Home Blog Page 49

อย่าพลาดโอกาสสุดท้ายกับ ดีลดีที่สุดจากเรเว่ พร้อมแพ็คเกจรับประกัน แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC) ตลอดอายุการใช้งานมูลค่า 50,000 บาท

0

ข้อเสนอดีลดีที่สุดแห่งปีจาก บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จะมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ให้คุณได้เป็นเจ้าของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ในราคาพิเศษที่สุด โดยในปี 2569 ที่มาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นไปอยู่ ในระดับที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน

ในส่วนของ BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 ที่ผลิตจากโรงงาน BYD ประเทศไทย จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท จากโครงการ EV 3.0 อีกต่อไป โดยจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 50,000 บาท จากโครงการ EV 3.5 แทน ส่วน BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 นอกจากจะไม่ได้รับ ทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐสูงสุดมูลค่า 75,000 บาท ยังมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพิ่มขึ้นจากเดิม 2% รวมเป็น 10%

ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ครอบครองรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ในราคาที่ดีที่สุดแล้ว ยังมีข้อเสนอแพ็คเกจการรับประกันแบตเตอรี่ ตลอดอายุการใช้งาน ในราคาพิเศษสุดเพียง 5,000 บาท1 (มูลค่า 50,000 บาท) สำหรับรถยนต์ บีวายดี และ 10,000 บาท1 (มูลค่า 100,000 บาท) สำหรับรถยนต์ เดนซ่า มั่นใจตลอดอายุการใช้งาน เพราะแพคเกจครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery), มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC) ราคาพิเศษนี้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

ติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติม และตรวจสอบจำนวนสต็อกรถยนต์คงเหลือ ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ อย่าช้าเพราะแคมเปญพิเศษนี้ และรถยนต์สต็อกมีจำนวนจำกัด สำหรับราคาพิเศษของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า มีดังต่อไปนี้

  • BYD DOLPHIN ราคาพิเศษ 449,900 บาท1 ในรุ่น Standard Range หรือ 569,900 บาท1 ในรุ่น Extended Range
  • BYD ATTO 3 ราคาพิเศษ 629,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 699,900 บาท1 ในรุ่น Extended
  • BYD SEAL 5 DM-i ราคาพิเศษ 699,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD M6 – ราคาพิเศษ 749,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 849,900 บาท1 ในรุ่น Extended
  • BYD SEAL ราคาพิเศษ 799,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 899,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ หรือ 999,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • BYD SEALION 6 DM-i ราคาพิเศษ 899,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 999,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD SEALION 7 ราคาพิเศษ 1,074,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 1,174,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • DENZA D9 ราคาพิเศษ 1,899,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 2,499,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • DENZA D9 Phantom Edition ราคาพิเศษ 1,999,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 2,599,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance

ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 100,000 ราย พิสูจน์แล้วถึงคุณภาพและนวัตกรรมของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของการครอบครองรถยนต์พลังงานใหม่ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กําหนด

“GEELY” ขอบคุณทุกความไว้วางใจ ฉลอง GEELY EX2 กวาดยอดจอง 4,016 คัน ขยายเวลาโปรโมชันราคาพิเศษถึงสิ้นปี

0
Geely 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ หลัง GEELY EX2 ทำยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมเดินหน้าตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า ด้วยการขยายเวลาแคมเปญราคาพิเศษจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับ GEELY EX2 รุ่น PRO ในราคา 399,990 บาท และรุ่น MAX ในราคา 429,990 บาท รวมถึง GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคา 849,000 บาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับให้กับทุกคน

จีลี่ 3

ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ GEELY ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยสามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน ด้วยการสนับสนุนและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ธนบุรีนอยสเติน จึงร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชันราคาพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังนี้

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท

พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่

  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี พรมปูพื้น
  • GEELY EX5 รุ่น MAX ราคาพิเศษ 849,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อซื้อราคาปกติ 899,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ ได้แก่
  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 เมตร
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป บริษัทขอยืนยันราคาจำหน่ายของ GEELY EX2 ดังนี้

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การต้อนรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่น ความไว้วางใจของทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราสร้างยอดจองได้ถึง 4,016 คัน ในช่วงระหว่างงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เรามั่นใจว่า GEELY EX2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น จะสร้างมาตรฐานใหม่ของซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่จะมอบความสุข ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างแท้จริง และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว GEELY ประเทศไทย”

จีลี่ 4

ธนบุรีนอยสเติน ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถ GEELY EX2 เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด โดยจะทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทุกท่าน ผ่านแผนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมพัฒนาโครงสร้างการดูแลลูกค้าหลังการขายอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ตามมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมของกลุ่มธนบุรี จากประสบการณ์กว่า 85 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

จีลี่ 8

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

 

 

“GWM” ปิดฉาก Motor Expo 2025 สุดปัง! กวาดยอดจอง 4,609 คัน ดันแรงด้วย 3 ไฮไลต์รุ่นเด่นแห่งปี – TANK 300 Diesel, ORA Good Cat และ WEY G9

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ด้วยยอดจองรวมทั้งสิ้น 4,609 คัน สะท้อนกระแสตอบรับอันร้อนแรงและความมั่นใจในแบรนด์ GWM จากผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งเทคโนโลยี ความปลอดภัย และสไตล์ชีวิตที่แตกต่าง รวมถึงความไว้วางใจในการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้งานจริงมาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจองสะสมในงาน Motor Expo 2025 นี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 124% พร้อมสถิติผู้ลงทะเบียนทดลองขับและร่วมกิจกรรมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงการรับรู้ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการขยายฐานผู้ใช้ที่มองหายนตรกรรมที่มีขุมพลังขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานทั้งครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักธุรกิจที่มองหาความลักชัวรี่และเทคโนโลยีล้ำสมัย

GWM (Thailand) 2

3 รุ่นไฮไลต์ที่ครองใจลูกค้าในงาน Motor Expo

GWM TANK 300 DIESEL – รถยนต์ SUV สไตล์ Premium Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ ยังคงความร้อนแรงด้วยยอดจองสูงที่สุดของ GWM ถึง 1,818 คัน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย ที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับแฟน ๆ ชาวไทย นอกจากนี้ ยังมี GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition เข้ามาสร้างสีสันและสะท้อนสไตล์เฉพาะตัว ในจำนวนจำกัดเพียง  300 คัน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงาน จึงไม่แปลกใจว่าทำไม GWM TANK 300 DIESEL ที่ส่งมอบไปแล้วกว่า 6,000 คัน ยังคงเป็นรถยอดนิยมสำหรับคนไทยที่ชื่นชอบสไตล์และการผจญภัย

GWM (Thailand) 3 

GWM ORA Good Cat – เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ “รถคันแรกในใจใครหลายคน” แต่เป็นไอคอนของความคิ้วท์ ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและแบตเตอรี่ผลิตในประเทศที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ทำให้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนยุคใหม่และผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน นอกจากนี้เดือนธันวาคม 2568 ถือเป็นโค้งสุดท้ายในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้มาตรการ EV 3.0 กับสิทธิประโยชน์สูงถึง 150,000 บาทและข้อเสนอที่ดีที่สุดของ GWM ORA Good Cat ซึ่งหลังจากจบงาน ได้กวาดยอดจองไปได้อย่างถล่มทะลายถึง 1,566 คัน

GWM (Thailand) 5

WEY G9 – The Crafted Masterpiece สำหรับผู้นำที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์และครอบครัวระดับไฮเอนด์ รถลักชัวรี่ MPV รุ่นแรกของ GWM WEY ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและเกินความคาดหมายจากผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ ข้าราชการระดับผู้ใหญ่ ที่ต้องการภาพลักษณ์เหนือระดับ และครอบครัวที่ต้องการรถ MPV ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันที่หลากหลาย โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ หรือ Hi4 ที่มอบทั้งสมรรถนะ เสถียรภาพในการขับขี่ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายระดับแฟลกชิปด้วยเบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity Seats สามารถเดินทางได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องแวะชาร์จ WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra สามารถทำยอดจองสูงสุดที่ 378 คัน

GWM (Thailand) 7

นอกจาก 3 รุ่นไฮไลต์แล้ว รถรุ่นยอดนิยมอื่นของ GWM ก็ได้รับความสนใจอย่างสูงเช่นกัน โดยเฉพาะ GWM POER SAHAR Diesel กระบะพรีเมียมสำหรับสายลุยที่ไม่ทิ้งความสบาย เป็นรถกระบะแห่งปีที่ตอบโจทย์นักเดินทางและสายแอดเวนเจอร์ที่ต้องการรถกระบะขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการ เป็น “Next Level of Lifestyle Partner” ที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังคงใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดีไซน์พรีเมียมและความสบายในทุกเส้นทาง รวมถึง NEW GWM TANK 500 Diesel รถ SUV ระดับพรีเมียมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลาย และ GWM HAVAL H6 PHEV ที่ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความประหยัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งสามรุ่นได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ GWM สะท้อนความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในทุกเซกเมนต์ ซึ่งมียอดจองรวมกันทั้งสิ้น 4,609 คัน

GWM (Thailand) 10

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการตอบรับที่ยอดเยี่ยมในงาน Motor Expo 2025 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดจอง แต่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า GWM ยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงและแข็งแรง ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในทุกระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในหลากหลายเซกเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ ความสำเร็จของเรายังมาจากการรับฟังเสียงของลูกค้า หรือ User-Centric เราเชื่อว่าการฟังเสียงผู้ใช้คือหัวใจของการสร้างแบรนด์และการเติบโตในระยะยาว เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบของคนไทย ผลลัพธ์คือการตอบรับที่เหนือความคาดหมายจากลูกค้าชาวไทยในงาน Motor Expo ปีนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นแล้ว GWM ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความอุ่นใจไร้กังวลให้กับลูกค้าของเรา เรามุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย และแบรนด์ที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด”

 

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” ประกาศผลรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025  ยกย่องผู้จำหน่ายชั้นนำ ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนเป็นปีที่สาม

0
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มอบรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สามให้แก่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ 4 ราย ได้แก่ เชิดชัย ออโต้เฮาส์, เยอรมัน ออโต้, มิลเลนเนียม ออโต้ และเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส สะท้อนถึงความสำเร็จและนวัตกรรมของผู้จำหน่ายในการผนวกหลักความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

รางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 จัดขึ้นเพื่อมุ่งเสริมศักยภาพผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นให้
ผู้จำหน่ายได้พัฒนาและนำนวัตกรรมด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติจริงและวัดผลได้ ครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Reduction) แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity) การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement)  และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม (Societal Impact) โดยการประเมินผลยึดตามหลักเกณฑ์ ESG ซึ่งเป็น 3 เสาหลักของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance)

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เชื่อว่าอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงเกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกัน เครือข่ายผู้จำหน่ายของเราคือพันธมิตรสำคัญบนเส้นทางนี้ และรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ได้ยกย่องนวัตกรรมที่มีเป้าหมายชัดเจนและลงมือทำจริง ซึ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่วัดผลได้ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ของประเทศไทย ผมภาคภูมิใจอย่างยิ่งในผู้จำหน่ายทั้งสี่รายที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในด้านความยั่งยืน แปลงความมุ่งหมายให้เป็นการปฏิบัติจริง ครอบคลุมทั้งการดำเนินงาน ประสบการณ์ของลูกค้า และการสร้างคุณค่าสู่ชุมชน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ความยั่งยืนและความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ และโครงการที่ได้รับรางวัลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรามุ่งเป็นผู้นำด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยบูรณาการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ใจกลางกลยุทธ์และการตัดสินใจในทุกวัน”

ผู้ได้รับรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ในแต่ละหมวด ได้แก่:

รางวัลยอดเยี่ยมด้านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Outstanding Circularity Initiatives)
โครงการ “ReVolt 2” โดย เชิดชัย ออโต้เฮาส์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 2

เชิดชัย ออโต้เฮาส์ ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ดำเนินโครงการ “ReVolt 2” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่นำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ไม่ได้ใช้งาน มาเปลี่ยนเป็นระบบกักเก็บพลังงานสะอาดความจุสูงสำหรับบ้าน อาคารสำนักงาน และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำพันธกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานอนาคตที่ยั่งยืน เปลี่ยนวัสดุที่เหลือใช้ให้มีคุณค่าอีกครั้ง และแสดงให้เห็นแนวทางที่จับต้องได้ของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการสร้างประโยชน์แก่สังคม (Outstanding Societal Impact Initiatives) โครงการ “The JOY of Chance” โดย เยอรมัน ออโต้

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 3

เยอรมัน ออโต้ เปิดตัวโครงการ “The JOY of Chance” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของพันธกิจรีไซเคิลเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เชิญชวนพนักงานและลูกค้าทั่วประเทศร่วมรีไซเคิลวัสดุในชีวิตประจำวัน เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวด แถบอลูมิเนียมจากกระป๋อง รวมถึงชิ้นส่วนรถบีเอ็มดับเบิลยูที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อนำทรัพยากรที่รวบรวมได้ไปสนับสนุนกองทุนและวัสดุสำหรับผลิตขาเทียม มอบให้แก่อดีตทหารผ่านศึกและผู้พิการทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงลดขยะอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเปลี่ยนสิ่งที่ดูไร้ค่าให้กลายเป็นโอกาสที่มีความหมาย มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทอย่างลึกซึ้ง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Outstanding Contribution to CO2 Reduction)

โครงการ “CO2 Reduction” โดย มิลเลนเนียม ออโต้

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 7

มิลเลนเนียม ออโต้ เดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง โดยอัปเกรดระบบไฟส่องสว่างเป็น LED จนสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5.4% และดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ที่จะช่วยลดค่าไฟได้ถึง 35% พร้อมทั้งปรับใช้เวิร์กโฟลว์ดิจิทัลเพื่อลดการใช้กระดาษ เสริมด้วยโครงการปลูกป่า ด้วยการซื้อต้นกล้าเพื่อนำไปปลูกต้นไม้ 10 ต้นต่อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่ส่งมอบ 1 คัน ช่วยฟื้นฟูป่าและปรับปรุงคุณภาพอากาศ ยกระดับความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Outstanding Employee Engagement Leadership) โครงการ “Happy Workplace” โดย เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 9

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุขและสนับสนุนพนักงานผ่านโปรแกรม Happy Workplace ที่ครอบคลุม ทั้งเวิร์กช็อปบริหารความเครียด การฝึกอบรมตอบโต้เหตุฉุกเฉิน โปรแกรมสุขภาพทางการเงินสำหรับพนักงาน รวมถึงกิจกรรมรับบริจาคและรีไซเคิลเสื้อผ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในสุขภาวะของบุคลากรนี้สะท้อนความเชื่อว่าพนักงานที่มีความสุขและได้รับการดูแล
คือรากฐานของการบริการที่ยอดเยี่ยม และองค์กรที่ยั่งยืน แข็งแกร่ง ส่งต่อพลังบวกสู่ลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านการดำเนินงานและนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม รางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 นี้ สะท้อนถึงความสำเร็จของผู้จำหน่ายในการผนวกหลักความยั่งยืนเข้ากับการทำธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างประโยชน์แก่สังคม และการมีส่วนร่วมของพนักงาน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและก้าวหน้าสำหรับประเทศไทย

 

“ฟอร์ด” ดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบส่วนลดงานซ่อมสูงสุด 40% พร้อมค่าขนส่งรถสูงสุด 8,000 บาท

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งแคมเปญช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการมอบส่วนลดงานซ่อมสูงสุดถึง 40%1 ค่าขนส่งรถไปยังศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียงสูงสุด 8,000 บาท2 พร้อมบริการตรวจสภาพรถยนต์ทั่วไปฟรี 30 รายการ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ดมุ่งมั่นดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าฟอร์ดอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะช่วงวิกฤตจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา จึงได้จัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้ารถฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริการขนส่งรถเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติได้เร็วยิ่งขึ้น” นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว 

แคมเปญช่วยเหลือลูกค้าฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย บริการตรวจสภาพทั่วไปฟรี 30 รายการ ส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% โดยส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาง เบรก แบตเตอรี่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รวมถึงความเสียหายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย นอกจากนี้ เพื่อเร่งบรรเทาให้ลูกค้าได้รับรถกลับไปใช้งานในสภาพปกติได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ฟอร์ดยังทำงานร่วมกับเครือข่ายศูนย์บริการฟอร์ดในพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งรถของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ที่วงเงินไม่เกิน 8,000 บาท2 ซึ่งจะพิจารณาการใช้สิทธิ์ตามลำดับความคุ้มครองของประกันภัย และส่วนต่างค่ารถยกที่เกินจากวงเงินประกัน โดยเป็นการยกรถไปยังศูนย์บริการฟอร์ดหรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานฟอร์ด จำนวน 1 ครั้ง (สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้า 200 รายแรก) ทั้งนี้ ลูกค้ารถฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดใกล้เคียง หรือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383

หมายเหตุ

  1. ในกรณีที่รถยนต์ลูกค้า ไม่มีประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยปฏิเสธการคุ้มครอง สามารถรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าซ่อมและอะไหล่จากโครงการ ‘ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม’ โดยฟอร์ดมอบส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% โดยส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 3 รายการ คือ ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และยาง สำหรับลูกค้าที่รถยนต์เข้าข่ายประกันคืนทุน (Total Loss) สามารถรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าอะไหล่ โดยฟอร์ดจะช่วยเหลือค่าอะไหล่แท้ 35% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  2. ฟอร์ดช่วยเหลือค่ารถยกสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท โดยเป็นการยกรถไปยังศูนย์บริการฟอร์ดหรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานฟอร์ด ที่ลูกค้าเลือก 1 ครั้ง โดยค่ารถยกที่ลูกค้าสำรองจ่ายไปก่อนจะถูกนำมาหักเป็นส่วนลดในใบเสร็จค่าซ่อม ไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้

“เอ็มจี” สรุปยอดจองในงาน “MOTOR EXPO 2025” กว่า 4,827 คัน

0
เอ็มจี 1

 

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยยอดจองในงาน MOTOR EXPO 2025 ด้วยตัวเลข 4,827 คัน ด้วยกระแสโค้งสุดท้ายของมาตรการสนับสนุน EV 3.0 สำหรับรถยนต์กลุ่มอีวีมาแรงตามคาด 3 รุ่นยอดนิยมจึงเป็นของ NEW MG S5 EV PLUS ตามด้วย NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG IM6 อีกทั้ง 3 รุ่นนี้ ยังเป็นโมเดลที่ลูกค้าให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุดเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ของรถไฟฟ้า เอ็มจี ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า และการรับประกันแบบ LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับรถโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ส่งผลให้บูธเอ็มจีคึกคักต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการจัดงาน

MG Cars 2

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน MOTOR EXPO 2025 ถือเป็นปีที่คึกคักมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของแบรนด์รถยนต์ที่เข้ามาเป็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และจำนวนลูกค้าที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากการรวบรวม
ความคิดเห็นของลูกค้าเข้ามาที่บูธเอ็มจี พบว่า นอกเหนือจากการพิจารณาในเรื่องดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ราคา
และความคุ้มค่าแล้ว ลูกค้าในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการดูแลระยะยาว การรับประกัน และบริการหลังการขายมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจและตัดสินใจจองซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี คือ
การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ
LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับตัวรถ และไม่จำกัดทั้งระยะทาง และผู้ครอบครอง รวมถึงการดูแลหลังการขายที่ เอ็มจี ยกระดับทั้งด้านศูนย์บริการ มาตรฐานช่างผู้เชี่ยวชาญ และอะไหล่ที่พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศ

MG Cars 2

นอกจากนี้ เอ็มจี ยังได้รวบรวมสถิติในด้านต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของ เอ็มจี ในงาน MOTOR EXPO
ครั้งนี้ โตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 46% โดยในรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS ทำยอดจองได้ 1,737 คัน NEW MG 4 ELECTRIC ทำยอดจองได้ 1,568 คัน ส่วนในกลุ่มพรีเมียมได้แก่ MG IM6  MG MAXUS9 MG MAXUS7 และ MG CYBERSTER มียอดจองรวมที่ 950 คัน กลุ่มรถยนต์สันดาปและพลังงานทางเลือก ได้แก่ ALL NEW MG3 HYBRID+ MG5 MG VS HEV MG HS และ MG ZS ยอดรวมอยู่ที่ 440 คัน  ซึ่งนอกจากยอดจองที่โตขึ้นแล้ว ลูกค้ายังให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุด และหลังจากทดลองขับลูกค้ากว่า 90% ตัดสินใจจองรถในทันที สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพ นวัตกรรม และความคุ้มค่าของรถยนต์ เอ็มจี อย่างแท้จริง”

MG Cars 3

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

The All-Electric Mazda6e สุดฮ็อต ลูกค้าแห่จอง Premiere Package 3,000 สิทธิ์ เตรียมเดินสายอวดโฉมที่โชว์รูมมาสด้า

0
Mazda 1

มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จหลังจากลูกค้าให้ความสนใจจนแน่นบูธตลอดทั้งงาน เตรียมเดินสายอวดโฉมกับกิจกรรม ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า ตลอดเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e กันอย่างใกล้ชิด แทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ภายหลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ด้วยยอดจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ ลูกค้าที่สนใจสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลตารางจัดกิจกรรมได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th  และ Mazda Virtual Showroom ที่มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในการชมรถทางออนไลน์

Mazda 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิตอล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ที่ผ่านมา รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์นั่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 ตามด้วย มาสด้า3 และ มาสด้า6 ในขณะที่รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีกระแสตอบรับดีที่สุด ได้แก่ มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-3, มาสด้า CX-5 และ มาสด้า CX-8 ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็ยังคงสร้างยอดขายให้มาสด้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งปิกอัพมาสด้า บีที-50 และรถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า MX-5 โดยมีลูกค้าเข้ามาชมกันอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการตอบรับของลูกค้าที่ยังคงมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่ในสไตล์มาสด้า”

Mazda 3

สำหรับ The All-Electric Mazda6e ที่เปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองสิทธ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ และยังคงมีลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มาสด้าเล็งเห็นถึงกระแสการตอบรับในครั้งนี้ จึงได้จัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า เพื่อให้ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสสัมผัสรถจริง และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถก่อนตัดสินใจจองรับสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* โดยมาสด้าได้เพิ่มสิทธิ์ในการจอง Mazda6e Premiere Package* จนถึง 31 ธันวาคม 2568* เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับมาสด้าเป็นอย่างดี โดยกิจกรรมจะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมมาสด้าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือตรวจสอบตารางการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

สำหรับ ‘Mazda6e Premiere Package’* ประกอบด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท*

Mazda 8

The All-Electric Mazda6e เปิดตัวพร้อมแนวคิด จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว “Electrified Perfection in Oneness” กับนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู NeoFastback ที่มีให้เลือก 2 สไตล์ คือ สไตล์ Premium Black ห้องโดยสารตกแต่งภายในด้วยวัสดุหนังสีดำให้ภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย สไตล์ Exclusive Nappa Suede ยกระดับภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง Nappa/Suede สีแทน ออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion สง่างามทุกมุมมองทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ และสปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติ ตามความเร็วรถ ให้สมรรถนะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิตไต แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** รองรับการชาร์จด่วน DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที***

Mazda 9

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้า ‘The All-Electric Mazda6e’ ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า 100% จากแบรนด์มาสด้า แต่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โชว์รูมมาสด้าได้ สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ได้ผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน

ตารางการจัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ในเดือนธันวาคม 2568

วันที่ ผู้จำหน่าย จังหวัด
12-13 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า ราชาออโต้เซลส์ (สำนักงานใหญ่)

ร้อยเอ็ด

นครราชสีมา

14-15 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร มหาสารคาม
16-17 ธันวาคม 2568 มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า วี แอนด์ พี

กาฬสินธุ์

อุดรธานี

19-20 ธันวาคม 2568 มาสด้า พิจิตรเพชร

มาสด้า โค้วยู่ฮะ ยานยนต์

ขอนแก่น

ขอนแก่น

23-24 ธันวาคม 2568 มาสด้า ชูเกียรติยนต์ นครศรีธรรมราช
26-27 ธันวาคม 2568 มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ (สำนักงานใหญ่)

มาสด้า เชียงใหม่ (สำนักงานใหญ่)

สงขลา

เชียงใหม่

สามารถติดตามข่าวสารการจัดงาน “Mazda6e Electric Showcase” ในเดือนมกราคม 2569 ได้จากช่องทาง Mazda Official Platform

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ‘The All-Electric Mazda6e’ เป็นอย่างดี มาสด้าเตรียมที่จะส่งมอบรถพร้อมประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกท่าน และให้การดูแลท่านอย่างดีที่สุด เพื่อแทนคำขอบคุณที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า และให้มาสด้าดูแลท่าน รวมถึงคนที่ท่านรักไปตลอดอายุการใช้งาน” นายภพนิพิฐ กล่าว

 

ปิดฉาก MOTOR EXPO 2025 ยอดจองรถยนต์กว่า 7 หมื่นคัน

0
_cuva

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” งานใหญ่โค้งสุดท้ายปี 2568 ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงเกินครึ่ง ตามติดด้วย รถไฮบริด รถสันดาป รถพลัก-อิน ไฮบริด ส่วนจักรยานยนต์คึกคัก ผู้ชมรวมกว่า 1.5 ล้าน เงินสะพัด 7 หมื่นล้านบาท

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “งาน MOTOR EXPO 2025 เป็นการจัดงานที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแห่งปี ผนวกกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 (EV 3.0) ที่จะสิ้นสุดปีนี้ รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มปี 2569 ส่งผลให้งานประสบความสำเร็จอย่างสูง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท”

สำหรับยอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 50 % ส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด) 50 %

นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 58.4 % รถเก๋ง 27.8 % รถอเนกประสงค์ (MPV) 7.6 % รถกระบะ 4.5 % และอื่นๆ 1.7 %

รถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” สูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ MITSUBISHI XFORCE, HONDA HR-V, GEELY EX2, JAECOO 5 EV, BYD ATTO3 และ TOYOTA YARIS CROSS

รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ LAMBRETTA, YAMAHA, DECO, EM และ ZONTES

ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,122,347 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 177,637 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 7 หมื่นล้านบาท

ปีนี้ ผู้ชมงานสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสถานีเมืองทองธานี และยังมีแพคเกจ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ที่อำนวยความสะดวกระดับ VIP ส่งผลให้มีผู้เข้าชมงาน 1,521,296 คน ยอดดาวน์โหลด MOTOR EXPO APPLICATION 45,298 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,028,044 วิว

พบกันใหม่ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

อีซูซุขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกรถจากฐานการผลิตไทยไปตลาดโลกครบ 3 ล้านคัน

0

อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ “มิว-เอ็กซ์” จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลกครบ 3,000,000 คัน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทย

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ความสำเร็จในการส่งออกรถอีซูซุครบ 3 ล้านคันในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของอีซูซุและประเทศไทยในฐานะ “ฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปยังกว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยรถอีซูซุที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการเป็นสินค้าคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น ความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รถยนต์อีซูซุที่ผลิตโดยคนไทย ถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูงสุด ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตและส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นแบรนด์แรกจากฐานการผลิตไทยไปยังยุโรปอีกด้วย  มร.ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนโดยมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปด้วยกันกับประเทศไทย สร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงทุนมหาศาลด้านการผลิต การเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 90% ในรถปิกอัพ และทำให้รถปิกอัพกลายเป็นโปรดักแชมเปี้ยน (Product Champion) ที่ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการย้ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทั้งรถขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก่อให้เกิด Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กว้าง ลึก และแข็งแกร่งในระดับโลก มีส่วนทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีประชากรในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน”

อีซูซุได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2506  และยืนหยัดใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดผลิตรถอีซูซุในไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกเกือบ 50% โดยมีรายละเอียดการส่งออก ดังนี้

  • พ.ศ. 2557 ส่งออกครบ 1 ล้านคัน
  • พ.ศ. 2562 ส่งออกครบ 2 ล้านคัน
  • พ.ศ. 2568 ส่งออกครบ 3 ล้านคัน

อีซูซุยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่รองรับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้ง สร้างงาน สร้างความมั่งคั่ง ให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเคียงคู่และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

วอลโว่ จัดทริป Volvo Family Day 2025 พาครอบครัววอลโว่ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดม่วนจอย

0

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอยม่วนใจ พาครอบครัววอลโว่ร่วมทริปสุดม่วน บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – พัทยา เมื่อวันที่ 1–2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในปีนี้ วอลโว่ได้จัดทริปภายใต้ธีม “ม่วนจอยม่วนใจ” ให้ลูกค้ากว่า 300 คนได้ร่วมปลดปล่อยความสนุกตลอดทั้งเส้นทาง ผ่านกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ออกแบบให้เหมาะสมกับครอบครัวที่มีเด็ก ให้ได้สนุกและใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากครอบครัววอลโว่จากหลากหลายพื้นที่ ทำให้บรรยากาศภายในงานอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเจอครอบครัววอลโว่อีกครั้งนึง

เริ่มต้นกิจกรรมช่วงเช้า ครอบครัววอลโว่ลงทะเบียน และรับประทานอาหารเช้าและรับฟังรายละเอียดเส้นทางและกิจกรรมตลอดทั้งวัน โดยมี คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้ร่วมเดินทางทุกท่านอย่างเป็นกันเอง ก่อนโบกธงปล่อยตัวคาราวานรถวอลโว่กว่าร้อยคัน มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา

เริ่มต้นกิจกรรมสุดม่วนที่ Thaithani Cultural Village & Elephant Pattaya ทุกครอบครัวได้ร่วมพิชิตภารกิจย้อนวันวานสุดม่วนจอยถึง 4 ฐาน ได้แก่ ม่วนดนตรีเพลง, ม่วนสเต็ป, ม่วนวิ่ง ม่วนเดิน, ม่วนต่อยม่วนตี โดยเล่นเป็นทีม ให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้ร่วมม่วนไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน แต่ละฐานเรียกทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นสนุกสนานตลอดทั้งบ่าย

ในช่วงค่ำคืน วอลโว่พาลูกค้าเข้าสู่กิจกรรมสุดท้ายของวัน ณ Grande Centre Point SPACE Pattaya  กับปาร์ตี้ม่วนจอยม่วนใจยามค่ำคืนให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มไปกับอาหาร และร่วมสนุกกับการประกวดแต่งกายในธีม Thai iconic พร้อมลุ้นของรางวัลมากมาย ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งตัวแม่ “สามตัวบน” ได้แก่ ตั๊ก ลีลา, สุนารี ราชสีมา และ ฮาย อาภาพร ให้ครอบครัววอลโว่ทุกท่านได้ร่วมสนุก ได้รับพลังความม่วน ความฮากันแบบจัดเต็ม กลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม ตอบแทนที่ทุกท่านที่มาเข้าร่วมและสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำดีๆร่วมกัน

กิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอย ม่วนใจ ในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), บริษัท อีแซดเอสวีเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ธนชาตประกันภัย, บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Tyreplus), Hand & Co และ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่

Websitewww.volvocars.com/th

Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth

Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand

LINE https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-161-4144

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าวอลโว่เท่านั้นได้ที่ https://bit.ly/459u6HD