Home Blog Page 50

“เอ็มจี” ชวนลูกค้า MG3 HYBRID+ และ MG4 ELECTRIC ลุ้นร่วมทริปล่าสมบัติ #MGSAVESAVERALLY  

0
เอ็มจี 1

เอ็มจี ชวนลูกค้า MG3 HYBRID+ และ MG4 ELECTRIC ร่วมสนุกลุ้นเป็นหนึ่งใน 20 คัน ที่จะออกเดินทางตามล่าหาสมบัติไปกับกิจกรรม “#MGSAVESAVERALLY” บนเส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม – กาญจนบุรี พบกับหนุ่มมาดเข้ม “Cokey P” จากเพจ CokeyP รับบทผู้นำทีมขุมพลังไฮบริด #TEAMMG3HybridPlus และสองสาว “คุณปัง และคุณอาย” จากเพจ EV Girls เป็นผู้นำทีมขุมพลังไฟฟ้า 100% #TEAMMG4 ซึ่งกิจกรรมฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2568 คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.mgcars.com/th/news/MGSAVESAVERally สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 – 31 ตุลาคม 2568 ภายในเวลา 17:00 น. เท่านั้น! โดยจะประกาศรายชื่อสมาชิกผู้ล่าสมบัติในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ทาง https://www.facebook.com/MGcarsThailand

เอ็มจี 3

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

“GWM” เดินหน้าต่อไม่พัก ร่วมกับกลุ่ม HAVAL JOLION Sport Club Thailand รวมพลคนรัก ‘เจ้าสิงโตอารมณ์ดี’ ออกเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรี

0
GWM Thailand 1

ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “อยู่ในท้องถิ่น เพื่อตลาดท้องถิ่น และบูรณาการกับชุมชนท้องถิ่น” (Being in the Local Market, For the Local Market, and Integrating into the Local Community) ผสานความร่วมมือกับกลุ่ม HAVAL JOLION Sport Club Thailand จัดกิจกรรม “HAVAL JOLION Sport Club Meeting ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 11 – 13 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรวมพลผู้ใช้รถยนต์ GWM HAVAL JOLION HEV จากทั่วประเทศ พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า และสะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถยนต์ GWM ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

GWM Thailand 2

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ใช้งาน GWM HAVAL JOLION HEV ทั้งรุ่น Sport และ Ultra กว่า 18 คัน รวมแล้วกว่า 45 คน ร่วมด้วย น.ส.ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร GWM (Thailand) และทีมงาน เพื่อร่วมเดินทางไปยังจุดหมายสำคัญของจังหวัดจันทบุรี ภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพ และความอบอุ่นของครอบครัว “GWM Family” โดยครอบครัวสมาชิกเจ้าสิงโตอารมณ์ดีได้สัมผัสสมรรถนะของ HAVAL JOLION อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งอัตราเร่ง ความสะดวกสบายในการเดินทาง และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในทริปพิเศษนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ รวมถึงดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในที่ลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่คล่องตัวทั้งวันทำงานและวันหยุด

GWM Thailand 3

สำหรับทริปในครั้งนี้ สมาชิกได้ร่วมออกเดินทางสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรี ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดโยธานิมิต วัดสำคัญเก่าแก่ของเมืองจันทบุรี ที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนรากเหง้าแห่งความศรัทธา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีพระคู่บ้านคู่เมือง หรือหลวงพ่อใหญ่ที่เป็นที่เคารพสักการะ ต่อด้วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีของไทย และความรุ่งเรืองทางการค้าทางทะเลที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี และเข้าชมความงดงามที่อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์สไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีอายุกว่า 100 ปี ภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีอา ที่ประดับพลอยกว่า 200,000 เม็ด หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของภาคตะวันออก และจุดสุดท้ายกับการแวะถ่ายภาพและชมวิวสุดตระการตา ณ จุดชมวิวเนินนางพญา อีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมที่มอบทัศนียภาพของทะเลจันท์สุดลูกหูลูกตา ตลอดเส้นทาง ครอบครัวเจ้าสิงโตอารมณ์ดีได้ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการมากมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์  เช่น การรับประทานอาหารค่ำแบบอบอุ่น การจับฉลากของรางวัล และการแนะนำสมาชิกใหม่ของคลับ สะท้อนให้เห็นถึงความแน่นแฟ้นและจิตวิญญาณของ “GWM Family” โดย GWM (Thailand) ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนครอบครัวเจ้าสิงโตอารมณ์ดีและรับฟังพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกสมาชิก เพื่อนำไปพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และการให้บริการต่อไป

GWM Thailand 4

กิจกรรม HAVAL JOLION Sport Club Meeting ครั้งที่ 3 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GWM (Thailand) ในการสร้าง “คอมมูนิตี้แห่งการเดินทาง” ที่รวมผู้ใช้รถยนต์ไว้ด้วยความผูกพัน ความภาคภูมิใจ และความเป็นครอบครัวเดียวกัน GWM จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมของแฟนคลับในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้า และส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ทั้งในด้านเทคโนโลยี การบริการ และความอบอุ่นในทุกเส้นทาง

 

 

“อีซูซุ” จัดเต็มทุกไลน์อัพ! เปิดรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” พร้อมสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK”

0
ISUZU 1

อีซูซุเดินหน้าเปิดตัวรถปิกอัพแห่งอนาคต ครบทุกไลน์อัพ ใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! รถปิกอัพที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ นำทีมโดย ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ดีไซน์ใหม่! ทั้งภายนอกและภายใน กับสีใหม่! อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) พร้อมฟังก์ชัน ใหม่! EPS พวงมาลัยไฟฟ้า ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด!

อีซูซุ 4

 

เสริมทัพด้วย ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มาพร้อม ชุดแต่งใหม่! The X Package และสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ที่มาพร้อมกับช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ที่อีซูซุภูมิใจนำเสนอ คือ การพลิกโฉมสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 LAND” สู่สนาม “ISUZU 4×4 EXPERIENCE” โดยการร่วมมือกับ nendo ดีไซน์สตูดิโอระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น

อีซูซุ 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  เผยว่า “หลังจากที่เราเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยอย่างดีเยี่ยม ด้วยชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญในการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ ในวันนี้เรายังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถชาวไทย ด้วยการเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! ด้วย DNA หนึ่งเดียวที่สืบทอดความเชื่อมั่นของอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ นำโดย “ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4” “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด! กับสีใหม่! “อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค” (Inishmore Gray Opaque) ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่! ทั้งภายนอกและภายใน ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! EPS พวงมาลัยไฟฟ้า ขับง่ายสบายทุกสภาพถนน และเพิ่มความแม่นยำปลอดภัยด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ และ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน

อีซูซุ 5

เสริมทัพด้วย ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่! แบบสปอร์ต REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ออกแบบเพื่อเครื่องยนต์ 2.2 โดยเฉพาะ แรงจัดจ้าน เต็มสไตล์สปอร์ต มาพร้อมชุดแต่งใหม่! The X Package ทั้งภายนอกและภายใน และยังส่งสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ ที่มาพร้อมกับช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง

อีซูซุ 6

นอกจากรถรุ่นใหม่แล้ว อีซุซุจัดงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อยกระดับสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 LAND” สู่ “ISUZU 4×4 EXPERIENCE” สนามทดสอบที่จะสร้างประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ โดยการร่วมมือกับ nendo ดีไซน์สตูดิโอระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น ผู้ออกแบบ Japan Pavilion อันเลื่องชื่อในงาน Osaka World Expo 2025 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มากกว่าการ “ทดลองขับ” แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ให้ได้เข้ามาสัมผัสสมรรถนะอันโดดเด่นของรถ ISUZU 4×4 อย่างเต็มที่และ น่าตื่นเต้น เราใช้เทคนิคการสร้างประสบการณ์ให้เป็นภาษาภาพ โดยการใช้เสา และโทนสีแบบ Full Spectrum ภายใต้องค์ประกอบ 3 ประการ คือ

อีซูซุ 7

อีซูซุ 8

อีซูซุ 9

เอียง (TILT) สูงชัน (HIGH) และพลัง (POWER) และ 2 สถานีใหม่! “Haunted Tunnel” (ลุยฝ่า อุโมงค์หลอน) และ “MYSTERY ROAD” (พิลึก ทางพิศวง) ให้คุณท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง สถานีทดสอบสุดเร้าใจที่ได้จำลองสภาพแวดล้อมและอุปสรรคตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์รวม 9 สถานี จะเปลี่ยนอุปสรรคสุดท้าทาย ให้กลายเป็นความสนุกที่ควบคุมได้ ด้วย ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ยนตรกรรมปิกอัพ สปอร์ตออฟโรด และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ณ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี”

อีซูซุ 10

ร่วมสัมผัสรถปิกอัพรุ่นใหม่! “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น!  ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE!” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! รวมถึง MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมสิทธิพิเศษแห่งปี “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจให้ร้อยล้าน” ฉลองความสำเร็จของเครื่องยนต์ Ddi MAXFORCE ลุ้นขับฟรีสูงสุด 100,000 กิโลเมตร และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า    อีซูซุ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “สัปดาห์พิเศษแนะนำรถรุ่นใหม่” ด้วย สามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

สรยท. จับมือ เน็กซ์ พอยท์ เปิดประสบการณ์ชมสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่

0

สรยท. จับมือ เน็กซ์ พอยท์ นำสื่อมวลชนสมาชิกสมาคมฯ เยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ภายใต้กิจกรรม “TAJA : Nex Point Exclusive Open House” ชมสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์และสายพานการผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิดเป็นกลุ่มแรก

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) เปิดเผยว่า สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ร่วมมือกับบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (Nex Point) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร “TAJA : Nex Point Exclusive Open House” นำสมาชิกของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนสายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เข้าเยี่ยมชมโรงงานสายการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกได้รับความรู้และมีประสบการณ์ตรงกับกระบวนการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังไฟฟ้าและกระบวนการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ไปเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างถูกต้องทั้งด้านสมรรถนะ คุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน

“สำหรับการเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทาง เน็กซ์ พอยท์ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เดินทางมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง คือ โรงงานผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) และบริษัท เน็กซ์ พอยต์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรแห่งแรกของคนไทย และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอมิตา (Amita) ดำเนินการโดยบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA)” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ด้านนายวีรพัฒน์ พิณพาทย์ รักษาการ ผู้จัดการแผนกบริหารจัดการเครื่องจักร อาคารและสถานที่ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 80 ไร่ ในเขตการค้าเสรีที่อำเภอบ้านโพธิ์ ภายใต้การสนับสนุนด้านการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และดำเนินธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โดยมีกําลังการผลิตสูงสุด 9,000 คันต่อปี โดยกระบวนการผลิตบนพื้นที่ภายในโรงงานจะประกอบไปด้วย ส่วนของโรงงานประกอบ, โรงงานเชื่อมตัวถัง, โรงงานพ่นสี และสนามทดสอบ

“โรงงานแห่งนี้จะผลิตรถยนต์โดยสารไฟฟ้า เช่น รถโดยสารประจำทาง (City Bus) รถตู้โดยสาร, รถมินิบัส, รถหัวลาก และรถบรรทุกต่างๆ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า BEV หรือ ไฟฟ้า 100% ทั้งหมด รวมไปถึงเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และตรวจเช็คสภาพรถยนต์ทุกรุ่นที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้อีกด้วย”

สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

0
สรยท. 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อ 23 รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า
และรถจักรยานยนต์ เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับการโหวตในรอบแรก โดยสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เพื่อเข้าชิงรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 และนำรถที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปทดสอบก่อนลงคะแนนอีกครั้งที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ทางสรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ ให้ใช้สนามทดสอบภายในศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามทดสอบยานยนต์มาตรฐานระดับเอเชีย ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบและลงคะแนนในรอบสุดท้ายของรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR) ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในปีนี้มีรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่ ทั้ง 3 รางวัล รวมแล้ว 45 รุ่น โดยแบ่งออกเป็น THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 20 รุ่น THAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 14 รุ่น และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 11 รุ่น และได้เปิดให้สมาชิกสามัญได้โหวตในช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนำคะแนนทั้งหมดมานับโดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568, นายวชิระ เรืองมาลัย, นายวัชระ ธรรมศรี อดีตนายกสมาคมฯ, นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมกรรมการการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน”

สรยท. 2

สำหรับรถที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือ Finalist Car ในทั้ง 3 รางวัล รวม 23 รุ่น ประกอบด้วย

  1. รถยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) จำนวน 10 รุ่น ประกอบด้วย BYD Seal 5 Dmi, Ford Ranger MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 MaxForce, Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce, Mazda BT-50 2.2, Mitsubishi XForce HEV, Nissan Serena S Hybrid, Suzuki Fronx, Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport, Toyota Camry HEV

สรยท. 3

สรยท. 2

สรยท. 3

สรยท. 6

  1. รถยนต์ไฟฟ้าเข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2568 (THAILAND EV OF THE YEAR 2025) จำนวน 7 รุ่น ประกอบด้วย BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6, Toyota BZ4X

สรยท. 7

สรยท. 9

สรยท. 10

  1. รถจักรยานยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025) จำนวน 6 รุ่น ประกอบด้วย BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox, Yamaha All New N Max Techmax

สรยท. 11

สรยท. 13

สรยท. 14

สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้ง 23 รุ่น คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จะจัดให้มีการทดสอบก่อนที่จะให้คะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
โดยผู้ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้าย คณะอนุกรรมการฯ จะคัดเลือกจากสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีประสบการณ์สูงในการทดสอบรถยนต์ และได้ร่วมโหวตในรอบแรก เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและโหวต โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการพิจารณาลงคะแนนกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 9 ปี ซึ่งได้ดำเนินการบนหลักการและกฎกติกาที่มีความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล สำหรับรถยนต์ที่มีความแตกต่างทั้งเครื่องยนต์ ระดับราคา จากหลากหลายเซ็กเมนท์ทางการตลาด

การให้คะแนนในรอบสุดท้าย จะคำนึงถึงคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ที่เข้ารอบ ทั้งเรื่องรูปลักษณ์การออกแบบภายนอกภายใน สมรรถนะของเครื่องยนต์ วัสดุตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งจำหน่ายในตลาดประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับปีนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เลือกใช้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ตั้งอยู่ที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสนามทดสอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากลกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้เป็นสถานที่ทดสอบภาคสนาม พร้อมเชิญผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจากการโหวตลงคะแนนหลังจากทดสอบภาคสนามในรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย หีบบัตรลงคะแนนคณะกรรมการสมาคมฯ จะนำมาเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการเปิดนับคะแนนต่อหน้าคณะกรรมการ สักขีพยานเพื่อนับคะแนน และจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ศกนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร

 

มาสด้าเตรียมเผยโฉมรถต้นแบบ Vision Model ในงาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมเนรมิตบูธภายใต้ธีม “The Joy of Driving fuels a sustainable tomorrow”

0

มาสด้าพร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์มุ่งสู่อนาคต เตรียมเผยโฉมรถต้นแบบ Vision Model รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก รวมถึงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยียานยนต์ที่มอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ในงาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025*1 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลก สังคม และผู้คน โดยงานแถลงข่าวเปิดบูธมาสด้า จะมีขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2025 เวลา 12.15 น. ประเทศญี่ปุ่น (หรือ เวลา 10:15 น. ประเทศไทย) ผู้สนใจสามารถรับชมได้ผ่านทาง Mazda Official YouTube Channel https://www.mazda.co.jp/experience/event/japanmobilityshow2025/

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เผยภาพรวมของการจัดแสดงบูธมาสด้าในงาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025 ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ณ โตเกียว บิ๊กไซต์ (อาริอาเกะ เขตโคโต กรุงโตเกียว) โดยธีมการจัดแสดงในครั้งนี้คือ “The Joy of Driving fuels a sustainable tomorrow” ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้าสู่ปี 2035 ซึ่งเป็นยุคของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ก้าวหน้า โดยมาสด้ามีเป้าหมายในการสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการตอบสนองต่อความหลงใหลในรถยนต์ การขับขี่ และความปรารถนาของผู้คน ที่ชื่นชอบในความสนุกในการขับขี่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามปณิธานในการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับโลก โดยผสานระหว่างความยั่งยืนของสังคมกับประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านความสุขในการขับขี่ไปพร้อม ๆ กัน

ภายในงานฯ มาสด้าเตรียมเปิดตัวรถต้นแบบ (Vision Model) รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งถ่ายทอดให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรถมาสด้าในอนาคต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธีมการจัดแสดงในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่พัฒนาโดยมาสด้าที่สามารถช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้มากขึ้นตามระยะทางการขับขี่ รวมถึงเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยสกัดจากสาหร่ายทะเล ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายของมาสด้าต่อการสร้างสังคมที่ยั่งยืน อีกทั้งยังมีการนำ All-New MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในยุโรปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มาจัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของโลกในงานนี้ด้วย

เปิดตัว Vision Model ครั้งแรกของโลก (The World Premiere)

นอกจากนี้ มาสด้ายังเข้าร่วมกิจกรรมการจัดแสดงพิเศษ ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น ดังนี้

Tokyo Future Tour 2035

มาสด้าจะจัดแสดง MAZDA CX-30 SeDV*2 รถที่ดัดแปลงสำหรับผู้พิการ โดยติดตั้งระบบควบคุมการขับขี่แบบแมนนวลที่ใช้งานง่าย สามารถควบคุมการเร่งและการชะลอความเร็วได้ ช่วยให้ผู้พิการสามารถเลือกวิธีการเดินทางได้อย่างอิสระและสะท้อนความเป็นตัวของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น

Mobility Culture Program

รถ MAZDA RX-7 จะถูกนำมาจัดแสดงในโซน “Mobility Culture -Joint Exhibition-“ MAZDA SPIRIT RACING RS Future Concept (Car No. 12) ซึ่งลงทำการแข่งขันในรายการ Super Taikyu Series*3 ฤดูกาลนี้ นำมาจัดแสดงในโซน “Performance Zone – Demonstration Run by Vehicles Using Next-Generation Fuels” นอกจากนี้ยังมี MAZDA CX-60 และ MAZDA CX-80 ให้ร่วมทดลองขับในกิจกรรม “ASV Public Road Test Drive Event”

KidZania ในงาน JMS 2025

จากความร่วมมือกับเมืองจำลองอาชีพยอดนิยมสำหรับเด็ก KidZania ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สวมบทบาทในอาชีพที่ใฝ่ฝัน มาสด้าได้เตรียมกิจกรรมจำลองการทำงานจริง เช่น การหล่อทราย (Sand Casting), การขัดเงา (Polishing) และการพ่นสี (Painting) เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการผลิตรถยนต์คุณภาพ ในบรรยากาศที่จำลองจากโรงงานจริงของมาสด้า ซึ่งเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทักษะงานฝีมือและสัมผัสความสุขจากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง

มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความสุขในการขับขี่ “Joy of Driving” ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง “Human Centric” ควบคู่กับการมอบความสุขในการใช้ชีวิต “Joy of Living” ผ่านประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า อันเป็นสิ่งที่มาสด้าปรารถนาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและผู้คนในทุกบริบทตลอดไป

  • เว็บไซต์งาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025 ของมาสด้า (เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 09:30 น. ประเทศไทย)
    👉 https://www.mazda.co.jp/experience/event/japanmobilityshow2025/
  • เชิญรับชมถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวมาสด้า ในงาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025 ผ่าน
    Mazda Official YouTube Channel ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เวลา 12:00 น. ประเทศญี่ปุ่น (หรือ เวลา 10:00 น. ประเทศไทย)

 

หมายเหตุ:

*1 สนับสนุนโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.)

รอบสื่อมวลชน: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00-18:00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00-13:00 น.

รอบแถลงข่าวมาสด้า วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 12:15 – 12:30 น. เวลาประเทศญี่ปุ่น (หรือ เวลา 10:15 – 10:30 น. ประเทศไทย)

รอบประชาชนทั่วไป วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 – วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568

*2 SeDV: Self-empowerment Driving Vehicle

*3 Super Taikyu Series: ENEOS Super Taikyu Series 2025 ได้รับการสนับสนุนโดย BRIDGESTONE

บีวายดี ส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่เป็นคันที่ 100,000 ของประเทศไทย พร้อมมอบรางวัล BYD KUNLUN AWARD ให้ดีลเลอร์และเซลส์ ที่มีผลงานยอดเยี่ยม

0

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมฉลองอีกความสำเร็จในโอกาสที่ บีวายดี ประเทศไทย ส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 100,000 คันของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทย มีให้นวัตกรรมและคุณภาพของรถยนต์ บีวายดี ทั้งยังพิสูจน์ขีดความสามารถในการผลิตรถยนต์จากโรงงานของไทย ที่สำคัญ ยังช่วยลดมลพิษจากท้องถนนได้อีกด้วย พร้อมกันนั้น ยังมีการมอบรางวัล BYD KUNLUN AWARD ให้ผู้จำหน่ายและพนักงานขาย บีวายดี ซึ่งมีผลงานยอดเยี่ยมทั้งในด้านยอดขายและการให้บริการ ในพิธีมีผู้บริหารระดับสูงจากหลายภาคส่วน เข้าร่วมแสดงความยินดี ดังรายนามต่อไปนี้

  • นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด
  • นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด
  • นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่
  • ดร. ธัชพล ภัทรไชยประภา ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่
  • นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล ประธานบริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
  • นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทย ให้การยอมรับในนวัตกรรมและคุณภาพ นำไปสู่การสร้างสถิติส่งมอบรถยนต์ให้ชาวไทยได้สัมผัสครบ 100,000 คัน เป็นการตอกย้ำว่า บีวายดี และ เรเว่ คือผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย โดยเราจะไม่หยุดยั้งการนำสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ชาวไทย ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์และการให้บริการ”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “การที่ บีวายดี ประเทศไทย ส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ให้กับชาวไทยครบ 100,000 คัน มิใช่แค่บทพิสูจน์ว่าชาวไทยไว้วางใจในตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม จนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อร่วมสร้างอากาศที่สะอาดกว่าสำหรับทุกคนซึ่ง เรเว่ ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความสำเร็จของ บีวายดี ไปพร้อมกับการลดมลพิษบนท้องถนนอย่างมีนัยสำคัญ”

นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน กล่าวว่า “ปัจจัยที่ทำให้เลือกใช้ BYD SEALION 6 DM-i เป็นเพราะรถยนต์ SUV รุ่นนี้คือยานพาหนะที่ ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ใช้เดินทาง โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนโดย บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ซึ่งเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ สู่ปักกิ่ง เป็นระยะทางไกลกว่า 5,000 กิโลเมตร นับเป็นบทพิสูจน์สำคัญของสมรรถนะ และเทคโนโลยีในรถยนต์ที่ต้องแข็งแกร่งมากพอ ที่พร้อมเอาชนะทุกอุปสรรคตลอดการเดินทางไกลและ BYD SEALION 6 DM-i พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ ทั้งยังมอบความสะดวกสบายให้กับทุกที่นั่ง ให้เดินทางอย่างผ่อนคลายตลอดเส้นทาง”

BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี คันที่ 100,000 ของไทย การันตีคุณภาพด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสม สูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มตลาดรถยนต์ขุมพลัง PHEV และผู้ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้รถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี เป็นคันที่ 100,000 ของประเทศไทยคือ นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน โดยรุ่นที่เลือกคือ BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์ SUV พรีเมี่ยมขุมพลัง PHEV แบบ DM-i Super Hybrid หนึ่งในรถยนต์สี่รุ่นที่ผลิตขึ้นจากโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ซึ่งมิได้ผลิตเพื่อการจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังผลิตเพื่อการส่งออกอีกด้วย โรงงานแห่งนี้ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทย ผ่านการจ้างงานแรงงานไทยมากฝีมือ และยังร่วมพิสูจน์ให้นานาชาติได้เห็น ถึงศักยภาพการผลิตรถยนต์คุณภาพโดยฝีมือคนไทย

BYD SEALION 6 DM-i มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดแบบ DM-i SUPER HYBRID ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะและการใช้เชื้อเพลิงได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับทั้งการเติมน้ำมันและเสียบปลั๊กชาร์จไฟ พร้อมผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง เข้ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร อย่างไร้รอยต่อ ตอบสนองทันใจ ไร้เสียงรบกวน เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งยังมีห้องโดยสารตกแต่ง
พรีเมี่ยม และกว้างขวางพร้อมมอบความสะดวกสบาย ให้กับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง การันตีคุณภาพด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสม สูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มตลาดรถยนต์ขุมพลัง PHEV

  • มอบรางวัล BYD KUNLUN AWARD ให้กับผู้จำหน่ายและพนักงานขาย ที่มีผลงานยอดเยี่ยม

บีวายดี สำนักงานใหญ่ มอบรางวัลเกียรติยศ BYD KUNLUN AWARD 2024 ให้ 4 ผู้จำหน่ายของไทย ที่มีผลงานยอดเยี่ยม ประกอบด้วย BYD North Star, BYD Jinglong Motors, BYD SUSCO Beyond และ BYD BD Auto Group ไม่เพียงเพื่อเป็นการแสดงการขอบคุณพันธมิตรคู่ค้าเหล่านี้ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้ บีวายดี ประสบความสำเร็จในประเทศไทย แต่ยังเป็นการการันตีผลงานที่โดดเด่น ทั้งในเรื่องของยอดขายสะสมสูงสุด และให้บริการลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด พร้อมกันนั้น ยังมีการมอบรางวัลให้กับพนักงานขายจาก BYD SUSCO Beyond พระราม2 ที่สร้างยอดขายรถยนต์ บีวายดี สูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยด้วยยอดสะสมสูงกว่า 1,200 คัน

รางวัล BYD KUNLUN AWARD นั้นตั้งชื่อตาม เทือกเขาคุนหลุน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่สูงที่สุดในเอเชีย จึงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง, อดทน และ ไม่หวั่นไหว เฉกเช่นเดียวกับผู้จำหน่าย บีวายดี ที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐาน ทั้งในด้านการขายและบริการ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงคู่ควรกับรางวัลเกียรติยศที่สะท้อนถึง ‘ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง’, ‘ความกล้าหาญในการเอาชนะทุกอุปสรรค’ และ ‘ความเป็นเลิศของการขายและการให้บริการที่ยอดเยี่ยม’

สัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์พลังงานใหม่จากยนตรกรรม บีวายดี ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยกว่า 100,000 ราย ด้วยตัวท่านเองได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

 

ฮอนด้า มอบความสุขจัดใหญ่เต็ม MAX ผ่านกิจกรรม Honda Day 2025 1 พ.ย. 2568 นี้ เข้าสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน ฟรี !

0

ครอบครัวฮอนด้า เตรียมตัวให้พร้อม! กับกิจกรรม Honda Day 2025 มอบสิทธิพิเศษ เข้าสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน (Vana Nava Hua Hin) ฟรี ! ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เพียงโชว์กุญแจรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าสวนน้ำ 1 กุญแจ สนุกได้ทั้งครอบครัวสูงสุด 4 ท่าน พร้อมรับฟรี ! คูปองแลกของที่ระลึก และสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมายที่บูทฮอนด้าในงาน จำกัดสิทธิ์เพียง 250 สิทธิ์ หรือ 1,000 ท่าน เท่านั้น !

ฮอนด้า จัดใหญ่แบบเต็ม Max ให้ครอบครัวฮอนด้าได้สนุกสุดมันส์ใน Honda Day 2025 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน กับเครื่องเล่นสวนน้ำมาตรฐานโลกกว่า 19 เครื่องเล่น และสไลเดอร์มากมาย ในบรรยากาศสวนน้ำสไตล์ป่าเขตร้อนแห่งแรกของเอเชีย

รับสิทธิพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับครอบครัวฮอนด้า พร้อมอัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

*เงื่อนไขและข้อกำหนด

– โปรโมชันนี้เฉพาะลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าเท่านั้น
– สามารถใช้โปรโมชันนี้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน รับสิทธิ์โดยการแสดงกุญแจรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ (1 กุญแจ ต่อ 1 สิทธิ์ และ 1 สิทธิ์ได้ 4 ท่าน) จำกัดจำนวน 250 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโครงการ
– โปรโมชันไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นได้
– โปรโมชันนี้ไม่สามารถแจ้งยกเลิกหรือคืนเงินได้ทุกจำนวน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
– ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามกฎของสวนน้ำฯ อย่างเคร่งครัด
– สวนน้ำขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและข้อกำหนดใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

เอ็มจี ชู 4 จุดเด่น ‘ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ’ กับ NEW MG S5 EV PLUS พร้อม LIFETIME WARRANTY

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย รับฟังเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ปรับกลยุทธ์ ชู 4 จุดเด่นสำคัญ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” ให้ NEW MG S5 EV PLUS รถ B-SUV ที่เสริมทัพด้วยรุ่นย่อยใหม่ ได้แก่ รุ่น D+ รุ่น X+ และ V+ พร้อมเสิร์ฟอินโฟเทนเมนต์แบบเต็มตากับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เย็นขึ้นกับเบาะที่นั่งระบบเป่าลมคู่หน้าใช้งานยาว ๆ ได้อย่างมั่นใจ ทั้งวิ่งไกลและชาร์จไว พร้อม LIFETIME WARRANTY และเป็นอีวีที่ให้ผู้ใช้ เยอะกว่าด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยครบครัน ตอกย้ำการเป็น “อีวีมหาชน” ที่เข้าถึงง่าย พร้อมมอบความคุ้มค่าแท้จริงให้กับผู้บริโภคชาวไทย

NEW MG S5 EV คือยนตรกรรมไฟฟ้าที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM  เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่สนุกด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) และช่วงล่าง 5-Link Suspension พร้อมระบบ One Pedal ที่ช่วยควบคุมความเร็วได้อย่างง่ายดาย โดยครั้งนี้ได้เสริมรุ่นย่อยใหม่ 3 รุ่นได้แก่ รุ่น D+ ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่า พร้อมฟังก์ชันที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง รุ่น X+ กับฟังก์ชันที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และรุ่น V+ ที่เพิ่มสมรรถนะดีเยี่ยม พร้อมระยะทางที่วิ่งไกลสูงสุดถึง 550 กิโลเมตร พร้อมชาร์จไวได้สูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ พร้อมจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ อย่าง “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” และมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ที่ทำให้ NEW MG S5 EV กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในตลาด B-SUV ของไทย

สำหรับ NEW MG S5 EV PLUS พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ด้วยกำลังสูงสุด 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 6.1 วินาที เท่านั้น มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 62.2 kWh (LFP) วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ถือเป็นรถ B-SUV ไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส และชาร์จไวทันใจจาก 10-80% ใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาที โดยรุ่นนี้มีการปรับคอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และระบบเกียร์แบบก้านเปลี่ยนหลังพวงมาลัย ที่ช่วยให้ผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เสริมทั้งความปลอดภัยและความคล่องตัวในทุกเส้นทาง

 

NEW MG S5 EV PLUS ถือเป็นรุ่นที่เติมเต็มฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวก และมอบความสบายให้ลูกค้าในทุกการเดินทางอย่างแท้จริงด้วย 4 จุดเด่นสำคัญ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของความคุ้มค่า ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น

  • ใหญ่: พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมหน้าจอกลางที่ใหญ่ขึ้น ขนาด 15.6 นิ้ว เชื่อมต่อระบบความบันเทิงข้อมูล และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล
  • เย็น: เย็นฉ่ำทั่วคันด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมเพิ่มเติมเบาะหนังระบบเป่าลมเย็น (Cooling seat) ในตำแหน่งคนขับ และผู้โดยสารด้านหน้า ให้ทุกการเดินทางเย็นสบายมากขึ้น
  • ยาว: ขับขี่ได้มั่นใจยิ่งขึ้นกับมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง และแบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 150 kW (ในรุ่น V+) รองรับการใช้งานระยะทางไกล พร้อมอุ่นใจกับการใช้งานระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • เยอะ: อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยครบครัน ทั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART 3.0 ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม มอบความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกเส้นทาง มั่นใจไร้กังวลด้วยอะไหล่ที่เพียงพอพร้อมส่งให้กับศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศไทย

โดย NEW MG S5 EV PLUS จัดจำหน่าย สามรุ่นย่อยในราคาพิเศษเริ่มต้น เพียง 669,900 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

  • รุ่น D+ ราคาพิเศษ 669,900 บาท (จากราคาปกติ 749,900 บาท)
  • รุ่น X+ ราคาพิเศษ 789,900 จาก (จากราคาปกติ 839,900 บาท)
  • รุ่น V+ ราคาพิเศษ 909,900 จาก (จากราคาคาดการณ์ 959,900 บาท)
  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ ตลาด B-SUV ถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง การพัฒนารถยนต์ต้องไม่หยุดอยู่แค่เรื่องสมรรถนะ แต่คือการมองให้ลึกถึงสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจริง ๆ ในวันนี้และในระยะยาว เราเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ดี ต้องเข้าถึงง่าย ใช้งานได้จริง และพร้อมมอบความมั่นใจในทุกด้าน การเพิ่มรุ่นย่อยใหม่อย่าง รุ่น D+ X+ และ V+ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือก แต่คือการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งในแง่ของสมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่า ได้สัมผัสกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตรงจุด พร้อมการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ในทุกการเดินทางกับแบรนด์ เอ็มจี”

NEW MG S5 EV PLUS พร้อมส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ครั้งใหม่ ให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของและทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงานใหญ่! ‘XPENG CARNIVAL’ ยกขบวนยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะครบทุกรุ่น พร้อมเปิดตัว ‘X9 Luxury Special Color Edition’

0

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA จัดงานสุดปัง ‘XPENG CARNIVAL’ ผสมผสานระหว่างบรรยากาศงานเทศกาลคาร์นิวัล กับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค พร้อมเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ สีพิเศษ ‘X9 Luxury Special Color Edition’ สะท้อนความหรูหราขั้นสุด พลาดไม่ได้รถผู้บริหารป้ายแดง ที่มีให้เลือกสรรพร้อมรับข้อเสนอจุใจ ระหว่างวันที่ 15-21 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “กว่า 1 ปีที่ เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 และ X9 ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีคนไทย และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง เพื่อตอบรับกระแสดังกล่าว พร้อมฉลองโอกาสที่รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง รุ่น X9  มียอดจดทะเบียนอันดับ 1 ในกลุ่ม MPV ไฟฟ้า ในเดือนกันยายน และสำหรับไตรมาสที่ 3 (ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก) เราจึงตั้งใจจัดงานใหญ่นี้ พร้อมถือโอกาสเปิดตัวรถรุ่นไฮไลท์ อย่าง ‘X9 Luxury Special Color Edition’ ที่ล้ำด้วยดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี AI ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด นอกจากนี้ ยังมีรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย การันตีคุณภาพกว่า 20 คัน โดยรถผู้บริหารป้ายแดง G6 ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท ขณะที่ X9 เริ่มต้น 2,290,000 บาท พร้อมดีลดีๆ ที่ยากจะปฏิเสธ”

++ ตื่นตา X9 Luxury Special Color Edition ทรงพลังด้วยสี Matte Gray อีกระดับความหรูหรา
ที่ลงตัว   

รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะรุ่นท็อป ที่มาพร้อมความพิเศษยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีภายนอก Matte Gray ครั้งแรกในตลาด MPV ไฟฟ้า สอดรับกับเฉดสีภายในใหม่ Light Gray เบาะหนังแท้แนปป้า (Nappa) ผสานฟังก์ชั่น Zero-gravity Seat หรูหรามีระดับ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง พร้อมที่ชาร์จแบบไร้สาย 50 วัตต์ ล้ออัลลอยใหม่ดีไซน์แบบ Starlight Floating Wheels ขนาด 20 นิ้ว ผสานการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ NCM ขนาด 101.5 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กิโลเมตร (NEDC) อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ ให้รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.4 เมตร

ที่สำคัญ X9 Luxury สีพิเศษนี้ สะท้อนถึงความหรูหราและทรงพลังเหนือระดับ เข้ากับนิยาม Elegance in Power โดยเฉพาะการออกแบบภายนอกเน้นความเรียบง่ายแต่เฉียบคม ถ่ายทอดบุคลิกแห่ง ‘ความมั่นใจ เงียบขรึม และทรงอำนาจ’ เหมาะสำหรับ ผู้นำทางความคิด (Thought Leader), ผู้บริหารระดับสูง (Executive) รวมถึงผู้ที่หลงใหลในความสมดุลระหว่าง พลัง เทคโนโลยี และความสงบ XPENG X9 Luxury Special Colour Edition จึงไม่ได้เป็นเพียง MPV ระดับพรีเมียม แต่คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จ และรสนิยมที่แตกต่าง

พร้อมด้วย X9 EXECUTIVE นั่งสบายด้วยเบาะแถวที่สองแบบโซฟาพร้อมฟังก์ชั่น Zero-Gravity
ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง มาพร้อมช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง และที่ชาร์จแบบไร้สาย
โดยเบาะแถวที่สามารถพับราบด้วยระบบไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ขณะที่สมรรถนะการขับเคลื่อนจัดเต็ม
ขุมพลัง ใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกับรุ่น Luxury ทำให้ X9 สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

 

++ ครบครันยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘New G6’

เอ็กซ์เผิง G6 ใหม่ The NEXT Intelligent SUV ครั้งแรกกับการใช้แบตเตอรี่ 5C ทุกรุ่นย่อย รองรับกระแสไฟในการชาร์จกระแสตรงสูงสุด 451 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 10-80% เพียง 12 นาที* ปรับโฉมทั้งภายนอกและห้องโดยสาร เดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่พาดยาวเป็นเส้นเดียว เปลี่ยนฝาท้ายเป็นแบบ Ducktail และกันชนหลังแบบ C-Ring ห้องโดยสารติดตั้งจอกลางและจอหน้าผู้ขับ ขนาด 15.6 และ 10.25 นิ้ว พร้อมไฟสร้างบรรยากาศ Starlight Rhythm Ambient Light Matrix เสริมหล่อด้วยล้อ
อัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่เพิ่มรุ่น ‘AWD Performance’ ทึ่ติดตั้งมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD-All Wheel Drive) ให้กำลัง 486 แรงม้า (PS) พร้อมล้ออัลลอยรมดำ ดุดันแบบเท่สุดๆ

++ สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘New G6’ และ ‘X9’ ทั้งรถใหม่ และรถผู้บริหารป้ายแดง ภายในงาน

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี*
  • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง*
  • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิง อาทิ เกมชิงรางวัล, ขบวนพาเหรด เป็นต้น โดยงาน ‘XPENG CARNIVAL’ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G และอาคาร C ชั้น BM ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 ตุลาคม 2568

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย โทร. 1526
Facebook: xpeng thailand
www.xpeng.co.th