Home Blog Page 44

“ฮอนด้า” ชวนลูกค้า Honda e:HEV สมัครร่วมทริป “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกเส้นทางเพื่อ Drive อย่างใจอยาก จะล่องใต้หรอยแรง หรือ แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ก็ฟินสุด ๆสมัครด่วนทาง LINE Honda Thailand Official Account ตั้งแต่ 15 ส.ค. – 14 ก.ย. 68

0
ฮอนด้า 1

ห้ามพลาด! ทริปสุด Exclusive สำหรับครอบครัว Honda e:HEV เที่ยวฟรีสุดฟินกับรถยนต์ e:HEV คู่ใจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, Accord e:HEV, HR-V e:HEV และ CR-V e:HEV สมัครเข้าร่วมทริปสุด Exclusive “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” ออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์แห่งธรรมชาติ บน 2 เส้นทางเหนือ-ใต้ จำนวน 18 คัน/ทริป ให้คุณเลือกปักหมุดทริปที่ใช่ได้อย่างใจอยากในสไตล์คุณ ลุยชิล ๆ ทุกเส้นทางกับรถ e:HEV ที่สมรรถนะเร้าใจ ขับขี่ได้ไกล ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม โดยสามารถสมัครเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม และเลือกเดินทางเพียงทริปใดทริปหนึ่ง ดังนี้

●ทริปที่ 1 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช วันที่ 25–28 กันยายน 2568
แลเมืองคอน ออกเดินทางสู่เมืองแห่งศิลป์และวัฒนธรรมริมอ่าวไทย ชื่นชมมรดกโลก สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย และลิ้มรสอาหารพื้นบ้านใต้แท้ ๆ พร้อมทะเลสวย ฟ้าใส และบรรยากาศชวนฝัน
●ทริปที่ 2 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – แอ่วเหนือไปเมืองน่าน วันที่ 2–5 ตุลาคม 2568
แอ่วเหนือแบบสโลว์ไลฟ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองเก่าท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก ดื่มด่ำธรรมชาติแสนสงบ และค้นพบความงดงามของวิถีล้านนาที่อบอุ่นและเรียบง่าย
มาร่วมชาร์จพลังชีวิต ไปกับ Honda e:HEV – The Exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำไปพร้อมกับฮอนด้า! ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 เพียงทำตามกติกาขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1.ถ่ายรูปเก๋ ๆ หรือวิดีโอสั้นกับ Honda e:HEV คันโปรด ที่จะใช้ร่วมทริป
2.เขียนแคปชันให้ปัง! ว่า “Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?” เช่น “Honda City e:HEV Drive ดั่งใจ เพราะคล่องตัวทุกซอย ซิ่งหน่อยก็ยังนุ่มนวล”
3.โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัว พร้อมเปิดโพสต์เป็น สาธารณะ
4.ติดแฮชแท็กให้ครบ! #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeAreFamily #HondaThailand
5.แคปโพสต์ของคุณ จากนั้นลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่าน LINE Official Account: Honda Thailand โดยคลิก “Event & Activity” แล้วเลือกหัวข้อ “สมัครร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” แนบภาพที่แคป แล้วเลือกทริปที่ใช่ ว่าจะแอ่วเหนือม่วนใจ๋ที่น่าน หรือล่องใต้ที่นครศรีธรรมราช พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
6.ผู้ที่ทำตามกติกาและตอบคำถามได้โดนใจคณะกรรมการมากที่สุด จำนวน 18 ท่าน/ทริป จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ 1 สิทธิ์ เท่ากับ 2 ท่าน (เจ้าของรถ Honda e:HEV 1 ท่าน พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน)
ทำครบตามนี้ รอลุ้นได้เลยว่าคุณจะได้ไป “Drive” ดั่งใจแอ่วเหนือหรือล่องใต้! ฮอนด้าก็จัดให้อย่างที่ใจอยาก!
●ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม: วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568
●ประกาศผล: วันที่ 18 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”
●เป็นเจ้าของรถยนต์ Honda e:HEV รุ่นใดก็ได้ และต้องมีเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์
●มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันเข้าร่วมกิจกรรม
●มีใบอนุญาตขับขี่ ที่ยังไม่หมดอายุจนถึงวันเข้าร่วมกิจกรรม
●สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 ทาง Honda Thailand LINE Official Account โดยผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมสามารถเลือกเดินทางได้เพียง 1 ทริปเท่านั้น คือ
– ทริปที่ 1: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช” เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 25-28 กันยายน 2568
หรือ
– ทริปที่ 2: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ม่วนเหนือไปเมืองน่าน” เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดน่าน วันที่ 2-5 ตุลาคม 2568

●ร่วมสนุกโดยถ่ายภาพของคุณคู่กับรถยนต์ Honda e:HEV คู่ใจที่จะใช้ร่วมทริปกิจกรรม “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” และเขียนแคปชันว่า “Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?” โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัวของคุณ เปิดเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮซแท็ก #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeareFamily #HondaThailand จากนั้นแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ และเข้าไปที่ Honda Thailand LINE Official Account แนบรูปแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ พร้อมกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน
●คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกลูกค้าผู้โชคดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ในวันที่ 18 กันยายน 2568 ผ่าน LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
●เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการจะพิจารณาจากภาพถ่ายและเนื้อหาของข้อความเป็นสำคัญ โดยผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ทำผิดกติกา
●ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์ Honda e:HEV ของท่าน และสามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้อีก 1 ท่าน (1 สิทธิ์ = 2 ท่าน)
●ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยอมรับและเข้าใจเงื่อนไขในการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้สมัครที่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
●ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยินยอมให้ทางบริษัทฯ เผยแพร่รูปถ่ายและวิดีโอจากกิจกรรม เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจทั้งในปัจจุบันและ/หรือในอนาคตตามที่เห็นสมควร
●ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
●พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
●ไม่สามารถโอนสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมให้กับผู้อื่นได้ และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
●บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ความรับผิดชอบต่อความเสียหายและการสูญเสียจากการร่วมกิจกรรม
●สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-341-7777

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดศึกดวลวงสวิง รายการ “Primus Charity Golf Tournament 2025 ลุ้นรับรางวัลแพคเก็จตีกอล์ฟ ที่คุนหมิง ประเทศจีน และ ZEEKR 7X รถ SUV ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด

0
ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” มอบประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่ จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศลระดับลักชัวรี่ย์ ในรายการ “Primus Charity Golf Tournament 2025” ในวันที่ 5 กันยายนศกนี้ ที่สนามกอล์ฟ “สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส” เฟ้นสุดยอดนักกอล์ฟลุ้นรับรางวัลแพคเก็จตีกอล์ฟ ที่คุนหมิง ประเทศจีน และรางวัล Hole in 1 รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ZEEKR 7X รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทุกสาขา

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ประกาศจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ เพื่อมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ย์ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ในเครือไพรม์มัส ด้วยการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล ในรายการ “Primus Charity Golf Tournament 2025″ ในวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยเปิดโอกาสให้เหล่านักกอล์ฟร่วมประชันฝีมือ ลุ้นรับรางวัลใหญ่ แพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดประทับใจ ที่สนามกอล์ฟชั้นนำระดับโลก “Spring City Golf & Lake Resort” ในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน และลุ้นรางวัล Hole in 1 รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม รุ่น ZEEKR 7X ใหม่ล่าสุด พร้อมรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ไพรม์มัส กรุ๊ป 3

ทั้งนี้ เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและวางใจ ให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ดูแลด้านการขายและบริการหลังการขาย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา และรองรับนโยบายหลักของเรา ที่มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการพัฒนาและยกระดับบริการต่างๆ รวมทั้งการมอบเอกสิทธิ์พิเศษที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับและรองรับความต้องการในทุกมิติอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ

ไพรม์มัส กรุ๊ป 5

สำหรับในการแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ จะรับสมัครผู้ร่วมแข่งขัน จำนวนไม่เกิน 144 ท่าน อัตราค่าสมัครท่านละ 4,000 บาท ซึ่งรายได้จากการแข่งขันทั้งหมดจะนำสมทบทุนมอบให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้างประโยชน์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขต่อไป

ไพรม์มัส กรุ๊ป  6

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมัครการแข่งขันกอล์ฟการกุศล รายการ Primus Charity Golf Tournament 2025 ในครั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขัน ผ่านทางพนักงานขายโชว์รูมรถยนต์ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม ศกนี้ เป็นต้นไป

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า สำหรับการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล รายการ “Primus Charity Golf Tournament 2025” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” โดยเฉพาะ ที่จะได้รับสิทธิ์ในการแข่งขันรายการนี้

ไพรม์มัส กรุ๊ป 8

สำหรับรูปแบบการแข่งขันเป็นแบบมาตรฐานสากล Tournament ประเภทบุคคล โดยใช้กติกาแบบสโตรคเพลย์ 18 หลุม และระบบแต้มต่อ 36 (36 System) และเลือกใช้สนามกอล์ฟ “สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส” พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสนามที่ใช้แข่งขันรายการกอล์ฟ LPGA มาตลอด 17 ปี และรายการระดับนานาชาติอื่นๆ อีกหลายรายการ ทั้งเป็นที่ชื่นชอบของนักกอล์ฟ ซึ่งสนามเป็นลักษณะเนินเขา มีแฟร์เวย์ขนาบด้วยต้นไม้ใหญ่ พร้อมทิวทัศน์ที่สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ทำให้ผู้ร่วมแข่งขันได้ประชันฝีมืออย่างด้วยความสนุกสนานและท้าทาย พร้อมรางวัลพิเศษสำหรับนักกอล์ฟที่สามารถทำ Hole in 1 ในหลุมที่ 8 พาร์ 3 จะได้รับรถยนต์ SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ ZEEKR ในรุ่น 7X สปอร์ตเอสยูวี ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด ไปครอบครองและลุ้นเป็น 1 ใน 12 ของสุดยอดนักกอล์ฟ ที่จะได้รับรางวัลแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่สนามกอล์ฟชั้นนำ “Spring City Golf & Lake Resort” ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน พร้อมตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ และโรงแรมที่พัก รวม 3 วัน 2 คืน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และร่วมลุ้นรับรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ไพรม์มัส กรุ๊ป  11

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพที่จัดขึ้นโดยเฉพาะสำหรับในงานนี้ ด้วยการเชิญชวนนักกอล์ฟร่วมสัมผัสและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในเครือ “ไพรมัส กรุ๊ป” ทั้ง 5 แบรนด์ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, ZEEKR, DEEPAL, MG และ AION พร้อมรับมอบ Golf Collection เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกท่านอีกด้วย
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา, บริษัทเออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท พี.เอส.แวกซ์เทค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Shiny Wax เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถสมัครร่วมงานแข่งขันกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025” ในอัตราค่าสมัคร ท่านละ 4,000 บาท จำนวนจำกัด เพียง 144 ท่านเท่านั้น เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ (วันที่ 14 สิงหาคม 2568) เป็นต้นไป ผ่านทางพนักงานขายโชว์รูมรถยนต์ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทุกสาขา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่หมายเลข 063-9453548 หรือ 02-0955555

 

GEELY เปิดตัวระบบขับเคลื่อน EM Super Hybrid มาตรฐานใหม่ของระบบปลั๊กอินไฮบริด

0
GEELY 1

กลุ่มบริษัท จีลี่ โฮลดิ้ง หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มีความโดดเด่นทั้งในการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย เดินหน้ารุกตลาดพลังงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีบริษัท ธนบุรีนอยเสติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ EM Super Hybrid ออกแบบมาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ของระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยี GEA (Global Intelligent Electric Architecture) เทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเอกสิทธิ์เฉพาะของ จีลี่ เพื่อยกระดับระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัยที่สุด และยังสามารถรองรับขุมกำลังของรถยนต์พลังงานทางเลือกได้อย่างหลากหลาย โดยระบบไฮบริดดังกล่าวยังมอบสมรรถนะที่ทรงพลัง ระบบความปลอดภัย ระบบอัจฉริยะ และความยืดหยุ่น เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้สูงสุดในทุกมิติ

GEELY 2

หลังจากเปิดตัว GEELY EX5 รถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม อัจฉริยะ GEA ออกสู่ตลาดประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ GEELY ในการคิดค้นยานยนต์พลังงานใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืนอย่างแท้จริง การพัฒนาระบบปลั๊กอินไฮบริดบนเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแบรนด์ แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ GEELY ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก ที่สามารถรองรับขุมพลังทั้งรถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) รถยนต์ไฟฟ้าพร้อมระบบขยายระยะทาง EREV (Extended Range Electric Vehicle) และรถยนต์ไฮบริดเมทานอลไฟฟ้า (e-Methanol) ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม GEA จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการมอบทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงให้แก่ผู้ขับขี่ทั่วโลก

GEELY Starray พร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานใหม่จึงได้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX5 โดย GEELY Starray ถูกติดตั้งด้วยระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ “EM PHEV Super Hybrid” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นใหม่ล่าสุดของ GEELY และได้เปิดตัวต่อสาธารณชนไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งยนตรกรรมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดอย่างแท้จริง โดยระบบขับเคลื่อน EM PHEV Super Hybrid มีสองรูปแบบ
EM-i เสริมสมรรถนะด้วยระบบอัจฉริยะที่มอบประสิทธิภาพและสมรรถนะสูงสุด

ระบบขับเคลื่อน EM-i PHEV Super Hybrid เสริมประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ขั้นสูง พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและยังสามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้ไกลขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 2,100 กิโลเมตร ต่อการเติมน้ำมันเต็มถังและการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้ง โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 2.49 ลิตรต่อ 100 กม. ในโหมด Low-SOC (ระดับประจุไฟต่ำ) พร้อมการจัดการพลังงานด้วยเทคโนโลยีระบบ AI ทำให้ขุมพลัง EM-i สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ตามสภาพการขับขี่ สภาพถนน และพฤติกรรมของผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกิดความประหยัดและคุ้มค่าสูงสุดด้านอัตราสิ้นเปลืองทั้งปริมาณน้ำมันและกระแสไฟฟ้า พร้อมรองรับการอัปเดตระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ ผ่าน OTA (Over-the-Air) สะท้อนให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพและความล้ำสมัยของระบบปลั๊กอินไฮบริดแบบ EM-i เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีอื่นในระดับเดียวกัน

GEELY 3

ระบบขับเคลื่อน EM-P PHEV Super Hybrid ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ (All-Wheel Drive) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและความปลอดภัยในทุกสภาพถนน ขุมพลัง EM-P สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที เทียบเท่ากับรถยนต์ซุปเปอร์คาร์บางรุ่น สำหรับจุดเด่นของระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด EM-P ได้แก่ ระบบสำรองพลังงานจาก 5 แหล่ง ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าสองตัว เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลังสองตัวแบบอิสระ โครงสร้างพลังงานสำรองนี้ช่วยเสริมการควบคุมได้อย่างแม่นยำแม้ในสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย เช่น ยางระเบิด หรือ สูญเสียแรงยึดเกาะ พร้อมกันนี้ระบบขับเคลื่อน EM-P ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับผสานความมั่นใจด้านระบบความปลอดภัยแบบรถอเนกประสงค์ (SUV) เข้ากับความปราดเปรียวที่แรงเร้าใจแบบรถสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการทำงานร่วมกันของระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะที่รองรับทุกสภาพถนน รวมถึงระบบการจัดการเสถียรภาพขับขี่ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัย

ระบบขับเคลื่อน EM PHEV Super Hybrid ของ GEELY ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบการขับเคลื่อน แต่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัย
แบบครอบคลุมทุกด้าน (Omni-domain AI) ที่รวมเอาการประมวลผลประสิทธิภาพสูง การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ และการประมวลผลอัลกอริธึมขั้นสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

EM PHEV Super Hybrid ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยนิยามใหม่ของระบบการขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดระดับโลก ที่ผสานทุกสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ GEELY มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดผ่านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดอย่างรอบด้าน การเปิดตัวนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดดังกล่าวสู่ตลาดยานยนต์ทั่วโลก ตอกย้ำถึงบทพิสูจน์ของสมรรถนะที่เหนือระดับของ EM PHEV Super Hybrid ขุมพลังอัจฉริยะแบบปลั๊กอินไฮบริดแห่งอนาคต ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และความเร้าใจในการขับขี่ไว้ที่เดียวกันอย่างครบครัน เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

“QTC” ปลื้มสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า MOVE EV X สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษ์โลก

0
QTC 1

คิวทีซี ไฟเขียว ต่อยอดธุรกิจขยายการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ลดมลพิษในอากาศ เพิ่มรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว คุ้มค่าการลงทุน

QTC 2

คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) และบริษัท คิวทีซี โกลบอล เพาเวอร์ จำกัด (QTCGP) (บริษัทย่อย) ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดในหลากหลายรูปแบบ เปิดเผยว่า “จากที่บริษัทฯ ลงทุนตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากับ MOVE EV X จำนวน 7 สาขา เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น ผลตอบรับของการลงทุนถือว่าดี รายได้เติบโตอย่างชัดเจน อีกทั้งจำนวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตการต่อยอดจากแผนลงทุนพลังงานทดแทน พร้อมช่วยสร้างรายได้แบบ Passive Income ให้กับบริษัทฯ เราเห็นว่าควรเพิ่มจำนวนตู้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสาขาเดิม จาก 7 ตู้เป็น 14 ตู้”

QTC 3

ด้านคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะมูฟ ธันเดอร์ จำกัด ผู้ให้บริการสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MOVE EV X เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดของบริษัทฯ ที่ทุ่มเทพัฒนาสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ผู้ทำธุรกิจควบคู่กันไปสภาพแวดล้อมและอากาศที่สะอาดต่อสังคมส่วนรวม”

QTC 4

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเป็นผู้มีส่วนร่วมสร้างระบบ Ecosystem อย่างยั่งยืน กับ “MOVE EV X by H Sem” สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เว็บไซต์ www.moveevx.com, FB: MOVE EV X หรือสอบถามได้ที่ Line ID: @moveevx และ Call Center 1513 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 8.30น. – 17.30น.)

 

“ลมหายใจไร้มลทิน” ปี 2568 ชวนเด็ก และเยาวชน ส่งประกวดชิงทุนกว่า 3 แสนบาท

0
มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน 1

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ชวนเด็ก และเยาวชน ส่งผลงานประกวด 4 ประเภท ได้แก่ งานเขียน ร้องเพลง วาดภาพ และ วีดีโอคลิป เพื่อร่วมรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน โดยบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” ได้รับการสนับสนุนจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2568 เพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตแก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ด้วยการเชิญชวนเด็ก และเยาวชนระดับปฐมวัย ถึงอุดมศึกษา ส่งผลงานเข้าประกวด ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท โล่เกียรติคุณ พร้อมเกียรติบัตร และผู้ส่งผลงานทุกประเภทจะได้รับเกียรติบัตร (E-Certificate) โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1.ประกวดงานเขียนเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
2.ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรี เพลง “คิดดี ทำดี” เพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน” และเพลง “คุณค่าความเป็นคน”
3.ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์ดั่งลมหายใจ”
4.ประกวดวีดีโอคลิป สะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตติด AI”

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดกิจกรรมพร้อมใบสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ lomhaijai.org หรือ www.dcy.go.th โทรศัพท์ 0-2055-8444 ต่อ 316, 318

“ฮอนด้า” เปิดศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริง “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย เปิดประตูสู่อนาคตแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

0
ฮอนด้า 2

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE

ฮอนด้า 7

 

ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านทั้ง 5 ประสาทสัมผัสในโซนมัลติเซนซอรีที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับอารมณ์ ความรู้สึก และวิถีแห่งความยั่งยืนได้อย่าง กลมกลืนภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

โซนทางเข้า และ Dream Sphere

ฮอนด้า 3

เริ่มต้นที่โซนทางเข้าด้วยการเช็กอินแบบอินเทอร์แอคทีฟที่พาผู้เข้าชมสัมผัสปรัชญาของฮอนด้าซึ่งยึด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เป็นหัวใจสำคัญมาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นทั้งความพึงพอใจ ของลูกค้า ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

 

ถัดจากโซนทางเข้า ผู้เข้าชมจะได้ก้าวเข้าสู่ Dream Sphere — ห้องจัดแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของฮอนด้าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันและอนาคต ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเส้นทางแห่งความฝันและความท้าทายตั้งแต่วันก่อตั้งไปจนถึงทศวรรษข้างหน้า พร้อมเชื่อมโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย และเหตุการณ์สำคัญที่ได้หล่อหลอมเส้นทางของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

ฮอนด้า 5

Future Ride
ในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้ชมภาพแห่งอนาคตของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผ่านเครื่องจำลองการขับขี่อัจฉริยะที่มอบประสบการณ์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ภายใต้ธีม “Expected Life. Unexpected Discoveries.” ที่ชวนให้ก้าวข้ามความคุ้นเคย ไปค้นพบประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในโลกของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
Future Mobility

ฮอนด้า 6

ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าสู่ “New Mobility Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่ ที่ผสานยานยนต์อนาคตให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ เปิดโอกาสให้ผู้คนเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเพิ่มความหลากหลายในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ภายในโซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเครื่องจำลองเสมือนจริงแบบ 360 องศา พาเหินฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยาเสมือนกำลังเดินทางจริง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าการเดินทางแห่งอนาคตอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

ฮอนด้า 19

ความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้สะท้อนถึงพันธกิจของฮอนด้าในการสร้างการเดินทางที่ชาญฉลาด ยั่งยืน และสนุกยิ่งขึ้น พร้อมขยับความฝันด้านการเคลื่อนไหวของฮอนด้า ให้เข้าใกล้ความจริงด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับความเพลิดเพลินได้อย่างลงตัว

Future Drive
ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกแห่งการเดินทาง จากความฝันในการ “รังสรรค์นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อน” มาสู่ความจริง เปลี่ยนภาพจำของรถยนต์ไฟฟ้าจาก “Thick and Heavy” เป็น “Thin, Light and Wise” ไม่ใช่เพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ความยั่งยืน และการใส่ใจผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ

ฮอนด้า 8

แนวคิดนี้สะท้อนความเชื่อของฮอนด้าว่า อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ต้องก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มอบความปลอดภัย และส่งมอบอิสระให้กับผู้คนและสังคม โดยในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้าที่หลอมรวมแนวคิดเหล่านี้ไว้ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสู่อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาด เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดไปด้วยกัน

ฮอนด้า 16

The M.O.V.E. Cafe
The M.O.V.E Café คือบทสรุปของการเดินทางภายใน The M.O.V.E by Honda พื้นที่สุดท้ายที่ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางแห่งอนาคตของฮอนด้าผ่าน “รสชาติ” ปิดท้ายประสบ การณ์ครบทั้ง 5 ประสาทสัมผัสที่เป็นหัวใจของศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

ฮอนด้า 9

คาเฟ่แห่งนี้นำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” โดยเชฟเดช คิ้วคชา ผสานทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน กลิ่น การสัมผัส และรสชาติไว้ในหนึ่งเดียว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นจุดหมายที่รวมความคิดสร้างสรรค์ ด้านอาหารเข้ากับแรงบันดาลใจจากอนาคตแห่งการขับเคลื่อน ถ่ายทอดความประทับใจ และคุณค่าทางอารมณ์ในแบบเฉพาะของฮอนด้า

ฮอนด้า 13

The M.O.V.E. by Honda คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางของฮอนด้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและความยั่งยืน ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การจัดแสดงเทคโนโลยี ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ ที่หมุนเวียนมาให้ชม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดจิตวิญญาณของโกลบอลแบรนด์สโลแกน “The Power of Dreams – How we move you.” สะท้อนเจตนารมณ์ของฮอนด้า ที่ยึดมั่นว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการสร้างความผูกพันที่มีคุณค่า ก้าวสู่ความยั่งยืน และมอบประสบการณ์ที่เติมเต็มความหมายให้กับชีวิต

ฮอนด้า มุ่งขับเคลื่อนผู้คน ไม่เพียงแค่ในเชิงกายภาพ แต่ยังรวมถึงมิติของการขับเคลื่อนความรู้สึกและสังคมไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศไทยกับ The M.O.V.E. by Honda ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ ที่เปิดต้อนรับทั้งลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และผู้ที่สนใจที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้แล้ววันนี้

ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda
สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE 628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569
เวลาเปิดให้เข้าชม:
•วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
•ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda
จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด

“GWM (Thailand)” ดันยอดขาย 7 เดือนแรกโต 96% สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทย เร่งเดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขายแบบเต็มพิกัด

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ด้วยยอดขายรวมสูงถึง 8,804 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มียอดขายอยู่ที่ 4,490 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 96% สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยต่อผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์ การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ ‘User-Centric’ ที่มุ่งเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางควบคู่กับการยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในประเทศไทยในระยะยาว

GWM (Thailand)  3

ความสำเร็จอันน่าจับตานี้ได้รับแรงขับเคลื่อนจากกระแสตอบรับอันร้อนแรงของ NEW GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์ SUV ดีไซน์ทรง Boxy ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2568 ซึ่งสามารถสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในตลาดด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่งมีเอกลักษณ์ สมรรถนะที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้อย่างลงตัวทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ส่งผลให้ NEW TANK 300 DIESEL ขึ้นแท่นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมของ GWM ด้วยยอดขายสะสมในช่วง 7 เดือน (มกราคม – กรกฎาคม 2568) ที่ 3,183 คัน ตอกย้ำคุณภาพและความนิยมอันล้นหลามของคนไทยที่มีต่อรถยนต์คันนี้ การันตีด้วยเสียงของผู้ใช้จริงที่ต่างออกมาแบ่งปันความประทับใจจากการใช้งานรถกันอย่างต่อเนื่อง

GWM (Thailand) 3

สำหรับยอดขายรวม 8,804 คันในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตจากปีก่อนหน้าสูงถึง 96% สะท้อนถึงศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ GWM ในประเทศไทย โดยยอดขายของ GWM ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมาจาก GWM ORA 4,218 คัน (48%), GWM TANK 3,473 คัน (39%), และ GWM HAVAL 1,103 คัน (13%) โดยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย GWM ORA Good Cat ยังคงครองสัดส่วนสูงสุดถึง 3,573 คัน หรือคิดเป็น 40% ของยอดขายรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 175% ตามมาด้วย GWM TANK 300 DIESEL 3,183 คัน และเจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตซีดาน ORA 07 กับยอดขาย 645 คัน สำหรับ GWM TANK 300 DIESEL ได้รับการตอบรับที่ล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคมที่ 1,028 คัน สร้างกระแส TANK FEVER ในกลุ่มเป้าหมายที่ทันสมัยและรักการผจญภัย และกลายมาเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งในเซกเมนต์ SUV-C และ PPV

GWM (Thailand) 5

 

ความสำเร็จและการเติบโตของ GWM นั้น เป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ User-centric หรือการรับฟังเสียงของผู้บริโภคและลูกค้าชาวไทยเพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ที่ GWM เปิดตัวในประเทศไทย ล้วนได้รับการปรับปรุงจากข้อคิดเห็น ความชื่นชอบ และพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย อาทิ All New HAVAL H6 ที่ได้มีการปรับระบบช่วงล่าง การอัปเกรดระบบปฏิบัติการภายในรถ (UX/UI) ด้วย Coffee OS 3.0 อันล้ำสมัย พร้อม Petal Map ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง หรือแม้แต่การนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาใน NEW GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL ก็เพื่อตอบสนองความชื่นชอบและการใช้งานของคนไทยเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ GMM (Thailand) ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านบริการหลังการขาย ที่เป็นจุดสร้างความแตกต่างและคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อ และถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่เสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ GWM อย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด GWM ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 3 จาก 12 แบรนด์รถยนต์ยอดนิยม ด้านความพึงพอใจของบริการหลังการขายประจำปี 2567 โดย Differential บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำระดับประเทศ และเป็นแบรนด์จากประเทศจีนเพียงแบรนด์เดียวที่สามารถขึ้นสู่ระดับ Top 3 ได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์บริการหลังการขายให้รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดย GWM เน้นการบริการผ่าน GWM SMART Service ที่มอบบริการที่ง่าย สะดวกสบาย ผ่านเทคโนโลยีอันล้ำสมัย พร้อมการบริการที่ใส่ใจ เชื่อถือได้ และฉับไว ด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ การอบรมบุคลากรอย่างเข้มขันทั้งทางภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การควบคุมคุณภาพการให้บริการของศูนย์บริการ รวมถึงการขยายโครงการศูนย์สีและซ่อมตัวถังมาตรฐานครบวงจร (GWM Certified Body and Paint) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไทยอย่างรอบด้านและยกระดับคุณภาพบริการในระยะยาว

GWM (Thailand) 4

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เผยถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “GWM ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่มีต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการของเรามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายเติบโตถึง 96% ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น เราเชื่อว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น HEV, PHEV, BEV หรือดีเซล ทำให้เรามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับ GWM และพาร์ทเนอร์ชาวไทย สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างครอบคลุมและครบทุกกลุ่ม”

GWM (Thailand)  11

“นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ ‘User-Centric’ ที่เน้นรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้จริงในทุกมิติเพื่อนำมาพัฒนาในรถยนต์รุ่นถัด ๆ ไปให้เหมาะสมกับพฤติกรรมคนไทยและสภาพท้องถนนประเทศไทยให้มากที่สุด รวมถึงการยกระดับบริการหลังการขายให้รวดเร็ว ครอบคลุม และตรงจุด ผ่านการให้บริการที่มีคุณภาพในศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น เราวางแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ผ่านประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นกับกลุ่มลูกค้าเราให้มากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดยานยนต์ไทย”เวย์น โจว กล่าวเพิ่มเติม

“มาสด้า” ประกาศสนับสนุนสวาทแคทต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เปิดตัวสโมสรฯ นักเตะ ชุดแข่งขัน พร้อมลุยศึกไทยลีกฤดูกาลใหม่

0
มาสด้า 1

“มาสด้า” ประกาศผลักดันวงการฟุตบอลไทยสู่ความยั่งยืนให้การสนับสนุนสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 พร้อมร่วมงานเปิดตัวสโมสรฯ นักกีฬา ผู้สนับสนุนและชุดแข่งขันในฤดูกาล 2025/26 ภายใต้ธีม “SWATCAT REBORN เริ่ม ลุย ใหม่” ตั้งเป้าคว้าอันดับดีที่สุด พร้อมคว้าชัยชนะส่งความสุขคืนสู่แฟนบอลทั่วประเทศและชาวโคราช ภายในงานฯ ยังได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารสโมสรฯ ผู้สนับสนุน และแฟนคลับ เข้าร่วมงานกันอย่างหนาแน่น ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคัก แสดงถึงความพร้อมเพื่อลุยศึกการแข่งขันนัดแรกที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในทุกมิติและพร้อมส่งมอบความสุขให้กับผู้คน ดังนั้น การเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนพันธกิจ ด้านความยั่งยืนของโลก ผู้คน และสังคม ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งกีฬาฟุตบอล ถือเป็นหนึ่งในพลังเป็นหนึ่งเดียวของสังคมที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ในวงกว้าง มาสด้าเชื่อว่าการสนับสนุนกีฬาไม่ใช่เพียงการช่วยพัฒนานักกีฬาอาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนเยาวชนและผู้ที่มีความฝัน สร้างโอกาส เพื่อแสดงศักยภาพ เรียนรู้วินัย ทำงานเป็นทีม และเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยแนวคิดนี้ มาสด้าจึงยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของให้กับผู้คน สร้างสรรสังคม และผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่เวทีโลก ผ่านพลังของกีฬาและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

มาสด้า 3

ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่มาสด้าให้การสนับสนุนสวาทแคท  เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นคือความท้าทายของเราทุกคน เพราะการจะนำมาซึ่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ต้องผ่านการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป คือ หัวใจของการเป็นนักสู้ Challenger Spirit ของทีมสวาทแคท และแรงสนับสนุนที่ล้นหลามจากแฟนบอลทุกคนที่ส่งกำลังใจส่งเสียงเชียร์ตลอดการแข่งขัน เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน ในปีนี้ก็เช่นเดียวกับที่ผ่านมา มาสด้าจะยังคงให้การสนับสนุนสโมสรฯ อย่างเต็มที่ในทุกด้าน เพราะเราเชื่อว่า ฟุตบอล ไม่ได้เป็นเพียงแค่กีฬา แต่คือพลังบวกที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่ง สร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่เส้นทางของนักกีฬาอาชีพ และที่สำคัญคือการยกระดับวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติต่อไป

มาสด้า 4

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า ฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นฤดูกาลแรกที่กลับขึ้นมาอยู่บนไทยลีก 1 เราได้เรียนรู้ถึงขีดจำกัด ข้อดี และข้อด้อยของทีม เราได้ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของแฟนบอล ในปีนี้ สโมสรฯ จึงมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งนักเตะไทย และต่างชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอน อย่าง “โค้ชหระ” ซึ่งเป็นโค้ชคนไทยที่มีคุณภาพ ดีกรีโค้ชเยาวชนทีมชาติไทย ที่จะร่วมผนึกกำลังเข้าสู่การเดินทางครั้งใหม่ของสวาทแคท ในส่วนของฝ่ายบริหาร ทุกคนพร้อมสนับสนุนทีมในทุก ๆ ด้าน อย่างเต็มที่ เพราะผมรเชื่อว่าการแข่งขันในลีกสูงสุดไม่ใช่เรื่องง่าย และเราก็ผ่านประสบการณ์มาแล้ว ทำให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้นในทุกมิติ เตรียมพร้อมทุกอย่างให้สมบูรณ์มากที่สุด ก็ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนทีมทุก ๆ ภาคส่วน ที่อยู่เคียงข้างทีมสวาทแคท ที่สำคัญก็คือพลังของแฟนบอลสวาทแคทที่คอยส่งเสียงเชียร์สนับสนุนทีมมาโดยตลอด

มาสด้า 6

 

สำหรับไฮไลท์สำคัญของงานฯ ในปีนี้ คือการเปิดตัวทีมนักกีฬา และชุดแข่งขันใหม่สำหรับฤดูกาล 2025/26 ที่ออกแบบโดย บริษัท โวลท์ เอนเนอร์จี แวร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดออกกำลังกายมาตรฐานระดับสากล ที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับสโมสรฯ เป็นปีที่สาม ซึ่งชุดแข่งในปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก แผนที่โคราชจีโอปาร์ค ซึ่งเป็นอุทยานธรณีระดับโลกที่ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของจังหวัด เพื่อสะท้อนถึง พลังจากผืนแผ่นดินโคราชที่หล่อหลอมความแข็งแกร่งของทีมสโมสร และภาพเขียนสีโบราณอายุกว่า 4,000 ปี ณ เขาจันทร์งาม แหล่งศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์เพียงแห่งเดียวในจังหวัดนครราชสีมา สะท้อนให้เห็นถึง รากเหง้า อัตลักษณ์ และจิตวิญญาณของชาวโคราช นำมาสู่การออกแบบลวดลายสุดล้ำบนเสื้อแข่งขันประจำ ฤดูกาล 2025/26

รายชื่อนักฟุตบอลสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ฤดูกาล 2025/26 ภายใต้การคุมทีมของ นายอิสระ ศรีทะโร หรือ โค้ชหระ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และกัปตันทีม นายเมธี ทวีกุลกาญจน์ ผู้จัดการทีมฯ มีดังต่อไปนี้

มาสด้า 5

พัชรพงษ์ ประทุมมา, ธนภัทร์ วะรงค์, บาห์ บิล อาบูซ่า มามาดู, สิทธิโชค ภาโส, เดยัน เมเลก, วิคเตอร์ มาร์ติเนซ, ธนินนัทธ์ อธิศราวรเมศร์, เอลสัน ควินซี่ ฮูอี, เดอนี่ โปล คูณ ดาร์เบอเล่ย์, ณฐภพ แก้วกลาง, ฮิโรทากะ มิตะ, วรภพ ทวีสุข, บุคฆอรี เหล็มดี, อนุรักษ์ มุ่งดี, นพพล ละครพล, รัฐศาสตร์ บังสูงเนิน, ณัฐวุธ เจริญบุตร, พงศกร หาญรัตนะ, เดนนิส มูริลโล่, พนธกร หาญรัตนะ, ชิษณุพงศ์ พิมพ์สังข์, จักรพงษ์ แสนมะฮุง, ปัณณทัต เปรมปรีด์, พิณณวัฒน์ ผลสว่าง, อชิรวิชญ์ นัดสันเทียะ, เวนเดล มัทเธอุส, ธณชัย หนูราช, พิทวัส จีนไทย, เนนาด ลาลิช, พีระภัทร ผลสว่าง, อนุศักดิ์ ใจเพชร, ณรงค์ศักดิ์ เพชรนอก, สรวิศ สีฟ้า และ นพกร กันหาบาง

“ผมขอขอบคุณสโมสรฯ ที่เปิดโอกาสมาสด้าได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยสร้างประสบการณ์ความสุข เฉกเช่นเดียวกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของมาสด้า นั่นคือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ผมขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่าน ที่ให้ความศรัทธากับทีมของเราตลอดมา” นายธีร์ กล่าว

โปรแกรมการแข่งขันนัดแรกของทีมสวาทแคท ฤดูกาล 2025/26 มีดังต่อไปนี้

วันทีมเหย้าทีมเยือนสนาม
เสาร์ที่ 16 ส.ค. 68นครราชสีมา มาสด้า เอฟซีชลบุรี เอฟซีกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ศุกร์ที่ 22 ส.ค. 68ระยอง เอฟซีนครราชสีมา มาสด้า เอฟซีWHA ระยอง สเตเดียม
เสาร์ที่ 30 ส.ค. 68นครราชสีมา มาสด้า เอฟซีราชบุรี เอฟซีกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

พร้อมกันนี้ เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้ามาสด้าและแฟนคลับที่ให้การสนับสนุนมาสด้าและสโมสรฯ มาตลอดระยะเวลา 13 ปี มาสด้าขอเชิญชวนลูกค้าร่วมเล่นเกมส์เพื่อลุ้นรับบัตรเข้าชมการแข่งขันนัดแรก ระหว่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และชลบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 68 บนหน้าเพจ Mazda official Facebook ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี 50 ท่าน (รางวัลท่านละ 2 ใบ) ในวันศุกร์ที่ 15 ส.ค. 68 เวลา 19:00 น. ซึ่งลูกค้าผู้โชคดีสามารถสแกนรับบัตรเข้าชมการแข่งขัน ได้ที่บูธรถยนต์มาสด้า ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตั้งแต่เวลา 17:30 น. เป็นต้นไป โดยลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mazda official Facebook

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมเผยโฉม CLA 250+ with EQ Technology ครั้งแรกในงาน Motor Expo พร้อมส่งท้ายไลน์อัพ Mercedes-EQ ด้วยแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC”

0
CLA 250 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ประเดิมจัดงาน CLASS OF ITS OWN. “The new CLA Designer Talk” สร้างปรากฏการณ์ในรอบ 20 ปี ด้วยการดึงตัว “เดนนิส บริงส์” (Dennis Brings) ดีไซเนอร์ระดับโลกจาก Mercedes-Benz Design มาร่วมเผยแรงบันดาลใจและแนวคิดการออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันล่าสุด “The new CLA” ก่อนที่จะนำรุ่น CLA 250+ with EQ Technology มาจัดแสดงในประเทศไทยครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2025 โดย The new CLA มาพร้อมแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถเข้ากับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อนทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์สันดาปภายใน สอดคล้องกับการปรับกลยุทธ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากเดิมที่ใช้ซับแบรนด์ Mercedes-EQ จะถูกเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ทั้งหมด โดยรถยนต์ทุกรุ่นที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะใช้ชื่อรุ่นตามด้วย “with EQ Technology” ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจะตามด้วย “with EQ Hybrid Technology”

 CLA 250 3

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับการทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ โดยเริ่มต้นด้วยการนำรุ่นแฟลกชิปในเซกเมนต์ Top-End Luxury อย่าง EQS มาเปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบในประเทศ เพื่อทำให้คนไทยได้สัมผัสกับขั้นสุดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับโลกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก่อนที่ในปี 2566–2567 จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ในเซกเมนต์ Entry Luxury อย่าง EQB 250 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนไปถึงการเปิดตัว EQE 350 4MATIC SUV, EQE 53 4MATIC+, EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV ตามลำดับ ซึ่งจากระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีความเข้าใจในโจทย์และความพร้อมของผู้บริโภคชาวไทยสำหรับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นอย่างดี

 CLA 250 3

โดยกลยุทธ์ด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ต่อจากนี้ หลังจากการเปลี่ยนผ่านของยุค Mercedes-EQ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาดหวังให้ The new CLA เป็นโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ที่จับต้องได้ โดย CLA 250+ with EQ Technology จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ประกอบในประเทศไทยด้วยแพลตฟอร์ม MMA ที่ทำให้กระบวนการผลิตรถยนต์ของทุกระบบขับเคลื่อนมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อการกำหนดโครงสร้างราคาของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะเปิดตัวในอนาคต”

 CLA 250 4

ภายในงาน CLASS OF ITS OWN. “The new CLA Designer Talk” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก มร. เดนนิส บริงส์ (Dennis Brings) ตำแหน่ง Senior Designer จากสตูดิโอ Mercedes-Benz Design ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานในแผนก “Lights & Parts” โดยเดนนิส บริงส์ ได้พูดถึงแนวคิดการออกแบบและองค์ประกอบสำคัญของ The new CLA ไว้ดังนี้

 CLA 250 5

•ออกแบบภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนไอคอนนิกสไตล์อันหรูหราและเรียบง่าย แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตา

 CLA 250 7

•นำเสนอสัญลักษณ์ดวงดาวของแบรนด์ให้เข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ของตัวรถ อาทิ กระจังหน้า Starpanel ในรูปแบบไฟแอนิเมชัน โคมไฟหน้าติดตั้ง Daytime Running Light รูปทรง Star Shaped และไฟท้าย Digital Jewelry ที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาเป็นรายละเอียดของอัญมณีที่ลงตัว

 CLA 250 9

•ดีไซน์ภายในของ The new CLA ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่น หรือ “Zen Garden” สะท้อนศิลปะแห่งการลดทอนและคงไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นแท้ เหลือไว้เพียงส่วนประกอบที่เป็นหัวใจของวิศวกรรมยานยนต์ เช่น การใช้วัสดุกระจกบนจอกลาง MBUX Superscreen วัสดุโลหะบนคอนโซลกลาง และวัสดุหนังบนแผงบุนุ่มบริเวณข้างประตู

 CLA 250 11

CLA 250+ with EQ Technology จะเป็นก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลังที่ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร รวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร นอกจากนี้ The new CLA ยังถือเป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ MB.OS ที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่ร่วมมือกับ Google นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ

 CLA 250 12

นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้จัดแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.” ชวนลูกค้าทุกคนรับข้อเสนอสุดพิเศษ กับส่วนลดสูงสุดถึง 3 ล้านบาท พร้อมร่วมทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% กว่า 8 รุ่น ได้ที่โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) ในวันที่ 15-17 สิงหาคม 2568 และโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ในวันที่ 23-24 และ 30-31 สิงหาคม 2568

รายละเอียดข้อเสนอพิเศษของแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.”: https://mb4.me/FB-Defining

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ 31 แห่งทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ www.mercedes-benz.co.th หรือโซเชียลมีเดีผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“ฟอร์ด” ชวนเจ้าของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ โชว์สไตล์การแต่งรถสุดขีดในแบบคุณ! กับกิจกรรม EVEREST FAN MEET

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรม EVEREST FAN MEET เชิญชวนแฟนฟอร์ด เอเวอเรสต์ ร่วมพบปะพูดคุย จิบกาแฟ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมร่วมกิจกรรมประกวดรถแต่งฟอร์ด เอเวอเรสต์ให้สุดขีดในแบบคุณ ชิงรางวัลชนะเลิศสูงสุด แพ็คเก็จทัวร์สิงคโปร์ พร้อมตั๋วเข้าชมการแข่งขัน F1 รวมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 70,000 บาท

ฟอร์ด ประเทศไทย 2

กิจกรรม EVEREST FAN MEET ถือเป็นการรวมตัวของเจ้าของรถและคนรักฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มีความชื่นชอบการแต่งรถในแบบต่างๆ ที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร โดยฟอร์ดได้นำรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ฟังก์ชั่นครบ พร้อมสมรรถนะพร้อมลุยในราคาที่คุ้มค่า ที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดอุปกรณ์เสริมที่สะท้อนสไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ มาจัดแสดงในงานเพื่อเป็นสีสันและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่ชื่นชอบการแต่งรถด้วย

ฟอร์ด ประเทศไทย 3

ฟอร์ด ประเทศไทย 5

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้พละกําลังสูงสุด 170 PS แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ตอบสนองทุกการขับขี่อย่างนุ่มนวลและฉับไว นอกจากนี้ ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าแบบ LED รีเฟลกเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ภายในมาพร้อมเบาะหนังสีดำ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch พร้อมความบันเทิงและระบบความปลอดภัยครบครัน ทุกฟังก์ชัน ออกแบบเพื่อความปลอดภัย

ฟอร์ด ประเทศไทย 7

นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ‘กิจกรรม ‘EVEREST FAN MEET’ คือเวทีพิเศษที่เราอยากให้ลูกค้าฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้มารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ และโชว์สไตล์การแต่งรถในแบบของตัวเอง เรามั่นใจว่านอกจากจะสร้างความประทับใจแล้ว งานนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและสมรรถนะรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่พร้อมจะสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง”

ฟอร์ด ประเทศไทย 8

นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจร่วมโหวตให้คะเเนนรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมสไตล์การเเต่งสุดเท่ จากกิจกรรม EVEREST FAN MEET ผ่านทางเฟสบุ๊คฟอร์ด เพียงกดไลค์ให้รถเอเวอรเสต์สุดเท่ คันที่คุณคิดว่าโดดเด่นที่สุดในงาน EVEREST FAN MEET ลุ้นรับของรางวัลจากฟอร์ด ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568

ฟอร์ด ประเทศไทย 10

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรน ฟังก์ชั่นครบ พร้อมลุย แต่งได้สไตล์คุณ ราคาสุดพิเศษ 1,249,000 บาท* (จากราคาปกติ 1,397,000 บาท) ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยและสไตล์ที่คุณเลือกสรรเองได้ สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th หรือที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ