Home Blog Page 469

“MOTOR EXPO” แจกจริง ! รถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน

0

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน และจักรยานยนต์ 1 คัน มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานฯ มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” MINI รุ่น COOPER S COUNTRYMAN ENTRY มูลค่า 1,989,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ สงกรานต์ คำขอด จากนนทบุรี

ประพงษ์ ไม้เจริญ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการปฏิบัติงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ALL NEW MG3 HATCHBACK รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ พรทิวา โพธิ์ทอง จากปทุมธานี

สายยศ สุวรรณหงษ์ หัวหน้าควบคุมสื่อองค์กร มอบรางวัลรายการ “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” SUZUKI CELERIO รุ่น GX มูลค่า 430,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ สุภาพร ละเต็บซัน จากกรุงเทพฯ

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น CB 1000R มูลค่า 515,000 บาท ผู้โชคดี ได้แก่ ชนินทร์ โถวสกุล จากสมุทรสาคร

สำหรับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 ติดตามข้อมูล และรายละเอียดได้ที่ motorexpo.co.th

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. สเตฟาน สโลโบดา (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย ร่วมกับ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส จรัญสนิทวงศ์ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. พอล ชาง อิน เชง (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ยกระดับการนำเสนอบริการหลังการขายสู่มาตรฐานระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบในย่านจรัญสนิทวงศ์ เปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยู (BMW Certified Body and Paint Center) ให้บริการด้วยเทคนิคการซ่อมตัวถังและนวัตกรรมระบบพ่นสีที่ทันสมัยถึง 14 ช่องซ่อม พร้อมด้วยห้องพ่นสีจำนวน 1 ห้องและห้องอบสีระบบอินฟราเรดจำนวน 2 ห้อง รวมถึงให้บริการด้วยระบบสีสูตรน้ำตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส จรัญสนิทวงศ์ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยูเป็นรายที่ 13 และนับเป็นศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีแห่งล่าสุดของเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ภายใต้กลุ่มบริษัท ไซม์ ดาร์บี้ มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูมายาวนานถึง 19 ปี ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการ 2 แห่งบนถนนรามอินทราและถนนจรัญสนิทวงศ์ จึงสามารถรองรับการขยายตัวของฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น และพัฒนาการให้บริการอย่างทั่วถึงในกรุงเทพมหานคร ภายใต้ความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริการทั้งด้านความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และคุณภาพระดับสากล เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส จึงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เสริมศักยภาพด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้านประกันภัยชั้นนำ การันตีด้วยรางวัล Aftersales Competition for Excellence Award 2019 และ BMW Customer Champion League Award 2019 จาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

ลูกค้าสามารถจองเวลาเพื่อเข้ารับบริการได้ที่ www.bmw.co.th หรือติดต่อ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส จรัญสนิทวงศ์ ที่ 02-880-0999 โดยลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยูสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสี (BMW Certified Body and Paint Center) จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยได้ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ

ปอร์เช่ จัดแคมเปญตรวจเช็ครถ Porsche Cayenne Service Clinic

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำความไว้วางใจเรื่องการดูแลรถยนต์ปอร์เช่หลังการขายอย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญ Porsche Cayenne Service Clinic เพื่อตรวจเช็คสภาพรถยนต์ Porsche Cayenne E1 รุ่นแรกจนถึงรุ่นปี 2010 อย่างครบครันด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัยและช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี การันตีมาตรฐานความปลอดภัยพร้อมความมั่นใจในการขับขี่ โดยแคมเปญจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2563 ณ ศูนย์บริการปอร์เช่ดอนเมือง (Porsche Centre Bangkok) และ ศูนย์บริการปอร์เช่พัฒนาการ (Porsche Centre Pattanakarn)

 

โดย เอเอเอสฯ มอบสิทธิประโยชน์ให้สำหรับท่านเจ้าของรถยนต์ Porsche Cayenne E1 ที่นำรถเข้ามาตรวจเช็ค สภาพในช่วงแคมเปญไว้อย่างมากมาย อาทิ

  • ฟรีบริการน้ำมันเครื่อง Mobil 1 สำหรับลูกค้า 20 ท่านแรกที่ทำการนัดหมายเพื่อรับบริการ
  • ส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับค่าแรง อะไหล่ และ Tequipment
  • ส่วนลดเพิ่มเติม 5% สำหรับอะไหล่ในงานซ่อมแซมสีและตัวถัง
  • ส่วนลดเพิ่มเติมอีก 5% เมื่อมียอดใช้จ่ายมากกว่า 100,000 บาท
  • ส่วนลดพิเศษ 25% เมื่อซื้อสินค้า Porsche’s Driver Selection
  • ทดลองขับรถยนต์ปอร์เช่
  • ฟรีบริการทำความสะอาดและเคลือบเงารถ โดยผลิตภัณฑ์ Autoglym สำหรับรถที่เข้าร่วมแคมเปญ
  • บัตรของขวัญส่วนลดพิเศษ สำหรับโปรแกรมการดูแลทำความสะอาดรถยนต์และผลิตภัณฑ์จาก Autoglym
  • ฟรีค่าธรรมเนียมสำหรับการฝากขาย สำหรับ Porsche Pre-owned car ในรุ่น Porsche Cayenne E1

 

ยามาฮ่าจัดทัพแกร่ง เตรียมขุนพลนักบิดพร้อมลุยศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบในประเทศ และนอกประเทศ

0

มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และนักแข่งภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ถ่ายภาพร่วมกันในงานแถลงข่าว YAMAHA MOTOR SPORT PRESS CONFERENCE อย่างเป็นทางการ โดยในปี 2020 นี้ ทีมแข่งยามาฮ่าได้จัดทัพใหญ่พร้อมลงลุยศึกการแข่งขันภายในประเทศรายการ เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ ซูเปอร์ไบค์

และจัดทัพใหญ่สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียในรายการ เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2020 นอกจากนี้ยามาฮ่ายังคงส่งสองนักแข่งดาวรุ่งลงลุยชิงแชมป์แห่งยุโรป รายการ ซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ และไวลด์การ์ดลงทำการแข่งขันระดับโลกในรายการโมโตจีพี รุ่น โมโตทู ประเดิมสนามแรกโมโตจีพีสนาม 2 ที่บุรีรัมย์ มีนาคมนี้

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานทะลุเป้าหมายและเติบโตเหนือตลาดในปี 2562”

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2562 เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4  เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นยอดจำหน่ายรวม 88,244 คัน มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.8 ผลการดำเนินงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวม ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดที่ 1,007,552 คัน ลดลง
ร้อยละ 3.3 จากปี 2561“ปี 2562 เป็นปีที่ดีเยี่ยมสำหรับพวกเรา ซึ่ง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นหนึ่งในเพียง 3 บริษัทรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์เติบโตเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณลูกค้าสำหรับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ผลการดำเนินงานของเราเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น นอกจากการนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว ความสำเร็จของเรายังเกิดขึ้นจากการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายและการให้ความสำคัญกับลูกค้า พร้อมการลงทุนในด้านการพัฒนาบุคลากร”

“สำหรับปี 2563 เรายังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9 พร้อมเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของโรงงานผลิตที่แหลมฉบังด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเรา”มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่เพียงเติบโตเหนือกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมในปี 2562 แต่ยังประสบความสำเร็จท่ามกลางสภาพตลาดที่มีความท้าทายและมีการแข่งขันกันสูง รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่อตลาดในประเทศและการส่งออก  ในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถใหม่เพื่อนำเสนอความทันสมัยและน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ รุ่นโลว์ไรเดอร์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ รวมถึง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่

รถที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือ มิตซูบิชิ ไทรทัน มียอดจำหน่ายที่ 35,807 คัน หรือ ร้อยละ 41 ของยอดจำหน่ายทั้งหมด ขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับสองที่ 16,196 คัน หรือ ร้อยละ 18 ขณะที่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ซึ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายที่ 13,558 คัน หรือ ร้อยละ 15 สำหรับรถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยยอดจำหน่ายรวม 22,683 คัน หรือ ร้อยละ 26

ด้านการส่งออก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 โดยสามารถส่งออกรถยนต์รวมทั้งสิ้น 332,700 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 284,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 48,200 คัน โดยในปี 2562 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้ฉลองความสำเร็จในการส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน สำหรับการผลิตในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 407,200 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 353,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD)  53,700 คัน นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นเลิศ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จ ได้แก่ การพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายและการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีเครือข่ายผู้จำหน่ายจำนวน 229 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และยังได้เปิดตัวไลฟ์สไตล์โชว์รูมแนวคิดใหม่ เพื่อมอบความพึงพอใจและประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

ด้านบริการหลังการขายที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” มอบความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในราคาที่ไม่แพง ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้ที่ตอบโจทย์ การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรม การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่ายได้อย่างสะดวกสบาย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้า ได้แก่ กิจกรรมมิตซูบิชิ แฮปปี้ แฟน มิตซูบิชิ แฮปปี้ เฟสติวัล มิตซูบิชิ โรดโชว์ อเวคเคนนิ่ง แบงค็อก ซึ่งเป็นเทศกาลแสดงแสงสีและศิลปะผสมผสาน ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นร่วมกับผู้จำหน่าย

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากร โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม หรือ EA คือศูนย์กลางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ โดยในปีที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ยังได้ลงทุนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านระบบการจัดการการฝึกอบรม (TMS) และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning)

เพื่อบรรลุเป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9 ในปี 2563 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้น 3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1) การให้ความสำคัญกับลูกค้า 2) การปรับปรุงพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และ 3) การพัฒนาบุคลากร โดยยกระดับการดำเนินงานของ
ผู้จำหน่ายสู่มาตรฐานขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับภาพลักษณ์
โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยอัตลักษณ์ใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในทุกช่องทาง พร้อมกับขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเป็น 245 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับด้านการผลิต บริษัทฯ จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ พร้อมปรับปรุงการปฏิบัติงานในขั้นตอนเชื่อมตัวถังและขั้นตอนการประกอบ โดยมีแผนการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าระดับโลก มีแผนที่จะผลิต มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถพลังงานไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด ที่โรงงานผลิตที่แหลมฉบังในปี 2564 ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 3,130 ล้านบาท และยังส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศด้วยการจัดหาและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นหลัก

3 ดาวรุ่งไทย “วัชรินทร์-ธนกร-ธุรกิจ” ร่วมเปิดตัวนักบิด เอเชีย ทาเลนด์ คัพ 2020

0

ทัพนักบิดดาวรุ่งชาวไทย “กาฟิวส์” วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน, “หยก” ธนกร หลักหาญ และ “เอิร์ท” ธุรกิจ บัวผา ภายใต้โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม จาก เอ.พี. ฮอนด้า เข้าประจำการเตรียมความพร้อมรอบพรีซีซั่นเทสต์ ในศึกดวลความเร็วชิงแชมป์ดาวรุ่งระดับทวีปเอเชีย รายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ

พร้อมร่วมบันทึกภาพเปิดตัวนักแข่งประจำปี 2020 อย่างเป็นทางการ ก่อนลงสนามทดสอบเรซแมชชีน ฮอนด้า NSF250R วันที่ 11-12 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยมี อัลแบร์โต้ พูอิก ผู้จัดการทีมแข่ง เรปโซล ฮอนด้า มาต้อนรับพร้อมกับให้คำแนะนำนักแข่งด้วยตัวเอง

มาสด้าผนึกสวาทแคทประกาศลั่นพร้อมสู้ศึกไทยลีก ตั้งเป้าติด 1 ใน 10 ฤดูกาล 2020

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จัดงาน “สวาทแคทสู้สึกไทยลีก ฤดูกาล 2020” เปิดตัวนักเตะทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นเยาวชนพร้อมชุดเย้าเยือน ฤดูกาล 2020 สานต่อนโยบายขับเคลื่อนวงการลูกหนังเมืองไทยสู่ระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เหล่ากองเชียร์เจ้าแมวพิฆาตเปล่งเสียงเชียร์สร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาเตรียมระเบิดศึกฤดูกาล 2020 ตั้งเป้าติด Top 10 สร้างความคึกคักให้กับเมืองโคราชด้วยจำนวนแฟนบอลที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมานั้น ที่พวกเราได้ยืนหยัดเคียงคู่กันมาอย่างเหนียวแน่น ช่วยกันส่งเสียงเชียร์ ยืนปรบมือ ช่วยกันสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าแมวสวาทแคท ในการสู้ศึกทุกๆ สนาม สร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ให้กับเจ้าแมวพิฆาตไว้มากมาย มีแฟนบอลที่เหนียวแน่นนับหมื่นคนคอยส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ในขณะเดียวกันนักเตะ และทีมสตาฟโค้ชทุกคนต่างมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งไม่ต่างกับแบรนด์มาสด้า เราเป็นบริษัทรถยนต์ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่เราก็สามารถเดินทางมาด้วยระทางที่ยาวไกลครบรอบ 100 ปี ในปี 2563 นี้ ตลอดระยะเวลา 1 ศตวรรษ เราผ่านเรื่องราวมากมาย ต่อสู้กับอุปสรรคนับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกเราไม่เคยหยุดพัฒนา และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ในการจะมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ ซึ่งเราเห็นสปิริตความเป็นนักสู้ของนักเตะทุกคน รวมไปถึงสตาฟโค้ช ของสโมสรฯ มาโดยตลอด

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า ในปีนี้ทางสโมสรฯ มีการปรับกลยุทธ์ภายใต้การนำทีมของนายแพทย์ วรรณรัตน์  ชาญนุกูล ประธานสโมสร เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยโดยเริ่มตั้งแต่ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ไปสู่เวลาระดับโลก ซึ่งจำเป็นต้องวางรากฐานที่มั่นคง ตั้งแต่รุ่นเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักเตะทัพใหญ่ต่อไป ทางสโมสรฯ ภายในงานฯ ได้เผยโฉมน้องๆ นักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่จะลงแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ หรือไทยแลนด์ ยูธ ลีก ฤดูกาล 2020 คาดหวังที่จะสร้างประสบการณ์และความมั่นใจให้กับนักเตะด้วยการพลักดันไปสู่การเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ให้สำเร็จ และเพื่อตอบรับกระแสอีสปอร์ตที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทางสโมสรฯ ได้เปิดตัวนักกีฬาทั้ง 6 คน นำโดยกัปตันทีม ต้นไม้ – ณัฐวุฒิ  อินทร์หอม ร่วมด้วย โย – บดินทร์  รุ่งรัตน์กสิกุล, ณัฐ – ณัฐพงษ์ คร่อมกระโทก, หนุ่ย – พงศกร ธรรมขันแก้ว, มิว – ยุทธนา งามอเนกรัตน์ และสุดยอดโปรเพลเยอร์ท็อปเทนของเอเชีย โง วินห์ กวง หรือ “กวง บาซาร์” จากประเทศเวียดนาม ที่จะมาร่วมสู้ศึกในฤดูกาลนี้ด้วย

อีกทั้งในฤดูกาล 2020 นี้ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น จะเข้ามานั่งแท่นคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของรุ่นใหญ่ หลังจากที่ฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาว่า จบอันดับ 13 ฟุตบอลไทยลีก รอดพ้นจากการตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา เชื่อว่าด้วยความตั้งใจของโค้ช จะนำพาสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะครองอันดับ 1 ใน 10 ของตารางได้สำเร็จ สำหรับชุดแข่งฤดูกาลนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก “แกรนด์สปอร์ต” มี 3 สี โดยสีส้มซึ่งเป็นสีประจำทีมเป็นชุดเหย้า สีเหลืองและสีม่วงจะเป็นชุดเยือน ส่วนชุดผู้รักษาประตูเป็นชุดสีดำ และสีเขียวสะท้อนแสง

ด้าน “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เผยแนวทางที่จะพาสวาทแคทไปสู่เป้าหมายในปี 2020 โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพ ความแข็งแกร่งของนักเตะ รวมไปถึงการวางเกมรุก และเกมรับที่มีความยืดหยุ่น แยบยล มากกว่าการเล่นแบบตั้งรับ และโต้กลับเพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำแต้มให้กับทีม อีกทั้งเราเติมผู้เล่นใหม่หลายตำแหน่ง อาทิ เดนนิส  มูริลโล่ ดาวยิงชาวบราซิล, อนนต์  สมากร กองกลางอนาคตไกล, ยูน  จุน ซอง ปราการหลังจอมเก๋าที่จะมาผนึกกำลังกับ เฉลิมพงษ์  เกิดแก้ว กัปตันทีม ร่วมด้วย เมธี  ทวีกุลกาญจน์ และนักเตะมากฝีมืออีกมากมาย หากรวมศักยภาพทั้งนักเตะเดิม และนักเตะใหม่ จะสามารถยกระดับเกมรุกของทีมได้อย่างแน่นอน

นัดเปิดฉากฤดูกาล 2020 สวาทแคทจะบุกเยือน 5 นัดแรก ประเดิมนัดแรกพบกับ การท่าเรือ เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. นัดที่สอง พบกับ ระยอง เอฟซี ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น., นัดที่สาม พบกับ ชลบุรี เอฟซี ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 17.45 น. นัดที่สี่ พบกับ มิตรผล เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น., นัดที่ห้า พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลา 19.00 น. เชิญชวนแฟนบอลร่วมชม และเชียร์เจ้าแมวพิฆาตไปพร้อมกัน

ฟอร์ด จับมือ ลาซาด้า เปิดออนไลน์สโตร์พร้อมจัดแคมเปญ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แฟลช เซลล์” รับวาเลนไทน์

0

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการรถยนต์ ด้วยการจับมือกับลาซาด้า เปิดตัว “ฟอร์ด ออนไลน์ สโตร์” บนแอพพลิเคชั่นลาซาด้า โดย ฟอร์ด ถือเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกของประเทศไทย ที่จำหน่ายคูปองส่วนลดเงินสดออนไลน์ สำหรับการซื้อรถยนต์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ พร้อมออกแคมเปญสุดเร้าใจรับวาเลนไทน์ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แฟลช เซลล์” ด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อคูปองส่วนลดเพียง 14 บาท เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลด 20,000 บาท สำหรับซื้อรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ร่วมรายการ โดยลูกค้าสามารถซื้อคูปองส่วนลดเงินสดบนลาซาด้า จำนวนจำกัด 5,000 ใบเท่านั้น ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 วันเดียวเท่านั้น จนกว่าคูปองจะหมด บนเว็บไซต์ www.lazada.co.th หรือแอพพลิเคชั่นลาซาด้า

 

“ฟอร์ดมุ่งเน้นการดำเนินกลยุทธ์ Digital First ทั้งในส่วนของการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และสื่อสารกับผู้บริโภค เราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วด้วยการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เราจึงเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ โดยฟอร์ดได้จับมือกับลาซาด้า เปิด ฟอร์ด ออนไลน์ สโตร์ เป็นครั้งแรกพร้อมทั้งร่วมฉลองวันวาเลนไทน์กับลูกค้า 14 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยการจัดแคมเปญ ฟอร์ด เรนเจอร์ ออนไลน์ แฟลช เซลล์ คูปองส่วนลดเงินสดสุดพิเศษ ซึ่งเราเชื่อว่าการจับมือกับลาซาด้า ซึ่งเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมสูงของประเทศไทย ที่มีฐานลูกค้าอันเหนี่ยวแน่น จะสามารถขยายฐานลูกค้าของฟอร์ด และช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้ามาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น”  นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

“ลาซาด้ามุ่งมั่นที่จะเดินหน้ากลยุทธ์สร้างพันธมิตรจากทั่วทุกวงการ เพิ่มสินค้าบนแพลตฟอร์มให้หลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการ โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับฟอร์ด ประเทศไทย ที่นอกจากจะสร้างสีสันให้แก่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น แคมเปญ Flash Sale ยังจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายและรวดเร็ว ให้ได้รับประสบการณ์ช้อปออนไลน์สู่ออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ สอดคล้องกับทิศทางของแบรนด์ที่ว่า ‘มีทุกสิ่งที่ใจค้นหา’ อย่างแท้จริง” นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าว

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถนำคูปองส่วนลดเงินสด 14 บาท ไปแสดงเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลด 20,000 บาท เพิ่มเติมจากแคมเปญส่งเสริมการขายปกติ สำหรับซื้อรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLT, Limited, FX4 และไวลด์แทรคที่เข้าร่วมรายการ ตามที่กำหนด ณ โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 15 มีนาคม 2563 และต้องออกรถภายในวันที่ 15 มีนาคม 2563

นอกจากโปรโมชั่นคูปองส่วนลดเงินสดสุดพิเศษแล้ว ฟอร์ดยังพร้อมมอบข้อเสนอที่พลาดไม่ได้ ณ โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นในช่วงเวลาโปรโมชั่น 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2563 จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1383 หรือสอบถามผู้ค้าได้ที่ ลาซาด้า แชท ออนไลน์สโตร์ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.lazada.co.th/shop/ford-1580102556/

6 เคล็ดไม่ลับการเลือกซื้อรถคันแรกอย่างชาญฉลาด

0

การเลือกซื้อรถใหม่สักคันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถคันแรกในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการควักเงินก้อนโตเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยเช่นกัน จึงมักทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและความไม่มั่นใจอันเนื่องมาจากปริมาณข้อมูลที่รวบรวมได้มีมากมายและขัดแย้งกันอีกทั้งคำแนะนำจากผู้ที่ไม่รู้จริง จนอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้ที่เพิ่งซื้อรถคันแรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อย หากคุณไม่ได้ติดตามตลาดรถยนต์อย่างใกล้ชิดการซื้อรถคันแรกอาจเป็นเรื่องยาก ลองทำตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้ ก่อนการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถคันแรกอย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า

1. กำหนดงบประมาณ 

คำนวณค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นในแต่ละเดือน ทั้งค่าที่พักอาศัยค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายรายเดือนต่าง ๆ เงินส่วนที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรถคันแรกของคุณ ทั้งค่าผ่อนชำระรายเดือน ค่าประกันภัยรายปี ค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รถในอุดมคติของผู้ซื้อรถคันแรกในชีวิตควรเป็นรถที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด นั่นคือรถที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณอย่าง รถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่

รถรุ่นสูงสุดหรือที่เรียกติดปากว่ารุ่นท็อปจะมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ครบครันที่สุด อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรุ่นย่อยและรายละเอียดอย่างรอบคอบ เนื่องจากบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่มักเลือกโปรโมทรถรุ่นสูงสุดที่มีราคาจำหน่ายแพงกว่ารุ่นรองลงมาอย่างมาก ควรทำใจเปิดกว้างสำหรับหลายๆ ตัวเลือก ใช้เวลาเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติอย่างระมัดระวัง ไม่ควรเร่งรีบตัดสินใจ

หากคุณมีงบเพียงพอต่อการเลือกซื้อรุ่นสูงสุด ควรพิจารณารถที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดสำหรับงบที่มี มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจใหม่ รุ่นสูงสุด GLS LTD มาพร้อมอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมที่สุดในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายที่สุดในระดับเดียวกัน รถซิตี้คาร์ทั้ง 2 รุ่นเหนือชั้นกว่าคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกันในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยทั้งเบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ดีไซน์พิเศษ ไฟหน้าแบบ Bi-LED  ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย Cruise Control ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกพร้อมระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) รวมถึงระบบความปลอดภัยอีกมาก ซึ่งสำหรับรถรุ่นอื่นแล้วจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมากหากต้องการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบครันทัดเทียมกับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ GLS LTD และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ GLS LTD

2. สำรวจรถทุกรุ่นอย่างละเอียด

ไม่ควรมองข้ามรถรุ่นเริ่มต้น ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่มักเลือกรุ่นท็อปหรือรองท็อปเพื่อให้ได้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่หากคุณมีงบประมาณที่จำกัด รุ่นเริ่มต้นก็สามารถให้ความคุ้มค่าและเป็นทางเลือกที่ดีได้เช่นกัน โดยพิจารณารุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ มาให้มากกว่า อาทิ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ รุ่นเริ่มต้น GLX ครบครันมากกว่าด้วย ไฟตัดหมอก กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์สั่งงานมัลติฟังก์ชั่นและรองรับการเชื่อมต่อแอปเปิลคาร์เพลย์ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน (SDA) นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) พร้อมระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกพร้อมระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ ซึ่งอาจไม่มีในรถรุ่นอื่น ๆ

โปรโมชั่นพิเศษช่วยให้เป็นเจ้าของรถคันแรกได้ง่ายขึ้น มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “โปร เฮง” รับปีใหม่ ฟรีดาวน์ และ มิตซูบิชิช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือน พร้อมด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพ 5 ปี และ ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่จอง มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ หรือ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

3. ขนาดรถที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์สำคัญเช่นเดียวกับดีไซน์ 

ก่อนตัดสินใจซื้อควรพิจารณาความต้องการใช้งานรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ ถ้าเน้นการขับขี่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ รถซิตี้คาร์ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า ผู้ซื้อรถคันแรกที่เป็นนักขับมือใหม่จะพบว่ารถซิตี้คาร์คล่องตัวกว่าเป็นอย่างมาก เมื่อต้องขับฝ่าการจราจรที่หนาแน่น หรือเมื่อต้องจอดในพื้นที่จำกัดคับแคบของร้านกาแฟสุดฮิพ รถซิตี้คาร์ที่จับคู่กับเครื่องยนต์ที่มีขนาดเหมาะสมยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

รถคันแรกของคุณจะเป็นรถอยู่ในความทรงจำของคุณไปตลอด รถคันนี้จะมอบประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การจดจำ ดังนั้นการเลือกรถที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้การออกแบบที่สวยงามควรมาพร้อมประโยชน์ใช้สอย

4. ทดลองขับและสัมผัสด้วยตนเอง 

ข่าวสารและความเห็นต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ช่วยให้คุณสัมผัสได้เพียงภาพและข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ความรู้สึกเมื่อได้นั่งหลังพวงมาลัยเท่านั้นที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรซื้อหรือไม่ คุณจะต้องทดลองขับขี่และสัมผัสกับตัวรถด้วยตนเอง

การได้ทดลองขับและจับต้องตัวรถจะช่วยให้สามารถสัมผัสได้ถึงเนื้อที่ใช้สอยและคุณสมบัติที่ดีอื่น ๆ อย่างเบาะหลังที่พับแยกส่วนแบบ 60:40 เพื่อขยายเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระเพิ่มเติมอย่างถุงช็อปปิ้ง อุปกรณ์กีฬาหรือเครื่องดนตรีต่างๆ หรือแม้แต่สัมภาระสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว นอกจานี้รถที่คุณเลือกซื้อควรมีคุณสมบัติโดดเด่นอื่น ๆ ด้วย รถซิตี้คาร์บางรุ่นตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียมที่พบได้ในรถที่มีราคาสูงเท่านั้น ซึ่งคุณจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองเมื่อทดลองขับเท่านั้น มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ให้สัมผัสแห่งความพรีเมียมด้วยพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ภายในตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็กและดีไซน์คาร์บอนพรินท์ เพราะความโดดเด่นของห้องโดยสารมีความสำคัญไม่แพ้ความสะดุดตาของรูปลักษณ์ภายนอก

การทดลองขับยังช่วยให้คุณพอจะคาดเดาคุณภาพการบริการลูกค้าจะได้รับไปตลอดการใช้งานรถยนต์ ควรมองหาการบริการช่วยให้คุณวางใจได้และด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงอย่าง “เราดูแล คุณแค่ขับ” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จะมอบความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าผ่านคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้คุณภาพ การบริการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการที่ใส่ใจเพื่อให้คุณสามารถใช้รถได้เต็มสมรรถนะ ตลอดจนความครอบคลุมและความสะดวกในการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่าย

5. ความครบครันของระบบความปลอดภัยและความประหยัด 

สถานการณ์เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสำหรับการขับขี่รถยนต์ในเมือง จึงมีการพัฒนาระบบเสริมความปลอดภัยขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในการจราจรที่แออัดและติดขัด อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS) ใน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ช่วยประเมินระยะห่างกับรถคันหน้า และจะช่วยเบรกอัตโนมัติถ้ามีแนวโน้มว่าจะพุ่งชนรถคันหน้าและไม่มีการตอบสนองจากผู้ขับขี่ ระบบดังกล่าวนี้จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ

ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ซึ่งควรต้องมี ได้แก่ ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (RMS-Forward) ทำงานอัตโนมัติด้วยการตรวจจับจากคลื่นเรดาร์เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุบัติเหตุจากการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว กล้องมองภาพด้านหลังที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดรถในพื้นที่จำกัดอย่างช่องจอดหน้าร้านอาหารที่กำลังเป็นที่นิยม ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ช่วยป้องกันไม่ให้รถไหล เมื่อต้องออกตัวบนทางลาดชันอย่างบนลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานใจกลางเมือง เมื่อขับขี่ออกสู่ต่างจังหวัด ตัวช่วยอย่างระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ จะช่วยรักษาเสถียรภาพการควบคุมตัวรถขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ยังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

6. สะดวกสบายด้วยระบบเชื่อมต่อในทุกการเดินทาง 

เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟตลอดเวลา ไม่มีระบบใดจะสำคัญไปกว่าระบบการเชื่อมต่อในรถยนต์ ทุกการเดินทางจะสะดวกสบายและเพลิดเพลินเมื่อเชื่อมต่อได้กับ แอปเปิล คาร์เพลย์ ที่อำนวยความสะดวกในการรับสายโทรศัพท์ รับส่งข้อความ และเล่นเพลงโปรดได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นฟีเจอร์มาตรฐานของ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่

เจ้าของรถ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ยังสามารถใช้งาน แอปพลิเคชัน M-Drive  ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการดูแลรถและอื่นๆ อีกมากได้อย่างสะดวกสบาย ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส

MGC-ASIA MOVING FORWARD 2020 พร้อมก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ในการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์

0

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย เปิดเผยว่า “ในปี 2020 เอ็มจีซี-เอเชีย พร้อมก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ เพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และทำการตลาดแบบใหม่ ผ่านหลายช่องทาง (Omni Channel) เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน” การดำเนินผลงานในปี 2019 ที่ผ่านมา เอ็มจีซี-เอเชีย มีรายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ ประมาณ 25,576 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 6.3%

ทางบริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ สู่ท้องตลาด รวมถึงการแนะนำแบรนด์ใหม่อย่าง เปอโยต์ ซึ่งทางบริษัท ได้รับความไว้วางใจจาก เปอโยต์ ประเทศฝรั่งเศส ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และได้เสียงตอบรับจากลูกค้าและแฟนพันธุ์แท้อย่างอบอุ่น โดยหลังได้รับการแต่งตั้งเพียง 4 เดือน ก็มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายถึง 4 สาขาในกรุงเทพฯ พร้อมขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต

++ ปี 2020 เตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์

เอ็มจีซี-เอเชีย คือหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในประเทศไทย เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 20 ปี มีศักยภาพพร้อมในทุกด้าน ด้วยความหลากหลายของยนตรกรรมที่มีให้เลือกทุกระดับ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนท์ ผ่านโครงข่ายผู้แทนจำหน่าย และธุรกิจการบริการต่างๆ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 96 เอาท์เลต กับฐานลูกค้ากว่า 580,000 ราย โดยภายในปี 2020 เอ็มจีซี-เอเชีย จะก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ผ่านการขยายและเพิ่มประเภทธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร อาทิ แผนการขยายโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ในรูปแบบแฟลกชิปโชว์รูมและ ออโต้เพล็กซ์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และเพิ่มศูนย์บริการหลังการขาย พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถังครบวงจร เพื่อตอบรับการเติบโตของกลุ่มลูกค้า รวมถึงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนือง เช่น M Performance ที่มุ่งเน้นความแรงและความสปอร์ต

  

++ เปี่ยมด้วยผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมและนวัตกรรมใหม่ๆ

ในปีนี้ เอ็มจีซี-เอเชีย มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เอสยูวีจากฝรั่งเศส เปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ก็กำลังจะมีน้องใหม่มาสมทบ การเปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ (model change) ซึ่งประเทศไทยถูกคัดเลือกเป็นเวทีสำหรับการเผยโฉมครั้งแรกในโลก ผสานเครื่องยนต์เบนซินวีเทคเทอร์โบ 1.0 ลิตร ก็ยังมีกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่อง และทางบริษัทฯ ก็พร้อมเปิดการขายทันที หลังจากที่บริษัทแม่เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 โฉมใหม่ รุ่นประกอบในประเทศ ในเร็วๆ นี้

 

++ ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความสำเร็จ

2020 นับเป็นปีที่ เอ็มจีซี-เอเชีย ดำเนินงานในธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในไทยครบ 20 ปี จึงได้เตรียมแผนฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยให้ความสำคัญกับ 3 องค์ประกอบหลัก คือ ลูกค้า คู่ค้า และบุคลากร อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย คืนกำไรให้กับลูกค้า การดูแลลูกค้า โดยการเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขายและขยายศูนย์บริการ, การร่วมมือกับคู่ค้าและพนักงานในการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคม ผ่านมูลนิธิ ‘ธรรมชวนวิริยะ’

 

++ การเปลี่ยนแปลงแนวคิดการทำธุรกิจในอนาคต

เอ็มจีซี-เอเชีย เดินหน้าสร้างความมั่นในในการให้บริการลูกค้า ด้วยแนวคิดหลอมรวมการทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจในเครือ (Synergy) โดยมองถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญซึ่ง เอ็มจีซี-เอเชีย มีความหลากหลายในธุรกิจยานยนต์ ส่งผลให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อกัน เพิ่มประสิทธิภาพการในการบริการลูกค้าได้สูงสุด

 

++ สร้างประสบการณ์พิเศษ ผ่านการทำตลาดแบบ Omni Channel

เน้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายช่องทาง โดยผสมผสานช่องทางการสื่อสารแบบออฟ-ไลน์และออน-ไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันเรามีช่องทางการสื่อสารแบบออฟ-ไลน์ ผ่านโครงข่ายผู้แทนจำหน่าย และธุรกิจการบริการต่างๆ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 96 เอาท์เลต รวมถึงแบบออน-ไลน์ อาทิ เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย พร้อมเพิ่มช่องทางการติดต่อที่สะดวกผ่านเบอร์โทร 4 หลักในธุรกิจหลักต่างๆ ที่จะเชื่อมต่อกับดิจิทัลแพลตฟอร์มและอื่นๆ ในอนาคต

 

++ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และบุคคลากรมืออาชีพ

ในระยะหลายปีมานี้ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Disruption) ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อให้ทันกับรูปแบบของธุรกิจที่เปลี่ยนไป เอ็มจีซี-เอเชียได้มีการจัดองคาพยพ นำบุคลากรมืออาชีพเสริมทัพ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มศักยภาพบุคลากร ขณะเดียวกัน ก็ได้พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน เอ็มจีซี-เอเชีย เชื่อว่าการที่องค์กรจะสามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยบุคลากรที่มีคุณภาพ จึงได้ให้ความสำคัญด้านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผ่าน มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (MAT-Master Automotive Training Center) ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกทักษะบุคลากร เกี่ยวกับยานยนต์ครบวงจร ส่งผลให้ เอ็มจีซี-เอเชีย สามารถขับเคลื่อนอย่างมืออาชีพ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน 

บริษัทฯ คาดว่าธุรกิจของกลุ่มในปี 2020 จะมีรายได้รวมประมาณ 30,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ท้ายสุด เอ็มจีซี-เอเชีย เปิดศักราชครบรอบ 20 ปี โดย มิลเลนเนียม ออโต้ จัดเต็มรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ประกอบนอก อาทิเช่น บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive 20i M Sport X  และ 630d GT M Sport ให้ลูกค้าได้ครอบครองในราคาสุดคุ้มค่า

บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport X

ยนตรกรรมสปอร์ตอเนกประสงค์สายพันธุ์ X ขับขี่อย่างมั่นใจไปกับ Head-up Display มาในราคาสุดพิเศษ 2.49 ล้านบาท พร้อมรับข้อเสนอทางการเงินสุดคุ้ม

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 14,900 บาท/เดือน*
  • รับ BSI 6 ปี/120,000 กิโลเมตร*

บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport

ยนตรกรรมแฮชแบ็คอเนกประสงค์ บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport หรูหรา ทันสมัย สไตล์คูเป้ แพลตฟอร์มเดียวกับ ซีรีส์ 7 มาพร้อมจุดเด่นด้านการเก็บเสียง เครื่องยนต์เงียบ ช่วงล่างนุ่มนวล และเบาะหลังสามารถปรับได้อิสระ มาจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 3.99 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ

  • รับทองคำน้ำหนัก 6 บาท*
  • รับ BSI 5 ปี/100,000 กิโลเมตร*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

MGC-ASIA-04

ธุรกิจของ เอ็มจีซี-เอเชีย แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ 

อัลตราลักชัวรี่ – โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก, แอสตัน มาร์ติน แบงคอก และ ซูเปอร์คาร์ (ZUPERCAR) 

ลักชัวรี่ – มาเซราติ ประเทศไทย

พรีเมียม – มิลเลนเนียม ออโต้ (บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด), และ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน

พรีเมียมแมส – เปอโยต์ (ไลอ้อน ออโตโมบิล)

แมส – ซัมมิท ฮอนด้า

รถใช้แล้ว – บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเล็กชั่น, มินิ เน็กซ์, ฮอนด้า เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์, มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ และ ยัวร์ไบค์ (YourBike)

รถเช่าและพนักงานขับรถ- มาสเตอร์ คาร์เร้นเทิล และ ซิกท์ ประเทศไทย (SIXT Thailand), และ มาสเตอร์ ไดร์ฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (Master Driver and Services)

อาฟเตอร์มาร์เก็ต – เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์

2. กลุ่มธุรกิจนำเข้ายานยนต์ – เปอโยต์ ประเทศไทย (เบลฟอร์ท ออโตโมบิล)

3. กลุ่มธุรกิจการเงินและประกันภัย – ฮาวเด้น แม็กซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์

4. กลุ่มธุรกิจครีเอทีฟโซลูชั่น – i24, iMX (Innovative Mobility Experience) และ MAT (Master Automotive Training Center)

5. กลุ่มธุรกิจเรือสำราญ – อะซิมุท ยอชท์ ประเทศไทย [เอ็มจีซี-มารีน (เอเชีย)]