Home Blog Page 46

“ฮอนด้า” เตรียมปรับใช้โลโก้ “H mark” ใหม่ สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเตรียมนำใช้โลโก้ H mark ที่ปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

ตั้งแต่เริ่มนำโลโก้ H mark มาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนรถยนต์ฮอนด้า โดยโลโก้ H mark นี้ได้ถูกนำใช้สำหรับผลิตภัณฑ์รถยนต์และกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หลายครั้งในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

โลโก้ H mark ได้รับการปรับโฉมใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งรวมถึงไลน์อัป Honda 0 Series ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้ความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้า โดยเริ่มต้นจากศูนย์ ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า” นอกจากนี้ การปรับดีไซน์โลโก้ดังกล่าวไม่เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่พร้อมมุ่งหน้าสู่ความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

โลโก้ H mark ใหม่ มีแผนที่จะเริ่มปรับใช้กับทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่และกลุ่มรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โดยจะเริ่มต้นกับรุ่นรถยนต์ที่มีแผนเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

โลโก้H mark” ใหม่ สัญลักษณ์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจรถยนต์ฮอนด้า

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมขยายขอบเขตการใช้โลโก้ H mark ใหม่ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในทุกมิติ ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์และทุกจุดที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการ การสื่อสาร และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสำหรับรถยนต์ เป็นต้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โลโก้ H mark ใหม่นี้ คือตัวแทนของ “การเกิดใหม่ครั้งที่สองของแบรนด์ฮอนด้า” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการส่งมอบคุณค่าใหม่ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานแนวคิดอันสร้างสรรค์ และวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ

 

 

“GWM” ออกแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในระยะยาว เร่งเครื่องสู่เป้าหมายแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในไทย

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์จีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์หลังการขาย” ไม่แพ้คุณภาพของรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่ล้ำหน้า ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ากับข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จีน ทั้งความกังวลเรื่องอะไหล่ล่าช้าและการซ่อมนาน ซึ่งเป็นภาพจำที่อยู่ในใจคนไทยในขณะนี้และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มาจากประเทศจีน โดย GWM ได้มุ่งเน้นและเอาจริงเอาจังด้านการยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปี นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ด้วย GWM SMART Service ที่จะมอบบริการที่สะดวก (Simple) ทันสมัย (Modern) ใส่ใจ (Attention) มั่นใจ (Reliable) และฉับไว (Timeliness) รวมถึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายอย่างแท้จริง

แก้ Pain Point หลักของคนไทย: ปัญหาการรออะไหล่นาน

แม้รถยนต์จากประเทศจีนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังลังเลที่จะเป็นเจ้าของเพราะประสบการณ์ที่ได้ยิน ได้เห็นทั้งจากคนใกล้ตัวและเสียงจากชาวเน็ต หรือกระทั่งเคยพบเจอด้วยตนเองเกี่ยวกับการรออะไหล่นาน ระยะเวลาซ่อมที่ไม่แน่นอน และระบบการบริการหลังการขายที่ยังไม่น่าไว้วางใจ GWM จึงตอบโจทย์แบบ “จบให้ตรงจุด” ด้วยแคมเปญ GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” หลังการยืนยันคำสั่งซ่อมของลูกค้า* เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจด้านการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพของ GWM และการบริการที่ฉับไว หมดปัญหาและความกังวลใจในการรออะไหล่เป็นระยะเวลายาวนาน โดยหากลูกค้าได้รับอะไหล่ช้ากว่า 7 วันที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชย โดยสามารถใช้แลกสินค้าและบริการผ่าน GWM Application แคมเปญนี้ครอบคลุมรถ GWM ทุกรุ่น และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

หัวใจสำคัญ: User-Centric สู่ความไว้วางใจและเชื่อมั่นใน GWM   

เบื้องหลังความสำเร็จของ GWM ในไทย คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยการรับฟังเสียงผู้บริโภค หรือ User-Centric ที่นำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดย GWM ได้พัฒนาทักษะและมาตรฐานช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้รวดเร็วและแม่นยำ การขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใช้แล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบการรับฟังและแก้ไขปัญหาตัวรถที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศในการรักษามาตรฐานการให้บริการระดับคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างประสบการณ์บริการหลังการขายที่ไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทั้งก่อนและหลังการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ย้ำชัดถึงการสร้างและรักษามาตรฐานใหม่ด้านการบริการหลังการขายและเป้าหมายของแบรนด์ ว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ GWM ในด้านบริการหลังการขาย ตั้งแต่การรับประกันเครื่องยนต์ระยะยาว จนถึงแคมเปญการรับประกันด้านอะไหล่ สะท้อนวิสัยทัศน์และพันธกิจในระยะยาวของ GWM ในประเทศไทยอย่างชัดเจน เรามุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานบริการหลังการขายไปอีกขั้น ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจในการมาเป็นครอบครัว GWM รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทยที่ยังมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์จากประเทศจีน ด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน มอบความอุ่นใจในการใช้รถ หมดห่วงด้านการรออะไหล่นาน GWM มุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น รักษาความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในไทยและที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด พร้อมเติบโตอยู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน”

*หลักเกณฑ์การนับระยะเวลา 7 วัน จะนับจากวันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อม จนถึงวันที่สถานะของอะไหล่พร้อมที่ศูนย์บริการ GWM (นับเฉพาะวันทำการและไม่รวมระยะเวลาการซ่อม) โดยมีรายละเอียดตามประเภทงานซ่อมดังนี้:

  • งานซ่อมทั่วไป: วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่มีการสรุปรายการซ่อมและรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนครบถ้วน
  • งานซ่อมสีและตัวถัง: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากการประเมินรายการซ่อมและค่าใช้จ่ายแล้ว
  • กรณีบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากที่บริษัทประกันภัยอนุมัติการซ่อมตามการประเมิน กรณีมีรายการซ่อมเพิ่มเติม การนับระยะเวลาจะเริ่มใหม่จากวันที่บริษัทประกันภัยอนุมัติรายการซ่อมเพิ่มเติมนั้น

ทั้งนี้ “อะไหล่” หมายถึง รายการอะไหล่ทั้งหมดที่ใช้ในการซ่อมแซม ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) และอะไหล่ที่จัดหาจากร้านค้าภายนอกซึ่งไม่ได้มาจาก GWM

 “ระยะเวลา” หมายถึง ระยะเวลาการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ ไม่รวมระยะเวลาดำเนินการซ่อม

 

 

 

 

 

“เอ็มจี” อัพเดทราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับปี 2569 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย อัพเดทราคาและข้อเสนอพิเศษรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น พร้อมเน้นย้ำจุดยืนในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบ EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

รายละเอียดข้อเสนอพิเศษพร้อมราคา ปี 2569

NEW MG IM6 รถ e-Intelligent SUV   

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,399,900 บาท ในรุ่น Premium 1,599,900 บาท ในรุ่น Premium Long Range และ 1,799,900 บาท ในรุ่น Performance
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

เอ็มจี 3

NEW MG MAXUS 9 PLUS

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,849,000 บาท ในรุ่น Plus
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 2

NEW MG MAXUS 7

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,399,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 5

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมกับข้อเสนอพิเศษ

ราคาพิเศษเริ่มต้น 549,900 บาท ในรุ่น D และราคาพิเศษ 649,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE

  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี  7

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน 

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 679,900 บาท ในรุ่น D+ 779,900 บาท ในรุ่น X+ และ 899,900 บาท ในรุ่น V+
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ  การใช้งาน

เอ็มจี 9

NEW MG CYBERSTER

  • ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR” ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

0
Skill Driving Experience Junior 1

Skill Driving Experience Junior ร่วมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

Skill Driving Experience Junior 2

มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ณ บริเวณโดยรอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

Skill Driving Experience Junior 3

 

“นิสสัน ประเทศไทย” เสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดและการขาย        ด้วยการประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ในสายงานการตลาดและการขาย เพื่อเสริมความคล่องตัวขององค์กรและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดยานยนต์ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ยูมะ เอนโด ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บริหารสายงานการตลาด และณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ เป็น ผู้บริหารสายงานขาย ทั้งสองรายงานตรงต่อ ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

“การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย และมอบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

ยูมะ เอนโดะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายวางแผนธุรกิจอาเซียน ดูแลการวางแผนระยะกลางขององค์กร การเข้ารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหารสายงานการตลาด เขาจะเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ในทุกด้านของการตลาด รวมถึงการตลาดผลิตภัณฑ์ การตลาดเพื่อการสร้างแบรนด์ และแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์นิสสันในประเทศไทย

เอนโดะ ร่วมงานกับนิสสันตั้งแต่ปี 2552 และมีความเชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขาย การตลาด และการวางแผนการขาย เอนโดะเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดหลัก ผู้ช่วยของผู้บริหารระดับสูง และงานสนับสนุนธุรกิจในระดับภูมิภาคด้านการตลาดและการวางแผนการขาย เขามีประสบการณ์ทำงานทั้งในญี่ปุ่น แคนาดา และประเทศไทย ทำให้มีมุมมองเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล

ณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการงานขาย ฝ่ายงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้วนิสสัน จะรับตำแหน่งผู้บริหารสายงานขาย โดยจะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์การขาย ดูแลการปฏิบัติงานด้านงานขาย การดูแลงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว การวางแผนการขายและจัดสรรรถยนต์ใหม่ รวมถึงการบริหารกิจกรรมการขายทั้งในเครือข่ายดีลเลอร์และลูกค้าองค์กร

Nissan 2

ณัฐวุฒิ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 16 ปี เขาเข้าร่วมงานกับนิสสันในปี 2556 และมีความเชี่ยวชาญด้านงานขาย งานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายทั่วประเทศ และมีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการงานขายรถยนต์สำหรับลูกค้ารายใหญ่ โดยมีชำนาญและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่าย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นให้กับนิสสันในการเติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการเสริมสร้างทีมผู้นำด้านการตลาดและการขาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทย

 

MG ตอกย้ำความสำเร็จในตลาดยุโรป-อินเดีย-ไทย ดันยอดขายรวม SAIC MOTOR CORPORATION ปี 2025 พุ่ง 12.3% ทะลุ 4.507 ล้านคัน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกสู่ศักราชใหม่ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันยอดขายรวมทั่วโลกของ SAIC MOTOR CORPORATION ในปี 2025 ทะยานสู่ 4.507 ล้านคัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 12.3% ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย เอ็มจี สามารถเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความนิยมในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งยุโรปที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้น 30% อินเดียขยายตัว 17.8% และประเทศไทยที่ปิดยอดปีล่าสุดด้วยอัตราเติบโต 44% พร้อมเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจในเครือทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ “GLOCAL” ผสานนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในทุกภูมิภาค

MG 2

SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2025 โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกกว่า 4.507 ล้านคัน หรือมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน หากพิจารณายอดขายเฉพาะในตลาดต่างประเทศ พบว่า มียอดขายรวม 1.071 ล้านคัน ซึ่งเติบโตขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการขยายตัวและการได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในเวทีโลก โดย เอ็มจี ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งยุโรป อินเดีย และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ ตลาดยุโรปที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยยอดขายรวมกว่า 300,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการยอมรับยานยนต์จากจีนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ในตลาดอินเดีย มียอดขายรวม 70,000 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 17.8% ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสะสมของรถยนต์ เอ็มจี ทั่วโลกมีมากกว่า 6 ล้านคัน

MG 3

ความสำเร็จดังกล่าวสอดรับกับยุทธศาสตร์ “GLOCAL” ที่ SAIC MOTOR CORPORATION ได้ประกาศใช้   เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกด้วยการผสานแนวคิด Global + Local เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ครบวงจรและยั่งยืน โดย เอ็มจี  เป็นแบรนด์หลักที่นำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาใช้กำหนดทิศทางการดำเนินงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว อีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจับตามองของ SAIC MOTOR CORPORATION  ในปีที่ผ่านมา คือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งมียอดขายรวมสูงถึงกว่า 1.643 ล้านคัน หรือโตเพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของกลุ่มฯ โดย เอ็มจี มีส่วนสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยี NEV สู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นหัวหอกในการสร้างตลาดทั่วโลก และสามารถทำยอดขายได้ดีในหลาย ๆ ประเทศ

ในส่วนของประเทศไทย เอ็มจี มียอดขายภายในประเทศและส่งออกรวม 35,872 คัน ในปี 2025 ที่ผ่านมา หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ เอ็มจี ในตลาดรถยนต์เมืองไทย และเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคอาเซียนด้านการผลิต เอ็มจี ได้ดำเนินการผลิตชดเชยตามเงื่อนไขของนโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ครบถ้วน 100% แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ พร้อมตอกย้ำสถานะของ เอ็มจี ในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย

MG 5

มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2025 เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของ SAIC MOTOR CORPORRATION ในเวทีโลก โดยเฉพาะบทบาทของแบรนด์ เอ็มจี ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดต่างประเทศและภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ GLOCAL ที่ผสานจุดแข็งระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง ปัจจุบัน รถยนต์ของ เอ็มจี วางจำหน่ายในตลาดทั่วโลกแล้วกว่า 170 ประเทศทั่วทุกภูมิภาค สะท้อนการยอมรับของผู้บริโภคระดับสากลและความมั่นคงของแบรนด์ในฐานะผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับประเทศไทย เอ็มจี ไม่ได้เป็นเพียงตลาดจำหน่าย แต่เป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกลุ่ม ทั้งในการพัฒนาแบรนด์ การลงทุนด้านการผลิต และการส่งเสริมตลาดยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จด้านยอดขายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการดำเนินการผลิตชดเชยตามนโยบาย EV 3.0 ของภาครัฐอย่างครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการเติบโตเคียงคู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ในปี 2026 SAIC MOTOR CORPORRATION และ เอ็มจี เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า และระบบอัจฉริยะ (Intelligent Mobility) เพื่อตอบรับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และเสริมศักยภาพให้กับ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มฯ ทั้งในตลาดประเทศไทยและตลาดโลกอย่างยั่งยืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“มาสด้า” ห่วงใยมอบเงินช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัย

0
มาสด้า 1

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ และ มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ จำกัด แสดงความห่วงใยมอบเงินช่วยเหลือลูกค้ามาสด้าที่ออกรถในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือดูแลรถยนต์ของลูกค้า เพื่อบรรเทาทุกข์และสามารถนำรถยนต์กลับไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยรวดเร็วที่สุด ตอกย้ำคำมั่นสัญญาในการมุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนครอบครัวเดียวกัน แทนคำขอบคุณที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจในทุกการเดินทางของทุกคนในครอบครัว

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าขอแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ มาสด้าสำนักงานใหญ่และผู้จำหน่ายในพื้นที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมถึงการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในรถยนต์มาสด้า โดยมาสด้ายินดีมอบความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ เราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

มาสด้า 3
มาสด้าขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ลูกค้าไว้วางใจ ให้มาสด้าได้มีโอกาสดูแลลูกค้าและทุกคนในครอบครัวของลูกค้า และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนในการส่งมอบความสุขให้กับการใช้ชีวิตในประจำวันของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

มาสด้า 4

ฮอนด้า ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำรถไฮบริด ผ่านแคมเปญ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid สื่อสารจุดเด่นระบบฟูลไฮบริด ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด และชวนคุณเป็นเจ้าของรถ e:HEV จากฮอนด้า ด้วยข้อเสนอแรง! ทุกรุ่น

0
ฮอนด้า 1

การออกไปใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและสามารถควบคุมทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา แล้วจะดีแค่ไหนถ้าเรามีเพื่อนคู่ใจออกเดินทางไปด้วยกัน ฮอนด้าพร้อมมอบนิยามใหม่ของความสนุกในการขับขี่ที่เร้าใจทุกไดรฟ์สไตล์ไปกับ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอัจฉริยะจากฮอนด้าที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้คุณหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส มาพร้อมกับความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทำให้ทุกการขับเคลื่อนเป็นไปได้ดั่งใจอยาก สะท้อนนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดที่พร้อมพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างลงตัว ฮอนด้านำเสนอไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ครบทุกเซกเมนต์รวม 6 รุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, HR-V e:HEV, CR-V e:HEV และ Accord e:HEV

ฮอนด้า 2

สัมผัสขุมพลังอันเร้าใจ ปลดปล่อยจิตวิญญาณความสปอร์ต

ให้ทุกการไดรฟ์เป็นไปได้ดั่งใจ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid เร่งเมื่อไรฟีลสนุกมาเต็ม พร้อมปลดปล่อยอิสระด้วยขุมพลังสไตล์สปอร์ต มอบทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วทันใจ แม่นยำ และฉับไว พร้อมมอบความเร้าใจที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง ผ่านระบบการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ทั้งมอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดแบบพลังเพียบแต่เงียบเกินคาดตอบสนองทุกความ Excite ในทุกเส้นทางได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ฮอนด้า 3 

สัมผัสความนุ่มนวลไร้รอยต่อจากโหมดขับขี่อันชาญฉลาด

นอกเหนือความทรงพลัง Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ยังลงตัวด้วยความนุ่มนวลขั้นสุด ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ ทำให้รถยนต์คันโปรดพร้อมเป็นเพื่อนออกไปลุยในทุกเส้นทาง มาพร้อมโหมดการทำงานดังนี้

ฮอนด้า 4

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) – สัมผัสการขับเคลื่อนที่สบาย ไร้เสียง ด้วยพลังงานไฟฟ้า เริ่มต้นการเดินทางด้วยความเงียบสงบและนุ่มนวลจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยไม่พึ่งพาเครื่องยนต์ ช่วยให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก ตอบสนองไวทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง พร้อมหลอมรวมให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)ผสานพลังเพื่อความสมดุลทั้งแรงและประหยัด เมื่อต้องการยกระดับความเร้าใจให้การขับขี่ เพียงเหยียบคันเร่ง การตอบสนองของตัวรถยังคงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง จากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ โดยมีการปรับสมดุลการเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมและราบรื่น ทำให้ทุกการเดินทางลื่นไหลไม่มีสะดุด และเมื่อพุ่งทะยานสู่ความเร็วสูง พลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกส่งตรงไปยังเพลาขับล้อเพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด นี่คือความลงตัว
    แสนชาญฉลาดที่มอบทั้งความมันส์และความสบายใจได้อย่างลงตัว
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) – ใช้เครื่องยนต์เต็มกำลังในจังหวะที่ต้องการ เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ รถจะส่งพลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ทำให้ขับขี่
    ได้อย่างลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน และรู้สึกมั่นใจในทุกการเดินทาง
  • โหมดคืนพลังงาน (Regeneration) – คืนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุดใน
    ยามที่ชะลอความเร็วหรือเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ไม่ว่ารถจะชะลอความเร็วหรือวิ่งลงทางลาด พลังงานจากการหมุนของล้อจะไม่สูญเปล่าแต่ถูกส่งกลับไปยังมอเตอร์เพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่

ฮอนด้า 5

นอกจากการขับเคลื่อนที่เติมเต็มอารมณ์แล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่คือ “ความปลอดภัย” โดยรถ Honda e:HEV ทุกรุ่นมาพร้อมกับ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมดูแลคุณรอบด้าน ระบบจะตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถอย่างแม่นยำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในสถานการณ์ต่าง ๆ และฟังก์ชันอัจฉริยะจะทำงานประสานกันอย่างแนบเนียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง ให้สามารถโฟกัสกับการขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างอิสระและสบายใจ

ฮอนด้า 7

ทั้งหมดนี้ คือ จุดเด่นและคุณค่าของ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางพาคุณใช้ชีวิตแบบ Excite ได้อย่างอิสระและมั่นใจ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างให้คุณไดรฟ์ได้ดั่งใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/technology ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่จะเปลี่ยนนิยามการเดินทางให้เร้าใจกว่าที่เคย และให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ e:HEV จากฮอนด้าได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ โปรแรงสุดคุ้มให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เมื่อจองตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ม.ค. 2569 และรับรถภายในวันที่ 28 ก.พ. 2569 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“GWM” เอาใจ TANKER สายลุย ชูชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของ GWM TANK 300 เติมลุคแกร่งให้แตกต่างใน 2 สไตล์ พร้อมรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.

0
GWM Tank 300 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สายลุยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” สำหรับ GWM TANK 300 รถ SUV สายลุยระดับพรีเมียม ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ชาวไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายออฟโรด หรือขับขี่ในเมือง พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่

GWM Tank 300 3

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” มีให้เลือกใน 2 สไตล์ ได้แก่

GWM Tank 300 2

WANDERER KIT ชุดแต่งสไตล์ออฟโรดเต็มขั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักจำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ กันชนหน้า–หลังแบบพิเศษ ใช้วัสดุ MAGNESIUM-ALUMINUM ALLOY เป็นโลหะผสมน้ำหนักเบาที่มีความแข็งแรงและสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

GWM Tank 300 5

อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อน กระจังหน้า ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับดีไซน์ด้านหน้าของรถยนต์ มีช่องระบายอากาศแบบตาข่ายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ พร้อมกับดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว

GWM Tank 300 6

ฝากระโปรงหน้า เพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน พร้อมดีไซน์เส้นสันนูนที่ช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวและสไตล์สปอร์ตให้กับตัวรถ และ คิ้วบังโคลน ที่จะช่วยปกป้องสีรถและตัวถังจากรอยขีดข่วนและความเสียหายที่เกิดจากเศษกรวด หิน หรือวัสดุที่อาจกระเด็นขึ้นมาทำความเสียหายให้กับตัวรถหรือรถที่ขับตามมา ราคาชุดแต่ง WANDERER KIT นี้อยู่ที่ 131,500* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

GWM Tank 300 7

URBAN KIT ชุดแต่งสไตล์โมเดิร์น จำนวน 8 ชิ้น ที่คงไว้ซึ่งความบึกบึนแต่เพิ่มความเรียบหรู เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมดีไซน์กันชนและบันไดข้างใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์เหนือระดับ ด้วย กระจังหน้า ดีไซน์เท่และดุดันในโทนสีดําด้าน เพิ่มความแกร่งให้กับตัวรถอย่างมีสไตล์

GWM Tank 300 8

ฝากระโปรงหน้า ดีไซน์เรียบหรู พร้อมเส้นนูน เพิ่มมิติและความแข็งแกร่ง กล่องสัมภาระข้าง ดีไซน์สวยงามทันสมัยด้วยสีดําเงา ให้ความรู้สึก พรีเมียมและโดดเด่น พร้อมโลโก้ GWM ที่เพิ่มความ น่าเชื่อถือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

GWM Tank 300 9

บันไดปีนหลังคาข้าง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การปีนขึ้น-ลงรถ สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถาดวางสัมภาระหลังคาแบบยาว ชุดอุปกรณ์ครบครันสําหรับติดตั้งบนหลังคารถ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  คิ้วกันกระแทกประตูข้าง ชิ้นงานมีความแข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดบริเวณข้างประตูและเพิ่มความสวยงามให้กับรถ ฝาครอบกระจกมองข้าง เพิ่มความสวยงามและทนทาน ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับตัวรถ และคิ้วตกแต่งไฟท้าย การออกแบบชิ้นงานคํานึงถึงความกลมกลืนกับรูปร่างของโคมไฟหลัง ส่งผลให้ตัวชิ้นงานมีความเข้ารูปกับโคมไฟหลังได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความพรีเมียมและความหรูหราให้กับตัวรถเป็นอย่างมาก ราคาชุดแต่ง URBAN KIT นี้อยู่ที่ 101,800* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

GWM Tank 300 10

ชุดแต่งแท้ ปลอดภัยได้มาตรฐาน พร้อมรับประกันคุณภาพจาก GWM

นอกจากชุด WANDERER KIT และ URBAN KIT แล้วนั้น GWM ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งรายชิ้นให้เลือกกว่า 30 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ อุปกรณ์ภายนอก เช่น ชุดครอบไฟหน้า–ท้าย, สปอยเลอร์, คิ้วล้อ, บันไดข้างไฟฟ้า ไปจนถึง อุปกรณ์ภายใน เช่น พรมปูพื้นเข้ารูป, ถาดสัมภาระท้าย, และอุปกรณ์เสริมเพื่อการเดินทางระยะไกลทุกประเภท โดยทั้งหมดผ่านมาตรฐานการออกแบบและความปลอดภัยระดับโรงงานของ GWM เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพและความเข้ากันได้สมบูรณ์แบบกับตัวรถ โดยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก GWM รับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกําหนด  (บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

ข้อเสนอพิเศษสำหรับชุดแต่ง WANDERER KIT และ URBAN KIT

เมื่อลูกค้าเลือกซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต สามารถผ่อนชำระชุดอุปกรณ์ตกแต่งรวมไปกับค่างวดรถได้ (ในกรณีจัดไฟแนนซ์) เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสูงสุด

รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต ทั้งในกรณีจัดไฟแนนซ์และซื้อเงินสด เพื่อมอบความอุ่นใจและความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง

GWM TANK 300 ไม่ได้เป็นเพียงรถออฟโรดระดับพรีเมียม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าค้นหา ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถปรับแต่งรถของตนเองให้ตรงกับสไตล์และการใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมการรับประกันคุณภาพจาก GWM โดยตรง ด้วยความหลากหลายของชุดแต่งและคุณภาพระดับสากล “TANK Genuine Accessories” จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความตั้งใจจาก GWM ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านความสวยงาม สมรรถนะ และความคุ้มค่าในทุกมิติ สามารถสั่งซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 75 แห่งทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

 

 

 

 

“อีซูซุ” ชวนลูกค้าร่วมกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

0
อีซูซู 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” กิจกรรมแข่งขันขับรถในสนามแบบยิมคานา (Gymkhana)  ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านพละกำลัง ความคล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำ ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท โดยอีซูซุเปิดสนามให้ร่วมประลองความท้าทายนี้ทั่วประเทศรวม 5 สนาม ประเดิมสนามแข่งขันแรก วันที่ 24 – 25  มกราคม นี้ ณ IMPACT Lakeside ริมทะเลสาบเมืองทองธานี

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของอีซูซุในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ให้ความแรงแต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ การทดสอบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่เพื่อความแม่นยำในการขับขี่ และช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถ ให้นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ผ่านการขับขี่ในสนามจำลอง ที่ทั้งสนุกและท้าทาย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยโดยมีผู้เชี่ยวชาญ  คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับรถในการแข่งขันจะมีทั้งรถ ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” อีซูซุหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะมอบทั้งความสนุก ความประทับใจ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน”

อีซูซู 2

รายละเอียดการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

รุ่น OPEN COMPETITION การแข่งขันประเภทบุคคลแบบจับเวลา ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับรถในสถานีทดสอบแบบ Gymkhana ครั้งละ 2 คน โดย 4 คน ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ที่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและไม่ทำผิดกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และร่วมลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท

สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวคือ ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER “THE ONE & ONLY” เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ทดสอบการใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ที่เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียง ปลายนิ้ว และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการขับขี่

รุ่น TRUSTED BUDDY COMPETITION การแข่งขันประเภททีม ทีมละ 2 คน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับขี่ในสถานีทดสอบพร้อมแสดงศักยภาพการทำงานเป็นทีม โดยจะเน้นความสนุกด้วยภารกิจที่ต้องทำร่วมกันระหว่างการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ขับขี่จะต้องใช้ทักษะการบังคับรถที่ยอดเยี่ยมผ่านการจับเวลาแล้วนั้น บัดดี้หรือผู้ช่วยขับขี่จะต้องทำภารกิจพิเศษเพื่อลดเวลาที่ใช้ทำการแข่งขันและใช้เป็นแต้มต่อในการคว้าชัยชนะ แค่เก่งไม่พอแต่ต้องใช้ทีมเวิร์คด้วย โดย 4 ทีม ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดจะเป็น        ผู้ชนะ และร่วมลุ้นรับรางวัล มูลค่ารวม 45,000 บาท

สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวกล่าวคือ MU-X “THE NEXT PEAK” ยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ โดดเด่นเต็มขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ปลอดภัยมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera

สำหรับตารางกิจกรรมการแข่งขัน แบ่งเป็น 5 สนาม ได้แก่

โซนกรุงเทพและภาคกลาง
วันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ณ IMPACT Lakeside จ.นนทบุรี

ภาคเหนือ

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ. เชียงใหม่

ภาคอีสาน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานอู้ฟู่ จ. ขอนแก่น

ภาคตะวันออก
วันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดจตุจักร จ. ชลบุรี 

ภาคใต้
วันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต จ. ภูเก็ต

นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนกิจกรรมทดสอบรถหลากหลายสถานี และเกมสุดพิเศษให้ลูกค้า    ทุกท่านได้ลุ้นรับของรางวัลมากมาย และสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 2 รุ่น จะได้รับบัตรน้ำมัน PT มูลค่า 500 บาท เสื้อโปโลรายการแข่งขัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตามผลการแข่งขัน พิเศษ! ในแต่ละรอบ   การแข่งขันตามภูมิภาค ลูกค้าผู้โชคดีจะได้ร่วมนั่งรถกับนักขับมืออาชีพ สัมผัสความแรง ความเร็ว และเทคนิคการขับแบบใกล้ชิดที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันเพิ่มเติม และสมัครเข้าแข่งขันพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE ได้ที่ https://forms.gle/mHV36TDFFzmnxHSB7, Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com LINE: @isuzuthai และ my-ISUZU Application