Home Blog Page 45

“บีวายดี ประเทศไทย” ผลิตรถยนต์ชดเชยครบ ตามมาตรการ EV 3.0 พร้อมส่งออก สู่นานาชาติ ทั้งยังเป็นผู้นำวงการยานยนต์พลังงานใหม่ ด้วยยอดจดอันดับ 1 ของไทย

0
บีวายดี 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า จนเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้นสู่การเป็นอันดับ 1 ของวงการยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย ครอบคลุมทั้งรถยนต์ขุมพลัง EV และ PHEV ในชื่อ Super DM-i พิสูจน์จากการที่ บีวายดี มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของไทย*ใน 9 ประเภท บริษัทฯ ขอให้คำมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศต่อไป ผ่านการดำเนินงานตามมาตรการ EV 3.0 ด้วยการผลิตรถยนต์ชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถยนต์นำเข้าทั้งหมดจนครบถ้วน โดยรถยนต์ที่ผลิตขึ้นทั้งหมดนี้ มีทั้งเพื่อจำหน่ายภายในประเทศไทย และส่งออกไปต่างประเทศรวม 8 ตลาดด้วยกัน

BYD Thailand 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า “บีวายดี ประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยสู่อีกระดับ พิสูจน์จากการลงทุนในโรงงานผลิตรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค มิใช่เพื่อการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ให้ชาวโลกได้เห็นถึงคุณภาพการผลิตรถยนต์ จากฝีมือของแรงงานไทยที่มากด้วยทักษะขั้นสูง”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ จะร่วมมือกับ บีวายดี ประเทศไทย เพื่อส่งมอบยานยนต์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับชั้นนำ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยต่อไป ทั้งยังพร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ที่ บีวายดี ผลิตขึ้นจากโรงงานในประเทศไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานระดับนานาชาติ พิสูจน์ได้จากการผ่านมาตรฐานส่งออกไปต่างประเทศ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเช่นกัน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “เรเว่ ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ บีวายดี เพราะท่านได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมสร้างความยั่งยืน ซึ่งมิใช่เพียงเรื่องของอากาศที่สะอาดขึ้น จากการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศไทย ให้เติบโตขึ้นสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้วย”

  • สถิตินำเข้ารถยนต์จากประเทศจีน และสถิติผลิตรถยนต์ชดเชยของ บีวายดี ประเทศไทย
  • สถิตินำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายในประเทศไทย ระหว่างปี 2565 – 2566 เป็นจำนวน 39,030 คัน
  • สถิติผลิตรถยนต์คืนจากโรงงานในประเทศ ระหว่างปี 2567-2568 เมื่อคำนวณรถยนต์ส่วนที่ส่งออกเป็นการผลิตชดเชย 1.5 เท่า บริษัทฯ ได้ผลิตชดเชยครบถ้วนทั้งหมด รวม 59,694 คัน
  • สถิติและแผนการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดย บีวายดี ประเทศไทย ไปต่างประเทศ
  • ปี 2568 มีสถิติส่งออกรถยนต์ เป็นจำนวน 10,250 คัน โดยส่งออกไปยังประเทศในโซนยุโรป อาเซียน และ โอเชียเนีย
  • โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยต่อไป

โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ สำหรับการจำหน่ายภายในประเทศ และเพื่อการส่งออก ทั้งยังนับเป็นโรงงานแห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ มีการลงทุนในประเทศไทยแล้วรวมประมาณ 35,925 ล้านบาท และมีการจ้างงาน 6,100 อัตรา ในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 92%

สำหรับการผลิตรถยนต์มีทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งรถยนต์ขุมพลัง EV และ PHEV ประกอบด้วย BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i นอกจากนั้น รถยนต์ บีวายดี ที่ผลิตในประเทศไทยจำนวน 3 รุ่น ซึ่งมี BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3 และ BYD SEALION 6 DM-i  ได้รับใบรับรอง Made in Thailand เนื่องจากมีสัดส่วน Local Content ในอัตรา 45-50% โดยในอนาคต จะมีการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

  • บีวายดี มียอดจดทะเบียนรถยนต์ EV และ PHEV สูงเป็นอันดับ 1 ของไทย ใน 9 ประเภท*
  • บีวายดี: แบรนด์ที่มียอดรวมจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า สูงสุดเป็นอันดับ 1
  • BYD DOLPHIN: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม EV
  • บีวายดี: แบรนด์ที่มียอดรวมจดทะเบียนรถยนต์ PHEV สูงสุดเป็นอันดับ 1
  • BYD SEALION 6: รถยนต์ PHEV รุ่นที่มียอดจดทะเบียน สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม PHEV
  • BYD SEAL: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม D-Segment
  • BYD ATTO3: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม B-SUV
  • BYD SEALION 7: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม C-SUV
  • BYD M6: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม MINI MPV
  • DENZA D9: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม VAN MPV
  • ราคาใหม่ของรถยนต์ บีวายดี ตามมาตรการ EV 3.5 ซึ่งพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว

BYD Thailand 1

รุ่น รุ่นย่อย ราคาเดิม (บาท) ราคาใหม่ (บาท)
BYD SEAL 5 DM-i Premium 699,900 699,900
BYD SEALION 6

DM-i

Dynamic 899,900 899,900
Premium 999,900 999,900
BYD SEAL Dynamic 799,900 989,900
BYD M6 Dynamic 749,900 909,900
Extended 849,900 1,009,900
BYD SEALION 7 Premium 1,074,900 1,264,900
AWD Performance 1,174,900 1,364,900

 

BYD Thailand 7

บีวายดี ประเทศไทย และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอให้คำมั่นว่า จะไม่หยุดยั้งในการส่งมอบยานยนต์พลังงานใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและคุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อยกระดับประสบการณ์การครอบครองยนตรกรรมสู่อีกขั้น พร้อมกับการสร้างความยั่งยืนในกับสังคมไทย มิใช่เพียงแค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังครอบคลุมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สู่การเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคต่อไป

 

“เอ็มจี” ผนึก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ผ่านระบบการศึกษาไทย  

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดอาคาร คาเบรียล แมรี่ ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (Gabriel Mary Research and Learning Center for New Energy Vehicle Technology) พื้นที่การเรียนรู้ ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านยานยนต์พลังงานทางเลือกยุคใหม่บนประสบการณ์จริง เพื่อร่วมผลักดันนักศึกษา และบุคลากร ไปสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

MG 2

สำหรับ อาคาร คาเบรียล แมรี่ ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ บนพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร ซึ่งจะถูกใช้เป็นอาคารศึกษาสำหรับนักศึกษา และบุคลากรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (Vincent Mary School of Engineering : VMES) รวมถึงใช้สำหรับจัดฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าให้กับผู้จำหน่าย สื่อมวลชน และบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยพื้นที่ของอาคารแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนจัดแสดงยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ใช้สำหรับการฝึกสอนทักษะทางด้านการขาย การตลาด การบริหารจัดการอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และโซนการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นระบบส่งกำลัง แบตเตอรี่แรงดันสูง (HV) ระบบไฟฟ้าแรงต่ำ ระบบระบายความร้อน ระบบการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งจะมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นให้เกิดทักษะ ความรู้ และประสบการณ์การทำงานบนสถานการณ์จริง ควบคู่ไปกับการมีความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ทัดเทียมระดับโลก

MG 3

นอกจากนี้ยังมีอาคารจัดเก็บแบตเตอรีขนาด 72 ตารางเมตร ซึ่งใช้จัดเก็บแบตเตอรียานยนต์ไฟฟ้าเพื่อประกอบการศึกษา โดยทาง เอ็มจี ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน รวมถึงการส่งบุคลากรของ เอ็มจี ร่วมฝึกอบรม และพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ อีกทั้งศูนย์วิจัยฯ แห่งนี้ ยังสามารถให้บริการเช็คระยะสำหรับลูกค้า เอ็มจี โดยนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน LINE ชื่อบัญชี MG Maxus Motor (https://lin.ee/fvMVcit) ได้ด้วย

MG 5

 

มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี มุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดการวางรากฐานจากระดับสากล สู่การดำเนินงานที่ตอบโจทย์
ในระดับท้องถิ่น หรือ นโยบาย GLOCAL ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก นำมาสู่การสร้างแผนการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในระยะยาว โดยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคใหม่นี้ คือ‘การสร้างรถ ควบคู่ไปกับการสร้างคน’ เนื่องจากเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ยานยนต์พลังงานใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็น ‘เทคโนโลยีอัจฉริยะเคลื่อนที่’ (Mobile Intelligent Terminal) ที่มอบประสบการณ์การเดินทางในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เชิงลึกด้านยานยนต์พลังงานใหม่ให้สอดคล้อง กับความต้องการของอุตสาหกรรม จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ เอ็มจี ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยสามารถก้าวสู่เวทีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกได้อย่างมั่นคงในอนาคต”

MG 5

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เบอร์ติดต่อ (66) 23004543-62 ต่อ 1345 หรือ (66) 813751555

MG 8

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

“ฟอร์ด เรซซิ่ง” เปิดตำนานบทใหม่จากดีทรอยท์ รีแบรนด์ครั้งใหญ่พร้อมลุยเส้นทางหฤโหดในไทยและทั่วโลก

0
Ford Racing 1

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของสถานีรถไฟมิชิแกนเซ็นทรัล (Michigan Central Station) ใจกลางเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวฤดูกาลแข่งรถระดับโลก (Global Season Launch) เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกึกก้องส่งสัญญาณการเริ่มต้นของฤดูกาลแข่งขัน เพื่อเป็นการประกาศประวัติศาสตร์บทใหม่ของมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการรีแบรนด์จาก ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) สู่ชื่อที่ชัดเจน ดุดัน และตั้งใจมากกว่าเดิม ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing)  

Ford Racing 2

จากสนามแข่งสู่ถนนจริง นิยามแรกของ ฟอร์ด เรซซิ่ง: ไฮไลท์สำคัญที่สะกดทุกสายตาคือการเปิดตัว มัสแตง ดาร์คฮอร์ส เอสซี (Mustang Dark Horse SC) รถรุ่นแรกที่สะท้อนแนวคิด ฟอร์ด เรซซิ่ง อย่างชัดเจน เพราะนี่คือรถที่หยิบเทคโนโลยีสนามแข่งมาไว้ในสิ่งที่ลูกค้าขับได้จริง ด้วยการผสาน อากาศพลศาสตร์จากสนามแข่ง เข้ากับ เครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จ 5.2 ลิตร และทำให้คำว่า ‘สมรรถนะ’ ไม่ได้อยู่แค่ในพิทเลน แต่มาถึงมือลูกค้าที่สามารถขับได้บนท้องถนน

Ford Racing 3

วิลล์ ฟอร์ด ผู้บริหารระดับสูงและทายาทรุ่นที่ 4 ได้พาย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นในปี 1901 ในวันที่ เฮนรี่ ฟอร์ด คว้าชัยชนะด้วยรถที่เขาเรียกว่า ‘สวีปเทค’ (Sweepstakes) ชัยชนะครั้งนั้นไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่คือเหตุผลที่ฟอร์ดถือกำเนิดขึ้น และในวันนี้การกลับมาใช้ชื่อ ฟอร์ด เรซซิ่ง คือคำมั่นสัญญาที่จะทลายกำแพงระหว่าง ‘วิศวกรรมสนามแข่ง’ และ ‘รถยนต์ที่ลูกค้าขับในชีวิตประจำวัน’ เพื่อให้ดีเอ็นเอแห่งชัยชนะเดินทางไปถึงหน้าบ้านลูกค้าได้จริง

Ford Racing 4

ฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ บทพิสูจน์ความแกร่งบนเวทีแรลลี่สุดโหดในโลก: ขณะที่สปอร์ตไลท์ยังส่องอยู่ในดีทรอยท์ อีกซีกโลกหนึ่ง ความร้อนระอุและฝุ่นทะเลทรายกำลังตัดสินศักดิ์ศรีบนสนามแข่งที่หลายคนยกให้เป็นสนามที่หฤโหดที่สุดอย่างดาการ์ แรลลี่ (Dakar Rally) ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

Ford Racing 6

ภายในงาน สื่อมวลชน พนักงานฟอร์ด ผู้จำหน่าย รวมถึงแขกผู้มีเกียรติกว่า 200 คนจากทั่วโลก ได้ร่วมรับชมไฮไลต์สุดเข้มข้นจากดาการ์ แรลลี่ (Dakar Rally) ที่แข่งขันระหว่างวันที่ 3-17 มกราคม โดยฟอร์ด เรซซิ่งส่งทัพรถแข่งฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ ลงสนามถึง 8 คัน และเมื่อการแข่งขันอันหฤโหดตลอดสองสัปดาห์จบลง แมทเทียส เอ็กสตร็อม นักแข่งรถแรลลี่ระดับโลกจากทีมแข่งฟอร์ด เรซซิ่ง ปิดฉากการแข่งขันด้วยการคว้าชัยชนะในสเตจสุดท้ายได้สำเร็จ ส่งผลให้ฟอร์ดสามารถคว้าสองรางวัล Overall บนโพเดียมรายการแข่งขันดาการ์ ได้แก่ อันดับที่ 2 ขับโดย นานิ โรมา และผู้นำทาง อเล็กซ์ ฮาโร และอันดับที่ 3 ขับโดย แมทเทียส เอ็กสตร็อม และเอมิล เบิร์กควิสต์ ผู้นำทางสัญชาติสวีเดน นี่คือการประกาศศักดาที่ชัดเจนสำหรับฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ และเป็นสัญญาณว่าฟอร์ด เรซซิ่ง ไม่ได้มาเพื่อลงแข่งเท่านั้น แต่เพื่อ ‘ท้าทายทุกขีดจำกัด’ ในทุกสนาม

Ford Racing 7

ปีที่ ‘ยุ่งที่สุด’ ของฟอร์ด เรซซิ่ง: ฟอร์ด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในปีที่ ‘ยุ่งที่สุด’ ด้วยแผนลงชิงชัยในสนามแข่ง 34 รายการทั่วโลก สะท้อนทิศทางเดียวกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ เพื่อใช้สนามแข่งเป็นห้องทดลองจริง เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้ในรถสำหรับลูกค้าทั่วโลก

ความร่วมมือกับ Red Bull และ Formula 1: หลังจากที่ฟอร์ด เปิดตัวความร่วมมือพัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ ‘เรด บูลล์ ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์’ (Red Bull Ford Powertrains) สำหรับการแข่งขัน Formula 1 เมื่อปีที่ผ่านมา ที่งานเปิดตัวฤดูกาลการแข่งขันครั้งนี้ ยังสร้างความตื่นเต้นพุ่งทะยานสู่ขีดสุดเมื่อสปอตไลท์ส่องไปที่การเผยโฉมลวดลายรถใหม่สำหรับปี 2026 ของรถแข่งสองทีม ได้แก่ ออราเคิล เรด บูลล์ เรซซิ่ง (Oracle Red Bull Racing) และ วีซ่า แคช แอป เรซซิ่ง บูลส์ (Visa Cash App Racing Bulls) และเจาะลึกรายละเอียดของขุมพลังเครื่องยนต์ที่ฟอร์ดร่วมพัฒนา นี่คือการหวนคืนสู่สังเวียน Formula 1 อย่างเต็มภาคภูมิ หลังห่างหายไปนานกว่า 22 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วในแบบของฟอร์ด ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความแรง แต่คือ ‘นวัตกรรม’ ที่พร้อมท้าทายทุกขีดจำกัด

Ford Racing 8

จากดีทรอยท์และดาการ์… สู่สนามแข่งเมืองไทย: สำหรับแฟนฟอร์ดชาวไทย ความยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เรซซิ่ง ได้ถูกส่งต่อมายังสนามแข่งในประเทศไทยอย่างเข้มข้น ผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของ ฟอร์ด ประเทศไทย:

Ford Racing 9

  • บนทางเรียบ (On-Road): ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) ส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ลงแข่งในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ (Thailand Super Series) ตั้งแต่ปี 2563 สร้างความคึกคักให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย พร้อมสร้างความภูมิใจแก่ลูกค้าฟอร์ด
  • บนทางฝุ่น (Off-Road): ฟอร์ดสนับสนุนทีม ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ลงแข่งในรายการแรลลี่นานาชาติสุดโหด Asia Cross Country Rally (AXCR) เพื่อพิสูจน์สมรรถนะบนเส้นทางสุดท้าทายหลายรูปแบบในภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่ปี 2566

บทสรุปแห่งจิตวิญญาณ: การแถลงข่าวในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกหยาดเหงื่อในสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นที่เลอมังส์ ดาการ์ หรือแม้แต่สนามในประเทศไทย คือห้องทดลองจริง ที่เก็บข้อมูลจริง เพื่อนำมาพัฒนารถที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า “เราไม่ได้แค่ไปร่วมการแข่งขัน แต่เราไปเพื่อชนะ” คำกล่าวนี้คือคำมั่นสัญญาที่ฟอร์ดมอบให้กับแฟนๆ ฟอร์ดและลูกค้าทุกคน ว่ารถฟอร์ดทุกคันที่คุณขับ คือผลผลิตจากจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ของ ฟอร์ด เรซซิ่ง ที่พร้อมจะพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายด้วยความภาคภูมิใจ

“ฟอร์ด” ส่งโปรแรงรับต้นปี 2569 ‘NEW YEAR, NEW FORD’ มอบส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท!

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบแคมเปญแรงรับต้นปี ‘NEW YEAR, NEW FORD’ สิทธิพิเศษ! สำหรับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด รับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท เพียงเพิ่มเพื่อนใน Ford Line OA @FordThailand และพิมพ์คำว่า FordFamily เพื่อรับรหัสส่วนลด (จำกัด 1 ท่านต่อ 1 รหัส) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2569

โดยรถยนต์ฟอร์ดที่เข้าร่วมแคมเปญ New Year, New Ford ได้แก่
• ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร – รับส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท จำกัด 60 สิทธิ์
• ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 หรือ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 – รับส่วนลดพิเศษ 145,000 บาท จำกัด 40 สิทธิ์
• ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส รุ่น 4×2 – รับส่วนลดพิเศษ 168,000 บาท จำกัด 30 สิทธิ์
• ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส รุ่น 4×4 – รับส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท จำกัด 70 สิทธิ์

“ฟอร์ดมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ง่ายและสะดวกขึ้น พร้อมมอบของขวัญปีใหม่ให้ครอบครัวฟอร์ด ด้วยส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แคมเปญนี้เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่กำลังมองหารถใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย อีกทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย และมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

หมายเหตุ
• การสงวนสิทธิ์: สิทธิ์ราคาพิเศษนี้ สงวนไว้สำหรับลูกค้าสมาชิก Ford Family เท่านั้น โดยลูกค้าจะต้องทำการเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ใน Ford Line Official Account (OA) @FordThailand พร้อมพิมพ์คำว่า FordFamily เพื่อรับรหัสส่วนลดราคา มูลค่าสูงสุด 200,000 บาท (จำกัด 1 คนต่อ 1 โค้ด)
• ข้อกำหนดชื่อผู้ซื้อ: ชื่อผู้ซื้อและผู้รับรถยนต์ ต้องตรงกับชื่อที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก Ford Family เท่านั้น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
• จำนวนสิทธิ์: สิทธิ์ราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด และขอสงวนสิทธิ์การให้ส่วนลดราคาตามลำดับก่อนหลังตามข้อมูลในระบบของฟอร์ด (First Come, First Serve)
• ระยะเวลาแคมเปญ: ลูกค้าสามารถทำการจองรถและรับรถได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569 เท่านั้น
• เงื่อนไขการซื้อ: การซื้อรถยนต์ภายใต้สิทธิ์นี้จะต้องเป็นไปตามราคาพิเศษที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการจัดไฟแนนซ์ หรือการซื้อด้วยเงินสด (ไม่สามารถนำส่วนลดมาซับดาวน์ หรือเปลี่ยนเป็นของแถมและอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆได้)
• การรับประกัน: รถยนต์ที่จำหน่ายภายใต้สิทธิ์นี้ยังคงได้รับการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานเป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
• การรวมแคมเปญ: ลูกค้าไม่สามารถใช้สิทธิ์ราคาพิเศษนี้ร่วมกับแคมเปญส่งเสริมการขายอื่น ๆ ของบริษัทฯ ได้
• ไม่รวมประกันภัยชั้นหนึ่ง

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.ford.co.th เฟสบุคฟอร์ด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Call Center โทร. 1383

คันเดียวจบ! NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM เดินหน้ารุกตลาดรถกระบะในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ยกระดับประสบการณ์การเดินทางผ่าน NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วยแนวคิด “คันเดียวจบ ครบทุกไลฟ์สไตล์” ด้วยการผสานสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงพลัง ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ความปลอดภัยที่เหนือระดับ และความทนทาน  เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ตัวตนของผู้ใช้งานยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

  1. ตอบโจทย์ Urban Outdoor สำหรับครอบครัวยุคใหม่แบบ One Day Trip

GWM (Thailand) 2

การขับรถท่องเที่ยวในระยะทางใกล้ ๆ กลายเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวคนไทยชื่นชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากตอบโจทย์การใช้งานในวันธรรมดา NEW GWM POER SAHAR DIESEL ยังเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวในระยะสั้นสำหรับครอบครัวคนเมืองที่มีเวลาจำกัดแต่ยังต้องการประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ ด้วยมิติตัวรถขนาดใหญ่และฐานล้อยาว 3,350 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในการจัดเก็บสัมภาระและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร พร้อมเบาะหลังที่ปรับเอนได้ถึง 33 องศา สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ นั่งสบายในทุกที่นั่ง มอบสัมผัสที่ใกล้เคียงกับการนั่งรถ SUV มากกว่ารถกระบะทั่วไป ภายในตกแต่งอย่างประณีตด้วยวัสดุพรีเมียมและเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ผสานระบบควบคุม NVH ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก เพิ่มความเงียบและความนุ่มนวลให้ทุกการเดินทางของครอบครัวเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง เสริมทัพด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ หน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว (สำหรับรุ่น PRO) และ 14.6 นิ้ว (สำหรับรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD) รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง ช่องจ่ายไฟ 220V และแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

  1. พื้นที่บรรทุกกว้างขวาง รองรับทุกอุปกรณ์แคมปิง

GWM (Thailand) 3

สำหรับสายแคมปิงที่หลงใหลการออกทริปไปยังสถานที่ท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดเพื่อชื่นชมธรรมชาติ พร้อมอุปกรณ์จำนวนมาก NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ Outdoor ได้หลากหลาย ตั้งแต่เต็นท์ โต๊ะสนาม อุปกรณ์ทำอาหาร จักรยาน ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมทางน้ำ พื้นที่ท้ายกระบะสามารถปรับแต่งและติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับสายแคมป์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหลังคากระบะ แร็คบรรทุก หรืออุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละทริป ทั้งการตั้งแคมป์ระยะยาวหรือการเดินทางต่อเนื่องหลายเส้นทาง อีกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 T ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ถ่ายทอดพลังได้อย่างต่อเนื่อง รองรับทั้งการเดินทางไกล การบรรทุกหนัก และการขับขี่บนเส้นทางที่หลากหลาย เสริมด้วยถังน้ำมันขนาด 78 ลิตร รองรับระยะทางได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมหนึ่งถัง ทำให้ทุกทริปเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

  1. ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด พิชิตทุกความท้าทายสไตล์ Off-road

GWM (Thailand) 4

NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายของการขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีโหมด 2H, 4H และ 4L รองรับสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ทางลูกรัง ดิน โคลน เส้นทางลำธาร ภูเขาสูงชัน ไปจนถึงการเข้าพื้นที่ธรรมชาติที่ยากลำบาก ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ให้พละกำลัง 184 แรงม้า แรงบิดแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ในช่วง 1,500 – 2,000 รอบ/นาที ช่วยเพิ่มความสามารถในการไต่ทางชันและผ่านอุปสรรค ผสานระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร เพิ่มความคล่องตัวในการผจญภัย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีช่วยเสริมความมั่นใจ ได้แก่ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ Body Transparent (ในรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD) และระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า (ในรุ่น ULTRA 4WD) พร้อมดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถบนเส้นทางที่ท้าทาย

ยนตรกรรมที่ผสานทุกมิติชีวิตไว้ในหนึ่งเดียว

GWM (Thailand) 5

NEW GWM POER SAHAR DIESEL ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะสำหรับใช้งานทั่วไป แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่หลากหลายในปัจจุบัน ถือเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์ หรือ “The Next Level of Lifestyle Partner” อย่างแท้จริง ตั้งแต่การเป็นรถครอบครัวที่เน้นความสบายสำหรับทริปใกล้ ๆ การออกทริปแคมปิงที่ต้องบรรทุกของจำนวนมาก ไปจนถึงการเป็นรถสายลุยที่พร้อมเผชิญเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่ครบครัน รถยนต์รุ่นนี้จึงสามารถรองรับได้ทุกรูปแบบการเดินทาง ช่วยให้คุณออกไปใช้ชีวิต Outdoor ได้อย่างอิสระโดยไม่มีขีดจำกัด

GWM (Thailand) 10

ไม่ว่าจะเป็นสายชิลล์ สายลุย หรือคนรักกิจกรรม Outdoor ที่อยากออกไปเปิดประสบการณ์การเดินทางในรูปแบบใหม่ NEW GWM POER SAHAR DIESEL พร้อมให้สัมผัสความสะดวกสบายระดับพรีเมียมแต่ยังคงความสนุกในการเดินทาง สมบุกสมบันในสไตล์ออฟโรด ในราคาเริ่มต้นเพียง 849,000 บาท ทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” เปิดตัว ‘X9 Executive’ รุ่นย่อยใหม่ ‘Special Color Edition’ พร้อมประกาศตรึงราคาทุกรุ่น ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 

0
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA คึกคักรับปีใหม่ เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะยอดนิยม สีพิเศษ ‘X9 Executive Special Color Edition’ ประกาศความสำเร็จของ X9 ที่สามารถคว้ายอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 กลุ่มรถตู้ไฟฟ้าของไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นอกจากนี้ยังยกทัพ เอ็กซ์เผิง มาครบทุกรุ่น พร้อมนโยบายตรึงราคาแม้โครงสร้างภาษีมีการเปลี่ยนแปลง ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 บริเวณชั้น 1 โซน B ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 2

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2568 นับเป็นปี
แห่งความสำเร็จของ เอ็กซ์เผิง ในประเทศไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมกว่า 4,000 คัน ตั้งแต่เริ่มทำตลาดในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด ที่มีต่อแบรนด์อย่างชัดเจน ปี 2569 เราพร้อมยกระดับประสบการณ์ AI Mobility ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่น G6 และ X9 อย่างมั่นใจ และขอใช้โอกาสต้อนรับปีใหม่ เปิดตัว ‘X9 Executive Special Color Edition’ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะที่ X9 ครองยอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 ช่วงครึ่งปีหลัง ในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้า

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 3

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ ‘The Next Bold Move’ มุ่งเน้น
การเติบโตอย่างรอบด้าน และขยายเครือข่ายการให้บริการสู่ 21 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์เทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์ที่ผสานนวัตกรรม ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ เสริมมิติความเป็น Active, Young และ Dynamic ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์และกีฬา เพื่อขยายการรับรู้ในวงกว้าง”

++นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าทุกท่าน  

จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษี ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายในช่วงนี้ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า และการรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมบริหารจัดการต้นทุนและวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างรอบคอบ เพื่อให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ เอ็กซ์เผิง ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์ต้นทุนและนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ

++ X9 Executive Special Color Edition โดดเด่นด้วยสี Matte Gray และล้อดีไซน์พิเศษแบบ Starlight Floating ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 3

รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเฉดสีภายใน Moon Shadow Coffee และ Meteorite Black นั่งสบายด้วยเบาะแถวที่สองแบบโซฟา พร้อมฟังก์ชั่น Zero-Gravity ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทางและช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง รวมถึงที่ชาร์จแบบไร้สาย หนึ่งเดียวในคลาสที่เบาะแถวสามสามารถพับราบด้วยไฟฟ้าเพียงหนึ่งสัมผัส และเทคโนโลยีเลี้ยว 4 ล้อ รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.4 เมตร นับว่าเป็นรถตู้ไฟฟ้าที่คล่องตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งยังผสานการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10%–80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาที รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ NCM ขนาด 101.5 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กิโลเมตร (NEDC)

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 5

 ++ G6 ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 1.189 ล้านบาท

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 6

เอ็กซ์เผิง G6 The NEXT Intelligent SUV ดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วย Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail
และกันชนท้ายแบบ C-Ring ล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาดสูงสุด 80.8  กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 451 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 600 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน

 ++ สิทธิพิเศษเมื่อจอง เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ภายในงาน และที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขา ถึง 31 มกราคมนี้

  • บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท (X9 Executive และ G6 Standard Range)*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี (G6)* และ 2 ปี (X9)*
  • Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
  • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน (G6)* และ 9,000 คะแนน (X9)*

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 9

New G6 Standard Range ราคา 1,189,000 บาท*

New G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท*

New G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท*

X9 EXECUTIVE ราคา 2,499,000 บาท*

X9 LUXURY ราคา 2,749,000 บาท*

เชิญสัมผัสและทดลองขับ เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ได้ที่งาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทั้ง 15 สาขา ทั่วประเทศ

 

  “GWM” กับยอดขายทั่วโลกทะลุ 1.32 ล้านคัน ในปี 2568 พร้อมกวาด 4 รางวัลระดับนานาชาติ การันตีความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา GWM ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วย ยอดจำหน่ายรวมทั่วโลก 1,323,672 คัน เติบโต 7.33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อยู่ที่ 403,653 คัน เพิ่มขึ้น 25.44% ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน และยอดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศรวม 506,066 คัน เติบโต 11.68% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล สะท้อนถึงการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพบนเวทีโลก

GWM (Thailand) 2

นอกจากความสำเร็จด้านยอดขาย GWM ยังคว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติ จากเวที “2025 Gaogong Intelligent Vehicle Industry Summit” ณ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้แก่ รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award), รางวัล 2025 Mass Production Leadership, รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark และรางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer)  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง WEY G9 ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ทั้งในด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะและระบบหน้าจอที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV สะท้อนถึงมาตรฐานใหม่ของรถหรูอัจฉริยะระดับโลก โดยรางวัลทั้ง 4 นี้สะท้อนถึงความสำเร็จแห่งปี 2568 ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าและคุณภาพที่เหนือกว่าของรถยนต์ของ GWM ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมี WEY G9 เป็นรุ่นเรือธงในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับพรีเมียมและสร้างนิยามใหม่ ให้กับยานยนต์อัจฉริยะของโลก

GWM (Thailand) 3

WEY G9* ไฮไลต์แห่งความสำเร็จ

ภายใน 4 รางวัลที่ได้รับ หนึ่งในจุดเด่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ WEY G9 รถยนต์ MPV รุ่นเรือธงจาก GWM ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่

  • รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award): จากระบบเสียงพาโนรามา Coffee AI Sound ที่ผสานอัลกอริทึม AI เฉพาะของ GWM เข้ากับฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงและลำโพงประสิทธิภาพสูงกว่า 20 ตำแหน่ง รองรับมาตรฐาน Dolby Atmos เต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีแปลงเสียงสเตอริโอเป็นรอบทิศทางแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การฟังดื่มด่ำเสมือนเป็นโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่
  • รางวัล 2025 Mass Production Leadership: จากระบบหน้าจอภายใน WEY G9 ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยถือเป็นโซลูชันหน้าจอในรถยนต์ชุดแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland (องค์กรอิสระที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการตรวจสอบความปลอดภัย คุณภาพ และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม) ทั้งด้านการทำงานแบบไร้การกะพริบ (Flicker-Free) และการปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำ (Low Blue Light) พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดระดับเรตินา 5K และ 3K (PPI 188 และ 191 ตามลำดับ) เคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อนพิเศษ และรองรับมาตรฐานสี P3 Cinema-Grade Wide Color Gamut เพื่อภาพที่คมชัด สีสันสดใส และสบายตาในทุกการใช้งาน มอบประสบการณ์การรับความบันเทิงชมระดับโรงภาพยนตร์ภายในห้องโดยสาร

2 รางวัลนี้นับป็นการตอกย้ำว่า WEY G9 พร้อมแล้วที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถหรูอัจฉริยะระดับโลก และเป็นโมเดลที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอระดับไฮเอนด์ของ GWM ในอนาคตอันใกล้

GWM (Thailand) 4

มุ่งสู่อนาคตยานยนต์อัจฉริยะและการขยายตลาดทั่วโลก

นอกจาก WEY G9 แล้ว GWM ยังคว้าอีก 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่

  • รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark: จากเทคโนโลยี AI Chassis ที่ยกระดับการควบคุมรถยนต์แบบองค์รวม ผสานระบบขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสาร และการควบคุมยานพาหนะให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบสามารถประมวลผลแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งการขับเคลื่อน 4 ล้อ เบรก การบังคับเลี้ยว และระบบกันสะเทือน มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นสูง ความสบายเหนือระดับ การทำงานอัจฉริยะ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการพลิกโฉมยานยนต์จากเพียง “พาหนะเพื่อการเดินทาง” สู่ “ยานยนต์อัจฉริยะในองค์รวม”
  • รางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer): จากความสำเร็จของ GWM ในการขยายธุรกิจสู่เวทีสากล ด้วยกลยุทธ์รอบด้านที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ การวิจัยและพัฒนาทั่วโลก และการดำเนินงานเชิงท้องถิ่น ทำให้ GWM สามารถตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตครบวงจรในหลายประเทศ พร้อมยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 2 ล้านคัน ปัจจุบัน GWM ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ และมียอดขายต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง เช่น GWM TANK 300 Hi4-T ที่เปิดตัวในบราซิล GWM POER Hi4-T ที่คว้ารางวัลในออสเตรเลีย GWM P-Series ที่ครองตลาดชิลี และ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศภายใต้กลยุทธ์ ONE GWM ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพของจีนบนเวทีโลก

GWM (Thailand) 5

การคว้ารางวัลระดับนานาชาติทั้ง 4 รายการในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความแข็งแกร่งบนเวทีโลกของ GWM แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น โดย GWM ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ที่ปลอดภัย ฉลาดล้ำ และใส่ใจผู้ใช้ เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

GWM (Thailand) 8

*เทคโนโลยีและคุณสมบัติของรถยนต์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละตลาด

 

 

“ฮอนด้า”ชวนตรวจสภาพรถรับปีใหม่ กับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” พร้อมโปรแรงผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน  

0
ฮอนด้า 1

การนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการตามตารางเช็คระยะเปรียบเสมือนการ “ตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี” ของรถยนต์ ซึ่งเป็นการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด ช่วยให้ใช้งานอย่างปลอดภัยอยู่เสมอ และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของคุณจะพร้อมใช้งานทุกการเดินทาง

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญครอบครัวฮอนด้าเข้ามาเช็กลิสต์ความอุ่นใจพร้อมรับปีใหม่ด้วยบริการตรวจสภาพรถฟรีกับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ด้วยการดูแลครบวงจรโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มาตรฐานฮอนด้า ด้วยอะไหล่แท้คุณภาพสูง พร้อมการรับประกันอะไหล่และงานซ่อม ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มมูลค่ารถยนต์เมื่อขายต่อ อีกทั้งรับสิทธิพิเศษผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน* สำหรับงานบริการทุกประเภท และโปรแกรมผ่อนยาง 0% นานสูงสุด 10 เดือน* พร้อมส่วนลดผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายรายการสูงสุด 20%* ได้สิทธิ์ทั้งรถใหม่ รถเก่า และรถมือสอง เพียงนัดหมายและเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 # รถฮอนด้า ต้องศูนย์ฮอนด้าเท่านั้น!!!

คุ้มค่ากว่าที่เคย ! งานบริการทุกประเภท ผ่อนชำระค่าใช้จ่าย 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท

  • งานเช็กระยะ งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมสีและตัวถัง ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 8 เดือน* กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายเพียง 3,000 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถใหม่ อายุไม่เกิน 1 ปี* (*นับจากวันส่งมอบรถใหม่)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุดถึง 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 6 และ 10 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 5 ปีขึ้นไป* (รถโมเดลปี 19XX – 2020)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 4” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 4 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 20%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

รับส่วนลดเพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟอุ่นใจ”

  • เมื่อซื้อ “เพย์เซฟอุ่นใจ”* (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ขยายอายุการใช้งานนานถึง 30 เดือน พร้อมรับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10% พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี 2 ปี และได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่ให้ 10% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 15%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าทุกคน

  • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี (ตามรายการที่กำหนด*)
  • ส่วนลด 200 บาท สำหรับแบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS* และ PUMA*
  • ส่วนลด 10% สำหรับผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่กำหนด*
    1. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
  • ส่วนลด 10% ผ้าเบรก
  • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง
  • แคมเปญยางรถยนต์หลากหลายรุ่น* และยี่ห้อ* อาทิ ซื้อ 3 แถม 1* และส่วนลดสูงสุด 3,200 บาท*
  • ซื้อผลิตภัณฑ์หรือเคมีภัณฑ์ตามรายการต่อไปนี้ ครบ 2 รายการ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คละสี
    1. แบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS*
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
    3. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าที่รถอายุ 10 ปีขึ้นไป (ปี 19XX – 2015)

  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
  • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

โปรโมชันพิเศษ สำหรับยางรถยนต์ผ่อนชำระ

  • ยางรถยนต์ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ ยอดใช้จ่าย
    ขั้นต่ำ 2,000 บาท
  • แคมเปญยาง Yokohama ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท
  • แคมเปญยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1, ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 500-3,600 บาท หรือ พิเศษ ซื้อ 3 แถม 1

พร้อมรับฟรี กระเป๋าเดินทางกู๊ดเยียร์

  • แคมเปญยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท
  • แคมเปญยาง Bridgestone รับส่วนลดเส้นละ 250-500 บาท
  • แคมเปญยาง Hankook รับส่วนลดเส้นละ 300 บาท
  • แคมเปญซื้อยางรถยนต์ ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง หรือ กระเป๋าเก็บความเย็น (คละสี)

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของคนใหม่ที่ศูนย์บริการครั้งแรก รับสิทธิพิเศษ Welcome to Honda Family จัดเต็มส่วนลดต่อดังนี้ทันที

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ รวมค่าแรง เริ่มต้นเพียง 899 บาท***
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

ขอเชิญชวนลูกค้าครอบครัวฮอนด้าพารถยนต์คู่ใจเข้ารับบริการสุดคุ้ม กับแคมเปญ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“โรงงานฟอร์ด” ตอกย้ำความมุ่งมั่นดูแลพนักงานทุกมิติ คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบ Total Worker Health ประจำปี 2568

0
ฟอร์ด 1

บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอฟทีเอ็ม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบระดับประเทศที่ได้รับรางวัล ‘สถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม’ (Total Worker Health) ประจำปี 2568 โดยนายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ฟอร์ด 2

ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ‘โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร’ โดยกองความปลอดภัยแรงงาน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเอฟทีเอ็มได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะสถานประกอบกิจการที่มีผลงานด้านสุขภาวะโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานได้ผ่านการอบรมและพัฒนาระบบการดูแลพนักงานอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้ครอบคลุมทุกมิติชีวิตของพนักงาน

ฟอร์ด 3

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เอฟทีเอ็มได้รับรางวัล คือ การนำเสนอโครงการ Employee Assistance Program’ (EAP) หรือ โปรแกรมให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่เน้นการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างจริงจัง โดยมีนักจิตวิทยามืออาชีพคอยให้คำแนะนำและกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดทั้ง 6 ด้าน และได้รับเลือกให้เป็นโรงงานต้นแบบในที่สุด

ฟอร์ด 4

“รางวัล Total Worker Health คือ ความภาคภูมิใจที่สะท้อนว่า ฟอร์ดให้ความสำคัญกับ ‘พนักงาน’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร” นายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย และอาชีวอนามัย โรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “เหนือสิ่งอื่นใดการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพใจที่เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากฝ่ายบริหาร”

 

หัวใจหลักในการบริหารจัดการด้านสุขภาวะของฟอร์ดประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ดังนี้:

  1. นโยบายที่เข้มแข็งและชัดเจน: ขับเคลื่อนและสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะองค์กรสู่พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยถ่ายทอดเป็นพันธกิจที่เหมาะสม พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน และมีการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
  2. พลังสนับสนุนจากผู้นำ: ฝ่ายบริหารไม่เพียงสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่ยังลงมือปฏิบัติเป็นต้นแบบ โดยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล การวิ่ง และโยคะ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน
  3. การมีส่วนร่วมในทุกมิติ: ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสุขภาพ ทั้งการบริจาคโลหิต การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงาน การจัดอบรมโดยวิทยากรด้านการออกกำลังกาย รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  4. กลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ: ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของคณะกรรมการลูกจ้างและคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อร่วมกันวางระบบการดำเนินงานที่คล่องตัว เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อสวัสดิภาพของพนักงานอย่างแท้จริง
  5. การบูรณาการแบบองค์รวม: ผสานมิติด้านความปลอดภัยและสุขภาวะให้เป็นเนื้อเดียวกันตามแนวทาง Total Worker Health เพื่อการดูแลพนักงานที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
  6. การตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน: มุ่งเน้นโครงการที่เข้าถึงปัญหาและช่วยเหลือพนักงานได้จริง เช่น โครงการ ‘Employee Assistance Program’ (EAP) ที่ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยามืออาชีพ เพื่อประคับประคองสุขภาพจิตของพนักงานในทุกสถานการณ์

“อีซูซุ” สานต่อความร่วมมือ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นปีที่ 18

0
อีซูซุ 1

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนด้านวิศวกรรมยานยนต์ มูลค่ารวม 350,000 บาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร    ด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นผู้รับมอบ

อีซูซุ 2

โครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มอีซูซุและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2551 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนด้านยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการและทักษะเชิงปฏิบัติของนักศึกษา  ให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต