Home Blog Page 460

วอลโว่ คว้า 2 รางวัลสุดยอดยนตกรรมในงาน Car of the Year Awards 2020

0

วอลโว่ คว้า 2 รางวัล ฉลองไตรมาสแรก โดย The All-New Volvo V60 2.0 T8 Inscription AWD ได้รับรางวัล Best Hybrid Mid-Size Estate Under 2,000 c.c. และ Volvo XC60 2.0 T8 R-Design AWD ครองตำแหน่ง Best Hybrid SUV UNDER 2,000 c.c. จากงานประกาศผลรางวัล Car of the Year Awards 2020 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี โดย มร. ฌอง-ดาวิด อาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทวอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนขึ้นรับรางวัลภายในงาน

 

รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้เป็นเครื่องการันตีถึงความมุ่งมั่นของวอลโว่ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก และช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางอันน่ารื่นรมย์ ปลอดภัย และสะดวกสบายบนยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มร. ฌอง ดาวิด อาเรล กล่าวว่า  The All-New Volvo V60 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนวอลโว่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสานฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงและนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำได้อย่างกลมกลืน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เต็มเปี่ยมจากขุมพลังเครื่องยนต์ T8 Twin Engine Plug-in Hybrid และให้กำลังเครื่องยนต์ 407 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.6 วินาที ทลายกรอบของรถสปอร์ตพรีเมียมเอสเตตคาร์ โดยมาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำมากมาย อาทิ หลังคาแบบ Panoramic Sunroof รุ่นใหม่ เพื่อให้คุณและครอบครัวไม่พลาดทัศนียภาพอันสวยงามในระหว่างการเดินทาง รวมถึงการเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระที่ขยายได้มากถึง 1,441 ลิตร

 

สำหรับรถยนต์รุ่น Volvo XC60 รถเอสยูวีขนาดกลางที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแฟนวอลโว่ สุดยอดไฮเทคและการออกแบบมาเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินกับการเดินทางไม่ว่าจะขับขี่บนสภาพถนนทั่วไปหรือพบเจอกับสถานการณ์รูปแบบใดก็ตาม ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ T8 Twin Engine Plug-in Hybrid ขุมพลังสุดยอด มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการขับขี่และอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist) ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชั่นหยุดและออกตัวรถอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ฟังก์ชั่นเปิดปิดประตูแบบไม่ต้องใช้กุญแจ (Keyless Entry) และระบบเปิดประตูกระโปรงท้ายของรถแบบไม่ต้องใช้มือ (Power-operated Hand-free Tailgate Opening & Closing) ตลอดจนจอแสดงผลแบบทัชสกรีนสุดล้ำขนาด 9 นิ้ว และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทางและอีกมากมาย

 

โดยวอลโว่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยระบบส่งกำลังแบบใหม่และอุปกรณ์ไฮเทคที่ล้ำสมัยที่สุด ร่วมกับการทำงานกับบรรดาพันธมิตรผู้ค้าปลีก เพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ความปลอดภัย โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมุ่งสู่แนวทางที่ยั่งยืนแก่ลูกค้าของเรา”

มาสด้า ออกมาตรการให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน ลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตอบสนองนโยบายภาครัฐ

0

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งในปัจจุบันยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ ล่าสุด ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีประกาศสั่งปิดศูนย์การค้าและสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว เพื่อลดการระบาดและป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งถือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง และได้จำกัดการรวมตัวของบุคคลหรือการชุมนุมของประชาชน เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายในวงกว้าง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรค COVID-19 และเพื่อความปลอดภัยในสุขภาพของพนักงาน บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้มีการตอบสนองและให้ความร่วมมือกับนโยบายจากภาครัฐดังกล่าว โดยประกาศให้พนักงานทุกคนปฏิบัติงานที่บ้านหรือที่พักอาศัย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยไม่จำเป็น และงดเดินทางไปต่างจังหวัดในทุกกรณี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 12 เมษายน 2563 หรือจนกว่าจะมีประกาศแจ้งเพิ่มเติมอีกครั้ง

ในส่วนของมาตรการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเพื่อให้เกิดความอุ่นใจตลอดการเดินทาง และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยโชว์รูมมาสด้าทุกแห่งทั่วประเทศจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งฝ่ายขายและบริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ทั้งนี้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลผ่านช่องทาง มาสด้าสปีดไลน์ 0-2030-5666 โดยเปิดให้บริการ วันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08:00 – 18:00 น. หรือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือ Mazda Roadside Assistance หมายเลข 0-2305-8445 หรือ 1-800-333-000 โทรฟรีจากโทรศัพท์บ้านพื้นฐาน หรือ 1-401-333-000 จากโทรศัพท์เคลื่อนที่

“บีอาร์จี กรุ๊ป” จัดงาน “BRG Display & Used Car Sales” มหกรรมรถนำเข้าคุณภาพสูงกว่า 40 คัน กระหน่ำลดราคาสูงสุด 2 ล้านบาท

0

“บีอาร์จี กรุ๊ป” จัดมหกรรมรถนำเข้าคุณภาพสูงกว่า 40 คัน งาน “BRG Display & Used Car Sales” พบรถ Highlight คุณภาพเยี่ยม ในราคาสุดพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 2 ล้านบาท เริ่ม 25 มีนาคม – 6 เมษายน ที่ BRG ศรีนครินทร์

“บีอาร์จีกรุ๊ป” มีนโยบายในการจัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์นำเข้าระดับพรีเมี่ยมสำหรับโชว์ (Display Cars), และรถยนต์ใช้งานแล้ว ( BRG A+ Used Cars) โดยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุน “บีอาร์จี กรุ๊ป” ส่งผลทำให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคคนไทยที่ชื่นชอบ และต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพ ในราคาคุ้มค่าสูงสุด

ดังนั้น ทาง บีอาร์จี กรุ๊ป” จึงได้จัดงาน “BRG Display & Used Car Sales” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม อาทิ Porsche 911 Carrera S ราคาถูกกว่าห้างถึง 2 ล้าน แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 , Cayenne E Hybrid 2020 ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้าน , Porsche Cayenne Coupe 2020 ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้าน , รวมไปถึง Macan S Diesel และ 718 Cayman ซึ่งรถในตระกูล Porsche ทุกรุ่น ทางบีอาร์จี มีพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันที โดยไม่ต้อรอ

และอีกหนึ่งไฮไลท์ MPV ยอดนิยมอย่าง Alphard จัดหนักโปรโมชั่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.85 ล้าน พร้อมเงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่มีในตอนนี้ Volkswagen T6 และ Benz Vito 119 พร้อมตกแต่งแบบ Super VIP ที่หรูที่สุดในรูปแบบของรถผู้บริหาร ที่มีพร้อมเสิร์ฟให้ทุกท่านตามความต้องการ และรถสุดหรูในรุ่นอื่นๆอีกมากมาย ให้ได้เลือกกันอย่างจุใจ ทั้ง Ford Mustang , Land Rover Evoque, Land Rover Discovery Sport, Jaguar XE R-Sport, Lexus RX และ Benz Sprinter

ในส่วนของ BRG A+ เป็นรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพเสมือนรถใหม่ และมีระยะทางในการใช้งานน้อย โดยผ่านการคัดกรองและการดูแลจากทาง บีอาร์จี กรุ๊ป เพื่อคัดสรรรถใช้แล้วที่มีคุณภาพและสภาพดีที่สุดในท้องตลาด จำนวนกว่า 20 คัน

สามารถเข้าชมและเลือกซื้อรถยนต์ในเครือ “บีอาร์จี กรุ๊ป” ได้ภายในงาน “BRG Display & Used Car Sales” ณ โชว์รูมบีอาร์จี กรุ๊ป สาขาศรีนครินทร์ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข Hotline : 085-1237111, Facebook/brgthailand หรือ Line ID: @brggroup(มี@ข้างหน้า)

ฟอร์ด สร้างปรากฏการณ์ Ford Motor Show Live ครั้งแรกกับการจัดมหกรรมขายรถฟอร์ดออนไลน์ทั่วประเทศ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ปลุกกระแสสร้างปรากฏการณ์ Ford Motor Show Live ครั้งแรกของฟอร์ด กับการจัดมหกรรมขายรถฟอร์ดออนไลน์ทั่วประเทศ จัดเต็มรถยนต์ทุกรุ่นให้ลูกค้าสามารถเลือกช้อปได้อย่างจุใจ พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจที่พลาดไม่ได้ ในวันที่ 28– 29 มีนาคมนี้ โดยลูกค้าสามารถรับชมกิจกรรมถ่ายทอดสดจากโชว์รูมผ่านช่องทาง YouTube Ford Thailand และ Facebook Ford Thailand ได้ตลอดทั้งวัน

ในแคมเปญ Ford Motor Show Live ลูกค้าสามารถลุ้นรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท รวม 70 รางวัล รวมมูลค่า 7,000,000 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดเพิ่มเติมจากแคมเปญส่งเสริมการขายปกติ ในการซื้อรถฟอร์ดรุ่นใดก็ได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ลูกค้าลงทะเบียนรับสิทธิ์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ฟอร์ด ประเทศไทย http://www.ford.co.th/autoshow เพื่อลุ้นรับส่วนลด 100,000 บาท รวม 20 รางวัล สำหรับซื้อรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ได้ตั้งแต่ 23– 29 มีนาคม 2563
  • ลูกค้าที่จองรถในแคมเปญนี้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศในวันที่ 28-29 มีนาคม 2563 สามารถลุ้นรับส่วนลด 100,000 บาท รวม 50 รางวัล
  • ทั้งนี้ ลูกค้าที่จองรถ 1 คัน จะได้รับ 1 สิทธิ์ และต้องออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2563 เท่านั้น

“ฟอร์ด เป็นผู้นำในการทำตลาดดิจิตอล เราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจึงได้จับมือกับผู้จำหน่ายฟอร์ด ทั่วประเทศ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในการเข้าถึงรถยนต์ฟอร์ด พร้อมข้อมูลรถรุ่นต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทั้งยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษในมหกรรม Ford Motor Show Live ตอบโจทย์ในการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถซื้อรถได้ง่ายๆ ผ่านหน้าจอออนไลน์แบบเรียลไทม์ พร้อมจัดให้มีการสร้างสีสันจากศิลปินดารา และมีกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์รวมถึงลูกค้าครอบครัวฟอร์ด ที่จะมาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้รถ ผ่านการไลฟ์ถ่ายทอดสดจากโชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

โดยในแคมเปญ Ford Motor Show Live ฟอร์ดได้จัดเต็มรถยนต์ทุกรุ่นให้ลูกค้าสามารถเลือกช้อปได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะ “เกิดมาแกร่ง” ซึ่งมีให้เลือกถึง 28 รุ่น ตอบโจทย์ ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ อีกขั้นของความแกร่งที่ปฏิวัติและสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการรถกระบะ ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ สุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ ซึ่งรับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลอดภัย และชาญฉลาดที่สุดในเซ็กเมนต์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น พร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด โดยฟอร์ดพร้อมมอบพบกับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมาย ภายในงาน Ford Motor Show Live ดังนี้

 

ฟอร์ด เรนเจอร์:

  • Standard Cab 4×4: ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 583,000 บาท จากราคาปกติ 639,000 บาท หรือ ผ่อนเพียง 6,499 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Standard Cab: รับส่วนลด 20,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Open Cab XL: รับส่วนลด 68,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Open Cab XL+: ดาวน์เพียง 9,999 บาท หรือ ผ่อนเพียง 6,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Double Cab XL+: ผ่อนเพียง 7,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Open Cab และ Double Cab XLT: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • FX4: ราคาพิเศษ 899,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Limited: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 59% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัย Ford Ensure และ ฟรีโปรแกรม ‘ฟอร์ด บียอนด์ พร้อมดูแลคุณตลอด 5 ปี’
  • Wildtrak: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และฟรีโปรแกรม ‘ฟอร์ด บียอนด์ พร้อมดูแลคุณตลอด 5 ปี’
  • Raptor: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และฟรีโปรแกรม ‘ฟอร์ด บียอนด์ พร้อมดูแลคุณตลอด 5 ปี’

ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์:

  • Trend, Titanium, Titanium Sport และ Titanium +: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

 

การจับรางวัลส่วนลด 100,000 บาท 20 รางวัล สำหรับลูกค้าลงทะเบียนรับสิทธิ์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ฟอร์ด ประเทศไทย ในแคมเปญ Ford Motor Show Live จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 14.00 น.และ 18.00 น. และในวันที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 14.00 น.และ 18.00 น. ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด ทีเอส ออโต้เซลส์ บางบัวทอง โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง YouTube Ford Thailand และ Facebook Ford Thailand และบริษัทฯ จะประกาศผลผ่านทาง Facebook Ford Thailand www.facebook.com/FordThailand ในวันที่ 28 มีนาคม 2563 และ 29 มีนาคม 2563 เวลา 20:00 น. ในส่วนของการจับรางวัลส่วนลด 100,000 บาท 50 รางวัล สำหรับลูกค้าที่จองรถในแคมเปญนี้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศในวันที่ 28-29 มีนาคม 2563 จะจับรางวัลในวันที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 14.00 น. ณ บริษัท ลัคกี้วัน กรุ๊ป จํากัด และจะประกาศผลวันที่ 10 เมษายน 2563  ผ่านทาง Facebook Ford Thailand www.facebook.com/FordThailand เวลา 20:00 น. ทั้งนี้  ลูกค้าที่จองรถ 1 คัน จะได้รับ 1 สิทธิ์ และต้องออกรถดังกล่าว ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563 เท่านั้น

 

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.ford.co.th/autoshow และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1383

นิสสัน เผยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

0

ประชากรกว่า 4 พันล้านคนในภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย หรือร้อยละ 92 ของประชากรทั้งหมดในเอเชีย แปซิฟิก กำลังเผชิญกับมลพิษอากาศในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก และจากฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์ด้านคุณภาพอากาศที่ใหญ่ซึ่งสุดในโลกที่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติจัดทำขึ้นได้ตอกย้ำว่า อาณาบริเวณส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้มีคุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมลพิษอากาศถือเป็นสาเหตุนำในอันดับที่ห้า เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่นำมาซึ่งการเสียชีวิตของประชากรโลก และปัจจัยนี้ยังนำมาสู่การเสียชีวิตถึงร้อยละ 9 ของประชากรโลก

นิสสัน ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตและจำหน่าย ได้เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ถึงผลกระทบของรถยนต์รุ่นนี้ทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2553  เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติตามพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และพบข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่แสดงให้เห็นว่าการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหามลภาวะในอากาศได้ ดังนี้

1. รถยนต์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งคัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.6 เมตริกตันในแต่ละปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้เพิ่ม 209 ต้น

2. ปัจจุบัน ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ กว่า 460,000 คันทั่วโลกได้ช่วย

    • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่า 2.1 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเทียบได้กับจำนวนต้นไม้กว่า 81 ล้านต้นในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละปี
    • สร้างการเดินทางที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์กว่า 13,000 ล้านกิโลเมตร จากผู้ขับขี่รถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเทียบได้กับการเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ได้กว่า 33,800 รอบ

จากความจำเป็นที่เราต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่าร้อยละ 55 ภายในปี 2573 เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกร้อน ปี 2563 นี้จะเป็นปีที่ผู้บริโภคต้องรีบตัดสินใจเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบทางตรงต่อมลพิษทางอากาศ

“ETON SUMMER SAVE” รับส่วนลดสูงสุดกว่าล้านบาท พร้อมอบโอโซนฆ่าเชื้อไวรัสทุกคันก่อนส่งมอบ

0

ETON Group ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร พร้อมศูนย์บริการผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างได้มาตรฐาน บริหารงานโดยนายพีรศุษม์  ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ  และ นางอัจฉรีย์  ตันติยันกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ดำเนินงานมากว่า 26 ปี จัดแคมเปญ “ETON SUMMER SAVE” ให้ลูกค้ารับส่วนลด รวมถึงพร้อมของแถมชุดใหญ่อย่างมากมาย หมดเขต 5 เมษายน นี้

อีตั้น กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษETON SUMMER SAVE ให้แก่ลูกค้าคุ้มค่าทั้งราคา ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพียงโทรเข้ามาสอบถามรถที่เข้าร่วมแคมเปญรับส่วนลดสูงสุดกว่าล้านบาท ทุกรุ่น ทุกขนาด ตกลงราคาได้ตามลูกค้าพอใจ โดยรถที่เข้าร่วมในแคมเปญนั้นมีให้ท่านเลือกมากมายมายหลากหลายรุ่น หลายประเภทแล้วแต่การใช้งานไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เอ็มพีวีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือ รถเอสยูวี เช่น

  • Vellfire ZG Exclusive Lounge Display Car
    จากราคาปกติ 80 ล้าน เหลือเพียง 2.89 ล้าน  เบาะวีไอพี  พร้อมเครื่องเสียงเต็มระบบ
  • Nissan Serena
    คันสุดท้าย จากราคาปกติ 2.49 ล้าน เหลือเพียง 1.99 ล้าน แถมฟรี Maintenance 2 ปี  หรือ 40,000 กม.
  • Harrier Ash Style Display Car จากราคาปกติ 15 ล้าน เหลือเพียง 2.29 ล้าน
    พร้อมชุดแต่ง Rojam แท้จากประเทศญี่ปุ่น  รับฟรี เครื่องเสียงเต็มระบบ
  • Vellfire Hybrid VL จากราคาปกติ 4.06 ล้าน เหลือเพียง 3.39 ล้าน

แถมฟรี Maintenance 2 ปี  40,000 กม./ รับประกันระบบ Hybrid 5 ปี  หรือ 100,000 กม.

  • Vellfire Hybrid ZRG จากราคาปกติ 4.16 ล้าน เหลือเพียง 3.45 ล้าน

แถมฟรี Maintenance 2 ปี  40,000 กม./ รับประกันระบบ Hybrid 5 ปี  หรือ 100,000 กม.

  • Harrier 2.0 Turbo Premium จากราคาปกติ 3.45 ล้าน เหลือเพียง 2.85 ล้าน แถมฟรีเครื่องเสียงเต็มระบบ พร้อมรับ Maintenance 2 ปี 40,000 กม.
  • Nissan Serena Highway Star ฟรี เครื่องเสียงเต็มระบบพร้อมรับ Maintenance 2 ปี หรือ 40,000 กม.
  • Vellfire Hybrid X จากราคาปกติ 35 ล้าน เหลือเพียง 2.89 ล้าน แถมฟรี Maintenance 2 ปี หรือ 40,000 กม. รับประกันระบบ Hybrid 5 ปี หรือ 100,000 กม. เป็นต้น

แคมเปญ “ETON SUMMER SAVE” นั้นไม่ใช่เพียงเป็นการโปรโมชั่นเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ในช่วงสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยความห่วงใยรถทุกคันที่ซื้อจากอีตั้น กรุ๊ป จะได้ผ่านการอบโอโซนฆ่าเชื้อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำลายและยับยั้งเชื้อโรค เพราะ อีตั้น กรุ๊ป เราเห็นเรื่องสุขภาพของคุณเป็นเรื่องสำคัญพร้อมตรวจเช็คฟรีสภาพรถยนต์ ฟรี 24 รายการให้คุณมั่นใจอีกขั้น  และเพื่อความสบายใจท่านอยู่ที่บ้านก็สามารถซื้อรถได้ เพียงท่านคลิกเข้ามาที่เพจของ อีตั้น กรุ๊ป รวมไปถึงสื่อโซเชียลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น  Line:@etongroup / www.ETON-import.com / IG:etongroup

ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดของแคมเปญรายละเอียดของรถรุ่นต่างๆ เพื่อพิจารณา โดยมีเจ้าหน้าที่พร้อมตอบคำถามและติดตามดูแล ให้แนะนำท่านได้อย่างทันทีไม่ต้องเสียเวลา โดยแคมเปญนี้จะหมดเขตวันที่ 5 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น

อีตั้น กรุ๊ป ทั้ง พร้อมให้บริการ 4 สาขาทั่วประเทศ  สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์ / สาขารัชดา / สาขาเชียงใหม่ และ สาขาขอนแก่น โทร. 0-2789-9998

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งแคมเปญพิเศษสำหรับ “E-Class” ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน ถึง 30 เมษายนนี้

0

ใครที่กำลังมองหายนตรกรรมที่รวมทั้งความทันสมัยและความสปอร์ตเร้าใจไว้ด้วยกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมจัดเต็มแคมเปญข้อเสนอพิเศษ “ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน” สำหรับรถยนต์รุ่น E-Class รวม 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นขุมพลังดีเซล 194 แรงม้าอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 220 d Sport รวมถึงกลุ่ม EQ Power 320 แรงม้าที่มาพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริดถึง 3 รุ่น ได้แก่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e Avantgarde, เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e Exclusive  และเมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e AMG Dynamicโดยทุกรุ่นมาพร้อมดีไซน์ภายนอก ที่ดูสง่างามในทุกรายละเอียด พร้อมห้องโดยสารที่มอบทั้งความหรูหราและความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งรวมถึงทางเลือกของสีและวัสดุที่ช่วยเติมเต็มความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-class ทั้ง 4 รุ่นวางจำหน่ายในราคา ดังนี้:

  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 220 d Sport ราคา 3,399,000 บาท
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e Exclusive ราคา 3,440,000 บาท
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

 

ผู้สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแคมเปญพิเศษนี้มีให้คุณจับจอง E-Class ทั้ง 4 รุ่นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายนนี้

พีทีที สเตชั่น ร่วมสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงมูลค่า 3 ล้านบาท ให้กับโครงการ “ONE MAN & THE SEA”

0

นางพรรณวดี พุฒยางกูร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มอบน้ำมันเชื้อเพลิง อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 (UltraForce Diesel B10) มูลค่า 3,000,0000 บาท ให้ นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หรือ โตโน่ สำหรับใช้ในโครงการ ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเรือยนต์ และยานพาหนะของทีมงานตลอดเส้นทางกิจกรรม

น้ำมัน อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 เป็นนวัตกรรมน้ำมันดีเซลสูตรใหม่ ที่มีทั้งความแรง ด้วยสารเติมแต่งสูตรพิเศษ เพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ และสารทำความสะอาดหัวฉีด ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ไม่ส่งผลกระทบกับเครื่องยนต์ มีคุณภาพและความบริสุทธิ์สูงได้รับการรับรองจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) ช่วยลดควันดำได้ 42% และลดการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ 3.5% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลธรรมดา(บี 7) อีกทั้งยังคุ้มค่าเพราะมีราคาถูกกว่าดีเซลธรรมดาถึง 3 บาท/ลิตร และยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับโครงการ ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย มีจุดประสงค์ในการปลุกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้คนไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างขยะ และรักษาระบบนิเวศทางทะเล โดยโตโน่ จะว่ายน้ำตัวเปล่า ข้าม 12 เกาะ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณท่าเรือดอนสัก ไปสิ้นสุดจุดหมายปลายทางที่ อำเภอเกาะสมุย บริเวณฐานทัพเรือ รวมระยะทาง 82 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 และตั้งเป้าสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2563 นอกจากนี้ยังได้ชวนเหล่าศิลปินดารา มาร่วมเก็บขยะในชุมชนและริมชายหาดไปพร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่น่าอยู่

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ เผยโฉมพร้อมแนวคิด “อีกขั้นกับ SUV ที่เป็นคุณ”

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เผยโฉม Mitsubishi Xpander Cross ใหม่ เสริมทัพรถครอสโอเวอร์ยอดนิยม มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในประเทศไทยที่มาพร้อมแนวคิด “อีกขั้นกับ SUV ที่เป็นคุณ” โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แข็งแกร่งโฉบเฉี่ยว เหนือระดับสไตล์รถเอสยูวีในเมืองใหญ่ ครบครันด้วยความอเนกประสงค์และการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเหนือชั้น มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมเพื่อผู้โดยสารทุกคน พิเศษสำหรับช่วงแนะนำด้วยราคาจำหน่าย 899,000 บาท จนถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ คืออีกหนึ่งตัวอย่างของยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการพัฒนารถอเนกประสงค์ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก มุ่งตอบสนองความต้องการและรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ปรับเปลี่ยนยกระดับไปอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จใหม่ ๆ ในชีวิตของลูกค้าเหล่านี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ คือรถยนต์รุ่นที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และจะยกระดับความสำเร็จของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในประเทศไทยและตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมต่อยอดการเติบโตด้านยอดจำหน่ายอย่างแข็งแกร่งให้กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เปิดตัวในประเทศไทยด้วยการบุกเบิกเซ็กเมนท์ครอสโอเวอร์ใหม่เมื่อปี 2561 และได้เสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังช่วยสนับสนุนยอดจำหน่ายโดยรวมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ประสบความสำเร็จด้วยยอดจำหน่าย 16,196 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18 ของยอดจำหน่ายทั้งหมดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ด้วยความสำเร็จดังกล่าว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ จึงได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถสานต่อความแข็งแกร่งด้านยอดจำหน่ายให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องด้วยคุณสมบัติของตัวรถที่ครบครันยิ่งขึ้น

 

 

ดีไซน์แกร่งเหนือระดับเพื่อไลฟ์สไตล์ทันสมัย 

Mitsubishi Xpander Cross ใหม่ สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยรูปลักษณ์ที่มีความแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ DYNAMIC SHIELD เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เปี่ยมด้วยความทันสมัยและโดดเด่นด้วยเส้นสายเลขาคณิตบนกันชนหน้าและกระจังหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่พร้อมไฟตัดหมอก LED ขนาดใหญ่ที่ให้ภาพลักษณ์เข้มบึกบึนพร้อมความล้ำสมัย โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยด้านหน้าที่กว้างขึ้น 50 มม. แผงตกแต่งข้างประตูและซุ้มล้อสีดำรับกับล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ฝ่าอุปสรรคได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 225 มม. สูงกว่า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นมาตรฐาน 20 มม. ช่วงล่างปรับแต่งใหม่เพื่อการขับขี่ดียิ่งขึ้นและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

พร้อมติดตั้งราวหลังคาที่เพิ่มความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายตามสไตล์รถอเนกประสงค์เอสยูวี เสริมบุคลิกแกร่งโฉบเฉี่ยวด้วยประตูท้ายดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็ค เสาอากาศครีบฉลาม และกันชนหลังพร้อมแผงกระแทกขนาดใหญ่ขึ้น รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่นี้มาพร้อม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีส้ม SUNRISE ORANGE และ สีเทา GRAPHITE GRAY เพิ่มเติมจาก สีดำ JET BLACK MICA สีเงิน STERLING SILVER และสีขาว QUARTZ WHITE PEARL ซึ่งมีให้เลือกใน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นมาตรฐาน

 

ภายในอเนกประสงค์และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross ใหม่ ยังคงถ่ายทอดแนวคิด ‘โอโมเตะนาชิ’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งเน้นความประณีตพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารมอบผิวสัมผัสนุ่มสบาย พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและสีดำเปียโนแบล็ค
แดชบอร์ดและเบาะนั่งหรูอีกระดับด้วยดีไซน์ทูโทนสีดำและน้ำตาล ขณะที่พวงมาลัย หัวเกียร์และเบรกมือหุ้มหนังช่วยสร้างบรรยากาศและเติมเต็มความพรีเมียมให้กับห้องโดยสาร

ผู้โดยสารทุกที่นั่งได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คน เบาะแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 และเบาะแถวที่ 3 สามารถพับแยกแบบ 50:50 สามารถปรับเบาะทั้ง 2 แถวให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการจัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่

รถอเนกประสงค์ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในเวอร์ชั่นเอสยูวีใหม่นี้ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์แบบแนวราบ (HORIZONTAL AXIS) อันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดเรียงแผงควบคุมทั้งหมดช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์การขับเคลื่อนของตัวรถ พร้อมกับช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้าและมอบความปลอดโปร่งยิ่งขึ้นแก่ห้องโดยสาร

เสียงรบกวนในห้องโดยสารลดลงด้วยการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงพิเศษช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก และมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทางด้วยสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 พร้อมช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ติดตั้งสำหรับผู้โดยสารทุกแถว

รถอเนกประสงค์เอสยูวีรุ่นใหม่นี้ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ มาตรวัดการขับขี่แบบ HIGH CONTRAST พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงปุ่มรับวางสายโทรศัพท์และระบบล็อกความเร็ว กุญแจอัจฉริยะ KOS และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ การเชื่อมต่อบลูทูธ เครื่องเสียง 2DIN รองรับดีวีดี ซีดี และเอ็มพี3 พร้อมจอภาพระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว

 

คุณสมบัติด้านการขับขี่และความปลอดภัย

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของเครื่องยนต์ตระกูล 4A9 โดยมีการปรับปรุงความเงียบในการทำงานและความประหยัดเชื้อเพลิง เครื่องยนต์รุ่นนี้ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด พร้อมกับมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งการเดินทางผ่านการจราจรในเมืองและบนถนนทางไกล

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยทั้งการปกป้องและการป้องกันเพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมุ่งสู่จุดหมายได้อย่างไร้ความกังวล ได้แก่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด

บริการหลังการขายคุณภาพสูงและราคาไม่แพงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในปัจจุบัน และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ให้แก่ลูกค้า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ และลูกค้ารถมิตซูบิชิทุกรุ่น ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้ที่ตอบโจทย์ การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรม การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการเข้าถึงบริการและเครือข่ายได้อย่างสะดวกสบาย

Mitsubishi Xpander Crossใหม่ คืออีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ภายใต้กลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ พัฒนาและสร้างสรรค์ขึ้นยกระดับข้ามข้อจำกัดด้านการออกแบบและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าขับเคลื่อนสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต สัมผัส มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ พิเศษสำหรับช่วงแนะนำด้วยราคาจำหน่าย 899,000 บาท จนถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้

อาวดี้ เผยโฉมสุดยอดพรีเมียมเอสยูวี Q7 ใหม่ และ A6 ใหม่ สเปคเกินคุ้ม พร้อมเปิดราคาสะกดใจ

0

อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัว 2 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ ให้ตลาดรถยนต์หรู เผยโฉม The New Audi Q7 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล พรีเมียมเอสยูวีสุดล้ำดีไซน์ใหม่รอบคัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ หรูหรา กว้างขวางและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ในราคาเริ่มต้น 4.849 ล้านบาท พร้อมเผยโฉมอีกหนึ่งทางเลือก The New A6 รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า   อีกหนึ่งไอคอนของอาวดี้ ที่ขายดีติดชาร์ตของยุโรป ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่เยอรมนีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรุ่น Sedan และ Avant  ฉีกทุกกฎเกณฑ์ความคุ้มค่าและความหรูหรา กว้างกว่า สบายกว่า ในราคาสุดเร้าใจยิ่งกว่า A6 ใหม่ Sedan และ Avant ในราคาเท่ากันเพียง 3.399 ล้านบาท 

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยถึงกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาดเชิงรุก เพื่อให้แบรนด์อาวดี้รุกเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เหนียวแน่น และยืนยาว รวมถึงกระแทกใจลูกค้ารุ่นใหม่ในทันที อยู่ภายใต้คอนเซปต์ “Attractive and Affordable” ที่มุ่งให้ยนตรกรรมทุกรุ่นโดนใจลูกค้าตั้งแต่แรกเห็น พร้อมจัดออฟชั่นตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อให้ทุกการขับขี่ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่า ทั้งความรื่นรมย์ สมรรถนะ ความสะดวกสบาย ที่สำคัญเป็นราคาที่จับต้องได้

“อาวดี้ ประเทศไทย เดินหน้าตามแผนที่ได้ประกาศไว้ โดยมีการเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ที่อยู่ในความสนใจของลูกค้า   นั่นคือ Q7 ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ Q7 45 TDI quattro S line ราคา 5.299 ล้านบาท และ Q7 45 TDI quattro ราคา 4.849 ล้านบาท และยังเปิดตัว The New A6 ที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้มีความสปอร์ต หรูหราและทัน สมัยมากขึ้น ในราคาที่คุ้มค่า โดยในรุ่น Sedan คือ A6 40 TFSI S line ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ราคา 3.399 ล้านบาท และ A6 Avant 40 TFSI S line ในราคาเท่ากันที่ 3.399 ล้านบาท”

The New Audi Q7 พรีเมียมเอสยูวีที่ได้รับความนิยมทั่วโลกและในประเทศไทย ได้รับการยกระดับรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นในเชิงมุมมองของตัวรถ และทางด้านเทคนิคสะท้อนถึงแนวทางการออกแบบใหม่ของรถยนต์ในตระกูล Q ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 249 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่เร้าใจ 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.9 วินาที เท่านั้น และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 225 กม./ชม. และมากไปกว่านั้น คือเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี   คือ สี Glacier White, Floret Silver, Orca Black, Samurai Grey, Daytona Grey และ Navarra Blue

ความโดดเด่นของ Audi Q7 ใหม่ที่เห็นได้ชัด คือ ความหรูหรา สะดวกสบาย ความคล่องตัว ขับสนุก จากมิติตัวถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีพื้นที่ใช้งานในห้องโดยสารมากขึ้น กระจังหน้าแบบชิ้นเดียว รูปทรง 8 เหลี่ยม  อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของอาวดี้  ได้รับการออกแบบให้กว้างมากกว่ารุ่นเดิม ทำให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น และยังทำให้ภาพรวมตัวรถดูมีความกว้างมากขึ้นอีกด้วย ภายในช่องกระจังหน้า 8 เหลี่ยม ติดตั้งซี่โลหะแนวตั้ง 6 ซี่ ช่วยทำให้ดูดุดันมากขึ้น

Audi Q7 ใหม่ มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Adaptive air suspension ที่สามารถปรับเพิ่มระดับความสูงได้สูงสุด 50 มม. ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน และรองรับการขับขี่ในทุกรูปแบบได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี และความปลอดภัยด้วยไฟหน้าแบบ Matrix LED โดยที่ไฟ LED แต่ละดวงจะทำงานเป็นอิสระแยกจากกัน ทำให้สามารถเลือกจุดตกกระทบของแสงได้ตามความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์ ขณะที่ไฟเลี้ยวทั้งหน้าและหลังเป็นแบบไดนามิค ช่วยกระตุ้นการรับรู้ของรถคันอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสาร Audi Q7 ใหม่ สะท้อนถึงแนวทางการออกแบบใหม่ของอาวดี้ (New design language) ที่ผสมผสานทั้งความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีและการใช้งานที่ลงตัว ใช้งานง่าย สะดวกสบาย พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ แสดงผลและควบคุมแบบสัมผัส (MMI Radio plus) โดยจอด้านบน ขนาด 8.8 นิ้ว Full HD ให้ภาพคมชัด ส่วนจอด้านล่างเป็น Full HD เช่นกัน ขนาด 8.6 นิ้ว ขณะที่ฟังก์ชันการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto โดย Apple CarPlay สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย Wireless ผ่าน Bluetooth หรือใช้สาย USB

อีกทั้งยังเพิ่มความหรูหรา และความสุนทรีย์ในห้องโดยสาร ด้วยไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร ซี่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 30 สี เพลิดเพลินและรื่นรมย์ด้วยเครื่องเสียงที่นำเอาสุดยอดของระบบเครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงมารวมกัน รวมถึง BOSE Premium Sound system แบบ 3 มิติ ที่ติดตั้งอยู่ใน Q7 45 TDI quattro S line             

สำหรับ Audi The New  A6 ที่เผยโฉมพร้อมกัน 2 รุ่น คือ  A6 40 TFSI S line และ A6 Avant 40 TFSI S line  นายกฤษณะกร เปิดเผยว่า A6 ใหม่ เป็นอีกรุ่นที่สะท้อนถึงความพยายามของอาวดี้ที่อยากให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงยนตรกรรมที่หรูหรา ทันสมัย ในระดับราคาที่คุ้มค่า มั่นใจว่าจะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม   

The New A6 ติดตั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร 4 สูบ และระบบไมลด์ไฮบริดให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร A6 40 TFSI S line ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 237 กม./ชม.ส่วน A6 Avant 40 TFSI S line อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้  8.1 วินาที และความเร็วสูงสุด 232 กม./ชม.

ความโดดเด่นของ A6 ใหม่ คือ ความหรูหรา ล้ำสมัย สปอร์ต สะดวกสบาย และให้ความคุ้มค่า มาพร้อมชุดแต่ง   S line ทั้งกันชนหน้า กันชนหลัง ช่องดักอากาศที่ผลิตจากอลูมิเนียม สเกิร์ตข้าง อุปกรณ์ควบคุมการไหลเวียนอากาศ (diffuser) ด้านหลัง และปลายท่อไอเสียอลูมิเนียม ไฟหน้าเป็นแบบ Audi Matrix LED เทคโนโลยีที่ช่วยให้การส่องสว่างของไฟหน้ามีความแม่นยำที่สุด และส่องสว่างให้ได้พื้นที่มากที่สุด โดยไม่รบกวนผู้อื่น ขณะที่ไฟเลี้ยวด้านท้ายเป็นแบบไดนามิค ที่การกระพริบของไฟจะไล่จากด้านในสู่ด้านนอก นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องมองหลัง และเซ็นเซอร์ช่วยจอดซึ่งมีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งานยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ A6 ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบาย เอื้อต่อการขับขี่มากที่สุด โดยรูปแบบ virtual cockpit จะเน้นแสดงข้อมูลที่ผู้ขับเป็นผู้เลือก เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการขับขี่ เพราะไม่ต้องละสายตาจากถนน ขณะที่มือก็ไม่ปล่อยจากการควบคุมพวงมาลัยแต่อย่างใด ระบบนำทางรูปแบบใหม่ MMI Navigation ติดตั้งมาให้ใน A6 ตอบสนองการสั่งการด้วยระบบสัมผัสรวดเร็ว ให้คุณภาพภาพที่ชัดเจน มาพร้อมทัชกรีน 2 จอแบบ Full HD จอด้านบนขนาด 10.1 นิ้ว และจอด้านล่างขนาด 8.6 นิ้ว เช่น ฟังก์ชันการทำงานรองรับ Apple CarPlay โดยสามารถเชื่อมต่อกับไอโฟนได้ง่ายๆ ทั้งแบบไร้สาย Wireless ผ่าน Bluetooth หรือใช้สาย USB   เพิ่มความสะดวกในการใช้งานภายในห้องโดยสารยามค่ำคืน ด้วยไฟ LED สีขาว ที่เพิ่มการส่องสว่างอย่างเต็มที่ เบาะนั่งแบบสปอร์ต กระชับลำตัวช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดาย เบาะหรูหราหุ้มหนังแท้ Valcona    ให้ผิวสัมผัสละเอียด ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้ง 2 รุ่น

A6 40 TFSI S line มีสีให้เลือก 5 สี คือ Glacier White, Floret Silver, Mythos Black, Daytona Grey และ  Firmament Blue ส่วน A6 Avant 40 TFSI S line มีให้เลือก 5 สี คือ Glacier White, Mythos Black, Daytona Grey, Firmament Blue และ Tango Red

 

ลูกค้าอาวดี้ที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ชมยนตรกรรมนำเข้าใหม่ของอาวดี้ ได้ที่

  • Audi Centre Thailand 02-765-8888
  • Audi New Petchburi 02-023-4888
  • Audi Pattaya 038-197-888
  • Audi Phuket 076-646-666
  • Audi Service Chiang Mai 052-081-188

* เงื่อนไขพิเศษเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด