Home Blog Page 46

“เอ็มจี” ปรับรุ่นย่อย ชูจุดเด่น “เรื่องความคุ้มค่า” NEW MG S5 EV รุ่น D+ ในราคาพิเศษ 699,900 บาท

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ปรับรุ่นย่อยใหม่ให้กับรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ (B – SUV) ที่ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า กับ NEW MG S5 EV D+ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ และมาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็น สร้างมาตรฐานใหม่ของ “ความคุ้มค่า” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมความมั่นใจกับการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) รองรับทุกจังหวะของการเดินทางในทุกเส้นทางได้อย่างลงตัว ด้วยราคาพิเศษเพียง 699,900 บาท

เอ็มจี 2

NEW MG S5 EV คือยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ถูกพัฒนาอย่างรอบด้านบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ล้ำสมัย เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง โดย รุ่น V ให้กำลังสูงสุดถึง 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น D+ และ X ให้พละกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบ ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ผสานกับช่วงล่างแบบ 5-Link Suspension ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบการควบคุมที่แม่นยำ นุ่มนวล และมีเสถียรภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือโค้งแคบ ก็พร้อมให้ความมั่นใจในทุกจังหวะของการขับขี่ ทั้งยังเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบ One Pedal ที่ช่วยควบคุมความเร็วได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG S5 EV ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุโรป ด้วยจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” ทำให้ NEW MG S5 EV กลายเป็น e-SUV ขวัญใจมหาชนที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ การใช้งาน และความคุ้มค่า เสริมความมั่นใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคำมั่นจาก เอ็มจี ในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อส่งมอบ “ความมั่นใจ” ที่มาพร้อม “ความคุ้มค่า” ในรถคันเดียวอย่างแท้จริง

ปรับรุ่นย่อยที่ลงตัว ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ใส่ใจความคุ้มค่า
NEW MG S5 EV D+ ถูกรังสรรค์ขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการพาหนะที่สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำในทุกกิจกรรม รุ่นย่อย D+ จึงมาพร้อมกับการออกแบบที่ลงตัว ไม่มากไปไม่น้อยไป แต่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกด้าน ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน ชูจุดเด่นของการเป็นรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ที่มีคุณภาพ ในงบประมาณที่เข้าถึงได้ NEW MG S5 EV D+ มาพร้อมล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 17 นิ้ว เสริมความดุดันและล้ำสมัย

ภายในห้องโดยสารใหญ่โตและสะดวกสบาย
NEW MG S5 EV D+ ห้องโดยสารกว้างใหญ่สัมภาระด้านท้ายจุของได้เยอะ พร้อมการตบแต่งที่เน้นความเรียบง่าย พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังแท้ ปรับได้ 4 ทิศทาง มอบสัมผัสที่นุ่มนวลพร้อมปุ่มควบคุม เครื่องเสียงและโทรศัพท์ที่ปลายนิ้ว เพื่อให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ผสานความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่

เอ็มจี  3

รายละเอียดที่ครบถ้วน…ความสมบูรณ์แบบของความสบายในทุกมิติ
ให้ทุกการขับขี่ราบรื่นไร้กังวล ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเพื่อรองรับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบทุกองศา พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจากลำโพง 4 จุด ช่วยเติมเต็มการเดินทางให้มีสีสัน กล้องมองหลัง (Rear View Camera) และระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning) เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง

เอ็มจี  4

NEW MG S5 EV D+ จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 699,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท พร้อมส่งมอบภายในเดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป

ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2568
•ราคาพิเศษ 699,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท
•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี มูลค่า 19,900 บาท
•ฟรี ค่าจดทะเบียน และกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่า 7,500 บาท
•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี มูลค่า 7,500 บาท
•รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

เอ็มจี  5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ยุคใหม่ได้มีการปรับเปลี่ยนรุ่นย่อยให้ตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการ เรารับฟังเสียงจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ต้องการรถคันใหญ่ ในราคาที่คุ้มค่า NEW MG S5 EV D+ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างการปรับรุ่นย่อยที่เติมความต้องการในด้านพลังขับเคลื่อนและความสะดวกสบาย และยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการสร้างมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าในตลาดประเทศไทย โดยยอดส่งมอบ NEW MG S5 EV ตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน กว่า 1,500 คัน ถือเป็นเครื่องตอกย้ำการเป็น “อีวีมหาชน” ที่ครบทุกมิติและสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งเสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมทั้งนำเสนอความคุ้มค่าที่น่าประทับใจ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ครบถ้วนทุกด้าน ในราคาที่สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ง่าย ”

โดย NEW MG S5 EV D+ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของและทดลองขับได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4iuRaXc

เอ็มจี  6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“พันธุ์ไทย” เดินหน้าขยายตลาด สปป.ลาว ผุด ปันคาเฟ่ สาขาใหม่ ดันยอดขายโต 2 เท่า ตั้งเป้าเปิดอีก 4 สาขาในปีนี้

0
พันธุ์ไทย 1

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับ บริษัท มัลติเพล็กซ์ จำกัด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารร้านกาแฟแบรนด์ “ปันคาเฟ่” ภายใต้การบริหารของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เดินหน้าขยาย 2 สาขาใหม่ในสะหวันนะเขต และบ้านฮ่องแก ด้วยกลยุทธ์สร้างพื้นที่ Community Hub ในคอนเซปป์ Café & Restaurant หลังยอดขายสาขาแรกที่สถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ เติบโตขึ้น 2 เท่า ตั้งเป้าขยายอีก 4 สาขา ภายในปี 2568 นี้

พันธุ์ไทย 2
คุณจุไรวรรณ หยวน ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “คนรุ่นใหม่ในลาวเริ่มนิยมดื่มกาแฟ เครื่องดื่มที่มีแบรนด์ และให้ความสำคัญกับบรรยากาศร้านและคุณภาพอาหารมากขึ้น กลุ่มเป้าหมายที่เติบโตมากคือวัยทำงาน มีรายได้ปานกลางขึ้นไป รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจทั้งชาวจีน ชาวเกาหลี และแม้คนลาวส่วนใหญ่ยังนิยมทำอาหารที่บ้าน แต่เทรนด์ทานอาหารนอกบ้าน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่แบรนด์ไทยเองก็มีจุดแข็งด้านภาพลักษณ์และบริการในตลาดลาวเช่นกัน ทั้งนี้ ปันคาเฟ่ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพ ความเอาใจใส่ และหัวใจของการบริการที่เป็นมิตร จนได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สาขาแรกที่เปิดให้บริการภายในสถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ และสาขาสองที่สะหวันเขต ต่อเนื่องถึงสาขาล่าสุดในวันนี้ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกาแฟพันธุ์ไทย ที่ต้องการส่งมอบคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังขยายความสุขสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย”

พันธุ์ไทย 3

คุณอิงคลดา ไชเจริญทรัพย์ กรรมการ บริษัท มัลติเพล็กซ์ จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารแบรนด์ ปันคาเฟ่ ใน สปป.ลาว กล่าวว่า “การเปิดสาขาใหม่ที่บ้านฮ่องแกไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการบุกเบิกตลาดด้วยความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยสถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ รองรับกลุ่มคนทำงาน กลุ่มนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความสะดวกสบายกับอาหารและเครื่องดื่มที่อร่อยและเข้าถึงง่าย หรือสาขา 2 ที่สะหวันนะเขต ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำโขง ใจกลางแหล่งชุมชน และสถานที่ราชการ เช่น ธนาคารการค้าต่างประเทศ และสาขาล่าสุด บ้านฮ่องแก ที่มาพร้อมคอนเซปป์ Café & Restaurant เสิร์ฟความอร่อยด้วยเมนูที่หลากหลายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ด้วยกลยุทธ์หลักคือการสร้าง Community Hub เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้แบ่งปันทั้งความสุขและความอร่อย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยห้องประชุมส่วนตัว พร้อมปลั๊กชาร์จไฟ และบริการ WiFi ฟรี ด้วยบรรยากาศทันสมัยและเมนูหลากหลาย บนทำเลศักยภาพใจกลางถนนกำแพงเมือง ใกล้ศูนย์การค้า และสถานที่ราชการมากมาย เราตั้งเป้าหมายขยาย ปันคาเฟ่ ให้ครอบคลุมในหลากหลายเมือง ภายในปีนี้มีแพลนจะเปิดให้บริการอีก 4 สาขา โดยสาขาต่อไปจะปักหมุดที่บ้านหนองบอน นครเวียงจันทน์ บนทำเลที่มีลูกค้าหน่วยงานราชการ และโรงเรียนนานาชาติ ในรูปแบบ Stand Alone พร้อมมีระบบครัวกลาง ช่วยควบคุมคุณภาพอาหารให้ได้มาตรฐาน เพิ่มความคล่องตัวในการขยายสาขาได้ดีขึ้น เพื่อแบ่งปันคุณภาพและรสชาติที่ดี ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้บริโภคใน สปป.ลาว ได้มากขึ้น”

พันธุ์ไทย 4
ปันคาเฟ่ สาขาบ้านฮ่องแก ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง พร้อมให้บริการความอร่อยทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 –20.00 น. ด้วยเมนูหลากหลายครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากพันธุ์ไทย อาหารเช้าที่สามารถทานได้ทั้งวัน อย่างไข่กระทะ เบเกอรี แซนวิช อาหารทานเล่น เมนูยำต่าง ๆ อาหารจานหลักอย่างเมนูข้าว สปาเกตตี้ และเมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น อย่างเส้นข้าวเปียก ก็พร้อมเสิร์ฟเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงสินค้าพรีเมียม เช่น แก้วทัมเบลอร์ กระเป๋าหลากสไตล์ ที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากได้ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกของลูกค้าและนักท่องเที่ยว

พันธุ์ไทย 5

ทางร้านจัดได้ทำสื่อประชาสัมพันธ์หลายภาษา ทั้งภาษาลาว ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ภายในร้านตกแต่งโทนอบอุ่น ทันสมัย สามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 40 ที่นั่ง ทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงมีห้องประชุมขนาด 8 ที่นั่ง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถสะดวกสบาย พร้อมบริการฟรี Wi-Fi และในอนาคต ปันคาเฟ่ ยังวางแผนขยายบริการจัดอาหารว่างหรือสแน็คบ๊อกซ์สำหรับหน่วยงานราชการและลูกค้าที่จัดงานเลี้ยงหรือประชุม รวมถึงบริการออกบูธนอกสถานที่อีกด้ว

 

 

GWM (Thailand) เดินหน้าเต็มสูบ ส่งมอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ล็อตแรกอย่างเป็นทางการ ให้กับกลุ่มลูกค้าชาวไทย

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ประกาศเริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นล่าสุดอย่าง NEW GWM TANK 500 DIESEL เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 5 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการส่งมอบที่รวดเร็วและใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศของกิจกรรมส่งมอบ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของลูกค้า รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูงของ GWM (Thailand) ที่ได้ทำการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าด้วยตนเอง พร้อมกับผู้บริหารของทางพาร์ทเนอร์ สโตร์ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จขั้นต้น และเป็นก้าวสำคัญอีกขั้นในการบุกตลาดรถยนต์ SUV ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยยนตรกรรมที่รวมความพรีเมียม เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะอันทรงพลังไว้อย่างครบถ้วน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้นำยุคใหม่

GWM (Thailand) 2

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับ GWM และขอต้อนรับลูกค้าทุกท่านที่ได้รับการส่งมอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL เข้าสู่ครอบครัว GWM ตั้งแต่วันแรกที่เรามุ่งมั่นพัฒนา NEW GWM TANK 500 DIESEL เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารถยนต์ SUV พรีเมียมรุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ทั้งเพื่อธุรกิจ การเดินทางกับครอบครัว หรือทริปผจญภัย โดยปัจจัยความสำเร็จนี้มาจากเสียงของลูกค้าชาวไทยที่ต่างมองหา SUV 7 ที่นั่งที่มอบความพรีเมียมเหนือระดับเทียบเท่ารถหรูจากยุโรปภายใต้ความความคุ้มค่าในทุกด้านอย่างแท้จริง และยังรวมถึงกระแสตอบรับเป็นอย่างดีถึงคุณภาพและสมรรถนะที่ดีเยี่ยมของครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่เป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวที่พัฒนาขึ้นโดย GWM ด้วยพละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยที่ยังคงนิยมเครื่องยนต์ดีเซล แต่ยังเหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปในท้องตลาดด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน เสียง และความกระด้าง (NVH) ทำให้การขับขี่นิ่ง เงียบ นุ่มนวล และมั่นใจในทุกสภาพถนน ยิ่งไปกว่านั้น คือความเชื่อมั่นในงานบริการหลังการขายคุณภาพของ GWM ที่มีเครือข่ายกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ การันตีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการบริการภายใต้มาตรฐานระดับสากล”

GWM (Thailand) 4

สำหรับลูกค้ากลุ่มแรกของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับประสบการณ์ส่งมอบที่น่าประทับใจ ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 5 แห่ง ได้แก่ GWM ซีซีซี ออโต้ วัชรพล GWM 168 กาญจนาภิเษก GWM ลาดกระบัง GWM ไอคอนิก รามอินทรา GWM ธารา หัวหิน พร้อมกิจกรรมพิเศษและการแนะนำการใช้งานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจ้าของรถมั่นใจในการใช้งานตั้งแต่วันแรกที่รับรถ สำหรับก้าวสำคัญในการส่งมอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความสำเร็จขั้นต้นของ GWM ภายใต้กลยุทธ์ “User-Centric” ที่ให้ความสำคัญกับเสียงของผู้บริโภคในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตของลูกค้าอย่างแท้จริง สะท้อนได้จาก NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความสง่างามและความแข็งแกร่งอย่างลงตัว แต่ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย ที่ให้ทั้งสมรรถนะจัดเต็ม ความหรูหราเหนือระดับ พร้อมการขับขี่ที่นิ่ง เงียบ นุ่มนวล และราบรื่น ผสานเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่เปลี่ยนเกียร์สูงได้แม้ในความเร็วต่ำ ผลลัพธ์คือการส่งกำลังที่ลื่นไหล ตอบสนองทันใจ พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง

อุ่นใจด้วยการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี นอกจากนี้ ยังมีการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับถนนเมืองไทย เพิ่มความสบายให้กับเบาะนั่งของผู้โดยสารด้านหลัง และการย้ายตำแหน่งยางงอะไหล่ไปไว้ใต้ท้องรถเพื่อความสะดวกสบายในการจอดรถและเปิด-ปิดประตูอีกด้วย นอกจากนี้ GWM กำลังเร่งกระบวนการส่งมอบรถยนต์ผ่านพาร์ทเนอร์สโตร์ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ลูกค้าที่ได้ทำการจองรถไว้แล้ว โปรดติดตามข่าวสารได้เร็ว ๆ นี้!

 

NEW GWM TANK 500 DIESEL วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท
(*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติอย่างใกล้ชิด ทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

“เติ้น ทัศนพล” โชว์ฟอร์มแรงต่อเนื่องจาก ซิลเวอร์สโตน ถึง ฮังกาโรริง ผงาดคว้าชัยครั้งที่ 2 ใน FIA – F3 ตอกย้ำความสำเร็จระดับเวิล์ดคลาส!!!

0

“การประสบความสำเร็จว่ายากแล้ว แต่การรักษาความสำเร็จไว้นั้นยิ่งยากกว่า” เพราะต้องคงมาตรฐานเดิมไว้และในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยวินัยเพื่อพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งขึ้นขึ้น คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลย เมื่อ “เติ้น” ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งฟอร์มูล่าทรีชาวไทยเดินหน้าคว้าชัยชนะ (Winner) เป็นสนามที่ 2 มาให้แฟนความเร็วในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยได้ชื่นชม Go left จากศึกความเร็วในรายการฮังการีกรังด์ปรีซ์ สนามที่ 9 ในรายการแข่งขัน FIA Formula 3 Championship 2025 ณ สนามฮังกาโรริง เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย “เติ้น ทัศนพล” นักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทย จาก AAS Motorsport ลงแข่งขันภายใต้สังกัดทีมคัมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing)  กับรถสูตรหมายเลข 11 ที่โชว์ผลงานให้ได้เห็นถึงพัฒนาการในการขับแข่งตั้งแต่รอบซ้อม (Practice) เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งรถ ทีม และนักแข่ง ซึ่ง เติ้น ทัศนพล สามารถทำความเร็วในรอบนี้อยู่ในอันดับที่ 4 ของทัพนักแข่งจาก 30 คัน นั่นทำให้การลงสนามเข้าสู่รอบคัดเลือก (Qualifying) เป็นไปอย่างราบรื่นโดย เติ้น ทัศนพล สามารถทำเวลาดีสุดอยู่ที่ 1:32.894 ซึ่งจัดอยู่ในอันดับ 12 เรียกว่านอกจากทักษะความสามารถแล้ว ดูเหมือนสนามฮังกาโรริง จะใจดีกับนักแข่งไทย เพราะอันดับจากรอบคัดเลือกส่งผลให้ เติ้น ทัศนพล ได้สิทธ์ออกสตาร์ทตำแหน่งผู้นำ (Pole Position) ในรอบสปรินต์เรซตามกติกา  “รีเวิร์ส กริด” (Reverse Grid) เปิดโอกาสให้นักแข่งไทยลุ้นทำโพเดียมที่ 2 ของฤดูกาล

เมื่อนาทีแห่งการแข่งขันในรอบสปรินท์เรซ (Sprint Race) เริ่มต้นขึ้น “เติ้น ทัศนพล” ได้เปิดเกมออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาตำแหน่งผู้นำพร้อมคว้า “Holeshot” ในโค้งแรกไว้ได้อย่างสวยงาม แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะตลอด 19 รอบนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายในฐานะจ่าฝูงที่ต้องเผชิญความกดดันจากคู่แข่งทุกวินาทีอย่างดุเดือด แต่สิ่งหนึ่งที่การแข่งขันในสนามนี้ทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพของนักแข่งขวัญใจชาวไทยอย่างเด่นชัด คือ สมาธิ และการจัดการกับความกดดันโดยไม่หลุดจากเป้าหมายที่กำลังมุ่งทะยานไปข้างหน้า ประกอบกับการบริหารยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอีกหัวใจสำคัญของการต่อสู้ในสนามความเร็วระดับฟอร์มูล่า และนี่คือการตอกย้ำถึงสุดยอดความสำเร็จ เมื่อ เติ้น ทัศนพล วิ่งนำเข้ารับธงตราหมากรุกเป็นคันแรก ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ธงไตรรงค์ขึ้นโบกสะบัดพร้อมเสียงเพลงชาติไทยที่ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งบนเวทีความเร็วระดับโลก คว้าถ้วยแชมป์อันดับ 1 ในรอบสปริ้นท์เรซ (P1) FIA Formula 3 Championship 2025 สนามฮังกาโรริง, ฮังการี มาครองได้อย่างสง่างาม นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ของฤดูกาล สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยทั่วประเทศ

ต่อด้วยการแข่งขันในรอบฟีเจอร์ เรซ (Feature Race) ที่เริ่มเกมความเร็วด้วยสภาพอากาศที่สร้างความท้าทายให้กับทัพนักแข่ง กับการแข่งขันแบบ Wet Race สุดหินบนสภาพสนามฮังกาโรริงที่ชุ่มฉ่ำและเต็มไปด้วยละอองน้ำ โดยในเรซนี้ “เติ้น ทัศนพล” ออกสตาร์ทจากกริดที่ 12 เดินเกมรุกฝ่าสายฝนอย่างเต็มกำลังจนสามารถ

ขึ้นสู่อันดับ 11 ก่อนจะเสียจังหวะกลางเกมร่วงลงมาอยู่ที่ 12 แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามของนักแข่ง F3 ชาวไทยยังคงดุดันอย่างต่อเนื่อง เหยียบคันเร่งแซง หลุยส์ ชาร์ป (จากทีม Rodin Motorsport) หมายเลข 24 กลับขึ้นมายืนอันดับที่ 11 ได้อีกครั้ง​ และเมื่อเข้าสู่รอบที่ 14 เติ้น​ ทัศนพล ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่าหาช่องแซงคืน เจมส์ วอห์ตัน (จากทีม ART Grand Prix) หมายเลข 9 ได้สำเร็จ จนสามารถขึ้นมารั้งอันดับ 10 และรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้จนจบเกมโหดสุดสัปดาห์นี้ เก็บเพิ่มอีก 1 แต้มสำคัญ​ ทำให้คะแนนสะสมของเติ้นในตอนนี้อยู่ที่ 49 คะแนน รั้งอันดับที่ 13 อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญในการประกาศให้โลกความเร็วได้เห็นถึงพลังความสามารถ และความมุ่งมั่นของนักแข่งไทย

สำหรับสุดยอดการแข่งขันระดับโลกกับบทสรุปสุดท้ายกำลังมาถึง! แฟนความเร็วและกองเชียร์ชาวไทยเตรียมส่งกำลังใจให้กับ เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ทำผลงานสนามปิดฤดูกาล F3 ณ สนามออโตโดรโม นาซิโอนาเล ดิ มอนซา ประเทศอิตาลี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กันยายนนี้ เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารรายงานความมันส์ และภาพบรรยากาศสุดเร้าใจส่งตรงจากทางเพจก่อนใคร เพียงกดติดตามและถูกใจ ได้ที่ Facebook & Instagram : AAS Motorsport และเว็บไซต์หลัก https://www.aasautoservice.com/

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ปรับราคาจำหน่าย EQE เริ่มต้น 2.89 ล้านบาท พร้อมชวนคนไทยรับข้อเสนอพิเศษ และร่วมทดลองขับในงาน “DEFINING ELECTRIC” 15-17 สิงหาคมนี้ ที่โครงการ One Bangkok

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%
ในไลน์อัพของ EQE กว่า 4 รุ่น ทั้งรุ่นซีดานและเอสยูวี โดย EQE 300 จะมีราคาจำหน่ายที่ 2,890,000 บาท จากราคาเดิม 3,970,000 บาท และ EQE 350 4MATIC SUV รุ่นเริ่มต้นจะมีราคาจำหน่ายที่ 3,190,000 บาท จากราคาเดิม 4,850,000 บาท นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้มอบส่วนลดพิเศษสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีก 4 รุ่น โดยมีส่วนลดตั้งแต่ 200,000 – 3,010,000 บาท พร้อมรับข้อเสนออีกมากมายในแคมเปญประจำปีอย่าง “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.” ที่ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นมาให้คนไทยทุกคนได้สัมผัสและทดลองขับอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น G อาคาร The Storeys โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok)

สำหรับรถยนต์ทั้ง 8 รุ่นที่เข้าร่วมแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC” จะมีราคาจำหน่ายล่าสุดและข้อเสนอส่วนลดพิเศษ ดังนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

•EQE 300 ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท จากเดิม 3,970,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3
•EQE 350 4MATIC SUV Electric Art ราคาจำหน่าย 3,190,000 บาท จากเดิม 4,850,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4
•EQE 350 4MATIC SUV AMG Line ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท จากเดิม 5,300,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5
•EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 3,790,000 บาท จากเดิม 5,650,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6
•EQS 450+ AMG Dynamic (ลด 1,360,000 บาท)ราคาพิเศษ 4,590,000 บาท จาก 5,950,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 7
•EQS 500 4MATIC AMG Premium ราคาพิเศษ 4,190,000 บาท เดิม 7,200,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 8
•EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic  ราคาพิเศษ 5,790,000 บาท (เดิม 5,990,000 บาท)

•Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ (ส่วนลด 1,060,000 บาท)
ราคาพิเศษ 4,890,000 บาท จากเดิม 5,950,000 บาท

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในงาน จะได้รับข้อเสนอพิเศษ Worry-Free* ดังนี้

•โปรแกรมค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง และขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Easy Care & Extra Guarantee ) ตลอด 5 ปี**
•ประกันแบตเตอรี่นาน 10 ปี (10-year Battery Warranty)
•ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี
•ชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี
•รับฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เฉพาะรุ่นและสีรถที่ร่วมรายการ
**เฉพาะรุ่น EQS 500 4MATIC AMG Dynamic

ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตไปกับยนตรกรรมไฟฟ้า 100% จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือมาพบกันได้ที่งาน “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.” ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น G อาคาร The Storeys โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) ให้คุณได้ทดลองขับทุกรุ่น และรับข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน สามารถลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่ https://mb4.me/FB-Defining

ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

“เอ็มจี” วาง NEW MG IM6 LONG RANGE ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ชูจุดเด่น “วิ่งไกลถึง 750 กิโลเมตร” พร้อมเปิดตัววันที่ 22 สิงหาคม นี้

0
NEW MG IM6 LONG RANGE

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยเตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยล่าสุด ชูจุดเด่นเป็นหนึ่งในพรีเมียมอีวีรุ่นที่ “วิ่งได้ไกลและชาร์จได้ไวที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางวิ่งได้ไกลสูงถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จไวทันใจด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และลดความกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 10-80% เพียง 18 นาที  พร้อมเตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 วันที่ 22 สิงหาคมนี้

NEW MG IM6 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นล่าสุดจาก เอ็มจี โดดเด่นด้วยการเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I’M WHO I’M) เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ความปลอดภัยขั้นสูง และดีไซน์ที่ล้ำสมัย
ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ แชสซีดิจิทัล IM Digital Chassis มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ระบบ One Touch iAD ฟังก์ชัน Crab Mode ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก China NCAP และดีไซน์เพื่อรองรับ EURO-NCAP ให้ความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในตัวเลือกระดับแนวหน้าของกลุ่ม Premium Intelligent e-SUV  ในเมืองไทย โดยนำร่องเปิดตลาดไปเมื่อต้นปีด้วย 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น Premium 2WD และ รุ่น Performance AWD  เพื่อขยายทางเลือกให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เอ็มจี ได้เตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ ลงสู้ศึกสมรภูมิอีวี ชูจุดเด่น e-SUV ที่ “วิ่งไกลกว่าและชาร์จไวกว่า” กับ 3 ความเด็ดเฉพาะของรุ่นนี้ประกอบด้วย วิ่งไกลกว่า ด้วยระยะทาง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ Quick Charge สูงสุด 396 kW ถือเป็นยนตรกรรมที่ผสานจุดเด่น  “ชาร์จไวกว่า” และ “ขับได้ไกลกว่า” ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและระยะไกลได้อย่างมั่นใจ พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอีกมากมาย โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรถไฟฟ้าที่มีระยะทางการขับขี่ที่ไกล และชาร์จได้ไวในตลาด

MG IM6 3-8-68 2

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
NEW MG IM6 LONG RANGE คืออีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าของเอ็มจีอย่างแท้จริง
เราเชื่อว่ารุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มทางเลือกให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับรุ่น Premium 2WD ซึ่งโดดเด่นด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อและระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย รวมถึงรุ่น Performance AWD
ที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาสมรรถนะสูงสุดด้วยพละกำลัง 778 แรงม้า และระบบช่วงล่างแบบถุงลม สำหรับรุ่น LONG RANGE นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับขี่ได้ระยะไกล
ถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างเดินทาง พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของเอ็มจี
ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และเดินหน้าขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทยอย่างมั่นคง”

NEW MG IM6 LONG RANGE เปิดให้ลงทะเบียนความสนใจล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ผ่านช่องทาง https://www.mgcars.com/th/promotions/MG-IM6-Long-Range-Teaser

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ            เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” SPIRIT 4×4 ลุยน้ำท่วมให้กำลังใจผู้ประสบภัย จังหวัดน่าน

0
SPIRIT 4x4 1

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เดินทางไปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม มอบสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่ โรงเรียนสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และประชาชนบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

SPIRIT 4x4  2

SPIRIT 4x4  3

SPIRIT 4x4 5

ซูซูกิ ชูจุดขายความคุ้มค่า เดินหน้าพัฒนาคุณภาพงานบริการ จัดแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION รักษามาตรฐานคุณภาพงานบริการสู่ความเป็นเลิศระดับสากล เตรียมความพร้อมก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 “SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025” เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรด้านบริการหลังการขายทั่วประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสูงสุด โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

ซูซูกิ 2

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ซูซูกิยังคงยึดมั่นต่อการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 (SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการบ่มเพาะทักษะฝีมือช่างเทคนิคและที่ปรึกษางานบริการ เพื่อสร้างมาตรฐานบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้ามอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เพราะเราห่วงใยลูกค้าในทุกช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังการขาย ซึ่งแนวคิดนี้จะสะท้อนอยู่ในทุกกิจกรรมที่เราทำ รวมถึงการแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025 ในวันนี้เช่นกัน”

ซูซูกิ 3

 

การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดพนักงานบริการหลังการขายที่มีความเป็นเลิศ 2 ประเภท คือ ช่างเทคนิค และที่ปรึกษางานบริการ โดยเป้าหมายของการแข่งขันไม่เพียงแค่การรักษามาตรฐานงานบริการให้มีความเท่าเทียมกันในทุกศูนย์บริการทั่วประเทศ แต่ยังต้องการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยทักษะบริการตามมาตรฐานสากล

ซูซูกิ 4

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการในครั้งนี้ มีหลักคิดสำคัญคือ “Learning by Doing” หรือ การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ โดยมุ่งเน้นการทดสอบภาคปฏิบัติให้ช่างจดจำกระบวนการแก้ปัญหาได้แม่นยำ ซึ่งโจทย์ที่ใช้ในการแข่งขันเป็นการคัดสรรมาจากปัญหาจริงที่เกิดขึ้นจากศูนย์บริการ สิ่งสำคัญคือ การแข่งขันนี้ไม่เพียงยกระดับคุณภาพงานบริการให้เป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทั่วทั้งเครือข่ายบริการ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) และศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปิดตัวของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อีกด้วย”

ซูซูกิ 5

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 (SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025) ได้ทำการจัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากศูนย์บริการผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ และได้ผู้แข่งขันเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 16 ท่านจากศูนย์บริการ 8 แห่ง เพื่อมาแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ชนะเลิศในการแข่งขันแต่ละประเภท มีดังนี้

ซูซูกิ 6

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภททีมรวมยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 400 คะแนน

บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) จังหวัดนครราชสีมา

บริหารงานโดย คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา

ซูซูกิ 7

ผลคะแนนรวม 339 คะแนน

ประเภทที่แข่งขันชื่อผู้เข้าแข่งขันผลคะแนน
ช่างเทคนิคคุณไพรัช อรไทวรรณ161
ที่ปรึกษางานบริการคุณณัฐพล​ ญาณวุฒิวงศ์178

 

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภทช่างเทคนิคยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 200 คะแนน

อันดับที่ชื่อบริษัทผู้จำหน่ายชื่อผู้เข้าแข่งขันผลคะแนน
1บริษัท นวซูซูกิ ปทุมธานี จำกัดคุณนพพล จำรัสศรี169
2บริษัท มาพรพาณิชย์ จำกัดคุณอนาวิล สุดใจดี166
3บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัดคุณไพรัช อรไทวรรณ161

 

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภทที่ปรึกษางานบริการยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 200 คะแนน

อันดับที่ชื่อบริษัทผู้จำหน่ายชื่อผู้เข้าแข่งขันผลคะแนน
1บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัดคุณณัฐพล​ ญาณวุฒิวงศ์178
2บริษัท สุพรรณยนตการ เทรดดิ้ง จำกัดคุณสุวลัย จันทร์พราว166
3บริษัท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัดคุณลักษณ์นารา แซ่ลิ่ม153

 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เราเชื่อว่าการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการบริการลูกค้า ภายใต้แนวคิด “By Your Side” คืออยู่เคียงข้างลูกค้าเสมอ โดยเน้นให้บริการด้วยความใส่ใจและเข้าถึงความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง จุดเด่นของเราคือความรวดเร็ว สะดวกสบาย และความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบแนวคิด “Profit Square for Service Activity” ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • Workforce / Skill (การยกระดับความสามารถและทักษะของบุคลากร)

ซูซูกิ 8

“ซูซูกิให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับความสามารถและทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการ ผ่านการฝึกอบรมที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ โดยช่างเทคนิคจะได้รับการรับรองตามมาตรฐานของซูซูกิทั่วโลกใน 3 ระดับ คือ Bronze, Silver และ Gold ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและคุณภาพงานบริการที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ การจัดแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการตอกย้ำและยกระดับความมุ่งมั่นนี้”

  • Work Efficiency (การปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย)

ซูซูกิ 9

“เรามุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัย อาทิ แอปพลิเคชัน “Hello Suzuki” ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการได้ง่าย เชื่อมต่อข้อมูลรถยนต์กับศูนย์บริการ อำนวยความสะดวกในการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ และการติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ เรายัง เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) และศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ทั่วประเทศ รวมถึงแผนงานที่จะเพิ่มศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการแล้วจำนวน 44 แห่ง พร้อมสนับสนุนให้ผู้จำหน่ายขยาย “Mobile Service” หรือบริการดูแลรถยนต์นอกสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการดูแลรถยนต์โดยไม่ต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการ”

  • Service Promotion Activity (การจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริการที่มอบคุณค่าเพิ่มให้ลูกค้า)

“ซูซูกิยังนำเสนอโปรแกรมและแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจและมอบความสบายใจให้กับลูกค้า อาทิ โปรแกรม “Worry Free” สำหรับรถยนต์ SUZUKI SWIFT ซึ่งมอบบริการดูแลรักษารถยนต์แบบครบวงจร การบำรุงรักษาฟรีตามระยะเวลา และการรับประกันที่ครอบคลุมระยะยาว นอกจากนี้ยังได้ ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพงานซ่อมเป็น 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับอะไหล่แท้ที่ติดตั้งโดยศูนย์บริการซูซูกิและงานซ่อมที่ดำเนินการโดยศูนย์บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการใช้งานรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น”

ซูซูกิ 10

ทั้งหมดนี้ คือนโยบายที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ซึ่งเราสัญญาว่า เราจะส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนามาตรฐานบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์ซูซูกิให้เป็นเพื่อนคู่ใจในทุกการเดินทาง

 

 

“เอ็มจี” ผงาดยอดขายโตขึ้น 28% ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมร่วมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน กับงาน “Yuyuan Lantern Festival 2025” ภายใต้แนวคิดแห่งความร่วมมือ “Global Experiential Destination” ถ่ายทอดมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของสองประเทศผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จับต้องได้ พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นสำคัญเพื่อแสดงศักยภาพจีนสมัยใหม่ ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และอนาคตของยานยนต์อย่างกลมกลืน พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งสวนตลาดด้วยยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

MG 3

เอ็มจี นับเป็นแบรนด์รถยนต์จากจีนแบรนด์แรกที่เข้ามาวางรากฐานในประเทศไทย โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 138 ใน Fortune Global 500 ปี 2025 ด้วยรายได้รวมมากกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 และติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2025 SAIC MOTOR CORPORATION มียอดขายรถยนต์แบบขายส่งเพิ่มขึ้น 12.4% และยอดส่งมอบถึงลูกค้าอยู่ที่ 2.21 ล้านคัน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย กับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 2 ด้วยแผนงานระยะยาวและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โรงงานผลิตรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงพร้อมเดินหน้าเพิ่มความคล่องตัว เร่งพัฒนารถ รุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น และล่าสุดกับ โรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก รวมถึงยังมีคลังอะไหล่ โชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมแทบทุกจังหวัด และยังมีแผนขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

MG 3

จากก้าวแรกในไทยสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านยนตรกรรม
ตลอดระยะเวลาเกินกว่าทศวรรษ รถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ปรากฏบนท้องถนนเมืองไทยมากกว่า 2 แสนคัน ไม่เพียงแค่เติบโตด้วยยอดขายที่มั่นคง หรือการขยายเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ ที่สร้างผลงานสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตแห่งพลังงานทางเลือก อย่างแท้จริง ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าท้าทาย มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ เอ็มจี ได้พัฒนายานยนต์อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมากกว่าแค่ “รถ” แต่คือตัวแทนของเทคโนโลยี ดีไซน์ และ วิถีชีวิตแห่งอนาคตไว้ในทุกรุ่นอย่างแท้จริง เอ็มจี จึงเดินหน้าพัฒนาอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สู่เป้าหมายในการสร้าง MG EV ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม

MG 4

เอ็มจี สู่บทบาทที่ภาคภูมิใจ ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่”
การปรากฏตัวของ เอ็มจี ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการประกาศพลังของแบรนด์ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่” ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดินที่เติบโตเคียงข้างกันด้วย คุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายในงานนี้ เอ็มจี ยังนำทัพ ยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด เริ่มจาก NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เสริมทัพด้วย e-SUV ระดับพรีเมียมอย่าง NEW MG IM6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าซึ่งเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นและเทคโนโลยีอัจฉริยะตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล และ NEW MG S5 EV รถอีวีมหาชนรุ่นล่าสุด ที่มอบทั้งระยะทางการขับขี่ที่ไกล ดีไซน์ที่โดดเด่น ภายในกว้างขวาง และเทคโนโลยีครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” ทั้งหมดนี้ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสจริง เพื่อพิสูจน์ว่า เอ็มจี ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือผู้นำด้านนวัตกรรมที่เข้าใจผู้คน และมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่ทุกคนเข้าถึงได้

MG 5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของ เอ็มจี ในประเทศไทย คือบทพิสูจน์ว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับนโยบาย แต่แสดงออกอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์และเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเข้าร่วมงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการประกาศบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะตัวแทนของนวัตกรรมจีนยุคใหม่ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดิน ที่ร่วมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของ เอ็มจี ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของแบรนด์ ด้วยยอดขายรวมกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าวมาจากโมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG S5 EV, NEW MG IM6, ALL NEW MG3 HYBRID+ และ MG5 PRO ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง และสำหรับ ครึ่งปีหลังนี้ เอ็มจี ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภคคนไทยต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งมิตรภาพไทย–จีน และชมยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์จาก เอ็มจี ได้ที่ งาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง 1 – 6 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซน River Park ชั้น G

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ผนึกกำลังผู้จำหน่ายฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน ใน 3 จังหวัด น่าน แพร่ และสุโขทัย ส่งมอบข้าวกล่องและส่งถุงยังชีพ รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ค่าแรง 15% สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่

0
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 1

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์และตัวแทนผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ เดินหน้าส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 3 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ น่าน แพร่ และสุโขทัย โดยได้มอบอาหารกล่องจำนวน 5,000 กล่อง ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ เทศบาลจังหวัดน่าน พร้อมเตรียมส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง ในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น รวมมูลค่างบประมาณความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 800,000 บาท

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 2

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังขอมอบสิทธิ์สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* และส่วนลดค่าแรง 15%* โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ฯ ได้แก่
•จังหวัดน่าน: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท น่าน ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
•จังหวัดแพร่: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท แพร่มิตรประสาน ฮอนด้าคาร์ส จำกัด
•จังหวัดสุโขทัย: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท สุโขทัย ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 3

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ขอส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ทุกท่าน สามารถผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้และกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการเติบโตและเคียงข้างกับสังคมไทย ในฐานะองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป