Home Blog Page 431

วอลโว่ จัดแคมเปญสุดคุ้มเอาใจคนรัก SUV ให้คุณเป็นเจ้าของ XC40 และ XC60 ได้ง่าย ๆ

0

วอลโว่ แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมสัญชาติสวีดิช ตอบรับเสียงเรียกร้องของลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของสุดยอดยานยนต์อเนกประสงค์เพื่อการใช้งานที่หลากหลายและโดดเด่นทั้งงานดีไซน์ พื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน จัดแคมเปญสุดคุ้มมอบข้อเสนอ PEACE OF MIND OFFER” ให้เป็นเจ้าของ VOLVO XC40 T5 AWD R-Design ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 250,000 บาท และ VOLVO XC60 T8 AWD Inscription ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 500,000 บาท ทั้งสองรุ่น รับฟรีแพ็คเกจบริการหลังการขาย รับประกันคุณภาพนาน 3 ปี (หรือ 100,000 กม.) และ บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี สัมผัสยนตกรรมวอลโว่ทั้งสองรุ่นได้ในราคาสุดคุ้มก่อนใครที่โชว์รูมวอลโว่ทั่่วประเทศ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

วอลโว่ XC60T8 AWD Inscription สปอร์ต SUV 407 แรงม้า เอสยูวีที่ดีที่สุดในคลาสเพื่อนักขับรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “Arrive like never before” หรูหราสง่างามพร้อมสมรรถนะการขับขี่จากขุมพลังเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD Inscription ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของโลก มอบกำลังเครื่องทรงพลัง 407 แรงม้า อัตราการบริโภคน้ำมันที่ 43.5 กม./ลิตร และขับขี่ได้ไกลถึง 40 กม.ในโหมดพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า (Pure Mode)

VOLVO XC60 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ระดับโลกที่ครบครัน ทั้งกล้อง 360 องศา จอแสดงผลแบบ Head-up ระบบระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist) ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามสภาพถนน (Adaptive Cruise Control) การเปิดปิดแบบไร้กุญแจ (Keyless Entry) ระบบเปิดประตูท้ายรถแบบ Hand-free รวมถึงจอคำสั่งทัชสกรีนขนาด 9 นิ้ว และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทางขั้นสูงและอื่นๆ อีกมากมาย

VOLVO XC40 T5 AWD R-Design พรีเมี่ยมคอมแพกต์ SUV 252 แรงม้า สำหรับคนเมือง ที่มาพร้อมแนวคิด “Designed to Break the Norms” มอบภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยสไตล์สวีดิช ติดตั้งเครื่องยนต์ T5 พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน มอบแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร โดยเป็นแรงบิดแบบ Flat Torque Curve ซึ่งทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกแบบใด การตกแต่งแบบ R-Design ยังโดดเด่นด้วยหนัง Charcoal Nappa Leather และผ้าทอ Nubuck เสริมด้วยแนวตะเข็บและด้ายสีบรอนด์สวยสะดุดตา พร้อมฟีเจอร์สำหรับเอสยูวีขนาดเล็กเพื่อการขับขี่ในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ (City Safety) ระบบแจ้งเตือนรถด้านข้างขณะถอย (Cross Traffic Alert with Break Support) ระบบการบังคับพวงมาลัยหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation) ระบบช่วยเลี้ยว (Steer Assist) และอื่น ๆ 

 เงื่อนไขโปรโมชั่น Peace of Mind Offer สำหรับลูกค้า 

  • VOLVO XC40 T5 AWD R-Design ราคา 2,490,000 บาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 250,000 บาท
  • VOLVO XC60 T8 AWD Inscription ราคา 3,790,000 บาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 500,000 บาท
  • ข้อเสนอนี้เฉพาะรถยนต์ XC40 T5 AWD R-Design และ XC60 T8 AWD Inscription รุ่นและสีที่มีจำหน่าย ณ โชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 และ ต้องส่งมอบรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ระหว่างวันที่ 6 -13 สิงหาคมนี้ พบกับรถยนต์วอลโว่ หลากหลายรุ่น อาทิ เอสยูวี สมรรถนะเยี่ยม ตระกูล XC (XC40, XC60 และ XC90) รถยนต์สปอร์ตซีดานสุดหรู The All-New S60 และ รถยนต์อเนกประสงค์ The All-New V60 Estate Hatchback ในราคาและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ภายในงาน Volvo Roadshow ที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ชั้น 1 บริเวณโซน B

 

สอบถามข้อมูลได้ที่โชว์รูมรถยนต์วอลโว่ทั่วประเทศ หรือ Volvo Call Center โทรศัพท์ 02 305 4499

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/31lflTf

EA “MINE Smart Ferry” เรือพลังงานไฟฟ้าลำแรกของไทย พร้อมให้บริการแล้ว เดินหน้าผลิตรถบัสไฟฟ้าต้นปีหน้า

0

EA เปิดตัว MINE Smart Ferry ที่ได้จดทะเบียนเป็นเรือพลังงานไฟฟ้าลำแรกของไทย พร้อมให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถจุผู้โดยสารได้กว่า 200 คน ออกแบบและผลิตโดยคนไทย 100% ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 800 KWh ที่ผลิตจากบริษัทในกลุ่ม EA โดยนำเทคโนโลยีการชาร์จ DC Fast Charger ของ EA Anywhere ที่ทันสมัยที่สุดของกลุ่ม EA ชาร์จเร็วทั้งเรือและรสบัสไฟฟ้าได้ภายใน 15-20 นาที วิ่งได้เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงติดต่อกัน

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า “EA ได้นำเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ผลิตโดยบริษัทในกลุ่มของ EA มาใช้ออกแบบและผลิตเพื่อขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอบโจทย์ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ทั้งรถยนต์ MINE SPA1 และเรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการจดทะเบียนจากกรมเจ้าท่าเป็นรายแรกของประเทศเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เรายังได้นำรถบัสไฟฟ้ามาทดลองให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2562 และจะเริ่มผลิตจริงในต้นปี 2563

จุดเด่นของการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า คือ การออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุไฟฟ้า DC Fast Charger ของ EA Anywhere ให้สามารถชาร์จไฟฟ้าได้ในเวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น รองรับการใช้งานได้ตรงจุด ประหยัดค่าพลังงาน ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง มีความคล่องตัวในการขยายจุดติดตั้งทั่วประเทศ ทั้งนี้ เรือ MINE Smart Ferry เตรียมให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปากเกร็ด นนทบุรี จนถึงบริเวณสาธร ด้วยเวลาในการเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง ในราคาค่าโดยสารที่น้อยมาก โดยเป็นเรือโดยสารติดแอร์ ภายในเรือติดตั้งเครื่องกำจัดเชื้อโรคในอากาศ มีความกว้างขวาง สะดวกสบาย ประหยัดค่าเดินทางและที่สำคัญปราศจากมลพิษจาก PM 2.5”

ในส่วนของความคืบหน้า โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น MINE ของบริษัทย่อยที่มีชื่อว่า ไมน์ โมบิลิตี คอร์ปอเรชั่น จำกัด นั้น อยู่ในระหว่างการติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตจริงในไตรมาสที่ 4/63 เพื่อส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 ให้กับลูกค้าที่ได้สั่งจองไว้ ซึ่งลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคือ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด กลุ่มผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) ที่ได้จองสิทธิ์ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ไว้

มาสด้าเติบโตต่อเนื่องส่งสัญญาณบวกตลาดกำลังฟื้นตัว จับมาสด้า3 เสริมหล่อด้วยชุดแต่งแท้ KENSHO จากโรงงาน

0

มาสด้าเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์เกือบทุกรุ่นเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถคอมแพ็คมาสด้า3 รถเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-3 และมาสด้า CX-8 ที่มีอัตราการเติบโตเกือบ 100% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามาสด้ามียอดขายรวมพุ่งสูงถึง 3,040 คัน สูงสุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ที่สำคัญมาสด้าเตรียมลุยตลาดทุกพื้นที่ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเต็มกำลัง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัดตลอดเดือนสิงหาคม ตอบรับกับสัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นตัวเลขยอดขายรถยนต์ในช่วง 3 – 4 เดือนที่ผ่านมาค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่เท่ากับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีว่าตลาดรถยนต์กำลังค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ผู้บริโภคยังลังเลไม่แน่ใจในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้กำลังซื้อต้องชะลอตัวลง จากตัวเลขยอดขายเดือนกรกฎาคมถือได้ว่าเป็นตัวเลขสูงที่สุดของมาสด้าในรอบ 4 เดือน โดยยอดขายต่ำสุดเกิดขึ้นในเดือนเมษายนมีเพียง 1,012 คัน ส่วนเดือนพฤษภาคมขยับเพิ่มขึ้น 58% อยู่ที่ 1,602 ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นอีก 65% เป็น 2,642 และเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นอีก 15% อยู่ที่ 3,040 คัน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางยอดขายสะสมของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับเช่นเดียวกัน

สำหรับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามาสด้ามียอดขายรวมอยู่ที่ 3,040 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 ที่ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขาย 1,653 คัน ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์มาสด้า CX-30 จำนวน 463 คัน หลังเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบันมียอดขายสะสมสูงเกือบ 2,500 คัน ส่วนมาสด้า CX-3 จำนวน 300 คัน คัน รถคอมแพ็คมาสด้า3 จำนวน 249 คัน มาสด้า CX-5 จำนวน 157 คัน มาสด้า CX-8 จำนวน 133 คัน รถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO จำนวน 82 คัน และรถสปอร์ตมาสด้า MX-5 จำนวน 3 คัน ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏว่ารถยนต์มาสด้า2 เพิ่มขึ้น 31% มาสด้า3 เพิ่มขึ้นถึง 83% มาสด้า CX-3 มียอดขายเพิ่มขึ้น 73% มาสด้า CX-8 เพิ่มขึ้น 64% และปิกอัพ BT-50 PRO เพิ่มขึ้น 41% จากตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้มาสด้ามียอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 18,448 คัน

นอกจากนี้มาสด้ายังได้เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมายตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้า อาทิ งาน Mazda Big Day ที่กำลังจะจัดขึ้นตามโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15-16 สิงหาคมนี้ งาน Big Motor Sale ที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคมนี้ และงาน Mazda SKYACTIV Expo ที่จะจัดขึ้น ณ อยุธยา ซิตี้ พาร์ค ระหว่างวันที่ 25-31 สิงหาคม เพื่อรองรับกับสถานการณ์ตลาดที่กำลังฟื้นตัวและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของมาสด้า3 มาสด้ายังพัฒนาก้าวไปสู่อีกขั้นแห่งความโดดเด่น ด้วยอุปกรณ์ชุดแต่ง KENSHO ที่ออกแบบมาเฉพาะให้เป็นหนึ่งเดียวกับดีไซน์ของรถ มีทั้งสำหรับรุ่นซีดานและฟาสท์แบ็ค ได้แก่ KENSHO Sedan Body Kit Set ประกอบด้วย คิ้วกันชนหน้า คิ้วกันชนข้าง และคิ้วกันชนหลัง ราคา 13,000 บาท*** และ KENSHO Fastback Body Kit Set ประกอบด้วย คิ้วกันชนหน้า คิ้วกันชนข้าง คิ้วกันชนหลัง และชุดคิ้วสปอยเลอร์หลัง ราคา 15,000 บาท*** เพื่อเพิ่มดีกรีความสปอร์ตสะท้อนสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร

สำหรับ All-New Mazda3 มีให้เลือก 2 สไตล์ ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และฟาสท์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่าย เริ่มต้น 969,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร** พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance

หมายเหตุ

 * ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม.
** ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection
*** ราคาข้างต้นเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ฟอร์ดเผย 11 เคล็ด (ไม่) ลับ ขับขี่มั่นใจ

0

การออกถนนใหญ่เป็นครั้งแรกสำหรับมือใหม่หัดขับนั้นน่าตื่นเต้น พอๆ กับคนที่เริ่มออกเดินทางหลังจากอยู่บ้านมานานที่รู้สึกว่าทักษะการขับรถเริ่มฝุ่นจับ ไม่คุ้นชินกับความวุ่นวายบนท้องถนน ฟอร์ด เตรียมเช็คลิสต์ 11 ข้อ ให้ผู้ขับขี่ทั้งมือใหม่และคนที่ร้างมือไปนานพร้อมออกถนนอย่างมั่นใจอีกครั้ง

  • รัดเข็มขัด! – คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นสิ่งแรกเมื่อขึ้นรถ สำหรับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้า การคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บปานกลางถึงรุนแรงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอย่าลืมเตือนเพื่อนร่วมทางของคุณทุกคนให้คาดเข็มขัดนิรภัย

  • ขับเร็วเสี่ยงอันตราย – การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ง่ายที่สุด คือขับขี่ภายใต้ความเร็วที่กฎหมายกำหนด (หรือต่ำกว่านั้น หากต้องขับขี่บนถนนเปียก ทางแคบ หรือในสภาพอากาศแปรปรวน) ผู้ขับขี่วัยรุ่นอาจรู้สึกว่าความเร็วเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และมีแนวโน้มที่จะขับเข้าโค้งหรือเร่งแซงด้วยความเร็วสูงซึ่งเสี่ยงต่ออันตราย จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก การเร่งอัตราความเร็วขึ้น 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามารถเพิ่มความเสี่ยงรถชน และเกิดการบาดเจ็บสูงขึ้นถึง 3 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มถึง 4 – 5 เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดการชนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นไม่ควรเสี่ยงอันตรายหรือเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับ เพียงเพื่อไปถึงที่หมายเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย

  • จี้ท้ายไม่เท่ – หลีกเลี่ยงการขับรถใกล้คันหน้ามากเกินไป หากคุณขับเร็วกว่าคันหน้า คุณสามารถใช้เลนขวาที่ว่างอยู่เพื่อแซงและกลับเข้าสู่เลนเดิมอีกครั้งเมื่อแซงพ้นแล้ว วิธีนี้ช่วยให้คุณเลี่ยงผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วท้าทายกฏจราจรได้ แต่หากคุณขับรถเร็วเสียเอง อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ไม่ควรรัวสัญญาณไฟหรือขับจี้ท้ายคันหน้าเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

  • เตรียมเอกสารสำคัญต่างๆให้พร้อม ควรเตรียมเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถให้พร้อมเสมอ เช่นใบขับขี่ สำเนากรมธรรม์ประกันรถยนต์ สำเนาทะเบียนรถ รวมถึงเบอร์โทรติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หลังช่วงเวลาล็อคดาวน์ หน่วยงานต่างๆได้ปรับกระบวนการออกเอกสารเหล่านี้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างและความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข (Social Distancing) โดยเปิดให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ผู้ใช้บริการสามารถจองคิวล่วงหน้าเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ เช่นทำใบขับขี่ใหม่หรือต่ออายุใบขับขี่ได้สะดวกรวดเร็ว[1]

  • ชั่วโมงเร่งด่วน – การขับรถช้าๆ บนถนนที่แน่นขนัดในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้คุณหงุดหงิด แต่อย่าลืมเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เพื่อลดอุบัติเหตุเมื่อต้องเบรกกะทันหัน โดยทั่วไปอัตราความเร็วทุก 10 กม./ชม. ควรเว้นระยะห่าง 5 เมตร ดังนั้นหากขับด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. ควรเว้นระยะห่าง 25 เมตร ผู้ขับขี่ควรประเมินสถานการณ์และอาจลดระยะห่างตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพการจราจรและพื้นผิวถนน ในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความปลอดภัยไปอีกขั้น

  • ABS คือเพื่อนร่วมทาง – ระบบเบรกป้องกันล้อล็อคช่วยควบคุมไม่ให้รถไถลออกข้างทางเมื่อเบรกกระทันหัน โดยป้องกันล้อล็อกระหว่างการเบรก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะที่เหยียบเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง

  • ลดสิ่งรบกวนสมาธิ – สิ่งรบกวนหมายถึงทุกอย่างที่ทำให้คุณละสายตาจากถนน ไม่ว่าจะเป็นการจิบกาแฟ มองผู้โดยสารผ่านกระจกมองหลัง หรือส่งข้อความขณะขับรถ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุรถชนหลายพันกรณีทั่วโลก ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ของฟอร์ดได้รับการออกแบบมาเพื่อลดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำลายสมาธิของผู้ขับขี่ ทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับถนนเป็นหลัก

  • งดใช้โทรศัพท์ – ไม่ใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถแม้ขณะติดไฟแดง เพราะตามกฏหมายไม่ว่าอย่างไรคุณก็กำลังขับรถอยู่ หากถูกจับ ตำรวจคงไม่คิดว่าการถ่ายรูปลงอินสตาแกรมขณะรถจอดติดไฟแดงเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้น

  • ขับกลางคืนการขับรถยามค่ำคืนเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง ทั้งการกะระยะที่ยากขึ้น ประสิทธิภาพการมองเห็นที่ลดลง แถมยังต้องเผชิญกับไฟหน้าแรงสูงของรถที่สวนมาอีก ควรขับรถให้ช้าลงเพื่อให้เวลาประเมินสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ปรับลดไฟสูงลงเมื่อมีรถสวน และเช็ดกระจกให้สะอาดอยู่เสมอ

  • ไม่เสี่ยง เลี่ยงอุบัติเหตุ – ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงหลุมและถนนลื่นด้วย ลดความเร็วลงเพื่อมองเห็นอุปสรรคและหลบหลีกได้ทัน รถยนต์ที่มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control – ESP) จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะ ESP จะใช้ระบบเซ็นเซอร์เพื่อรักษาเสถียรภาพในการขับขี่เมื่อเกิดการลื่นไถล ด้วยการสร้างแรงดันเบรกที่เหมาะสมในแต่ละล้อและลดแรงบิดของเครื่องยนต์ลง

  • รู้จักรถของตนเอง – เมื่อเผชิญสถานการณ์คับขัน เปิดระบบสัญญาณเตือนภัย ดับเครื่องยนต์ และเช็กว่าคุณและผู้โดยสารปลอดภัยดี ขั้นตอนต่อไปควรตรวจพื้นที่โดยรอบว่าสามารถออกจากรถได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ จึงเคลื่อนย้าย อย่าลืมแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อหากมีคู่กรณี ที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ พร้อมช่วยเหลือ และคิดแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เพราะการใช้อารมณ์มักจะทำให้สถานการณ์แย่ลง

[1] ทำใบขับขี่วิถีใหม่ New normal จองคิวผ่านแอปฯ ง่ายนิดเดียว จองไวได้สอบก่อน https://car.kapook.com/view227028.html

ลามิน่าฟิล์มตอกย้ำแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2019-2020

0

ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่พิสูจน์แล้วว่าฟิล์มลามิน่ายังคงครองใจผู้บริโภคจนคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2019 – 2020 หรือ รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ในฐานะฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงเพียงหนึ่งเดียวที่ประสบความสำเร็จได้รับการโหวตด้วยคะแนนสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติกันร้อนกันยูวียอดเยี่ยม การบริการเหนือชั้น และการให้ข้อมูลที่แท้จริงมาโดยตลอด โดยบริษัท เคเดนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ทำการสำรวจจากกลุ่มผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศ จัดโดยนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์ โดยมีนางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ขึ้นรับรางวัล ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิโอกุระ เพรสทีจ

ซูซูกิ สร้างปรากฎการณ์ ALL NEW SUZUKI XL7 กวาดยอดจองทะลุ 1,300 คัน หลังเปิดตัว 1 เดือน

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัว ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ด้วยแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันที่ครบครัน พร้อมดีไซน์สปอร์ตสุดเร้าใจ จัดเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของซูซูกิที่ผู้บริโภคให้การตอบรับดีเกินคาด

ALL NEW SUZUKI XL7 มาพร้อมความโดดเด่น ทั้งในเรื่องของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สปอร์ตเข้ม ดุดัน ทันสมัย พร้อมยกระดับความอเนกประสงค์ในทุกด้านของรถครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว จนสามารถสร้างปรากฎการณ์เหนือความคาดหมาย ด้วยยอดจองรวมนับตั้งแต่เปิดตัวมากกว่า 1,300 คัน สวนกระแสตลาดรถยนต์ที่กำลังสภาพซบเซาอยู่ในขณะนี้ จากเป้าการขายที่กำหนดไว้ที่ 300 คันต่อเดือน โดยได้ดำเนินการส่งมอบรถในล็อตแรกถึงมือลูกค้าเรียบร้อยแล้ว จำนวน 451 คัน ซึ่งจากความนิยมที่ยังหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องเชื่อมั่นว่าจะสร้างยอดขายทะลุเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน 

“จุดเด่นสำคัญของ All NEW SUZUKI XL7 คือเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่สามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่โดยสาร มิติของตัวรถถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นเพื่อให้สามารถเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทางเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นอย่างดี ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเหนือระดับ ในราคาที่ผู้บริโภคตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่าย จึงมอบความคุ้มค่าและครบครันให้มากกว่าใครได้อย่างแท้จริง 

ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY), สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ), สีขาว Pearl Snow White (ZQZ) และสีดำ Cool Black Metallic (ZBD) ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้นกับราคาพิเศษในช่วงแนะนำที่ 779,000 บาท (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เป็นต้น”

           

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “สำหรับการเข้าร่วมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงรถยนต์งานแรกของโลกที่กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งหลังสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเป็นการจัดงานในรูปแบบ NEW NORMAL ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด มีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ให้กระเตื้องขึ้นได้เป็นอย่างมาก สำหรับ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) นอกจากการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงานที่ให้ความสนใจต่อผลิตภัณฑ์ของซูซูกิแล้วนั้น ยังสามารถสร้างยอดจองรถยนต์ทุกรุ่นภายในงานนี้ได้กว่า 1,583 คัน

ALL NEW SUZUKI XL7 สร้างยอดจองเฉพาะภายในงานครั้งนี้ไปได้ทั้งสิ้น  391 คัน SUZUKI SWIFT ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มียอดจอง 727 คัน SUZUKI CELERIO อีโคคาร์คุณภาพเกินตัว  มียอดจอง 169 คัน SUZUKI CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดาน มียอดจอง 97 คัน SUZUKI ERTIGA ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มียอดจอง 86 คัน และ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ มียอดจอง 113 คัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีออกมาสู่ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ แต่เรายังคงไม่ลืมที่จะเตรียมความพร้อมและพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานจำนวน 123 แห่งทั่วประเทศ ให้สามารถรองรับการขยายตัวของสมาชิกของครอบครัวซูซูกิที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตด้วยพนักงานและช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรมาตรฐานของซูซูกิ พร้อมด้วยอะไหล่แท้ราคามาตรฐานเพื่อสร้างประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านที่เป็นสมาชิกในครอบครัวซูซูกิอยู่เสมอ”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ คว้า 2 รางวัลที่ AutomotiveINNOVATIONS Award 2020 ในฐานะ “ที่สุดของแบรนด์พรีเมียมที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม”

0

มร. มาร์คุส เชฟเฟอร์ คณะกรรมการบริหาร เดมเลอร์ เอจี และเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ที่กำกับดูแลงานด้านการวิจัยของเดมเลอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ส รู้สึกยินดีกับ 2 รางวัลที่ได้รับจากงาน AutomotiveINNOVATIONS Award 2020 โดยศูนย์การจัดการรถยนต์ (Center of Automotive Management: CAM) และบริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ (PwC) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ได้มอบรางวัล “ที่สุดของแบรนด์พรีเมียมที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม” (Most Innovative Premium Brand) และแบรนด์พรีเมียมที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม ในหมวด “อินเทอร์เฟซและการเชื่อมเครือข่าย” “เราทุ่มเทอย่างเต็มที่ที่จะพลิกอนาคตของการเดินทางด้วยยานยนต์ระดับหรูที่เปี่ยมด้วยความเป็นนวัตกรรม มีความยั่งยืน และน่าจับจองเป็นเจ้าของ เป้าหมายของเราคือการลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความสะดวกสบายด้านดิจิทัลให้มากขึ้น” มาร์คุส เชฟเฟอร์ ซึ่งเป็นผู้รับรางวัลทั้ง 2 รางวัลที่งาน #DigitalAuto Talk digital กับสเตฟาน แบรตเซล ผู้อำนวยการศูนย์การจัดการรถยนต์ (CAM) กล่าว

Markus Schäfer

การมอบรางวัล “ที่สุดของแบรนด์พรีเมียมที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม” ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์นั้น CAM อธิบายว่าเป็นเพราะอัปเดตใหม่ๆ ในรถยนต์รุ่นต่างๆ อาทิ รุ่น GLC และรถยนต์กลุ่ม EQ Power หรือปลั๊กอินไฮบริดของรุ่น A-Class, B-Class และ GLE-Class ความโดดเด่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์เห็นได้ชัดจาก 36 นวัตกรรมที่มากกว่าคู่แข่งคนสำคัญถึงหนึ่งในสาม ซึ่งในบรรดานวัตกรรมที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกตามที่ CAM ได้สำรวจไว้ นวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์คือ นวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริดของรถยนต์รุ่น GLE ที่ทรงประสิทธิภาพด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำและให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ไปได้ไกล ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) ในรุ่น GLC (นับว่าเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ที่สามารถตอบสนองต่อการการออกตัวและการหยุดรถได้ในช่วงเวลาที่รถติด) และระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Active Lane Change Assist) นอกจากนี้ ระบบป้องกันคนเดินถนนแบบ 360 องศา (360° pedestrian protection) ซึ่งเป็นนวัตกรรมความปลอดภัยที่เป็นที่สุดยังได้รับการพูดถึงใน “ESF 2019”study ซึ่งเป็นการศึกษาและออกแบบนวัตกรรมด้านความปลอดภัยสำหรับอนาคตเพื่อทุกคนบนท้องถนนโดยเฉพาะเรื่องความพิเศษของระบบที่สามารถเตือนผู้ขับขี่ในเวลาเข้าจอดและสามารถจอดรถได้อย่างแม่นยำ

 

ส่วนเกณฑ์สำคัญสำหรับ CAM ในการพิจารณาเพื่อการให้รางวัลแบรนด์พรีเมียมที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมในหมวด “อินเทอร์เฟซและการเชื่อมเครือข่าย” คือการอัปเดตบนอากาศเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับรถยนต์รุ่น A- และ B-Class ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาในรถยนต์ นอกจากนี้ ระบบใหม่ในเซกเมนต์นี้คือการแจ้งเตือนความเสียหายในการจอดแบบดิจิทัลของรถยนต์รุ่น GLC ซึ่งจะส่งข้อความอัตโนมัติไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของรถหากรถยนต์เกิดการชนในที่จอดรถ

PwC และ CAM ร่วมมอบรางวัลให้กับนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมรถยนต์มาตั้งแต่ปี 2012 โดยการเข้าไปศึกษาผลงานของแบรนด์รถยนต์และซัพพลายเออร์ โดยมีการศึกษาและประเมินนวัตกรรมรวม 1,465 นวัตกรรมในช่วงปี 2019-2020 การมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผ่านการถ่ายทอดสดในงาน “Digital Automotive Talk” ที่ดำเนินรายการโดย “มาร์คัส แลนซ์” พิธีกรทอล์กโชว์ของสถานี ZDF ในเยอรมนี ภายใต้ชื่องาน “ปรากฎการณ์สู่ความสำเร็จในอุตสาหกรรมรถยนต์ครั้งใหม่ – เร่งให้แรงผ่านโค้งวิกฤติ”

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์มือสองคุณภาพสูง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษใน BMW Executive Car Day

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Executive Car Day ระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ลูกค้าจะได้พบกับทัพรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองจากบีเอ็มดับเบิลยูกว่า 200 คัน ซึ่งผ่านการตรวจสอบสภาพตามมาตรฐานและยังผ่านการรับรองภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection ด้วยมาตรฐานชั้นเลิศที่การันตีความพึงพอใจขั้นสูงสุด และเพื่อเติมเต็มความอุ่นใจขึ้นอีกขั้น ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ภายในงานจะได้รับแผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ครอบคลุมการเคลมค่าใช้จ่ายได้สูงสุดหลังหมดระยะเวลารับประกัน

รถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองทุกคันภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection เป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดแบบ 360 องศาของบีเอ็มดับเบิลยู ทั้งยังมีประวัติการเข้ารับบริการจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมรับประกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงอุ่นใจได้ในทุกการขับขี่ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยานยนต์ระดับพรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยูได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในราคาที่คุ้มค่า คุณภาพชั้นเลิศ และบริการครบวงจร 

ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่จองรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองภายในงานระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้*

  1. รับฟรี แผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
  2. รับฟรี ผลิตภัณฑ์ Bowers & Wilkins มูลค่ากว่า 12,900 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

 

*เงื่อนไข:

  1. ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในงาน BMW Executive Car Day และทำสัญญาทางการเงินร่วมรายการกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  2. แผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ข้อเสนอดังกล่าวไม่รวมรุ่นรถดังต่อไปนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 6, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 8, บีเอ็มดับเบิลยู X6, บีเอ็มดับเบิลยู X7,
    บีเอ็มดับเบิลยู i, และบีเอ็มดับเบิลยู M
  3. ข้อเสนอนี้ เฉพาะบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการกับทางบริษัทฯ เท่านั้น และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
  4. ลูกค้าธุรกิจฟลีทไม่สามารถร่วมรายการนี้ได้
  5. ข้อเสนอนี้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่น ๆ ได้
  6. ผลิตภัณฑ์ Bowers & Wilkins มีจำนวนจำกัด (ลูกค้าสามารถเลือกรับระหว่างลำโพง B&W T7 wireless loud speaker หรือหูฟัง B&W PX wireless headphone อย่างใดอย่างหนึ่ง)
  7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

สำหรับรายละเอียดข้อมูลรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสอง สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ https://usedcar.bmw.co.th/buy-used-cars

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์รับรางวัลเกียรติยศแบรนด์ยอดนิยมอันดับ1 “No.1 Brand Thailand 2019-2020”

0

กลุ่มตรีเพชร โดยคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จํากัด รับมอบรางวัลเกียรติยศแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1  หมวดรถปิกอัพ “No.1 Brand Thailand 2019-2020” ซึ่งเป็นผลจากการสํารวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศโดยนิตยสาร Marketeer ร่วมกับ Kadence International (Thailand), A global boutique research agency ณ โรงแรม ดิโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

เปิดโผ กองกำลัง Great Wall Motors ยักษ์ใหญ่แดนมังกร เตรียมลุยไทยครบวงจรปีหน้า

0

Great Wall Motors บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองจีน เตรียมผลิตรถยนต์และจำหน่ายในเมืองไทย หลังเข้าเทคโอเวอร์โรงงานผลิตรถยนต์ เชฟโรเลต์ ของเจเนอรัลมอเตอร์สที่จ.ระยอง แล้ว ก่อนที่จะเดินแผนสองรวบโชว์รูมศูนย์บริการจำหน่ายเชฟโรเลต์เดิมให้เข้าร่วมโผผู้แทนจำหน่ายใหม่ทันที โดยคาดว่าจะมีรถยนต์เข้าสู่ตลาดเมืองไทยถึง 3 แบรนด์ ทั้ง Haval, GWM Pickup และ Wey ในรูปแบบของรถเอสยูวีและกระบะที่เน้นเทคโนโลยีแต่ราคาประหยัด

ประวัติความเป็นมาของ Great Wall Motors นั้นถือเป็นค่ายรถน้องใหม่ในตลาดโลก แต่ไม่ใหม่เลยสำหรับการดำเนินกิจการอุตสาหกรรมยานยนต์ในแดนมังกร ด้วยความสามารถในการใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 40 ปี แต่ก็สามารถคว้าอันดับ 1 ในด้านยอดจำหน่ายจากอาตี๋อาหมวยเป็นที่เรียบร้อย ในขณะแบรนด์ที่คุ้นเคยกับชาวไทยอย่าง MG นั้นได้แค่อันดับ 3

Great Wall Motors 2

ชิ่อเสียงที่โด่งดังพร้อมกับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากตลาดในจีน ทำให้ Great Wall Motors เริ่มแผนงานขยายธุรกิจออกสุ่ตลาดโลก โดยปัจจุบันได้มีการทำตลาดมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย, อาร์เจนตินา, บังกลาเทศ, บัลแกเรีย, นิวซีแลนด์, รัสเซีย, แอฟริกาใต้, ตูนิเซีย, ชิลี, ปารากวัย, เอกวาดอร์, กัวเตมาลา, โบลิเวีย, เปรู, มาเลเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิหร่าน และแอฟริกาใต้

Great Wall Motors 8

 

ในการมายังประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 คณะผู้บริหารจากแผ่นดินใหญ่เตรียมลงหลักปักฐานในบ้านเราด้วยเงินลงทุนกว่า 340 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาและยังมีการแสดงตัวตนเปิดตัวสู่สาธารณชนชาวไทยด้วยการเข้าร่วมเปิดบูธจัดรถ SUV แบนด์ Haval แสดงในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ในปีเดียวกัน จนมีการตั้งคำถามเกิดขึ้นมากมายกับรถยนต์แบรนด์นี้ ว่าจะเข้ามาจำหน่ายเมื่อไร มีรถอะไรบ้าง เข้ามาในรูปแบบไหน แต่ยังไม่มีคำตอบใดๆที่ชัดเจน นอกจากการโยน Haval เข้ามาถามทางเท่านั้น

Great Wall Motors 4

Great Wall Motors 5

จนล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมื่อ เจเนอรัลมอเตอร์ส ประการยุติบทบาทการผลิตและจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลต์ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับลงนานเซนต์สัญญาขายกิจการโรงงานผลิตที่จ.ระยองให้กับ Great Wall Motors เป็นที่เรียบร้อย นั่นจึงเป็นสัญญานที่ชัดเจนสำหรับการเดินหน้าเต็มกำลังเข้าสู่ตลาดเมืองไทย สานต่อแผนการเดินหน้าสู่ตลาดโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน โรงงานผลิตของเชฟโรเลต์ที่ประเทศอินเดียก็โดนเทคโอเวอร์เป็นที่เรียบร้อย และยังอ้าแขนรับตัวแทนจำหน่ายของเชฟโรเลต์เดิมให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Great Wall Motors ในอนาคต ด้วยเช่นเดียวกัน

Great Wall Motors 1

การปักหลักฐานในเมืองไทยของ Great Wall Motors นั้นได้ทำการเปิดเฮดออฟฟิศใจกลางกรุงย่านถนนพระราม 9 โดยใช้ชื่อ Haval Sales Thailand จดทะเบียน 7 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานแห่งใหม่นี้ อยู่บนชั้น 31 ของอาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ตอนจดทะเบียนว่า ประกอบกิจการค้าปลีก ค้าส่ง รถขับเคลื่อนสี่ล้อพลังงานไฟฟ้า รถอเนกประสงค์ รถกระบะ รวมถึงชิ้นส่วน อะไหล่และอุปกรณ์

Great Wall Motors 6

เป็นที่แน่นอนว่า Haval จะถูกผลิตขึ้นเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดเมืองไทยภายในปี 2021 โดยตัวเต็งที่จะผลิตและจำหน่ายในไทยนั้นคือรุ่น F7 ซึ่งก่อนหน้าใช้ฐานการผลิตจากประเทศรัสเซีย

Great Wall Motors 3

Haval F7 รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ ขนาดมิติตัวถัง ความยาว 4,620 มม. กว้าง 1,846 มม. และสูง 1,690 มม. ซึ่งมีระยะฐานล้อ 2725 มม. หากเทียบกับค่แข่งในตลาดนั่นคือ Honda CRV และ Mazda CX-5

Great Wall Motors 8

กระจังหน้าหกเหลี่ยมพร้อมกรอบโครเมี่ยม ไฟหน้าแบบ LED ปรับสูงต่ำอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED พร้อมกรอบโครเมี่ยม มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ กระจกข้างสีเดียวกับตัวรถปรับพับไฟฟ้า บันไดข้าง ไฟท้าย LED ไฟตัดหมอกหลัง LED เสาอากาศหูฉลาม ยาง 225/55 R19

Great Wall Motors 9

ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลแดงพร้อมคอนโซลและแผงข้างสีดำ เบาะนั่งปรับได้ด้วยไฟฟ้าได้ 8 ทิศทางสำหรับผู้ขับขี่ และ 4 ทิศทางสำหรับผู้โดยสาร มีการติดตั้งหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว คอนโซลกลางมีจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้วรองรับได้ทั้ง Bluetooth / วิทยุ FM / AM /MP5 + USB / Telematics (4G) / WiFi ด้านลนหลังคาติดตั้งหลังคาซันรูฟไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ เครื่องปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรอง PM2.5 และช่องระบายอากาศด้านหลัง

Great Wall Motors 10

Great Wall Motors 11

ขุมพลังมี 2 ขนาด เป็นเครื่องยนต์เบนซิน รหัส GW4B15A ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้าที่ 5000-5600 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 285 นิวตัน-เมตรที่ 1400 – 3000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีต ความจุถังน้ำมัน 56 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 100 กม./ 6.6 ลิตร หรือประมาณ 15.1 กม./ลิตร

Great Wall Motors 12

อีกหนึ่งขุมพลังคือเครื่องยนต์เบนซิน รหัส GW4B15A 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้าที่ 5200 – 55000 รอบต่อนาที แรงบิตสูงสุด 385 นิวตัน-เมตรที่ 2000-3200 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 56 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีต อัตราสิ้นเปลือง 100 กม./7.1 ลิตร หรือ 14 กม./ลิตร

ระบบความปลอดภัยอัดแน่นเต็มๆคัน ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านด้านข้าง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบผ่อนแรงอัตโนมัติและเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISO FIX รวมถึง
-ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ (ESP)
-ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCS)
ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (RMI)
ระบบช่วยเบรก (BA)
ระบบช่วยบนทางลาดชัน (HHC)
ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง
กล้อง 360 องศา
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise (ACC)
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
ระบบเตือนวัตถุด้านหน้า (FCW)
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDW)
การตรวจสอบจุดบอด (BSD)
ระบบเตือนด้านหลัง (CTA)
ความช่วยเหลือการจราจรติดขัด (TJA)
กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ

Great Wall Motors 13

Great Wall Motors 14

Haval F7 ตั้งราคาจำหน่ายในประเทศจีนไว้เพียง 109,000 – 153,700 หยวน หรือประมาณ 486,000 – 686,000 บาท

WEY (เว่ย) เป็นอีกแบรนด์รถยนต์ในเครือ Great Wall Motor และรุ่นที่ถือเป็นไฮไลท์และคาดว่าจะผลิตและจำหน่ายในบ้านเราคือ WEY VV7 พรีเมี่ยมเอสยูวีที่มากับดีเอ็นเอของความหรูหราทั้งภายนอก และภายใน

Great Wall Motors 16

รูปทรงของ WEY VV7 มีส่วนคล้ายกับเอสยูวีพันธุ์ดุจากอิตาลีแบรนด์ Maserati มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟหน้าทรงเหลี่ยม และ ไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED มาพร้อมล้ออัลลอย 5 ก้าน มีทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว

Great Wall Motors 18

กระจกกันลมหน้าและกระจกประตู ผลิตจากวัสดุที่มีการป้องกันเสียงคุณภาพสูงและใช้ฟิล์มกันเสียงหนา 0.76 มม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกในย่านความถี่ 2000-6000Hz ที่ประตูด้านในและชายล่างยังติดตั้งวัสดุซับเสียงหนา 3 ชั้น เพื่อเพิ่มความเงียบอย่างมีประสิทธิภาพ

Great Wall Motors 19

ห้องโดยสารออกแบบยกระดับความหรู ใช้โทนดำ-น้ำตาล และเสริมด้วยเงิน พวงมาลัยทรงสปอร์ตท้ายตัดมากับชุดมาตรวัดแบบจอดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว มากับชุดมาตรวัดที่แสดงผลผ่านจอ TFT LCD ขนาด 9 นิ้วระบบเสียงเซอร์ราวด์ความเที่ยงตรงสูงแบบ Infinity และคุณสมบัติหรูหราอื่น ๆ คิกส์เซ็นเซอร์อัจฉริยะติดตั้งที่ประตูหลัง

Great Wall Motors 21

ขุมพลังเป็นแบบเบนซินเทอร์โบคู่ VVT ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 227 แรงม้า ที่ 5500 รอบต่อนาที แรงบิตสูงสุด 387 นิวตัน-เมตร ที่ 5500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังคลัตช์คู่แบบ 7 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./9.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม.ส่วนอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 11 กม./ลิตร

Great Wall Motors 22

Wey VV7 ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 360 ° รอบทิศทาง โครงสร้างตัวถังยังมาพร้อมมาตรฐานระดับห้าดาวของยุโรป และใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอีกมากมาย รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ
ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
FCW ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ
AEB ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
LKA ระบบช่วยรักษาให้อยู่ในเลน
LDW ระบบเตื่อนเมื่ออกจากเลน
LCA ระบบตรวจสอบจุดบอดเมื่อเปลี่ยนเลน
CTA (Cross Traffic Alert) ระบบตรวจจับทั้งสองด้านของเลนขณะที่รถกำลังถอยหลัง
BSD ระบบสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่ผู้ขับขี่มองเห็นได้ยากด้วยเซ็นเซอร์เรดาร์
กล้อง 360 องศาแบบพาโนราม่า
Semi-automatic parking assistance ระบบช่วยจอดรถกึ่งอัตโนมัติ
DSM กระจกมองหลังมองกว้าง
ระบบเตือนเปิดประตู

Great Wall Motors 23

WEY VV7 เริ่มต้น 169,800 หยวน หรือประมาณ 757,000 บาท ส่วนรุ่น VV7 PHEV ที่เป็นในรูปแบบของเอสยูวีไฟฟ้า ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย 219,800 หยวน หรือประมาณ 970,000 บาท

Great Wall Motors 24

ท้ายสุดมาในรูปแบบของรถกระบะในชื่อแบรนด์ GWM Pickup ในรุ่น Cannon 2020 ที่มาครบทั้งความบึกบึน หรูหรา และตั้งเป้าท้าชนเจ้าตลาดเมืองไทยอย่าง Toyota และ Isuzu

Great Wall Motors 25

 

Cannon 2020 มากับจุดเด่นคือมีขนาดที่ใหญ่กว่ารถในกลุ่มเดียวกัน ด้วยมิติตัวถังที่มีความยาว 5,410 มม. ยาว 1,934 มม. และสุง 1,886 มม. ไฟรอบคันเป็นแบบแอลอีดี มีหลังคาซันรูฟและ ฝากระบะท้ายซ่อนบันใดไว้ด้านใน

Great Wall Motors 24

ภายในกว้างขวางตามขนาดตัวรถพร้อมแต่งเติมความหรูหราด้วยหนังแท้ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ควบคุมผ่านจอทัชสกรีนพร้อมชุดมาตรวัดแบบแอลอีดีอีกต่างหาก

Great Wall Motors 26
Great Wall Motors 26

ขุมพลังที่จำหน่ายในจีนมีทั้งแบบเบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 190 แรงม้า 360 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด รวมถึงระบบขับเคลื่อน ทั้งแบบ 2 ล้อ RWD หรือ 4 ล้อ 4WD

Great Wall Motors 28

อีกหนึ่งขุมพลังเป็นแบบดีเซลเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ RWD หรือ 4 ล้อ 4WD

Great Wall Motors 29

นอกจากนี้ยังมี ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว กล้องมองหลัง ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร เรดาร์รอบคัน 15 ตำแหน่ง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ รวมถึงระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (เลเวล 2) ประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามรถคันหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน, ระบบรักษาช่องทางจราจร, ระบบอ่านป้ายจราจร, ระบบเตือนจุดอับสายตา

Great Wall Motors 30

GWM Cannon 2020 ราคาจำหน่ายในประเทศจีนอยู่ที่ 97,800 – 159,800 หยวน หรือราว 436,000 – 713,000 บาท

Great Wall Motors 31

เพียงแค่ 3 ไฮไลท์จาก 3 แบรนด์ในเครือข่ายของ Great Wall Motors ซึ่งจริงๆแล้วยังเหลือแบรนด์ ORA ซึ่งผลิตรถเล็กในรูปแบบของรถไฟฟ้าที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เพราะยังไม่มีทิศทางที่ค่ายกำแพงยักษ์จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทย

Great Wall Motors 32

ทั้งนี้รอลุ้นในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงว่า Great Wall Motors จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยรถยนต์แบรนด์ไหนและรุ่นอะไร ที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พุดถึงไม่ได้นั่นคือเรื่องบริการหลังการขาย เพราะนอกจากจะเทคโอเวอร์โรงงานผลิตรถยนต์ โชว์รูมและศุนย์บริการทุกแห่งของเชฟโรเลต์ ค่ายรถกำแพงยักษ์ก็อ้าแขนอุ้มไว้ทุกโชว์รูม คราวนี้แบรนด์น้องใหม่ในไทยแต่เป็นแชมป์ยอดจำหน่ายในเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ คงทำให้เจ้าตลาดในหลายๆเซกเมนต์ของเมืองไทยต้องคิดหนักแน่นอน