Home Blog Page 50

พร้อมแล้ว..เต็ม 100..งานใหญ่สิงหาคมนี้

0

จรวย  ขันมณี  และ วิลักษณ์  โหลทอง  ร่วมกันนำ 2 งานใหญ่แห่งปี BIG MOTOR SALE และ BANGKOK AUTO SALON ออกแสดงให้ประชาชนเลือกชม รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 22-31 สิงหาคม 2568 ไบเทค บางนา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

มาสด้าตอกย้ำเอกลักษณ์ยนตรกรรมที่สร้างความสำเร็จทั่วโลก

0

เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวความเป็นมามากกว่า 100 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว และฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แต่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก นั่นคือแบรนด์ “มาสด้า” มาเจาะรายละเอียดว่ากว่าจะเดินทางมาไกลจนถึงวันนี้ มีอะไรที่มาสด้าได้รังสรรให้กับมวลมนุษยชาติไว้อย่างน่าสนใจ

มาสด้า เป็นแบรนด์รถยนต์ที่สร้างตำนานและถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นอกเหนือจากปรัชญาที่มุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาแล้ว ยังคงมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากที่ทำให้รถมาสด้าได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบรนด์ที่ดำรงอยู่มากกว่า 100 ปี องค์ประกอบหลายสิ่ง ได้ถูกถ่ายทอดลงในรถยนต์ของมาสด้าทุกเจเนอเรชั่น แต่สิ่งที่มาสด้าแตกต่างอย่างชัดเจนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง คือการมาพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ใหม่กับรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยแนวทางการออกแบบที่เสริมให้รถยนต์โดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถกับผู้ขับขี่ ตามปรัชญา Jinba-ittai โดยให้รถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจมากขึ้น

มาสด้าพัฒนารถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่เพื่อให้เป็น “สิ่งที่เป็นปรารถนาในระดับสากล” การสร้างรถยนต์ที่ทำให้เกิดความปรารถนาของผู้คนนั้น ต้องสร้างคุณค่าใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มาสด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ โดยใช้หลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลางในการยกระดับคุณค่าผลิตภัณฑ์ในทุกด้าน ได้แก่ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ การลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ความนุ่มนวลในการขับขี่ เป็นมิตต่อสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกถึงคุณภาพอันประณีต เพื่อให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากที่สุดสำหรับทุกคน มาสด้าได้ออกแบบและเชื่อมโยงองค์ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อดึงความสามารถโดยธรรมชาติของมนุษย์ในการรักษาสมดุล ผลลัพธ์ที่ได้คือ SKYACTIV-Vehicle Architecture เป็นเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังชุดใหม่ที่ทำให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

สมรรถนะอันทรงพลังจากเทคโนโลยี SKYACTIV สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลก

รถยนต์มาสด้าได้รับการพัฒนาขุมพลังด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ โดยมอบสมรรถนะอันทรงพลังที่มาจากโครงสร้างตัวถังใหม่ SKYACTIV-Vehicle Architecture และปรับให้เข้ากับการรับความรู้สึกของมนุษย์ เพื่อมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ พร้อมผสานทุกฟังก์ชันตามปรัชญา Human Centric ทำให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง องค์ประกอบเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์มาสด้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรถยนต์คันอื่น โดยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟของมาสด้า มีดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKTYACTIV-G ให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน โดยฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คืออัตรา 14.0:1 ช่วยให้ประหยัดนํ้ามัน มีแรงบิดดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล SKYACTIV-D พัฒนาให้สามารถทำงานตอบสนองผู้ขับได้ดียิ่งขึ้น จากอัตราส่วนกำลังการบีบอัดที่สมบูรณ์ ทำให้ได้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง แรง รอบจัด และยังสะอาด จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ (Skyactiv-Drive)  เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจ มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ออกตัวแรง เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่น และเร่งแซงได้อย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง
  • สกายแอคทีฟ-บอดี้ (Skyactiv-Body) โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ที่ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง High Tensile Steel น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ให้การควบคุมรถที่มั่นคง ช่วยลดแรงสะเทือนจากถนน และกระจายแรงปะทะที่เข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  • สกายแอคทีฟ-แชสซี (Skyactiv-Chassis) ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคงและให้ความนุ่มนวลแก่ห้องโดยสาร พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน
Skyactiv-Chassis

สมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ทรงพลัง ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน

เพื่อมอบความปลอดภัยให้ครอบคลุม เครื่องยนต์ SKYACTIV-G รุ่นล่าสุดยังสามารถควบคุมความเร็วได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์การขับขี่ รวมถึงยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus สร้างความมั่นใจให้กับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ด้วยการเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ลดแรงเหวี่ยงในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีความเงียบสงบผ่านการพัฒนาเรื่องการลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง ให้ความเพลิดเพลินและความสบาย จากคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหล่านี้สามารถมอบความอุ่นใจให้ผู้โดยสารทุกคนได้ผ่อนคลายและสุนทรียภาพในการขับขี่

เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์

รถยนต์มาสด้าทุกรุ่น มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อช่วยผู้ขับขี่และช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จุดประสงค์พื้นฐานความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้า คือการสร้างความมั่นใจในการขับขี่และการขับขี่ที่สนุกสนานให้กับผู้โดยสารทุกคน ตั้งแต่ตำแหน่งคนขับ รูปแบบแป้นเหยียบและทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เทคโนโลยี i-Activsense รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดการชนปะทะ นอกจากนี้ รถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ยังมาพร้อมไฟหน้าแอลอีดีแบบปรับได้ (ALH) เพิ่มทัศนวิสัยให้กับกับผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน

ในส่วนของความปลอดภัยเชิงปกป้อง เป้าหมายคือเพื่อปกป้องผู้โดยสารและคนเดินเท้าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ  ด้วยการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษที่มีความแข็งแรงสูง และโครงสร้างสร้างตัวถังที่สามารถดูดซับแรงจากการกระแทกได้ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ การตกแต่งภายในยังใช้โครงสร้างป้องกันที่พัฒนาขึ้นตามลักษณะทางกายภาพของมนุษย์เพื่อลดการบาดเจ็บ พร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยถุงลมนิรภัยครบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น ด้านหน้า ม่านนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และถุงลมนิรภัยที่หัวเข่า* (ในบางรุ่น*)

การออกแบบตามหลักปรัชญาของมาสด้า

Nagare Design

จาก นากาเร่ ดีไซน์ (Nagare’) สู่ โคโดะ ดีไซน์ ที่ถูกรังสรรขึ้นจากเส้นสายความพลิ้วไหวตามธรรมชาติ การเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว แข็งแรง ดั่งนักกีฬา การพัฒนาปรัชญาการออกแบบ นากาเร่ มีความหมายว่า ความต่อเนื่อง ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ โดยนำเอาความสวยงามของธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งในธรรมชาติในหลากหลายลักษณะ ความพิถีพิถันการออกแบบเส้นสายที่ลื่นไหลต่อเนื่องของธรรมชาติผสมผสานเข้ากับการขึ้นรูปของตัวรถ การไหลอย่างต่อเนื่องของสรรพสิ่งในธรรมชาติ อาทิ กระแสลม น้ำ การเปลี่ยนรูปของทรายบนเนินทรายที่เกิดจากกระแสลม สายธาร ลาวา เป็นต้น มาสด้าได้นำเอาความสวยงามจากภาพของความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไหลลื่น เหล่านั้น มาประยุกต์ใช้เป็นการยกระดับของงานดีไซน์ ภายใต้แนวทางการออกแบบ นากาเร่ มาสด้าได้ออกแบบรถต้นแบบทั้งสิ้น 7 คัน หลังจากนั้นได้นำมาใช้กับการออกแบบรถมาสด้าและเป็นรถที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายจริง

ความคิดสร้างสรรค์และแนวทางของมาสด้าได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มาสด้าได้นำปรัชญาการออกแบบสำหรับยนตรกรรมและถูกถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบัน คือการผสมผสานความสวยงามและพลังเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ทั้งมนุษย์และสัตว์ เป็นช่วงจังหวะของการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเริ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ช่วงจังหวะที่เสือซีต้าห์กำลังกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ หรือศิลปะการป้องกันตัวในอดีตของญี่ปุ่น ในจังหวะที่ดาบ “เคนโด้” กำลังจะถูกฟาดเพื่อเข้าจู่โจม ทั้งหมดคือช่วงเวลาขณะที่พละกำลังถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อใช้งาน ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นการแสดงออกถึงความสมดุลของความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียว ในจังหวะเข้าจู่โจมนั้นต้องใช้สมาธิและการช่วงชิงจังหวะ ทำให้รับรู้ได้ถึง พละกำลัง ความเร็ว กล้ามเนื้อ และรูปทรงที่มีความแข็งแรง ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นความสวยงามอย่างประณีต มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ

มาสด้าได้ผสมผสานคุณสมบัติทั้งสามอย่างเพื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขึ้นรูปของ โคโดะ ดีไซน์ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม ‘KODO – Soul of Motion’ ประกอบด้วย

  • ความรวดเร็ว (Speed): การขึ้นรูปที่บ่งบอกถึงความรวดเร็ว ให้ภาพของรถยนต์ที่มีการปลุกเร้าสัญชาตญาณของสรรพสิ่งที่มีชีวิตให้เกิดความต้องการในการควบคุมเครื่องจักรอันนี้ เป็นเครื่องจักรที่มีความเร็วและทรงพลัง
  • ทรงพลัง (Tense): การขึ้นรูปที่ก่อให้เกิดความพิถีพิถันของความแข็งแกร่งมีพละกำลัง ในจังหวะการเริ่มต้นของการเคลื่อนที่เข้าจู่โจม เป็นการขึ้นรูปที่ประณีต ที่มีรากฐานของความเรียบง่ายด้วยสปิริตของชาวญี่ปุ่น
  • ความงดงาม (Alluring): คุณภาพที่สามารถสัมผัสได้ ถ่ายทอดอย่างลึกซึ้ง เหนือระดับ ด้วยความประณีต และการเลือกสรรอย่างมีคุณค่า  รู้สึกได้ถึงศิลปะของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมือของมนุษย์อย่างประณีต
Mazda Shinari&Minagi

มาสด้าได้กำหนดการเคลื่อนไหวโดยฉับพลันแบบนี้ ที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง ความรวดเร็ว แสดงออกอย่างน่าเกรงขาม ให้เป็นแนวทางของการขึ้นรูปงานดีไซน์ และเป็นการให้คำนิยามของ โคโดะ ‘KODO’ ที่มาสด้าใช้ในการออกแบบรถยนต์มาสด้าให้มีภาพลักษณ์ของความเร็ว ความทรงพลัง รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้ดูมีชีวิตชีวา แสดงออกถึงจิตวิญญาณ ‘KODO – Soul of Motion’ เป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่เป็นตัวแทนของรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่ มาสด้า ชินาริ (Shinari) คือรถต้นแบบที่ออกแบบด้วยความบริสุทธิ์งดงาม เป็นต้นแบบของรถ 4 ประตู และรถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง ในภาษาญี่ปุ่น ชินาริ หมายถึงรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนสวยงามแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมกับคุณสมบัติของความยืดหยุ่น สามารถรักษารูปทรงของตัวเองได้ถึงแม้จะได้รับแรงดึง ยืด หรือบิดตัวอย่างรุนแรง คล้ายกับคุณสมบัติธรรมชาติในเหล็กและไม้ไผ่ ชินาริ ยังหมายถึงตัวตนของบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ด้วยความรวดเร็วฉับไว ภายใต้การเคลื่อนไหวดังกล่าว นักออกแบบมาสด้าจึงได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริง

เพื่อนำแนวคิดมาพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นจริง รถยนต์มาสด้าทุกคันถูกพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การขึ้นรูปโมเดลจากดินเหนียว ก่อนเติมความโฉบเฉี่ยวผสมผสานเส้นสายที่เรียบง่ายด้วยแนวคิดการออกแบบ KODO Design ที่เรียบง่ายแต่งดงาม ช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับรถยนต์ ด้วยสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่พัฒนายนตรกรรมให้มีความสง่างามเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก ดึงดูดใจผู้พบเห็น ทีมออกแบบและวิศวกรได้ทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตรถยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลายหลาย ด้วยห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน

ความสำเร็จจากการออกแบบภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ ไม่ได้ถูกจำกัดในบางประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จมากมายมาแล้วทั่วโลก รางวัล 2020 World Car Design of the Year, 2021 Canadian Car of the Year, 2010 Red Dot “Best of the Best” จากประเทศเยอรมนี ในรถยนต์ All New Mazda3 และ รางวัลอีกมาย อาทิ รางวัล 2020 Red Dot award ประเภท Product design จากประเทศเยอรมนี รางวัล 2020 Design trophy ประเภท SUV และประเภท Champion of all classes จากประเทศเยอรมนี และยังเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล 2020 World Car of the Year และ World car design of the Year ในรถยนต์ All-New Mazda CX-30

สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงปัจจัยบางส่วนที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์เล็กๆ ที่มีต้นกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตจุกไม้ค็อกจากเมืองฮิโรชิม่า ได้ก้าวผ่านความท้าทายในหลายยุคหลายสมัยจนสามารถครองใจผู้คนในระดับโลก และมีฐานแฟนคลับอย่างแน่นหนาในหลายประเทศ มาสด้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้กับ โลก สังคม และผู้คน อันเป็นพันธกิจของเราตลอดไป

“นิสสัน” ร่วมพัฒนาทักษะเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อการศึกษา ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร

0
นิสสัน 1

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรสำหรับใช้ในการเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพ

ความร่วมมือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมที่นิสสันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีประสบการณ์ตรง และพัฒนาทักษะความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพต่อไป

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่นิสสัน มอเตอร์ เรามีวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรม และมีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทย เราได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะของเยาวชน นิสสันเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนคือการลงทุนที่มีคุณค่าที่สุด เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต”

เครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อน อี-พาวเวอร์ ของนิสสันที่ส่งมอบให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรครั้งนี้ เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบพิเศษที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟ เครื่องยนต์ดังกล่าว ติดตั้งในรถรุ่นหลักๆ ของนิสสัน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต

เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ถือเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

นิสสัน ได้เริ่มให้การสนับสนุนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยได้บริจาคเครื่องยนต์หลากหลายประเภท อาทิ เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อให้เยาวชนได้ใช้ในการเรียนและฝึกฝนทักษะ ตลอดจนได้มีการจัดเวิร์คช็อปสำหรับครูผู้สอน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน

ความร่วมมือที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยนี้ ยังตอกย้ำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศญี่ปุ่นและไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผ่านการศึกษาและนวัตกรรม

“เอ็มจี” ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรม #MG3SAVESAVE ซีซั่น 2 ท้าพิสูจน์ความประหยัดของ ALL NEW MG3 HYBRID+

0
MG 3 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ท้าพิสูจน์ความประหยัดของสุดยอดเทคโนโลยี HYBRID+ โดยผู้ใช้จริงผ่านกิจกรรม #MG3SAVESAVE ซีซั่น 2 ชวนเจ้าของรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ และผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสกับความแรงที่มาพร้อมความประหยัดของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ด้วยการถ่ายภาพโชว์ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองบนระยะทาง 100 กิโลเมตร ขึ้นไป และ 500 กิโลเมตร ขึ้นไป และเพียงโพสต์ความประทับใจหรือรีวิวรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ ผ่าน FACEBOOK และแชร์ในกลุ่มสาธารณะ MG3 Hybrid Club Thailand พร้อมติดแฮชแท็ก #MG3SAVESAVE ลุ้นรับรางวัล LUCKY DRAW และ CONTENT CREATOR ยอดเยี่ยม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 – 6 ตุลาคม 2568

MG 3 2

จากความสำเร็จของกิจกรรม #MG3SAVESAVE ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2567 ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งเจ้าของรถตัวจริง และผู้ที่สนใจทดลองขับ ALL NEW MG3 HYBRID+ ร่วมท้าประลองความประหยัดตลอดระยะเวลาแคมเปญ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ในการขับขี่ ALL NEW MG3 HYBRID+ รวมถึงเทคนิคการขับขี่อย่างไรให้ประหยัดน้ำมันจากลูกค้าตัวจริงบนโลกออนไลน์ รับชมวีดีโอคลิก
: https://bit.ly/3F4uNcp ความน่าสนใจของกิจกรรมนี้ คือ การใช้เสียงจากลูกค้าเป็นผู้ยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดไปยังผู้ที่สนใจ หรือกำลังตัดสินใจซื้อ

MG 3 3

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางกระแสความนิยมของรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ALL NEW MG3 HYBRID+ จึงเป็นโกลบอลโมเดลที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยจุดเด่นของการเป็น “รถแฮทช์แบ็กไฮบริดที่ประหยัด ขับสนุก และเร้าใจ” ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียบชาร์จ ไฟ ด้วยขุมพลัง HYBRID+ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (75 กิโลวัตต์) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 8 วินาที เท่านั้น น้ำมันหนึ่งถังสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร พร้อมระบบความปลอดภัยรอบคันที่ให้ความมั่นใจตลอดการเดินทาง ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/news/MG3-SAVESAVE-2”

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

(,มีคลิปวีดีโอ)“GWM” เปิดตัว “NEW GWM TANK 500 DIESEL” เคาะราคาพิเศษ 500 คันแรก เริ่มต้น 1.399 – 1.599 ล้านบาท

0
NEW GWM TANK 500 DIESEL 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ได้ฤกษ์เปิดม่านเผย NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมขับเคลื่อนส่วนผสมที่ลงตัวทั้ง “ความพรีเมียมและความสมาร์ต” แบบเต็มขั้นในยนตรกรรมพรีเมียม PPV 7 ที่นั่ง ตอบไลฟ์สไตล์ทุกด้านของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน 2.) ความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย และ 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง โดยมีราคาแนะนำช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1.399 – 1.599 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ออกรถ 500 ท่านแรก พร้อมข้อเสนอพิเศษสู่การเดินทางที่เหนือระดับ

และยังสร้างความต่างอย่างมีสไตล์ สะท้อนความต้องการบาลานซ์ระหว่าง “งาน ชีวิต ไลฟ์สไตล์” ของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่าน “ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ มุ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ทั้งเพื่อธุรกิจ การเดินทางกับครอบครัว และทริปผจญภัย สู่การนิยามมาตรฐานใหม่ของรถ PPV 7 ที่นั่ง ระดับโลกอย่างแท้จริง

NEW GWM TANK 500 DIESEL 2

NEW GWM TANK 500 DIESEL พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 2 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำสุดพรีเมียม ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

NEW GWM TANK 500 DIESEL 3
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

(*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

โดยราคาแนะนำในช่วงเปิดตัวสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ NEW GWM TANK 500 DIESEL 500 คันแรกเท่านั้น พิเศษยิ่งขึ้น รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

NEW GWM TANK 500 DIESEL 4

ปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ GWM ในการสานต่อกลยุทธ์ระดับโลก All scenario, All powertrain, All users ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เรามั่นใจว่า NEW GWM TANK 500 DIESEL จะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทย และจะเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญที่ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีโลกไปพร้อมกับเรา”

NEW GWM TANK 500 DIESEL 6

“ในปีนี้ GWM เฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และในช่วงต้นปีนี้ GWM ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน สำหรับปีที่ผ่านมา ยอดขายในตลาดต่างประเทศทะลุ 450,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 44.61% นี่เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อแบรนด์ GWM ความสำเร็จนี้เกิดจากยุทธศาสตร์ 4 เสาหลักของโลกาภิวัตน์ คือ ผลิตในพื้นที่ ดำเนินการในพื้นที่ เติบโตในระดับโลก และบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ‘In Local, For Local’ ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในแต่ละประเทศเป็นศูนย์กลางของทุกการพัฒนา ไม่เพียงเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ที่สุด แต่ยังส่งเสริมการจ้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนท้องถิ่น ภายในปี 2030 เราตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศกว่า 1 ล้านคันต่อปี โดยมากกว่า 30% จะเป็นรถยนต์พรีเมียม และประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อรองรับตลาดระดับภูมิภาค และระดับโลก” ปาร์คเกอร์ ฉี กล่าวเสริม

NEW GWM TANK 500 DIESEL 8

NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4T แบบ VGT ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) เหนือกว่าด้วย 4 จุดเด่นหลักที่ยกระดับมาตรฐานวงการ PPV ได้แก่

NEW GWM TANK 500 DIESEL 10

1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ทรงพลัง ลำโพง 12 ตัว และระบบ surround sound system กระจก 2 ชั้น แบบ Double layer laminated glass

NEW GWM TANK 500 DIESEL 13

2.) ความสบายเหนือระดับจากห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะหนัง Nappa ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง นวด และระบายอากาศ และพาโนรามาซันรูฟ ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

NEW GWM TANK 500 DIESEL 14

3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย เช่น กล้องมองรอบคัน 540 องศา (กล้อง 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ), Head-up Display, ระบบสั่งงานด้วยเสียง และหน้าจอ Smart Dual Screen ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ ระบบการควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM application สุดท้าย

NEW GWM TANK 500 DIESEL 15

4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นด้วยชุดระบบ GWM Intelligent Driving Assistance (L2+) และระบบความปลอดภัยเชิงรุกและเชิงรับมากมาย

NEW GWM TANK 500 DIESEL 16

(ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีข้อมูลอุปกรณ์และฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน โปรดศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม)

เมโทร กรุ๊ป” เปิด ZEEKR Metro Flagship บางนา กม.5 ชูประสบการณ์กว่า 70 ปี เติมเต็มความเชื่อมั่นตลาดรถอีวีไทย

0

“บดินทร์ บุญวิสุทธิ์” ผู้บริหาร “เมโทร กรุ๊ป” ต่อยอดธุรกิจรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม เป็นตัวแทนจำหน่าย ZEEKR เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาบางนา ปักหมุดเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ลูกค้า ตั้งเป้ายอดขาย 60 คันต่อเดือน

นายบดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมโทร กรุ๊ป จำกัด เผยว่าภายใต้หลักการ Win Win Win ความซื่อสัตย์และจริงใจกับคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้าที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้เมโทร กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงทางธุรกิจยานยนต์มากว่า 70 ปี สามารถสร้างเป็นเครือข่ายยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย”

“นวัตกรรมพลังงานสะอาดของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เลือก ZEEKR รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเหตุผลที่ว่า ZEEKR เป็นบริษัทในเครือ Geely Automobile ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่จากประเทศจีนที่มีความมั่นคง มีความหลากหลายของยานยนต์ที่อยู่ในความดูแล และ ZEEKR มีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีต่างๆ ในลักษณะของการผสานกันระหว่างยานยนต์ตะวันออกและตะวันตก (East Meet West) และการจับมือกับ ZEEKR ในครั้งนี้ส่งให้ เมโทร กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์ครบวงจร ประเดิมเปิด ZEEKR Metro Flagship โชว์รูมและศูนย์บริการ ที่บางนา กม. 5 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 60 คันต่อเดือน”

“ZEEKR Metro Flagship” มีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกกระบวนการของการซื้อ และบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “Customer-first Experience” เชื่อมต่อนวัตกรรมล้ำสมัย ความพรีเมียม และไลฟ์สไตล์ ไว้ในที่เดียวกัน ผ่าน 3 หลักการคือ Hardware มีโชว์รูม  ที่กว้างขวาง สวยงาม สะดวกสบาย ด้วยพื้นที่จัดแสดงรถขนาดหน้ากว้าง 92 เมตร พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คาเฟ่เต็มรูปแบบ และ Share Working Space ที่สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย

หลักการที่สอง Software ระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ที่จะเป็นผู้ช่วยที่ดีให้กับลูกค้าในการมารับบริการ และหลักการสุดท้าย Peopleware เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบการบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อาทิ โปรแกรม “Metro Lux” ที่ให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสามารถสะสมคะแนน และรับสิทธิพิเศษมากมาย”

นอกจากนี้ เรามีบริการ “ใกล้ไกล เรา ใกล้คุณ” เป็นการบริการส่งรถทดลองขับถึงบ้านลูกค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย บริการรับ-ส่งรถเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ โดยการนัดหมายล่วงหน้า บริการรถสำรองให้ลูกค้า บริการรถสไลด์ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นต้น

ซึ่งเมื่อผนวกแนวคิดการทำงานแบบ “มาด้วยกัน ไปได้ไกล – Together We Can” ของเมโทร กรุ๊ป เข้ากับวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ ZEEKR แล้ว เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน”

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR Metro Flagship บางนา ก.ม.5 พร้อมให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. ติดตามข่าวสารของ ZEEKR Metro เพิ่มเติมได้ที่ https://zeekrmetro.com หรือ Facebook : ZEEKR Metro หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-0123-999

“BIG MOTOR SALE 2025” เดินหน้าทุกฝ่าย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ

0
BIG MOTOR SALE 2025 1

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2025 วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ พร้อมคณะทำงานจาก ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป, บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อิมเมจ จำกัด และไบเทค ประชุมแถลงความพร้อมการจัดงาน ร่วมกับตัวแทนผู้แสดงงานทุกแบรนด์ ทุกประเภทยานยนต์ เริ่ม 22 – 31 สิงหาคม 2568 ที่ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

BIG MOTOR SALE 2025 3

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “Mercedes EQE 300 Sedan” ลักซูรี่ซีดานไฟฟ้าสุดเนี๊ยบ ชาร์จเต็มวิ่งทางไกลสบาย พละกำลังเหลือๆ เสี่ยสายสะสม ไม่ควรพลาด

0
Mercedes EQE 300 Sedan 1

Mercedes EQE 300 Sedan ยนตรกรรมระดับลักซูรี่ซีดาน จะว่าไปมันคือ EQS ย่อส่วนก็ว่าได้ แถมยังเป็นรุ่นสุดท้ายในกลุ่มของรถในตระกูล EQ ก่อนจะกลับไปเป็นหนึ่งเซกเมนต์ของ Mercedes Benz ที่จะเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ แต่ในส่วนของ Mercedes AMG สายพันธุ์แรงรุ่นต่างๆยังคงอยู่ รูปลักษณ์ที่งดงามพร้อมกับฟีเจอร์ที่ล้นคันกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าตัดตั้งที่ล้อหลัง พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาทีพร้อมความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. และทีเด็ดจากแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 89 kWh ซึ่งทำระยะทางได้ไกลถึง 651 กม.

ไฮไลท์คร่าวๆก็ว๊าวไม่น้อย ซึ่งราคาค่าตัวของรถคันนี้อยู่ที่ 3.97 ล้านบาท แต่หากต้องการในรูปแบบเช่าซื้อ ราคาจะลดลงจากเดิมแถมไม่ต้องดุแลหรือบำรุงรักษาใดๆ ออกตัวไว้อีกนิดสำหรับอนาคต ลักซูรีซีดานไฟฟ้าแรร์ไอเท็มคันนี้ เสี่ยสายสะสมห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

Mercedes EQE 300 Sedan   2

Mercedes EQE 300 Sedan หรือ จะเรียกว่าเบบี๋ EQS ก็ไม่น่าจะผิดแปลกสักเท่าไหร่ เพียงแต่มีมิติตัวรถที่เล็กลง หากนึกไม่ออก ลองนึกถึงโครงสร้างของ S Class กับ E Class ซึ่งมีความต่างในมิติตามสัดส่วนความยาว  4,964 มิลลิเมตร กว้าง  1,906 มิลลิเมตร สูง  1,492 มิลลิเมตร ในขณะที่ระยะฐานล้อยาวได้ถึง 3,120 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารใหญ่โตตามไปด้วยนั่นเอง

Mercedes EQE 300 Sedan   3

รถคันนี้ประดับประดาไปด้วยดวงดาวรอบคัน หน้ากระจังมีดาวดวงใหญ่ที่ซ่อนเซ็นเซอร์ระบบความปลอดภัยไว้อย่างเนี๊ยบ รวมถึงที่กันชน กระจกหน้า และรอบๆคัน นอกจากดาวดวงใหญ่ ดาวดวงน้อยที่ประดับประดาอยู่ในล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว ก็ถือเป็นงานฝีมือที่ผู้สร้างไม่มองข้าม

Mercedes EQE 300 Sedan   4

ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวพร้อมลำแสงที่พุ่งไกลตามสไตล์ LED High Performance การตกแต่งโดยรวมเรียกว่าสไตล์ Electric Art Package มากับชุดแต่งรอบคัน Night Package ออกแบบให้มือเปิดประตูซึ่งซ่อนไว้ดูกลมกลืน  มีระบบกุญแจ KEYLESS-GO ที่เพียงเดินเข้าใกล้ตัวรถ ประตูก็จะเปิดและปิดอัตโนมัติ

ภายในจะต่างจาก EQS เล็กน้อย ตัดหน้าจอในส่วนผู้โดยสารตอนหน้าออกจาก 3 เหลือเพียง 2 จอ บังคงไว้ในส่วนของมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอกลาง OLED ขนาด 12.8 นิ้ว พร้อมระบบปฎิบัติการ MBUX 7 และ ระบบ Online Music Streaming รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ติดตั้งที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger

Mercedes EQE 300 Sedan   5

สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้หลากหลายจาก Ambient Light 64 สี ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ THERMATIC แยกอิสระ 2-Zones

เบาะนั่งแบบ Comfort Seats คู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจํา และระบบดันหลัง 4 ทิศทาง แบบ Lumbar support รวมถึงฟังก์ชันอุ่นเบาะสําหรับที่นั่งคู่หน้า ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง พับได้แบบ 1/3 และ 2/3 สำหรับช่องเสียบ USB Type–C มีให้ 6 ตําแหน่ง

Mercedes EQE 300 Sedan   9

ด้านขุมพลังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 89 kWh รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 170 kW จาก 10 – 80% ใช้เวลา 32 นาที ทำระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จเต็มที่ 651 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

Mercedes EQE 300 Sedan   7

ระบบช่วงล่างแบบ Comfort Suspension ติดตั้งช็อคอัพแบบ Passive Selective Damping ทำงานตามโหมดการขับขี่ร่วมกับระบบ Dynamic Select ซึ่งมีโหมด Individual ปรับแต่งได้ตามสไตล์ส่วนตัว

ระบบความปลอดภัยเต็มพิกัดมาตรฐานนำเข้าทั้งคันจากเยอรมัน ได้แก่

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่

ถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง

สัญญาณเตือนเข็มขัดนิรภัยบนหน้าจอ สําหรับผู้โดยสารด้านหลัง

โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program)

ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive brake light

ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร

ระบบสร้างเสียงจําลอง สําหรับเตือนผู้ใช้ถนน Acoustic presence indicator

ระบบช่วยการนํารถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist

ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist

ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist

ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST

ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้า และควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Distance Assist DISTRONIC

กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด

ระบบป้องกันก่อนเหตุ PRE–SAFE® system

ระบบเตือนแรงดันลมยาง

อุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิน TIREFIT

Mercedes EQE 300 Sedan   10

การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ได้ทดลองหลากหลายรูปแบบ ที่เด็ดคือฟิลิล่งช่วงล่างที่ให้อารมณ์ต่างจากรถไฟฟ้าจีนอย่างชัดเจน ทั้งควบคุมง่าย มั่นใจ และให้การยึดเกาะถนนพร้อมซับแรงสั่นสะเทือนที่มาตรฐานสูง นั่งสบาย

ด้านความเร็วอาจจะไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด บ้าพลังเหมือนกระแสที่ว่า 0-100 กม./ชม.ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที จากรถไฟฟ้าฝั่งแผ่นดินใหญ่ แต่สำหรับ Mercedes EQE 300 Sedan ที่ทำได้ในเวลา 7.3 วินาที ซึ่งถ้าลองใช้งานโหมด Sport อาการหลังติดเบาะที่สัมผัสได้ก็รุนแรงไม่น้อย ยิ่งความเร็วปลายทะลุ 200 กม./ชม. ในการควบคุมที่ง่ายและมั่นใจ แค่นี้ก็เพียงพอ

Mercedes EQE 300 Sedan   11

ตัวช่วยการขับขี่มีให้มากมานและปรับให้ทำงานได้ราบลื่นและนุ่มนวลกว่าที่ผ่านมา ยิ่งไหมดจดจำเส้นทางในกรณีถอยจอด จะยิ่งช่วยให้จอดรถได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะมีความจำเส้นทางได้มากถึง 100 ม.

ปุ่มควบคุมต่างๆยังไม่ได้ถูกย้ายเข้าไปสั่งการผ่านหน้าจอสีมผัส เพราะฉะนั้นการใช้งานทำได้ง่ายดายและคุ้นชิน ไม่ต้องเสียเวลาต้นหาตำแหน่งที่อยู่ของฟีเจอร์นั้นๆให้วุ่นวาย

สุดท้ายด้วยเงื่อนไขกรณีเช่าชื้อกับโปรแกรม My Star กับ MBLT ดาวน์ 0% ผ่อน 58,000 บาท x 60 เดือน  พร้อมฟรี MBSP Extra Guatantee 5ปี และ MBSP Easy Care 5 ปี พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) 3 ปี และฟรี UnlimitedDC Charging ระยะเวลา 1 เต็ม

 

 

 

 

 

 

วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ตอกย้ำผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์ ที่ครองใจผู้บริโภคผู้บริโภค 2 ปีซ้อน

0
วิริยะประกันภัย 1

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” หมวดประกันภัยรถยนต์ (Car Insurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่ง Marketeer Group สื่อการตลาดระดับประเทศร่วมกับ Marketing Moves องค์กรวิจัยการตลาดชั้นนำ ได้พิจารณามอบให้บริษัทฯ ในฐานะแบรนด์ประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ทั้งในด้านการรับรู้ของผู้คน ความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนความคุ้มค่าและความเป็นมืออาชีพในทุกกระบวนการ จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคกว่า 6,500 คน ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์อย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพ

วิริยะประกันภัย 2

วิริยะประกันภัย 3

วิริยะประกันภัย 4

สำหรับ รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” เป็นเครื่องสะท้อนความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัย ที่สามารถครองใจผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาคุณภาพงานบริการให้เข้าถึงง่าย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ผ่านบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีอยู่เกือบ 7,000 คน รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานงานประกันวินาศภัยให้ทันสมัยและเป็นที่พึ่งของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิริยะประกันภัยขอยืนยันเจตนารมณ์ในการ “เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มั่นคง โปร่งใส จริงใจ และเป็นธรรม” เพื่อทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงให้กับผู้เอาประกันภัยทุกคนอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับสังคมไทยตลอดไป

“ฟอร์ด” ส่งข้อเสนอแรง! ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูง ราคาพิเศษหรือผ่อนต่ำนานถึง 84 เดือน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อเสนอเร้าใจต่อเนื่องในช่วงฉลองครบรอบ 29 ปี สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อรถกระบะแบบตอนครึ่งเพื่อการเดินทางและใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยแคมเปญสุดเร้าใจสำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูงใหม่ เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 649,000 บาท หรือเลือกผ่อนต่ำ 7,777 บาท นานถึง 84 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและโปรแกรม ฟอร์ด แคร์ สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2568 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ 

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูง เกียร์อัตโนมัติ เป็นอีกตัวเลือกที่ครบเครื่องด้วยสมรรถนะและความเอนกประสงค์ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัฉริยะ เหมาะสำหรับทุกภารกิจ ช่วยให้การเดินทางทั้งเพื่อการทำงานหรือพักผ่อนเป็นเรื่องสนุก สะดวกสบาย และปลอดภัย” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว พร้อมเสริมว่า “จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาด พบว่ามีผู้ใช้งานรถที่ต้องการรถกระบะแบบตอนครึ่ง สมรรถนะดีเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับการทำงานแบบครบครัน ฟอร์ดจึงเพิ่มโปรโมชั่นสำหรับรถกระบะฟอร์ด XLS มอบความคุ้มค่าด้วยส่วนลดพิเศษ หรือเลือกผ่อนต่ำเริ่มต้นเพียง 7,777 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญพิเศษฉลองครบรอบ 29 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ผ่านมา”

ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูงใหม่ เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ มาในสองข้อเสนอสุดเร้าให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการ ได้แก่ ราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 814,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง (ไม่รวมประกันภัย) หรือเลือกผ่อนชำระต่ำเพียง 7,777 บาท นานถึง 84 เดือน เมื่อดาวน์ 30% จากราคาปกติ 814,000 บาท ดอกเบี้ย 2.09% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และฟอร์ด แคร์ หรือการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

ฟอร์ด 3

รถฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เป็นรถกระบะอเนกประสงค์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อำนวยความสะดวกในการใช้งานด้วยฟีเจอร์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบครบถ้วน อาทิ
•เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร
•พวงมาลัยไฟฟ้า เทคโนโลยีที่ช่วยผ่อนแรงและเพิ่มการควบคุมที่แม่นยำในการขับขี่ มอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งเส้นทางปกติและออฟโรด
•บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะปีนขึ้น-ลง
•จอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 10.1 นิ้ว มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ สั่งการง่ายเพียงปลายนิ้ว
•กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยให้การถอยจอดในที่แคบกลายเป็นเรื่องง่าย
•พื้นที่กระบะ ที่มีขนาดกว้างถึง 1,420 เซนติเมตร และยาว 1,862 เซนติเมตร ช่วยให้บรรทุกของได้มากขึ้น
•ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีทูโทน ให้ความโฉบเฉี่ยว โดดเด่นบนท้องถนน

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายได้ที่โชว์รูมฟอร์ดใกล้บ้านท่าน หรือเว็บไซต์ http://www.ford.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 1383