Home Blog Page 438

15 – 26 ก.ค. นี้ ซูบารุ นำรถยนต์สุดยอดความปลอดภัยระดับโลก ร่วมจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

0

สาวกดาวลูกไก่พลาดไม่ได้ 15 – 26 กรกฎาคม นี้ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูธ A19 ซูบารุยกทัพรถยนต์ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกมาจัดแสดงภายในงาน โดยไฮไลท์หลักจะเป็น ‘ชุดแต่ง GT ที่ครั้งนี้มาใน Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight ที่ออกแบบเสริมภาพลักษณ์อย่างแข็งแกร่ง สปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น มาพร้อมการจัดแสดงชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับแอพพลิเคชั่น android auto และ apple car play เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมกล้องรอบคัน และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° Superview Around Recognition Three-sixty System ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

โดยการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซูบารุ ได้นำรถยนต์ซูบารุ 4 รุ่น ประกอบด้วย Subaru BRZ, WRX, XV และ Forester มาจัดแสดงเพื่อให้ชาวไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของซูบารุ ทั้ง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (Boxer) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และถูกจัดวางอย่างสมมาตรสร้างความสมดุล ยึดเกาะถนน ลดแรงสั่นสะเทือน เพื่อสุนทรียภาพในการเดินทาง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ที่ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์ ให้การยึดเกาะถนนที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ ซูบารุ โกลบอล แพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) ภายใต้วิศวกรรมการออกแบบทำให้โครงสร้างตัวถังและรอยต่อมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดการสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยซับแรงปะทะในกรณีเกิดอุบัติเหตุเพื่อให้ห้องโดยสารปลอดภัยมากขึ้น เทคโนโลยีอายไซต์ (EyeSight) ที่ออกแบบมาเสมือนดวงตาอีกคู่ช่วยระวังสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย 6 ฟังก์ชั่น

  1. Pre-Collision Braking System ระบบช่วยเบรคอัติโนมัติ
  2. Pre-Collision Throttle Management การจัดการคันเร่งก่อนเกิดการชน ในกรณีเข้าเกียร์ผิด
  3. Adaptive Cruise Control ระบบแปรผันตามความเร็วรถคันหน้า ที่เริ่มทำงานตั้งแต่จุดหยุดนิ่ง 0-200 กม./ ชั่วโมง
  4. Lane Sway Warning ระบบเตือนเมื่อรถส่ายไปมา ระบบจะเตือนตั้งแต่ความเร็ว 60 กม./ ชั่วโมง
  5. Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบจะเตือนตั้งแต่ความเร็ว 50 กม./ ชั่วโมง
  6. Lead Vehicle Start Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันข้างหน้าออกตัว

ด้วยความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีและหลักวิศวกรรมยานยนต์ที่ถูกออกแบบและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทำให้ ซูบารุ คว้ารางวัลด้านความปลอดภัยมากมาย

Forester รุ่นที่ 5 ได้รับรางวัล 2019 Grand Prix Award จากการทำคะแนนสูงสุดในการประเมินความปลอดภัยจากการชน ของรถยนต์ใหม่ญี่ปุ่น (Japanese New Car Assessment Program) จัดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้รับคะแนนระดับ Triple Plus ในด้านยานพาหนะที่มีความปลอดภัยขั้นสูง หรือ Advanced Safety Vehicle Triple Plus (ASV +++) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในปี 2018-2019 ด้านประสิทธิภาพความปลอดภัยเชิงป้องกันจากการประเมินของ JNCAP และ รางวัลมาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาวด้วยคะแนนรวมสูงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ออฟโรด/อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Best in Class)  จาก EURO NCAP

ซูบารุ JNCAP 2018-2019

และที่ปลอดภัยไม่แพ้กันก็คือรุ่น XV ซึ่งมาพร้อมกับ Subaru Global แพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ และเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ ที่ได้รับรางวัล Grand Prix 2016-2017 จากการทำคะแนนความปลอดภัยสูงสุดในประวัติศาตร์การประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ญี่ปุ่น (JNCAP) ด้านความปลอดภัยจากการชน จัดโดยกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว (MLIT) ของญี่ปุ่น และหน่วยงานระดับชาติเพื่อความปลอดภัยของยานยนต์และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (NASVA) รางวัลเฉพาะด้านความปลอดภัยที่ได้รับจากองค์กรต่างๆทั่วโลกนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความหลงใหลและความมุ่งมั่นของซูบารุที่มีต่อความปลอดภัยทุกด้านแต่ยังเป็นเครื่องยืนยันในคุณภาพมาตรฐานการผลิตและประกอบรถยนต์ซูบารุทั่วโลก

 

พิเศษ!! ให้ผู้บริโภคได้เป็นเจ้าของรถยนต์ซูบารุคุณภาพความปลอดภัยระดับโลกได้ง่ายขึ้นกับข้อเสนอ ‘ขับฟรีตลอดปี 2020’

  • ซูบารุ เอ็กซ์วี ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020* พร้อมดอกเบี้ย 0% 60 เดือน, ฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีประกันคุณภาพ 5 ปี
  • ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020* พร้อมดอกเบี้ย 0.99% 48 เดือน,   ฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีประกันคุณภาพ 5 ปี

 

สามารถชมรายละเอียดแคมเปญพิเศษงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 เพิ่มเติมได้ที่ www.subaru.asia/th

โตโยต้าเปิดตัวรถ SUV ครั้งแรกของโลก “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง

0

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.ไดโซะ คาเมะยามา หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้ชีวิตเพื่อที่สุดของความสะดวกสบาย กับการเดินทางที่จะเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยกับ “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ (All-New Corolla CROSS) ด้วยการออกแบบภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารกับที่สุดแห่งความกว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย อีกทั้งยังมอบความเงียบภายในห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้สมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่   มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4  ที่ให้ทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจและประหยัดน้ำมัน

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า“จากสถานการณ์โรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และเพื่อสอดรับกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายสำหรับประชาชนในการดำรงชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ประเทศไทยพยายามดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้สถานการณ์ฟื้นตัวสู่สภาพปกติโดยเร็ว ในส่วนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเคียงข้างคนไทยด้วยการเดินหน้าดำเนินโครงการ Toyota Stay with You” หรือ โตโยต้า เคียงคู่ไทย สู้ภัยโควิด-19 แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกคนก็ควรที่จะระมัดระวังและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ตามที่โตโยต้าได้ก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) ด้วยการเดินหน้ามอบความสุขและความปลอดภัยให้กับทุกคน ภายใต้ปรัชญาของโตโยต้าที่มุ่งสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever Better Car) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ คือรถรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และเป็นยนตรกรรมที่จะเปิดประสบการณ์ให้ท่านได้ไปพบกับการเดินทางครั้งใหม่ สำหรับวิถีชีวิตแบบใหม่ ภายใต้รถยนต์อเนกประสงค์ “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ (All New Corolla CROSS)

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวเสริมว่า “โคโรลล่า ครอส ใหม่ มาพร้อมกับสโลแกน “A New Journey… ให้ชีวิตเดินทาง” ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue) นี่คือ ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของโตโยต้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด SUV และโคโรลล่า ครอส ใหม่นี้ ได้เปิดตัวในประเทศไทยซึ่งถือเป็นประเทศแรกของโลก โดยใช้แพลตฟอร์มของโคโรลล่า ซีดาน ที่โดดเด่นในความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน QDR อันประกอบไปด้วย คุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) สิ่งที่ทุกท่านจะได้รับจากรถรุ่นนี้ คือ “การได้ใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวในพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว” รวมถึง “สะท้อนตัวตนและบ่งบอกไลฟ์สไตล์” ด้วยการออกแบบภายนอกที่ผสานความทรงพลังกับความปราณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางโอ่โถง และความอเนกประสงค์ที่เป็นเลิศเหนือความคาดหมายภายใต้ราคาที่จับต้องได้ โดย โคโรลล่า ครอส จะถูกส่งออกจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์นั่งของโตโยต้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นรถรุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยฝีมือคนไทย และส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ภายใต้ฝีมือการผลิตของคนไทย”

มร.ไดโซะ คาเมะยามา กล่าวว่า แนวคิดของรถคันนี้คือ “การนำ DNA ของรถยนต์โคโรลล่ามาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์” ทั้งนี้โคโรลล่า คือรุ่นรถที่ขายดีที่สุดในโลกของโตโยต้า กล่าวคือ โคโรลล่า ก็คือโตโยต้า นับตั้งแต่การเปิดตัวรถโคโรลล่ารุ่นแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 2509 และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า ปัจจุบันขายมาแล้ว 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสม 48 ล้านคัน

คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของโคโรลล่า ครอส คือ สัมผัสแห่งความหรูหรา พร้อมประโยชน์ใช้สอยที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า สะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่มี “ความแข็งแกร่งสำหรับชีวิตในเมือง” (Urban Toughness) ซึ่งเห็นได้ชัดจากดีไซน์และการออกแบบฐานล้อที่กว้าง เรามั่นใจว่ารถยนต์อเนกประสงค์คันนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ ทั้งความสวยงามโฉบเฉี่ยวล้ำสมัย แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง กระตุ้นและมอบแรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่ออกไปเผชิญความท้าทายใหม่ๆ โดยมอบความสะดวกสบายอย่างเหนือระดับในทุกด้าน” 

โคโรลล่า ครอส ใหม่…A NEW JOURNEY  มี 5 จุดขายหลัก

  1. ด้านการออกแบบ
  • A New Outstanding Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…โดดเด่นด้วยดีไซน์เหนือระดับ

การออกแบบภายนอกโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สะท้อนความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

  • A New Satisfying Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…พื้นที่ที่ตอบทุกความต้องการ

การออกแบบภายในได้อย่างลงตัว ด้วยสีภายใน สีแดงใหม่ Terra Rossa จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว

  1. ด้านสมรรถนะการขับขี่
  • A New Energetic Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ขีดสุดแห่งพลังขับเคลื่อน

เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร แบบระบบไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนเรชันที่ 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัมต่อกิโลเมตร และแบบเบนซิน อัตราเร่งเต็มพลังตอบสนองได้ดั่งใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

  • A New Confident Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

ด้วยแพลตฟอร์ม TNGA มาใช้ควบคู่กับช่วงล่างแบบคานแข็งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อปรับช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดี  แต่ยังนุ่มนวลสะดวกสบายในทุกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่ปราดเปรียว มั่นใจ ทัศนวิสัยดีขึ้น

  1. ด้านความสะดวกสบาย
  • A New Convenient Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ความสะดวกสบายทุกเส้นทาง

เน้นประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นด้วยพื้นที่จุสัมภาระได้มากถึง 487 ลิตร นอกจากนี้ ในส่วนของห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยประตูด้านหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากรถได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีการออกแบบที่ว่างเหนือศีรษะให้สูงพอดี มีความโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด มาพร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated เพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บสัมภาระ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

  1. ด้านความปลอดภัย
  • A New Protected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…มาตรฐานความปลอดภัย

อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของโคโรลล่า ครอส ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยสืบทอดลักษณะเด่นที่เป็นดีเอ็นเอของรถในตระกูลโคโรลล่า เพื่อความมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)  อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติพร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) รวมทั้ง กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง (Air Bags)

  1. ด้านการเชื่อมต่อ
  • A New Connected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยความเชื่อมั่น ปลอดภัย ไร้กังวล

สะดวกสบายไปกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ T-Connect เชื่อมต่อความสุขทุกเส้นทางให้คุณอุ่นใจปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ ให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามซึ่งมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดั่งเพื่อนและครอบครัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้กลายเป็นสังคมที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่ในทางกลับกันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีใหม่ที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว โตโยต้าพร้อมจะขับเคลื่อนความสุขให้กับคุณ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การท่องเที่ยว กีฬา และพักผ่อนกับครอบครัว การเดินทางไปยังบ้านเกิด และการท่องเที่ยวกับเพื่อน

โคโรลล่า ครอส ใหม่ จะสร้างนิยามใหม่ A New Journey ให้ชีวิตเดินทาง” ในรูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย จากรถยนต์นั่งสู่รถยนต์อเนกประสงค์ โดยเพิ่มประโยชน์ ใช้สอย มีความเป็นอิสระ และขับสนุกเหมือนรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต อีกทั้งยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและชอบความทันสมัย โดยเฉพาะจุดขายหลักของรถรุ่นนี้คือ สะดวก สบาย ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังนั่งสบายทุกเบาะ ขับขี่อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง ไม่เหนื่อยและไม่เมื่อยล้า และยังมีเครื่องยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน เงียบ แรง และค่ามลพิษต่ำ นอกจากนี้ยังคุ้มค่า คงทน ราคาขายต่อดี และนี่คือ เอกลักษณ์ของโตโยต้า”

พร้อมสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ New Usage Experience ผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota ที่มีเทคโนโลยีและบริการที่จะเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รองรับทุกไลฟ์สไตล์

  • ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้เปลี่ยนการซื้อรถจากรูปแบบเดิม สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยบริการรูปแบบใหม่ที่โตโยต้าได้คิดค้นพัฒนาขึ้น
  • Connect Locator บริการเช็กสถานะสต็อกและระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์แบบเรียลไทม์ (Real time) ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูล สถานะการส่งมอบรถได้อย่างแม่นยำ
  • Connected Auto Loan (CAL) การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ทำให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น
  • บริการ Sabuy 😀 มิติใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนต่ำลง 20% พร้อมรวมค่าเช็คระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการโตโยต้า มูลค่า 23,000 บาท และการรับประกันราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนรถในอนาคต
  • KINTO บริการออนไลน์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่ สะดวกสบายไม่ต้องใช้เงินดาวน์
  • แพ็กเกจประกันภัยชั้น 1 Convini-Insure คุ้มครองนาน 3 ปี และสามารถนำไปรวมกับยอดแบ่งจ่ายรายเดือนได้
  • การรับประกันมูลค่ารถในอนาคต GFV (Guarantee Future Value) ราคาขายต่อไม่ต้องกังวล สำหรับรถรุ่น Hybrid
  • ประสบการณ์ในการใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เทคโนโลยีเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่ส่งมอบบริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (T-Connect by TOYOTA) ด้วย 3 คุณสมบัติหลัก

1. Always located and protect บริการเพื่อความอุ่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ประกอบด้วยการบริการ ดังนี้

  • Find My Car
  • ระบบติดตามการโจรกรรม (TheftTrack)
  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS)
  • ระบบกำหนดขอบเขตปลอดภัย (Geo-fencing)

2. Telematics CARE ช่วยให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าคลายกังวลในการขับขี่

  • บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Maintenance Reminder) รวมถึงการนัดหมายออนไลน์
  • ข้อมูลรถและการขับขี่ (Vehicle Information)
  • ประกันภัย ขับดีลดให้ Toyota Care PHYD (Pay How You Drive) ประกันภัยรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ประหยัดได้มากกว่า ด้วยส่วนลดจากการวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ ขับรถดี ขับปลอดภัย มีส่วนลดค่าเบี้ยประกันต่ออายุ ต่อแรก ส่วนลดประวัติดี ในปีที่ 2 : 20% พร้อมลดเพิ่ม ต่อสอง ขับดีลดให้ อีกสูงสุด 25%

3. Happiness Mobility บริการเพิ่มความสุขทุกเส้นทาง ประกอบด้วย

  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services) พร้อมดูแลคุณตลอดการเดินทาง

นอกจากนั้น ยังมีระบบบริหารยานพาหนะและการขนส่งแบบครบวงจร FTS (Fleet Telematics Service) สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ที่จะช่วยให้สามารถติดตาม วางแผนการใช้รถ และควบคุมการใช้งาน รวมทั้งพนักงานขับรถได้อย่างสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ โดยมีระบบแสดงผลได้แบบ Real Time พร้อมรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ของตัวรถและการใช้งานรถ

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อตอบสนอง A New Journey ของทุกคนที่แตกต่างกัน นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว เรายังมีรุ่นตกแต่ง ณ จุดขาย ที่จะมาเพิ่มความสุขและความสนุกให้มากขึ้น

  • Urban sport style เพิ่มความสปอร์ต สะท้อนความเป็นตัวคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง
  • Adventure style เพิ่มดีไซน์ให้ดุดัน พร้อมลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่และท่องเที่ยว ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบ โดยจ่ายเพิ่มไม่เกิน 500 บาท ต่อเดือนในยอดการผ่อนชำระรายเดือนเท่านั้น (คำนวณจากการเช่าซื้อนาน 60 เดือน) ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

นอกจากนั้น ขอแนะนำอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารระหว่าง โตโยต้ากับลูกค้า Toyota Tube (T-Tube) ที่จะเป็นสื่อแนะนำการใช้รถยนต์ในรูปแบบวีดีโอบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจวิธีการใช้งานของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย และถูกต้อง สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถ Corolla Cross ใหม่ สามารถลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์  www.tmttestacar.com หรือ ติดต่อที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ”

เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส ใหม่ 4 รุ่น และ 7 สีภายนอก

• Metal Stream Metallic• Red Mica Metallic• Attitude Black Mica• Celestite Gray Metallic
• Platinum White Pearl*• Graphite Metallic• Nebula Blue

ภายใน 2 สี

• Terra Rossa (เฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium ที่มีสีภายนอก Attitude Black Mica / Celestite Gray Metallic / Platinum White Pearl)
Black

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เกียร์อัตโนมัติ

• Hybrid Premium Safety ราคา    1,199,000 บาท**
• Hybrid Premiumราคา    1,089,000 บาท**
• Hybrid Smartราคา    1,019,000 บาท**

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ

• 8 Sportราคา    989,000 บาท**
ราคาพิเศษ 959,000 บาท  (ณ วันเปิดตัว – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

 พิเศษสำหรับลูกค้าซื้อ All-New Corolla Cross วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563

  • เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
  • ขยายระยะเวลารับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาท
  • Toyota Privilege More ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะลูกค้าโตโยต้า

 

ร่วมสัมผัสและทดลองขับ All-New Corolla Cross   ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ  ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2563  และงาน Bangkok International Motor Show 2020 ในวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563

ฮุนได จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มต้อนรับงานมอเตอร์โชว์

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เสนอโปรโมชั่นพิเศษและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นเพื่อต้อนรับงานบางกอกอินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 และเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ทุกรุ่นได้ง่ายมากขึ้น ด้วยทางเลือกข้อเสนอที่ลูกค้าสามารถเลือกข้อที่โดนใจมากที่สุด ดังนี้

ข้อเสนอที่หนึ่ง:

  • ซื้อรถวันนี้ ขับฟรี 90 วัน
  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
  • ผ่อนนาน 84 เดือน
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษานาน 60 เดือน
  • ฟรี! บัตรน้ำมันมูลค่า 50,000 บาท

 ข้อเสนอที่สอง:

  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • พิเศษ! สำหรับเฉพาะรุ่นอิลิท รับเพิ่มชุดอุปกรณ์ความบันเทิง พร้อมกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถ มูลค่า 20,000 บาท

 

ลูกค้าที่สนใจจองฮุนไดเอช-วัน รุ่นเดอลุกซ์ และ รุ่นอิลิท สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษโดนใจได้อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับรุ่นเอช-วัน ทัวร์ริ่งและแกรนด์สตาร์เร็กซ์ทุกรุ่น รับข้อเสนอขับฟรี 90 วัน ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10% ผ่อนนาน 84 เดือน  พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษานาน 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อฮุนไดทุกรุ่นรับเพิ่มฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปีรับประกันคุณภาพนาน 60 เดือน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 60 เดือน พิเศษ! สำหรับลูกค้าเก่าฮุนได รับส่วนลดเพิ่มจำนวน 20,000 บาททันที เมื่อซื้อและจองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นในช่วงโปรโมชั่นพิเศษนี้

 

โปรโมชั่นนี้มีผลตลอดเดือนกรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศและบูธรถยนต์ฮุนได ในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฏาคม 2563

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฮุนได คอลเซ็นเตอร์ โทร 02- 305 8494 หรือ www.hyundai.co.th หรือ www.facebook.com/HyundaiThailand/

อีซูซุ ปรับแผนทำธุรกิจแบบ New Normal

0

กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้ประกาศการผ่อนคลายเป็นระยะแล้ว แต่บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์บริษัทให้สอดคล้องกับลักษณะ “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ New Normal โดยคำนึงถึงการทำธุรกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของ  ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พนักงาน ลูกค้าอีซูซุ ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจใหม่ของกลุ่มตรีเพชรคือ รถมือสอง ดังนี้

  • มาตรการสำหรับพนักงาน

มาตรการด้านการจัดกิจกรรมพิเศษ ทางบริษัทฯ ได้งดการจัดกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นมา แต่ปรับเปลี่ยนเป็นการเน้นให้ผู้จำหน่ายอีซูซุจัดกิจกรรมการตลาดออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ และบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสุขอนามัย เช่น การวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้บริหาร พนักงาน และผู้มาติดต่อทุกราย, การจัดเตรียมแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ กระดาษเช็ดมือตามจุดต่าง ๆ รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)  เช่น การจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ในโรงอาหาร และจัดบริการแบบซื้อกลับ (Take away) เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปรับประทานได้ที่บริเวณ C-Zone ซึ่งเป็นที่ผ่อนคลายอิริยาบทของพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทฯได้ให้ความร่วมมือแก่รัฐบาลโดยการจัดมาตรการหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนและลดความหนาแน่นของระบบขนส่งสาธารณะ บริษัทฯ อนุญาตให้พนักงาน ยืดหยุ่นเวลาการทำงานได้ (Flexible Time) ใน 5 ช่วงเวลา โดยเริ่มงานได้ตั้งแต่ 07.30 – 09.30 น. และ เลิกงานเวลา 16.00 – 18.00 น.

  • มาตรการสำหรับลูกค้าอีซูซุ

อีซูซุมอบบริการหลังการขายสุดพิเศษให้กับลูกค้าอีซูซุ ขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มอีก 3 เดือน (ไม่รวมการขยายระยะทาง) สำหรับรถอีซูซุทุกประเภทที่หมดระยะเวลาการรับประกันในช่วงระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2563 รวมถึงโครงการ “อีซูซุ เคียงคู่สู้วิกฤติ” เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าอีซูซุ โดยสามารถผ่อนชำระค่าใช้จ่ายได้ 0% นานสูงสุด 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ถึง 31 สิงหาคม 2563 สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com

  • มาตรการสำหรับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ

สำหรับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศนั้นยังคงดำเนินการทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการตามปกติ โดยเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องสุขอนามัยของทั้งพนักงานและลูกค้าผู้มาใช้บริการมากขึ้น และเน้นการทำกิจกรรมออนไลน์สำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทให้มากยิ่งขึ้น ส่วนการประชุมหารือระหว่างผู้จำหน่ายอีซูซุกับบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์นั้น ให้ใช้การประชุมแบบออนไลน์ผ่าน Application แบบต่าง ๆ แทน

  • ธุรกิจรถมือสอง

ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ธุรกิจการซื้อขายรถมือสองคุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์คือ “โอมาคาเสะ คาร์” ซึ่งกลุ่มตรีเพชรได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากลูกค้า ถึงกระนั้นก็ตาม เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้ามูลค่าสูง หลังจากลูกค้าตัดสินใจเบื้องต้นจากออนไลน์แล้ว ย่อมต้องการเห็นรถจริงและทดลองขับก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย เราจึงลงทุนขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง นอกเหนือจากสาขาแรกในย่านรัตนาธิเบศร์คือสาขาที่สองริมถนนเกษตร-นวมินทร์ และสาขาที่สามที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

กลุ่มตรีเพชรเชื่อมั่นว่าองค์กรของเรามี “ความยืดหยุ่น” สูง จึงสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงมั่นใจว่าภายใต้การบริหารในรูปแบบ New Normal นี้ จะยังคงทำให้อีซูซุสามารถตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการลงทุนด้าน Digital Transformation ไปก่อนหน้าจะเกิดวิกฤต COVID-19 แล้ว จะเป็นการสร้างประสิทธิภาพใหม่ให้แก่ธุรกิจอีซูซุโดยทำให้ลูกค้า ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากการใช้รถอีซูซุ ในขณะเดียวกันก็สามารถแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ๆ ได้ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในยุค New Normal ไว้ให้ได้เช่นเดียวกับความสำเร็จตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง 63 ปี ของธุรกิจอีซูซุในประเทศไทยก่อนที่จะเกิดวิกฤตครั้งนี้

ฟอร์ด ออกแคมเปญสุดแรงแห่งปี รับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังนาน10 ปี หรือ 150,000 กม.

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญสุดแรงแห่งปี “การรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ เฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563 นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ Referral Campaign สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่แนะนำเพื่อนมาจองและออกรถฟอร์ดเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563 สามารถเลือกรับโปรแกรมขยายเวลารับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจากที่มีอยู่เดิมเป็น 10 ปี หรือ 150,000 กม. หรือ เลือกรับบัตรกำนัลเพื่อเข้ารับบริการจากฟอร์ด (Service Voucher) มูลค่า 15,000 บาท อย่างใดอย่างหนึ่ง

“ฟอร์ดตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับการบริการลูกค้า เราพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าใช้รถยนต์ฟอร์ดด้วยความมั่นใจ และได้รับความพึงพอใจสูงสุด นับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้มอบการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ยาวนานถึง 10 ปีจากโรงงาน ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถใหม่ สะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย พร้อมทั้งสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

การรับประกันในแคมเปญส่งเสริมการขายนี้ จะขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพอะไหล่ในกลุ่มเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเป็น 10 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยจะครอบคลุมชิ้นส่วนต่างๆ ภายใต้ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มส่งกำลัง และ กลุ่มเพลาขับ รวม 157 กลุ่มอะไหล่ ตามรายละเอียดที่กำหนดในเงื่อนไข ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th/owner/DrivelineCareProgram/

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีอีกหนึ่งแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษ เพื่อนแนะนำเพื่อน (Referral Campaign) สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้รถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยลูกค้าจะได้รับ SMS จากฟอร์ด เพื่อให้กดรับแสดงความสนใจ หรือติดต่อฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1383 เพื่อแจ้งความจำนงในการเข้าร่วมโปรแกรม สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่แนะนำให้เพื่อนมาจองและออกรถฟอร์ดเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในแคมเปญส่งเสริมการขาย Referral Campaign ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563 สามารถเลือกรับโปรแกรมขยายเวลารับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจากที่มีอยู่เดิม เป็น 10 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน นับจากวันที่เริ่มการรับประกันคุณภาพของรถยนต์ หรือเลือกรับบัตรกำนัลเพื่อเข้ารับบริการจากฟอร์ด มูลค่า 15,000 บาท โดยสามารถเลือกรับได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ส่วนเพื่อนลูกค้าที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คันใหม่ ในแคมเปญนี้ จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เพิ่มเติม

 

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญนี้ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ดังนี้ 

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น : อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ : ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ไวลด์แทรค : อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ลิมิเต็ด : อัตราดอกเบี้ย 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.1

นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับ ฟรีค่าแรงเช็คระยะจำนวน 5 ครั้ง ภายในระยะ 60 เดือน หรือ 75,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ตลอด 3 ปี ด้วยการดูแลสุดพิเศษในระยะยาวนี้ ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ พร้อมมอบความอุ่นใจสุงสุดให้กับลูกค้า ในทุกการขับขี่ ให้ลูกค้าสบายใจได้ว่ารถยนต์ฟอร์ดของลูกค้าพร้อมที่จะเดินทางไปทุกที่ และฟอร์ดพร้อมจะดูแลเคียงข้างลูกค้าไปตลอดการใช้งาน

 

ผู้สนใจสามารถดูโดยลูกค้าสามารถดูรายละเอียดของแคมเปญและเงื่อนไขการรับประกันทั้งหมดได้ที่ www.ford.co.th/Ford-DrivelineCare และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1383

เอ็มจี ส่ง NEW MG ZS EV 40 คัน ลงโครงการ EV Car Sharing พร้อมสถานีชาร์จ เพิ่มอีกกว่า 20 จุดทั่วกรุงเทพฯ

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เริ่มเดินหน้าแนวทาง Car Sharing พร้อมสนับสนุนให้คนไทยได้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการส่ง NEW MG ZS EV จำนวน 40 คัน ให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระบบเช่า (EV Car Sharing) ผ่านแอปพลิเคชั่น Haup ซึ่งมาพร้อมสถานีชาร์จอีกกว่า 20 จุดทั่วกรุงเทพฯ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ Car Sharing ถือเป็นหนึ่งใน 4 แกนหลักในการดำเนินงานของเอ็มจี นอกเหนือไปจากการพัฒนารถยนต์ให้มีความอัจฉริยะในการเชื่อมต่อ (Intelligence connectivity) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification) และมีความเป็นสากล (Globalization) ซึ่งในครั้งนี้เรากำลังจะทำให้การดำเนินงานด้าน Car Sharing ของเอ็มจีมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจด้วยการสนับสนุน “เบส ออโต้เซลส์” ผู้จำหน่ายรายใหญ่ของเรา กับ “ฮ้อปคาร์ผู้ให้บริการ Car Sharing ที่มีความรู้ ความชำนาญ โดยเริ่มต้นด้วยการส่ง “NEW MG ZS EV” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ ความอัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมโครงการ EV Car Sharing ซึ่งนอกจากจะทำให้แนวทางเรื่อง Car Sharing เป็นรูปธรรมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้มีการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพราะผู้ที่สนใจสามารถเลือกใช้บริการ NEW MG ZS EV ผ่านแอปพลิเคชั่น Haup ที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store หรือ Google Play หลังจากนั้นก็ทำการจองได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีสถานีชาร์จในทุกจุดบริการ ที่มีอยู่กว่า 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ทำให้การใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ “ง่าย” สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”

“สำหรับเอ็มจีเรายังมีแผนที่จะขยายการบริการในรูปแบบ Car Sharing อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ลดลง และมองหารถที่สามารถเลือกใช้บริการได้อย่างอิสระ เพราะนอกจากสะดวก รวดเร็ว และยืดหยุ่นสูงแล้วยังช่วยลดภาระของผู้บริโภคและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในด้านการช่วยลดปัญหาการจราจรได้เป็นอย่างดี”

สำหรับ บริษัท เบส ออโต้เซลส์ จำกัด ถือเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีรายใหญ่ มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานมากถึง 9 สาขา  ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายที่มีความพร้อมทั้งในด้านของสินค้าและบริการ รวมถึงมีความสนใจในธุรกิจ Car Sharing ในขณะที่บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการ Car Sharing เจ้าแรกในประเทศไทย มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ในการให้บริการเช่าและแชร์รถรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมลงนามความร่วมมือดำเนินธุรกิจให้เช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า โครงการ “BEST-HAUP” เพื่อให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระบบเช่า (EV Car Sharing) สำหรับผู้ที่สนใจใช้รถยนต์ NEW MG ZS EV ในรูปแบบ Car Sharing สามารถจองผ่านแอปพลิเคชั่น Haup บนมือถือได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand

เบนซ์ สตาร์แฟลก จัดโปรพิเศษ ให้คุณเป็นเจ้าของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ง่ายๆ

0

เบนซ์ สตาร์แฟลก มอบโปรฯพิเศษ เพียงโทรเข้ามาหาเรา พร้อมสิทธิพิเศษ “เฉพาะคุณ” ยังสามารถเป็นเจ้าของรถสุดหรู “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ได้อย่างง่ายดาย พร้อมนำเสนอบริการดูแลหลังการขาย “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” ความพิเศษรังสรรเพื่อคุณลูกค้าคนสำคัญเท่านั้น

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เบนซ์เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ  พร้อมศูนย์บริการครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอเสนอความพิเศษ โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะ เพียงคุณโทรเข้ามาที่  02 248 6699 คุณจะได้เป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้อย่างง่ายดาย 

พร้อมกันนั้นได้ตอกย้ำให้ความสำคัญบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าคนสำคัญ เจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอเอ็มจี รับการบริการหลังการขายที่ดีที่สุดเมื่อนำรถเข้ามาใช้บริการในส่วนบริการหลังการขาย “เบนซ์ สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” เมื่อนำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ของคุณ เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ซ่อมของเรา ในระหว่างซ่อม มีรถให้ใช้ฟรีไม่ว่าลูกค้าจะนำรถเข้าซ่อมสีและตัวถัง, เช็คระยะ, เปลี่ยนถ่ายนำมันเครื่อง, ซ่อมรถ, ยางแตก หรือแม้แต่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากที่ไหนก็สามารถ นำรถมาใช้บริการที่นี่ ก็มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมฟรี แบบไร้ข้อกังวล ด้วยบริการที่เหนือกว่า และแตกต่างจากที่อื่นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญพิเศษแก่ลูกค้าที่ออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่นด้วยโปรโมชั่น ผ่อน 0.99% นาน 48 เดือน และความพิเศษแทนคำขอบคุณแก่กลุ่มอาชีพพิเศษ ได้แก่ แพทย์ และนับรวมทันตแพทย์ สัตว์แพทย์ และแพทย์สาขาอื่น ทั้งที่ทำงานใน โรงพยาบาล และคลินิก (โดยต้องมีใบประกอบวิชาชีพ) เภสัชกร วิศวกร นักบัญชีวิชาชีพ  (CAP) ผู้พิพากษา ผู้บริหาร (เทียบเท่าระดับ General Manager ขึ้นไป) ในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มต้นดาวน์ที่ 0% นาน 12-60 เดือน และพลาดไม่ได้กับโปรเด็ดที่พร้อมแจกสำหรับ AMG ทุกรุ่น เบนซ์สตาร์แฟลกยังแสดงความพร้อมเปิดศูนย์บริการ AMG Service Center  ให้บริการลูกค้าอีกด้วย

นายชยุส กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เรายังไม่หยุดที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกค้า โดยปีนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มการให้บริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตแบบ นิว นอร์มอล (New Normal) ที่พร้อมให้บริการลูกค้าให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยบริการพิเศษ LIVE สดผ่าน Facebook : Benz Star Flag รถทุกรุ่น ทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย พร้อมติดต่อกับพนักงานขายโดยตรงระหว่าง LIVE ลูกค้าสามารถติดต่อพนักงาน พร้อมเลือกอุปกรณ์รถยนต์ตามความต้องการ รายละเอียดต่างๆ สามารถแจ้งให้รับทราบอย่างชัดเจน เสมือนลูกค้าเดิมทางมาเลือกรถที่โชว์รูม

ทั้งนี้ ขอเชิญลูกค้าและผู้ที่สนใจทุกท่านทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งรถใหม่และรถผู้บริหาร ได้ที่โชว์รูม “เบนซ์ สตาร์แฟลก” ถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการเดียวกัน หรือ Line: @benzstarflag, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ความสำเร็จที่เป็นคุณ

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ที่มาพร้อมความหรูหรา พรีเมียม และสไตล์ที่เหนือระดับสะท้อนความสำเร็จที่แตกต่างในแบบฉบับที่เป็นคุณ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก ภายในห้องโดยสารยังได้รับการปรับปรุงให้มีความหรูหรามากขึ้น ครบครันเหนือระดับทั้งในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

“ผู้ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์สามารถสัมผัสกับความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้นของรถอเนกประสงค์ระดับผู้นำ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีความโดดเด่น หรูหราเหนือระดับ ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัย สะท้อนถึงความสำเร็จอีกขั้นของผู้ขับขี่” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ที่หรูหรา มีสมรรถนะสูง ครบครันด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย พร้อมลุยทุกอุปสรรคและรองรับทุกการใช้งาน มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำ (Jet Black Mica) ที่ดูหรูหราแต่ดุดัน และสีขาว (White Diamond) ตัดกับหลังคาสีดำ ที่สะกดทุกสายตาแบบสปอร์ตพรีเมียม

สีตัวถังทั้ง 2 สีมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐาน ได้แก่ กระจังหน้ารถสีดำตกแต่งด้วยโลโก้ ‘PAJERO SPORT’ บนฝากระโปรงหน้า และโลโก้ ‘ELITE EDITION’ ที่ฝาประตูท้าย พร้อมปลายท่อไอเสียสเตนเลส ทั้งนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งสีดำทั้งหมด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง และ เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ยกระดับความหรูหราและความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งสีน้ำตาล ‘QUOLE MODURE’ ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ยังตกแต่งพิเศษด้วยแผงข้างประตูและคอนโซลกลางบุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล พร้อมสัญลักษณ์ ‘PAJERO SPORT’ เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED พรมห้องโดยสารปักโลโก้ ‘PAJERO SPORT’ และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR (Digital VDO Recorder) มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วที่ง่ายต่อการอ่าน รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน SDA (Smartphone-link Display Audio) และ Apple CarPlay* ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และสามารถสั่งงานด้วยเสียง

ผู้โดยสารตอนหลังสามารถเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ พร้อมรีโมทคอนโทรล รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI พร้อมกับฟังก์ชั่นยอดนิยมอย่าง ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า ที่สามารถสั่งการด้วยระบบแฮนด์ฟรี ผ่านระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการใช้งานมากมาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบปกป้องมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน ประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน  

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้แก่ รุ่น 2.4 GT-PREMIUM 2WD ELITE EDITION และ รุ่น 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo Clean-Diesel ความจุ 2.4 ลิตร รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20  ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเต็มสมรรถนะและความประหยัด

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,524,000 บาท สำหรับรุ่น 2.4 GT- PREMIUM 2WD ELITE EDITION และ 1,629,000 บาทสำหรับรุ่น 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION 

พิเศษสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-20 กรกฎาคม 2563 และออกรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถรับข้อเสนอสุดพิเศษนี้สามารถลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th

เตรียมพบกับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นี้เป็นต้นไป และจะจัดแสดงภายในบูธของมิตซูบิชิ ประเทศไทย A13 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 เมืองทองธานี 

* เงื่อนไขการใช้งาน Apple CarPlay เป็นไปตามเงื่อนไขที่ Apple Inc. กำหนด • Apple CarPlay และ iPhone เป็นเครื่องหมายการค้า ของบริษัท Apple Inc. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ http://www.apple.com/ios/carplay/

มาแล้ววว มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ถึงจุดเปลี่ยนตลาดมอเตอร์ไซค์แล้วหรือ !?! (ภาพ+คลิปวีดีโอ)

0

เมื่อ เอช เซม มอเตอร์ เปิดตัวขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทีเดียว 3 รุ่นรวด จดทะเบียนได้ด้วย

ชื่อ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด  เป็นที่รู้จักกันมาในช่วง 4-5 ปีหลังนี้ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายรถสามล้อไฟฟ้าและเครื่องยนต์เพื่อการใช้งานทั่วไป ทั้งงานบรรทุก งานเกษตร งานในหมู่บ้าน งานฟู๊ดทรัค รวมถึงรถกอล์ฟ ที่น่าสนใจคือมีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและพัฒนาและประกอบเองในประเทศบนพื้นที่กว่า 70 ไร่ที่บางประหัน อยุธยา เรารู้จักบริษัทนี้จากการที่มาเปิดตัวในงานมอเตอร์เอกซ์โปหลายปีก่อน และจากนั้นก็มีกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องในการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ใหม่จนมาถึงล่าสุดได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 รุ่น รวดนั่นก็คือ เอช เซม เชา (H SEM CIAO) , เอช เซม โมบิล่า (H SEM MOBILA) รุ่นนี้จะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยคือ รุ่น G และรุ่น S โดยรุ่น จี (G) และ เอช เซม วิงส์ (H SEM WINGS)

ครั้งนี้ผมได้รับการชักชวนไปร่วมงานเปิดตัวพร้อมกับให้ลองขับรถทั้งสามรุ่นนี้ด้วย สถานที่จัดก็คือ อาณาจักรของ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด  ที่อยุธยานั่นเอง ถึงแม้ผมจะเป็นนักบิดมอเตอร์ไซค์ประเภท จ่ายตลาด ไม่ได้เป็นมืออาชีพในการทดสอบแต่ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทดลองขับรถของ เอชเซม กับคนอื่นไม่ใช่น้อย ยิ่งพอคิดไปว่า นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดมอเตอร์ไซค์ที่มีการจำหน่ายอยู่ถึงปีละกว่าล้านคัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์มาเป็นรถไฟฟ้ายิ่งตื่นเต้นหนักเขาไปอีกเพราะรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นที่เปิดตัวใหม่เหล่านี้สามารถจดทะเบียนใช้งานตามปกติได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และค่าภาษีประจำปีก็จะถูกกว่ารถใช้เครื่องยนต์เท่าตัวคือ เสียปีละ 50 บาทเท่านั้น

ก่อนจะไปรู้จักกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอชเซม ผมมีโอกาสได้คุยกับ คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เขาบอกว่า ได้ศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (ประมาณปี 2560) ด้วยเหตุผลที่ต้องการยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ช่วยลดมลพิษฝุ่น PM 2.5 แล้วก็เริ่มทำงานเลยด้วยการวางแผนร่วมกับทีมงานวิศวกรจัดหาสเปครถที่จะตรงความต้องการของผู้บริโภค พร้อมกับเตรียมแผนที่จะผลิตประกอบในประเทศด้วยและที่สำคัญคือตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการจดทะเบียนได้ด้วย  การเปิดตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ เอช เซม นี้เขายืนยันว่าไม่ได้เป็นคู่แข่งกับใคร แต่เป็นการเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เพราะเรามีสินค้าครบวงจร ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทั้งการใช้งานทั่วไปและการใช้ในภาคธุรกิจต่างๆ อาทิกลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี่  ขนส่งสินค้า ที่ต้องการความรวดเร็ว สามารถเข้าถึงสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัดได้อย่างคล่องตัว

คุณวันชัยบอกว่าในปีแรกจะเป็นการนำเข้าทั้งคันและหลังจากนั้นเราจะประกอบและผลิตเองในประเทศไทย โดยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศและนำเข้าเฉพาะบางชิ้นส่วน เพื่อให้เม็ดเงินอยู่กับประเทศไทย ด้วยศักยภาพและความพร้อมของสายพานการผลิตที่มีอยู่ของเรา เพียงปรับเพิ่มเติมเล็กน้อยก็สามารถเริ่มการผลิตได้ และเป็นการใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มีอยู่ให้คุ้นค่ากับการลงทุนมากยิ่งขึ้น ส่วนการขายเราตั้งเป้าไว้ที่ 600 คันภายในปีนี้  ซึ่งนั่นเป็นแผนงานที่น่าสนใจและเป็นไปได้ที่จะรุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ได้อย่างสวยงาม

สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่นที่จะออกจำหน่ายนี้เริ่มต้นด้วยรุ่น เอช เซม เชา (H SEM CIAO) เป็นรถที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน DC 60V 2000W  มีชื่อเรียกว่า Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม.มีพิสัยเดินทางที่ 60-70 กม.เมื่อชาร์จเต็มวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 35 กม./ชม. มาพร้อมกุญแจรีโมท ปุ่มกดสตาร์ท สัญญานกันขโมย และระบบครูส คอนโทรล (Cruise Control) สำหรับล็อคความเร็ว มีให้เลือก 4 สี คือ แดง เหลือง ฟ้า และขาว ราคา 49,700 บาท

 

 

อีกรุ่นหนึ่งคือ เอช เซม โมบิล่า (H SEM MOBILA) รุ่นนี้จะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยคือ รุ่น G และรุ่น S โดยรุ่น จี (G) ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแบบเกียร์มอเตอร์ DC72V 3000W ปรับความเร็วแบบเกียร์โลว์-ไฮ (Low – High) ส่วนรุ่น เอส (S) ใช้มอเตอร์ DC72V 3000W แบบ Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. มีพิสัยเดินทางที่ 60-70 กม.เมื่อชาร์จเต็มวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 45 กม./ชม. ปรับความเร็วได้ 2 ระดับพร้อมระบบถอยหลัง มาพร้อมที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่ สามารถติดตั้งกล่องเอนกประสงค์ด้านหลัง พร้อมช่องใส่แบตเตอรี่ได้ถึง 2 ลูก เหมาะกับธุรกิจกลุ่มเดลิเวอรี่หรือใช้ส่งสินค้า มีให้เลือก 4 สี คือ แดง ฟ้า เทา และดำ Mobila – S ราคา 89,900 บาท ส่วน Mobila – G ราคา 92,200 บาท

 

และสุดท้ายเป็นรุ่น เอช เซม วิงส์ (H SEM WINGS) ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน DC 72V 3000W แบบ Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. มีพิสัยเดินทางที่ 60-70 กม.เมื่อชาร์จเต็มวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 45 กม./ชม. ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ พร้อมระบบถอยหลัง มีความเรียบหรู สวยงามด้วยขอบโครเมี่ยมรอบคัน พร้อมกล่องใส่ของ U Box ใต้เบาะ มี 4 สี คือ แดง ขาว เทา และดำ ราคาอยู่ที่ 95,700 บาท

 

เจ้าหน้าที่ของเอชเซมจัดรูปแบบการทดลองขับรถไว้ให้ทั้งในสนามทดลองหลายสถานีเช่นขึ้นเนิน สลาลอม รูดลูกระนาด หักเลี้ยวยูเทิร์น และ ออกไปขับบนถนนจริงระยะทางประมาณ 5 กม. อย่างที่บอกไว้เบื้องต้นว่า ผมเองนั้นเป็นนักบิดมือสมัครเล่น แต่ก็พยายามลองขับให้ครบทุกรุ่น เทียบเคียงความรู้สึกกับมอเตอร์ไซค์จ่ายกับข้าวของผมเองก็จะรู้สึกถึงความแตกต่างอยู่พอสมควร เรื่องที่เห็นได้ชัดคือ อาการออกตัวของ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีอัตราเร่งที่มากกว่าคือ บิดคันเร่งเบาๆก็จะพรวดพราดออกไปได้ทันที

โดยเฉพาะรุ่นเล็ก CIAO นี่จะปราดเปรียวกว่าเพื่อน รวมถึงช่วงเข้าโค้งเมื่อเบรกเบาๆแล้วปล่อยเบรกเข้าโค้งยังไม่ต้องเติมคันเร่งก็จะมีแรงส่งต่อเนื่องถ้าเผลอเติมคันเร่งมากไปก็จะยิ่งแรงมากขึ้น ผิดกับรถเครื่องยนต์ที่จะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและสร้างความเคยชินสักพักเดียวก็จะทำให้กลายเป็นอาการ “ขับสนุก” ไปทันที ส่วนรุ่นที่ใหญ่ขึ้นนั้นก็จะรู้สึกว่าขับได้มั่นคงมากขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะรุ่นใหญ่สุด WING นั้นมีเกียร์ถอยหลังมาให้ด้วยเผื่อเวลาคุณผู้หญิงจอดรถเข้าซองแล้วจะสามารถถอยออกมาได้ง่ายๆ แต่จะมีความเร็วที่ต่ำประมาณการจูงรถออกมาเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง อีกเรื่องที่ยังไม่คุ้นเคยก็คือ ความเงียบนั่นเอง แต่วิศวกรของเขาบอกว่าสามารถทำเสียงสังเคราะห์ใส่ได้เพื่อเป็นการเตือนผู้ร่วมถนนให้รู้ว่าจะมีรถมาได้ด้วย

ในเรื่องของการขับขี่ ในแง่ความนุ่มนวลหรือ การทรงตัวต่างๆนั้นผมเองแยกไม่ค่อยออกเพราะรู้สึกใกล้เคียงกันมาก ซึ่งผมคงประเมินได้ประมาณนี้ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจคือ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทุกรุ่นของเอชเซมใช้มอเตอร์ไฟฟ้าของ Bosch มีการรับประกันมอเตอร์สูงสุด 3 ปี หรือ 30,000 กม. แบตเตอร์รี่แบบลิเธียม ไอออนของ Sumsung   รับประกัน 2 ปี เฉพาะรุ่น WINGS (วิงส์) MOBILA S/G (โมบิล่า เอส/จี) และ สำหรับรุ่น CIAO (เชา) รับประกันแบตเตอร์รี่ 1 ปี ใช้เวลาชาร์จเต็มภายใน 4 ชั่วโมง โดยมีประมาณการค่าไฟอยู่ที่ 7 บาทต่อการชาร์จ 1 ครั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและตัวรถรับประกัน 1 ปี หรือ 10,000 กม. พร้อมบริการตรวจซ่อมและตรวจเช็คฟรี 3 ครั้ง

มีรายการค่าใช้จ่ายทั้งจากการใช้เชื้อเพลิง และการบำรุงรักษาเมื่อเปรียบเทียบกับรถที่ใช้เครื่องยนยต์ขนาด 110 ซีซี แล้วจะเห็นได้ว่าถูกลงไปกว่าครึ่งทั้งสองรายการ ตรงนี้นี่เองที่จะเป็นข้อได้เปรียบของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เห็นได้ชัด จนอาจจะไปถึงจุดเปลี่ยนให้ผู้คนหันมาให้ความนิยมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ไม่ยากนัก หรืออาจจะเป็นการเปลี่บยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดมอเตอร์ไซค์กันเลยทีเดียว

 

ภูวนาถ เผ่าจินดา รายงาน

รีวิวก่อนขาย Suzuki XL 7 ครอส์โอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นล่าสุด หน้าตาโฉบเฉี่ยว ราคาขาย 779,000 บาท

0

รถอเนกประสงค์ไซส์เล็กกลุ่ม B SUV รุ่นล่าสุด มากับหน้าตาที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งมาพร้อมความอเนกประสงค์ เชื่อมต่อโลกออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Apple Carplay และ Androied Auto ขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้าส่งกำลำผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ราคาช่วงเปิดตัวเพียง 779,000 บาท

Suzuki XL7 1

Suzuki XL 7 เป็นรถยนต์ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover มากับโครงสร้างตัวถังแบบ Heartect ที่โดดเด่นด้านความแข็งแกร่งและทนทาน มีการติดตั้งระบบช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกและลดแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ สัดส่วนตัวรถมากับความยาว 4,450 มม. มากกว่า Ertiga 55 มม. กว้างกว่า 25 มม. และสูงกว่า 10 มม. ส่วนความสูงใต้ท้องรถ 200 มม.ในขณะที่ Ertiga สูงเพียง 180 มม.มีความยาวฐานล้อ 2,740 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 200 มม.

Suzuki XL7 2

Suzuki XL7 4

รถ Crossover คันนี้มากับการออกแบบให้ดูสปอร์ต กระจังหน้าแต่งด้วยวัสดุสีโครเมียม ในด้านไฟส่องสว่างทั้งหน้าและหลังเป็นแอลอีดี ด้านหน้าจะมีไฟกลางวันรวมอยู่ในโคมเดียวกัน ด้านบนมีแรคหลังคาเพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระที่หลากหลาย ล้อแมกที่ให้มาเป็นขนาด 16 นิ้ว หุ้มยาง 195/50 จากดันลอป

Suzuki XL7 3

Suzuki XL7 5

ห้องโดยสารแต่งตกด้วยวัสดุคาร์บอนเคฟล่าร์ทั้งคอนโซลและแผงข้าง เบาะนั่งทั้ง 7 เป็นเบาะผ้าที่มีการแซมด้วยหนังที่ขอบเบาะ ปรับพับได้หลายรูปแบบ ในส่วนของแถว 2 สามารถเลื่อนหน้า/หลัง และพับ เพื่อเข้าไปยังเบาะนั่งแถว 3 ได้สะดวก

Suzuki XL7 6

Suzuki XL7 7

มาตรวัดทรงกลม 2 ช่อง มีจอแอลอีดีขนาด 5 นิ้ว แสดงผลและแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ

Suzuki XL7 8

Suzuki XL7 9

พวงมาลัยแบบ D-Shape มีปุ่มควบคุมการใช้งานวิทยุและโทรศัพท์และคอนโซลกลาง หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วเชื่อมต่อ Apple CarPlay รวมถึง Android Auto รองรับการเชื่อมต่อ บลูทูธ HDMI และ USB ซึ่งและแสดงภาพจากกล้องมองหลัง

Suzuki XL7 10

-ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติและเพิ่มสำหรับผู้โดยสารตอนหลังบริเวณหลังคา และที่วางแก้วน้ำใต้คอนโซลกลางมีช่องเป่าความเย็น

Suzuki XL7 12

Suzuki XL7 11

เครื่องยนต์เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ Ertiga ในรหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Suzuki XL7 13
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทมากับเหล็กกันโคลงด้านหน้า (Front Stabilizer) ขนาดใหญ่พิเศษเพื่อสามารถลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนน ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง

ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control) จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่ กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

Suzuki XL7 14

Suzuki KL 7 มีสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่

สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY)

Suzuki XL7 15

สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ)

Suzuki XL7 16

สีขาว Pearl Snow White (ZQZ) (เพิ่ม 5,000 บาท)

Suzuki XL7 17

สีดำ Cool Black Metallic (ZBD)

Suzuki XL7 18

Suzuki XL7 เปิดราคาพิเศษในช่วงแนะนำที่ 779,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดเริ่มต้นเพียง 1.89%