Home Blog Page 429

‘ซูซูกิ’ อวดโฉม ‘SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION พร้อมจัดเต็มแคมเปญพิเศษในงาน Big Motor Sale 2020

0

นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน “มหกรรมยานยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ Bangkok International Grand Motor Sale 2020” (BIG Motor Sale 2020) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เป็นอีกหนึ่งงานจัดแสดงรถยนต์ที่ได้เริ่มจัดขึ้นภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และด้วยแนวทางการจัดงานเพื่อส่งเสริมการขายรถยนต์อย่างชัดเจน จึงนับเป็นอีกหนึ่งงานที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ของไทยให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นได้เป็นอย่างดี

Suzuki 1

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจในภาพรวมและธุรกิตอุตสาหกรรมยานยนต์จะเริ่มมีทิศทางที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาซูซูกิก็ได้มีความพยายามในการปรับแผนงานในหลายด้าน เพื่อให้รองรับกับสถานการณ์ในช่วงโควิด-19 ที่กำลังปรับไปสู่การใช้ชีวิตรูปแบบวิถีใหม่ (NEW NORMAL) ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงความต้องการมากที่สุด

นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในสภาวะซบเซาเป็นอย่างมาก ซึ่งชัดเจนว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดรถยนต์รวมนับตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม 2563 มียอดขายเพียง 387,604 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 มีตัวเลขลดลงถึง 64%

สำหรับซูซูกิ แม้จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ในภาพรวมด้านยอดขายนับว่ามีตัวเลขลดลงน้อยกว่าตลาดรถยนต์รวม โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม 2563 มียอดขายอยู่ที่ 13,154 คัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายรถยนต์ซูซูกิในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 คิดเป็นอัตราเติบโต 93% โดยมีส่วนแบ่งตลาดจากยอดขายของตลาดรถยนต์รวมที่ 3.4%

ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ยอดขายรถยนต์ของซูซูกิยังสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ALL NEW SUZUKI XL7 รถครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งมาพร้อมแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันที่ครบครัน โดยสามารถสร้างยอดจองในการเปิดตัวไปได้ถึง 1,500 คัน

Suzuki 2

รวมถึงการกลับมาได้รับความนิยมอย่างเกินคาดหมายของ SUZUKI CELERIO จนมียอดขายพุ่งสวนกระแสโควิด-19 ซึ่งนอกจากเรื่องสมรรถนะการขับขี่ของตัวรถและเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัวแล้วนั้น ยังมาจากราคาจำหน่ายที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่าย ที่เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 1,999 บาท

อีกทั้งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากการขนกองทัพยนตรกรรมชั้นนำของซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงอย่างคับคั่งแล้ว ไฮไลท์สำคัญจะเป็นการอวดโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นพิเศษ ที่จะมาเติมเต็มทุกความต้องการของผู้บริโภค พร้อมด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันยอดขายของซูซูกิในช่วงปลายปีนี้ให้เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

Suzuki  3

อย่างไรก็ตาม เรายังจัดเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายไว้รองรับทุกท่านตลอดทั้งงาน โดยยังเน้นย้ำและให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมงาน ด้วยการปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ของผู้จัดงานอย่างเคร่งครัด ทั้งการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และการทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความอุ่นใจและเข้าเยี่ยมชมบูธของทุกท่านอย่างมีความสุขตลอดงาน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไฮไลต์สำคัญภายในงาน BIG Motor Sale 2020 ซูซูกิจึงขอแนะนำ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION รุ่นตกแต่งพิเศษ มาภายใต้แนวคิด เต็มที่กับสไตล์ เร้าใจทุกมุมมอง สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ที่พร้อมจะมาเติมเต็มทุกความต้องการด้วยการยกระดับความสปอร์ตเร้าใจให้เหนือขึ้นไปอีกขั้นกับชุดแต่งที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษรอบคันเพื่อลูกค้าซูซูกิทุกท่าน

Suzuki 5

SWIFT GL MAX EDITION ตกแต่งด้วยชุดแต่งดีไซน์ใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลังเติมเต็มความสปอร์ตให้มากขึ้นไปอีกขั้น เสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำ ท่อไอเสียคู่เสริมความดุดันเร้าใจ บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วย ชุดสติกเกอร์ Max Editition

นอกจากดีไซน์อันโดดเด่น ยังมาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร โดยมีสีที่จำหน่ายคือ สีแดง Ablaze Red Pearl, สีเทาอ่อน Star Silver Metallic, Mineral สีเทาเข้ม Gray Metallic, สีดำ Super Black Pearl สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic จำหน่ายในราคาเพียง 541,000 บาท และ สีขาว Pure White Pearl จำหน่ายในราคาเพียง 546,000 บาท

ALL NEW SUZUKI XL7 คืออีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่นำเข้ามาจัดแสดงภายในงานครั้งนี้ โดยเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดของซูซูกิที่ ชูแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันที่ครบครัน โดยครอสโอเวอร์ ขนาด 7 ที่นั่ง ถูกแนะนำสู่ผู้บริโภค ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 779,000 บาท ซึ่งรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาให้ทุกท่านสัมผัสได้ถึงความสปอร์ตทั้งภายในและภายนอก มอบความคุ้มค่าเหนือใคร ทั้งในด้านสรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์ในการใช้งานได้ทุกเส้นทาง ฟังก์ชั่นการใช้อันโดดเด่น มอบพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่บรรจุสัมภาระที่มากกว่าใคร ใช้งานได้จริง

SUZUKI CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสดใหม่ ชูความสปอร์ตเร้าใจและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 523,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ด้วยเครื่องยนต์ K10B 1.0 ลิตร แต่มอบพละกำลังและความคล่องตัวสูง มอบสมรรถนะการขับที่ดี ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กม.ต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมความคุ้มค่าทั้งด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 318,000 บาท

Suzuki 5

SUZUKI ERTIGA ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หนึ่งในรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (MPV) รุ่นขายดี ที่ยังเดินหน้าสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รูปทรงสวยทันสมัย ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ เสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม ไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 659,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ มิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ มีความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัมราคาจำหน่ายเพียง 385,000 บาท

สุดพิเศษภายในงานท่านจะได้พบกับรถ SUZUKI CARRY ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ เป็นลวดลาย โดราเอมอน การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ซึ่งทาง ซูซูกิ ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแล้ว ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำพร้อมทีมงานคอยให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกท่าน ซึ่งก็จะทำให้มีความหลากหลายในด้านของแพ็คเกจสินเชื่อต่าง ๆ ที่มากขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ Bangkok International Grand Motor Sale 2020” (BIG Motor Sale 2020) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

โปรโมชั่นพิเศษงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020”

SUZUKI SWIFT

รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท

หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CIAZ

รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO

รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI ERTIGA

รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี

ALL NEW SUZUKI XL7

ดอกเบี้ย 1.89%

หรือเลือกรับ รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

“Big Motor Sale 2020” มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ โปรถูกและดีมีให้เห็น

0

เริ่มแล้ว….Big Motor Sale 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ จัดโดย บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ท้าวิกฤตโควิด-19 ยืนหยัดสร้างโอกาสทาง การตลาดใหม่ เปลี่ยนฤดูฝนให้เป็นฤดูขายเหมือนเช่นทุกปี เป็นสื่อกลางให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถได้เปรียบเทียบ เลือกหา และตัดสินใจซื้อรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ ยานยนต์จากแบรนด์คุณภาพ ภายใต้นิยาม “ใหม่ถูกดี” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมการดูแลด้วยมาตรฐานสุขอนามัยครบเครื่องแบบ New Normal รวม 10 วันเต็ม “อยากได้รถ จบในงานเดียว” 21-30 สิงหาคม ศกนี้ ที่ไบเทค บางนา

 

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020 หรือ Big Motor Sale 2020 เผยว่า “เรายังคงสานต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการจัดงาน Big Motor Sale ในการเป็นหัวเรือใหญ่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจยานยนต์ ช่วยเปลี่ยนช่วงฤดูฝนในไตรมาส 3 ที่ซบเซาให้เป็นฤดูขายต่อเนื่องไปทั้งปี โดยยืนหยัดจัดงาน “Big Motor Sale 2020” ตามวันและเวลาที่ได้แจ้งไว้เมื่อครั้งจบงานปีที่แล้ว

Big Motor Sale 2020 2

นายจรวยกล่าวเพิ่มเติม “แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการจัดงานมหกรรมซื้อขายรถขนาดใหญ่ท่ามกลางสถานการณ์การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจทั่วโลก และทำให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตกอยู่ในภาวะ ชะลอตัว แต่ด้วยความตั้งใจจริง เราจึงเชื่อมั่นว่า ด้วยมาตรฐานการจัดงานขายรถที่ดีของเรา การสนับสนุนจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้บริการด้านยานยนต์ที่มอบความเชื่อมั่นเข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ตั้งแต่ฮอลล์ 101-105 นำยนตรกรรมคุณภาพหลากรุ่น และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์มาตรฐานเยี่ยมมาจัดแสดง พร้อมจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษแบบสุดคุ้ม เพื่อให้ผู้บริโภค มีโอกาสได้เลือกซื้อของใหม่ ถูกและดีในราคาจับต้องได้ ซึ่งช่วงเวลานี้ถือได้ว่าสถานการณ์ ในประเทศเริ่มคลี่คลายจนเกือบใกล้เข้าสู่ปกติด้วยวิถีแบบ New Normal และมองเห็นแนวโน้มของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง

Big Motor Sale 2020 1

นายจรวย กล่าวเสริม น่ายินดีที่มีการเปิดตัว รถรุ่นใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น หลายแบรนด์เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น งานนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีการเปรียบเทียบ เลือกหา และตัดสินใจซื้อรถ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น เป็นสื่อกลางให้คนที่อยากซื้อรถได้เจอกับคนขายรถอย่างสะดวกสบาย ภายใต้มาตรฐานการจัดการด้านสุขอนามัยโดยไม่ให้การ์ดตก เพื่อให้ผู้ชมงานอุ่นใจคลายกังวล สามารถเดินชมและเลือกซื้อรถคันใหม่ได้อย่างสบายใจ ในงาน Big Motor Sale 2020 ทั้ง 10 วัน ซึ่งจะทำให้เกิดการซื้อขายรถที่คุ้มค่าขึ้นอีกมากมาย และกระตุ้นยอดขายอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ฟื้นตัว”

Big Motor Sale 2020 3

พบกับแบรนด์รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ รถนำเข้าพรีเมี่ยม รถมือสองพรีเมี่ยม พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง ให้เลือกชมเลือกซื้อกันภายใต้เงื่อนไขข้อเสนอต่าง ๆ มากมาย ในงาน “Big Motor Sale 2020” มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ณ ฮอลล์ 101-105 ได้แก่

แบรนด์รถยนต์ใหม่
• ASTON MARTIN โดย แอสตัน มาร์ติน แบงคอก
• BMW โดย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด
• HONDA โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
• HYUNDAI โดย บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
• JAGUAR / LAND ROVER โดย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด
• KIA โดย บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด
• MASERATI โดย มาเซราติ ประเทศไทย
• MAZDA โดย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
• MERCEDES-BENZ โดย บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด
• MG โดย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
• MINI โดย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด
• MITSUBISHI โดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
• NISSAN โดย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
• PEUGEOT โดย บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
• SUBARU โดย บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด
• SUZUKI โดย บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
• TOYOTA โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
• VOLVO โดย บริษัท เมอร์ค ออโต้ จำกัด
• LONDON TAXI โดย บริษัท เอเซียแค็บ จำกัด
• DT.MOTOR โดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีทีมอเตอร์กรุ๊ป
• TECHART โดย บริษัท บี ออโต้ฮาวส์ จำกัด
• HSEM MOTOR โดย บริษัท เอชเซม มอเตอร์ จำกัด

Big Motor Sale 2020 6

Big Motor Sale 2020 7

Big Motor Sale 2020 9

Big Motor Sale 2020 10

แบรนด์มอเตอร์ไซค์ใหม่
• BMW โดย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป
• HARLEY-DAVIDSON โดย บริษัท แบงค็อก ไรเดอร์ จำกัด
• ROYAL ENFIELD โดย บริษัท ประเสริฐเจริญยนต์การช่าง จำกัด
• TRIUMPH โดย บริษัท อัลทิเมท ไรด์ จำกัด
• YAMAHA โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด

ขอเชิญร่วมสัมผัสและเลือกหายนตรกรรมคุณภาพเยี่ยม พร้อมรับข้อเสนอสุดคุ้ม “ถูกและดี” จากแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำได้ที่งาน “Big Motor Sale 2020” มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ถึง วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 วันธรรมดา เปิดตั้งแต่ 12.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 21.00 น. บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวและ ไฮไลท์ที่น่าสนใจได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มาชมงานและเลือกซื้อรถมีความมั่นใจ งาน “Big Motor Sale 2020” จัดขึ้นภายใต้มาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่ภาครัฐกำหนด 3 มาตรการ ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัยตลอดการเข้าชมงาน ล้างมือบ่อย ๆ และรักษาระยะห่าง Social Distancing ด้วยการจัดสรรพื้นที่จัดแสดงงานและพื้นที่ทางเดินในอัตราส่วน 1:4 ตารางเมตรเพื่อความโปร่งโล่งสบาย ลดการแออัด พร้อมจัดเตรียมจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิครอบคลุมทั่วพื้นที่จัดงาน การลงทะเบียนเข้า-ออกงานแบบออนไลน์ด้วยการสแกน QR Code ไทยชนะ จุดบริการแอลกอฮอล์ และ Stand by เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดตลอดช่วงเวลาการ จัดงาน เป็นต้น

นิสสัน ชูนวัตกรรม คิกส์ อี-พาวเวอร์ พร้อมข้อเสนอพิเศษ ในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซลล์ 2020

0

นิสสัน ประเทศไทย จัดแสดง นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รถยนต์คอมแพค เอสยูวี ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ให้สมรรถนะของอัตราเร่งรวดเร็วทันใจ และมอบประสบการณ์ในการขับขี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้าในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซลล์ มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ในวันที่ 21 ถึง 30 สิงหาคม 2563 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นอกจากโปรโมชันพิเศษภายใต้แคมเปญ Nissan Care for You ที่นิสสันมอบสิทธิขยายการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย

 

นอกจาก นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แล้ว ยังมีรถยนต์นิสสันอีกหลายรุ่นให้ท่านได้เลือกชมและทดลองขับ เช่น นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ นิสสัน โน๊ต และ นิสสัน นาวารา พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์จากข้อเสนอพิเศษที่มีเฉพาะภายในงาน อาทิ อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับสินเชื่อรถยนต์ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection และฟรีไส้กรองเครื่องปรับอากาศแบบพรีเมียม**

Nissan 2

“นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ สร้างขึ้นในประเทศไทย โดยฝีมือคนไทย เพื่อลูกค้าชาวไทย ภายใต้คุณภาพ และมาตรฐานการผลิตเดียวกันทั่วโลก เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก จึงมอบพลังแห่งการขับเคลื่อนใหม่ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยสมรรถนะของอัตราเร่ง และประสบการณ์ในการขับขี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า

Nissan 3

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองของลูกค้า ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยทั้งหมดมาในราคาที่คุ้มค่า โดยรถจะให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ความประหยัดมากขึ้น แต่ให้สมรรถนะและพละกำลังที่ยอดเยี่ยม นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมีรุ่นที่มาพร้อมชุดแต่ง พรีเมียร์ อิดิชั่น โดยมีให้ทดลองขับและจองได้ภายในงานนี้

Nissan 1

“นอกจากนี้ นิสสันยังนำเสนอยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นอื่น ๆ อาทิ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ท้าทายกับความเชื่อเดิม ๆ ที่เคยมีในรถยนต์กลุ่มซิตี้คาร์ นิสสัน โน๊ต และ นิสสัน นาวารา เป็นต้น นิสสันนำเสนอตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับลูกค้าที่มีค่าของเรา” อดิศัย สิริสิงห รองประธานสายงานการตลาด นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว “ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชม และทดลองขับเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในอนาคตที่นิสสันกล้าทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง”

Nissan 5

สำหรับรถยนต์นิสสันรุ่นพิเศษที่จัดแสดงในงานนี้ยังมี นิสสัน โน๊ต พร้อมชุดแต่ง เอ็น-สปอร์ต และชุดแต่ง เอ็น-เทรค วอร์ริเออร์*** สำหรับ นิสสัน นาวารา รวมไปถึง นิสสัน มาร์ช สมาร์ทซิตี้คาร์ยอดนิยม โดยทั้งหมดจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ มอบทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้เข้าชมงาน

Nissan 6

และสำหรับการให้บริการหลังการขายภายใต้แคมเปญ Care for You นิสสันมอบบริการใหม่ล่าสุด โดยการขยายสิทธิบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ให้ลูกค้ามีความอุ่นใจมากขึ้นเมื่อใช้รถยนต์นิสสัน ลูกค้านิสสันจะได้สิทธิขยายการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. หรือ Roadside Assistance ทั่วประเทศ เป็นระยะเวลาถึง 6 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงนำรถยนต์เข้าเช็คระยะที่ศูนย์บริการนิสสันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าสามารถขับรถนิสสันได้อย่างมั่นใจในทุกวันและทุกการเดินทาง แม้ว่าเงื่อนไขการรับประกันรถยนต์และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนจะสิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยที่นิสสันได้ยกระดับการให้บริการหลังการขาย

Nissan 7

“นิสสัน ไม่เพียงแต่นำเสนอยานยนต์ที่คุ้มค่า แต่นิสสันยังมีข้อเสนอพิเศษจากโปรโมชันทางการเงินที่จะช่วยลดภาระในการเป็นเจ้าของรถ เราให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายผ่านรูปแบบที่สร้างสรรค์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น” อดิศัย กล่าวสรุป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่บูธของนิสสัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2563

 

(มีคลิปวีดีโอ) พิสูจน์สมรรถนะ Toyota Fortuner Legender 2.8 4WD ลุยหนักบนทางโหด ณ เขาระเบิด จ.ชลบุรี

0

Toyota Fortuner Legender รุ่น 2.8 4WD พี่ใหญ่รุ่นท๊อพที่ได้รับการปรับปรุงในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ มาพร้อมออฟชั่นแบบไม่มีกั๊ก และสมรรถนะขับสนุกจากเครื่องยนต์ 2.8 ลิตรปรับแต่งให้ได้แรงม้าสูงถึง 204 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร รวมถึงระบบขับเคลื่อนแบบ Sigma 4 System ที่มีตัวช่วยการขับขี่ซ่อนอยู่มากมาย จะช่วยให้การเดินทางลุยเส้นทางออฟโร๊ดที่ค่อนข้างจะสาหัส ไปยังจุดหมายปลายทางบนยอดเขาระเบิด จ.ชลบุรี ได้อย่างไรบ้าง ติดตามได้จากรายงาน

กระแสตอบรับอย่างท่วมท้นหลังจากที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัวรถรุ่นนี้ด้วยยอดจองแตะ 7,000 คัน ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน และเกินครึ่งของยอดจองกลับเป็นของรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร

Toyota Fortuner Legender 1

การปรับปรุงในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์สำหรับ Toyota Fortuner Legender 2.8 4WD คันนี้เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงมุมมองทั้งหน้าและหลังใหม่ ชุดๆไฟหน้าและหลังเป็นแบบ Full Led กันชนหน้าและกระจังมาพร้อมการออกแบบที่ให้ความสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Toyota Fortuner Legender 2

ล้ออัลลอยลายใหม่พร้อมยางขนาด 265/50 R20 เข้ามาประจำการแทนลวดลายเดิม ส่วนกระจกมองข้างและหลังคาเป็นสีแบบทูโทนคล้ายกับรุ่น TRD Sportivo มาพร้อมราวหลังคา และบันไดข้าง ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Toyota Fortuner Legender 3

ฝาท้ายมีการติดตั้งระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายแบบ Kick Activated บริเวณกรอบป้ายทะเบียนมีการติดตั้งกล้องมองภาพ และที่กันชนฝังเซนเซอร์เพื่อเป็นการประมวลผลสำหรับกล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ

Toyota Fortuner Legender 4

ห้องโดยสารเพิ่มเติมความหรูหรา เบาะหนังแท้แต่งด้วยหนังสังเคราะห์ สำหรับคู่หน้าปรับได้ด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนของแถว 2 ปรับและพับได้แบบ One Touch ส่วนแถว 3 ยังคงสไตล์พับและแขวนไว้ด้านข้างเช่นเดิม

Toyota Fortuner Legender 5

Toyota Fortuner Legender 6

ชุดพวงมาลัยและคอนโซลกลางมีความใกล้เคียงรุ่นเดิม แต่เติมเต็มฟีเจอร์ต่างๆไว้เพียบ พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่นที่มีสวิทช์ควบคุมและสั่งการระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ รวมถึงระบบเตือนเมื่ออกนอกเลนพร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และระบบแสดงสถานการณ์เลี้ยวของล้อ ซึ่งแสดงการทำงานผ่านจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แบบเดียวกับ Toyota Hilux Revo

Toyota Fortuner Legender 7

Toyota Fortuner Legender 8

คอนโซนกลางติดตั้งจอทัชสกรีนขนาด 9 นิ้ว นอกจากแสดงการทำงานของกล้องมองภาพรอบคัน ในขณะที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ IOS และ Android จะสามารถแสดงการทำงานของแอพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงแผนที่นำทางอย่าง Google Map อัพเกรดคุณภาพเสียงในการดูหนังฟังเพลงผ่านลำโพง JBL ทั้ง 11 ตัว ซึ่งถูกติดตั้งรอบห้องโดยสารถึง 9 จุด และยังมีระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลพร้อมช่องระบายความเย็นสำหรับผู้โดยสารทั้ง 3 แถว

Toyota Fortuner Legender 9

ถัดมาเป็นสวิทช์ควบคุมระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชันและสวิตช์ควบคุมแบบมือหมุนของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Sigma 4 System

Toyota Fortuner Legender 10

ช่องเก็บของด้านล่างจะมีการเพิ่มเติมในส่วนของ Wireless Charging รองรับการชาร์จไฟเข้าสมาร์ทแบบไร้สาย

Toyota Fortuner Legender 11

ส่วนชุดคอนโซลเกียร์แต่งขอบสีเงิน มากับสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO Normal และ Power

Toyota Fortuner Legender 12

ระบบ T-Connect เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเด่นของโตโยต้า แน่นอนว่ามีมาให้เหมือนกัน และเก็บกล่องดำที่ทำหน้าที่เสมือน GPS ติดตามรถ และบันทึกประวัติต่างๆของรถ ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด

ขุมพลังดีเซลปรับใหม่ในรหัส 1 GD-FTV (High) แบบ 4 สูบแถวเรียง VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ

Toyota Fortuner Legender 13

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะที่มาพร้อมบวก/ลบ ที่ตำแหน่งคันเกียร์และแพดเดิลชิฟท์ ที่พวงมาลัย

Toyota Fortuner Legender 14

ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงเช่นกัน แต่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อช่วยซับแรงสั่นสะเทือน เพิ่มความนุ่มนวลและให้การควบคุมที่ดียิ่งขึ้น

ด้านความปลอดภัยมีมาให้ครบครันตั้งแต่โครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานเหล็กนิรภัยด้านข้าง ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ระบบเบรกเอบีเอสที่มากับดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบกระจายและเสริมแรงเบรก นอกจากนี้ตัวช่วยการขับขี่ที่ให้ความปลอดภัยยังให้มาแบบไม่มีกั๊ก อาทิ
-ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี A-TRC
-ระบบควบคุมการส่ายของพวงมาลัย TSC
-ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน HAC
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC
-ระบบควบคุมเฟืองท้าย Auto limited Slip Differrential

สำหรับการทดลองขับช่วงแรกเป็นการใช้งานบนถนนหลวงระยะทางกว่า 100 กม. เพื่อไปยังไฮไลท์ของการทดสอบครั้งนี้นั่นคือที่เขาระเบิด จ.ชลบุรี

Toyota Fortuner Legender 15

การขับขี่บนถนนหลวงในโหมดขับเคลื่อนปกติ (Normal) สัมผัสได้ถึงความแรงที่เปลี่ยนไปเพราะทั้งแรงม้าและแรงบิดได้ถูกการพัฒนาเพื่อให้การตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ในโหมด Eco กล่องอีซียูจะสั่งการให้คันเร่งและหัวฉีด ลดการตอบสนองต่อการ ใช้งาน เพื่อคงไว้ซึ่งความประหยัด แต่ถ้าอยากแรง โหมด Power จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังที่มีอยู่ เพราะฉะนั้น การตอบสนองในการใช้คันเร่งจะรวดเร็วขึ้น

Toyota Fortuner Legender 16

ระบบช่วงล่างปรับเซ็ทมาให้นุ่มและหนึบกว่าเดิม ค่าKของสปริงพร้อมโช๊คอัพที่พัฒนามาใหม่ พวงมาลัยก็เป็นอีกหนึ่งการพัฒนาให้ได้มาซึ่งนน.เบา ในความเร็วต่ำ คุณผู้หญิงใช้งานสบายๆ ส่วนความเร็วสูงจะปรับให้หนักขึ้น ทั้งหมดทำให้รถคันนี้มีบังคับควบคุมที่แม่นยำและมั่นใจได้ในทุกย่านความเร็ว

Toyota Fortuner Legender 17

ขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด กระจกหน้าเป็นแบบ Acoustic glass ทั้งยังมีการติดตั้งวัสดุซับเสียง ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ ในขณะที่ความเร็วคงที่ 100 กม./ชม. ระดับเสียงแค่เพียง 70 เดซิเบล

Toyota Fortuner Legender 19

ตัวช่วยความปลอดภัยอย่างระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมระบบช่วยดึงกลับ LDW อาจจะทำให้วุ่นวายต่อการขับขี่ไปสักนิด ถ้าไม่ชอบก็เลือกเปิด/ปิด เหมือนตัวเตือนการชนและ Radar Adaptive Cruise Control

Toyota Fortuner Legender 20

มาถึงบทบาทในทางลุยซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของทริพเลยก็ว่าได้ “เขาระเบิด” เป็นจุดหมายที่ใช้พิสูจน์สมรรถนะของ Toyota Fortuner Legender 2.8 4WD และบริจาคถังน้ำอเนกประสงค์เพื่อให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งผู้จัดงานไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสภาพเส้นทางจะสาหัสเพียงไหน แต่ในวงการออฟโร๊ดจะรู้กันดีว่าความโหดของที่นี่คือเส้นทางที่เป็นดินหนังหมูและต้องขึ้นเนินชัน

Toyota Fortuner Legender 23

คืนก่อนที่คณะของเราจะเดินทางไปถึงฝนพึ่งจะกระหน่ำลงมาหมาดๆ และในวันที่เดินทาง ฟ้าก็ปิดจนมองไม่เห็นแสงแดด ดูเหมือนธรรมชาติจะเป็นใจและช่วยให้การพิสูจน์สมรรถนะในครั้งนี้ได้รู้ถึงขีดสุด

Toyota Fortuner Legender 21

Sigma 4 Syetem ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่พัฒนามาจากรุ่นที่แล้ว ในทางลุยแบบนี้ ต้องยกให้เป็นพระเอก ว่ากันด้วยเรื่องรอบเดินเบา หากใช้งานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จากเดิมอยู่ที่ 860 รอบต่อนาที ให้เหลือเพียง 650 รอบ เพื่อการก้าวข้ามอุปสรรคบนเส้นทางทุรกันดารทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

Toyota Fortuner Legender 22

อีกหนึ่งตัวช่วยอย่างกล้องมองภาพรอบคันที่แสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติ ทำให้การมองเห็นความกว้างของเส้นทางได้สะดวก ผู้ขับขี่ก็สามารถปกป้องสีรถไม่ให้ครูดกับต้นไม้ข้างทางได้อย่างสบาย

Toyota Fortuner Legender 24

ฟีเจอร์เด่นสำหรับสภาพเส้นทางแบบนี้คือ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC ซึ่งต้องเปิดสวิตช์บริเวณคอนโซลกลางและจะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น 4H หรือ 4L โดยจะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 7 กม./ชม.โดยการนำกำลังของเครื่องยนต์และเบรก มาช่วยสร้างแรงเฉื่อยขณะที่ลงทางชัน และ ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน HAC จะทำหน้าที่หยุดรถค้างอีก 3 วินาทีเพื่อไม่ให้รถไหลลงจากเนินเมื่อตอนย้ายเท้าจากเบรคมาที่คันเร่ง

Toyota Fortuner Legender 26

สภาพเส้นทางเกินความคาดหมายไปเยอะ และยิ่งถ้าเป็นคนรักรถคงถอดใจตั้งแต่บริเวณปากทางเข้าพื้นที่ลุย เริ่มจากการไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆด้วยเกียร์ 4H แต่ถ้าดันทุรังต่อโดยใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้อก็น่าจะไม่ใช่ปัญหา เนื่องจาก Auto Limited Slip Defferential คอยทำหน้าที่แบ่งกำลังจากเครื่องยนต์ที่มายังล้อหลัง

Toyota Fortuner Legender 27

ไต่ระดับความสูงขึ้นมาสักพักก็มาถึงจุดไฮไลท์ ชาวบ้านแถวนี้ตั้งชื่อให้ว่า “จุดคัดกรอง” ลักษณะเป็นทางลงเขาต่อด้วยขึ้นเนินชันซึ่งถ้าตอนหน้าแล้ง เส้นทางบริเวณนี้จะไม่น่ากลัวเท่าวันนี้

Toyota Fortuner Legender 28

21.00 น.ก่อนวันเดินทาง เป็นช่วงเวลาที่ฝนกระหน่ำบริเวณโดยรอบพื้นที่ของเขาระเบิด เดิมทีในช่วงหน้าฝน จุดคัดกรองแห่งนี้มีสภาพเป็นดินหนังหมู เอาง่ายๆแค่เดินก็ล้ม ต่อให้ยางมัทเทอเรนที่เป็นบั้งลึก ก็ใช่ว่าจะช่วยให้ผ่านไปง่ายๆ ยาง Hiterrain จากดันลอฟ ขนาด 265/50 R20 ที่ติดมากับรถแค่เดินทางมาถึงบริเวณนี้ก็เกือบจะกลายเป็นโดนัท เพราะดินเหนียวที่เข้ามาอุดร่องดอกยาง

Toyota Fortuner Legender 29

เสียงจากวิทยุสื่อสารดังขึ้นว่า “ให้ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 4H ใช้คันเร่งให้หนักขึ้นและต้องไม่ถอน” ตรงนี้ผมเห็นต่าง เพราะประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางลักษณะใกล้เคียงกัน ที่ผ่านมาผมใช้แต่ 4L ซึ่งใช้รอบเครื่องยนต์ไม่สูงมาก นอกจากรถไม่ช้ำ โอกาสที่จะหลุดออกนอกไลน์และสไลด์ตกเขา มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า

Toyota Fortuner Legender 30

พอเข้าโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4L น้ำหนักพวงมาลัยยิ่งเบา ซึ่งเป็นการพัฒนาโปรแกรมใหม่ เนื่องจากหากเกิดกรณีติดหล่ม หรือเส้นทางที่เป็นโคลน และดินหนังหมูแบบนี้ การที่ทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นผิวให้ได้มากที่สุด จะทำให้ผ่านอุปสรรคเหล่านั้นได้ง่าย ซึ่งการโยกพวงมาลัยไปทางซ้าย และ ขวาอยู่ตลอดเวลา ทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นผิวได้มากขึ้นนั่นเอง

Toyota Fortuner Legender 31

รอบเครื่องที่ใช้ไม่เกิน 2,500 รอบก็สามารถผ่านไปได้แบบทุลักทุเล ทั้งนี้ตัวช่วยอย่างระบบป้องกันล้อหมุนฟรี จะถูกเรียกใช้งานตามการประมวลผลของสมองกล และอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดอย่างระบบแสดงสถานะการเลี้ยวของล้อ Tire Tunning Angle ซึ่งแสดงผลผ่านจอ TFT ขนาด 4.2 ที่บริเวณแดชบอร์ด ช่วยให้พวงมาลัยไม่หลงทิศ บังคับไปตามไลน์

Toyota Fortuner Legender 33

จุดไฮไลท์ของเขาระเบิดถือว่าค่อนข้างเอาเรื่อง แต่ทั้งขบวนก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคกับจุดคัดกรองไปได้ เส้นทางเริ่มไต่ระดับความสูงอีกครั้ง แต่ก็ไม่สาหัสสักเท่าไหร่

Toyota Fortuner Legender 34

ไม่นานนักก็มาถึงจุดชมวิวที่มีชื่อเรียกว่าสถานีร่มบิน ลานกว้างๆพร้อมบรรยากาศสวยๆไร้วิวทะเล ก็ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่และน้อยคนที่จะเคยเห็น และภารกิจสุดท้ายคือการบริจาคถังน้ำอุปโภคบริโภคไว้ให้คนพื้นที่และผู้มาเยือนได้ใช้ประโยชน์ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

Toyota Fortuner Legender 35

บทสรุปการพิสูจน์สมรรถนะของ Toyota Fortuner Legender 2.8 4WD ต้องยอมรับว่าผู้จัดนั้นใจถึงและไม่กลัวที่รถจะบอบช้ำจากการใช้งาน ค่าตัวในราคา 1,839,000 บาท นอกจากรูปลักษณ์ที่ปรับแต่งให้ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น สมรรถนะเครื่องยนต์ขับสนุก ช่วงล่างปรับเซทมาได้อย่างลงตัว ออฟชั่นที่ให้มาก็ครบแบบไม่มีกั๊กและใช้งานง่าย สิ่งที่ควรปรับปรุงมีเพียงเรื่องเดียวนั่นคือระบบเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activate ที่ค่อนข้างใช้งานยาก เนื่องจากต้องเปิดระบบก่อนการใช้งาน ขณะที่ฟีเจอร์นี้ในคู่แข่งแบรนด์อื่น เพียงแค่มีกุญแจอยู่ที่ตัวก็สามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องเปิดระบบ

มาสด้าทุ่มงบ 50 ล้าน เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ สาขาวังน้อย อยุธยา

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จับมือ ออโต้ แกลเลอรี่ กรุ๊ป เดินหน้าขยายการลงทุนบุกเจาะตลาดเขตเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลัก ทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ ทู” สาขาวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางสายหลักบนถนนพหลโยธินขาขึ้นไปภาคเหนือและอีสาน รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนขนาดใหญ่ พร้อมให้การบริการครอบคลุมทั้งลูกค้าในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียง มุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามาสด้าไปตลอดการใช้งาน

มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับความต้องการรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อรองรับกับโมเดลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มาสด้าจึงเร่งมือเพื่อขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมในทุกจังหวัด รวมทั้งตามอำเภอหลักที่มีศักยภาพ วันนี้เราได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง ออโต้ แกลเลอรี่ กรุ๊ป เข้ามาเติมเต็มในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งผมต้องขอแสดงความยินดีกับการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ “มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ ทู” สาขาวังน้อย ซึ่งเป็นโชว์รูมแห่งที่ 4 ของกลุ่มฯ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการยกระดับโชว์รูมใหม่ให้ทันสมัยสอดคล้องกับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดความเป็นแบรนด์มาสด้าที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการยกระดับการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าโชว์รูมมาสด้าในปัจจุบันจะมีความโดดเด่นทันสมัย พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเต็มกำลัง

“นอกเหนือจากการบริการลูกค้าให้ดีที่สุดแล้ว ความร่วมมือร่วมใจของผู้จำหน่ายเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิ่งอื่นใด ผมขอขอบคุณออโต้ แกลเลอรี่ กรุ๊ป ที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าและผมมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ ความชำนาญและความมุ่งมั่นของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ไฟแรงของออโต้ แกลเลอรี่ กรุ๊ป จะสามารถให้การดูแลและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในเขตอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างดีเยี่ยม” มร.อัตสึชิ ยาซูโมโต้ กล่าวเพิ่มเติม

นายสมศักดิ์ โพธิ์ใบกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บริษัท มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด กล่าวว่า ออโต้ แกลเลอรี่ กรุ๊ป เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ในแวดวงยานยนต์และได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี 2555 โดยเริ่มจาก มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ สาขาบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี ตามมาด้วย มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เบสท์สไมล์ สาขาร่มเกล้า ตามด้วย มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ สาขาสระบุรี และล่าสุด มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ ทู สาขาวังน้อย แห่งนี้ ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจร ทั้งการให้บริการในส่วนงานขาย งานบริการหลังการขาย และงานฝ่ายอะไหล่

“แม้ว่าอำเภอวังน้อยจะเป็นอำเภอขนาดเล็ก แต่ก็ถือว่าเป็นทำเลศักยภาพและเป็นเส้นทางการสัญจรสายหลักของประชาชนที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน แวดล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมและย่านชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ดังนั้นการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานบนทำเลแห่งนี้ จึงถือว่ามีความสำคัญยิ่งที่จะช่วยขยายการเข้าถึงของลูกค้าให้ครอบคลุม สร้างความอุ่นใจ และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์มาสด้าในเขตพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้ดียิ่งขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

โชว์รูมแห่งใหม่ มาสด้า ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ ทู สาขาวังน้อย ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน 77/7 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร 035-355-777 ซึ่งเป็นโชว์รูมที่ได้ถูกออกแบบให้มีความโดดเด่น พรั่งพร้อมทีมช่างเทคนิคผู้ชำนาญการและเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัยตามมาตรฐานมาสด้า ที่สามารถอำนวยความสะดวกและรองรับความต้องการในการซ่อมบำรุงของลูกค้าได้อย่างครบครัน

ฮุนได โคน่า อิเล็คทริก บันทึกสถิติใหม่เดินทางได้ไกลถึง 1,026 กิโลเมตร

0

ฮุนได มอเตอร์ โชว์ศักยภาพด้านผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากสถิติการวิ่งทดสอบระยะทางของรถยนต์โคน่า อิเล็คทริก 3 คัน

ตลอดระยะเวลาสามวันของภารกิจนี้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซับคอมแพ็ค เอสยูวี แต่ละคันสามารถทำระยะทางได้ 1,018.7, 1,024.1 และ 1,026.0 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง โดยแต่ละระยะทางที่ได้นั้นเป็นสถิติจากความจุของแบตเตอรี่ 64 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ให้ค่าการใช้พลังงานที่ 6.28, 6.25 และ 6.24 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ที่กำหนดโดย  WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicle Test Procedure)

“ภารกิจครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ฮุนได โคน่า อิเล็คทริก โดดเด่นในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานของความจุแบตเตอรี่” มร.ไมเคิล โคล  ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ยุโรป กล่าว “นี่คือรถยนต์ไลฟ์สไตล์ ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่หลากหลายและดีไซน์ที่โดดเด่นของรถคอมแพ็ค เอสยูวีให้แก่ลูกค้า นอกเหนือจากการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

การทดสอบเกือบ 35 ชั่วโมงที่สนามแข่ง Lausitzring ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนี โดยบริษัท Dekra ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบยานพาหนะของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นที่ Lausitzring ตั้งแต่ปี 2560 ได้ทำการตรวจสอบกระบวนการทดสอบและยานพาหนะและบันทึกการเปลี่ยนผู้ขับขี่จำนวน 36 คน

รถยนต์ทุกคันที่ใช้ในการทดสอบเป็นรถที่มีคุณสมบัติมาจากโรงงานและไม่ได้มีการปรับแต่ง  มีการติดตั้งยางมาตรฐานที่ลดแรงต้านการหมุนของล้อ Nexen N Fera SU1 ขนาด 215/55R17  โดยรถทุกคันจะถูกปิดระบบปรับอากาศและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง  ส่วนพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ใช้สำหรับการขับเคลื่อนเท่านั้น มีเพียงไฟส่องสว่างเวลากลางวันที่ยังคงเปิดให้ใช้งานได้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฏการจราจรบนท้องถนน

หนึ่งในทีมนักขับมาจากนิตยสารชื่อดัง Auto Bild ของประเทศเยอรมนี  และอีก 2 คนเป็นนักขับจากฮุนได มอเตอร์ เยอรมนี  ใช้ค่าความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ระหว่าง 29 และ 31 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วโดยเฉลี่ยของการใช้งานในเมืองในยุโรป  ในวันที่สาม รถทดสอบสามารถจัดการระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรด้วยกำลังไฟที่เหลืออยู่เพียง 3 เปอร์เซ็นต์  และเมื่อกำลังไฟเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์รถยังคงขับต่อไปได้อีกหลายร้อยเมตรก่อนที่พลังงานจะหมดและหยุดนิ่ง

“การทดสอบครั้งนี้ ได้ช่วยยืนยันในสิ่งที่ลูกค้าของเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โคน่า อิเล็คทริก  เป็นรถไลฟ์สไตล์ เอสยูวี ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เหมาะกับการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน” เจอร์เก้น เคลเลอร์ กรรมการผู้จัดการ ฮุนได มอเตอร์ เยอรมนี กล่าว “ลูกค้าที่ขับ โคน่า อิเล็คทริก หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ของฮุนได เชื่อมั่นได้เมื่อต้องเดินทางระยะทางไกลโดยไม่ต้องชาร์จไฟหรือต้องกังวลเรื่องระยะการขับขี่”

เมื่อเร็วๆ นี้ ฮุนได มอเตอร์ เปิดเผยถึงแผนการเป็นผู้นำระดับโลกด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยการเปิดแบรนด์ ไอออนิค ใหม่ ซึ่งเป็นแบรนด์เพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ บริษัทจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ในช่วงสี่ปีข้างหน้าและจะนำเสนอประสบการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เน้นความต้องการของลูกค้าภายใต้วิสัยทัศน์ของฮุนได “Progress for Humanity” ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทแม่ได้ตั้งเป้าขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จำนวน 1 ล้านคัน และครองส่วนแบ่งทางการตลาด 10 เปอร์เซ็นต์เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในปี 2568

ซื้อรถลุ้นทองกับ เอช เซม ในงาน BIG MOTOR SALE 2020

0

บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รถกอล์ฟไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถสามล้อเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ขนทัพนวัตกรรมยานยนต์รักษ์โลก ให้ลูกค้าได้จับจองกันในงาน BIG MOTOR SALE 2020 หรือมหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นโชคทอง และรางวัลอื่นๆอีกมากมายกับโปรโมชั่น ”H SEM BIG SURPRISE”

นวัตกรรมที่นำมาเสนอภายในงานได้แก่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าน้องใหม่ ทั้ง 3 รุ่น เอช เซม เชา (H SEM CIAO), เอช เซม โมบิล่า จี และ เอส (H SEM MOBILA G/S) และ เอช เซม วิงส์ (H SEM WINGS) โดยทั้ง 3 รุ่นใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียม ชาร์จไฟง่ายเพียงเสียบชาร์จกับปลั๊กไฟบ้าน คิดเป็นราคา 7 บาทต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 60 ก.ม. และทั้ง 3 รุ่นยังสามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อใช้งานบนท้องถนนได้

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ต้องการใช้การขนส่งขนาดเล็กที่มีให้เลือกแบบหลากหลายรุ่นกับรถสามล้อไฟฟ้า เอช เซม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องเล็กอย่าง เอช เซม บัดดี้ (H SEM BUDDY) และ เอช เซม บัดดี้ เอส (H SEM BUDDY S) หรือรุ่นอเนกประสงค์อย่าง PIXEL SERIES ที่ตอบสนองกับทุกการใช้งานอย่างลงตัวได้แก่ รุ่นเดลิเวอรี่ (DELIVERY) สะดวกสบายด้วยกล่องเก็บของอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รุ่นทรีโอ (TRIO) สามารถรับผู้โดยสารได้ 2 ท่าน และรุ่นทรัค (TRUCK) ที่มีกระบะบรรทุกของขนาดใหญ่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 300 กิโลกรัม ตามมาด้วยรถสามล้อไฟฟ้าพี่ใหญ่อย่าง รุ่นเฟล็ก (FLEX) ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัยบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 3 ท่าน มาพร้อมสัญญาณกันขโมย และรีโมทคอนโทรลอัจฉริยะ

ลูกค้าที่จองรถภายในงานรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลกับโปรโมชั่น “H SEM BIG SURPRISE” อาทิ ทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท, เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU., สมาร์ททีวี UHD LED 4K ขนาด 55 นิ้ว, ตู้เย็นแบบ 2 ประตู ขนาด 7.4 คิว, บัตรกำนัล มูลค่า 5,000 บาท และของสมนาคุณอีกมากมายจาก เอช เซม มอเตอร์

พบกันที่บูธ “เอช เซม มอเตอร์” ได้ในงาน BIG MOTOR SALE 2020 Booth B12 Exhibition hall 105 ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 099-001-1888 วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. หรือดูรายละเอียดผ่านแฟนเพจ www.facebook.com/hsemmotor.sev  และ www.facebook.com/hsemmotor.stc

ปอร์เช่ ลงทุนกว่า 15 พันล้านยูโร ในโครงการพัฒนายานพาหนะแห่งอนาคตระยะเวลา 5 ปี

0

ผ่านครึ่งแรกของปี 2020 อันสุดท้าทายไปเป็นที่เรียบร้อย Porsche AG สามารถบรรลุ เป้าผลตอบแทนจากการขายที่ 9.9 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากการขายทำได้ที่ 12.42 พันล้านยูโร หรือลดลง 7.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนของผลตอบแทนจากการขายนั้นมีตัวเลขที่ 1.23 พันล้านยูโร ลดลง 26.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2019 ผลประกอบการที่ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับคู่แข่งมีพื้นฐานจากโครงการพัฒนาที่ครอบคลุมถึง ศักยภาพการดำเนินงานในแง่ของจุดคุ้มทุนรวมทั้งความสำเร็จอย่างงดงามของผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่จากปอร์เช่

 

“สถานการณ์ปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างสูงสำหรับบริษัท เรากำลังบริหารจัดการองค์กรท่ามกลางวิกฤติไวรัส โคโรน่าอย่างเป็นระบบและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ ในขณะที่ยังคงต้องเสาะแสวงหาโอกาสต่างๆ ไปด้วย เราเพิ่งทำการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจ นับตั้งแต่ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) จนถึงปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบซึ่งได้รับการเลือกให้เป็นที่สุดของรถยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม ล้ำสมัยอันดับ 1 ของโลกเมื่อไม่นานมานี้” Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร Porsche AG กล่าวต่อไปอีกว่า “เรายืนหยัดเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่วงการรถสปอร์ต จิตวิญญาณแห่งนักบุกเบิก คือ แรงผลักดันให้เรามุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ” Blume เสริม “ปอร์เช่จะทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 15 พันล้านยูโร ตลอดระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น”

 

“เมื่อพิจารณาถึงการลงทุนในแง่มุมของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัล ปอร์เช่ยังคงมีการพัฒนาที่ก้าว กระโดด” ข้างต้นคือคำยืนยันจาก Lutz Meschke รองประธานและสมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้รับผิดชอบดูแลส่วน งานการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศของ Porsche AG “พร้อมกันนั้นเรายังคงไล่ตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเรา ในส่วนของผลตอบแทนจากการขาย เพื่อให้ปอร์เช่สามารถดำเนินกิจการได้โดยสวัสดิภาพในระยะยาว” นั่นคือเหตุผลที่ CFO ของปอร์เช่กล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม “การเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มตัวในทุกภาคส่วนคือสิ่งที่ เราต้องการเพื่อให้กิจการดำรงอยู่ต่อไป” Meschke กล่าวสำทับ

ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่: ยังคงสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดทั่วโลก

ตัวเลขยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ทั่วโลกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 ปรับลดลง 12.4 เปอร์เซ็นต์ หรือ 116,964 คัน ในภาพรวมถึงแม้ว่าศูนย์บริการ Porsche Centres หลายแห่งจำเป็นต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราวเป็นระยะเวลา หลายสัปดาห์ก็ตาม แต่ปอร์เช่ไทคานน์ใหม่ (The new Porsche Taycan) ยังคงมียอดส่งมอบกว่า 4,480 คัน ในส่วนของปอร์เช่ 911 รถสปอร์ตระดับตำนานกลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 2.2 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นยอดจำหน่าย 16,919 คัน ทางด้านปอร์เช่ คาเยนน์  (Porsche Cayenne) คือรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดส่งมอบรวมทั่วโลกกว่า 39,245 คัน ตามติดด้วยปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ที่สามารถส่งมอบถึงมือลูกค้าถึง 34,430 คัน ประเทศจีนยังคง เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำแห่งนี้ ด้วยยอดจำหน่ายในครึ่งแรกของปี 2020 ที่ 39,603 คัน ในส่วนทวีปยุโรปมีตัวเลขส่งมอบที่ 32,312 และประเทศสหรัฐอเมริกาที่ 24,186 คัน ในระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน

 

วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยเหตุผล

“อย่างไรก็ตามวิกฤติไวรัสโคโรน่าทิ้งร่อยรอยความเสียหายเอาไว้กับปอร์เช่ไม่น้อย” Meschke ให้ความเห็น “ในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกาเราได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการหดตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 สำหรับประเทศจีน และตลาดอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย อย่างเช่น เกาหลีและญี่ปุ่นหลายสิ่งหลายอย่างเริ่มฟื้นคืนกลับมาได้อีกครั้งในช่วงไม่กี่ สัปดาห์ที่ผ่านมา” Meschke กล่าวว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ถึงช่วงเวลาที่เหลือของปีว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป “เรามองในแง่ดีว่าจะสามารถชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน มีนาคม เมษายน และพฤษภาคมได้แน่นอน ว่าสิ่งนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อไม่มีการกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าอีกครั้ง” Meschke อธิบาย ปี 2020 คือปีแห่งไวรัสโคโรน่า ปอร์เช่จำเป็นต้องปรับลดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในส่วนของผลตอบแทนจากการขายที่ 15 เปอร์เซ็นต์ ลง “แต่เราจะพยายามลงมือทุกวิถีทางที่ทำได้” Meschke กล่าวทิ้งท้าย “เพื่อให้ยังคงบรรลุเป้าหมายอัตราผลตอบแทน จากการขายด้วยตัวเลข 2 ตำแหน่ง ในปี 2020”

 

การพัฒนาอย่างยั่งยืน: หน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมของปอร์เช่

ปอร์เช่ มุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนยิ่งกว่าที่ผ่านมา ด้วยการผสมผสาน และเข้าถึงทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจการรักษาสภาพแวดล้อมและมิติทางสังคมต่างๆ “ที่ปอร์เช่ ความสำเร็จเชิงพาณิชย์และหน้าที่ รับผิดชอบต่อสังคมคือสิ่งที่ต้องดำเนินควบคู่ไปด้วยกันเสมอ” Blume แสดงความเห็นต่อไปว่า “สิ่งสำคัญประการหนึ่ง สำหรับเราในขณะที่รับมือกับวิกฤติไวรัสโคโรน่า คือ การรับบทบาทขับเคลื่อนสังคมให้เดินไปในทิศทางที่เหมาะสมและ มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการช่วยเหลือผู้อื่นคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรปอร์เช่” ข้างต้นคือคำยืนยันจาก ประธานกรรมการบริหารนั่นคือเหตุผลที่ปอร์เช่พิจารณาขยายขอบเขตกิจกรรมทางสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับ สากลให้มากยิ่งขึ้นด้วยโครงการ “Porsche helps” ซึ่งให้การสนับสนุนส่งเสริมแก่กองกำลังบรรเทาสาธารณภัย  องค์กร การกุศล  สถานพยาบาลและผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในหลากหลายช่องทาง

นิสสัน เสนอการจ่ายค่าจอดรถด้วยพลังงานไฟฟ้าครั้งแรกในโลกที่ นิสสัน พาวิลเลี่ยน ประเทศญี่ปุ่น

0

นิสสัน มอบอีกประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเสนอให้ลูกค้าสามารถจ่ายค่าที่จอดรถด้วยพลังงานไฟฟ้า ครั้งแรกในโลกที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถส่งคืนพลังงานไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขา เพื่อใช้เป็นค่าที่จอดรถ ขณะไปเยี่ยมชม นิสสัน พาวิลเลี่ยน ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ในเมืองโยโกฮาม่า

ระบบการชำระค่าใช้จ่ายนี้เป็นเพียงหนึ่งในนวัตกรรมที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริงที่ นิสสัน พาวิลเลี่ยน  ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า นิสสันสามารถขับเคลื่อนผู้คนไปสู่โลกที่ดีขึ้นอย่างไร โดยผู้เข้าชมสามารถรับประทานอาหารพร้อมพักผ่อนใน นิสสัน ชายา คาเฟ่ (Nissan Chaya Café) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจาก นิสสัน ลีฟ และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพวกเขายังสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แบบเสมือนจริงที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นของการแข่งรถแบบ Formula E หรือไปนั่งใน นิสสัน อริยะ ใหม่ รถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 100%

บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ของพาวิลเลี่ยนไร้มลพิษนี้ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และ ใช้พลังงานพลังน้ำที่หมุนเวียนได้ หรือ renewable hydroelectric power

“พาวิลเลี่ยนแห่งนี้จะเป็นสถานที่ ที่ทุกคนสามารถมองเห็น รู้สึก พร้อมได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ของเราในอนาคตอันใกล้สำหรับสังคมและการเคลื่อนที่ต่างๆ มาโกโตะ อูชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ นิสสัน มอเตอร์ กล่าว “ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนสู่การเคลื่อนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV จะถูกบูรณาการให้เข้ากับสังคมในรูปแบบที่นอกเหนือจากการใช้เพื่อการเดินทางขนส่งเพียงอย่างเดียว” อูชิดะ เสริม

นิสสัน พาวิลเลี่ยน

พลังงานของนิสสัน

นิสสันเริ่มขาย นิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ไร้มลพิษ ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้แบรนด์แรกของโลก ในปี 2010 ตั้งแต่นั้นมา นิสสันได้ร่วมมือกับภาครัฐ และภาคธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน เอนเนอร์จี แชร์ (Nissan Energy Share) และ นิสสัน เอนเนอร์จี   สตอเรจ (Nissan Energy Storage) ของ บริษัทฯ พัฒนาการเก็บรักษาพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และแบ่งปัน สู่การใช้ประโยชน์ที่แตกต่างไปจากเดิม (repurposed) ตัวอย่างเช่น การจ่ายพลังงานสู่บ้านเรือน หรือ ธุรกิจ ดังเช่น ร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่ในนิสสัน พาวิลเลี่ยน

ในประเทศญี่ปุ่น นิสสันได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อใช้รถยนต์ นิสสัน ลีฟ เป็นแบตเตอรี่สำรองที่สามารถจ่ายพลังงานในช่วงเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในความร่วมมืออื่นๆ บริษัทฯ กำลังนำแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่กับ ระบบไฟส่องสว่างบนถนน

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเปลี่ยนแปลงภายใต้ Nissan NEXT แผนของบริษัทที่จะขยายรุ่นของรถยนต์ไฟฟ้าและรวมถึง รถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน อาทิ เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ (e-POWER)  นิสสันตั้งเป้าที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้า  รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึง อี-พาวเวอร์ ให้ได้มากกว่า 1 ล้านคันต่อปี ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2566 อีกด้วย

นิสสัน พาวิลเลี่ยน

นวัตกรรมของนิสสัน

ผู้เข้าชมนิสสัน พาวิลเลี่ยน สามารถสัมผัสกับนวัตกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากเทคโนโลยีของ Nissan Energy อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง โปรไพลอต (ProPILOT) รวมถึง เทคโนโลยี Invisible-to-Visible (I2V) ของนิสสัน ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและจากโลกเสมือนจริงเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่

นอกจากนี้ยังสามารถเล่นเทนนิสแบบเสมือนจริงกับนาโอมิ โอซาก้า แชมป์แกรนด์สแลม และ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของนิสสัน ในเธียเตอร์ของนิสสัน พาวิลเลี่ยน ผู้เข้าชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ I2V ว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้การขับขี่สะดวก สบาย และน่าตื่นเต้น ยิ่งขึ้นได้อย่างไร เมื่อถูกติดตั้งในรถยนต์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่ด้านหน้าของนิสสัน พาวิลเลี่ยน จะมี Mobility Hub ที่สามารถให้บริการที่หลากหลายรวมถึง บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ร่วมกัน และจักรยานให้เช่า โดยนิสสัน และ ชุมชนในท้องถิ่น บริการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความอิสระในการเคลื่อนที่มากขึ้น

นิสสัน พาวิลเลี่ยน ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของนิสสัน ใน นครโยโกฮาม่า เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 23 ตุลาคม สำหรับการเยี่ยมชมแบบเสมือนจริงสามารถรับชมได้ที่ https://www.thenissannext.com/en/virtual-tour.html

“กวาร์ตาราโร่” ฝ่าเรซสุดหิน ควบ M1 คว้าแต้ม “ออสเตรียน จีพี” รั้งผู้นำฝูง โมโตจีพี ต่อเนื่อง

0

การชิงชัยในสนามที่ 4 ศึกโมโตจีพี 2020 ดวลความเร็วช่วงหัวค่ำของวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ออกสตาร์ทในเวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ เรดบูลล์ ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย ระยะทางต่อรอบ 4.381 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 28 รอบสนามโดย มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิช สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ประจำการอยู่ในตำแหน่งหัวแถว ขนาบข้างด้วย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ในกริดที่ 3 ขณะที่เพื่อนร่วมค่ายอย่าง ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และ 12 ตามลำดับออกสตาร์ทเรซได้ 8 รอบสนามเกมต้องหยุดลงจากจังหวะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ไปเกี่ยวกับ โยฮัน ซาร์โก้ ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไปทั้งคู่ ก่อนจะเคลียร์สภาพแทร็กและกลับมาดวลความเร็วอีกครั้ง โดย มาเวริค บีญาเลส #12 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 คู่หูสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 6 และ 7 ด้าน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ที่พลาดหลุดโค้งในช่วงต้นเกม ประจำการในกริดที่ 20อย่างไรก็ดี ดาวบิดเฟรนช์แมน สามารถรีดฟอร์มเก่งภายใต้รถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ไล่แซงคู่แข่งไต่จากท้ายขบวนขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 8 บวกแต้มให้กับตนเองและต้นสังกัดได้สำเร็จจากเรซสุดหินที่ เรดบูลล์ ริง รวมถึง วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ที่ยังคงอยู่ในมาตรฐานอันยอดเยี่ยม บิดจบการแข่งขันในอันดับ 5 ด้าน มาเวริค บีญาเลส #12 ที่หล่นลงไปท้ายขบวนหลังรีสตาร์ท ไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 10จากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #21 ยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปได้ทั้งสิ้น 67 คะแนน รวมถึงต้นสังกัดอย่าง ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ทีที่รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม มี 98 คะแนน ตามด้วย มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในอันดับ 2 มี 86 คะแนน ขณะที่ ยามาฮ่า ยังนำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิต หลังเก็บไปแล้วทั้งสิ้น 81 คะแนน

สำหรับการชิงชัยในสนามถัดไปของ ศึกโมโตจีพี 2020 ยังคงดวลความเร็วบนสังเวียน เรดบูลล์ ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม นี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand