมืองไทย โดดเด่นด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่ทำให้มีความจุมากที่สุดในรุ่นตอนครึ่ง หรือ Giant Cab อีกทั้งยังมีห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย พร้อมสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอลเรล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 161 แรงม้า และติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ   พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ถือเป็นรถกระบะที่คุ้ม ครบ จบในคันเดียว และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์เพื่อประกอบอาชีพหรือต้องการเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นรายได้ได้เป็นอย่างดี” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

 

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เอ็มจี ในงาน Big Motor Sale 2020 ระหว่างวันที่ 21 -30 สิงหาคม และรับรถภายใน 31 สิงหาคมนี้

NEW MG ZS:  SMART UP SUV รุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท
  • ขับฟรี 3 เดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

MG ZS EV: รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย มาพร้อมเทคโนโลยียนตรกรรมเพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่าและการใช้ชีวิตที่ “ง่าย” ยิ่งขึ้น

  • พิเศษ ดอกเบี้ย 0%
  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

MG HS: รถยนต์ SUV ที่เหนือระดับ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นรถที่มีความสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “ELEGANCE”

  • ขับฟรี 60 วัน
  • ฟรี! อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG มูลค่า 15,630 บาท
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.29%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

MG EXTENDER: กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะที่เหนือกว่า การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ

ทางเลือกที่ 1:

  • ผ่อนให้ 6 เดือน
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

ทางเลือกที่ 2 :

  • ผ่อนเริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน ระยะเวลา 1 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี

MG3: รถยนต์แฮทช์แบ็ค มิติใหม่ของความสนุกที่มาพร้อมนิยาม “WE ARE FUN” สีสันความสนุกเร้าใจ สมรรถนะโดดเด่นและอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย

  • ขับฟรี 60 วัน หรือ รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

MG V80: รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มีความโดดเด่นด้านความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย เพื่อการเดินทางกับครอบครัวหรือหมู่คณะ

  • พิเศษ! รับส่วนลด หรือเลือกรับวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ผู้สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเอ็มจี ได้ในงาน Big Motor Sale 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ณ บูธ MG หมายเลข A16 ฮอลล์ EH 101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา หรือ ที่โชว์รูมเอ็มจี ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

ฮอนด้า ชูไฮไลต์ “ซีอาร์-วี ใหม่” พร้อมยนตรกรรมเอสยูวี และซีดาน รุ่นยอดนิยมในงาน Big Motor Sale 2020

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดแสดงรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ (Big Motor Sale 2020) นำโดยยนตรกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ทั้งกลุ่มรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือเอสยูวี นำโดยรุ่นไฮไลต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา และฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และกลุ่มรถยนต์ซีดาน นำโดย ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดนิยม ฮอนด้า ซีวิค สปอร์ตซีดานไอคอนของฮอนด้า ผู้นำตลาดคอมแพคท์กว่า 4 ปีซ้อน และ ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น HYBRID TECH สปอร์ตพรีเมียมซีดานยุคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งเดินหน้าผสานแพลตฟอร์มออนไลน์อำนวยความสะดวกลูกค้าในการเยี่ยมชมบูทแบบ 360 องศา และสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายทั่วประเทศได้จากที่ใดก็ได้ พร้อมทั้งมอบข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้นด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือ ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท หรือ ฮอนด้าช่วยผ่อน ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ณ บูทฮอนด้า (A02) ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และลูกค้ายังสามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

  • ตอกย้ำตำแหน่งผู้บุกเบิกตลาดเอสยูวี ด้วยยนตรกรรมเอสยูวีทั้ง 3 รุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า นำโดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่สปอร์ตหรูหราและแข็งแกร่งในทุกมิติ มาพร้อมหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบ One-Touch และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียม โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่งกับ 2 ขุมพลังทางเลือก เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC มาพร้อมทางเลือกระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD


    เสริมด้วย ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่ครบครันด้วยเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ของเอสยูวีอย่างแท้จริงโดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะนั่งด้านหลังที่สามารถพับได้เรียบ มอบพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน และ ฮอนด้า บีอาร์-วี ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในทุกการขับขี่ ลงตัวด้วยประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน สามารถปรับเปลี่ยนการพับเบาะเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลายทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง

  • ควบคู่ไปกับกลุ่มรถยนต์ซีดานยอดนิยมที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ นำโดย ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากลูกค้า ตอกย้ำจุดเด่นด้านความเร้าใจในการขับขี่และสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบใหม่ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร อีกทั้งประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียมและมาตรฐานความปลอดภัย เสริมความมั่นใจขึ้นอีกขั้นด้วยฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยในรุ่น RS ที่มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน


    พร้อมด้วย ฮอนด้า ซีวิค ที่ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคท์กว่า 4 ปีซ้อน ด้วยดีไซน์สปอร์ตโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย ผสานความสปอร์ตขึ้นอีกขั้นกับรุ่น TURBO RS ที่ตกแต่งภายในด้วยด้ายสีแดงและเสริมความมั่นใจทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร และเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ซีดานยุคใหม่ที่คงเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยระดับพรีเมียม มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย ที่พร้อมเติมเต็มทุกการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ

  • สานต่อแพลตฟอร์มออนไลน์ อำนวยความสะดวกลูกค้าในการชมบูทแบบ 360 องศา พร้อมพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายจากโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศได้ และคงคอนเซ็ปต์บูท Less is MORE รับชีวิตวิถีใหม่
    ฮอนด้า ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าชมงานของลูกค้าในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดยมุ่งเน้นถึงความสะดวกสบายรวมถึงความปลอดภัย จึงได้เดินหน้านำเสนอแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่แม้ไม่ได้มาชมงาน ก็สามารถเข้าชมบูทภายในงานแบบ 360 องศา พร้อมทั้งรับชมรายละเอียดรถยนต์แต่ละรุ่น รวมถึงพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายทั่วประเทศได้อย่างง่ายดาย ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th/autoshow อีกทั้งยังคงแนวคิดการออกแบบบูท ‘Less is MORE’ ที่ปรับลดโครงสร้างให้น้อยลง จัดสรรพื้นที่ให้เปิดกว้างและโปร่งโล่งยิ่งขึ้น เพื่อลดความแออัด และมีการกำหนดระยะห่างอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยมาตรการดูแลสุขอนามัยและความสะอาดที่เข้มข้นตามหลัก Social Distancing เพื่อให้ลูกค้าเยี่ยมชมรถได้อย่างมั่นใจรับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

โดยรถยนต์ฮอนด้าแต่ละรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือ ข้อเสนอ Double Smile” ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท หรือ ฮอนด้าช่วยผ่อน และข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าภายในงานฯ ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 และมอบข้อเสนอเดียวกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่จองและรับรถที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 131 สิงหาคม 2563

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์และข้อเสนอพิเศษต่างๆ ได้ ณ บูทฮอนด้า (A02) ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ในงานมหกรรมรถยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ หรือ Big Motor Sale 2020 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านที่ปรึกษาการขายทั้งภายในงานฯ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/autoshow หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรือ www.honda.co.th/promotions

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถยนต์ฮอนด้า สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับ ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ผ่าน www.honda.co.th/testdrive โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับและทดลองขับ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2563 จะได้รับของสมนาคุณ Honda Tumbler กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ มูลค่า 350 บาท

 

หมายเหตุ

– รายละเอียด และเงื่อนไขของแคมเปญและข้อเสนอต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ เผยโฉมที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2020

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แกรนด์ (บิ๊ก) มอเตอร์ เซล 2020 ภายในบูธฯ ยังจัดแสดงยนตรกรรมครบทุกรุ่น ได้แก่ มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต พร้อม รุ่น อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่

Mitsubishi 1
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ “พลัสทางเลือกใหม่ ให้ชีวิตเหนือระดับ” มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,349,000 บาท มาพร้อมคุณสมบัติอันครบครันและฟีเจอร์ยอดนิยม ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรีและปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ และจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว พร้อมกับรีโมทและหูฟังอินฟาเรด เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอันทันสมัย อาทิ ระบบ Brake Auto Hold เบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ (BAH) ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ (APB) กล้องมองภาพรอบคัน (MAM) และเซ็นเซอร์ช่วยจอด แรงด้วยเครื่องยนต์ MIVEC VG Turbo ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

Mitsubishi 3
“เราได้นำเสนอ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ให้ครอบคลุมและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้า ครบครัน คุ้มค่าด้วยรุ่น จีที พลัส ใหม่ และ รุ่น อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ที่หรูหราเหนือระดับ ภายใต้คอนเซปท์ ‘The Masterpiece’ สะท้อนความสำเร็จอีกขั้นของผู้ขับขี่” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

Mitsubishi 3
นอกจากการจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ ยอดนิยมครบทุกรุ่นแล้ว ลูกค้ายังจะได้พบกับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2020 และที่โชว์รูมมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ เมื่อจองรถภายใน 31 สิงหาคม 2563 และ รับรถภายใน 30 กันยายน 2563

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ รถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น จะได้รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีในรายการ “LET’S GOLD ลุ้นทอง ลุ้นล้าน” เพื่อลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ “ขับฟรี 90 วัน” (เฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ฟรี รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบด้วย ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และพิเศษสำหรับรุ่น จีที พลัส ใหม่ ลูกค้ายังสามารถเลือกรับ ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี หรือ ฟรี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
วารันตี พลัส

Mitsubishi 5

แทนคำขอบคุณลูกค้าปัจจุบันซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท สำหรับการซื้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นใดก็ได้

โอกาสสุดท้ายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถเอสยูวีเพื่อไลฟ์สไตล์ในเมืองด้วยการเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ที่ยังคงราคาพิเศษสำหรับช่วงแนะนำ 899,000 บาท เพียงจองรถภายใน 30 กันยายน 2563 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2563

Mitsubishi 4

พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส แอทลีท AT(1) ด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ และข้อเสนอพิเศษ ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งซุ้มล้อ พร้อมกันนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ เลือกรับสิทธิ์ ผ่อนชำระเริ่มต้นที่ 4,252 บาท(2) หรือ เลือกรับสิทธิ์ ดาวน์เริ่มต้นที่ 65,250 บาท

สำหรับลูกค้า มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ยังสามารถเลือกรับ ฟรี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส วารันตี พลัส โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ รวมสูงสุดนาน 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2020 และโชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นดูแลลูกค้าด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันพร้อมใช้งานเสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

พบกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2020 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

มาสด้าจัดหนักงาน BIG อวดความงาม CX-30 Mazda3 และ MAZDA2 มากับชุดแต่งสปอร์ตพร้อมอัดดอกเบี้ย 0%

0

มาสด้าเดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์ กระตุ้นกำลังซื้อ ประกาศจัดหนักงาน Big Motor Sale ยกขบวนสกายแอคทีฟครบทุกรุ่นมาจัดแสดง ผนวกกับแคมเปญสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%1 รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง2 ทุกรุ่น ขยายการรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4 และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายเมื่อจองซื้อรถภายในงานฯ ตอกย้ำผู้สร้างกระแสนิยมตลาดเอสยูวี จับ All-New Mazda CX-30 มาตกแต่งด้วยชุดแต่ง Signature Style ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเอกลักษณ์แห่งความสปอร์ตหรูของมาสด้า และเอาใจแฟนพันธุ์แท้สายสปอร์ตครั้งแรกกับ All-New Mazda3 ดึงดูดสายตาด้วยชุดแต่งแท้จากโรงงาน KENSHO ที่คอนเซ็ปต์การออกแบบเฉกเช่นเดียวกับรถต้นแบบ Vision Coupe และนำ New Mazda2 ตกแต่งด้วยชุดแต่งจาก MAZDASPEED มาให้สัมผัสกันแบบใกล้ชิด

Mazda 6

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดรถยนต์เมืองไทย ด้วยการขยายตลาดในกลุ่มครอสโอเวอร์ ที่มาสด้าส่งลงตลาดมากถึง 4 รุ่น ส่งผลให้รถในตระกูล CX-Series โดยเฉพาะรุ่น CX-30 ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าจากทุกช่องทางการสื่อสาร สามารถทำยอดขายขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนก่อเกิดเป็นกระแสนิยมรถประเภทเอสยูวีในวงกว้าง

Mazda 1

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม มาสด้าจึงต่อยอดสู่การนำมาชูเป็นไฮไลท์ในงาน Big Motor Sale มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Signature Style ที่ยังคงเดินตามแนวคิด “Less is More” มุ่งเน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม เกิดเป็นเส้นสายไปในแนวทางเดียวกับตัวรถและสอดประสานกันอย่างลงตัว ช่วยยกระดับความเป็นสปอร์ตให้โดดเด่น เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรถมากยิ่งขึ้นด้วยชุดสเกิร์ตสีดำเงารอบคัน ชุดครอบกระจกข้างสีดำสีเดียวกับสเกิร์ต มอบความสปอร์ตหรูเต็มขั้นด้วยล้ออัลลอยแบบสีทูโทน ขนาด 18 นิ้ว

Mazda 2

อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของงาน คือ การเนรมิต All-New Mazda3 ทั้งในรุ่นซีดาน 4 ประตู และฟาสท์แบค 5 ประตู ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์แท้จากโรงงาน KENSHO โดยได้รับการออกแบบพิเศษ เน้นสร้างความสมดุลระหว่างความงดงามผสานความสปอร์ต ด้วยคอนเซ็ปต์ดีไซน์ “Less is More” เช่นเดียวกับคอนเซ็ปต์คาร์ Vision coupe รถต้นแบบในการพัฒนายนตรกรรมเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า เพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหล ให้ความรู้สึกปราดเปรียวด้วยชุดคิ้วกันชนรอบคันที่เลือกใช้เพียงวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น

Mazda 3

อีกทั้งจับ New Mazda2 เก๋งเล็กยอดนิยมในรุ่น แฮชต์แบค 5 ประตู ตกแต่งด้วย MAZDASPEED บ่งบอกตัวตนที่ไม่ธรรมดาของผู้ขับขี่ ด้วยชุดสเกิร์ตด้านหน้า และด้านข้าง ชุดสปอยเลอร์หลัง ที่สอดรับกับชุดครอบกระจกข้างอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมียนตรกรรมสกายแอคทีฟมาให้สัมผัส พร้อมกันนี้ยังมอบแคมเปญสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้ารถยนต์มาสด้าทุกรุ่น

Mazda 4

New Mazda2 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2

All-New Mazda3 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับ ประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

New Mazda CX-3 รุ่นปี 2020 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

All-New Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

New Mazda CX-5 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 0.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

All-New Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4

Mazda BT-50 PRO และ BT-50 PRO Thunder มาสด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 24 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2

New Mazda MX-5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3

พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

ลูกค้า 200 ท่านแรก ที่จองซื้อรถในตระกูล CX-Series ประกอบด้วย CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 รับฟรี นาฬิกา Mazda Premium Watch มูลค่า 3,500 บาท

ลูกค้า 500 ท่านแรก ที่จองซื้อรถรุ่น Mazda2, Mazda3, Mazda BT-50 และ MX-5 รับฟรี กระเป๋า Mazda Travel Bag มูลค่า 1,900 บาท