Home Blog Page 48

กลุ่มธนบุรี ผนึก GEELY จัดประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ชูแผนเปิดตัว GEELY EX2 พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย

0
กลุ่มธนบุรี 1

กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงาน GEELY Dealer Conference ภายใต้แนวคิด ‘Ignite the Future’ จุดประกายอนาคตแห่งการขับเคลื่อนใหม่ของ GEELY ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เผยทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดแก่พันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX2 ที่เตรียมประกาศราคาครั้งแรกใน Motor Expo 2025 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่เซกเมนต์ใหม่ ควบคู่การยกระดับบริการหลังการขายด้วยประสบการณ์ 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่ายและสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ

กลุ่มธนบุรี 3นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เผยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยจากการเข้ามาของหลากหลายแบรนด์ใหม่ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง และนี่คือโอกาสที่ GEELY จะเข้ามาสร้างจุดยืนที่ชัดเจนได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของ GEELY EX5 นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองและการส่งมอบที่เป็นไปตามแผน คือหนึ่งในข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์พร้อมมอบทางเลือกใหม่ตอบโจทย์หลากหลายเซกเมนต์มากขึ้น เราจึงเตรียมเปิดตัว GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ขณะเดียวกัน เรายังวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 40 แห่งภายในปีนี้ โดยมุ่งยึดมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างแก่ลูกค้าไทย โดยมุ่งเป้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”

กลุ่มธนบุรี 5

ภายในงานฯ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการประกาศนโยบายและแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยชูจุดเด่นและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย โดยทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า GEELY รุ่นใหม่เข้าตลาดประเทศไทยอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกๆ ปี เสริมความแข็งแกร่งด้วยแผนการขายและการตลาด 360 องศา ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย ผ่านแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการที่เปิดดำเนินการแล้ว 26 แห่ง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทุกมิติ การผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ร่วม 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เข้ากับศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลกนี้จะช่วยผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง

กลุ่มธนบุรี 4

 มร. แดเนียล ต่ง ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “GEELY มองว่าประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า และความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรมใหม่อย่างเต็มที่ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ การเปิดตัว GEELY EX2 ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า GEELY พร้อมสนับสนุนพันธมิตรอย่าง ธนบุรีนอยสเติร์น อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน”

กลุ่มธนบุรี 5

ทั้งนี้ GEELY EX2 ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ GEELY Star Wish ยนตรกรรมไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กของประเทศไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต และยังครบครันด้วยระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งมีกำหนดประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่จะถึงนี้ โดยธนบุรีนอยสเติร์นเชื่อมั่นว่า GEELY EX2 จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยสำหรับ GEELY ในอนาคต

กลุ่มธนบุรี 10

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

 

 

“เดนซ่า” กับความสำเร็จครั้งล่าสุด ทำตลาดครบ 1 ปีในไทย พร้อมยอดส่งมอบรถยนต์กว่า 3,000 คัน

0
Denza D9 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จบทใหม่ของ เดนซ่า แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมที่เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยครบ 1 ปี ซึ่งมิเพียงแต่สร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับวงการรถยนต์ MPV หรูด้วยการมาของ DENZA D9 เท่านั้น แต่ยังครองใจผู้บริโภคสร้างยอดส่งมอบรถยนต์สะสมกว่า 3,000 คัน พร้อมขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มในรถยนต์ประเภทเดียวกัน โดย บีวายดี และ เรเว่ จะไม่หยุดการพัฒนา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าของ เดนซ่า ได้สัมผัสนิยามใหม่ ของยนตรกรรมพลังงานใหม่ต่อไป

Denza D9 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ เดนซ่า ในตลาดประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกของ บีวายดี และยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับสูงจากผู้บริโภคชาวไทยต่อรูปแบบการเดินทางด้วยพลังงานใหม่ที่มีคุณภาพสูง ตั้งแต่แบรนด์ เดนซ่า เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เราได้เห็นไม่เพียงแต่กระแสการยอมรับเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเห็นแนวโน้มของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดการเดินทางที่ผสมผสานระหว่าง ‘ความหรูหราและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้น

เดนซ่า ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมของไทย ด้วยศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และประสบการณ์การใช้งานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ในอนาคต บีวายดี ประเทศไทยจะยังคงเดินหน้าลงทุนในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของแบรนด์ เพื่อมอบทางเลือกที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย

Denza D9 4

เราเชื่อว่า เดนซ่า ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์หนึ่งคันเท่านั้น แต่คือ “วิถีชีวิตรูปแบบใหม่” ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งการเดินทางด้วยพลังงานใหม่ของประเทศไทยอย่างแท้จริง”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ เล็งเห็นศักยภาพของตลาดกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี่ ทั้งยังมีความเข้าใจถึงความต้องการ ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ เราจึงตัดสินใจนำแบรนด์ เดนซ่า มาให้ชาวไทยได้สัมผัส พร้อมสร้างปรากฎการณ์ในกลุ่มรถยนต์ MPV พลังงานใหม่ ผ่านการนำ DENZA D9 มาทำตลาด และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาด เรเว่ ขอกล่าวขอบคุณทุกควางไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีให้กับ เดนซ่า พร้อมกับขอให้คำมั่นว่า เราจะไม่หยุดยั้งนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้ชาวไทย”

Denza D9 5

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “เดนซ่า เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การตัดสินใจเป็นเจ้าของ DENZA D9 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษบนท้องถนนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นของ เรเว่ ที่จะสร้าง NEV Ecosystem หรือ ระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาดกว่า ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ มาทำตลาดในประเทศไทย”

  • ความสำเร็จก้าวแรกของเดนซ่าในไทย กับการทำตลาดครบ 1 ปี

Denza D9 6

เดนซ่า เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 พร้อมประเดิมตลาดด้วยยนตรกรรมพลังงานใหม่ ในรูปแบบของรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่กับ DENZA D9 ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่จะรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางอันหรูหรา โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ภายใต้แนวคิด π – Motion ผนวกกับห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ยกระดับความสบายของการเดินทางให้ผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง และเพลิดเพลินตลอดเส้นทางได้ราบรื่นกว่าเคย ด้วยระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C เทคโนโลยีช่วงล่างแบบไฟฟ้าเอกสิทธิ์เฉพาะจาก บีวายดี พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า ที่มอบสมรรถนะเป็นเลิศและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง ให้กำลังสูงสุด 275 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ผสานการทำงานกับ BYD Blade Battery ขนาด 103.36 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 580 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมด DENZA D9 จึงก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของวงการรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ของไทย โดยได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค มียอดส่งมอบรถยนต์สะสมในประเทศไทย เป็นจำนวนสูงกว่า 3,000 คัน นอกจากนั้น DENZA D9 ยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 90,000 ที่โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ส่งมอบให้กับชาวไทย โดยส่งมอบให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ถึงความร่วมมือระหว่างฟุตบอลทีมชาติ ที่เป็นพันธมิตรกับ บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่

  • ความสำเร็จก้าวแรกของเดนซ่าในโลก กับการทำตลาดครบ 15 ปี

Denza D9 3

เดนซ่า ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2010 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บีวายดี และ เมอร์เซเดส-เบนซ์โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับตลาดรถยนต์หรูยนต์หรูพลังงานใหม่ และมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 15 ปีถัดมา โดยมีทั้งการปรับโครงสร้างใหม่ในปี 2022 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงคันแรกอย่าง DENZA D9 ส่งผลให้แบรนด์ขึ้นสู่การเป็นผู้นำรายใหม่ ของวงการยานยนต์กลุ่ม MPV สัญชาติจีน

เดนซ่า ยึดมั่นในพันธกิจ ‘กำเนิดขึ้นเพื่อโลกาวิวัฒน์’ พร้อมด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล และทัศนคติเปิดกว้าง นำไปสู่การนำความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้งาน และเสียงสะท้อนของผู้บริโภค มาใช้ในการพัฒนารถยนต์ในทุกขั้นตอนอย่างไม่หยุดยั้ง จนประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ โดย เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์หรูพลังงานใหม่รายแรกของโลก ที่มีผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายครบทุกกลุ่มทั้ง MPV, SUV และ Sedan พร้อมกับเป็นผู้นำของทุกกลุ่ม ทั้งยังได้รับความไว้วางใจ จากลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 350,000 ราย ที่มั่นใจเลือกเป็นเจ้าของ เดนซ่า

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ เดนซ่า ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงปัจจุบัน

2010

  • มีนาคม – บีวายดี ลงนามความเข้าใจกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อร่วมกันก่อตั้ง เดนซ่า

2012

  • เมษายน – เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบคันแรกของ เดนซ่า
  • มิถุนายน – ลูกค้าจริงของ เดนซ่า พิสูจน์ขีดความสามารถของ EV ด้วยการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางรอบโลก ในเวลา 80 วัน

2019

  • เมษายน – เปิดตัวโลโก้ใหม่ของ เดนซ่า พร้อมเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่

2022

  • พฤษภาคม – เปิดตัว DENZA D9 รถยนต์ MPV ชาญฉลาดที่หรูหรา และมากประโยชน์

2023

  • มีนาคม – เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์ Mass Production รายแรก ที่ได้เป็นคู่ค้าเชิงกลยุทธ์กับ Devialet แบรนด์เครื่องเสียงพรีเมียมระดับโลก
  • กรกฎาคม – เปิดตัว DENZA N7 เป็นครั้งแรก
  • สิงหาคม – DENZA N7 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 5 ล้านจาก บีวายดี
  • กันยายน – ผลิต DENZA D9 ครบ 100,000 คัน โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือนหลังเปิดตัว

2024

  • มีนาคม – DENZA N7 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 7 ล้านจาก บีวายดี
  • เมษายน – เปิดตัว DENZA Z9 GT เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่หรูแบรนด์แรกที่มีรถยนต์จำหน่าย ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง MPV, SUV และ Sedan
  • พฤษภาคม – เดนซ่า มีลูกค้าสะสมมากกว่า 200,000 ราย
  • พฤศจิกายน – เดนซ่า เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ DENZA D9 มาทำตลาด
  • พฤศจิกายน – เปิดตัว DENZA Z9 และ DENZA N9
  • พฤศจิกายน – DENZA Z9 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 10 ล้านจาก บีวายดี

2025

  • เมษายน – เดนซ่า เข้าไปทำตลาดในยุโรปอย่างเป็นทางการ
  • เมษายน – เปิดตัว DENZA Z รถสปอร์ตต้นแบบคันแรกของค่าย พร้อมสร้างตำนานบทใหม่ของ Supercar ขุมพลังไฟฟ้า
  • มิถุนายน – ผลิต DENZA D9 ครบ 250,000 คัน

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการเดินทางได้แล้ววันนี้ กับรถยนต์พลังงานใหม่ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

 

 

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเยี่ยม เอช เซม มอเตอร์  เปิดประสบการณ์เรียนรู้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

0
เอช เซม มอเตอร์ 1

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เปิดโรงงานต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 60 นาย พร้อมคณะอาจารย์ 6 ท่าน เข้าศึกษาดูงานและเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด

เอช เซม มอเตอร์ 2

โดยมีคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด พร้อมทีมวิศวกรและทีมงานจากสำนักงานใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีภายในโรงงาน รวมถึงการสาธิตระบบสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ที่เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของบริษัท

เอช เซม มอเตอร์ 4

การเยี่ยมชมในครั้งนี้ มุ่งหวังให้นักศึกษาได้เห็นภาพจริงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริงในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เอช เซม มอเตอร์ 6

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดเต็ม! ส่งดีลเด็ด “โปรแรง ส่งท้ายปี”เป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ก่อนใคร ไม่ต้องรอถึง Motor Expo 2025

0
Mitsubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เร่งเครื่องส่งท้ายปี เปิดแคมเปญเด็ด “โปรแรง ส่งท้ายปี ชวนลูกค้าเป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยนตรกรรมไฮไลต์ที่ผสานดีไซน์โฉบเฉี่ยวเข้ากับเทคโนโลยีฟูลไฮบริดสุดล้ำ มอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และประหยัดพลังงานทุกเส้นทาง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ ให้คุณคุ้มก่อนใคร ไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025

“โปรแรง ส่งท้ายปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน สำหรับรุ่น Ultimate และ Ultimate X พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท และเลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา Mitsubishi Service Package นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 21,050 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมรับฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษ  รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี (มูลค่าแบตเตอรี่ 88,000 บาท) ไม่จำกัดระยะทาง และประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่อย่างเหนือระดับ ทั้งนี้ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกครอบครัวมิตซูบิชิจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ส่วนกลุ่มอาชีพพิเศษ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ครู ข้าราชการ และเกษตรกร รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท

นอกจาก ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่โดดเด่นด้วย
การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังยกทัพยานยนต์รุ่นอื่น ๆ
มาแบบจัดเต็ม ทั้ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รอให้คุณได้สัมผัสสุดยอดยนตรกรรม และข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่ บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

“ซูซูกิ” ฉลองความสำเร็จ SUZUKI JIMNY ! ยอดขายทะลุ 220 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว จัดแคมเปญ “Legendary Deal of the Year” ราคาพิเศษจำนวนจำกัด  50 คัน

0
SUZUKI JIMNY 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแคมเปญสุดพิเศษ “Legendary Deal of the Year” ฉลองยอดขาย SUZUKI JIMNY ในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัวทะลุ 220 คัน เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับอย่างดี จนทำให้ SUZUKI JIMNY กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาด

SUZUKI JIMNY 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2562 ด้วยการสร้างปรากฎการณ์ “จิมนี่ ฟีเวอร์!” พร้อมปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคักและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และยังถูกขนานนามเป็นรถยนต์ออฟโรดในตำนานที่หลายคนต้องการเป็นเจ้าของ ปัจจุบัน SUZUKI JINMY สามารถสร้างยอดขายรวมกันได้ถึง 220 คัน (ยอดขายนับจนถึงเดือนกันยายน 2568)

SUZUKI JIMNY 3

เรามีความเชื่อมั่นว่า SUZUKI JIMNY คือ รถยนต์ในฝันของใครหลายคน และยังเป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด     ซูซูกิจึงเตรียมฉลองความสำเร็จด้วยการจัดแคมเปญพิเศษ Legendary Deal of the Year” ด้วยการมอบราคาพิเศษแบบจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ให้กับลูกค้าที่สนใจการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เป็นตำนานรุ่นนี้ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าและความภาคภูมิใจสูงสุดด้วยแพ็คเกจ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM ให้กับผู้ที่พร้อมจะเริ่มต้นตำนานบทใหม่ไปกับ SUZUKI JIMNY

SUZUKI JIMNY 4

ราคาจำหน่าย SUZUKI JIMNY Legendary Deal of the Year จำนวนจำกัด 50 คัน

SUZUKI JIMNY ราคาปัจจุบัน (บาท) ราคาพิเศษ (บาท)
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี MONO TONE 1,760,000 1,450,000
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี TWO TONE 1,790,000 1,480,000

 

SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แบ่งออกเป็น

สีโมโนโทน จำนวน 4 สี ได้แก่ สี Solid Jungle Green, สี Pearl Bluish Black, สี Solid Medium Gray และ สี White

สีทูโทน สี Solid Kinetic Yellow with Pearl Bluish Black สี Metallic Brisk Blue with Pearl Bluish Black และ สี Metallic Chiffon Ivory with Pearl Bluish Black

พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี

SUZUKI JIMNY 5

SUZUKI JIMNY ถูกพัฒนาและออกแบบภายใต้ JIMNY DNA ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัวต่อเนื่องยาวนานมากว่า 50 ปี  เป็นรถยนต์สไตล์ออฟโรดขนาดเล็ก ที่มอบความโดดเด่น ทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic 4WD พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลายตอบโจทย์การใช้งาน ‘อย่างมืออาชีพ’ ตอบสนองความต้องการของคนที่ชื่นชอบรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ออฟโรดของซูซูกิ มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถปรับการทำงานระหว่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  และยังขับขี่คล่องตัวด้วยรัศมีวงเลี้ยว 4.9 เมตร

SUZUKI JIMNY 6

ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด  ไฟหน้า LED ทรงกลมพร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า  ไฟท้ายแบบ LED  ซุ้มล้อสีดำรอบคัน  กระจกมองข้างดีไซน์พิเศษปรับพับอัตโนมัติ ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงและทนทาน  ทันสมัยด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Segment Display แสดงข้อมูลชัดเจน  พร้อม Suzuki Smart Connect จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้หลากหลาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ และฟังก์ชันการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อม Apple CarPlay  มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมจอ LCD ง่ายต่อการใช้งาน ห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความรู้สึกสะดวกสบายทุกการเดินทาง เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ รองรับการใช้งานได้หลากหลาย  พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงขึ้น  พร้อมช่องเก็บอุปกรณ์และสัมภาระขนาดใหญ่  ช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์  และช่องจ่ายไฟสำรอง 2 จุดทั้งคอนโซลหน้าด้านล่างและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง  ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS  ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD  ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง ESP  ระบบช่วยป้องกันรถไหลพร้อมช่วยออกตัวและชะลอความเร็วขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Hold Control และ ระบบ Hill Descent Control ช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน  ระบบ Traction Control System ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีและช่วยควบคุมรถให้มีเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง  โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้า ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน

SUZUKI JIMNY 7

SUZUKI JIMNY 8

ทั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษ “Legendary Deal of the Year” สำหรับ SUZUKI JIMNY มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้น โดยเป็นไปตามเงื่อนไขสีและรุ่นที่กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบข้อเสนอนี้จนกว่าสินค้าจะหมด  ผู้สนใจสามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ฟอร์ด เรนเจอร์” คว้าแชมป์ สนามปิดฤดูกาล “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025” ยืน 2 โพเดียมอย่างน่าประทับใจ

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 2

รถแข่งกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ภายใต้การสนับสนุนโดย ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ขับโดย แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค กวาดชัยชนะอันดับหนึ่งได้ถึง 2 ถ้วยรางวัล ปิดฉากการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ประจำปี 2025 ได้อย่างสวยงามท่ามกลางเสียงเชียร์สุดคับคั่งจากพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรฟอร์ดร่วม 100 คน ที่ร่วมเป็นกำลังใจ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการแข่งขันเมื่อวันที่ 1-2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

 

ในการแข่งขันสนามสุดท้ายของรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025 รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค พารถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ในนามทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ออกตัวจากกริดอันดับที่ 14 โชว์ทักษะความชำนาญเฉพาะตัวในการแซงทางโค้ง ไล่แซงคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม พลิกสถานการณ์เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ถึง 2 โค้ง ก่อนจะรักษาความเร็ว ป้องกันคู่แข่ง และควบคุมเกมการแข่งขันอย่างมั่นใจ จนทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้ารางวัลชนะเลิศทั้งในคลาสเอ และรางวัลชนะเลิศ Overall ยืนสองโพเดียมได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถึง 2 รางวัล สร้างความตื่นตาตื่นใจ และภาคภูมิใจให้กับทีมวิศวกรผู้พัฒนารถ และพนักงานฟอร์ดที่มาร่วมเป็นสักขีพยานร่วม 100 คน

ฟอร์ด เรนเจอร์ 3

“ฟอร์ด ประเทศไทยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง แซนดี้ สตูวิค ตลอดจนทีมวิศวกรฟอร์ดและทีมพัฒนารถทุกคนที่มีส่วนสำคัญในชัยชนะครั้งนี้ การแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับฟอร์ดเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นความทุ่มเทพัฒนารถที่ไม่หยุดยั้งของทีมงาน การฝึกฝนร่างกายและไหวพริบของนักแข่ง รวมถึงการเรียนรู้จากทุกสนามเพื่อยกระดับสมรรถนะรถในสนามถัดไป ชัยชนะในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงสปิริต ความมุ่งมั่น และศักยภาพของทีมพัฒนารถแข่ง และยังส่งต่อความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของรถฟอร์ดเพราะดีเอ็นเอของเครื่องยนต์ วี6 ที่พารถแข่งขึ้นสู่โพเดียม คือ ดีเอ็นเอเดียวกับที่อยู่ในรถฟอร์ด ที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ขอขอบคุณสำหรับทุกแรงเชียร์และความไว้วางใจจากลูกค้าฟอร์ดทุกคนและหวังว่าทุกท่านจะรู้สึกภูมิใจเหมือนได้ยืนอยู่บนโพเดียมเคียงข้างเรา” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ดประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เรนเจอร์ 4

สำหรับการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษ นำพนักงานฟอร์ดจากสำนักงานกรุงเทพมหานครและโรงงานทั้งสองแห่งในจังหวัดระยอง รวมถึงลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และพันธมิตร ร่วม 100 คน ร่วมเดินทางชมการแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แบบติดขอบสนาม พร้อมเปิดโอกาสให้ได้เยี่ยมชมบรรยากาศระหว่างการเตรียมรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ พูดคุยกับนักแข่ง แซนดี้ สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด อย่างเป็นกันเอง และร่วมลุ้นเป็น 25 ผู้โชคดีที่ได้ร่วมกิจกรรม Hot Laps สุดเร้าใจ สัมผัสประสบการณ์เสมือนแข่งรถในสนาม

ฟอร์ด เรนเจอร์ 5

“GWM” ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” ย้ำ! ไม่ลดราคา เน้นดูแลลูกค้า ผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Will” พร้อมการันตีเงื่อนไขเดียวกับ Motor Expo 2025 ทั่วประเทศ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ระยะยาวในการยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับผู้บริโภคไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Cat Good Will” สำหรับ GWM ORA Good Cat ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ด้วยการประกาศชัดไม่ลดราคา พร้อมยืนยันการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการลดภาระการผ่อน และการสร้างความอุ่นใจผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมในระยะยาว

GWM Thailand 2

แคมเปญ Good Cat Good Will เป็นข้อเสนอสุดพิเศษกับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดย GWM จะการันตีข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo กับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025 และหากในงาน Motor Expo 2025 มีการมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม GWM จะขยายสิทธิประโยชน์นั้นให้กับลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงและตัดความกังวลขอลูกค้าด้านการทำสงครามราคาออกไป ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจอง GWM ORA Good Cat ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงงาน Motor Expo เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการด้านเอกสารและการส่งมอบรถยนต์

GWM Thailand 3

แคมเปญ Good Cat Good Will นี้ GWM ขอมอบ 3 สิทธิประโยชน์** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระระยะสั้น และสร้างความสบายใจระยะยาว ดังนี้

GWM Thailand 4

  • ช่วยผ่อน 1 ปีเต็ม: GWM สนับสนุนภาระการผ่อนรายเดือน จำนวนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท (สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA) และจำนวน 7,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน (สำหรับรุ่น GT) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในช่วงปีแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายผู้บริโภค
  • ช่วยคุ้มครอง 2 ปีเต็ม: มอบฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ปีเต็ม ทั้งปีแรกและปีที่สอง เพื่อให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหนักหรือเกิดความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูงในปีแรก ที่ทำให้ยากต่อการหาบริษัทประกันในปีที่ 2 สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมี GWM อยู่เคียงข้างเสมอ
  • ช่วยดูแล 5 ปีเต็ม: แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ จำนวนสูงสุด 5 ครั้ง หรือ 75,000 กิโลเมตร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานบริการของ GWM ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามรอบเช็กระยะ และมั่นใจได้ว่ารถได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้และกระบวนการที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่ว GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้งประเทศ

GWM Thailand 5

GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังต่อไปนี้

  • GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*

GWM Thailand 6

*ราคาหลังหักส่วนลด 200,000 บาท ในรุ่น PRO และ ULTRA และราคาหลังหักส่วนลด 270,000 บาทในรุ่น GT

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/models/ora-good-cat

GWM Thailand 10

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Good Cat Good Will’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการลดราคาไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน GWM เชื่อมั่นในสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญของการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยข้อเสนอพิเศษใน Good Cat Good Will ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เราต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกแบรนด์ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งานอย่างโปร่งใสและจริงใจอย่างแท้จริง”

 

 

กลุ่มธุรกิจเรเว่ เสริมความแกร่งในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ ประกาศแต่งตั้งสองผู้บริหาร

0
กลุ่มธุรกิจเรเว่ 1

กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งสองผู้บริหาร เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่อีกขั้นของการเป็นผู้นำวงการธุรกิจยานยนต์ไทย สำหรับการแต่งตั้งผู้บริหารในครั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยมอบหมายให้ นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ และ นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด

นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล มีประสบการณ์ในการร่วมงานกับ บริษัทรถยนต์ชั้นนำของไทยมานานกว่า 20 ปี จึงมีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารยุคบุกเบิกของ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด และมีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนให้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำวงการรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย พิสูจน์จาก บีวายดี และ เดนซ่า มียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่รวมสูงเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผ่านการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า จนมี 167 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน

กลุ่มธุรกิจเรเว่ 2

นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ จบการศึกษาด้านวิศวกรรมจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์ไทยกว่า 20 ปี รวมถึงงานบริหารในหลายสาขา จึงมีความเข้าใจเชิงลึกในตัวผลิตภัณฑ์ และการส่งสารถึงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้น ยังมีส่วนสำคัญในการนำรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี มาทำตลาดในประเทศไทย รวมไปถึง BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์ SUV พรีเมี่ยมขุมพลัง PHEV แบบ DM-i Super Hybrid การันตีความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสม สูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มตลาดรถยนต์ขุมพลัง PHEV และ BYD SEAL 5 DM-i รถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นแรกของไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง PHEV

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ด้วยสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก ที่มีความผันผวนต่อการดำเนินธุรกิจ เรเว่ พร้อมเผชิญและก้าวข้ามทุกความท้าทาย ผ่านการปรับทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เรเว่ มั่นใจว่าผู้บริหารทั้งสองท่านนี้ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เรเว่ สู่อีกระดับของการเป็นผู้นำในวงการธุรกิจไทย”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “หนึ่งในพันธกิจที่สำคัญที่สุดของ เรเว่ คือความยั่งยืน ซึ่งนั่นมิใช่แค่เรื่องการร่วมสร้างอากาศที่สะอาดกว่า ผ่านการนำยานยนต์พลังงานใหม่มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัส แต่ยังรวมไปถึงการเติบโตไปด้วยกันระหว่างองค์กร และทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า นำไปสู่การปรับตำแหน่งบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถได้มากกว่า ผ่านตำแหน่งงานที่มีความสำคัญมากขึ้น และนั่นจะนำไปสู่การสร้างความสำเร็จบทใหม่ไปด้วยกัน”

ด้วยความสามารถในการบริหารงานจนบรรลุเป้าหมายที่ผ่านมา พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่ยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และทัศนคติที่สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร กลุ่มธุรกิจเรเว่ มั่นใจว่าทั้งสองจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร สู่การเติบโตไปอีกขั้นอย่างยั่งยืนต่อไป

“มาสด้า” เผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025

0
มาสด้า 1

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด  “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้

มาสด้า 2

มาสด้า 1

คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย

MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้)

และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ

มาสด้า 4

มาสด้า 5

มาสด้า 6

MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก)

ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

มาสด้า 9

มาสด้า 10

 

มาสด้า 8

มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน

  • ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT

 

รุ่น MAZDA VISION X-COUPE MAZDA VISION X-COMPACT
ความยาว 5,050 มิลลิเมตร 3,825 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,995 มิลลิเมตร 1,795 มิลลิเมตร
ความสูง 1,480 มิลลิเมตร 1,470 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 3,080 มิลลิเมตร 2,515 มิลลิเมตร

 

นิสสัน เปิดตัว นวัตกรรมยานยนต์ ที่เป็นรุ่นสัญลักษณ์ และยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในงาน Japan Mobility Show 2025

0
นิสสัน 1

นิสสัน ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ได้คัดเลือกมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดภายในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย Elgrand รุ่นใหม่, Patrol เอสยูวีพันธุ์แกร่ง ที่เตรียมวางขายในญี่ปุ่น และ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนถึงแนวคิดอัจฉริยะของการเดินทาง และนวัตกรรมของนิสสัน

นิสสัน 2

รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนิสสัน ตอกย้ำกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ร่วมกับรถยนต์ ลีฟ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว รถยนต์แบบ Kei อย่าง Roox และรถยนต์ซีดานสกายไลน์ ปี 2026 รุ่นปรับปรุงใหม่แล้ว โดยรถยนต์รุ่นใหม่เหล่านี้พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนิสสันในญี่ปุ่น รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ปฏิบัติการภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan

นิสสันมุ่งสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านแผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ที่มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และประสบการณ์ของลูกค้า แนวทางใหม่นี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างนวัตกรรม ความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการเติบโตระยะยาวในตลาดญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ

ในญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้หมายถึงการปรับปรุงรถยนต์รุ่นหลัก การขยายสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ และการเปิดตัวรถยนต์ รุ่นที่สร้างความตื่นเต้น อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ที่ได้รวบรวมนวัตกรรม และมรดกที่ดีที่สุดของบริษัทไว้ด้วยกัน วิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสันจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์รถยนต์อัจฉริยะที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ไปจนถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลก

นวัตกรรม และระบบอัจฉริยะคือหัวใจสำคัญสำหรับอนาคตของนิสสัน

อีวาน เอสปิโนซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน (Ivan Espinosa Nissan CEO) ยืนยันความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในตลาดหลัก โดยกล่าวว่า “ตลาดญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง และคึกคักเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จระดับโลกของนิสสัน เรามุ่งมั่นที่จะจุดประกายจิตวิญญาณนั้นอีกครั้งด้วยการเชิดชูมรดก และความยิ่งใหญ่ที่มีมาของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว Patrol ในฐานะรถยนต์หลักรุ่นใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น การยกระดับความยิ่งใหญ่ของ Elgrand ผ่านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง รวมถึงขยายขอบเขตของเทคโนโลยีผ่านรถยนต์ไฟฟ้าของเรา เป้าหมายของเราคือการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Roox รถยนต์แบบ Kei ขนาดเล็ก ไปจนถึงรุ่นหลักของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจด้านอารมณ์ และความภาคภูมิใจให้กับลูกค้าอีกด้วย”

Elgrand ใหม่ พร้อมมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสุขให้กับการเดินทางของครอบครัว

นิสสัน 3

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1997 Elgrand ได้ช่วยบุกเบิกกลุ่ม “รถมินิแวนระดับพรีเมียม” ของญี่ปุ่น สร้างชื่อเสียงในด้านการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง หรูหรา และมีสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ รถยนต์เจเนอเรชั่นที่ 4 นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จ และความยอดเยี่ยมของรถยนต์รุ่นนี้ที่ผ่านมา โดยผสานรวมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล่าสุดของนิสสัน เข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยที่พร้อมยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่ และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคนบนรถ โดย Elgrand ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2026 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ เหนือระดับ ที่พร้อมปลุกเร้าความตื่นเต้นเร้าใจ

การออกแบบที่เชิดชูวัฒนธรรมญี่ปุ่น

นิสสัน 4

การออกแบบภายนอกของ Elgrand สะท้อนถึงภาษาการออกแบบ “Timeless Japanese Futurism” หรือ แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือ และสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น นำมารังสรรค์ใหม่ด้วยเทคนิค วัสดุ และเทคโนโลยีล่าสุดต่างๆ

Elgrand โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้าอย่างลงตัว โดยมีสีภายนอกใหม่อาทิ สี Fuji Dawn เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงอรุณรุ่งเหนือภูเขาไฟฟูจิ และ สี Shigoku สีแดงม่วงเข้มที่สื่อถึงความสง่างาม

ขณะที่ภายในห้องโดยสารมอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ ผู้โดยสารแถวสองจะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ captain seat แบบ zero gravity รวมถึงการใข้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูง และให้สัมผัสคล้ายกับหนังแนปปา พร้อมการตกแต่งด้วยหนัง และลายไม้ พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะบนแผงประตู และเบาะนั่ง เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน นอกจ่ากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับได้ถึง 64 สี ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้น

นิสสัน 5

สมรรถนะ และพละกำลัง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง

Elgrand ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) เจเนอเรชั่นที่ 3 ของนิสสัน โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Elgrand จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกในไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของบริษัทที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุดของนิสสัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร

นิสสัน 6

สำหรับผู้ขับขี่ ระบบจะใช้ประโยชน์จากแรงบิดของมอเตอร์ด้านหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

Elgrand ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบ ProPILOT* รุ่นล่าสุดของนิสสัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังมีระบบ ProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

Nissan Patrol จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น

นอกจาก Elgrand รุ่นใหม่แล้ว นิสสันยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ระดับตำนานอย่าง Patrol ในญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2027 รถเอสยูวี พันธุ์แกร่งสุดทรหดที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน ถือเป็นการกลับมาสู่ตลาดในเซกเมนต์นี้อีกครั้ง หลังจากที่บริษัทไม่ได้ทำตลาดในกลุ่มนี้ นับตั้งแต่การผลิต รถยนต์รุ่น Safari สิ้นสุดลงในปี 2007

นิสสัน 7

Patrol ถือเป็น “รถยนต์ที่เปี่ยมด้วยพลัง” อย่างแท้จริงของบริษัท ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสัน ในการนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน และมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสามารถพิชิตภูมิประเทศอันหลากหลายของญี่ปุ่น และตอบสนองจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง

นอกจากการขยายไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ การเปิดตัว Patrol ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของนิสสัน ในฐานะผู้นำของตลาดรถแบบเอสยูวี ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่สร้างความมั่นใจ และความตื่นเต้น ตลอดจนความอเนกประสงค์ในการผจญภัยแบบออฟโรด และการขับขี่ในเมืองเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

Ariya ปรับโฉมใหม่: สไตล์ ด้วยการเชื่อมต่อ และความสะดวกสบาย

Ariya EV crossover รุ่นปรับโฉมใหม่ เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายปีงบประมาณนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหรามากยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Google** มีฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) และถูกอัพเกรดช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนเหล่านี้มุ่งมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อ มีสไตล์ ​​และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

เช่นเดียวกับ รถยนต์ LEAF รุ่นใหม่ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ผสานรวมฟีเจอร์ต่างๆ ที่สนับสนุนวิสัยทัศน์ของนิสสันเกี่ยวกับการเดินทางอัจฉริยะ ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศทางพลังงานไฟฟ้าให้กว้างขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยโครงการริเริ่มของ Nissan Energy จะแสดงให้เห็นถึงวิธีที่รถยนต์เหล่านี้สนับสนุนการจัดการพลังงาน ลดการพึ่งพาจากโครงข่ายไฟฟ้า และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟของผู้บริโภค ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

‘* ProPILOT จะช่วยให้ผู้ขับขี่สมามารถละมือจากพวงมาลัยได้เมื่อมีการจราจรติดขัด¹ (ภายใต้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม.) และมีระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจรหลังจากผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยว ทำงานร่วมกับระบบนำทาง navigation link

‘** Google, Google Play และ Google Maps เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

###

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube