Home Blog Page 45

(มีคลิปวีดีโอ) เคาะราคาเขย่าตลาด 699,000 บาท “BYD Seal5 DM-I Super Hybrid” ซีดานฺ B Segment ระบบไฮบริดเสียบปลั๊ก ประหยัดจัด น้ำมันเต็มถัง ทะลุ 1.000 กม. อะไรที่เด็ดมีอีกเยอะ…คำตอบอยู่ในคลิป

0
BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 1

กระตุ้นตลาดด้วยการเปิดราาเขย่าวงการอีกครั้งสำหรับ BYD Seal 5 DM-i Super Hybrid ซีดาน B-Segment plug in Hybrid รุ่นแรกในคลาส ที่มากับจุดเด่นของความประหยัด ขับสนุก อุปกรณ์ความสะดวกีรบคัน เปิดตัวด้วยกัน 2 รุ่น Standard ราคา 699.000 บาท และ Premium ราคา 739,000 บาท แต่ในช่วงแนะนำจะตรึงราคา 699,000 บาท ไปจนถึง 30 กันยายนนี้

BYD Seal5 Hybrid DM-i Super Hybrid รถรุ่นที่ 4 จากโรงงานระยอง รุ่นที่ 2 ที่ผลิตเมืองไทยและเป็นพวงมาลัยขวาครี้งแรกของโลก

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 2

ความใหญ่โตของตัวรถสามารถขึ้นไปเทียบชั้นกับซีดานในกล่ม C segment ได้อย่างสบาย ด้วยมิติความสูง: 4,780 x 1,837 x 1,495 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อที่ใหญ่สุดในคลาสหรือเทียบเท่าซีดานขนาดกลาง 2,71 ม. ส่งผลให้ภายในกว้างขวาง เสริมแกร่งให้กับตัวถังด้วยการดามเหล็กกล้าที่ประตู และ หลังคา แบบเด่ยวกับรถแข่งในสไตล์โรลบาร์ และ โรลเคส

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 3

ออกแบบภายใต้แนวคิด OCEAN AESTHETICS ผสานกับเส้นสายที่ลบเหลี่ยมสัน ตั้งแต่ลริเวณเสาบีจรดท้าย ไฟหน้า Starlight Full Led และ ไฟท้ายMatrix full Led เช่นเดียวกัน ล้อและยางขนาด 17 นิ้ว

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 3

ความใหญ่ของตัวถังยังส่งผลมาถึงห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ซึ่งจุกระเป็าฮาร์ดเคสได้ถึง 6 ใบ หรือเทียบเท่าขนาดความจุ 450 ลิตร

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 4

เบาะนั้งคู่หน้าแอบซิ่งในสไตล์บักเกตซีท และ เบาะหลังเอน 27 องศาเป็นผลจากการวิจัยเพื่อให้ผ่อนคลายสรีระจากการเดินทาง

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 6

มาตรวัด 8.8 นิ้ว จอ 12.2 นิ้ว มีฟังค์ชั่รคาราโอเกะ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบแต่ต้องใช้สาย ไวเลทชาร์จติดจั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สะดวกสบายด้วยระบบ  NFC ทำงานผ่าน BYD Super APP ไม่ต้องพกกุญแจมีเพียงโทรศัพท์ก็พอ

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 7

เครื่อง 1.5 ลิตร มอเตอร์คู่ สำหรับขับ และปั่นไฟเข้าแบตในรูปแบบของ DM-i Super Hybrid ที่จะใช้พลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงถึง 80% ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟและขัยเคลื่อนในกรณีที่แบตเตอรี่ต่ำ พละกำลังรวม 215  แรงม้า 300 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 ใช้เวลาเพียง 7.5 วินาที

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 8

เทคโนโลยี Blade Battery คงทน ทนไฟไหม้ มีออยคูล ขนาดความจุ 18.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในรุ่น Premium เคลมระยะทางการใช้งานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 120 กม.ตามมาตรฐาน NEDC และ 13.8 ในรุ่น Standard

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 10

สามรถชาร์จได่แต่ AC Type 2 ซึ่งหากใช้ที่ชาร์จฉึกเฉินที่แถมกับตัวรถขนาด 2.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง จะชาร์จเต็มในเวลา 9 ชั่วโมง การันตีเซลส์แบตสูงถึง 10 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ 12 โวลท์ถึง 6 ปี ทั้งมี VtoL มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 9

อัตราสิ้นเปลือง 3.8 ลิตรต่อ 100  กม. น้ำมัน 1 ถัง รวมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าถือเป็นไฮไลท์เด็ดซึ่งทำระยะทางได้ทะลุ 1000 กม.

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 11

ช่วงล่างแมคเฟอร์สันหลังทอร์ชั่น ดิสเบรค 4 ล้อมีระบบระบายความร้อนเบรคหน้า

9 เรดาร์รอบคันทำหร้าที่ในการประมวลผลของเทคโนโลยี ADAS เวอร์ชั่น 2+ ทำงานได้ราบลื่นกว่าที่เยได้ลอง มาพร้อมกล้อง 360 Camera ทำหน้าที่สอดส่องรอบคัน รวมถึงฟังค์ชั่นเตือนพร้อมเบรคขณะถอยหลัง

BYD Seal5 DM-I Super Hybrid 13

รายละเอียดของตัวรถพร้อมคุณสมบัติต่างๆที่เป็นจุดเด่น สำหรับเรื่องราวของการทดลองขับ รวมถึง Challenge เบาๆสไตล์ขับประหยัด แต่บังคับให้ใช้ความเร็วในบางช่วง จะการันตีความประหยัดใกล้เคียงกับตัวเลขที่เคลมจากโรงงานได้หรือไม่ การควบคุมรถรวมถึงอุปกรณ์อำนวบความสะดวกและความปลอดภัยใช้งานง่ายหรือยาก  “BYD Zeal5 DM-i Super Hybrid” จะให้ความคุ้มค่า หรือ แค่ราคาคุย ตามต่อได่ในคลิปวีดีโอ

“ฮุนได” ร่วมฉลองเทศกาลวันแม่ จัดแคมเปญ “Hyundai Drive with Mom”  ชวนแม่ทดลองขับรถฮุนได รับของขวัญพิเศษ พร้อมพาคุณแม่ไปอิ่มมื้อพิเศษ

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมเติมเต็มความสุขในวันแม่ปีนี้ กับแคมเปญสุดพิเศษ “Hyundai Drive with Mom” ที่จะเปลี่ยนวันแม่ธรรมดาให้กลายเป็นวันสนุกสุดอบอุ่น เพราะแค่พาแม่ไปเที่ยวก็สุขใจแล้ว แต่ถ้าพาแม่มาลองขับรถฮุนได บอกเลยว่าสนุกกว่าเดิม ฮุนไดจัดเต็มทั้งความสนุก ความประทับใจ และของขวัญสุดพิเศษแบบ 2 ต่อ ขับรถก็เพลิน รับของขวัญก็ฟิน แถมได้ชวนแม่ไปอิ่มฟรีมื้อพิเศษกับครอบครัว ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 21 สิงหาคม 2568 เท่านั้น ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

เริ่มต้นความพิเศษด้วย ต่อที่ 1  ขับปุ๊บ รับเลย! เพียงทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ รับทันที แผ่นน้ำหอม Hyundai รุ่น Limited มูลค่า 499 บาท ของขวัญเล็กๆ ที่ฮุนไดตั้งใจมอบให้ เพื่อเพิ่มความหอมสดชื่นในทุกการเดินทาง ให้คุณและแม่รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขยิ่งขึ้น (ของมีจำนวนจำกัด ขับก่อน ได้ก่อน) ถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษ พร้อมรับของที่ระลึกกลับบ้านทันทีแบบไม่ต้องลุ้น

และความสนุกยังไม่จบแค่นั้น เพราะ ต่อที่ 2 แชร์ภาพประทับใจกับคุณแม่ รับเพิ่มความอร่อยที่ร้าน Santa Fe เพียงถ่ายรูปคุณกับแม่ขณะทดลองขับรถฮุนได แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของคุณ ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมเล่าความรู้สึกดีๆ ในวันพิเศษนี้ พร้อมติดแฮชแท็ก #HyundaiDrivewithMom และ #ชื่อโชว์รูมฮุนได ที่คุณทดลองขับ จากนั้นแคปเจอร์โพสต์และส่งมาที่ Facebook: Hyundai Thailand หรือ LINE: @HyundaiThailand รับทันที Gift Voucher ร้าน Santa Fe มูลค่า 300 บาท ให้คุณและแม่ได้ไปอิ่มอร่อยฟรีหนึ่งมื้อ (1 ครอบครัว / 1 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลากิจกรรม ของมีจำนวนจำกัด)

อย่าปล่อยให้วันแม่ปีนี้ผ่านไปแบบเดิมๆ ชวนแม่มาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ลองขับรถใหม่ เท่ๆ กับฮุนได แล้วไปอิ่มฟรีที่ร้าน Santa Fe ได้ทั้งความสุข ความสนุก และของขวัญกลับบ้านแบบครบสูตร ทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ  ติดตามรายละเอียด และค้นหาโชว์รูมฮุนไดได้ที่ https://bit.ly/4mkw2Er

 

 

นิสสัน ส่งมอบรถกระบะ นิสสัน นาวารา ให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย นำโดย ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส พร้อมด้วย สุวรรณา วัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ สยามนิสสัน ที.เค.เอฟ.เป็นตัวแทนส่งมอบรถยนต์นิสสัน นาวารา จำนวน 23 คัน ให้แก่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งไว้วางใจ เลือกใช้นิสสัน นาวารา ในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ซึ่งทำให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยมี ชาตรี แนวจำปา ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 6 เป็นผู้รับมอบ ณ สถานีดับเพลิงและกู้ภัย เขตบางบอน

นิสสัน 2

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นิสสัน นาวารา เป็นรถกระบะที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ และความทนทาน นาวารามาพร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่ จึงเป็นรถยนต์ที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจดับเพลิง และกู้ภัยของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร นิสสันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้เพื่อช่วยเหลือสังคม”

รถกระบะนิสสัน นาวารา เป็นรถยนต์กระบะที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ใช้งานทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชน ด้วยสมรรถนะ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลังความจุ 2.3 ลิตร 4 สูบ แบบทวินเทอร์โบ สมรรถนะสูง แข็งแกร่งด้วยเชสซีเหล็กกล้า ที่สามารถลุยได้ทุกที่ และทุกรูปแบบของเส้นทาง ทั้งยังบรรทุกได้เต็มพิกัด นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่

เจาะลึกรถแข่ง “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ในศึก “เอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2025”

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จำนวน 2 คัน ลุยศึกรายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 9 – 16 สิงหาคมนี้ บนเส้นทางสุดหินเริ่มจากพัทยา จังหวัดชลบุรี-ปราจีนบุรี-นครราชสีมา และกลับมาเข้าเส้นชัยที่เมืองพัทยาอีกครั้ง พร้อมพิสูจน์ความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ต่อสายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตออฟโรดและคนรักฟอร์ด โดยฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คันแรกขับโดยคู่หูมากประสบการณ์ ไมเคิล ฟรีแมน และผู้นำทาง ไชยยา ชมมาลี ส่วนอีกคันหนึ่งขับโดย เบลี่ย์ โคล นักแข่งระดับโลกที่มากประสบการณ์บนทางลุย มาประกบกับ เพื่อน-ศิณพพงษ์ ไตรรัตน์ เนวิเกเตอร์ชาวไทยผู้เคยมีบทบาทในการพัฒนารถแข่งระดับโลกมาแล้ว

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2

‘แร็พเตอร์’ ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะสมรรถนะสูงทั่วไป แต่เกิดมาเพื่อพิชิตสนามออฟโรดทั้งในประเทศและบนเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Baja 1000, Finke Desert Race และล่าสุดในการแข่งขันสุดโหดอย่าง ดาการ์ แรลลี่ 2025 ที่ใช้เวลาการแข่งขันยาวนานถึงสองสัปดาห์ในทะเลทรายที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ จากทีมฟอร์ด เอ็ม-สปอร์ต (Ford M-Sport) ขับโดยแมทเทียส เอ็กสตร็อม นักแข่งแรลลี่ระดับโลก และ เอมิล เบิร์กควิสต์ เนวิเกเตอร์ผู้ช่ำชองจากสวีเดน คว้าอันดับ 3 Overall ใน คลาส Ultimate ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของรายการมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี

 

เกิดมาพร้อมช่วงล่างสำหรับออฟโรด

ชัยชนะของ ‘แร็พเตอร์’ บนสนามแข่งขันออฟโรดสุดโหด เป็นบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นและประสบการณ์อันยาวนานของทีมวิศวกรและนักออกแบบของฟอร์ด ที่ร่วมกันสั่งสมและถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความแกร่งลงในทุกรายละเอียดของรถคันนี้ มาร์ค รัชบรูค ผู้อำนวยการทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เผยว่า แรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างแร็พเตอร์ มาจาก Baja 1000 สนามแข่งสุดโหดระดับตำนาน ที่ทำให้ทีมสามารถพัฒนารถไม่ใช่แค่สำหรับการแข่งขัน แต่ยังพร้อมส่งมอบสมรรถนะแบบเดียวกันนี้ให้กับลูกค้าใช้ได้จริงมากว่าสองทศวรรษ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  4

เทคโนโลยีช่วงล่างและโช้คอัพ FOX ที่ล้ำสมัย คือเบื้องหลังปรัชญาการออกแบบแร็พเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ ฟอร์ด F-150 แร็พเตอร์ รุ่นแรก ที่เลือกใช้โช้คอัพ FOX แบบ Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว มีการอัปเกรดเป็น โช้คอัพขนาด 3 นิ้ว เพิ่มความสามารถในการซับแรงกระแทก และพัฒนาไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ที่สามารถประมวลผลลักษณะภูมิประเทศแบบเรียลไทม์ ปัจจุบัน F-150 แร็พเตอร์ รุ่นปี 2024 ได้รับการติดตั้ง โช้ค FOX Live Valve Internal Bypass ขนาด 3 นิ้ว แบบคู่รุ่นล่าสุด ที่ไม่เพียงมอบความนุ่มนวลในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังชาญฉลาดพอที่จะช่วยให้ทั้งเจ้าของรถและนักแข่งปรับตัวเข้ากับเส้นทางสุดโหดได้อย่างไร้รอยต่อ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  5

ปัจจุบันแฟนๆ ชาวไทยก็สามารถเป็นเจ้าของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร ที่ใช้ช่วงล่าง FOXTM แบบ Live Valve Internal Bypass 2.5 นิ้ว หรือฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รุ่นเดียวกับที่ใช้พัฒนาลงแข่ง ที่ใช้โช้คอัพ FOXTM แบบ Internal Bypass 2.5 นิ้ว พร้อมสัมผัสฉายา ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ หรือทดสอบขับได้แล้วที่โชว์รูมฟอร์ด

ครอบครัวแร็พเตอร์สำหรับทุกการผจญภัย

ฟอร์ดขยายไลน์อัปของครอบครัว ‘แร็พเตอร์’ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด F-150 แร็พเตอร์ ที่บุกเบิกความเป็นสุดยอดของรถกระบะสมรรถนะสูง ขณะที่ฟอร์ด บรองโก แร็พเตอร์ เป็นรถนั่งอเนกประสงค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขัน Ultra4 ที่นับเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันออฟโรดที่ทรหดที่สุดที่ต้องแข่งในทะเลทรายและทางหิน และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถกระบะสำหรับทั้งการใช้งาน การท่องเที่ยวสมบุกสมบัน โดยสามารถเลือกใช้โหมดบาฮาขับขี่เพื่อความสนุกสนานสำหรับลูกค้าทั่วโลกและในประเทศไทย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  6

ดีเอ็นเอของรถแร็พเตอร์ทุกคัน คือ การผสานเทคโนโลยีทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัยและแม่นยำ สมรรถนะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถ และความมุ่งมั่นของฟอร์ดที่จะมอบความตื่นเต้นในการก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้ชีวิตให้กับลูกค้า ดีเอ็นเอดังกล่าวได้ก่อให้เกิดชุมชนคนรักแร็พเตอร์ไปทั่วโลกรวมกว่าหลายแสนคนที่มีใจรักในการผจญภัยและการแสวงหาประสบการณ์ออฟโรดขั้นสุดยอด

แรงบันดาลใจจากเวทีระดับโลก สู่ทางฝุ่นระดับเอเชียโดยฟอร์ด ประเทศไทย

ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จับมือกับทีมฟีลลิค อินโนเวชันมอเตอร์สปอร์ต นำโดยผู้อำนวยการทีมไมเคิล ฟรีแมน ก่อตั้งทีมแข่งออฟโรดของฟอร์ดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นปีที่ได้ลงแข่งเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี 2567 ได้ส่งแร็พเตอร์ลงแข่งถึง 2 คัน และสามารถคว้ารางวัลอันดับ 4 ในรุ่นทีทูเอ หรือโปรดักชัน เอเชีย และรางวัลอันดับ 8 Overall มาได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพลังของทีมที่พร้อมท้าทายเส้นทางออฟโรดสุดโหดอย่างแท้จริง

สาวกมอเตอร์สปอร์ตเตรียมร่วมส่งแรงใจเชียร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ในศึกเอเชีย ครอส คันทรี แรลลี่ 2025 พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

“กระทรวงอุตสาหกรรม” เตือนภัยหลังตรวจพบมียางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานจำหน่ายในตลาด

0
กระทรวงอุตสาหกรรม 1

กระทรวงอุตสาหกรรม สั่งปูพรม ตรวจเข้มโรงงานผลิตยางล้อและร้านจำหน่าย เตือนประชาชนเลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker หลังพบยางตกเกรด, ไม่มี มอก., ไม่ได้มาตรฐาน และเสื่อมสภาพ ลักลอบวางจำหน่ายในตลาดจำนวนมาก ย้ำผู้ใช้ยางดังกล่าวโดยไม่ได้สังเกตแหล่งที่มาและสัญลักษณ์ที่บ่งบอกมาตรฐานของยางรถยนต์ที่กล่าวเบื้องต้นอาจจะได้รับผลกระทบกับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ถ้าพบเห็นโปรดแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต”

กระทรวงอุตสาหกรรม 2

กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ชุดสุดซอยตรวจปูพรมโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่เลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานว่า มีการลักลอบนำยางรถยนต์เสื่อมสภาพตกเกรดวางจำหน่ายในท้องตลาดในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ยางล้อที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศอย่างร้ายแรง

กระทรวงอุตสาหกรรม 3

จากกรณีที่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งปิด “บริษัท ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ จำกัด” โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เหตุลักลอบผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกไม่ได้มาตรฐาน มีการลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยาง อีกทั้ง ยังพบยางที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จำนวนมาก ซึ่งยางรถยนต์และยางรถบรรทุกเป็น มอก.บังคับ ผู้ผลิตต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ สมอ.กำหนด อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีการขนกากของเสียอันตรายกว่า 65.94 ตัน ออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังทำผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในอีกหลายประเด็น ซึ่งมีพฤติกรรมที่จงใจกระทำผิดซ้ำซากมาโดยตลอด เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงอุตสาหกรรม 5กระทรวงอุตสาหกรรม 4

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจพบกองยางรถยนต์หลายขนาด ซึ่งถูกลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยางกว่า 74,504 เส้น มูลค่ารวมกว่า 223 ล้านบาท ภายในป่า จ.ระยอง ซึ่งมีการปิดล้อมด้วยรั้วสังกะสีในลักษณะตั้งใจปกปิดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากยางรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานดังกล่าวถูกส่งวนกลับไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค อาจส่งผล กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง และจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง

จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สั่งการให้ ชุดสุดซอย ของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ปูพรมตรวจโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ในประเทศทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศ เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบผลิตยางรถยนต์ที่ตกเกรดเสื่อมสภาพไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจส่งผลกระทบกับความปลอดภัยและชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

กระทรวงอุตสาหกรรม 6

นอกจากนี้ อยากเน้นย้ำพี่น้องประชาชนที่กำลังเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ให้สังเกตป้าย ECO sticker ที่ติดบนยางล้อรถยนต์ ซึ่งยางรถยนต์ที่ได้ มอก. จะต้องติดป้าย ECO sticker ทุกเส้น หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย ECO sticker ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ และขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต” เพื่อกระทรวงจะได้ดำเนินการตรวจจับดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

การเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย
•สังเกตป้าย ECO sticker ที่ติดบนยางรถยนต์ ทุกเส้น
•ป้าย, ยี่ห้อ, ขนาด, ผลิตโดย.. ที่ป้าย ECO sticker ตรงกับที่ยาง
•มีระบุ วัน, เดือน, ปี ที่ผลิตชัดเจน
•สังเกตเครื่องหมาย มอก. เลขที่ รับรอง คู่กับ QR Code ที่สามารถสแกน เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของยางเส้นนั้นได้

** หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย ECO sticker ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ ช่วยแจ้งเบาะแส ร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต”

 

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO ส่งกำลังใจทหารไทย

0
Motor Expo 1

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” สนับสนุนโครงการร่วมแบ่งปันน้ำใจเพื่อพี่น้องชาวไทย ซึ่งจัดโดยศูนย์การค้า ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ที่เป็นสื่อกลางแห่งน้ำใจ ส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่กองทัพบกไปช่วยเหลือทหาร และพี่น้องประชาชน ณ พื้นที่ชายแดน

Motor Expo 2

Motor Expo 3

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ทดสอบสมรรถนะรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ เตรียมความพร้อมสู้ศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 พร้อมตั้งเป้าคว้าแชมป์การแข่งขันแบบโอเวอร์ออลในรอบสามปี!

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความพร้อมของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ในการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 (AXCR 2025) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคมนี้ในประเทศไทย1 ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) โดยทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต จะส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์2 ลงสนามจำนวน 3 คัน พร้อมประกาศเป้าหมายสุดท้าทายในการคว้าแชมป์รายการแข่งขันแบบโอเวอร์ออล (Overall) อีกครั้งในรอบ 3 ปี    

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  2

เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ตได้จัดการทดสอบสมรรถนะรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ภายใต้การจำลองสภาวะที่ใกล้เคียงกับการแข่งขันจริงบนเส้นทางออฟโรดรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยการทดสอบครอบคลุมระยะทางมากกว่าระยะทางการแข่งขันจริงในรอบ Special Stage ที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเน้นการทดสอบความแข็งแกร่งและความทนทานของเครื่องยนต์และตัวถัง รวมถึงการปรับจูนระบบกันสะเทือนและช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ในวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งเป็นเวลา 3 วันก่อนการแข่งขัน ทีมยังได้ดำเนินการทดสอบภาพรวมของรถ (Shakedown) เพื่อตรวจสอบส่วนประกอบของรถแต่ละคันให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% พร้อมโชว์สมรรถนะในการแข่งขันปีนี้อย่างเต็มที่

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  3

มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าวว่า “การพัฒนาสมรรถนะด้านการขับขี่ครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้รถแข่งไทรทันได้รับการยกระดับประสิทธิภาพอย่างมากในปีนี้ ทั้งในด้านแรงบิดและความทนทานที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เรายังได้ปรับแต่งแชสซีส์เพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถทั้งในด้านการควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนพื้นโคลน โดยการแข่งขันปีนี้จะจัดขึ้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมและถนนลูกรังทางเรียบ คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งผมมั่นใจว่าช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งนี้จะแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หนึ่งในรถแข่งของเราที่ใช้เป็นรถสนับสนุน ยังได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ (AT) แบบใหม่ เพื่อทดสอบความทนทานและความแม่นยำของรถ ภายใต้สภาวะที่ท้าทายของการแข่งขัน เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนายานยนต์ใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนจะได้เห็นถึงความแข็งแกร่งและจิตวิญญาณอันห้าวหาญในแบบฉบับ Mitsubishi Motors-ness เพื่อการคว้าชัยชนะอีกครั้งในรอบ 3 ปีของเรา”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  4

การแข่งขัน “เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  5

การแข่งขัน “เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025” นับเป็นการครบรอบการแข่งขันครั้งที่ 30 ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมจำนวนรถที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 93 คัน แบ่งเป็นประเภทรถยนต์ (Auto) 47 คัน ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ (Moto) 44 คัน และประเภทรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (Sidecar) 2 คัน โดยพิธีปล่อยตัวตีธงเปิดการแข่งขันกำหนดจัดขึ้น ณ เมืองพัทยา แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังของไทยจะเริ่มการแข่งขัน Leg 1 จากพัทยาสู่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 130 กิโลเมตร โดย Leg 2 จะมุ่งหน้าจากปราจีนบุรีไปยังเขาใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย และ Leg 3 จะจัดขึ้นภายในพื้นที่ของเขาใหญ่ทั้งหมด หลังจากนั้นใน Leg 4 จะย้อนกลับมายังปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นฐานการแข่งขันต่อเนื่องใน Leg 5 และ 6 โดยการแข่งขัน Leg 7 จะนำผู้เข้าแข่งขันกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่เมืองพัทยาอีกครั้ง ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจะสิ้นสุดการแข่งขัน Leg 8 ณ ท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา

รถสนับสนุนของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  6

สำหรับการแข่งขันปีนี้ รถเดลิกา ดี:5 (Delica D:5) จำนวน 4 คัน จะรับหน้าที่เป็นรถสนับสนุนให้กับทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ตอีกครั้ง โดยวิศวกรของทีมจะประจำตามจุด Passage Control บนเส้นทางการแข่งขัน เพื่อคอยตรวจเช็กและซ่อมบำรุงรถแข่งที่กลับมาจากช่วง Special Stage ดังนั้น รถสนับสนุนที่รับส่งทีมงานและผู้อำนวยการทีมจะต้องสามารถเข้าถึงทุกจุดหมายได้อย่างไร้ปัญหา ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสภาพถนนแบบใดก็ตาม

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต  7

รถเดลิกา ดี:5 เป็นรถมินิแวนสมรรถนะรอบด้าน โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งแบบ Rib-bone Frame ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางและสภาพอากาศ โดยรถเดลิกา ดี:5 ถูกใช้เป็นรถสนับสนุนของทีมในการแข่งขัน AXCR มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 และในครั้งนี้ มร.ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม ยังคงใช้ในการตรวจสอบเส้นทางการแข่งขันอีกด้วย ตัวรถยังได้รับการติดตั้งแผงอลูมิเนียมกันกระแทกป้องกันเครื่องยนต์และยกสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 20 มม. พร้อมติดตั้ง
ระบบกันสะเทือนใหม่ทั้งหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนเส้นทางสุดทรหดโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ รถสนับสนุนทั้ง 4 คันจะถูกตกแต่งด้วยลวดลายเดียวกับรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ โดยเน้นโทนสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของทีม เสริมด้วยกราฟิกรูปพายุทรายสไตล์ดิจิทัล สื่อถึงฝุ่นทรายที่พัดพาแรงบันดาลใจแห่งสนามแข่ง ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณด้านหน้าจรดกลางตัวรถ พร้อมประทับโลโก้ “Ralliart” ทั้งสองด้าน สะท้อนถึงจิตวิญญาณที่พุ่งทะยานสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของทีม

การรายงานผลการแข่งขันประจำวัน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะรายงานความเคลื่อนไหวของการแข่งขันเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่วันแรกของการแข่งขัน วันที่ 9 สิงหาคม ไปจนถึงการแข่งขันช่วงสุดท้ายในวันที่ 16 สิงหาคม ทาง Facebook อย่างเป็นทางการ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

ติดตามข่าวสารการแข่งขันของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ที่ช่องทางอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ
https://www.instagram.com/ralliart.official/

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่
https://www.mitsubishi-motors.com/en/brand/ralliart/axcr/axcr2025/

1.เนื่องจากการปิดพรมแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ทางผู้จัดงานจึงจัดการแข่งขันภายในประเทศไทยเท่านั้น
2.จัดจำหน่ายด้วยชื่อรุ่น L200 ในตลาดบางประเทศ

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” เปิดตัว XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ ราคา 2.499 ล้านบาท ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริหาร และครอบครัว

0
XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค เอ็กซ์เผิง อย่างเป็นทางการ จัดงานเปิดตัว เอ็กซ์เผิง X9 ‘Executive’ รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ Ultra Smart Coupe MPV รุ่นล่าสุด มาพร้อมเบาะแถวที่สองแบบเฟิร์สคลาส ฟังก์ชัน Zero Gravity ซึ่งมอบความสบายผ่อนคลายสูงสุด พร้อมช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง (Walk-through Access) ผสานออปชั่นระดับพรีเมียมอย่างครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานและความคุ้มค่าสูงสุด

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 2

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนทางบริษัทฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ เอ็กซ์เผิง เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดจำหน่ายร่วม 3,000 คัน โดยเฉพาะรุ่น X9 รถตู้ไฟฟ้าพรีเมียมทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ‘Ultra Smart Coupe MPV’ ที่ขึ้นแท่นรถตู้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในตลาดพรีเมียม MPV (ยอดจดทะเบียนประจำเดือนกรกฎาคม) และวันนี้ เราพร้อมนำเสนอ เอ็กซ์เผิง X9 ‘Executive’ ที่จะมาตอบโจทย์ครบทุกกลุ่ม ทุกความต้องการมากยิ่งขึ้น”

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 3

XPENG X9 ‘Executive’ ตอบโจทย์ครบทุกกลุ่ม ทุกความต้องการ

X9 ‘Executive’ รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานสำหรับทุกกลุ่ม ครั้งแรกกับเบาะนั่งแถวที่สองแบบ Zero Gravity ระดับเฟิร์สคลาส ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง ที่มาพร้อมช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง (Walk-through Access) และที่ชาร์จแบบไร้สาย เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร โดยเบาะแถวที่สาม สามารถพับแบนราบด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ SiC Platform ขนาด 101.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 4

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 7

มีระยะทางวิ่งสูงสุด 690 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แพลตฟอร์มโครงสร้างตัวถสถาปัตยกรรม SEPA2.0 พัฒนาโดย เอ็กซ์เผิง รูปลักษณ์ได้แรงบันดาลใจจากยานอวกาศ (Starship) ห้องโดยสารกว้างขวาง มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 7.7 ตารางเมตร ติดตั้งจอภาพขนาด 21.4 นิ้ว รองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบ ขับกล่อมด้วยลำโพง XOPERA 23 ตำแหน่ง ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 เด่นด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร คล่องตัวสูงสุดเทียบกับรถกลุ่มเดียวกัน มาพร้อมช่วงล่างถุงลม Dual-Chamber สามารถปรับสูง-ต่ำและความหนืดได้ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’9

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 6

มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด

ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำอนาคต ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตยุคใหม่ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ได้แต่งตั้งพาร์ทเนอร์จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการกลุ่มแรกในประเทศไทย ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดหลักในแต่ละภูมิภาคจำนวน 15 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ คือ รามคำแหง, แจ้งวัฒนะ, ประดิษฐ์มนูธรรม, ราชพฤกษ์, สุขุมวิท, ตลิ่งชัน, วิภาวดี-หลักสี่, ศรีนครินทร์ และต่างจังหวัด คือ เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, พัทยา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่

โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ บริเวณถนนบางนา-ตราดที่มีการจัดเก็บอะไหล่เพียบพร้อม และเป็นระบบ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการและความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการมุ่งขยายเครือข่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อการดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง

XPENG X9 ‘Executive’ มาพร้อมแพ็กเกจ
•Wallbox 7 kW พร้อมติดตั้ง*
•ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
•Portable Charger 1 ชุด*
•Vehicle Warranty 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
•Battery and Drive Motor with Intelligent Power Unit Warranty 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 5 ปี

XPENG X9 รุ่น ‘Executive’ 6

เขิญสัมผัสและทดลองขับ NEW XPENG X9 EXECUTIVE ได้ที่งาน XPENG ELEGANCE EXPERIENCE ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G ระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง 15 สาขาทั่วประเทศ

“เติ้น ทัศนพล” โชว์ฟอร์มแรงต่อเนื่องจาก ซิลเวอร์สโตน ถึง ฮังกาโรริง ผงาดคว้าชัยครั้งที่ 2 ใน FIA – F3 ตอกย้ำความสำเร็จระดับเวิล์ดคลาส!!!

0
AAS Motorsport 1

“การประสบความสำเร็จว่ายากแล้ว แต่การรักษาความสำเร็จไว้นั้นยิ่งยากกว่า” เพราะต้องคงมาตรฐานเดิมไว้และในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยวินัยเพื่อพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งขึ้นขึ้น คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลย เมื่อ “เติ้น” ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งฟอร์มูล่าทรีชาวไทยเดินหน้าคว้าชัยชนะ (Winner) เป็นสนามที่ 2 มาให้แฟนความเร็วในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยได้ชื่นชม Go left จากศึกความเร็วในรายการฮังการีกรังด์ปรีซ์ สนามที่ 9 ในรายการแข่งขัน FIA Formula 3 Championship 2025 ณ สนามฮังกาโรริง เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย “เติ้น ทัศนพล” นักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทย จาก AAS Motorsport ลงแข่งขันภายใต้สังกัดทีมคัมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing) กับรถสูตรหมายเลข 11 ที่โชว์ผลงานให้ได้เห็นถึงพัฒนาการในการขับแข่งตั้งแต่รอบซ้อม (Practice) เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งรถ ทีม และนักแข่ง ซึ่ง เติ้น ทัศนพล สามารถทำความเร็วในรอบนี้อยู่ในอันดับที่ 4 ของทัพนักแข่งจาก 30 คัน นั่นทำให้การลงสนามเข้าสู่รอบคัดเลือก (Qualifying) เป็นไปอย่างราบรื่นโดย เติ้น ทัศนพล สามารถทำเวลาดีสุดอยู่ที่ 1:32.894 ซึ่งจัดอยู่ในอันดับ 12 เรียกว่านอกจากทักษะความสามารถแล้ว ดูเหมือนสนามฮังกาโรริง จะใจดีกับนักแข่งไทย เพราะอันดับจากรอบคัดเลือกส่งผลให้ เติ้น ทัศนพล ได้สิทธ์ออกสตาร์ทตำแหน่งผู้นำ (Pole Position) ในรอบสปรินต์เรซตามกติกา “รีเวิร์ส กริด” (Reverse Grid) เปิดโอกาสให้นักแข่งไทยลุ้นทำโพเดียมที่ 2 ของฤดูกาล

AAS Motorsport 2

เมื่อนาทีแห่งการแข่งขันในรอบสปรินท์เรซ (Sprint Race) เริ่มต้นขึ้น “เติ้น ทัศนพล” ได้เปิดเกมออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาตำแหน่งผู้นำพร้อมคว้า “Holeshot” ในโค้งแรกไว้ได้อย่างสวยงาม แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะตลอด 19 รอบนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายในฐานะจ่าฝูงที่ต้องเผชิญความกดดันจากคู่แข่งทุกวินาทีอย่างดุเดือด

AAS Motorsport 3

สิ่งหนึ่งที่การแข่งขันในสนามนี้ทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพของนักแข่งขวัญใจชาวไทยอย่างเด่นชัด คือ สมาธิ และการจัดการกับความกดดันโดยไม่หลุดจากเป้าหมายที่กำลังมุ่งทะยานไปข้างหน้า ประกอบกับการบริหารยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอีกหัวใจสำคัญของการต่อสู้ในสนามความเร็วระดับฟอร์มูล่า และนี่คือการตอกย้ำถึงสุดยอดความสำเร็จ เมื่อ เติ้น ทัศนพล วิ่งนำเข้ารับธงตราหมากรุกเป็นคันแรก ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ธงไตรรงค์ขึ้นโบกสะบัดพร้อมเสียงเพลงชาติไทยที่ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งบนเวทีความเร็วระดับโลก คว้าถ้วยแชมป์อันดับ 1 ในรอบสปริ้นท์เรซ (P1) FIA Formula 3 Championship 2025 ณ สนามฮังกาโรริง, ฮังการี มาครองได้อย่างสง่างาม นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ของฤดูกาล สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยทั่วประเทศ

AAS Motorsport 4

ต่อด้วยการแข่งขันในรอบฟีเจอร์ เรซ (Feature Race) ที่เริ่มเกมความเร็วด้วยสภาพอากาศที่สร้างความท้าทายให้กับทัพนักแข่ง กับการแข่งขันแบบ Wet Race สุดหินบนสภาพสนามฮังกาโรริงที่ชุ่มฉ่ำและเต็มไปด้วยละอองน้ำ โดยในเรซนี้ “เติ้น ทัศนพล” ออกสตาร์ทจากกริดที่ 12 เดินเกมรุกฝ่าสายฝนอย่างเต็มกำลังจนสามารถ
ขึ้นสู่อันดับ 11 ก่อนจะเสียจังหวะกลางเกมร่วงลงมาอยู่ที่ 12 แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามของนักแข่ง F3 ชาวไทยยังคงดุดันอย่างต่อเนื่อง เหยียบคันเร่งแซง หลุยส์ ชาร์ป (จากทีม Rodin Motorsport) หมายเลข 24 กลับขึ้นมายืนอันดับที่ 11 ได้อีกครั้ง และเมื่อเข้าสู่รอบที่ 14 เติ้น ทัศนพล ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่าหาช่องแซงคืน เจมส์ วอห์ตัน (จากทีม ART Grand Prix) หมายเลข 9 ได้สำเร็จ จนสามารถขึ้นมารั้งอันดับ 10 และรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้จนจบเกมโหดสุดสัปดาห์นี้ เก็บเพิ่มอีก 1 แต้มสำคัญ ทำให้คะแนนสะสมของเติ้นในตอนนี้อยู่ที่ 49 คะแนน รั้งอันดับที่ 13 อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญในการประกาศให้โลกความเร็วได้เห็นถึงพลังความสามารถ และความมุ่งมั่นของนักแข่งไทย

AAS Motorsport 6

สำหรับสุดยอดการแข่งขันระดับโลกกับบทสรุปสุดท้ายกำลังมาถึง! แฟนความเร็วและกองเชียร์ชาวไทยเตรียมส่งกำลังใจให้กับ เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ทำผลงานสนามปิดฤดูกาล F3 ณ สนามออโตโดรโม นาซิโอนาเล ดิ มอนซา ประเทศอิตาลี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กันยายนนี้ เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารรายงานความมันส์ และภาพบรรยากาศสุดเร้าใจส่งตรงจากทางเพจก่อนใคร เพียงกดติดตามและถูกใจ ได้ที่ Facebook & Instagram : AAS Motorsport และเว็บไซต์หลัก https://www.aasautoservice.com/

“นิสสัน ประเทศไทย” เปิดตัวแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

จากสถานการณ์ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในประเทศไทย นิสสัน ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการพิเศษ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสนับสนุนชุมชนไทย และลูกค้านิสสันในช่วงเวลาวิกฤต

แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกค้านิสสันที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ด้วยตนเอง เนื่องจากความเสียหายดังกล่าวไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย โดยแคมเปญจะดำเนินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าที่มีสิทธิ์จะได้รับส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่ เคมีภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่น และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์

คุณทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถนิสสันจำนวนมาก และเราต้องการมีส่วนช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาจะได้รับการซ่อมแซมและดูแลอย่างเหมาะสมที่ศูนย์บริการของนิสสัน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ราบรื่น และไร้กังวลในทุกขั้นตอนระหว่างการรับบริการ”

นิสสันยังคงยึดมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าและชุมชน ไม่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์ และบริการที่ล้ำสมัย แต่ยังรวมถึงงานด้านการบริการที่ใส่ใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี พร้อมมอบความอุ่นใจ และความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันอย่างแท้จริง